ตรุษจีนนี้เดือดแน่นอนกับ ‘เวียตเจ็ท’ แอร์บัสรุ่น A321neo ACF ขนาด 240 ที่นั่ง
สายการบินเวียตเจ็ทรับมอบเครื่องบินแอร์บัสรุ่น A321 จำนวน 2 ลำ รหัส VN-A521 และ VN-A542 ซึ่งเป็นการเพิ่มจำนวนเครื่องบินของเวียตเจ็ทรวมทั้งสิ้น 80 ลำ โดยเครื่องบินรหัส VN-A521 เป็นเครื่องบิน A321neo ACF (Airbus Cabin Flex) ขนาด 240 ที่นั่ง เป็นเครื่องบินเครื่องที่สามของโลก และปัจจุบันถือเป็นเครื่องบินประเภทแรกที่ดำเนินการโดยเวียตเจ็ท ด้วยการมาถึงของเครื่องบินลำใหม่ในวันสุดท้ายของปี 2562 ทางสายการบินพร้อมที่จะตอบสนองความต้องการในการเดินทางช่วงเทศกาลตรุษจีนและเป็นแผนในการขยายฝูงบินในปี 2563 
เครื่องบินแอร์บัสรุ่น A321neo ACF มีเบาะนั่งเป็นหนัง มีการตกแต่งภายในแบบพรีเมี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องบินแอร์บัสรุ่น A321neo ACF ลำที่ 3 ของเวียตเจ็ท มีโครงสร้างของห้องโดยสารที่คิดค้นขึ้นมาใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพที่นั่งรวมเป็น 240 ที่นั่ง ลและใช้ประโยชน์จากเครื่องบินแอร์บัสรุ่น A321neo ACF ที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพสูง โซนที่นั่งสบาย สามารถลดการใช้เชื้อเพลิงลงถึง 16% ลดเสียงรบกวนได้มากถึง 75% และปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยลงถึง 50%

ปัจจุบันสายการบินเวียตเจ็ทเป็นผู้นำด้านการให้บริการทางการบินโดยมีการให้บริการฝูงบินสมัยใหม่ที่มีอายุการใช้งานเฉลี่ยน้อยที่สุดในโลกเพียง 2.7 ปี โดยดำเนินการด้านคุณภาพและความปลอดภัยสูงสุด ปัจจุบันสายการบินเวียตเจ็ทให้บริการแก่นักเดินทางมาแล้วกว่า 100 ล้านคน โดยมีเส้นทางบินกว่า 130 เส้นทางครอบคลุมจุดหมายปลายทางในเวียดนาม รวมถึงเส้นทางสู่จุดหมายปลายทางในประเทศต่างๆ ได้แก่ อินเดีย ญี่ปุ่น ฮ่องกง สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน ไทย เมียนมาร์ มาเลเซีย จีน อินโดนีเซีย และกัมพูชา ฯลฯ

ในฐานะสายการบินเพื่อผู้บริโภค เวียตเจ็ทมุ่งมั่นเปิดเส้นทางบินใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบโอกาสการเดินทางนับล้านเพื่อสัมผัสประสบการณ์ของเที่ยวบิน “สีเขียว” กับเครื่องบินลำใหม่ ด้วยการนำเสนอบริการใหม่ เป็นมิตร และประหยัดค่าใช้จ่ายปกป้องสิ่งแวดล้อม สายการบินเวียตเจ็ทถือได้ว่าเป็นผู้สร้างปรากฏการณ์ด้านการเปลี่ยนแปลงทางการตลาด สำหรับการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ในทุกเส้นทางบินที่สายการบินให้บริการถือเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศเวียดนาม และกระบวนพัฒนาเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
โครงการ “ยิ่งให้ … ยิ่งได้” ปี2 มอบรถโมบายร้านภัทรพัฒน์ แด่มูลนิธิชัยพัฒนา

โดยในปี 2562 โครงการฯ ได้ทำงานร่วมกับทีมวิศวกรและทีมออกแบบจากบริษัท เอช เซม มอเตอร์ จำกัด นำรถไฟฟ้าเอนกประสงค์เอช เซม รุ่น E- Food Cart (อี-ฟู้ด คาร์ท) มาผลิตเป็นรถโมบาย พร้อมเพิ่มเติมอุปกรณ์ที่เหมาะสมและลงตัวกับผลิตภัณฑ์และตรงตามวัตถุประสงค์การใช้งานของร้านภัทรพัฒน์ มอบแด่มูลนิธิชัยพัฒนา จำนวน 1 คัน

รถไฟฟ้าเอนกประสงค์รุ่น E- Food Cart (อี-ฟู้ด คาร์ท) นี้ มีขนาด 1.5×4.5×2.15 เมตร มาพร้อมพลังของแบตเตอรี่แบบเจลขนาด 8 โวลท์ 180 แอม จำนวน 6 ลูก สามารถผลิตพลังงานได้ 48 โวลท์ 180 แอม ความเร็วในการขับขี่ได้สูงสุด 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้เวลาชาร์จไฟ 5-6 ชั่วโมง สามารถวิ่งได้ 40-50 กิโลเมตร ซึ่งระยะทางในการใช้งานต่อการชาร์จหนึ่งครั้งจะเปลี่ยนแปลงตามความเร็วในการขับขี่ จากการคำนวนค่าไฟฟ้าจะอยู่ที่ 30-50 บาทต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และรถสามารถรับน้ำหนักบรรทุกได้ถึง 500 กิโลกรัม

คุณวันชัย ลี้นะวัฒนา ประธาน โครงการ “ยิ่งให้ … ยิ่งได้” กล่าวว่า “ผมรู้สึกภาคภูมิใจและปลื้มใจที่ได้มีส่วนช่วยสนับสนุนกิจกรรมร้านภัทรพัฒน์ของมูลนิธิชัยพัฒนา และหากมีการสนับสนุนในส่วนอื่นๆ ที่โครงการฯ สามารถสนับสนุนได้ ผมมีความยินดีและตั้งใจที่จะทำอย่างเต็มที่”

