GWM วางหมากครึ่งหลังปี 2026 เตรียมเปิดรถใหม่ 4 รุ่น พร้อมยกระดับบริการหลังการขาย
ตลาดรถยนต์ไทยยังเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของ GWM และทิศทางหลังจากนี้ดูเหมือนจะไม่ได้โฟกัสเพียงเรื่องการเปิดตัวรถรุ่นใหม่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นระยะยาว โดยเฉพาะเรื่องบริการหลังการขายและเครือข่ายพาร์ทเนอร์ทั่วประเทศ
ในงาน GWM Partner Meeting 2026 ภายใต้แนวคิด “Together, Stronger than ever” GWM ได้รวมเครือข่ายพาร์ทเนอร์กว่า 71 แห่งจากทั่วประเทศ เพื่อพูดคุยถึงทิศทางธุรกิจ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และวางแผนการเติบโตของแบรนด์ในประเทศไทย
ครึ่งปีหลัง เตรียมเปิดรถใหม่อย่างน้อย 4 รุ่น
หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจคือแผนการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ซึ่ง GWM ระบุว่าจะมีอย่างน้อย 4 รุ่น ครอบคลุมหลายรูปแบบพลังงาน ทั้ง
- รถยนต์ไฟฟ้า EV ที่เข้าถึงง่ายมากขึ้น
- รถยนต์ไฮบริด HEV
- รถยนต์เครื่องยนต์ดีเซล
แนวคิดหลักยังคงอยู่ภายใต้กลยุทธ์ “All Scenarios – All Powertrains – All Users” หรือการมีรถให้เลือกครอบคลุมทั้งรูปแบบการใช้งาน ระบบขับเคลื่อน และกลุ่มผู้ใช้
เบื้องหลังแนวทางนี้คือ GWM ONE Platform แพลตฟอร์มที่รองรับทั้ง HEV, PHEV, BEV และเครื่องยนต์สันดาป โดยใช้ชิ้นส่วนร่วมกันมากกว่า 95% ซึ่งช่วยให้บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนการผลิต และนำเสนอรถที่มีเทคโนโลยีและอุปกรณ์ครบครันในระดับราคาที่แข่งขันได้
จากแบรนด์เดียว สู่การแบ่งกลุ่ม Mainstream และ Premium
อีกหนึ่งทิศทางที่ชัดเจนขึ้นคือการแบ่งโครงสร้างแบรนด์ออกเป็น 2 กลุ่ม
กลุ่ม Mainstream ภายใต้ชื่อ GWM จะเน้นรถที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง ความคุ้มค่า และราคาที่เข้าถึงได้ ขณะที่ TANK และ WEY จะถูกวางตำแหน่งเป็นกลุ่ม Premium เพื่อรองรับลูกค้าที่มองหาประสบการณ์และความหรูหราที่มากขึ้น
แนวทางนี้สะท้อนว่า GWM ต้องการขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมมากขึ้น ตั้งแต่ผู้ที่กำลังมองหารถคันแรก รถครอบครัว ไปจนถึงกลุ่มที่ต้องการรถระดับพรีเมียม
บริการหลังการขาย กลายเป็นโจทย์สำคัญของ GWM
สิ่งที่ GWM ให้ความสำคัญมากในครั้งนี้คือเรื่องบริการหลังการขาย โดยประกาศเป้าหมายในการก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในแบรนด์รถยนต์จีนที่ผู้บริโภคไทยไว้วางใจมากที่สุด
แผนงานประกอบด้วยการเพิ่มสต็อกอะไหล่ การพัฒนาทักษะของช่างเทคนิค และการยกระดับมาตรฐานบริการทั่วประเทศ
ขณะเดียวกัน Partner Store จะมีบทบาทมากขึ้น ไม่ใช่เพียงจุดจำหน่ายรถ แต่จะกลายเป็นศูนย์กลางในการดูแลลูกค้าในแต่ละพื้นที่ รวมถึงรับฟังปัญหาและความคิดเห็นจากผู้ใช้จริง เพื่อนำข้อมูลกลับไปพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการของแบรนด์
ประเด็นเรื่องความโปร่งใสด้านราคาและการรักษามูลค่ารถมือสอง หรือ Resale Value ก็เป็นอีกหนึ่งหัวข้อที่ GWM ระบุว่าจะให้ความสำคัญมากขึ้นเช่นกัน
ยอดขายยังเติบโต ทั้งในไทยและต่างประเทศ
ในระดับโลก GWM ทำยอดขายเดือนกรกฎาคม 2026 ได้ 108,067 คัน เพิ่มขึ้น 3.54% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยยอดขายในต่างประเทศเติบโตถึง 50.93% หรือ 62,015 คัน
ยอดขายสะสมทั่วโลกระหว่างเดือนมกราคมถึงกรกฎาคมอยู่ที่ 691,962 คัน
ส่วนในประเทศไทย GWM ระบุว่ายอดขายในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026 เติบโตขึ้น 19% และปัจจุบันมีรถ GWM บนท้องถนนในประเทศไทยมากกว่า 64,000 คัน
สำหรับ GWM ครึ่งหลังของปี 2026 จึงน่าจะเป็นช่วงที่น่าจับตามองไม่น้อย ทั้งจากการเปิดตัวรถใหม่อย่างน้อย 4 รุ่น และการปรับเกมครั้งสำคัญในเรื่องบริการหลังการขาย
เพราะในตลาดรถยนต์ที่การแข่งขันเรื่องราคาและเทคโนโลยีเข้มข้นขึ้นทุกวัน การมีรถใหม่ที่น่าสนใจอาจช่วยดึงลูกค้าเข้ามาที่โชว์รูมได้ แต่สิ่งที่จะทำให้ลูกค้าอยู่กับแบรนด์ในระยะยาว อาจเป็นประสบการณ์หลังจากวันที่รับรถกลับบ้านไปแล้วมากกว่า



