‘พีที แมกซ์การ์ด’ จัดเต็มแมกซ์! ร่วมมือพันธมิตรกว่า 100 รายเชื่อมทุกไลฟ์สไตล์ชีวิตไว้ในบัตรเดียว
คุณพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการสถานีบริการน้ำมันพีที เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเรามุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่องควบคู่กับการเข้าถึงและเข้าใจกลุ่มลูกค้าอย่างลึกซึ้งเพื่อเป็นหนึ่งในใจคนไทยทั่วประเทศ เพราะเรามองว่าธุรกิจจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนได้ขึ้นอยู่กับการสนับสนุนของผู้บริโภคที่จะเลือกใช้บริการกลุ่มธุรกิจพีทีแบบครบวงจร ทำให้พีทีมุ่งมั่นพัฒนาบริการเพื่อสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้า โดยในปี 2562 นี้ พีทีได้เปิดตัว ‘พีที แมกซ์การ์ด’ โฉมใหม่ เพิ่มความสามารถในการสะสมแต้มและแลกแต้มกับพันธมิตรที่หลากหลายของพีที
จุดเด่นของ ‘พีที แมกซ์การ์ด’ โฉมใหม่ คือ สมัครง่าย สะสมแต้มจุใจ แลกง่ายกับสิทธิประโยชน์มากมายพร้อมของรางวัลหลากหลายที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน เชื่อมั่นว่าภายหลังจากการเปิดตัว ‘พีที แมกซ์การ์ด’ โฉมใหม่ จะส่งผลให้เรามียอดสมาชิกพุ่งสูงถึง 12.5 ล้านสมาชิก ซึ่งจะเจาะฐานลูกค้าใหม่ในกลุ่มคนเมืองมากขึ้น พร้อมกับสร้างความภูมิใจแก่ลูกค้าผู้ถือบัตรรายเดิมว่าพีทีมอบสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและครบวงจรที่สุด
“จากการสำรวจสถิติในแต่ละเดือน พบว่า ลูกค้าสมาชิกนำพีทีแมกซ์ การ์ดมาใช้ที่สถานีบริการถึงเกือบ 75% ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าพึงพอใจอย่างยิ่ง โดยเชื่อมั่นว่าหลังจากนำ ‘พีที แมกซ์การ์ด’ โฉมใหม่ มาใช้จะส่งผลให้ยอดใช้บริการของพีทีจี ทั้งในกลุ่มออยล์ (oil) และนอนออยล์ (non-oil) รวมถึงพันธมิตรธุรกิจที่เชื่อมโยงกับบัตร มีจำนวนผู้ใช้บริการสูงขึ้นอย่างแน่นอน”
สิทธิประโยชน์ของ ‘พีที แมกซ์การ์ด’ โฉมใหม่ แบ่งเป็น 4 รูปแบบ ได้แก่
- Privilege: ร่วมมือกับแบรนด์พันธมิตรกว่า 100 ราย ใช้แต้มแลกสิทธิประโยชน์ได้มากขึ้นจากเดิม เช่น Centara, Mc Donald, Zen Group, Major, SE-ED, Dunkin Donut
- Point Exchange: พิเศษยิ่งขึ้นเมื่อเชื่อมโยงระบบเข้ากับพันธมิตร สามารถแลกเปลี่ยนแต้ม (โอนแต้ม) ข้ามไปยังบัตรสมาชิกอื่นๆ (Swap point) ที่ร่วมรายการ ทำให้ผู้ใช้ได้รับสิทธิประโยชน์มากขึ้น เช่น The1, True, K Bank, KTC, KCC
- Business Partner: เป็นมิติใหม่ของการให้บริการที่สมาชิกไม่ต้องถือบัตรหลายใบอีกต่อไป เราสามารถเชื่อมโยงกับระบบบัตรสมาชิกของ PT Max Card ทั้งสะสมและแลกแต้มได้ 100% เพื่อสะดวกต่อการใช้งานและบริการแบบครบวงจรยิ่งขึ้น เช่น Lamina
- Customize: สามารถได้แต้ม พีที แมกซ์การ์ด จากการร่วมสนุกกับแคมเปญต่างๆ ของพันธมิตร เช่น ทิพยประกันภัย, We Chef
“ชีวิตคนไทยทุกวันนี้ ควรมีทางเลือก เมื่อมีทางเลือกย่อมมีโอกาสที่ดีกว่า พีที พร้อมทำเต็มที่ในการให้บริการและเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของคนไทย ภายใต้หัวใจการดำเนินธุรกิจของเรา พีที เต็มที่ เต็มพลัง” นายพิทักษ์ กล่าวทิ้งท้าย
ทีมยามาฮ่าโชว์ฟอร์มเดือด! ยึดแถวหน้ากริดสตาร์ททั้ง 3 ตำแหน่งในรายการเวิลด์ซูเปอร์สปอร์ตสนามช้างฯ
รถแข่ง Yamaha YFZ-R6 ยังคงร้อนแรงที่สุดในรอบซูเปอร์โพล เกมการชิงชัย เวิลด์ซูเปอร์สปอร์ต เหมา 3 อันดับแรกกริดสตาร์ทไปครอง โดย จูลส์ คลูเซล #16 จาก จีเอ็มที 94 ยามาฮ่า คว้าตำแหน่งโพลโพซิชั่น ตามมาด้วย แรนดี้ ครุมเมนาเกอร์ #21 และ เฟเดริโก้ คาริคาซูโล #64 คู่หูจาก บาร์ดาห์ล อีแวนส์ บรอส.เวิลด์เอสเอสพี ทีม ในกริดที่ 2 และ 3 ส่วน ตาล-รัชฏา นาคเจริญศรี #46 นักบิดสาวไทย ทำเวลาผ่านการตัดตัว พร้อมออกสตาร์ทในกริดที่ 24
การชิงชัยรุ่น เวิลด์ซูเปอร์สปอร์ต เข้มข้นไม่แพ้เกมในรุ่นใหญ่ โดยเกมรอบซูเปอร์โพล จบลงด้วยผลงานที่สุดร้อนแรงของทัพรถแข่ง Yamaha YZF-R6 ที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นเหนือคู่แข่ง นำทัพโดย จูลส์ คลูเซล #16 นักบิดเฟรนช์แมน สังกัด จีเอ็มที 94 ยามาฮ่า ที่ผงาดคว้าตำแหน่งโพลโพซิชั่นไปครอง ด้วยเวลา 1 นาที 36.826 วินาที โดยมี แรนดี้ ครุมเมนาเกอร์ #21 และ เฟเดริโก้ คาริคาซูโล #64 คู่หูจาก บาร์ดาห์ล อีแวนส์ บรอส.เวิลด์เอสเอสพี ทีม
