ครั้งแรกบนโลกกับรถกระบะ ‘ซิลเวอร์ราโด’ ขนาดเท่าจริงจากตัวต่อเลโก้® 334,544 ชิ้น (มีคลิป)

เชฟโรเลต และนักเรียนจากโครงการแข่งขันหุ่นยนต์ FIRST LEGO League โรงเรียนออกซฟอร์ด คอมมูนิตี้ ร่วมกับนักเรียนจากโครงการ A World in Motion Program ของโรงเรียนมัธยม ราล์ฟ วอลโด เอเมอร์สัน ในดีทรอยต์ เปิดตัวรถกระบะขนาดใหญ่ เชฟโรเลต ซิลเวอร์ราโด ที่ถูกสร้างจากชิ้นส่วนเลโก้ขนาดเท่ารถจริงในงาน North American International Auto Show แบบจำลองนี้ถูกสร้างเป็นรถกระบะซิลเวอร์ราโด ใหม่ รุ่นปี 2019 1500 LT เทรล บอสส์ขนาดเท่ารถของจริง และเป็นรถกระบะเชฟโรเลตคันแรกที่สร้างจากตัวต่อเลโก้ทั้งหมด


รถกระบะซิลเวอร์ราโดที่ต่อจากเลโก้นี้เป็นความร่วมมือระหว่างเชฟโรเลต และวอร์เนอร์ บราเธอส์ พิคเจอร์สที่มีมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ภาพยนตร์เรื่อง ‘เลโก้ แบทแมน’ และ ‘เลโก้ แบทโมบิลจากเชฟวี่‘ ในปี 2560 โดยความร่วมมือล่าสุดนี้เกิดขึ้นจากความพยายามที่จะสร้างกิจกรรมทางการตลาดให้กับรถกระบะซิลเวอร์ราโดที่เปิดตัวไปเมื่อช่วงต้นเดือนมกราคม 2019


รถกระบะเชฟโรเลต ซิลเวอร์ราโด ไฮคันทรี ขนาดเล็กที่สร้างขึ้นเองจะอวดโฉมในภาพยนตร์แอนิเมชันแนวผจญภัย ‘เดอะเลโก้มูฟวี่ 2’ ที่จะเข้าฉายในสหรัฐอเมริกาในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งเป็นภาคต่อของการผจญภัยที่เต็มไปด้วยการต่อสู้ของเหล่าฮีโร่จากเดอะเลโก้มูฟวี่ที่รวมตัวกันต่อสู้ เพื่อปกป้องเมืองอันเป็นที่รักของพวกเขาจากเลโก้ ดูโป้ ผู้บุกรุกจากนอกอวกาศ

นายแซนดอร์ พิซซาร์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดรถกระบะเชฟโรเลต กล่าวว่า “การกลับมาร่วมงานของเชฟโรเลตและวอร์เนอร์ บราเธอส์ พิคเจอร์สครั้งนี้ เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น เราต้องการที่จะนำแบรนด์ และหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นของเราอย่างรถกระบะซิลเวอร์ราโดเข้าไปมีส่วนร่วมในภาพยนตร์ ‘เดอะเลโก้มูฟวี่ 2’
แนวคิดของการตัดสินใจ และการทำงานร่วมกันในภาพยนตร์เรื่องใหม่นี้สอดคล้องกับคุณค่าแบรนด์เชฟโรเลต และเรามั่นใจว่า รถกระบะซิลเวอร์ราโด ใหม่มีฟีเจอร์และเทคโนโลยีต่างๆ รวมถึงความทนทานที่สามารถช่วยให้ตัวละครในเรื่องอย่างเอมเม็ต ลูซี่ และเพื่อนๆ ทะยานสู่การผจญภัยครั้งใหม่ สามารถเอาชนะความท้าทายครั้งใหม่นี้ได้”

นักต่อเลโก้ที่ได้รับการฝึกฝนเป็นพิเศษทั้ง 18 คน ใช้เวลาสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้มากกว่า 2,000 ชั่วโมงในการคัดเลือกตัวต่อด้วยมือและนำตัวต่อเลโก้ทั้งหมด 334,544 ชิ้น มาประกอบเป็นรถกระบะเชฟโรเลต ซิลเวอร์ราโดจากตัวต่อเลโก้ สีแดง ที่มีรายละเอียดของแสงและข้อมูลกราฟฟิคบนรถ

รู้หรือไม่

  • รถกระบะซิลเวอร์ราโดที่สร้างจากเลโก้นี้มีความสูง 72 นิ้ว (6 ฟุต) ความยาว 240 นิ้ว (20 ฟุต) และความกว้าง 96 นิ้ว (8 ฟุต)
  • น้ำหนักรวมทั้งหมด 3,307 ปอนด์ (ประมาณ 1,500 กิโลกรัม)
  • จำนวนตัวต่อของรถกระบะซิลเวอร์ราโดที่สร้างจากเลโก้ ทั้งหมด 334,544 ชิ้น แต่ละชิ้นมีการคัดเลือกด้วยมือและประกอบโดยนักต่อเลโก้ที่ผ่านการอมรมมาเป็นพิเศษ
  • ตัวต่อที่ถูกใช้มากที่สุดสำหรับรถคันนี้ คือ ตัวต่อ 2X8 สีแดง
  • รถกระบะซิลเวอร์ราโดที่ต่อจากเลโก้ ต่อโดยนักต่อเลโก้ที่ 18 คนใช้เวลาในการต่อมากกว่า 2,000 ชั่วโมง
  • รถกระบะซิลเวอร์ราโดที่ต่อจากเลโก้ ได้รับการออกแบบและประกอบโดยนักต่อเลโก้ผู้เชี่ยวชาญในร้านเลโก้ กรุ๊ป โมเดล ช็อป เมืองเอนฟิลด์ รัฐคอนเนตทิคัต


Brompton Gold Edition ฉลองครอบรอบ 20 ปี ‘บรอมพ์ตัน ไบซิเคิล เอเชีย’ เพียง 95 คันในไทย

บรอมพ์ตัน (Brompton) แบรนด์จักรยานแบบพับได้สัญชาติอังกฤษ เฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปีในเอเชียด้วยการปล่อยคอลเลคชั่นสุดพิเศษในชื่อ ‘20 Years in Asia Gold Edition’ โดยคอลเลคชั่นสุดพิเศษนี้ จะเป็นจักรยานสีทองสุดหรู ซึ่งในในวัฒนธรรมเอเชียสีทองนั้นสื่อถึงความโชคดี เจริญรุ่งเรือง

