MINI JCW GP แพงสุดแรงสุดตั้งแต่เคยมีมาสานต่อดีเอ็นเอรถแข่งพันธุ์แท้สไตล์มินิ

มินิ ประเทศไทย เปิดตัว มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ จีพี เจเนอเรชั่นที่ 3 มินิที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ สานต่อตำนานรถแข่งที่ขับเคลื่อนด้วยแรงบันดาลใจจากจอห์น คูเปอร์ นักออกแบบรถแข่งฟอร์มูลา วัน โดยมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ จีพี ใหม่ จะมาในจำนวนจำกัดเพียง 30 คันเท่านั้น

มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ จีพี ใหม่ มากับเครื่องยนต์ 4 สูบ 2.0 ลิตรด้วยเทคโนโลยี MINI TwinPower Turbo เจเนอเรชั่นล่าสุดให้กำลังสูงสุด 225 กิโลวัตต์/306 แรงม้า ทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม.ได้ภายใน 5.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 265 กม./ชม. หัวใจสำคัญของเครื่องยนต์สมรรถนะสูงคือระบบควบคุมอุณหภูมิที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งระบบระบายความร้อนของมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ จีพี ใหม่ ได้รับการออกแบบบนพื้นฐานของรถแข่ง


ระบบระบายความร้อนที่
มาพร้อมหม้อน้ำ 2 ช่องสำหรับหล่อเย็น ถังพักน้ำหล่อเย็นขนาดใหญ่ขึ้นและพัดลมไฟฟ้า นอกจากนี้เกียร์อัตโนมัติ Steptronic 8 จังหวะยังมีระบบระบายความร้อนแยกต่างหาก ระบบเกียร์แบบใหม่ยังช่วยเสริมความสปอร์ตให้กับการเปลี่ยนเกียร์ด้วยปุ่มเปลี่ยนเกียร์ไฟฟ้า หรือหากต้องการเปลี่ยนไปขับขี่ด้วยเกียร์ธรรมดาก็สามารถทำได้โดยใช้แป้นเปลี่ยนเกียร์บริเวณพวงมาลัย

ระบบช่วงล่างของมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ จีพี ใหม่ ยังคงการขับขี่สไตล์โกคาร์ท แต่มันส์และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นด้วยการพัฒนาด้านหลักจลนศาสตร์ของล้อและเพลา เสริมความคล่องตัวด้วยฐานล้อที่กว้างขึ้นและตัวรถที่ต่ำลง 
10 มิลลิเมตร พร้อมพัฒนาความแข็งแกร่งของตัวถัง ระบบเบรกแบบสปอร์ตที่มาพร้อม
คาลิเปอร์เบรกแบบตายตัว 4 ลูกสูบบริเวณล้อหน้า และคาลิเปอร์เบรกลูกสูบเดี่ยวแบบลอยบริเวณล้อหลัง

มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ จีพี ใหม่ มาในดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ด้วยลุครถแข่งพันธุ์แท้ ที่โดดเด่นและมีสมรรถนะการขับขี่อย่างเสถียรภาพและความแม่นยำในการควบคุมในสภาวะการขับขี่ที่ต้องการความคล่องตัวสูง ตัวถังได้รับการออกแบบมาเพื่อชูความสมมาตรระหว่างหลักอากาศพลศาสตร์และการไหลเวียนของอากาศเพื่อระบายความร้อนในเครื่องยนต์และระบบเบรก โดดเด่นด้วยสปอยเลอร์บนหลังคาแบบปีกคู่ พ่วงกับดีไซน์กระโปรงหน้าแบบ Blackband และขอบสปอยเลอร์หน้า ที่ทำงานร่วมกันในการลดแรงยก ทำให้แรงยกบริเวณซุ้มล้อหน้าและซุ้มล้อหลังลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์รุ่นอื่นๆ

ลักษณะดีไซน์อันโดดเด่นของมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ จีพี ใหม่ที่มีความสำคัญในด้านอากาศพลศาสตร์ ยังรวมถึงซุ้มล้อที่กว้างออกเพื่อรองรับการเปลี่ยนยางสำหรับขับขี่บนสนามแข่งที่ใหญ่กว่าล้อปกติ และช่องดักลมด้านข้างตัวรถ โดยวัสดุที่ใช้บริเวณซุ้มล้อ ประกอบไปด้วยโครงสร้างเทอร์โมพลาสติกด้านใน ผสาน
คาร์บอนไฟเบอร์เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านนอก(CFRP) ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ที่นำวัสดุสองประเภทดังกล่าวมาใช้ร่วมกันโดยผ่านกระบวนการผลิตแบบพิเศษ นอกจากนี้ยังได้มีการพิมพ์หมายเลขลำดับการผลิตที่เปรียบเสมือนหมายเลขประจำตัวนักแข่งรถในสนาม

มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ จีพี ใหม่ ดูทรงพลังด้วยการผสานเส้นสายการดีไซน์ที่เฉียบคม มาในตัวถังสีเทา Racing Grey metallic ตัดกับหลังคาและฝาครอบกระจกสีเงิน Melting Silver metallic ชิ้นส่วนกันชนด้านหน้า รวมทั้งด้านหลังที่มาพร้อมไฟตัดหมอกในตัว ได้รับการออกแบบในรูปทรงแปลกใหม่ เสริมความสะดุดตาด้วยแผงกระจังหน้าลวดลายทรงหกเหลี่ยม


โดดเด่นด้วยช่องรับอากาศด้านล่างและด้านในสปอยเลอร์บนหลังคาในสีแดงเงา Chili Red โลโก้ GP อันเป็นเอกลักษณ์ในสีแดง Rosso Red metallic matt ปรากฎอยู่บนตำแหน่งต่าง ๆ ทั่วทั้งรถ ไม่ว่าจะเป็นบริเวณหน้ารถ ท้ายรถ ด้านนอกของสปอยเลอร์หลังคา ขอบประตู และสเกิร์ตด้านข้าง ล้ออัลลอยน้ำหนักเบากว่า 9 กิโลกรัมขนาด 18 นิ้ว (8.0 J × 18)มาพร้อมยางสมรรถนะสูงที่พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะสำหรับมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ จีพี ใหม่

ภายในห้องโดยสารมาพร้อมเบาะสองที่นั่ง ลดการติดตั้งวัสดุกันเสียงเพื่อลดน้ำหนักของตัวรถ ให้ความรู้สึกสปอร์ตดุดันเช่นเดียวกับรถแข่ง มาพร้อมเบาะหนังแท้ Dinamica แบบสปอร์ตในสไตล์จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ ขอบเบาะสีเงินตัดกับตะเข็บสีแดง ตกแต่งด้วยตรา GP ด้านล่างพนักพิงศีรษะและสายเข็มขัดสีแดง แผงคอนโซลบริเวณที่นั่งผู้โดยสารปรากฏเลขแสดงลำดับการผลิตของรถแต่ละคันจากการพิมพ์แบบสามมิติ เสริมความพิเศษสุดให้แก่มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ จีพี ใหม่ทุกคัน

พวงมาลัยของมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ จีพี ใหม่บ่งบอกถึงความเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะรุ่นด้วยลวดลายจาก
การพิมพ์แบบสามมิติ หุ้มด้วยวัสดุหนังแท้ nappa ตัดกับตะเข็บสีแดง ตรงกลางมีชิ้นส่วนเหล็กบ่งบอกตำแหน่ง 12 นาฬิกา ซึ่งเป็นชิ้นส่วนที่ผลิตขึ้นด้วยกระบวนการขึ้นรูปทีละชิ้นส่วนแบบ Additive Manufacturing แป้นเปลี่ยนเกียร์ด้านหลังพวงมาลัยเป็นการนำเหล็กมาขึ้นรูปด้วยเทคโนโลยีพิมพ์ แบบสามมิติบนพื้นผิวของแป้นเปลี่ยนเกียร์แต่งแต้มด้วยโลโก้ GP และลวดลายรวงผึ้ง ห้องโดยสารมาในโทนสีดำที่เพิ่มสีสันด้วยโลโก้ GP สีแดงบนพื้นพรมและลายเส้นคู่บนหัวเกียร์ รวมทั้งโครงเหล็กอลูมิเนียมด้านหลังเบาะที่นั่งในสีแดง Chili Red ซึ่งได้รับการติดตั้งเพื่อป้องกันสัมภาระจากหลังรถไหลลื่นมาด้านหน้าในกรณีที่เบรกกระทันหัน

ระบบความบันเทิงมาพร้อมระบบ MINI Connected เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ผลการขับขี่เฉพาะรุ่นของมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ จีพี ปรากฎบนจอแสดงผลขนาด 6.5 นิ้ว พร้อมแผงหน้าปัดดิจิทัลความละเอียดสูงขนาด 5 นิ้ว แสดงความเร็วในการขับขี่ทั้งแบบตัวเลขและเข็มวัด รวมทั้งแสดงผลการขับขี่ในโหมด GP ทั้งแบบชั่วคราวและถาวร

มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ จีพี ใหม่ได้มาถึงประเทศไทย 5 คันแรก จากทั้งหมด 30 คัน ที่ราคา 4,200,000 บาท ซึ่งรวมถึงแพ็คเกจพิเศษ MSI 10/100 ครอบคลุมระยะเวลาบำรุงรักษา 10 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร และการรับประกัน 5 ปีไม่จำกัดระยะทาง และสำหรับอีก 25 คัน จะพร้อมส่งมอบภายในปี 2563 โดยสามารถติดตามข้อมูลได้ทาง www.facebook.com/MINI.Thailand/

 


ครั้งแรกกับการจับมือกันระหว่าง swarovski กับ LINE เปิดตัวคอลเลกชันคริสตัลสุดคิ้วท์!