แท็คทีมรีดฟอร์มเก่งควบรถแข่ง Yamaha YZF-R6 กดเวลาต่อรอบอยู่ที่ 1 นาที 36.855 วินาที และ 1 นาที 36.915 วินาที พร้อมลงชิงชัยจากกริดที่ 2 และ 3 ตามลำดับ ส่วนทางด้าน ตาล-รัชฏา นาคเจริญศรี #46 นักบิดสาวหนึ่งเดียวของไทย บิดจบรอบซูเปอร์โพล ด้วยเวลา 1 นาที 43.044 วินาที ผ่านเกณฑ์การตัดตัว พร้อมลงสนามชิงชัยจากกริดสตาร์ทที่ 24 ต่อหน้าแฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยในสนามโฮมเรซ

สำหรับการชิงชัย รุ่น เวิลด์ซูเปอร์สปอร์ต มีคิวลงบิดรอบวอร์มอัพ ในเวลา 10.25 น. ของวันอาทิตย์ที่ 17 มีนาคม ก่อนที่เกมการแข่งขันจะเริ่มในเวลา 14.15 น. ที่ ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์
รูฟท็อปบาร์แห่งใหม่สุดชิค ‘ซีน เรสเตอรอง แอนด์ บาร์’ กับบรรยากาศแม่น้ำเจ้าพระยา 360 องศา!
อวานี โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท เปิดตัว ‘ซีน เรสเตอรอง แอนด์ บาร์’ รูฟท็อปบาร์สุดเก๋แห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ ให้ลูกค้าได้เพลิดเพลินกับบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยาสุดตระการตา บนชั้นรูฟท็อปของโรงแรม ‘อวานี พลัส ริเวอร์ไซต์ กรุงเทพฯ’ สถานที่แฮงค์เอ้าท์แห่งใหม่นี้สานต่อความสำเร็จของ ซีน เรสเตอรอง แอนด์ บาร์ จากสองสาขาแรกใน เซาเปาลู ประเทศบราซิล และ ลิสบอน ประเทศโปรตุเกส ที่เซเลบริตี้เชฟชื่อดัง อย่าง เชฟโอลิวิเย่ร์ ดา คอสตาต ภาคภูมิใจนำมาเสนอให้ชาวไทยได้สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษนี้เป็นครั้งแรกในเอเชีย
ซีน เรสเตอรอง แอนด์ บาร์ ได้รับการออกแบบ และตกแต่งโดย M&J London ที่ได้จัดสรรการใช้พื้นที่ทั้งด้านใน และด้านนอกให้เข้ากันได้อย่างลงตัวบนรูฟท็อปของโรงแรม ‘อวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ’ ด้วยสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของห้องอาหารที่ต้องการให้มีกลิ่นอายความเป็น Art Deco ในยุค 80 ผสานกับเอกลักษณ์ท้องถิ่นของประเทศไทยด้วยการเลือกใช้วัสดุตกแต่งอย่าง ไม้ไผ่ ให้เข้ากับการใช้เฟอร์นิเจอร์และการตกแต่งในรูปทรงโค้งมนที่ได้รับแรงบันดาลใจ และเป็นภาพสะท้อนของสายน้ำที่ไหลอย่างไม่หยุดนิ่งของแม่น้ำเจ้าพระยา ประกอบกับบรรยากาศร้านที่ทันสมัยแต่ยังคงไว้ซึ่งบรรยากาศของความผ่อนคลาย พร้อมเสียงจังหวะติดหูที่ถูกกำกับโดยมิวสิค ไดเร็คเตอร์ ชาวอังกฤษ สก็อตตี้ บี

นอกจากนี้ เมนูอาหารของทางร้านยังได้มีการผสมผสานระหว่างอาหารนานาชาติ และเอกลักษณ์อันโดดเด่นของอาหารตามแบบฉบับของซีน มาไว้ด้วยกัน ณ รูฟท็อปบาร์แห่งนี้ ซึ่งทุกเมนูได้ผ่านการรังสรรค์โดย เซเลบริตี้เชฟ โอลิวิเย่ร์ ดา คอสตาต ที่ดึงเอาเอกลักษณ์ของอาหารท้องถิ่น ความสดใหม่ และรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ มารวมไว้ด้วยกัน ลูกค้าสามารถเพลิดเพลินกับอาหารเลิศรสไปพร้อมๆ กับบรรยากาศที่ชวนให้หลงใหลในห้องอาหารหลักหรือซูชิบาร์ที่ตกแต่งเป็นรูปตัว ‘S’ ที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจากโลโก้ของ SEEN นั่นเอง
หลังมื้ออาหารสุดพิเศษ ลูกค้าสามารถเต็มอิ่มกับบรรยากาศมากขึ้น ณ สกายบาร์ สุดเอ็กซ์คลูซีฟ กับที่นั่งแบบเดย์เบดและวิวสวยระฟ้าสุดลูกหูลูกตา พร้อมจิบค็อกเทลสูตรเฉพาะที่ถูกคิดค้นโดย โมซัมหมัด ฟัดลี มิกโซโลจิสต์แถวหน้าที่ได้รับรางวัลการันตีระดับนานาชาติ สำหรับค็อกเทลของซีน เรสเตอรอง แอนด์ บาร์ นั้นได้ผสมผสานกลิ่นอายของความเป็นเอเชีย อเมริกา และ ยุโรปเข้าไว้ด้วยกันจากวัตถุดิบที่สดใหม่ และขึ้นชื่อจากท้องถิ่นในประเทศไทย รวมไปถึงเมนูไวน์ และแชมเปญที่หลากหลายให้ลูกค้าสามารถเลือกสรรได้ตามความต้องการ

