“IMC สื่อสากล” ร่วมสู้วิกฤต มอบนิตยสารให้ผู้ป่วย “COVID-19”

ชไมพรปภัสร์พงษ์ และสุกานดาปภัสร์พงษ์ ทีมผู้บริหาร บริษัท สื่อสากล จำกัด ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์” หรือ Thailand International Motor Expo และผู้ผลิตนิตยสาร “ฟอร์มูลา” 4 WHEELS และโลกรถยนต์ เผยว่า


บริษัทฯ ตระหนักดีถึงความรู้สึกทุกข์กังวลของผู้ป่วย COVID-19 จึงอยากเป็นกำลังใจ ด้วยการมอบนิตยสารในเครือฯ แก่สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ ให้ผู้ป่วยได้อ่านเพื่อคลายความเครียด พร้อมรับสาระบันเทิง ด้านยานยนต์ ระหว่างพักรักษาตัวในโรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์

ผู้ต้องการร่วมเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วย COVID-19 สามารถส่งหนังสือ หรือนิตยสาร ทางไปรษณีย์ไปที่ ห้องสมุดสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ ชั้น 2 อาคารศูนย์การเรียนรู้และวิจัยเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ 111 หมู่ 14 ถนนเลียบคลองส่งน้ำสุวรรณภูมิ ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี สมุทรปราการ 10540 สอบถามรายละเอียดได้ที่ 0-2839-5080


ASICS SportStyle ฉลองครบรอบ 30 ปี GEL-LYTE™ III ด้วย GEL-LYTE™ XXX

ปี 2020 นับว่าเป็นปีแห่งการครบรอบ 30 ปี ของ GEL-LYTE™ III สนีกเกอร์โมเดลไอคอนนิกจาก ASICS และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการครอบรอบในครั้งนี้ ASICS SportStyle ได้พัฒนาโมเดลใหม่รุ่น GEL-LYTE™ XXX ขึ้นมา เป็นสนีกเกอร์ที่ได้นำดีไซน์และองค์ประกอบสุดคลาสสิกของโมเดล GEL-LYTE™ III ที่ออกแบบโดย ชิเงยูกิ มิทซึย มาผสมผสานเข้ากับทั้งวัสดุและดีไซน์ที่ล้ำสมัยไว้ได้อย่างลงตัว

ASICS มีปรัชญาการออกแบบที่คำนึงถึงทั้งการทดลอง และการทดสอบการใช้งาน โดยนำหลักการเหล่านี้มารวมเข้ากับวิวัฒนาการการออกแบบสนีกเกอร์โดยคำนึงถึงอนาคต เรียวตะ คิตะมิ ผู้ออกแบบโมเดล GEL-LYTE™ XXX ได้รวบรวมองค์ประกอบส่วนบนของรองเท้า (upper) จากโมเดลดั้งเดิมของ มิทซึย และนำมาปรับเปลี่ยนให้ดูทันสมัยด้วยการผสมผสานวัสดุต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เพื่อให้ดีไซน์มีความร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น ทั้งหมดนี้ทำให้สนีกเกอร์คู่นี้มีความพิเศษ เพราะ GEL-LYTE™ XXX รวบรวมไว้ด้วยอดีตของ ASICS แต่ในขณะเดียวกันก็เชื่อมโยงถึงปัจจุบัน

เมื่อย้อนไปถึงขั้นตอนการออกแบบของ GEL-LYTE™ XXX คิตะมิ ได้อธิบายว่า “ฉันได้พูดคุยกับคุณมิทซึย จึงได้รู้ว่าแต่ละส่วนของรองเท้านั้นก็มีเรื่องราวของมัน และได้เรียนรู้ถึงความมุ่งมั่นและความเชื่อของเขาในการออกแบบรองเท้า ฉันเริ่มจากการทำความเข้าใจในโครงสร้างแต่ละส่วนของโมเดล GEL-LYTE™ III และพยายามนำความความมุ่งมั่นและความเชื่อของคุณมิทซึยมาปรับเปลี่ยนเป็นรูปแบบที่สอดคล้องกับในปัจจุบัน”

ด้วยแรงบันดาลใจจากโมเดลรุ่น GEL-LYTE™ III ทำให้สนีกเกอร์โมเดล GEL-LYTE™ XXX นี้ยังคงรักษาเอกลักษณ์ที่สำคัญเอาไว้ อย่าง ลิ้นของรองเท้าที่ถูกแบ่งเป็นสองส่วน (Split Tongue) แต่สำหรับโครงสร้างโดยรวมจะมีความเพรียวลมมากขึ้น ซึ่ง คิตะมิ อธิบายไว้ว่ามันถูกสร้างขึ้นเพื่อเพิ่มความกระชับในการสวมใส่

