‘HAMILTON’ ฉลองปีแห่งภาพยนตร์ จัดงาน ‘HAMILTON PREVIEW 2019’ เผยคอลเลคชั่นจากภาพยนตร์ระดับ บล็อคบัสเตอร์ทั้ง Khaki Field Murph และ Ventura Skeleton
คุณกัญช์ ปฏิเวทภิญโญ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ แบรนด์แฮมิลตัน (HAMILTON) กล่าวถึงที่มาในการจัดงานเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองปีแห่งภาพยนตร์ซึ่งแบรนด์ Hamilton ถูกเรียกได้ว่า Hollywood watch จากการมีส่วนร่วมในภาพยนตร์มามากกว่า 450 เรื่อง และส่วนใหญ่จะเป็นภาพยนตร์ระดับมาสเตอร์พีซที่มี ‘เวลา’ เป็นตัวเดินเรื่องสำคัญ โดยมีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 1951 จากภาพยนตร์เรื่อง The Frogmen ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ถูกเสนอเข้าชิงรางวัลออสการ์ด้วย รวมไปถึงภาพยนตร์ชื่อดังอีกมากมาย อาทิ 2001: A Space Odyssey, Men in Black I, II และ III, Independence Day: Resurgence และ The Martian ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความคลาสสิกเหนือกาลเวลาที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านการออกแบบและการใช้งานด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมด้วย การเผยโฉมคอลเลคชั่นสุดพิเศษของปีนี้
ในส่วนของรุ่นล่าสุดอย่าง Khaki Field Murph ซึ่งได้ปรากฏในภาพยนตร์สุดล้ำระดับบล็อคบัสเตอร์ ‘Interstellar’ ที่ถูกฉายทั่วโลกในปี 2014 ด้วยดีไซน์สุดพิเศษที่รวมห้วงเวลาสำคัญจากภาพยนตร์มาถ่ายทอดลงบนตัวเรือนอย่างพิถีพิถัน Khaki Field Murph มาพร้อมตัวเรือนสแตนเลสสตีลขนาด 42 มม. และหน้าปัดสีดำสนิท ที่ช่วยสะกดทุกสายตาให้จับจ้องมาที่ข้อมือคุณ พร้อมกลไกอัตโนมัติรหัส H-10 และกำลังลานสำรองสูงสุด 80 ชั่วโมง สามารถกันน้ำได้ที่ความลึกระดับ 100 เมตร (10 บาร์) มาพร้อมสายหนังสีดำ

ความพิเศษของ Khaki Field Murph จะอยู่ที่พรายน้ำสีขาวบนเข็มชั่วโมงและเข็มนาทีที่มาพร้อมเทคโนโลยีเคลือบสารเรืองแสง Super-LumiNova® สีเบจ ในขณะที่เข็มวินาทีเคลือบนิกเกิลพร้อมคำว่า EUREKA ในรหัสมอร์ส กิมมิคสุดเจ๋งที่ชวนให้แฟนหนัง Interstellar หลงใหลและหวนระลึกถึงช่วงเวลาสุดสำคัญนอกจากนี้ยังมีจุดเชื่อมโยงสุดลึกซึ้งที่ทำให้นาฬิกาเรือนนี้พิเศษยิ่งขึ้น คือ กล่องนาฬิกาหรูหราสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ถูกออกแบบพิเศษขึ้นเพื่อสะท้อนภาพบาศก์สี่มิติอันโด่งดังจากในเรื่องซึ่งมีเพียง2,555 ชิ้นทั่วโลก
กล่องนาฬิกาสุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากจำนวน 2,555 วันบนพื้นโลกที่เปรียบได้กับระยะเวลา 7 ปี และเทียบเท่าระยะเวลา 1 ชั่วโมงที่ตัวละคร Cooper นำยานลงจอดในภาพยนตร์ Interstellar จนกลายมาเป็นกล่องนาฬิกาดีไซน์โดดเด่นที่แฝงเรื่องราวสะท้อนให้เห็นถึงช่วงเวลาที่แตกต่างแต่ยังเชื่อมกันได้อย่างน่าอัศจรรย์
อีกหนึ่งคอลเลคชั่นที่มีความพิเศษของปีนี้คือ Ventura Skeleton ที่เผยโฉมครั้งแรกบนข้อมือของซุปเปอร์ฮีโร่ อย่าง Iron man ในภาพยนตร์ไซไฟสุดฮิต Spider-Man: Homecoming โดย Ventura Skeleton ได้รับแรงบันดาลใจจากสไปเดอร์แมนด้วยหน้าปัดสะท้อนโครงร่างใยแมงมุมที่ถูกถักทออย่างประณีต แต่ยังคงรูปทรงของตัวเรือนอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ที่มีมาตั้งแต่ปี 1957

หน้าปัดเผยให้เห็นกลไกอัตโนมัติรหัส H-10 และกำลังลานสำรองสูงสุด 80 ชั่วโมง สามารถกันน้ำได้ที่ความลึกระดับ 50 เมตร (15 บาร์) พร้อมด้วยสายยางสีดำที่เข้ากันได้อย่างลงตัว ซึ่งเชื่อว่านาฬิการุ่น Ventura Skeleton จะดึงดูดและสะกดทุกสายตาของผู้ที่พบเห็นอย่างแน่นอนด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นและเต็มเปี่ยมไปด้วยรายละเอียด
นอกจากนั้นในงานยังมีนาฬิการุ่นอื่นๆ อีกมากมายไม่ว่าจะเป็น Ventura, Jazzmaster, Khaki Navy Scuba, Khaki Field, Khaki Pilot, Spirit of Liberty ที่จะว่างขายในปีนี้มาให้ชมกันและปิดท้ายด้วยคอนเสิร์ตจากศิลปินยุค90 ทั้ง ฟอร์ด สบชัย ไกรยูรเสน ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล แอน ธิติมา ประทุมทิพย์ ว่าน ธนกฤต พานิชวิทย์ ติ๊ก Mr.Team และละมุนแบนด์ (จั๊ก-ชวิน จิตรสมบูรณ์, ต้าร์–สุรชัย วงษ์บัวขาว และปิงปอง-ศิรศักดิ์ อิทธิพลพาณิชย์)
สัมผัสกับที่สุดนาฬิกาแห่งภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดได้แล้วที่เคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ
Central World | Central Chidlom | Central Ladprao |Central Pinklao|CityMall |Central Pattaya
Central Samui |Robinson Phuket |The Mall Bangkae
ASICS เปิดตัว GEL-BND™ โมเดลคลาสสิกสุดคูล!