โดยจักรยานรุ่นพิเศษที่ผลิตออกมา 1,000 คัน จะถูกนำไปจำหน่ายตามภูมิภาคต่างๆ โดยในประเทศไทยจะมีมาให้แฟนๆ ได้จับจองกันเพียง 95 คันเท่านั้น ซึ่งนี่ก็ยิ่งทำให้คอลเลคชั่นสุดพิเศษเป็นที่ต้องการมากขึ้นไปอีก

สีทองอร่ามของจักรยานสุดพิเศษรุ่นนี้ ทำจากท่อเหล็กชั้นดีที่ประกอบกับวัสดุเกรดเอสีดำมันวาว โดยส่วนประกอบอื่นๆมีตั้งแต่ แฮนบาร์ เบาะนั่ง ล้อขนาด 16 นิ้ว อีกทั้งความพิเศษของจักรยานรุ่น Gold Editions ยังโดดเด่นตรงที่เบาะจักรยานสีดำ Brooks B17 ซึ่งเป็นเบาะหนังพรีเมียมทำมืออย่างปราณีตนำเข้าจากอังกฤษ โดยจักรยานคอลเลคชั่นพิเศษรุ่นนี้ยังมาพร้อมกับชุดอุปกรณ์เครื่องมือสีทองและใบรับรองการเป็นเจ้าของจักรยานรุ่นนี้ไปครอบครองอีกด้วย

บรอมพ์ตันเป็นจักรยานพับที่พกพาสะดวก พับเก็บง่าย ตลอดจนดีไซน์ที่ล้ำสมัยเป็นเครื่องพิสูจน์ความฮอตฮิตในหมู่ผู้ที่ชื่นชอบการปั่นจักรยานทั่วเอเชีย เพราะน้ำหนักจักรยานที่เบา กะทัดรัด พกพาสะดวกชนิดที่ว่าสามารถพับเก็บไว้หลังรถยนต์หรือนำขึ้นไปบน BTS และ MRT ได้ ถือเป็นคุณสมบัติที่ตอบโจทย์การเดินทางของคนเมือง

โดยเฉพาะชาวกรุงเทพฯ ที่มักจะต้องเผชิญกับปัญหารถติดตลอดจนปัญหาร้ายแรงล่าสุดอย่างปัญหาค่ามลพิษในอากาศเกินระดับมาตรฐาน ทำให้การปั่นจักรยานกลายเป็นทางเลือกของการเดินทางที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย และยังช่วยลดมลพิษทางอากาศได้อีกด้วย
บรอมพ์ตัน ไบซิเคิล รุ่น Gold Edition ได้เปิดให้พรีออเดอร์แล้วตั้งแต่วันนี้ที่ร้านตัวแทนจำหน่ายจักรยานบรอมพ์ตัน ได้แก่ British Cycle Square, Tinywheels ทั้ง 3 สาขา และ ร้าน One Fine Day สาขากรุงเทพฯ และ หาดใหญ่ โดยสนนราคาอยู่ที่ 83,450 บาท


เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย เปิด ‘คลังอะไหล่แห่งใหม่’ เพิ่มความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าทั่วประเทศ

บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เตรียมพร้อมรองรับแผนการดำเนินธุรกิจ 
และการขยายตัวของปริมาณการจำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ในอนาคต ขยายพื้นที่ ส่วนบริการลูกค้า บนถนนบางนา-ตราด กม.19 ด้วยพื้นที่รวมกว่า 45,000 ตารางเมตร พร้อม ทุ่มงบ 500 ล้านบาท เพื่อเปิดตัว ‘คลังอะไหล่แห่งใหม่’ ที่สามารถวิเคราะห์ และจัดเก็บอะไหล่ พร้อมติดตั้งเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ‘I4AP – ไอโฟร์เอพี’ (Innovation of Asia Pacific) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และความรวดเร็วในการจัดการ รวมถึงการกระจายอะไหล่ไปยังดีลเลอร์ทั้ง 32 แห่ง เพื่อเป้าหมายในการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าทั่วประเทศ

เมอร์เซเดส-เบนซ์ดำเนินงานโดยให้ความสำคัญกับความต้องการของลูกค้าเป็นอันดับแรก จึงมุ่งให้บริการที่ดีเลิศเพื่อนำไปสู่ความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า จากสถิติ เมอร์เซเดส-เบนซ์ สามารถครองตำแหน่งผู้นำอันดับหนึ่งติดต่อกันถึง 18 ปีในตลาดรถหรู จึงเป็นเสมือนสิ่งยืนยันความไว้วางใจจากลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง และเพื่อเป็นการรองรับการขยายตัวของปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ และจำนวนของลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคตจึงมีการวางแผนยกระดับบริการหลังการขาย โดยเฉพาะในด้านการบำรุงรักษาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลรักษารถยนต์ของลูกค้าให้มากขึ้น

ล่าสุด บริษัทฯ ได้ขยายพื้นที่ส่วนบริการลูกค้า บนถนนบางนา-ตราด กม. 19 เพิ่มขึ้นเป็น 
45,000 ตารางเมตร พร้อมทุ่มงบ 500 ล้านบาท เปิดตัว ‘คลังอะไหล่แห่งใหม่’ ขนาดพื้นที่ 13,000 ตารางเมตร โดยคลังอะไหล่แห่งนี้มีศักยภาพในการขยายพื้นที่จัดเก็บอะไหล่ออกไปได้อีกรวมเป็น 15,000 ตารางเมตร อีกทั้งบริษัทฯ ยังได้จัดสรรพื้นที่เดิมอีกกว่า 30,000 ตารางเมตร เพื่อใช้สร้างเป็นศูนย์ฝึกอบรม และพัฒนาช่างเทคนิคแห่งใหม่

พื้นที่แถบถนนบางนา-ตราด เป็นทำเลจุดยุทธศาสตร์ในด้านโลจิสติกส์ทั้งการขนส่งทางเรือ รถ และเครื่องบิน ทำให้สามารถกระจายอะไหล่ให้กับผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการทั้ง 32 แห่งทั่วประเทศได้อย่างสะดวก และรวดเร็ว โดย
คลังอะไหล่แห่งใหม่นี้ มีหน้าที่วิเคราะห์ และจัดเก็บอะไหล่ที่ใช้ในการบำรุงรักษา และ
การซ่อมแซมทั่วไปสำหรับรถยนต์ทุกแบรนด์ที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) นำเสนอแก่ลูกค้า ทั้งเมอร์เซเดส-เบนซ์ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี เมอร์เซเดส-มายบัค และอีคิว

