ร่วมฉลองครบรอบ 50 ปี ก้าวแรกของมนุษยชาติบนดวงจันทร์กับ ‘อนันตรา คิฮาวาห์ มัลดีฟส์’ สวรรค์ของนักดูดาว!

หากยังจำกันได้ เมื่อ 50 ปีก่อน ยานอพอลโล 11 ได้ลงจอดบนดวงจันทร์ นักบินอวกาศ 2 คน ได้แก่ นีล อาร์มสตรอง และ บัซ อัลดริน ได้ลงจากยานลูนาร์ โมดุล และก้าวลงไปเหยียบพื้นดวงจันทร์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ

ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2562 นี้ จะเป็นวันครบรอบ 50 ปีของการก้าวเดินบนดวงจันทร์ครั้งแรก ทาง อนันตรา คิฮาวาห์ มัลดีฟส์ วิลล่าส์ จะร่วมรำลึกถึงย่างก้าวอันแสนพิเศษนี้กับงาน ‘The Eagle Has Landed Celebration’ โดยโซนหมู่เกาะบา (Baa Atoll) ในมัลดีฟส์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ อนันตรา คิฮาวาห์ คือสวรรค์ของนักดูดาว และเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดในโลกสำหรับการสังเกตดวงจันทร์และดูดาว ด้วยทำเลที่ใกล้กับเส้นศูนย์สูตรและท้องฟ้าที่ปลอดโปร่ง สามารถมองเห็นดาวของทั้ง 2 ซีกโลกได้อย่างชัดเจน หอดูดาวสกาย (SKY) ของ อนันตรา คิฮาวาห์ เป็นหอดูดาวที่ตั้งอยู่เหนือผืนน้ำแห่งแรกและแห่งเดียวในมัลดีฟส์ มีกล้องโทรทรรศน์ หรือกล้องดูดาวกำลังสูง มีหน้ากล้องขนาด 16 นิ้ว แบบเดียวกับที่ใช้สำหรับงานวิจัย โดมโค้งของหอดูดาวได้รับการออกแบบและสร้างขึ้นเป็นพิเศษ ตั้งอยู่บนดาดฟ้าของสกายบาร์ (Sky Bar) ของรีสอร์ท ด้านบนเป็นท้องฟ้ากว้างไร้สิ่งบดบังสายตา ส่วนด้านล่างก็มีเพียงผืนน้ำมหาสมุทรกว้างใหญ่

อาลี ชามีม (Ali Shameem) กูรูด้านการดูดาวของรีสอร์ท เป็นชาวมัลดีฟส์ที่เติบโตขึ้นมาบนเกาะที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ เขาใช้ช่วงเวลาในวัยเด็กทำแผนที่กลุ่มดาว จนกระทั่งได้รับการถ่ายทอดวิชาความรู้จาก ดร. แมสซิโม ทาเรงกิ(Dr. Massimo Tarenghi) นักดาราศาสตร์ชื่อดังชาวอิตาลี ทำให้ชามีมได้ใช้เวลากว่าทศวรรษที่ผ่านมาสังเกตดวงดาวในฐานะนักดาราศาสตร์มืออาชีพ อีกทั้งยังแบ่งปันความหลงใหลและความเชี่ยวชาญเรื่องดวงดาวให้กับแขกของรีสอร์ทด้วย

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ของการขึ้นไปเดินบนดวงจันทร์ครั้งแรก แขกผู้เข้าพักที่รีสอร์ทจะได้รับเชิญให้เข้าร่วมกิจกรรมดูดาว (Star Gazing) กับ ชามีม เพื่อรับประทานอาหารเช้าและดูดาวในช่วงเวลาเช้ามืด (04.00 น.) เอนหลังจ้องมองดวงดาวที่ส่องประกายอยู่บนท้องฟ้า เพลิดเพลินไปกับเรื่องเล่าและความรู้ของชามีม ที่จะพาคุณเดินทางสู่ห้วงอวกาศ ก่อนที่จะได้ลองส่องกล้องโทรทรรศน์อันทรงพลัง เพื่อดูร่องรอยหลุมอุกกาบาตขนาดยักษ์บนดวงจันทร์ ที่ยังคงเปี่ยมด้วยเสน่ห์และสร้างความอัศจรรย์ใจแก่ผู้คนบนโลกจนถึงบัดนี้

กิจกรรมดูดาวและรับประทานอาหารเช้ามื้อพิเศษนี้ เป็นการมอบโอกาสให้ผู้เข้าพักได้ชื่นชมและสังเกตดวงดาวในมุมมองที่สมบูรณ์แบบและชัดเจนยิ่งขึ้น เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวจะมีความชื้นต่ำและมีแสงอื่นๆ รบกวนน้อยที่สุด ผู้มาเยือนจะได้เติมเต็มประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต เพลิดเพลินกับอาหารเช้า 4 คอร์ส เสิร์ฟพร้อมแชมเปญเย็นฉ่ำ และล็อบสเตอร์เบเนดิกต์ ซึ่งประสบการณ์ดูดาวแสนพิเศษรวมอาหารเช้า ราคา 450 เหรียญสหรัฐ ต่อท่านหากกิจกรรมดูดาวเป็นการเริ่มต้นวันใหม่ที่เช้าเกินไป ทางอนันตรา คิฮาวาห์ มัลดีฟส์ ได้ครีเอทเครื่องดื่มค็อกเทลสำหรับโอกาสสุดพิเศษ ในชื่อว่า The ‘Buzz’ Aldrin โดยบาร์เทนเดอร์ของสกายบาร์ และผู้ที่เข้าพักทุกท่านจะได้ลิ้มลองซิกเนเจอร์ค็อกเทลเพื่อการเฉลิมฉลองนี้


นิสสันประกาศรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม ประจำปี 2561 สยามนิสสัน ศรีสะเกษ คว้ารางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมระดับประเทศ

