“THE MALL SHOPPING CENTER SUMMER XL PLAYLAND”

ดอะมอลล์ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ เอาใจแฟชั่นนิสต้า

ขนทัพ 9 แบรนด์แฟชั่นชั้นนำ เพิ่มดีกรีความฮอตรับซัมเมอร์!!

เดอะมอลล์ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ ร่วมกับ บัตรเครดิตซิตี้เอ็ม วีซ่า ต้อนรับซัมเมอร์จัดแคมเปญ      “THE MALL SHOPPING CENTER SUMMER XL PLAYLAND” รวมพลความสุข สนุกยกแก๊งค์ ร่วมอัพเดตเทรนด์แฟชั่นรับซัมเมอร์ พร้อมพบกับกิจกรรมสุดชิค และศิลปินดาราที่ยกขบวนมาเพิ่มดีกรีความฮอต ตลอดจนโปรโมชั่นและของรางวัลอีกมากมาย ที่จะมาเพิ่มความสุขตลอดซัมเมอร์นี้ งานจัดตั้งแต่วันนี้ – 23 พฤษภาคม 2561 ที่ เดอะมอลล์ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ ทุกสาขา

 

สำหรับแคมเปญ “THE MALL SHOPPING CENTER SUMMER XL PLAYLAND”รวมพลความสุข สนุกยกแก๊งค์ ต้อนรับซัมเมอร์ด้วยการเนรมิตบริเวณไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ เอ ให้เป็นพื้นที่สนุก ใหญ่ เวอร์ กับกิจกรรมไซส์ XL สำหรับพิธีเปิดงานจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ภายในงานเหล่าแฟชั่นนิสต้าจะได้ร่วมอัพเดทเทรนด์แฟชั่นกับ ป้าตือ-สมบัษร ถิระสาโรช เจ้าแม่ออแกไนซ์ผู้คร่ำหวอดในวงการแฟชั่น โดยงานนี้ป้าตือยังได้ร่วมกิจกรรมเมคโอเวอร์ลุคให้กับสมาชิก M Card ที่ได้รับการคัดเลือกจากการสมัครผ่าน Facebook: The Mall Thailandจำนวน 4 ครอบครัว พร้อมชมแฟชั่นโชว์สุดอลังการต้อนรับซัมเมอร์ 2018 จาก 9 แบรนด์แฟชั่นชั้นนำ ได้แก่ DAPPER, JASPAL, UNIQLO, CC Double O, Mc Jeans, CPS Chaps, Fly Now III, HOLLYWOOD, และOWNDAYS จากเหล่านายแบบและนางแบบชั้นนำ เพิ่มดีกรีความฮอตกับฟินนาเล่ปิดท้ายจากนางเอกสาว คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส ที่ปรากฏตัวในลุคสดใสรับซัมเมอร์ และแฟชั่นโชว์เซตนี้ยังได้ NYX Professional Makeup, 3CE และ CHOSUNGAH22 แบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำระดับโลก เป็นผู้สนับสนุนเมคอัพอีกด้วย

 

งานนี้กูรูแฟชั่น ป้าตือ – สมบัษร ถิระสาโรช ได้แนะนำเทรนด์สวยกับสไตล์การแต่งตัวต้อนรับซัมเมอร์ 2018 ว่า ยุคนี้พวกเราสามารถเรียนรู้และอัพเดทเทรนด์จากโลกโซเชียลกันได้มากขึ้น สไตล์เสื้อผ้าที่มาแรงในซัมเมอร์นี้จะต้องเป็นเสื้อผ้าที่ดูเท่ สวมใส่สบาย คล่องตัว มีกลิ่นอายของความสปอร์ตที่ดูสนุกสนานและโมเดิร์นในแบบฉบับของตัวเอง ไม่ต้องยึดตามเทรนด์ไปเสียทุกอย่าง และสามารถนำเทรนด์มาใช้กับตัวเองให้เหมาะสมกับกาละเทศะ จะเห็นได้ว่า เทรนด์เดนิมแบบ Jeans on Jeans ยังได้กลับมาอีกครั้ง เรียกได้ว่า สามารถแมตช์ได้ทั้งลุคกลางวันและกลางคืน นอกจากนี้ ลวดลายคลาสสิกอย่างลายพิมพ์กราฟิก ลายตารางลายจุด ลายเส้นต่างๆ สีสันสดใสแบบคัลเลอร์บล็อก และเสื้อผ้าทรงโอเวอร์ไซส์ ถือเป็นเทรนด์ที่โดดเด่นประจำฤดูกาล ซึ่งเราสามารถนำเสื้อผ้าทั้งสีโทนร้อนและสีโทนเย็นมาจับคู่มิกซ์แอนด์แมตช์เข้ากับแอ็คเซสซอรี่ชิ้นโปรด ไม่ว่าจะเป็น แว่นตากันแดด หมวก รองเท้า และเครื่องประดับต่างๆ ได้อย่างสนุกสนานเต็มที่ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องมีความมั่นใจ เป็นตัวของตัวเอง สนุกสนานไปกับมัน

 

ภายในงานยังมีเครื่องเล่นขนาดยักษ์ใหญ่ไซส์ XL ให้ร่วมสนุก อาทิ  SUPER SCOOP ICE CREAM MOUNTAIN ภูเขาไอศครีมยักษ์สีสันสดใสสูงถึง 4 เมตร ให้คุณได้ถ่าย แชะ แชร์ แปลงร่างเป็นผลไม้สุดน่ารัก , SUMMER UNDERWATER FANTASY  ตื่นตากับโลกใต้ทะเล ภายในกล้อง FISH EYE ยักษ์ลายแตงโม , GIANT FISHING ตกให้ดี ตกให้ไวกับแก๊งสัตว์น้ำไซส์บิ๊ก , สนุกกับการหมุน XL CANDY MACHINE ลุ้น! ของรางวัลมูลค่ารวมกว่า 5 ล้านบาท และสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า Citi M Visa สามารถรับสิทธิ์เล่นเพื่อลุ้นรางวัลได้ 2 ครั้งพิเศษลูกค้า M Card สนุกและอร่อยกับ M Card Bar XL Serve By All coco รับสิทธิ์! กดไอศกรีมไซส์ XL ได้ไม่อั้น และ สำหรับคนรักการถ่ายรูป เพียงติด#THEMALLSUMMERXLPLAYLAND พร้อมเช็คอิน The Mall Bangkapi I เดอะมอลล์บางกะปิ ปริ๊นรูปฟรีได้ไม่อั้น! นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสุดคูลจาก Mc Jeans แบรนด์ยีนส์ดังที่จะมาตั้ง Pop – up DIY corner ให้ลูกค้าได้มาสร้างสรรค์คอลเลคชั่นยีนส์ส่วนตัวรับซัมเมอร์นี้กันอีกด้วย

 

      นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชั่นไซส์ XL เซอร์ไพร์สนักช้อป ลุ้นรางวัลรวมมูลค่า15 ล้านบาท

สุดยอดนักช้อป XL SPENDER ที่มียอดใช้จ่ายในศูนย์ฯ สูงสุด 5 ท่าน รับฟรี! แพคเกจสุด Exclusive จาก โซเนวา คีรี เกาะกูด จ.ตราด ห้อง BAYVIEW POOL VILLA SUTE 3วัน 2 คืน จำนวน 5 รางวัล รวมมูลค่า 700,000 บาท ช้อปครบรับฟรี ช้อปภายในศูนย์การค้าครบ 8,000 บาท รับฟรี SUMMER TOTE BAG และช้อปครบ 5,000 บาท รับฟรี SUMMER UMBRELLA สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าบัตรเครดิตซิตี้ เอ็ม วีซ่า สามารถPersonalized ให้เป็นของชิ้นเดียวในโลกที่เป็นสไตล์คุณด้วยการปักชื่อหรือข้อความบนกระเป๋าหรือร่ม Summer Collection ฟรี (สาขาบางกะปิ 22 มีนาคม – 8 เมษายน 2561,สาขาโคราช 12 – 29 เมษายน 2561, สาขาบางแค 3 – 20 พฤษภาคม 2561) รวมทั้งช้อปในศูนย์ฯ ครบ 2,000 บาทขึ้นไปรับบัตรกำนัลห้างฯ 200 บาท และอิ่มอร่อยช่วงซัมเมอร์ เมื่อทานอาหารภายในศูนย์ฯ ครบ 1,000 บาทขึ้นไป รับบัตรกำนัลห้างฯ 100 บาท ตลอดจนโปรโมชั่นจากร้านค้าไฮไลท์ลดสูงสุด 80% อาทิ H&M, UNIQLO, EVEANDBOY, EYES GALLERYLEVI’SMC JEANS, THE NEXT พิเศษเมื่อช้อปครบ 800 บาทในโซน City Walk รับฟรี Summer Cooler Mug

สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก M Card กับแคมเปญ M Point Mania ความสนุกของคนมีคะแนน ลุ้นที่ 1: ลุ้นบินฟรีไปฮ่องกงกับสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค ทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละ 1รางวัล (2 ที่นั่ง)  ลุ้นที่ 2 บัตรกำนัลห้องพักสุดหรู 2 วัน 1 คืน จาก DHEVAN DARA RESORT & SPA HUA HIN หรือ DHEVAN DARA BEACH VILLA KUIBURI และลุ้นที่ 3ลุ้นรับคะแนน 50,000 M Point นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ 9 M Point แลกซื้อสินค้าลดสูดสุง50% หรือแลกรับเมนูพิเศษจากหลากหลายร้านอาหารที่เข้าร่วมรายการ และพิเศษสมัครสมาชิกบัตร M Card รับฟรี Summer Bag 1 ใบ มูลค่า 250 บาท ตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2561

