กองทุน ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ชวนพนักงานและชาวไทย ร่วมระดมทุนต้านภัยโควิด-19

กองทุน ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี (Ford Motor Company Fund) หน่วยงานเพื่อสังคมของฟอร์ด เปิดตัวสองกิจกรรมเพื่อสังคมเพื่อให้พนักงานทั่วโลกและผู้ที่สนใจมีส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อสังคมแม้อยู่ที่บ้าน

การระดมทุนร่วมกับพนักงานในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา เป็นความร่วมมือระหว่าง กองทุน ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี และการบริจาคทุนส่วนตัวของมร. บิล ฟอร์ด ประธานกรรมการบริหาร ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี เพื่อนำเงินบริจาคจำนวน 500,000 เหรียญสหรัฐ (ราว 16.5 ล้านบาท) สมทบกับเงินบริจาคที่ได้รับตามจริงจากพนักงานฟอร์ดทั่วโลกและผู้ที่สนใจ รวมมูลค่าถึง 1 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 33 ล้านบาท) มอบให้องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ได้รับการคัดเลือกจากกว่า 20 ประเทศทั่วโลก ร่วมรับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา โดยเริ่มระดมทุนตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน ถึง 31 พฤษภาคม 2563

ในประเทศไทย ฟอร์ดพร้อมร่วมมือกับสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน (Population and Community Development Association หรือ PDA) ซึ่งเป็นองค์กรพันธมิตรกับฟอร์ดมายาวนาน นำรายได้จากการระดมทุนช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดกิจการในช่วงของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ให้มีรายได้และช่วยเสริมทักษะอาชีพจากการทำหน้ากากผ้าและเจลล้างมือ เพื่อแจกจ่ายให้แก่หน่วยงานภาครัฐ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่ทำงาน ณ จุดคัดกรองและควบคุมโรคในชุมชนที่ขาดแคลน ในจังหวัดมหาสารคาม ขอนแก่น และบุรีรัมย์ พร้อมต่อยอดการสร้างอาชีพให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบอย่างยั่งยืนด้วยการอบรมอาชีพเกษตรแบบเร่งด่วนเพื่อจุนเจือการบริโภคในครัวเรือนและสร้างรายได้ให้กับครอบครัว

นอกจากนี้ กองทุน ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ยังได้เปิดตัวโครงการ Read and Record ซึ่งเป็นโครงการจิตอาสาผ่านช่องทางออนไลน์ เชิญชวนพนักงานฟอร์ดสร้างห้องสมุดออนไลน์จากการอ่านหนังสือเด็กในภาษาต่างๆ เพื่อส่งต่อให้แก่เด็กและเยาวชนกว่า 1.3 พันล้านคนทั่วโลกที่ได้รับผลกระทบจากการปิดโรงเรียน

“พนักงานฟอร์ดคุ้นเคยกับการทำกิจกรรมจิตอาสาโดยการเป็นอาสาสมัครลงพื้นที่ช่วยเหลือสังคมเพื่อสร้างความแตกต่างในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้อยู่แล้ว” นางแมรี คัลเลอร์ ประธานกองทุน ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี กล่าว “แม้ในปัจจุบันหลายคนต้องอยู่บ้านเพื่อลดความเสี่ยงของการแพร่กระจายของโคโรนาไวรัส แต่พนักงานของเรายังคงมองหาหนทางที่จะช่วยเหลือสังคมอยู่เสมอ โครงการใหม่ทั้งสองโครงการนี้ถือเป็นช่องทางสำคัญในการทำประโยชน์เพื่อสังคมและร่วมต่อสู้กับภัยจากโควิด-19 ในช่วงเวลานี้”

ทั้งนี้ การระดมทุนร่วมระหว่างกองทุน ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนีกับพนักงานฟอร์ด บริหารจัดการโดย GlobalGiving ซึ่งเป็นพันธมิตรด้านการบรรเทาสาธารณภัยและการระดมทุนทั่วโลกของฟอร์ดมายาวนาน โดยวัตถุประสงค์ของโครงการคือการสนับสนุนโครงการเพื่อสังคมในชุมชนต่างๆ ทั่วโลก ทั้งพื้นที่ที่ต้องการการสนับสนุนอย่างเร่งด่วนและในชุมชนที่พนักงานฟอร์ดทำงานและอยู่อาศัย โดยมุ่งเน้นการจัดหาอาหาร ที่อยู่อาศัยและการเดินทางให้กับผู้ที่ต้องการ การส่งมอบทรัพยากรทางการศึกษาและการจัดส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น ในช่วงที่มีการแพร่กระบาดของโควิด-19

ผู้สนใจร่วมบริจาคสามารถดูรายชื่อประเทศและโครงการในชุมชนต่างๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือภายใต้โครงการนี้ รวมถึงโครงการในประเทศไทย ได้ที่เว็บไซต์ www.globalgiving.org/ford-covid-response

และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมห้องสมุดออนไลน์ ได้ที่ https://www.fordfund.org/readandrecord

“Wild About Books” by Judy Sierra. Illustrator: Marc Brown. Read by Mary Culler for Ford Fund Read and Record. from Ford Motor Company Fund on Vimeo.

ก่อนหน้านี้ กองทุน ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ได้จัดสรรงบประมาณกว่า 1.6 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 52.7 ล้านบาท) เพื่อช่วยเหลือชุมชนและสนับสนุนองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรท้องถิ่นต่างๆ ในรัฐมิชิแกนและทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อจัดหาอาหาร ที่อยู่อาศัย และการเดินทางให้กับผู้ที่ต้องการ ในช่วงที่มีการแพร่กระบาดของโควิด-19 และเมื่อต้นปีที่ผ่านมา กองทุน ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ยังร่วมกับฟอร์ด ประเทศจีน บริจาคหน้ากากและอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อในช่วงเริ่มต้นของการระบาดในประเทศจีน

นอกจากกองทุน ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี จะให้ความสำคัญกับการให้ความช่วยเหลือสังคมในระดับท้องถิ่นอย่างทันท่วงทีแล้ว ทั้งวิศวกร นักวิจัย และคู่ค้าของฟอร์ดในหลายประเทศ ยังมีส่วนร่วมในการออกแบบและผลิตหน้ากากคลุมหน้า เครื่องช่วยหายใจและอุปกรณ์การแพทย์ต่างๆ ที่จำเป็นให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ผู้ที่ต้องสัมผัสผู้ป่วยและผู้ป่วยเพื่อต่อสู้กับโควิด-19 อีกด้วย

 


ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) บริจาค นีเวีย แอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือให้กว่า 1,000 โรงพยาบาลทั่วประเทศ

อยู่เฉยไม่ได้แล้ว สถานการณ์แบบนี้ต้องช่วยกัน ล่าสุด บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอย่างนีเวีย และยูเซอริน ประกาศขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสู้วิกฤตโควิด-19 ครั้งนี้ ด้วยการผลิต แอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือ มาตรฐานทางการแพทย์กว่า 20,000 ลิตร เพื่อบริจาคให้กับโรงพยาบาลกว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ

โดยในขณะนี้ได้เริ่มผลิตแอลกอฮอล์ 80% สำหรับล้างมือแล้วที่โรงงานในประเทศไทย ซึ่งถือว่าเป็นศูนย์กลางการผลิตขนาดใหญ่ โดยปกติจะเป็นโรงงานผลิตสินค้านีเวีย และยูเซอริน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มบริจาคให้กับโรงพยาบาล และหน่วยงานที่ต้องการได้ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป


โดยแอลกอฮอล์ 80% สำหรับทำความสะอาดมือ ที่ทางบริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) ผลิตอยู่ในขณะนี้ จะไม่วางจำหน่ายทั่วไป แต่จะผลิตขึ้นสำหรับบริจาคให้โรงพยาบาลกว่า 1,000 แห่งในประเทศไทย รวมถึงสถานสงเคราะห์บ้านเด็กกำพร้า และเด็กด้อยโอกาสอีกหลายแห่ง หลังจากมีรายงานว่า สถานพยาบาลเหล่านี้ขาดแคลนแอลกอฮอล์ทำความสะอาดมืออย่างหนัก โดยแอลกอฮอล์ล้างมือเหล่านี้ ทางบริษัทได้รับการสนับสนุนในเรื่องของการจัดส่งผลิตภัณฑ์ จากบริษัท DHL ช่วยกระจายสินค้าให้ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด นอกจากนี้ทางบริษัทยังแจกให้กับพนักงานออฟฟิศ และพนักงานขายหน้าร้านของทางผลิตภัณฑ์นีเวีย และยูเซอรินอีกกว่า 1,780 คนทั่วประเทศ เพื่อความมั่นใจในความปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคยิ่งขึ้น


“ในช่วงเวลาแห่งความยากลำบากนี้ เราไบเออร์สด๊อรฟ ถือว่าเป็นความรับผิดชอบของเราที่ต้องช่วยกันสนับสนุนซึ่งกันและกันเพื่อผ่านวิกฤตโควิด – 19 ครั้งนี้ไปให้ได้ โดยบริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ ประเทศไทยมีความมุ่งมั่นที่จะช่วยในการสนับสนุนแอลกอฮอล์ล้างมือให้กับโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่รัฐ และหน่วยงานบ้านเด็กกำพร้ารวมถึงสถานสงเคราะห์อีกหลายแห่ง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงกับพวกเขาในยามปฏิบัติหน้าที่ต่อสู้กับโควิด-19 ในขณะที่กำลังทำการรักษาช่วยเหลือประชาชนทุกคน รวมถึงส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปมีมือที่สะอาดนำมาซึ่งการมีสุขภาพอนามัยที่ดีอีกด้วย” นายรัคชิต ฮาร์เกฟ รองประธานกรรมการอาวุโส ภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ กล่าวปิดท้าย


GLOBIS เปิดให้ลงทะเบียน GLOBIS Unlimited แพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์เกี่ยวกับธุรกิจฟรี!

โกลบิส มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศญี่ปุ่นด้านหลักสูตรบริหารธุรกิจ (MBA) เปิดให้ผู้ที่สนใจ สมัครใช้ GLOBIS Unlimited แพลตฟอร์ม micro-learning ออนไลน์ ที่มีคอร์สเรียนเกี่ยวกับธุรกิจที่กระชับ น่าสนใจ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้จริง ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันนี้ – วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน 2563 ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนได้ถึงวันที่ 10 เมษายน 2563

GLOBIS Unlimited เป็นแพลตฟอร์มที่รวบรวมคอร์สเรียนในหลายหัวข้อธุรกิจไว้ในที่เดียว อาทิ Critical Thinking, Organizational Behavior and Leadership, Human Resource Management, Marketing and Strategies, Accounting and Finance และอีกมากมาย ซึ่งผู้เรียนสามารถเลือกเรียนคอร์สพื้นฐานที่กระชับและตรงจุดซึ่งใช้เวลาเรียนเพียง 10 นาที หรือคอร์สในระดับสูง ซึ่งเจาะลึกลงไปถึงการนำความรู้ไปใช้ได้จริงกับธุรกิจของภาคปัจจุบัน


คุณโยชิโตะ โฮริ
, ผู้ก่อตั้งมหาลัยโกลบิส และประธานกรรมการบริหารบริษัทโกลบิส กล่าวว่า “ในตอนนี้ทั่วโลกกำลังร่วมกันสนับสนุน social distancing คนมากมายจำเป็นต้องทำงานที่บ้าน หรือลาหยุดงานโดยไม่มีรายได้ และนี่ก็ทำให้พวกเขาก็ไม่มีตัวเลือกในกิจกรรมที่ทำได้มากนัก GLOBIS จึงต้องการเพิ่มโอกาสในการพัฒนาทักษะด้านธุรกิจและโอกาสในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ให้แก่ทุกคน เราจึงตัดสินใจเปิด GLOBIS Unlimited ให้ผู้ที่สนใจสมัครเรียนได้ฟรี เนื่องจากเราเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำด้านหลักสูตรบริหารธุรกิจของประเทศญี่ปุ่น เราจึงมีคอร์สหลากหลายให้เลือกศึกษา เราอยากสนับสนุนให้ทุกคนใช้ช่วงเวลานี้ให้เกิดประโยชน์ GLOBIS Unlimited มีเป้าหมายที่จะสนับสนุนการพัฒนาทักษะเชิงธุรกิจ เสริมสร้างความคิดแบบผู้นำเพื่อเป้าหมายในอาชีพของทุกคนในเวลาที่ยากลำบากนี้”

