Jason Derulo LIVE ON STAGE at ILLUZION PHUKET

HERE WE GO! #ILLUZION Phuket proudly presents:

Jason Derulo LIVE ON STAGE for the FIRST TIME in Thailand!

11th June 2018 – Get ready for a SENSATIONAL SHOW!
LIMITED EARLY BIRD TICKETS AVAILABLE >> https://goo.gl/ZUK5gz

————————————————————————

แฟนเพลง Jason Derulo เตรียมเฮ!! พบกันที่ILLUZION PHUKET

ข่าวสำหรับชาว R&B และ Hip Hop เตรียมพบกับโชว์จากศิลปินระดับโลกอย่าง Jason Derulo ที่ ครั้งแรกที่ภูเก็ต ในวันจันทร์ที่ 11 มิถุนายนนี้ที่ ILLUZION PHUKET
อย่างที่รู้จักกัน Jason Joel Desrouleaux หรือชื่อในวงการว่า Jason Derulo นักร้องศิลปินชาวอเมริกันที่เป็นทั้งนักร้อง นักแต่งเพลงและนักเต้น เพลงของเค้านั้นโด่งดังถึงขนาดมียอดวิวถึง 1พันล้านวิวใน Youtube กันเลยทีเดียวกับเพลง “Swalla” รองลงมาคือเพลง “Wiggle” และเพลง “Talk Dirty”  เพลงส่วนใหญ่ของเขาจะเป็นแนว R&B, Hip Hop และ Pop นั่นเอง
แล้วเจอกัน!! ในวันจันทร์ที่ 11 มิ.ย. นี้ ที่ ILLUZION PHUKET

สามารถซื้อบัตรได้ที่ > https://goo.gl/ZUK5gz


ด่วนที่สุด! อิเกียเรียกคืนจักรยาน รุ่น SLADDA

อิเกียได้รับคำแนะนำจากผู้ผลิตชิ้นส่วนสินค้าที่เชื่อถือได้ ให้ทำการเรียกคืนจักรยาน รุ่น SLADDA/สแลดด้า เนื่องจากมีความเสี่ยงที่สายพานอาจเกิดการชำรุดขณะใช้งาน ทำให้จักรยานเสียการทรงตัวจนเกิดอุบัติเหตุได้ และขอให้ลูกค้าระงับการใช้จักรยานนี้โดยทันที อิเกียได้รับรายงานอุบัติเหตุที่เกิดจากการใช้จักรยานรุ่น SLADDA/สแลดด้า ทั้งหมด 11 รายงาน ในจำนวนนี้มี 2 กรณีที่ผู้ใช้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ในประเทศไทยยังไม่มีรายงานการบาดเจ็บแต่อย่าไร

https://www.youtube.com/watch?v=-GduBvw1gEI

จักรยาน รุ่น SLADDA/สแลดด้า ได้รับรางวัลด้านการออกแบบ Red Dot Design Award และวางจำหน่ายใน 26 ประเทศทั่วโลกมาตั้งแต่ปี 2559 การออกแบบที่สวยงามและความตั้งใจที่จะสรรค์สร้างทางลือกใหม่ในการเดินทางซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยังเป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกภาคภูมิใจ แม้จะทราบดีว่า จักรยาน รุ่น SLADDA/สแลดด้า คงจะเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าหลายคนที่ได้ใช้ แต่เรื่องความปลอดภัยยังคงเป็นเรื่องสำคัญที่สุดเสมอ


อิเกียจึงขอให้ลูกค้ายุติการใช้จักรยาน รุ่น SLADDA/สแลดด้า โดยทันที และนำมาคืนที่สโตร์อิเกียใกล้บ้าน เพื่อรับเงินคืนเต็มจำนวน ตะแกรงหน้าและตะแกรงหลังซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริมที่ออกแบบมาเพื่อใช้กับจักรยาน รุ่น SLADDA/สแลดด้า โดยเฉพาะ สามารถนำมาคืนที่สโตร์หรือศูนย์บริการสั่งซื้อและรับสินค้าอิเกีย เพื่อรับเงินคืนเต็มจำนวนได้เช่นกัน ทั้งนี้ อิเกียขอความกรุณาให้ลูกค้านำใบเสร็จสินค้ามาแสดงเมื่อทำเรื่องคืนสินค้า เนื่องจากตามข้อกำหนดของกรมสรรพากร การออกเอกสารคืนเงินต้องระบุเลขที่ใบเสร็จลงในใบลดหนี้


หากลูกค้าไม่สะดวกจะนำใบเสร็จสินค้ามาแสดง อิเกียจำเป็นต้องคืนเงินค่าสินค้าในรูปบัตรของขวัญ อิเกีย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าลูกค้าจะเข้าใจมาตรการของเรา

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.IKEA.co.th หรือสอบถามเพิ่มเติมที่แผนกลูกค้าสัมพันธ์ +66 2 708 7999


‘โซลาร์บูสท์’ เทคโนโลยีกระสวยอวกาศ จุดเริ่มต้นจากนาซ่าสู่สุดยอดรองเท้าวิ่ง

อาดิดาส รันนิ่ง เปิดตัวรองเท้าวิ่งรุ่นใหม่ล่าสุด ‘โซลาร์บูสท์ (SolarBOOST)’ สำหรับผู้ที่ต้องการประสิทธิภาพในการใช้งาน ความนุ่มสบาย และการคืนพลังในขณะวิ่งได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ‘โซลาร์บูสท์’ เป็นร้องเท้าวิ่งที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากวิศวกรรมศาสตร์ของนาซ่า และเทคโนโลยีที่ดีที่สุดของอาดิดาส จึงทำให้ โซลาร์บูสท์ เป็นรองเท้าวิ่งที่มีน้ำหนักเบา และทนทานเป็นพิเศษ