คุณสมบัติเด่นอีกอย่างหนึ่งคือส้นรองเท้าอันโดดเด่นที่ทำให้สนีกเกอร์ดูทันสมัย รวมทั้งเชื่อมเข้ากับพื้นรองเท้าส่วนกลาง (midsole) ด้วยเทคโนโลยี FLYTEFOAM™ ซึ่งสามารถรองรับแรงกระแทกได้เป็นอย่างดีและมีน้ำหนักเบา ส่วนบน (upper) ของ GEL-LYTE™ XXX จะใช้ทั้งผ้าตาข่ายและหนังสังเคราะห์ควบคู่กัน ตัดกับ ASICS Stripes ที่พาดอยู่ทั้งสองด้านของรองเท้า นอกจากนั้นยังมีตัวหนังสือ ‘XXX’ บน midsole เพื่อแสดงให้เห็นถึงการเชื่อมโยงกันของอดีตและปัจจุบัน

GEL-LYTE™ XXX วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ที่ ASICS.COM ในราคา 4,700 บาท และ GEL-LYTE™ XXX ‘Modern Tokyo’ ราคา 5,500 บาท

#ASICSSPORTSTYLETH
#GELLYTEXXX


TRK ศิลปินสตรีทอาร์ทที่โดดเด่นในการใช้ลายไทยกับครั้งแรกบน BMW X5

ลวดลายสุดวิจิตรของพญานาคที่โดดเด่นสะดุจตาด้วยลายทีแปรงพู่กันอันพลิ้วไหวแบบลายไทยร่วมสมัยบน BMW X5 โดย TRK (คุณธีระยุทธ พืชเพ็ญ) ศิลปินสตรีทอาร์ทที่มีชื่อเรื่องการใช้พู่กันที่มีสไตล์การวาดลายไทยอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว อันมีจุดมุ่งหมายในการเผยแพร่วัฒนธรรมไทยไปสู่เวทีโลก


ผลงานของ TRK เป็นผลงานที่ทำเพื่อระลึกถึง BMW Art Car #07 ของ ไมเคิล จากามารา เนลสัน (Michael Jagamara Nelson) ศิลปินพื้นเมืองของออสเตรเลียที่นำศิลปะพื้นเมืองของชาวอะบิริจิน มาวาดเป็นลวดลายภูมิประเทศและสัตว์ของประเทศออสเตรเลีย

โดยการออกแบบลวดลายของ TRK ลงบน BMW X5 ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและลาว โดยจุดเชื่อมโยงระหว่างทั้งสองประเทศคือ “ความเชื่อ” โดยไทยและลาวมีแม่น้ำโขงที่เป็นจุดเชื่อมโยงกัน สังเกตุได้ว่า TRK วาดพญานาคทั้ง 2 ด้านของตัวรถมีลักษณะแตกต่างกันซึ่งจะเป็นตัวแทนของพญานาคทั้งฝั่งไทย และฝั่งลาว เมื่อไล่ดูในรายละเอียดพญานาคฝั่งด้านขวาของรถจะมีการปล่อยลูกไฟออกมาด้วย

จุดเชื่อมโยงของลวดลายรอบตัวรถคือความศรัทธาที่ทั้งไทย – ลาว มีความเชื่อความศรัทธาร่วมกันโดย TRK ได้ถ่ายทอดออกมาเป็นภาพของพระธาตุบนฝากระโปรงหน้า ภาพลายเส้นที่ TRK สร้างสรรค์ลงบนตัวรถ BMW X5 ยิ่งทรงเสริมให้รถคันนี้ดูทรงพลัง และโดดเด่นทรงคุณค่ามากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ศิลปิน TRK เป็นศิลปินที่มีความโดดเด่นในเรื่องของการใช้เส้นสายลวดลายแบบไทยมานำเสนอในรูปแบบที่ดูร่วมสมัย โดยใช้เทคนิคการเพ้นต์สีลงบนตัวชิ้นงานผ่านปลายพู่กันแบบขาวดำ ทำให้ผลงานที่ทำออกมามีความชดช้อยลื่นไหลและมีพลัง

สำหรับใครที่ชื่นชอบผลงานของ TRK สามารถเข้าไปติดตามผลงานหลากหลายของเค้าได้ที่ instagram.com/trk_art


ปรากฏการณ์สะกดใจนุชกลับมาอีกครั้ง!