โมเดล GEL-BONDI ดั้งเดิมเปิดตัวครั้งแรกที่ออสเตรเลีย ในช่วง Spring ปีค.ศ. 1998 ในฐานะรองเท้าสำหรับไตรกีฬา ที่มีน้ำหนักเบา และระบายอากาศได้เป็นอย่างดี ในครั้งนี้ ASICS เปลี่ยนโฉมจากสีสันอันเรียบง่ายของโมเดลเดิม เป็นสีสันสุดเร้าใจที่จะทำให้เหล่านักไตรกีฬาผู้สวมใส่โดดเด่นเหนือใคร ถือได้ว่าเป็นการนำจิตวิญญาณของโมเดลนี้ มารังสรรค์เป็นโมเดลใหม่ที่ล้ำสมัยกว่าที่เคยมีมา
ส่วน midsole สไตล์ chunky สุดคูลของรองเท้า GEL-BND™ นั้นได้รับแรงบันดาลใจจากดีไซน์ของ 2 โมเดลสุดคลาสสิก ได้แก่ GEL-DIABLO™ และ GEL-KAYANO™ 5 OG ซึ่งโมเดล GEL-BND™ นี้นับได้ว่าเป็นการนำส่วนประกอบที่สำคัญจากโมเดลอันโดดเด่นเหนือกาลเวลามาครีเอทเป็นโมเดลโฉมใหม่สุดทันสมัย
รองเท้าน้ำหนักเบามาพร้อมกับผ้าตาข่ายในแบบดั้งเดิมที่ช่วยระบายอากาศได้ดี พร้อมด้วยสีสันอันโดดเด่นแสดงถึงจิตวิญญาณของแบรนด์ โลโก้บริเวณลิ้นรองเท้าสะท้อนถึงการออกแบบที่ไม่ซ้ำใคร นอกจากนี้ตำนานของ GEL-BONDI ยังคงถูกถ่ายทอดผ่านรายละเอียดด้านหลังรองเท้าด้วยดีไซน์เดิมแต่โดดเด่นด้วยสีสันที่แตกต่าง
GEL-BND มีวางจำหน่ายแล้ว ที่ร้าน 24 Kilates, Seek, Carnival และ ATMOS ในราคา 2,700 บาท
‘กรังด์ปรีซ์’ เปิดศึกชิงเค้กอีสปอร์ตหมื่นล้าน! ชูมาตรฐานการแข่งขันระดับสากล
นายอโณทัย เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการด้านพัฒนาธุรกิจ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “การที่บริษัทสนใจขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดอีสปอร์ต ส่วนหนึ่งก็เพราะบริษัทเล็งเห็นว่า อีสปอร์ตเป็นกีฬายอดนิยมของทั่วโลกในยุคปัจจุบัน โดยการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่ทั่วถึงมากขึ้น ทำให้วงการเกมออนไลน์ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงประเทศไทยเองจากจำนวนประชากรที่มีอยู่ประมาณ 68 ล้านคน กว่า 30% หรือประมาณ 20 ล้านคน เป็นผู้ที่อยู่ในตลาดเกมออนไลน์ ส่งผลให้ในปีที่ผ่านมา อีสปอร์ตในประเทศไทยมีการเติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 20% จากปีก่อนหน้า หรือคิดเป็นมูลค่าตลาดสูงถึง 10,000 ล้านบาท
ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตของตลาดทั่วโลก ที่ทาง Newzoo ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำการสำรวจตลาดเกม อีสปอร์ต และเป็นพันธมิตรและที่ปรึกษาด้านการตลาดทั่วโลก คาดการณ์ว่า อัตราการเติบโตของรายได้ของวงการอีสปอร์ตนั้นจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ราว 29% ในช่วงปี 2017–2020 ซึ่งจะทำให้ตลาดของวงการอีสปอร์ตมีมูลค่าสูงถึง 1.48 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2022
อย่างไรก็ตาม การที่บริษัท ตัดสินใจซื้อลิขสิทธิ์เกม Gran Turismo Sport (GT Sport) จากทางบริษัท Polyphony Digital นั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะตัวเกมที่มีศักยภาพ มีความสมจริง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการขับขี่ เรื่องของสนามที่ใช้แข่งขัน รวมถึงมีระบบโครงสร้างของการแข่งขันที่ชัดเจน ซึ่งรูปแบบการแข่งขันทางบริษัทฯ ใช้รูปแบบเดี่ยวกับที่ทาง FIA (Federation Internationale de l’Automobile) ได้จัดการแข่งขัน FIA Certified Gran Turismo Championships ซึ่งการจัดการแข่งขันของบริษัทฯ ได้รับการรับรองจากราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งเป็นตัวแทนของ FIA ในประเทศไทยอีกด้วย ทั้งนี้ ก็เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนานักกีฬาอีสปอร์ตของไทยให้ก้าวสู่การแข่งขันในระดับโลก
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯเชื่อว่า ทิศทางในอนาคตของอุตสาหกรรมอีสปอร์ตนั้นจะเติบโตได้อีกจากการเติบโตของตลาดเกมที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงการได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐผลักดันให้เป็นกีฬาเต็มตัว ขณะที่ปัจจุบันภาคการศึกษาเองก็เริ่มที่จะเปิดกว้าง และขยายหลักสูตรเพื่อผลิตบุคลากรในวงการอีสปอร์ตเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น จึงถือเป็นโอกาสสำหรับบริษัทฯ ในการที่จะต่อยอดและใช้ประโยชน์จากการเติบโตของอีสปอร์ตในไทยอีกด้วย