เปิดประสบการณ์นอนกลางป่าวิว 360 องศากับ ‘จังเกิ้ล บับเบิ้ล’ โดมใสใจกลางป่า

จังเกิ้ล บับเบิ้ล ของ อนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษโดย Eye In The Sky โดยใช้วัสดุผ้าโพลีเอสเตอร์ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี Precontraint Serge Ferrari อันล้ำสมัย เพื่อให้ผู้เข้าพักสามารถดื่มด่ำกับบรรยากาศรอบตัวเสมือนว่าเป็นส่วนหนึ่งของของธรรมชาติ จังเกิ้ล บับเบิ้ล มีทั้งหมด 2 หลัง โดยตั้งอยู่บนระเบียงไม้ยกสูงกลางป่าที่ได้รับการตกแต่งอย่างดีพร้อมเครื่องปรับอากาศและความสะดวกสบายอย่างครบครัน ในพื้นที่ขนาด 22 ตารางเมตร โดยส่วนของห้องนอนและห้องนั่งเล่นซึ่งมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 4.5 เมตร มาพร้อมเตียงขนาดคิงไซส์ ภายใต้โดมใส ในขณะที่ห้องน้ำตกแต่งอย่างมิดชิดเป็นส่วนตัว

สิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้อง ยังครบครัน ทั้ง ผ้าปูเตียงลินินสีขาวสะอาดตา หมอนในแบบต่างๆ ให้เลือกสรร เสื้อคลุม รองเท้าแตะ ไดร์เป่าผม โต๊ะเครื่องแป้ง และกระจกแต่งหน้า เพื่อให้ผู้เข้าพักรู้สึกสะดวกสบายเหมือนอยู่ที่บ้าน แขกผู้เข้าพัก อนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ สามารถสัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนใน จังเกิ้ล บับเบิ้ล ซึ่งนับเป็นกิจกรรมเสริมที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในราคาเริ่มต้นที่ 17,700 บาท ต่อคืน สำหรับสองท่าน พร้อมตะกร้าอาหารค่ำแสนอร่อย มินิบาร์ เครื่องดื่มครบครัน พร้อมบริการรูมเซอร์วิซตลอด 24 ชั่วโมง โดยสามารถเข้าใช้บริการบับเบิ้ลได้ตั้งแต่ช่วงพลบค่ำจนถึงรุ่งเช้า

อนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ แคมป์ช้าง แอนด์ รีสอร์ท มีชื่อเสียงไปทั่วโลกจากแคมป์ช้างที่อยู่ในความดูแลของรีสอร์ท ร่วมกับมูลนิธิโกลเด้น ไทรแองเกิ้ล เอเชียน เอเลเฟนท์ (Golden Triangle Asian Elephant Foundation หรือ GTAEF) ที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือช้าง รวมถึงครอบครัวควาญช้างผู้เป็นเจ้าของให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สามารถสร้างรายได้เลี้ยงดูช้าง ตนเองและครอบครัว กิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับช้างของรีสอร์ท ได้รับการออกแบบอย่างเหมาะสม เพื่อให้ผู้ดูแลช้าง สามารถหาทุนสำหรับการเลี้ยงดูช้าง โดยไม่ต้องบังคับให้ช้างทำงานหรือทำกิจกรรมที่พวกมันไม่ชอบ
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือสำรองห้องพักได้ที่ [email protected] หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.anantara.com/en/golden-triangle-chiang-rai
“ไทยแลนด์ยอชท์โชว์” ผลักดันไทยศูนย์กลางเรือยอชท์และไลฟ์สไตล์หรูระดับโลก

