ควบ ดิสคัฟเวอรี่ ลงใต้ กินอร่อย นอนเก๋ พร้อมเยี่ยมชม จากัวร์ แลนด์โรเวอร์ สตูดิโอ ภูเก็ต ในบรรยากาศอิงแลนด์

อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ จากัวร์ และแลนด์โรเวอร์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท ไลฟ์สไตล์ออโต จำกัด เปิด ‘Jaguar Land Rover Phuket Studio’ โชว์รูม และศูนย์บริการ ในจังหวัดภูเก็ต และในครั้งนี้ผมก็ได้รับคำชวนให้ไปดูโชว์รูมจากัวร์ และแลนด์โรเวอร์ด้วย
ไหนๆ ก็จะลงไปภูเก็ตทั้งทีทาง อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด ก็ให้เราเอาเจ้า แลนด์ โรเวอร์ ดิสคัฟเวอรี่ ขับลงใต้เพื่อจะได้ทดสอบสมรรถนะของรถยนต์อย่างเต็มที่ ผมก็ว่าดีนะนั่งเครื่องบินลงไปก็บ่อยละ นานๆ ขับรถลงใต้บ้างก็เพลินๆ ดี ซึ่งการไปครั้งนี้รถของเรามีสมาชิกจากสื่ออื่นๆ อีก 3 คน รวมผมเป็น 4 คนจะได้ผลัดกันขับ และแก้เหงาไปในตัว เราเริ่มเดินทางออกจากกรุงเทพแถวๆ พระราม 2 ตอนประมาณ 7 โมงเช้า ถึงภูเก็ตประมาณ 6 โมงเย็นนิดๆ
ระหว่างเดินทางเราก็มีแวะกินข้าวเช้าที่ร้าน ‘ข้าวแกงตำรับแม่ล้วน‘ เขาย้อย และแวะอีกทีที่ ปั๊มน้ำมันเพื่อกินข้าวเที่ยงที่ชุมพร แล้วก็ยิงยาวๆ จนถึงภูเก็ต ระหว่างทางก็เจอฝนถล่มหนักบ้างเบาบ้างตลอดทางทำให้วิ่งด้วยความเร็วได้แค่ประมาณ 100-120 กิโลเมตร/ชั่วโมง
แม้จะเจอฝนตกหรือทางโค้งมากมายขนาดไหน แต่ด้วยระบบต่างๆ ที่อัดแน่นอยู่ใน แลนด์ โรเวอร์ ดิสคัฟเวอรี่ ก็ทำให้การเดินทางครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่น และสนุกสนาน

มาภูเก็ตทั้งทีก่อนเข้าที่พักเราก็ตระเวนหาจุดแวะถ่ายรูปสวยๆ เก็บไว้เป็นที่ระลึกสักหน่อย ซึ่งจุดนี้เป็นจุดที่ไม่ไกลจากที่พักเท่าไหร่ ทะเลยังคงสวยงาม แต่บริเวณหาดนี้บอกได้เลยว่าสกปรกมาก!
ถ่ายภาพจนพระอาทิตย์เกือบจะลับขอบฟ้าก็มาถึงที่พัก Cassia and Laguna Park Phuket by Banyan Tree แคสเซีย ภูเก็ต เป็นโรงแรมเก๋ๆ ที่โดดเด่นไปด้วยงาน กราฟฟิตี้ ของศิลปินไทยชื่อดังอย่าง รักกิจ ควรหาเวช และ TIKKYWOW-พิเชฐ รุจิวรารัตน์ ซึ่งทั้ง 2 ท่านมีสไตล์อันโดดเด่นจนทำให้การมาพักที่ แคสเซีย ภูเก็ต มีสีสันขึ้นอีกเยอะ