‘บีเอ็มดับเบิลยู’ ร่วมกับโรงแรม ‘โรสวูด’ มอบประสบการณ์ระดับพรีเมียมด้วยบีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7
บีเอ็มดับเบิลยู 730Ld M Sport ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความหรูหราและความสง่างามสไตล์สปอร์ต ผสานความสะดวกสบายและสมรรถนะการขับขี่ไว้อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยไฟหน้าที่โฉบเฉี่ยวแบบ LED ปรับอัตโนมัติ กระจังหน้าไตคู่ล้อมกรอบโครเมียม พร้อมกับระบบ Air Flap Control ซึ่งจะทำงานเมื่อตัวรถต้องการระบายความร้อน ส่วนเครื่องยนต์ 6 สูบ กำลังขับเคลื่อนสูงสุด 195 แรงม้า ทำงานคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดที่สามารถช่วยลดอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงได้อย่างดีเยี่ยม ด้วยค่าเฉลี่ยเพียง 18.2 กิโลเมตร/ลิตร ขณะที่ระบบช่วงล่างล้อหลังแบบถุงลมยังสามารถปรับระดับได้อัตโนมัติ เพื่อยกระดับความสบายตลอดการเดินทาง
ส่วนห้องโดยสารภายในกว้างขวาง มาพร้อมสัดส่วนพื้นที่เก็บสัมภาระที่ลงตัว เพียบพร้อมด้วยฟังก์ชั่นและดีไซน์พิเศษที่ออกแบบมาเพื่อประสบการณ์การเดินทางที่เหนือกว่าของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร มีการเพิ่มวัสดุลดเสียงรบกวนจากภายนอกห้องโดยสาร รวมถึงอุปกรณ์ภายในเพื่อความสะดวกสบาย เบาะที่นั่งมาพร้อมฟังก์ชั่นนวดสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ระบบเสียงรอบทิศทาง Harman Kardon พร้อมลำโพง 16 ตัว
หลังคากระจกแบบ Sky Lounge Panorama เพิ่มความโอ่โถงให้กับห้องโดยสาร ยามค่ำคืน ไฟ LED ด้านข้างจะสาดส่องให้แผ่นกระจกเปล่งประกายระยิบระยับทั่วแผ่น ราวกับเป็นท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยผืนดาว นอกจากนี้ ยังมีระบบความบันเทิงอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นจอแสดงผลสำหรับผู้โดยสารขนาด 9.2 นิ้ว สามารถปรับและควบคุมระบบต่างๆ ได้อย่างอิสระผ่านสวิตซ์ iDrive ที่ติดตั้งอยู่บริเวณที่พักแขน ซึ่งทำงานร่วมกับ BMW Gesture Control หรือการสั่งงานด้วยการเคลื่อนไหวของมือโดยไม่ต้องสัมผัสหน้าจอ โดยใช้เซ็นเซอร์ 3 มิติจับการเคลื่อนไหวเพื่อสั่งงานระบบควบคุมความบันเทิงและการสื่อสาร
นอกจากนี้ ผู้โดยสารยังสามารถเลือกสั่งการและควบคุมระบบต่างๆ ของรถจากการสัมผัสหน้าจอแท็บเล็ตพกพาขนาด 7 นิ้วด้วยฟังก์ชั่นบีเอ็มดับเบิลยู ทัช คอมมานด์ (BMW Touch Command) ที่ครอบคลุมทั้งการปรับที่นั่ง แสงไฟภายในตัวรถ การปรับอุณหภูมิ รวมถึงระบบความบันเทิงต่างๆ ระบบนำทาง และระบบการสื่อสาร เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายอย่างเหนือชั้นให้แก่ผู้โดยสาร
สมัครด่วน ‘ขับเป็น…ขับปลอดภัย กับ สื่อสากล’ ประจำปี 2562 โครงการอบรมวิธีแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ให้รอดพ้นจากอุบัติเหตุบนท้องถนนโดยครูฝึกมืออาชีพ
การอบรมเน้นเทคนิคการสอนที่เข้าใจง่าย แบ่งเป็นภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ ซึ่งผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้การใช้รถยนต์ 3 แบบ ได้แก่ Mercedes-Benz ขับเคลื่อนล้อหน้า BMW ขับเคลื่อนล้อหลัง และ Subaru ขับเคลื่อน 4 ล้อ

สถานีฝึกภาคปฏิบัติ แบ่งเป็น 3 สถานี คือ Oversteer – แก้ไขอาการรถหมุน Understeer and Emergency Brake – แก้ไขอาการหลุดโค้งและการเบรคฉุกเฉิน Lane Change/ELK Test – การเปลี่ยนช่องทางกะทันหัน เมื่อเจอสิ่งกีดขวาง ซึ่งทุกคนที่อบรมจะได้เรียนรู้ และปฏิบัติจริงทุกสถานี
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม Slalom และ Hot Lap เพื่อทดสอบความรู้ที่เรียนมา และเมื่อจบหลักสูตรผู้เข้าอบรมจะได้รับประกาศนียบัตรจากโครงการ ผู้สนใจสามารถเลือกสมัครเข้าอบรมในวันที่ 18, 19 พฤษภาคม 17, 18 สิงหาคม และ 6 ตุลาคม 2562 สมัครได้ที่ skilldriving.imc.co.th เพียง 3,900 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมทาง www.facebook.com/skilldriving หรือ โทร. 0-2641-8444 ต่อ 214


ยูโรไบค์ อิมพอร์ต ส่ง ‘PAKELO’ น้ำมันหล่อลื่นคุณภาพสูงจากอิตาลีลุกตลาดมอเตอร์สปอร์ต!
