ด่วนที่สุด! อิเกียเรียกคืนจักรยาน รุ่น SLADDA

อิเกียได้รับคำแนะนำจากผู้ผลิตชิ้นส่วนสินค้าที่เชื่อถือได้ ให้ทำการเรียกคืนจักรยาน รุ่น SLADDA/สแลดด้า เนื่องจากมีความเสี่ยงที่สายพานอาจเกิดการชำรุดขณะใช้งาน ทำให้จักรยานเสียการทรงตัวจนเกิดอุบัติเหตุได้ และขอให้ลูกค้าระงับการใช้จักรยานนี้โดยทันที อิเกียได้รับรายงานอุบัติเหตุที่เกิดจากการใช้จักรยานรุ่น SLADDA/สแลดด้า ทั้งหมด 11 รายงาน ในจำนวนนี้มี 2 กรณีที่ผู้ใช้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ในประเทศไทยยังไม่มีรายงานการบาดเจ็บแต่อย่าไร

https://www.youtube.com/watch?v=-GduBvw1gEI

จักรยาน รุ่น SLADDA/สแลดด้า ได้รับรางวัลด้านการออกแบบ Red Dot Design Award และวางจำหน่ายใน 26 ประเทศทั่วโลกมาตั้งแต่ปี 2559 การออกแบบที่สวยงามและความตั้งใจที่จะสรรค์สร้างทางลือกใหม่ในการเดินทางซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยังเป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกภาคภูมิใจ แม้จะทราบดีว่า จักรยาน รุ่น SLADDA/สแลดด้า คงจะเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าหลายคนที่ได้ใช้ แต่เรื่องความปลอดภัยยังคงเป็นเรื่องสำคัญที่สุดเสมอ


อิเกียจึงขอให้ลูกค้ายุติการใช้จักรยาน รุ่น SLADDA/สแลดด้า โดยทันที และนำมาคืนที่สโตร์อิเกียใกล้บ้าน เพื่อรับเงินคืนเต็มจำนวน ตะแกรงหน้าและตะแกรงหลังซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริมที่ออกแบบมาเพื่อใช้กับจักรยาน รุ่น SLADDA/สแลดด้า โดยเฉพาะ สามารถนำมาคืนที่สโตร์หรือศูนย์บริการสั่งซื้อและรับสินค้าอิเกีย เพื่อรับเงินคืนเต็มจำนวนได้เช่นกัน ทั้งนี้ อิเกียขอความกรุณาให้ลูกค้านำใบเสร็จสินค้ามาแสดงเมื่อทำเรื่องคืนสินค้า เนื่องจากตามข้อกำหนดของกรมสรรพากร การออกเอกสารคืนเงินต้องระบุเลขที่ใบเสร็จลงในใบลดหนี้


หากลูกค้าไม่สะดวกจะนำใบเสร็จสินค้ามาแสดง อิเกียจำเป็นต้องคืนเงินค่าสินค้าในรูปบัตรของขวัญ อิเกีย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าลูกค้าจะเข้าใจมาตรการของเรา

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.IKEA.co.th หรือสอบถามเพิ่มเติมที่แผนกลูกค้าสัมพันธ์ +66 2 708 7999


‘โซลาร์บูสท์’ เทคโนโลยีกระสวยอวกาศ จุดเริ่มต้นจากนาซ่าสู่สุดยอดรองเท้าวิ่ง

อาดิดาส รันนิ่ง เปิดตัวรองเท้าวิ่งรุ่นใหม่ล่าสุด ‘โซลาร์บูสท์ (SolarBOOST)’ สำหรับผู้ที่ต้องการประสิทธิภาพในการใช้งาน ความนุ่มสบาย และการคืนพลังในขณะวิ่งได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ‘โซลาร์บูสท์’ เป็นร้องเท้าวิ่งที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากวิศวกรรมศาสตร์ของนาซ่า และเทคโนโลยีที่ดีที่สุดของอาดิดาส จึงทำให้ โซลาร์บูสท์ เป็นรองเท้าวิ่งที่มีน้ำหนักเบา และทนทานเป็นพิเศษ


‘โซลาร์บูสท์’ ใช้เทคโนโลยี Tailored Fibre Placement ในการจัดวางเส้นใย ซึ่งเป็นวัสดุจาก Parley อีกทั้งยังมีการตัดเย็บ และนำมาประกอบอย่างสมบูรณ์แบบในทุกตารางมิลลิเมตร จนได้ออกมาเป็นรองเท้าที่มีทั้งความนุ่มสบาย ความกระชับ และการซัพพอร์ตที่เหนือกว่า แถมยังมีน้ำหนักเบาทำให้นักวิ่งสามารถเคลื่อนตัวได้อย่างมั่นใจ ไม่ว่าจะใช้ความเร็วในการวิ่ง หรือวิ่งในระยะทางไหนก็ตาม


‘โซลาร์บูสท์’ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเติมเต็มความมั่นใจให้กับนักวิ่งด้วยการใช้เทคโนโลยีสุดล้ำสมัย ตามหลักการเดียวกับการสร้างกระสวยอวกาศที่องค์ประกอบแต่ละส่วนล้วนมีความสำคัญในตัวของมันเอง โดยในแต่ละส่วนประกอบของโซลาร์บูสท์นั้นมีส่วนช่วยในการยกระดับประสิทธิภาพในการวิ่ง ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนักที่เบาเพียง 295 กรัม ซึ่งถือว่าเบากว่า เอเนอจี้บูสท์ ถึง 15 กรัม แต่ยังคงรักษามาตรฐานในการรองรับแรงกระแทกและการคืนพลังในระดับเดียวกัน

https://www.youtube.com/watch?v=wHWTjmp_Sn0

นอกเหนือจากนี้ โซลาร์บูสท์ ยังผ่านการทดสอบการใช้งานจริงโดยเหล่านักวิ่งของกลุ่มอาดิดาส รันเนอร์ส ตามหัวเมืองหลักจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งในแต่ละที่ก็จะมีสภาพอากาศที่หลากหลายและแตกต่างออกไปอย่างชัดเจน สำหรับคุณสมบัติพิเศษของรองเท้าวิ่ง โซลาร์บูสท์ ที่นอกจากจะมีน้ำหนักที่เบา และความทนทานแล้ว ยังมีเทคโนโลยีอันโดดเด่นที่คิดค้นและพัฒนาขึ้นโดยอาดิดาสอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