GLOBIS Unlimited ซึ่งเปิดตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2562 สร้างขึ้นจากความสำเร็จของ GLOBIS Manabi-Hodai (แพลตฟอร์มการเรียนรู้ผ่านวิดีโอในภาษาญี่ปุ่น ซึ่งมีบริษัทมากกว่า 1,100 บริษัทใช้บริการ) GLOBIS Unlimited ไม่ได้เพียงแต่ครอบคลุมพื้นฐานที่สอนในหลักสูตรปริญญาโทMBAเท่านั้น GLOBIS Unlimited ยังนำเสนอหลักสูตรขั้นสูงของ MBA ที่มหาวิทยาลัยโกลบิสขึ้นชื่อและเชี่ยวชาญ เช่น “Technovate Thinking” และ “Leadership with Passion through Kokorozashi” นอกเหนือจากการเปิด GLOBIS Unlimited ให้ผู้สนใจใช้บริการฟรีในครั้งนี้ โกลบิสจะยังคงพัฒนาและขยายการศึกษาธุรกิจอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงทางดิจิตัลต่อไปในอนาคต

ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษจาก GLOBIS Unlimited (หมดเขตลงทะเบียนวันที่ 10 เมษายน 2563) ได้ที่นี่ https://www.globis.ac.jp/unlimited-offer/


มิติใหม่ของวงการ! Evolve MMA เปิดคลาสฝึกออนไลน์ สดและฟรี ตั้งแต่ 30 มี.ค. นี้

ในขณะที่โลกกำลังเผชิญหน้าความท้าทายกับวิกฤตการระบาดของโควิด-19 ทาง Evolve MMA สถานที่ฝึกซ้อมชื่อดังแห่งวงการศิลปะการต่อสู้ เตรียมให้บริการสอนแบบออนไลน์ทุกวันส่งตรงถึงหน้าจอทุกคนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย สำหรับค่าย Evolve MMA ปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา ตามคำสั่งของรัฐบาลประเทศสิงคโปร์ที่ให้หยุด “การสอนทั้งหมด” และห้ามประชาชนรวมตัวกันเกิน 10 คนขึ้นไป

Evolve MMA เหมาะสำหรับทุกคน ตั้งแต่นักกีฬาระดับซูเปอร์สตาร์ของวงการไปจนถึงผู้ที่เพิ่งเริ่มต้น แต่ด้วยการระบาดครั้งใหญ่ของไวรัส ทำให้วิถีชีวิตเปลี่ยนไป ทาง Evolve MMA จึงได้เกิดกิจกรรมนี้ขึ้น ซึ่งคลาสออนไลน์ดังกล่าวจะเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงเย็นของวันจันทร์ที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา ผ่านบรรดาโค้ชระดับโลกที่จะมาช่วยสอนทุกคนด้วยประสบการณ์สุดแปลกใหม่

โดย ชาตรี ศิษย์ยอดธง ผู้ก่อตั้ง Evolve MMA ได้ประกาศผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า “ยินดีต้อนรับทุกคนที่อยากฝึกซ้อมด้วยกันกับเรา ในแบบฉบับที่ปลอดภัยและสะดวกสบายจากการร่วมชมผ่าน facebook.com/EvolveMMA และในยูทูบ EVOLVE MMA ของเรา”


“ตารางเรียนแบบเต็มวันของเราได้ถูกประกาศแล้วบนเฟซบุ๊ก พร้อมการไลฟ์สตรีมสดๆ ตั้งแต่ 9.00 น. จนถึง 21.15 น. (ตามเวลามาตรฐานสิงคโปร์) ตลอดทั้ง 7 วัน มีทั้ง มวยไทย, บราซิเลียน ยูยิตสู, ชกมวย, ศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน, มวยปล้ำ, การเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และอื่นๆ ทุกหลักสูตรจะเป็นบทเรียนที่มีโครงสร้าง (และการออกกำลังกาย) พร้อมสนทนาตอบคำถามกันสดๆ กับบรรดาแชมป์โลกของเราแบบสุดพิเศษ”

ในฐานะองค์กรชั้นนำและสถานที่ฝึกฝนศิลปะการต่อสู้แห่งเอเชีย ทาง Evolve MMA มีนักกีฬาระดับแชมป์โลกประจำการมากกว่าทุกยิมบนโลกใบนี้ ต้องบอกเลยว่าข่าวนี้คือโอกาสทองสำหรับนักเรียนหรือผู้ที่อยากพัฒนาทักษะของตัวเอง ซึ่งจะอยู่ภายใต้การดูแลของยอดฝีมือแห่งวงการอย่างแท้จริง ด้วยประวัติศาสตร์แห่งศิลปะการต่อสู้มากกว่า 1,000 ปี เหล่าผู้สอนของ Evolve MMA จะช่วยให้คุณมีวันที่น่าจดจำและประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม

การได้แบ่งปันศิลปะการต่อสู้และความรู้ด้านฟิตเนสอันยิ่งใหญ่สู่ชาวโลก เฟซบุ๊ก Evolve MMA พร้อมนำเสนอสุดยอดข้อมูลมากมายที่มีอยู่เต็มเปี่ยม ผ่านเหล่าแชมป์โลกจากทุกสาขาวิชาการต่อสู้ Evolve MMA คือความสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะสำหรับผู้เริ่มต้น, คนที่ฝึกฝนศิลปะการต่อสู้อยู่แล้ว หรือแม้แต่คนที่ชื่นชอบการออกกำลังกายก็ตาม


บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ร่วมต้านโควิด-19 บริจาคหน้ากากอนามัยให้แก่โรงพยาบาลและหน่วยงานทางการแพทย์ 5 แห่งในไทย

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย บริจาคหน้ากากอนามัยจำนวน 5,000 ชิ้นให้แก่โรงพยาบาลและหน่วยงานทางการแพทย์ 5 แห่งในประเทศไทย ได้แก่ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลพระราม 9 โรงพยาบาลสงขลา และสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดปทุมธานี เพื่อช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในการรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ร่วมส่งต่อความห่วงใยให้แก่สังคมไทยในสถานการณ์วิกฤติ ควบคู่ไปกับการปฏิบัติตามแนวทางในการป้องกันการแพร่ระบาดสำหรับพนักงานและลูกค้าอย่างเคร่งครัด

เมื่อเร็ว ๆ นี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้ประกาศและปฏิบัติใช้มาตรการเพื่อป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัดในเครือข่ายผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของบีเอ็มดับเบิลยู มินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดทั่วประเทศไทย เพื่อลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสสำหรับลูกค้าและพนักงาน ซึ่งครอบคลุมถึงการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายของพนักงานและลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการทุกคน ข้อปฏิบัติสำหรับพนักงานในการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา พร้อมจัดให้มีน้ำยาล้างมือฆ่าเชื้อในจุดต่าง ๆ การออกมาตรการห้ามไม่ให้พนักงานทุกคนเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงตามที่ได้กำหนดโดยรัฐบาล การทำความสะอาดฆ่าเชื้อผิวสัมผัสบนรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ในโชว์รูมเป็นประจำทุกชั่วโมง ทั้งยังขยายการบริการให้ครอบคลุมความปลอดภัยและความสะดวกสบายของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการมากยิ่งขึ้น