เซเลบริตี้เชฟ โอลิวิเย่ร์ ดา คอสตา เชฟผู้ก่อตั้งและอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของซีน เรสเตอรอง แอนด์ บาร์ กล่าวว่า “นับเป็นเกียรติอย่างมากที่ซีน เรสเตอรอง แอนด์ บาร์ ได้มีโอกาสมาเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในเอเชีย ที่ประเทศไทย ซึ่งได้รับการขนานนามในเรื่องของอาหารและเป็นที่ยอมรับในระดับโลก ผมเชื่อว่าซีน กรุงเทพฯ จะสามารถ ประสบความสำเร็จได้เช่นเดียวกับสองสาขาแรกในประเทศบราซิลและโปรตุเกส อย่างที่ผมกล่าวเสมอมาว่า ‘ซีน’ ไม่ใช่แค่ร้านอาหารแต่ยังมอบประสบการณ์ที่ดีที่ลูกค้าสามารถสัมผัสได้ด้วยตนเองตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึง และผมภูมิใจที่ได้เปิดประตูต้อนรับลูกค้าทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติได้เข้ามาเยี่ยมชม และค้นหารสชาติใหม่ๆ ที่ โรงแรมอวานีพลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ แห่งนี้”
“เราภูมิใจและดีใจเป็นอย่างมากที่ได้เห็นคนมาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างล้นหลามในงานเปิดตัวซีน เรสเตอรองค์ แอนด์ บาร์ อย่างเป็นทางการ และต้องขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทั้งหลายรวมถึงกูรูชั้นนำจากวงการอาหารในครั้งนี้ อย่างที่ทราบกันดีว่า กรุงเทพฯ ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกในเรื่องของการท่องเที่ยว และอาหารจากหลายๆ ผลสำรวจ จึงทำให้กรุงเทพฯ เป็นสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดในการขยายธุรกิจของซีน เรสเตอรอง แอนด์ บาร์ ในครั้งนี้ และด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของกรุงเทพฯ นี้เอง ‘ซีน’ มุ่งหวังจะเป็นจุดหมายปลายทางในเมือง และเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมระดับโลก เพื่อดึงผู้คนให้เดินทางมาที่กรุงเทพมหานครมากยิ่งขึ้น” มร. ฟิลลิปส์ เรียลโม ผู้จัดการทั่วไปซีน เรสเตอรอง แอนด์ บาร์ กล่าวปิดท้าย

ซีน เรสเตอรอง แอนด์ บาร์ เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ เวลา 18.00 – 01.00 น. สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ โทร 02-431-9120 หรือ เว็บไซต์ www.seenrooftopbangkok.com
‘4D Sensory Experience’ เปิดสัมผัสทะลุมิติกับ ‘เป๊ปซี่แมกซ์เทสต์ ราสเบอร์รี่’ สดชื่นจัดเต็มแมกซ์ใจกลางสยาม!
Pepsi Max Taste Raspberry ‘4D Sensory Experience’ เสิร์ฟความสดชื่นด้วยการพาทุกท่านไปสัมผัสประสบการณ์พิเศษผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ทั้ง รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัสในกระป๋องเป๊ปซี่แมกซ์เทสต์ขนาดยักษ์ใจกลางกรุงเทพฯ พลิกโฉมการแจกตัวอย่างสินค้าให้ไม่จำเจ พร้อมถ่ายทอดความเป็นราสเบอร์รีตลอดภายใน Tunnel ระยะทาง 8 เมตร ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 โซน ที่เชื่อว่าจะทำให้ทุกท่านเข้าถึง และใกล้ชิดกับเป๊ปซี่แมกซ์เทสต์ กลิ่นราสเบอร์รีได้มากที่สุด
เปิดรับความสดชื่นแรกด้วยโซน Cola and Raspberry Flavor Blast ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความซ่าของเป๊ปซี่ เปิดโสตประสาททางรูป เสียง และสัมผัส ด้วยฟองกลมซึ่งถูกออกแบบมาให้มีรูปร่างและสีราวกับโคล่า พร้อมซาวน์เสียงซ่าคลอประกอบ
ผ่อนคลายไปกับโซนที่สองอย่าง Raspberry Aroma Sensation ซึ่งจะได้สัมผัสกับกลิ่นของราสเบอร์รีผ่านเครื่องส่งกลิ่นหอม ที่จะระเบิดความหอมของราสเบอร์รีกันอย่างเต็มแมกซ์
ตื่นตาตื่นใจไปกับโซนสุดท้ายอย่าง Raspberry Flavor Explosion ถ่ายทอดเรื่องราวของสีผลราสเบอร์รีผ่านการเล่นแสงสีในรูปแบบสี่มิติ เป็นอีกจุดที่ห้ามพลาดสำหรับสาวกที่ชื่นชอบในการถ่ายภาพ ตบท้ายด้วยรับเครื่องดื่มเป๊ปซี่แมกซ์เทสต์กลิ่นราสเบอร์รีกลับไปลองชิมดับร้อนกัน ณ ทางออก
สำหรับใครที่ยังไม่มีแพลนเที่ยวดับร้อนในซัมเมอร์นี้ อย่าพลาด!..มาร่วมฟินกับ 4D Sensory Experience ที่จะพาคุณไปสัมผัสกับ Pepsi Max Taste Raspberry อย่างเต็มรูปแบบ แล้วเจอกัน 12-18 มีนาคมนี้ ณ ลานเซ็นเตอร์พอยท์ ออฟ สยามสแควร์ #ชมพูเบอร์นี้ #PepsiMaxTasteRaspberry
