เมื่อ Range Rover Sport เติมพลังไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ความน่าสนใจไม่ได้อยู่แค่การเปลี่ยนจากเครื่องยนต์มาเป็นมอเตอร์ไฟฟ้า แต่คือการพยายามรักษาคาแรกเตอร์ความสปอร์ตและความสามารถในการลุยของ Range Rover Sport เอาไว้ พร้อมเพิ่มความฉับไวของการตอบสนองเข้าไปอีกขั้น
Range Rover Sport Electric คือรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบรุ่นแรกของตระกูล Sport มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ให้กำลังรวมสูงสุด 550 แรงม้า (PS) และแรงบิด 850 นิวตันเมตร ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในตระกูล Range Rover Sport ขับเคลื่อนสี่ล้อ และสามารถเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 4.5 วินาที เมื่อใช้โหมด Dynamic Launch

ที่น่าสนใจคือ Range Rover ไม่ได้วางบุคลิกของรุ่นนี้ไว้แค่ความแรง แต่พยายามทำให้เป็นรถที่ “ขับสนุก” มากขึ้นด้วย โครงสร้างตัวถังมีความแข็งแกร่งกว่ารุ่นปลั๊กอินไฮบริด 61% ขณะที่จุดศูนย์ถ่วงต่ำลง 73 มิลลิเมตร ช่วยให้รถมีความมั่นคงและตอบสนองได้ไวขึ้น
แชสซีจัดเต็ม เพื่อให้รถไฟฟ้าคันใหญ่ขับได้คล่องขึ้น
Range Rover Sport Electric มาพร้อมชุดเทคโนโลยีช่วงล่างที่เน้นการควบคุม ทั้ง Dynamic Air Suspension, Adaptive Dynamics, โช้คอัพ Twin Valve และระบบควบคุมการโคลงตัวถังแบบอิเล็กทรอนิกส์ eARC ซึ่งสามารถสร้างแรงควบคุมได้สูงสุด 1,400 นิวตันเมตรในแต่ละเพลา
ระบบ Adaptive Dynamics ยังตรวจวัดพารามิเตอร์ต่าง ๆ มากถึง 100 รายการ 500 ครั้งต่อวินาที เพื่อปรับการทำงานของช่วงล่างให้เหมาะกับสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าโค้ง การเบรก หรือพื้นผิวที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
อีกหนึ่งตัวช่วยคือระบบบังคับเลี้ยวสี่ล้อ ทำให้รถที่มีตัวถังค่อนข้างใหญ่สามารถเปลี่ยนทิศทางได้คล่องตัวขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่แคบหรือโค้งหักศอก
550 แรงม้า กับแบตเตอรี่ 118.5 kWh
หัวใจของ Range Rover Sport Electric คือแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 118.5 kWh ทำงานร่วมกับสถาปัตยกรรมไฟฟ้า 800 โวลต์ และมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ขนาดตัวละ 260 กิโลวัตต์
ตัวเลขระยะทางตามมาตรฐาน WLTP อยู่ที่สูงสุด 609 กิโลเมตร ส่วนระยะทางการใช้งานจริงที่ผู้ผลิตระบุไว้สูงสุดอยู่ที่ 536 กิโลเมตร
เมื่อใช้เครื่องชาร์จเร็ว DC สามารถเพิ่มระยะทางได้สูงสุด 220 กิโลเมตรภายใน 10 นาที หรือชาร์จจาก 10-80% ได้ประมาณ 22 นาที
Range Rover ยังพัฒนาระบบจัดการความร้อน ThermAssist™ เพื่อช่วยควบคุมอุณหภูมิของแบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อนให้เหมาะสม ขณะที่แบตเตอรี่ได้รับการทดสอบอย่างหนักทั้งแรงสั่นสะเทือน แรงกระแทก และอุณหภูมิตั้งแต่ -40 ถึง +90 องศาเซลเซียส
ไม่ใช่แค่รถไฟฟ้าในเมือง แต่ยังพร้อมลุย
อีกด้านที่ทำให้ Range Rover Sport Electric แตกต่างจากภาพจำของรถ EV ทั่วไป คือความสามารถในการใช้งานบนเส้นทางออฟโรด
รถติดตั้งระบบ Intelligent Traction Management และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบเสมือน สามารถลุยน้ำได้ลึกสูงสุด 900 มิลลิเมตร และรับมือทางลาดชันสูงสุด 45 องศา