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย นำโดย มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา (กลาง) ประธาน และคุณกฤษฎา อุตตโมทย์ (ขวา)ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร ส่งมอบหน้ากากอนามัยให้แก่โรงพยาบาลรามาธิบดี โดยมีนายแพทย์ณรงค์ฤทธิ์ มัศยาอานนท์ (ซ้าย) ผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์สิริกิติ์ เป็นผู้รับมอบ


ทำน้ำดื่มให้สะอาดปลอดภัยห่างไกลจากเชื้อโรคและสารปนเปื้อน ด้วยเครื่องกรองน้ำคุณภาพสูงจาก STIEBEL ELTRON

ในช่วงเวลาที่ความสะอาดและคุณภาพของน้ำดื่มเป็นเรื่องที่ทุกคนให้ความสำคัญ หลายคนวิตกกังวลว่าจะไม่มีน้ำดื่มที่สะอาดเพียงพอ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ยังมีอีกหนึ่งทางเลือกที่สะดวกสบายและทำให้ทุกคนในบ้านได้ดื่มน้ำที่สะอาดและปลอดภัยจากแบคทีเรีย อีกทั้งยังสามารถดื่มได้เพียงพอต่อความต้องการในชีวิตประจำวัน โดยที่ไม่ต้องออกไปซื้อข้างนอกด้วย

สตีเบล เอลทรอน พร้อมเป็นหนึ่งในผู้มอบประสบการณ์น้ำดื่มที่สะอาดปลอดภัยห่างไกลโรค กับเครื่องกรองน้ำที่มีมาให้เลือกใช้หลายรุ่นด้วยกัน เพื่อตอบสนองการใช้งานทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น STIEBEL ELTRON Fountain 7S ที่มาพร้อมกับระบบกรองน้ำที่เหนือชั้น ผลิตภายใต้มาตรฐานวิศวกรรมระดับสูงจากประเทศเยอรมนี และได้รับการรับรองคุณภาพมาตรฐานจาก NSF/ANSI 42 ซึ่งเป็นการการันตีสุขอนามัยที่ดีของสินค้า ที่ทั่วโลกให้การยอมรับ เครื่องกรองน้ำรุ่น Fountain 7S มีนวัตกรรมไส้กรองระบบ Ultrafiltration 7 ขั้นตอน เพื่อกำจัดสิ่งเจือปนและสารปนเปื้อน รวมถึงกลิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวกรองภายในเครื่องกรองน้ำผลิตมาจากเยื่อไฟเบอร์เมมเบรนที่มีขนาดเล็กเพียง 0.01 ไมครอน ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากในอุตสาหกรรมอาหารเครื่องดื่มและอุตสาหกรรมยา ทำให้มั่นใจได้ว่าน้ำดื่มที่ผ่านเครื่องกรองน้ำ Fountain 7S นั้นปราศจากกลิ่นและแบคทีเรีย 100%  มากไปกว่านั้น Fountain 7S ยังถูกออกแบบให้สามารถติดตั้งได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก โดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้าหรือแทงค์น้ำใด ๆ

อีกหนึ่งตัวเลือกที่เป็นที่นิยมไม่แพ้กัน คือ รุ่น Glacier เครื่องกรองน้ำที่ทำงานด้วยระบบ Reverse Osmosis (RO) คือ การกรองแบบออสโมซิสย้อนกลับผ่านเยื่อเมมเบรน ให้ความละเอียดถึง 0.0001 ไมครอน ซึ่งช่วยลดกลิ่น และรสชาติไม่พึงประสงค์ ป้องกันการปนเปื้อนจากซิลเวอร์ไอออน และโลหะหนักต่างๆ อาทิเช่น ตะกั่ว ทองแดง อะลูมิเนียม เซเลเนียม สังกะสี เหล็ก และเกลือโซเดียมคลอไรด์ ถือเป็นคุณสมบัติการกรองน้ำขั้นสูงที่ได้รับการรับรองจากประเทศเยอรมนี อีกทั้ง Glacier ยังใช้เยื่อกรอง Eco Friendly RO (EFRO) ที่ได้รับการจดสิทธิบัตรแล้วว่าช่วยลดอัตราการสูญเสียน้ำได้ถึง 50% ทำให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ว่าน้ำที่กรองผ่าน Glacier นั้นสะอาดปลอดภัย ขจัดความเค็มและสิ่งสกปรกรวมไปถึงสารปนเปื้อนได้จนหมดสิ้นสามารถดื่มได้อย่างไร้กังวล มากไปกว่านั้นการออกแบบของตัวเครื่องที่มีขนาดกะทัดรัดสามารถติดตั้งได้ทั้งบริเวณใต้ซิงค์หรือบนผนัง และยังมาพร้อมกับไส้กรองแบบ Twist ที่สามารถเปลี่ยนไส้กรองได้ง่ายด้วยตนเอง ไม่ยุ่งยาก เพียงแค่หมุนไส้กรองเข้ากับตัวเครื่อง ทำให้สะดวกสบายกับผู้ใช้งานเป็นอย่างมาก

เครื่องกรองน้ำไม่ว่าจะเป็นรุ่น Fountain 7S หรือ Glacier จะได้รับประกันการใช้งานตัวเครื่องยาวนานถึง 5 ปีจากสตีเบล เอลทรอน โดยสามารถหาซื้อได้แล้ววันนี้ที่ตัวแทนจำหน่ายทุกสาขา เช่น ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า และช่องทางออนไลน์ เช่น Lazada, Shopee, Shopat24 หรือ JDCentral

 

ติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์จากสตีเบล เอลทรอน บริษัทผู้ผลิตเครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องทำน้ำร้อน เครื่องกรองน้ำ ปั๊มน้ำ ฮีทปั๊มและเครื่องเป่ามือชั้นนำจากประเทศเยอรมนีและแคมเปญดี ๆ แบบนี้ได้ที่ www.facebook.com/stiebeleltronasia หรือ http://www.stiebeleltronasia.com


กับความร่วมมือสุดพิเศษของ Belkin และ KAKAO FRIENDS เปิดตัว แท่นชาร์จแบตไร้สายรุ่นลิมิเต็ดอย่าง RYAN และ APEACH