‘โซลาร์บูสท์’ ใช้เทคโนโลยี Tailored Fibre Placement ในการจัดวางเส้นใย ซึ่งเป็นวัสดุจาก Parley อีกทั้งยังมีการตัดเย็บ และนำมาประกอบอย่างสมบูรณ์แบบในทุกตารางมิลลิเมตร จนได้ออกมาเป็นรองเท้าที่มีทั้งความนุ่มสบาย ความกระชับ และการซัพพอร์ตที่เหนือกว่า แถมยังมีน้ำหนักเบาทำให้นักวิ่งสามารถเคลื่อนตัวได้อย่างมั่นใจ ไม่ว่าจะใช้ความเร็วในการวิ่ง หรือวิ่งในระยะทางไหนก็ตาม


‘โซลาร์บูสท์’ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเติมเต็มความมั่นใจให้กับนักวิ่งด้วยการใช้เทคโนโลยีสุดล้ำสมัย ตามหลักการเดียวกับการสร้างกระสวยอวกาศที่องค์ประกอบแต่ละส่วนล้วนมีความสำคัญในตัวของมันเอง โดยในแต่ละส่วนประกอบของโซลาร์บูสท์นั้นมีส่วนช่วยในการยกระดับประสิทธิภาพในการวิ่ง ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนักที่เบาเพียง 295 กรัม ซึ่งถือว่าเบากว่า เอเนอจี้บูสท์ ถึง 15 กรัม แต่ยังคงรักษามาตรฐานในการรองรับแรงกระแทกและการคืนพลังในระดับเดียวกัน

https://www.youtube.com/watch?v=wHWTjmp_Sn0

นอกเหนือจากนี้ โซลาร์บูสท์ ยังผ่านการทดสอบการใช้งานจริงโดยเหล่านักวิ่งของกลุ่มอาดิดาส รันเนอร์ส ตามหัวเมืองหลักจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งในแต่ละที่ก็จะมีสภาพอากาศที่หลากหลายและแตกต่างออกไปอย่างชัดเจน สำหรับคุณสมบัติพิเศษของรองเท้าวิ่ง โซลาร์บูสท์ ที่นอกจากจะมีน้ำหนักที่เบา และความทนทานแล้ว ยังมีเทคโนโลยีอันโดดเด่นที่คิดค้นและพัฒนาขึ้นโดยอาดิดาสอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

  • เทคโนโลยีแห่งอนาคต Tailored Fibre Placement มีการใช้ระบบข้อมูล Aramis ในการจัดวางตำแหน่งของเส้นใยที่ได้มาจากพาร์ลี่ย์ เพื่อประคองช่วงกลางลำเท้าของนักวิ่งให้มีสมดุลที่ดี
  • พัฒนา Energy Rail ขึ้นมาใหม่ มีการออกแบบโครงสร้างให้มีน้ำหนักเบาและสามารถใช้งานร่วมกับพื้น BOOST เพื่อเพิ่มความมั่นคงในการทรงตัวขณะวิ่ง
  • เสริมความกระชับมากขึ้น ใช้โครงสร้างพิเศษบริเวณส้นเท้าที่มีน้ำหนักเบาและมีส่วนช่วยในการประคองส้นเท้า เพื่อให้นักวิ่งสามารถขยับข้อเท้าได้อย่างมีอิสระมากขึ้น และยังมีความกว้างเพื่อรองรับส้นเท้าได้ดียิ่งขึ้น
  • พื้น BOOST ตอบสนองการเคลื่อนที่ได้สูงถึง 85% มีน้ำหนักเบา ช่วยเสริมการรองรับแรงกระแทกเพื่อคืนพลังให้กับนักวิ่ง
  • Stretchweb ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด แผ่นพื้นยางที่มีส่วนช่วยในการยึดเกาะกับพื้นได้เป็นอย่างดี สามารถปรับโครงสร้างให้เข้ากับการขยับของเท้าในทิศทางเดียวกัน เพื่อช่วยให้นักวิ่งสามารถขยับเท้าได้อย่างอิสระ


มร.คริส เอ็คแมน ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายผลิตภัณฑ์อาดิดาส รันนิ่ง กล่าวว่า “ถึงเวลาแล้วที่เราจะท้าทายขีดศักยภาพของรองเท้าวิ่ง ในการที่จะสร้างรองเท้าวิ่งที่มีน้ำหนักเบา ซัพพอร์ตดี สวมใส่สบาย เหมาะสำหรับนักวิ่งทุกคนนั้น เราจึงมองหาแรงบันดาลใจจากวงการยานยนต์และยานอวกาศ จนเราได้ค้นพบเทคโนโลยี Tailored Fibre Placement ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการผลิตที่ทำให้เราสามารถเย็บชิ้นส่วนต่างๆ เข้าด้วยกันได้อย่างถูกต้องและแม่นยำมากยิ่งขึ้น เราจึงนำเทคโนโลยีนี้มารวมเข้ากับ Energy Rail และ BOOST ที่มีการพัฒนาขึ้นมาใหม่ และด้วยการริเริ่มใช้เทคโนโลยี Tailored Fibre Placement ในวงการรองเท้าวิ่ง ทำให้เราสามารถสร้างสรรค์รองเท้าวิ่งของอาดิดาสที่มีประสิทธิภาพสูงสุดขึ้นมาได้สำเร็จ”


รองเท้าวิ่ง โซลาร์บูสท์ วางจำหน่ายในวันที่ 1 มิถุนายน 2516 ในราคา 6,000 บาท ที่ร้านอาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ และอาดิดาส สปอร์ต เพอร์ฟอร์แมนซ์ทุกสาขา และอาดิดาส ออนไลน์ สโตร์ shop.adidas.co.th


ด่วน! รถยนต์เก่าทุกรุ่น ทุกยี่ห้อเปลี่ยนเป็นรถยนต์ Audi ได้ในราคาเกินคุ้ม! เริ่มวันนี้ – 30 มิ.ย.

