คุกกี้ ‘โอรีโอ’ แพ็กเกจพิเศษ ‘จูราสสิค เวิลด์: อาณาจักรล่มสลาย’ พร้อมชวนลุ้นรางวัลทริปสุดตื่นเต้น ณ ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ สิงคโปร์


โอรีโอ แบรนด์คุกกี้อันดับหนึ่งของโลก เปิดตัว คุกกี้ มินิ โอรีโอ ในแพ็กเกจ ภาพยนตร์จูราสสิค เวิลด์ เพื่อฉลองการเปิดตัวภาพยนตร์ “จูราสสิค เวิลด์: อาณาจักรล่มสลาย” ที่เริ่มเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ เมื่อวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา

โดยร่วมมือกับ ยูนิเวอร์แซล แบรนด์ดิเวลล็อปเมนท์ ในการจัดแคมเปญสุดพิเศษที่ครอบคลุมถึง 8 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค สำหรับผู้โชคดีที่ได้รางวัลใหญ่ของแคมเปญนี้ จะได้รับตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ สิงคโปร์ พร้อมที่พัก และบัตรผ่านประตูเข้าสวนสนุกแบบวีไอพีสำหรับ 4 ท่าน โดยแคมเปญจะจัดขึ้นในประเทศไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง และไต้หวัน

สำหรับในประเทศไทย โอรีโอจะแจกรางวัลใหญ่นี้ ถึง 6 รางวัล สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ง่ายๆ เพียงซื้อคุกกี้ มินิ โอรีโอ ในแพ็กเกจ “จูราสสิค เวิลด์: อาณาจักรล่มสลาย” แล้วส่ง SMS พิมพ์คำว่า MINIOREO เว้นวรรค ตามด้วยเลขที่ใบเสร็จรับเงินที่ซื้อสินค้า แล้วส่งไปที่หมายเลข 4712999

นอกจากรางวัลใหญ่แล้ว ผู้ร่วมสนุกยังจะได้ลุ้นชิงรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย ได้แก่ ของรางวัลพรีเมียมจากภาพยนตร์ เช่น กระเป๋าเป้ เต็นท์อเนกประสงค์ เสื้อกันหนาว และกล่องอาหารอเนกประสงค์ โดยจะมีการจับฉลากผู้โชคดีทุกสองสัปดาห์ และจะประกาศชื่อผู้ได้รับรางวัลทางเว็บไซต์ www.OREOJW2.com และพิเศษสุด เมื่อซื้อคุกกี้ มินิ โอรีโอ ในแพ็กเกจ “จูราสสิค เวิลด์: อาณาจักรล่มสลาย” ครบ 119 บาท ยังจะได้รับขวดน้ำ จูราสสิค เวิลด์ ฟรีทันที

คุกกี้ มินิ โอรีโอ ในแพ็กเกจ จูราสสิค เวิลด์ วางจำหน่ายแล้วใน 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 67 กรัม และขนาด 23 กรัม ณ ร้านสะดวกซื้อ ไฮเปอร์มาร์เก็ต ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ โดยแคมเปญเริ่มต้นแล้วตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 25 กรกฎาคม 2561 ติดตามรายละเอียดได้ทางเว็บไซต์ www.OREOJW2.com


เบนซ์ ‘Star Flag’ จัดแคมเปญ “มาแลกกันไหมคะ?” รับแลกรถเก่าพร้อมออกรถใหม่จบในที่เดียว!


เบนซ์สตาร์แฟลกจัดแคมเปญ “มาแลกกันไหมคะ?” ให้คุณนำรถรุ่นใด ยี่ห้อใดก็ได้มาแลกเป็นรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ รุ่น อี-คลาส จ่ายเพิ่มนิดหน่อย ผ่อนสบายๆ เพียง 35,800 บาท มาพร้อมวารันตีและประกันชั้น1 เพียงเท่านี้คุณก็เป็นเจ้าของยานยนต์สมรรถนะสูง พร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยได้ง่ายๆ เริ่มตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 มิถุนายนนี้เท่านั้น

มากกว่า 40% ของยอดขายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์เป็นรถยนต์กลุ่มเทคโนโลยี Plug-in Hybrid (EQ) ซึ่งรถยนต์ในกลุ่มนี้กำลังเติบโตเป็นอย่างมาก​ เพราะเทคโนโลยีที่ทันสมัยช่วยประหยัดพลังงานทำให้ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจุบัน​ ซึ่งในปัจจุบันการชาร์จระบบพลังงานไฟฟ้ามีความสะดวกสบายและสถานที่การชาร์จไฟฟ้าสาธารณะที่มีมากขึ้น อาทิ ลานจอดรถห้างสรรพสินค้าชั้นนำต่างๆ โดยรถรุ่นยอดฮิตคงหนีไม่พ้น รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาส รุ่น E 350 e Avantgarde ซึ่งขึ้นชื่อในความเป็นยนตรกรรมขั้นสูงไม่ว่าจะเป็น รูปลักษณ์หรูหราโดดเด่นด้วยดีไซน์ที่สะดุดตา มาพร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานที่ง่ายขึ้น ห้องโดยสารกว้างขวางผลิตจากวัสดุที่มีคุณภาพสูงและระบบความปลอดภัยที่ดีเยี่ยม

เครื่องยนต์เบนซิน แถวเรียง / 4 สูบ /4 วาล์วต่อสูบ เทอร์โบพร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ความจุกระบอกสูบ 1991 ซีซี ให้กำลัง 155 กิโลวัตต์ (211 แรงม้า) ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิด 350 นิวตันเมตร ที่ 1,200 – 4,000 รอบต่อนาที อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. เท่ากับ6.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. ระบบส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 9 จังหวะ (9G – TRONIC)

เบนซ์สตาร์แฟลกจึงไม่ลังเลที่จะเลือกรถรุ่นยอดฮิตนี้มาจัด แคมเปญ “มาแลกกันไหมคะ?” ตอบรับกระแสเปลี่ยนรถยนต์คันเก่าจากโครงการรถคันแรก เปิดโอกาสให้ทุกท่านได้สัมผัสความเหนือระดับ และเป็นเจ้าของได้ง่ายๆ เพียงนำรถคันเก่าไม่จำกัดรุ่นหรือยี่ห้อใด มาแลกกับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาส เพียงจ่ายเงินเพิ่มนิดหน่อย ให้คุณผ่อนสบายๆ​ เริ่มต้นเพียง 35,800 บาท มาพร้อมกับวารันตีและประกันชั้น 1 ซึ่งเชื่อมั่นได้ว่าคุ้มค่ากับสิ่งที่คุณเลือกแน่นอน เฉพาะเดือนมิถุนายนนี้เท่านั้น

