ลาซาด้า ฉลองก้าวแรกครบรอบ 6 ปีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยงานวิ่งการกุศล ‘Born to Run’

ปีนี้ ลาซาด้าตั้งใจตอบแทนกลับคืนสู่สังคมที่สนับสนุนมาตลอดหลายปี โดยบริจาคค่าสมัครวิ่งมาราธอนทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายเป็นจำนวน 600,000 บาทให้แก่หกมูลนิธิ ได้แก่ มูลนิธิเพื่อรัก มูลนิธิเสียงจากเรา มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย มูลนิธิสืบนาคะเสถียร สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านนนทภูมิ และสมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี
งานวิ่งในครั้งนี้จัดขึ้นที่สวนสิริกิติ์ ตั้งแต่เวลา 4.45 น. ถึง 8.30 น. โดยมีผู้ร่วมงานกว่า 1,500 คน พร้อมด้วย เบลล่า ราณี แบรนด์แอมบาสเดอร์ของลาซาด้า และเหล่าเดอะเฟสเมนที่รักสุขภาพอย่าง แมน มอสและพีเค หลังจากเข้าเส้นชัยแล้ว เหล่านักวิ่งยังได้ร่วมสนุกกับความบันเทิงในงาน และบูธสปอนเซอร์หลักจากแบรนด์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Nivea Sun, Saha Group, La Roche Posay และ Warrix รวมถึงเครื่องดื่มจากน้ำดื่มสิงห์และไมโลแจกให้ผู้ร่วมวิ่งในงานให้คลายร้อนอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีผู้สนับสนุนอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Duchess, Fitbit, Jabra, Johnson Health Tech, Vistra, Wacoal, Shopback และ Grab
ลาซาด้า มุ่งมั่นที่จะตอบแทนลูกค้าในเดือนเกิดนี้ ด้วยการจัดมหกรรมลดราคาครั้งยิ่งใหญ่ประจำปีเพื่อฉลองวันเกิดด้วยข้อเสนอและส่วนลดสุดพิเศษสำหรับนักช้อปออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น
- ส่วนลดสูงสุดถึง 90 เปอร์เซ็นต์
- แฟลชเซลล์จำนวนมากกว่า 600 ชิ้นจากสินค้ายอดนิยม
- โค้ดส่วนลดมากถึง 2,000 โค้ด และโค้ดส่วนลดพิเศษผ่านแอปพลิเคชั่นของลาซาด้า
- โปรโมชั่นสุดพิเศษจากแบรนด์และผู้ค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ
คุณอเล็กแซนดรอ บิสชินี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร บริษัท ลาซาด้า ประเทศไทย กล่าวว่า “เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าที่สนับสนุนลาซาด้าอย่างดีเสมอมา ในวันเกิดครบรอบหกปีครั้งนี้ ลาซาด้ามุ่งมั่นที่จะมอบสิ่งดีๆ กลับคืนสู่สังคมและลูกค้าของเรา ด้วยคำมั่นสัญญาในการให้บริการและมอบข้อเสนอที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า รวมถึงการจัดส่งสินค้าที่ฟรีและรวดเร็ว และการคืนสินค้าที่ง่าย รวมถึงสิทธิประโยชน์เพื่อลูกค้าอย่างเช่น การใช้จ่ายผ่าน ลาซาด้าวอเล็ต และบริการใหม่ล่าสุด ลาซาด้า ซุปเปอร์มาร์ท นอกจากนี้ ลาซาด้า แอปพลิเคชั่นของเราสามารถแสดงสินค้าที่ตรงกับความต้องการ และเหมาะสมกับความสนใจเฉพาะของลูกค้าแต่ละท่าน เพื่อสร้างความสะดวกสบายในการช้อปให้กับลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อฉลองครบรอบหกปีในครั้งนี้ เราขอขอบคุณลูกค้าที่ให้การสนับสนุนเราด้วยดีเสมอมา เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเรา เราจึงได้จัดงานวิ่งมาราธอน เพื่อมอบประโยชน์กลับคืนสู่มูลนิธิในท้องถิ่น นับเป็นก้าวแรกในการฉลองวันเกิดปีนี้ และระหว่าง 25 – 27 เมษายน ที่จะถึงนี้ ลูกค้ายังสามารถเพลิดเพลินกับการช้อปด้วยส่วนลดสูงสุดถึง 90 เปอร์เซ็นต์”
เตรียมตัวนับถอยหลังเพื่อฉลองครบรอบหกปีของ ลาซาด้า ได้แล้ว และอย่าลืมเตรียมลิสรายการสินค้าที่จะ ช้อปตั้งแต่วันนี้ได้ที่ https://www.lazada.co.th/birthday-sale/