ตลอด 4 วัน ของงานไทยแลนด์ยอชท์โชว์ ซึ่งจัดขึ้นในช่วงไฮซีซั่นของเกาะภูเก็ต จะทำให้มารีน่าแห่งนี้ของภูเก็ต เป็นศูนย์กลางไลฟ์สไตล์สุดหรู ช่วยเสริมสร้างชื่อเสียงของภูเก็ตในฐานะจุดหมายปลายทางการล่องเรือยอชท์ชั้นนำของเอเชีย และเป็นสวรรค์ของผู้รักท้องทะเลและการล่องเรือสำราญ ภายในงานประกอบไปด้วยการจัดแสดงเรือยอชท์หรูระดับเฟิร์สท์คลาสจากบรรดาตัวแทน ผู้ผลิตและอู่ต่อเรือระดับชั้นนำของโลก ซึ่งจะนำเรือมาเปิดตัวและจัดแสดงครั้งแรกหลายลำในงานนี้ ตลอดจนถึงเจ้าของสินค้าทั้งแบรนด์ชั้นนำ เอเจนซี่ตัวแทนเรือเช่าเหมาลำ ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพท์และยนตกรรมหรู รวมทั้งธุรกิจโรงแรม อาหารและเครื่องดื่มต่างๆ รอให้การต้อนรับผู้เข้าเยี่ยมชมงานและลูกค้าผู้มั่งคั่งในระดับ high-net-worth รวมทั้งกลุ่มผู้ซื้อและเจ้าของเรือยอชท์จำนวนมาก ซึ่งพร้อมที่จะเลือกซื้อและจับจ่ายใช้สอยภายในงาน
งานไทยแลนด์ยอชท์โชว์ในครั้งนี้ยังคงดึงดูดแบรนด์ชั้นนำในธุรกิจเรือและไลฟ์สไตล์หรูมาร่วมแสดงผลงานเช่นเคย ริชาร์ด อัลเลน ผู้จัดการทั่วไปของซิมป์สัน มารีน กล่าวถึงเรือที่จะนำมาแสดงในงานนี้ว่า “เรามีความยินดีที่ได้เข้าร่วมงานไทยแลนด์ยอชท์โชว์ 2020 อีกครั้ง โดยเตรียมนำเรือยอชท์ 6 ลำ ซึ่งจะเปิดตัวครั้งแรกในเอเชียอย่างน้อย 3 ลำ เพื่อนำเสนอความสำเร็จและความก้าวหน้าของซิมป์สันมารีนในฐานะแบรนด์ชั้นนำของโลก โดยเรามีเรือรุ่นใหม่จากซาน ลอเรนโซ (San Lorenzo) มอนติคาร์โลยอชท์ (Monte Carlo Yachts) แฟร์ไลน์ยอชท์ (Fairline Yachts) เบนเนเทว (Benneteau) ลากูน คาตามารัน (Lagoon Catamarans) และอกิล่า พาวเวอร์ คาตามารัน (Aquila Power Catamarans) มาร่วมแสดง นอกจากนี้ เรายังมีบริการพร้อมด้วยข้อเสนอพิเศษสำหรับการเช่าเหมาลำเรือทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ทีมงาน Yacht Care Team ของซิมป์สัน มารีน ได้จัดเตรียมแพ็คเก็จพิเศษสำหรับเจ้าของเรือยอชท์ที่สนใจการเป็นเจ้าของแบบไม่ต้องดูแล(care-free ownership) และยังมีบริการให้คำแนะนำการจดทะเบียนเรือให้ผู้ที่สนใจ เนื่องจากซิมป์สัน มารีนเป็นเอเจนต์ที่ได้รับอนุญาตสำหรับการจดทะเบียนเรือของ Langkawi Yacht Registry ด้วยเช่นกัน ทุกปีไทยแลนด์ยอชท์โชว์เปิดโอกาสสำคัญให้ได้พบปะกับเจ้าของเรือรายใหม่ๆและลูกค้าที่มีเรืออยู่แล้ว ตลอดจนถึงผู้ที่สนใจการแล่นเรือยอชท์ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เรารอที่จะให้การต้อนรับทุกคนในงานนี้”
ด้าน ลีมารีน (Lee Marine) ซึ่งเป็นตัวแทนเรือซูเปอร์ยอชท์ชั้นนำและดีลเลอร์เฟร์เรตติ (Ferretti) เตรียมนำเรือที่จะเปิดตัวในเอเชียเป็นครั้งแรก ทั้งจากคัสตอมไลน์ (Custom Line) ริว่า (Riva) และริเวียร่า (Riviera) มานำเสนอในงานนี้ รวมทั้งเรือยอชท์ขนาดใหญ่ 2 ลำ ภายใต้ธง นอร์ธอร์ป & จอห์นสัน (Northrop & Johnson) โดย โจชัว ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของลีมารีน กล่าวว่า “เรายังคงให้การสนับสนุนไทยแลนด์ยอชท์โชว์อย่างต่อเนื่องเพราะถือได้ว่าเป็นงานจัดแสดงเรือยอชท์หลักในไทย เราเชื่อมั่นว่าความพยายามของผู้จัดที่มุ่งเปิดโอกาสการท่องเที่ยวแบบซูเปอร์ยอชท์จะส่งผลประโยชน์ให้กับประเทศไทยและธุรกิจของเราทั้งหมดด้วยเช่นกัน”
ด้าน โบ๊ทลากูนยอชต์ติ้ง (Boat Lagoon Yachting) เตรียมนำเรือ Princess Y85 เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งเป็นความร่วมมือพิเศษระหว่าง Pinnafarina กับสตูดิโอออกแบบของ Princess พร้อมกับเทคโนโลยีล่าสุดและคุณภาพการต่อเรืออันล้ำสมัยอันเลื่องชื่อของ Princess นอกจากนี้ ยังมีเรือรุ่นใหม่ Princess F62 ที่จะนำมาแสดงในงาน ทั้งนี้ บริษัทยังเป็นตัวแทนจำหน่ายเรือ RIBS หรู จาก Sacs Marine และจะนำเรือธง Sacs Rebel 47 ขนาด 15 เมตร ซึ่งเป็นเรือ RIB ดีไซน์หรูสุดในตลาด หนึ่งในรุ่น Sacs มาจัดแสดง พร้อมด้วยเรือ Jeanneau Cap Camarat10.5Wa ที่จะเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยด้วยเช่นกัน
หนึ่งในดีลเลอร์เรือคาตามารันรายใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดของประเทศไทย มัลติฮัลล์ โซลูชั่นส์ (Multihull Solutions) เตรียมนำเรือ NEEL Trimarans และ Asia Catamarans เปิดตัวครั้งแรกในเอเชียภายในงานนี้ แอนดรูว์ เดอ บรูอิน ผู้จัดการทั่วไปกล่าวว่า “เรานำเรือที่น่าสนใจมาร่วมงานไทยแลนด์ยอชท์โชว์ปีนี้ ซึ่งเราพบว่าความต้องการเรือคาตามารันที่มีความพิเศษของเราในตลาดมีการเติบโตสูงขึ้น อีกทั้งเราได้รับผลตอบแทนที่ดีเสมอมาจากการเข้าร่วมงานนี้ และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ทุกฝ่ายยังคงให้การสนับสนุนการจัดงาน ซึ่งจะช่วยสร้างการเติบโตแก่อุตสาหกรรมในอนาคต”
สำหรับเอเชีย ยอชท์ติ้ง (Asia Yachting) ซึ่งเข้าร่วมงานนี้เป็นครั้งแรกและเป็นดีลเลอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดและประสบความสำเร็จอย่างสูงของ Monte Carlo Yachts และ Prestige Yachts จากฮ่องกง และขณะนี้กำลังขยายธุรกิจมายังประเทศไทยและสิงคโปร์ โดยโอลิเวียร์ เบสซัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวถึงโอกาสในภูมิภาคและการร่วมงานไทยแลนด์ยอชท์โชว์และสิงคโปร์ยอชท์โชว์ว่า “เราตื่นเต้นที่จะได้เปิดสำนักงานใหม่ในภูเก็ต ซึ่งจะช่วยให้เรามุ่งเน้นการจัดจำหน่ายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเราคาดว่าตลาดจะเติบโตอย่างสูงในช่วง 2- 3 ปีข้างหน้านี้ เราตระหนักดีถึงความพยายามของเวอร์เวนเทีย (Verventia) ผู้จัดงานที่มุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ และเรามีความยินดีที่ได้ให้การสนับสนุนและคาดว่าเราจะสามารถทำยอดขายได้ในงานนี้”
สำหรับผู้รักผลงานจากอิตาลี จะต้องมีความยินดีที่ผู้ต่อเรือที่มีชื่อเสียงอะซิมุท ยอชท์ (Azimut Yachts) จะนำเรือรุ่นใหม่ถึง 2 รุ่น มาจัดแสดง ขณะที่แบรนด์ดังจากอังกฤษ Sunseeker จะนำเรือยอชท์ระดับแถวหน้ามาจัดแสดงเพื่อโชว์ผลงานเรือหรูระดับไฮแฟชั่นเช่นกัน
ผู้เข้าร่วมงานไทยแลนด์ยอชท์โชว์ 2020 จะพบกับการจัดแสดงสินค้าและบริการใหม่สุด รวมทั้งการนำเสนอแบบอินเตอร์แอคทีฟ กิจกรรมพิเศษวันเด็ก การแสดงศิลปะและมาสเตอร์คลาสศิลปะ ดนตรีสด แฟชั่นโชว์ รวมทั้งอาหารและเครื่องดื่มอันหลากหลาย พร้อมกับบาร์ลอยน้ำใหม่ล่าสุดใจกลางมารีน่า
หัวใจสำคัญของงานแสดงในปีนี้ คือ เรือยอชท์และเรือระดับเวิลด์คลาสหลากรุ่นและขนาด สำหรับให้ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมชมและสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ ทั้งผู้ที่สนใจเช่าเหมาลำหรือเลือกซื้อได้ตามงบประมาณ ทั้งเรือใบขนาดเล็กไปจนถึงเรือซูเปอร์ยอชท์ เรือ RIB เจ๊ทสกี ระบบนำร่องสัญญาณเรือและอุปกรณ์เพื่อการเดินเรือต่างๆ ไปจนถึงของเล่นและอุปกรณ์กีฬาทางน้ำ เพื่อเปิดประสบการณ์สุดพิเศษและโอกาสสำหรับผู้เข้าร่วมงานครั้งแรกให้ได้สัมผัสความน่าตื่นเต้นของการแล่นเรือยอชท์จากแพลทฟอร์มจัดแสดงภายในงาน
เซเลบริตี้แถวหน้าของเมืองไทยร่วมงานเปิดตัว ‘ซัมซุง เดอะวอลล์ ลักชัวรี่’ สุดยอดจอภาพขนาดยักษ์ระดับไฮเอนด์เริ่มต้น 13.9 ล้านบาท

