อาดิดาส จับมือ ลูคัสฟิล์ม เปิดตัวคอลเลคชั่นรองเท้าอันทรงพลัง ในสไตล์ยานอวกาศจากภาพยนตร์ “สตาร์ วอร์ส”

อาดิดาส ร่วมมือกับ ลูคัส ฟิล์ม เปิดตัวคอลเลคชั่นรองเท้ารุ่นใหม่ล่าสุด อาดิดาส สตาร์ วอร์ส สเปซ แบทเทิ่ลธีม แพ็ค” (adidas x Star Wars Space Battle-Themed Pack) โดยได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากยานอวกาศจากทั้งฝ่ายพันธมิตรกบฏ (Rebel Alliance) และฝ่ายจักรวรรดิกาแลกติก (Galactic Empire) ในภาพยนตร์เรื่อง สตาร์ วอร์ส ประกอบด้วยรองเท้าทั้งหมด รุ่น ได้แก่ อัลตร้าบูสท์ เอสแอนด์แอล (Ultraboost S&L), อัลตร้าบูสท์ 19 (Ultraboost 19) และ อัลฟ่าเอดจ์ โฟร์ดี (Alphaedge 4D)

เริ่มจากรองเท้าอัลตร้าบูสท์ เอสแอนด์แอล ซึ่งถูกดีไซน์ตามแบบของยานเอ็กซ์วิง สตาร์ไฟท์เตอร์ (X-Wing Starfighter) ไม่ว่าจะเป็นการใช้โทนสีเทาที่ดูเหมือนกับลักษณะโดยรวมของยาน และการตกแต่งจุดต่างๆ ด้วยสีส้มที่ตรงตามรูปแบบภายนอกของตัวยานทุกประการ นอกจากนี้ ตัวรองเท้ายังมีการเคลือบด้วยวัสดุสะท้อนแสงลงบนผ้าตาข่าย ซึ่งทำให้รองเท้าคู่นี้สามารถเปล่งประกายในที่ๆ มีแสงน้อยได้อย่างโดดเด่น เสริมด้วยลายแถบสีส้ม 3 เส้นที่ชิ้นส่วนเกราะบริเวณกลางเท้าให้ดูสะดุดตา และติดแถบป้ายที่บริเวณส้นเท้า ซึ่งมีการพิมพ์ข้อความว่า “STAY ON TARGET” และ “THE FORCE WILL BE WITH YOU, ALWAYS” อันเป็นประโยคคำพูดของตัวละครในฉากไคลแม็กซ์ของภาพยนตร์นั่นเอง

 

ส่วนรองเท้าอัลตร้าบูสท์ 19 ก็ถูกออกแบบตามยานมิลเลนเนี่ยม ฟัลคอน (Millennium Falcon) ซึ่งถือยานอวกาศอีกหนึ่งลำที่มีความสวยงามอันเป็นเอกลักษณ์ สำหรับรองเท้าคู่นี้ก็ได้มีการตกแต่งให้มีลักษณะคล้ายโลหะตามลักษณะของยานด้วยการใช้สีเทาและสีฟ้าตามจุดต่างๆ เช่น เกราะด้านข้างรองเท้าและเกราะบริเวณส้นเท้า ซึ่งมีการพิมพ์ข้อความด้วยประโยค “JUMP TO LIGHTSPEED” และ “NEVER TELL ME THE ODDS” ซึ่งก็ถือเป็นวลีเด็ดจากตัวละครที่เป็นเจ้าของยานลำนี้เช่นกัน

ปิดท้ายด้วยรองเท้าอัลฟ่าเอดจ์ โฟร์ดี ซึ่งมีดีไซน์ตามแบบของเดธ สตาร์ (Death Star) อีกหนึ่งยานอวกาศจากภาพยนตร์เรื่องนี้ ตัวรองเท้ามีการใช้วัสดุถักทอที่มีคุณสมบัติเรืองแสงในที่มืด ประกอบเข้ากับพื้นรองเท้าโฟร์ดี (4D) สีเขียวอ่อนที่ตัดกับสีดำของตัวรองเท้าได้อย่างลงตัว และปิดท้ายด้วยประโยคจากภาพยนตร์ที่ส้นเท้า “THAT’S NO MOON” และ “THE POWER OF THE DARK SIDE” ซึ่งบ่งบอกถึงพลังทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัวของดาวมรณะได้เป็นอย่างดี

คอลเลคชั่นรองเท้า “อาดิดาส x สตาร์ วอร์ส สเปซ แบทเทิ่ล-ธีม แพ็ค” จะเริ่มวางจำหน่ายที่ อาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์ สยามพารากอน เป็นที่แรกในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2562

พิเศษ! สำหรับ 50 ท่านแรก ที่ซื้อรองเท้าในคอลเลคชั่น “อาดิดาส x สตาร์ วอร์ส สเปซ แบทเทิ่ล-ธีม แพ็ค” ที่ อาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์ สยามพารากอน จะได้รับของพรีเมียมสุดพิเศษจากอาดิดาส (ของมีจำนวนจำกัด)

สำหรับ อาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์, อาดิดาส เซ็นทรัลปิ่นเกล้า, อาดิดาส ออนไลน์ สโตร์ https://www.adidas.co.th/th/search?q=star+wars และร้านค้าที่ร่วมรายการ จะเริ่มวางจำหน่ายคอลเลคชั่นรองเท้า “อาดิดาส x สตาร์ วอร์ส สเปซ แบทเทิ่ล-ธีม แพ็ค” ตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 เป็นต้นไป


“Mercedes-Benz Certified” รุกจำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์มือสองผ่านออนไลน์เป็นครั้งแรก!

เมอร์เซเดสเบนซ์ (ประเทศไทย) เขย่าวงการรถหรูมือสองส่งท้ายปีภายใต้ชื่อ “Mercedes-Benz Certified” (เมอร์เซเดสเบนซ์ เซอร์ทิฟายด์)  รุกจำหน่ายรถผู้บริหารเมอร์เซเดสเบนซ์ให้กับลูกค้าโดยตรงผ่านออนไลน์ แพลตฟอร์มเป็นครั้งแรกบนเว็บไซต์ www.mercedesbenzcertified.com เน้นจุดแข็งเป็นรถผู้บริหารไมล์น้อย คุณภาพสูงที่ได้รับการตรวจเช็คสภาพภายใต้มาตรฐานเดียวกันทั่วโลก โดยศูนย์ตรวจสอบ คุณภาพรถยนต์   ของเมอร์เซเดสเบนซ์ อีกทั้งข้อเสนอทางการเงินสุดพิเศษ และบริการหลังการขายอาทิ เพิ่มระยะรับประกันสูงสุดถึง 5 ปีไม่จำกัดระยะทาง และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับผู้บริโภคในการซื้อรถยนต์เมอร์เซเดสเบนซ์มือสองคุณภาพสูง

