วงแขนเนียนใส หอมมั่นใจตลอดทั้งวันด้วยความหอมจากดอกไม้นานาพันธุ์ ‘นีเวีย ดีโอ สเปรย์’
ที่นอกจากจะลดเหงื่อและระงับกลิ่นกายให้หอมมั่นใจแล้ว ยังปราศจาก แอลกฮออล์ มอบความอ่อนโยนต่อผิวใต้วงแขนให้กระจ่างใส เรียบเนียน พร้อมการปกป้องยาวนานถึง 48 ชั่วโมง นีเวีย ดีโอ สเปรย์ รุ่น ลิมิเต็ด อิดิชั่น ที่มีให้เลือกถึง 3 กลิ่น 3 สไตล์ความหอมในแบบฉบับของคุณ
นีเวีย ฮัลโหล ซันชายน์ สเปรย์ ด้วยขวดสีเหลืองสดใส กลิ่นหอมฟรุตตี้ เพียงฉีดตอนเช้าก็พร้อมรับวันใหม่ด้วยความรู้สึกร่าเริงสดใส หอมมั่นใจตลอดทั้งวัน พร้อมคุณค่าวิตามินซีผสานโปรตีนไข่มุก ที่ฟื้นบำรุงผิวคล้ำเสียให้กลับมากระจ่างใส และช่วยลดผิวหมองคล้ำบริเวณใต้วงแขน
นีเวีย ฟลาวเวอร์ ไทม์ สเปรย์ มาในขวดสีชมพูอ่อนหวาน ที่ให้กลิ่นหอมพิ้งค์ฟลอรัล มอบความหอมหวานเหมือนอยู่ท่ามกลางดอกไม้นานาพันธุ์ ผสานสารสกัดจากอโวคาโดเพื่อให้ผิวใต้วงแขนดูเรียบเนียน และให้ความหอมที่ยาวนาน
นีเวีย เฟรช มี อัพ สเปรย์ กับขวดสีฟ้าสบายตา มอบกลิ่นหอมเฟรช ให้ความรู้สึกสดชื่นมีชีวิตชีวา ที่เพิ่มเสน่ห์ความเป็นผู้หญิงด้วยสารสกัดจากเลมอนกราส สดชื่นขึ้นทันที่ที่ใช้ แถมยังยาวนานตลอดทั้งวัน
เลือกกลิ่นที่ใช่ แล้วสัมผัสกับความหอมในแบบที่ชอบ ให้ใต้วงแขนของคุณเนียนใส น่าสัมผัส มั่นใจได้ตลอดวัน แบบไม่ต้องกลัวเหงื่อด้วย นีเวีย ดีโอ สเปรย์ รุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น ในขนาด 150 มล. ราคา 119 บาท ได้ที่เทสโก้ โลตัสทุกสาขา
‘ฮอนด้า’แจกจริงรถยนต์ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ซีอาร์-วี และซีวิค จากแคมเปญ “ฮอนด้า ด้วยรักและขอบคุณ”
นาวาตรีวินัย อัจฉริยนิติ จากจังหวัดกรุงเทพมหานคร ผู้โชคดีที่ได้รับรถยนต์ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด รุ่น HYBRID TECH มูลค่า 1,857,000 บาท กล่าวว่า “ตอนซื้อรถยนต์ฮอนด้าซีอาร์-วี ทางผู้จำหน่ายบอกกับตนว่า มีการส่งคูปองเพื่อลุ้นรางวัล แต่ไม่คิดว่าตนเองจะได้ ส่วนตัวใช้ฮอนด้า แจ๊ซมาตลอด 6 ปี พอครอบครัวใหญ่ขึ้น ทำให้เริ่มมองหารถยนต์คันใหญ่ จึงได้เลือกซื้อฮอนด้าซีอาร์-วี การได้ ฮอนด้า
แอคคอร์ด ในวันนี้ จึงถือว่าเป็นสิ่งดีๆที่ฮอนด้าได้มอบให้กับครอบครัวเรา”
นายพรเทพ ฉ่ำไพโรจน์ จากจังหวัดกรุงเทพมหานคร ผู้โชคดีที่ได้รับรถยนต์ ฮอนด้า ซีอาร์-วี เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ รุ่น DT-EL 4WD มูลค่า 1,699,000 บาท กล่าวว่า “ตอนส่งคูปองเพื่อลุ้นรางวัล
หวังเพียงรางวัลเล็กๆ แต่พอได้รับโทรศัพท์จากฮอนด้าว่าได้รับ ฮอนด้า ซีอาร์-วี รู้สึกดีใจมาก ตนเองใช้ฮอนด้า ซิตี้มานาน
จนได้เปลี่ยนมาเป็นฮอนด้า ซีวิค ช่วงที่ตัดสินใจจะเปลี่ยนรถก็มีการเปรียบเทียบกับแบรนด์อื่นๆ แต่ท้ายที่สุดก็ตัดสินใจเลือกฮอนด้า เพราะเป็นแบรนด์ที่ชอบมากที่สุด”
นางจินตนา ลำพูลน้อย ตัวแทนนายทรงพล ลำพูลน้อย จากจังหวัดพิษณุโลก ผู้โชคดีที่ได้รับรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค รุ่น TURBO RS มูลค่า 1,199,000 บาท กล่าวว่า “ทางศูนย์ฮอนด้าที่จังหวัดพิษณุโลกโทรมาแจ้งข่าวว่า เป็นผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค รู้สึกดีใจมากเพราะเพิ่งซื้อ ฮอนด้า เอชอาร์-วี ได้ไม่นาน ครอบครัวมีความคุ้นเคยกับรถยนต์ฮอนด้ามาโดยตลอด เพราะชอบรูปลักษณ์ที่ทันสมัย ปราดเปรียว มีความแข็งแกร่งปลอดภัย โดยคันแรกที่ใช้คือ ฮอนด้า ซีวิค จากนั้นได้เปลี่ยนเป็น ฮอนด้า ซิตี้ และฮอนด้า แอคคอร์ด และที่ตัดสินใจซื้อล่าสุดคือ ฮอนด้า เอชอาร์-วี อยากจะขอขอบคุณทางฮอนด้ามากสำหรับรางวัลในวันนี้”
นับเป็นอีกหนึ่งแคมเปญที่ทางฮอนด้าตั้งใจมอบให้แก่ลูกค้าคนพิเศษ เพื่อแทนคำขอบคุณจากใจ สามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรม และโปรโมชั่นส่งเสริมการขายของฮอนด้าได้ที่ www.honda.co.th หรือ Facebook : Enjoy Honda Thailand