ซ้ายไปขวา: คุณวงศ์ชนก ชีวะศิริ / คุณบุปผา กิ่งชัชวาลย์ / หม่อมหลวงปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี / คุณนันทวัน แสงธรรมกิจกุล

ซ้ายไปขวา: คุณภาค โอสถานนท์ / คุณพงศ์สรรค์ งามลิขิตเลิศ / คุณสักก์พิพัฒน์ ประภาสิทธิ
ภายในงาน ซัมซุง ได้เนรมิตโถงจัดงานให้เป็นเสมื

ซ้ายไปขวา: คุณภาค โอสถานนท์ / คุณวงศ์ชนก ชีวะศิริ / คุณมาร์ค ธาวิน / คุณวรายุทธ มิลินทจินดา

ซ้ายไปขวา: คุณณัฐพล จุฬางกูร / คุณมาร์ค ธาวิน / คุณนันทวัน แสงธรรมกิจกุล / คุณปราณวริณทร์ นฤหล้า / คุณ ราชวิน นฤหล้า

เดอะวอลล์ ลักชัวรี่ จอภาพ โมดูลาร์ ไมโครแอลอีดี สุดยอดนวัตกรรมจอภาพระดั
5 ทริคนั่งสบายสไตล์สายการบินโลว์คอสต์
ฉะนั้นแล้ว ไหนๆ ก็กำลังจะได้บอกลางานประจำชั่วคราว เพื่อออกไปค้นหาเรื่องราวและประสบการณ์อันน่าประทับใจในต่างแดนทั้งที เราก็ควรจะทำการบ้านเตรียมความพร้อมกันหน่อย จะได้เดินทางอย่างราบรื่นตั้งแต่เทคออฟเหาะขึ้นฟ้าจนถึงตอนแลนดิ้งโดยสวัสดิภาพ และในโอกาสที่ช่วงวันหยุดปีใหม่กำลังจะมาถึง ซึ่งหลายคนก็คงมีแพลนไปเที่ยวต่างประเทศ สกู๊ต จึงมีเคล็บลับดีๆ มาฝากนักเดินทางก่อนเริ่มทริปในวันหยุดยาวที่จะถึงนี้
สแตนบายล่วงหน้าที่สนามบิน

