บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย จับรางวัลผู้โชคดี รับตั๋วเครื่องบินมูลค่า 1 ล้านบาทจากการบินไทย ในแคมเปญ “Choose Your World”
บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย นำโดยคุณประภัสรา อร่ามวงศ์สมุทร (ซ้ายมือ) ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขาย จับรางวัลสุดพิเศษภายใต้แคมเปญ “Choose Your World” มอบรางวัลตั๋วเครื่องบินมูลค่า 1 ล้านบาทจากการบินไทย ให้แก่ลูกค้าผู้โชคดีที่จองและรับส่งมอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูทุกรุ่น ภายในวันที่ 1-30 กันยายน 2562
โดยรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟดังกล่าวตกเป็นของ คุณรุ่งเกียรติ เกิดลาภผล เจ้าของบีเอ็มดับเบิลยู X1 ผู้ได้รับเครดิตตั๋วเครื่องบินมูลค่าถึง 1 ล้านบาท ที่สามารถใช้แลกเป็นตั๋วเครื่องบินได้ทุกคลาส และทุกเส้นทางการบินรอบโลกของการบินไทย ภายในระยะเวลาสองปี การจับรางวัลครั้งนี้มีคุณภูมิพัฒน์ ตุ้ยสาร (ขวามือ) เจ้าพนักงานปกครอง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ศูนย์ฝึกอบรมบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ประกาศรายชื่อผู้โชคดีอย่างเป็นทางการและข้อมูลเพิ่มเติมทาง www.bmw.co.th หรือ www.facebook.com/bmwthailand
Mitsubishi MI-Tech Concept รถต้นแบบเปิดหลังคา ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด!
ขณะที่เครื่องยนต์สันดาปภายในจะถูกใช้สำหรับปั่นกระแสไฟฟ้าไปเก็บไว้ยังแบตเตอรี่เท่านั้น แต่ปัจจุบันยังไม่มีรายละเอียดสมรรถนะของรถต้นแบบคันนี้แต่อย่างใด
นอกจากนี้ MI-Tech ยังถูกติดตั้งระบบความปลอดภัย MI-Pilot ซึ่งสามารถแจ้งสัญญาณเตือนและข้อมูลการขับขี่ไปยังกระจกบังลมหน้า และสามารถควบคุมพวงมาลัยและระบบเบรกเพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้อัตโนมัติอีกด้วย
ไม่เพียงเท่านี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ยังเผยโฉมรถต้นแบบอีกหนึ่งรุ่นเรียกว่า Super Height K-Wagon ซึ่งเป็นรถยนต์ต้นแบบ Kei-car ขนาดเล็ก ที่มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ระบุว่าได้แรงบันดาลใจมาจากรถครอสโอเวอร์และรถออฟโรดของทางค่ายอีกด้วย

ครั้งแรกในไทยกับ The New Audi A1 Sportback และ A6 Avant Black Edition 2.0L ในราคาสุดว๊าว!
นายกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อาวดี้ ประเทศไทย เผยว่า ปี 2562 นับเป็นปีที่ 3 ของ แบรนด์อาวดี้ ในประเทศไทย พบว่าภาพรวมของ Audi ดีเกินคาด จากการที่ลูกค้าให้ความสนใจต้อนรับ และที่สำคัญคือ ความเชื่อมั่นต่อแบรนด์อาวดี้ ส่งผลให้รถที่นำเข้ามาทำตลาดมียอดจองอย่างต่อเนื่องทุกรุ่น และภายใต้กลยุทธ์เชิงรุกตั้งแต่เริ่มต้นเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ด้วยการเพิ่มความหลากหลายของสินค้า (Product Variety) ตอบสนองลูกค้าให้ครบทุกกลุ่ม และอีกหนึ่งการเฝ้ารอครั้งสำคัญของยนตรกรรม ในเซ็ก เมนท์คอมแพคท์ คาร์ ครั้งนี้ จึงถือโอกาสเปิดตัว The New Audi A1 Sportback 35 TFSI S line เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งเป็นอีกรุ่นที่ได้รับการตอบรับจากลูกค้าทั่วโลกอย่างล้นหลามในทันทีที่เปิดตัว จากความโดดเด่นทั้งการดีไซน์ รูปลักษณ์ที่สวยเท่ สปอร์ตทั้งภายนอก ภายใน มาพร้อมเทคโนโลยีครบครัน ด้วยราคาเพียง 2,149,000 บาท