อาวดี้ ประเทศไทย ตอบรับกระแสรถหรูจัดรายการส่งเสริมการขายประกาศรับ Trade in เพิ่มมูลค่ารถเก่าทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ให้มีมูลค่ามากกว่าที่คิด เพื่อให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถอาวดี้ได้ง่ายขึ้น


นายกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อาวดี้ ประเทศไทย เปิดเผยว่าจุดแข็งที่สร้างยอดจำหน่ายให้รถยนต์อาวดี้ คือ ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และเทคโนโลยีล้ำสมัย มีสไตล์โดดเด่นแตกต่างอย่างชัดเจน ขณะที่ศูนย์บริการมีความทันสมัย และกำลังขยายไปในต่างจังหวัด มีทีมให้บริการหลังการขายที่เชี่ยวชาญ ตั้งราคาขายเหมาะสม อะไหล่แท้ราคาไม่สูง ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี ส่งผลทำให้ยอดจำหน่ายดีขึ้นต่อเนื่องเมื่อเทียบกับปีแรกที่เริ่มเปิดอย่างเป็นทางการ


ซึ่งภาพรวมในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2561 มียอดจำหน่ายดีขึ้นทุกรุ่นโดยเฉพาะรุ่น Audi TT, Audi Q7 และ Audi A4 Avant ยังคงครองความนิยมสูงสุด ส่วนรถรุ่นใหม่อย่าง Audi A7 Sportback และ Audi A8L ก็จัดอยู่ในกลุ่มรถยอดนิยมในกลุ่มผู้บริหาร นักธุรกิจ ซึ่งพบว่าปัจจัยที่ทำให้ลูกค้ามั่นใจมาจากชื่อเสียงของแบรนด์อาวดี้ในระดับโลก การมีรถหลากหลายรุ่นให้เลือก การทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยมีประสบการณ์จากการได้ทดลองขับ และแคมเปญใหม่ๆ ที่ออกมาเป็นระยะจะเป็นตัวกระตุ้นการตัดสินใจในการเลือกซื้อรถอาวดี้

สำหรับแผนการกระตุ้นยอดจำหน่ายในช่วงกลางปี อาวดี้ยังคงเดินหน้าจัดรายการส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงเดือนนี้ทางอาวดี้ ประเทศไทย ได้จัดแคมเปญ “รถเก่าแลกรถใหม่” ลูกค้าทุกท่านสามารถนำรถคันเดิมไม่ว่าจะเป็นรุ่นใด ยี่ห้อใดก็ได้มา Trade in รถใหม่ที่โชว์รูมอาวดี้ ซึ่งทางบริษัทฯ มีทีมประเมินราคาอย่างตรงไปตรงมา และให้มูลค่าสูงกว่าราคาตลาด ซึ่งไม่เป็นเพียงแค่แรงจูงใจให้มาเป็นลูกค้าอาวดี้ แต่ยังมีรถให้เลือกอีกมากมายหลายรุ่นที่พร้อมให้ลูกค้าเป็นเจ้าของ เริ่มตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2561 นี้


“หลังจากเริ่มแคมเปญลูกค้าหลายรายที่นำรถเข้ามา Trade in กับเราต่างประทับใจ และเซอร์ไพรส์กับราคา ที่เราประเมินให้ได้ราคาสูงกว่าตลาดที่เกินความคาดหวังของลูกค้า ลูกค้าก็มีความสุขเพราะสามารถเป็นเจ้าของยนตรกรรมอาวดี้ได้ง่ายขึ้น ส่วนบริษัทฯ ก็ได้ลูกค้าใหม่ที่มีความหลงไหลในแบรนด์อาวดี้เพิ่มมากขึ้น นอกจากโปรแกรมการ Trade in ในราคาสูงกว่าตลาด ลูกค้ายังสามารถรับโปรโมชั่นอื่นๆ เมื่อจองรถอาวดี้ใหม่ ซึ่งมีแตกต่างกันไปในแต่ละช่วง รวมถึงแคมเปญบริการหลังการขาย ที่จัดเต็มเพื่อให้ความอุ่นใจกับลูกค้า”


นอกจากนี้รถทุกคันยังได้รับโปรแกรมการดูแลจาก Audi Protection ด้วยการรับประกันรถใหม่ 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร และการให้บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance ทั่วประเทศ 24 ชั่วโมงนาน 5 ปี โดยลูกค้าสามารถปรึกษาทีมที่ปรึกษาการขายเพื่อเลือกยนตรกรรมที่ใช่ และแคมเปญที่คุ้มค่ามากที่สุด หรือสอบถามรายละเอียดต่างๆ ได้ที่โชว์รูมอาวดี้ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ 02 023 4888 (ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์) และที่โชว์รูมอาวดี้ พัทยา 038 197 888 ซึ่งเปิดต้อนรับลูกค้าทุกวัน


G-SHOCK GMW-B5000 Full Metal Collection ฉลองครบรอบ 35 ปี 8 ชุดในไทยเท่านั้น

เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป จำกัด (CMG) ร่วมฉลอง 35 ปีแห่งความสำเร็จของ CASIO G-SHOCK เพื่อย้อนรำลึกถึงตัวเรือนทรงสี่เหลี่ยม สัญลักษณ์ของ G-SHOCK ORIGIN ด้วยผลงานคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดรุ่นฉลองครบรอบ 35 ปี กับ CASIO G-SHOCK GMW-B5000

นับเป็นครั้งแรก ที่คาสิโอออกแบบตัวเรือนโดยใช้วัสดุที่ทำจาก สแตนเลส สตีล ทั้งหมด และเตรียมวางจำหน่าย ณ G-SHOCK CASIO STORES, WATCH STATION และห้างสรรพสินค้าชั้นนำในประเทศไทย โดย เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป จำกัด เปิดโอกาสให้สาวก G-SHOCK ชาวไทยได้ลงทะเบียนเป็นผู้มีสิทธิ์ซื้อ “G-SHOCK ORIGIN COLLECTION CASE SETS LIMITED EDITION” สุดพิเศษที่มีเพียง 8 ชุดในประเทศไทยเท่านั้น


โดยในเซ็ทลิมิเต็ด เอดิชั่นนี้ประกอบด้วย รุ่น GMW-B5000TFC-1 (Porter Limited Edition), รุ่น GMW-B5000TFG-9 (Gold Limited Edition) และรุ่น GMW-B5000D-1 (Silver Edition) ซึ่งไฮไลท์ของเซ็ทนี้คือ รุ่น GMW-B5000TFC-1 ที่มีเพียง 500 เรือนทั่วโลก