นายธีรภัทร เอี่ยมจินดา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูโรไบค์ อิมพอร์ต โมโตราด (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยว่า “จากความชื่นชอบในแบรนด์สินค้าของประเทศอิตาลี ที่โดดเด่นในเรื่องเทคโนโลยี และคุณภาพ รวมถึงความหรูหรา มีระดับ ทำให้มีความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นแบรนด์ Pakelo จากประเทศอิตาลี ที่มีความโดดเด่นในเรื่องเทคโนโลยี และประสิทธิภาพ รวมไปถึงแพคเกจที่ดูหรูหรา พรีเมี่ยม ซึ่งพิสูจน์ได้จากการที่ทีมแข่งซูปเปอร์คาร์ในอิตาลีส่วนใหญ่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์หล่อลื่นแบรนด์ Pakelo
สำหรับการนำผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นแบรนด์ Pakelo เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยนั้น ทางบริษัทฯ ได้เริ่มนำน้ำมันหล่อลื่นแบรนด์ Pakelo มาทดสอบประสิทธิภาพการใช้งานในเมืองไทย ตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งได้ลองใช้งานทั้งกับรถมอเตอร์ไซค์ และรถยนต์ โดยมีรูปแบบการใช้งานทั้งแบบใช้ในชีวิตประจำวัน และใช้ในสนามแข่ง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าน้ำมันหล่อลื่นแบรนด์ Pakelo ที่เราจะนำเข้ามาจำหน่ายนั้นเป็นน้ำมันหล่อลื่นที่มีประสิทธิภาพ และเหมาะกับการใช้งานในเมืองไทยเป็นอย่างดี
โดยระยะเวลากว่า 1 ปี ที่ได้ทำการทดสอบประสิทธิภาพของน้ำมันหล่อลื่นแบรนด์ Pakelo ในประเทศไทยนั้น ได้มีการส่งตัวอย่างน้ำมันหล่อลื่นที่ผ่านการใช้งานกลับไปที่ห้องแลป Pakelo ที่ประเทศอิตาลี เพื่อทำการวิเคราะห์ ปรับปรุง และพัฒนาสูตรของน้ำมันหล่อลื่น จนเรามั่นใจแล้วว่าผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นแบรนด์ Pakelo ที่นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย ยูโรไบค์ อิมพอร์ต โมโตราด (ไทยแลนด์) เป็นสูตรน้ำมันหล่อลื่นที่มีเทคโนโลยีสูง และเหมาะกับการใช้งานในเมืองไทย
สำหรับผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นแบรนด์ Pakelo ทาง ยูโรไบค์ อิมพอร์ต โมโตราด (ไทยแลนด์) ได้รับสิทธิ์จาก Pakelo Motor Oil ประเทศอิตาลี ให้เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โดยผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามาจำหน่ายนั้นครอบคลุมทั้งรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นรถบ้านที่ใช้งานในชีวิตประจำวัน หรือจะเป็นรถแข่งหรือซูเปอร์คาร์ที่เน้นสมรรถนะและการปกป้องที่มากกว่า อีกทั้งในส่วนของรถจักรยานยนต์ เราก็นำเข้ามาจำหน่ายตั้งแต่รถสกู๊ตเตอร์ขนาดเครื่องยนต์ 150 cc ไปจนถึงรถบิ๊กไบค์ขนาดเครื่องยนต์ที่มากกว่า 1,000 cc ซึ่งมีทั้งน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำมันเบรก และน้ำยาหล่อเย็น
ด้านนโยบายการทำตลาดในประเทศไทยนั้น ทาง ยูโรไบค์ อิมพอร์ต โมโตราด (ไทยแลนด์) ตั้งเป้ายอดขายในปีนี้ไว้ที่ 30,000 ลิตร ผ่านตัวแทนจำหน่ายในแต่ละภาค เพื่อกระจายสินค้าไปสู่ตัวแทนรายย่อยในแต่ละภาค โดยปัจจุบันมีตัวแทนจำหน่ายรายย่อยแล้วกว่า 50 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งปลายปีจะมีการขยายเครือข่ายเพิ่มขึ้น โดยเราตั้งเป้าไว้ที่ 100 แห่งทั่วประเทศ พร้อมทั้งเข้าไปวางจำหน่ายในศูนย์บริการรถยนต์มาตรฐาน และในอนาคตอันใกล้จะมีศูนย์บริการ Pakelo แบบครบวงจร โดยเริ่มจากในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจะขยายไปยังจังหวัดใหญ่ๆ ทั้วประเทศ
ส่วนกลยุทธ์ในการประชาสัมพันธ์แบรนด์สินค้า Pakelo นั้น เราจะใช้กลยุทธ์มอเตอร์สปอร์ต มาร์เก็ตติ้ง (MOTORSPORT MARKETING) ในการเข้าไปเป็นสปอนเซอร์รถแข่งในทุกสาขา ทั้งในกลุ่มรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นทางเรียบ ทางฝุ่น แดร็ก หรือดริฟท์ และรถจักรยานต์ ที่ครอบคลุมทั้งทางเรียบ และทางฝุ่น อีกทั้งยังส่งทีมของ Pakelo เข้าไปร่วมทำการแข่งขันทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในระดับเอเชีย ร่วมกับทีม Pakelo ฮ่องกง และ Pakelo มาเลเซีย