สวารอฟสกี้ ขอต้อนรับสมาชิกใหม่ที่เต็มไปด้วยความน่ารักและเปล่งประกายเจิดจรัสด้วยคริสตัลในคอลเลกชันล่าสุดที่ได้ร่วมมือกับ LINE เป็นครั้งแรก แฟนคลับ LINE FRIENDS สามารถเข้าไปจับจองเป็นเจ้าของความน่ารักได้แล้ววันนี้ผ่านช่องทาง LINE Official Account ของสวารอฟสกี้ ประเทศไทย

คอลเลกชัน LINE FRIENDS ที่แสนขี้เล่นและซุกซนนี้ ได้นำเอาความน่ารักของคาแรกเตอร์ยอดนิยมจาก LINE อย่างเจ้า BROWN, CONY และ SALLY มาประดับด้วยคริสตัลประกายระยิบระยับสีสันสดใสเอกลักษณ์เฉพาะตัวของสวารอฟสกี้ ในคอลเลกชันนี้ประกอบไปด้วย เครื่องประดับจิวเวลรี่ พวงกุญแจชาร์มประดับกระเป๋า ปากกาลูกลื่น และชิ้นงานประดับบ้าน ซึ่งจะเพิ่มความเปล่งประกายที่ได้ทั้งความเจิดจรัสและน่ารักให้กับทุกสไตล์อย่างลงตัว

จับจองสวารอฟสกี้คอลเลกชัน LINE FRIENDS ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านช่องทางสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่สวารอฟสกี้เปิดขึ้นเพื่อบรรดาแฟนคลับไลน์ชาวไทยโดยเฉพาะ เพียงเป็นเพื่อนกับสวารอฟสกี้ที่ @swarovskithailand ในไลน์ แล้วสั่งซื้อเครื่องประดับชิ้นใดก็ได้จากสวารอฟสกี้ รับทันทีส่วนลดพิเศษ 10% พร้อมบริการจัดส่งฟรี ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 เมษายน 2563

คอลเลกชัน LINE FRIENDS มีวางจำหน่ายที่ร้านสวารอฟสกี้ทั่วประเทศ และช่องทาง LINE Official Account (@swarovskithailand) ติดตามข่าวสารและกิจกรรมที่น่าสนใจจากสวารอฟสกี้ได้ที่ Instagram, Facebook และเว็บไซด์ Swarvoski.com


“IMC สื่อสากล” ร่วมสู้วิกฤต มอบนิตยสารให้ผู้ป่วย “COVID-19”

ชไมพรปภัสร์พงษ์ และสุกานดาปภัสร์พงษ์ ทีมผู้บริหาร บริษัท สื่อสากล จำกัด ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์” หรือ Thailand International Motor Expo และผู้ผลิตนิตยสาร “ฟอร์มูลา” 4 WHEELS และโลกรถยนต์ เผยว่า


บริษัทฯ ตระหนักดีถึงความรู้สึกทุกข์กังวลของผู้ป่วย COVID-19 จึงอยากเป็นกำลังใจ ด้วยการมอบนิตยสารในเครือฯ แก่สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ ให้ผู้ป่วยได้อ่านเพื่อคลายความเครียด พร้อมรับสาระบันเทิง ด้านยานยนต์ ระหว่างพักรักษาตัวในโรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์

ผู้ต้องการร่วมเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วย COVID-19 สามารถส่งหนังสือ หรือนิตยสาร ทางไปรษณีย์ไปที่ ห้องสมุดสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ ชั้น 2 อาคารศูนย์การเรียนรู้และวิจัยเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ 111 หมู่ 14 ถนนเลียบคลองส่งน้ำสุวรรณภูมิ ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี สมุทรปราการ 10540 สอบถามรายละเอียดได้ที่ 0-2839-5080


ASICS SportStyle ฉลองครบรอบ 30 ปี GEL-LYTE™ III ด้วย GEL-LYTE™ XXX

ปี 2020 นับว่าเป็นปีแห่งการครบรอบ 30 ปี ของ GEL-LYTE™ III สนีกเกอร์โมเดลไอคอนนิกจาก ASICS และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการครอบรอบในครั้งนี้ ASICS SportStyle ได้พัฒนาโมเดลใหม่รุ่น GEL-LYTE™ XXX ขึ้นมา เป็นสนีกเกอร์ที่ได้นำดีไซน์และองค์ประกอบสุดคลาสสิกของโมเดล GEL-LYTE™ III ที่ออกแบบโดย ชิเงยูกิ มิทซึย มาผสมผสานเข้ากับทั้งวัสดุและดีไซน์ที่ล้ำสมัยไว้ได้อย่างลงตัว