สิ่งที่นักเดินทางทุกคนต้องทำก่อนการขึ้นเครื่องบินโดยไม่มีข้อยกเว้นก็คือ การเช็คอินเพื่อเตรียมตัวขึ้นเครื่องบิน จึงขอแนะนำให้นักเดินทางทุกคนเผื่อเวลาไปถึงสนามบินก่อนเวลาเดินทางอย่างน้อย 3 ชั่วโมงเพื่อทำการเช็คอินที่เคาท์เตอร์ของสายการบินในอาคารผู้โดยสารขาออก และถ้าหากไม่อยากกังวลเรื่องการต่อคิวเช็คอินที่ยาวเหยียดเหมือนแถวจ่ายเงินตามร้านช็อปปิ้งแล้วล่ะก็ ขอแนะนำให้เช็คอินล่วงหน้าแบบชิลล์ๆ ด้วยปลายนิ้ว แค่เข้าไปที่เว็บไซต์ของสายการบินและทำการเช็คอิน ส่วนหลังจากนั้นก็จัดการเรื่องการฝากสัมภาระหรือกระเป๋าเดินทางที่โหลดใต้ท้องเครื่องให้เรียบร้อย และรอขึ้นเครื่องบินตามประตูที่กำหนดก็เป็นอันว่าเสร็จสิ้นขั้นตอนการเตรียมความพร้อมก่อนขึ้นเครื่องบินแล้ว
FlyScoot Tip: การเช็คอินออนไลน์กับสายการบินสกู๊ต สามารถทำได้ตั้งแต่ 48 – 1 ชั่วโมงก่อนเดินทางเลยนะ จิ้มไปที่นี่ได้เลย https://makeabooking.flyscoot.com/checkin
เตรียมช็อทลิสท์สำหรับไอเท็มจำเป็นต้องติดตัว

ด้วยความที่บางไฟลท์อาจใช้เวลานานหลายชั่วโมง การนั่งอยู่บนเครื่องบินโดยขาดของใช้หรืออุปกรณ์คู่ใจอาจทำให้นักเดินทางหลายคนรู้สึกไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ จึงขอแนะนำให้เตรียมของใช้ที่จำเป็นติดตัวขึ้นเครื่องไปด้วย เช่น ผ้าปิดตา หมอนรองคอ และเสื้อผ้าที่ใส่สบาย เช่น เสื้อยืดหลวมๆ กางเกงวอร์ม รองเท้าผ้าใบที่ใส่สบายเพื่อจะได้หลับเต็มอิ่มตลอดการบิน หรือหากไม่รู้สึกง่วงก็ควรมีหนังสือเล่มใหม่เอี่ยม แบตเตอรี่สำรองและหูฟังสำหรับเอาไว้ดูหนังฟังเพลง รวมไปถึงยาประจำตัว ลูกอม ขนมขบเคี้ยวสำหรับป้องกันหูอื้อ ซึ่งหากมีลิสท์ของพวกนี้อยู่ใกล้ตัว การนั่งเครื่องบินนานๆ อาจไม่เลวร้ายอย่างที่คิดก็เป็นได้
FlyScoot Tip: สัมภาระที่จะนำขึ้นเครื่องได้นั้นจะต้องไม่เกิน 2 ใบและมีน้ำหนักรวมไม่เกิน 10 กิโลกรัม (สำหรับที่นั่งชั้นประหยัด) ส่วนแบตเตอรี่สำรองนั้นต้องมีความจุระหว่าง 20,000 – 32,000 mAh (นำติดตัวไปได้ 2 ก้อน) และของเหลวหรือสเปรย์ต้องมีความจุไม่เกิน 100 มิลลิลิตร
ที่นั่งดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

ตำแหน่งที่นั่งบนเครื่องบินถือเป็นสิ่งที่นักเดินทางส่วนใหญ่ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ต่างคนต่างก็มีทริคในการเลือกที่นั่งเป็นของตัวเอง ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจส่วนตัวมากกว่า ยกตัวอย่างเช่น ผู้ที่มีรูปร่างสูงก็จะเลือกที่นั่งริมที่ติดทางเดินหรือแถวประตูฉุกเฉิน ส่วนผู้ที่บินไฟลท์ดึกหรืออยากงีบไปยาวๆ ก็ควรเลือกที่นั่งริมหน้าต่างเพื่อเลี่ยงการถูกปลุกโดยผู้ที่นั่งข้างๆ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเราจะเลือกที่นั่งในตำแหน่งที่ดีแค่ไหนก็ตาม การลุกเดินไปเข้าห้องน้ำทุกๆ 1-2 ชั่วโมง จะช่วยให้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ของร่างกายได้เปลี่ยนอิริยาบถและทำให้เรารู้สึกสบายขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะ
FlyScoot Tip: นอกจากการลุกไปเข้าห้องน้ำแล้วที่เราอาจต้องรบกวนคนที่นั่งติดทางเดินแล้ว เรายังสามารถยืดกล้ามเนื้อคลายเมื่อยในที่นั่งของเราได้เช่นกัน โดยการยกเข่าขึ้นทีละข้าง จากนั้นใช้แขนทั้งสองข้างกอดเอาไว้สัก 15 วินาที หรือค่อยๆ เอียงคอแล้วหมุนตามเข็มนาฬิกาช้าๆ สัก 10 ครั้ง ก็จะช่วยสลัดอาการเมื่อยตามออกไปจากตัวเราได้เยอะเลยทีเดียว
หมั่นเติมความสดชื่นตลอดไฟลท์
การนั่งเครื่องบินนานๆ ไม่เพียงแต่ทำให้เรารู้สึกปวดเมื่อยกล้ามเนื้อเท่านั้น แต่ยังทำให้ผิวหนังของเราสูญเสียความชุ่มชื้นเนื่องจากอากาศบนเครื่องบินนั้นจะแห้งกว่า มีระดับความชื้นที่น้อยกว่าบนพื้นดินนั่นเอง ดังนั้น การจิบน้ำเปล่าบ่อยๆ ระหว่างที่อยู่บนเครื่องบินจึงถือเป็นสิ่งที่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง รวมถึงควรหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟและงดเว้นเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทั้งก่อนขึ้นเครื่องบินและระหว่างการเดินทาง เพราะว่าเครื่องดื่มเหล่านี้จะยิ่งทำให้ร่างกายของสูญเสียน้ำมากขึ้นไปอีก นอกจากนี้ การรับประทานอาหารที่เหมาะสมในปริมาณที่พอดีก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน เพราะหากดื่มน้ำอัดลมหรือรับประทานอาหารมากเกินไปอาจทำให้เกิดอาการท้องอืดจนทำให้เรารู้สึกอึดอัดมากยิ่งขึ้นนั่นเอง
FlyScoot Tip: นอกจากการดื่มน้ำเปล่าบ่อยๆ แล้ว เทคนิคลับๆ ที่เราอยากแนะนำก็คือ ถอดคอนแทคเลนส์ เตรียมโลชั่นบำรุงผิวขวดเล็กๆ หรือแผ่นมาสก์หน้าติดตัวขึ้นเครื่องไปด้วย รับประกันได้เลยว่าเฟรชตลอดไฟลท์!
เลือกสายการบินที่ตรงใจ
อยากปรับเบาะเอนแต่ก็เกรงใจคนข้างหลัง อยากดูหนังฟังเพลงแต่ก็ดันเปิดเนตมือถือไม่ได้ หรืออยากนั่งสบายแต่ก็ไม่อยากจ่ายแพงๆ ข้อจำกัดเหล่านี้จะหมดไป แค่ลองเปลี่ยนมาบินกับสกู๊ตก็จะได้สัมผัสกับที่นั่งที่มีระยะห่างเฉลี่ยระหว่างที่นั่งถึง 31 นิ้ว แถมกว้างถึง 18 นิ้ว (สำหรับที่นั่งชั้นประหยัด) ที่กว้างกว่าสายการบินโลว์คอสต์เจ้าอื่นๆ พนักพิงศรีษะก็ปรับได้เต็มที่ มีอินเทอร์เน็ตไวไฟพร้อมให้ใช้งาน แถมยังบินไปได้หลายประเทศอีกต่างหาก ไม่ว่าจะเป็นที่เที่ยวยอดฮิตของคนไทยอย่างญี่ปุ่น แวะระหว่างทางเพื่อสัมผัสความอลังการของ Jewel Changi Airport ที่สิงคโปร์ หรือจะบินไกลไปแถบยุโรปอย่างกรีซและเยอรมนีก็ยังได้ จ่ายสะดวกนั่งสบายทุกไฟลท์แน่นอน
FlyScoot Tip: รู้อย่างนี้แล้วจะช้าอยู่ทำไมล่ะ เข้าไปกดจองแล้วเตรียมวางแผนเที่ยวกันเลยดีกว่า! https://www.flyscoot.com/th/fly-scoot/onboard/economy-class
ยามาฮ่ามอบรางวัล Grand Filano Hybrid มูลค่า 62,000 บาท ผ่านแคมเปญ “Yamaha Automatic แชร์โลมา”