‘วาเลนติโน่ รอสซี่’ ฟอร์มเก๋าขึ้นโพเดี้ยม 2 สนามติด ศึกโมโตจีพี ‘คาตาลุนญ่า’

วาเลนติโน่ รอสซี่ #46 ยอดนักบิดแชมป์โลก 9 สมัย สังกัดทีม มูวิสตาร์ ยามาฮ่า โมโตจีพี โชว์ฟอร์มสุดเก๋าแม้จะออกสตาร์ทในกริดที่ 7 แต่สามารถบิดคันเร่งรถแข่ง M1 ไล่บี้นักบิดรุ่นน้องแบบสุดมันส์ ก่อนทะยานเข้าเส้นชัยรับธงตราหมากรุกคว้าชัยชนะอันดับที่ 3 ขึ้นยืนโพเดี้ยมได้สำเร็จ และเป็นการขึ้นโพเดี้ยม 2 สนามติดต่อกัน
ในการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก โมโตจีพี สนามที่ 7 รายการ คาตาลัน กรังด์ปรีซ์ พร้อมเก็บคะแนนสะสมขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 2 ส่วนทีมเมทรุ่นน้อง มาเวอริค บีญาเลส #25 จบการแข่งขันในอันดับที่ 6 ขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 3
สำหรับ 2 นักแข่งจาก มอนสเตอร์ ยามาฮ่า เทคทรี โยฮัน ซาร์โก้ จบการแข่งขันในอันดับ 7 ส่วน ฮาฟิซ ไซอาห์ริน พลาดล้มทำให้ต้องออกจากการแข่งขันไปอย่างน่าเสียดาย โดยการชิงชัยครั้งนี้จัดขึ้น ณ เซอร์กิต เดอ คาตาลุนญ่า เมืองบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน

‘DELEGATION LIGHT’ Spring & Summer 2018 คอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดจาก Onitsuka Tiger

รองเท้ารุ่น DELEGATION LIGHT เป็นรุ่นต่อยอดจากรุ่นสุดฮิต MEXICO DELEGATION ที่นักกีฬาทีมชาติญี่ปุ่นสวมใส่ในการแข่งขัน Mexico City Games ในปีค.ศ. 1968
โดยตัวรองเท้ารังสรรค์มาจากวัสดุเบาสบายเพื่อต้อนรับฤดูร้อน ด้วยตาข่ายและผ้าปอกระเจา ที่นอกจากให้ความรู้สึกถึงกลิ่นไอความอบอุ่นและยังเพิ่มความเท่ห์ไม่เหมือนใครด้วยการเดินลายขอบส้นร้องเท้าด้วยเชือกปอสาน อีกทั้งยังสวมใส่ง่ายสบาย ไม่อับชื้น โดยพื้นรองด้านในได้ถูกพัฒนาให้มีความนุ่มสบาย พร้อมรองรับน้ำหนักทุกท่วงท่ามากกว่ารุ่น MEXICO DELEGATION อีกด้วย


ทายาทรุ่นที่ 2 ของสำนักพิมพ์แสงแดด เปิดตัว KRUA.CO เว็บคอนเทนต์สำหรับ ‘คนอยู่เพื่อกิน’

เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ชมบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เว็บไซต์ ‘KRUA.CO’ จะเน้นนำเสนอเรื่องอาหารท้องถิ่น และวัฒนธรรมการกินในเชิงลึก การลงพื้นที่เพื่อเสาะหาข้อมูลอย่างเข้มข้น ซึ่งถือเป็นอัตตลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครของ KRUA.CO ตามสโลแกน ‘Food Is A Big Deal’ ‘เพราะอาหารไม่ใช่เรื่องเล็ก’
น่าน หงษ์วิวัฒน์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัทสำนักพิมพ์แสงแดด และ แสงแดด มีเดีย กรุ๊ป จำกัด เผยว่า “เป้าหมายของเราคือต้องการโฟกัสเรื่องอาหารเป็นหลัก แต่ยิ่งไปกว่านั้น เราอยากรังสรรค์คอนเทนต์ดีๆ เกี่ยวกับอาหารให้คงอยู่กับคนไทยไปนานๆ เพราะเราอยากถ่ายทอดความภาคภูมิใจในอาหาร และวัฒนธรรมการกินอยู่ของไทยสู่โลกออนไลน์ โดยเว็บไซต์ KRUA.CO ประกอบไปด้วยคอนเทนต์ในหมวดหมู่ต่างๆ และฟีเจอร์ที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร ซึ่งเรามั่นใจว่าทุกคนจะสามารถเข้าถึงได้อย่างแน่นอน”
ภายในเว็บไซต์ KRUA.CO ประกอบไปด้วยฟีเจอร์มากมายอาทิ
- หมวด Cooking จะเป็นการรวบรวมบทความความรู้เกี่ยวกับการทำอาหาร ไม่ว่าจะเป็นเคล็ดลับต่างๆ รวมไปถึงเรื่องราวน่ารู้ในห้องครัว
- หมวด Food Story เน้นนำเสนอเรื่องราวความรู้เกี่ยวกับอาหาร มีทั้งบทความสารคดี บทวิเคราะห์ ข่าวสารเรื่องอาหาร เทรนด์ฟู้ดดี้ แนะนำร้านอาหารรวมไปถึงบทสัมภาษณ์บุคคลแวดวงอาหารที่น่าสนใจ
- หมวด Video เพิ่มความเป็นแชลแนลออนไลน์ยิ่งขึ้น ด้วยรายการวิดีโออาหารซึ่งให้ทั้งความรู้ และชวนหิวอาทิ C.I.Y – Cook It Yourself, Heartmade, ทริปกินแหลกล้างโลก, Cook Or Die ซึ่งได้ทีม Spoonful Production ซึ่งเป็น In House Production ภายในองค์กรซึ่งมีชื่อเสียงเรื่องการผลิตวิดีโอ และรายการเกี่ยวกับอาหารมาดูแล