และฟินยิ่งขึ้นไปอีกกับกิจกรรมโพสต์กันให้เต็มแมกซ์ เพียงถ่ายภาพคู่กับผลิตภัณฑ์ เป๊ปซี่แมกซ์เทสต์กลิ่นราสเบอร์รี หรือถ่ายภาพภายบูธกิจกรรม Pepsi Max Taste Raspberry “4D Sensory Experience” ร่วมลุ้นรับของรางวัลมากมาย ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง Facebook PepsiThai และ LINE Official Account: PepsiThai
Under Armour เดินหน้าปลุกกระแสวงการกอล์ฟตลอดปี 2562 ส่ง ‘SPIETH 3’ รองเท้าซิกเนเจอร์รุ่นที่สามจาก ‘จอร์แดน สปีธ’
ไฮไลท์สำคัญในปีนี้สำหรับวงการกอล์ฟ คงหนีไม่พ้น ‘SPIETH 3’ รองเท้าซิกเนเจอร์รุ่นที่สามจากนักกอล์ฟชื่อดังระดับโลกอย่าง จอร์แดน สปีธ ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นทันสมัย รูปทรงสวยงาม และคำนึงถึงการใช้งานจริงบนกรีน ทั้งยังเพิ่มสมรรถภาพในทุกวงสวิง โดยการออกแบบรองเท้ารุ่นใหม่นี้ ทีมดีไซน์ได้มองไปถึงเรื่องของการควบคุมการบิดของเท้าเพื่อส่งพลังส่งผลไปถึงความแม่นยำในการสวิง เพื่อให้ SPIETH 3 เป็นรองเท้ากอล์ฟที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อนักกอล์ฟอย่างแท้จริง
SPIETH 3 เป็นรองเท้าที่เบาที่สุดในคอลเล็กชั่น SPIETH โดยนอกจากจะยังคงไว้ซึ่งความมีเสถียรภาพ และมีโครงสร้างที่เหมาะกระชับพอดีกับสรีระรูปเท้า ให้ความมั่นคงขณะเคลื่อนไหว และป้องกันบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้น ยังมีโครงสร้างการป้องกันการหมุนของเท้าตอนสวิงทั้งในแนวราบ และแนวตั้ง ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์ที่คิดค้นโดยอันเดอร์ อาร์เมอร์ ซึ่งช่วยเพิ่มพลังให้กับวงสวิง ทั้งยังต้านแรงหมุนและควบคุมไม่ให้เกิดการลื่น นอกจากนี้ SPIETH 3 ยังเป็นรองเท้าที่เข้าใจถึงการใช้งานจริงของนักกอล์ฟที่อยู่บนกรีนเป็นเวลานานๆ จนถือเป็นอวัยวะที่ 33 ของนักกอล์ฟ จึงได้เพิ่มไมโครไฟเบอร์ไปยังส้นเท้า และใช้ผ้าทอแจ็คการ์ดเป็นส่วนประกอบบนหน้ารองเท้า และที่สำคัญที่สุด SPIETH 3 ทำหน้าที่ในการป้องกันน้ำเข้ารองเท้า แต่ยังสามารถระบายเหงื่อออกได้อย่างดีเยี่ยม
อันเดอร์ อาร์เมอร์ ประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นในการจัดกิจกรรมกีฬาและการสนับสนุนคนทั่วไป และนักกีฬาทุกประเภท ซึ่งเป็นภารกิจหลักของแบรนด์ในการสื่อสารถึงลูกค้าและตอกย้ำถึงความสำคัญของการออกกำลังกายประเภทเทรนนิ่ง ซึ่งเป็นพื้นฐานในการพัฒนาศักยภาพการเล่นกีฬาประเภทต่างๆ โดยในปี 2562 นี้ อันเดอร์ อาร์เมอร์ ประเทศไทย ได้เข้าร่วมกับทัวร์นาเมนต์กอล์ฟสตรีแห่งปี LPGA Thailand 2019 เพื่อยกย่องผู้หญิงที่มีความกล้าและไม่ย่อท้อในการต่อสู้เพื่อทำความฝันให้เป็นจริง และสนับสนุนกับแนวคิดในการผลิตสินค้าสำหรับผู้หญิงด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะกับโครงสร้างร่างกายของผู้หญิงโดยเฉพาะ
นอกจากนี้ภายในงาน อันเดอร์ อาร์เมอร์ ได้จัดตั้งบูธการเทรนนิ่งเป็นพิเศษสำหรับนักกอล์ฟทั้งหญิงและชายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้กับวงสวิง และบริหารกล้ามเนื้อส่วนที่จำเป็น โดยมีผู้เข้าร่วมงานสนใจเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งยังได้เตรียมสานต่อความสำเร็จของการแข่งขันประจำปีอย่าง UA Golf Day เพื่อเป็นคอมมิวนิตี้ที่รวมตัวกันของนักกอล์ฟรุ่นใหม่ และเปิดประสบการณ์ให้นักกอล์ฟมือสมัครเล่นได้เล่นกระทบไหล่กับ
โปรกอล์ฟชื่อดังบนสนามกอล์ฟระดับตำนานของเมืองไทย พร้อมลุ้นรับรางวัลต่างๆ อีกมากมาย
พบกับ SPIETH 3 และเครื่องแต่งกายของนักกอล์ฟได้แล้ววันนี้ที่แบรนด์เฮาส์ของ Under Armour สาขาสยามเซ็นเตอร์, เซ็นทรัลเวิลด์, ไอคอนสยาม, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เวสต์เกต, เซ็นทรัล เฟสติวัล พัทยา, จังซีลอน ภูเก็ต, Zpell@ฟิวเจอร์พาร์ค, เมกาบางนา รวมถึงสาขาในห้างอย่าง สยามพารากอน, ดิ เอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มควอเทีย และเคาน์เตอร์กอล์ฟในห้างชั้นนำ
ครั้งแรกในไทยกับบริการธนาคารบนมือถือ ‘TMRW’ เพื่อดิจิทัลเจเนอเรชันอย่างแท้จริง!