ที่จัดขึ้นระหว่างตั้งแต่วันที่ 27 ก.ย. – 31 ต.ค. 62 และประกาศผล 8 พ.ย. 62 โดยนายศรายุทธ โพธิ์งาม ส่งภาพโลเคชั่นที่สวยงามของจุดชมวิวอ่าวโต๊ะหลี อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ด้วยการขับขี่ XMAX ไปกางเต็นท์กับวิวธรรมชาติยามเช้าที่สวยงาม


โดยการมอบรถจักรยานยนต์ Yamaha Grand Filano Hybrid รุ่น ABS ในครั้งนี้มีขึ้น ณ อาคารสำนักงาน บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เมื่อเร็วๆ นี้
KEF LSX Wireless Stereo สุดยอดลำโพงไร้สายดีไซส์เฉียบสัญชาติอังกฤษ

พ่วงด้วยฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อแบบไร้สาย 3 แบบด้วยกันทั้งแบบ Bluetooth Wi Fi และ Apple Airplay 2 ให้คุณลืมความวุ่นวายจากการเชื่อมโทรศัพท์เข้ากับสายยูเอสบี และเลือกใช้การเชื่อมต่อที่แตกต่างกันตามไลฟ์สไตล์ของคุณ ให้คุณได้เพลิดเพลินกับการฟังเพลงระหว่างทำกิจกรรมภายในครัวหรือกระทั่งผ่อนคลายนอกบ้าน เพียงเชื่อมต่อด้วย Wi Fi เมื่อคุณอยู่ไกลจากตัวลำโพง ด้วยความกว้างของคลื่นที่มีมากกว่าการต่อแบบ Bluetooth ทำให้ยังคงคุณภาพของดนตรีและมิติของเสียงได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้ LSX ยังตั้งใจเข้ามาตอบรับการฟังดนตรีในโลกปัจจุบันอย่างเต็มรูปแบบผ่านสตรีมมิ่งอย่าง Apple Airplay 2, Spotify หรือ Tidal ก็ได้ทำง่าย ๆ เพียงแค่ปลายนิ้ว ด้วย LSX มีระบบสตรีมมิ่งอยู่ในตัว ทำให้สามารถฟังเพลงได้ทันทีที่คุณต้องการ