และฟีเจอร์ที่ KRUA.CO ภูมิใจนำเสนอที่สุดคงจะหนีไม่พ้น “Recipe Search”ที่รวบรวมสูตรอาหารมากมายจากตำราของแสงแดดหลายร้อยเล่มมาเป็นสูตรนับพันๆสูตรให้ค้นหา และใส่ความสนุกลงไปด้วยการเพิ่มฟังก์ชั่น Advance Search ในกรณีนึกเมนูไม่ออกก็สามารถกดเลือกข้อมูลต่างๆ ในหน้าเสิร์ชได้เลย และยังระบุความยากง่ายของสูตรที่ต้องการได้อีกด้วย
“เว็บไซต์ KRUA.CO เป็นรูปแบบใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจของ ‘นิตยสารครัว’ ซึ่งปรับโฉมใหม่ให้เข้ากับยุค 4G โดยที่ยังคงเจตนารมณ์เดิมคือเป็นเพื่อนคู่ใจของคนรักการทำอาหาร และสนใจใคร่รู้เรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับอาหาร เพราะเราเชื่อว่าอาหารไม่ใช่เรื่องเล็ก ในอนาคตเราหวังว่า KRUA.CO จะกลายเป็นแหล่งคอมมูนิตี้ของกลุ่มคนที่ชื่นชอบการทำอาหาร และรู้สึกว่าเรื่องอาหารเป็นเรื่องราวที่น่าค้นหาและสนุกไปกับมัน” วรรณแวว หงษ์วิวัฒน์ บก.บห. เว็บไซต์ KRUA.CO กล่าว
ติดตาม KRUA.CO ได้ที่ Facebook : kruadotco / Twitter : kruadotco / Instagram : krua.co / Youtube : SangdadGastronomie

ฮอนด้าฯ จับมือ กรังด์ปรีซ์ฯ สานต่อกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ต ‘ฮอนด้า เรซซิ่ง 2018’
ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) สานต่อกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตสำหรับแฟนกีฬาความเร็ว ซัพพอร์ทเรซในการแข่งขันสุดยิ่งใหญ่รายการ ‘บุรีรัมย์ ซูเปอร์ จีที เรซ2018’ ที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ภายใต้ชื่อรายการ ‘ฮอนด้า เรซซิ่ง’ โดยปีนี้ได้รับการตอบรับจากทีมแข่งรถยนต์ชั้นนำส่งรถเข้าร่วมการแข่งขันเป็นสถิติสูงสุด รวม 47 คัน
แบ่งออกเป็น 3 รุ่นการแข่งขันได้แก่
- Honda Pro. Car Modify รถยนต์ฮอนด้าที่เปิดให้สามารถโมดิฟายเครื่องยนต์ได้ ในพิกัดความจุ 1500 cc. จำนวน 15 คัน
- Honda Pro Car รถยนต์ฮอนด้าเครื่องยนต์สแตนดาร์ด พิกัดความจุ 1500 cc จำนวน 18 คัน
- Honda Brio Cup รถยนต์ฮอนด้า บริโอ้ และ บริโอ้ อเมซ รถยนต์ในกลุ่มอีโค คาร์ ที่ร่วมประชันฝีมือโดยนักแข่งดาวรุ่ง จำนวน 14 คัน
กับการแข่งขันทั้งหมด 3 เรซ ชิงถ้วยเกียรติยศ และ เงินรางวัลรวมกว่า 750,000 บาท
นอกจากการประลองความเร็วโดยนักแข่งระดับมืออาชีพแล้ว บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ได้เปิดโอกาสให้กับกลุ่มลูกค้ารถยนต์ Honda Jazz ได้ร่วมประสบการณ์อันแสนพิเศษนี้ โดยจัดกิจกรรม ‘Honda Track Experience’ ซึ่งเปิดรับสมัครลูกค้าที่สนใจกิจกรรมจำนวน 50 คัน นำรถของตัวเอง ขับลงในสนาม ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต
และก่อนที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมดจะได้มาสัมผัสพื้นแทร็กจริง ทางบริษัท ฮอนด้า ได้จัดกิจกรรม ‘Honda Driving Clinic’ การอบรมหลักสูตรการขับรถในสนามแข่งเบื้องต้น ให้ลูกค้าทุกท่านได้เรียนรู้และเสริมทักษะ โดยทีมครูฝึกที่ผ่านประสบการณ์การแข่งขันทั้งในประเทศ และต่างประเทศ โดยจุดประสงค์หลักของกิจกรรมนี้ ทางฮอนด้า เล็งเห็นความสำคัญของความสนุกของการขับขี่บนพื้นฐานการขับขี่ที่ปลอดภัยเป็นสำคัญ ประเดิมสนามแรก ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ วันที่ 29 มิถุนายน- 1 กรกฎาคม 2561 นี้
‘RUN FOR THE OCEANS’ กิจกรรมวิ่งรณรงค์วันมหาสมุทรโลกครั้งแรกในประเทศไทย…เปิดรับสมัครนักวิ่งตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