ภาพรวมธุรกิจยูสคาร์ของเมอร์เซเดสเบนซ์ทั่วโลกมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยหากเป็นประเทศที่ตลาดมีความมั่นคงแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา จีน และเยอรมนี ขนาดของตลาดยูสคาร์ จะโตกว่าตลาดรถยนต์ใหม่ 3-4 เท่า แต่หากเป็นประเทศในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ขนาดของตลาดยูสคาร์จะมีขนาดเล็กกว่า แต่มีอัตราการเติบโตสูง เช่นเดียวกับธุรกิจยูสคาร์ของเมอร์เซเดสเบนซ์ (ประเทศไทย) ที่มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน โดยในปี 2561 ยอดขายรถยูสคาร์ภายใต้โปรแกรม Mercedes-Benz Certified โตขึ้นจากปี 2560 มากถึง 57%ในปัจจุบันความต้องการรถยนต์ระดับพรีเมี่ยมในตลาดยูสคาร์ยังมีอยู่มาก ส่งผลให้ภาพรวมตลาด เซ็กเมนต์นี้มีการเติบโตมาโดยตลอด และมีแนวโน้มว่าจะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นเซ็กเมนต์ที่มีอุปทานจำกัด ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะมองหารถยนต์มือสองที่มีอายุการใช้งานน้อยหรือต่ำกว่า 1-2 ปี ซึ่งรถหรูกลุ่มนี้จะมีจำนวนค่อนข้างจำกัดในขณะที่อุปทานที่มีอยู่ในตลาดส่วนใหญ่จะเป็นรถยนต์ที่มีอายุการใช้งาน 3-4 ปีขึ้นไป โดยพฤติกรรมการเลือกซื้อรถหรูมือสองของ ผู้บริโภคในปัจจุบันจะให้ความสำคัญเรื่องความน่าเชื่อถือ ความคุ้มค่า และนิยมมองหาช่องทางที่สะดวก รวดเร็ว เข้าถึงง่าย และปลอดภัยในการซื้อ เช่น การซื้อผ่าน e-marketplace ต่างๆ

เมอร์เซเดสเบนซ์ จึงได้เสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจยูสคาร์ภายใต้โปรแกรม ‘Mercedes-Benz Certified’ ด้วยการรุกจำหน่ายรถผู้บริหารเมอร์เซเดสเบนซ์ให้กับลูกค้าโดยตรงผ่านออนไลน์ แพลตฟอร์มเป็นครั้งแรกบนเว็บไซต์ www.mercedesbenzcertified.com เน้นจุดแข็งเป็นรถผู้บริหารคุณภาพสูงที่ได้รับการตรวจเช็คสภาพภายใต้มาตรฐานเดียวกันทั่วโลก เพื่อเพิ่มโอกาส และความสะดวกให้กับลูกค้าในการเข้าถึงรถยนต์เมอร์เซเดสเบนซ์มือสองคุณภาพสูงได้โดยตรง โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ กลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้ที่มองหารถเมอร์เซเดส เบนซ์ ใช้แล้วคุณภาพระดับพรีเมี่ยม

ในเฟสแรกของการจำหน่ายรถยูสคาร์บนออนไลน์ แพลตฟอร์ม ภายใต้โปรแกรม Mercedes-Benz Certified  บริษัทฯ จะนำร่องด้วยการจำหน่ายรถผู้บริหารจากบริษัท เมอร์เซเดสเบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด จำนวนไม่เกิน 30 คัน โดยมีจุดแข็ง คือ รถทุกคันมีอายุการใช้งานเฉลี่ยเพียง 6 เดือนถึง 1 ปี พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังได้เตรียมมอบข้อเสนอสุดพิเศษให้กับลูกค้าคนสำคัญทุกท่านด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษจากเมอร์เซเดสเบนซ์ ลีสซิ่ง เพื่อให้สามารถเป็นเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดสเบนซ์ ได้ง่ายขึ้น บริการหลังการขายแบบจุใจ ประกอบด้วยเพิ่มระยะเวลาการรับประกัน 2 ปี จากระยะเวลารับประกันมาตรฐานโดยไม่จำกัดระยะทาง บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง (Mercedes-Benz Star Assist) และหากเกิดกรณีพบปัญหาระหว่างการใช้งานหลังจากรับรถไปแล้ว สามารถส่งคืนรถภายใน 3 วันทำการ พร้อมรับเงินคืนเต็มจำนวน (ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด)

การขยายช่องทางการจำหน่ายรถยูสคาร์ระดับพรีเมี่ยมในครั้งนี้ นับเป็นการเติมเต็มทางเลือกให้กับลูกค้าผู้ใช้บริการโปรแกรม Mercedes-Benz Certified ของเมอร์เซเดสเบนซ์ได้มากยิ่งขึ้นต่อจากนี้ลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการได้ทั้งแบบติดต่อเข้าไปที่ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการทั้ง 33 แห่งทั่วประเทศ หรือจะเข้าไปที่เว็บไซต์ www.mercedesbenzcertified.com  เพื่อเลือกว่าจะซื้อรถยูสคาร์โดยตรงจากเมอร์เซเดสเบนซ์ ประเทศไทย หรือจากผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ นับเป็นการนำเสนอบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการ และไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างครอบคลุม


“บริดจสโตน” ชูเยาวชนไทยร่วมขับเคลื่อน “สังคมไทยไร้อุบัติเหตุ”

กิจกรรม Bridge 2 Inventor 2019 หรือ B2i ในปีนี้ เป็นการประกวดสิ่งประดิษฐ์จากคอมพิวเตอร์สมองกล ในหัวข้อ “นวัตกรรมเพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง : Innovation for Smart Mobility” เพื่อเสริมสร้างสังคมไทยไร้อุบัติเหตุ โดยมีแนวคิดมาจากการที่ประเทศไทยมีอัตราการเกิดอุบัติเหตุในระดับสูง ซึ่งข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกเปิดเผยว่า อัตราการเสียชีวิตจากภัยบนท้องถนนของไทยในปี 2558 ถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 2  ของโลก และลดลงมาอยู่อันดับที่ 9 ในปี 2561 แต่ยังคงเป็นอันดับ 1 ในเอเชีย และอาเซียน


จากข้อมูลสะท้อนให้เห็นว่า สถานการณ์บนท้องถนนของไทยยังอยู่ในขั้นวิกฤต และในปีที่ผ่านมาไทยมีสถิติการเสียชีวิตบนท้องถนนอยู่ที่ 22,491 รายต่อปี หรือเฉลี่ยเสียชีวิต 60 รายต่อวัน ซึ่งการที่จะลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุได้มากขึ้นนั้นนอกจากวินัยจราจร การขับขี่ ความประมาทส่วนบุคคล ฯลฯ แล้ว หากมีนวัตกรรมที่จะสามารถช่วยบรรเทาการเกิดอุบัติเหตุได้ ก็จะเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้อัตราการเกิดอุบัติเหตุของไทยลดลงได้อีกทาง


สำหรับการจัดโครงการ Bridge 2 Inventor 2019 ในครั้งนี้มีนักเรียนจากทั่วประเทศให้ความสนใจและเข้าร่วมเป็นจำนวนมากโดยได้ปิดรับสมัครตั้งแต่ช่วงกลางปี 2019 หลังจากนั้นมีการจัด Bridge 2 Inventor Camp แก่ทีมผู้เข้าประกวด ณ บ้านวิทยาศาสตร์ สิรินธร จังหวัดปทุมธานี และที่มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก และได้จัด Bridge 2 Inventor Challenge รอบชิงชนะเลิศ ระหว่างวันที่ 13 – 15 พฤศจิกายน 2019 ซึ่งมีทีมผ่านเข้ารอบมาจำนวนทั้งสิ้น 40 ทีมจากทั่วประเทศ