ใครที่สนใจจะมาพักที่นี่ก็มาไม่ยากเพราะตั้งอยู่บนหาดบางเทา และที่สำคัญห้องพักเป็นห้องสวีททุกห้องมีห้องนอนแยกเป็นสัดส่วน มีระเบียงส่วนตัวชมวิวทะเล แถมยังมีห้องครัวที่มีอุปกรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เรียกว่าเหมาะกับการมาเที่ยวแบบครอบครัวหรือหมู่เพื่อนฝูง และที่สำคัญห่างจากสนามบินนานาชาติภูเก็ตเพียง 21 กิโลเมตรเท่านั้น
เช้าวันนี้ก่อนจะไปเยี่ยมชม ‘Jaguar Land Rover Phuket Studio’ เราก็แวะไปหาอะไรกินกันซะหน่อย ‘เซียงเชียน‘ ร้านอาหารจีนเก่าแก่กว่า 20 ปีในเมืองภูเก็ตตั้งอยู่ 39 ถนนนิมิต 2 ต.ตลาดใหญ่ อ.เมืองภูเก็ต
เมนูแนะนำ หอยจ้อทอดเนื้อปูแน่นๆ กรอบนอกนุ่มในเสิร์ฟร้อนๆ (ระวังลวกปาก), ขาหมูนุ่มละมุนลิ้น, หมูแดงย่างหอมกลิ่นถ่านอ่อนๆ อร่อยจนต้องขอเบิ้ล, กุ้งผัดพริกแกง กุ้งสดๆ ขนาดกำลังดี เข้มข้นด้วยพริกแกงแต่กินง่ายเพราะไม่ได้เผ็ดมากสไตล์จีนๆ ถ้าไปแถวนั้นไม่อยากให้พลาดโทรเลย 076- 215928
เบื้องหลังของภาพอาหารสวยๆ บางทีมันก็จะดูทุลักทุเลกันหน่อย นี่ถ้าไม่ได้เหมาร้านคงไม่กล้าทำกันขนาดนี้…พูดจริง
หลังจากกินกันจนอิ่มก็ถึงเวลาเดินทางไป ‘Jaguar Land Rover Phuket Studio’ ซึ่งเป็นโชว์รูมแห่งที่ 3 ของจากัวร์ แลนด์โรเวอร์ ประเทศไทย ในจังหวัดภูเก็ต บนถนนเทพกระษัตรี ภายใต้แนวคิด ‘สตูดิโอ’ สร้างความแตกต่างจากโชว์รูมที่เคยมีมา เปิดประสบการณ์นวัตกรรมยานยนต์คอนเซ็ปท์สุดเก๋ในบรรยากาศเมืองผู้ดีอังกฤษ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของรถยนต์จากัวร์ แลนด์โรเวอร์ กับการจำลองบรรยากาศให้เหมือน ลอนดอน สตรีท ตกแต่งด้วยธงชาติอังกฤษ และสัญลักษณ์ที่คุ้นตาของประเทศอังกฤษอย่างตู้โทรศัพท์สาธารณะสีแดง
รถยนต์ที่นำมาจัดแสดงในโชว์รูมแห่งนี้จะมีการหมุนเวียนสับเปลี่ยนอยู่เสมอเพื่อให้เกิดความหลากหลาย พร้อมด้วยรถทดลองขับในรุ่นที่ได้รับความนิยม และรุ่นที่เปิดตัวใหม่ ให้ผู้ที่สนใจได้สัมผัสรถยนต์คันจริงก่อนการตัดสินใจซื้อ โดยราคา และข้อเสนอการขายรถยนต์ทุกคันของ จากัวร์ แลนด์โรเวอร์ ภูเก็ต สตูดิโอ เช่นเดียวกับทุกโชว์รูม จะได้รับโปรแกรม Worry-Free ให้ความคุ้มค่ากับการรับประกันนาน 5 ปี บริการซ่อมบำรุงฟรี 5 ปี และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี ด้านการบริการหลังการขาย
จากัวร์ แลนด์โรเวอร์ ภูเก็ต สตูดิโอ มีพื้นที่รวมกว่า 1,158 ตารางเมตร โดยแบ่งเป็นโซนรถใหม่ที่สามารถจัดแสดงรถยนต์ได้สูงสุดถึง 6 คัน โซนรับรองลูกค้าที่ให้บริการด้วยอาหารว่างและเครื่องดื่มสไตล์ร้านกาแฟอังกฤษ โซน จากัวร์ แลนด์โรเวอร์ คอลเลคชั่น (Jaguar Land Rover Collection) มีสินค้าให้เลือกอย่างหลากหลาย ภายใต้ลิขสิทธิ์จากัวร์ แลนด์โรเวอร์

ในส่วนของการบริการหลังการขาย พร้อมให้บริการด้วย 4 ช่องซ่อม โดยทีมช่างผู้ชำนาญการได้รับการอบรมการให้บริการ และรับรองตามมาตรฐานของผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการในประเทศไทย การวิเคราะห์งานซ่อมด้วยอุปกรณ์เครื่องมือเฉพาะ ซ่อมบำรุงโดยใช้อะไหล่แท้จากจากัวร์ แลนด์โรเวอร์ และระบบจัดเก็บข้อมูลประวัติการซ่อมออนไลน์เชื่อมโยงกับศูนย์บริการสำนักงานใหญ่ ลูกค้าสามารถมั่นใจในเรื่องการให้บริการได้ อย่างแน่นอน
ด้วยเอกลักษณ์อันโดดเด่นของรถยนต์จากัวร์ แลนด์โรเวอร์ กับทีมงานที่คอยต้อนรับลูกค้าทุกท่านอย่างอบอุ่น และบริการหลังการขายที่ครบวงจร จากัวร์ แลนด์โรเวอร์ ภูเก็ต สตูดิโอ จะเพิ่มทางเลือกใหม่สำหรับยานยนต์ระดับพรีเมียมให้กับผู้บริโภคในโซนภาคใต้ได้อย่างแน่นอน
จากัวร์ แลนด์โรเวอร์ ภูเก็ต สตูดิโอ โดย บริษัท ไลฟ์สไตล์ออโต จำกัด ตั้งอยู่บนถนนเทพกระษัตรี จังหวัดภูเก็ต พื้นที่โชว์รูม และศูนย์บริการหลังการขาย เปิดให้บริการวันจันทร์ถึงวันเสาร์ เวลา 08.30 – 17.30 น. สอบถามเพิ่มเติม และนัดหมายทดลองขับรถยนต์จากัวร์ และ แลนด์โรเวอร์ ได้ที่เบอร์ 076 218 838 ถึง 40 หรือ [email protected] ติดตามข่าวสารได้ทาง เฟสบุ๊ค @JaguarLandRoverPhuket เว็บไซต์ www.jaguar.co.th และ www.landrover.co.th