กลับมาเรียกพลังรักแห่งนุชอีกครั้ง เมื่อซัมซุงคว้าตัวซูเปอร์สตาร์ขวัญใจมหาชนอย่างหนุ่ม ‘เป๊ก–ผลิตโชค’ ขึ้นแท่นเป็นพรีเซ็นเตอร์ ซัมซุง กาแลคซี่ เอ ซีรีส์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 กับ กาแลคซี่ เอ 51 รุ่น RAM 8 GB ที่สุดแห่งสมาร์ทโฟนถ่ายรูปสวย เลนส์ครบ จบในเครื่องเดียว หลังจากที่มีกระแสตอบรับอย่างถล่มทลายในปีที่ผ่านมา


เมื่อการถ่ายภาพกลายเป็นหนึ่งในกิจกรรมของผู้ที่หลงใหลในการเก็บทุกโมเมนต์สำคัญ
ครั้งนี้หนุ่มเป๊กคัมแบคพร้อมกับเปิดตัววิดีโอออนไลน์เรื่องใหม่ล่าสุด “Galaxy A51 5 เลนส์ 5 สไตล์… ของสายเที่ยว” พาเหล่าเพื่อนไปทะเลกับสมาร์ทโฟนดีไซน์สวยโดดเด่น ที่มาพร้อมกับกล้องหน้าและกล้องหลังอัจฉริยะถึง 5 เลนส์ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้งานของคน Gen Z สะท้อนตัวตนของคนรุ่นใหม่ที่ชอบถ่ายภาพได้เป็นอย่างดี

เริ่มต้นด้วยการถ่ายภาพกับกลุ่มเพื่อนใน โหมดอัลตร้าไวด์ (Ultra-Wide) เก็บภาพประทับใจได้ครบกว่าที่เคยด้วยเลนส์มุมกว้างถึง 123 องศา ไม่ว่าจะถ่ายหมู่หรือถ่ายเดี่ยวก็สร้างสรรค์ความโดดเด่นได้ไม่แพ้ใคร

ต่อด้วยการเก็บภาพรายละเอียดได้ชัดกว่าที่เคยกับ โหมดมาโคร (Macro) ถ่ายได้ชัดแจ๋วแม้รายละเอียดเล็กจิ๋ว โฟกัสระยะใกล้ชัดสุดได้ถึง 4 เซนติเมตร ให้คุณได้เปิดมุมมองใหม่แบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน หรือจะถ่ายภาพเซลฟี่กับใครก็เป๊ะได้ทุกมุม

งานนี้หนุ่มเป๊กการันตีว่าถ่ายยังไงก็ไม่ต้องกลัวแสงหมด กับกล้องหลังที่มีความละเอียดสูงถึง 48 ล้านพิกเซล เรียกได้ว่าคอถ่ายภาพตัวจริงห้ามพลาดกับ 5 เลนส์ 5 สไตล์ จากกาแลคซี่ เอ 51 เปิดมุมมอง Awesome กันให้สุดเหวี่ยง ครบ จบในเครื่องเดียว!

พิเศษ! สำหรับกาแลคซี่แฟนสามารถเข้าไปติดตามรายละเอียด และพบกับโปรโมชันสุดพิเศษของ กาแลคซี่ เอ 51 รุ่นแรม 8 กิกะไบต์ ก่อนใครได้ที่ เว็บไซต์ซัมซุง และอย่าลืมรับชมวิดีโอออนไลน์ของหนุ่มเป๊กได้ที่ YouTube Samsung Thailand เหล่านุชตัวจริง ห้ามพลาด!


สวยและแกร่ง! “ริกะ อิชิเกะ” เรียกเหงื่อช่วงกักตัวด้วยการ ONE@HOME workouts! (มีคลิป)

เรียกได้ว่าส่งผลกระทบไปทั่วทุกคน ทุกวงการจริงๆ สำหรับการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ โควิด-19 ที่ตอนนี้ (8 เม.ย. 2563) มีผู้ติดเชื้อทั่วโลกมากกว่า 1.21 ล้านคน และเสียชีวิตแล้วกว่า 7 หมื่นคน

ส่งผลให้รัฐบาลทุกประเทศต้องออกมาตรการเพื่อป้องกัน ยับยั้ง การแพร่ระบาดของเจ้าไวรัสตัวนี้กันอย่างจริงจัง รวมถึงประเทศไทยที่ประกาศเคอร์ฟิว ห้ามออกจากเคหสถานช่วงกลางคืนในเขตกรุงเทพมหานคร ส่วนบางจังหวัดก็ชิงประกาศล็อกดาวน์ก่อนหน้านี้ไปเรียบร้อย


ท่ามกลางวิกฤตของเจ้าไวรัสตัวนี้ ทำให้ ริกะ “Tiny Doll” อิชิเกะ นักกีฬาศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น จากคนที่เคยเข้ายิมหรือฟิตเนสเป็นประจำ แน่นอนว่าการต้องกักตัวอยู่บ้านเป็นเรื่องน่าเบื่อสำหรับเธอ ทำให้ล่าสุด สาวจอมบู๊หน้าสวยลุกขึ้นมาอัดคลิปในแคมเปญ ONE@HOME workouts! ซะเลย


โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 เม.ย. ที่ผ่านมา เพจ ONE Championship องค์กรต้นสังกัดของกำปั้นสาววัย 31 ปี ได้เผยแพร่คลิปการออกกำลังกายของริกะ ด้วยการใช้อุปกรณ์ที่หาได้ง่ายๆในบ้าน เช่น ผ้าเช็ดตัว หรือเบาะโยคะ ซึ่งเธอมาสาธิตท่าเบสิคอย่าง Towel Superman Rollout, Towel Banana และ Towel Plank To Pike จนล่าสุดมีคนดูไปแล้วกว่า 4 แสนครั้งเลยทีเดียว

สำหรับ ONE คือหนึ่งในองค์กรกีฬาที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 แต่อย่างไรก็ดี ทาง ONE เองก็พร้อมจะกลับมาจัดการแข่งขันในภาวะปกติอีกครั้งทันที ถ้าสถานการณ์ของโรคระบาดดีขึ้น


ลัมโบร์กินีร่วมแก้วิกฤตของไวรัสโคโรนา ผลิตหน้ากากอนามัยและเฟซชิลด์เพื่อเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์

ออโตโมบิลี ลัมโบร์กินี ได้มีการปรับไลน์การผลิตรถซูเปอร์สปอร์ตคาร์ของโรงงานในเมืองซานตากาตา โบโลญเญเซ เป็นการผลิตหน้ากากอนามัยสำหรับใช้ทางการแพทย์ เพื่อนำไปบริจาคให้กับโรงพยาบาล Sant’Orsola-Malpighi ในเมืองโบโลญญ่า ต่อสู้กับการระบาดของไวรัส COVID-19

สำหรับการผลิตหน้ากากอนามัยเพื่อทางการแพทย์ถูกผลิตขึ้นโดยพนักงานแผนกตัดเย็บที่ผลิตชิ้นส่วนภายในและดูแลงานคัสตอมของรถซูเปอร์สปอร์ตคาร์ลัมโบร์กินีโดยเฉพาะ ซึ่งจะสามารถผลิตหน้ากากอนามัยได้ 1,000 ชิ้นต่อวัน และผลิตเฟซชิลด์จำนวน 200 ชิ้นต่อวัน ด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติสำหรับการผลิตชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์ โดยการทำประโยชน์เพื่อสังคมในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากหน่วยงานปกครองแห่งแคว้นเอมิเลีย-โรมัญญา และมหาวิทยาลัยของเมืองโบโลญญา ซึ่งได้มีการตรวจสอบคุณภาพของหน้ากากจากภาควิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์และศัลยศาสตร์ ก่อนทำการส่งมอบให้แก่โรงพยาบาลต่อไป

สเตฟาโน โดเมนิคาลี ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ออโตโมบิลี ลัมโบร์กินี กล่าวว่า “ในสถานการณ์ฉุกเฉินนี้เราตระหนักถึงความสำคัญที่จะต้องร่วมแก้วิกฤตเพื่อประเทศชาติและสังคม ซึ่งโรงพยาบาล Sant’Orsola-Malpighi เป็นพาร์ทเนอร์กับเรามานานหลายปี ทั้งการเป็นที่ปรึกษาโครงการวิจัยต่างๆ รวมถึงการพัฒนาโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพของพนักงานลัมโบร์กินี เราจะร่วมฝ่าฟันวิกฤตไวรัสโคโรนาด้วยการทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ผู้ซึ่งเป็นด่านหน้าของการต่อสู้กับโรคระบาดนี้อยู่ทุกวัน”

ทั้งนี้ ทางลัมโบร์กินีได้มีการเปิดไฟบนอาคารสำนักงานใหญ่ในเมืองซานตากาตา โบโลญเญเซ เป็นสีธงชาติอิตาลีในทุกค่ำคืน เพื่อเป็นการแสดงสัญลักษณ์แห่งความสามัคคีและการร่วมต่อสู้กับไวรัส COVID-19 ของประชาชนทั่วประเทศ


“ยามาฮ่า” ร่วมฝ่าวิกฤติโควิด-19 มอบรถจักรยานยนต์ 100 คันให้ “นักรบเสื้อกาวน์”