มาเพิ่มความสุขและสนุกรับซัมเมอร์ในงาน “THE MALL SHOPPING CENTER SUMMER XL PLAYLAND” รวมพลความสุข สนุกยกแก๊งค์ งานจัดตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม – 23 พฤษภาคม 2561 ที่     เดอะมอลล์ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ ทุกสาขา ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่Facebook The Mall Thailand


KICKS LAB X ASICS TIGER GEL-LYTE III “KL SHINOBI”

ถ้า ASICS Tiger ทำรองเท้าสำหรับนินจามันจะมีหน้าตาอย่างไร? จากไอเดียนี้จึงนำไปสู่การร่วมงานอีกครั้งระหว่างร้านรองเท้าชื่อดังจากญี่ปุ่น Kicks Lab และ ASICS Tiger กับรองเท้ารุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นที่ใส่กลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นลงไป

โดย KICKS LAB ได้จิตนาการถึงนินจากในยุคใหม่ในแบบของตัวเอง ออกแบบลงบนรองเท้ารุ่นยอดนิยม GEL-LYTE III ในชื่อ “KL SHINOBI” ซึ่งตัวรองเท้าก็จะดีไซน์ออกมาให้ดูลึกลับผ่านสีเทา/ดำที่โดดเด่นด้วยการจัดวางอย่างลงตัว มาในวัสดุระดับ Premium อย่างหนังกลับ และใช้วัสดุตาข่ายมาคลุมลงบริเวณข้างเท้าด้านในและที่โลโก้ GEL ด้านหลัง

การตกแต่งลายละเอียดของ KICKS LAB ยังคงจัดเต็มไม่แพ้งานชิ้นก่อนๆ พวกเขาออกแบบพื้นด้านในและพื้นนอกได้ทำการคัดลอกโค้ดลับของนิจาที่เขียนด้วยพู่กันมาใส่ลงไปเพิ่มความขลังให้กับการ Collab ครั้งนี้

KICKS LAB x ASICS Tiger GEL-LYTE III “KL SHINOBI” วางจำหน่าย วันเสาร์ ที่ 31 มีนาคมนี้ ที่ 24Kilates Bangkok สาขาหัวหมากเท่านั้น

รีบไปกดกันโดยไว http://www.24-kts-bkk.com/kicks-lab-x-asics-gel-lyte-lll-kl-shinobi-h8m4k-9002

KICKS LAB. And ASICS tiger have been developed collaboration sneakers these days and they quickly sold out their for “their GEL-LYTE” series were originally born in 1987 as well high-performance running sneakers. ASICS Tiger GEL-LYTE V “PHYS ED” collaborated with Singaporean sneaker customizer “SBTG” in 2015 and they launched ASICS Tiger GEL-LYTE III “HIKESHI” collaborated with “sneakerwolf” in 2016 .
KICKS LAB. Developed a story “what if a Ninja wears a pair of sneaker”. Using many kind of materials such as premium Some of them. Some pair themselves as a part of the upper and large-meshed net. This pair features monotone color blocking such as Black, gray and white which is matured yet crispy. On the insoles and the outsoles Japanese idioms related to Ninja are printed. Some of them

KICKS LAB x ASICS Tiger GEL-LYTE III “KL SHINOBI” Available this Sat 31st, March at 24Kilates Bangkok (Huamark).


24 KILATES X LE COQ SPORTIF “FLASH II”

หลังจากประสบความสำเร็จจากการร่วมงานกันในปี 2013 และ 2016 ปีนี้ Le Coq Sportif แบรนด์กีฬาฝรั่งเศสและ 24KILATES ร้านรองเท้าจากบาร์เซโลน่าได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งในรองเท้าวิ่งระดับ Icon จากยุค 90’s อย่าง “Flash” ซึ่งเป็นครั้งที่สองแล้วที่ 24KILATES นำโมเดลนี้มาใช้ในการร่วมงาน

โดยการออกแบบนั้นทาง 24KILATES ยังคงไว้ซึ่งรูปทรงและลายละเอียดการผลิตอันเป็นต้นตำหรับดั้งเดิบที่ Le Coq Sportif ทำไว้ในยุคนั้นอย่างครบถ้วน รวมถึงการใช้คู่สีขาว/ฟ้า glacier blue ที่ได้แรงบันดาลใจจากรองเท้ากีฬาในยุค 90’s ให้อารมณ์คลาสสิกผ่านทางวัสดุผ้าไนลอนและหนังสีขาวแบบเดียวกับ Flash ในอดีต ตัดดีเทลด้วยสีฟ้าอ่อนและหนังกลับสีน้ำเงิน เติมลูกเล่นเป็นลายแถบสีน้ำเงินในข้างเท้าด้านในซึ่งจะทำให้ตัวรองเท้ามีสองมุมมองในการสวมใส่

สำหรับความพิเศษก็จะใช้โลโก้ 24KILATES ร่วมกับ LCS ที่ลิ้นรองเท้า และใช้โลโก้ 24 KILATES ที่ส้นเท้าด้านหลัง โดยจะมาพร้อมกับเชือกรองเท้าที่มีคำว่า 24KILATES และ BACELONA ที่ปลายเชือก ให้มา 2 สีได้แก่สีขาวและดำ ที่พลาดไม่ได้ก็คือจะมีคอลเลคชั่นเสื้อผ้าในการร่วมงานครั้งนี้ออกมาด้วย

24 KILATES X LE COQ SPORTIF “FLASH II” วางจำหน่าย วันที่ 7 เมษายน นี้ ที่ร้าน 24Kilates Bangkok ทุกสาขา และ Online Store

After two successful collaborations in 2013 and 2016, le coq sportif and 24 Kilates Barcelona have teamed up again for an exclusive version of Flash and, for the second time, a textile collection.

As a tribute to the running shoe models of the 1990s, le coq sportif and 24 Kilates are giving the Flash, the brand’s iconic running model, a do-over. Along with its characteristic shape, the model boasts the colours, patterns and materials typical of the decade. The pair is in retro white nylon-with ice blue base and sheen contrasting the matte quality of the white leather. On the inside of the shoe, navy blue stripes meet a yoke insert to create a pea coat effect. A navy suede yoke bears le coq sportif, above the 24 Kilates logo, both embossed in ice blue leather. The inner lining is white sponge. The pair comes with 3 laces in different colours and on the tip of each lace is “24 KILATES – BARCELONA” and on the other, “24 KILATES– BANGKOK”, referring to the two stores.

This retro spirit continues with a mini collection of three textile pieces, in the same shades and patterns as the Flash. The t-shirt with Navy blue stripes on white also bears le coq sportif, dividing the right sleeve in half. The sweats play with the sneaker codes: stripes, solid navy and glacier blue, the logos of collaboration. Finally, the collection is completed with a pair of white logo socks.

The new le coq sportif x 24 Kilates collaboration will be available from April 7 2018, on the e-shop lecoqsportif.com as well as in selected stores such as Shoez Gallery in France, Sneakers76 in Italy, Hanon in the United Kingdom and of course, 24 Kilates in Spain and Bangkok.


ขับ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ลุยลาวใต้ครั้งแรก (ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ลุยลาวใต้ ตอน1/3)

ฟอร์ด ประเทศไทย จัดทริปทดสอบรถยนต์สุดมันส์อีกแล้ว ถ้าขึ้นชื่อว่าทริปที่ฟอร์ดจัดผมไม่รอช้าที่จะตอบตกลงจะไปร่วมด้วยเพราะจากประสบการณ์การออกทริปกับฟอร์ดไม่เคยผิดหวัง โหด มันส์ ฮา สุดๆ ตลอด และคราวนี้ชวนออกไปลุยถึงประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว จริงๆ ผมก็ไปมาหลายครั้งกับรถยนต์ค่ายต่างๆ ที่พาขับรถข้ามฝั่งไปเที่ยวกัน แต่คราวนี้แตกต่างกว่าทุกครั้งเพราะจะเป็นการเดินทางไปฝั่งใต้ของ สปป.ลาว จากการหาข้อมูลก่อนเดินทางของผม ลาวใต้นั้นขึ้นชื่อเรื่องความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ และมีน้ำตกหลายแห่งที่นักท่องเที่ยวยังไม่ค่อยรู้จักเพราะแต่ละที่เข้าถึงค่อนข้างยาก แค่นั่งหาข้อมูลก็สนุกละ ถ้าไปถึงที่นั้นจริงๆ จะสนุกขนาดไหน

การเดินทางครั้งนี้ เพื่อย่นระยะเวลา พวกเราจึงเดินทางโดยเครื่องบิน เพื่อไปเริ่มต้นขับรถกันที่ท่าอากาศยานอุบลราชธานี ผู้ร่วมทดสอบรถครั้งนี้เป็นสื่อมวลชนทั้งสายรถยนต์ สายไลฟ์สไตล์ และบล็อกเกอร์สายท่องเที่ยว มีทั้งที่มีประสบการณ์การขับรถแบบโชกโชน และแบบมือใหม่ เดี๋ยวทริปนี้เรามาดูกันว่าจะไปกันรอดมั้ย พอเดินออกมานอกอาคารเท่านั้นแหละ เราก็มาเจอกับฝูงรถฟอร์ด เอเวอเรสต์ หลาย 10 คัน หลังจากแบ่งกลุ่มขึ้นรถกันได้เป็นที่เรียบร้อยพวกเราก็พร้อมออกเดินทางแล้ว