เป็นเจ้าของ ‘THE MINI CLUBMAN Yours Edition’ เพียง 16 คันในไทย…ผ่านระบบออนไลน์
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนได้ผ่านทางเว็บไซต์ดังกล่าวได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมศกนี้ โดยตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคมซึ่งเปิดรับจองนั้น ลูกค้าสามารถเลือกผู้จำหน่ายรถยนต์มินิอย่างเป็นทางการ พร้อมดำเนินการตามกติกาที่กำหนด ตามที่ระบุไว้ในหน้าเว็บไซต์ เพื่อยืนยันการจอง และรอการติดต่อจากผู้จำหน่ายรถยนต์มินิอย่างเป็นทางการตามที่เลือกไว้
มินิ คลับแมน Yours Edition รุ่นพิเศษนี้มีความโดดเด่นด้านภายนอกด้วยลายอันเป็นเอกลักษณ์ ทั้งบริเวณกระโปรงรถด้านหน้า และด้านหลัง รวมถึงไฟ LED 2 ดวงพิเศษที่กระจังหน้า เพิ่มความสว่างมากขึ้นด้วยไฟหน้า LED ที่ส่องสว่างสำหรับขับขี่เวลากลางวัน เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่
มินิ คลับแมน Yours Edition มากับเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร พร้อมขุมพลังเบนซิน 4 สูบ ทำงานด้วยเทคโนโลยี MINI TwinPower Turbo ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 141 กิโลวัตต์ / 192 แรงม้า โดยมีแรงบิดสูงสุดที่ 280 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 7.1 วินาที รวมถึงเกียร์อัตโนมัติ Steptronic
Sport 8 สปีด
นอกจากนี้ ยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นล้ออัลลอยลาย MINI Yours Masterpiece สีดำมันวาว ขนาด 18 นิ้ว หรือระบบ MINI Logo Projection ที่สร้างเอกลักษณ์สะดุดตาด้วยการฉายโลโก้มินิลงบนพื้นนอกตัวรถบริเวณฝั่งคนขับเมื่อเปิดหรือปิดประตูรถ รวมไปถึงการตกแต่งด้วยดีไซน์ธงยูเนียน แจ็คสีดำ 3 จุดที่บริเวณกรอบไฟเลี้ยวด้านข้าง กระจกมองข้างและปุ่มล็อคประตูภายในรถยนต์ ตอกย้ำคาแรคเตอร์ที่เด่นชัดในสไตล์อังกฤษ
ภายในห้องโดยสารตกแต่งในสไตล์ MINI Yours พวงมาลัยหนังแท้ทรงสปอร์ตสีดำตัดกับสีเงินที่มาพร้อมกับระบบมัลติฟังก์ชั่น เรียบหรูด้วยเบาะหนังแท้สีดำตัดเย็บพิเศษ เสริมแต่งด้วยหมุดลายยูเนียน แจ็ค พร้อมเบาะรองศีรษะในลายธงยูเนียน แจ็ค
พิเศษสุดกับการตกแต่งพิเศษ MINI Yours Interior Style Piano Black พื้นผิวห้องโดยสารจะเป็น
สีดำมันวาว พร้อมติดตั้งระบบแสงไฟสร้างบรรยากาศที่บริเวณมือจับประตู โดยสีจะเปลี่ยนไปตาม ambient light ซึ่งผู้ขับเลือกได้ 12 สี สามารถปรับได้ดั่งใจตามอารมณ์หรือบรรยากาศรอบตัว
ระบบแสดงผลด้วยจอระบบสัมผัสขนาด 6.5 นิ้วที่อยู่บริเวณกลางแผงคอนโซลรถ พร้อมระบบนำทางเชื่อมต่อกับกล้องมองหลัง ทำให้การจอดเป็นเรื่องง่ายและปลอดภัยขึ้น นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี MINI Connected ที่จะเชื่อมต่อฟังก์ชั่นต่างๆ บนรถยนต์กับสมาร์ทโฟนได้
มินิ คูเปอร์ เอส คลับแมน Yours Edition มีราคาจำหน่ายที่ 2,999,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา MSI Standard) ลูกค้าที่ทำการจองรถยนต์ผ่านทางเว็บไซต์ www.MINIyourseditionth.com หรือ www.mini.co.th สามารถอุ่นใจด้วยโปรแกรม MINI Service Inclusive (MSI) ที่มีให้เลือกสรรตามความต้องการ ด้วยแพ็คเกจเริ่มต้น MSI Standard ที่ครอบคลุมระยะการบำรุงรักษา 3 ปี หรือ 60,000 กม. และรับประกัน 3 ปีไม่จำกัดระยะทาง
เอมิเรตส์ จัดเต็มเทคโนโลยี virtual reality บนเว็บไซต์
คุณสมบัติใหม่ล่าสุดพร้อมให้บริการบนเว็บไซต์ emirates.com ด้วยเทคโนโลยี navigational hotspots เพื่อให้ลูกค้าทราบถึงตำแหน่งของที่นั่งของชั้นประหยัด ชั้นธุรกิจ และชั้นหนึ่งบนเครื่องบิน รวมถึงห้องรับรองบนเครื่องบินและห้องอาบน้ำสปาบนเครื่องบินแอร์บัส A380
นายเอล็กซ์ เนคจ์ รองประธานอาวุโส ฝ่ายสื่อสารองค์กร การตลาดและแบรนด์ (ดิจิตอล) สายการบินเอมิเรตส์ กล่าวว่า เรายังคงให้ความสำคัญกับการลงทุนเพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์การท่องเที่ยวตั้งแต่บนเครื่องจนถึงภาคพื้นดินอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการมอบประสบการณ์ระดับโลกผ่านระบบดิจิตอล เราจึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นสายการบินแรกซึ่งนำสุดยอดแห่งนวัตกรรม virtual reality สำหรับเว็บไซต์มาให้ลูกค้าได้มีโอกาสสัมผัสบรรยากาศที่น่าประทับใจของ เอมิเรตส์ก่อนที่พวกเขาจะได้ก้าวขึ้นเครื่อง ซึ่งจากขั้นตอนการทดสอบระบบกับลูกค้าเราได้พบว่าพวกเขามีความพึงพอใจอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสเห็นโมเดลที่นั่งและเครื่องบินแบบ 3D ก่อนการเลือกที่นั่งตามความต้องการ