TMRW จะพลิกโลกของบริการธนาคารให้เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น โปร่งใสกว่าเดิม พร้อมฟังก์ชั่นการบริการที่ผู้ใช้จะถูกใจและใช้บ่อยมากขึ้น โดยจะนำข้อมูลการใช้บริการที่ได้แปลเป็นข้อมูลเชิงลึก ที่จะยกระดับประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ให้น่าสนใจและมีสีสัน ขณะเดียวกันยังช่วยให้ลูกค้ารู้สึกสนใจ และสนุกกับการเก็บออม และใช้จ่ายเงินได้อย่างชาญฉลาด เมื่อลูกค้าทำธุรกรรมผ่าน TMRW มากขึ้น TMRW ก็จะเริ่มรู้ใจ และนำเสนอสิ่งที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน
จากรายงานของ Global Digital Report 2019 ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับเป็นประเทศที่มีผู้ใช้บริการธนาคารผ่านโทรศัพท์มือถือมากที่สุดในโลก และเป็นประเทศที่มีการค้าขายผ่านช่องทางดิจิทัลบนโทรศัพท์มือถือมากเป็นอันดับที่สามของโลก
TMRW เป็นธนาคารบนโทรศัพท์มือถือแรกในประเทศไทย ที่ผู้ใช้งานสามารถเปิดบัญชี และยืนยันตัวตนได้โดยไม่ต้องเดินทางไปยังธนาคารด้วยตนเอง ซึ่งการเปิดบัญชีบน TMRW สามารถทำได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่อัพโหลดรูปถ่ายบัตรประชาชน และกรอกข้อมูลอีกเพียงเล็กน้อย หลังจากนั้น ผู้ใช้งานสามารถทำการยืนยันตัวตนได้ทุกเมื่อผ่านตู้ธนาคารให้บริการอัตโนมัติ ทั้ง 200 แห่งทั่วกรุงเทพมหานคร
ประสบการณ์ในการใช้งาน TMRW ได้รับการออกแบบมาให้เรียบง่ายและราบรื่นที่สุด โดยจะไม่มีเมนูการใช้งานแบบดั้งเดิม แต่แอพพลิเคชันจะเรียนรู้จากการใช้งานของลูกค้าแต่ละคน โดยจะดึงฟังก์ชั่นและข้อมูลที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้บริการขึ้นมาไว้ด้านหน้าเพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน
นอกจากนี้ TMRW ยังเป็นแอพพลิเคชันธนาคารบนโทรศัพท์มือถือแรกของโลกที่มีฟังก์ชั่นการโทรอยู่ภายในบริการแชทแบบดิจิทัล เสมือนแอพพลิเคชันรับส่งข้อความที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน ซึ่งฟังก์ชั่นนี้ได้รับการพัฒนาโดยคำนึงถึงพฤติกรรมของคนยุคดิจิทัลที่ชอบส่งข้อความสื่อสารถึงกันมากกว่าการโทรศัพท์หากัน ผู้ใช้บริการ TMRW จึงสามารถส่งข้อความถึง chatbot เป็นภาษาไทยได้ทันที เพื่อติดต่อสอบถาม และขอความช่วยเหลือต่างๆ ได้อย่างสะดวกและง่ายดาย โดยที่ลูกค้าไม่จำเป็นต้องออกจากแอพพลิเคชัน
TMRW ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) การเรียนรู้ของโปรแกรม (machine learning) การวิเคราะห์ข้อมูล และการออกแบบอินเทอร์เฟซสำหรับผู้ใช้และความสามารถในการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนที่ล้ำสมัย ซึ่งรวมถึงโซลูชั่นที่เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีทางด้านการเงินต่างๆ เช่น บริษัทเพอร์โซเนติกส์ (Personetics) และเมนิก้า (Meniga) รวมถึงศักยภาพจากภายในองค์กรที่มาจาก Engagement Lab (eLab) ในระดับภูมิภาค โดย eLab เป็นหน่วยงานที่ถูกก่อตั้งขึ้นพิเศษเพื่อใช้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเทคโนโลยีและพฤติกรรมของผู้บริโภคล่าสุดในการสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภคอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
หนึ่งในฟีเจอร์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของ TMRW จากกลุ่มลูกค้าจำนวน 1,500 คนที่เข้าร่วมโครงการต้นแบบในประเทศไทยคือเกมการบริหารจัดการเงินที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถบรรลุเป้าหมายในการเก็บออมเงินด้วยขั้นตอนที่สนุกสนานนอกจากนี้ ภาษาที่ใช้ใน TMRW ยังปราศจากคำศัพท์เฉพาะทางด้านการธนาคาร และเป็นภาษาที่เข้าใจง่ายอีกด้วย
‘NEW MG V80’ รถตู้เอนกประสงค์ 11 ที่นั่ง น้องใหม่ล่าสุดจาก เอ็มจี!
เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เตรียมเปิดตัว ‘NEW MG V80’ รถตู้ขนาด 11 ที่นั่ง ที่มาพร้อมห้องโดยสารกว้างขว้าง พร้อมความสะดวกสบาย และระบบความปลอดภัยครบครัน เจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการรถยนต์นั่งขนาดใหญ่เพื่อการเดินทางกับครอบครัว หรือในแบบหมู่คณะ สามารถไปดุคันจริงได้ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40 ณ อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม ถึง 7 เมษายน 2562 นี้
ตั้งแต่เปิดตัวรถยนต์นั่งรุ่นแรกสู่ตลาดเมืองไทยเมื่อปี 2014 ปัจจุบัน เอ็มจี จำหน่ายรถยนต์นั่งที่ครอบคลุมทั้งรถยนต์นั่ง 4 ประตู (Sedan) รถยนต์นั่ง 5 ประตู (Hatchback) และรถเอสยูวี (SUV) โดยได้รับการตอบรับจากลูกค้าชาวไทยเป็นอย่างดี ทำให้มียอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้จากแผนงานของบริษัทฯ ที่ต้องการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ครบหลากหลายมากขึ้น ล่าสุดจึงได้เตรียมแนะนำ ‘NEW MG V80’ รถตู้เอนกประสงค์สำหรับกลุ่มลูกค้าที่กำลังมองหารถยนต์ประเภทนี้
NEW MG V80 เป็นรถยนต์ Passenger Van ขนาด 11 ที่นั่งที่มีห้องโดยสารกว้างขวาง นั่งสบาย มีความปลอดภัยสูง ตลอดจนมีพื้นที่เพียงพอสำหรับการเดินทางของสมาชิกในครอบครัวหรือหมู่คณะ และสามารถรองรับทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวัน และการเดินทางท่องเที่ยวได้อย่างลงตัว

NEW MG V80 ได้รับการออกแบบสไตล์รถยุโรปด้วยการวางเครื่องยนต์ด้านหน้า และขับเคลื่อนล้อหน้า โดยมีมิติตัวถังที่กว้าง 1.99 เมตร สูง 2.13 เมตร และพื้นห้องโดยสารที่ราบเรียบ (Flat floor) จึงทำให้ห้องโดยสารมีความโอ่โถง นั่งสบาย สามารถเดินถึงกันได้ในแบบ Walk Through พร้อมประตูสไลด์ 2 บาน และบันไดข้างไฟฟ้าระบบอัตโนมัติที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขึ้น-ลง

สะดวกยิ่งขึ้นด้วยประตูท้ายบานคู่เปิดแบบ 50 : 50 ได้กว้างถึง 180 องศา เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน
ในด้านความปลอดภัย ‘NEW MG V80’ มาพร้อมช่วงล่างที่ให้เสถียรภาพในการขับขี่แบบรถยุโรป ระบบดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ และติดตั้งระบบความปลอดภัย ESP (Electronic Stability Program) ซึ่งครอบคลุมทั้งระบบป้องกันล้อล็อก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD และระบบความปลอดภัยอื่นๆ อีกครบครัน
NEW MG V80 มากับเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอลเรล ขนาด 2.5 ลิตร ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบเกียร์อัตโนมัติ และเกียร์ธรรมดา 6 สปีด
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถชมและทดลองขับรถยนต์รุ่นต่างๆของ เอ็มจี ได้ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40 ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม ถึง 7 เมษายน 2562 ณ อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 หรือเว็บไซต์ www.mgcars.com
อาวดี้ประเทศไทยใจป้ำ!!! ส่ง 2 แคมเปญรับมอเตอร์โชว์ จองรถทุกรุ่นวันนี้ ลุ้นรับทันที ‘Audi Q7 Black Edition’ และออกเงินดาวน์ 500,000 บาท

เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าที่ให้การตอบรับอาวดี้เป็นอย่างดีทาง อาวดี้ ประเทศไทย จึงได้จัดแคมเปญให้หลายคนได้เซอร์ไพร์สแบบเต็มๆ โดยลูกค้าที่จองและออกรถ Audi ทุกรุ่น ตั้งแต่วันนี้ถึง 7 เมษายน 2562 ที่โชว์รูมอาวดี้ทุกแห่ง และในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2019 มีสิทธิ์ลุ้นเป็นเจ้าของ Audi Q7 Black Edition มูลค่า 5.999 ล้านบาท ทันที
กำหนดให้ 1 คัน ต่อ 1 สิทธิ์ (เงื่อนไขเป็นตามที่บริษัทฯกำหนด) โดยจะมีการจับรางวัลผู้โชคดีในวันที่ 1 กรกฎาคม 2562 และประกาศผลรางวัลผ่าน Facebook.com/Audi Thailand มั่นใจว่าอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญครั้งนี้ จะทำอาวดี้เป็นหนึ่งในอีกทางเลือกในระหว่างการตัดสินใจไม่มากก็น้อย ซึ่งคาดว่าจะสร้างความร้อนแรง และความคึกคักอย่างล้นหลามให้บูธอาวดี้ ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2019”