โดยใช้แอพลิเคชั่น Runtastic ในการนับระยะทาง และสามารถสะสมระยะทางไปจนจบกิจกรรม ซึ่งภายในปีนี้ อาดิดาสจะร่วมบริจาคเงินจำนวน 1 เหรียญสหรัฐในทุกๆ ระยะการวิ่ง 1 กิโลเมตร จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 1 ล้านกิโลเมตร ผ่านแอพพลิเคชั่นสะสมไมล์ระยะวิ่งRuntastic
สำหรับประเทศไทย อาดิดาสจะจัดกิจกรรมวิ่งเพื่อมหาสมุทร – Run for the Oceans ซึ่งเป็นการวิ่งในรูปแบบ Plogging Run วิ่งเก็บขยะที่ริมชายหาดเจ้าสำราญ จ.เพชรบุรี ในวันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน 2561 พร้อมรับสมัครนักวิ่งหัวใจอนุรักษ์ร่วมกิจกรรม ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยสามารถดูรายละเอียดและสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ adidasrunners.adidas.com
‘อาดิดาส’ และ ‘องค์กรพาร์ลี่ย์’ ได้ริเริ่มทำงานร่วมกันตั้งแต่ปี 2557 โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อร่วมรณรงค์ และลดจำนวนขยะพลาสติกในท้องทะเลด้วยการนำมารีไซเคิลเพื่อเปลี่ยนเป็นวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตอุปกรณ์กีฬาภายใต้ชื่อ Parley Ocean Plastic™ ซึ่งภายในปีนี้ อาดิดาสยังได้ร่วมบริจาคเงินจำนวน 1 เหรียญสหรัฐในทุกๆระยะการวิ่ง 1 กิโลเมตร จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 1 ล้านกิโลเมตร ผ่านแอพพลิเคชั่นสะสมไมล์ระยะวิ่ง Runtastic เพื่อสนับสนุนโครงการ ‘Parley Ocean School’ ซึ่งเป็นโปรแกรมที่มุ่งเน้นให้ความรู้ และความเข้าใจเกี่ยวกับผลกระทบของขยะพลาสติกในท้องทะเลพร้อมทั้งนำเสนอแนวคิด และร่วมสร้างแรงบันดาลใจในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแก่คนรุ่นใหม่
แอนเดรีย เมทสิทนิ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายอุปกรณ์กีฬา บริษัทอาดิดาส กล่าวว่า “อาดิดาสเชื่อว่ากีฬามีพลังในการเปลี่ยนแปลงชีวิตซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของกิจกรรมวิ่งเพื่อมหาสมุทรอย่างแท้จริง เรายังได้สนับสนุนแพลตฟอร์มที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะจากทางอาดิดาสสำหรับ Runtastic เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าร่วมโครงการวิ่งระดับโลกนี้ผ่านการสะสมไมล์ระยะทางวิ่งเพื่อร่วมรณรงค์ และต่อสู้กับมลภาวะทางท้องทะเลจากขยะพลาสติกได้อีกด้วย”
ซีริลล์ กัตส์ช ผู้ก่อตั้งพาร์ลีย์ ฟอร์ ดิ โอเชี่ยนส์ กล่าวว่า “ลมหายใจทุกๆ วินาทีของเราถูกสร้างขึ้นจากท้องทะเล อย่างไรก็ตามการกระทำของมนุษย์ได้นำพามลพิษทางท้องทะเลให้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งการร่วมมือกับอาดิดาส ผ่านกิจกรรม ‘Run for the Oceans’ เพื่อมุ่งเน้นให้ความสำคัญเกี่ยวกับท้องทะเลแก่ทุกๆ คน และเพื่อแสดงให้เห็นว่าการช่วยเหลือกันคนละเล็กละน้อยนั้นสามารถสร้างความแตกต่างได้อย่างชัดเจน”
https://www.youtube.com/watch?v=fUbgsgYkuuA
นับเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่ทางอาดิดาสจัดกิจกรรมงานวิ่งระดับโลก ‘Run for the Oceans’ ในวันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน 2561 ณ หาดเจ้าสำราญ จังหวัดเพชรบุรี พร้อมเชิญชวนนักวิ่งที่ต้องการเห็นท้องทะเลบ้านเราปราศจากขยะพลาสติกมาร่วมวิ่ง และเก็บขยะไปด้วยกันกับเหล่านักวิ่งจาก adidas Runners Bangkok และเซเลบริตี้ที่รักการวิ่งในระยะทางประมาณ 2 – 5 กิโลเมตรบนชายหาดเจ้าสำราญ ผู้สนใจสามารถร่วม ลงชื่อสมัครและดูรายละเอียดต่างๆ ได้ที่ adidasrunners.adidas.com

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมในการร่วมรณรงค์และร่วมสร้างการรับรู้ถึงปัญหาขยะพลาสติกในท้องทะเล สามารถเข้าชมและลงทะเบียนได้ที่ adidas.com/runfortheoceans พร้อมร่วมพูดคุยและติดตามบนอินสตาแกรมและเฟซบุ๊ก ผ่าน @adidasrunning และแฮชแท็ก #adidasParley #RunForTheOceans.