สตีเบล เอลทรอน เปิดตัวเครื่องกรองน้ำรุ่นใหม่ล่าสุด ผสานวิศวกรรมขั้นสูงจากเยอรมัน ในดีไซน์เรียบหรู
สตีเบล เอลทรอน ผู้ผลิตเครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องกรองน้ำและเครื่องเป่ามือชั้นนำของไทย เปิดตัวเครื่องกรองน้ำรุ่น Fountain 7s รุ่นใหม่ล่าสุด ที่มอบประสิทธิภาพการกรองน้ำที่เหนือชั้น ผลิตภายใต้มาตรฐานวิศวกรรมระดับสูงจากประเทศเยอรมัน และยังคงไว้ซึ่งดีไซน์สุดหรูและร่วมสมัยตามแบบฉบับของสตีเบล เอลทรอน ภายในงาน ได้รับเกียรติจากแขกรับเชิญสุดพิเศษ ปอย – ตรีชฎา เพชรรัตน์ หนึ่งในลูกค้าคนสำคัญของสตีเบล เอลทรอน ที่จับมือกับ เชฟข้าวโอ๊ต – รุจิกร มั่งมี จากรายการ Master Chef Thailand มาร่วมเผยเคล็ดลับการดูแลสุขภาพ พร้อมชวนเวิร์คช็อปทำเมนูเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ Infused Water จากเครื่องกรองน้ำ ‘Fountain 7S’ ล่าสุด ของสตีเบล เอลทรอน ที่มีคุณสมบัติช่วยกรองน้ำให้สะอาด แต่ยังคงไว้ซึ่งแร่ธาตุที่จำเป็นต่อสุขภาพ ให้สาวๆ ยุคใหม่สุขภาพดีได้ง่ายๆ ด้วยตัวเองทุกวัน โดยมีเหล่าเซเลบและบล็อกเกอร์ ทั้งสายบิวตี้และสายสุขภาพให้ความสนใจเข้าร่วมเวิร์คช็อปกันอย่างคับคั่ง

เครื่องกรองน้ำรุ่น Fountain 7s สีขาวและโรสโกลด์หรูหรา มาพร้อมไส้กรอง 7 ชั้น เพื่อขจัดรสชาติ กลิ่น สิ่งเจือปนและสารปนเปื้อน อีกทั้งตัวกรองภายในผลิตจากเยื่อไฟเบอร์เมมเบรนที่มีขนาดเล็กเพียง 0.01 ไมครอน ที่นิยมใช้ในอุตสาหกรรมอาหารเครื่องดื่มและอุตสาหกรรมยา เพื่อให้ได้น้ำดื่มที่ปราศจากแบคทีเรีย Fountain 7s ถูกออกแบบมาเพื่อให้การติดตั้งง่ายที่สุด โดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้าหรือแทงค์น้ำใดๆ เพียงวางเครื่องกรองน้ำบนเคาน์เตอร์หรือชั้นวาง ต่อสายท่อน้ำ ก็สามารถใช้งานได้ทันที ช่วยยกระดับประสบการณ์การกรองน้ำดื่มบริสุทธิ์ ให้เป็นเรื่องง่ายๆ ที่ใครๆ ก็สามารถทำได้ที่บ้าน

ติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์จากสตีเบล เอลทรอนบริษัทผู้ผลิตเครื่องทำน้ำอุ่น น้ำร้อนเ ครื่องกรองน้ำ ฮีทปั๊มและเครื่องเป่ามือชั้นนำจากประเทศเยอรมนีได้ที่ www.facebook.com/stiebeleltronasia หรือhttp://www.stiebeleltronasia.com
อาวดี้ ปลื้ม กระแสตอบรับรถหรูมาแรง โปรโมชั่นโดนใจ มียอดจองต่อเนื่องทุกวัน
นายกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อาวดี้ ประเทศไทย เปิดเผยว่า งาน Bangkok International Motor Show 2018 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 มีนาคม – 8 เมษายน 2561 ที่ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพค เมืองทองธานี ได้รับความสนใจจากลูกค้ามาเยี่ยมชมบูธอาวดี้ อย่างคึกคักและเนืองแน่น โดยมียอดจองทุกรุ่น สะท้อนถึงความสำเร็จของกลยุทธ์ Product Variety ทำให้ อาวดี้ ประเทศไทย มียนตรกรรมครบ ตอบโจทย์ทุกความต้องการ และไลฟ์สไตล์ของลูกค้า
นอกจากนี้กลยุทธ์ Product Offensive ที่นำยนตรกรรมรุ่นใหม่ๆ ที่มีความโก้ หรูหรา ล้ำสมัย ล้ำหน้าด้วยดีไซน์และเทคโนโลยี ที่เพิ่งเปิดตัวในยุโรป เข้ามาตลาดประเทศไทยอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ “Audi A8 L” และ “Audi A7 Sportback ก็ทำให้ลูกค้าในกลุ่มนักธุรกิจที่ชื่นชอบแบรนด์อาวดี้ และรอคอยรถในกลุ่มนี้ มาเยี่ยมชมและสนใจจองแล้วจำนวนมาก
“ในภาพรวมในช่วงครึ่งแรกของงาน Audi TT ยังคงได้รับความนิยมสูงสุดจากลูกค้าที่ชื่นชอบรถสปอร์ต สมรรถนะสูง และหลงใหลในความเป็นอาวดี้ โดยมียอดจองมากกว่า 50 % ส่วน SUV ในตระกูล Q รุ่น Q5, Q7 ซึ่งมีแคมเปญพิเศษก็ได้รับความนิยมจากลูกค้าเช่นกัน ขณะที่ในรุ่น A5 Sportback มาแรงต่อเนื่อง