Belkin (เบลคิน) ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และผู้นำตลาดอุปกรณ์เสริมของมือถือสำหรับผู้บริโภคทั่วโลก เปิดตัวอุปกรณ์แท่นวางชาร์จไร้สาย BOOST ↑ UP™ Wireless Charing Pad 10W รุ่นพิเศษลิมิเต็ดอีดิชั่น โดยร่วมมือกับ KAKAO FRIENDS ซึ่งเป็นคาแรคเตอร์สุดคูลที่ทุกคนหลงรัก

 

ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้เป็นลวดลายพิเศษสุดที่เบลคินได้ร่วมกับคาแรคเตอร์ยอดนิยมอย่าง KAKAO FRIENDS คือ ‘RYAN’ และ ‘APEACH’ มามอบความน่ารักด้วยที่ชาร์จแบตแบบไร้สายที่ตอนนี้เป็นสินค้าขายดีที่สุดของทางเบลคิน ซึ่งซีรีย์นี้ถูกออกแบบได้อย่างสุดน่ารักน่าเลิฟตรงบริเวณฐานของแท่นวางจะเป็นคาแรคเตอร์ยอดนิยม โดยมีให้แฟนคลับ KAKAO FRIENDS เลือกใช้และสะสมแท่นชาร์ตแบตไร้สายเบลคินที่มาพร้อมกับ 2 สี 2 ไสตล์ คือ RYAN (สีดำ) และ APEACH (สีขาว)

ผลิตภัณฑ์แท่นชาร์จไร้สายทั้งหมดของเบลคินได้รับการรับรองมาตรฐาน Qi ซึ่งเป็นมาตราฐานของการชาร์จแบตไร้สายให้สามารถใช้งานกับทุกสมาร์ทโฟนที่รองรับมาตรฐาน Qi เดียวกัน รวมถึงไปถึงรุ่นใหม่ๆ อย่าง iPhone และ Samsung Galaxy ด้วยความเร็วสูงสุดที่ 10 วัตต์ แท่นชาร์จไร้สายแท่นวางสามารถใช้งานกับ AirPod Pro, เจนเนอเรชั่นที่ 2, เจนเนอเรชั่นที่ 1 และ Samsung Galaxy Buzz ได้

นอกจากนี้ เรายังคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ เนื่องจากที่ชาร์จแบตไร้สายสัมผัสกับสมาร์ทโฟนโดยตรง จะมีไฟ LED สีขาวจะแสดงสถานะของการชาร์จ มีฟังก์ชั่น FOD จะสว่างขึ้นเป็นสีเหลืองหากมีสิ่งแปลกปลอมบริเวณบนแท่นชาร์จ เช่น กุญแจ เหรียญ หรือวัสดุโลหะที่ส่งผลต่อการชาร์จแบต และในกรณีที่อุปกรณ์ได้รับความเสียหายแม้จะมีการใช้งานตามปกติ เบลคิน มอบความอุ่นใจให้ด้วยการเปลี่ยนสินค้าให้ใหม่ และรับประกันอุปกรณ์ยาวนานถึง 2 ปี

นายชาคริต ศิริกุลประดิษฐ ผู้จัดการฝ่ายขายภูมิภาคอาเซียน เบลคิน อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า “เราได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ชาร์จแบตไร้สายรุ่นพิเศษ KAKAO FRIENDS Edition เพื่อเชื่อมถึงลูกค้าทุกกลุ่มทุกเจนเนอเรชั่นผ่านการ์ตูนคาเรคเตอร์ที่เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีด้วยความร่วมมือกับ KAKAO FRIENDS และใครที่ได้เห็นก็ต้องชื่นชอบและหลงใหลในความน่ารัก ซึ่งความน่ารักของ RYAN และ APEACH นี้เมื่อได้มาผสมผสานเทคโนโลยีสุดล้ำของการชาร์จแบตคุณภาพและมีมาตรฐานเชื่อถือได้ของเบลคิน ก็มั่นใจได้ว่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ชื่นชอบ KAKAO FRIENDS และผู้ที่กำลังมองหาอุปกรณ์ชาร์ตแบตไร้สายให้ตัวเองหรือซื้อหาเป็นของขวัญพิเศษให้กับเพื่อนหรือคนที่เรารักได้

 

และในช่วงนี้เรามีแคมเปญพิเศษสุดจากช่องทางออนไลน์ สำหรับท่านที่ซื้อแท่นชาร์จไร้สาย Belkin x KAKAO FRIENDS Edition จะได้ลุ้นเป็นลูกค้าผู้โชคดี 30 ท่านแรก รับฟรี!! หมอนอิง RYAN หรือ APEACH ลิขสิทธิ์แท้สุดน่ารัก โดยสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง FB Page: Belkin Thailand ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป”


NEW MG ZS ชูคอนเซ็ปต์ “SMART UP” หรูหราสวยงามฉลาดขึ้น!

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เปิดตัว NEW MG ZS โฉมใหม่อย่างเป็นทางการ ตอกย้ำการเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดเอสยูวี ด้วยอีกขั้นของยนตรกรรมภายใต้นิยาม “SMART UP” ยกระดับ สู่การเป็น “สมาร์ทเอสยูวี ที่เหมาะกับชีวิตสมาร์ทของทุกคน” และถือเป็นครั้งแรกของเอ็มจีกับการเปิดตัวรถในรูปแบบออนไลน์ ที่สามารถรับชมได้พร้อมกันทั่วประเทศไทย โดยมีแผนเผยโฉมอย่างเป็นทางการสู่สาธารณชน ณ โชว์รูมเอ็มจีทั่วประเทศเร็วๆ นี้


ในครั้งนี้ เอ็มจี ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ด้วยการเปิดตัว NEW MG ZS โฉมใหม่ ที่ยกระดับไปอีกขั้น และให้ความสมาร์ทและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “SMART UP” กับภาพลักษณ์ของการเป็น “สมาร์ทเอสยูวี ที่เหมาะกับชีวิตสมาร์ทของทุกคน” นอกจากการดีไซน์ใหม่ของทั้งด้านหน้าและท้ายรถที่เสริมความสปอร์ตและแฝงความหรูหราที่มากขึ้นแล้ว NEW MG ZS ยังมาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT 8 สปีด รวมไปถึงระบบปฎิบัติการอัจฉริยะ i-SMART ที่มาพร้อมฟังก์ชั่นใหม่ Emergency Call