พิเศษสุดๆ เพราะงานนี้ ทาง G-SHOCK ได้ร่วมมือกับบริษัท Yoshida & Co., Ltd. แบรนด์แฟชั่นเก่าแก่ชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น ได้ออกแบบและผลิตเคสกระเป๋าสุดพิเศษที่ถูกออกแบบโดย Yoshida & Co., Ltd ภายใต้แบรนด์ Porter ที่สามารถใช้เป็นที่เก็บคอลเลคชั่นนาฬิกาได้อีกด้วย…สาวก G-SHOCK ต้องห้ามพลาด


Challenge the Impossible ด้วยรถบรรทุก FJ 2528C เพื่อการก่อสร้างที่ดีที่สุดจากฟูโซ่

เดมเลอร์ คอมเมอร์เชียล วีฮีเคิลส์ ประเทศไทย จำกัด หรือ ดีซีวีที เปิดตัวรถบรรทุกเพื่อการก่อสร้างรุ่นใหม่ล่าสุด FJ 2528C เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำของรถบรรทุกเพื่อการก่อสร้างในไทย โดยรถบรรทุกรุ่นนี้เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่มุ่งมั่นในการที่จะมอบบริการที่ดีที่สุด และตอบสนองความต้องการแก่ลูกค้าในประเทศไทย ในขณะเดียวกันยังเข้ามาช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริการแบบครบวงจรที่มีอยู่ในปัจจุบันอีกด้วย


“วันนี้เราภูมิใจที่จะนำเสนอรถบรรทุกรุ่นใหม่ FJ 2528C จากฟูโซ่อย่างเป็นทางการ โดยรถบรรทุกรุ่นใหม่นี้มีประสิทธิภาพสูง อีกทั้งยังเน้นเรื่องการประหยัดน้ำมัน และความปลอดภัยระหว่างขับขี่ซึ่งได้ถูกพัฒนามาจาก รถดัมพ์รุ่น FN 62 เพื่อแสดงถึงความเป็นผู้นำในตลาดรถบรรทุกเพื่อการก่อสร้างในไทยอย่างชัดเจน ทั้งนี้ตัวรถยังรองรับการบรรทุกอุปกรณ์ก่อสร้างที่มีน้ำหนักมากโดยสามารถรับน้ำหนักได้ถึง 13 ตัน และมีแรงขับเคลื่อน 280 แรงม้าพร้อมแรงบิด 1100 นิวตันเมตร ที่ 1200 ถึง 1600 รอบต่อนาที สูงสุดในรถระดับเดียวกัน ซึ่งถือว่าเป็นรถบรรทุกขนาดใหญ่คุณภาพเยี่ยม มีความทนทานสูง และถือว่าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญต่อธุรกิจก่อสร้าง เพราะจะช่วยในเรื่องของการลดต้นทุน การบำรุงรักษา และการดำเนินงานต่างๆ ที่ก่อให้เกิดผลกำไรมากขึ้นอีกด้วย” คุณซาช่า ริคาเน็ค ประธานกรรมการบริหารของดีซีวีที กล่าว


รถบรรทุกเพื่อการก่อสร้างฟูโซ่เป็นรถบรรทุกที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าที่ดำเนินธุรกิจขนส่งและก่อสร้างชั้นนำทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ซึ่งการมีระบบเบรก ABS เป็นมาตรฐานจากโรงงานทุกรุ่นยังเป็นฟีเจอร์ที่สำคัญ เพราะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และสมรรถนะในการหยุดรถ เพิ่มความปลอดภัยแก่ผู้ขับรถบรรทุกได้เป็นอย่างดี


รถบรรทุกฟูโซ่รุ่น FJ 2528C จะมาเสริมทัพกับรถบรรทุกเพื่อการก่อสร้างของฟูโซ่ที่มีอยู่แล้วทั้งสองรุ่น ได้แก่รถโม่ปูน รุ่น FJ 2528 RMC และ รถดั้ม 6 ล้อรุ่น FI 1217C อันจะเป็นการตอกย้ำความสำเร็จให้กับรถบรรทุกขนาดใหญ่ก่อนหน้านี้ซึ่งประกอบไปด้วยรถหัวลากรุ่น FZ 4928TT และรถ 10 ล้อเพลาเดียวรุ่น FJ2528R ซึ่งเหมาะกับการใช้งานในธุรกิจภาคการขนส่ง และโลจิสติกส์


ยังรวมไปถึงรถบรรทุก Canter ขนาดกลางที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในอดีตซึ่งกลับมาเปิดตัวอีกครั้ง ทั้งนี้รถบรรทุกของฟูโซ่จะช่วยให้ลูกค้าได้ลอง Challenge the Impossible ได้อย่างมั่นใจ


ในฐานะผู้บุกเบิกตลาดรถบรรทุก ฟูโซ่ยังเป็นแบรนด์รถบรรทุกเจ้าแรกที่เปิดตัวศูนย์บริการแบบครบวงจรอย่างแท้จริง ซึ่งรวบรวมบริการต่างๆ อาทิ ฟูโซ่ ออยล์ (Fuso Oil) ฟูโซ่ พาร์ทส แอนด์ เซอวิสเซส (Fuso Parts & Services) ฟูโซ่ ลีสซิ่งและฟูโซ่โพรเทคชั่น (Fuso Leasing and Fuso Protection) และ ฟูโซ่ ไดรฟ์ (Fuso Drive) การบริการแบบครบวงจรจากฟูโซ่จะทำให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าจะได้รับบริการและผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นและยอดเยี่ยม


“การเสริมสร้างความแข็งแกร่งนี้เกิดขึ้นผ่านผลิตภัณฑ์และการบริการที่มีคุณภาพเพื่อลูกค้าชาวไทยที่ให้ความไว้วางใจเรา ในปี พ.ศ. 2561 นี้ เราได้วางแผนที่จะเพิ่มจำนวนผู้แทนจำหน่ายของฟูโซ่เป็นอีกเท่าตัวให้ครอบคลุมทั่วประเทศ นั่นจะทำให้เรามีตัวแทนจำหน่ายทั้งหมดมากกว่า 20 ราย ซึ่งในฐานะแบรนด์รถบรรทุกขนาดใหญ่ที่มีการบริการแบบครบวงจร