  • เทคโนโลยีแห่งอนาคต Tailored Fibre Placement มีการใช้ระบบข้อมูล Aramis ในการจัดวางตำแหน่งของเส้นใยที่ได้มาจากพาร์ลี่ย์ เพื่อประคองช่วงกลางลำเท้าของนักวิ่งให้มีสมดุลที่ดี
  • พัฒนา Energy Rail ขึ้นมาใหม่ มีการออกแบบโครงสร้างให้มีน้ำหนักเบาและสามารถใช้งานร่วมกับพื้น BOOST เพื่อเพิ่มความมั่นคงในการทรงตัวขณะวิ่ง
  • เสริมความกระชับมากขึ้น ใช้โครงสร้างพิเศษบริเวณส้นเท้าที่มีน้ำหนักเบาและมีส่วนช่วยในการประคองส้นเท้า เพื่อให้นักวิ่งสามารถขยับข้อเท้าได้อย่างมีอิสระมากขึ้น และยังมีความกว้างเพื่อรองรับส้นเท้าได้ดียิ่งขึ้น
  • พื้น BOOST ตอบสนองการเคลื่อนที่ได้สูงถึง 85% มีน้ำหนักเบา ช่วยเสริมการรองรับแรงกระแทกเพื่อคืนพลังให้กับนักวิ่ง
  • Stretchweb ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด แผ่นพื้นยางที่มีส่วนช่วยในการยึดเกาะกับพื้นได้เป็นอย่างดี สามารถปรับโครงสร้างให้เข้ากับการขยับของเท้าในทิศทางเดียวกัน เพื่อช่วยให้นักวิ่งสามารถขยับเท้าได้อย่างอิสระ


มร.คริส เอ็คแมน ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายผลิตภัณฑ์อาดิดาส รันนิ่ง กล่าวว่า “ถึงเวลาแล้วที่เราจะท้าทายขีดศักยภาพของรองเท้าวิ่ง ในการที่จะสร้างรองเท้าวิ่งที่มีน้ำหนักเบา ซัพพอร์ตดี สวมใส่สบาย เหมาะสำหรับนักวิ่งทุกคนนั้น เราจึงมองหาแรงบันดาลใจจากวงการยานยนต์และยานอวกาศ จนเราได้ค้นพบเทคโนโลยี Tailored Fibre Placement ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการผลิตที่ทำให้เราสามารถเย็บชิ้นส่วนต่างๆ เข้าด้วยกันได้อย่างถูกต้องและแม่นยำมากยิ่งขึ้น เราจึงนำเทคโนโลยีนี้มารวมเข้ากับ Energy Rail และ BOOST ที่มีการพัฒนาขึ้นมาใหม่ และด้วยการริเริ่มใช้เทคโนโลยี Tailored Fibre Placement ในวงการรองเท้าวิ่ง ทำให้เราสามารถสร้างสรรค์รองเท้าวิ่งของอาดิดาสที่มีประสิทธิภาพสูงสุดขึ้นมาได้สำเร็จ”


รองเท้าวิ่ง โซลาร์บูสท์ วางจำหน่ายในวันที่ 1 มิถุนายน 2516 ในราคา 6,000 บาท ที่ร้านอาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ และอาดิดาส สปอร์ต เพอร์ฟอร์แมนซ์ทุกสาขา และอาดิดาส ออนไลน์ สโตร์ shop.adidas.co.th


ด่วน! รถยนต์เก่าทุกรุ่น ทุกยี่ห้อเปลี่ยนเป็นรถยนต์ Audi ได้ในราคาเกินคุ้ม! เริ่มวันนี้ – 30 มิ.ย.

อาวดี้ ประเทศไทย ตอบรับกระแสรถหรูจัดรายการส่งเสริมการขายประกาศรับ Trade in เพิ่มมูลค่ารถเก่าทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ให้มีมูลค่ามากกว่าที่คิด เพื่อให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถอาวดี้ได้ง่ายขึ้น


นายกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อาวดี้ ประเทศไทย เปิดเผยว่าจุดแข็งที่สร้างยอดจำหน่ายให้รถยนต์อาวดี้ คือ ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และเทคโนโลยีล้ำสมัย มีสไตล์โดดเด่นแตกต่างอย่างชัดเจน ขณะที่ศูนย์บริการมีความทันสมัย และกำลังขยายไปในต่างจังหวัด มีทีมให้บริการหลังการขายที่เชี่ยวชาญ ตั้งราคาขายเหมาะสม อะไหล่แท้ราคาไม่สูง ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี ส่งผลทำให้ยอดจำหน่ายดีขึ้นต่อเนื่องเมื่อเทียบกับปีแรกที่เริ่มเปิดอย่างเป็นทางการ


ซึ่งภาพรวมในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2561 มียอดจำหน่ายดีขึ้นทุกรุ่นโดยเฉพาะรุ่น Audi TT, Audi Q7 และ Audi A4 Avant ยังคงครองความนิยมสูงสุด ส่วนรถรุ่นใหม่อย่าง Audi A7 Sportback และ Audi A8L ก็จัดอยู่ในกลุ่มรถยอดนิยมในกลุ่มผู้บริหาร นักธุรกิจ ซึ่งพบว่าปัจจัยที่ทำให้ลูกค้ามั่นใจมาจากชื่อเสียงของแบรนด์อาวดี้ในระดับโลก การมีรถหลากหลายรุ่นให้เลือก การทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยมีประสบการณ์จากการได้ทดลองขับ และแคมเปญใหม่ๆ ที่ออกมาเป็นระยะจะเป็นตัวกระตุ้นการตัดสินใจในการเลือกซื้อรถอาวดี้