การสร้างสรรค์ด้วยระบบ 3D คุณภาพสูงช่วยมอบความโดดเด่นและความใกล้เคียงกับความเป็นจริงได้เป็นอย่างมาก โดยสามารถสัมผัสความเสมือนจริงนี้ได้ในทุกชั้นที่นั่งของสายการบินเอมิเรตส์ A380 และในเร็วๆ นี้ จะได้พบกับเครื่องบินทั้งหมดของเอมิเรตส์และโครงสร้างต่างๆ ของ A380 และ โบอิ้ง 777
นวัตกรรม 3D ที่ให้มุมมองแบบ 360 องศาทั่วทั้งเครื่องบิน มาพร้อมกับนวัตกรรม virtual reality ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญต่อการมอบประสบการณ์จริงให้กับลูกค้า ผู้ใช้งานสามารถใช้มือในการกดเลือกทิศทางและที่นั่งได้อย่างอิสระผ่าน VR headset ที่ทำหน้าที่เสมือน Google Cardboard โดยเทคโนโลยีที่ได้รับรางวัลการันตีนี้สามารถทำงานร่วมกับทุกอุปกรณ์โดยไม่จำเป็นต้องใช้แอปพลิเคชั่นหรือปลั๊กอินใดๆ สำหรับโมเดลที่นั่งแบบ 3D ได้รับการสร้างสรรค์จากพันธมิตรที่สำคัญอย่าง Renacen ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศจากเวที Crystal Cabin Awards ในการออกแบบภายใต้แนวคิดสุดสร้างสรรค์
ลูกค้าสามารถเข้าไปใช้งานได้ที่ emirates.com ผ่านทางมือถือหรือแอปพลิเคชั่นของเอมิเรตส์ทั้งในระบบ iOS และ Android เพื่อเข้าชมที่นั่งของตนเองก่อนการเช็คอินออนไลน์ด้วยแผนที่นั่งแบบ 3D ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถดูมุมมองจากที่นั่งตนเองไปยังที่อื่นๆ ได้ หรือแม้แต่การเลือกจองที่นั่งตามความต้องการจากบรรยากาศที่เห็นได้จากระบบ 3D

นอกจากโมเดลเครื่องบินแบบ 3D แล้ว สายการบินเอมิเรตส์ยังมีวิดีโอของผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดบน emirates.com เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่ราบรื่นให้แก่ทุกเที่ยวบิน ทั้งนี้วิดีโอจะให้ข้อมูลแนะนำสำหรับลูกค้าใหม่ที่จะช่วยให้ลูกค้าได้ทราบถึงบริการและผลิตภัณฑ์อันโดดเด่นอันเป็นส่วนสำคัญของสุดยอดแห่งประสบการณ์การเดินทางกับเอมิเรตส์ นอกจากนี้เอมิเรตส์ยังคงเดินหน้าศึกษาถึงความถี่ในการเดินทางของลูกค้าและความถี่ในการเดินทางสู่สถานซึ่งแตกต่างกัน เพื่อจะนำมาพัฒนาประสบการณ์การใช้งานของลูกค้าผ่านระบบดิจิตอลของสายการบินเอมิเรตส์อีกด้วย
เครื่องบินแอร์บัส A380 ของสายการบินเอมิเรตส์ ในชั้นธุรกิจสามารถปรับที่นั่งให้กลายเป็นเตียงนอนราบขนาด 79 นิ้ว โดยแต่ละที่นั่งจะมาพร้อมกับหน้าจอสำหรับความบันเทิงส่วนบุคคลแบบ HD LCD ขนาด 32 นิ้ว รวมถึงบริการห้องรับรองบนเครื่องบิน พร้อมทั้งเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวนานาชนิด ให้ผู้โดยสารชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจได้เพลิดเพลินและ พบปะสังสรรค์ระหว่างเที่ยวบินอีกด้วย
นอกจากนี้ผู้โดยสารในทุกชั้นโดยสารยังสามารถใช้บริการ Wi-Fi บนเครื่อง รวมถึงเพลิดเพลินไปกับระบบความบันเทิง บนเที่ยวบิน ice ที่ได้รับรางวัลการันตีระดับโลก ซึ่งได้รวบรวมภาพยนตร์ เกมส์ เพลง และความบันเทิงต่างๆ จากทั่วโลก กว่า 3,500 ช่อง จึงมั่นใจได้ว่าผู้โดยสารจะได้รับความบันเทิงอย่างราบรื่นตลอดทั้งการเดินทาง
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเที่ยวบินและการสำรองที่นั่ง สามารถเยี่ยมชม www.emirates.com/th หรือติดต่อ 02-664 1040
3 เหตุผล ที่คุณควรมีสมาร์ทโฟน Honor 7A

Honor 7A มีรูปลักษณ์ภายนอกที่เพรียวบางเรียบง่ายและน่าสนใจซึ่งสร้างความประทับใจครั้งแรกที่สัมผัส โทรศัพท์ที่หน้าจอไร้ขอบ มีขนาด 5.7 นิ้ว และหน้าจอขนาดใหญ่บนตัวเครื่องขนาดบางที่ประกอบไปด้วยมุมโค้งมนเหมาะกับและจับสบาย ๆ ในมือเดียว มีสามโทนสีให้เลือก ได้แก่ สีดำ สีทอง และสีน้ำเงิน

สเปคระดับเรือธง: FullView Display +ปลดล็อกสแกนใบหน้า +ปลดล็อกสแกนลายนิ้วมือ
ต้องยอมรับจริงๆ ว่าทั้งหมดนี้ เป็นคุณสมบัติและสเปคของ Honor 7A และเหตุผลทั้งหมดรวมอยู่ใน Honor 7A แม้ว่าจะโทรศัพท์ระดับเริ่มต้น Honor 7A ก็พร้อมที่จะนำเสนอคุณลักษณะระดับไฮเอนด์ทั้งหมดนี้ไปยังผู้ใช้งาน เพื่อให้ผู้ใช้ได้มีประสบการณ์รับชมภาพยนตร์ด้วยหน้าจอกว้าง อย่างไร้ขีดจำกัด นอกจากนี้ยังมีปลดล็อคด้วยสแกนใบหน้าอย่างง่ายหรือเพื่อสามารถเป็นช่างภาพมืออาชีพที่มีด้วยกล้องหลังความละเอียดสูง