ASICS มีปรัชญาการออกแบบที่คำนึงถึงทั้งการทดลอง และการทดสอบการใช้งาน โดยนำหลักการเหล่านี้มารวมเข้ากับวิวัฒนาการการออกแบบสนีกเกอร์โดยคำนึงถึงอนาคต เรียวตะ คิตะมิ ผู้ออกแบบโมเดล GEL-LYTE™ XXX ได้รวบรวมองค์ประกอบส่วนบนของรองเท้า (upper) จากโมเดลดั้งเดิมของ มิทซึย และนำมาปรับเปลี่ยนให้ดูทันสมัยด้วยการผสมผสานวัสดุต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เพื่อให้ดีไซน์มีความร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น ทั้งหมดนี้ทำให้สนีกเกอร์คู่นี้มีความพิเศษ เพราะ GEL-LYTE™ XXX รวบรวมไว้ด้วยอดีตของ ASICS แต่ในขณะเดียวกันก็เชื่อมโยงถึงปัจจุบัน

เมื่อย้อนไปถึงขั้นตอนการออกแบบของ GEL-LYTE™ XXX คิตะมิ ได้อธิบายว่า “ฉันได้พูดคุยกับคุณมิทซึย จึงได้รู้ว่าแต่ละส่วนของรองเท้านั้นก็มีเรื่องราวของมัน และได้เรียนรู้ถึงความมุ่งมั่นและความเชื่อของเขาในการออกแบบรองเท้า ฉันเริ่มจากการทำความเข้าใจในโครงสร้างแต่ละส่วนของโมเดล GEL-LYTE™ III และพยายามนำความความมุ่งมั่นและความเชื่อของคุณมิทซึยมาปรับเปลี่ยนเป็นรูปแบบที่สอดคล้องกับในปัจจุบัน”

ด้วยแรงบันดาลใจจากโมเดลรุ่น GEL-LYTE™ III ทำให้สนีกเกอร์โมเดล GEL-LYTE™ XXX นี้ยังคงรักษาเอกลักษณ์ที่สำคัญเอาไว้ อย่าง ลิ้นของรองเท้าที่ถูกแบ่งเป็นสองส่วน (Split Tongue) แต่สำหรับโครงสร้างโดยรวมจะมีความเพรียวลมมากขึ้น ซึ่ง คิตะมิ อธิบายไว้ว่ามันถูกสร้างขึ้นเพื่อเพิ่มความกระชับในการสวมใส่

คุณสมบัติเด่นอีกอย่างหนึ่งคือส้นรองเท้าอันโดดเด่นที่ทำให้สนีกเกอร์ดูทันสมัย รวมทั้งเชื่อมเข้ากับพื้นรองเท้าส่วนกลาง (midsole) ด้วยเทคโนโลยี FLYTEFOAM™ ซึ่งสามารถรองรับแรงกระแทกได้เป็นอย่างดีและมีน้ำหนักเบา ส่วนบน (upper) ของ GEL-LYTE™ XXX จะใช้ทั้งผ้าตาข่ายและหนังสังเคราะห์ควบคู่กัน ตัดกับ ASICS Stripes ที่พาดอยู่ทั้งสองด้านของรองเท้า นอกจากนั้นยังมีตัวหนังสือ ‘XXX’ บน midsole เพื่อแสดงให้เห็นถึงการเชื่อมโยงกันของอดีตและปัจจุบัน

GEL-LYTE™ XXX วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ที่ ASICS.COM ในราคา 4,700 บาท และ GEL-LYTE™ XXX ‘Modern Tokyo’ ราคา 5,500 บาท

#ASICSSPORTSTYLETH
#GELLYTEXXX


TRK ศิลปินสตรีทอาร์ทที่โดดเด่นในการใช้ลายไทยกับครั้งแรกบน BMW X5

ลวดลายสุดวิจิตรของพญานาคที่โดดเด่นสะดุจตาด้วยลายทีแปรงพู่กันอันพลิ้วไหวแบบลายไทยร่วมสมัยบน BMW X5 โดย TRK (คุณธีระยุทธ พืชเพ็ญ) ศิลปินสตรีทอาร์ทที่มีชื่อเรื่องการใช้พู่กันที่มีสไตล์การวาดลายไทยอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว อันมีจุดมุ่งหมายในการเผยแพร่วัฒนธรรมไทยไปสู่เวทีโลก


ผลงานของ TRK เป็นผลงานที่ทำเพื่อระลึกถึง BMW Art Car #07 ของ ไมเคิล จากามารา เนลสัน (Michael Jagamara Nelson) ศิลปินพื้นเมืองของออสเตรเลียที่นำศิลปะพื้นเมืองของชาวอะบิริจิน มาวาดเป็นลวดลายภูมิประเทศและสัตว์ของประเทศออสเตรเลีย

โดยการออกแบบลวดลายของ TRK ลงบน BMW X5 ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและลาว โดยจุดเชื่อมโยงระหว่างทั้งสองประเทศคือ “ความเชื่อ” โดยไทยและลาวมีแม่น้ำโขงที่เป็นจุดเชื่อมโยงกัน สังเกตุได้ว่า TRK วาดพญานาคทั้ง 2 ด้านของตัวรถมีลักษณะแตกต่างกันซึ่งจะเป็นตัวแทนของพญานาคทั้งฝั่งไทย และฝั่งลาว เมื่อไล่ดูในรายละเอียดพญานาคฝั่งด้านขวาของรถจะมีการปล่อยลูกไฟออกมาด้วย