สำหรับในกลุ่มรถใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวทั้ง “Audi A8 L” และ “Audi A7 Sportback” นั้นได้รับความสนใจอย่างสูงและมียอดจองตั้งแต่วันแรกที่เป็นวันวีไอพี ซึ่งผลตอบรับที่ดีขึ้นในปีนี้ นอกจากจะเป็นเพราะปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์ที่มีครบ ตอบโจทย์ทุกความต้องการแล้ว ปัจจัยที่กระตุ้นความต้องการ และส่งผลต่อการตัดสินใจของลูกค้าอย่างมาก ก็คือ ความมั่นใจในแบรนด์ โดยเฉพาะการประกาศขยายโชว์รูมและศูนย์บริการเพิ่มขึ้น รวมเป็น 6 ที่ ในปีนี้ นอกจากนี้ก็เป็นผลมาจากแคมเปญส่งเสริมการขายที่จัดเป็นพิเศษและแรงสำหรับงานนี้
สำหรับ ไฮไลท์ แคมเปญของ Audi ที่สร้างความร้อนแรงให้กับบูธอาวดี้ และได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม ในงาน Bangkok International Motor Show 2018 อาทิ
- จองรถยนต์อาวดี้ทุกรุ่นได้ ลุ้นขับ Audi TTS Coupé มูลค่า 4.599 ล้านบาท
- รุ่น Audi Q5 ผ่อน 0% นาน 5 ปี หรือประกันภัยชั้น 1 ฟรี 5 ปี
- รุ่น Audi Q7 แคมเปญแถมประกันภัยชั้น 1 นาน 2 ปี
- หรือเลือกรับแคมเปญพิเศษ “แสนพอยท์ มีค่าแสนบาท” โดยลูกค้าธนาคารกสิกรไทย ไทยพาณิชย์ ซิตี้แบงค์ และกรุงศรีอยุธยา สามารถนำพอยท์ ม
- แลกเป็นเงินโบนัส ที่อาวดี้จะมอบให้เป็นพิเศษในวันออกรถ ทั้งนี้จะใช้ได้ไม่เกิน 1 แสนพอยท์
- แคมเปญดอกเบี้ย 0% นาน 48 – 60 เดือน สำหรับรุ่นที่บริษัทฯ กำหนด หรือผ่อนเพียงแค่ 1% ของราคารถกับ Audi Choice
นายกฤษณะกร กล่าวว่า “จากผลของครึ่งสัปดาห์แรก ทำให้เรามั่นใจว่าจะสามารถได้ยอดจองในงานมอเตอร์โชว์ ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ คือมากกว่าปีแรก หรือประมาณไม่ต่ำกว่า 200 คัน ทั้งนี้ขอขอบคุณลูกค้า ที่เป็นแฟนแบรนด์อาวดี้ อย่างเหนียวแน่น และมีความมั่นใจแบรนด์ และไว้วางใจในคุณภาพที่ก้าวล้ำด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัยของยนตรกรรมอาวดี้ ซึ่งอาวดี้ ประเทศไทย ให้คำมั่นว่าจะดูแล และให้บริการหลังการขายต่อลูกค้าทุกรายอย่างดีที่สุด”
ลูกค้าที่สนใจสอบถามรายละเอียดยนตรกรรมแต่ละรุ่น ราคา และแคมเปญ ได้ที่ในงาน งาน Bangkok International Motor Show 2018 หรือติดต่อที่โชว์รูม ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ 02 023 4888 (ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์)
ไฮเนเก้น ชวน Open Your World ไปกับสุดยอดโชว์ระดับโลก Star Venture
เมื่อ ไฮเนเก้น ชวนพวกเรา Open Your World ไปกับสุดยอดโชว์ระดับโลก ที่จะพาเราดำดิ่งสู่ตำนานประวัติศาสตร์ของทั้ง 4 ยุคแห่งความสำเร็จของแบรนด์ไฮเนเก้นตั้งแต่ค.ศ.1873, 1889, 1950 และ 1953 กับการแสดงที่จะเปิดประสบการณ์ของเรา พร้อมระเบิดโสตประสาทสัมผัสในงาน “ไฮเนเก้น พรีเซ้นต์ สตาร์ เวนเจอร์” (Heineken® Presents Star Venture)
ครั้งแรกในประเทศไทย ที่คนที่ได้เข้าร่วมงานไม่เพียงแค่ได้ชม แต่จะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงโชว์ครั้งยิ่งใหญ่นี้แบบ 360 องศา ในสถานที่ที่จำลองทั้งเหตุการณ์ขึ้นอย่างสมจริง เพื่อยกระดับประสบการณ์พร้อมอรรถรสรูปแบบใหม่ที่แตกต่างกว่าที่เคยให้ผู้ร่วมงานรู้สึกสนุกและพิเศษยิ่งขึ้น
ในงานวันนั้นมีแขกรับเชิญสุดเอ็กซ์คลูซีฟอย่าง แมทธิว ดีน ที่มาสวมบทเป็น มิสเตอร์ไฮเนเก้น ซึ่งภายในงานประกอบด้วย 4 โซนหลัก ตาม 4 ยุคสมัยแห่งความสำเร็จของแบรนด์ไฮเนเก้นที่มีมาตลอดระยะเวลากว่า 145 ปี ได้แก่ 1) ปี 1873 – อัมสเตอร์ดัม สตาร์ทอัพ (Amsterdam Start-Up) 2) ปี 1889 – กรังด์ปรีซ์ ปารีส (Grand Prix Paris) 3) ปี 1950 – ครอสซิ่ง บอร์เดอร์ส (Crossing Borders) 4) ปี 1953 – ไอคอน ออฟ เดอะ เมคกิ้ง (Icons of the Making)