คลังอะไหล่แห่งใหม่นี้ได้รับการออกแบบ และก่อสร้างตามมาตรฐานคลังอะไหล่ของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทั่วโลก พร้อมรองรับการติดตั้งเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ‘I4AP’ (Innovation of Asia Pacific) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และความรวดเร็วในการจัดการอะไหล่ และรองรับ การบริหารจัดการอะไหล่คงคลังของผู้จำหน่าย (Dealer Inventory Management System: DIMS) รวมถึงการเพิ่มพื้นที่ในการบริหารสินค้าขาออก (Outbound logistics) ที่ใช้จัดส่งสินค้าไปยังผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการทั้ง 32 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ การจัดส่งอะไหล่ ให้ได้มากถึง 2,000 ไลน์ต่อวัน

ขั้นตอนการดำเนินงานที่คลังอะไหล่จะเริ่มต้นจาก พื้นที่สินค้าขาเข้า (Inbound logistics) เพื่อใช้รับอะไหล่รถยนต์ที่ส่งตรงมาจากประเทศเยอรมนี และสิงคโปร์ เพื่อนำมาจัดเก็บในคลังสำรองอะไหล่ให้เพียงพอต่อความต้องการของดีลเลอร์ทั่วประเทศ ซึ่งเมื่อมีการสั่งซื้ออะไหล่มาจาก
ดีลเลอร์ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการเพื่อนำสินค้ามายังพื้นที่สินค้าขาออก (Outbound logistics) และเตรียมพร้อมจัดส่งอะไหล่ให้ดีลเลอร์ทั้ง 17 แห่งที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลได้ภายในวันเดียวกัน และจัดส่งถึงดีลเลอร์อีก 15 แห่งที่ตั้งอยู่ในต่างจังหวัดภายในวันรุ่งขึ้น

การบริหารคลังอะไหล่ของเมอร์เซเดส-เบนซ์เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ โดยเป็นการผสมผสานระหว่างการแบ่งตามปริมาณการซื้อ เพื่อแยกประเภทเป็นอะไหล่หมุนเวียนเร็ว (Fast Moving) อะไหล่หมุนเวียนปานกลาง (Medium Moving) และอะไหล่หมุนเวียนช้า (Slow Moving) กับการแบ่งประเภทและขนาดของอะไหล่ เพื่อเข้าจัดเก็บใน 6 โซนหลัก

6 โซนหลักที่ว่าได้แก่ 1.โซนอะไหล่
ขนาดเล็กและกลาง 2.โซนอะไหล่ขนาดใหญ่และหนัก 3.โซนอะไหล่พิเศษ เช่น แบตเตอรี่ไฮบริด 4.โซนสารเคมี เพื่อจัดเก็บสารเคมีอันตราย 5.โซนควบคุมอุณหภูมิ 6.โซนกุญแจ ซึ่งบริษัทฯ ได้เพิ่มระบบความปลอดภัยในคลังอะไหล่ เพื่อการป้องกันที่รัดกุมยิ่งขึ้น โดยมีการสร้าง และออกแบบห้องพิเศษเพื่อใช้ในการจัดเก็บอะไหล่ ที่สามารถป้องกันเหตุฉุกเฉิน และจำกัดบริเวณความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้

นอกจากการขยายพื้นที่ และเพิ่มประสิทธิภาพในด้านเทคโนโลยีแล้ว บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญในด้านการพัฒนาทักษะบุคลากรโดยเราได้เชิญทีมเจ้าหน้าที่จากเดมเลอร์ เอจี มาทำการฝึกอบรมพนักงาน เพื่อให้สามารถใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ และเรียนรู้ระบบการจัดเก็บอะไหล่ได้ อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าอีกด้วย


ออเนอร์ ประกาศผู้ชนะแคมเปญ ‘Fashion For The Brave’ พร้อมแจกรางวัลใหญ่ HONOR 10 Lite

ออเนอร์ประกาศผลผู้ชนะจากแคมเปญ ‘Fashion For The Brave’ นำทีมโดย เบียร์-ภัสรนันท์ และ กลอย-ประวีวรรณ เฟ้นหาคนรุ่นใหม่ที่มีใจรักในด้านแฟชั่นที่มาร่วมแต่งตัวให้ตรงตามคอนเซ็ปต์ของสมาร์ทโฟน ออเนอร์ โดยผู้ชนะในแคมเปญนี้ ได้แก่ ผู้ที่แต่งตัวตรงตามคอนเซ็ปต์ของสมาร์ทโฟน HONOR 8X สีแดง ทั้งนี้ออเนอร์ยังแจกรางวัลใหญ่สุดพิเศษ HONOR 10 Lite ให้แก่แฟนๆทางบ้านที่มาร่วมโหวตเลือกผู้ชนะของแคมเปญนี้อีกด้วย

ด้วยดีไซน์การแต่งตัวแนวสปอร์ตตี้เกิร์ลที่แฝงไปด้วยสไตล์ความสนุกแบบไม่เหมือนใครของผู้เข้าแข่งขันท่านนี้ ทำให้แฟนๆออเนอร์ เทใจกระหน่ำไลค์ให้จนได้กลายเป็นผู้ชนะภายในแคมเปญ โดยแรงบันดาลใจของลุคนี้มาจากคอนเซ็ปต์ของสมาร์ทโฟน HONOR 8X สีแดง ที่มาพร้อมกับดีไซน์อันโฉบเฉี่ยวแบบไล่เฉดสี 2 ระดับ ประกอบกับหน้าจอขนาดใหญ่ 6.5 นิ้ว ครบครันทุกฟังก์ชั่นการใช้งานภายในเครื่องเดียวไม่เพียงแต่ผู้เข้าแข่งขันในแคมเปญเท่านั้น ออเนอร์ยังแจกรางวัลใหญ่สุดพิเศษ HONOR 10 Lite เซลฟี่สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดจากออเนอร์ที่กล้องหน้ามาพร้อมกับเทคโนโลยี AI ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล ให้กับแฟนๆทางบ้านที่มาร่วมสนุกกับแคมเปญโหวตเลือกผู้ชนะผ่านทางเพจ HONOR Thailand เป็นที่เรียบร้อย


SanDisk Extreme® Portable SSD จิ๋ว อึด ถึก ทน!