จุดเชื่อมโยงของลวดลายรอบตัวรถคือความศรัทธาที่ทั้งไทย – ลาว มีความเชื่อความศรัทธาร่วมกันโดย TRK ได้ถ่ายทอดออกมาเป็นภาพของพระธาตุบนฝากระโปรงหน้า ภาพลายเส้นที่ TRK สร้างสรรค์ลงบนตัวรถ BMW X5 ยิ่งทรงเสริมให้รถคันนี้ดูทรงพลัง และโดดเด่นทรงคุณค่ามากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ศิลปิน TRK เป็นศิลปินที่มีความโดดเด่นในเรื่องของการใช้เส้นสายลวดลายแบบไทยมานำเสนอในรูปแบบที่ดูร่วมสมัย โดยใช้เทคนิคการเพ้นต์สีลงบนตัวชิ้นงานผ่านปลายพู่กันแบบขาวดำ ทำให้ผลงานที่ทำออกมามีความชดช้อยลื่นไหลและมีพลัง

สำหรับใครที่ชื่นชอบผลงานของ TRK สามารถเข้าไปติดตามผลงานหลากหลายของเค้าได้ที่ instagram.com/trk_art


ปรากฏการณ์สะกดใจนุชกลับมาอีกครั้ง!

กลับมาเรียกพลังรักแห่งนุชอีกครั้ง เมื่อซัมซุงคว้าตัวซูเปอร์สตาร์ขวัญใจมหาชนอย่างหนุ่ม เป๊กผลิตโชค ขึ้นแท่นเป็นพรีเซ็นเตอร์ ซัมซุง กาแลคซี่ เอ ซีรีส์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 กับ กาแลคซี่ เอ 51 รุ่น RAM 8 GB ที่สุดแห่งสมาร์ทโฟนถ่ายรูปสวย เลนส์ครบ จบในเครื่องเดียว หลังจากที่มีกระแสตอบรับอย่างถล่มทลายในปีที่ผ่านมา


เมื่อการถ่ายภาพกลายเป็นหนึ่งในกิจกรรมของผู้ที่หลงใหลในการเก็บทุกโมเมนต์สำคัญ
ครั้งนี้หนุ่มเป๊กคัมแบคพร้อมกับเปิดตัววิดีโอออนไลน์เรื่องใหม่ล่าสุด “Galaxy A51 5 เลนส์ 5 สไตล์ของสายเที่ยวพาเหล่าเพื่อนไปทะเลกับสมาร์ทโฟนดีไซน์สวยโดดเด่น ที่มาพร้อมกับกล้องหน้าและกล้องหลังอัจฉริยะถึง 5 เลนส์ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้งานของคน Gen Z สะท้อนตัวตนของคนรุ่นใหม่ที่ชอบถ่ายภาพได้เป็นอย่างดี

เริ่มต้นด้วยการถ่ายภาพกับกลุ่มเพื่อนใน โหมดอัลตร้าไวด์ (Ultra-Wide) เก็บภาพประทับใจได้ครบกว่าที่เคยด้วยเลนส์มุมกว้างถึง 123 องศา ไม่ว่าจะถ่ายหมู่หรือถ่ายเดี่ยวก็สร้างสรรค์ความโดดเด่นได้ไม่แพ้ใคร

ต่อด้วยการเก็บภาพรายละเอียดได้ชัดกว่าที่เคยกับ โหมดมาโคร (Macro) ถ่ายได้ชัดแจ๋วแม้รายละเอียดเล็กจิ๋ว โฟกัสระยะใกล้ชัดสุดได้ถึง 4 เซนติเมตร ให้คุณได้เปิดมุมมองใหม่แบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน หรือจะถ่ายภาพเซลฟี่กับใครก็เป๊ะได้ทุกมุม

งานนี้หนุ่มเป๊กการันตีว่าถ่ายยังไงก็ไม่ต้องกลัวแสงหมด กับกล้องหลังที่มีความละเอียดสูงถึง 48 ล้านพิกเซล เรียกได้ว่าคอถ่ายภาพตัวจริงห้ามพลาดกับ 5 เลนส์ 5 สไตล์ จากกาแลคซี่ เอ 51 เปิดมุมมอง Awesome กันให้สุดเหวี่ยง ครบ จบในเครื่องเดียว!

พิเศษ! สำหรับกาแลคซี่แฟนสามารถเข้าไปติดตามรายละเอียด และพบกับโปรโมชันสุดพิเศษของ กาแลคซี่ เอ 51 รุ่นแรม 8 กิกะไบต์ ก่อนใครได้ที่ เว็บไซต์ซัมซุง และอย่าลืมรับชมวิดีโอออนไลน์ของหนุ่มเป๊กได้ที่ YouTube Samsung Thailand เหล่านุชตัวจริง ห้ามพลาด!