โดยรางวัลชนะเลิศได้แก่ โรงเรียนปทุมเทพวิทยาคาร จังหวัดหนองคาย จากผลงาน ระบบความปลอดภัยรถยนต์อัจฉริยะ รับเงินรางวัลมูลค่า 40,000 บาท พร้อมทุนการศึกษาระดับปริญญาตรี เมื่อเข้าศึกษา ณ มหาวิทยาลัยรัฐบาลในประเทศไทยรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ โรงเรียนศรียาภัย จังหวัดชุมพร จากผลงาน SSS Helmet (หมวกกันน็อคอัจฉริยะ) รับเงินรางวัล มูลค่า 30,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่  โรงเรียนสารวิทยา จังหวัดกรุงเทพมหานคร จากผลงาน Alarmulance รับเงินรางวัล มูลค่า 20,000 บาท


รางวัลความคิดสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมได้แก่ โรงเรียนสตรีพัทลุง จังหวัดพัทลุง จากผลงาน Smart U-turn รับเงินรางวัล มูลค่า 10,000 บาท รางวัลนำเสนอยอดเยี่ยมได้แก่ โรงเรียนศรีตระกูลวิทยา จังหวัดศรีสะเกษ  จากผลงาน กล่องตุ๊กตานำทาง รับเงินรางวัล มูลค่า 10,000 บาท รางวัลเทคนิคยอดเยี่ยมได้แก่ โรงเรียนเจากเชียงคำวิทยาคม จังหวัดพะเยา  จังหวัด ผลงาน ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่รถยนต์ Assistant Driver System รับเงินรางวัล มูลค่า 10,000 บาท


ASICS จับมือ HASBRO เปิดตัวแคปซูลคอลเลคชั่นสุดคูล ASICS X TRANSFORMERS

ร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จของสองแบรนด์ดังที่ได้ถ่ายทอดวัฒนธรรมญี่ปุ่นมาอย่างต่อเนื่อง ในการร่วมมือกันระหว่างเอสิคซ์และฮาสโบร ด้วยการเปิดตัว ASICS x TRANSFORMERS  ที่คาแรคเตอร์ชื่อดังจาก Hasbro จะมาอยู่บนแคปซูลคอลเลคชั่นของเอสิคซ์ในครั้งนี้ ทั้งสนีกเกอร์ เสื้อผ้า และแอ็กเซสซอรีอีกมากมาย ที่จะมาเอาใจเหล่าบรรดาสนีกเกอร์เฮดและแฟนทรานส์ฟอร์มเมอร์สอย่างแน่นอน

และในคอลเลคชั่นนี้นำเสนอรองเท้าในรุ่น  GEL-LYTE ™ V และ GEL-LYTE ™ V GS (สำหรับเด็ก) รองเท้ารูปแบบ 3-in-1 ที่ตัวรองเท้ามาพร้อมกับลูกเล่นที่สามารถปรับเปลี่ยนบริเวณลิ้นและด้านหลังเท้าได้  ทำให้ผู้สวมใส่สามารถปรับแต่งโมเดลได้ตามต้องการ แต่ละส่วนของรองเท้าจะประกอบไปด้วยหนึ่งในสามตัวละครหลักจาก ​​TRANSFORMERS อย่าง Optimus Prime, Bumblebee และ Megatron ให้คุณได้ตกแต่งรองเท้าเป็นตัวละครที่ชื่นชอบปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสไตล์ของคุณเอง และยังสะท้อนถึงความสนุกสนานอันเป็นหัวใจหลักของของเล่นเอาไว้ได้อย่างลงตัว

นอกจากนี้คอลเลคชั่นนี้ยังมาพร้อมกับ เสื้อยืด, ฮูดดี้, หมวก, กระเป๋ายิม และเสื้อผ้าสำหรับเด็ก พร้อมลูกเล่นอย่างแพทช์ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ รวมถึงบนกล่องและด้านในรองเท้ายังตกแต่งด้วยลวดลายกราฟิกของคารแรคเตอร์ทรานส์ฟอร์มเมอร์สที่จะทำให้คุณรู้สึกประทับใจทุกครั้งที่หยิบขึ้นมาใส่ และชวนให้นึกถึงเรื่องราวอันน่าตื่นตาตื่นใจของคาแรคเตอร์ทรานส์ฟอร์มเมอร์สอีกด้วย

ASICS x TRANSFORMERS GEL-LYTE ™ V ในราคา 4,200 บาท วางจำหน่ายในวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ ASICS ICONSIAM, Seek, Atmos และในวันที่ 30 พฤศจิกายน – 1 ธันวาคมนี้ ที่ Carnival at Platform 66

สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ asics.com และทางเฟซบุ๊คที่ facebook.com/ASICS.sportstyle.th รวมถึงทางอินสตาแกรม @asics_sportstyle_th


เผยโฉมดีไวซ์ในตระกูล Surface รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมราคาขายอย่างเป็นทางการ!

ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ประกาศวันสั่งซื้อล่วงหน้าอย่างเป็นทางการสำหรับดีไวซ์ใหม่ล่าสุดในตระกูล Surface ได้แก่ Surface Pro 7 และ Surface Laptop 3 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านตัวแทนจำหน่ายสำหรับร้านค้าปลีกของไมโครซอฟท์ที่ได้รับอนุญาตได้แก่ Banana IT, IT City, JIB Lazada-Microsoft flagship store, และ Shopee-Microsoft Authorized Store และลูกค้าภาคธุรกิจที่ Add in Business และ Ciphermed

Surface Laptop 3: ความลงตัวที่สมบูรณ์แบบของขุมพลังและความสง่างาม

Surface Laptop 3Surface Laptop 3 รุ่นล่าสุดนี้ ยังคงคอนเซปการออกแบบที่บางเฉียบ เรียบหรู และบางเบา แต่เร็วกว่าดีไวซ์รุ่นก่อนๆ ถึงสองเท่าตัว และมาพร้อมกับความสามารถในการทำงานแบบมัลติทาสก์ที่เร็วยิ่งขึ้นและกราฟฟิคที่ดียิ่งขึ้น

Surface Laptop 3 มีหน้าจอสองขนาด คือ 13.5 และ 15 นิ้ว โดยรุ่นหน้าจอ 13.5 นิ้วใช้โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ เจเนอเรชั่นที่ 10 รุ่นล่าสุด ทำให้ Surface Laptop 3 เร็วและมีประสิทธิภาพสูงกว่าทุกรุ่นในอดีต ขณะที่ Surface Laptop 3 รุ่นหน้าจอ 15 นิ้วมอบจอแสดงผลที่ใหญ่ขึ้นให้กับดีไวซ์ในตระกูล Surface Laptop พร้อมการออกแบบด้วยโลหะล้วนที่สง่างามพร้อมศักยภาพการแสดงภาพกราฟฟิคระดับสูงจากโปรเซสเซอร์ของ AMD

สำหรับลูกค้าภาคธุรกิจ จะมี Surface Laptop 3 รุ่นหน้าจอ 15 นิ้ว กับโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ เจเนอเรชั่นที่ 10 ด้วยเช่นกัน โดยสามารถติดต่อผ่านตัวแทนจำหน่ายได้