การเดินทางเราจะไปกันเป็นขบวนคาราวานวิ่งจากสนามบินได้ไม่นานก็มาถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองช่องเม็ก เมื่อข้ามด่านไปก็จะเป็นเขต สปป.ลาว ซึ่งสิ่งแรกที่เราจะต้องปรับตัว และตั้งสติให้ดีคือฝั่ง สปป.ลาว เค้าจะขับรถกันในช่องจารจรด้านขวา ซึ่งมันสลับกับบ้านเรา ต่อให้มาบ่อยแค่ไหนถ้าเผลอเมื่อไรเราอาจจะขับผิดด้านด้วยความเคยชินได้

การติดสติ๊กเกอร์ภาษาลาวที่แปลเป็นไทยได้ว่า “รถคันนี้ขับพวงมาลัยขวา” เพื่อเป็นการบอกเป็นนัยๆ ให้คน สปป.ลาวรู้ว่า รถยนต์พวกนี้มาจากต่างถิ่น พวกมันคือตัวอันตราย 555

ถนนฝั่ง สปป.ลาวใน ช่วงแรกค่อนข้างดีถึงดีมาก แต่พอขับมาได้ไม่นานถนนก็ยังอยู่ในช่วงกำลังก่อสร้างปรับปรุงกันอยู่ในบางจุด แต่โดยรวมถือว่าดี ในบางจังหวะที่ต้องแซงรถคันหน้าที่ช้ากว่า ก็ต้องอาศัยความไว้ใจของเพื่อนที่นั่งมาด้วย ให้ช่วยดูทางว่าสะดวกโล่งพอจะมีระยะให้แซงมั้ย เพราะการขับรถพวงมาลัยขวาในประเทศที่ต้องแซงด้านซ้ายถือว่าค่อนข้างยาก เพราะเราไม่มีทางมองเห็นทางด้านหน้าก่อนจะแซงได้เลย

ขับรถมาจนเริ่มหิวเสียงวิทยุสื่อสารในรถก็ดังมาว่าเราจะแวะทานข้าวกันที่ โรงแรมเอราวัณ ริเวอร์ไซด์ โรงแรมระดับ 5 ดาวในเมืองปากเซ ทำเลสวยงามติดริมฝั่งโขง มองไปเห็นยอดเขาภูบาเจียง

อาหารที่ทางโรงแรมจัดให้ก็กินกันง่ายรสชาติกลางๆ แต่ทุกคนกินกันอย่างเต็มที่เพราะ คุณกิ๋ง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ฟอร์ด ประเทศไทย บอกกับเราว่ามื้อนี้จะเป็นมื้อสุดท้ายแล้วที่เราจะได้กินกันอิ่ม เพราะไม่รู้ว่าหลังจากมื้อนี้ไปเราจะได้กินกันตอนไหน เพราะเส้นทางที่เราจะไปค่อนข้างทุรกันดาร…โอ้ววววว

แล้วก็เป็นอย่างที่คุณกิ๋งบอก เส้นทางที่กำลังเรามุ่งหน้าไป น้ำตกแซปองไล เป็นเส้นทางที่เหมาะกับการแรลลี่มากๆ เพราะฝุ่นหนาตลอดทางขนาดขับรถตามกันห่างกันไม่เกิน 3-4 เมตร ก็มองแทบไม่เห็นกันซะแล้ว

เราได้ขับ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ผ่านทั้งลำธารเล็กใหญ่ ทุกลำธารที่ผ่านมาทั้งที่ใต้น้ำมีหินเล็กใหญ่ และดินทรายเหลวๆ แต่เราก็สามารถผ่านไปได้อย่างชิลๆ ตอนแรกผมเองก็แอบเกร็งๆ อยู่เหมือนกันว่าจะขับไปติดตรงไหนให้เป็นภาระขบวนคาราวานมั้ย เพราะไม่ได้ขับรถในเส้นทางแบบนี้บ่อยนัก แต่เราเชื่อมั่นในรถ และเพื่อนๆ พี่ๆ สื่อมวลชนที่มากด้วยประสบการณ์ช่วยดูไลน์ในการวิ่ง ก็เลยผ่านมากันได้ทั้งคาราวาน

คิดดูละกันครับว่า ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ช่วงล่างนิ่มนวลชวนฝันขนาดไหน ขนาดเส้นทางที่วิ่งผ่านมาเละเทะอย่างกะผิวดวงจันทร์ เพื่อนผมยังหลับสนิทได้ขนาดนี้…เอ๊ะ! หรือว่าเป็นลม 555

ทีมงานแจ้งเข้ามาในวิทยุสื่อสารในรถ “ผ่านลำธารนี้ไปเราก็จะถึง น้ำตกแซปองไล ซึ่งเป็นไฮไลท์แรกของเราในทริปนี้” –ช่วงขายของ…ผ่าม!– ด้วยระบบการขับเคลื่อน 4 ล้อ อัจฉริยะ Terrain Management (i4WD with Terrain Management System – i4WD TMS) ซึ่งผู้ขับขี่สามารถปรับรูปโหมดการขับเคลื่อนให้เหมาะสมกับสภาพถนน ไม่ว่าจะเป็นการขับลุยโคลน พื้นทราย หินกรวดขรุขระ รวมถึงการลุยน้ำข้ามลำธาร ทำให้เส้นทางที่ผ่านมานั้นเหมือนเป็นเรื่องขี้ผง

โอ้โห้! คุ้มค่ากับการขับรถกินฝุ่นเข้ามาจริงๆ สวยงามสมคำล่ำลือ แม้ว่าน้ำจะน้อยไปเพราะเป็นช่วงอากาศหนาวแต่ก็ไม่ลดทอนความสวยงามอลังการของน้ำตกแซปองไลที่ซ่อนตัวอยู่ในธรรมชาติที่สมบูรณ์

ถึงน้ำน้อยแต่ก็มีละอองน้ำฟุ้งขึ้นมาสร้างความสดชื่นให้กับพวกเราอยู่ไม่น้อย มองจากมุมสูงยิ่งรับรู้ได้ถึงความอลังการที่ธรรมชาติสร้างขึ้น

ใครจะไปรีบไปตอนนี้นะครับ เพราะการเข้าถึงน้ำตกแซปองไลยังค่อนข้างลำบากอยู่ เพราะต้องมากับรถยนต์ที่มีสมรรถนะที่ดี มีระบบช่วงล่างที่แข็งแรง และที่สำคัญต้องมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ไม่งั้นคุณอาจจะเข้ามาไม่ถึงก็ได้

เราสามารถเดินเข้าไปด้านหน้าของน้ำตกเพื่อชมความงามใกล้ๆ ได้ แต่ถ้าเป็นช่วงหน้าฝนที่น้ำมาก ก็ไม่แนะนำให้เดินเข้าไปเพราะทางเดินเป็นหินใหญ่เล็ก มีความคมอยู่พอตัวถ้าเดินไม่ระวังอาจจะลื่นตกลงไป หรือโดนหินบาดจนหมดสนุกเอาง่ายๆ

พระอาทิตย์เริ่มตกละเราคงต้องรีบเดินทางต่อไปที่ตั้งแคมป์เพราะถ้าเกิดฟ้ามืดขึ้นมาเราจะลำบากเพราะแถวนี้ไม่มีที่พักแบบเป็นหลักแหล่ง เพราะทั้งหมดยังคงเป็นพื้นที่ธรรมชาติ
เป็นการได้กลับมานอนเต็นท์อีกครั้งหลังจากไม่ได้นอนมาหลายปี แต่สำหรับการนอนเต็นท์ที่อยู่บนหลังคานั้นขอบอกเลยว่าครั้งแรก เห็นเต็นท์อยู่บนหลังคารถอย่างนี้ถามว่าหลังคารถเป็นอะไรมั้ย บอกได้เลยว่าสบายเพราะเต็นท์ถูกออกแบบมาให้วางไว้บนคานรับน้ำหนักของ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ อยู่แล้วส่วนการกางนั้นก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรเพราะมีเจ้าหน้าที่ดูแลเต็นท์มากางให้ เท่าที่ยืนดูเค้าจัดการกางเต็นท์นึงใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที

พอตกค่ำกิจกรรมที่เราทำกันได้คือบาร์บีคิว และใครเล่นกีตาร์ได้ร้องเพลงได้ ก็จัดการสร้างความบันเทิงกันไป เพราะพื้นที่ๆ เราอยู่นั้นมันบอดทั้งสัญญาณโทรศัพท์ และสัญญาณอินเตอร์เน็ต เรียกว่าเป็นพื้นที่ๆ ตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือการพูดคุย ร้องรำทำเพลงกันไป ก็ดีเหมือนกันเหมือนเราได้กับมาสู่สังคมแบบที่เราห่างหายไปนานมาก

หลังจากสนุกสนานกันจนแบตหมดเราก็แยกย้ายกันไปนอน เพื่อเตรียมไปลุยกันต่อในวันรุ่งขึ้น ซึ่งกิจกรรมที่เราจะได้เจอในวันพรุ่งนี้เป็นกิจกรรมท้าความตาย เรารู้แค่นั้นแหละส่วนจะเป็นกิจกรรมอะไรพรุ่งนี้เราไปลุยด้วยกัน….ส่วนตอนนี้กู๊ดไนท์!