พร้อมกันนี้เรายังจัดให้มีการประกวด Pakelo Race Queen ขึ้นเป็นปีแรก เพื่อช่วยประชาสัมพันธ์แบรนด์สินค้า Pakelo ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยผู้ประกวดที่ได้รับตำแหน่ง จะเป็นผู้ทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์สินค้าให้ความรู้ ความเข้าใจกับลูกค้า และสื่อมวลชน ผ่านกิจกรรมที่เราจะมีขึ้นตลอดทั้งปี ซึ่งจากรอบคัดเลือกที่ผ่านมา สาวๆ ที่มาเข้าร่วมประกวด Pakelo Race Queen เป็นที่รู้จัก และมีคนติดตามในโซเชียลมากอยู่แล้ว การประกวดจึงเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวาง และมีผู้ร่วมลงคะแนนโหวตในรอบคัดเลือกอย่างล้นหลาม นับเป็นการจัดการประกวดครั้งแรกที่ประสบผลสำเร็จอย่างดีของบริษัทฯ” นายธีรภัทร กล่าวปิดท้าย
สยามแอดเวนเจอร์คลับ พร้อมสรรพเอาใจทุกครอบครัว : โรงแรมโนโวเทล หัวหิน ชะอำ บีช รีสอร์ท แอนด์ สปาเปิดตัว “สยาม แอดเวนเจอร์ คลับ” พื้นที่แห่งความบันเทิงครบครันทุกความสนุกสำหรับทุกคนในครอบครัว ในเดือน พฤษภาคม 2562 นี้
ความสนุกแห่งใหม่สำหรับครอบครัว พร้อมเสริฟแล้ว ทั้งโรงภาพยนตร์ ห้องเกมส์อาเคด และร้านขายขนม ของเด็กเล่น กิจกรรมเวิร์คชอปแต่งหน้าคัพเค้ก ชั้นเรียนต่อยมวยไทย และอีกหลากหลายความบันเทิงต้อนรับวันหยุด วันพักผ่อนของทุกครอบครัว โรงแรมโนโวเทล หัวหิน ชะอำ บีช รีสอร์ท แอนด์ สปา ต้อนรับแขกผู้มีเกียรติด้วยห้องพักทั้งหมด 7 รูปแบบ รวมถึงห้องพักและห้องสวีทแบบครอบครัว ซึ่งประกอบด้วย ห้องนอนเตียงใหญ่ และเตียงสองชั้น พร้อมต้อนรับเด็กๆ ด้วยการตกแต่งสุดน่ารัก
เดือน พฤษภาคม 2562 เตรียมพบกับสีสัน และความสนุกโฉมใหม่แห่งวันหยุดพักผ่อนในหัวหิน ได้ที่ โรงแรมโนโวเทล หัวหิน ชะอำ บีช รีสอร์ทแอนด์สปา เพียง 2 ชั่วโมงจากกรุงเทพ และเพียง 15 นาทีสู่ตลาดกลางเมืองหัวหิน สำรองห้องพัก
โทร (66) 32-708-300 หรือ Email: [email protected] และเยี่ยมชมเว็บไซต์ของทางโรงแรมได้ที่ : www.novotelhuahin.com

‘เจนี่-พีเค-โยเกิร์ต’ ร่วมงานเปิดตัว “ซัมซุง คิว แอลอีดี 8K” ที่สุดประสบการณ์ใหม่แห่งความสมจริง ยกระดับทุกคอนเทนต์คมชัดลึกทุกมิติ
ซัมซุง เผยโฉม “ซัมซุง คิว แอลอีดี 8K” (Samsung QLED 8K) ครั้งแรกกับสุดยอดนวัตกรรมทีวีซึ่งถ่ายทอดความคมชัดเสมือนจริงระดับ 8K ด้วยการประมวลผลทุกความบันเทิงทั้งภาพและเสียงอย่างชาญฉลาดของชิปเซต Quantum Processor 8K และเทคโนโลยี 8K AI Upscaling นวัตกรรมล้ำยุคจากซัมซุงที่ช่วยอัพเกรดคุณภาพคอนเทนต์ให้ใกล้เคียง 8K โดยอัตโนมัติ นำประสบการณ์ความบันเทิงแห่งอนาคตมาถึงบ้านคุณก่อนใคร พร้อมกันนี้ยังเปิดตัวผลิตภัณฑ์ คิว แอลอีดี และซาวด์บาร์ รุ่นใหม่ ปี 2019 ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดทีวีอันดับหนึ่งระดับโลกอย่างต่อเนื่อง 13 ปีซ้อน

ภายในงาน ยังมีนักแสดงและเซเลบริตี้ชื่อดัง ผู้มีไลฟ์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ มีความชื่นชอบและไม่พลาดที่จะอัพเดตเทรนด์ใหม่ ๆ อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นนางเอกสาว เจนี่ อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร และพิธีกรชื่อดังมากความสามารถอย่างหนุ่ม พีเค-ปิยะวัฒน์ พร้อมจูงมือ โยเกิร์ต-ณัฐฐชาช์ ว่าที่เจ้าสาวคนสวยผู้หลงไหลในเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาร่วมพูดคุยพร้อมอัพเดตเรื่องราวอย่างเป็นกันเอง เผยมุมมองประสบการณ์ความบันเทิงแบบเหนือชั้นผ่าน ซัมซุง คิว แอลอีดี 8K

เจนี่ เผยว่าซัมซุง คิว แอลอีดี 8K จากซัมซุง สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของเธอได้อย่างลงตัว “ปกติ เจนี่ ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่บ้าน นอกเหนือจากการออกกำลังกายแล้ว เจนี่จะชอบดูซีรี่ส์ ละคร และติดตามคอนเทนต์ใหม่ ๆ เป็นประจำอยู่แล้วค่ะ ซึ่งเรื่องของความคมชัดเป็นสิ่งสำคัญ ยิ่งถ้าเราได้ดูบนหน้าจอขนาดใหญ่และภาพสวยด้วยแล้ว ยิ่งเพิ่มอรรถรสในการรับชมมากขึ้นค่ะ อย่างทีวี ซัมซุง คิว แอลอีดี 8K ที่มีฟีเจอร์ AI Upscaling ที่สามารถอัพสเกลภาพและวิดีโอทั่วไปให้มีความละเอียดสูงสุดถึง 8K ให้ภาพที่สมจริงและคมชัดมากขึ้นไปอีก เวลาเจนี่ดูละครที่ตัวเองเล่นแล้วได้เห็นอารมณ์ของนักแสดงสื่อสารออกมาอย่างชัดเจน และเห็นภาพโลเคชั่นสถานที่ถ่ายทำเหมือนที่ตาเจนี่เห็น อันนี้น่าทึ่งมาก ๆ อยากให้ทุกคนได้ลองสัมผัสด้วยตาตัวเองค่ะ รวมทั้งดีไซน์ของ QLED 8K รุ่นนี้ ออกแบบมาได้สวย เรียบหรู ลงตัว และมีฟีเจอร์ Magic Screen ที่เปลี่ยนทีวีให้เป็นกรอบรูปหรือกลมกลืนกับผนัง เข้ากับสไตล์การตกแต่งบ้านของเจนี่มาก ๆ ค่ะ”