SanDisk Extreme® Portable SSD อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลดิจิทัลแบบพกพา ที่เกิดมาเพื่อช่างภาพสายลุยที่ต้องการอุปกรณ์ที่มีความเร็วสูง ขนาดความจุมากพอ ทนทานพร้อมที่จะลุยไปกับเราในทุกหนทุกแห่งเพื่อตอบรับการจัดเก็บไฟล์ต่างๆ อันทรงคุณค่าของเรา

SanDisk Extreme Portable SSD ที่ทนทานนี้ทำให้สามารถโอนข้อมูลด้วยความเร็วในการอ่านสูงถึง 550MB/วินาที ซึ่งเหมาะสำหรับการบันทึก และแก้ไขรูปภาพ และวิดีโอที่มีความละเอียดสูง นอกจากนี้ยังสามารถกันฝน น้ำกระเซ็น น้ำหก และฝุ่นได้ด้วย และมีความทนทานที่ระดับ IP551

SanDisk Extreme Portable SSD เหมาะสำหรับการถ่ายภาพจำนวนมากด้วยความจุสูงสุด 2TB ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างสรรค์ผลงานได้ทุกที่ทุกเวลา หรือทำการสำรองข้อมูลได้ทันที ณ สถานที่นั้นได้เลย

คุณสมบัติของ SanDisk Extreme® Portable SSD มีดังนี้

  • โอนถ่ายข้อมูลด้วยความเร็วอ่านสูงถึง 550MB/วินาที
  • ทนทาน กันฝน น้ำกระเซ็น น้ำหก และฝุ่นได้ (ด้วยอันดับความทนทานที่ระดับ IP55) ด้วยไดร์ฟโซ-ลิดสเตตจึงทำให้ทนทานต่อแรงกระแทกมากขึ้น3
  • SanDisk Extreme Portable SSD มอบประสิทธิภาพการทำงานและความจุที่สูงในขนาดสำหรับการพกพาในกระเป๋าเสื้อ กะทัดรัด และขนาดเหมาะมือ
  • สามารถใช้งานได้กับคอมพิวเตอร์ PC และเครื่อง MAC นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับการรับประกัน 3 ปี


SanDisk Extreme Portable SSD มี4 จำหน่ายใน 4 ขนาดความจุเริ่มจากขนาด 256GB ราคา 3,990 บาท, ขนาด 512GB ราคา 6,990 บาท, ขนาด 1TB ราคา 12,900 บาท และขนาด 2TB ราคา 24,900 บาทสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.sandisk.com


มินิ คูเปอร์ เอส แฮทช์ 3 ประตู และ 5 ประตู ในสีสุดคลาสสิก Ice Blue Edition รุ่นพิเศษฉลองมินิครบรอบ 60 ปี!

กลับมาให้เป็นเจ้าของกันอีกครั้งกับสีสุดคลาสสิก Ice Blue ของมินิ ที่เคยครองใจแฟน ๆ ในเจนเนอเรชั่นที่ผ่านมา ในปีนี้ แฟน ๆ ชาวไทย จะได้พบกับมินิ คูเปอร์ เอส Ice Blue Edition ที่มาในลุคเรโทรย้อนยุค แต่พกเทคโนโลยีล้ำสมัยและสมรรถนะล่าสุดของมินิมาอย่างเต็มเปี่ยม สะกดทุกสายตาบนท้องถนนด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์รอบคันสไตล์มินิ ในตัวถังสีฟ้า Ice Blue ตัดกับฝาครอบกระจกและเส้นสายบนฝากระโปรงหน้าสีส้ม Solaris Orange สร้างความโดดเด่นเฉพาะตัวให้แก่มินิรุ่นพิเศษนี้ และมีเพียง 20 คันเท่านั้น


โดยไฮไลท์ของการเปิดตัว มินิ คูเปอร์ เอส Ice Blue Edition รุ่นพิเศษนี้ คือลูกค้าจะสามารถทำการจอง และสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้บนเว็บไซต์ www.mini.co.th เพียงแค่เลือกรุ่นที่ต้องการ ระบุสาขาของผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ กรอกข้อมูลส่วนตัว และชำระค่าจองเป็นจำนวน 100,000 บาท หลังจากนั้นจะได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ภายในเวลา 48 ชั่วโมง

มินิ คูเปอร์ เอส Ice Blue Edition เสริมความปราดเปรียวด้วยชุดแต่งจอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ รอบคัน ไม่ว่าจะเป็นสปอยเลอร์หลังคาสีฟ้า Ice Blue ล้ออัลลอยจอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ ลาย Track Spoke ขนาด 17 นิ้ว 
สีดำแบบ runflat

รวมถึงดีไซน์ภายในที่มาในลุคสปอร์ตโฉบเฉี่ยวด้วยพวงมาลัยหนังแท้จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ เบาะนั่งจอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ บุผ้า Dinamica แบบสปอร์ตสีดำ Carbon Black ที่รับกับการตกแต่งห้องโดยสารในสไตล์ MINI Yours Piano Black Illuminated พื้นผิวห้องโดยสารสีดำมันวาว พร้อมติดตั้งระบบแสงไฟสร้างบรรยากาศที่บริเวณมือจับประตู ที่สามารถเลือกได้ถึง 12 สี เข้ากับทุกอารมณ์ และบรรยากาศ

นอกจากนี้ มินิ คูเปอร์ เอส Ice Blue Edition ยังตอกย้ำคาแร็คเตอร์สไตล์อังกฤษที่โดดเด่นของมินิรุ่นล่าสุด ด้วยไฟท้ายในรูปทรงและเส้นไฟ LED ลายธงยูเนียน แจ็คแห่งสหราชอาณาจักร และไฟหน้าแบบวงแหวนเต็มวงในดีไซน์ใหม่ที่ให้ความสว่างมากขึ้นทั้งในโหมดไฟต่ำ และไฟสูง ด้วยไฟหน้า LED พร้อมด้วยไฟ LED Daytime Running Light และฟังก์ชันไฟเลี้ยวภายในวงแหวนเดียวกัน โดยไฟจะเปลี่ยนสีจากสีขาวเป็นสีส้มขณะที่ทำการเปิดไฟเลี้ยว