สำหรับแผนการกระตุ้นยอดจำหน่ายในช่วงกลางปี อาวดี้ยังคงเดินหน้าจัดรายการส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงเดือนนี้ทางอาวดี้ ประเทศไทย ได้จัดแคมเปญ “รถเก่าแลกรถใหม่” ลูกค้าทุกท่านสามารถนำรถคันเดิมไม่ว่าจะเป็นรุ่นใด ยี่ห้อใดก็ได้มา Trade in รถใหม่ที่โชว์รูมอาวดี้ ซึ่งทางบริษัทฯ มีทีมประเมินราคาอย่างตรงไปตรงมา และให้มูลค่าสูงกว่าราคาตลาด ซึ่งไม่เป็นเพียงแค่แรงจูงใจให้มาเป็นลูกค้าอาวดี้ แต่ยังมีรถให้เลือกอีกมากมายหลายรุ่นที่พร้อมให้ลูกค้าเป็นเจ้าของ เริ่มตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2561 นี้


“หลังจากเริ่มแคมเปญลูกค้าหลายรายที่นำรถเข้ามา Trade in กับเราต่างประทับใจ และเซอร์ไพรส์กับราคา ที่เราประเมินให้ได้ราคาสูงกว่าตลาดที่เกินความคาดหวังของลูกค้า ลูกค้าก็มีความสุขเพราะสามารถเป็นเจ้าของยนตรกรรมอาวดี้ได้ง่ายขึ้น ส่วนบริษัทฯ ก็ได้ลูกค้าใหม่ที่มีความหลงไหลในแบรนด์อาวดี้เพิ่มมากขึ้น นอกจากโปรแกรมการ Trade in ในราคาสูงกว่าตลาด ลูกค้ายังสามารถรับโปรโมชั่นอื่นๆ เมื่อจองรถอาวดี้ใหม่ ซึ่งมีแตกต่างกันไปในแต่ละช่วง รวมถึงแคมเปญบริการหลังการขาย ที่จัดเต็มเพื่อให้ความอุ่นใจกับลูกค้า”


นอกจากนี้รถทุกคันยังได้รับโปรแกรมการดูแลจาก Audi Protection ด้วยการรับประกันรถใหม่ 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร และการให้บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance ทั่วประเทศ 24 ชั่วโมงนาน 5 ปี โดยลูกค้าสามารถปรึกษาทีมที่ปรึกษาการขายเพื่อเลือกยนตรกรรมที่ใช่ และแคมเปญที่คุ้มค่ามากที่สุด หรือสอบถามรายละเอียดต่างๆ ได้ที่โชว์รูมอาวดี้ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ 02 023 4888 (ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์) และที่โชว์รูมอาวดี้ พัทยา 038 197 888 ซึ่งเปิดต้อนรับลูกค้าทุกวัน


G-SHOCK GMW-B5000 Full Metal Collection ฉลองครบรอบ 35 ปี 8 ชุดในไทยเท่านั้น

เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป จำกัด (CMG) ร่วมฉลอง 35 ปีแห่งความสำเร็จของ CASIO G-SHOCK เพื่อย้อนรำลึกถึงตัวเรือนทรงสี่เหลี่ยม สัญลักษณ์ของ G-SHOCK ORIGIN ด้วยผลงานคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดรุ่นฉลองครบรอบ 35 ปี กับ CASIO G-SHOCK GMW-B5000

นับเป็นครั้งแรก ที่คาสิโอออกแบบตัวเรือนโดยใช้วัสดุที่ทำจาก สแตนเลส สตีล ทั้งหมด และเตรียมวางจำหน่าย ณ G-SHOCK CASIO STORES, WATCH STATION และห้างสรรพสินค้าชั้นนำในประเทศไทย โดย เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป จำกัด เปิดโอกาสให้สาวก G-SHOCK ชาวไทยได้ลงทะเบียนเป็นผู้มีสิทธิ์ซื้อ “G-SHOCK ORIGIN COLLECTION CASE SETS LIMITED EDITION” สุดพิเศษที่มีเพียง 8 ชุดในประเทศไทยเท่านั้น


โดยในเซ็ทลิมิเต็ด เอดิชั่นนี้ประกอบด้วย รุ่น GMW-B5000TFC-1 (Porter Limited Edition), รุ่น GMW-B5000TFG-9 (Gold Limited Edition) และรุ่น GMW-B5000D-1 (Silver Edition) ซึ่งไฮไลท์ของเซ็ทนี้คือ รุ่น GMW-B5000TFC-1 ที่มีเพียง 500 เรือนทั่วโลก


พิเศษสุดๆ เพราะงานนี้ ทาง G-SHOCK ได้ร่วมมือกับบริษัท Yoshida & Co., Ltd. แบรนด์แฟชั่นเก่าแก่ชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น ได้ออกแบบและผลิตเคสกระเป๋าสุดพิเศษที่ถูกออกแบบโดย Yoshida & Co., Ltd ภายใต้แบรนด์ Porter ที่สามารถใช้เป็นที่เก็บคอลเลคชั่นนาฬิกาได้อีกด้วย…สาวก G-SHOCK ต้องห้ามพลาด


Challenge the Impossible ด้วยรถบรรทุก FJ 2528C เพื่อการก่อสร้างที่ดีที่สุดจากฟูโซ่

เดมเลอร์ คอมเมอร์เชียล วีฮีเคิลส์ ประเทศไทย จำกัด หรือ ดีซีวีที เปิดตัวรถบรรทุกเพื่อการก่อสร้างรุ่นใหม่ล่าสุด FJ 2528C เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำของรถบรรทุกเพื่อการก่อสร้างในไทย โดยรถบรรทุกรุ่นนี้เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่มุ่งมั่นในการที่จะมอบบริการที่ดีที่สุด และตอบสนองความต้องการแก่ลูกค้าในประเทศไทย ในขณะเดียวกันยังเข้ามาช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริการแบบครบวงจรที่มีอยู่ในปัจจุบันอีกด้วย