‘GM’ ประเทศไทย ได้รับการรับรองมาตรฐานการสร้างคุณภาพในกระบวนการผลิต ‘BIQ Level 4’
ด้วยเหตุนี้ รถกระบะสัญชาติอเมริกันอย่างโคโลราโด และรถอเนกประสงค์ ระดับพรีเมียม เทรลเบลเซอร์ รถรุ่นล่าสุดจึงผลิตขึ้นที่ศูนย์การผลิตยานยนต์ของเจนเนอรัล มอเตอร์ส ในจังหวัดระยอง ภายใต้ ‘หลักการสร้างคุณภาพในกระบวนการผลิต’ หรือ ‘Built-In-Quality’ (BIQ) ซึ่งจีเอ็มทั่วโลกได้นำหลักการดังกล่าวมาใช้ในทุกขั้นตอนของการผลิต
เมื่อไม่นานมานี้ ศูนย์การผลิตยานยนต์ เจนเนอรัล มอเตอร์ส ประเทศไทย และศูนย์การผลิตเครื่องยนต์ เจนเนอรัล มอเตอร์ส เพาเวอร์เทรน ประเทศไทย ได้รับการรับรองมาตรฐานการสร้างคุณภาพในกระบวนการผลิตระดับที่ 4 หรือ Built-in-Quality (BIQ Level 4) ซึ่งเป็นการรับรองมาตรฐานการสร้างคุณภาพในกระบวนการผลิตระดับสูงและถือว่าเป็นเรื่องยากที่ได้รับการรับรองดังกล่าว
คุณอำนาจ แสงจันทร์ รองประธานฝ่ายการผลิต จีเอ็ม ประเทศไทย กล่าวว่า “การได้รับการรับรองมาตรฐานในด้านการสร้างคุณภาพในกระบวนการผลิตนี้ ไม่เพียงแค่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและทุ่มเทของพนักงานที่จะผลิตรถยนต์ที่มีคุณภาพเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่าเชฟโรเลตยึดมั่นว่าลูกค้าเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่งที่เราทำ”
อายุการใช้งานของรถยนต์เริ่มนับตั้งแต่วันที่รถยนต์ถูกส่งมอบให้แก่ลูกค้า อายุการใช้งานของรถยนต์จะสั้นหรือยาวขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศ สภาพของพื้นถนน ลักษณะการขับขี่ การบำรุงรักษา และปัจจัยอื่นๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไม่สามารถควบคุมได้
ในฐานะผู้ผลิตรถยนต์ สิ่งที่เราสามารถควบคุมได้คือ การสร้างรถยนต์ที่มีคุณภาพสูงสุดโดยการควบคุมกระบวนการผลิต ที่จีเอ็มเรียกกระบวนการนั้นว่า ‘หลักการสร้างคุณภาพในกระบวนการผลิต’ ซึ่งหมายความว่า เราสร้างคุณภาพไว้ในทุกขั้นตอนการผลิต ไม่ใช่เพียงแค่ตรวจสอบคุณภาพในภายหลังเท่านั้น และด้วยการควบคุมกระบวนการผลิตทำให้เราสามารถควบคุมผลิตภัณฑ์ และคุณภาพได้ จีเอ็มใช้หลักการสร้างคุณภาพในกระบวนการผลิตในทุกขั้นตอนของการผลิต ตั้งแต่การขึ้นรูปตัวถัง ไปจนถึงขั้นตอนสุดท้ายคือการประกอบรถยนต์จนเสร็จสมบูรณ์ เพื่อให้ได้รถยนต์ที่มีคุณภาพสูงสุด
หลักการดังกล่าวทำให้การผลิตรถยนต์ของเชฟโรเลตแตกต่างจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์บางราย ที่ทำการตรวจสอบคุณภาพก่อนที่รถยนต์จะออกจากสายการผลิต วิธีการดังกล่าวเรียกว่า ‘การตรวจสอบคุณภาพแบบทั่วไป’ ซึ่งพบว่ามีข้อเสียหลายประการ เพราะต้องอาศัยความสามารถของผู้ตรวจสอบคุณภาพในการตรวจพบปัญหาและแก้ไขข้อผิดพลาดโดยการถอดชิ้นส่วนและประกอบรถยนต์ใหม่ ซึ่งเป็นวิธีการที่ใช้เวลานานและมีค่าใช้จ่ายสูง
ตลอดระยะเวลากว่า 100 ปีที่จีเอ็มได้ผลิตรถกระบะและรถยนต์ที่นั่งส่วนบุคคล เราได้พัฒนาระบบคุณภาพและกระบวนการผลิตต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลักการสร้างคุณภาพในกระบวนการผลิตจะช่วยให้ทุกกระบวนการผลิตมีคุณภาพ ทำให้มั่นใจได้ว่า ข้อบกพร่องที่อาจจะเกิดขึ้นในกระบวนการผลิตนั้นจะถูกตรวจพบก่อนที่ผลิตภัณฑ์จะเสร็จสมบูรณ์
ศูนย์การผลิตยานยนต์ที่มีความยืดหยุ่น
เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ และโคโลราโด รวมถึงรุ่นต่างๆ ได้แก่ โคโลราโด ไฮคันทรี เทรลเบลเซอร์ ซี71 (Z71) โคโลราโด สตอร์ม โคโลราโด เซนเทนเนียล อิดิชั่น และรถยนต์ที่ผลิตภายใต้แบรนด์โฮลเด้น ล้วนผลิตขึ้นบนสายการผลิตเดียวกัน
จากการผลิตรถกระบะ และรถอเนกประสงค์สำหรับตลาดในประเทศ และตลาดส่งออก ภายใต้แบรนด์เชฟโรเลต และโฮลเด้น ดังนั้น กระบวนการผลิตจึงต้องมีความยืดหยุ่นในการผลิต แต่ยังคงตามมาตรฐานคุณภาพอย่างเข้มงวด
จีเอ็ม ผลิตรถยนต์หลายรุ่นทั้งที่เป็นรุ่นหลัก และรุ่นต่างๆ บนสายการผลิตเดียวกันที่ศูนย์การผลิต จังหวัดระยอง ซึ่งหมายความว่าต้องมั่นใจว่าชิ้นส่วนต่างๆ ของรถยนต์ในแต่ละรุ่นจะได้รับการประกอบเข้าไปในรถยนต์ได้อย่างถูกต้อง จีเอ็ม มีกระบวนการการผลิตที่เหมาะสมพนักงานทุกคนที่สายการผลิต โดยเรื่องคุณภาพนั้นไม่ใช่เป็นความรับผิดชอบของทีมงานด้านคุณภาพเพียงอย่างเดียว แต่ถือเป็นความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ทุกคนใน จีเอ็ม
