เทศกาลดนตรีร็อคแห่งชาติ PARADISE FEST #4 ร็อคไม่มีวันตาย
HEAVY ORGANIZER ภูมิใจเสนอ เทศกาลดนตรีร็อคแห่งชาติ
PARADISE FEST #4 ร็อคไม่มีวันตาย

THE OLARN PROJECT/ SILLY FOOLS+DAX/ EBOLA SWEET MULLET / DEZEMBER / RETROSPECT KLUAYTHAI / MAD PACK IT/ BRANDNEW SUNSET ANNALYNN/ BOMB AT TRACK / DOSE/ HOPELESS OVERDOSE
เสาร์ที่ 5 พ.ค. OASIS ARENA @SHOW DC/RAMA9 เวลา 12.00-24.00 น.
หมดเขต 4 พ.ค.61 นี้!!!!

มิตซูบิชิ เริ่มส่งออก XPANDER จากโรงงานประเทศอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ

สำหรับพิธีฉลองการส่งออก มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ในประเทศอินโดนีเซียที่ได้จัดขึ้น นำโดย มร. โอซามุ มาสุโกะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น และได้รับเกียรติจาก นายโจโก วิโดโด ประธานาธิบดีประเทศอินโดนีเซีย และนายแอร์ลังกา ฮาร์ตาร์โต รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมประเทศอินโดนีเซียเข้าร่วมพิธีดังกล่าว ซึ่งได้จัดขึ้นเป็นครั้งแรกเพื่อการส่งออก มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ จากประเทศอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงการสนับสนุนและความร่วมมืออันดีระหว่างรัฐบาลอินโดนีเซีย มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น และบริษัท พีที ครามา ยุดทา ซึ่งเป็นพันธมิตรในอินโดนีเซีย

นับตั้งแต่การเปิดตัวในประเทศอินโดนีเซียเมื่อเดือนสิงหาคม ปีพ.ศ. 2560 มิตซูบิชิ
เอ็กซ์แพนเดอร์ ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม กระทั่งล่าสุดได้รับการยกย่องจาก โอโตโมทิฟ สำนักข่าวชั้นนำของประเทศอินโดนีเซีย ให้เป็นรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี ซึ่งปัจจุบัน มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ มียอดจองในอินโดนีเซียกว่า 66,000 คัน โดยในเดือนมีนาคม ปีพ.ศ. 2561 มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ยังได้ก้าวขึ้นมาเป็นรถยนต์ที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดอีกด้วย โดยขณะนี้ทาง
บริษัทฯ กำลังดำเนินการอย่างดีที่สุดเพื่อเร่งการส่งมอบรถยนต์ให้แก่ลูกค้า

ปัจจุบันศูนย์การผลิตรถยนต์ที่เมืองเบกาซีใช้กำลังการผลิตร้อยละ 50 เพื่อผลิต มิตซูบิชิ
เอ็กซ์แพนเดอร์ ซึ่งจะสามารถผลิตได้ 160,000 คันต่อปี ทั้งนี้ได้มีการเพิ่มกะการทำงานตั้งแต่เดือนตุลาคม ปีพ.ศ. 2561 เพื่อรองรับความต้องการต่อ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ทั้งจากตลาดภายในประเทศอินโดนีเซียและเพื่อการส่งออก โดยตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ปีพ.ศ. 2561 นี้ ศูนย์การผลิตรถยนต์แห่งนี้จะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้อีก 10,000 คันต่อเดือน ภายหลังจากที่มีการลงทุนเพิ่มเติมในสายการผลิต

ทั้งนี้การส่งออก มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และการขยายศูนย์การผลิตรถยนต์ในประเทศอินโดนีเซีย จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งยิ่งขึ้นให้กับ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นตลาดที่มิตซูบิชิ มอเตอร์ส มีความแข็งแกร่งและสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าต่อความนิยมในรถอเนกประสงค์ และรถกระบะ ซึ่งมิตซูบิชิ มอเตอร์ส เป็นผู้นำและได้รับการยอมรับมาโดยตลอด
Onitsuka Tiger ฉลองเปิดสาขาใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สยามเซ็นเตอร์
ฉลองเปิดสาขา สยามเซ็นเตอร์กับสินค้าที่ยกขบวนมาต้อนรับ Spring & Summer collection กับรุ่นพิเศษ อย่าง MEXICO 66 SD , TIGER MHS, CALIFORNIA 78 EX , DELEGATION LIGHT
ไปจนถึงรุ่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ อย่าง NIPPON MADE COLLECTION

Onitsuka Tiger พร้อมเปิดประสบการณ์การช้อปเปิดสโตร์ที่สยามเซ็นเตอร์ สโตร์ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอาใจสาวกพี่เสือนับตั้งแต่กลุ่มคนรักแฟชั่น คนชอบออกกำลังกาย สายช็อป ไปจนถึงกลุ่มครอบครัวและนักท่องเที่ยว ในราคาที่เทียบเท่ากับสโตร์อื่นๆ

สำหรับตำนานของ Onitsuka Tiger จุดเริ่มต้นกว่าจะมาเป็นร้านรองเท้าขวัญใจทุกคนทั่วโลก นับย้อนไปตั้งแต่ปีพ.ศ. 2492 เมื่อนายคิชาชิโร โอนิซึกะ(Kihachiro Onitsuka) คิดริเริ่มผลิตรองเท้าเพื่อส่งเสริมให้คนทุกเพศทุกวัยใส่ใจและเล่นกีฬากันมากขึ้น จวบจนปัจจุบัน มรดกทางวัฒนธรรมและความประณีตของญี่ปุ่น ได้หลอมรวมกับความงามเหนือกาลเวลา ถูกนำมาพัฒนาและสร้างสรรค์ผลงาน ร่วมมือกับศิลปินที่มาพร้อมกับความคิดสร้างสรรค์อย่างไม่มีที่สิ้นสุด นับตั้งแต่ศิลปิน ไปจนถึงนักออกแบบแฟชั่น Onitsuka Tiger ยกระดับแบรนด์สปอร์ตให้กลายเป็นแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ส่วนสำคัญในชีวิตผู้คน จนกลายเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมล้นหลามและพบเห็นกันได้บนท้องถนนทั่วโลกในปัจจุบัน