เที่ยว ‘วัดพู’ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แหล่งอารยธรรมโบราณ 3 สมัย (ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ลุยลาวใต้ ตอน3/3)

ตื่นมาพึ่งได้เห็นชัดๆ ว่าที่ ฟอลล์ วิว รีสอร์ท ตาดอีตู้ มันสวยงามน่าอยู่เพียงไหน เพราะเมื่อวานกว่าเราจะเดินมาถึงที่นี่ก็มืดซะแล้ว (ความเดิมตอนที่แล้ว) ห้องที่เราพักอยู่บนเนินเขา ในห้องมีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครันที่สำคัญมีน้ำร้อนให้อาบ…สุดยอด

วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่เราจะได้ขับ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ลุยในลาวใต้ อากาศวันนี้ก็ยังคงเย็นสบายจากเครื่องวัดอุญภูมิแบบดิจิตอลแสดงผลที่ 13.8 องศาเซลเซียส ที่ฟอลล์ วิว รีสอร์ท ตาดอีตู้ เป็นที่พักที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากน้ำตกตาดอีตู้ เพียงไม่กี่ร้อยเมตรเราก็สามารถเดินไปชม หรือจะลงไปเล่นน้ำตกได้

เดินมาชิลๆ ยังไม่ทันเหนื่อยเราก็มาพบกับน้ำตกขนาดไม่ใหญ่ ไม่เล็ก นับเป็นข้ได้เปรียบของที่พักที่นี้ที่มีน้ำตกอยู่ในบริเวญรีสอร์ท

ทางลงไปด้านล่างของน้ำตก ตาดอีตู้ก็เป็นบันไดปูนค่อนข้างชันเสียดายเวลาเรามีไม่มาก เพราะวันนี้เรามีต้องเดินทางไกลเพื่อไปชมปราสาทวัดพู ซึ่งเป็นมรดกโลกแห่งเมืองปากเซ กันอีก (จริงลองเดินลงไปครึ่งทางละ พอหันหลังกลับไปมองทางโคตรชันเลยไม่ลงละ…เหนื่อย!)

ระหว่างเดินกลับห้องพักเพื่อจะเก้บข้าวของออกเดินทางกันต่อ ก็เจอกับเด็กนักเรียนที่กำลังเดินข้ามสะพานไม้ไผ่มา ผมเลยทักทายด้วยภาษาลาวที่ได้ร่ำเรียนมาอย่างมั้นใจว่า “สบายดี” เด็กๆ ตอบรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ผมถามต่อทันทีว่าเดินมาจากไหนกัน คำตอบที่ได้คือเดินมาจากหมู่บ้านชนเผ่า “ตะโอย” ห่างไปแค่เชิงเขานี้เอง อ้าว…บ้านชนเผ่าตะโอยที่เมื่อวานไปดุไร่กาแฟนิหว่า แล้วที่เมื่อวานพวกตูขับรถกันตั้งไกลคือขับรถเล่นอ้อมเขาจนมืดเหรอเนี้ย….เวงกำ

วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่เราจะได้อยู่กับ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ขาลุยในลาวใต้แล้วเส้นทางวันนี้ที่จะไปก็เป็นเส้นทางบนถนนวิ่งกันยาวๆ ถนนเส้นที่เราวิ่งจะต้องเสียค่าผ่านทางเหมือนจ่ายค่าทางด่วนบ้านเรา

ระหว่างรอจ่ายเงินผ่านด่านก็หันไปเห็นว่าคนลาวก็นิยมถ่ายพรีเวดดิ้งเหมือนกัน…ยินดีกับบ่าวสาวด้วยครับ

เอามาให้ดูกันว่าค่าผ่านทางที่นี้ราคาเท่าไร สกุลเงินลาวเรียกเป็นกีบ(LAK) ลองคำนวนกันดูค่าเงินในวันที่ผมไปจะอยู่ที่ราวๆ 20 บาท = 5,299.00 กีบ LAK

จ่ายค่าผ่านทางแล้วก็สบายตัววิ่งกันบนทางเรียบๆ ยาวๆ เพลินๆ คนขับก็ขับไป คนที่ไม่ได้ขับก็นอนหลับกันยาวๆ ภูเขาที่เห็นข้างหน้านั้นชาวบ้านแถวนั้นเรียกว่า “ภูเกล้า” ซึ่งเป็นที่ตั้งของ ปราสาทหินวัดพูที่เรากำลังมุ่งหน้าไป

ทางที่เราจะเดินผ่านไปสู่ตัวปราสาทวัดพูจะเป็นทางที่ปูพื้นด้วยหิน และมีเสาเรียงรายยาวไปไกลจนสุดทางดูอลังการซึ่งก็ไม่แปลกเพราะทางเดินนี้เมื่อก่อนจะเป็นทางเดินสำหรับกษัตริย์เท่านั้นประชาชนห้ามขึ้นมาเดินเด็ดขาดแต่นั้นมันก็ผ่านมาหลายร้อยปีละ

ต้นตาลคู่ เป็นมุมไฮไลท์ที่ทุกคนต้องมายืนถ่ายรูปตรงนี้ว่าข้าได้มาถึงทางเข้าสู่ปราสาทหินวัดพูแล้ว หลังจากเดินผ่านต้นตาลคู่ก็จะเป็นบันไดหินที่มีความชัน และสูงเอาเรื่องอยู่พอสมควร ซึ่งเมื่อพร้อมแล้วเราก็ไปกันเลย

ระหว่างทางเดินไปบันไดหินผมแอบได้ยินไกด์ชาวลาวสปีคกับชาวญี่ปุ่นว่า (ขอแปลไทยเลยละกัน) ใครที่ได้เจอดอกจำปาลาว 6 กรีบจะถือว่าโชคดีมากกกกกกก ซึ่งปกติแล้วดอกจำปาลาว หรือลีลาวดีนั้นตามสายพันธุ์จะมีเพียง 5 กรีบเท่านั้น พอผมเดินไปอีกแค่ 2 ก้าวผมก็เจอดอกจำปาลาว 6 กรีบซะแล้ว แปลว่าวันนี้ผมจะโชคดีแล้วสินะ…ทำไมเจอง่ายจังไม่สนุกเลย 555

เอาละเรามาถึงบันไดทางขึ้นแล้ว การขึ้นบันไดแต่ละชั้นต้องขึ้นอย่างตั้งใจและระมัดระวังเพราะนอกจากแต่ละขั้นจะสูงแล้ว ห้าบันไดยังแคบมากอีกด้วย ถ้าพลาดพลั่งตกลงมาถ้าโชคดีคงแค่ขาหัก แต่ถ้าซวยสุดๆ คงคอหักตาย แต่วันนี้เราพกโชคมาเต็มๆ บวกกับสติเต็มร้อยเราต้องไม่พลาด

ใครที่เห็นบันไดทางขึ้นแล้วเกิดตัดใจไม่ขึ้นมา ผมบอกเลยว่าน่าเสียดายมากเพราะเมื่อขึ้นมาถึงบนนี้ความเหนื่อยก็หายไปหมดสิ้นเมื่อเราซื้อน้ำเปล่าเย็นๆ ดื่ม บนนี้มีน้ำเปล่าขายด้วยที่ไทยขาย 7บาท 10บาท บนนี้ขาย 45 บาทจ้าาา ก็ต้องยอมให้เค้าไปเพราะกกว่าเค้าจะแบกน้ำขึ้นมาขายมันก็ลำบากเอาเรื่องอยู่ ดื่มน้ำให้ชื่นใจแล้วชมวิวแบบ 360 องศามันสุดยอดจนต้องตะโกนออกไปว่า”เหินฟ้าาาาาาาา” (หลายคนอาจเกิดไม่ทันมุกนี้) 

ถึงปรางค์ประธานตั้งอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของเทวรูป ทับหลัง และต้นไม้น้อยใหญ่ ในอดีตมีการต่อรางน้ำที่ไหลออกจากหินย้อยในหลืบถ้ำบริเวณด้านหลังมาสู่ศิวลึงค์ที่ประดิษฐานอยู่ภายในองค์ประธาน เพื่อใช้ประกอบพิธีกรรม

ปราสาทหินวัดพูหรือที่ชาวลาวนิยมเรียกกันว่า ภูเกล้า โบราณสถานสำคัญของประเทศลาว ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์กร UNESCO ให้เป็นมรดกโลกในปี 2544 โดยปราสาทหินวัดพูแห่งนี้ มีอายุมากกว่าหนึ่งพันปีและมีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบเขมร สร้างขึ้นจากหินทรายและอิฐ ทั้งยังเคยเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงแหล่งอารยธรรมโบราณยาวนานถึง 3 สมัย ได้แก่ อาณาจักรเจนละ อาณาจักรขอม และอาณาจักรล้านช้าง

ใครจะไหว้พระด้านในปราสาทก็ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องหอบดอกไม้ธูปเทียนขึ้นมากันเอง เพราะด้านหน้าของปราสาทมีชาวบ้านมานั่งเตรียมดอกไม้ธูปเทียนคอยให้บริการอยู่แล้ว

ปราสาทวัดพูแห่งนี้ในอดีตเคยเป็นเทวาลัยในศาสนาฮินดูไศวนิกาย แต่ปัจุบันศิวลึงค์ได้ถูกนำออกมาและเปลี่ยนไปเป็นพระพุทธรูปแทน ชาวบ้านนิยมนำดอกไม้ธูปเทียนมาบูชา และเรียกปรางค์ประธานแห่งนี้ว่า หอไหว้

เมื่อเดินมาด้านหลังของปราสาทเราจะเจอกับ ภาพแกะสลักบนผาหินทราย เป็นภาพ “ตรีมูรติ” ตามความเชื่อพราหมณ์-ฮินดู แต่สำหรับคนไทยเราคงไม่พ้นขอให้สมหวังในเรื่องของความรักแน่ๆ แต่ที่หน้าแปลกใจคือทำไมมีการแกะสลักชื่อคนไว้ด้วยแถมยังเป็นภาษาไทยอีกตั้งหากสลักว่า “พิชิต ปรีชากร”

หลายคนอาจสงสัยว่า “พิชิต ปรีชากร” คือใคร ผมก็ไม่รู้เหมือนกันจนได้ไปค้นเจอจากวิกิพีเดียจึงมาทราบว่าชื่อที่สลักอยู่นั้นคือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าคัคณางคยุคล กรมหลวงพิชิตปรีชากร ซึ่งแกะไว้ทำไมผมก้ไม่รู้เหมือนกันผมเกิดไม่ทัน