สำหรับอาวดี้ ประเทศไทย ภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2019 นอกจากแคมเปญจองรถลุ้นรับสิทธิ์เป็นเจ้าของ Audi Q7 Black Edition มูลค่า 5.999 ล้านบาท แล้ว ลูกค้ายังจะได้สัมผัสกับยนตกรรมนำเข้ารุ่นใหม่ๆ ที่เพิ่งเปิดตัวในราคาพิเศษอย่าง
- The New Audi TT Coupé 45 TFSI quattro S line ราคา 3.299 ล้านบาท
- Audi A7 Sportback 45 TFSI quattro เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ในราคาเพียง 4.399 ล้านบาท
และยนตกรรมรุ่นใหม่ล่าสุดที่มีการเปิดตัวครั้งใหญ่อีกรอบ ในกลางเดือนมีนาคม รวมถึงอีกหนึ่งโปรโมชั่นสุดพิเศษที่มีเช่นกันกับแคมเปญ “ถ้าคุณชอบเรากล้า” โดยอาวดี้ออกเงินดาวน์ 500,000 บาท สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถ Audi Q7 45 TFSI quattro S line และ Audi Q7 45 TFSI quattro S line Black Edition ทันที (เฉพาะลูกค้าที่ดาวน์ 25%) ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯกำหนด
ทั้งนี้ล่าสุดภายในงาน ‘Car of the year 2019’ การประกาศรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยม ประจำปี 2562 ‘Audi Q7’ สามารถคว้ารางวัล BEST LUXURY SUV PETROL และ BEST RIDING QUALITY LUXURY SUV นับเป็นยนตรกรรมที่สามารถคว้ารางวัลการันตีได้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับลูกค้าที่จองรถใหม่จะได้รับการดูแลจาก Audi Protection ด้วยการรับประกันรถใหม่ 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร และการให้บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance ทั่วประเทศ 24 ชั่วโมงนาน 5 ปี ยลโฉมยนตกรรมนำเข้าใหม่ของอาวดี้ ได้ที่ Audi Centre Thailand 02 765 8888, Audi New Petchaburi 02 023 4888, Audi Pattaya 038 197 888 และ Audi Phuket 076 646 666 และภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2019 ที่อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี
มอบประสบการณ์สุดล้ำภายใต้บรรยากาศเรียบง่ายอย่างมีรสนิยมกับโชว์รูม ‘วอลโว่’ สาขาหัวหมากอบอุ่นสไตล์สแกนดิเนเวียน
แนวคิด Volvo Retail Experience (VRE) ให้ความสำคัญกับวิสัยทัศน์ที่เปิดกว้างทั้งในด้านพื้นที่และการออกแบบภายในโชว์รูม พร้อมสอดแทรกสัมผัสที่เงียบสงบ และหรูหราแบบสแกนดิเนเวียน ผ่านการออกแบบเส้นสายทางสถาปัตยกรรมที่เรียบง่ายสะอาดตา เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ให้ความรู้สึกปลอดโปร่งและยกระดับวิสัยทัศน์สำหรับลูกค้า เน้นการแบ่งกั้นพื้นที่ภายในด้วยกระจกเพื่อให้ลูกค้ามองเห็นกิจกรรมต่าง ๆ ในห้องเวิร์กช็อปรูปแบบใหม่ และการติดสปอตไลต์บริเวณส่วนหลังโชว์รูมที่มักเป็นจุดอับสายตา สำหรับส่วนโชว์รูมด้านในมีการจัดพื้นที่นำเสนอข้อมูลอย่างสมดุลทั้งแบบวัตถุจริงและแบบสื่อดิจิทัล เพื่อให้มั่นใจได้ว่าพื้นที่บริการเกิดการบูรณาการและให้ความรู้สึกเปิดกว้างที่สมบูรณ์แบบ และนี่คือสิ่งชี้วัดความเชื่อถือที่ลูกค้ามีต่อวอลโว่เสมอมา
บรรยากาศโชว์รูมจำหน่ายรถยนต์รูปแบบใหม่นี้ถูกออกแบบเพื่อช่วยให้ลูกค้ารู้สึกผ่อนคลายเป็นกันเอง และทำให้ทุกครั้งที่มาเยือนโชว์รูมกลายเป็นช่วงเวลาที่ดี พบการต้อนรับที่อบอุ่น และรู้สึกรื่นรมย์ไม่ว่าจะอยู่ในโซนนั่งรอรับบริการ โซนทำงาน หรือโซนประเมินรถยนต์ กลาวได้ว่านี่คือการเปลี่ยนให้โชว์รูมกลายเป็นห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ซึ่งลูกค้าจะได้พักผ่อนแสนสบายบนเฟอร์นิเจอร์แบบสแกนดิเนเวียนและมีสัญญาณอินเตอร์เน็ต Wi-Fi ใช้ฟรี ในขณะที่โซนด้านหน้าติดถนนออกแบบให้เป็นส่วนจัดแสดงรถยนต์วอลโว่รุ่นใหม่ที่ดึงดูดใจผู้มาเยือน
การติดตั้งหน้าต่างกระจกช่วยให้ลูกค้าที่รออยู่สามารถมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องเวิร์กช็อปได้อย่างชัดเจน ช่างเทคนิคส่วนบุคคล Volvo Personal Service (VPS) ของวอลโว่ที่ผ่านการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดีซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบงานของลูกค้าเฉพาะรายยังสามารถให้คำแนะนำแก่ลูกค้าได้โดยตรง ภายใต้บรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเอง ทั้งยังสามารถเชิญลูกค้าให้เข้ามาดูรถยนต์ภายในเวิร์กช็อปได้หากจำเป็นต้องมีการซ่อมแซมเพิ่มเติมในจุดต่าง ๆ โดยภายในปี 2019 นี้ เวิร์นส์คาดว่าจะสามารถให้บริการรถยนต์ได้เฉลี่ยราววันละ 30 คัน