ศูนย์การผลิตเครื่องยนต์ที่มีความทันสมัย
ความยืดหยุ่นและคุณภาพเป็นพันธสัญญาของศูนย์การผลิตเครื่องยนต์ที่ระยองเช่นกัน จีเอ็ม เพาเวอร์เทรน ประเทศไทย ถือเป็นหนึ่งในศูนย์การผลิตเครื่องยนต์ที่ทันสมัยที่สุดของจีเอ็มทั่วโลก โดยจีเอ็ม เพาเวอร์เทรน ประเทศไทย ผลิตเครื่องยนต์ดูราแมกซ์ 4 สูบ ดีเซลเทอร์โบ ขนาด 2.5 และ 2.8 ลิตร สำหรับโคโลราโดและเทรลเบลเซอร์
ศูนย์การผลิตดังกล่าวได้นำระบบคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัยและอุปกรณ์เลเซอร์มาใช้เพื่อเพิ่มความแม่นยำและสร้างความเชื่อมั่นในการผลิตที่มีคุณภาพ โรงงานปลอดฝุ่นและมีการควบคุมอุณหภูมิ ที่เหมาะสม เพื่อจัดการกับความชื้น และช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการผลิตเครื่องยนต์ที่มีคุณภาพ
การผลิตเครื่องยนต์ดูราแม็กซ์คุณภาพระดับโลก ขนาด 2.8 ลิตร เริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2558 เพื่อส่งออกไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาสำหรับเชฟโรเลต โคโลราโด และรถกระบะ จีเอ็มซี แคนยอน และเมื่อปี 2560 สำหรับเชฟโรเลต เอ็กซ์เพรส และจีเอ็มซี ซาวานา สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงการเป็นโรงงานที่มีคุณภาพระดับโลก
นายอำนาจ กล่าวทิ้งท้ายว่า “คุณภาพเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานประจำวันและวัฒนธรรมของเรา โดยเริ่มมาตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูง ผู้บริหารของจีเอ็มทุกคนต่างทุ่มเทและสละเวลาเพื่อตรวจสอบกระบวนการผลิตและคุณภาพของรถยนต์ที่เราผลิตขึ้น เมื่อเราตรวจสอบและพบข้อบกพร่อง เราจะดำเนินการแก้ไขทันที และตรวจสอบอีกครั้ง”
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เปิดตัวบริการ BMW ConnectedDrive สำหรับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู เพื่อชีวิตที่ง่ายขึ้น
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เดินหน้าต่อยอดวิสัยทัศน์นวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคต เปิดตัวบริการใหม่จาก BMW ConnectedDrive บริการและแอพพลิเคชั่นเพื่อการเชื่อมต่ออย่างไร้ขีดจำกัดระหว่างผู้ขับ กับยานยนต์และโลกภายนอก โดยฟีเจอร์ใหม่นี้จะเข้ามาตอบโจทย์การใช้งานของรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดในตระกูลบีเอ็มดับเบิลยู iPerformance โดยในงาน ‘BMW i และระบบการเชื่อมต่ออุปกรณ์ไฟฟ้า 360° โดยความร่วมมือกับไมโครซอฟท์’ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้แนะนำเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม Open Mobility Cloud ของบีเอ็มดับเบิลยู ร่วมกับระบบคลาวด์อัจฉริยะระดับโลก ไมโครซอฟท์ อาซัวร์ ที่ช่วยให้ BMW ConnectedDrive สามารถปลดล็อคทุกขีดจำกัดของเทคโนโลยีล้ำยุค และมอบประสบการณ์เหนือระดับจากการเชื่อมต่อแบบครบวงจร เพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัยระดับพรีเมียม
ในปี 2561 ถือเป็นการครบรอบปีที่ 20 ของ BMW ConnectedDrive โดย BMW ยังคงมุ่งมั่นที่จะก้าวต่อไปในฐานะผู้บุกเบิกการให้บริการดิจิทัลล้ำยุคแห่งโลกยนตรกรรม ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อสร้างนิยามใหม่ให้แก่ประสบการณ์การขับขี่อย่างไร้ขีดจำกัด โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้ใช้งาน ปัจจุบัน แอพพลิเคชั่น BMW Connected มีผู้ใช้งานมากกว่า 2.3 ล้านคน และมีรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูกว่า 10 ล้านคันใน 45 ประเทศทั่วโลกที่มีการเชื่อมต่อด้วยฟีเจอร์ของระบบ BMW ConnectedDrive การเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่สำหรับ BMW ConnectedDrive ในครั้งนี้ เป็นอีกก้าวหนึ่งในการพลิกโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์ด้วยนวัตกรรมล้ำสมัยในประเทศไทย ภายใต้วิสัยทัศน์ NUMBER ONE > NEXT ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ซึ่งมุ่งปูรากฐานอันแข็งแกร่งไปสู่อนาคตแห่งยนตรกรรมในโลกดิจิทัล