“วันนี้เราภูมิใจที่จะนำเสนอรถบรรทุกรุ่นใหม่ FJ 2528C จากฟูโซ่อย่างเป็นทางการ โดยรถบรรทุกรุ่นใหม่นี้มีประสิทธิภาพสูง อีกทั้งยังเน้นเรื่องการประหยัดน้ำมัน และความปลอดภัยระหว่างขับขี่ซึ่งได้ถูกพัฒนามาจาก รถดัมพ์รุ่น FN 62 เพื่อแสดงถึงความเป็นผู้นำในตลาดรถบรรทุกเพื่อการก่อสร้างในไทยอย่างชัดเจน ทั้งนี้ตัวรถยังรองรับการบรรทุกอุปกรณ์ก่อสร้างที่มีน้ำหนักมากโดยสามารถรับน้ำหนักได้ถึง 13 ตัน และมีแรงขับเคลื่อน 280 แรงม้าพร้อมแรงบิด 1100 นิวตันเมตร ที่ 1200 ถึง 1600 รอบต่อนาที สูงสุดในรถระดับเดียวกัน ซึ่งถือว่าเป็นรถบรรทุกขนาดใหญ่คุณภาพเยี่ยม มีความทนทานสูง และถือว่าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญต่อธุรกิจก่อสร้าง เพราะจะช่วยในเรื่องของการลดต้นทุน การบำรุงรักษา และการดำเนินงานต่างๆ ที่ก่อให้เกิดผลกำไรมากขึ้นอีกด้วย” คุณซาช่า ริคาเน็ค ประธานกรรมการบริหารของดีซีวีที กล่าว


รถบรรทุกเพื่อการก่อสร้างฟูโซ่เป็นรถบรรทุกที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าที่ดำเนินธุรกิจขนส่งและก่อสร้างชั้นนำทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ซึ่งการมีระบบเบรก ABS เป็นมาตรฐานจากโรงงานทุกรุ่นยังเป็นฟีเจอร์ที่สำคัญ เพราะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และสมรรถนะในการหยุดรถ เพิ่มความปลอดภัยแก่ผู้ขับรถบรรทุกได้เป็นอย่างดี


รถบรรทุกฟูโซ่รุ่น FJ 2528C จะมาเสริมทัพกับรถบรรทุกเพื่อการก่อสร้างของฟูโซ่ที่มีอยู่แล้วทั้งสองรุ่น ได้แก่รถโม่ปูน รุ่น FJ 2528 RMC และ รถดั้ม 6 ล้อรุ่น FI 1217C อันจะเป็นการตอกย้ำความสำเร็จให้กับรถบรรทุกขนาดใหญ่ก่อนหน้านี้ซึ่งประกอบไปด้วยรถหัวลากรุ่น FZ 4928TT และรถ 10 ล้อเพลาเดียวรุ่น FJ2528R ซึ่งเหมาะกับการใช้งานในธุรกิจภาคการขนส่ง และโลจิสติกส์


ยังรวมไปถึงรถบรรทุก Canter ขนาดกลางที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในอดีตซึ่งกลับมาเปิดตัวอีกครั้ง ทั้งนี้รถบรรทุกของฟูโซ่จะช่วยให้ลูกค้าได้ลอง Challenge the Impossible ได้อย่างมั่นใจ


ในฐานะผู้บุกเบิกตลาดรถบรรทุก ฟูโซ่ยังเป็นแบรนด์รถบรรทุกเจ้าแรกที่เปิดตัวศูนย์บริการแบบครบวงจรอย่างแท้จริง ซึ่งรวบรวมบริการต่างๆ อาทิ ฟูโซ่ ออยล์ (Fuso Oil) ฟูโซ่ พาร์ทส แอนด์ เซอวิสเซส (Fuso Parts & Services) ฟูโซ่ ลีสซิ่งและฟูโซ่โพรเทคชั่น (Fuso Leasing and Fuso Protection) และ ฟูโซ่ ไดรฟ์ (Fuso Drive) การบริการแบบครบวงจรจากฟูโซ่จะทำให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าจะได้รับบริการและผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นและยอดเยี่ยม


“การเสริมสร้างความแข็งแกร่งนี้เกิดขึ้นผ่านผลิตภัณฑ์และการบริการที่มีคุณภาพเพื่อลูกค้าชาวไทยที่ให้ความไว้วางใจเรา ในปี พ.ศ. 2561 นี้ เราได้วางแผนที่จะเพิ่มจำนวนผู้แทนจำหน่ายของฟูโซ่เป็นอีกเท่าตัวให้ครอบคลุมทั่วประเทศ นั่นจะทำให้เรามีตัวแทนจำหน่ายทั้งหมดมากกว่า 20 ราย ซึ่งในฐานะแบรนด์รถบรรทุกขนาดใหญ่ที่มีการบริการแบบครบวงจร


เราเห็นศักยภาพของตลาดและคำนึงถึงความต้องการของลูกค้าอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้แน่ใจว่าลูกค้าของเราได้รับทั้งบริการและผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด” คุณซาช่า กล่าวเพิ่มเติม


ฟูโซ่เป็นแบรนด์ภายใต้เดมเลอร์ ทรัคส์ ผู้ผลิตรถบรรทุกรายใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมีกิจการครอบคลุมแทบทุกภูมิภาคทั่วโลก ทั้งในเอเชีย แอฟริกา ละตินอเมริกา ยุโรป และเอเชียตะวันออกกลาง โดยรถเพื่อการพาณิชย์ที่มีน้ำหนักบรรทุกขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่ (น้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุก 3.5 – 49 ตัน) รถตู้ เครื่องยนต์เพื่ออุตสาหกรรม และรถโดยสาร ของทางบริษัทมีจัดจำหน่ายใน 160 ตลาด แบรนด์ ฟูโซ่ ตั้งมั่นอยู่บนค่านิยมหลัก 4 ประการ คือ คุณภาพที่น่าเชื่อถือ ประสิทธิภาพในการประหยัด การออกแบบที่แข็งแกร่ง และคำนึงถึงประโยชน์การใช้งาน รวมทั้งการบริการที่เอาใจใส่ทุ่มเท


เผยเคล็ดลับที่สายปาร์ตี้ จะต้องทึ่ง ดื่มอย่างไงให้ดูคูล!