เราเห็นศักยภาพของตลาดและคำนึงถึงความต้องการของลูกค้าอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้แน่ใจว่าลูกค้าของเราได้รับทั้งบริการและผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด” คุณซาช่า กล่าวเพิ่มเติม


ฟูโซ่เป็นแบรนด์ภายใต้เดมเลอร์ ทรัคส์ ผู้ผลิตรถบรรทุกรายใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมีกิจการครอบคลุมแทบทุกภูมิภาคทั่วโลก ทั้งในเอเชีย แอฟริกา ละตินอเมริกา ยุโรป และเอเชียตะวันออกกลาง โดยรถเพื่อการพาณิชย์ที่มีน้ำหนักบรรทุกขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่ (น้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุก 3.5 – 49 ตัน) รถตู้ เครื่องยนต์เพื่ออุตสาหกรรม และรถโดยสาร ของทางบริษัทมีจัดจำหน่ายใน 160 ตลาด แบรนด์ ฟูโซ่ ตั้งมั่นอยู่บนค่านิยมหลัก 4 ประการ คือ คุณภาพที่น่าเชื่อถือ ประสิทธิภาพในการประหยัด การออกแบบที่แข็งแกร่ง และคำนึงถึงประโยชน์การใช้งาน รวมทั้งการบริการที่เอาใจใส่ทุ่มเท


เผยเคล็ดลับที่สายปาร์ตี้ จะต้องทึ่ง ดื่มอย่างไงให้ดูคูล!

เย็นวันศุกร์คือช่วงเวลาที่หนุ่มสาวมักจะนัดแฮงค์เอาท์กับเพื่อนฝูง ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนในปัจจุบัน โดยบางครั้งปฏิเสธไม่ได้ว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นเสมือนหนึ่งในสัญลักษณ์ของการสังสรรค์และเฉลิมฉลองในหลายโอกาส สำหรับคนรุ่นใหม่สายปาร์ตี้ที่มีแผนไปตลุยราตรีกับแกงค์เพื่อน บริษัท ‘DMHT’ ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) จำกัด จะมาเผยเคล็ดลับ DRINKiQ เทคนิคการดื่มมาฝาก สิ่งสำคัญข้อแรกที่ควรทำคือ


กินอาหารรองท้องสักนิดก่อนดื่มเพราะถ้าท้องว่างร่างกายจะดูดซึมแอลกอฮอล์เร็วมากเพียงครึ่งชั่วโมงคุณก็อาจจมึนได้แล้ว ทำให้เมาเร็วกลายเป็นพวกคออ่อนในสายตาเพื่อนๆ พาลให้หมดสนุกเอาง่ายๆ เชื่อว่าคุณคงไม่อยากเป็นคนแรกที่กลับบ้านตั้งแต่ความสนุกยังไม่เริ่ม! เคล็ดลับที่สำคัญอีกอย่างคือไม่ควรเติมเครื่องดื่มอยู่เรื่อยๆ โดยที่ยังดื่มไม่หมดแก้ว เพราะจะไม่รู้เลยว่าดื่มไปแล้วกี่แก้วนอกจากจะเปลืองแล้วยังทำให้เมาเกินเหตุอีกด้วย


ถ้าไม่อยากเมาจนขาดสติผมขอแนะนำตัวช่วยอย่าง “โปรแกรมคำนวณแอลกอฮอล์” สำหรับผู้ที่ต้องการเช็คแคลอรี่ หรือปริมาณแอลกอฮอล์ในเครื่องดื่ม เพียงสแกน QR Code ด้านบน โปรแกรมจะคำนวณจำนวนหน่วยที่บริโภค ปริมาณแคลอรี่ และระยะเวลาที่แอลกอฮอล์ขับออกจากร่างกายแบบอัตโนมัติ ถือเป็นตัวช่วยที่ดีให้เราได้วางแผนก่อนดื่มได้อย่างดีเยี่ยม

นอกจากเคล็ดไม่ลับการเตรียมความพร้อมก่อนดื่มแอลกอฮอล์ที่เอามาแนะนำกันแล้ว เรายังมีเรื่องความเชื่อที่บอกเล่าต่อๆ กันมามีทั้งจริงบ้าง ไม่จริงบ้างเรามาลองดูกันว่าอันไหนจริง หรืออันไหนมั่วนิ่ม

ดื่มกาแฟดำจะช่วยทำให้หายแฮงค์…เหรอ!


อันนี้บอกเลยว่า –ไม่จริง– กาแฟมันแค่ช่วยลดอาการง่วงซึมของเราเพราะเที่ยวจนดึกดื่น แต่ไม่ได้ช่วยเร่งการขับแอลกอฮอล์ออกจากร่างกายหรือลดความมึนเมาเลย จริงๆ แล้วกาแฟดำออกฤทธิ์ขับปัสสาวะเช่นเดียวกับแอลกอฮอล์ ซึ่งจะยิ่งทำให้ร่างกายขาดน้ำขึ้นไปอีก วิธีแก้อาการเมาที่ถูกต้องคือ ควรนอนพัก  และดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ จะดีกว่า

ดื่มน้ำก่อน และหลังดื่มแอลกอฮอล์ ช่วยป้องกันอาการเมาค้าง


ขอบอกว่า –จริง– เพราะแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ขับปัสสาวะส่งผลให้ร่างกายขาดน้ำ ก่อให้เกิดอาการเมาค้างนั่นเอง ดังนั้นควรดื่มน้ำเยอะๆ ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการดื่มเแอลกอฮอล์ เพราะจะช่วยให้ร่างกายไม่ขาดน้ำได้…เอ้า! รออะไรหาน้ำมาดื่มดิ