Onitsuka Tiger สโตร์ที่ใหญ่ที่สุดใน SEAนี้ มีจุดเด่นด้วยขนาดพื้นที่ที่ใหญ่ถึง 237 ตารางเมตร ตั้งอยู่ ณ จุดนัดพบใจกลางเมืองอย่างห้างสรรพสินค้าสยามเซ็นเตอร์ ถือได้ว่าเป็นจุดหมายของนักช็อปทั่วทุกมุมโลก เต็มไปด้วยแบรนด์หรูหรา มีสไตล์โดดเด่น จวบจนกระทั่งแบรนด์แฟชั่นระดับสากล จึงได้ว่าที่นี่ เป็นช็อปปิ้งมอลล์ที่เป็นศูนย์กลางของแฟชั่นอย่างแท้จริง
ทางสโตร์ยังนำเสนอแฟชั่นในกลิ่นอายสไตล์ญี่ปุ่น ผ่านไลน์สินค้าที่หลากหลายทั้งรองเท้า เครื่องแต่งกาย และแอสเซสซอรี่ที่ตอบโจทย์ความต้องการและกระแสของแฟชั่นแก่สุภาพบุรุษ สุภาพสตรี และเด็กได้อย่างครบครัน ตัวร้านเน้นการผสมผสานระหว่างธรรมชาติแบบญี่ปุ่นกับวัสดุที่มนุษย์สร้างขึ้น ทั้งยังผสมผสานงานฝีมือที่ใช้วัสดุอย่าง Sumi Mortar พื้นผิวลายไม้ธรรมชาติ ชี้ให้เห็นถึงความปราณีต แต่ไม่ละทิ้งความรู้สึกที่กระปรี้กระเปร่า นอกจากนี้ ยังใช้วัสดุอย่าง Asagi Tsuchi ดินญี่ปุ่นชนิดพิเศษที่ใช้ในการป้องกันการแตกร้าว จวบจนกระทั่งการใช้สี Sumi (ที่มีส่วนประกอบสำคัญอย่าง น้ำ น้ำหมึก Sumiและตัวทำละลายอะคริลิค) จนเกิดเฉดสีที่เป็นธรรมชาติ มองแล้วให้ความรู้สึกอยู่ในแวดล้อมธรรมชาติอันอบอุ่น
ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก นักแสดงชื่อดัง มาร์กี้ –ราศรี บาเล็นซิเอก้า จิราธิวัฒน์ และ บอย- ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ เช่นเดียวกับคุณ สปัญญ์ อินทวงษ์ นักวาดภาพประกอบชื่อดัง ที่ร่วมเป็นเกียรติวาดภาพเอ็กซ์คลูซีฟกับรองเท้า Onitsuka Tiger ภายในงานเปิดสโตร์

“The Ultimate JOY Experience” เปิดประสบการณ์ใหม่ที่พร้อมให้ลูกค้าได้สัมผัสกับสุดยอดโปรแกรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ 2018
เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์แห่งความสุขในทุกๆ ด้านของการใช้ชีวิต บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย จะมอบกิจกรรมการท่องเที่ยวในต่างแดนกับสุดยอดประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต พร้อมทั้งกิจกรรมภายในประเทศกับการสร้างประสบการณ์สุดพิเศษที่ยากจะมีใครได้สัมผัส และ Everyday Privilege สิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่จะตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตเหนือระดับ
สำหรับปี 2018 นี้ บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เริ่มต้นไตรมาสแรกของปีไปแล้วถึงสองกิจกรรม ด้วยการพาสมาชิกไปตื่นเต้นเร้าใจกับการเทสต์ไดร์ฟรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู รุ่น M4 บนพื้นทะเลสาบน้ำแข็งซึ่งเป็นไฮไลต์ของทริป The Ultimate BMW M Ice Experience ที่เมือง Arjeplog ประเทศสวีเดน เมื่อวันที่ 22 – 29 มกราคมที่ผ่านมา
และล่าสุด คือทริป The Ultimate BMW M Track Experience – Estoril โดยมีไฮไลท์ของทริปคือการเข้าฝึกอบรมการขับขี่ BMW Driving Experience ที่เมือง Maisach ประเทศเยอรมนี และสัมผัสความแรงของ M5 รุ่นใหม่ล่าสุด บนสนามแข่งระดับโลก Circuito Estoril ประเทศโปรตุเกส เมื่อวันที่ 11-17 มีนาคมนั่นเอง ซึ่งล้วนเป็นทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่สร้างความประทับใจให้สมาชิกผู้ร่วมทริปได้สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษเป็นครั้งแรกในชีวิต
นอกจากนี้ตลอดทั้งปี2018 บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ยังได้เตรียมกิจกรรมสุดพิเศษภายใต้โปรแกรม
“The Ultimate JOY Experience” ที่น่าสนใจอีกมากมาย เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าการเข้ามาสัมผัสโลกของบีเอ็มดับเบิลยู จะทำให้ได้รับความสุข เพลิดเพลิน และสะดวกสบายเหนือกว่าใคร โดยปีนี้ยังคงร่วมมือกับพันธมิตรในภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน), ยางรถยนต์บริดจสโตน, กล้องและอุปกรณ์ GOPRO, สเปเชียลตี้สโตร์กีฬาวิ่งครบวงจร Rev Runner, แบรนด์กีฬาชั้นนำ Under Armor และผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวแนวใหม่ Travel creation จะมาร่วมมือกันมอบความพิเศษให้แก่ลูกค้าอีกด้วย
โดยไฮไลต์ของอีกสามกิจกรรมที่จะมีขึ้นในปีนี้ ประกอบด้วย
BMW Berlin Marathon 2018 – #missionberlin
ทริปที่นักวิ่งทุกคนต่างรอคอยจะเปิดให้จองพร้อมกัน 27 เมษายนนี้ โดยจะเดินทางระหว่างวันที่ 11-18 กันยายน หนึ่งในหกเมเจอร์มาราธอนระดับโลกที่หลายคนอยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งแต่มีโอกาสไปได้ยากมาก ซึ่งในแต่ละปีมีนักวิ่งอาชีพ และนักวิ่งสมัครเล่นจากทั่วโลกเดินทางมาร่วมการแข่งขันวิ่งบนระยะทาง 42.195 กิโลเมตร และยังเป็นการแข่งขันที่มีเงินรางวัลเดิมพันสูงสุดถึง 1,000,000 ดอลล่าร์สหรัฐ ซึ่งบีเอ็มดับเบิลยูจะพาสมาชิกผู้โชคดีได้ไปพิชิตความสำเร็จ และทำความฝันให้เป็นจริงครั้งหนึ่งในชีวิต