ด้านคู่ของหนุ่ม พีเค และนางแบบสาว โยเกิร์ต เผยว่า “เราชอบใช้เวลาพักผ่อนด้วยกัน และด้วยความที่โยเกิร์ตจบวิศวกรมา ก็จะมีความชื่นชอบและในเทคโนโลยีใหม่ ๆ เป็นพิเศษ แล้วยิ่งได้มาอยู่กับพีเคที่เป็นคนชื่นชอบแก็ดเจตใหม่ ๆ ของซัมซุงอยู่แล้ว พอปีนี้ซัมซุงมี QLED 8K เรายิ่งตื่นเต้นกับฟีเจอร์ที่ใหม่ ๆ และคิดว่าคงกลับไปดูทีวีแบบเดิม ๆ ไม่ได้แล้วค่ะ” ส่วนหนุ่ม พีเค เผยว่า “นอกจากความคมชัดระดับ 8K แล้ว ผมชอบฟีเจอร์ Bixby ผู้ช่วยคำสั่งเสียงอัจฉริยะที่เป็นเหมือนอ่างของความรู้ทุกอย่างบนโลกใบนี้ที่คุณสามารถสั่งการด้วยเสียงได้ และกำลังจะรองรับภาษาไทยเร็ว ๆ นี้ สมมติ ถ้าคุณดูหนังแล้วชอบนักแสดงสักคน ก็สามารถออกคำสั่งให้ Bixby ช่วยค้นหาผลงานของเขาได้ อย่างเช่น ผมชอบ Bruno Mars แค่ผมออกคำสั่งเสียงให้ Bixby ช่วยค้นหาชื่อนักร้องได้ทันที ก็จะมีลิสต์เพลงบนหน้าจอออกมากเลย นี่แหล่ะคือฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์คนสมัยนี้”

ซัมซุง คิว แอลอีดี 8K (Q900) วางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้ว ในขนาดหน้าจอ 65 นิ้ว 75 นิ้ว 82นิ้ว และ 98 นิ้ว ในราคาเริ่มต้นที่ 199,990 บาท ถึง 2,999,990 บาท สำหรับ คิว แอลอีดี ความละเอียด 4K รุ่นใหม่ของปีนี้ มีให้เลือกด้วยกัน 4 รุ่น ได้แก่ Q90 (65”, 82”) Q80 (55”, 65”, 75”) Q75 (55”) และ Q60 (55”, 65”, 75”, 82”) ราคาเริ่มต้นที่ 39,990 บาท ถึง 179,990 บาท ส่วนซาวด์บาร์มีกำหนดวางจำหน่ายในประเทศไทย 3 โมเดล ได้แก่ Q90R และ Q80R วางจำหน่ายในเดือนกรกฏาคม ลำโพงสองโมเดลนี้มาในระบบเสียง Dolby Atmosและ DTS X และอีกโมเดล Q60R ด้วยเทคโนโลยีซัมซุง อะคูสติก บีม (Samsung Acoustic Beam) ให้เสียงโอบล้อมแบบพาโนรามา จะวางจำหน่ายในเดือนพฤษภาคม ในราคา 15,990 บาท

อาสาฯ ซัมซุง ร่วมปลูกต้นไม้ ช่วยลด PM 2.5 ในกิจกรรม “Samsung Love & Care”
ปัจจุบัน กรุงเทพมหานครจัดเป็นเมืองหลวงที่มีมลภาวะทางอากาศสูงติดอันดับโลก ซึ่งเป็นผลกระทบจากปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินกว่า 2.5 ไมครอน หรือที่เรียกกันว่า PM2.5 โดยระหว่างช่วงต้นปีที่ผ่านมา ประชาชนในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ได้รับคำแนะนำให้หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่แจ้ง และต้องสวมใส่หน้ากากเพื่อป้องกันฝุ่น โดยวิกฤตในครั้งนี้ได้นำมาซึ่งความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาที่กระทบกับการดำรงชีวิตของคนในสังคม บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด จึงมีแนวคิดที่จะจัดกิจกรรมเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมด้วยการช่วยปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียว และเพื่อจุดประกายให้ทุกคนเห็นว่า เราสามารถช่วยให้สภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมดีขึ้นได้ ด้วยมือของพวกเราทุกคน

มร. โฮจุน ฮวาง ประธานธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า “ซัมซุงตระหนักดีว่าธรรมชาตินั้นเป็นสิ่งสำคัญต่อชีวิตของเราเป็นอย่างยิ่ง ทุกๆ คน รวมถึงพนักงานของพวกเราเอง ต่างก็เผชิญกับผลกระทบจากวิกฤตการมลภาวะทางอากาศเช่นกัน ดังนั้นในวันนี้ อาสาฯ ซัมซุงกว่า 70 คน ที่มาจากทั้งสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพมหานคร โรงงานในอำเภอศรีราชา และบริษัท ไทยซัมซุง ประกันชีวิต จํากัด (มหาชน) จึงได้ร่วมมือกันเพื่อช่วยบรรเทาปัญหามลภาวะทางอากาศ ด้วยการปลูกต้นไม้ และดำเนินกิจกรรมเชิงอนุรักษ์ ที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบก (บางปู)ฯ ซัมซุงภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการช่วยเพิ่มความสมดุลให้กับระบบนิเวศ เพื่อช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมให้อยู่กับทุกคนไปนานๆ”