การันตีคุณภาพคับแน่นด้วยรางวัลจากเวที EISA Award-Winners ปี 2019 KEF LSX ได้รับมติเอกฉันท์จากกว่า 55 สื่อนิตยสาร consumer electronics ระดับโลก ที่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า LSX คือลำโพงที่ให้ได้มากกว่าทุกลำโพงในคลาสเดียวกัน ครบครันทุกคุณสมบัติควรแค่การรางวัลสุดยิ่งใหญ่อันทรงเกีรยติที่พร้อมจะทำให้โลกของการฟังดนตรีเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพมากขึ้นกว่าที่เคยและล่าสุดกับรางวัล What Hi-Fi? Awards 2019 winner จากนิตยสารที่ให้ความรู้ด้านเครื่องเสียงและ Home Theater ที่มียอดผู้อ่านและความน่าเชื่อถือสูงสุด ด้วยสโลแกนที่ว่า “ประณีต กะทัดรัด ครบเครื่องทั้งเรื่องคุณภาพเสียงและความบันเทิง”
KEF LSX คือนิยามของคำว่า ‘Hear the music, not the speaker’ พูดง่ายๆ คือ คุณจะได้ฟังดนตรี ราวกับว่าไม่ได้เปิดผ่านตัวกลางอย่างสิ่งที่เรียกว่าลำโพง เพราะลำโพง KEF LSX เป็นลำโพงแบบ Stereo ประกอบด้วยลำโพงหลัก 2 ตัว ด้านซ้ายและขวาแยกจากกัน ทำให้คุณได้สัมผัสถึงทิศทางความแตกต่างของมิติเสียงที่มาจากคนละทิศทาง บวกกับ Uni-Q เทคโนโลยีพิเศษเฉพาะตัวของ KEF คือสุดยอดแห่งนวัตกรรมการดีไซน์คลื่นเสียงอย่างประณีต ช่วยให้คุณรู้สึกถึงทุกมิติของบทเพลงเสมือนคุณกำลังฟังอยู่ท่ามกลางโรงละครที่กำลังทำการแสดงสดอยู่ตรงหน้า ยกระดับการฟังดนตรีให้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม

เรียกได้ว่าลำโพง LSX ตอบโจทย์ความรวดเร็วและความสะดวกสบายของคนยุคใหม่ที่ต้องการลำโพงที่เปรียบเสมือนผู้ช่วยคนสำคัญในการถ่ายทอดเสียงผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ในโลกออนไลน์ได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นการฟังเพลง ฟังดนตรี ดูหนัง เล่มเกม หรือความบันเทิงอื่น ๆ เพื่อเติมเต็มประสบการณ์เต็มรูปแบบการฟังในทุกไลฟ์สไตล์ภายในบ้านของคุณ ทั้งยังใช้งานแสนง่ายด้วยแอพพลิเคชั่นและมีสตรีมมิ่งในตัว ช่วยให้คุณได้รับประสบการณ์การใช้งานรูปแบบใหม่ที่เติมเต็มขั้นกว่า และสะดวกสบายมากกว่าที่เคย จนลืมลำโพง Stereo แบบที่เคยรู้จักไปเลย

ลำโพง KEF LSX จำหน่ายในราคาคู่ละ 45,900 บาท มีทั้งหมด 5 สี คือ Black, Gross White, Blue, Olive, Red ที่ Siam Discovery ชั้น 2, Central World ชั้น 4, .life at ICONSIAM Department Store หรือทาง Munkong Gadget ได้ที่สาขา Siam Paragon ชั้น 3 สาขา CentralPlaza Pinklao ชั้น 3 สาขา Phantip Plaza ชั้น 1 สาขา Paradise Park ชั้น 2 หรือทางออนไลน์ที่ https://www.munkonggadget.com และสาขาอื่น ๆ อีกมากมาย หรือช้อปออนไลน์ที่ https://www.vgadz.com/kef ติดตามข่าวสาร KEF LSX เพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/vgadz/

CASIO เปิดตัวคอลเลคชั่น G-MS X Swarovski Limited Edition Gift Set สำหรับคนพิเศษในทุกเทศกาล!

ชุดของขวัญ G-MS X Swarovski Limited Edition Gift Set มีสองสีให้เลือกในลุคเอิร์ธโทนสุดชิค ไม่ว่าจะเป็นสีมอคค่า (น้ำตาลชอคโกแลต) หรือ สีลาเต้ (สีครีม) ที่สามารถเข้าได้กับเสื้อผ้าและลุคการแตกตัวหลากหลายแนว และแม้จะดูอ่อนหวาน แต่ยังคงความสดใสและอัดแน่นด้วยคุณภาพ ในสไตล์ของ G-MS ที่สามารถทนต่อแรงกระแทกได้ดี กันน้ำได้ลึกถึง 100 เมตร และยังมาพร้อมกับหน้าปัดสแตนเลสสตีล สี Pinkgold ที่สามารถบอกเวลาได้ 2 ระบบ ทั้งระบบอะนาล็อคและระบบดิจิตอลหรือสามารถปรับให้แสดงผลเป็นวันที่และเดือนได้อีกด้วย สาวๆสายeco-friendlyก็ไม่ควรพลาด เพราะรุ่นนียังมากับ Feature การใช้พลังงานแสงอาทิตย์โดยไม่ต้องเปลี่ยนถ่านอีกด้วย แน่นอนว่าสาวๆที่ได้ครอบครองชุดของขวัญเซตนี้จะต้องดีใจเพราะสามารถนำมามิกซ์แอนด์แมทช์ใส่ได้ในทุกๆ วันอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ชุดของขวัญ G-MS X Swarovski Limited Edition Gift Set นั้นยังมาพร้อมกับ สร้อยข้อมือสวารอฟสกี้ สโนว์ เฟลค ดูออลแวร์ (Swarovski Snowflakes Dual Wear Bracelet) สร้อมข้อมือจากสวารอฟสกี้ที่สามารถนำมาดัดแปลงใส่เป็นสร้อยคอได้ ให้สาวๆสนุกกับการ mix&match เพิ่มความระยิบระยับให้กับข้อมือ และ เรียวคอของสาวๆสำหรับหน้าหนาวนี้ โดยสร้อยเส้นนี้ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากท้องฟ้า พระจันทร์ และกลุ่มดาว ในฤดูหนาว ประดับด้วยชาร์มคริสตัลอันโดดเด่นจาก สวารอฟสกี้ ในรูปพระจัทร์ครึ่งเสี้ยวเกล็ดหิมะ และดวงดาว