BMW Golf Cup Special Edition – Ryder Cup 2018

จะเปิดจองวันที่ 25 พฤษภาคมนี้ โดยจะเดินทางระหว่างวันที่
26 กันยายน – 3 ตุลาคม นอกจากจะพาไปชมการแข่งขันรายการกอล์ฟระดับโลกระหว่างทีมยุโรปและทีมอเมริกาที่จัดทุกๆ 2 ปี ร่วมเชียร์ทีมโปรดแบบติดขอบสนามตลอด 3 วันแล้ว ยังเติมเต็มความฝันให้แก่
เหล่าสมาชิกด้วยการชวนออกรอบตามรอย The 2018 Ryder Cup หลังจบการแข่งขันในสนามเดียวกันที่
Le Golf National ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งน้อยคนจะมีโอกาสและถือเป็น Once in a Lifetime Experience

และ กิจกรรมสุดท้าย The Ultimate BMW M Track Experience – Nürburgring
เปิดให้จองพร้อมกัน 8 มิถุนายนนี้ เดินทางระหว่างวันที่ 30 กันยายน – 6 ตุลาคม โดยบีเอ็มดับเบิลยูจะพาสมาชิกไปทดสอบสมรรถนะของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู รุ่น M4
ในสนามแข่ง Nürburgring ที่ได้ชื่อว่าเป็นสนามแข่งรถที่ยาว ขับยาก ท้าทาย และอันตรายที่สุดในโลก

นอกจากนี้ในงานแถลงข่าวยังได้รับเกียรติจาก 3 แขกรับเชิญพิเศษ ที่มาร่วมบอกเล่าความพิเศษของในแต่ละกิจกรรมในโปรแกรม The Ultimate JOY Experience ได้แก่
“ครูดิน” อ.สถาวร จันทร์ผ่องศรี โค้ชวิ่งชื่อดัง ดีกรีนักวิ่งมาราธอนทีมชาติ ที่มาร่วมบอกเล่าถึงความท้าทาย และการเตรียมตัวเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในเบอร์ลิน มาราธอน ที่เป็นมหกรรมการวิ่งมาราธอนในฝันของบรรดานักวิ่งจากทั่วทุกมุมโลกเพราะเบอร์ลิน มาราธอน นั้นถือเป็น World Major Marathon ที่นักวิ่งมาราธอนตัวจริงจะต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิต
คุณเก่ง-กฤษฎิน สุวรรณบุบผา ผู้จัดการฝ่ายข่าวกีฬาช่อง 3 เผยถึงความยิ่งใหญ่ของการแข่งขันกอล์ฟระดับโลกที่ปกติแล้วการที่คนเอเชียจะเข้าไปเล่นสนามนี้เป็นไปแทบไม่ได้เลย เพราะรายการ Ryder Cup 2018 นั้นจะเป็นการแข็งขันของคนในทวีปยุโรปที่เดิมพันกันด้วยศักด์ศรีของชนชาติเพราะไม่มีเรื่องของเงินรางวัลเป็นของรางวัล
อาเปาะ-กีระเกียรติ เย็นมะโนช นักแข่งในตำนานเจ้าของค่าย 3 มงกุฎ เรซซิ่ง โปรเจ็ค ที่มาเล่าถึงความท้าทายของสนามทดสอบการขับรถสำหรับนักแข่งรถที่เปิดโอกาสให้คนทั่วไปได้สัมผัส
ที่สนามนูร์เบอร์กริง ซึ่งได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสนามแข่งรถที่สร้างความสนุกตื่นเต้นอันดับต้นๆ ของโลกด้วยสนามที่ถูกออกแบบให้มีทางโค้งให้พิสูจน์ฝีมือ และจิตใจมากมายในประเทศเยอรมัน