“เพราะการป้องกัน ต้องเข้าถึงทุกจุด” บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ชั้นนำของเมืองไทย พร้อมต่อสู้เคียงข้างไปกับบุคลากรทางการแพทย์ ฝ่าวิกฤติ โควิด-19 และสนับสนุนมาตรการเชิงป้องกันการแพร่ระบาดของภาครัฐ โดย นายพงศธร เอื้อมงคลชัย รองประธานกรรมการบริหาร พร้อมผู้บริหารระดับสูง ได้ทำการส่งมอบรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าจำนวน 100 คัน ให้แก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อกระจายสู่สาธารณสุขพื้นที่ 77 จังหวัด นำไปใช้เป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็ว เพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการปฎิบัติภารกิจพิชิตเชื้อไวรัส โควิด-19

โดยรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าที่บริจาคในครั้งนี้ จะรับหน้าที่สู้ศึกโควิด-19 ในครั้งนี้ ประกอบด้วยรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟีโน่, ยามาฮ่า ฟรีโก, ยามาฮ่า แอร็อกซ์155 และยามาฮ่า ฟินน์ โดยแบ่งการส่งมอบให้กับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อกระจายจัดส่งให้สาธารณสุขในพื้นที่ 77 จังหวัดได้นำไปใช้งาน

นายพงศธร เอื้อมงคลชัย กล่าวว่า “บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการให้การสนับสนุนเหล่า “นักรบเสื้อกาวน์” ซึ่งเป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่อยู่แนวหน้าในการช่วยเหลือ ป้องกัน และพิชิตไวรัส โควิด-19 เราพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างกับประชาชนชาวไทยเพื่อให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤติโรคระบาดในครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัย”

สำหรับรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าจำนวน 100 คัน มูลค่ากว่า 6 ล้านบาท จะนำไปใช้โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศในด้านมาตรการป้องกันการเพิ่มจำนวนผู้ติดเชื้อ โดยจะใช้รถจักรยานยนต์ในการการติดตาม ให้ความรู้ต่อผู้ที่อยู่ในระยะกักกัน ใช้ในบริการทางการแพทย์ส่งยาและเวชภัณฑ์ให้กับผู้ป่วย รวมถึงประสานงานสถานพยาบาลและหน่วยงานต่างๆในพื้นที่ได้อย่างสะดวก และรวดเร็ว โดยการส่งมอบดังกล่าวมีขึ้น ณ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เมื่อเร็วๆ นี้


กลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย ต้านภัยโควิด-19 ผลิตเตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเชื้อแบบแรงดันลบ

กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ภายใต้มูลนิธิฮอนด้าแห่งประเทศไทย ร่วมกับกลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย ต้านภัยโควิด-19 ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมไทย ประกาศการสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์รวมมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท เพื่อสู้วิกฤติการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ประสานความร่วมมือโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ตั้งทีมเฉพาะกิจเปิดสายการผลิตในโรงงานผลิตรถยนต์ฮอนด้าที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ผลิตเตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเชื้อแบบแรงดันลบ (Negative Pressure Mobile Bed) จำนวน 100 เตียง ที่ช่วยป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 และเพิ่มความปลอดภัยให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องดูแลผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง พร้อมผนึกกำลังจิตอาสาพนักงาน และภาคส่วนต่างๆ อาทิ กรมราชทัณฑ์ เพื่อร่วมผลิตและส่งมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ขาดแคลนอื่นๆ ให้โรงพยาบาล 48 แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งมอบบริการรถพยาบาลกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย จำนวน 10 คัน เพื่อใช้สนับสนุนการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโควิด-19

นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร กรรมการผู้จัดการกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย กล่าวว่า “จากเจตนารมณ์ของกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ที่ดำรงอยู่และพร้อมให้ความช่วยเหลือ และบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนและสังคมไทยมาโดยตลอด โดยในช่วงวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นสถานการณ์ที่ต้องอาศัยการจัดการและความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทางกองทุนฯ ร่วมกับกลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย มีความยินดีที่จะมอบความช่วยเหลือฉุกเฉินด้วยการสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อช่วยบรรเทาสถานการณ์การขาดแคลนเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศ”

“จากการที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาลได้พัฒนานวัตกรรมเตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเชื้อแบบแรงดันลบ ซึ่งปัจจุบันมีความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น ทางกองทุนฯ ได้ประสานความร่วมมือและจัดตั้งทีมเฉพาะกิจขึ้นเพื่อผลิตเตียงฯ 100 เตียง ณ โรงงานผลิตรถยนต์ฮอนด้า จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีพนักงานจากสายการผลิตที่หยุดเดินสายการประกอบรถยนต์ชั่วคราวเป็นจิตอาสาดำเนินการผลิต ภายใต้การควบคุมคุณภาพการผลิตของคณะแพทยศาสต์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช” นายพิทักษ์ กล่าวเพิ่มเติม

สำหรับอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ขาดแคลน ซึ่งทางกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทยเตรียมส่งมอบให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศ ประกอบด้วย

  • มอบบริการรถพยาบาลกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย 10 คัน สำหรับใช้ในช่วงวิกฤติโควิด-19
    เพื่อช่วยสนับสนุนในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโควิด-19   
  • เตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเชื้อแบบแรงดันลบ (Negative Pressure Mobile Bed) 100 เตียง
    ซึ่งคุณสมบัติของเตียงนี้จะสามารถช่วยป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 และเพิ่มความปลอดภัยให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องดูแลผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง ด้วยการควบคุมแรงดันอากาศให้เป็นลบ (Negative Pressure) ทำการดูดอากาศบริเวณที่นอนของผู้ป่วยผ่านการกรองเชื้อโรคระดับ HEPA Filter (High-efficiency Particulate Air Filter) แล้วปล่อยอากาศออกสู่ภายนอก โดยมีพนักงานสายการผลิตรถยนต์ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เป็นทีมผลิต 
  • หน้ากากกันกระเด็น (Face Shield) 1,000 ชิ้น ที่เกิดจากการรวมพลังของพนักงานจิตอาสาบริษัท ไทยฮอนด้า แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด และบริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด
  • ชุดป้องกันเชื้อ หรือ Personal Protective Equipment Suit (PPE Suit) 10,000 ชุด ให้บุคลากรทางการแพทย์ใส่เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19
  • หน้ากากอนามัย (Face Mask) 100,000 ชิ้น ที่จัดซื้อจากกรมราชทัณฑ์


ทั้งนี้
งบประมาณของกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทยที่สนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ในครั้งนี้ รวมมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท มาจากเงินสมทบจากการจำหน่ายรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ ซึ่งลูกค้าผู้ซื้อผลิตภัณฑ์ของฮอนด้าล้วนเป็นผู้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคม และยังเป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกองทุนฯ ที่พร้อมอยู่เคียงข้างคนไทยและให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ เพื่อให้สังคมไทยผ่านพ้นวิกฤติโควิด-19 ไปได้ด้วยดี และจะเดินหน้าสร้างประโยชน์สุขให้กับคนไทย ดังเจตนารมณ์ของฮอนด้าในการสร้างสรรค์คุณค่าเพื่อเป็นองค์กรที่สังคมไทยต้องการให้ดำรงอยู่ตลอดไป

เกี่ยวกับกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย

กลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย ได้ร่วมกันจัดตั้งกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิฮอนด้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2555 เพื่อเตรียมความพร้อมในการมอบความช่วยเหลือฉุกเฉินให้กับประชาชนไทยในยามที่ประเทศไทยอาจเกิดเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติ อาทิ แผ่นดินไหว ดินถล่ม ภัยหนาว ภัยแล้ง น้ำท่วม ตลอดจนกิจกรรมต่างๆ ที่ดำเนินงานภายใต้กองทุนดังกล่าวได้อย่างทันท่วงที โดยมอบเงินสมทบ 1,000 บาทต่อการขายรถยนต์ 1 คัน 100 บาทต่อการขายรถจักรยานยนต์ 1 คัน และ 10 บาทต่อการขายเครื่องยนต์อเนกประสงค์ 1 เครื่อง ปัจจุบันกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย มียอดเงินสะสม ณ เดือนสิงหาคม 2562 เป็นจำนวนเงินกว่า 1,000 ล้านบาท ทั้งนี้กองทุนฯ ได้กำหนดภารกิจในการดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุม 4 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านเงินทุน 2) ด้านวัสดุอุปกรณ์ 3) ด้านการเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือ และ 4) ด้านการส่งเสริมความรู้ในการรับมือภัยพิบัติ โดยตลอดระยะเวลา 8 ปีของการดำเนินการ “กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย” ได้มีส่วนร่วมให้ความช่วยเหลือพี่น้องชาวไทยทั่วประเทศ รวมจำนวนเงินกว่า 335 ล้านบาท


กองทุน ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ชวนพนักงานและชาวไทย ร่วมระดมทุนต้านภัยโควิด-19

กองทุน ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี (Ford Motor Company Fund) หน่วยงานเพื่อสังคมของฟอร์ด เปิดตัวสองกิจกรรมเพื่อสังคมเพื่อให้พนักงานทั่วโลกและผู้ที่สนใจมีส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อสังคมแม้อยู่ที่บ้าน