เสริมสไตล์ของคุณด้วยสีสันที่นุ่มลึกอย่างสีดำด้านและสีแพลทตินัม นอกจากนี้ Surface Laptop 3 ยังบางเบา ด้วยน้ำหนักเพียง 1,288 และ 1,265 กรัมสำหรับรุ่นหน้าจอ 13.5 นิ้วในสีสีดำด้านและสีแพลทตินัมตามลำดับ ขณะที่รุ่นหน้าจอ 15 นิ้วมีน้ำหนักเพียง 1,542 กรัม และ Surface Laptop 3 ยังมีคีย์บอร์ดที่ทนทานพร้อมให้เลือกถึง 2 แบบ ทั้งแบบ Alcantara ที่นุ่มสบาย และโลหะชนิดใหม่

ด้วยความเป็นผู้นำในด้านการพิมพ์ที่สะดวกสบายและแบตเตอรีที่ใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน ทำให้ Surface Laptop 3 เป็นแลปท็อปในอุดมคติที่ช่วยให้วันของคุณผ่านไปได้อย่างราบรื่น และด้วยฟีเจอร์ Fast Charging ทำให้สามารถชาร์จแบตเตอรีได้ถึง 80% ภายใน 1 ชั่วโมง2 นอกจากนี้ แทร็กแพดมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นกว่า 20% เพื่อการใช้งานที่ง่ายขึ้นและไร้รอยต่อ

Surface Laptop 3 ถูกสร้างมาเพื่อคนทำงานยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์ Instant On, พอร์ต USB-C และ USB-A และชุดไมค์สตูดิโอสองตัวที่รับสัญญาณเสียงระยะไกลได้สำหรับโหมดการโทรใน Microsoft Teams และการแปลงเสียงเป็นตัวหนังสือใน Office ในขณะที่คุณสามารถควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของคุณด้วยฮาร์ดไดร์ฟที่ถอดออกได้ เพื่อเก็บรักษาข้อมูลของคุณโดยเฉพาะ3

Surface Pro 7: รับมือได้รอบด้านดังเดิม เพิ่มเติมคือประสิทธิภาพที่สูงกว่า

Surface Pro 7ด้วยการออกแบบใหม่ทั้งด้านในและนอก Surface Pro 7 ยังมีศักยภาพที่สูงกว่าที่เคยเป็นมาโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ เจเนอเรชั่นที่ 10 รุ่นล่าสุด ทำให้ดีไวซ์เร็วกว่ารุ่นก่อนๆ ถึง 2.3 เท่า ประสิทธิภาพการทำงานที่เหนือกว่านี้ทำให้ผู้ใช้สามารถทำงานและสนุกสนานในรูปแบบของพวกเขาจากที่ไหนก็ได้ Surface Pro 7 มีให้เลือกถึง 2 สี คือสีดำด้านและสีแพลทตินัม นอกจากนี้ Signature Type Cover, Arc Mouse และปากกา รุ่นใหม่ที่ใช้งานได้ดียิ่งขึ้นยังพร้อมช่วยเติมเต็มประสบการณ์การใช้งาน Surface Pro 7 ของคุณ

ฟีเจอร์ล่าสุดอย่าง Fast Charging แบตเตอรีที่อยู่ได้ทั้งวัน4 และ Instant On ทำให้ Surface Pro 7 สามารถมอบประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด ความคล่องตัวของการเป็นทั้งแลปท็อปและแทบเล็ตในตัว พร้อมหน้าจอความละเอียดสูง PixelSense™ Display ขนาด 12.3 นิ้ว แม้ว่าตัวเครื่องจะบางเฉียบและมีน้ำหนักเพียง 775 กรัม

Surface Pro 7 ยังให้ทางเลือกในการเชื่อมต่อกับจอ ดอคกิ้ง สเตชั่น หรืออุปกรณ์ชาร์จต่างๆ ด้วยพอร์ตที่หลากหลาย อาทิ USB-A, USB-C™ และ Surface Connect

เอกลักษณ์เฉพาะของดีไวซ์ตระกูล Surface ที่เป็นทั้งแลปท็อปและแทบเล็ตในตัวนี้มาพร้อมกับขาตั้ง (kickstand) ที่มาพร้อมกับเครื่องและ Surface Signature Type Cover5 ที่สามารถแยกจากเครื่องได้ ทำให้ผู้ใช้สามารถจดไอเดียต่างๆ ได้ในรูปแบบที่เป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น เพื่อยกระดับไอเดียให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

ไม่ว่าคุณจะใช้ Surface Pro 7 สำหรับการทำงานหรือพักผ่อน ดีไวซ์รุ่นนี้เป็นเพื่อนข้างกายที่สมบูรณ์แบบในชีวิตประจำวัน คุณสามารถพักผ่อนจากการทำงานด้วยการดูภาพยนตร์ที่มีความคมชัดระดับ HD หรือฟังเพลงโปรดของคุณบน Spotify6 ขณะดื่มด่ำไปกับประสบการณ์เสียงคมชัดจาก Dolby® Audio™ Premium

การเปิดรับการสั่งซื้อล่วงหน้าและราคา

คุณสามารถสั่งซื้อ Surface Pro 7 และ Surface Laptop 3 ล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาต สำหรับร้านค้าปลีก คือ Banana IT, IT City, JIB, Lazada-Microsoft flagship store และ Shopee-Microsoft Authorized Store โดยไลน์ผลิตภัณฑ์นี้จะพร้อมวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2562 เป็นต้นไป

สำหรับลูกค้าภาคธุรกิจและการสั่งจองล่วงหน้า

Surface for Business มอบประสบการณ์และฟีเจอร์เฉพาะทางให้แก่ลูกค้าภาคธุรกิจ รวมถึงความปลอดภัยระดับองค์กร การจัดการทันสมัยด้วย Autopilot, โหมดการจัดการ Surface สำหรับภาคธุรกิจ (SEMM – Surface Enterprise Management Mode) และ Microsoft Intune

Windows 10 Pro เป็นแพลตฟอร์มมาตรฐานสำหรับ Surface for Business ทุกเครื่อง ที่พร้อมมอบความปลอดภัยที่มากกว่า และฟีเจอร์สำหรับการจัดการที่ทำให้ลูกค้าของเราสามารถโฟกัสกับการดำเนินธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น

นอกจากการรับประกันฮาร์ดแวร์ระดับมาตรฐานแล้วนั้น ลูกค้า Surface for Business ยังได้รับ Advanced Exchange – การบริการรับประกันและการเปลี่ยนดีไวซ์อย่างรวดเร็ว โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

นอกจากนี้ ลูกค้าภาคธุรกิจที่สนใจสามารถสั่งจอง Surface Pro 7 for Business บางรุ่นล่วงหน้าได้แล้วตั้งแต่วันนี้ถึง 6 ธันวาคม 2019 หรือจนกว่าของจะหมด ได้ที่ตัวแทนจำหน่าย บริษัท แอด อิน บิซิเนส จำกัด และ บริษัท ไซเฟอร์เมด จำกัด

**********

Surface Pro 7 (สีดำด้านและแพลทตินัมเท่านั้น)

  • Surface Pro 7 Intel i5/8GB/128GB….. ราคา 29,990 บาท
  • Surface Pro 7 Intel i5/8GB RAM/256GB….. ราคา 40,990 บาท
  • Surface Pro 7 Intel i7/16GB RAM/256GB….. ราคา 49,990 บาท
  • Surface Pro 7 Intel i7/16GB RAM/512GB….. ราคา 64,990 บาท

Surface Laptop 3 13.5 นิ้ว (สีดำด้านและแพลทตินัมเท่านั้น)