สถิติแสดงให้เห็นว่าในบรรดาโทรศัพท์มือถือมีมากกว่า 15,000 รุ่น ที่มีอยู่ในตลาดโทรศัพท์ 98.4% แต่ไม่มีหน้าจอไร้ขอบ 99.5% ไม่ได้มีฟีเจอร์ปลดล็อคใบหน้า เมื่อเปรียบเทียบแล้ว Honor 7A มีเทคโนโลยีที่ยอดเยี่ยมและขายในราคาเพียง 3990 บาทเท่านั้น

Honor 7A มีกล้องความละเอียดสูงด้านหลัง 13MP และกล้องด้านหน้า 8MP กล้องด้านหลัง 8MP มีระบบแสงอัจฉริยะนุ่มนวลเพื่อการชดเชยแสงที่มีประสิทธิภาพไม่ว่าจะถ่ายในสภาพแวดล้อมแบบใด สามารถจับโฟกัสภาพภายหลังและการแสดงตัวอย่างของเอฟเฟกต์ bokeh แบบเรียลไทม์

ฟีเจอร์การจดจำใบหน้าได้กลายเป็นเทคโนโลยียอดนิยมในตลาดสมาร์ทโฟนและ Honor ได้ติดตามและพัฒนาเทคโนโลยีนี้ในการออกแบบโทรศัพท์ และยังมีความสามารถปลดล็อค Honor 7A ของคุณได้อย่างง่ายๆเป็นฟีเจอร์ที่เป็นประโยชน์จริงๆ
สตูดิโอเพลงพกพาของคุณ: การเล่นปริมาณเดซิเบล 88 dB และชุดหูฟังแบบเรียลไทม์
หนึ่งในจุดขายที่สำคัญของ Honor 7A คือ การใช้ชิปขยายเสียงสมาร์ทโฟนและส่วนประกอบลำโพงที่มีความไวสูงเพื่อเพิ่มระดับเสียงสูงสุด 88 เดซิเบลในขณะที่รับประกันคุณภาพเสียง
คุณลักษณะอื่นของ 7A ที่ทำให้โทรศัพท์ของคุณกลายเป็นสตูดิโอเพลงมืออาชีพเป็นโหมดปาร์ตี้ โหมดปาร์ตี้รองรับการเล่นเพลงพร้อมกันได้สูงสุด 9 อุปกรณ์ ทำให้คุณได้รับประสบการณ์เสียงเซอร์ราวด์ที่ยอดเยี่ยม การตรวจสอบชุดหูฟังแบบเรียลไทม์ยังเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นสำหรับนักร้องนักแต่งเพลง Honor 7A สามารถช่วยคุณได้โดยให้คุณได้ยินเสียงของคุณเองผ่านชุดหูฟัง
ฉลาดและรวดเร็ว: การประมวลผล Octa-core + EMUI 8.0 OS
Honor 7A มีประสิทธิภาพการทำงาน ด้วยหน่วยประมวลผล octa-core หน่วยความจำ 2 GB, หน่วยความจำสูงสุด 256 GB และ EMUI 8.0 ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด Honor 7A สามารถเรียกใช้แอพพลิเคชันหลายแอพได้อย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ยังเป็นที่กล่าวถึงว่า Honor 7A มีที่เสียบการ์ดสามช่อง และสนับสนุนการเชื่อมต่อ Bluetooth แบบคู่ ดังนั้นคุณจะไม่ต้องตัดสินใจอย่างหนักระหว่างการใช้ซิมการ์ดเดียวและเชื่อมต่อกับนาฬิกาสมาร์ทหรือชุดหูฟังบลูทูธของคุณ
ด้วยคุณสมบัติเด่นทั้งหมดของ Honor 7A ราคาเป็นราคาที่ประหยัดอย่างไม่น่าเชื่อ เปิดขายออนไลน์ครั้งแรกเริ่มตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคมนี้ใน Lazada (https://bit.ly/2NAs8b3) โดยมีบริการหลังการขายจากทีมงานเดียวกับ Huawei ออเนอร์ให้ความมั่นใจในคุณภาพและบริการสำหรับผู้บริโภคทุกคน ตอนนี้ค้นหา ‘ Honor 7A’ ใน LAZADA เว็บไซต์หรือแอป ลูกค้าจะได้รับของขวัญสุดพิเศษเมื่อซื้อ Honor 7A ชำระผ่อน 0% เดือนละ 1330THB คุณจะได้รับ Honor 7Aไปเลย!
เกี่ยวกับ ออเนอร์
Honor คืออีแบรนด์สมาร์ทโฟนชั้นนำภายใต้หัวเว่ย กรุ๊ป (Huawei Group) ด้วยสโลแกน “For The Brave” แบรนด์ Honor ถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มคนที่มีวิถีแบบดิจิทัลผ่านผลิตภัณฑ์สำหรับการใช้อินเทอร์เน็ต ซึ่งจะมอบประสบการณ์การใช้งานที่เหนือชั้น สร้างความจูงใจและการกระทำ ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ และผลักดันให้คนรุ่นใหม่ ก้าวไปให้บรรลุความฝันได้ ด้วยแนวทางดังกล่าว Honor สร้างความโดดเด่นด้วยการแสดงให้เห็นการก้าวออกนอกกรอบ อย่างกล้าหาญของตัวเอง ทำสิ่งที่ในแตกต่าง และดึงเอาขั้นตอนที่จำเป็นต่างๆ เพื่อการนำเอาเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ล่าสุด นำเสนอให้กับลูกค้าของเรา
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.hihonor.com/th หรือ ติดตามได้ที่:
https://www.facebook.com/HonorThai/
https://twitter.com/honorthailand
G-SHOCK X ASICSTIGER GEL-MAI KNIT
Price : 6,900.- THB
http://www.24-kts-bkk.com/g-shock-x-asics-gel-mai-knit-h8p2n-9090
http://www.24-kts-bkk.com/g-shock-x-asics-gel-mai-knit-h8p2n-0101