นอกจากนั้นเรายังมีแคมเปญอีกหลากหลายรุ่นให้ท่านได้จับจองอีกมากมาย อาทิ

  1. GLA 200 ในกลุ่ม NGCC (New Generation Compact Cars) ความสมบูรณ์แบบในหนึ่งเดียว พร้อมผจญภัยทุกเส้นทางอย่างโดดเด่น
    ราคา 2,140,000 บาท>>ผ่อนเริ่มต้นเพียง 20,900 บาท / เดือน
  2. C 250 Coupé AMG Dynamic ในกลุ่ม Dream Cars สปอร์ตสุดหรูที่มาพร้อมกับเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ (9G – TRONIC) ที่จะทำให้การขับเคลื่อนราบรื่นยิ่งขึ้น และ สัมผัสพละกำลังสูงสุดถึง 211 แรงม้า
    ราคา 3,620,000 บาท>>ผ่อนเริ่มต้นเพียง 35,400 บาท / เดือน
  3. GLC 250 4MATIC Coupé ในกลุ่ม SUV นิยามแห่งความเร้าใจ ที่ทำให้การขับขี่ทุกเส้นทางเป็นเรื่องง่ายด้วย DYNAMIC BODY CONTROL สู่อีกขั้นของระบบช่วงล่างที่สามารถเลือกปรับรูปแบบได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะยึดเกาะถนนแบบ Sport หรือ นุ่มนวลแบบ Comfort
    ราคา 3,290,000 บาท>>ผ่อนเริ่มต้นเพียง 32,900 บาท / เดือน
  4. GLE 350 d 4MATIC Coupé AMG Dynamic ในกลุ่ม SUV ที่สุดของความลงตัว ผสมผสานความคล่องตัวและความยิ่งใหญ่ในหนึ่งเดียว ความแข็งแกร่งนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซล V6 ความจุ 3.0 ลิตร 258 แรงม้า
    ราคา 7,190,000 บาท>>ผ่อนเริ่มต้นเพียง 70,400 บาท / เดือน

พิเศษยิ่งขึ้นสำหรับผู้ถือบัตรเครดิต ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารกรุงศรีฯ, และ ธนาคารกรุงไทย เบนซ์สตาร์แฟลกขอมอบอภิสิทธิ์ให้คุณเหนือระดับยิ่งกว่าด้วยข้อเสนอดังนี้

  • สำหรับผู้ถือบัตรธนาคารกสิกร THE WISDOM INFINITE / THE WISDOM / PLATINUM รับทันทีเครดิตเงินคืน 20% เมื่อชำระเงินดาวน์ผ่านบัตรสูงสุด 200,000 บาท
  • สำหรับลูกค้าผู้ถือบัตรธนาคารกรุงศรีฯ Krungsri Exclusive Signature และ Krungsri Signature รับคะแนนสะสมเพิ่ม 10 เท่า เมื่อชำระเงินดาวน์ผ่านบัตรสูงสุด 200,000 บาท
  • สำหรับลูกค้าผู้ถือบัตรธนาคารกรุงไทย รับทันที Royal Orchid Plus 100,000 ไมล์ หรือ คะแนนสะสม Forever Reward 200,000 Point เมื่อชำระเงินดาวน์ผ่านบัตรสูงสุด 200,000 บาท

!!!ขอเชิญลูกค้าทุกท่านเข้ามาสัมผัสและทดลองขับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ที่ท่านให้ความสนใจอยู่ทั้งรถใหม่และรถผู้บริหาร ได้ที่โชว์รูม ‘เบนซ์สตาร์แฟลก’ บนถนนวิภาวดีรังสิต โดยเปิดบริการวันจันทร์-วันเสาร์ เวลา 08.00-20.00 น. และวันอาทิตย์ เวลา 08.30-17.00 น. หรือ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายขาย โทร.02-248-6699 ตามวันและเวลาทำการเดียวกันหรือ www.starflag.mercedes-benz.co.th, Facebook : Benz Star Flag, Instagram : @BenzStarFlag


ก้าวสู่การเป็นนักรีวิวมืออาชีพคนใหม่ของเมืองไทย และแจ้งเกิดบนโลกออนไลน์ กับ NIVEA Mutual Skin Influencers Search by Cleo

เพราะ นีเวีย เชื่อในพลังของเหล่าคนรุ่นใหม่ที่อยากโลดแล่นมีชื่อเสียงอยู่บนโลกออนไลน์ จึงได้จัดกิจกรรมเฟ้นหาบิวตี้บล๊อกเกอร์คนใหม่อย่าง NIVEA Mutual Skin Influencers Search โดยเป็นครั้งแรกที่ร่วมมือกับคลีโอ เปิดโอกาสให้สาวไทยทุกคนที่มีความกล้า ชอบรีวิวเป็นชีวิตจิตใจและมีความคิดสร้างสรรค์ได้แจ้งเกิดบนโลกออนไลน์ในฐานะบล๊อกเกอร์      มืออาชีพคนใหม่ของวงการ และรับเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท

กิจกรรม NIVEA Mutual Skin Influencers Search by Cleo เริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยคัดเลือกผู้ผ่านเข้ารอบจากการส่งคลิปวิดีโอรีวิวผลิตภัณฑ์เช็ดเครื่องสำอางอย่าง นีเวีย ไมเซร่า วอเตอร์ ที่มีให้เลือกสามสูตรให้เหมาะกับสภาพผิวของทุกคน ไม่ว่าจะเป็น #สายลูกครึ่ง นีเวีย ไวท์ ออยล์ คอนโทรล ไมเซล่า วอเตอร์ สำหรับผิวผสม  #สายกลาง นีเวีย เอ็กซ์ตร้า ไบร์ท ไมเซล่า วอเตอร์ สำหรับผิวธรรมดา และ #สายมันส์ นีเวีย แอคเน่ แคร์ ไมเซล่า วอเตอร์ สำหรับผิวที่เป็นสิวง่าย ซึ่งตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา กิจกรรมนี้ได้รับความสนใจมีผู้ร่วมส่งคลิปรีวิวมากกว่า  1,200  คลิป ซึ่งระหว่างทาง นีเวีย และ คลีโอ ยังได้ไปพบปะกับน้องๆ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มหาวิทยาลัยศรีปทุม และ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ พร้อมกับ  เมคอัพ อาร์ติสท์ บล็อคเกอร์ชื่อดัง และผู้เชี่ยวชาญด้านความงามและแฟชั่น เพื่อแบ่งปันเคล็ดลับ และเทคนิคสู่การเป็น influencer แนวหน้าของเมืองไทย

จากเสียงตอบรับที่ล้นหลามจนทำให้มีผู้สนใจส่งคลิปเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 1,200 คลิป ซึ่งนีเวีย และ คลีโอ ได้ร่วมกันคัดเลือกผู้ผ่านเข้ารอบเพียง 50 คน เพื่อมาเข้าร่วมเวิร์คช็อปสุดพิเศษกับนีเวีย ก่อนที่จะคัดจนเหลือเพียง 20 คน ที่มีโอกาสผ่านเข้าสู่รอบรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งจัดขึ้น ณ ลานแฟชั่น ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน

โดยผู้ผ่านเข้ารอบทั้ง 20 คน จะได้รับการคัดเลือกอีกครั้งเพื่อเข้าสู่รอบ 9 คนสุดท้าย ซึ่งผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนจะได้รับโจทย์ การนำเสนอนีเวีย ไมเซล่า วอเตอร์ ที่แตกต่างกัน ด้วยอุปกรณ์และเวลาที่จำกัดเท่านั้น แล้วจึงคัดเลือกสามผู้ชนะใน      กิจกรรม NIVEA Mutual Skin Influencers Search by Cleo ในปีนี้ ที่นอกจากจะแจ้งเกิดดาวดวงใหม่ประดับวงการบิวตี้ บล๊อกเกอร์แล้ว ยังได้เป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาออนไลน์กับนีเวีย ไมเซล่า วอเตอร์ พร้อมเงินรางวัลมูลค่ารวม  กว่า 100,000 บาท

ซึ่งภารกิจรอบตัดสินสุดหินสำหรับผู้ผ่านการคัดเลือกได้ให้ทุกคนได้ร่วมลุ้นและสนุกไปกับการรีวิวสุดสร้างสรรค์  ที่แต่ละคนต่างโชว์ทีเด็ดของตัวเองให้คณะกรรมการ ได้แก่ คุณฝน คุณลิลลี่ คุณไอซ์ พาดี้ คุณกานดา จนได้ 3 ผู้ชนะเลิศที่สามารถรีวิวได้โดนใจคณะกรรมการสุดๆ ได้แก่ เอ – เอษณา จรัสสุริยพงศ์ อายุ 27 ปี , เปา – ธนพัฒน์ โลหะนันท์ชัย   อายุ 23 ปี และ น้ำทิพย์ – นัทธมน ทองชิว อายุ 21 ปี

นอกจากนี้ภายในงานยังมีบูธกิจกรรมเพื่อลุ้นรับของรางวัลจากนีเวีย และมินิคอนเสิร์ตจากสาวน้อยฮิปฮอป วันเดอร์เฟรม (Wonderframe) พร้อมฉุ่มฉ่ำหัวใจกับหนุ่มหล่อจากเวทีประกวด Cleo Bachelors 2017 อย่าง วิน ศรันทร์ธร, ฟิลิป ฉันท์, เอิร์ล, บอน์น, เอ็มดี และฝาแฝด โป้ง – ปั้น ที่มาร่วมสร้างสีสันในการประกวดและขโมยหัวใจสาวๆ ภายในงานอีกด้วย

###

www.niveaformen.co.th

www.facebook.com/niveathailand

www.facebook.com/niveaformenthailand

 

 


หลบกระแสบอลโลกฟีเวอร์ แล้วหนีไปพักผ่อนกับ 6 สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำจากอโกด้า

หากคุณไม่ใช่แฟนบอล และอยากหนีไปพักผ่อนไกลๆ ในช่วงบอลโลกที่กำลังจะมาถึงนี้ อโกด้าขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวพร้อมที่พักสุดพิเศษ ที่จะทำให้วันหยุดพักผ่อนของคุณไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

 

เกาะคอรอร์, สาธารณรัฐปาเลา

ตื่นตากับสัตว์น้ำนานาชนิดที่ปาเลา ประเทศหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ พร้อมผจญภัยไปกับภูเขาไฟและน้ำตกสวยตระการตา ซึ่งล้วนแต่ดึงดูดให้ผู้คนเดินทางมาท่องเที่ยวบนเกาะแห่งนี้ อย่าลืมไปสัมผัสบรรยากาศของทะเลแสนสวยและวิวชายหาดที่ ปาเลา รอยัล รีสอร์ต

 

เบเลอร์ ฟิลิปปินส์

เบเลอร์ เป็นแหล่งกำเนิดของกีฬาโต้คลื่นในฟิลิปปินส์ คุณจะได้พบเพื่อนนักเซิร์ฟแทนนักฟุตบอล หาดทรายขาว คลื่นสูง รวมถึงเส้นทางกิจกรรมปีนเขาที่คดเคี้ยวสวยงาม โคสตา ปาซิฟิกา รีสอร์ท บนหาดซาบัง เป็นที่พักที่ให้คุณตั้งแคมป์ไฟ สังสรรค์เฮฮากับเพื่อนๆ พร้อมรับลมสบายๆ ได้ทั้งวันทั้งคืน

 

นอร์ท เวสต์ เคป, รัฐเวสต์เทิร์น, ประเทศออสเตรเลีย

นอร์ท เวสต์ เคป ประเทศออสเตรเลีย เป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติเคฟ เรนจ์ และแนวปะการังนินกาลู คุณจะได้พบกับสัตว์ป่าหายาก ที่รับรองว่าได้ฟีลห่างไกลจากคำว่าบอลโลกสุดๆ ซัล ซาลิส แคมป์ซาฟารีสุดเอ็กคลูซีฟล้อมรอบไปด้วยป่าเขาและชายหาด จะช่วยให้ฝันของคุณในการสัมผัสประสบการณ์ตั้งแคมป์สำรวจธรรมชาติเป็นจริง

 

กอลล์, ศรีลังกา

กีฬาขึ้นชื่อของเมืองนี้ไม่ใช่ฟุตบอล แต่เป็นคริกเก็ต แถมที่นี่ยังเป็นเมืองมรดกโลกที่เก่าแก่และมีเสน่ห์อย่างยิ่ง ฟอร์ด สแควร์ บูทีค วิลล่า ตั้งอยู่ใจกลางเมือง พร้อมให้คุณออกไปเดินเล่นซื้อของ และดื่มด่ำกับบรรยากาศสบายๆ บนถนนสายต่างๆ ของเมืองที่สงบสวยงาม

 

เกาะปังกอร์ ลวต, มาเลเซีย

เกาะส่วนตัวในหมู่เกาะปังกอร์ ที่อยู่ไม่ไกลจากแผ่นดินใหญ่ของมาเลเซียมากนัก ปังกอร์ ลวต รีสอร์ท ประกอบด้วยวิลลา 140 หลัง และบ้านพักตากอากาศส่วนตัว 8 หลัง ตั้งอยู่บนเกาะส่วนตัวพื้นที่ 300 เอเคอร์ รายล้อมไปด้วยธรรมชาติ วิวทะเล แมกไม้เขียวขจี ที่ทำให้คุณพักผ่อนได้อย่างเป็นส่วนตัว

 

ราชา อัมพัต, อินโดนีเซีย

หากต้องการหลีกหนีจากความวุ่นวายไปพักผ่อนอย่างแท้จริง ราชา อัมพัต ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ควรพลาด ราชา อัมพัต เต็มไปด้วยความเงียบสงบ ปลอดจากสัญญาณอินเทอร์เน็ต หรือ Wi-Fi นั่นหมายความว่าคุณจะได้หลีกหนีความวุ่นวายจากโลกโซเชียล แล้วเพลิดเพลินไปกับการอาบแดดบนหาดทรายสีขาวสะอาด ดำน้ำดูประการังสีสันสดใส จนลืมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู และถ้าคุณชอบการนวดผ่อนคลายหรือเล่นโยคะ เราขอแนะนำให้เข้าพักที่ ไวโว ไดวฟ์ รีสอร์ต รีสอร์ตที่ขึ้นชื่อด้านนี้เลย


เฟอร์รารี่ ‘พอร์โตฟิโน่’ ลักชัวร์รี่ ซูเปอร์คาร์ ตัวล่าสุดจากค่ายม้าลำพอง ราคาเพียง 20.9 ล้านบาทเท่านั้น