The New Audi A1 Sportback เป็นพรีเมียมคอมแพคท์ คาร์ 5 ประตู อารมณ์สปอร์ต ความโฉบเฉี่ยว ที่ตัวถังภายนอกดูมีมัดกล้าม เส้นสายคมชัดเพิ่มความดุดันมากขึ้นด้วยชุดแต่ง S line อันเป็นเอกลักษณ์ของอาวดี้ ซึ่งมีขนาดยาวขึ้นจากรุ่นก่อนหน้า 56 มม. โดยมีความยาวทั้งสิ้น 4.03 เมตร ความสะดวกสบายในห้องโดยสารมากขึ้น พร้อมความกว้าง 1.74 เมตร ความสูง 1.41 เมตร ช่วยให้รถมีบุคลิกสปอร์ต และยังมีผลดีต่อเรื่องของหลักอากาศพลศาสตร์ นอกจากนี้การมีฐานล้อกว้าง โอเวอร์แฮงก์สั้น กระจังหน้าแบบชิ้นเดียวที่กว้างเท่ากับช่องใต้ฝากระโปรง ซึ่งได้รับแนวคิดการผสมผสานการออกแบบของรถยนต์ Audi ในรุ่น Ur-quattro และ Sport quattro เข้าไว้ด้วยกันเพิ่มมุมมองอารมณ์สปอร์ต และแน่นอนมีผลดีอย่างยิ่งต่อด้านสมรรถนะการขับขี่เช่นกัน
ขณะที่ภายในห้องโดยสาร ยังคงเอกลักษณ์ของ Audi A1 Sportback มาพร้อมกับเทคโนโลยีแบบ fully digital ที่ออกแบบโดยมีผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง ไม่เพียงแค่ความสะดวกในการควบคุมรถ แต่ยังมีความเพลิดเพลินในการเดินทาง จอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ virtual cockpit ขนาดใหญ่ 10.25 นิ้ว ระบบ MMI Radio plus พร้อมจอแสดงผลแบบสัมผัสขนาด 8.8 นิ้ว และที่สำคัญมาพร้อมระบบ Audi smartphone interface รองรับ Android Auto และ Apple CarPlay นอกจากนั้นแล้วยังรองรับการเชื่อมต่อบลูทูธ รองรับ MP3 ช่องเชื่อมต่อ USB 2 ตำแหน่ง ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ แยกอิสระ 2 โซน พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน เป็นต้น
The New Audi A1 Sportback ยังมีจุดเด่นภายในห้องโดยสาร คือ พื้นที่ที่เพิ่มขึ้นกว่าเดิมช่วยให้การเดินทางสะดวกสบาย บรรทุกสัมภาระได้มากขึ้น โดยพื้นที่เก็บสัมภาระตอนหลังมีความจุ 335 ลิตร และเพิ่มเป็น 1,090 ลิตร เมื่อพับเบาะหลังลง
ด้านขุมพลังเป็นเครื่องยนต์ TFSI 4 สูบ แถวเรียง แบบฉีดตรง พร้อมเทอร์โบชาร์จ ขนาด 1,498 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ S tronic 7 สปีด ให้อัตราเร่งที่ร้อนแรงจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 7.7 วินาที เท่านั้น และทำความเร็วสูงสุดได้ 222 กม./ชม.
จากความโดดเด่นของ Audi A1 Sportback และเรื่องราวของความสำเร็จของรถในตระกูลนี้เชื่อว่าจะทำให้โชว์รูมอาวดี้ มีความคึกคักในทันทีที่ The New Audi A1 Sportback มาถึงโชว์รูม โดยการเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยนี้ ซึ่งทาง อาวดี้ ประเทศไทย ใช้พื้นที่ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ เป็นสถานที่เปิดตัว เพื่อเข้าถึงทุกสัมผัสรสนิยมของไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ โดยลูกค้าสามารถมาชมและสัมผัสจริงได้อย่างใกล้ชิด และเปิดให้จองเป็นเจ้าของก่อนใครได้ตั้งแต่วันที่ 21-27 ตุลาคมนี้
นอกจากนี้ อาวดี้ ประเทศไทย ยังตอกย้ำกระแสร้อนแรงด้วยการเปิดตัว The new Audi A6 Avant 45 TFSI quattro S line Black Edition เอกลักษณ์แห่งสมรรถนะและดีไซน์ของอาวดี้ ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจาก Audi A4 Avant โดยครั้งนี้ได้คัดเลือกออปชั่นที่จัดเต็มตรงกับความต้องการของคนไทยให้มากที่สุด เพียบพร้อมทั้งด้านความสะดวกสบาย สมรรถนะ เทคโนโลยี และความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นถุงลมด้านหน้า ด้านข้าง ม่านนิรภัยด้านข้าง ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS (Traction control system) ระบบควบคุมการทรง-ตัว ESC (Electronic control system with stabilization function) เซ็นเซอร์หน้า – หลังช่วยในการนำรถเข้าจอด กล้องแสดงภาพด้านหลังขณะถอยจอด ช่วงล่างแบบสปอร์ต ระบบเลือกโหมดการขับขี่ (Audi drive select)