ด้วยบริการ BMW ConnectedDrive สำหรับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู iPerformance ผู้ใช้งานจะสามารถควบคุมระบบต่างๆ ของรถได้จากระยะไกล อีกทั้งยังสามารถเข้าถึงข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับรถได้อย่างง่ายดาย ผ่านแอพพลิเคชั่น BMW Connected บน iPhone และจะขยายไปสู่ Android ในอนาคตโดยบริการใหม่สำหรับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูปลั๊กอินไฮบริด ได้แก่
- การแสดงสถานะรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด ที่ให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบสถานะและระดับของแบตเตอรี่ ระยะทางที่คาดว่าจะแล่นได้ด้วยพลังงานไฟฟ้าที่เหลืออยู่ และข้อมูลเกี่ยวกับการบำรุงรักษารถได้จากทุกที่ ทุกเวลา
- การควบคุมการชาร์จพลังงานไฟฟ้าและระบบปรับอากาศภายในห้องโดยสารจากระยะไกล ผู้ใช้งานสามารถเปิด/ปิดเครื่องปรับอากาศในห้องโดยสารได้ผ่านทางสมาร์ทโฟน หรือตั้งเวลาเปิด/ปิดล่วงหน้าให้ตรงกับเวลาที่ต้องการออกเดินทาง และหากรถยนต์เชื่อมต่ออยู่กับสถานีชาร์จ ผู้ใช้งานยังสามารถควบคุมการชาร์จด้วยการตั้งเวลาที่ต้องการได้ เพื่อเลือกให้ชาร์จไฟฟ้าในช่วง off peak หรือในช่วงเวลาที่มีความต้องการในการใช้ไฟฟ้าน้อยและมีอัตราค่าไฟฟ้าต่ำกว่าช่วงเวลาอื่น ๆ
- ระบบการนำทาง ที่สามารถค้นหาและนำทางไปยังสถานีอัดประจุไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุดได้
- การประมวล และแสดงผลข้อมูลการขับขี่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ของแต่ละบุคคล โดยวิเคราะห์รูปแบบการขับขี่ และควบคุมรถยนต์บนท้องถนน
ในโอกาสนี้ ดร. อเล็กซานเดอร์ คอเทช หัวหน้าฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์บีเอ็มดับเบิลยู i ได้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ด้านนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าภายใต้แบรนด์ บีเอ็มดับเบิลยู i ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ในการสร้างสรรค์ระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าที่อยู่บนพื้นฐานแนวคิดของความยั่งยืน ซึ่งในขณะที่ความนิยมในยานยนต์ไฟฟ้า ได้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดทั่วโลก และยังคงมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นอีกมากในอนาคต บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป จึงมีความมุ่งมั่นที่จะตอบรับความต้องการของผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพและฉับไว ด้วยการสร้างสายการประกอบรถยนต์ที่มีความยืดหยุ่นที่สุด
โดยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ระบบไฟฟ้าโดยสมบูรณ์ ระบบปลั๊กอินไฮบริด และเครื่องยนต์สันดาป จะใช้สายการประกอบร่วมกัน เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ขับขี่ว่าบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป จะสามารถรองรับความต้องการในเรื่องของรุ่นรถยนต์และระบบขับเคลื่อนที่แตกต่างของผู้ขับขี่ได้ทุกที่ทุกเวลา และภายในปี พ.ศ. 2568 บีเอ็มดับเบิลยู i จะมีรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าทั้งหมด 25 รุ่น ประกอบไปด้วยรถยนต์ไฟฟ้าโดยสมบูรณ์ถึง 12 รุ่น

ไมโครซอฟท์ อาซัวร์ ระบบคลาวด์อัจฉริยะที่มาพร้อมความปลอดภัยระดับโลก ช่วยให้ BMW ConnectedDrive สามารถทำการวิเคราะห์และเรียนรู้จากข้อมูลปริมาณมหาศาลที่บันทึกจากการขับขี่รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู โดยระบบ Open Mobility Cloud ของบีเอ็มดับเบิลยูได้เลือกใช้แพลตฟอร์ม ไมโครซอฟท์ อาซัวร์เป็นพื้นฐานสำหรับการพัฒนาบริการอัจฉริยะ เพื่อส่งเสริมให้เกิดประสบการณ์การขับขี่รูปแบบใหม่มากมาย ที่ไม่เพียงเชื่อมโยงตัวรถเข้ากับสมาร์ทโฟนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงคอนเทนต์และระบบเครือข่ายอีกมากมายจากภายนอก
นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “กระบวนการปฏิรูปด้วยดิจิทัลกำลังผลักดันให้ทุกอุตสาหกรรมและทุกองค์กรทั่วโลกต่างต้องพลิกรูปแบบการทำธุรกิจเพื่อชิงความได้เปรียบในการแข่งขัน สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์นั้น เป็นที่คาดการณ์กันว่าในปี พ.ศ. 2563 รถยนต์ใหม่ในตลาดโลกกว่า 90% จะมาพร้อมกับคุณสมบัติการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์หรือโลกภายนอก ซึ่งทั้ง BMW ConnectedDrive และแพลตฟอร์ม Open Mobility Cloud ล้วนเป็นเทคโนโลยีที่ปูทางไปสู่ประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคต”