ครั้งแรกของลักชัวรี่ซูเปอร์คาร์สายพันธ์แกรนด์ทัวริสโม เครื่อง V8 ที่รวบรวมความโฉบเฉี่ยว หรูหราและสะดวกสบาย เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว พร้อมพุ่งทะยานจากประเทศอิตาลี่ มาสู่พรมแดงของประเทศไทยโดย คาวาลลิโน่ มอเตอร์ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายและซ่อมบำรุงรถยนต์เฟอร์รารี่แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย

งานเปิดตัว “เฟอร์รารี่ พอร์โตฟิโน” ม้าลำพองตัวใหม่สุดอลังการ เหมือนยกเมืองพอร์โตฟิโน เมืองตากอากาศติดชายทะเลสุดโรแมนติกของอิตาลีมาไว้ที่กรุงเทพฯ เลยทีเดียว

คุณนันทมาลี ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาวาลลิโน มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “คาวาลลิโ มอเตอร์ ผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการของเฟอร์รารี่ในประเทศไทย มีความยินดีอย่างยิ่งกับการเปิดตัวเฟอร์รารี่ พอร์โตฟิโน ซึ่งเป็นการเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยต่อสื่อมวลชนและลูกค้าของเฟอร์รารี่ หลังจากการเปิดตัว ‘เฟอร์รารี่ พอร์โตฟิโน’ งานแฟรงก์เฟิร์ต มอร์เตอ์โชว์ 2017”

เฟอร์รารี่ ได้เลือกชื่อรุ่นที่ค่อนข้างเร้าใจสำหรับรถสปอร์ตเปิดประทุน ที่มีความอเนกประสงค์คันนี้ โดยใช้ชื่อเมืองที่สวยที่สุดเมืองหนึ่งในประเทศอิตาลี เมืองพอร์โตฟิโน (Portofino) ซึ่งเป็นเมืองที่โด่งดังและมีเสน่ห์ในเรื่องของท่าเรือสำหรับให้บริการนักท่องเที่ยว และในหลายๆ ปีที่ผ่านมาเมืองนี้ได้เริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้นในด้านความงดงามของทิวทัศน์ กิจกรรมกีฬา และความหรูหรา

โดยสีในการเปิดตัวรุ่นนี้ที่ Frankfurt Show เป็นสีแดงพิเศษ ‘Rosso Portofino’ และที่นำมาเปิดตัวในประเทศไทย คือสีขาว ‘Bianco Italia’ ที่ดูหรูหรามากกเฟอร์รารี่ พอร์โตฟิโน เป็นรถสปอ์ตคูเป้เปิดประทุน ที่มาพร้อมขุมพลัง วี 8 เทอร์โบอันเลื่องชื่อ ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่ได้รับการเสนอชื่อสำหรับรางวัล Internation Engine of the Year ในปี 2016 และ 2017

ด้วยกำลังสูงสุดถึง 600 แรงม้า และอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใน 3.5 วิ. ทำให้ฟอร์รารี่ พอร์โตฟิโน เป็นรถเปิดประทุนที่มีกำลังมากที่สุด และมีจุดเด่นตรงการเป็นซูเปอ์คาร์ที่สามารถใช้งานได้ทุกวัน รวมถึงการออกแบบรูปทรงได้รับเสียงชมไปในทางเดียวกันว่าเป็นรถที่มีสัดส่วนสวยงาม ดึงดูดสายตา และให้ความสำคัญในเรื่องชองความสะดวกสบายของห้องโดยสาร และห้องเก็บสัมภาระที่กว้างขวาง บวกกับที่นั่งเสริมด้านหลังอีกสองที่ เหมาะสำหรับการเดินทางระยะสั้น

นอกจากนี้ยังมาพร้อมอุปกรณ์ใหม่ๆ มากมาย อาทิ พวงมาลัยดีไซน์ใหม่ ระบบอินโฟเทนเมนท์ใหม่ล่าสุดของ Ferrari ด้วยหน้าจอแบบสัมผัส ขนาด 10.2 นิ้ว ระบบปรับอากาศใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเปิดหรือปิดหลังคา เป็นต้น

ราคาของเฟอร์รารี่ พอร์โตฟิโน่ ที่ทางคาวาลลิโน่ มอเตอร์ เปิดตัวมานั้นอยู่ที่ 537,000 ยูโร หรือ 20.9 ล้านบาท (อัตราสกุลเงินแลกเปลี่ยนยูโร ณ ปัจจุบันอยู่ที่ 39 บาท/ 1 ยูโร) ที่สำคัญ คือ ฟรีการบริการหลังการขายตลอด 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ให้บรอการจากทีมช่างผู้ชำนาญการด้วยเครื่องมือตามมาตราฐานจากโรงงานเฟอร์รารี่

“เป้าหมายของคาวาลลิโน มอเตอร์ คือ การเป็นผู้นำในตลาดซูเปอร์คาร์ ซึ่งในมุมของเฟอร์รารี่ ไม่ใช่แค่สปอร์ตคาร์ แต่เป็นลักชัวรี่ ซูเปอร์คาร์ ซึ่งการขยายฐานตลาดสู่เซ็กเมนต์แกรนด์ทัวริสโม่ หรือ GT เพื่อตอกย้ำตำแหน่งผู้นำให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น” สัมผัสความสนุก สุดเร้าใจไปกับม้าลำพองตัวใหม่ เฟอร์รารี่ พอร์โตฟิโน ได้ที่โชว์รูม คาวาลลิโน มอเตอร์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-319-6109 หรืออีเมล [email protected] หรือเว็บไซต์ www.bangkok.ferraridealers.com


เมลโล่ ทองหล่อ (Mellow Thonglor) ปรับลุคใหม่ ชูคอนเซ็ปต์ ‘Grown Up’ เติบโตไปด้วยกัน

เมลโล่ ทองหล่อ (Mellow Thonglor) ร้านอาหารสุดชิลย่านทองหล่อ จัดงานเฉลิมฉลองร้านใหม่ในคอนเซ็ปต์ “Mellow Grown Up” เติบโตไปด้วยกันกับลูกค้า ปรับลุคใหม่ พร้อมชูจุดเด่นบรรยากาศสุดอบอุ่น ดนตรีสดหลากหลายแนว เหมาะสำหรับแฮงค์เอาท์กับกลุ่มเพื่อนซี้และครอบครัว