ขาขึ้นมันยังพอเกาะขุ้นบันไดขึ้นมาได้ แต่ตอนลงนี้โคตรเสียวต้องเอียงๆ ตัวลงไม่งั้นมีกลิ้งตกลงไปคอหักตายแน่นอน

ระหว่างที่ขับรถเพลินๆ เพื่อเดินทางไปยังสนามบินเพื่อที่จะกลับไทยก็มีเสียงวิทยุสื่อสารดังขึ้น “ขบวนชะลอความเร็ว ขบวนชะลอความเร็ว” เราก็งงว่าเกิดอะไรขึ้น ผมรีบยกเท้าออกจากคันเร่งทันทีเพื่อชะลอความเร็วตามคำสั่ง ไม่ทันไรผมก็เห็นเด็กๆ ยืนอยู่ข้างทางท่ามกลางฝุ่นหนา เด็กๆ ตัวเต็มไปด้วยฝุ่นสภาพไม่ต่างอะไรกับกุ้งชุปแป้งทอด

สะพานข้ามแม่น้ำโขง ปากเซ สะพานมิตรภาพ ลาว-ญี่ปุ่น ระหว่างที่ข้ามสะพานเพื่อจะกลับบ้านก็แอบใจหายที่เราจะต้องจากลาลาวใต้กันแล้ว แต่ยังไงซะเราก็จะไม่มีวันลืมประสพการณ์ 3 วัน 2 คืนในลาวใต้ ที่เราได้ลุยไปกับ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รถเอสยูวีสมรรถนะสูงรูปหล่อพันธุ์แกร่ง แถมยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยี ที่สามารถพาเราลุยไปได้ในทุกเส้นทาง และงานนี้ต้องขอขอบคุณ ฟอร์ด ประเทศไทย ทีมงานทุกท่านทั้งเบื้องหน้า และเบื้องหลัง ที่พาเราไปเปิดโลกแห่งการผจญภัยอันไร้พรหมแดนถึงลาวใต้ และดูแลพวกเราเป็นอย่างดีแม้เส้นทาง ที่พัก อาหารการกินจะไม่ได้ดีเลิศ แต่สิ่งที่ได้มันช่างดีต่อใจ

ข้อมูลอ้างอิงจาก
th.wikipedia.org/wiki/ปราสาทหินวัดพู

www.siamganesh.com


เล่น Zipline ข้ามตาดฟานสุดยอดน้ำตกแห่งลาวใต้ (ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ลุยลาวใต้ ตอน2/3)

ตื่นขึ้นมาพร้อมความสดใสรับวันใหม่ (ความเดิมตอนที่แล้ว) หลังจากที่เมื่อวานเราได้เดินทางไกลจากสนามบินอุบลราชธานีด้วยสุดยอดรถยนต์เอนกประสงค์ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ผ่านทางฝุ่น และลำธารน้อยใหญ่เพื่อไปเที่ยวชมความอลังการของน้ำตกแซปองไล และได้มากางเต็นท์พักแรมกันบริเวณไม่ไกลจากน้ำตกแซปองไลเท่าไรนัก

การนอนในเต็นท์ที่ติดอยู่บนหลังคารถนั้นนอกจากความสะดวกในเรื่องของการขนย้ายแล้วยังให้ความปลอดภัยจากสัตว์เล็กใหญ่ที่จะมาทำร้ายเรายามค่ำคืน แถมยังง่ายในเรื่องของการกางออกและจัดเก็บสะดวกรวดเร็ว เหมาะกับเหล่าบรรดาพ่อบ้านที่มักจะเข้าบ้านไม่ได้เมื่อเมียทำโทษ

พระอาทิตย์ขึ้นแล้วพวกเรารีบเก็บของพร้อมที่จะออกเดินทาง เพราะกิจกรรมที่เราจะทำวันนี้มีมากมายเสียเหลือเกิน ตารางคร่าวๆ ที่จะทำวันนี้คือเราจะไปทำความดีต่อสังคมโดยการไปมอบสิ่งของที่จำเป็นกับเด็กๆ ในโรงเรียนสมบูนไชย ซึ่งห่างไกลความเจริญ หลังจากนั้นเราจะไปเล่นซิปไลน์ท้านรกกันที่น้ำตกตาดฟาน พร้อมแล้วก็ไปกันเลยยยย

จากจุดที่เราพักไม่ไกลนักมีน้ำตกที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งที่เราไม่ควรพลาดเพราะใช้เวลาเดินทางไม่ถึง 10 นาทีแล้วจะรออะไร…

น้ำตกแซพระ เป็นน้ำตกอีกที่ๆ น้อยคนที่จะรู้จักและได้มาเยือนเพราะไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเข้ามา (นอกเสียจากจะขับรถที่มีระบบช่วงล่างที่ดี และควรเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ) แต่ก็เริ่มมีบริษัททัวร์ทั้งไทย และ สปป.ลาว จัดทริปพาเข้ามาเหมือนกัน

มองจากด้านหน้าว่ายิ่งใหญ่แล้ว มองจากมุมบนด้วยกล้องจากเครื่องบินโดรนยิ่งเห็นความอลังการของธรรมชาติ พอดีช่วงที่เรามาไม่ใช่หน้าน้ำ ถ้าเป็นหน้าฝนล่ะก้อ จะสวยงามขนาดไหน แต่โอกาสจะเข้ามาในหน้าฝนน่าจะยากมากเพราะนอกจากจะมีรถที่ดีพร้อมแล้วทักษะการขับขี่บนเส้นทางออฟโรดก็ต้องเยี่ยมยอดอีกด้วย ไม่งั้นคงมีกลิ้งตกเขาตกห้วยเป็นแน่

และแล้วพวกเราก็ได้มาเดินทางถึงโรงเรียนสมบูนไชย แค่ทางเข้าโรงเรียนเราก็ได้ทดสอบระบบช่วงล่างไปในตัว ระบบช่วงล่างของ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ผสานการทำงานได้อย่างลงตัวแม้ล้อด้านนึงจะลอยจากพื้นก็ตาม … ของแบบนี้เล่าไปใครจะเชื่อมันต้องลองเอง!
 คงมีคำถามนี้อยู่ในใจใครหลายๆ คนว่าทำไม ฟอร์ด ประเทศไทย ไม่มาพัฒนา หรือบริจาคสิ่งของให้กับโรงเรียน หรือชุมชนผู้ยากไร้ในเมืองไทยก่อนทั้งๆ ที่เมืองไทยก็ยังมีความต้องการเรื่องพวกนี้อยู่ ผมตอบตรงนี้แทน ฟอร์ด ประเทศไทย ได้เลยว่าเค้าก็ทำสาธารณประโยชน์ในไทยทุกครั้งที่ออกทริปเหมือนกันนะแหละ — ตอบแบบไม่ได้ค่าโฆษณา ว่าจะเข้าไปขอโฆษณาอยู่ — แต่พอดีทริปนี้มาลุยกันใน สปป.ลาว เค้าก็เลยมาทำประโยชน์ให้ที่นี้โดยผ่านการเลือกจากเจ้าหน้าที่ของทาง สปป.ลาวเอง

การมาของคาราวาน ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ของพวกเราไม่ใช่แค่เพียงเอาของมามอบให้แล้วก็จากไป แต่พวกเรายังมาร่วมในการพัฒนาโรงเรียนอีกด้วย ใครถนัดอะไรก็แยกย้ายกันไปทำ สื่อบางคนถนัดงานช่างก็ไปช่วยกันเอาเสาประตูฟุตบอลมาประกอบ บางคนถึงขั้นไปช่วยมุงหลังคาสังกะสี ส่วนตัวผมนั้นผู้ชายธาตุดินก็ไปปลูกต้นไม้สิคร๊าบบบบบบ
เราเดินทางกันต่อเพื่อมุ่งหน้าสู่สุดยอดน้ำตกและสุดยอดกิจกรรมสุดท้าทาย ณ น้ำตกตาดฟาน ในเส้นทางที่ คาราวานฟอร์ด เอเวอเรสต์ กำลังไปนั้นต้องเจอกับเส้นทางที่ลาดชันและโค้งมากมายแต่ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ก็สามารถผ่านไปได้อย่างสบาย –ช่วงขายของ…ผ่าม!– ด้วยเทคโนโลยีที่ตอบสนองต่อการขับขี่แบบออฟโรดอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ระบบควบคุมความเร็วขณะลงเขา (Hill Descent Control) ที่ช่วยควบคุมการขับลงเขาที่เสริมแรงเบรกในระดับความเร็วต่อเนื่อง และระบบช่วยการออกตัวขณะจอดรถบนทางลาดชัน (Hill Launch Assist) ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่ขับรถบนทางลาดชันได้อย่างมั่นใจ
น้ำตกตาดฟาน (Tad Fane Waterfall) ได้ชื่อว่าเป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในแขวงจำปาสัก และยังมีความสวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศลาวอีกด้วย น้ำตกแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแหล่งท่องเที่ยวใน Dong Hua Sao National Protected Area ตั้งอยู่ในพื้นที่ราบสูงโบโลเวน (Bolaven Plateau) เมืองปากซอง (Paksong) แขวงจำปาสัก ประเทศลาว ซึ่งอยู่ใกล้กับเมืองปากเซ (Pakse) และไม่ไกลจากประเทศไทยเท่าไร