================================
24 Kilates / Bangkok finest sneaker boutique
-สาขา Huamark | Tel: 089-333-2424 เปิด Tue-Sat 12:00 – 20:00 / Sun 12:00 – 18.00
-สาขา Siam Square | Tel: 090-924-4924 เปิด Mon-Sun 12:00-21:00
-Online Store | www.24-kts-bkk.com
Line: @24kilatesbkk
IG: @24kilatesbkk

ASICSTIGER GEL-SAGA OG
การออกแบบของ GEL-SAGA นั้นโดดเด่นในรูปลักษณ์และสีสันโฉบเฉียวตามแบบรองเท้ากีฬายุค 90’s ใส่สบายด้วยเทคโนโลยี GEL มาพร้อมพื้นโฟมน้ำหนักเบา ระบายอากาศได้ดีด้วยผ้าตาข่าย เป็นรองเท้าที่เหมาะกับการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน โดยการกลับมาครั้งนี้จะมาในคู่สีแบบอริจินอล มี 2 สีได้แก่สี ขาว/ส้ม/น้ำเงิน Asics Blue และสีขาว/เขียว/ม่วง Orchic วางจำหน่ายแล้วที่ 24 Kilates BKK
http://www.24-kts-bkk.com/asics-gelsaga-1193a071-104
http://www.24-kts-bkk.com/asics-gelsaga-1193a071-103

อาดิดาส ‘เพียวบูสท์ โก’ จุดประกายการวิ่งสุดท้าทายใจกลางเมือง
การวิ่งในเมืองถือเป็นการวิ่งที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในหมู่นักวิ่งจากทั่วโลก และเทรนด์การวิ่งไม่ใช่แค่วิ่งเพื่อออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการวิ่งเพื่อเพิ่มความสนุกสนานให้ชีวิต นั่นจึงเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ อาดิดาส สร้างสรรค์รองเท้าวิ่งที่มีชื่อว่า ‘เพียวบูสท์ โก’ ที่มีการออกแบบพื้นที่หน้าเท้าให้มีความกว้างพิเศษตามเอกลักษณ์เฉพาะตัวของรองเท้าในตระกูลเพียวบูสท์ ที่จะมีส่วนช่วยให้นักวิ่งสามารถปรับเปลี่ยนทิศทางการวิ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเอาชนะสิ่งที่คาดเดาได้ยากจากการวิ่งในเมือง ไม่ว่าจะเป็นฟุตบาธที่มีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด การสัญจรไปมาของผู้คน รวมถึงการจราจรของรถยนต์ในบริเวณใกล้เคียง
เพียวบูสท์ โก ที่สุดแห่งเทคโนโลยีของการซัพพอร์ทจากพื้นบูสท์ที่นำมาซึ่งการฟื้นคืนพลัง และรองรับแรงกระแทกในทุกย่างก้าว โดยจะมีการออกแบบความสูงของพื้นรองเท้าในบริเวณส้นเท้าที่ 21 มิลลิเมตร และหน้าเท้า 13 มิลลิเมตร ทำให้นักวิ่งสัมผัสได้ถึงความนุ่มสบายเท้าอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังมีพื้นรองเท้าชั้นนอก EVA แบบตาข่ายที่ติดเข้ากับพื้นบูสท์ ที่นอกจากจะมีส่วนช่วยเสริมคุณสมบัติการ ยึดเกาะกับพื้นผิว ยังสามารถทำงานร่วมกับพื้นบูสท์ได้อย่างสอดคล้อง ส่วนบริเวณส้นเท้าก็มีการปรับผิวของพื้นยางให้เป็นแบบทึบเพื่อเสริมความมั่นคงขณะลงส้นเท้า
ในส่วนของวัสดุที่ใช้ทำตัวรองเท้า มีการใช้ผ้าถักแบบ เซอร์คูล่านิต ที่มีความบางเบา และความยืดหยุ่นสูงที่ทำให้การเปลี่ยนทิศทาง และการเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างอิสระ ในขณะที่บริเวณหลังเท้าก็มีการออกแบบโครงสร้างของลิ้นรองเท้าให้แนบสนิทกับเท้า ซึ่งจะช่วยให้รองเท้าเป็นหนึ่งเดียวกับเท้าในขณะเคลื่อนไหว รวมถึงบริเวณส้นเท้า และปลายเท้าด้านในที่มีการใช้ ฟิตปรินท์ (FIT PRINT) เพื่อเพิ่มความมั่นคงทำให้การวิ่งเป็นไปอย่างมั่นใจ และสนุกสนาน
นอกเหนือจากสุดยอดนวัตกรรมต่างๆ ที่ อาดิดาส นำมาใช้ในการสร้างสรรค์ เพียวบูสท์ โก รองเท้าวิ่งรุ่นนี้ยังมีการออกแบบด้วยเฉดสีและดีไซน์ที่สวยงามลงตัว ด้วยรูปโฉมโดยรวมที่มีทั้งความเรียบง่ายและปราดเปรียว ช่วยเสริมลุคเท่ในแนวสปอร์ตแคชวลให้กับผู้สวมใส่ จึงทำให้ เพียวบูสท์ โก เป็นทั้งรองเท้าวิ่งที่จะพานักวิ่งไปค้นพบประสบการณ์ใหม่ๆ ในเมือง พร้อมๆ กับการใช้งานในชีวิตประจำวันที่เหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย และทุกไลฟ์สไตล์
รองเท้าวิ่ง อาดิดาส เพียวบูสท์ โก วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่อาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์, อาดิดาส สปอร์ต เพอร์ฟอร์แมนซ์ และร้านค้าที่ร่วมจำหน่าย รวมทั้ง อาดิดาส ออนไลน์ สโตร์ shop.adidas.co.th ในราคา 4,500 บาท และยังมี อาดิดาส เพียวบูสท์ โก สีดำ-ขาว ลิมิเต็ด อิดิชั่น วางจำหน่ายในวันที่ 6 กรกฎาคมนี้ ในราคา 5,300 บาท
Onitsuka Tiger ปลุกตำนานรองเท้า Tug-of-War เปิดตัวรุ่น TSUNAHIKI ออกแบบจากรองเท้าแข่งขันชักเย่อ ในตำนานแห่งปี 1982
Onitsuka Tiger เปิดตัวรองเท้ารุ่น TSUNAHIKI ตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 โดยการออกแบบในครั้งนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรองเท้าแข่งขันชักเย่อในปี ค.ศ 1982 ในตำนานได้มีการบันทึกว่าการแข่งขันชักเย่อในประเทศญี่ปุ่นเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ 1980 และการแข่งขันชักเย่อระดับโลกจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ 1981 ซึ่งรองเท้ารุ่นแรกของ TSUNAHIKI ได้ถูกนำไปสวมใส่ในการแข่งขันที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกนี้อีกด้วย
การออกแบบรองเท้ารุ่น TSUNAHIKI มาพร้อมเอกลักษณ์พิเศษที่พื้นรองเท้าผลิตจากยางเพื่อการยึดเกาะพื้นที่ดี แถมแผ่นเสริมพื้นรองเท้าแบบ OrthoLite เพื่อความกระชับและนุ่มสบายในการสวมใส่ แต่ยังคงยึดรูรอยเชือกตามแบบเดิมเพื่อความกระชับเท้าขณะส่วมใส รองเท้ารุ่น TSUNAHIKI มาพร้อม 4 สี ให้เลือก อาทิ สี Lava Orange และ สี Oatmeal