เมลโล่ ทองหล่อ ร้านอาหารที่ตอบโจทย์สายชิลอย่างแท้จริง เน้นการตกแต่งสไตล์ลอฟท์ โดยคงจุดเด่นของตัวโครงสร้างแบบดิบๆ ให้ความรู้สึกเรียบ เท่ โครงสร้างเพดานสูงและกระจกใสโดยรอบ เสริมให้บรรยากาศโปร่งโล่งสบาย และช่วยเพิ่มแสงธรรมชาติให้กับร้าน หรือหากเป็นเวลากลางคืน ก็สามารถมองเห็นสีสันยามค่ำคืนของทองหล่อได้ชัดเจน ส่วนด้านในของตัวร้านตกแต่งแนวโมเดิร์น ผนังอิฐแบบเปลือยหลากสีสัน และเฟอร์นิเจอร์ไม้เรียบเท่ ช่วยเสริมให้ร้านดูสดใสและอบอุ่น นอกจากนี้ ทางร้านยังได้เพิ่มพื้นที่ใช้สอยที่ชั้น 2 ของร้าน โดยออกเบบให้เป็น Live Music Hall สำหรับคอดนตรีโดยเฉพาะ ซึ่งจะมีวงดนตรีแถวหน้า ทั้งแนว ร็อค, แจ๊ส, ฮิปฮอป, เร็กเก้ และ อื่นๆ สลับผลัดเปลี่ยนมาเล่นสด เพื่อสร้างสีสันและเพิ่มอรรถรสในการสังสรรค์มากยิ่งขึ้น

คุณกายสิทธิ์ อุดมคุณธรรม เจ้าของร้าน กล่าวว่า “ร้านเมลโล่ ทองหล่อ และลูกค้าของเรา ต่างก็เติบโตขึ้นมาด้วยกัน ปีนี้เราจึงตัดสินใจรีโนเวทปรับลุคของร้าน รวมถึงชูคอนเส็ปต์ใหม่ “Mellow Grown Up” เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่เติบโตมาด้วยกันกับเรา นอกจากนี้ เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้น พร้อมสร้างจุดเด่นของร้าน เราจึงมีแนวคิดที่จะกำหนดธีมของร้านในแต่ละวัน และองค์ประกอบต่างๆ ในร้านจะปรับให้สอดคล้องไปกับธีม ไม่ว่าจะเป็นวงดนตรีที่จะมาเล่นที่ร้าน การตกแต่งร้าน รวมถึงเมนูอาหารและเครื่องดื่มพิเศษ ก็จะสอดคล้องไปกับธีมของวันนั้นๆ ด้วย ให้ร้านเมลโล่ ทองหล่อ เป็นสถานที่สังสรรค์ในทุกๆ โอกาสของกลุ่มเพื่อน และครอบครัว”

นอกจากการตกแต่งร้านที่มีกลิ่นอายแบบตะวันตกผสมผสานตะวันออก ชวนให้นึกถึงร้านอาหารสุดชิค ในนิวยอร์คบวกกับคาเฟ่แบบญี่ปุ่นแล้ว เมนูอาหารที่นี่ก็มีจุดเด่นที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ด้วยสไตล์ฟิวชั่น ที่ผสานความเป็นตะวันตกและตะวันออกได้อย่างน่าสนใจ เน้นความหลากหลายของอาหาร ความสดใหม่ และรสชาติในแบบเฉพาะตัว เมนูอาหารของร้านเมลโล่ ทองหล่อ ผ่านการสร้างสรรค์เป็นอย่างดีจาก คุณอิสริยะ หมุดกาญจน์ เชฟผู้ซึ่งอยู่เบื้องหลังเมนูอาหารสไตล์ฟิวชั่น ของร้านเมลโล่ตั้งแต่แรกเริ่ม และได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง  โดยครั้งนี้เชฟเป็นผู้ออกแบบเมนูและควบคุมคุณภาพอาหารในทุกขั้นตอน ยิ่งไปกว่านั้น ในแต่ละวัน ทางเชฟจะมีสเปเชี่ยลเมนู ที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษเพื่อให้สอดคล้องกับธีมดนตรีสดที่มาสร้างสีสันในคืนนั้นๆ ด้วย

ภายในงานเปิดตัว ร้านเมลโล่ ทองหล่อ โฉมใหม่ มีแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง พร้อมสัมผัสประสบการณ์เมนูซิกเนเจอร์ของร้านที่คัดเลือกมาเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น เซ็ทรวมเมนูเรียกน้ำย่อยยอดฮิต แอปเปิ้ลซีซาร์สลัด ตามด้วยเมนูพาสต้าทั้ง ลินกวินี่สไปซี่คาโบนารา และลินกวินี่หอยเชลล์ไข่ปลาเมนไทโกะ ที่อร่อยเด็ดและเป็นเอกลักษณ์ของร้าน ปิดท้ายด้วยเมนูใหม่ล่าสุด สเต็กโทมาฮอว์คชิ้นยักษ์ ที่ย่างมาได้อย่างพอเหมาะ ส่วนเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ที่ทางร้านภูมิใจนำเสนอ คือ Mellow Star Martini Cocktail เปรี้ยวหวานสดชื่นด้วยผลไม้ น่าจะถูกใจสาวๆ อย่างแน่นอน หลังจากจัดเต็มทุกเมนูแล้ว ความสนุกยังไม่หมดเท่านี้ เพราะทางร้านเมลโล่ได้จัดเต็มยกวงดนตรีชั้นแนวหน้ามาให้เป็นพิเศษ เปิดตัวด้วย The Raven Doll ซึ่งเป็นวงประจำของร้าน และระเบิดความมันส์อย่างต่อเนื่องกับ Silly Fools และ Dax Rock Rider ให้สายร็อคได้โยกกันอย่างจุใจ

ภายในร้านบริเวณชั้น 1 สามารถรองรับได้ถึง 40 ที่นั่ง มีบาร์เครื่องดื่ม รวมถึงกาแฟ ที่ได้พาร์ทเนอร์ใหม่ มร. คริสโตเฟอร์ กวิน (Christopher Gwynne) เป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องเมล็ดกาแฟ โดยมีเบลนด์ที่คัดสรรมาเป็นพิเศษถึง 2 เบลนด์ด้วยกัน คือ ‘ละมุน’ และ ‘นิยม’ พร้อมนำเสนอให้คอกาแฟได้ลิ้มลอง ส่วนชั้น 2 เป็นพื้นที่สำหรับไลฟ์แบนด์ เอาใจคอเพลง สามารถรองรับได้ประมาณ 40 ที่นั่ง โดยช่วงหัวค่ำวันเสาร์จะเป็นวงประจำ The Raven Doll ส่วนช่วงกลางคืนจะเป็นวงดนตรีแถวหน้าที่ผลัดเปลี่ยนมาเล่นในแต่ละสัปดาห์

สำหรับก้าวใหม่ของร้านเมลโล่ ทองหล่อ ในปีนี้ ทางร้านได้เพิ่มระบบบัตรสมาชิกขึ้นมา ผู้สนใจสามารถสมัครได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด นอกจากสมาชิกจะได้สะสมคะแนนกับทางร้านเมลโล่ ทองหล่อ และร้านอื่นๆ ในเครือที่ร่วมรายการแล้ว เงินจำนวน  2 เปอร์เซ็นต์ จากยอดที่สมาชิกใช้จ่ายกับร้านในแต่ละเดือน ทางร้านจะนำไปบริจาคให้กับบ้านเด็กกำพร้า หรือโครงการต่างๆ ที่สนับสนุนเด็กด้อยโอกาสในพื้นที่ห่างไกลอีกด้วย