ความพิเศษของแพ็คเกจ MINI Excitement ด้วย Logo Projection ที่สร้างเอกลักษณ์สะดุดตาด้วยการฉายโลโก้มินิลงบนพื้นนอกตัวรถบริเวณฝั่งคนขับเมื่อเปิดหรือปิดประตูรถ และรุ่นพิเศษนี้ยังมาพร้อมเทคโนโลยีล่าสุดอย่างแท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย (Wireless Charging) ติดตั้งบริเวณช่องในที่วางแขนกึ่งกลางตัวรถ โดยสามารถวางโทรศัพท์รุ่นที่รองรับระบบการชาร์จไร้สายบนแท่นเพื่อชาร์จได้เลย

อีกหนึ่งไฮไลท์เพื่อสร้างความพิเศษให้กับลูกค้าและเพิ่มเอกลักษณ์หนึ่งเดียวให้กับตัวรถเฉพาะรุ่นนี้เท่านั้น ลูกค้าที่จองมินิ Ice Blue Edition ทุกท่านจะสามารถออกแบบกรอบไฟเลี้ยวด้านข้าง (MINI side scuttles) ได้ด้วยตนเอง ซึ่งมินิจะใช้เทคโนโลยีเครื่องพิมพ์สามมิติในการสร้างสรรค์กรอบไฟเลี้ยวด้านข้างของตัวรถตามความต้องการของลูกค้า โดยสามารถเลือกสี ดีไซน์ และใส่ชื่อตนเองหรือตัวอักษรได้ผ่านทางเว็บไซต์ ซึ่งจะใช้เวลาผลิตประมาณ 6 สัปดาห์หลังจากได้รับการยืนยันแบบและส่งให้กับลูกค้ามินิ คูเปอร์ เอส แฮทช์ 3 ประตูและ 5 ประตู Ice Blue Edition ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเบนซิน 4 สูบ ให้พละกำลังสูงสุด 141 กิโลวัตต์ / 192 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตรที่ 1,350 – 4,600 รอบต่อนาที ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Steptronic คลัทช์คู่ 7 จังหวะ ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 235 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลา 6.7 วินาทีสำหรับมินิ คูเปอร์ เอส แฮทช์ 3 ประตู และ 6.8 วินาทีสำหรับมินิ คูเปอร์ เอส แฮทช์ 5 ประตู พร้อมด้วยเทคโนโลยีการขับขี่และระบบความปลอดภัยล้ำสมัยเพื่อมอบความสะดวกสบายให้แก่ผู้ขับขี่ในทุกเส้นทาง


มินิ ประเทศไทย ฉลองครบรอบ 60 ปี เปิดตัวมินิ Ice Blue Edition พร้อมเซอร์ไพรส์สุดพิเศษสำหรับแฟนมินิเท่านั้น

มินิ ประเทศไทย เฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปียนตรกรรมสไตล์บริติชสุดคลาสสิก ขนทัพแคมเปญและกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟมามอบให้แก่ลูกค้าชาวไทยตลอดทั้งปี 2562 พร้อมเผยโฉมมินิ คูเปอร์ เอส แฮทช์ 3 ประตูและ 5 ประตู Ice Blue Edition รุ่นพิเศษ และสามารถจับจองเป็นเจ้าของผ่านช่องทางการจองและสั่งซื้อออนไลน์ทาง www.mini.co.th และมีจำนวนจำกัดเพียง 20 คันเท่านั้น

เซอร์ไพรส์เด็ดสำหรับแฟนๆ มินิตลอดทั้งปี
เพื่อฉลองโอกาสครบรอบ 60 ปีนี้ มินิ ประเทศไทยเอาใจลูกค้าชาวไทยด้วยหลากหลายแคมเปญตลอดทั้งปี โดยเริ่มต้นในเดือนแห่งความรักกับข้อเสนอประกันภัยชั้นหนึ่งนานสูงสุดถึง 60 เดือน สำหรับลูกค้าทุกท่านที่ออกรถมินิ แฮทช์ 3 ประตู รุ่นคูเปอร์ และคูเปอร์ ดี มินิ แฮทช์ 5 ประตู รุ่นคูเปอร์ และคูเปอร์ ดี รวมถึงมินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน

https://www.youtube.com/watch?v=GEjfXT6vC9E
ในเดือนกุมภาพันธ์ ศกนี้ โดยลูกค้ายังได้สิทธิ์ร่วมลุ้นตั๋วเครื่องบินไป-กลับ 2 ที่นั่ง ลัดฟ้าไปเยือนถิ่นกำเนิดของมินิถึงประเทศอังกฤษ และร่วมทริปเยือนโรงงาน MINI Plant Oxford เพื่อเยี่ยมชมสายการผลิตรถยนต์มินิอย่างใกล้ชิด จำนวน 10 รางวัล

อีกไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้คือการเปิดตัวมินิ รุ่นพิเศษ 60 Years Edition ในประเทศไทย พร้อมให้ยลโฉมพร้อมกันทั่วประเทศไทยในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน ศกนี้ ณ อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี สำหรับผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ผู้จำหน่ายมินิอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ และสามารถติดตามแคมเปญในเดือนอื่นๆ รวมถึงรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.mini.co.th

และ
แน่นอนว่า มินิ ประเทศไทย ไม่ได้ฉลองปีเกิดอย่างเดียวดาย แต่ได้ขนทัพพันธมิตร แบรนด์ชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศมาร่วมเฉลิมฉลองปีเกิดมากมาย อาทิ เซ็นทรัลพัฒนา จัด MINI National Roadshow และ MINI Expo เปิดโอกาสให้ลูกค้าและผู้รักมินิทุกท่านสัมผัสรถยนต์มินิหลากหลายรุ่น ที่มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ โดยงานจะเดินทางไปพบกับแฟนๆ ถึง 9 จังหวัด ณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ

ส่วนฝั่งแบรนด์ไอศกรีมพรีเมียม Guss Damn Good ก็มาร่วมกับมินิ ประเทศไทย รังสรรค์ไอศกรีมโฮมเมดรสชาติใหม่ในสไตล์มินิ โดยไอศกรีมรสใหม่นี้จะแจกให้ผู้เยี่ยมชมทุกท่านที่เข้าร่วมงาน MINI National Roadshow รวมถึงมีจำหน่ายที่ร้าน Guss Damn Good ทุกสาขาตลอดทั้งปี นอกจากนี้
แบรนด์เสื้อผ้าสัญชาติอังกฤษอย่าง SuperDry ก็จะสร้างสรรค์คอลเล็คชั่นใหม่ อัดแน่นด้วยแรงบันดาลใจจากเอกลักษณ์ของมินิตลอด 60 ปีที่ผ่านมา โดยคอลเล็คชั่นใหม่นี้จะวางจำหน่ายที่ร้าน SuperDry ทุกสาขาทั่วประเทศ แต่ความสนุกยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะมินิ ประเทศไทยก็จับมือกับ Plan B ผู้นำสื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัย มอบเซอร์ไพรส์ให้ทุกคนเพื่อฉลอง 60 ปีของมินิครั้งนี้แบบทั่วถึงกัน