นอกจากนี้รองเท้ารุ่น TSUNAHIKI ยังถือเป็นต้นกำเนิดความเป็นมาที่ยาวนานของ Onitsuka Tiger ด้วยสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ ให้ความแตกต่างจากรองเท้าวิ่งทั่วไปหรือรองเท้ากีฬาอื่นๆ ที่นอกจากช่วยเพิ่มคล่องตัวแล้วยังโดดเด่นด้วยการแต่งแต้มสีสันให้น่าดึงดูดไม่น้อยเลยทีเดียว

เตรียมตัวให้พร้อมรับความมันส์กับงาน ‘Sportscar Together Day’ ใจกลางกรุงเทพมหานคร 14 กรกฎาคม 2018
‘Sportscar Together Day’ หรือในชื่อย่อ SCTD อีเวนต์ใหญ่ของชาว ปอร์เช่ เพื่อฉลองครบรอบ 70 ปีการก่อตั้งองค์กร และยังเป็นวันเกิดของรถสปอร์ตจาก ปอร์เช่ ที่จะจัดขึ้น ณ Oasis Arena ศูนย์การค้า Show DC ในวันเสาร์ที่ 14 กรกฎาคม 2018 ตั้งแต่เวลาบ่ายโมงลากยาวไปยันเที่ยงคืน ซึ่งในงานจะมีกิจกรรมมากมายที่รับรองว่าคุณจะไม่มีเหงาตลอดทั้งคืน
ในงาน SCTD ทุกคนจะได้สนุกเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมต่างๆ ที่ไม่ว่าจะมากันแบบครอบครัว หรือจะมากันแบบชาวแก๊งค์ที่หลงใหลในยนตกรรมสปอร์ตสายพันธุ์เยอรมัน ที่ในงาน SCTD จัดเตรียมไว้อย่างเพียบพร้อมอาทิ การได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่เสมือนจริง Porsche Virtual Reality experience และ E-Performance showcase สำหรับเด็กๆ ก็ยังมีกิจกรรมสอนการขับขี่สำหรับเด็ก Kids Driving School ส่วนคนที่ชอบความตื่นเต้นเร้าใจก็สามารถมันส์ไปกับรถซูเปอร์สปอร์ตอย่าง ปอร์เช่ 918 สไปเดอร์ ในกิจกรรม hot-lap rides
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการ อำลาการแข่งขันซึ่งจัดขึ้นทั่วทุกมุมโลกของรถแข่งปอร์เช่ 919 ไฮบริด ที่ถูกนำมาจัดแสดงเป็นพิเศษเฉพาะงาน SCTD ซึ่งโอกาสสุดพิเศษนี้จัดขึ้นเพื่อบรรดาผู้หลงใหลในรถยนต์ปอร์เช่ในประเทศไทยโดยเฉพาะ ในส่วนของการสังสรรค์ และอาหารเลิศรสทุกท่านจะได้พบกับ Porsche Curves Café เบียร์การ์เด้นสไตล์ เยอรมันสุดคลาสสิก และซุ้มบริการอาหารมากมายที่พร้อมเสิร์ฟอาหารพื้นเมืองสูตรเยอรมันดั้งเดิมให้ทุกท่านได้ลิ้มลอง กิจกรรมช่วงกลางคืนสุดคึกคักจาก Porsche by Night festival เพลิดเพลินกับเสียงดนตรีโดยเหล่า DJ ชื่อดัง และการแสดงสดจากศิลปินระดับแนวหน้า
พลาดไม่ได้กับการรวมตัวของขบวนรถสปอร์ตมากกว่า 200 คัน จากเจ้าของรถปอร์เช่ทั้งในไทย และประเทศเพื่อนบ้านอย่าง เวียดนาม, กัมพูชา, มาเลเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งรถทุกคันจะมาปรากฎโฉมเพื่อร่วมกิจกรรม ‘Das Treffen’ ซึ่งเป็นงานรวมพลยนตรกรรมปอร์เช่ที่ยิ่งใหญ่อลังการที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่ต่างกับงานที่จัดขึ้นในสหรัฐอเมริกา, ทวีปยุโรป และ ออสเตรเลีย
นอกจากการรวมตัวของเหล่าผู้นิยม ปอร์เช่ แล้วในวันนั้นก็จะสนุกสนานไปกับการชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ ‘Porsche Carrera Cup Asia’ ซึ่งจัดขึ้นที่ชายหาดบางแสน จังหวัดชลบุรี เหล่าคนรักรถทุกท่านจะได้เชียร์รถแข่งคันโปรดไปพร้อมๆ กันในงานปาร์ตี้ครั้งนี้อีกด้วย สำหรับข้อมูลกิจกรรมสามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ : http://bit.ly/SCTDBKK คนรักความเร็วต้องห้ามพลาด