ดูภาพอีกมากมายได้ที่
facebook.com/Heavy69official
ติดตามข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่
www.heineken.com/th
facebook.com/heinekenth.official
#Heineken #HeinekenThailand #Party #Lifestyle
911 เทอร์โบ เอส เอ๊กซ์คลูซีฟ พลัง 607 แรงม้า มีเพียง 500 คันทั่วโลก และ มาคันน์ ร่วมเสริมทัพเป็นไฮไลท์ส่งท้ายงานมอเตอร์โชว์ครั้งที่ 39
บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด (AAS) ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ ปอร์เช่อย่างเป็นทางการ แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ตอบรับเสียงเรียกร้องของผู้ชื่นชอบความเร็ว เผยโฉม 911 เทอร์โบ เอส เอ็กซ์คลูซีฟ ซีรีส์ (911 Turbo S Exclusive Series) พร้อมด้วย ปอร์เช่ มาคันน์ (Porsche Macan) มาร่วมเติมเต็มขุมพลังรถสปอร์ตอย่างสมบูรณ์แบบเป็นไฮไลท์ส่งท้ายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39โดยผู้สนใจสามารถยลโฉมยนตกรรมสปอร์ต ที่มีพละกำลังสูงสุดนับตั้งแต่ การถือกำเนิดของสายพันธุ์ 911 เทอร์โบ เอส (911 Turbo S) นี้ได้ตั้งแต่วันที่ 6 – 8 เมษายน 2561 ณ บูธรถยนต์ ปอร์เช่ A15 อิมแพคชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี
911 เทอร์โบ เอส เอ็กซ์คลูซีฟ ซีรีส์ คือ ยนตกรรมสปอร์ตที่มีพละกำลังสูงสุด นับตั้งแต่การถือกำเนิดของสายพันธุ์ 911 เทอร์โบ เอส เป็นต้นมา รถคูเป้คันดังกล่าวมาพร้อม ความล้ำหน้าแห่งพลังในระดับ 607 แรงม้า สุดพิเศษยิ่งกว่าด้วยการจำกัดจำนวนการผลิตทั่วโลกเพียง 500 คันเท่านั้น ด้วยพละกำลังที่ได้รับการปรับจูนให้เพิ่มขึ้นถึง 27 แรงม้า 911 เทอร์โบ เอส เอ๊กซ์คลูซีฟ ซีรีส์ จึงมีเอกลักษณ์ที่สร้างความแตกต่างไปจาก 911 เทอร์โบ เอส รุ่นมาตรฐาน
โดดเด่นสง่างามด้วยการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ เพิ่มเติมอุปกรณ์คุณภาพสูง มาพร้อมความหรูหรา พละกำลังสูง และมีอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลาเพียง 2.9 วินาที และใช้เวลา 9.6 วินาที ในการพุ่งทะยานทะลุขีดความเร็ว 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
พร้อมประสิทธิภาพในการทำความเร็วสูงสุดกว่า 330 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะเดียวกันอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยกลับไม่แตกต่างไปจากรุ่นมาตรฐาน โดยมีตัวเลขที่ 10.9 กิโลเมตรต่อลิตร ราคาเริ่มต้นที่ 23.6 ล้านบาท
ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่าง เป็นทางการ ได้สร้างความเชื่อมั่นในด้านการดูแลหลังการขายให้กับลูกค้าปอร์เช่ทุกท่าน ด้วยทีมวิศวกรที่ผ่านการ ทดสอบระดับเหรียญทอง (ZPT3 Gold Theory Test & Recertification) ถึง 12 คน ซึ่งถือว่ามี จำนวนมากที่สุดของศูนย์รถยนต์ปอร์เช่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคทั้งหมด 12 ประเทศ สะท้อนให้เห็นถึง ความสำคัญ ในเรื่องการให้บริการหลังการขาย โดย เอเอเอส ทุ่มงบการอบรมวิศวกร ของเราให้มีคุณภาพสูงสุด ตามนโยบาย หลักของบริษัทที่ว่า “เอเอเอส ดูแลทั้งรถและคุณ AAS Looking after YOU and your CAR” เพื่อให้ท่านมั่นใจได้ว่า “AAS The Name you can Trust” ซึ่งพิสูจน์ให้ท่านได้เห็นแล้วตลอดระยะเวลาดำเนินงานมากกว่า 30 ปี

‘ซัมเมอร์ฮิลล์’ แหล่งแฮงเอาท์แห่งใหม่ใจกลางเมืองติดสถานีรถไฟฟ้าพระโขนงพร้อมให้บริการแล้ว