ส่วนกิจกรรมเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่ลูกค้ามินิรอคอย และกิจกรรมที่จะกลับมาอีกครั้งในปีนี้ตามเสียงเรียกร้องของแฟนๆ อย่าง MINI UNITED ทางมินิ ประเทศไทยจะแจ้งรายละเอียดให้ทราบเร็วๆ นี้ โดยสามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์และแฟนเพจ facebook.com/MINI.Thailand


‘ไทยยามาฮ่า’ ประกาศดันเด็กไทยในนาม ‘ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม’ ล่าแชมป์ทุกรายการ

นายพงศธร เอื้อมงคลชัย รองประธานกรรมการบริหาร(ด้านซ้ายของภาพ) พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด นำทีมแข่งจากประเทศไทยเข้าร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวทีมแข่งอย่างเป็นทางการของ ยามาฮ่า มอเตอร์ ในทุกระดับการแข่งขัน นับตั้งแต่ โมโตจีพี, เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ และระดับเอเชีย ซึ่งนับเป็นหนึ่งในการประกาศแนวทางสำคัญด้านมอเตอร์สปอร์ตของ ยามาฮ่า ในปี 2019 ที่ต้องการกลับมาทวงความยิ่งใหญ่อีกครั้งในทุกรายการ

โดย บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ประกาศพร้อมผลักดันนักบิดไทยอย่างเต็มตัว เพื่อสร้างประวัติศาสตร์ในฤดูกาล 2019 ด้วยการส่ง อนุภาพ ซามูล และ เขมินท์ คูโบะ ลุยศึกรถจักรยานยนต์ทางเรียบ รายการ เอฟไอเอ็ม ซีอีวี โมโตทู แชมเปี้ยนชิพ แบบเต็มฤดูกาล ภายใต้สังกัด วีอาร์46 มาสเตอร์แคมป์ ทีม

ขณะเดียวกันยังเปิดตัวทีมแข่ง ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ลุยศึก เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2019 ซึ่งนำโดย รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ และ อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ ในรุ่นใหญ่ เอเชีย ซูเปอร์ไบค์ 1000 ซีซี, พีระพงศ์ บุญเลิศ ในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี และ 2 ดาวรุ่งหน้าใหม่ในคลาส เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี อย่าง สุทธิภัทร พัชรีธร และ สวพล นิลพงษ์

โดยงานแถลงข่าวครั้งนี้จัดขึ้น ณ สนาม เซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย เมื่อเร็วๆ นี้


‘อีซูซุ’ จัดแข่งขันทักษะด้านการขาย และบริการหลังการขาย มุ่งพัฒนาบุคลากรมืออาชีพ!

บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำวงการรถยนต์เมืองไทย จัดการแข่งขัน ‘ทักษะด้านการขายและบริการหลังการขายอีซูซุ’ ประจำปี 2561 รอบชิงชนะเลิศ ส่งเสริมการพัฒนาความรู้ความสามารถของบุคลากรทั้งส่วนงานขาย และบริการหลังการขาย เพื่อขับเคลื่อนไปสู่ความสำเร็จ สร้างความพอใจสูงสุดแก่ลูกค้า ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 5.5 ล้านบาท โดยมีผู้จำหน่ายอีซูซุทั่วประเทศ ผู้จำหน่ายอีซูซุใน สปป.ลาว และประเทศกัมพูชาส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขัน ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานีกลุ่มตรีเพชร โดย มร.โทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “การแข่งขัน “ทักษะด้านการขายและบริการหลังการขายอีซูซุ” ได้จัดทำอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยในปีนี้ได้รับการตอบรับจากผู้จำหน่ายอีซูซุทั่วประเทศมากกว่าทุกครั้ง รวมถึงผู้จำหน่ายอีซูซุใน สปป.ลาว และกัมพูชา ทำให้ในรอบคัดเลือกมีผู้เข้าร่วมแข่งขันกว่า 1,900 คน และผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศจำนวน 214 คน ซึ่งจะช่วยพัฒนาความรู้ความสามารถ เพิ่มพูนประสิทธิภาพการปฏิบัติงานและประสบการณ์ในการแก้ปัญหาแบบมืออาชีพให้กับบุคลากรของอีซูซุมากยิ่งขึ้น เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่ง และยกระดับความพอใจของลูกค้า สอดคล้องกับวิถีอีซูซุ นั่นคือ ผู้ใช้สุขใจ เพิ่มพูนรายได้ ช่วยให้สังคมพัฒนา

โดยในปี พ.ศ.2561 อีซูซุสามารถสร้างความพอใจในการบริการหลังการขาย หรือ CSI ในกลุ่มรถยนต์แบรนด์ยอดนิยมได้เป็นอันดับ 1 ของประเทศ จากการสำรวจของ J.D.Power นอกจากนี้ยังภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ทีมช่างอีซูซุจากประเทศไทยสามารถคว้าแชมป์โลกอันดับ 1 จากการแข่งขัน Isuzu World Technical Competition I-1 Grand Prix 2018, LCV division สำหรับกลุ่มรถปิกอัพ และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ ดังนั้นเพื่อรักษาศักดิ์ศรี และเกียรติยศของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตเพื่อส่งออกรถปิกอัพอีซูซุดีแมคซ์ไปจำหน่ายทั่วโลก เราคาดหวังว่าทีมช่างของเราจะสามารถรักษาอันดับ 1 ในระดับโลกไว้ได้อีกครั้งสำหรับการแข่งขันในปีนี้”

การแข่งขันทักษะด้านการขายและบริการหลังการขายอีซูซุ ประจำปี 2561 รอบชิงชนะเลิศนี้ ผู้เข้าแข่งขันต้องผ่านการทดสอบอย่างเข้มข้นตามมาตรฐานการปฏิบัติงานในแต่ละด้าน โดยมีคณาจารย์จากสถาบันการศึกษาชั้นนำให้เกียรติร่วมเป็นกรรมการตัดสินในครั้งนี้ด้วย โดยผลการแข่งขันมีดังนี้