เวิร์นส์คือบริษัทผู้จำหน่ายรถยนต์ระดับหรูชั้นนำแห่งภูมิภาคเอเชีย ซึ่งภาคภูมิใจในการมอบประสบการณ์ชั้นเลิศแก่ลูกค้าเฉพาะรายได้ในแบบฉบับ ‘Wearnes Experience’ ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานการให้บริการชั้นเยี่ยมของวอลโว่ ซึ่งวอลโว่จะยังคงนำเสนอโซลูชั่นที่ดีเยี่ยมเพื่อการดูแลรถยนต์ของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าทุกท่านอุ่นใจได้ว่าจะสามารถเดินทางได้อย่างราบรื่นและปลอดภัยในทุกเส้นทาง

ใหม่ล่าสุด! ‘NotifyMe’ แอปพลิเคชั่นแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์…เพิ่มโอกาสทางธุรกิจตัวช่วยที่จะมาแทนที่ SMS และ E-mail
NotifyMe แอปพลิเคชั่น จะช่วยเสริมประสิทธิภาพของ Royalty Program ในแต่ละองค์กรให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เนื่องจากองค์กรสามารถติดต่อสื่อสารเพื่อให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์แก่ลูกค้าหรือสมาชิก ผ่านระบบข้อความแจ้งเตือนที่สะดวก รวดเร็ว และสามารถปรับแต่งได้ตามความเหมาะสมของกลุ่มลูกค้าโดยไม่สร้างความรำคาญใจ เนื่องจากลูกค้าสามารถเลือกภาษาในการรับข้อมูล และสามารถเลือกรับข้อมูลเฉพาะกลุ่มตามความสนใจของลูกค้าได้ หรือเลือกปิดรับการแจ้งเตือนเมื่ออยู่ในสถานที่ที่ไม่สะดวกรับข้อมูล โดย NotifyMe เปิดให้ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ผ่าน App store และ Google Play store
คุณเครก ไวท์, ซีอีโอ บริษัท อีฟ ยู แคน จำกัด กล่าวว่า “ธุรกิจองค์กรสามารถยกระดับประสบการณ์การใช้งาน และเพิ่มโอกาสทางการขายได้ทุกที่ ทุกเวลา ซึ่ง NotifyMe จะช่วยให้องค์กรสื่อสารตรงไปยังกลุ่มลูกค้าที่ต้องการได้แบบเรียลไทม์ผ่านระบบของ NotifyMe ซึ่งใช้ต้นทุนน้อยกว่า SMS”
คุณเควิน บลูม ผู้ก่อตั้ง บริษัท อีฟ ยู แคน จำกัด กล่าวว่า “เป้าหมายของเราคือการช่วยให้ธุรกิจต่างๆเชื่อมต่อและสื่อสารกับลูกค้าของพวกเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรขนาดกลาง และขนาดเล็กซึ่งมีงบประมาณจำกัด และต้องการความช่วยเหลือในการสร้างประสบการณ์การบริการที่ดีให้แก่ลูกค้าเพราะนั่นหมายถึงโอกาสในการเพิ่มยอดขาย”
จุดเด่นของแอปพลิเคชั่น NotifyMe
- ราคาถูกกว่าการส่งข้อความแบบ SMS และได้ผลดีกว่าการส่ง E-mail การส่งข้อความแจ้งเตือนด้วยแอปพลิเคชั่น NotifyMe มีราคาถูกว่าการส่ง SMS ถึง 80% อีกทั้งยังมีโอกาสที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนจะอ่านมากกว่าการส่งอีเมล์
- แจ้งเตือนได้แบบเรียลไทม์ NotifyMe แอปพลิเคชั่นเชื่อมกับระบบคลาวด์ของ อีฟ ยู แคน บริษัทหรือองค์กรจึงสามารถเข้าระบบเพื่อสร้างและส่งข้อความได้จากทุกที่ ในทุกเวลา เพื่อให้แน่ใจว่าลูกค้าหรือสมาชิกจะไม่พลาดการได้รับข้อมูลสำคัญหรือโปรโมชั่นสุดพิเศษ
- รองรับการแจ้งเตือนมัลติมีเดีย นอกจากการแจ้งเตือนประเภทข้อความแล้ว NotifyMe ยังช่วยให้ผู้ให้บริการหรือองค์กรสามารถส่งการแจ้งเตือนในรูปแบบมัลติมีเดียไม่ว่าจะเป็น รูปภาพ วีดีโอ และอื่นๆ
- เข้าถึงลูกค้าได้ตรงกลุ่ม NotifyMe แอปพลิเคชั่นมีฟังก์ชั่นเพื่อช่วยให้องค์กร หรือธุรกิจต่างๆ สามารถจัดกลุ่มและส่งการแจ้งเตือนที่แตกต่างออกไปตามความสนใจ และความต้องการของลูกค้าได้ ในทางกลับกันลูกค้าหรือสมาชิกผู้ได้รับข้อความก็สามารถเลือกรับการแจ้งเตือนเฉพาะบริษัทหรือองค์กรที่ตนเองสนใจได้เช่นกัน
- ระบบแปลภาษาอัตโนมัติ NotifyMe แอปพลิเคชั่น มีระบบแปลภาษาอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยแปลข้อความทั้งหมดจากภาษาต้นทาง ซึ่งเป็นภาษาที่ผู้รับตั้งค่าไว้ภายในแอปพลิเคชั่น และระบบแปลภาษาอัตโนมัติภายในแอปพลิเคชั่นนี้ สามารถแปลได้มากกว่า 150 ภาษาจากทั่วโลก นอกเหนือจากภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ่น ภาษาจีน และภาษาอาราบิค
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ อีฟ ยู แคน เข้าไปที่ www.ifyoucan.com