นิสสัน ประเทศไทย ประกาศผู้ชนะรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม ประจำปี 2561 ในงานประชุมผู้จำหน่ายประจำปี 2562 ภายใต้ธีมงาน “ก้าวสู่การปฏิวัติยานยนต์ไฟฟ้า” ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพมหานคร งานประกาศผลรางวัลอันทรงเกียรติจัดขึ้นเพื่อยกย่องผู้จำหน่ายรถยนต์นิสสันที่มีผลงานอันยอดเยี่ยมด้านการขาย การสร้างส่วนแบ่งการตลาด คุณภาพงานขายและบริการหลังการขายในด้านต่าง ๆ โดยในปีนี้มีผู้จำหน่ายทั้งหมดจาก 30 สาขาที่คว้ารางวัลอันทรงเกียรติไปครองได้สำเร็จ โดยมี สยามนิสสัน ศรีสะเกษ กันทรลักษ์ คว้ารางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมระดับประเทศ (Best of the Best Award) ปีนี้ไปครอง

“ที่สยามนิสสัน ศรีสะเกษ เรามุ่งมั่นที่จะยกระดับประสบการณ์ที่ดีของลูกค้ามาโดยตลอด การได้รับรางวัล เบสท์ ออฟ เดอะ เบสท์ อยู่เหนือความคาดหมายของเรา แต่เป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นอีกในปีนี้” กล่าวโดย คุณภิญโญ บุษรารังษี กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามนิสสันศรีสะเกษ “ผมขอขอบคุณ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วย บริษัทนิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ที่ช่วยผลักดันและสนับสนุนด้วยดีเสมอมา รวมถึงพนักงานทุกคนที่ต่างทุ่มเทแรงกายแรงใจ จนทำให้เราประสบความสำเร็จได้รับรางวัลในครั้งนี้”

นิสสันทำงานอย่างใกล้ชิดกับเครือข่ายผู้จำหน่าย เพื่อส่งมอบประสบการณ์การบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า ผ่านการพัฒนาประสิทธิภาพผู้จำหน่ายและการลงทุนในทุกมิติของธุรกิจ ทั้งการเดินหน้าปรับโฉมโชว์รูมและศูนย์บริการรูปแบบใหม่ ภายใต้แนวคิด Nissan Retail Concept (NRC) การเปิดตัวแอพพลิเคชั่น ตอบ ส่ง “Quick Voice of the Customer” เพื่อรับฟังเสียงตอบรับจากลูกค้าได้อย่างทันที และนโยบาย “คำมั่นสัญญาต่อลูกค้านิสสัน” (Customer Promise) ที่มอบความชัดเจนและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าที่ตัดสินใจซื้อหรือเป็นเจ้าของรถยนต์นิสสัน รวมไปถึงการฝึกอบรมที่ปรึกษาการขาย และเจ้าหน้าที่เทคนิค เพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าในทุก ๆ ด้าน

“รางวัลเหล่านี้สะท้อนถึงความภาคภูมิใจของเราที่มีต่อพันธมิตรผู้จำหน่ายนิสสันทั่วประเทศ เรามุ่งมั่นที่จะผลักดันธุรกิจ ซึ่งรวมถึงการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด และยอดจำหน่าย ทั้งนี้ ผู้จำหน่ายของเราถือเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความสำเร็จเหล่านี้ให้เกิดขึ้น จากการปรับปรุงกระบวนการดำเนินงาน ไปจนถึงการพัฒนาทักษะของพนักงานที่มีหน้าที่ให้บริการลูกค้าคนสำคัญของเราในทุก ๆ วัน” มาเชค เคล็นคีวิช รองประธาน สายงานพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว
งานประชุมผู้จำหน่ายประจำปี 2562 ภายใต้ธีม “ก้าวสู่การปฏิวัติยานยนต์ไฟฟ้า” มุ่งเน้นความร่วมมือกับผู้จำหน่าย เพื่อขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ของนิสสัน ในการผลักดันยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2562 เป็นต้นไป ซึ่งสอดคล้องกับกำหนดการส่งมอบ นิสสัน ลีฟ รถยนต์ไฟฟ้าที่มียอดขายเป็นอับดับหนึ่งของโลก ถึงมือลูกค้ากลุ่มแรกในไทย เมื่อไม่นานมานี้

“เครือข่ายผู้จำหน่ายที่แข็งแกร่ง จะเป็นส่วนสำคัญต่อแผนโรดแมปในการขับเคลื่อนยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ปัจจุบัน นิสสัน มีผู้จำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งและสามารถรองรับการจำหน่ายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของนิสสันอย่างเป็นทางการ จำนวน 32 แห่งทั่วประเทศ และมีแผนเพิ่มจำนวนมากขึ้นอีกในอนาคต ทั้งนี้ เป้าหมายของเราคือ การสร้างความเข้าใจถึงประโยชน์ของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่จะนำมาซึ่งอนาคตอย่างยั่งยืน โดยผู้จำหน่ายของเราต่างมั่นใจว่าลูกค้านิสสัน ลีฟ ในต่างจังหวัด จะสามารถเข้าถึงมาตรฐานการบริการระดับมืออาชีพได้เช่นเดียวกัน อันเป็นผลมาจากการที่ภาคส่วนต่าง ๆ ที่รองรับการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า ในแต่ละพื้นที่ เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างแข็งแกร่ง” มาเชค กล่าวสรุป

ผู้จำหน่ายที่ได้รับรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมประจำปี 2561 ได้แก่

  • ผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมระดับประเทศ
  • สยามนิสสัน ศรีสะเกษ กันทรลักษ์
  • ผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมในด้านต่างๆ
  • ณัฐออโต้คาร์ สำนักงานใหญ่ (ด้านส่วนแบ่งการตลาด)
  • สยามนิสสันเซลส์ (ด้านยอดขายสัดส่วนอุปกรณ์ตกแต่ง)
  • สยามนิสสัน มหาสารคาม พยัคฆภูมิพิสัย (ด้านยอดขายสัดส่วนของการใช้สินเชื่อของ Nissan Leasing)
  • สกลนคร นิสสัน เซลล์ สำนักงานใหญ่ (ด้านการดูแลลูกค้า)
  • เมกา ออโตโมบิล ติวานนท์ สำนักงานใหญ่ (ด้านยอดขายสัดส่วนของรถต่อศูนย์จำหน่าย)
  • สยามนิสสัน ร้อยเอ็ด สำนักงานใหญ่ (ด้านการดำเนินงานภายใต้มาตรฐานของนิสสัน)
  • รุ่งเจริญ คาร์ (ด้านอัตราการเติบโตของสัดส่วนยอดขายปีต่อปี)
  • สยามนิสสัน สมุทรสาคร (ผู้จำหน่าย Nissan Leasing ยอดเยี่ยมประจำประเทศไทย)
  • ผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
  • สยามนิสสัน สมุทรสาคร บางบอน
  • เอส.เอ็ม.ที. ลิสซิ่ง สำนักงานใหญ่
  • สยามนิสสัน พระนคร 2000 พระราม 2
  • สยามนิสสัน พระนคร 2000 กาญจนาภิเษก
  • สยามนิสสัน ที.เค.เอฟ สำนักงานใหญ่
  • ผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมของภาคกลาง และภาคตะวันออก
  • จีที ออโต้คาร์ สำนักงานใหญ่
  • สยามนิสสัน สระแก้ววัฒนา สำนักงานใหญ่
  • สยามนิสสัน สระบุรี แก่งคอย
  • สยามนิสสัน บูรพาปราจีน กบินทร์บุรี
  • ผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมของภาคเหนือ
  • แองเจิลเวย์ (1994) เชียงคำ
  • สยามนิสสัน แม่สอด สำนักงานใหญ่
  • สยามนิสสัน เพชรบูรณ์ ซับสมอทอด

ผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

  • สยามนิสสัน ศรีสะเกษ กันทรลักษ์
  • สยามนิสสัน มหาสารคาม พยัคฆภูมิพิสัย
  • เคเคที ขอนแก่น สำนักงานใหญ่
  • ผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมของภาคใต้
  • สุราษฏร์ปิยะ สมุย
  • สยามนิสสัน เอ.อาร์ เจ้าฟ้า
  • สยามนิสสัน ชุมพร สำนักงานใหญ่
  • รางวัลยกย่องผู้ดำเนินงาน Nissan Leasing ยอดเยี่ยม ประจำปี 2561
  • เอส.เอ็ม.ที. ลิสซิ่ง (กรุงเทพมหานครและปริมณฑล)
  • จีที ออโต้คาร์ (ภาคกลาง และภาคตะวันออก)
  • สยามนิสสัน แม่สอด (ภาคเหนือ)
  • สยามนิสสัน มหาสารคาม (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)
  • สุราษฏร์ปิยะ นครศรีธรรมราช (ภาคใต้)

จากรองเท้าวิ่งสู่รองเท้าหนัง ‘เอสิคซ์ วอล์คกิ้ง ชูส์’ รองเท้าหนังเทคโนโลยีจากรองเท้าวิ่ง ‘เอสิคซ์’

ทำไมรองเท้าทำงานจะใส่สบายไม่ได้.. เอสิคซ์ (ASICS) ฉีกกฎรองเท้าคัชชู สู่รองเท้ารูปแบบใหม่ ‘เอสิคซ์ วอล์คกิ้ง ชูส์’ (ASICS Walking Shoes) รองเท้าหนังที่นำเอาความรู้และเทคโนโลยีจากรองเท้าวิ่งอันเป็นความเชี่ยวชาญของเอสิคซ์ มาใช้ในการออกแบบให้เหมาะสมกับกระดูกและรูปเท้า เพื่อช่วยลดแรงกดเวลาเดิน ด้วยแนวคิด ‘Love one’s FEET’ ที่เอสิคซ์อยากจะสร้างสรรค์รองเท้าที่จะทำให้เท้าของทุกคนสบายที่สุด จนเกิดเป็นรองเท้าไลฟ์สไตล์ที่จะมอบความสุขให้กับคุณในทุกย่างก้าว สามารถสวมใส่ได้ในทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็นวันทำงานหรือวันสบายๆโดยรองเท้าคู่แรกของเอสิคซ์ วอล์คกิ้ง ชูส์ ถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ. 1983 จากความคิดริเริ่มของคุณคิฮาชิโร โอนิซึกะ ที่ต้องการจะทำรองเท้าลำลองรูปแบบใหม่ เพื่อรองรับความต้องการ และเพิ่มความสบายต่อผู้ใส่มากยิ่งขึ้น โดยใช้ชื่อคอลเลคชั่นว่า ‘PEDALA’ ซึ่งเอสิคซ์ได้พัฒนาเพิ่มรุ่นรองเท้าในคอลเลคชั่นนี้อย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นคอลเลคชั่นขายดีในปัจจุบันจุดเด่นของรองเท้าในคอลเลคชั่นนี้จะเน้นที่น้ำหนักเบา ช่วยลดแรงกระแทก เวลาเดินจึงรู้สึกนุ่มเท้า และยังช่วยเรื่องความมั่นคงในการเดินด้วย อีกหนึ่งคอลเลคชั่นมีชื่อว่า ‘RUNWALK™’ ซีรี่ย์ โดยดีไซน์ของคอลเลคชั่นนี้จะเป็นการผสานกันระหว่างแฟชั่นกับฟังก์ชั่นการใช้งาน มีรูปลักษณ์ที่ดูทันสมัยกว่า ลดแรงกระแทกได้มากขึ้น และมีระบบระบายอากาศเพื่อรักษาความสบาย ควบคุมอุณหภูมิและความชื้นในรองเท้าไม่ให้เหม็นอับ เอสิคซ์ วอล์คกิ้ง ชูส์มีรองเท้าไลฟ์สไตล์หลากหลายรูปแบบที่ตอบโจทย์คุณผู้ชายเอสิคซ์ วอล์คกิ้ง ชูส์ ได้เปิดตัวในประเทศไทยเป็นครั้งแรกไปเมื่อช่วงปลายปี 2018 ที่ผ่านมา โดยวางจำหน่ายที่ Siam Takashimaya ชั้น 3 ไอคอนสยาม (ICONSIAM) ด้วยการตอบรับที่ดีจากหนุ่มๆ ชาวออฟฟิศ ล่าสุด เอสิคซ์ วอล์คกิ้ง ชูส์ ได้เปิดสาขาใหม่ที่บริเวณชั้น 2 ห้างสรรพสินค้าเอ็มโพเรียม (Emporium) และแผนกรองเท้าชาย ชั้น 2 สยามพารากอน (Siam Paragon)


มิชลิน เอนเนอจีย์ ‘XM2+’ เจาะตลาดยางรถยนต์นั่งขนาดกลาง และขนาดเล็กชูจุดเด่นสุดยอดพลังเบรก!