เย็นวันศุกร์คือช่วงเวลาที่หนุ่มสาวมักจะนัดแฮงค์เอาท์กับเพื่อนฝูง ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนในปัจจุบัน โดยบางครั้งปฏิเสธไม่ได้ว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นเสมือนหนึ่งในสัญลักษณ์ของการสังสรรค์และเฉลิมฉลองในหลายโอกาส สำหรับคนรุ่นใหม่สายปาร์ตี้ที่มีแผนไปตลุยราตรีกับแกงค์เพื่อน บริษัท ‘DMHT’ ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) จำกัด จะมาเผยเคล็ดลับ DRINKiQ เทคนิคการดื่มมาฝาก สิ่งสำคัญข้อแรกที่ควรทำคือ


กินอาหารรองท้องสักนิดก่อนดื่มเพราะถ้าท้องว่างร่างกายจะดูดซึมแอลกอฮอล์เร็วมากเพียงครึ่งชั่วโมงคุณก็อาจจมึนได้แล้ว ทำให้เมาเร็วกลายเป็นพวกคออ่อนในสายตาเพื่อนๆ พาลให้หมดสนุกเอาง่ายๆ เชื่อว่าคุณคงไม่อยากเป็นคนแรกที่กลับบ้านตั้งแต่ความสนุกยังไม่เริ่ม! เคล็ดลับที่สำคัญอีกอย่างคือไม่ควรเติมเครื่องดื่มอยู่เรื่อยๆ โดยที่ยังดื่มไม่หมดแก้ว เพราะจะไม่รู้เลยว่าดื่มไปแล้วกี่แก้วนอกจากจะเปลืองแล้วยังทำให้เมาเกินเหตุอีกด้วย


ถ้าไม่อยากเมาจนขาดสติผมขอแนะนำตัวช่วยอย่าง “โปรแกรมคำนวณแอลกอฮอล์” สำหรับผู้ที่ต้องการเช็คแคลอรี่ หรือปริมาณแอลกอฮอล์ในเครื่องดื่ม เพียงสแกน QR Code ด้านบน โปรแกรมจะคำนวณจำนวนหน่วยที่บริโภค ปริมาณแคลอรี่ และระยะเวลาที่แอลกอฮอล์ขับออกจากร่างกายแบบอัตโนมัติ ถือเป็นตัวช่วยที่ดีให้เราได้วางแผนก่อนดื่มได้อย่างดีเยี่ยม

นอกจากเคล็ดไม่ลับการเตรียมความพร้อมก่อนดื่มแอลกอฮอล์ที่เอามาแนะนำกันแล้ว เรายังมีเรื่องความเชื่อที่บอกเล่าต่อๆ กันมามีทั้งจริงบ้าง ไม่จริงบ้างเรามาลองดูกันว่าอันไหนจริง หรืออันไหนมั่วนิ่ม

ดื่มกาแฟดำจะช่วยทำให้หายแฮงค์…เหรอ!


อันนี้บอกเลยว่า –ไม่จริง– กาแฟมันแค่ช่วยลดอาการง่วงซึมของเราเพราะเที่ยวจนดึกดื่น แต่ไม่ได้ช่วยเร่งการขับแอลกอฮอล์ออกจากร่างกายหรือลดความมึนเมาเลย จริงๆ แล้วกาแฟดำออกฤทธิ์ขับปัสสาวะเช่นเดียวกับแอลกอฮอล์ ซึ่งจะยิ่งทำให้ร่างกายขาดน้ำขึ้นไปอีก วิธีแก้อาการเมาที่ถูกต้องคือ ควรนอนพัก  และดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ จะดีกว่า

ดื่มน้ำก่อน และหลังดื่มแอลกอฮอล์ ช่วยป้องกันอาการเมาค้าง


ขอบอกว่า –จริง– เพราะแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ขับปัสสาวะส่งผลให้ร่างกายขาดน้ำ ก่อให้เกิดอาการเมาค้างนั่นเอง ดังนั้นควรดื่มน้ำเยอะๆ ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการดื่มเแอลกอฮอล์ เพราะจะช่วยให้ร่างกายไม่ขาดน้ำได้…เอ้า! รออะไรหาน้ำมาดื่มดิ

ดื่มเหล้าโดยใช้หลอดดูด จะเมาเร็วขึ้น


อันนี้ –จริง– มีความเป็นไปได้ เพราะเมื่อใช้หลอดดูด ผู้ดูดจะรู้สึกว่าดื่มง่ายขึ้น แถมกลบรสขมของแอลกอฮอล์ทำให้รู้สึกเพลิดเพลิน เป็นสาเหตุให้ดื่มปริมาณแอลกอฮอล์มากขึ้นโดยไม่รู้ตัว…แต่ก็ไม่ค่อยเห็นใตรเอาหลอดดูดไวน์ หรือเบียร์นะ

การ “ถอน” ช่วยลดอาการเมาค้าง


อันนี้ –ไม่จริง– เพราะเราลองมาแล้วการ “ถอน” จะช่วยให้ดีขึ้นชั่วคราวเท่านั้น เพราะร่างกายจะหยุดกลไกขับแอลกอฮอล์ออกจากร่างกายเพื่อเตรียมรับแอลกอฮอล์ใหม่เข้าไป การ”ถอน” แค่ช่วย “ชะลอ” อาการเมาค้างเท่านั้น เพราะยังไงแล้วแอลกอฮอล์ที่เราดื่มเข้าไปจะต้องผ่านกระบวนการเพื่อขับออกจากร่างกายตามธรรมชาติอยู่ดี

ดื่มไวน์ เบียร์ ดีกับสุขภาพกว่าการดื่มเหล้า


–ไม่จริง– ผลกระทบของการดื่มไม่ได้ขึ้นอยู่กับประเภทของเครื่องดื่ม แต่ขึ้นอยู่กับปริมาณแอลกอฮอล์ และปัจจัยอื่นๆ เช่น ปริมาณ และความเร็วในการดื่ม สภาพร่างกายของแต่ละคนที่ตอบสนองต่อแอลกอฮอล์ไม่เท่ากัน อายุ เพศ ซึ่งคนหนุ่มสาว และผู้หญิงมีโอกาสเมาเร็วกว่า…แต่ก็ไม่แน่เสมอไป

เมื่อเตรียมตัวล่วงหน้า และรู้ข้อเท็จจริงเป็นอย่างดีแล้ว ก็ปิดท้ายด้วยความสนุกอย่างมีสติและรับผิดชอบ เมื่อจะต้องรินแอลกอฮอล์ลงในแก้ว ควรคำนึงถึงปริมาณ “ดื่มมาตรฐาน” (Standard Drink)