จากผลสำรวจจากหน่วยงานเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างมหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่าการปลูกต้นไม้นั้นสามารถลดและดักจับฝุ่นละอองได้ โดยต้นไม้จะดูดซับสารพิษในอากาศได้ 10-90% และช่วยเก็บฝุ่นได้ถึง 60-80% ซัมซุงจึงเชื่อว่าพวกเราทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ และต้นไม้ทุกต้นนั้นมีความสำคัญในการลดปัญหามลภาวะทางอากาศได้ในระยะยาว
กิจกรรม Samsung Love and Care ครั้งนี้ เหล่าอาสาสมัครกว่า 70 คน ได้ร่วมกันปลูกต้นโกงกาง 300 ต้น เพื่อช่วยดักจับฝุ่นละอองและเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับป่าชายเลนในพื้นที่ของศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบก (บางปู) ฯ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 639 ไร่ โดยนอกจากจะปลูกป่าแล้ว ชาวจิตอาสายังร่วมปล่อยปู จำนวน 60 ตัว ที่ถูกจับเพื่อรอนำไปขาย ให้กลับคืนสู่ธรรมชาติ รวมทั้งยังร่วมมือกันเก็บขยะบริเวณชายฝั่งได้ถึง 188 กิโลกรัม ซึ่งกิจกรรมนี้ไม่ได้เพียงแค่ช่วยลดมลภาวะเท่านั้น แต่ยังคืนความอุดมสมบูรณ์ให้กับระบบนิเวศบริเวณป่าชายเลนอีกด้วย

ดร.ฉวีวรรณ หุตะเจริญ ประธานมูลนิธิสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ประเทศไทย) ตัวแทนจากศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบกบางปู กล่าวว่า “ศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบกบางปูเป็นศูนย์ศึกษาแรกที่ให้ความรู้เรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติ ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2548โดยมีวัถุประสงค์เพื่อฟื้นคืนระบบนิเวศป่าโกงกางในเขตพื้นที่บางปู ซึ่งได้รับผลกระทบจากขยะอุตสาหกรรม และด้วยความที่บางปูนั้นตั้งอยู่ติดกับกรุงเทพมหานคร เราจึงเชื่อว่าการปลูกต้นไม้เพิ่มในบริเวรนี้ จะช่วยบรรเทาปัญหามลภาวะทางอากาศให้กับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลได้ นอกเหนือจากปัญหามลภาวะแล้วนั้น ปีนี้ศูนย์วางแผนไว้ว่าจะขยายบริเวณป่าโกงกางให้กว้างขึ้น เพื่อสร้างความสมดุลให้ระบบนิเวศและแก้ปัญหาชายฝั่งถูกกัดเซาะ ดังนั้นการที่มีเหล่าอาสาสมัครจากซัมซุง มาร่วมมือกันฟื้นสิ่งแวดล้อมอีกครั้ง จึงนับได้ว่าเป็นประโยชน์มาก”
วีระพงษ์ แก้ววงษ์บน หนึ่งในอาสาสมัครจากซัมซุง เผยว่า “วันนี้ได้ร่วมกิจกรรมหลายอย่าง ทั้งปลูกป่า ปล่อยปู และเก็บขยะ ก่อนหน้านี้ผมเคยแต่ฟังข่าวเรื่องฝุ่น PM2.5 แต่ยังไม่เคยได้ทำอะไรเพื่อช่วยแก้ปัญหานี้ แต่วันนี้ผมได้เป็นส่วนหนึ่งในการปลูกป่า ซึ่งจะช่วยลดฝุ่นทางอ้อม ก็รู้สึกดีใจที่แม้เราจะเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ในสังคม และก็สามารถช่วยแก้ปัญหานี้ได้ นอกจากนี้ยังได้รับความรู้เกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพจากเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ ทำให้รู้สึกถึงคุณค่าของสิ่งแวดล้อมรอบตัวมากขึ้นครับ” 
Samsung Love and Care เป็นโครงการเพื่อสังคมระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเชียงใต้และโอเชเนีย ที่ริเริ่มขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2556 และยังคงดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่องทุกปีจนถึงปัจจุบัน เหล่าอาสาสมัครจากซัมซุงได้เข้าร่วมกิจกรรมในโครงการฯ รวมเป็นเวลากว่า 10,000ชั่วโมง เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คนในสังคม โดยปัจจุบันมีผู้ได้รับความช่วยเหลือจากโครงการนี้เป็นจำนวนกว่า 9,000 คน
UA RUSH เสื้อผ้ากีฬาจัดเต็มนวัตกรรมระดับโลกจาก อันเดอร์ อาร์เมอร์ สำหรับนักกีฬาตัวจริง!