การระดมทุนร่วมกับพนักงานในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา เป็นความร่วมมือระหว่าง กองทุน ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี และการบริจาคทุนส่วนตัวของมร. บิล ฟอร์ด ประธานกรรมการบริหาร ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี เพื่อนำเงินบริจาคจำนวน 500,000 เหรียญสหรัฐ (ราว 16.5 ล้านบาท) สมทบกับเงินบริจาคที่ได้รับตามจริงจากพนักงานฟอร์ดทั่วโลกและผู้ที่สนใจ รวมมูลค่าถึง 1 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 33 ล้านบาท) มอบให้องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ได้รับการคัดเลือกจากกว่า 20 ประเทศทั่วโลก ร่วมรับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา โดยเริ่มระดมทุนตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน ถึง 31 พฤษภาคม 2563

ในประเทศไทย ฟอร์ดพร้อมร่วมมือกับสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน (Population and Community Development Association หรือ PDA) ซึ่งเป็นองค์กรพันธมิตรกับฟอร์ดมายาวนาน นำรายได้จากการระดมทุนช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดกิจการในช่วงของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ให้มีรายได้และช่วยเสริมทักษะอาชีพจากการทำหน้ากากผ้าและเจลล้างมือ เพื่อแจกจ่ายให้แก่หน่วยงานภาครัฐ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่ทำงาน ณ จุดคัดกรองและควบคุมโรคในชุมชนที่ขาดแคลน ในจังหวัดมหาสารคาม ขอนแก่น และบุรีรัมย์ พร้อมต่อยอดการสร้างอาชีพให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบอย่างยั่งยืนด้วยการอบรมอาชีพเกษตรแบบเร่งด่วนเพื่อจุนเจือการบริโภคในครัวเรือนและสร้างรายได้ให้กับครอบครัว

นอกจากนี้ กองทุน ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ยังได้เปิดตัวโครงการ Read and Record ซึ่งเป็นโครงการจิตอาสาผ่านช่องทางออนไลน์ เชิญชวนพนักงานฟอร์ดสร้างห้องสมุดออนไลน์จากการอ่านหนังสือเด็กในภาษาต่างๆ เพื่อส่งต่อให้แก่เด็กและเยาวชนกว่า 1.3 พันล้านคนทั่วโลกที่ได้รับผลกระทบจากการปิดโรงเรียน

“พนักงานฟอร์ดคุ้นเคยกับการทำกิจกรรมจิตอาสาโดยการเป็นอาสาสมัครลงพื้นที่ช่วยเหลือสังคมเพื่อสร้างความแตกต่างในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้อยู่แล้ว” นางแมรี คัลเลอร์ ประธานกองทุน ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี กล่าว “แม้ในปัจจุบันหลายคนต้องอยู่บ้านเพื่อลดความเสี่ยงของการแพร่กระจายของโคโรนาไวรัส แต่พนักงานของเรายังคงมองหาหนทางที่จะช่วยเหลือสังคมอยู่เสมอ โครงการใหม่ทั้งสองโครงการนี้ถือเป็นช่องทางสำคัญในการทำประโยชน์เพื่อสังคมและร่วมต่อสู้กับภัยจากโควิด-19 ในช่วงเวลานี้”

ทั้งนี้ การระดมทุนร่วมระหว่างกองทุน ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนีกับพนักงานฟอร์ด บริหารจัดการโดย GlobalGiving ซึ่งเป็นพันธมิตรด้านการบรรเทาสาธารณภัยและการระดมทุนทั่วโลกของฟอร์ดมายาวนาน โดยวัตถุประสงค์ของโครงการคือการสนับสนุนโครงการเพื่อสังคมในชุมชนต่างๆ ทั่วโลก ทั้งพื้นที่ที่ต้องการการสนับสนุนอย่างเร่งด่วนและในชุมชนที่พนักงานฟอร์ดทำงานและอยู่อาศัย โดยมุ่งเน้นการจัดหาอาหาร ที่อยู่อาศัยและการเดินทางให้กับผู้ที่ต้องการ การส่งมอบทรัพยากรทางการศึกษาและการจัดส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น ในช่วงที่มีการแพร่กระบาดของโควิด-19

ผู้สนใจร่วมบริจาคสามารถดูรายชื่อประเทศและโครงการในชุมชนต่างๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือภายใต้โครงการนี้ รวมถึงโครงการในประเทศไทย ได้ที่เว็บไซต์ www.globalgiving.org/ford-covid-response

และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมห้องสมุดออนไลน์ ได้ที่ https://www.fordfund.org/readandrecord

“Wild About Books” by Judy Sierra. Illustrator: Marc Brown. Read by Mary Culler for Ford Fund Read and Record. from Ford Motor Company Fund on Vimeo.