‘กาแลคซี่ เอส 9 พลัส เบอร์กันดี เรด’ สีใหม่สุดฮ็อต ที่เหล่าแฟชั่นนิสต้าต่างจับตามอง
กาแลคซี่ เอส 9 พลัส เบอร์กันดี เรด มากับกล้องรูรับแสงคู่ (Dual Aperture) ที่สามารถปรับรูรับแสงได้แบบอัตโนมัติ ให้ทุกคนสามารถถ่ายภาพได้สวยชัดไม่ว่าจะเป็นสภาพแสงน้อยหรือแสงจ้า พร้อมฟีเจอร์ถ่ายวิดีโอสุดเจ๋งอย่าง Super Slo-mo และ AR Emoji ที่สามารถเปลี่ยนหน้าเราให้เป็นตัวการ์ตูนสุดน่ารักหลากหลายอารมณ์ สำหรับใครที่อยากได้เป็นเจ้าของ กาแลคซี่ เอส 9 พลัส เบอร์กันดี เรด ที่มีความจุ 64GB เท่านั้น ราคาเพียง 31,900 บาท
โดยในงานเปิดตัววันนั้นจะมีโซนต่างๆ ทั้งหมด 3 โซนที่จะทำให้ทุกคนอินไปกับสีแดง เบอร์กันดี สุดเท่ ไม่ว่าจะเป็น Burgundy Red Lounge โซนไฮไลท์จัดแสดงของสะสมสีเบอร์กันดี เรด จากเหล่าดารา ดีไซน์เนอร์ และเซเลบริตี้ชื่อดังอย่าง คุณมิลิน ยุวจรัสกุล, คุณกุลวิทย์ เลาสุขศรี, คุณเทย่า โรเจอร์ และคุณพลอย ปิ่นแสง
นอกจากนั้นยังมีโซน Burgundy Bar by Greyhound ที่ให้คนที่มาร่วมงานเพลิดเพลินไปกับเมนูอาหาร และเครื่องดื่มที่ทำพิเศษเพื่องานนี้โดยเฉพาะจาก Greyhound ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสีเบอร์กันดี เรด และสนุกไปกับโซนแชะภาพสุดชิคจากกล้อง ซัมซุงกาแลคซี่ เอส 9 พลัส ผ่านฟีเจอร์เด็ดๆ อย่าง อาร์ต โบเก้ (Art Bokeh) ที่เพิ่มลวดลายให้รูปถ่ายออกมาสวยงามอย่างมีสไตล์ที่ไม่ซ้ำใคร!
สำหรับผู้ที่สนใจเป็นเข้าของ ซัมซุง กาแลคซี่ เอส 9 พลัส สีเบอร์กันดี เรด รับฟรีทันที! แฟชั่นไอเท็มลิมิตเต็ดที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก สีเบอร์กันดี เรด โดยผู้ซื้อสามารถเลือกรับแฟชั่นไอเท็มลิมิตอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่างหมวกแก็ปแฟชั่นสุดชิค ออกแบบโดย MILIN มูลค่า 2,250 บาท

แต่ถ้าใครไม่อยากได้หมวกก็มีกระเป๋าคลัทช์พิมพ์ลายจาก ISSUE มูลค่า 2,190 บาท หรือจะเลือกเป็นเข็มขัดตกแต่งเลื่อมจาก ICONIC มูลค่า 1,650 บาท ซึ่งมีจำนวนจำกัดรวม 300 ชิ้นเท่านั้น นอกจากนี้ ในทุกเสาร์-อาทิตย์ ซัมซุงยังจัดเวิร์คช็อปสุดชิค ณ ลาน เอเทรียม สยามเซ็นเตอร์ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 15 กรกฎาคม 2561เท่านั้น!
ยังไม่หมดเพียงเท่านี้! รับฟรีลิปสติกโทนสีเบอร์กันดี เรด สุดพิเศษ 1 ชิ้นจาก M.A.C. ที่มีให้เลือกมากถึง 4 เฉดสี ที่จะเอาไว้ใช้เองหรือฝากแฟนก็ไม่ว่ากัน หรือเลือกรับเป็นโค้ดส่วนลดจาก SEPHORA มูลค่า 1,000 บาท ผ่านแอพพลิเคชั่น Galaxy Gift ระหว่างวันที่ 2 กรกฎาคม – 31 สิงหาคม 2561 นี้เท่านั้น! พร้อมรับโค้ดส่วนลดอีก 5,000 บาท สำหรับซื้อสินค้าที่ *Samsung Online Shop ผ่านแอพพลิเคชั่น Galaxy Gift เมื่อซื้อสมาร์ทโฟน กาแลคซี่ เอส 9 และ เอส 9 พลัส ระหว่างวันที่ 25 มิถุนายน – 15 กรกฎาคม 2561 นี้!

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อศูนย์บริการลูกค้า ซัมซุง โทร. 02-689-3232 หรือสายด่วน Galaxy Premium Service โทร.1282 หรือทางเว็บไซต์ www.samsung.com
*ส่วนลด 5,000 บาท ยกเว้นช่องทางผู้ให้บริการเครือข่าย และออนไลน์ที่ไม่ร่วมรายการ โดยใช้ได้เฉพาะกับสินค้าที่ร่วมรายการบน Samsung Online Shop เท่านั้น และสำหรับสินค้าที่มีราคามากกว่า 5,000 บาท ขึ้นไป