ดื่มเหล้าโดยใช้หลอดดูด จะเมาเร็วขึ้น


อันนี้ –จริง– มีความเป็นไปได้ เพราะเมื่อใช้หลอดดูด ผู้ดูดจะรู้สึกว่าดื่มง่ายขึ้น แถมกลบรสขมของแอลกอฮอล์ทำให้รู้สึกเพลิดเพลิน เป็นสาเหตุให้ดื่มปริมาณแอลกอฮอล์มากขึ้นโดยไม่รู้ตัว…แต่ก็ไม่ค่อยเห็นใตรเอาหลอดดูดไวน์ หรือเบียร์นะ

การ “ถอน” ช่วยลดอาการเมาค้าง


อันนี้ –ไม่จริง– เพราะเราลองมาแล้วการ “ถอน” จะช่วยให้ดีขึ้นชั่วคราวเท่านั้น เพราะร่างกายจะหยุดกลไกขับแอลกอฮอล์ออกจากร่างกายเพื่อเตรียมรับแอลกอฮอล์ใหม่เข้าไป การ”ถอน” แค่ช่วย “ชะลอ” อาการเมาค้างเท่านั้น เพราะยังไงแล้วแอลกอฮอล์ที่เราดื่มเข้าไปจะต้องผ่านกระบวนการเพื่อขับออกจากร่างกายตามธรรมชาติอยู่ดี

ดื่มไวน์ เบียร์ ดีกับสุขภาพกว่าการดื่มเหล้า


–ไม่จริง– ผลกระทบของการดื่มไม่ได้ขึ้นอยู่กับประเภทของเครื่องดื่ม แต่ขึ้นอยู่กับปริมาณแอลกอฮอล์ และปัจจัยอื่นๆ เช่น ปริมาณ และความเร็วในการดื่ม สภาพร่างกายของแต่ละคนที่ตอบสนองต่อแอลกอฮอล์ไม่เท่ากัน อายุ เพศ ซึ่งคนหนุ่มสาว และผู้หญิงมีโอกาสเมาเร็วกว่า…แต่ก็ไม่แน่เสมอไป

เมื่อเตรียมตัวล่วงหน้า และรู้ข้อเท็จจริงเป็นอย่างดีแล้ว ก็ปิดท้ายด้วยความสนุกอย่างมีสติและรับผิดชอบ เมื่อจะต้องรินแอลกอฮอล์ลงในแก้ว ควรคำนึงถึงปริมาณ “ดื่มมาตรฐาน” (Standard Drink)


โดย 1 ดื่มมาตรฐาน เท่ากับ แอลกอฮอล์บริสุทธิ์ประมาณ 10 กรัม ใช้เวลา 1 ชั่วโมงในการขับออก ซึ่งดื่มมาตรฐานของแอลกอฮอล์แต่ละประเภทต่างกัน ขึ้นอยู่กับดีกรีของแอลกอฮอล์ประเภทนั้นๆ เช่น 1 ดื่มมาตรฐาน เทียบเท่ากับการดื่มวิสกี้หรือวอดก้า 3 ฝา (รวม 30 มิลลิลิตร), ไวน์ 1 แก้ว (100 มิลลิลิตร) หรือเบียร์ 1 กระป๋องหรือขวดเล็ก (330 มิลลิลิตร) เป็นต้น ดังนั้น แม้เครื่องดื่มจะถูกเสิร์ฟมาในแก้วหลากหลายรูปแบบ มีลักษณะภายนอก กลิ่น หรือรสชาติที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่พึงระวังคือเครื่องดื่มเหล่านี้ล้วน “ดื่มมาตรฐาน” ไม่เท่ากัน เนื่องมาจากปริมาณแอลกอฮอล์ นั่นเอง


ดิอาจิโอสนับสนุนการเลือกไลฟ์สไตล์ที่สมดุล หากเลือกที่จะดื่มหรือแม้ไม่ดื่มก็ตาม ควรรู้ถึงผลกระทบของแอลกอฮอล์เพื่อการตัดสินใจอย่างมีข้อมูล ดื่มอย่างมีสติ และแนะนำคนใกล้ชิดให้ดื่มได้อย่างเหมาะสม ผู้บริโภคสามารถติดตามความรู้ และเคล็ดไม่ลับเกี่ยวกับการดื่มอย่างรับผิดชอบ เพิ่มเติมได้ที่ www.drinkiq.com

สุดท้ายนี้ขอให้นักดื่มทุกท่านสนุกกับทุกปาร์ตี้ที่ไป ดื่มอย่างพอดี และมีสติกลับบ้านอย่างปลอดภัย รอดพ้นจากด่านทั้งปวงด้วยเถิด

ขอขอบคุณเพลง GancoreTV.com เพลง “ขอดูดได้เป่า” จากวง Buddha Bless


มินิ แฮทช์ ดีไซน์สุดพิเศษ สร้างมาร่วมเฉลิมฉลองพิธีเสกสมรสเจ้าชายแฮรี่ และเมแกน มาร์เคิล คันเดียวในโลก!

มินิ เผยโฉม มินิ แฮทช์ รุ่นใหม่ล่าสุดที่ถูกออกแบบขึ้นมาเป็นพิเศษเป็นคันแรก และคันเดียวในโลก เพื่อร่วมเฉลิมฉลองพิธีเสกสมรสของเจ้าชายแฮรี่ และมิสเมแกน มาร์เคิล โดยหลังจากงานพิธีดังกล่าวที่จะมีขึ้นในวันที่ 19 พฤษภาคม 2018 มินิ แฮทช์คันพิเศษนี้จะถูกส่งมอบให้แก่มูลนิธิ Children’s HIV Association (CHIVA) สำหรับการประมูลเพื่อการกุศลต่อไป


โอลิเวอร์ ไฮล์เมอร์ หัวหน้าทีมออกแบบของมินิ กล่าวว่า “ในฐานะแบรนด์รถยนต์ที่อยู่คู่กับสหราชอาณาจักรมายาวนานกว่า 60 ปี เราจึงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองพิธีเสกสมรสของราชวงศ์อังกฤษในครั้งนี้ ด้วยรถยนต์มินิที่จะร่วมสร้างความพิเศษในพิธีเสกสมรสครั้งประวัติศาสตร์นี้