หากคุณกำลังมองหาของขวัญสุดพิเศษให้ตัวคุณเองหรือคนที่คุณรักในช่วงฤดูกาลแห่งการมอบของขวัญที่ใกล้จะถึงนี้ อย่ารอช้า รีบจับจอง G-MS X Swarovski Limited Edition Gift Set ก่อนใครได้แล้วที่ เคาท์เตอร์ Casio Watch ทั่วประเทศ ด้วยราคาเซ็ตละ 8,500 บาทเท่านั้น โดยนาฬิกาและสร้อยข้อมือในเซ็ทมีมูลค่ารวมถึง 11,900 บาท นับเป็นคอลเล็คชั่นที่ทั้งน่ารักและน่าสะสม เหมาะกับการเป็นของขวัญที่ช่วยเติมสีสัน ความสดใส มีสไตล์ให้กับคุณสาวๆอย่างแน่นอน
#BeYouBeGMS #GMS #จีมิส #CasioCMG
อาเล็ก ธีรเดช แนะเทคนิคการเดินทางกับเจ้าอด๊อบ เพื่อนยากอย่างปลอดภัย!

อาเล็ก ธีรเดช แอมบาสซาเดอร์รถอเนกประสงค์ แคปติวา ใหม่ กล่าวว่า “ทุกครั้งที่ผมพา เจ้าอด๊อบ น้องหมาของผมเดินทางไปในที่ต่างๆ ผมคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับแรกเสมอ ต้องมั่นใจว่าสัตว์เลี้ยงของเราได้คาดเข็มขัดนิรภัยอย่างแน่นหนา ซึ่งในแคปติวา ใหม่ คันนี้มาพร้อมระบบความปลอดภัยที่ทำให้ผมไร้กังวลในทุกทริป”

อาเล็ก ธีรเดช กล่าวเพิ่มเติมว่า “แคปติวา ใหม่ คือรถอเนกประสงค์ที่เหมาะกับการพาน้องหมาน้องแมวไปเที่ยวอย่างมากเพราะมีช่องแอร์ในทุกแถวที่นั่ง กระจายความเย็นสบายทั่วถึงทั้งคัน ส่วนที่เก็บของก็กว้างขวางและสามารถวางกรงน้องหมาน้องแมวได้สบายๆ ระบบ Keyless Entry ในแคปติวา ใหม่ ทำให้การนำน้องหมาเข้าไปนั่งในรถเป็นเรื่องง่ายขึ้นโดยไม่ต้องหยิบกุญแจขึ้นมาเปิดประตูรถ ให้ยุ่งยากเลยครับ”

ในวิดีโอล่าสุดของอาเล็ก ธีรเดชได้แสดงฟีเจอร์ล้ำสมัยที่ช่วยให้ทริปสนุกยิ่งขึ้น เช่น จออินโฟเทนเมนท์ระบบสัมผัสขนาดใหญ่ 10.4 นิ้ว และกล้องรอบคันให้เห็นทุกมุมรอบตัวรถแบบ 360 องศา รวมถึงมุมบนแบบ bird’s-eye view เพิ่มความมั่นใจ ปลอดภัยมากขึ้นเพราะช่วยให้ผู้ขับเห็นมุมอับในตรอกซอยหรือจุดเสี่ยงที่อาจมีสัตว์ยืนหรือนอนอยู่

เคล็ดลับนำสัตว์เลี้ยงท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย:
- ให้สัตว์เลี้ยงอยู่ในกรงและใช้สายคาดทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย รถอเนกประสงค์อย่างแคปติวา ใหม่ หรือรถอเนกประสงค์เทรลเบลเซอร์มาพร้อมที่เก็บสัมภาระกว้างขวาง สามารถใส่กรงสัตว์เลี้ยงขนาดใหญ่ได้สบายๆ หากไม่มีกรงก็สามารถคาดเข็มขัดนิรภัยให้กับสัตว์เลี้ยงได้ที่บริเวณเบาะหลัง และอย่าให้สัตว์เลี้ยงนั่งที่เบาะหน้าโดยเด็ดขาดเพราะอาจเกิดการบาดเจ็บและอันตรายจนถึงแก่ชีวิตได้หากเกิดการชนและถุงลมนิรภัยทำงาน
- อย่าปล่อยให้สัตว์เลี้ยงอยู่ภายในรถโดยลำพังเพราะสัตว์เลี้ยงที่คุณรักเป็นอันตรายหรือเสียชีวิตได้จากอากาศที่ร้อนสะสมภายในตัวรถ ถึงแม้จะลดกระจกลงก็ไม่ช่วยคลายความร้อนได้เพียงพอ หากเห็นว่ามีสัตว์เลี้ยงอยู่ในรถที่ปิดกระจกและไม่สามารถเรียกเจ้าของรถได้ โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหรืออาสาสมัครที่อยู่บริเวณนั้น
- หากสัตว์เลี้ยงมีอาการตื่นตระหนกเมื่ออยู่ในรถ ให้หาของเล่นหรือขนมให้สัตว์เลี้ยงของเราได้เคี้ยวและเลียเพื่อลดความตื่นกลัว จะช่วยให้เขาได้ผ่อนคลาย รวมถึงของใช้ที่สัตว์เลี้ยงคุ้นเคย เช่น ผ้าห่ม เบาะรองนอน ที่ฝนเล็บสำหรับแมวก็ช่วยทำให้น้องๆ สงบลงได้ และเมื่อต้องขนข้าวของเยอะขนาดนี้ รถอเนกประสงค์คือคำตอบของคนรักสัตว์
- หากต้องเดินทางกลางอากาศร้อน ลองเอาชามน้ำไปแช่เย็นให้สัตว์เลี้ยงเลียเพื่อลดความร้อนในร่างกายแทนการให้น้ำที่อาจหกเลอะเทอะภายในรถ สิ่งที่ควรมีติดรถอีกอย่างคืออุปกรณ์ ปฐมพยาบาลสำหรับสัตว์เลี้ยงที่มีจำหน่ายตามร้านขายอุปกรณ์สำหรับสัตว์เลี้ยงทั่วไป