ระบบ Emergency Call จะช่วยให้ผู้ขับขี่ได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีเมื่อถุงลมนิรภัยในรถทำงาน ด้วยการโทรและส่งข้อความ ระบุพิกัดรถไปยังเบอร์โทรที่ได้มีการตั้งค่าไว้ เพิ่มโอกาสการรับความช่วยเหลือในเวลาฉุกเฉิน รวมทั้งมีระบบ ความปลอดภัยที่ให้มากกว่าเดิมทั้งกล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา (Around View Monitor) และระบบความปลอดภัยอื่นๆ อย่างครบครัน โดยการเปิดตัว NEW MG ZS ในครั้งนี้ ยังถือเป็นครั้งแรก ที่จัดเปิดตัวในรูปแบบออนไลน์ ผ่านช่องทาง Facebook official page : MG Thailand อีกด้วย

NEW MG ZS โดดเด่นด้วยสไตล์ความเป็นสปอร์ตและรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้นด้วยกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ และการออกแบบเส้นสายด้านข้างแบบ British Shoulder Line ด้วยความโค้งมนที่เป็นเอกลักษณ์ของเอ็มจี เพิ่มความสมาร์ทด้วยไฟหน้าแบบ LED Projector ที่ควบคุมการเปิด-ปิดอัตโนมัติ ไฟส่องสว่างสำหรับขับขี่เวลากลางวัน (DAYTIME RUNNING LIGHT) และไฟท้ายแบบ LED พร้อมเสริมความดุดันด้วยล้ออัลลอยด์ดีไซน์ใหม่ขนาด 17 นิ้ว

NEW MG ZS ได้รับการออกแบบภายในอย่างพิถีพิถันด้วยห้องโดยสารแบบสปอร์ตสีทูโทน และการใช้วัสดุ SOFT TOUCH ในการตกแต่ง โดดเด่นขึ้นอีกขั้นด้วยพวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่นและหน้าจอแสดงผลอัจฉริยะขนาด 7 นิ้วดีไซน์ใหม่ (Digital Multi-Function Display) และหน้าจอ touch screen ขนาดใหญ่ 10 นิ้ว ซึ่งรองรับทั้งระบบปฏิบัติการ Apple CarPlay และระบบเชื่อมต่อมัลติมีเดียกับสมาร์ทโฟนระบบ Android พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

ระบบปรับอากาศแบบดิจิตอลที่มีระบบกรองอากาศเพื่อกรองฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 อีกทั้งยังเพิ่มความสะดวกสบายด้วยเบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้าได้ 6 ทิศทาง พร้อมที่พักแขนด้านหน้า รวมไปถึงระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ (Smart Key) พร้อมสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยปุ่ม Push Start และยังคงสุนทรียภาพในการขับขี่ด้วยหลังคาซันรูฟขนาดใหญ่แบบพาโนรามา (Panoramic Sunroof)

NEW MG ZS ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 114 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบต่อนาที ผสานการทำงานกับระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ใหม่ 8 สปีด และสามารถปรับโหมดพวงมาลัยได้ถึง 3 โหมด คือ โหมด City สำหรับการขับขี่ในเมือง

โหมด Standard สำหรับการขับขี่ทั่วไป และโหมด Sport สำหรับการขับขี่สไตล์สปอร์ตที่จะให้ความเร้าใจในการขับขี่มากยิ่งขึ้น NEW MG ZS มาพร้อมช่วงล่างตามแบบ EURO TUNING SUSPENSION ที่ให้การทรงตัว อย่างดีเยี่ยม ผสานกับระบบช่วงล่างหน้าแบบ MacPherson Strut พร้อมเหล็กกันโคลงและช่วงล่างหลังแบบ Torsion Beam ที่จะทำให้การควบคุมในการขับขี่มีความลงตัวมากขึ้น

NEW MG ZS ยังคงมาพร้อมระบบปฎิบัติการอัจฉริยะ i-SMART เอกสิทธิ์เฉพาะของเอ็มจี เพื่อตอบโจทย์ การใช้งานที่สมาร์ทยิ่งขึ้น

  • Smart Command ที่สามารถสั่งการระบบผ่านคำสั่งเสียงภาษาไทยหรือควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ ผ่านสมาร์ทโฟน พร้อมยกระดับความสมาร์ทเพื่อความปลอดภัย ด้วยระบบ Emergency Call ซึ่งจะมีการโทรและส่งข้อความระบุพิกัดรถไปยังเบอร์โทรที่ได้มีการตั้งค่าไว้เมื่อถุงลมนิรภัยในรถทำงานทำให้การเข้าช่วยเหลือทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • Smart Connect เชื่อมต่อโลกออนไลน์อย่างชาญฉลาดสามารถเลือกฟังเพลงได้ทั้งรูปแบบออนไลน์และสตรีมมิ่ง ระบบค้นหาร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว พร้อมนำทางและรายงานการจราจรแบบ Real Time รวมทั้งการอ่านข้อมูลข่าวสารต่างๆ ได้อย่างทันเหตุการณ์
  • Smart Check ที่จะทำให้การตรวจสอบรถของคุณง่ายดายยิ่งขึ้น โดยสามารถ ตรวจสอบสถานะรถยนต์และเตือนเมื่อมีสถานะผิดปกติ สั่งการล็อคหรือปลดล็อคประตูรถ ค้นหารถด้วยระบบ Find My Car ช่วยค้นหาศูนย์บริการ รวมถึงการบันทึกการดูแลรักษารถตามระยะ ผ่าน MG Mobile Application

NEW MG ZS เป็นยนตรกรรมที่มาพร้อมกับระบบความปลอดภัยอย่างเต็มขั้น ใช้โครงสร้างตัวถังนิรภัย FSF (Full Space Frame) พร้อมระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM ที่จะทำงานผสานกันเพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุด ประกอบด้วย

  • ระบบป้องกันการไหลของรถ AVH (Auto Vehicle Hold)
  • ระบบป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock Brake System)
  • ระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake force Distribution)
  • ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist)
  • ระบบควบคุมการทรงตัว SCS (Stability Control System) ฃ
  • ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง CBC (Curve Brake Control)
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System)
  • ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist System)
  • ระบบควบคุมความเร็วรถขณะลงทางลาดชัน HDC (Hill Descent Control System)
  • ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System)
  • ระบบสัญญาณไฟแจ้งเตือน เมื่อมีการเบรกฉุกเฉิน ESS (Emergency Stop Signal)
  • ระบบจำกัดความเร็ว ASL (Active Speed Limit)