สวยและแกร่ง! “ริกะ อิชิเกะ” เรียกเหงื่อช่วงกักตัวด้วยการ ONE@HOME workouts! (มีคลิป)

เรียกได้ว่าส่งผลกระทบไปทั่วทุกคน ทุกวงการจริงๆ สำหรับการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ โควิด-19 ที่ตอนนี้ (8 เม.ย. 2563) มีผู้ติดเชื้อทั่วโลกมากกว่า 1.21 ล้านคน และเสียชีวิตแล้วกว่า 7 หมื่นคน

ส่งผลให้รัฐบาลทุกประเทศต้องออกมาตรการเพื่อป้องกัน ยับยั้ง การแพร่ระบาดของเจ้าไวรัสตัวนี้กันอย่างจริงจัง รวมถึงประเทศไทยที่ประกาศเคอร์ฟิว ห้ามออกจากเคหสถานช่วงกลางคืนในเขตกรุงเทพมหานคร ส่วนบางจังหวัดก็ชิงประกาศล็อกดาวน์ก่อนหน้านี้ไปเรียบร้อย


ท่ามกลางวิกฤตของเจ้าไวรัสตัวนี้ ทำให้ ริกะ “Tiny Doll” อิชิเกะ นักกีฬาศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น จากคนที่เคยเข้ายิมหรือฟิตเนสเป็นประจำ แน่นอนว่าการต้องกักตัวอยู่บ้านเป็นเรื่องน่าเบื่อสำหรับเธอ ทำให้ล่าสุด สาวจอมบู๊หน้าสวยลุกขึ้นมาอัดคลิปในแคมเปญ ONE@HOME workouts! ซะเลย


โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 เม.ย. ที่ผ่านมา เพจ ONE Championship องค์กรต้นสังกัดของกำปั้นสาววัย 31 ปี ได้เผยแพร่คลิปการออกกำลังกายของริกะ ด้วยการใช้อุปกรณ์ที่หาได้ง่ายๆในบ้าน เช่น ผ้าเช็ดตัว หรือเบาะโยคะ ซึ่งเธอมาสาธิตท่าเบสิคอย่าง Towel Superman Rollout, Towel Banana และ Towel Plank To Pike จนล่าสุดมีคนดูไปแล้วกว่า 4 แสนครั้งเลยทีเดียว

สำหรับ ONE คือหนึ่งในองค์กรกีฬาที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 แต่อย่างไรก็ดี ทาง ONE เองก็พร้อมจะกลับมาจัดการแข่งขันในภาวะปกติอีกครั้งทันที ถ้าสถานการณ์ของโรคระบาดดีขึ้น


ลัมโบร์กินีร่วมแก้วิกฤตของไวรัสโคโรนา ผลิตหน้ากากอนามัยและเฟซชิลด์เพื่อเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์

ออโตโมบิลี ลัมโบร์กินี ได้มีการปรับไลน์การผลิตรถซูเปอร์สปอร์ตคาร์ของโรงงานในเมืองซานตากาตา โบโลญเญเซ เป็นการผลิตหน้ากากอนามัยสำหรับใช้ทางการแพทย์ เพื่อนำไปบริจาคให้กับโรงพยาบาล Sant’Orsola-Malpighi ในเมืองโบโลญญ่า ต่อสู้กับการระบาดของไวรัส COVID-19

สำหรับการผลิตหน้ากากอนามัยเพื่อทางการแพทย์ถูกผลิตขึ้นโดยพนักงานแผนกตัดเย็บที่ผลิตชิ้นส่วนภายในและดูแลงานคัสตอมของรถซูเปอร์สปอร์ตคาร์ลัมโบร์กินีโดยเฉพาะ ซึ่งจะสามารถผลิตหน้ากากอนามัยได้ 1,000 ชิ้นต่อวัน และผลิตเฟซชิลด์จำนวน 200 ชิ้นต่อวัน ด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติสำหรับการผลิตชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์ โดยการทำประโยชน์เพื่อสังคมในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากหน่วยงานปกครองแห่งแคว้นเอมิเลีย-โรมัญญา และมหาวิทยาลัยของเมืองโบโลญญา ซึ่งได้มีการตรวจสอบคุณภาพของหน้ากากจากภาควิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์และศัลยศาสตร์ ก่อนทำการส่งมอบให้แก่โรงพยาบาลต่อไป

สเตฟาโน โดเมนิคาลี ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ออโตโมบิลี ลัมโบร์กินี กล่าวว่า “ในสถานการณ์ฉุกเฉินนี้เราตระหนักถึงความสำคัญที่จะต้องร่วมแก้วิกฤตเพื่อประเทศชาติและสังคม ซึ่งโรงพยาบาล Sant’Orsola-Malpighi เป็นพาร์ทเนอร์กับเรามานานหลายปี ทั้งการเป็นที่ปรึกษาโครงการวิจัยต่างๆ รวมถึงการพัฒนาโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพของพนักงานลัมโบร์กินี เราจะร่วมฝ่าฟันวิกฤตไวรัสโคโรนาด้วยการทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ผู้ซึ่งเป็นด่านหน้าของการต่อสู้กับโรคระบาดนี้อยู่ทุกวัน”