  • Surface Laptop 3 13.5 นิ้ว Intel i5/8GB RAM/128GB SSD….. ราคา 34,990 บาท
  • Surface Laptop 3 13.5 นิ้ว Intel i5/8GB RAM/256GB SSD….. ราคา 44,990 บาท
  • Surface Laptop 3 13.5 นิ้ว Intel i7/16GB RAM/256GB SSD….. ราคา 52,990 บาท

Surface Laptop 3 15 นิ้ว (สีดำด้านเท่านั้น)

  • Surface Laptop 3 15 นิ้ว Intel R5/8GB RAM/256GB SSD….. ราคา 49,990 บาท

อุปกรณ์เสริม

  • Surface Arc Mouse (สีฟ้า แดง ดำและแพลทตินัม)….. ราคา 2,600 บาท
  • Surface Pen (สีฟ้า แดง ดำและแพลทตินัม)….. ราคา 3,900 บาท
  • Signature Type Cover สำหรับ Surface Pro 7 (สีฟ้า แดง ดำและแพลทตินัม)….. ราคา 5,790 บาท

นิสสัน อัลเมร่า เทอร์โบ 1.0 ลิตร ดีไซส์ใหม่หมดโฉบเฉี่ยวสุดในตลาดอีโคคาร์!

นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ในนิยาม ‘Intelligent Urban Sedan’ โดดเด่นด้วยการออกแบบใหม่หมดมาพร้อมเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.0 ลิตร ใหม่ พร้อมท้าให้ลบสิ่งที่เคยเชื่อทั้งหมดของรถยนต์
ในระดับเดียวกัน โดยประเทศไทย เป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียและ โอเชียเนีย ที่เปิดตัว นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ เครื่องยนต์เทอร์โบ 1.0 ลิตร รถยนต์แบบซีดานอัจฉริยะสำหรับ การใช้งานในเมืองที่สมบูรณ์แบบ

อัลเมร่า ใหม่ ได้รับการออกแบบที่ดูทันสมัย โฉบเฉี่ยวเร้าใจ เปิดตัวไปอย่างสวยงามในงาน ‘Challenge All Beliefs’ เป็นการเปิดตัวที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกที่กรุงเทพฯ การกลับมาของนิสสัน อัลเมร่าในครั้งนี้นิสสันท้าทายความเชื่อเดิมๆ ที่ผ่านมาทั้งหมดเกี่ยวกับรถยนต์ซีดานในเซ็กเมนต์นี้เพราะ นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ ได้รับการออกแบบอย่างประณีต และเพิ่มมาตรฐานความปลอดภัยขึ้นไปอีกขั้น และที่สำคัยราคายังสุดเร้าใจเมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้มาในรถรุ่นนี้

เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร เทอร์โบ รหัส HRA0 ของ นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ ให้กำลังมากสูงสุด 100 พีเอส (Ps) และแรงบิดถึง 152 นิวตันเมตร (Nm) มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสูงสุดถึง 23.3 กม. ต่อลิตร* มีอัตราเร่งความเร็วสูงจากแรงบิดแบบต่อเนื่อง (Flat Torque) สมรรถนะของอัลเมร่า ใหม่ จึงโดดเด่นในรถยนต์กลุ่มซิตี้คาร์ขณะที่การเปิดตัวนิสสัน อัลเมร่า ใหม่ ถูกออกแบบเพื่อสะท้อนไลฟ์สไตล์สำหรับรถยนต์เพื่อการขับขี่ในเมือง หรือ urban sedan จัดขึ้นที่โกดัง สเตเดียม ในกรุงเทพฯ ที่มีพื้นที่ถึง 5,600 ตารางเมตร ได้รับการดัดแปลงและออกแบบใหม่อย่างสมบูรณ์แบบเพื่อสร้างเมืองอัลเมร่า ที่พร้อมพรั่งไปด้วยอาหารไปจนถึงการจัดแสดงศิลปะ และงานสร้างสรรค์อื่นๆ ถูกสร้างขึ้นเพื่อสะท้อนแนวคิด ‘Challenge All Beliefs’ หรือ ‘เปลี่ยนทุกสิ่งที่เคยเชื่อ’

นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ มีดีไซน์ที่ทันสมัย ภายในสะดวกสบาย และกว้างขวาง สร้างความประทับใจแก่ผู้ขับขี่ตั้งแต่ครั้งแรก เทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อความปลอดภัยจะช่วยตอบสนองความต้องการของลูกค้านิสสัน โดยเฉพาะครอบครัวขนาดเล็ก และกลุ่มมิลเลนเนียล

ภายใต้การออกแบบใหม่ ดีไซน์ให้มิติภายนอกปราดเปรียวขึ้น กว้าง และยาวขึ้น ภายใต้ปรัชญาในการสร้างสรรค์รถยนต์ของนิสสัน แบบ “รูปทรงเรขาคณิตที่สื่อถึงอารมณ์ หรือ Emotional Geometry” นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ มีองค์ประกอบที่โดดเด่น และเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์ เช่น กระจังหน้าแบบ V-Motion ไฟหน้าและไฟท้ายทรงบูมเมอแรง แนวเสาหลังคาหลังที่ถูกยกขึ้น (kick-up C-pillars) และ หลังคาแบบลอยตัว (floating roof)

ภายในของ นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด เพื่อรองรับแผงหน้าปัดแบบใหม่ หน้าจออินโฟเทนเมนต์ พวงมาลัยและที่นั่งผู้โดยสาร และภายในห้องโดยสารถูกออกแบบอย่างมีสไตล์ ใช้วัสดุคุณภาพสูงที่เน้นความประณีตในการประกอบ พร้อมด้วยพื้นที่ว่างเหนือศีรษะ และพื้นที่วางขาที่กว้างขวาง คงไว้ซึ่งความเป็นผู้นำในด้านความกว้างขวางที่ดีที่สุดในรถยนต์ระดับเดียวกัน

นอกจากนี้ นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ ยังโดดเด่นด้วยเทคโนโลยี นิสสัน อินเทลลิเจนต์ โมบิลิตี (Nissan Intelligent Mobility) ที่ช่วยตรวจสอบความปลอดภัยและป้องกันผู้ขับขี่และผู้โดยสายบริเวณด้านหน้า ด้านข้างและด้านหลังของรถ เทคโนโลยีที่น่าตื่นเต้นเป็นองค์ประกอบสำคัญในวิสัยทัศน์ของนิสสัน เกี่ยวกับพลังงานที่ใช้ขับเคลื่อน วิถีของการขับขี่ และการบูรณาการรถยนต์ให้เข้ากับสังคม

เทคโนโลยีเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดใน นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ ซึ่งมีนวัตกรรมด้านความปลอดภัยที่ดีที่สุดในรถยนต์ระดับเดียวกัน ได้แก่ เทคโนโลยีสัญญาณเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์ด้านหน้าขณะขับขี่อัจฉริยะ (Intelligent Forward Collision Warning – IFCW) เทคโนโลยีช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ (Intelligent Emergency Braking – IEB) เทคโนโลยีเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Warning – BSW) และเทคโนโลยีตรวจจับวัตถุด้านหลังรถขณะถอย (Rear Cross Traffic Alert – RCTA) เทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitor – IAVM) และเทคโนโลยีตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุและบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน (Moving Object Detection – MOD) ด้วยกล้องสี่ตัวที่ด้านหน้า ด้านหลังและด้านข้าง รอบคัน