‘มิชลิน’ เผยโฉมผลิตภัณฑ์ยางรุ่นล่าสุด ‘มิชลิน เอนเนอจีย์ เอ็กซ์เอ็ม 2+’ (MICHELIN Energy XM2+) มาพร้อมสโลแกน “มั่นใจ…ทุกเวลา ด้วยพลังเบรก MICHELIN Energy XM2+” (Your Stopping Super-power) มุ่งเจาะกลุ่มผู้ใช้รถยนต์นั่งขนาดกลาง ขนาดเล็กและอีโค่คาร์โดย ‘XM2+’ จะมีศักยภาพเหนือกว่ายางรุ่นก่อนหน้าในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นสมรรถนะการเบรกบนถนนเปียกและอายุการใช้งานที่ยาวนาน ทั้งยังให้ความปลอดภัยเป็นเยี่ยมทั้งเมื่ออยู่ในสภาพใหม่และแม้ยางใกล้หมดดอกนายเอกชัย คหการบำรุง ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจ B2C เปิดเผยว่า “ยางมิชลิน เอนเนอจีย์ เอ็กซ์เอ็ม 2+ มีพัฒนาการทางสมรรถนะหลายด้านที่เหนือกว่า ‘มิชลิน เอนเนอจีย์ เอ็กซ์เอ็ม 2’ ซึ่งเป็นยางรุ่นก่อนหน้าที่ครองความเป็นผู้นำในตลาดยางอย่างต่อเนื่องถึง 8 ปี สำหรับยางรุ่นล่าสุดนี้พัฒนาขึ้นเพื่อให้สมรรถนะที่ดีเยี่ยม และการใช้งานที่ยาวนานกว่าแม้ยางใกล้หมดดอก โดยให้ความมั่นใจในประสิทธิภาพการเบรกเต็มเปี่ยมจนเมื่อถึงเวลาเปลี่ยนยางครั้งต่อไป แคมเปญโฆษณาจึงเน้นจุดเด่นด้านพลังเบรกของยางรุ่นนี้ที่ช่วยให้ลูกค้ามั่นใจและปลอดภัยทุกครั้งที่ขับขี่”

ด้วยนวัตกรรมเนื้อยางผสมซิลิกาสูตรใหม่ (Full-Silica Rubber Compound) ส่งผลให้ยาง ‘มิชลิน เอนเนอจีย์ เอ็กซ์เอ็ม 2+’ มีค่าเฉลี่ยระยะเบรกบนถนนเปียกสั้นกว่ายางแบรนด์ชั้นนำอื่นๆ* อยู่ที่ 1.5 เมตร เมื่อเทียบระหว่างยางสภาพใหม่ด้วยกัน และ 2.6 เมตร เมื่อเทียบระหว่างอย่างใกล้หมดดอก อีกทั้งยังรองรับระยะทางการขับขี่มากกว่ายางแบรนด์ชั้นนำอื่นๆ** ถึงร้อยละ 25

“สัญลักษณ์บวก (+) บนแก้มยางบอกให้ทราบถึงการเสริมสูตรเนื้อยางใหม่ที่ส่งผลให้ยาง ‘มิชลิน เอนเนอจีย์ เอ็กซ์เอ็ม 2+’ มีประสิทธิภาพเหนือกว่ายางรุ่นก่อนหน้าทั้งด้านสมรรถนะการเบรก อายุการใช้งาน และสมรรถนะที่ยาวนานกว่า

 นอกจากนี้ ยังคงสัญลักษณ์ Green X เอาไว้แบบเดียวกับยางรุ่นก่อนหน้า เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นยางที่มีคุณสมบัติด้านการประหยัดพลังงาน การผสานคุณสมบัติด้านความปลอดภัยที่เหนือกว่าพร้อมกับให้ความมั่นใจได้ยาวนานกว่าและความคุ้มค่าสมราคาเข้าไว้ด้วยกันเชื่อว่าจะเป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้ขับขี่กลุ่มผู้ใช้รถยนต์นั่งขนาดกลาง ขนาดเล็ก และอีโค่คาร์ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของเราได้อย่างทรงพลัง”

ในประเทศไทย ยาง ‘มิชลิน เอนเนอจีย์ เอ็กซ์เอ็ม 2+’ มีวางจำหน่ายแล้วรวมทั้งสิ้น 36 ขนาด (ขอบ 14-16 นิ้ว) ราคาเรื่มต้นที่เส้นละ 2,290 บาท ณ เครือข่ายศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร ‘ไทร์พลัส’ และร้านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของมิชลินทั่วประเทศ ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.michelin.co.th หรือ MICHELIN Hotline 02 700 3993


อนันตรา คิฮาวาห์ มัลดีฟส์ สวรรค์ของนักดูดาว ร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ก้าวแรกของมนุษยชาติบนดวงจันทร์

หากยังจำกันได้ เมื่อ 50 ปีก่อน ยานอพอลโล 11 ได้ลงจอดบนดวงจันทร์ นักบินอวกาศ 2 คน ได้แก่ นีล อาร์มสตรอง และ บัซ อัลดริน ได้ลงจากยานลูนาร์ โมดุล และก้าวลงไปเหยียบพื้นดวงจันทร์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ

ดังนั้น ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2562 นี้ จะเป็นวันครบรอบ 50 ปีของการก้าวเดินบนดวงจันทร์ครั้งแรก ทาง อนันตรา คิฮาวาห์ มัลดีฟส์ วิลล่าส์ จะร่วมรำลึกถึงย่างก้าวอันแสนพิเศษนี้กับงาน ‘The Eagle Has Landed Celebration’ โดยโซนหมู่เกาะบา (Baa Atoll) ในมัลดีฟส์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ อนันตรา คิฮาวาห์ คือสวรรค์ของนักดูดาว และเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดในโลกสำหรับการสังเกตดวงจันทร์และดูดาว ด้วยทำเลที่ใกล้กับเส้นศูนย์สูตรและท้องฟ้าที่ปลอดโปร่ง สามารถมองเห็นดาวของทั้ง 2 ซีกโลกได้อย่างชัดเจน หอดูดาวสกาย (SKY) ของ อนันตรา คิฮาวาห์ เป็นหอดูดาวที่ตั้งอยู่เหนือผืนน้ำแห่งแรกและแห่งเดียวในมัลดีฟส์ มีกล้องโทรทรรศน์ หรือกล้องดูดาวกำลังสูง มีหน้ากล้องขนาด 16 นิ้ว แบบเดียวกับที่ใช้สำหรับงานวิจัย โดมโค้งของหอดูดาวได้รับการออกแบบและสร้างขึ้นเป็นพิเศษ ตั้งอยู่บนดาดฟ้าของสกายบาร์ (Sky Bar) ของรีสอร์ท ด้านบนเป็นท้องฟ้ากว้างไร้สิ่งบดบังสายตา ส่วนด้านล่างก็มีเพียงผืนน้ำมหาสมุทรกว้างใหญ่

อาลี ชามีม (Ali Shameem) กูรูด้านการดูดาวของรีสอร์ท เป็นชาวมัลดีฟส์ที่เติบโตขึ้นมาบนเกาะที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ เขาใช้ช่วงเวลาในวัยเด็กทำแผนที่กลุ่มดาว จนกระทั่งได้รับการถ่ายทอดวิชาความรู้จาก ดร. แมสซิโม ทาเรงกิ(Dr. Massimo Tarenghi) นักดาราศาสตร์ชื่อดังชาวอิตาลี ทำให้ชามีมได้ใช้เวลากว่าทศวรรษที่ผ่านมาสังเกตดวงดาวในฐานะนักดาราศาสตร์มืออาชีพ อีกทั้งยังแบ่งปันความหลงใหลและความเชี่ยวชาญเรื่องดวงดาวให้กับแขกของรีสอร์ทด้วย

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ของการขึ้นไปเดินบนดวงจันทร์ครั้งแรก แขกผู้เข้าพักที่รีสอร์ทจะได้รับเชิญให้เข้าร่วมกิจกรรมดูดาว (Star Gazing) กับ ชามีม เพื่อรับประทานอาหารเช้าและดูดาวในช่วงเวลาเช้ามืด (04.00 น.) เอนหลังจ้องมองดวงดาวที่ส่องประกายอยู่บนท้องฟ้า เพลิดเพลินไปกับเรื่องเล่าและความรู้ของชามีม ที่จะพาคุณเดินทางสู่ห้วงอวกาศ ก่อนที่จะได้ลองส่องกล้องโทรทรรศน์อันทรงพลัง เพื่อดูร่องรอยหลุมอุกกาบาตขนาดยักษ์บนดวงจันทร์ ที่ยังคงเปี่ยมด้วยเสน่ห์และสร้างความอัศจรรย์ใจแก่ผู้คนบนโลกจนถึงบัดนี้

กิจกรรมดูดาวและรับประทานอาหารเช้ามื้อพิเศษนี้ เป็นการมอบโอกาสให้ผู้เข้าพักได้ชื่นชมและสังเกตดวงดาวในมุมมองที่สมบูรณ์แบบและชัดเจนยิ่งขึ้น เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวจะมีความชื้นต่ำและมีแสงอื่นๆ รบกวนน้อยที่สุด ผู้มาเยือนจะได้เติมเต็มประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต เพลิดเพลินกับอาหารเช้า 4 คอร์ส เสิร์ฟพร้อมแชมเปญเย็นฉ่ำ และล็อบสเตอร์เบเนดิกต์ ซึ่งประสบการณ์ดูดาวแสนพิเศษรวมอาหารเช้า ราคา 450 เหรียญสหรัฐ ต่อท่าน

หากกิจกรรมดูดาวเป็นการเริ่มต้นวันใหม่ที่เช้าเกินไป ทางอนันตรา คิฮาวาห์  มัลดีฟส์ ได้ครีเอทเครื่องดื่มค็อกเทลสำหรับโอกาสสุดพิเศษ ในชื่อว่า The ‘Buzz’ Aldrin โดยบาร์เทนเดอร์ของสกายบาร์ และผู้ที่เข้าพักทุกท่านจะได้ลิ้มลองซิกเนเจอร์ค็อกเทลเพื่อการเฉลิมฉลองนี้

ดูข้อมูลเพิ่มเติมของ อนันตรา คิฮาวาห์  มัลดีฟส์ วิลล่าส์ ได้ที่

www.kihavah-maldives.anantara.com

Facebook: https://www.facebook.com/anantarakihavahmaldives

Instagram: @anantarakihavah


Let’s get creative DIY your denim

มาแล้ว!! เหล่าสาวกวอนดัชห้ามพลาด

เตรียมตัวให้พร้อมเพื่อร่วมกิจกรรม DIY พร้อมกับ ศิลปิน Graffiti ที่จะมาช่วยครีเอทไอเทมเดนิม แต่งเติมความเท่ในสไตล์คุณเอง

โดยสามารถร่วมกิจกรรมนี้ได้ เพียงคุณช้อปสินค้าวอนดัชครบ 1,500 บาท ก็ร่วมสนุกกับกิจกรรม DIY กับเราได้ทันที

กิจกรรมดีดีนี้มีแค่2 วัน เท่านั้น

วันเสาร์ที่ 25   พฤษภาคม 2562 สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว, เดอะมอลล์บางแค

และ วันอาทิตย์ที่ 26   พฤษภาคม 2562 เซ็นทรัลพลาซ่า เวสต์เกต,เซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยาบีช

เริ่มตั้งแต่เวลา 12.00 – 18.00 น.

**ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมที่  www.facebook.com/VonDutchThailand/


สมาคมรถโบราณฯ จับมือ ฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ จัด “งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 43”

สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย   ร่วมกับศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ จัด “งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 43” ภายใต้แนวคิด “สุนทรียลักษณ์ จากอากาศพลศาสตร์” อวดโฉมรถโบราณ และรถคลาสสิคทรงคุณค่า ท่ามกลางการตกแต่งบรรยากาศสไตล์ฮาวานา ระหว่างวันที่ 12-16 มิถุนายนนี้ แฟนพันธุ์แท้ห้ามพลาด !

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เผยว่า งานประกวดรถโบราณ จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 43 ภายใต้แนวคิด “สุนทรียลักษณ์ จากอากาศพลศาสตร์ – Aerodynamically Derived Aesthetics” เนื่องจาก ในอดีต กระแสลม ส่งผลต่ออัตราเร่ง และความเร็วของรถยนต์ กระทั่งต้นศตวรรษที่ 20 วิศวกรจึงได้นำทฤษฎีอากาศพลศาสตร์ มาใช้ออกแบบรถยนต์ ซึ่งนอกจากจะช่วยให้รถรุ่นก่อนสงครามโลก ครั้งที่ 2 อย่าง ลันชา อปริลีอา มีสมรรถนะดีขึ้นแล้ว ทรวดทรง เส้นสาย ที่โค้งมนเพื่อความลู่ลม ยังก่อเกิดสุนทรียลักษณ์ใหม่ อันเป็นต้นแบบของรถยนต์ยุคปัจจุบัน

การประกวดรถโบราณแบ่งเป็น 7 ประเภท ตามมาตรฐานของสมาพันธ์รถโบราณสากล (FIVA) ได้แก่ รถรุ่นบรรพบุรุษ (ก่อนจนถึงปี 1904) รถรุ่นผ่านศึก (ปี 1905–1918) รถโบราณ (ปี 1919-1930) รถรุ่นก่อนสงคราม (ปี 1931–1945) รถรุ่นหลังสงคราม (ปี 1946–1960) รถคลาสสิค (ปี 1961–1970) และรถคลาสสิคร่วมสมัย (ปี 1971–ปัจจุบัน -30 ปี)

นอกจากนี้ ยังมีการประกวด รถจำลอง รถดัดแปลง รถประดิษฐ์พิเศษ รถโฟล์คสวาเกน รถอเมริกัน รถแจกวาร์-เดมเลอร์ และรถมีนี พร้อมรถที่นำมาแสดงเป็นพิเศษ อีกทั้งยังมีการประกวด ราชินีแห่งความสง่างาม (Concours d’Elegance – กงกูรส์ เดเลอกองศ์) โดยคัดเลือกจากสุภาพสตรีที่มาร่วมงานเลี้ยงในคืนวันพุธที่ 12 มิถุนายน 2562 และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย

รัตนา อนันทนุพงศ์ ผู้อำนวยการด้านการตลาด ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ ผู้ให้การสนับสนุนสถานที่จัดงาน กล่าวว่า งานประกวดรถโบราณ ถือเป็นงานใหญ่ของศูนย์การค้า จึงเตรียมพื้นที่สำหรับจัดงานรวม 5,000 ตารางเมตร พร้อมตกแต่งบรรยากาศงานสีสันหวานๆ ด้วย สไตล์ฮาวานา พาสเทลคาร์ (Pastel Car) ซึ่งเหมาะกับรถโบราณ และรถคลาสสิค ที่นำมาจัดแสดงกว่า 100 คัน พร้อมกันนี้ยังได้เพิ่มงบประมาณการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ขึ้น 20 % เน้นสื่อสารให้ตรงกลุ่มลูกค้าทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ คาดว่าจะมีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยบริเวณโดยรอบ และกลุ่มลูกค้าใหม่ระดับ B+ และ A ให้ความสนใจเข้าชมงานมากกว่าทุกๆ ปี โดยตั้งเป้าผู้ชมงานเฉลี่ย 30,000 คน/วัน

เชิญชม “งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 43” ที่จะสร้างความสุขให้ผู้นิยมรถโบราณ ผู้รักการอนุรักษ์ และผู้สนใจทั่วไป ณ ชั้น G ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ ระหว่างวันที่ 12-16 มิถุนายน 2562


การกลับมาอีกครั้งของ Hamilton Ventura สู่ข้อมือสายลับปราบเอเลี่ยน Men in Black

นาฬิกาแฮมิลตัน (Hamilton) เผยโฉม Hamilton Ventura ที่ได้กลับมาผจญภัยอีกครั้งกับ Men in Black™: International 2019 โดยนับตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกในปี 1957 Ventura ได้รับความนิยมทั่วโลกอย่างล้นหลามและได้พลิกโฉมวงการประวัติศาสตร์นาฬิกาให้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงด้วยการเป็นนาฬิกาไฟฟ้าเรือนแรกของโลกที่มีแบตเตอรี่เป็นตัวให้พลังงาน ทั้งยังสร้างกลุ่มแฟนที่หลงไหลในการดีไซน์สุดอมตะของนาฬิกาเรือนนี้ไว้อย่างเหนียวแน่น ในครั้งนี้ Ventura ราชาแห่งดีไซน์จะมาโลดแล่นและสวมบทบาทอันโดดเด่นในทุกตอนของภาพยนตร์ Men in Black 2019 ให้คุณได้สัมผัสกับเรือนเวลาสุดคลาสสิคที่ครองใจวงการภาพยนตร์กว่าครึ่งศตวรรษ