เบาะนั่งหุ้มหนัง Valcona และเบาะนั่งคู่หน้าแบบ Sports พร้อมสัญลักษณ์ S line เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า พร้อมฟังก์ชันบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งผู้ขับขี่ ระบบเครื่องเสียงระดับพรีเมียม Bang & Olufsen พร้อมระบบเสียง 3 มิติ จอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ Virtual cockpit plus ขนาด 12.3 นิ้ว ระบบ MMI Navigation plus with MMI touch response พร้อมจอแสดงผลแบบสัมผัส ขนาด 10.1 นิ้วระบบ Audi smartphone interface จอควบคุมมัลติฟังก์ชันแบบสัมผัสพร้อมตอบสนองการสั่งงาน (haptic feedback) ขนาด 8.6 นิ้ว เป็นต้น การตกแต่งเต็มอารมณ์สปอร์ตด้วยชุดแต่งแบบ Black Edition อาทิ กระจังหน้า ราวหลังคา กระจกมองข้าง แถบข้างตัวรถ ที่ตกแต่งด้วยสีดำ เพิ่มความคมเข้ม สปอร์ตดุดัน และหลังคาพาโนรามิคเลื่อนเปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้า ยังคงให้ความสะดวกสบายด้วยพื้นที่จัดเก็บสัมภาระกว้างขวางขนาด 565-1680 ลิตร
The new Audi A6 Avant 45 TFSI quattro S line Black Edition มาพร้อมระบบขับเคลื่อนแบบไมล์ด ไฮบริด (mild hybrid) ที่ให้ทั้งสมรรถนะ ความประหยัด และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบฉีดตรง พร้อมเทอร์โบชาร์จ ให้กำลังสูงสุด 245 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 370 นิวตันเมตร ทำงานผสานกับเกียร์อัตโนมัติ S tronic 7 สปีด ได้อย่างลงตัว อีกทั้งเสริมสมรรถนะการขับขี่ด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายในเวลา 6.2 วินาที เท่านั้น และทำความเร็วสูงสุดได้ 250 กม./ชม. ทั้งนี้ยังมาพร้อมกับราคาสุดเซอร์ไพรส์ ให้ลูกค้าเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น ด้วยราคา 4,299,000 บาทเท่านั้น
นายกฤษณะกร กล่าวว่า “รุ่นที่มีการเปิดตัวในครั้งนี้มีรถพร้อมส่งมอบให้ลูกค้าตั้งแต่เดือนธันวาคมเป็นต้นไป จะเห็นว่าจากการทำงานร่วมกับ AUDI AG อย่างใกล้ชิด และจากผลการตอบรับแบรนด์อาวดี้ ในประเทศไทย ปีนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมในทุกด้านของอาวดี้ ซึ่งจากทิศทางของลูกค้า ไม่เพียงต้องการยนตรกรรมที่ตอบสนองสมรรถนะการขับขี่ ยังต้องการยนตกรรมที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ที่มีเอกลักษณ์ ความแตกต่าง ทัศนคติ และความสำเร็จ จึงไม่รีรอที่จะนำเสนอยนตกรรมรุ่นใหม่ๆ มาตอบโจทย์ลูกค้าและการเพิ่มยนตรกรรมในกลุ่มคอมแพคท์ คาร์ เชื่อมั่นว่าจะเติมเต็มและทำให้ลูกค้ามีความสุขกับอาวดี้มากยิ่งขึ้น”