โดย 1 ดื่มมาตรฐาน เท่ากับ แอลกอฮอล์บริสุทธิ์ประมาณ 10 กรัม ใช้เวลา 1 ชั่วโมงในการขับออก ซึ่งดื่มมาตรฐานของแอลกอฮอล์แต่ละประเภทต่างกัน ขึ้นอยู่กับดีกรีของแอลกอฮอล์ประเภทนั้นๆ เช่น 1 ดื่มมาตรฐาน เทียบเท่ากับการดื่มวิสกี้หรือวอดก้า 3 ฝา (รวม 30 มิลลิลิตร), ไวน์ 1 แก้ว (100 มิลลิลิตร) หรือเบียร์ 1 กระป๋องหรือขวดเล็ก (330 มิลลิลิตร) เป็นต้น ดังนั้น แม้เครื่องดื่มจะถูกเสิร์ฟมาในแก้วหลากหลายรูปแบบ มีลักษณะภายนอก กลิ่น หรือรสชาติที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่พึงระวังคือเครื่องดื่มเหล่านี้ล้วน “ดื่มมาตรฐาน” ไม่เท่ากัน เนื่องมาจากปริมาณแอลกอฮอล์ นั่นเอง


ดิอาจิโอสนับสนุนการเลือกไลฟ์สไตล์ที่สมดุล หากเลือกที่จะดื่มหรือแม้ไม่ดื่มก็ตาม ควรรู้ถึงผลกระทบของแอลกอฮอล์เพื่อการตัดสินใจอย่างมีข้อมูล ดื่มอย่างมีสติ และแนะนำคนใกล้ชิดให้ดื่มได้อย่างเหมาะสม ผู้บริโภคสามารถติดตามความรู้ และเคล็ดไม่ลับเกี่ยวกับการดื่มอย่างรับผิดชอบ เพิ่มเติมได้ที่ www.drinkiq.com

สุดท้ายนี้ขอให้นักดื่มทุกท่านสนุกกับทุกปาร์ตี้ที่ไป ดื่มอย่างพอดี และมีสติกลับบ้านอย่างปลอดภัย รอดพ้นจากด่านทั้งปวงด้วยเถิด

ขอขอบคุณเพลง GancoreTV.com เพลง “ขอดูดได้เป่า” จากวง Buddha Bless


มินิ แฮทช์ ดีไซน์สุดพิเศษ สร้างมาร่วมเฉลิมฉลองพิธีเสกสมรสเจ้าชายแฮรี่ และเมแกน มาร์เคิล คันเดียวในโลก!

มินิ เผยโฉม มินิ แฮทช์ รุ่นใหม่ล่าสุดที่ถูกออกแบบขึ้นมาเป็นพิเศษเป็นคันแรก และคันเดียวในโลก เพื่อร่วมเฉลิมฉลองพิธีเสกสมรสของเจ้าชายแฮรี่ และมิสเมแกน มาร์เคิล โดยหลังจากงานพิธีดังกล่าวที่จะมีขึ้นในวันที่ 19 พฤษภาคม 2018 มินิ แฮทช์คันพิเศษนี้จะถูกส่งมอบให้แก่มูลนิธิ Children’s HIV Association (CHIVA) สำหรับการประมูลเพื่อการกุศลต่อไป


โอลิเวอร์ ไฮล์เมอร์ หัวหน้าทีมออกแบบของมินิ กล่าวว่า “ในฐานะแบรนด์รถยนต์ที่อยู่คู่กับสหราชอาณาจักรมายาวนานกว่า 60 ปี เราจึงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองพิธีเสกสมรสของราชวงศ์อังกฤษในครั้งนี้ ด้วยรถยนต์มินิที่จะร่วมสร้างความพิเศษในพิธีเสกสมรสครั้งประวัติศาสตร์นี้


ทีมออกแบบของมินิได้ร่วมกันสร้างสรรค์มินิ แฮทช์ ที่มีเพียงคันเดียวในโลกขึ้นมาเพื่อโอกาสนี้โดยเฉพาะ ซึ่งไฮไลท์ของมินิ แฮทช์คันพิเศษนี้ อยู่ที่ดีไซน์กราฟฟิคบนหลังคารถ และรายละเอียดการตกแต่งอันเฉพาะตัวทั้งภายนอก และภายในรถ ด้วยชิ้นส่วนจากเครื่องพิมพ์สามมิติ รวมถึงลวดลายการเย็บอันประณีตบรรจงบนเบาะที่นั่ง ซึ่งไม่เคยปรากฏในมินิรุ่นไหนมาก่อน”

รูปลักษณ์ภายนอกโฉบเฉี่ยวสะกดทุกสายตา

มินิ แฮทช์ รุ่นพิเศษมาในสีขาว Crystal White พร้อมแถบสีเงินอมฟ้าตามแนวตัวถังรถ รับกับขอบโครเมียมสีเงินอมฟ้าแบบด้านรอบคันอย่างลงตัว สร้างความสะดุดตาที่ไม่เหมือนใครด้วยฟีเจอร์ต่างๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของมินิ เช่น

กระจังหน้าทรงหกเหลี่ยม มือจับประตู วงแหวนโครเมียมรอบไฟหน้า และไฟท้ายที่มาในสีเคลือบเงาฟ้าอมดำ ไฟท้ายและล้ออัลลอยโดดเด่นด้วยดีไซน์ลายธงยูเนียนแจ็ค หรือธงชาติสหราชอาณาจักร หนึ่งในไฮไลท์ของดีไซน์ใหม่ล่าสุดจากมินิ พร้อมเสริมความทันสมัย และความเฉพาะตัวให้แก่ตัวรถด้วยขอบล้อสีน้ำเงินเข้มเมทาลิคแบบด้าน

โดดเด่นด้วยหลังคาลายกราฟฟิคแฮนด์เมด และชิ้นส่วนจากเครื่องพิมพ์สามมิติ


ไฮไลท์ที่สำคัญของมินิ แฮทช์ รุ่นพิเศษนี้ คือการรังสรรค์ลวดลายกราฟฟิคอันเป็นเอกลักษณ์บนหลังคารถ ซึ่งได้รับการวาดขึ้นด้วยมือและเป็นการผสานองค์ประกอบต่างๆ ของธงชาติสหราชอาณาจักรและธงชาติสหรัฐอเมริกา ประเทศบ้านเกิดของเจ้าชายแฮรี่ และมิสเมแกน มาร์เคิล ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว


และอีกหนึ่งความพิเศษ คือกรอบไฟเลี้ยวด้านข้าง ที่พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติ จารึกอักษรย่อตัว M และ H พร้อมลายหัวใจ เมื่อเปิดประตูรถ ไฟใต้กรอบประตูสาดส่องต้อนรับเป็นคำว่า “Just Married” บริเวณพื้นด้านคนขับและผู้โดยสารด้านหน้า เป็นสักขีพยานรักในพิธีเสกสมรสครั้งประวัติศาสตร์นี้

ภายในประณีตบรรจงในทุกรายละเอียด


เบาะหนังแท้สีเทา Satellite Grey ช่วยเสริมความเอ็กซ์คลูซีฟของ มินิ แฮทช์รุ่นพิเศษ ขอบโครเมียมภายในรถมาในสีเคลือบเงาฟ้าอมดำเช่นเดียวกับภายนอก แผงคอนโซลหน้าฝั่งผู้โดยสาร เป็นอีกชิ้นส่วนจากเครื่องพิมพ์สามมิติ ที่พิมพ์ลวดลายชื่อของบ่าวสาว วันที่ของพิธีเสกสมรส และคำอวยพรแก่คู่บ่าวสาว


เส้นสายภายในรถบริเวณประตู หลังพวงมาลัย และพนักพิงศีรษะ ยังได้รับการออกแบบให้เข้ากันเป็นอย่างดีกับลวดลายกราฟฟิค บนหลังคารถ โดยบริเวณพนักพิงศีรษะทั้งสองด้าน ฉลุลวดลายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธงยูเนียนแจ็คและธงสหรัฐ


“GET Away Out by Honda HR-V” ฮอนด้า เอชอาร์-วี ชวนหนีกรุงมุ่งสู่หัวหินไปพบความสุขในแบบที่คุณเป็น

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับคลื่นวิทยุเก็ตเรดิโอ (GET 102.5) จัดกิจกรรม “GET Away Out by Honda HR-V” ทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ 
พาลูกค้าเจ้าของรถยนต์ฮอนด้า เอชอาร์-วี ออกไปเปิดประสบการณ์ในวันหยุดพักผ่อน เพื่อพบกับความสุขในแบบที่คุณเป็น พร้อมสนุกกับกิจกรรมพิเศษตลอดเส้นทางกรุงเทพฯ – หัวหิน 2 วัน 1 คืน ตอกย้ำความเป็นรถยนต์สปอร์ตครอสโอเวอร์ระดับพรีเมียมของฮอนด้า เอชอาร์-วี ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการใช้งาน ด้วยพื้นที่ภายในกว้างขวาง สะดวกสบายเหนือระดับ ผสานมาตรฐานความปลอดภัยที่ล้ำสมัยและครบครัน การันตีด้วยความนิยมและความไว้วางใจจากลูกค้าชาวไทยเป็นอย่างสูงด้วยยอดขายกว่า 62,000 คัน นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2557


“GET Away Out by Honda HR-V” จัดขึ้นเพื่อสร้างความสนุกสนานและความประทับใจให้กับเจ้าของรถยนต์ฮอนด้า เอชอาร์-วี ตลอดเส้นทางกรุงเทพฯ – หัวหิน ซึ่งได้ร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์มือถือเพื่อลงโซเซียลมีเดียแบบชิคๆ จากคุณทวีพงษ์ ประทุมวงษ์ กูรูด้านการถ่ายภาพสตรีท (Street Photography) อันดับต้นๆ ของประเทศ

เวิร์กช็อปวิธีทำกาแฟลาเต้อาร์ต และยังได้คลายร้อนด้วยการชงเครื่องดื่ม Summer Mocktail ด้วยตัวเอง ในบรรยากาศคาเฟ่แนวอินดัสเทรียล ณ ร้าน Air Space

จากนั้น จึงเดินทางต่อ เพื่อไปเช็คอิน ณ ที่พักสุดหรู อวานี หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ วิลล่าส์ พร้อมร่วมกิจกรรมการเล่นโยคะสุดอินเทรนด์บนอุปกรณ์เหนือน้ำที่เรียกว่า Sup-Yoga

ปิดท้ายด้วยปาร์ตี้ริมชายหาด ในบรรยากาศสุดชิล กับเมนูสุดพิเศษและของรางวัลมากมาย เพื่อแทนคำขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์ของฮอนด้ามาโดยตลอด

กิจกรรมนี้ มีผู้สนใจเข้าร่วมเป็นจำนวนมากจากหลากหลายวงการ อาทิ นักธุรกิจ พนักงานบริษัทเอกชน เจ้าของธุรกิจส่วนตัว ซึ่งต่างก็ประทับใจในกิจกรรมครั้งนี้เป็นอย่างมาก

น.ส. เจนจิรา จ.จิตต์เจริญชัย พนักงานบริษัทเอกชน หนึ่งในลูกค้าเจ้าของรถยนต์ฮอนด้า เอชอาร์-วี ที่เข้าร่วมกิจกรรม กล่าวว่า “ปัจจุบันใช้รถฮอนด้า เอชอาร์-วี มาประมาณ 3 ปีแล้ว โดยได้มีโอกาสขับทั้งในเมืองและไปต่างจังหวัด ประทับใจภายในห้องโดยสารกว้างขวาง นั่งสบาย

เบาะนั่งที่สามารถปรับพับได้หลายรูปแบบ ทำให้ใส่ของได้เยอะมาก สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้สนุกมากๆ ทั้งการทำเวิร์กช้อป และการเล่นโยคะบนบอร์ด อยากขอบคุณฮอนด้าที่จัดกิจกรรมดีๆ แบบนี้ขึ้นมาค่ะ”

ด.ช. ภัทร ภิรมย์ไชย (น้องข้าวปั้น) ผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่อายุน้อยที่สุดเพียง 8 ปีเท่านั้น กล่าวถึงความประทับใจในครั้งนี้ว่า “กิจกรรมสนุกมากครับ โดยเฉพาะกิจกรรม sup-yoga ที่ชอบมากเป็นพิเศษ เพราะเป็นกิจกรรมแปลกใหม่ที่ไม่เคยลองมาก่อน นอกจากนี้ ยังประทับใจกิจกรรมลาเต้อาร์ต ที่ได้ทำเป็นลายโลโก้ เอชอาร์-วี