ระบบอินโฟเทนเมนต์ NissanConnect พร้อมหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ AIVI ช่วยให้ลูกค้าสะดวกสบายด้วยการนำระบบสาระและความบันเทิง ระบบนำทาง ระบบความปลอดภัย ระบบรักษาความปลอดภัยและอื่นๆ ภายใต้แพลตฟอร์มเดียวด้วยการเชื่อมต่อที่ราบรื่นผ่านสมาร์ทโฟน

นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ มีทั้งหมดห้ารุ่นย่อย ได้แก่ S, E, EL, V และ VL มาพร้อม 6 สี ได้แก่ สีแดง เรเดียนท์ เรด (Radiant Red) สีส้ม โมนาร์ช (Monarch Orange) สีขาว สตอร์ม ไวท์ (Storm White) สีดำ แบล็ค สตาร์ (Black Star) สีเทา กัน เมทาลิค (Gun Metallic) และสีเงิน บริลเลียนท์ ซิลเวอร์ (Brilliant Silver) โดยราคาสำหรับอัลเมร่า ใหม่ ทั้งห้ารุ่น ดังนี้:

  • รุ่น S: 499,000 บาท
  • รุ่น E: 509,000 บาท
  • รุ่น EL: 559,000 บาท
  • รุ่น V: 599,000 บาท
  • รุ่น VL: 639,000 บาท

ทั้งนี้ นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ พร้อมจำหน่ายตั้งแต่วันนี้ และจะเริ่มส่งมอบรถ ในเดือนธันวาคม 2562 เป็นต้นไป พร้อมการประกันรถยนต์เป็นเวลา สามปีหรือ 100,000 กิโลเมตร สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถสอบถามจากผู้จำหน่ายของนิสสัน หรือติดต่อศูนย์บริการลูกค้านิสสัน โทร 02 401 9600 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของนิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย

*ตามมาตรฐานการวัดค่าไอเสียและอัตราสิ้นเปลือง NEDC (New European Driving Cycle)


เรียบหรูสไตล์โมเดิร์น ลักซ์ชัวรี่ กับ “ซัมซุง กาแลคซี่ โฟลด์” สมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้ สุดยอดนวัตกรรมระดับพรีเมี่ยม

ในที่สุด ความเป็นไปได้ของการสร้างสรรค์นวัตกรรมระดับพรีเมี่ยม สมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้ ที่จะมาเปลี่ยนรูปแบบใหม่ของการใช้สมาร์ทโฟนไปตลอดกาล โดยในปี 2019 นี้ ‘ซัมซุง’ ได้สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้คนทั่วโลก ด้วย ‘กาแลคซี่ โฟลด์’ ที่มาพร้อมกับความหรูหราเหนือระดับแบบฉบับโมเดิร์น ลักซ์ชัวรี่ (Modern Luxury)

โดยหากเราจะถ่ายทอดคำนิยามนี้มาในรูปแบบของตัวบุคคล พวกเขาคือกลุ่มคนที่ต้องการสิ่งที่ดีที่สุดของที่สุด เพราะเขารู้คุณค่าและจะไม่ยอมประนีประนอมกับคุณภาพ ดีไซน์ ความทันสมัย และความล้ำหน้าทางเทคโนโลยี เห็นได้จากการที่ทุกไอเท็มที่พวกเขาคัดสรรมานั้น ล้วนได้รับการคิดมาแล้วว่าดีที่สุด ซึ่งหากถามว่าในประเทศไทย บุคคลใดที่จะเป็นตัวแทนคนกลุ่ม ‘โมเดิร์น ลักซ์ชัวรี่’ ได้ดีที่สุด คงจะเป็นใครไม่ได้ นอกจาก ชมพู่ – อารยา เอ ฮาร์เก็ต ดารานักแสดงสาวชื่อดัง ที่ได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วโลก ผู้นำทุกกระแส ที่พร้อมสร้างเทรนด์ใหม่ให้ผู้คนได้ติดตามตลอด

 

“ชมเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับการเลือกใช้ เลือกซื้อของ เพราะไอเท็มทุกชิ้นที่เรานำมาใช้ในชีวิตล้วนสะท้อนสไตล์และความเป็นตัวตนของเรา สมาร์ทโฟนก็ถือเป็นสิ่งหนึ่งที่เราต้องพกติดตัวตลอดเวลา และถือเป็นอีกหนึ่งในไอเทมสำคัญที่จะช่วยเสริมลุคทั้งหมดของเราให้ดียิ่งขึ้น ความรู้สึกแรกหลังจากที่ได้สัมผัสเครื่องเลยคือความหรูหราที่แตกต่าง ประทับใจมากกับดีไซน์พับได้เหมือนเรามีสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตในเครื่องเดียว ความพรีเมี่ยมที่ดึงดูดสายตาคนรอบข้างเวลาหยิบขึ้นมาใช้ รวมถึงขนาดจอที่ใหญ่ขึ้นแต่เมื่อพับแล้วกลับมีขนาดเล็กจนใส่ในกระเป๋าถือได้พอดี” ชมพู่-อารยา กล่าวถึงสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ล่าสุดกับ ‘ซัมซุง กาแลคซี่ โฟลด์’

‘ซัมซุง กาแลคซี่ โฟลด์’ มาด้วยฟังก์ชัน Multi-Active Window ที่สามารถเปิดใช้งาน 3 แอปพลิเคชันได้พร้อมกันในเวลาเดียวอย่างราบรื่น ทั้งการอัพเดตข่าวสาร ตอบอีเมล และชมซีรีส์ตอนล่าสุด หรือทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้น ด้วยการเปิดไฟล์งาน ดูปฏิทินตารางเวลา และจดโน้ตผ่านแอปพลิเคชั่น Samsung Notes บนหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 7.3 นิ้ว อีกทั้งยังพร้อมใช้งานต่อเนื่องขณะพับหน้าจอและกางหน้าจอได้อย่างไม่มีสะดุด นับเป็นการก้าวเข้าสู่ความมัลติทาสกิ้ง (Multitasking) อย่างแท้จริง

สำหรับคนที่ชอบถ่ายรูป กาแลคซี่ โฟลด์ ยังมาพร้อมกับกล้องโปร 6 ตัว ทั้งด้านหลัง ด้านบนหน้าจอหลัก และบนฝาพับ เพื่อให้พร้อมเก็บทุกช่วงเวลาประทับใจได้ในทุกสถานการณ์ พร้อมยังเพลิดเพลินกับ AR Doodle อีกหนึ่งลูกเล่นสนุกๆ ช่วยให้วิดีโอน่ารักขึ้น ด้วยการวาดรูปลงไปบนภาพหรือวิดีโอพร้อมทั้งสามารถแท็กติดไปกับรูปหรือวิดีโอได้ทันที

 

นอกจากนี้ ซัมซุง ยังมอบอีกระดับแห่งการบริการ ตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เป็นเจ้าของ กาแลคซี่ โฟลด์ ด้วยการบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟ กาแลคซี่ โฟลด์ พรีเมียร์ เซอร์วิส (Galaxy Fold Premier Service) ที่มอบความสะดวกสบายสูงสุดด้วยบริการรับ – ส่งเครื่องซ่อมถึงสถานที่ที่ลูกค้าสะดวก[1] Exclusive Lounge บริการห้องรับรองระหว่างนำเครื่องมาซ่อม[2] บริการเครื่องสำรองรุ่นเดียวกันระหว่างรอซ่อม[3] พร้อมทั้งการติดต่อช่วยเหลือผ่านทางออนไลน์หรือโทรศัพท์ตลอด 24 ชั่วโมง