ทีมออกแบบของมินิได้ร่วมกันสร้างสรรค์มินิ แฮทช์ ที่มีเพียงคันเดียวในโลกขึ้นมาเพื่อโอกาสนี้โดยเฉพาะ ซึ่งไฮไลท์ของมินิ แฮทช์คันพิเศษนี้ อยู่ที่ดีไซน์กราฟฟิคบนหลังคารถ และรายละเอียดการตกแต่งอันเฉพาะตัวทั้งภายนอก และภายในรถ ด้วยชิ้นส่วนจากเครื่องพิมพ์สามมิติ รวมถึงลวดลายการเย็บอันประณีตบรรจงบนเบาะที่นั่ง ซึ่งไม่เคยปรากฏในมินิรุ่นไหนมาก่อน”

รูปลักษณ์ภายนอกโฉบเฉี่ยวสะกดทุกสายตา

มินิ แฮทช์ รุ่นพิเศษมาในสีขาว Crystal White พร้อมแถบสีเงินอมฟ้าตามแนวตัวถังรถ รับกับขอบโครเมียมสีเงินอมฟ้าแบบด้านรอบคันอย่างลงตัว สร้างความสะดุดตาที่ไม่เหมือนใครด้วยฟีเจอร์ต่างๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของมินิ เช่น

กระจังหน้าทรงหกเหลี่ยม มือจับประตู วงแหวนโครเมียมรอบไฟหน้า และไฟท้ายที่มาในสีเคลือบเงาฟ้าอมดำ ไฟท้ายและล้ออัลลอยโดดเด่นด้วยดีไซน์ลายธงยูเนียนแจ็ค หรือธงชาติสหราชอาณาจักร หนึ่งในไฮไลท์ของดีไซน์ใหม่ล่าสุดจากมินิ พร้อมเสริมความทันสมัย และความเฉพาะตัวให้แก่ตัวรถด้วยขอบล้อสีน้ำเงินเข้มเมทาลิคแบบด้าน

โดดเด่นด้วยหลังคาลายกราฟฟิคแฮนด์เมด และชิ้นส่วนจากเครื่องพิมพ์สามมิติ


ไฮไลท์ที่สำคัญของมินิ แฮทช์ รุ่นพิเศษนี้ คือการรังสรรค์ลวดลายกราฟฟิคอันเป็นเอกลักษณ์บนหลังคารถ ซึ่งได้รับการวาดขึ้นด้วยมือและเป็นการผสานองค์ประกอบต่างๆ ของธงชาติสหราชอาณาจักรและธงชาติสหรัฐอเมริกา ประเทศบ้านเกิดของเจ้าชายแฮรี่ และมิสเมแกน มาร์เคิล ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว


และอีกหนึ่งความพิเศษ คือกรอบไฟเลี้ยวด้านข้าง ที่พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติ จารึกอักษรย่อตัว M และ H พร้อมลายหัวใจ เมื่อเปิดประตูรถ ไฟใต้กรอบประตูสาดส่องต้อนรับเป็นคำว่า “Just Married” บริเวณพื้นด้านคนขับและผู้โดยสารด้านหน้า เป็นสักขีพยานรักในพิธีเสกสมรสครั้งประวัติศาสตร์นี้

ภายในประณีตบรรจงในทุกรายละเอียด


เบาะหนังแท้สีเทา Satellite Grey ช่วยเสริมความเอ็กซ์คลูซีฟของ มินิ แฮทช์รุ่นพิเศษ ขอบโครเมียมภายในรถมาในสีเคลือบเงาฟ้าอมดำเช่นเดียวกับภายนอก แผงคอนโซลหน้าฝั่งผู้โดยสาร เป็นอีกชิ้นส่วนจากเครื่องพิมพ์สามมิติ ที่พิมพ์ลวดลายชื่อของบ่าวสาว วันที่ของพิธีเสกสมรส และคำอวยพรแก่คู่บ่าวสาว


เส้นสายภายในรถบริเวณประตู หลังพวงมาลัย และพนักพิงศีรษะ ยังได้รับการออกแบบให้เข้ากันเป็นอย่างดีกับลวดลายกราฟฟิค บนหลังคารถ โดยบริเวณพนักพิงศีรษะทั้งสองด้าน ฉลุลวดลายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธงยูเนียนแจ็คและธงสหรัฐ


“GET Away Out by Honda HR-V” ฮอนด้า เอชอาร์-วี ชวนหนีกรุงมุ่งสู่หัวหินไปพบความสุขในแบบที่คุณเป็น

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับคลื่นวิทยุเก็ตเรดิโอ (GET 102.5) จัดกิจกรรม “GET Away Out by Honda HR-V” ทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ 
พาลูกค้าเจ้าของรถยนต์ฮอนด้า เอชอาร์-วี ออกไปเปิดประสบการณ์ในวันหยุดพักผ่อน เพื่อพบกับความสุขในแบบที่คุณเป็น พร้อมสนุกกับกิจกรรมพิเศษตลอดเส้นทางกรุงเทพฯ – หัวหิน 2 วัน 1 คืน ตอกย้ำความเป็นรถยนต์สปอร์ตครอสโอเวอร์ระดับพรีเมียมของฮอนด้า เอชอาร์-วี ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการใช้งาน ด้วยพื้นที่ภายในกว้างขวาง สะดวกสบายเหนือระดับ ผสานมาตรฐานความปลอดภัยที่ล้ำสมัยและครบครัน การันตีด้วยความนิยมและความไว้วางใจจากลูกค้าชาวไทยเป็นอย่างสูงด้วยยอดขายกว่า 62,000 คัน นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2557


“GET Away Out by Honda HR-V” จัดขึ้นเพื่อสร้างความสนุกสนานและความประทับใจให้กับเจ้าของรถยนต์ฮอนด้า เอชอาร์-วี ตลอดเส้นทางกรุงเทพฯ – หัวหิน ซึ่งได้ร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์มือถือเพื่อลงโซเซียลมีเดียแบบชิคๆ จากคุณทวีพงษ์ ประทุมวงษ์ กูรูด้านการถ่ายภาพสตรีท (Street Photography) อันดับต้นๆ ของประเทศ