กล้าบ้าบิ่น-บุกเบิก-ล้ำหน้าเกินใคร คือคำนิยามที่ถูกมอบให้นาฬิกา Ventura ที่เผยโฉมบนข้อมือของตัวละครที่น่าจดจำที่สุดและกลายเป็นส่วนหนึ่งของยูนิฟอร์มที่ขึ้นชื่ออันเป็นสัญลักษณ์ของ Men in Black ตั้งแต่ปี 1997 เป็นต้นมา นาฬิกาเรือนนี้ได้ส่งมอบความโดดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์และรองรับทุกย่างก้าวของเหล่าสายลับอย่างดีเยี่ยม นับเป็นตัวเลือกสุดเพอร์เฟ็คสำหรับสายลับปราบเอเลี่ยนที่โด่งดังที่สุดในโลก และในปี 2019 นี้

Ventura ได้กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการร่วมเป็นคู่หูผจญภัยไปพร้อมกับสายลับในทีม MIB ลอนดอน ที่พิทักษ์โลกจากเหล่าจารชนทั่วจักรวาลเรื่อยมา ทั้งสายลับ M และสายลับ H ที่ในคราวนี้พวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับภัยคุกคามระดับโลกที่ใหญ่ที่สุดตั้งแต่ที่เคยมีมา คือไส้ศึกในองค์กร Men in Black เอง กล่าวได้ว่านาฬิกาของ Hamilton ได้อยู่ในหัวใจของวงการภาพยนตร์มากว่า 500 เรื่อง และได้รับการคัดสรรอย่างพิถีพิถันเพื่อช่วยวางกรอบให้กับตัวละครและดำเนินพล็อตของเรื่องให้ตื่นเต้น เร้าใจมาโดยตลอด

สำหรับ Ventura ที่ถูกสวมใส่โดยสายลับ M สายลับหน้าใหม่นั้นเป็น Ventura สีดั้งเดิมที่ผสมผสานระหว่างตัวเรือนสแตนเลสสตีล หน้าปัดสีดำ และสายหนังสีดำ โดยเข็มชั่วโมง เข็มนาทีและเข็มวินาทีเคลือบนิกเกิล มาพร้อมกลไกระบบควอร์ซ ความสามารถในการกันน้ำอยู่ที่ 50 เมตร (5 บาร์) และกระจกมิเนอรัลคริสตัล เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหานาฬิกาแห่งความสุขุม นุ่มลึก มีเสน่ห์เย้ายวนที่แฝงอยู่ในความเรียบง่าย แต่ยังโดดเด่นเป็นจุดนำสายตาเมื่อถูกสวมใส่อยู่บนข้อมือ

ในขณะที่ Ventura Automatic ถูกสวมใส่โดยสายลับ H ด้วยบุคลิกที่ไม่เหมือนใคร นิสัยตรงไปตรงมา ไม่ซ่อนเร้น นาฬิกาเรือนนี้จึงนำเสนอตัวตนของสายลับ H ออกมาได้เป็นอย่างดี Ventura Automatic มาในตัวเรือนสแตนเลสสตีล หน้าปัดสีเงินแบบเปิด เข็มชั่วโมง เข็มนาทีเคลือบนิกเกิลและสารเรืองแสง Super-LumiNova® และเข็มวินาทีสีแดง เข้าคู่กันกับสายหนังสีน้ำตาล ที่ดึงคุณกลับเข้าสู่ความวินเทจอีกครั้ง มาพร้อมกลไกอัตโนมัติรหัส H-10 กำลังลานสำรองสูงสุด 80 ชั่วโมง ความสามารถในการกันน้ำอยู่ที่ 50 เมตร (5 บาร์) และกระจกแซฟไฟร์คริสตัลที่ช่วยมอบความทนทานและป้องกันรอยขีดข่วนได้เป็นอย่างดี ตอบโจทย์ผู้ที่กำลังมองหานาฬิกาเรียบหรูด้วยดีไซน์แต่ยังส่งมอบความทนทานให้กับผู้สวมใส่เตรียมพบกับ Hamilton Ventura นาฬิกาอย่างเป็นทางการของ Men in Black™: International 2019 ที่จะพาคุณโลดแล่นเข้าสู่การผจญภัยเหนือระดับกับทีมสายลับปราบเอเลี่ยนที่โด่งดังที่สุดในโลก


G-SHOCK เปิดตัวนวัตกรรมโครงสร้าง Carbon Core Guard จนเป็นสุดยอดนาฬิกาที่ผสมผสานวัสดุคาร์บอน แข็งแรงขึ้นแต่เบาลง 4 เท่า

CASIO G-SHOCK เปิดตัวนวัตกรรมเจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดที่แข็งแรงกว่าเหล็ก 10 เท่า และมีน้ำหนักเบากว่า 4 เท่า ด้วยรุ่น GRAVITY MASTER GWR-B1000 และรุ่น GA-2000 ซึ่งเป็นนาฬิกา G-SHOCK รุ่นแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถเปลี่ยนสายได้เพื่อ MIX & MATCH ให้เข้ากับสไตล์การแต่งตัวในแต่ละวันของหนุ่มๆ

GWR-B1000 และ GA-2000 โดดเด่นด้วยนวัตกรรมโครงสร้างต้านทานแรงสะเทือนรูปแบบใหม่ Carbon Core Guard Structure (คาร์บอน คอร์ การ์ด สตรัคเจอร์ – โครงสร้างคาร์บอนปกป้องตัวเครื่อง) โดย Casio ถือเป็นผู้ผลิตเจ้าแรกในโลกที่นำวัสดุคาร์บอนมาทำโครงสร้างนาฬิกา เพื่อมอบการต้านทานแรงสะเทือนที่เหนือกว่า เพิ่มความคล่องตัวในการสวมใส่ ด้วยน้ำหนักวัสดุที่เบาลงกว่าเดิม ซึ่งวัสดุคาร์บอนนั้นเป็นที่นิยมในการใช้สำหรับสร้างชิ้นส่วนของอากาศยาน เนื่องจากมีคุณสมบัติน้ำหนักเบา และแข็งแรงทนทาน