นอกเหนือจากกิจกรรมสุดมันส์ต่างๆ แล้วโปรแกรม The Ultimate JOY Experience ยังมอบสิทธิประโยชน์ให้แก่สมาชิกในทุก ๆ วัน ไม่ว่าจะมีไลฟ์สไตล์แบบใด เช่น ส่วนลดร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ ส่วนลดเข้าพักโรงแรมหรูระดับห้าดาวในเครือ Banyan Tree และบริการสปาชั้นสูงระดับเวิลด์คลาสที่โรงแรมโซ โซฟิเทล หัวหิน, รับชีสทาร์ตฟรี ที่ร้าน Bake Cheese Tart, ส่วนลดพิเศษบริการล้างรถถึงที่ โดยเรียกใช้บริการผ่านแอปพลิเคชั่น Instawash, ส่วนลดการบริการดูแลรักษารถ Meguiar’s , รับเครื่องดื่มร้อนหรือเย็นฟรี ที่ร้าน Coffee World เป็นต้น มากไปกว่านั้น ยังมีเอกสิทธิ์พิเศษอื่น ๆ แก่สมาชิกในทุก ๆ เดือน ทั้งส่วนลดสินค้า และการบริการต่าง ๆ อีกมากมาย อาทิ หูฟัง Bowers & Wilkins, Black tie Limousine service, U Drink I Drive, Panpuri, Nikanti Golf Club, เป็นต้น
ร่วมสัมผัสสุดยอดประสบการณ์แบบเหนือระดับเฉพาะลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยู พร้อมสิทธิพิเศษหลากหลายสำหรับทุกไลฟ์สไตล์จากโปรแกรม The Ultimate JOY Experience ตลอดทั้งปี ท่านเจ้าของรถบีเอ็มดับเบิลยูทุกท่าน สามารถลงทะเบียนเป็นสมาชิกฟรี! ที่ www.BMWultimateJOY.com หรือติดตามข่าวสารได้ที่ facebook.com/bmwultimatejoy
อิออนมอบรางวัลครบรอบ 25 ปีสุดอลังการ ในแคมเปญ “อิออน ครบรอบ 25 ปี แจกรถ 25 คัน และรางวัลอื่นๆ” รวมมูลค่ากว่า 19 ล้านบาท
นายคิโยะยะซึ อะซะนุมะ (ที่ 7 จากขวา) กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วย คุณสุพร วัธนเวคิน (ที่ 9 จากซ้าย) และคุณนันทวัฒน์ โชติวิจิตร (ที่ 6 จากขวา) กรรมการบริหาร บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) และคณะผู้บริหาร ร่วมมอบรางวัลใหญ่ตอบแทนลูกค้าคนสำคัญจากแคมเปญ “อิออน ครบรอบ 25 ปี แจกรถ 25 คัน” โดยมีรางวัลที่ 1 รถยนต์ โตโยต้า ยาริส เอทีฟ รุ่น 1.2 S จำนวน 25 คัน รางวัลที่ 2 iPhone X 256 GB จำนวน 25 เครื่อง และรางวัลที่ 3 สร้อยคอทองคำหนัก 50 สตางค์ จำนวน 200 เส้น รวมรางวัลทั้งสิ้น 250 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 19 ล้านบาท เมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์
นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมอบรางวัลพิเศษทองคำแท่งหนัก 2 บาท ให้กับลูกค้าที่ใช้บริการอิออนมาตลอด 25 ปี จำนวน 25 ท่าน รวมมูลค่า 1.1 ล้านบาท
แคมเปญ “อิออน ครบรอบ 25 ปี แจกรถ 25 คัน” จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 25 ปีของอิออน โดยเปิดโอกาสให้ลูกค้าอิออนที่มียอดใช้จ่ายตามที่บริษัทฯ กำหนด สมัครและใช้บริการอิออนเป็นครั้งแรก รวมถึงดาวน์โหลดและลงทะเบียน แอปพลิเคชั่น “AEON THAI MOBILE” ร่วมรับสิทธิ์ชิงรางวัลใหญ่
สำหรับผู้สนใจสามารถติดตามรับข่าวสารและกิจกรรมดีๆ อีกมากมายได้ทาง www.aeon.co.th
เล็กใหญ่ไม่สำคัญ โรลส์-รอยซ์ ดูแลได้ในมาตรฐานเดียวกัน
รถยนต์รุ่น Rolls-Royce SRH ที่ถูกสร้างขึ้นโดยช่างฝีมือเพื่อให้เด็กๆ ที่กำลังรอเข้ารับการผ่าตัดได้ใช้ขับพาตัวเองไปสู่ห้องผ่าตัด ผ่านทางเดินของหน่วยกุมารเวชศาสตร์ซึ่งเรียงรายไปด้วย “เครื่องหมายจราจร” โดยประสบการณ์ “การขับรถพาตัวเองไปสู่ห้องผ่าตัด” นี้ ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถช่วยลดความเครียดของผู้ป่วยเด็กได้จริง
12 เดือนต่อมา โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส ก็ได้ต้อนรับการกลับมาของ Rolls-Royce SRH ในฐานะสมาชิกที่คันเล็กที่สุดของครอบครัวโรลส์-รอยซ์ สู่ Home of Rolls-Royce เมืองกู้ดวูด เพื่อตรวจสภาพหลังการใช้งานผ่านไป 1 ปี ผลปรากฏว่ารถยนต์คันนี้ยังสามารถทำงานได้อย่างไร้จุดบกพร่อง และได้รับการรับรองประสิทธิภาพระดับดีเยี่ยมจากช่างเทคนิคในศูนย์การวิเคราะห์ยานยนต์ของบริษัท
ซู นิโคลส์ ผู้ดูแลแผนกกุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาลเซนต์ริชาร์ดเล่าว่า “ผลตอบรับเป็นไปอย่างดีเกินคาดมากจากบรรดาครอบครัวผู้ป่วย ซึ่งต่างรู้สึกตื่นเต้นดีใจที่เด็กๆ จะมีโอกาสได้ขับรถยนต์โรลส์-รอยซ์คันจิ๋วไปยังห้องผ่าตัด ทำให้เด็กๆ ลดอาการกังวลกับการผ่าตัดที่กำลังจะเกิดขึ้น เพราะผู้ป่วยตัวน้อยๆ จะรู้สึกสนอกสนใจกับประสบการณ์ที่สนุกสนานในการขับรถยนต์ผ่านทางเดินไปสู่ห้องผ่าตัดด้วยรถยนต์คันจิ๋วที่เขาสามารถขับด้วยตัวเอง และยังสังเกตเห็นว่าเหล่าคุณพ่อดูจะสนใจในรถยนต์โรลส์-รอยซ์คันจิ๋ว และมักจะขอลองขับเองด้วย! ประสบการณ์ในการอยู่โรงพยาบาลทั้งหมดของเด็กๆ เหล่านั้นจะถูกบันทึกในความทรงจำที่ได้มีโอกาสในการขับรถยนต์แสนพิเศษคันนี้”
แอนดรูว บอล หัวหน้าฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ ส่วนงานวัฒนธรรมและการกุศล โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส เล่าว่า “เรารู้สึกยินดีที่ Rolls-Royce SRH สามารถส่งมอบความสุขได้เป็นผลสำเร็จตามที่สัญญาไว้ โดยการสร้างประสบการณ์เชิงบวกแก่เด็กๆ และพ่อแม่ในระหว่างที่อยู่ในโรงพยาบาล โครงการนี้ได้แสดงให้เห็นถึงทักษะและเทคโนโลยีระดับโลกของทีมงานแผนกรถยนต์สั่งผลิตพิเศษ และในทุกๆ แผนกของ Home of Rolls-Royce ที่เมืองกู้ดวูด และเช่นกันโครงการนี้ได้แสดงให้เห็นว่าทีมงานทักษะระดับสูงของเราทั้งชายและหญิง ต่างมีความมุ่งมั่นในการสร้างประโยชน์อันทรงคุณค่าให้แก่ชุมชนของเรา”
ฮอนด้า ส่ง 6 ตัวแทนเยาวชนไทยร่วมแข่งขันโครงการ “ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์ 2017” ณ ประเทศญี่ปุ่น
สำหรับ 6 ตัวแทนเยาวชนไทยที่ชนะในโครงการ ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์ 2017 ประกอบด้วย
- น้องไหว้ – ด.ช.พริษฐ์ พงศ์สถาพร ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จากโรงเรียนวุฒิวิทยา จ.ชลบุรี เจ้าของผลงาน “ชักโครกใส่ใจสุขภาพ”