โครงการมิกซ์ยูส ซัมเมอร์ฮิลล์ โดยบริษัท บูทิค พระโขนง วัน จำกัด ภายใต้เครือพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ บริษัท บูทิค คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) คาดว่าจะเป็นแลนด์มาร์คจุดนัดพบสุดอินเทรนด์แห่งใหม่ในโซนสุขุมวิท ที่รวบรวมแบรนด์ชื่อดังมาไว้ในที่เดียวกัน อาทิ สตาร์บัคส์ ท็อปส์ เดลี่ มินิซูเปอร์มาร์เก็ต ฟิตเนส 24/7 โอ บอง แปง และ สเปซเซส โคเวิร์คกิ้ง สเปซแบบครบวงจรสุดสร้างสรรรค์จากอัมสเตอร์ดัมภายใต้เครือรีจัส ซึ่งพร้อมเปิดตัวให้บริการเต็มอย่างรูปแบบ นอกจากนี้ยังมีร้าน เทรซเชอร์ แฟคทอรี่ ร้านค้ามือสองยอดนิยมจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้มาเปิดประเดิมเปิดสาขาแรกในเมืองไทยที่ซัมเมอร์ฮิลล์อีกด้วย

การเปิดตัวอย่างเป็นทางการของซัมเมอร์ฮิลล์ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายทั้งหมดสามเฟสตามแผนการพัฒนาพระโขนงของบูทิค ซึงเฟสที่สอง คือ ซัมเมอร์ฮับ ออฟฟิศ จะประกอบไปด้วยพื้นที่สำนักงานและร้านค้าปลีกให้เช่ากว่า 5,000 ตารางเมตร มีกำหนดพร้อมเปิดปลายปี 2561 นี้ นอกจากนี้ ยังมีแผนการสำหรับเฟสสาม ซึ่งจะตั้งอยู่ตรงข้ามกับซัมเมอร์ฮิลล์ และซัมเมอร์ฮับ ออฟฟิศ โดยจะเริ่มเดินหน้าการก่อสร้างปลายปีนี้เช่นกัน ทั้งนี้โครงการทั้งสามเฟสติดรถไฟฟ้าพระโขนงจะทำงานร่วมกันเพื่อสร้างโครงการมิกซ์ยูสที่ครบวงจร เพื่อมอบประสบการณ์ใช้ชีวิตแบบครบครันให้ผู้คนได้ทำงาน ทานอาหาร ช้อปปิ้ง ออกกำลังกายและแฮงเอาท์ พร้อมจบในแหล่งเดียวกัน
คุณ ปรับ ทักราล ประธานและกรรมการผู้จัดการกลุ่ม บริษัท บูทิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “พระโขนงเป็นย่านที่มีจุดเด่นซึ่งเหมาะสมแก่การใช้ชีวิตและอยู่อาศัย แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีศูนย์กลางในการแฮงเอาท์ และใช้เวลาว่าง ด้วยการเปิดตัวซัมเมอร์ฮิลล์อย่างเป็นทางการ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้และอีกสองเฟสที่จะตามมาของบูทิคจะช่วยพัฒนาชุมชนพระโขนง ด้วยการผสมผสานร้านอาหาร ร้านค้า ซุเปอร์มาร์เก็ต ศูนย์ออกกำลังกาย และ โคเวิร์กกิ้งสเปซ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับชุมชนที่อาศัยอยู่โดยรอบ และส่งให้ซัมเมอร์ฮิลล์เป็นแหล่งศูนย์กลางหัวใจสำคัญของผู้อยู่อาศัยย่านสุขุมวิทอย่างแท้จริง”
โครงการมิกซ์ยูสอย่างซัมเมอร์ฮิลล์ เป็นการผสมผสานขององค์ประกอบต่างๆ ที่ลงตัวในแบบมิกซ์ยูส จะช่วยดึงดูดความสนใจจากผู้ค้าปลีก ผู้เช่าสำนักงาน และผู้อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียง รวมถึงผู้โดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส เพราะมีร้านค้า ร้านอาหาร ความบันเทิงและไลฟ์สไตล์ครบในที่เดียว ซัมเมอร์ฮิลส์พร้อมเปิดต้อนรับผู้อยู่อาศัยในแถบพระโขนงและผู้คนทั่วไปให้มาสนุกเพลิดเพลินตามสไตล์คนเมืองได้แล้ววันนี้ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ facebook.com/summerhillbkk
ChargeNow รวมพลังพันธมิตร ขยายเครือข่ายสถานีชาร์จไฟฟ้า เพื่อยนตรกรรมไฟฟ้าอย่างยั่งยืน
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย และพันธมิตรในโครงการ ChargeNow มีความมุ่งมั่นที่จะขยายเครือข่ายให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะ ChargeNow และสถานีอัดประจุไฟฟ้าที่ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ทั่วประเทศ มีเป้าหมายที่จะติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าให้ครบ 100 สถานีทั่วประเทศไทย เพื่ออำนวยความสะดวกและทำให้การชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเป็นเรื่องไม่ยุ่งยาก ซึ่งจะนำไปสู่ความยั่งยืนในการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าที่ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนในประเทศไทยอย่างแท้จริง