“หลังจากที่ เมลโล่ ทองหล่อ ได้เปิดประตูต้อนรับลูกค้าให้เข้ามาสัมผัสบรรยากาศที่แสนอบอุ่น เป็นกันเอง ตั้งแต่เมื่อ 8 ปีที่แล้ว เรียกได้ว่าทั้งร้านและลูกค้าต่างก็เติบโตมาด้วยกัน กระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติทำให้เราตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ดังนั้น ในปีนี้จึงเป็นโอกาสที่ดี ที่เราอยากจะขอบคุณลูกค้าทุกๆ ท่านที่ให้การสนับสนุนเราเป็นอย่างดีมาโดยตลอด และหวังว่าทุกท่านจะได้ร่วมฉลองความสำเร็จขั้นต่อๆ ไปของเราในอนาคต” คุณกายสิทธิ์ กล่าวทิ้งท้าย

ร้านเมลโล่ ทองหล่อ (Mellow Thonglor) ตั้งอยู่ที่โครงการ Penny’s Balcony ซอยทองหล่อ 16 ร้านเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 – 01.30 น. สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/MellowThonglor และ https://www.instagram.com/mellowthonglor

 


ฮอนด้าขนทัพสุดยอดเทคโนโลยียานยนต์พลังงานไฟฟ้าลุยงาน ‘iEVTech 2018’

กลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย​ พร้อมจัดขนทัพยานยนต์พลังงานไฟฟ้ามาจัดแสดงในงานประชุมวิชาการและนิทรรศการเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้านานาชาติ หรือ iEVTech 2018 (The International Electrical Vehicle Technology Conference and Exhibition 2018) ระหว่างวันที่ 6 – 9 มิถุนายน 2561 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค โดยนำเสนอเทคโนโลยีแบตเตอรี่แบบสับเปลี่ยนได้สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กและอุปกรณ์ต้นแบบสำหรับชาร์จไฟ พร้อมด้วยรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า พีซีเอ็กซ์ อิเล็คทริก (PCX Electric) และรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก เอ็มซี เบต้า (MC β)


เพื่อตอกย้ำพันธสัญญาที่จะมุ่งมั่นสร้างสรรค์เทคโนโลยีและยานยนต์พลังงานสะอาด เพื่อสร้างสังคมปลอดมลพิษ (CO2 Free Society) กลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย ประกอบด้วยบริษัท ฮอนด้า อาร์ แอนด์ ดี เอเชีย แปซิฟิก จำกัด, บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด, บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด, และบริษัท เอเชี่ยนฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ร่วมนำเสนอเทคโนโลยีเพื่อยานยนต์ไฟฟ้าของฮอนด้า ณ งานประชุมวิชาการและนิทรรศการเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า iEVTech 2018 ซึ่งจัดโดยสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย 
โดยงานนี้ถือเป็นการประชุมระดับสากลที่นักวิจัย วิศวกร และผู้จัดแสดงยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าจากทั่วโลกจะได้แลกเปลี่ยนข้อมูลและทรรศนะเกี่ยวกับแนวคิดหรือโครงการวิจัยด้านเทคโนโลยีและยานยนต์พลังงานไฟฟ้า เพื่อขับเคลื่อนสู่สังคมแห่งการเดินทางที่ไร้มลพิษและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

โดยฮอนด้าได้จัดแสดงเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าภายใต้แนวคิด “Honda Mobile Power Pack World” นำเสนอไอเดียแบตเตอรี่แบบสับเปลี่ยนได้ (Swappable Battery) ที่พัฒนาโดยฮอนด้า ซึ่งจะช่วยลดเวลาในการชาร์จไฟและอำนวยสะดวกในการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ขณะเดินทาง พร้อมสามารถใช้งานได้ทั้งรถจักรยานยนต์และรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก โดยเทคโนโลยีแบตเตอรี่ดังกล่าวได้แก่
แบตเตอรี่แบบสับเปลี่ยนได้ ชนิด ลิเธียม-ไอออน “ฮอนด้า โมบายล์ พาวเวอร์แพ็ค” (Honda Mobile Power Pack) สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กของฮอนด้า

ตู้ชาร์จไฟต้นแบบ “ฮอนด้า โมบายล์ พาวเวอร์แพ็ค เอ็กซ์เชนจ์เจอร์ คอนเซปต์” (Honda Mobile Power Pack Exchanger Concept) ซึ่งสามารถชาร์จแบตเตอรี่ ฮอนด้า โมบายล์ พาวเวอร์แพ็ค ได้หลายก้อนพร้อมกัน สะดวกในการสับเปลี่ยนแบตเตอร์รี่ให้กับยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กได้ทันที

เครื่องชาร์จไฟแบบพกพาต้นแบบ “ฮอนด้า โมบายล์ พาวเวอร์แพ็ค ชาร์จ แอนด์ ซัพพลายด์ – พอร์เทเบิ้ล คอนเซปต์” (Honda Mobile Power Pack Charge & Supply – Portable Concept) มีขนาดเล็กเหมาะกับการใช้งานชาร์จแบตเตอร์รี่ ฮอนด้า โมบายล์ พาวเวอร์แพ็ค นอกสถานที่


ฮอนด้ายังได้นำผลิตภัณฑ์ยานยนต์ไฟฟ้าที่ให้พลังด้วยฮอนด้า โมบายล์ พาวเวอร์แพ็ค มาร่วมจัดแสดง ได้แก่ รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อโลกไร้มลพิษ พีซีเอ็กซ์ อิเล็กทริก (PCX Electric) และรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กต้นแบบ เอ็มซี เบต้า (MC β)

นอกจากนี้ ฮอนด้า ยังได้จัดแสดงและเปิดให้ทดลอง ยูนิ-คับ เบต้า (UNI-CUB β) พาหนะส่วนบุคคลรูปแบบใหม่สำหรับใช้ภายในอาคาร สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระรอบทิศทาง ด้วยเทคโนโลยีควบคุมการทรงตัวอัจฉริยะที่มีจุดกำเนิดมาจากการวิจัยหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ “อาซิโม” ของฮอนด้า


ผู้เยี่ยมชมงาน iEVTech 2018 สามารถเข้าชมบูทฮอนด้าได้ตั้งแต่เวลา 10:00-18:00 น. ณ บูธเลขที่ G1 ฮอลล์ 103 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค และสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าของฮอนด้า ได้ที่ global.honda/innovation


‘นีเวีย เมน แอคทีฟ เอนเนอร์จี เจล’ ปลุกผิวให้ตื่น ฟื้นฟูผิวที่เหนื่อยล้าให้สดชื่น กระจ่างใส

ผู้ชายในยุคนี้ ถ้าอยากดูดี นอกจากจะต้องออกกำลังกายให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงแล้ว ผิวหน้าก็เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องดูแลให้ครบด้วยเช่นเดียวกัน เพราะความเครียดสะสม การนอนดึก และมลภาวะต่างๆ ที่เพิ่มมากขึ้นในแต่ละวัน มีผลทำให้ผิวหน้าเหนื่อยล้าและหมองคล้ำ ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดริ้วรอยตามมา นีเวีย เมน ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์การดูแลผิวสำหรับผู้ชายระดับโลกที่เข้าใจชีวิตผู้ชายอย่างแท้จริง แนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดอย่าง นีเวีย เมน แอคทีฟ เอนเนอร์จี เจล เนื้อเบาบาง ไม่เหนอะหนะ ช่วยปลุกผิวให้ตื่นสดชื่นขึ้นทันที