ก่อนหน้านี้ กองทุน ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ได้จัดสรรงบประมาณกว่า 1.6 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 52.7 ล้านบาท) เพื่อช่วยเหลือชุมชนและสนับสนุนองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรท้องถิ่นต่างๆ ในรัฐมิชิแกนและทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อจัดหาอาหาร ที่อยู่อาศัย และการเดินทางให้กับผู้ที่ต้องการ ในช่วงที่มีการแพร่กระบาดของโควิด-19 และเมื่อต้นปีที่ผ่านมา กองทุน ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ยังร่วมกับฟอร์ด ประเทศจีน บริจาคหน้ากากและอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อในช่วงเริ่มต้นของการระบาดในประเทศจีน

นอกจากกองทุน ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี จะให้ความสำคัญกับการให้ความช่วยเหลือสังคมในระดับท้องถิ่นอย่างทันท่วงทีแล้ว ทั้งวิศวกร นักวิจัย และคู่ค้าของฟอร์ดในหลายประเทศ ยังมีส่วนร่วมในการออกแบบและผลิตหน้ากากคลุมหน้า เครื่องช่วยหายใจและอุปกรณ์การแพทย์ต่างๆ ที่จำเป็นให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ผู้ที่ต้องสัมผัสผู้ป่วยและผู้ป่วยเพื่อต่อสู้กับโควิด-19 อีกด้วย

 


ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) บริจาค นีเวีย แอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือให้กว่า 1,000 โรงพยาบาลทั่วประเทศ

อยู่เฉยไม่ได้แล้ว สถานการณ์แบบนี้ต้องช่วยกัน ล่าสุด บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอย่างนีเวีย และยูเซอริน ประกาศขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสู้วิกฤตโควิด-19 ครั้งนี้ ด้วยการผลิต แอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือ มาตรฐานทางการแพทย์กว่า 20,000 ลิตร เพื่อบริจาคให้กับโรงพยาบาลกว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ

โดยในขณะนี้ได้เริ่มผลิตแอลกอฮอล์ 80% สำหรับล้างมือแล้วที่โรงงานในประเทศไทย ซึ่งถือว่าเป็นศูนย์กลางการผลิตขนาดใหญ่ โดยปกติจะเป็นโรงงานผลิตสินค้านีเวีย และยูเซอริน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มบริจาคให้กับโรงพยาบาล และหน่วยงานที่ต้องการได้ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป


โดยแอลกอฮอล์ 80% สำหรับทำความสะอาดมือ ที่ทางบริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) ผลิตอยู่ในขณะนี้ จะไม่วางจำหน่ายทั่วไป แต่จะผลิตขึ้นสำหรับบริจาคให้โรงพยาบาลกว่า 1,000 แห่งในประเทศไทย รวมถึงสถานสงเคราะห์บ้านเด็กกำพร้า และเด็กด้อยโอกาสอีกหลายแห่ง หลังจากมีรายงานว่า สถานพยาบาลเหล่านี้ขาดแคลนแอลกอฮอล์ทำความสะอาดมืออย่างหนัก โดยแอลกอฮอล์ล้างมือเหล่านี้ ทางบริษัทได้รับการสนับสนุนในเรื่องของการจัดส่งผลิตภัณฑ์ จากบริษัท DHL ช่วยกระจายสินค้าให้ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด นอกจากนี้ทางบริษัทยังแจกให้กับพนักงานออฟฟิศ และพนักงานขายหน้าร้านของทางผลิตภัณฑ์นีเวีย และยูเซอรินอีกกว่า 1,780 คนทั่วประเทศ เพื่อความมั่นใจในความปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคยิ่งขึ้น


“ในช่วงเวลาแห่งความยากลำบากนี้ เราไบเออร์สด๊อรฟ ถือว่าเป็นความรับผิดชอบของเราที่ต้องช่วยกันสนับสนุนซึ่งกันและกันเพื่อผ่านวิกฤตโควิด – 19 ครั้งนี้ไปให้ได้ โดยบริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ ประเทศไทยมีความมุ่งมั่นที่จะช่วยในการสนับสนุนแอลกอฮอล์ล้างมือให้กับโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่รัฐ และหน่วยงานบ้านเด็กกำพร้ารวมถึงสถานสงเคราะห์อีกหลายแห่ง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงกับพวกเขาในยามปฏิบัติหน้าที่ต่อสู้กับโควิด-19 ในขณะที่กำลังทำการรักษาช่วยเหลือประชาชนทุกคน รวมถึงส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปมีมือที่สะอาดนำมาซึ่งการมีสุขภาพอนามัยที่ดีอีกด้วย” นายรัคชิต ฮาร์เกฟ รองประธานกรรมการอาวุโส ภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ กล่าวปิดท้าย


Privacy Preference Center