นอกจากนี้ NEW MG ZS ยังมาพร้อมระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB (Electronic Parking Brake) และ ระบบป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง AVH (Auto Vehicle Hold) กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา (Around View Monitor) พร้อมสัญญาณเตือนระยะถอยหลัง ไฟส่องนำทางหลังจากดับเครื่องยนต์ (Follow Me Home Light) จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX ถุงลมนิรภัยด้านหน้าและด้านข้างรวม 6 จุด และระบบกุญแจนิรภัยแบบ Immobilizer
* อุปกรณ์ที่ติดตั้งจะแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น

NEW MG ZS มี 3 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น C+ D+ และรุ่นสูงสุดคือ X+ พร้อมสีตัวถังทั้งหมด 4 สี คือ สีขาว Arctic White สีแดง Scarlet Red สีเงิน Silver Metallic และ สีดำ Black Knight โดยมีราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ แบ่งตามรุ่นย่อย ดังนี้

  • NEW MG ZS รุ่น C+ ราคา 689,000 บาท
  • NEW MG ZS รุ่น D+ ราคา 739,000 บาท

  • NEW MG ZS รุ่น X+ ราคา 799,000 บาท

NEW MG ZS มาพร้อมโปรโมชั่นและแคมเปญสุดพิเศษ ที่จะเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของลูกค้า ในสถานการณ์ COVID-19 โดยลูกค้าที่จองและรับรถภายในเดือนเมษายนนี้ จะได้รับข้อเสนอสุดพิเศษ ดังนี้

ซื้อรถ NEW MG ZS วันนี้ “ขับฟรี 3 เดือน”*
ดอกเบี้ยพิเศษ เพียง 1.89%*
ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
*ภายใต้เงื่อนไขของสถาบันการเงินที่กำหนด

สำหรับผู้ที่สนใจ NEW MG ZS สามารถเข้าชม พร้อมรับข้อเสนอพิเศษ ที่โชว์รูมเอ็มจีทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 3 – 5 เมษายน พ.ศ. 2563 หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 หรือที่เว็บไซต์ www.mgcars.com

###

Hashtag #NEWMGZS #MGThailand #MGCarsTH #PassionDrives


แกร็บเปิดตัวการส่งอาหารแบบ “ไร้การสัมผัส” ป้องกันการแพร่กระจายไวรัสโควิด-19

แกร็บฟู้ด ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการให้ความสำคัญด้านสุขอนามัยของลูกค้า พาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่และร้านอาหาร ในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เปิดตัวบริการการส่งอาหารรูปแบบใหม่ ไร้การสัมผัส หรือ Contactless Delivery เพื่อลดความเสี่ยงจากการสัมผัสติดต่อกันทางกายภาพระหว่างลูกค้าและพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่ พร้อมจับมือกับพาร์ทเนอร์ร้านอาหารยกระดับการดูแลความสะอาดในทุกขั้นตอนตั้งแต่การเตรียมอาหารและภาชนะในการบรรจุอาหาร แนะชำระเงินผ่านแกร็บเพย์ลดความเสี่ยงการสัมผัสเชื้อโรค

ผู้ขับขี่และผู้บริโภคสามารถปฏิบัติตามขั้นตอนแนะนำในการส่งอาหารแบบไร้การสัมผัสได้ ดังนี้

  • ลูกค้าระบุจุดรับ-ส่งอาหาร ผ่านการส่งข้อความทางแชท
  • ผู้ขับขี่แกร็บฟู้ดแจ้งลูกค้าเมื่อเดินทางถึง เมื่อผู้ขับทำการส่งอาหารในจุดที่แจ้งไว้ให้วางอาหารไว้บนกระเป๋าส่งอาหารและรอให้ลูกค้าออกมารับโดยทิ้งระยะห่างระหว่างผู้ขับและลูกค้า 2 เมตร ซึ่งผู้ขับจะต้องหมั่น ทำความสะอาดหรือล้างมือก่อนสัมผัสบรรจุภัณฑ์เสมอ
  • ในกรณีลูกค้าต้องการให้ผู้ขับฝากอาหารไว้ที่หน้าประตูบ้าน หรือสถานที่ที่ต้องการเช่น ล็อบบี้ ลูกค้าสามารถระบุได้ผ่านข้อความทางแชท
  • แนะนำให้ลูกค้าเลือกวิธีชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านช่องทางแกร็บเพย์ ​(GrabPay) เพื่อลดความเสี่ยงจากเชื้อโรคที่อาจสะสมมากับธนบัตร
  • หากจำเป็นต้องชำระด้วยเงินสด แนะนำให้ลูกค้านำเงินใส่ซองและวางไว้บริเวณจุดส่งอาหาร โดยให้ทุกฝ่ายเว้นระยะห่างระหว่างกัน 2 เมตรตลอดเวลา

แกร็บฟู้ดยังสนับสนุนให้ผู้บริโภคทุกคนได้รับประทานอาหารที่สดใหม่ สะอาด และอุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนทุกมื้อแม้ต้องใช้เวลาอยู่ที่บ้านมากขึ้น ทั้งนี้ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการต้านภัยโรค ผู้บริโภคจึงมั่นใจได้ว่าอาหารทุกจานที่ส่งตรงจากพันธมิตรร้านค้าของแกร็บฟู้ดนั้นถูกสุขอนามัยในทุกขั้นตอน โดยผู้ปรุงอาหารจะสวมใส่หน้ากากอนามัยขณะประกอบอาหารทุกครั้ง หมั่นล้างมือรักษาความสะอาดและไม่สัมผัสวัตถุดิบหรืออาหารด้วยมือเปล่า ตลอดถึงมีการดูแลรักษาความสะอาดบริการห้องครัวและพื้นที่ให้บริการอย่างสม่ำเสมอ


“Work from Home” อย่างไร ให้เวิร์ก! ซัมซุงแนะเทคนิคเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานจากบ้านผ่านสมาร์ทดีไวซ์

เทรนด์ใหม่มาแรงในขณะนี้ ‘Work from Home’ หรือ ‘การทำงานจากที่บ้าน’ หลายบริษัทนำมาปรับใช้เพื่อลดความเสี่ยงในการทำงานกับพนักงานในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ ที่ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น แน่นอนว่า ส่งผลให้รูปแบบการทำงานเปลี่ยนไป จากเดิมที่จะไม่ได้มีการพบปะ พูดคุย หรือเจอหน้ากันโดยตรง เทคโนโลยี จะเข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมาก

 

เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถผสมผสานการทำงานและไลฟ์สไตล์ได้ทุกที่ทุกเวลา และสามารถ Work (Smart) from Home ได้อย่างดีที่สุด ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับโลก ได้พัฒนาสมาร์ทดีไวซ์พร้อมโซลูชันที่ครอบคลุมร่วมกับหลากหลายพันธมิตรชั้นนำ โดย 3 ปัจจัยหลักที่ต้องคำนึงถึง ได้แก่ ความคล่องตัวในการใช้งาน (Mobility) ประสิทธิภาพการทำงาน (Productivity) และความปลอดภัย (Security) แม้ในกรณีภาวะวิกฤติเช่นปัจจุบัน สามารถนำมาปรับใช้ให้การทำงานที่บ้านได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเช่นเดิม

เพิ่มความคล่องตัวในการทำงานด้วย “วิดีโอคอล” ไม่พลาดทุกการติดต่อสื่อสาร

 

ทั้งการอัพเดต ตามงาน สรุปความคืบหน้าต่างๆ  ซึ่งนอกเหนือจากการติดต่อสื่อสารผ่านแอปพลิเคชั่นแชทในสมาร์ทโฟนที่สามารถโทรคุยแบบ 1 ต่อ 1 ปัจจุบันสมาร์ทโฟนยังสามารถวิดีโอประชุมแบบกลุ่มได้อีกด้วย ซึ่งรูปแบบ “วิดีโอคอล” นั้น มีข้อดีอย่างมากในการช่วยให้เห็นสีหน้าท่าทางของคู่สนทนา อีกทั้งแชร์สกรีนได้อีกด้วย

 

เครื่องมือสำหรับการประชุมออนไลน์ที่ได้รับความนิยมสูงคงหนีไม่พ้น Skype, Microsoft Teams, Zoom, WebX หรือ BlueJeans ที่ช่วยให้การประสานงานของคนในออฟฟิศง่ายยิ่งขึ้น ล่าสุดนี้ ยังมีบริการ Google Duo ที่ซัมซุงได้จับมือ  กูเกิล (Google) บริการนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสนทนาผ่านวิดีโอได้อย่างไม่มีข้อจำกัด เปิดให้บริการบนกาแลคซี่ เอส 20 ซีรีส์ และกาแลคซี่ ซี ฟลิป เมื่อใช้เลนส์ไวด์ (Wide lens) ผู้ใช้สามารถพูดคุยกับเพื่อนได้พร้อมกันสูงสุดถึง 8 คน หรือเมื่อไรที่ไม่มีผู้รับสาย อีกฝ่ายสามารถส่งข้อความวิดีโอทิ้งไว้ได้ ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อความสะดวกยิ่งขึ้น หน้าจอพับได้ของ กาแลคซี่ ซี ฟลิป เสมือนมีขาตั้งกล้องในตัว ใช้วางตั้งตามองศาที่ต้องการ เพื่อวิดีโอคอลหรือประชุมสายกับทีมงานได้อย่างง่ายดายและสะดวกมากยิ่งขึ้นไปอีก

เปลี่ยนสมาร์ทโฟนเป็นคอมพิวเตอร์ เพื่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

 

การทำงานจากที่บ้าน ไม่ได้หมายความว่าจะต้องอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา แต่หมายถึงการพร้อมทำงานทุกเวลาตลอดช่วงเวลาชั่วโมงการทำงาน ดังนั้นเพื่อการทำงานเชื่อมต่อระหว่างสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์ให้เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องกังวลว่า ไฟล์เวอร์ชั่นล่าสุดจะอยู่ในอุปกรณ์ใด ผ่านบริการระบบคลาวด์ อย่าง OneDrive หรือ Google Drive  ที่สำคัญ การทำงานในลักษณะที่ช่วยเพิ่มความสามารถเสมือนทำงานบนพีซี อย่าง Samsung DeX (desktop experience) เพียงใช้สาย USB ที่เป็น HDMI ต่อเข้ากับจอทีวีหรือมอร์นิเตอร์ จะทำให้ผู้ใช้งานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งพื้นทีการทำงาน ทั้งยังใช้งานได้หลายแอพพลิเคชั่นในหน้าจอเดียว ครอบคลุมทั้ง MS office, MS outlook, Google Docs, Adobe และอื่นๆ และรองรับการทำงานแบบ dual mode คือทำงานได้พร้อมกันแบบแยกอิสระ ทั้งบนสมาร์ทโฟนและมอร์นิเตอร์ หรือฟีเจอร์หลักของซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต ที่จดบันทึกข้อมูลผ่าน S Pen ช่วยเปลี่ยนลายมือเป็นตัวอักษรได้อย่างทันทีบน Samsung Notes และนำมาทำงานต่อบนพีซีได้ตลอดเวลาอีกด้วย ส่งผลให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

มาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุด ปกป้องทุกความลับของบริษัท

 

ปัจจุบัน ผู้ใช้งานส่วนใหญ่ใช้สมาร์ทโฟนเป็นอุปกรณ์หลักในการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตและจัดเก็บข้อมูลทั้งข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลการทำงานจำนวนมากเอาไว้ ขณะเดียวกันโมบายเทคโนโลยีถูกผนึกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ แต่การที่นำข้อมูลขององค์กรมาทำงานบนสมาร์ทโฟนควรคำนึงถึงการรักษาความปลอดภัยในข้อมูลนั้นๆ การรักษาความปลอดภัยจึงมีความสำคัญอย่างมาก สำหรับการใช้งานบนสมาร์ทโฟนดีไวซ์ของซัมซุง เรามีระบบความปลอดภัย ‘ซัมซุง น็อกซ์’ ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุด ผู้ใช้สามารถมั่นใจได้ว่าข้อมูลสำคัญทางธุรกิจจะได้รับการปกป้องดูแลและไม่รั่วไหลจากการใช้งานบนสมาร์ทโฟนรวมถึงแท็บเล็ต ซึ่งเหมาะเป็นอย่างมากกับพนักงานที่ทำงานในกลุ่มการเงินการธนาคาร ค้าปลีก หน่วยงานภาครัฐ โลจิสติกส์ และอีกหลากหลายธุกิจอุตสาหกรรม

 

จะเห็นได้ว่าทุกอุปกรณ์ของซัมซุงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ ให้พวกเขาสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดต่างๆ รวมไปถึงการนำนวัตกรรมแห่งอนาคตมาผสมผสานโซลูชั่นอื่นๆ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้การทำงานที่บ้านหรือ Work from Home กลายเป็นเรื่องง่าย มีประสิทธิภาพ และลื่นไหลกว่าเดิม

 


Privacy Preference Center