- น้องรุ้ง – ด.ญ. ฟ้าใส เพชรนวล (รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวัดวาลุการาม จังหวัดชุมพร ผลงาน “รถเบาะกระโดดอัตโนมัติ”
- น้องบอล – ด.ช.สมประสงค์ บุญตวง (รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนประชาอุทิศ (จันทาบอนุสรณ์) กรุงเทพฯ ผลงาน “กางเกงในแก้ริดสีดวง”
- น้องเจเจ – ด.ช.ปภังกร จารุสัมพันธ์กนก (รางวัลเกียรติยศ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย กรุงเทพฯ ผลงาน “ไมค์คืนความสุข”
- น้องไหม – ด.ญ.ธีรญา นวชาตโฆษิต (รางวัลเกียรติยศ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนแม่พระฟาติมา กรุงเทพฯ ผลงาน “ฟิล์มครอบลิ้นเปลี่ยนรสชาติ”
- น้องออกู้ด – ด.ช. ปีติสิทธิ สกลรักษ์ (รางวัลเกียรติยศ) เกรด 2 โรงเรียนอยู่เย็นวิทยา กรุงเทพฯ ผลงาน “ฟันหมาไม่กัด”
รางวัลพิเศษ “ครูผู้สร้างแรงบันดาลใจ” จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ นายวีรยุทธ์ เกิดแก้วงาม อาจารย์จากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย และนายกมลชัย พอกแก้ว อาจารย์จากโรงเรียนมารีย์วิทยา นนทบุรี
ในค่ายเยาวชน “ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คิดส์” ตัวแทนเยาวชนจากไทย ญี่ปุ่น และเวียดนาม ได้นำเสนอ
สุดยอดผลงานสิ่งประดิษฐ์ รวมถึงแนวคิดและแรงบันดาลใจในการประดิษฐ์ชิ้นงาน พร้อมทั้งทำกิจกรรม
เพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม โดยน้องๆ ทั้ง 6 คนได้นำการแสดงรำไหว้ครูมวยไทยไปโชว์ในงาน สร้างความประทับใจให้ผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก นอกจากนี้น้องๆ ยังร่วมชมโชว์แบบเอ็กซ์คลูซีฟจากหุ่นยนต์อาซิโม
ซึ่งเลียนแบบท่าทางต่างๆ ได้ใกล้เคียงมนุษย์อีกด้วย
ด้านนายพิชญ์พล จิรวงศาพันธุ์ หรือ พี่อินดี้ ผู้ชนะเลิศ ระดับประถมศึกษา 1-3 โครงการ ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์ 2006 (ปัจจุบันเป็นนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยโตเกียว) รุ่นพี่ซึ่งได้มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆ ให้แก่น้องๆ กล่าวว่า “ผมเชื่อว่าเด็กๆ ทุกคนมีความคิด ความฝันและพลังจินตนาการอยู่ในตัวเอง โครงการนี้ส่งเสริมให้สิ่งเหล่านั้นเป็นจริงขึ้นมาได้ สำหรับตัวผมเองได้แรงบันดาลใจในการเรียนภาษาญี่ปุ่น หลังกลับจากการนำเสนอผลงาน
ในโครงการ ฮอนด้า ซูเปอร์ไอเดีย คอนเทสต์ครั้งที่ 2
เมื่อครั้งนั้นผมได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณฮิโรเสะ (หัวหน้าทีมวิจัยและพัฒนาหุ่นยนต์อาซิโม) ต้องมีล่ามช่วยแปลภาษาญี่ปุ่นให้ตลอด จึงรู้สึกว่าอยากสื่อสารได้ด้วยตัวเอง และนั่นนับเป็นการจุดประกายที่ทำให้ผมอยากเรียนภาษาญี่ปุ่น จนกระทั่งได้มีโอกาสมาศึกษา
ที่มหาวิทยาลัยโตเกียวในปัจจุบัน นอกจากนี้ ผมยังได้ชมวีดิทัศน์ประวัติของอาซิโม ตั้งแต่ยังเดินไม่ได้
จนพัฒนาเป็นหุ่นยนต์ที่สามารถเดินได้ใกล้เคียงกับมนุษย์ในปัจจุบัน ทำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของวิศวกรฮอนด้า วันนี้รู้สึกดีใจที่ได้มีโอกาสมาแบ่งปันประสบการณ์ให้กับน้องๆ อยากให้ทุกคนเก็บเกี่ยวสิ่งดีๆ ที่ได้จากการเดินทางในครั้งนี้มาเป็นแรงบันดาลใจ และทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริง ตามสโลแกนของฮอนด้า Honda The Power of Dreams”
นอกเหนือจากกิจกรรมในค่ายเยาวชนแล้ว น้องๆ ยังมีโอกาสได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการได้นั่ง
ชินคันเซน รถไฟความเร็วสูงจากโตเกียวไปยังจังหวัดโตชิกิ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ ฮอนด้า ทวินริง โมเตกิ สนามทดสอบเพื่อใช้ในการพัฒนายนตรกรรมของฮอนด้า รวมทั้งยังเป็นสนามแข่งขันรถยนต์ระดับโลก นอกจากนี้
ยังเป็นที่ตั้งของ ฮอนด้า คอลเลคชั่น ฮอลล์ สถานที่จัดแสดงนวัตกรรมยานยนต์ของฮอนด้าซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 50 ปี รวมถึงการขึ้นบอลลูนเพื่อชมวิวทิวทัศน์ของจังหวัดโตชิกิแบบ 360 องศา การศึกษาธรรมชาติและความสมบูรณ์ของป่าที่ เฮลโล วูดส์ ซึ่งเป็นป่าต้นสนและโอ๊ค ที่ได้รับการดูแล
โดยเจ้าหน้าที่อนุรักษ์ป่าของฮอนด้า เพื่อปลูกจิตสำนึกของเยาวชนให้ตระหนักถึงคุณค่าของสิ่งแวดล้อม รวมถึงเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมสร้างสรรค์ผลงานศิลปะลงบนแผ่นไม้
จากเมืองโตชิกิมุ่งหน้าสู่โตเกียว ฮอนด้าพาน้องๆ สนุกสนานไปกับเครื่องเล่นนานาชนิด ที่ โตเกียว ดิสนีย์แลนด์นอกจากนั้นยังไปทัศนศึกษาด้วยการไหว้พระขอพรที่วัดอาซากุสะ รวมถึงเข้าเยี่ยมชมอาคารฟูจิ ทีวีและพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ที่เมืองโอไดบะอีกด้วย
น้องไหว้ – ด.ช.พริษฐ์ พงศ์สถาพร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
จากโรงเรียนวุฒิวิทยา จ.ชลบุรี ผู้ชนะเลิศ เจ้าของผลงานชักโครก
ใส่ใจสุขภาพ กล่าวว่า “ผมตื่นเต้นมากครับ ที่ได้มาประเทศญี่ปุ่น
ได้รู้จักเพื่อนใหม่ทั้งจากญี่ปุ่นและเวียดนาม ทำให้ได้เห็นไอเดียสร้างสรรค์ของเพื่อนๆ รวมถึงได้เจอกับอาซิโมตัวจริงครั้งแรกด้วยครับ เป็นหุ่นยนต์อัจฉริยะมากๆ
นอกจากนี้ผมยังได้ไป Collection Hall
ได้รู้จักสิ่งประดิษฐ์ และรถยนต์ต่างๆ ของฮอนด้า และยังได้ไปเรียนรู้ป่าธรรมชาติ ขึ้นบอลลูน แถมยังได้ไป
สวนสนุกอีกด้วย ขอบคุณฮอนด้ามากๆ ที่จัดกิจกรรมนี้ขึ้นมา ทั้งสนุกและได้รับความรู้มากมายครับ”
นับเป็นอีกครั้งที่ฮอนด้าได้ขับเคลื่อนความฝัน จุดประกายความคิดสร้างสรรค์และสร้างแรงบันดาลใจ
ให้กับเยาวชนไทย เพราะเราเชื่อว่าประสบการณ์ดีๆ จะช่วยต่อยอดให้เด็กๆ ได้แสดงพลังแห่งความฝัน
(The Power of Dreams) และมุ่งมั่นในการทำฝันนั้นให้เป็นจริง เพื่อเป็นพลังในการขับเคลื่อนสังคมไทย
ให้ก้าวหน้าต่อไป
วิ่งยังไงไม่ให้ขาดใจตายในหน้าร้อน!!! เคล็บลับวิ่งหน้าร้อนจาก “อาดิดาส รันเนอร์ส แบงค็อก”