นีเวีย เมน แอคทีฟ เอนเนอร์จี เจล โดดเด่นด้วยพลังจากวิตามิน+คอมเพล็กซ์ ผสานกับนวัตกรรมไมโคร พิกเมนท์ บีดส์ เอกสิทธิ์ของนีเวีย เมน ที่คิดค้นขึ้นในประเทศเยอรมนี นอกจากจะฟื้นบำรุงผิวหน้า และยังปลุกผิวให้ตื่นจากความเหนื่อยล้าสะสมและความหมองคล้ำ ด้วยเนื้อสัมผัสแบบเจลบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะจึงเหมาะกับทุกสภาพผิวของผู้ชาย พร้อมมอบความสดชื่น ให้ผิวแลดูสุขภาพดีและกระจ่างใสขึ้นทันทีที่ทาจนคุณรู้สึกได้

ฟื้นฟูผิวที่เหนื่อยล้าสะสม ให้กลับมีสุขภาพดี กระจ่างใสกับ นีเวีย เมน แอคทีฟ เอนเนอร์จี เจล ในขนาด 50 มล. ราคา 499 บาท เฉพาะที่ร้านวัตสัน และวัตสันออนไลน์เท่านั้น


‘Ducati Dream Tour 2018’ จัดทริปสุดพิเศษตะลุยอิตาลี่ในราคาพร้อมโปรฯ 0% 10 เดือน

ดูคาติจัดโปรโมชั่นพาลูกค้าบินลัดฟ้าไปขี่รถท่องเที่ยวที่อิตาลี กับทริป Ducati Dream Tour 2018 เป็นเวลา 8 วัน 7 คืน เพิ่มประสบการณ์การขี่รถดูคาติระดับสากลกับหลักสูตร DRE โดยครูฝึกที่อิตาลี ร่วมขบวนขี่รถบนเส้นทางหุบเขาในตำนาน เดินทางพักผ่อนแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมราคาสุดฮ็อต พร้อมสัมผัสงานยิ่งใหญ่ระดับโลก World Ducati Week 2018 กับโปรฯ พิเศษ ผ่อน 0% นาน 10 เดือน


ดูคาติแบรนด์บิ๊กไบค์ระดับพรีเมียมสัญชาติอิตาเลียนที่เน้นการบริการระดับพรีเมียมให้ลูกค้าดูคาติ ทั้งในเรื่องของตัวสินค้า และกิจกรรมต่างๆ เมื่อลูกค้าก้าวเข้ามาเป็นเจ้าของรถดูคาติ ลูกค้าจะได้รับประสบการณ์แวดล้อมใหม่ๆ ที่แตกต่างจากค่ายอื่น ทั้งการออกทริปที่มีทีมงาน ทีมมาร์แชล รถเซอร์วิส และรถพยาบาลดูแลตลอดทริป เพื่อให้ลูกค้าสัมผัสประสบการณ์ที่พรีเมียมระดับสากล ดูคาติ (ประเทศไทย) จังได้มีการจัดกิจกรรม Ducati Dream Tour 2018


กิจกรรม Ducati Dream Tour 2018 จะเป็นการพาลูกค้าไปขี่รถท่องเที่ยวบนเส้นทางที่สวยที่สุดในประเทศอิตาลีเป็นเวลา 8 วัน 7 คืน และที่สำคัญคือลูกค้าทุกท่านจะได้ไปสัมผัสงาน World Ducati Week 2018 ซึ่งเป็นงานยิ่งใหญ่ระดับโลกที่จัดขึ้นทุกๆ 2 ปี เพื่อเป็นการรวมตัวพบปะสังสรรค์ของชาวดูคาติจากหลากหลากหลายเชื้อชาติทั่วทุกมุมโลก ที่จะมาสนุกไปกับหลากหลายกิจกรรมสุดมันส์ภายในงานที่สนามแข่งมิซาโนในวันที่ 20-22 กรกฎาคม

สำหรับ Ducati Dream Tour 2018 จะมีการจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 17-24 กรกฎาคม 2561 เป็นเวลา 8 วัน 7 คืน เดินทางโดยสายการบินระดับพรีเมียมอย่างการบินไทย พักโรงแรมชั้นนำที่เห็นวิวทิวทัศน์สวยงามของอิตาลี พร้อมเยี่ยมชมโรงงานและพิพิธภัณฑ์ดูคาติที่ประเทศอิตาลี ให้คุณเลือกขี่รถดูคาติจากหลากหลายรุ่น ทั้ง Monster, Hypermotard, Multistrada, XDiavel, SuperSport และ Scrambler


ทุกท่านจะได้ลงหลักสูตร Ducati Riding Experience หรือ DRE Course ที่สอนโดยครูฝึกที่อิตาลี เพื่อเพิ่มความมั่นใจและทำความคุ้นเคยกับรถ ก่อนจะเดินทางไปลุยขี่รถท่องเที่ยวในแคว้นเอมีเลีย-โรมัญญาและทัสคานีของอิตาลี ที่ยังคงเอกลักษณ์ความงดงามของธรรมชาติและประวัติศาสตร์ศิลปกรรม โดยอีกหนึ่งเส้นทางไฮไลท์อยู่ที่หุบเขาแห่งตำนานที่เชื่อมระหว่างเมืองฟลอเรนซ์และโบโลญญ่า ที่ยังคงดึงดูดไบค์เกอร์ทั่วโลกด้วยเส้นทางที่มีความสวยงามที่สุดและท้าทายที่สุดตลอดทาง ทำให้หุบเขาแห่งนี้กลายเป็นเส้นทางในฝันที่ชาวดูคาติที่อิตาลีจะต้องไปขี่ให้ได้อย่างน้อย 1 ครั้งในชีวิต โดยมีครูฝึกของดูคาติประเทศอิตาลีเป็นผู้ดูแลขบวนตลอดทริป

นอกจากนี้ ยังมีการพาเที่ยวชมสนามแข่งมูเจลโล่ ซึ่งเป็นสนามแข่ง MotoGP ที่ถือว่าเป็น Home Race ของดูคาติ รวมถึงการเดินทางไปเที่ยวชมเมืองริมินี เมืองริมทะเลที่สะท้อนเสน่ห์ของอิตาลี พร้อมขี่รถเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานยิ่งใหญ่ระดับโลกอย่าง World Ducati Week 2018 ซึ่งจัดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันที่สนามแข่งมิซาโน่ โดยภายในงานจะมีการขี่รถโชว์ในแทร็คโดยนักแข่งดูคาติ พร้อม Meet & Greet กันอย่างใกล้ชิด