และเหตุที่ทำให้เรามา ณ จุดนี้ไม่ใช่เพียงแค่การเกาะรั้วดูความยิ่งใหญ่ของน้ำตกตาดฟานอย่างไกลๆ แค่นั้น มาถึงนี่ทั้งทีเราก็ต้องมาเล่น Zipline สิ Zipline ของที่นี้ได้ชื่อว่าสนุก ตื่นเต้น หวาดเสียว ติดอันดับต้นๆ ของโลก ผมในฐานะคนที่ชอบเล่นอะไรอย่างนี้อยู่แล้วจะพลาดได้ไง เอาจริงๆ ยอมรับตรงๆ เลยดีกว่าจริงๆ แล้วนั้นผมเป็นคนกลัวความสูงมากและครั้งนี้จะเป็นการเล่น Zipline ครั้งแรกในชีวิตของผม
หลังจากใส่อุปกรณ์ครบแล้วทุกคนก็ต้องไปเรียนรู้การใช้อุปกรณ์ต่างๆ จากสลิงที่ผูกอยู่ระหว่างต้นไม้เตี้ยๆ สิ่งที่ต้องระวังมากที่สุดคือเรื่องการเบรกเพราะถ้าเราจับไม่ถูกต้องนอกจากจะเบรกไม่อยู่แล้วมือเราอาจจะแหกได้

น้ำตกตาดฟาน เป็นน้ำตกสูงใหญ่ มีลักษณะเป็นสายน้ำ 2 สาย ไหลลงมาจากหน้าผาสูงชันสู่กลางหุบเขา โดยสายน้ำดังกล่าวไหลมาจากแม่น้ำสองสาย คือ Champi River และ Pak Koot River น้ำจำนวนมากมายจะไหลผ่านป่าเขาแล้วไหลดิ่งลงหน้าผาสูงชัน 90 องศา สู่แอ่งน้ำกลางหุบเขาเบื้องล่าง ด้วยความสูงกว่า 120 เมตร

เมื่อตัดสินใจออกตัวไปแล้วเราก็ต้องเล่นจนจบระยะทาง ช่วงแรกยาวประมาณ 450-500 เมตร เป็นระยะทางเกือบครึ่งกิโลเมตรที่ช่างนานแสนนาน เป็นความเสียวที่ยาวนานที่สุดตั้งแต่เคยเจอมา หลังจากผ่านเส้นแรกไปแล้วก็ยังมีอีก 4 เส้นให้โหนวนไปจนครบรอบ ระหว่างทางก็มีทั้งปีนต้นไม้ เดินขึ้นเขา กว่าจะจบรอบลงมาก็เล่นเอาขาสั่นปากซีดไปตามๆ กัน …สรุปคือถ้ามาถึงตรงนี้ผมอยากให้ได้ลองจริงคุ้มมมมม…รอดมาแล้วพูดอะไรก็ได้

หลังจากนั่งพักให้ขาหายสั่นจากการเล่น Zipline แล้วที่สุดท้ายที่เราจะไปเยี่ยมในวันนี้คือหมู่บ้านชนเผ่า “ตะโอย” ซึ่งเป็นหมู่บ้านชนเผ่าที่อาศัยอยู่อย่างเรียบง่ายบริเวณใกล้เชิงเขาท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงาม
ชาวตะโอยมีวิถีชีวิตที่น่าสนใจ ด้วยจารีตประเพณีการบูชาเจ้าอย่างเคร่งครัดและวัฒนธรรมอันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ชาวบ้านยังนิยมปลูกไม้อุตสาหกรรม ไม้ผล กาแฟ เลี้ยงสัตว์ใหญ่ รวมถึงงานหัตถกรรม และงานผ้าที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในตลาดเวียงจันทน์


หมดไปอีกวันกับสิ่งที่ได้ในวันนี้คืออิ่มบุญจากการได้ทำสาธารณะประโยชน์ที่โรงเรียนสมบูนไชย ได้เสียว และเหนื่อยสุดๆ กับการเล่น Zipline ชมความงามของน้ำตกตาดฟาน และการเยี่ยมชมไร่กาแฟของหมู่บ้านเผ่าตะโอย ถ้าใครเป็นคอกาแฟคงได้ขนเมล็ดกาแฟสดๆ จากไร่กลับบ้านสัก 5-6 กิโล และในวันพรุ่งนี้จะเป็นวันสุดท้ายของทริปตะลุยลาวใต้กับ ฟอร์ด เอเวอเรสต์แล้ว ไว้ตอนหน้าเราไปเที่ยวกันอีก วันนี้ราตรีสวัสดิ์


SPACES ออฟฟิศพร้อมใช้งานสุดชิคแห่งอัมสเตอร์ดัม ประกาศเปิดตัวแล้ววันนี้

เมื่อเร็วๆ นี้ คุณโนเอล โค้ก ผู้อำนวยการใหญ่ สเปซเซส ประจำประเทศไทย ไต้หวัน และเกาหลี (ซ้ายสุด) พร้อมด้วยทีมผู้บริหารสเปซเซส ประจำประเทศไทย ร่วมเปิดตัว Spaces (สเปซเซส) ออฟฟิศพร้อมใช้งานและโคเวิร์กกิ้งแบบครบวงจรสุดสร้างสรรค์ แห่งกรุงอัมสเตอร์ดัม สาขาแรกในประเทศไทย ณ โครงการซัมเมอร์ฮิลล์ (Summer Hill) ศูนย์รวมการค้าเชิงไลฟ์สไตล์ใกล้สถานีไฟฟ้าพระโขนง ด้วยคอนเซปต์อันโดดเด่นในสไตล์ดัตช์ ที่พร้อมเปิดมิติใหม่เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการทำงาน รวมถึงรองรับแรงขับเคลื่อนธุรกิจและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์กลุ่มคนยุคมิลเลนเนียได้อย่างลงตัว

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Spaces ณ โครงการซัมเมอร์ฮิลล์ กรุณาโทร 02-026-0635 หรือดูรายละเอียดจาก www.spacesworks.com/bangkok.

– จบ –

เกี่ยวกับ Spaces (สเปซเซส)

Spaces (สเปซเซส) พร้อมจัดสรรสภาพแวดล้อมที่สร้างแรงบัลดาลใจในการทำงานให้แก่เหล่านักธุรกิจมืออาชีพและธุรกิจที่กำลังเติบโต ซึ่งนอกจากพื้นที่สำหรับการทำงานแล้ว ยังสามารถสมัครเป็นสมาชิก หรือใช้บริการห้องประชุมเพื่อคิดงานและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดย Spaces มุ่งนำเสนอสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตร และสร้างแรงบันดาลใจในการทำงาน สร้างขึ้นจากจิตวิญญาณของผู้ประกอบการทั้งยังเป็นแหล่งรวมความคิดสร้างสรรค์ วิวัฒนาการของบริษัท การเริ่มต้นของความสัมพันธ์ทางธุรกิจ Spaces เปิดให้บริการแล้วในยุโรป อเมริกา ลาติน อเมริกา ออสเตรเลียและเอเชีย โดยมีแผนจะขยายสาขาในทวีปต่างๆ นี้อย่างต่อเนื่อง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Spaces สามารถเยี่ยมชมได้ที่ www.spacesworks.com


'เลแทป ไทยแลนด์ บาย เลอ ตูร์เดอฟร็องส์ 2018' ครั้งแรกในอาเซียน ณ พังงา

26 มีนาคม 2561 สำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ

ผนึกกำลังร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดพังงา อมัวรี สปอร์ต ออร์แกไนเซชั่น (A.S.O. ) และ บริษัท มูฟ เอเชีย จำกัด ร่วมแถลงข่าวพิธีลงนามเซ็นสัญญาคว้าสิทธิ์การจัดงานเทศกาลปั่นจักรยานระดับโลก รายการ “เลแทป ไทยแลนด์ บาย เลอ ตูร์เดอฟร็องส์ ” ที่ประเทศไทยเป็นระยะเวลา 3 ปี เปิดฉากครั้งแรกที่จังหวัดพังงา ระหว่างวันที่ 19-21 ต.ค.นี้

     นายสันติ ป่าหวาย รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงความสำคัญของการจัดเทศกาลปั่นจักรยานระดับโลก เลแทป ไทยแลนด์ บาย เลอ ตูร์เดอฟร็องส์ ในครั้งนี้ว่า “อย่างที่ทราบกันดีว่าการแข่งขันจักรยานทางไกล ตูร์เดอฟร็องส์ คือ รายการกีฬาระดับท็อปของโลกที่ผู้คนทั่วโลกให้ความสนใจ ซึ่งเมื่อปิดฤดูกาลแล้วเหล่านักแข่งก็จะเดินทางไปทั่วโลกเพื่อร่วมกิจกรรมต่างๆ โดยเลแทปเป็นหนึ่งในอีเวนท์ของตูร์เดอฟร็องส์ที่กำลังได้รับความนิยม จัดการแข่งขันมาแล้ว 11 ประเทศใน 5 ทวีปทั่วโลก เริ่มต้นครั้งแรกที่ประเทศฝรั่งเศส เมื่อปี 2536 ก่อนจะแผ่ขยายต่อไปยังชาติอื่นๆ อาทิ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย อังกฤษ เกาหลีใต้ โคลอมเบีย และบราซิล

การเซ็นสัญญาครั้งนี้จะทำให้ประเทศไทยเป็นชาติแรกในอาเซียนที่ดึงเทศกาลระดับโลกรายการนี้มาอยู่ในมือ ซึ่งจะเป็นการช่วยกระตุ้นและผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมกีฬาของประเทศ เพราะรายการนี้นับเป็นกีฬาแห่งมวลชนที่มีผู้คนสนใจจำนวนมาก และนักท่องเที่ยวกลุ่มปั่นจักรยานเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง งานนี้ยังเป็นการนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีจากมืออาชีพที่คร่ำหวอดในวงการมาพัฒนาศักยภาพสู่การเป็นประเทศศูนย์กลางของกีฬาจักรยานของภูมิภาคเอเชีย