นั่นก็เพราะว่าแสงแดดและอุณหภูมิที่สูงนั้นจะทำให้ร่างกายของเราทำงานหนักจนออกอาการเหนื่อยล้าเร็วกว่าปกติ เช่น จากเดิมที่วิ่งเพซ 6 ได้สบายๆ กลับกลายเป็นว่าต้องใช้พลังงานและหยาดเหงื่อที่มากขึ้นกว่าเมื่อก่อน รวมถึงตัวเลข heart rate บนหน้าจอที่พุ่งสูงขึ้นจนน่าตกใจ วันนี้ โค้ชเหรียง-ณัฐ ดำรงค์ทวีศักดิ์ โค้ชด้านการวิ่งจากอาดิดาส รันเนอร์ส แบงค็อก ได้แชร์ทริคในการวิ่งหน้าร้อนเพื่อให้ทุกคนได้วิ่งผ่านพ้นสมรภูมิร้อนไปด้วยกัน ดังนี้
ดื่มน้ำจิบเกลือแร่ให้มากขึ้น – เริ่มจากการดื่มน้ำหรือเกลือแร่ที่ติดมาในกระเป๋าของเราให้มากขึ้นและบ่อยขึ้น ทั้งในช่วงก่อนวิ่ง ขณะวิ่ง และหลังวิ่ง ยิ่งถ้าเป็นน้ำเย็นๆ ก็จะช่วยระบายความร้อนในร่างกายได้ดีกว่าน้ำอุ่น ส่วนใครที่โปรดปรานเกลือแร่ ก็ขอให้เปลี่ยนมาใช้แบบที่มีความเข้มข้นน้อย เพื่อให้ร่างกายดูดซึมได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ ปริมาณและการดื่มนั้นขึ้นอยู่กับระยะทางการซ้อมในวันนั้นๆ และร่างกายที่มีอัตราการสูญเสียเหงื่อที่ไม่เท่ากัน จึงอาจปรับเพิ่มจากปกติประมาณ 200 – 300 มิลลิลิตร ตามความเหมาะสม
ล้างหน้าล้างตัวด้วยน้ำเย็น – เทคนิคนี้เป็นวิธีเติมความสดชื่นแบบง่ายๆ เพียงแค่เอาน้ำเย็นราดเบาๆ ที่บริเวณใบหน้าและตามส่วนต่างๆ ของร่างกายก็จะช่วยลดอุณหภูมิในร่างกายได้ทันที
เลือกเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี – ถ้าปกติใส่เสื้อยืดไปวิ่ง ก็ให้ลองเปลี่ยนมาใช้เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดีกว่าอย่าง Clima Chill เพราะเสื้อยืดที่ชุ่มเหงื่อจะระบายอากาศและอุณหภูมิในร่างกายได้ไม่ดี อีกทั้งยังทำให้เราไม่สามารถขยับหรือเคลื่อนที่ได้อย่างคล่องตัวอีกด้วย จึงขอแนะนำให้ใส่เสื้อที่ระบายอากาศได้ดี หรือเลือกใส่เสื้อกล้ามที่สามารถระบายความร้อนได้ดีที่สุด
เตรียมของกันแดด และปรับเวลาวิ่ง – หากว่าซ้อมวิ่งในช่วงเช้าหรือช่วงที่มีแดดแรง ก็ควรใช้ครีมกันแดด สวมหมวกกันแดด และใส่แว่นกันแดด เพื่อป้องกันไม่ให้แสงแดดทำร้ายผิวหนังและสายตามากจนเกินไป หรืออาจจะลองปรับช่วงเวลาวิ่งใหม่ เช่น ตื่นไปวิ่งตั้งแต่เช้ามืด ไม่ก็รอให้แดดหมดก่อน หรือหลบร้อนไปวิ่งในยิมแทนก็ถือเป็นไอเดียที่ไม่เลวเหมือนกัน
หมั่นสังเกตสัญญาณเตือนจากร่างกาย – ควรเตรียมร่างกายให้พร้อม พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอก่อนออกไปวิ่ง และคอยตรวจเช็คอาการผิดปกติขณะวิ่งเสมอ เช่น หน้ามืด คลื่นไส้ หัวใจเต้นเร็วและรัว ถ้ารู้สึกว่าฝืนร่างกายจนเกินไปหรือใกล้เป็นลมหมดสติ ก็ขอให้ค่อยๆ ผ่อนแรงลงและอย่าหยุดวิ่งทันที เพราะอาจเกิดอันตรายจากภาวะ heat exhausted หรือ heat stroke ที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้
ทั้งหมดนี้ก็เป็นเทคนิคในการวิ่งในช่วงหน้าร้อนที่โค้ชเหรียงนำมาฝากกัน
https://www.facebook.com/nut.liangliang/videos/10215013651830109/
และสามารถติดตามเทคนิคจากกัปตันทีมโค้ชท่านอื่นๆ จากอาดิดาส รันเนอร์ส แบงค็อก ได้ที่เฟซบุ๊ก adidas Runners Bangkok
แกร็บ เพิ่มฟีเจอร์ My Destination ด้วยการจับคู่เส้นทางผ่านของคนขับกับผู้โดยสาร…ทางเดียวกันไปด้วยกัน
ในการใช้งาน พาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่สามารถกดปุ่มฟีเจอร์ ‘My Destination’ ซึ่งจะอยู่ในเมนูซ้ายบนของแอพพลิเคชั่นของผู้ขับขี่เพื่อกรอกสถานที่ที่ต้องการจะไป ระบบจะคัดเลือกและจับคู่เฉพาะผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางไปยังสถานที่ที่อยู่ในระยะรัศมีไม่เกิน 5 กิโลเมตร ตามเส้นทางที่มุ่งหน้าไปยังจุดหมายที่ผู้ขับขี่ได้ระบุเท่านั้น