ซัมซุง กาแลคซี่ โฟลด์ มีให้เลือกทั้งหมด 2 สี คือ Space Silver และ Cosmos Black วางจำหน่ายที่ราคา 69,900 บาท สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลได้ผ่านทาง  https://www.samsung.com/th/galaxy-fold/


กลุ่มโรงแรมอนันตรา ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขทั่วโลก

กลุ่มโรงแรมอนันตรา ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขทั่วโลก

กลุ่มโรงแรมอนันตรา ร่วมเฉลิมฉลองสำหรับเทศกาลแห่งความสุขในทั่วทุกมุมโลก ช่วยเติมเต็มความฝันของเหล่านักเดินทางให้เป็นจริงในหลากหลายจุดหมายปลายทางอันน่าทึ่ง ไม่ว่าจะเป็นสีสันอันตื่นตาของศรีลังกา ผืนทรายในตำนานแห่งคาบสมุทรอาราเบียน ไปจนถึงเกาะส่วนตัวในมหาสมุทรอินเดีย และวัฒนธรรมอันล้ำค่าของเอเชีย เทศกาลวันหยุดนี้จะเต็มไปด้วยประสบการณ์ที่ไม่รู้ลืม

ส่งต่อความสุขในวันคริสต์มาสทั่วโลก

อนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ แคมป์ช้าง แอนด์ รีสอร์ท เตรียมจัดงานสุดพิเศษให้ผู้เข้าพักได้ใกล้ชิดกับช้างในวันคริสต์มาสอีฟ กับงาน Christmas Eve Walking with Giants เป็นการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมภาคเหนือของไทย กับวันคริสต์มาสในป่าใหญ่ ผู้เข้าพักสามารถเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต ขณะที่พวกเขาเดินเล่นท่ามกลางฝูงช้างในป่า ตามด้วยงานเลี้ยงรื่นเริงต้อนรับคริสต์มาสอีฟ และดื่มสังสรรค์รอบกองไฟที่ เอเลเฟนท์ บาร์ (Elephant Bar)

 

อนันตราให้ความสำคัญกับการตกแต่งรีสอร์ทในช่วงเทศกาลแห่งความสุข อันเป็นกิจกรรมหลักที่พนักงานทุกคนรอคอยและเต็มใจยิ่ง ดังจะเห็นได้จากต้นคริสต์มาสที่ประดับประดาทั่วบริเวณ และมุมต่างๆ สำหรับการถ่ายภาพในรีสอร์ทที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม  นอกจากนั้น แต่ละรีสอร์ทยังจัดกิจกรรมพิเศษขึ้นอีกด้วย สำหรับ อนันตรา คาลูทารา รีสอร์ท ในศรีลังกา ได้ร่วมมือกับชุมชนในพื้นที่ ในการตั้งต้นคริสต์มาสแห่งความหวัง (HOPE Christmas Tree) ที่มีการ์ดแห่งความปรารถนาของเด็กๆ จากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าในพื้นที่ใกล้เคียงแขวนอยู่เต็มต้น ผู้เข้าพักสามารถเลือกการ์ดใบใดก็ได้เพื่อทำให้ความปรารถนาของเด็กๆ เป็นจริง เพื่อเป็นการส่งต่อความสุข และเป็นของขวัญปีใหม่ที่แสนวิเศษสำหรับพวกเขา ส่วน อนันตรา คิฮาวาห์ มัลดีฟส์ วิลล่า ได้รังสรรค์ผลงานชิ้นเอกที่ทำจากปะการังเพื่อแสดงในช่วงเทศกาลโดยเฉพาะ ซึ่งจะสามารถชมได้จากห้องเก็บไวน์ใต้น้ำของห้องอาหารซี (SEA)

ทางฝั่งแอฟริกา อนันตรา บาซารูโต ไอส์แลนด์ รีสอร์ท ในประเทศโมซัมบิก ได้จัดเตรียมประสบการณ์พิเศษสำหรับผู้ที่ชื่นชอบด้านอาหาร โดยนำเสนอคลาสเรียนปรุงอาหาร ซึ่งเริ่มจากการเลือกผลิตผลที่ปลูกเองในสวนของรีสอร์ท เพื่อนำมาใช้ในการเรียนปรุงอาหารพื้นเมืองที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ในช่วงบ่าย

ส่วนการเฉลิมฉลองในสไตล์สเปนนั้น อนันตรา วิลล่า ปาเดียร์น่า พาเลซ เบนาฮาวิส มาร์เบย่า รีสอร์ท เตรียมเสิร์ฟ เค้กสามกษัตริย์ (Roscon de Reyes) ขนมคริสต์มาสยอดนิยมของสเปน ที่ตกแต่งด้วยผลไม้เชื่อม และยังมีเซอร์ไพรส์สุดประทับใจเป็นการปิดท้าย

อนันตราใส่ใจแขกตัวน้อย ๆ และเข้าใจในความเป็นเด็กในตัวของทุกคน จึงจัดให้มีโปรแกรมการมาเยือนของซานตาคลอสในรีสอร์ททั่วทุกมุมโลก อาทิ ในศรีลังกา ซานตาคลอสจะขี่เจ็ตสกีข้ามทะเลสีฟ้าใสมายัง อนันตรา คาลูทารา รีสอร์ท และผู้ช่วยของเขาพร้อมถุงของขวัญจะโหนสลิงเข้ามายังรีสอร์ท เพื่อมอบของขวัญให้กับแขกคนสำคัญตัวน้อย จากนั้นจะขี่เจ็ตสกีต่อไปเพื่อพบกับเด็ก ๆ ที่รออยู่ด้วยความตื่นเต้นที่ อนันตรา ดิห์กู มัลดีฟส์ รีสอร์ท ทางด้านเมืองดูไบก็มีความตื่นเต้นคอยอยู่เช่นกัน อนันตรา เดอะ ปาล์ม ดูไบ รีสอร์ท จัดให้ผู้เข้าพักขี่อูฐไปในทะเลทราย เพื่อพบกับซานตาคลอสที่จะปรากฏตัวในเรือหางยาวแบบไทย พร้อมของขวัญเต็มลำเรือ