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ หรือ    ทีเส็บ    กล่าวว่า “ทีเส็บเป็นองค์กรหลักที่ดึงลิขสิทธิ์กีฬาจักรยานระดับโลก เลแทป ไทยแลนด์ บาย เลอ ตูร์เดอฟร็องส์ มาจัดที่ประเทศไทย เพราะเห็นถึงความยิ่งใหญ่ของงานนี้ที่จะสามารถสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นในประเทศ เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล

“เลแทป ไทยแลนด์ บาย เลอ ตูร์เดอฟร็องส์ เป็นการผสมผสานที่ลงตัวของ กีฬา ท่องเที่ยว และธุรกิจ กิจกรรมเหล่านี้ดึงดูดนักธุรกิจในวงการกีฬาจักรยานเข้ามาร่วมจัดกิจกรรมเสริมระหว่างการแข่งขันและยังเป็นโอกาสพิเศษสำหรับกลุ่มอินเซ็นทีฟที่สนใจกีฬา เราคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานที่เป็นนักปั่นจากทั่วเอเชีย  ผู้ประกอบการ ผู้จัดงานและนักลงทุนในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการกีฬา สื่อมวลชนจากทั่วโลก และประชาชนทั่วไปกว่า 20,000 คน”

จากการศึกษาคาดว่าเลแทป ไทยแลนด์ บาย เลอ ตูร์เดอฟร็องส์ ก่อให้เกิดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจสู่ประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อมมากกว่า 300 ล้านบาท รวมถึงช่วยเพิ่มปริมาณการจ้างงานในท้องถิ่นอีกกว่า 800 ตำแหน่ง นอกจากนี้จะเป็นโอกาสสำคัญของการส่งเสริมภาพลักษณ์ของจังหวัดพังงา และเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้ประกอบการในพื้นที่ ทั้งธุรกิจโรงแรม อาหาร ที่พัก ของที่ระลึก การเดินทางและอื่น ๆ ให้พังงาได้ชื่อว่ามีมาตรฐานระดับสากลที่ตูร์เดอฟร็องส์ยอมรับ

นายสิทธิชัย ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา จังหวัดเจ้าภาพการจัดงาน กล่าวว่า “จังหวัดพังงามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นเจ้าภาพเทศกาลระดับโลกรายการนี้ เรามั่นใจว่าเรามีความพร้อมทุกด้านที่จะรองรับการจัดการแข่งขัน เพราะจังหวัดพังงาเป็นจังหวัดที่ถนนเส้นทางมีเนินกว่า 80% จึงมีความเหมาะสมและมีความน่าท้าทายอย่างมากที่จะจัดการแข่งขันปั่นจักรยานเหมือนเส้นทางการแข่งขันที่ประเทศฝรั่งเศส มีความสวยงามของวิวทิวทัศน์ระดับต้นๆของโลกทั้งภูเขาและหมู่เกาะต่างๆบนทะเลอันดามัน

การแข่งขันครั้งนี้จะมี 2 ระยะทางให้เลือก คือ 140 กม. และ 70 กม. ออกสตาร์ทที่เขาหลัก ซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมของโรงแรมที่พักมากมายหลายระดับ ทำให้สามารถรองรับและอำนวยความสะดวกแก่ผู้มาร่วมงานได้อย่างเต็มที่ ก่อนจะเข้าเส้นชัยที่ตะกั่วป่าอดีตเมืองท่าอันสำคัญของประเทศไทย ที่คงไว้ซึ่งความสวยงามของสถาปัตยกรรมท้องถิ่นและศิลปะการออกแบบสไตล์ชิโน-โปรตุกีส นอกจากนี้ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามอีกมากมายรอต้อนรับนักเดินทางหลังจบเทศกาล เราจึงกล้ายืนยันว่าทุกคนที่เดินทางมาร่วมงานจะได้ความประทับใจกลับบ้านแน่นอน”

 

มร.ฌอง เอเทียน อมัวรี ประธานอมัวรี สปอร์ต ออร์แกไนเซชั่น เจ้าของลิขสิทธิ์ เลแทป บาย เลอ ตูร์เดอฟร็องส์ กล่าวว่า “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เซ็นสัญญาร่วมกับบริษัท มูฟ เอเชีย จำกัด และได้ร่วมงานกับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ในการนำเทศกาลจักรยานระดับโลกรายการนี้มาจัดที่ประเทศไทย เราเชื่อว่าประเทศไทยโดยเฉพาะจังหวัดพังงา มีความเหมาะสมและสามารถที่จะจัดงานออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบและเป็นไปตามมาตรฐานของตูร์เดอฟร็องส์ เหมือนที่เราเคยเดินทางไปจัดมาแล้วทั่วโลก เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีนักปั่นท้องถิ่นและจากต่างประเทศเดินทางมาร่วมงานกันอย่างคึกคัก” 

นายบุญเพิ่ม อินทนปสาธน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มูฟ เอเชีย จำกัด ในฐานะโปรโมเตอร์การจัดงานและ  ผู้ลงนามเซ็นสัญญา ความร่วมมือคว้าลิขสิทธิ์เทศกาลเลแทป บาย เลอ ตูร์เดอฟร็องส์ มาจัดที่ประเทศไทย กล่าวว่า “ขอขอบคุณความร่วมมือของหน่วยงานภาคีพันธมิตรจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐบาลและเอกชน ที่ผนึกกำลังร่วมกันจนทำให้ประเทศไทยเป็นชาติแรกในอาเซียนที่คว้าสิทธิ์การจัดเทศกาลระดับโลกรายการนี้มาให้คนไทยได้รับประสบการณ์สุดพิเศษ เหมือนเป็นการยกการแข่งขันในสเตทตูร์เดอฟร็องส์มาเสิร์ฟถึงหน้าบ้าน อีกทั้งยังได้กระทบไหล่นักปั่นซูเปอร์สตาร์ระดับตำนาน รวมถึงเซเลปนักปั่นของไทยอย่าง ลีโอ พุฒ และ “โย” ยศวดี หัสดีวิจิตร นักปั่นจักรยานทีมชาติไทย ตลอดจนชมรมและกลุ่มจักรยานระดับแถวหน้าของเมืองไทย นอกจากนี้ เรายังมีการจัดกิจกรรมเอ็กซ์โปและอีเวนท์ต่างๆ มากมาย ไว้ต้อนรับทุกคนที่มาร่วมงานด้วยเช่นกัน”


เฟ้นหาสุดยอดเกมเมอร์ไทยเพียง 1 ทีม เพื่อร่วมชิงชัยกับโปรเกมชั้นนำในสนามแข่งระดับโลก อีเวนต์แรกขอประเทศไทยที่ได้รับการรับรองจาก Valve Corporation

GESC BANGKOK DOTA 2 PRO CIRCUIT ทัวร์นาเม้นต์ระดับ Minor

เตรียมระเบิดความมันส์สู่คอเกมส์กรุงเทพฯ ครั้งแรก

เฟ้นหาสุดยอดเกมเมอร์ไทยเพียง 1 ทีม เพื่อร่วมชิงชัยกับโปรเกมชั้นนำในสนามแข่งระดับโลก อีเวนต์แรกขอประเทศไทยที่ได้รับการรับรองจาก Valve Corporation

Global Electronic Sports Championship หรือ GESC ซึ่งเป็นบริษัทอีสปอร์ตชั้นนำในเอเชีย ประกาศจัดการแข่งขันที่ทุกคนรอคอย Dota 2 Pro ระดับ Minor ที่ได้รับการรับรองจาก Valve Corporation อย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ในวันที่  9-12 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนา ฮอลล์ 6

โดยทัวร์นาเมนต์นี้จะจัดขึ้นทั้งหมด 4 วัน ซึ่ง 2 วันสุดท้ายเป็นการแข่งขันรอบ Playoffs สด สุดระทึก พร้อมเงินรางวัลใหญ่มูลค่าสูงถึง  9,350,000 บาท (300,000 ดอลลาร์สหรัฐ) พร้อมคะแนนคัดเลือก Dota Pro Circuit (DPC) เพื่อไปสู่เวทีอันทรงเกียรติระดับโลกอย่าง World Dota 2 Championships, The International 2018

Dota 2 ถือเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมของวงการอีสปอร์ต ความละเอียดอ่อนและความซับซ้อนของเกมเปรียบได้กับการเรียนรู้ภาษาใหม่ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่ง เป็นอีกหนึ่งภูมิภาคที่ตื่นตัวที่สุดในกีฬาอีสปอร์ต โดยปัจจุบันมีผู้เล่น Dota 2 ทั้งหมดราว 3.8 ล้านคน                      ในประเทศไทยมีผู้เล่นอย่างจริงจังมากถึง 720,000 คน ซึ่งหลายคนทำผลงานได้โดดเด่น       ในฐานะผู้เล่นและนักแคสเกมจนขึ้นแท่นดาวรุ่งมาแรง

 

ออสการ์ เฟง ซีอีโอของ GESC กล่าวว่า “ทัวร์นาเม้นต์ที่จะจัดขึ้นในประเทศไทยครั้งนี้เป็น   การแข่งขันแรกที่ได้รับการรับรองจาก Valve ซึ่งความสนใจอย่างล้นหลามต่อเนื่องมาตั้งแต่              ทัวร์นาเม้นต์ Dota 2 Pro Circuit ระดับ Minor ในประเทศอินโดนีเซีย เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ.2561 ที่สามารถขายบัตรหมดภายใน 72 ชั่วโมง และมียอดผู้ชมทั่วโลกสูงถึง 29 ล้านคน                 เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทัวร์นาเม้นต์นี้จะประสบความสำเร็จเช่นเดียวกัน การแข่งขันรายการนี้สามารถรองรับผู้เข้าร่วมงานได้มากกว่า 6,000 คน ต่อวัน  เพื่อรับชมฝีมือจากสุดยอดทีมมากมาย รวมทั้ง Team Secret ทีมดังจากจากฝั่งยุโรป  ซึ่งเป็นผู้ชนะจากรายการ DreamLeague Season 8 และ The Shanghai Major 2016  และรู้สึกตื่นเต้นกับการแข่งขันที่มีการชิงเงินรางวัลสูงถึง 9,350,000 บาท (300,000 ดอลลาร์สหรัฐ)”