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เป็นหนึ่งในสมาชิกของสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) และได้มีส่วนร่วมในการผลักดันให้เกิดความร่วมมือกันภายในเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ ในโครงการความร่วมมือ “EVAT Charging Consortium” โดยมุ่งเน้นให้ผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าสามารถใช้บริการอัดประจุไฟฟ้าได้ในทุกเครือข่ายฯ บนมาตรฐานที่ใกล้เคียงกัน และมีระบบการให้บริการที่เป็นมาตรฐาน สามารถใช้บัตรหรือ QR code หรืออุปกรณ์อื่นๆ เพื่อให้สามารถอัดประจุไฟฟ้าได้ในทุกเครือข่าย โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าเป็นหลัก
และเพื่อการอัดประจุไฟฟ้าที่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ลูกค้าสามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Greenlots สำหรับสมาร์ทโฟน จาก App Store สำหรับระบบ iOS หรือจาก Google Play สำหรับระบบ Android และลงทะเบียนการใช้งานโดยใช้หมายเลขบนการ์ด ChargeNow ที่ลูกค้าจะได้รับเมื่อทำการซื้อรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดจากบีเอ็มดับเบิลยู โดยลูกค้าสามารถดูตำแหน่งที่ตั้งและสถานะของแต่ละสถานีในเครือข่าย ChargeNow รวมทั้งรับการแจ้งเตือนสถานะการชาร์จ และตั้งค่าข้อมูลผู้ใช้งาน เช่น การเพิ่มหรือลบรถยนต์ออกจากระบบ ผ่านแอพพลิเคชั่น Greenlots
ทำเลที่ตั้งของสถานีอัดประจุไฟฟ้าในโครงการ ChargeNow ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ล้วนโดดเด่นด้วยความสะดวกสบายและสามารถเดินทางเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังตั้งอยู่ในบริเวณใจกลางเมือง ซึ่งสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและให้ความเพลิดเพลินในขณะที่รอรถยนต์ชาร์จ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ถึง 6 ช่องจอด และเซ็นทรัลกรุ๊ปยังมีแผนที่จะติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า ในศูนย์การค้า และห้างสรรพสินค้าในเครือกลุ่มเซ็นทรัล อีก 12 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ เซ็นทรัลพลาซา เซ็นทรัลเฟสติวัล และโรบินสัน
ความร่วมมือในโครงการ ChargeNow ช่วยให้การอัดประจุรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริดเป็นเรื่องสะดวกและง่ายดาย โดยตัวชาร์จจะมีให้บริการหัวชาร์จ AC ทั้งแบบ Type I (SAE J1772) และ Type II (IEC 62196) ภายในเครื่องเดียว ลูกค้าที่เข้าในโครงการ ChargeNow สามารถลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์ chargenow-th.greenlots.com หรือแอพพลิเคชั่น Greenlots และชาร์จรถยนต์ของตัวเองได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์รุ่นใดหรือยี่ห้อใดก็ตาม
คาเธ่ย์ แปซิฟิค พร้อมเปิดให้บริการ “The Deck”ห้องรับรองผู้โดยสาร ที่สนามบินนานาชาติฮ่องกงแล้ว
“The Deck” ตั้งอยู่ที่อาคารผู้โดยสาร 1 ประตู 16 โดดเด่นด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของห้องรับรองที่ได้รับรางวัลของ คาเธ่ย์ แปซิฟิค ทั้งในฮ่องกง และในเมืองอื่นๆ ทั่วโลก โดยจำลองบรรยากาศของห้องรับแขกสไตล์คอนเทมโพรารี่ ที่ทั้งเรียบหรูและผ่อนคลายในขณะเดียวกัน