โดย GRAVITY MASTER GWR-B1000 เป็นนาฬิการุ่นท็อปในซีรี่ส์ มีความแข็งแกร่ง ทนทาน พร้อมรูปลักษณ์ที่สวยงาม ด้วยการใช้ตัวเรือนคาร์บอนแบบผสานรวมเป็นชิ้นเดียวกัน (Carbon Monocoque Case) ที่สร้างขึ้นจากวัสดุเรซิ่นเสริมคาร์บอน-ไฟเบอร์ โดยผนึกตัวเรือนและชิ้นฝาหลังรวมเข้าเป็นชิ้นเดียวกัน พร้อมสายคาร์บอนไฟเบอร์เคลือบเรซิน ซึ่งสามารถต้านทานแรงดึงได้อย่างยอดเยี่ยม นอกจากนี้กรอบหน้าปัดยังทำจากเส้นใยคาร์บอนที่ทับซ้อนกันถึง 52 ชั้น การันตีความแข็งแรงทนทานในอีกระดับ

ทางด้านของคุณสมบัติ GRAVITY MASTER GWR-B1000 ยังคงคอนเซปต์นาฬิกาสำหรับนักเดินทาง ด้วยระบบ Bluetooth® สามารถเชื่อมต่อเข้ากับสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย เสริมด้วยฟังก์ชั่น Multiband 6 ซึ่งควบคุมด้วยคลื่นวิทยุ Bluetooth® ใช้ในการปรับเทียบมาตรฐานเวลา เพื่อความเที่ยงตรงในทุกสถานการณ์ นอกจากนี้ GWR-B1000 ยังมาพร้อมกับระบบพลังงาน ทัฟ โซลาร์ (Tough Solar) ซึ่งสามารถชาร์จไฟด้วยแสงอาทิตย์ ไฟฟลูออเรสเซนต์และแหล่งพลังงานแสงอื่นๆ เสริมด้วย TRIPLE G RESIST ที่ทนต่อแรงกระแทก แรงเหวี่ยง และแรงสั่นสะเทือน สามารถกันน้ำได้ถึง 200 เมตร มาพร้อมกับสองสีให้เลือกได้แก่ GWR-B1000-1A1 (สีน้ำเงิน x ดำ) และ GWR-B1000-1A (สีเทา x ดำ) ด้วยราคา 37,500 บาท

นอกจากนี้ สำหรับสาวก G-SHOCK พลาดไม่ได้กับนาฬิกา GRAVITY MASTER รุ่นพิเศษ GWR-B1000-1A Limited Edition ที่มาในลุคสปอร์ต เท่ห์ ด้วยฟินิชชิ่งสีแดงต้นตำหรับแบรนด์ G-SHOCK สุดโดดเด่น โดยจะวางจำหน่ายในประเทศไทยเพียง 40 เรือนเท่านั้น มูลค่าราคา 45,000 บาท

อีกหนึ่งรุ่นที่น่าจับตามองได้แก่นาฬิกา G-SHOCK รุ่น GA-2000 ซึ่งเป็นนาฬิกา G-SHOCK รุ่นแรกในประวัติศาสตร์ที่ผู้ส่วมใส่สามารถเปลี่ยนสายได้ด้วยตนเอง GA-2000 โดดเด่นที่โครงสร้าง Carbon Core Guard Structure พร้อมดีไซน์และสายที่มีสีสันในลุคสตรีทแฟชั่น เหมาะกับคนสมัยใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์แอ๊คทีฟและชื่นชอบการ MIX & MATCH ให้เข้ากับสไตล์การแต่งตัว มาพร้อมกับฝาหลังที่ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ ทำให้มีน้ำหนักเบาแต่ยังคงความแข็งแกร่งที่เหนือชั้นกว่า และยังช่วยปกป้องโมดูลภายในของนาฬิกาจากความเสียหายและการเสียรูปจากแรงกระแทกนาฬิการุ่น GA-2000 มาพร้อมกับฟังก์ชั่นมาตรฐานในการทำงานเช่น การแสดงเวลาโลก (World Time) ระบบจับเวลา 1/100 วินาที ระบบจับเวลาถอยหลัง ไฟ LED สองดวง นาฬิกาปลุกห้าเวลา และฟังก์ชั่นอื่นๆ โดยมีให้เลือกสรรสามสีสามสไตล์ด้วยกันได้แก่ GA-2000-1A2JF (สีฟ้า x ดำ) GA-2000-1A9JF (สีเหลือง x ดำ) และ GA-2000E-4JR (สีแดง x ดำ) ด้วยราคาที่จับต้องได้ เริ่มต้นเพียง 5,700 บาท


‘ยิปซัมตราช้าง’ จัดทริป exclusive พาครอบครัวยิปซัมตราช้างตะลุย กิน เที่ยว ช้อป แดนปลาดิบ !

“ยิปซัมตราช้าง” พาครอบครัวยิปซัมตราช้างจำนวน 70 ท่านร่วมเดินทางท่องเที่ยว ณ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อกระชับความสัมพันธ์ เสริมสร้างความแข็งแกร่ง และความร่วมมือร่วมใจเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน

กิจกรรมนี้เกิดขึ้นได้จากแคมเปญสะสมยอดซื้อสูงสุด โดยพาไปเยี่ยมชม 2 เมืองในดวงใจ โอซาก้า และเกียวโต ซึ่งถือเป็นดินแดนแห่งความสวยงามทางธรรมชาติและอารยธรรมมรดกโลก พร้อมเยี่ยมชมทัศนียภาพอันงดงามเต็มไปด้วยวัฒนธรรมอันล้ำค่าแบบเจาะลึก สำหรับไฮไลท์ในทริปนี้ คือ การทำกิจกรรมเชิงวัฒนธรรม และสวมชุดนินจา ณ หมู่บ้านนินจา เมืองเกียวโต


Privacy Preference Center