  • รางวัลชนะเลิศ เจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์อีซูซุ ได้แก่ คุณเรวดี หนองริมบ้าน (ด้านการขาย) คุณสมบูรณ์ เกษราธิคุณ (ด้านการบริการหลังการขาย) และ คุณจิรภัทร ศิลาขาว (เจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์) จากบริษัท ประชากิจมอเตอร์เซลส์ จำกัด (สำนักงานใหญ่) รับเงินรางวัล 300,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ และประกาศนียบัตร
  • รางวัลชนะเลิศ ที่ปรึกษาการขายอีซูซุ ประเภทรถปิกอัพและรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ ได้แก่ คุณนพณัฐ ศรีใส บริษัท ธารา จำกัด และประเภทรถบรรทุกขนาดกลางและใหญ่ ได้แก่ คุณกัณฑ์อเนก จ่าเจริญ บริษัท อีซูซุสุพรภัณฑ์ชุมพร จำกัด รับเงินรางวัลท่านละ 100,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ และประกาศนียบัตร
  • รางวัลชนะเลิศ ทักษะด้านบริการหลังการขายประเภททีม ได้แก่ คุณธนศักดิ์ ศุภกีรติโรจน์ และคุณอุกฤษฎ์ วันทา (พนักงานช่าง) คุณคมสัน ราชอำไพ (ที่ปรึกษางานบริการ) และคุณวิชิต หนูเกลี้ยง (ครูฝึกช่างยนต์) บริษัท อีซูซุอันดามันเซลส์ จำกัด (ย่านตาขาว) รับเงินรางวัล 400,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ และประกาศนียบัตร

  • รางวัลชนะเลิศ พนักงานช่างประเภทรถบรรทุกขนาดกลางและใหญ่ ได้แก่ คุณเชาวลิต ขำขาว และคุณณัฐวุฒิ พลฤทธิ์ บริษัท อีซูซุอันดามันเซลส์ จำกัด (สำนักงานใหญ่) รับเงินรางวัล 200,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ และประกาศนียบัตร
  • รางวัลชนะเลิศ ทักษะงานอะไหล่อีซูซุ ได้แก่ คุณกฤษฎา บุญจอง บริษัท อีซูซุตังปักอุบล จำกัด (สำนักงานใหญ่) รับเงินรางวัล 100,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ และประกาศนียบัตร

  • รางวัลชนะเลิศ การประกวดผลงานสิ่งประดิษฐ์อีซูซุ ได้แก่ คุณสุรพันธ์ สงกรานต์ บริษัทอีซูซุเสนียนต์นครสวรรค์ จำกัด (นครสวรรค์) กับผลงาน เครื่องช่วยสตาร์ทเครื่องยนต์เพื่อวัดกำลังอัดรถยนต์อีซูซุดีแมคซ์ รับเงินรางวัล 45,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ และประกาศนียบัตร
  • รางวัลชนะเลิศ พนักงานช่างชั้นต้น ได้แก่ คุณจักรี ไชยายงค์ บริษัท อีซูซุตังปักอุบล จำกัด (มุกดาหาร) รับเงินรางวัล 15,000 บาท พร้อมประกาศนียบัตร


ผู้เชี่ยวชาญจากเชฟโรเลตแนะนำ 10 สีใช้แล้วโคตรเฮง! และจะเฮงยิ่งขึ้นกับ แคมเปญ ‘ลักกี้ดีล’

สีรถยนต์เป็นปัจจัยแรกๆ ที่ลูกค้าพิจารณา และคำนึงถึงเมื่อต้องการจะซื้อรถยนต์สักคันหนึ่ง การตัดสินใจเลือกสีรถยนต์ของลูกค้าในตลาดเอเชียแปซิฟิกนั้น นอกจากจะขึ้นอยู่กับเทรนด์แฟชั่นหรือความชอบส่วนตัวของลูกค้าแล้ว ความเชื่อส่วนบุคคลก็มีส่วนสำคัญในการประกอบการตัดสินใจซื้อด้วยเช่นกัน

ในวัฒนธรรมของหลายประเทศในแถบเอเชีย เชื่อกันว่าสีบางสีจะนำโชคดีมาให้ ตามแหล่งข้อมูลระบุว่า สีแดง สีขาว สีชมพู สีส้ม และสีเทา เป็นสีนำโชคสำหรับตรุษจีน ปีกุน 2562 ในประเทศไทย หลายคนมีความเชื่อเรื่องสีนำโชคสีถูกโฉลก และนำความเชื่อที่ว่ามาใช้ในการตัดสินใจเลือกสีรถยนต์ของตน ซึ่งในบางรายหากรถยนต์ที่ตัวเองใช้อยู่นั้นมีสีที่ไม่ถูกโฉลก ก็มักจะนำสติกเกอร์สีที่ถูกโฉลกมาติดที่รถแทนเพื่อแก้เคล็ดทั้งนี้ สีถูกโฉลกนั้นมักจะยึดตามวันเกิดของเจ้าของรถยนต์

เชฟโรเลต ประเทศไทยนำเสนอสติกเกอร์สีรถนำโชคและถูกโฉลกตามวันเกิดทั้ง 10 สี ได้แก่ สีเขียว สีน้ำเงิน สีม่วง สีชมพู สีแดง สีส้ม สีเหลือง สีน้ำตาล สีดำ และสีขาว มาให้ลูกค้าได้ดาวน์โหลดในช่วงแคมเปญ “ลักกี้ดีล” โดยลูกค้าสามารถดาวน์โหลดสติ๊กเกอร์ “รถคันนี้สี…” ได้ที่เว็บไซต์เชฟโรเลต แคมเปญ “ลักกี้ดีล” เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2562 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2562 โดยใช้ เลข 9 ซึ่งถือเป็นเลขนำโชค มาพร้อมกับข้อเสนอพิเศษ 999,000 บาท เมื่อซื้อรถอเนกประสงค์เทรลเบลเซอร์ 4×2 A/T LT* ดาวน์เริ่มต้น 9%* ดอกเบี้ย 0.99 เปอร์เซ็นต์* และขับรถฟรี 90 วัน* สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับดีลสุดคุ้ม โปรสุดแรง ลูกค้าสามารถเยี่ยมชมได้ที่โชว์รูมเชฟโรเลตทั่วประเทศ เว็บไซต์เชฟโรเลต ประเทศไทย หรือโทรสายด่วนเชฟโรเลต คอลเซ็นเตอร์ 1734