The Deck เป็นห้องรับรองที่สร้างตามสไตล์ห้องรับรองแบบใหม่ที่เปิดให้บริการทั่วโลกซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมากจากผู้โดยสาร การมอบประสบการณ์เหนือระดับกับสิ่งที่ลูกค้าให้ความสำคัญ คือปรัชญาการให้บริการจากคาเธ่ย์ แปซิฟิค ทำให้มีความโดดเด่นแตกต่างจากสายการบินอื่น โดยห้องรับรอง The Deck นั้นพร้อมต้อนรับผู้โดยสารที่จะเข้ามาใช้บริการแล้ว
หัวใจสำคัญของบริการที่ The Deck นั้น ยังคงเน้นในเรื่องของอาหารและเครื่องดื่ม เช่นเดียวกับห้องรับรองผู้โดยสารของคาเธ่ย์ แปซิฟิค ในเมืองอื่นๆ ทั่วโลก โดยผู้โดยสารจะได้เต็มอิ่มกับเมนูนานาชาติหลากหลายชนิดที่ปรุงสดใหม่ในส่วนของ เมน เลาจน์ ไปจนถึงอีกหนึ่งซิกเนเจอร์ที่ขาดไม่ได้ อย่าง เดอะนูดเดิ้ล บาร์ ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้โดยสารที่หลงใหลรสชาติอาหารตามแบบฉบับของฮ่องกงขนานแท้สามารถเลือกลิ้มรสเมนูคลาสสิกอย่าง บะหมี่เกี๊ยวน้ำในซุปหอมกรุ่น บะหมี่ลูกชิ้นปลา เมนูติ่มซำ ไปจนถึงซาลาเปาชนิดต่างๆ รวมถึงบะหมี่ทันทันรสเผ็ดตามสไตล์เสฉวน และบะหมี่มังสวิรัติสไตล์ญี่ปุ่นเป็นต้น
ห้องรับรองผู้โดยสาร The Deck สามารถรับรองผู้โดยสารได้มากถึง 180 คนด้วยพื้นที่กว้างขวางขนาด 823 ตารางเมตร และนอกจากความสะดวกสบายแล้ว ผู้โดยสารที่ใช้บริการยังจะได้สัมผัสความเป็นส่วนตัว และผ่อนคลายในบรรยากาศภายในห้องที่ได้รับการตกแต่งด้วยวัสดุจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่สีเขียวสบายตาจากการจัดวางต้นไม้หลากชนิด ไปจนถึงชิ้นงานศิลปะที่สร้างสรรค์โดยศิลปินท้องถิ่น การออกแบบทั้งหมดล้วนทำให้บรรยากาศการต้อนรับภายในห้องเป็นไปอย่างอบอุ่น นอกจากนี้ ยังมีส่วนที่เป็นห้องพักผ่อนซึ่งมีเก้าอี้เดี่ยวปรับเอนได้ ห้องน้ำ ตลอดจนห้องอาบน้ำพร้อมให้บริการถึง 8 ห้อง และที่นั่งที่จัดวางไว้ทั่วห้องรับรอง
The Deck นับเป็นห้องรับรองผู้โดยสารล่าสุดที่คาเธ่ย์ แปซิฟิค เปิดให้บริการภายในสนามบินนานาชาติฮ่องกง นอกเหนือจากห้องรับรองที่มีอยู่ในปัจจุบัน คือ The Bridge และ The Arrival รวมถึงห้องรับรองสำหรับผู้โดยสารเที่ยวบินชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจ The Pier และ The Wing
Samsung Flip ดิจิทัล ฟลิปชาร์ทอัจฉริยะปฏิวัติและเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในทุกรูปแบบการประชุม
คุณสมบัติที่ล้ำสมัยของ “ซัมซุง ฟลิป” ซึ่ง เหมาะกับทุกๆรูปแบบการประชุม จะช่วยตอบโจทย์ทุกกลุ่มลูกค้าองค์กร ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มธุรกิจธนาคาร กลุ่มธุรกิจโทรคมนาคม องค์กรด้านการศึกษาต่างๆ กลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี หรือแม้กระทั่ง กลุ่มธุรกิจสตาร์ทอัพ ที่ต้องการอุปกรณ์เพื่อการทำงาน การระดมความคิด หรือพรีเซ้นต์งาน อย่างมีประสิทธิภาพ “ซัมซุง ฟลิป” พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่ในการประชุมแห่งโลกอนาคตให้ทุกความต้องการด้านธุรกิจเป็นไปได้ อย่างที่ใจคาดคิด ด้วยฟีเจอร์ที่โดดเด่น อาทิ
“ซัมซุง ฟลิป” เป็นนวัตกรรมดิจิทัล ฟลิปชาร์ทอัจฉริยะที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อตอบโจทย์ทุกรูปแบบการประชุม เหมาะกับการทำงานของผู้ใช้ในยุคปัจจุปัน โดยมอบรูปแบบประสบการณ์ใช้งานแบบ All-in-one ให้ผู้ใช้แสดงความคิดได้อย่างเต็มรูปแบบ โดยผู้ใช้สามารถเขียนบน “ซัมซุง ฟลิป” ได้อย่างง่ายด่าย อีกทั้งสามารถลบข้อความหรือโน้ตที่ไม่ต้องการแล้ว เพียงแค่ให้ฝ่ามือลบบนหน้าจอแสดงผล ผู้ใช้ “ซัมซุง ฟลิป” ยังสามารถเขียนโน้ตได้มากถึง 20 หน้าต่อหนึ่งไฟล์ ซึ่ง “ซัมซุง ฟลิป” มาพร้อมกับฟังก์ชั่นเซิร์ชคำหลัก อำนวยสะดวกให้การประชุม ไม่ต้องเสียงเวลาหาโน้ตที่ตัวเองต้องการ นอกจากนี้ “ซัมซุง ฟลิป” พร้อมตอบโจทย์ทุกรูปแบบการประชุมด้วยหน้าจอที่สามรถปรับได้ทั้งในแบบแนวตั้งและแนวนอน หน้าจอของ “ซัมซุง ฟลิป” ยังสามารถอดออกและติดบนผนังสำหรับการประชุมได้อีกด้วย
เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพอย่างเต็มที่บนพื้นที่การประชุม “ซัมซุง ฟลิป” มอบประสบการณ์การทำงานร่วมกันในรูปแบบอินเตอร์แอ็คทีฟ โดยผู้ใช้สามารถเขียนความคิดเห็นเห็นและแชร์คอมเมนต์ได้ทันทีบนหน้าจอ “ซัมซุง ฟลิป” ด้วยปากกา ที่สามารถปรับแต่งได้ตามสไตล์, สี, และขนาดตัวอักษร พร้อมให้ผู้ใช้แชร์คอนเทนท์ในรูปแบบอินเตอร์แอ็คทีฟอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์สู่อุปกรณ์ จากสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ และแท็บเล็ต ขึ้นสู่ “ซัมซุง ฟลิป” ซึ่งมีหน้าจอแสดงผลความละเอียดแบบ UHD Display
“ซัมซุง ฟลิป” มาพร้อมนวัตกรรมรักษาความปลอดภัยล้ำสมัย ให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้เต็มเปี่ยมว่าข้อมูลจะไม่รั่วไหล ด้วยการเก็บรักษาโน้ตและข้อมูลสู่พื้นที่เก็บข้อมูลในตัวเครื่อง อย่างปลอดภัยและเป็นระเบียบ โดยผู้ใช้สามารถตั้ง พาสเวิร์ด เมื่อล็อกอินเข้าใช้งานแล้ว สามารถแชร์ข้อมูลหรือคอนเทนท์ที่ต้องการ ผ่านอีเมล์ ผ่านการปริ้น หรือจะเซฟไว้ใน USB และตัวเก็บข้อมูลเพิ่มเติมอื่นๆ
“ซัมซุง ฟลิป” วางจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่เดือนมีนาคม 2561 เป็นต้นไป ในราคาเครื่องละ 129,000 บาท (ราคาขายปลีก) ผ่านร้านค้าพันธมิตรกว่า 100 ราย ทั่วประเทศ
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ได้ที่ samsung.com
ยอดมนุษย์ลุง “ไมค์ ฮอร์น” แก่ไปให้ได้ครึ่งของลุงก็พอ!

ไมค์ ฮอร์น คือชื่อของลุง ผมรู้ได้ยังไง รู้ได้ไม่ยากเพราะไอจีแกชื่อ mikehornexplorer ลุงแกใช้ชีวิตเป็นนักผจญภัยมานานกว่า 25 ปีแล้ว ลุง ไมค์ ฮอร์น เกิดที่ประเทศแอฟริกาใต้ เมื่อ 16 กรกฎาคม 1966 แต่ไปโตที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
โดยตลอดระยะเวลา 25 ปีที่ผ่านมาลุงได้เดินทางท่องเที่ยวไปทั่วโลกไม่ว่าจะบนบกหรือในน้ำ ยอดเขาอันหนาวเหน็บลุงก็ไปเยือนมาหมดแล้ว จากภาพในไอจีผมรู้ได้เลยว่ามีแค่เงินอย่างเดียวไปไม่ได้ ต้องโคตรแข็งแรงและบ้าบอดิบเถื่อนอีกด้วย

วีรกรรมของลุงมีตั้งแต่เดินทางรอบโลกโดยไม่ใช้ยานพาหนะที่มีเครื่องยนต์ ลุงแกว่ามันท้าทายดี แกก็ไปของแกเรื่อยๆ เดินบ้าง วิ่งบ้าง เจอแม่น้ำก็แจวเรือ เจอทะเลก็ต่อแพ เอากับแกสิ คนอะไรสุดโต่งจริงๆ
ภูเขาลูกไหนที่มีความสูงตั้งแต่ 8,000 เมตรขึ้นไป แกก็ไปมาแล้วไม่ใช่ภูเขาแค่ยอด 2 ยอดนะ แกซัดไปกว่า 4 ยอด

การเดินทางรอบแนวเส้นอาร์คติกเซอร์เคิลในช่วงฤดูหนาวของแถบอาร์คติก อันนี้ก็เดือดแท้เพราะการเดินทางแถบอาร์คติกไม่มีใครเค้าไปกันหน้าหนาวเพราะอากาศโคตรเลวร้ายเหมือนเอาชีวิตไปทิ้ง แต่ลุงแกก็ผ่านมาแล้ว
จะว่ายน้ำทั้งทีลุงก็ขอแบบมันส์ๆ หน่อย คือแกว่ายน้ำจากต้นสายไปปลายสายของแม่น้ำอะเมซอนมันซะเลย รอดมาได้ไง…
และในเร็วๆ นี้เราอาจจะได้ไปขับรถกับลุง ไมค์ ฮอร์น ในกิจกรรม Driven to Explore Asia ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทาง เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ได้จัดขึ้นเป็นพิเศษ ก็มานั่งลุ้นกันดูว่าใครจะเป็นผู้โชคดีที่จะได้ไปทรมานบันเทิงกับลุงเค้า…อาจจะเป็นผมหรือคุณก็ได้