การชมหลักสูตร Enduro Academy และ Scrambler Flat Track School รวมถึงการทดสอบรถดูคาติรุ่นใหม่อย่าง Monster 821, Multistrada 1260 และ Scrambler 1100 รอบบริเวณสนามแข่งมิซาโน่ อีกทั้งยังมีการจัดโปรแกรมพาลูกค้าไปช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำในราคาสุดพิเศษที่เอาท์เล็ทและมิลาน ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ พร้อมประสบการณ์สุดประทับใจ


ทั้งนี้ Ducati Dream Tour 2018 จะมอบความเอ็กซ์คลูซีฟครอบคลุมผู้ร่วมเดินทางทุกท่าน ด้วยการจัดสรรโปรแกรมรองรับความต้องการสำหรับผู้ที่จะไปขี่รถดูคาติที่อิตาลี รวมถึงผู้ซ้อน และผู้ติดตามที่ต้องการไปท่องเที่ยวโดยไม่ขี่รถ โดยมีราคาแพ็คเกจ 165,900 บาทสำหรับผู้ขี่รถดูคาติ, ราคา 135,900 บาทสำหรับผู้ซ้อน และราคา 155,900 บาทสำหรับผู้ติดตาม ทั้งนี้ ทางดูคาติไทยแลนด์ได้จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษ ผ่อน 0% นาน 10 เดือน สำหรับลูกค้าที่ใช้บัตรเครดิตกสิกรไทย, กรุงไทย และซิตี้แบงค์ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ducatithailand.com , facebook.com/DucatiThailand หรือติดต่อสอบถามที่เบอร์ 02-5139999


ตำนานรักบี้ระดับโลกเยือนกรุงเทพฯ ส่งเสริมกีฬารักบี้ในประเทศไทย

แอนดริว เมอร์เท่นส์ อดีตดาวรุ่งทีมออลแบล็คส์ และ แอนโทนี่ วัตสัน นักกีฬารักบี้ทีมชาติอังกฤษได้มาเยือนกรุงเทพฯ เพื่อส่งเสริมการเล่นกีฬารักบี้ในประเทศไทยและช่วยผลักดันความตั้งใจของสโมสรรักบี้ฟุตบอล บางกอก ไลออนส์ ในการยกระดับกีฬารักบี้ในประเทศไทย

โดยทั้งสองได้เข้าร่วมการฝึกซ้อมรักบี้ ณ โรงเรียนนานาชาติ บางกอกพัฒนา ก่อนเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำการกุศลที่โรงแรมเจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ ในคืนเดียวกัน

ความสำเร็จในอาชีพของทั้งสองได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬารักบี้รุ่นใหม่ของไทย ที่ได้ฝึกฝนทักษะการเล่นกับสโมสรรักบี้ฟุตบอล บางกอก ไลออนส์ โดย แอนดริว เมอร์เทนส์ ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในตำนานรักบี้ของโลก ด้วยประสบการณ์การเล่นรักบี้ชั้นหนึ่งเป็นเวลา 12 ปีในประเทศนิวซีแลนด์ อังกฤษ และฝรั่งเศส และมีคะแนนสูงสุดเป็นที่ 7 ของรักบี้ระดับนานาชาติ ด้วยยอด 70 เกมส์ (cap) และ 967 คะแนน  แอนโทนี่ วัตสัน นักกีฬารักบี้ในทีมชาติอังกฤษ บริติช แอนด์ ไอริช ไลอ้อน ด้วยวัยเพียง 24 ปีสามารถผ่าน อินเตอร์เนชั่นแนล เทสแล้วถึง 36 เกมส์ (cap) และยังเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับอาดิดาส (Adidas) และมาเซราติ (Maserati) อีกด้วย

รักบี้เป็นกีฬาที่มีการเติบโตเร็วที่สุดในโลก ที่ได้รับการส่งเสริมโดยกระแสของรักบี้ 7 คน รักบี้ทีมหญิง และการมีส่วนร่วมในกีฬาโอลิมปิก ประเทศไทยจะเข้าร่วมการแข่งขันรักบี้ 7 คนในกีฬาเอเชียนเกมส์ 2018 ส่วนการแข่งขันรักบี้ชิงแชมป์โลกในปี 2562 จะจัดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นครั้งแรกที่การแข่งขันจะจัดขึ้นในทวีปเอเชียอีกด้วย กีฬารักบี้ได้เริ่มเล่นในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2463 โดยปัจจุบันมีสโมสรรักบี้มากกว่า 150 แห่งทั่วประเทศ และผู้เล่นกว่า 20,000 คนทั่วประเทศ

“ประเทศไทยมีประวัติอันยาวนานในโลกของรักบี้ โดยเฉพาะในทวีปเอเชีย ซึ่งทั้งทีมชายและหญิงมีชื่อเสียงในด้านการเป็นคู่แข็งที่น่ากลัวและแข็งแกร่ง” แอนดริว เมอร์เทนส์ กล่าว “ในการแข่งขัน ซีเกมส์ 2017 ที่ผ่านมา รักบี้หญิงทีมชาติไทยได้รับรางวัลเหรียญทอง ส่วนรักบี้ชายทีมชาติไทยได้รับเหรียญทองแดง ซึ่งในการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ในปีนี้ ผมเชื่อมั่นว่าทั้งสองทีมจากประเทศไทยจะต้องเป็นหนึ่งในผู้ชิงเหรียญรางวัลอย่างแน่นอน” เมอร์เทนส์กล่าวเสริม

“ผมรู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้มาเยือนกรุงเทพฯในครั้งนี้ และได้พบปะกับเหล่าแฟนคลับร่วมถึงนักกีฬารักบี้รุ่นใหม่ๆ แก่นแท้และค่านิยมของรักบี้คือ การรวมกันเป็นหนึ่งในทีม ความหลงใหลในกีฬาชนิดนี้ ความสามัคคี มีระเบียบวินัย รวมถึงการเคารพกันและกัน ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้สามารถสะท้อนความเป็นประเทศไทยอย่างแท้จริง เพราะกีฬาเป็นตัวช่วยให้ไม่เกิดการแบ่งแยก” แอนโทนี่ วัตสัน กล่าว “สิ่งที่กล่าวมาข้างต้นล้วนเป็นพื้นฐานที่ทำให้กีฬารักบี้มีเอกลักษณ์ และเป็นสิ่งที่ผมได้เห็นค่อยๆเติบโตในประเทศไทยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา” แอนโทนี่ วัตสัน กล่าว

ทั้งวัตสันและเมอร์เท่นส์ นั้นรับรู้ถึงความสำคัญและการมีส่วนร่วมของสโมสรรักบี้ตั้งแต่ในระดับเริ่มต้น “สโมสรรักบี้ฟุตบอล บางกอก ไลออนส์ เปิดโอกาสให้แก่เยาวชนในประเทศไทยในการเรียนรู้กีฬารักบี้ ไม่ได้เพียงแค่เรียนรู้เกี่ยวกับการเล่นกีฬาและเตรียมพร้อมร่างกายให้สุขภาพดีอยู่เสมอเท่านั้น แต่ยังรวมถึงแก่นแท้ในการเพิ่มคุณค่าและการใช้ชีวิตอีกด้วย” วัตสันกล่าวปิดท้าย


Privacy Preference Center