อยากให้ฮอนด้าจัดกิจกรรมสนุกๆ แบบนี้อีกครับ” ส่วนคุณแม่ นางพุทธรักษ์ ภิรมย์ไชย กล่าวถึงความรู้สึกที่มีต่อรถเอชอาร์-วี ว่า“ฮอนด้า เอชอาร์-วี ตอบโจทย์การใช้งานของครอบครัวเป็นอย่างมาก ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง จุของได้มาก ขับสนุก คล่องตัว ทั้งในเมือง และต่างจังหวัด ส่วนฟังก์ชั่นที่ลูกชายชอบที่สุด คือ หลังคาซันรูฟไฟฟ้าแบบพาโนรามาที่สามารถเปิดให้ดูดาวตอนกลางคืนได้ด้วย”

ฮอนด้า เอชอาร์-วี รถสปอร์ตครอสโอเวอร์ระดับพรีเมียมของฮอนด้า ที่ลงตัวทุกการใช้งานในชีวิตประจำวัน ด้วยดีไซน์ภายนอกสไตล์สปอร์ต ผสานกับพื้นที่ภายในกว้างขวาง พื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านท้ายขนาดใหญ่ และเบาะนั่งอเนกประสงค์ที่สามารถปรับพับได้หลายรูปแบบ จึงสามารถจุของขนาดใหญ่ได้หลายชิ้น ที่พร้อมพาคุณออกเดินทางไปท่องเที่ยวสถานที่ใหม่ๆ ในวันหยุดพักผ่อน เพื่อพบกับความสุขในแบบที่คุณเป็น เติมเต็มความต้องการและตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์


Thailand HipHop Festival : The Legend

HEAVY ORGANIZER ร่วมกับ U
PRESENT “Thailand HipHop Festival : The Legend” การรวมตัวฮิปฮอปไทยระดับตำนานจนถึงปัจจุบัน วันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน 2561 ณ JJ MALL HALL  ตั้งแต่เวลา 14.00 – 00.00 น.
??นำทีมโดย THAITANIUM / DAJIM/ RASTAFAH / B-KING / CHOM CHUMKASIAN AND 1 FLOW / PP DREAMS / CP SMING / JSR / YOUNGBONG / YOUNGOHM / FIIXD / CLEO-P /
“VKL X Sweed Gangz” / MAIYARAP /
BOMB AT TRACK / RAP AKE
??B-BOY นำทีมโดยรุ่นบุกเบิกบ้านเรา
และอีกมากจริงๆเวทีน่าจะแน่นๆ
Bboy oman
Bboy ajay
Bboy 60Rock
Bboy prai-1
Bboy Guru
??DJ เป็นการรวมตัวกันรุ่นบุกเบิกจนถึงปัจจุบัน บนเวทีวางเครื่องกันเต็มจำนวนและจะมีพี่ๆDJตามสมทบอีก
Dj Whatdatfrog
Dj Kong
Dj Bonnie
Dj Deeboy
Dj Dogga
??GRAFFITI ระดับประเทศรุ่นบุกเบิกถึงปัจจุบันรวมกันพ้นบนกำแพงยาว 30เมตร
PAKORN
JESUS103 RUA MHS
BOWS
QUCAN
Ghost Trappers
ติดตามข่าวสารhttps://https://www.facebook.com/Thailandhiphopfestival

PUMA SUEDE CLASSIC “BOBBITO GARCIA”

Bobbito Garcia สนีกเกอร์เฮดยุคบุกเบิกกลับมาร่วมงานกับ Puma อีกครั้งในโอกาสฉลองครบรอบ 50 ปีของ รองเท้ารุ่น “Suede” โดยคุณ Bobbito นั้นมีความชื่นชอบในรองเท้ากีฬามาตั้งแต่ยุค 70’s ตาเสาะหาสะสมรองเท้ากีฬาโดยเฉพาะบาสเกตบอลมาทุกยุคทุกสมัยจนถ่ายทอดออกมาเป็นหนังสือชื่อ “Where’d You Get Those?” เล่าถึงยุคเริ่มต้นของวงการรองเท้ากีฬาในนิวยอร์กยุค 60’s – 80’s  ซึ่งหนึ่งในรองเท้าที่ Bobbito สะสมและเขียนถึงในหนังสือของเขาก็มี Puma Suede รวมอยู่ด้วย

การร่วมงานครั้งนี้เหมือนกับพา Puma Suede ในสไตล์ย้อนยุค 1970’s กลับมาปัจจุบันอีกครั้ง โดยนำเอาพื้นยางดิบหรือ Gum Sole ในรองเท้าบาสเกตบอลยุคเก่ามาออกแบบ จากนั้นก็คืนชีพด้วยหนังกลับแบบดั้งเดิมใน 2 คู่สีที่สะท้อนบรรยากาศของรองเท้ารุ่นพิเศษในอดีตได้แก่สี ส้ม/ขาว และ สีขาว/ฟ้า ตกแต่งด้วยดีเทลสุดพิเศษเป็นลายเซ็นของ Bobbito สีทองที่มุมส้นเท้า และใส่ชิ่อหนังสือ “Where’d You Get Those?” ลงไปที่รอบส้นเท้าด้านใน บรรจุดมาในกล่องที่ออกแบบด้วยลวดลายกราฟิตี้สไตล์ยุค 70’s ที่ออกแบบโดย Bobbito อันสื่อถึงยุคที่รองเท้า Puma Suded 

Bobbito Garcia x Puma Suede 50th Anniversary จะผลิตในจำนวนจำกัดโดยจะออกวางจำหน่ายที่ 24KILATES BKK พร้อมกับทั่วโลกในวันที่ 12 พฤษภาคมนี้

PUMA SUEDE CLASSIC “BOBBITO GARCIA” วางจำหน่ายวันเสาร์ 12 พฤษภาคม  ที่  24Kilates Bangkok สาขา หัวหมาก เท่านั้นครับ


Privacy Preference Center