ไม่ว่าบางคนจะตัดสินใจเลือกสีรถยนต์ของตนจากโชคชะตา สมัยนิยม หรือรสนิยม แต่สำหรับนักออกแบบจีเอ็มแล้ว สีรถยนต์ที่ลูกค้าชื่นชอบคือสิ่งที่พวกเขาให้ความสนใจ ทุกๆ ปีนักออกแบบจากแต่ละภูมิภาคจะมาประชุมร่วมกันที่ศูนย์การออกแบบจีเอ็มในอเมริกาเหนือ เพื่อคัดเลือกสีของรถยนต์ในอนาคตโดยพิจารณาจากความต้องการของลูกค้าและเทรนด์ของอุตสาหกรรมอื่นๆ ด้วยเหตุนี้จีเอ็มจึงสามารถนำเสนอรถยนต์เชฟโรเลตที่มีโทนสีที่หลากหลาย ซึ่งจะช่วยสร้างความสมดุลระหว่างความต้องการของลูกค้าในหลายประเทศ

นายฮองกิ คิม หัวหน้าทีมนักออกแบบสีรถยนต์ของจีเอ็ม เกาหลี กล่าวว่า “เพื่อให้ได้สีและเฉดสีที่เหมาะสม เราจึงพิจารณาถึงปัจจัยต่างๆ เช่น การเพิ่มหรือลดความต้องการใช้สี การใช้สีของสินค้าคงทนต่างๆ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน สินค้าแฟชั่น เทรนด์ของตกแต่งบ้าน และสีที่ดูดีและเหมาะสมกับรถแต่ละประเภท”

ยกตัวอย่างเช่น ลูกค้าชาวเอเชียส่วนใหญ่มักจะเลือกสีขาว สีดำ สีเงินหรือสีเทา เนื่องจากเป็นโทนสีกลาง ซึ่งเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง และมั่นใจได้ว่าหากขายต่อแล้วจะได้ราคาสูง ในทางกลับกันลูกค้าบางคนชอบสีสันและความมีชีวิตชีวา เพื่อแสดงถึงความเป็นตัวตนหรือบุคลิกของเขา ด้วยเหตุนี้นักออกแบบของจีเอ็มจึงนำเสนอสีแฟชั่นล้ำสมัยอย่างสีส้ม Orange Crush ในรถกระบะโคโลราโด ไฮ คันทรี สตอร์ม และสีเทาน้ำเงิน Dark Shadow Metallic ในรถอเนกประสงค์เทรลเบลเซอร์ และรถกระบะโคโรลาโด สำหรับลูกค้าเชฟโรเลต

นางสาวคริสตี เมอร์ฟี หัวหน้าทีมนักออกแบบสีรถยนต์ของเจนเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) ระดับโกลเบิล กล่าวว่า “สีเทาน้ำเงินช่วยให้รถกระบะมีความคลาสสิกและดูลึกลับน่าค้นหา ส่วนคนที่ต้องการความโดดเด่นและดึงดูดสายตาผู้พบเห็นมากขึ้น ก็สามารถเลือกสีที่สว่างขึ้นอย่างสีส้มและสีแดง”

การวิจัยของจีเอ็มแสดงให้เห็นว่า สีแดง สีขาว และสีดำเป็นสีที่ได้รับความนิยมในภูมิภาคเอเชีย ขณะที่สีเงินและสีเทาได้รับความสนใจน้อยลง ในตลาดเอเชียบางประเทศสีแดงจะแสดงถึงความสุขและพลังในด้านบวก สีขาวแสดงถึงการเริ่มต้นใหม่และเทคโนโลยีอันชาญฉลาด และสีดำแสดงถึงพลังอิทธิพลและชื่อเสียง

จีเอ็มทำงานอย่างใกล้ชิดกับบริษัทผู้ผลิตสีในการกำหนดเฉดสีที่เหมาะสม และมีการรายงานเทรนด์ พร้อมด้วยผลการวิจัยที่สะท้อนถึงการตัดสินใจในการออกแบบสีของจีเอ็มและผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นๆ แอ็กซอลตา บริษัทผู้ผลิตสีเพิ่งประกาศว่า สีบรอนซ์ทอง “ซาฮาร่า” เป็นสีรถยนต์ประจำปี เนื่องจากโทนสีให้ความรู้สึกอบอุ่น มีระดับ และแข็งแกร่ง เชฟโรเลตได้แนะนำเฉดสีที่คล้ายกันนี้ ชื่อ ‘Coppertino’ เป็นสีใหม่สำหรับรถอเนกประสงค์แทร็กซ์ในประเทศอินโดนีเซียเมื่อปีที่แล้ว

นายคิม กล่าวว่า “เฉดสีน้ำตาลแดง ทองแดง และทองชมพู (โรสโกลด์) กำลังได้รับความนิยมจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และเทรนด์สีมีแนวโน้มเปลี่ยนไปเป็นเฉดสีดังกล่าว โดยมักแฝงไปกับสิ่งต่างๆ รอบตัว ดังนั้น ลูกค้าจึงคุ้นเคยกับสีเหล่านี้ได้ง่ายในชีวิตประจำวัน”

จากการวิจัยของจีเอ็ม หนึ่งในทฤษฎีที่น่าสนใจซึ่งค้นพบถึงสาเหตุที่สีเหล่านี้ได้รับความนิยมมากขึ้นนั่นก็คือ ความสนใจของผู้คนในการสำรวจอวกาศนั้นมีมากขึ้น โดยเฉพาะดาวอังคาร รวมถึงการพัฒนาและประกอบโครงสร้างสถานีอวกาศนานาชาติ (International Space Station) หรือ ISS ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวในปี 2562 และดำเนินการจนกระทั่งปี 2573

ไม่ว่าลูกค้าจะเลือกสีใดก็ตาม การดูแลรักษารถยนต์อย่างเหมาะสมนั้นจะทำให้รถยนต์เชฟโรเลตของพวกเขาไม่ต้องประสบกับปัญหาเรื่องสีรถหมองและซีดจางในระยะเวลา 10 ปีแรก ด้วยกระบวนการพ่นสีที่ได้มาตรฐานการสร้างคุณภาพในกระบวนการผลิตของเจนเนอรัล มอเตอร์ส ซึ่งนำมาใช้ในศูนย์การผลิตรถยนต์จีเอ็มทั่วโลก

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด


Privacy Preference Center