 

GESC Bangkok Dota 2 Pro Circuit ระดับ Minor ประกอบด้วยผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 8 ทีม ประกอบด้วย 1 ทีมคือ Team Secret ที่ได้รับการเชิญเข้าร่วมแข่งขันโดยตรง พร้อมอีก 6 ทีม     ที่ผ่านการรอบคัดเลือกระดับภูมิภาค  (ได้แก่ จีน, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้, อเมริกาเหนือ, อเมริกาใต้, กลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช  และยุโรป) และเพื่อแสดงความมุ่งมั่นในการพัฒนากีฬาอีสปอร์ตและ Dota 2 ในประเทศไทย  1 ทีม ที่ผ่านคัดเลือกเป็นตัวแทนประเทศไทยจะเข้าไปรอในตำแหน่ง wild card และมีสิทธิ์ร่วมแข่งขันบนเวทีระดับโลก สามารถลงทะเบียนสมัครแข่งขันรอบคัดเลือกได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 3  เมษายน เวลา 12.00 น. เปิดรับเหล่าเกมเมอร์ Dota 2 ในประเทศไทย โดยใน 1 ทีม จะประกอบด้วยผู้เล่นอย่างน้อย 3 คน

การแข่งขันรอบ Thailand Wild Card Open ในประเทศไทยจะจัดขึ้นบน FACEIT ในวันพุธที่ 4 และวันพฤหัสบดีที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2561 ทีมที่ทำผลงานได้ดีที่สุด 4 อันดับ จะได้ลงแข่งขันกับทีมที่ได้รับการเชิญ 4 ทีม ซึ่งประกอบด้วย Alpha Red, Alpha Blue, Hashtag Dota และ Neolution eSport ในการแข่งขันรอบ Closed Qualifier Group Stage วันศุกร์ที่ 6 ถึงวันอาทิตย์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2561 ก่อนจะเป็นรอบ Playoffs ในวันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561

แชมป์การแข่งขันจะได้รับเงินรางวัล 110,000 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อม DPC Points  อีก 150 คะแนน ทีมรองชนะเลิศจะได้รับรางวัล 65,000 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อม DPC Points  จำนวน 90 คะแนน อันดับที่ 3 รับเงินรางวัล  45,000 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมด้วย DPC Points  จำนวน 30 คะแนน อันดับที่ 4 รับเงินรางวัล  35,000 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนทีมอันดับที่ 5 และ อันดับที่ 6        รับเงินรางวัลทีมละ 17,500 ดอลลาร์สหรัฐ  ทีมอันดับที่ 7 และ อันดับที่ 8 รับเงินรางวัลทีมละ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ

บัตรเข้าชมการแข่งขัน DOTA 2 PRO CIRCUIT ทัวร์นาเม้นต์ระดับ Minor บัตรจะเปิดขายตั้งแต่วันพุธที่ 28 มีนาคม 2561  ในราคา 1,650 บาทสำหรับบัตร Early Bird แบบวีไอพี (ราคานี้รวมลายเซ็น กระเป๋าใส่ของ และที่นั่งบริเวณที่ผู้แข่งขันเดินผ่าน) และราคา 650 บาทสำหรับบัตร Early Bird ธรรมดา ทั้งนี้ บัตรเข้าชมการแข่งขันแบบ Early Bird มีจำหน่ายเพียง 500 ใบ สำหรับการเข้าชมแต่ละประเภทเท่านั้น หลังจากนั้น จะจำหน่ายในราคาปรกติเป็น 2,500 บาทสำหรับบัตรวีไอพี และราคา 1,000 บาทสำหรับบัตรธรรมดา สามารถซื้อบัตรได้ที่  http://bit.ly/GESCThailandTickets.

GESC Bangkok Dota2 Pro Circuit ระดับ Minor ได้รับการสนับสนุนจากบริษัท Neolution                    E-Sport Co.,Ltd, โดยจะถ่ายทอดสดการแข่งขันรอบคัดเลือก รวมทั้งทัวร์นาเม้นต์ทั้ง 4 วันเป็นภาษาไทยผ่าน Twitch ส่วนการถ่ายทอดสดภาษาอังกฤษจะเปิดให้รับชมผ่านทั้ง Twitch, Youtube, Facebook และ Twitter

ผู้สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงสมัครรอบคัดเลือกได้ที่เว็บไซต์ www.geschampionship.com หรือเฟซบุ๊กเพจ www.facebook.com/GESChampionshipTH


All-New BMW M5 ก็ว่าเฟี้ยวแล้วถ้ามาในสี Pure Metal Silver สีเงินสูตรพิเศษของ BMW จะเฟี้ยวขนาดไหน พบได้ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39

หลังจาก All-New BMW M5 เปิดตัวเผยโฉมผ่านสื่อต่างๆ ไปได้ไม่นาน ทำให้เหล่าบิมเมอร์เกิดอาการครั่นเนื้อครั่นตัวอยากเห็น All-New BMW M5 คันจริงๆ ว่ามันจะสวยดุดันขนาดไหน ในที่สุดเราก็จะมีโอกาสได้พบกับ All-New BMW M5 คันจริงๆ อย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรกสักทีในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39 ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 28 มีนาคมนี้

BMW M5 เจนเนอเรชั่นที่ 6 ยังคงความเป็นรถยนต์ซีดานที่มีความหรูหรา แต่เมื่อมีรหัส M แปะอยู่ เรารู้ทันทีเลยว่ามันต้องมาพร้อมความแรง และดุดันแน่นอน และที่สำคัญเป็นครั้งแรกของ BMW M5 ที่มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อจากเทคโนโลยี M xDrive ที่จะสร้างความเร้าใจให้กับผู้ขับขี่ BMW M5 ถือได้ว่าเป็นยานยนต์ที่มีความแรง และเทคโนโลยีอันล้ำสมัยผสานกันอย่างลงตัว
ในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39 นอกจากเราจะได้พบกับ All-New BMW M5 คันจริงเป็นครั้งแรกแล้วทาง BMW Thailand ยังมีเซอร์ไพรส์ให้กับเหล่าบิมเมอร์โดยการเอา All-New BMW M5 สีพิเศษ Pure Metal Silver Edition ซึ่งความพิเศษของสีเงินตัวนี้อยู่ที่การเคลือบด้วยไหม และเม็ดสีโลหะชนิดพิเศษที่สามารถสะท้อนแสงได้ดีกว่าสีเงินอื่นๆ ที่ไม่เหมือนใคร
เคล็ดลับของความงามอยู่ที่การผสมผสานเม็ดสีพิเศษเข้ากับพื้นฐานของสีน้ำ และอลูมิเนียมทำให้สีที่ได้มีความสม่ำเสมอ และส่องประกายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของสี Pure Metal Silver ที่ให้ความสวยงามกว่าสีเมทัลลิคทั่วๆ ไป

นอกจากสูตรผสมสีที่เป็นสูตรลับเฉพาะของ BMW ขั้นตอนการผลิตก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน สี Pure Metal Silver นี้ถือได้ว่าเป็นงานอาร์ตเลยก็ว่าได้ เพราะจะพ่นโดยช่างที่เชี่ยวชาญในด้านการพ่นสีโดยเฉพาะ เพื่อให้ได้ความปราณีตและความสม่ำเสมอของเม็ดสี
เพื่อความมั่นใจว่ารถคันนี้จะไม่มีตำหนิแม้แต่น้อยจึงมีการตรวจสอบความเรียบร้อยซ้ำอีก 3 ครั้ง แต่จริงๆ คือจะตรวจซ้ำทุกอณูจนกว่าจะได้พื้นผิวที่สมบูรณ์ 100% หลังจากสีแห้งแล้วก็จะทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง หากพบว่าพื้นผิวตรงไหนไม่เรียบร้อยก็จะแก้ไขในทันที

จากนั้นตัวถังจะได้รับการเคลือบด้วยโลหะเคลือบเงาของ Glacier Silver Metal เพื่อให้ได้สี Pure Metal Silver ที่สวยงามแปลกตากว่าสีเงินทั่วๆ ไปที่เคยเห็นกัน และแน่นอนทางผู้ชำนาญเรื่องสีก็จะเข้าทำการตรวจสอบพื้นผิวอีกครั้งก่อนที่จะมีการเคลือบผิวชั้นสุดท้าย
ขั้นตอนสุดท้ายคือการทำความสะอาดตัวถังด้วยการเป่าลม และจะตรวจงานอย่างละเอียดด้วยการลูบด้วยมือก่อนจะถูกอนุมัติเพื่อเคลื่อนย้ายไปสู่การประกอบเป็น BMW M5 Pure Metal Silver Edition ที่สวยงาม และทรงคุณค่าต่อไป
เหล่าบิมเมอร์สามารถมาสัมผัสลูบคลำา BMW M5 Pure Metal Silver Edition ตัวจริงและสามารถจับจองเป็นเจ้าของก่อนใครได้แล้วในงานมอเตอร์โชว์ ที่บูธบีเอ็มดับเบิลยู ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม – 8 เมษายน 2561


Privacy Preference Center