โบกมืออำลา ปี 2019

ต้อนรับปี 2020 ผ่านค่ำคืนที่น่าจดจำบนชายหาดส่วนตัวที่รีสอร์ทของอนันตราตลอดแนวมหาสมุทรอินเดีย โดย อนันตรา ดิห์กู มัลดีฟส์ รีสอร์ท จัดงานเลี้ยงคืนส่งท้ายปี ในธีมอะลาดิน บรรยากาศสนุกสนานด้วยเพลงจากดีเจตลอดคืน ปิดท้ายด้วยการแสดงดอกไม้ไฟที่แต่งแต้มสีสันที่งดงามให้ผืนฟ้าและผืนน้ำ ส่วนที่ อนันตรา พีซ เฮเวน แทงเกล รีสอร์ท ในศรีลังกา ท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่สดใส ในบรรยากาศแบบทรอปิคัล ลิ้มลองอาหารอิตาเลียน 6 คอร์สพิเศษสำหรับวันส่งท้ายปี ที่ห้องอาหารบนขอบหน้าผา อิล มาเร และยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ผู้เข้าพักยังสามารถเพลิดเพลินต่อในงานเลี้ยงต้อนรับปีใหม่ริมสระว่ายน้ำ ที่มีดีเจเปิดเพลงไพเราะให้ฟังอย่างต่อเนื่อง จนถึงเวลาเที่ยงคืน ชมการแสดงดอกไม้ไฟพร้อมก้าวเข้าสู่ปีใหม่บนผืนทราย สำหรับอนันตรา เซมินยัก บาหลี รีสอร์ท เมื่อสิ้นสุดการนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ ห้องอาหาร มูนไลต์ คิทเช่น แอนด์ บาร์ จะแปลงโฉมเป็นเวทีเต้นรำสุดแพรวพราว ที่จำลองมาจาก “ยุคทอง” ของเซี่ยงไฮ้ในช่วงปี 1930 พร้อมสำหรับงานเต้นรำเพื่อเฉลิมฉลองการเริ่มต้นของปี 2020

ปีใหม่ คุณคนใหม่

เข้าสู่ปีใหม่ด้วยความรู้สึกสดชื่นและสมดุล ที่ โคคูน เมดิคัลสปา อนันตรา คิฮาวาห์ มัลดีฟส์ วิลล่า ผ่อนคลายไปกับทรีตเม้นต์บำบัดร่างกายที่คิดค้นขึ้นใหม่ เพื่อการล้างพิษและทำความสะอาดร่างกายที่ลึกล้ำแบบองค์รวม หรือเลือกรับบริการทรีตเม้นต์ที่ออกแบบเฉพาะบุคคล ที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อสภาพจิตใจและร่างกายที่แข็งแรงขึ้น


Lamina films ภูมิใจเสนอ! “ความห่วงใยใกล้ตัวคุณ”

เพราะหลายครั้งปัญหาที่เรามองข้าม คือ สิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเราที่สุด ไม่ต่างจากฟิล์มติดรถยนต์ ที่มักถูกมองข้ามทุกครั้งเวลาออกรถคันใหม่ ด้วยความที่ทุกคนมักพุ่งเป้าไปที่ความสวยงามของรถ ประกันภัย และของแถมอื่นๆ จนลืมนึกถึงไปว่าเมื่อคุณนั่งขับรถ สิ่งที่สำคัญและอยู่ใกล้ตัวคุณที่สุด คือ กระจกรถ และนั่นหมายความว่า ถ้าคุณเลือกฟิล์มติดรถยนต์ที่ไม่ได้คุณภาพ ปัญหาที่จะตามมาก็หนีไม่พ้น ปัญหาเรื่องความร้อน แสบผิว ฟิล์มเบลอหรือเข้มจนเกินไปทำให้เสียทัศนวิสัยในการขับขี่ GPS ค้าง ไม่ผ่านสัญญาณ Easy Pass จนทำให้อารมณ์หงุดหงิด หรือใช้ไปเพียง 2-3 ปี ฟิล์มก็เริ่มเสื่อมสภาพ และทำให้ต้องมาเสียเวลา เสียเงิน เสียความรู้สึกในการมาลอกเปลี่ยนฟิล์มใหม่

วันนี้ “ลามิน่า” ฟิล์มคุณภาพอันดับ 1 จึงขอส่งต่อความห่วงใยจากใจสู่ผู้ใช้รถทุกคนในฐานะที่เป็นฟิล์มคุณภาพสูงจากอเมริกาที่อยู่เคียงข้างคนไทยมานานกว่า 25 ปี ด้วยแคมเปญใหม่ล่าสุด “ความห่วงใยใกล้ตัวคุณ” เพื่อบอกผู้บริโภคว่าฟิล์มอะไรก็ได้…ไม่ได้! ย้ำเตือนให้ทุกคนคิดก่อนเลือกติดฟิล์มให้รถของคุณ อย่าเลือกแค่ 40/60 หรืออะไรก็ได้ แต่คุณต้องเลือกฟิล์มที่เชื่อถือและวางใจได้

ดังนั้นเวลาออกรถ เจาะจงฟิล์มลามิน่า มั่นใจ…ได้ฟิล์มคุณภาพดี สบายใจ…ได้บริการหลังการขายเยี่ยม
และเพราะเราห่วงเลยอยากให้คุณส่งต่อความห่วงใยด้วยหนังดีดีจากเราถึงคนที่คุณรัก
สำหรับคนรักกัน: https://youtu.be/ehLtl289k4Y
สำหรับครอบครัวของเรา: https://bit.ly/2MlmbQt


เปิดปรากฏการณ์ความอร่อยครั้งใหม่ กับ “Halls XS วอเตอร์เมลอน สูตรใหม่” โมมาใหม่สะใจกว่าเดิม!

เพื่อตอกย้ำความเป็นหนึ่งในผู้นำของลูกอมรสแตงโม ของฮอลล์ เอ็กซ์เอส ด้วยเอกลักษณ์ความเย็นสดชื่นของลูกอมเม็ดเล็กปราศจากน้ำตาล บริษัท มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านขนมและของว่างระดับโลก จึงได้นำเสนอประสบการณ์ความอร่อยครั้งใหม่ให้แก่แฟนๆ และผู้บริโภคในไทยด้วยการเปิดตัว ฮอลล์ เอ็กซ์เอส วอเตอร์เมลอน สูตรใหม่ ลูกอมเม็ดเล็ก เย็นสดชื่น สูตรปราศจากน้ำตาล พร้อมความหอมเข้มข้นสะใจยิ่งขึ้นของกลิ่นแตงโมซึ่งเป็นรสชาติที่เป็นที่นิยมมากที่สุด

ล่าสุด ได้มีการจัดอีเวนต์เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ “Halls XS โมมาใหม่” โดยมี ทอม อิศรา มิน พีชญา และบาส สุรเดช มาร่วมเพิ่มสีสัน โชว์เสียงร้องและลีลาการเต้นในโชว์ชุดพิเศษ ปิดท้ายด้วยมินิคอนเสิร์ตสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ณ ลานเซ็นทรัลคอร์ท ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ นอกจากนี้ ในงานยังมีการเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาใหม่ล่าสุดของฮอลล์ เอ็กซ์เอส วอเตอร์เมลอน ที่ได้นำเพลง “แตงโมจินตหรา” สุดฮิตมาโมใหม่ในเวอร์ชั่นของ ทอม อิศรา ด้วย

ฮอลล์ เอ็กซ์เอส วอเตอร์เมลอน สูตรใหม่ มาพร้อมกับแพ็คเกจที่มีดีไซน์ทันสมัย เหมาะแก่การพกพาเพื่อเติมพลังความเย็นแบบหอมเข้มข้นให้ตื่นตัวและสดชื่นยาวนานตลอดวัน ในราคากล่องละ 25 บาท (ขนาด 15 กรัม บรรจุ 25 เม็ด) ณ ร้านสะดวกซื้อ ไฮเปอร์มาร์เก็ต ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ ติดตามรายละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติม รวมถึงกิจกรรมสุดสนุกและโปรโมชั่นพิเศษต่างๆ อีกมากมายจากฮอลล์ได้ที่ เฟซบุ๊ค Halls Thailand

#HallsXSโมมาใหม่ #HallsXSWatermelon


Privacy Preference Center