ความสามารถนี้ถูกนำไปพิสูจน์จริงในการทดสอบครั้งสุดท้ายที่เหมืองหินอ่อนคาร์ราราในประเทศอิตาลี เส้นทางที่มีทั้งพื้นหินอ่อนขัดเรียบ ฝุ่นหินอ่อนละเอียด ทางลาดชัน และโค้งแคบ เพื่อทดสอบทั้งแรงยึดเกาะและการควบคุมรถในสภาพพื้นผิวที่คาดเดาได้ยาก
ภารกิจดังกล่าวยังเป็นบทสรุปของโปรแกรมทดสอบทั่วโลก ซึ่งรวมถึงการนำรถไปทดสอบที่สนาม Magarigawa Club ใกล้กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นด้วย
ดีไซน์ยังคงเป็น Range Rover Sport
แม้จะเป็นรถไฟฟ้า แต่ Range Rover Sport Electric ยังคงรักษาภาพลักษณ์ของ Sport เอาไว้ โดยมีการปรับรายละเอียดบางส่วนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์
กระจังหน้าและล้ออัลลอยถูกออกแบบขึ้นใหม่สำหรับรุ่นไฟฟ้าโดยเฉพาะ ช่วยเพิ่มระยะทางได้สูงสุด 16 กิโลเมตรเมื่อขับด้วยความเร็วระดับทางหลวง ขณะเดียวกันยังมีการพัฒนาเสียงเฉพาะรุ่น เพื่อสร้างคาแรกเตอร์ที่แตกต่างในแต่ละโหมดการขับขี่

รุ่นที่เปิดรับคำสั่งซื้อประกอบด้วย Dynamic SE, Dynamic HSE, Autobiography และ First Edition พร้อมตัวเลือก Black Pack และ Satin Wrap สำหรับรุ่น First Edition จะมาในสี Zadar Grey พร้อม Satin Wrap หลังคาสีดำ และล้ออัลลอยขนาด 22 นิ้ว
ส่วนใครที่ต้องการความเฉพาะตัวมากขึ้น รุ่น Autobiography สามารถเลือกใช้บริการ Range Rover Bespoke เพื่อปรับแต่งสีตัวถัง วัสดุภายใน รายละเอียดการตกแต่ง รวมถึงงานปักบนเบาะได้ตามต้องการ
เปิดรับคำสั่งซื้อในไทยแล้ว
Range Rover Sport Electric ผลิตที่โรงงานโซลิฮัลล์ ประเทศอังกฤษ บนสายการผลิตเดียวกับ Range Rover Sport รุ่นปลั๊กอินไฮบริด เบนซิน และดีเซล โดยรถทุกคันมาพร้อม Battery Digital Twin และรองรับการอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านระบบ Software Over the Air แบตเตอรี่รับประกัน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน

สำหรับประเทศไทย อินช์เคป (ประเทศไทย) ผู้นำเข้าและผู้แทนจำหน่าย Range Rover อย่างเป็นทางการ เปิดรับคำสั่งซื้อ Range Rover Sport Electric แล้ววันนี้ ส่วนราคาจำหน่ายและรายละเอียดรุ่นย่อยสำหรับประเทศไทยจะประกาศให้ทราบในภายหลัง โดยคาดว่าจะเริ่มส่งมอบได้ในช่วงต้นปี 2570
เรียกได้ว่า Range Rover Sport Electric ไม่ได้พยายามเป็นเพียง Range Rover Sport ที่เปลี่ยนมาใช้ไฟฟ้า แต่เป็นการนำจุดเด่นของรถไฟฟ้า ทั้งแรงบิดที่มาเร็ว การควบคุมที่แม่นยำ และจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ มาผสมกับความสามารถในการลุยและความหรูหราที่เป็นเอกลักษณ์ของ Range Rover Sport