ทั้งนี้ ทางลัมโบร์กินีได้มีการเปิดไฟบนอาคารสำนักงานใหญ่ในเมืองซานตากาตา โบโลญเญเซ เป็นสีธงชาติอิตาลีในทุกค่ำคืน เพื่อเป็นการแสดงสัญลักษณ์แห่งความสามัคคีและการร่วมต่อสู้กับไวรัส COVID-19 ของประชาชนทั่วประเทศ


“ยามาฮ่า” ร่วมฝ่าวิกฤติโควิด-19 มอบรถจักรยานยนต์ 100 คันให้ “นักรบเสื้อกาวน์”

“เพราะการป้องกัน ต้องเข้าถึงทุกจุด” บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ชั้นนำของเมืองไทย พร้อมต่อสู้เคียงข้างไปกับบุคลากรทางการแพทย์ ฝ่าวิกฤติ โควิด-19 และสนับสนุนมาตรการเชิงป้องกันการแพร่ระบาดของภาครัฐ โดย นายพงศธร เอื้อมงคลชัย รองประธานกรรมการบริหาร พร้อมผู้บริหารระดับสูง ได้ทำการส่งมอบรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าจำนวน 100 คัน ให้แก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อกระจายสู่สาธารณสุขพื้นที่ 77 จังหวัด นำไปใช้เป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็ว เพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการปฎิบัติภารกิจพิชิตเชื้อไวรัส โควิด-19

โดยรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าที่บริจาคในครั้งนี้ จะรับหน้าที่สู้ศึกโควิด-19 ในครั้งนี้ ประกอบด้วยรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟีโน่, ยามาฮ่า ฟรีโก, ยามาฮ่า แอร็อกซ์155 และยามาฮ่า ฟินน์ โดยแบ่งการส่งมอบให้กับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อกระจายจัดส่งให้สาธารณสุขในพื้นที่ 77 จังหวัดได้นำไปใช้งาน

นายพงศธร เอื้อมงคลชัย กล่าวว่า “บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการให้การสนับสนุนเหล่า “นักรบเสื้อกาวน์” ซึ่งเป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่อยู่แนวหน้าในการช่วยเหลือ ป้องกัน และพิชิตไวรัส โควิด-19 เราพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างกับประชาชนชาวไทยเพื่อให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤติโรคระบาดในครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัย”

สำหรับรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าจำนวน 100 คัน มูลค่ากว่า 6 ล้านบาท จะนำไปใช้โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศในด้านมาตรการป้องกันการเพิ่มจำนวนผู้ติดเชื้อ โดยจะใช้รถจักรยานยนต์ในการการติดตาม ให้ความรู้ต่อผู้ที่อยู่ในระยะกักกัน ใช้ในบริการทางการแพทย์ส่งยาและเวชภัณฑ์ให้กับผู้ป่วย รวมถึงประสานงานสถานพยาบาลและหน่วยงานต่างๆในพื้นที่ได้อย่างสะดวก และรวดเร็ว โดยการส่งมอบดังกล่าวมีขึ้น ณ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เมื่อเร็วๆ นี้


กลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย ต้านภัยโควิด-19 ผลิตเตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเชื้อแบบแรงดันลบ

กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ภายใต้มูลนิธิฮอนด้าแห่งประเทศไทย ร่วมกับกลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย ต้านภัยโควิด-19 ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมไทย ประกาศการสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์รวมมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท เพื่อสู้วิกฤติการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ประสานความร่วมมือโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ตั้งทีมเฉพาะกิจเปิดสายการผลิตในโรงงานผลิตรถยนต์ฮอนด้าที่ .พระนครศรีอยุธยา ผลิตเตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเชื้อแบบแรงดันลบ (Negative Pressure Mobile Bed) จำนวน 100 เตียง ที่ช่วยป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 และเพิ่มความปลอดภัยให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องดูแลผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง พร้อมผนึกกำลังจิตอาสาพนักงาน และภาคส่วนต่างๆ อาทิ กรมราชทัณฑ์ เพื่อร่วมผลิตและส่งมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ขาดแคลนอื่นๆ ให้โรงพยาบาล 48 แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งมอบบริการรถพยาบาลกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย จำนวน 10 คัน เพื่อใช้สนับสนุนการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโควิด-19

นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร กรรมการผู้จัดการกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย กล่าวว่าจากเจตนารมณ์ของกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ที่ดำรงอยู่และพร้อมให้ความช่วยเหลือ และบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนและสังคมไทยมาโดยตลอด โดยในช่วงวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นสถานการณ์ที่ต้องอาศัยการจัดการและความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทางกองทุนฯ ร่วมกับกลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย มีความยินดีที่จะมอบความช่วยเหลือฉุกเฉินด้วยการสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อช่วยบรรเทาสถานการณ์การขาดแคลนเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศ

จากการที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาลได้พัฒนานวัตกรรมเตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเชื้อแบบแรงดันลบ ซึ่งปัจจุบันมีความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น ทางกองทุนฯ ได้ประสานความร่วมมือและจัดตั้งทีมเฉพาะกิจขึ้นเพื่อผลิตเตียงฯ 100 เตียง โรงงานผลิตรถยนต์ฮอนด้า .พระนครศรีอยุธยา โดยมีพนักงานจากสายการผลิตที่หยุดเดินสายการประกอบรถยนต์ชั่วคราวเป็นจิตอาสาดำเนินการผลิต ภายใต้การควบคุมคุณภาพการผลิตของคณะแพทยศาสต์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชนายพิทักษ์ กล่าวเพิ่มเติม

สำหรับอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ขาดแคลน ซึ่งทางกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทยเตรียมส่งมอบให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศ ประกอบด้วย

  • มอบบริการรถพยาบาลกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย 10 คัน สำหรับใช้ในช่วงวิกฤติโควิด-19
    เพื่อช่วยสนับสนุนในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโควิด-19   
  • เตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเชื้อแบบแรงดันลบ (Negative Pressure Mobile Bed) 100 เตียง
    ซึ่งคุณสมบัติของเตียงนี้จะสามารถช่วยป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 และเพิ่มความปลอดภัยให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องดูแลผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง ด้วยการควบคุมแรงดันอากาศให้เป็นลบ (Negative Pressure) ทำการดูดอากาศบริเวณที่นอนของผู้ป่วยผ่านการกรองเชื้อโรคระดับ HEPA Filter (High-efficiency Particulate Air Filter) แล้วปล่อยอากาศออกสู่ภายนอก โดยมีพนักงานสายการผลิตรถยนต์ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เป็นทีมผลิต 
  • หน้ากากกันกระเด็น (Face Shield) 1,000 ชิ้น ที่เกิดจากการรวมพลังของพนักงานจิตอาสาบริษัท ไทยฮอนด้า แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด และบริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด
  • ชุดป้องกันเชื้อ หรือ Personal Protective Equipment Suit (PPE Suit) 10,000 ชุด ให้บุคลากรทางการแพทย์ใส่เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19
  • หน้ากากอนามัย (Face Mask) 100,000 ชิ้น ที่จัดซื้อจากกรมราชทัณฑ์


ทั้งนี้
งบประมาณของกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทยที่สนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ในครั้งนี้ รวมมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท มาจากเงินสมทบจากการจำหน่ายรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ ซึ่งลูกค้าผู้ซื้อผลิตภัณฑ์ของฮอนด้าล้วนเป็นผู้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคม และยังเป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกองทุนฯ ที่พร้อมอยู่เคียงข้างคนไทยและให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ เพื่อให้สังคมไทยผ่านพ้นวิกฤติโควิด-19 ไปได้ด้วยดี และจะเดินหน้าสร้างประโยชน์สุขให้กับคนไทย ดังเจตนารมณ์ของฮอนด้าในการสร้างสรรค์คุณค่าเพื่อเป็นองค์กรที่สังคมไทยต้องการให้ดำรงอยู่ตลอดไป

เกี่ยวกับกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย

กลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย ได้ร่วมกันจัดตั้งกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิฮอนด้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2555 เพื่อเตรียมความพร้อมในการมอบความช่วยเหลือฉุกเฉินให้กับประชาชนไทยในยามที่ประเทศไทยอาจเกิดเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติ อาทิ แผ่นดินไหว ดินถล่ม ภัยหนาว ภัยแล้ง น้ำท่วม ตลอดจนกิจกรรมต่างๆ ที่ดำเนินงานภายใต้กองทุนดังกล่าวได้อย่างทันท่วงที โดยมอบเงินสมทบ 1,000 บาทต่อการขายรถยนต์ 1 คัน 100 บาทต่อการขายรถจักรยานยนต์ 1 คัน และ 10 บาทต่อการขายเครื่องยนต์อเนกประสงค์ 1 เครื่อง ปัจจุบันกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย มียอดเงินสะสม เดือนสิงหาคม 2562 เป็นจำนวนเงินกว่า 1,000 ล้านบาท ทั้งนี้กองทุนฯ ได้กำหนดภารกิจในการดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุม 4 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านเงินทุน 2) ด้านวัสดุอุปกรณ์ 3) ด้านการเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือ และ 4) ด้านการส่งเสริมความรู้ในการรับมือภัยพิบัติ โดยตลอดระยะเวลา 8 ปีของการดำเนินการกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทยได้มีส่วนร่วมให้ความช่วยเหลือพี่น้องชาวไทยทั่วประเทศ รวมจำนวนเงินกว่า 335 ล้านบาท


Privacy Preference Center