เวิร์กช็อปวิธีทำกาแฟลาเต้อาร์ต และยังได้คลายร้อนด้วยการชงเครื่องดื่ม Summer Mocktail ด้วยตัวเอง ในบรรยากาศคาเฟ่แนวอินดัสเทรียล ณ ร้าน Air Space

จากนั้น จึงเดินทางต่อ เพื่อไปเช็คอิน ณ ที่พักสุดหรู อวานี หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ วิลล่าส์ พร้อมร่วมกิจกรรมการเล่นโยคะสุดอินเทรนด์บนอุปกรณ์เหนือน้ำที่เรียกว่า Sup-Yoga

ปิดท้ายด้วยปาร์ตี้ริมชายหาด ในบรรยากาศสุดชิล กับเมนูสุดพิเศษและของรางวัลมากมาย เพื่อแทนคำขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์ของฮอนด้ามาโดยตลอด

กิจกรรมนี้ มีผู้สนใจเข้าร่วมเป็นจำนวนมากจากหลากหลายวงการ อาทิ นักธุรกิจ พนักงานบริษัทเอกชน เจ้าของธุรกิจส่วนตัว ซึ่งต่างก็ประทับใจในกิจกรรมครั้งนี้เป็นอย่างมาก

น.ส. เจนจิรา จ.จิตต์เจริญชัย พนักงานบริษัทเอกชน หนึ่งในลูกค้าเจ้าของรถยนต์ฮอนด้า เอชอาร์-วี ที่เข้าร่วมกิจกรรม กล่าวว่า “ปัจจุบันใช้รถฮอนด้า เอชอาร์-วี มาประมาณ 3 ปีแล้ว โดยได้มีโอกาสขับทั้งในเมืองและไปต่างจังหวัด ประทับใจภายในห้องโดยสารกว้างขวาง นั่งสบาย

เบาะนั่งที่สามารถปรับพับได้หลายรูปแบบ ทำให้ใส่ของได้เยอะมาก สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้สนุกมากๆ ทั้งการทำเวิร์กช้อป และการเล่นโยคะบนบอร์ด อยากขอบคุณฮอนด้าที่จัดกิจกรรมดีๆ แบบนี้ขึ้นมาค่ะ”

ด.ช. ภัทร ภิรมย์ไชย (น้องข้าวปั้น) ผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่อายุน้อยที่สุดเพียง 8 ปีเท่านั้น กล่าวถึงความประทับใจในครั้งนี้ว่า “กิจกรรมสนุกมากครับ โดยเฉพาะกิจกรรม sup-yoga ที่ชอบมากเป็นพิเศษ เพราะเป็นกิจกรรมแปลกใหม่ที่ไม่เคยลองมาก่อน นอกจากนี้ ยังประทับใจกิจกรรมลาเต้อาร์ต ที่ได้ทำเป็นลายโลโก้ เอชอาร์-วี

อยากให้ฮอนด้าจัดกิจกรรมสนุกๆ แบบนี้อีกครับ” ส่วนคุณแม่ นางพุทธรักษ์ ภิรมย์ไชย กล่าวถึงความรู้สึกที่มีต่อรถเอชอาร์-วี ว่า“ฮอนด้า เอชอาร์-วี ตอบโจทย์การใช้งานของครอบครัวเป็นอย่างมาก ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง จุของได้มาก ขับสนุก คล่องตัว ทั้งในเมือง และต่างจังหวัด ส่วนฟังก์ชั่นที่ลูกชายชอบที่สุด คือ หลังคาซันรูฟไฟฟ้าแบบพาโนรามาที่สามารถเปิดให้ดูดาวตอนกลางคืนได้ด้วย”

ฮอนด้า เอชอาร์-วี รถสปอร์ตครอสโอเวอร์ระดับพรีเมียมของฮอนด้า ที่ลงตัวทุกการใช้งานในชีวิตประจำวัน ด้วยดีไซน์ภายนอกสไตล์สปอร์ต ผสานกับพื้นที่ภายในกว้างขวาง พื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านท้ายขนาดใหญ่ และเบาะนั่งอเนกประสงค์ที่สามารถปรับพับได้หลายรูปแบบ จึงสามารถจุของขนาดใหญ่ได้หลายชิ้น ที่พร้อมพาคุณออกเดินทางไปท่องเที่ยวสถานที่ใหม่ๆ ในวันหยุดพักผ่อน เพื่อพบกับความสุขในแบบที่คุณเป็น เติมเต็มความต้องการและตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์


Thailand HipHop Festival : The Legend

HEAVY ORGANIZER ร่วมกับ U
PRESENT “Thailand HipHop Festival : The Legend” การรวมตัวฮิปฮอปไทยระดับตำนานจนถึงปัจจุบัน วันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน 2561 ณ JJ MALL HALL  ตั้งแต่เวลา 14.00 – 00.00 น.
??นำทีมโดย THAITANIUM / DAJIM/ RASTAFAH / B-KING / CHOM CHUMKASIAN AND 1 FLOW / PP DREAMS / CP SMING / JSR / YOUNGBONG / YOUNGOHM / FIIXD / CLEO-P /
“VKL X Sweed Gangz” / MAIYARAP /
BOMB AT TRACK / RAP AKE
??B-BOY นำทีมโดยรุ่นบุกเบิกบ้านเรา
และอีกมากจริงๆเวทีน่าจะแน่นๆ
Bboy oman
Bboy ajay
Bboy 60Rock
Bboy prai-1
Bboy Guru
??DJ เป็นการรวมตัวกันรุ่นบุกเบิกจนถึงปัจจุบัน บนเวทีวางเครื่องกันเต็มจำนวนและจะมีพี่ๆDJตามสมทบอีก
Dj Whatdatfrog
Dj Kong
Dj Bonnie
Dj Deeboy
Dj Dogga
??GRAFFITI ระดับประเทศรุ่นบุกเบิกถึงปัจจุบันรวมกันพ้นบนกำแพงยาว 30เมตร
PAKORN
JESUS103 RUA MHS
BOWS
QUCAN
Ghost Trappers
ติดตามข่าวสารhttps://https://www.facebook.com/Thailandhiphopfestival

Privacy Preference Center