โดยนอกจากฟีเจอร์ ‘My Destination’ จะช่วยให้พาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่สามารถหารายได้อย่างต่อเนื่องแม้ขณะกลับบ้านหรือเดินทางไปยังที่ที่ต้องการแล้ว ยังเหมาะสำหรับผู้ใช้รถยนต์ทุกคนที่ต้องการจะหารายได้เพิ่ม และลดค่าใช้จ่ายทุกๆ ครั้งที่ขับรถออกจากบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการขับรถไป-กลับจากที่ทำงานในทุกๆ วัน หรือขับไปสถานที่ต่างๆ ในวันหยุดสุดสัปดาห์
ทั้งนี้ พาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่จะสามารถใช้ฟีเจอร์ ‘My Destination’ ได้สองครั้งต่อวัน และระบบจะทำการจับคู่ผู้โดยสารภายใต้ฟีเจอร์ดังกล่าวให้ไม่เกิน 5 เที่ยวการเดินทางต่อวัน โดยฟีเจอร์ ‘My Destination’ เปิดให้ใช้งานแล้วในแอพพลิเคชั่นสำหรับพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่แกร็บทั่วประเทศ

ฟีเจอร์ ‘My Destination’ ถือเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ ‘Better 365’ ซึ่งแกร็บ มุ่งมั่นช่วยเหลือให้พาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่ของแกร็บสามารถมีรายได้และชีวิตที่ดีขึ้นตลอด 365 วัน ผ่านการพัฒนาฟีเจอร์และสิทธิประโยชน์ต่างๆ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ แกร็บ ประเทศไทย www.grab.com/th หรือแฟนเพจ facebook.com/grabth
EA Anywhere พร้อมรับกระแสรถยนต์ไฟฟ้า เร่งขยายสถานีบริการทั่วประเทศ
ธนพัชร์ สุขสุธรรมวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลังงานมหานคร จำกัด บริษัทในเครือบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการ EA Anywhere สถานีอัดประจุไฟฟ้า เปิดเผยว่า จากกระแสของรถยนต์ไฟฟ้า หรืออีวี ที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในปัจจุบัน ซึ่งขณะนี้ไม่ใช่เฉพาะในต่างประเทศเท่านั้น แต่สำหรับประเทศไทยรัฐบาลให้การสนับสนุนกลุ่มรถยนต์ไฮบริด, ปลั๊ก-อินไฮบริด และอีวี อย่างมาก บริษัทฯ ในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจสถานีอัดประจุไฟฟ้า เตรียมแผนขยายสถานีบริการไว้รองรับรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มพิกัด
EA Anywhere ได้รุดหน้าขยายสถานีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ 1,000 สถานี ภายในปี 2561 นี้ โดยได้รับการตอบรับจากพันธมิตรทางธุรกิจเป็นอย่างดี นับว่าปัจจุบันมีการขยายครอบคลุมพื้นที่ในวงกว้าง ในเมืองท่องเที่ยวอย่าง หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จะมีสถานี EA Anywhere ให้บริการตลอดเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็น ถนนราชพฤกษ์ ถนนกาญจนาภิเษก OPG AMAZON สถานีบริการที่วังมะนาว ร้านอาหารครัวบ้านขวัญ เพชรบุรี FN OUTLET โรงแรมHoliday Inn Vana Nava Hua Hin และสวนน้ำ Vana Nava Hua Hin ก็มีให้บริการแล้ว
สำหรับรูปแบบการให้บริการของ EA Anywhere ที่อัดประจุไฟฟ้ามีหัวจ่ายอยู่ 2 ลักษณะ คือ
- แบบ DC ชาร์จเร็วหรือควิกชาร์จ ภายใน 7 นาที วิ่งได้ระยะทาง 100 กม
- แบบ AC ชาร์จปกติ 1-2 ชม. 2 หัวจ่าย รองรับได้กับรถยนต์ปลั๊ก-อินไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้าทุกค่ายสามารถชาร์จไฟฟ้าได้ โดยจะมีหัวชาร์จ TPYE1 และ TYPE2 ที่สามารถใช้ได้กับทุกรุ่น
เบื้องต้นสถานีชาร์จจะมี 3 ขนาด คือ เอส, เอ็ม, แอล
- ขนาดเอส 3 หัวจ่าย แบ่งเป็นแบบ DC 2 หัว และ AC 1 หัวจ่าย
- ขนาดเอ็ม 4 หัวจ่าย DC 1 หัว และ AC 3 หัว
- ขนาดแอล คือ หัวจ่ายแบบ DC 1 หัว และแบบ AC
ที่จะกระจายแยกจุดออกไปติดตั้งยังจุดจอดรถต่างๆ
EA Anywhere ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย และปลอดภัยด้วยการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยจาก IEC STANDARD มีทั้ง แบบไฟฟ้ากระแสตรง และ กระแสสลับ พร้อมให้บริการกับรถยนต์ plugin hybrid , BEV รถยนต์ไฟฟ้าทุกยี่ห้อ และทุกรุ่น อีกทั้งยังใช้แอปพลิเคชั่นในการเช็คตำแหน่งของสถานี จองล่วงหน้าเพื่อรับบริการ ชำระเงิน
สามารถใช้ได้ทั้งในส่วนของ แอปพลิเคชั่น Android และ IOS เพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ สามารถตรวจสอบเส้นทางหรือจุดที่เป็นที่ตั้งของสถานีให้บริการ ทั้งนี้ EA Anywhere ยังคงเปิดรับผู้สนใจเข้าร่วมเป็นพันธมิตรในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ที่ต้องการเปิดสถานีชาร์จไฟฟ้า เพื่อรองรับเทรนด์รถไฟฟ้าที่กำลังมาแรง และเร็วกว่าที่คิด

บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน ) ดำเนินธุรกิจด้านพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ บริษัท พลังงานมหานคร จำกัด ซึ่งปัจจุบัน บริษัท พลังงานมหานคร จำกัด ได้ดำเนินธุรกิจสถานีอัดประจุไฟฟ้าภายใต้เครื่องหมายการค้า EA Anywhere ได้ต่อยอดธุรกิจโดยจัดตั้ง บริษัท ไมน์ โมบิลิตี้ จำกัด ภายใต้เครื่องหมายการค้า MINE (MISSION NO EMISSION) เพื่อคิดค้น และพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าที่เกิดจากความร่วมมือของบริษัทฯ และวิศวกรชาวไทย และได้อวดโฉมยานยนต์ต้นแบบทั้ง 3 รุ่น ในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39 ที่ผ่านมา
“การผลิตรถยนต์ของ ไมน์ โมบิลิตี ไม่ได้เป็นเพียงรถต้นแบบเท่านั้น แต่บริษัทฯ มีแผนที่จะผลิตรถดังกล่าวออกจำหน่ายภายในปี 2562 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมในการผลิต ซึ่งเมื่อถึงเวลาผลิตยานยนต์ไฟฟ้าก็จะสามารถพัฒนาให้เหมาะสมได้”
สำหรับการอวดโฉมรถต้นแบบในงานนี้ เป็นการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคที่สนใจรถยนต์ไฟฟ้าว่ามีความต้องการรถแบบใด เพราะบริษัทฯ ตั้งเป้าที่จะผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อให้เป็นรถที่คนไทยจับต้องได้
โดยในเบื้องต้นรุ่น City EV Concept ราคาไม่เกิน 6 แสนบาท ส่วนรุ่น MPV EV Concept ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท สำหรับรุ่น Sport EV Concept ยังไม่สามารถกำหนดราคาได้
โดยรุ่นที่คาดว่าน่าจะได้รับความสนใจและความนิยมจากผู้ซื้อมากที่สุดน่าจะเป็นรุ่น MPV EV Concept สำหรับผ้ที่สนใจในพลังงานทางเลือสามารถติดตามได้ทาง facebook.com/eaanywhere.th หรือ eaanywhere.com