UA RUSH เป็นคอลเล็กชั่นเสื้อผ้ากีฬาที่ใช้เทคโนโลยี Celliant ผสมลงบนเส้นใยผ้า ในขณะที่ Recovery ใช้วิธีการฉาบ Celliant ลงบนเนื้อผ้า โดยเป็นผลงานความร่วมมือของ อันเดอร์ อาร์เมอร์ ผู้ผลิตเสื้อผ้ากีฬาที่เพิ่มประสิทธิภาพการออกกำลังกายให้กับนักกีฬา และ Celliant เจ้าของเทคโนโลยีเอกสิทธิ์ที่ปฏิวัติวงการแร่ธาตุในเนื้อผ้า โดยแร่ธาตุใน Celliant ประกอบด้วย ไทเทเนียม ไดออกไซด์ ที่มีพลังช่วยดูดซึม ซิลิคอน ไดออกไซด์ ที่มีคุณสมบัติการสะท้อนพลังงานและการดูดซึม และอลูมินัม ไดออกไซด์ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการสะท้อนกลับของพลังงานได้ดียิ่งขึ้น โดยแร่ธาตุทั้งหมดนี้ถูกนำเข้ากระบวนบดอัดจนมีขนาดเล็กกว่า 1 ไมครอนเพื่อนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของเส้นใยในเนื้อผ้าคอลเล็กชั่น RUSH ของอันเดอร์ อาร์เมอร์
เทคโนโลยี Celliant ได้รับการรับรองจาก องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ให้เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ โดยมีหลักฐานการรับรองว่า ไม่มีความเสี่ยงใดๆ เกิดขึ้นกับผู้ใช้งาน นอกจากนี้ Celliant ที่ใส่ในเนื้อผ้าของ UA RUSH ยังเป็นเทคโนโลยีที่ไม่มีวันหมดอายุ ยิ่งผู้ใช้สวมใส่บ่อย มีการเคลื่อนไหวต่อเนื่อง และออกกำลังกายหนักมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งได้รับประโยชน์กลับคืนสู่ร่างกายมากขึ้นเท่านั้น
หลักการทำงานของ UA RUSH คือ เมื่อร่างกายคายความร้อนออกมาระหว่างการออกกำลังกาย เนื้อผ้าเอกสิทธิ์ของ UA RUSH จะทำหน้าที่ดูดซึมความร้อนนั้น แล้วเปลี่ยนให้เป็นพลังงานอินฟราเรดอ่อนๆ ซึ่งมีส่วนช่วยให้เส้นเลือดขยายตัว นำไปสู่การเพิ่มการไหลเวียนของออกซิเจนภายในเส้นเลือดได้ดีขึ้น ทำให้ร่างกายได้รับพลังงานที่หมุนเวียนกลับเข้ามาได้ดี เพิ่มความอดทนและกระตุ้นความแข็งแรงของกล้ามเนื้อให้ดียิ่งขึ้นในทุกขณะที่เคลื่อนไหว ทั้งยังช่วย Recovery ลดความเหนื่อยล้า และเร่งการฟื้นตัว ใช้สวมใส่หลังการออกกำลังกาย และเวลานอน เพื่อฟื้นฟูร่างกายได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยทั้ง RUSH และ Recovery เป็นคอลเล็กชั่นเสื้อผ้าที่เหมาะกับทุกคนที่ต้องการพัฒนาประสิทธิภาพในการออกกำลังกาย
คอลเล็กชั่น RUSH และ Recovery ได้รับการพิสูจน์แล้วจากนักกีฬาระดับโลกไม่ว่าจะเป็น สตีเฟน เคอร์รี่ เคลลี่ โอฮารา นัก และ แอนโทนี่ โจชัว รวมถึงนักกีฬาทีมชาติชาวไทยอย่าง รูเบน วุฒิพงษ์ ดาโสม นักบาสเกตบอลทีมชาติไทย นุ่น กมลวรรณ บัวแย้ม นักเทนนิสทีมชาติไทย และ น่าน ศุภานิช พูลเกิด นักวิ่งทีมชาติไทย รวมถึงเทรนเนอร์มืออาชีพอย่าง เฮนริค โอลอฟสัน อีกด้วย
นอกจากนี้ อันเดอร์ อาร์เมอร์ ยังได้เปิดตัวแพลตฟอร์มคอนเซ็ปต์ใหม่เพื่อทดสอบประสิทธิภาพเสื้อผ้าออกกำลังกาย สำหรับผู้รักสุขภาพชาวไทยทุกคนที่ต้องการทดลอง UA RUSH ด้วยตัวเอง ที่ Werk บนสถานีรถไฟฟ้า อารีย์ ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม – 15 มิถุนายน 2562 นี้
พบกับ UA RUSH และ Recovery ได้แล้วที่แบรนด์เฮาส์ของ Under Armour สาขา สยาม เซ็นเตอร์, เซนทรัลเวิลด์ และเมกาบางนา โดยสามารถอัพเดตข้อมูลสินค้าและติดตามรายละเอียดกิจกรรมต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.underarmour.co.th หรือ เฟซบุ๊ค UnderArmourThailand หรืออินสตาแกรม @UnderArmourTH