https://www.youtube.com/watch?v=bqZrejosqWU
ระบบคลาวด์ ไมโครซอฟท์ อาซัวร์ เป็นแพลตฟอร์มเปิดที่พร้อมรองรับการพัฒนาต่อยอดในทุกระดับ พร้อมมอบศักยภาพให้ผู้ผลิตรถยนต์ได้สร้างสรรค์บริการและคุณสมบัติอัจฉริยะอย่างไร้ขีดจำกัด เพื่อเสริมให้รถยนต์สามารถตอบสนองต่อควาต้องการด้านการขับขี่ที่แตกต่างกันไปในแต่ละคนได้อย่างแม่นยำ ทั้งยังเปิดประตูไปสู่ความเป็นไปได้ใหม่ ๆ สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคต คุณสมบัติอันชาญฉลาดสำหรับรถยนต์แห่งอนาคตทั้งหมดนี้ มีรากฐานอยู่บนความปลอดภัยระดับโลก โดยแพลตฟอร์ม ไมโครซอฟท์ อาซัวร์ เป็นระบบคลาวด์ที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุด ด้วยการรองรับมาตรฐานระดับโลกและระดับอุตสาหกรรมในด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูลมากกว่า 70 มาตรฐาน
“ความร่วมมือของเรากับบีเอ็มดับเบิลยูถือเป็นการสานต่อวิสัยทัศน์ของโลกยุคใหม่ ที่เปี่ยมด้วยศักยภาพอันเหนือชั้นทั้งในระบบคลาวด์ ซึ่งสามารถขับเคลื่อนเราไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมด้วยความสามารถอันน่าทึ่งในการประมวลผลข้อมูล และในอุปกรณ์ปลายทาง ที่นำนวัตกรรมอย่างปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Internet of Things (IoT) มาเสริมประสิทธิภาพและความคล่องตัวในทุกขณะของชีวิต”
บริการใหม่ข้างต้นจาก BMW ConnectedDrive สำหรับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู iPerformance จะมาพร้อมกับรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป โดยรุ่นที่รองรับประกอบด้วย บีเอ็มดับเบิลยู 330e บีเอ็มดับเบิลยู 530e และบีเอ็มดับเบิลยู 740Le ผู้สนใจสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.bmw.co.th
คุกกี้ ‘โอรีโอ’ แพ็กเกจพิเศษ ‘จูราสสิค เวิลด์: อาณาจักรล่มสลาย’ พร้อมชวนลุ้นรางวัลทริปสุดตื่นเต้น ณ ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ สิงคโปร์

โอรีโอ แบรนด์คุกกี้อันดับหนึ่งของโลก เปิดตัว คุกกี้ มินิ โอรีโอ ในแพ็กเกจ ภาพยนตร์จูราสสิค เวิลด์ เพื่อฉลองการเปิดตัวภาพยนตร์ “จูราสสิค เวิลด์: อาณาจักรล่มสลาย” ที่เริ่มเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ เมื่อวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา
โดยร่วมมือกับ ยูนิเวอร์แซล แบรนด์ดิเวลล็อปเมนท์ ในการจัดแคมเปญสุดพิเศษที่ครอบคลุมถึง 8 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค สำหรับผู้โชคดีที่ได้รางวัลใหญ่ของแคมเปญนี้ จะได้รับตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ สิงคโปร์ พร้อมที่พัก และบัตรผ่านประตูเข้าสวนสนุกแบบวีไอพีสำหรับ 4 ท่าน โดยแคมเปญจะจัดขึ้นในประเทศไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง และไต้หวัน
สำหรับในประเทศไทย โอรีโอจะแจกรางวัลใหญ่นี้ ถึง 6 รางวัล สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ง่ายๆ เพียงซื้อคุกกี้ มินิ โอรีโอ ในแพ็กเกจ “จูราสสิค เวิลด์: อาณาจักรล่มสลาย” แล้วส่ง SMS พิมพ์คำว่า MINIOREO เว้นวรรค ตามด้วยเลขที่ใบเสร็จรับเงินที่ซื้อสินค้า แล้วส่งไปที่หมายเลข 4712999
นอกจากรางวัลใหญ่แล้ว ผู้ร่วมสนุกยังจะได้ลุ้นชิงรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย ได้แก่ ของรางวัลพรีเมียมจากภาพยนตร์ เช่น กระเป๋าเป้ เต็นท์อเนกประสงค์ เสื้อกันหนาว และกล่องอาหารอเนกประสงค์ โดยจะมีการจับฉลากผู้โชคดีทุกสองสัปดาห์ และจะประกาศชื่อผู้ได้รับรางวัลทางเว็บไซต์ www.OREOJW2.com และพิเศษสุด เมื่อซื้อคุกกี้ มินิ โอรีโอ ในแพ็กเกจ “จูราสสิค เวิลด์: อาณาจักรล่มสลาย” ครบ 119 บาท ยังจะได้รับขวดน้ำ จูราสสิค เวิลด์ ฟรีทันที
คุกกี้ มินิ โอรีโอ ในแพ็กเกจ จูราสสิค เวิลด์ วางจำหน่ายแล้วใน 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 67 กรัม และขนาด 23 กรัม ณ ร้านสะดวกซื้อ ไฮเปอร์มาร์เก็ต ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ โดยแคมเปญเริ่มต้นแล้วตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 25 กรกฎาคม 2561 ติดตามรายละเอียดได้ทางเว็บไซต์ www.OREOJW2.com