อาวดี้ ประเทศไทย มียนตรกรรมครบทุกเซกเมนท์ โดยยนตรกรรมสปอร์ต Audi TT Coupé สปอร์ตไอคอนคูเป้แห่ง Audi ยังคงเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุด รองลงมาคือ Audi Q7, Audi Q5 และ Audi A4 Avant ที่ไม่ว่ารุ่นใดที่ได้ลองหลายคนก็ต่างติดใจในสมรรถนะและดีไซน์ ซึ่งการเปิดตัวในครั้งนี้มาพร้อมโปรโมชั่นครบทุกรุ่นสำหรับลูกค้าที่จองระหว่างวันที่ 21-27 ตุลาคม นี้ ที่ The EmQuartier และโชว์รูมอาวดี้ ทุกแห่งทั่วประเทศ ข้อเสนอพิเศษส่วนลดสูงสุด 800,000 บาท และผ่อนสบายๆ 0% สูงสุด 10 เดือน ผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ (เมื่อดาวน์ 1,000,000 บาท) (เงื่อนไขและรุ่นรถเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด)

รถอาวดี้เป็นรถยนต์นำเข้าจากต่างประเทศทุกรุ่น ลูกค้าที่ออกรถจะได้รับการดูแลจาก Audi Protection รับประกันรถใหม่ 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance ทั่วประเทศ 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Audi Centre Thailand 02 765 8888 / Audi New Petchburi 02 023 4888 / Audi Pattaya 038 197 888 / Audi Phuket 076 646 666
ได้เวลามูฟออน! สู่ “ซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 10” ตาม “ปาล์มมี่-สู่ขวัญ-แก้ว” สามเซเลบสาวต่างสไตล์การันตีความแฮปปี้ เปลี่ยนเพื่อชีวิตที่ลงตัวไปอีกขั้น
ในตระกูล ‘กาแลคซี่โน้ต’ ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อไม่นานมานี้ มาพร้อมกับดีไซน์หรูหราทันสมัยตอบโจทย์
New Work Tribe กลุ่มคนทำงานยุคใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ทั้งการทำงานและการใช้ชีวิตผสมควบคู่กันไปได้อย่างลงตัว ล่าสุด ซัมซุง คว้า 3 เซเลบบริตี้หญิงคนดังที่หลงรักกาแลคซี่โน้ตทันทีหลังจากได้ลอง ไม่ว่าจะเป็น ขวัญ-สู่ขวัญ บูลกุล, ปาล์มมี่-อีฟ ปานเจริญ และ แก้ว-จริญญา ศิริมงคลสกุล ตัวแทนคนทำงานยุคใหม่ใน 3 ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันมาร่วมยืนยันประสบการณ์ที่ดีกว่าเดิมหลังเปลี่ยนมาใช้โน้ต 10 ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของประสิทธิภาพ ความง่ายในการใช้งาน รวมถึงดีไซน์ที่ตอบโจทย์ ให้กับใครก็ตามที่อยากจะ ‘เปลี่ยน’ ผ่านคลิปวิดีโอสุดเอ็กซ์คลูซีฟเผยแง่มุมของเซเลบทั้ง 3 คน ที่จะทำให้ทุกคนตกหลุมรัก กาแลคซี่ โน้ต 10 จนต้อง ‘มูฟออน (Move on)’ แบบไม่ต้องลังเล
สู่ขวัญ บูลกุล เซเลบบริตี้หญิงผู้ทรงอิทธิพลในเมืองไทยเจ้าของวลีเด็ด “ของมันต้องมี” ที่ไม่ว่าจะหยิบจับอะไรก็ดูน่ารักดูเก๋ไปเสียทุกอย่าง เผยถึงความกังวลก่อนจะ ‘เปลี่ยน’ เนื่องจากเป็นคนไม่ชอบอะไรซับซ้อน แต่กาแลคซี่ โน้ต 10 สามารถออกแบบให้ทุกเรื่องของชีวิตกลายเป็นเรื่อง ‘ง่าย’ เช่น เรื่องเล็กอย่างการคว่ำหน้าจอเมื่อไม่พร้อมรับสาย และถ่ายเซลฟี่ได้มุมสวยเป๊ะตามต้องการผ่านปากกา S Pen เหมือนกับเป็นรีโมตคอนโทรล รวมทั้งดีไซน์ตัวเครื่องมาพร้อมกับสีสันที่สวยโดดเด่นไม่ซ้ำใครตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว ดั่งเช่นแฟชั่นไอเทมที่แสนโดดเด่นจนต้องออกปากว่า “ยิ่งใช้ยิ่งชอบ” พร้อมกับให้คำนิยามสั้น ๆ กับ กาแลคซี่ โน้ต 10 ว่า “สีสวย ปากกาดี กล้องเริ่ด”
อีกหนึ่งเซเลบบริตี้นักร้องตัวท็อปของเมืองไทยที่มีสไตล์โดดเด่นเจ้าของเพลงฮิตมากมายอย่าง ปาล์มมี่-อีฟ ที่เคยยึดติดความความเคยชินแบบเดิมๆ แต่เมื่อมีโอกาสได้สัมผัส ได้ลองใช้ก็ต้องติดใจหลงรัก กาแลคซี่ โน้ต 10 เข้าแบบเต็มๆ ทั้งช่วยจัดการการทำงานให้ ‘สนุก’ และ ‘เปิดโลก’ มากยิ่งขึ้น ผ่านการวาดรูปโดยใช้ปากกา S Pen การจัดการคิวตารางงานได้ในมุมมองที่แตกต่างออกไป รวมทั้งการแคปเจอร์หน้าจอง่ายๆ แค่ใช้ฝ่ามือปาดหน้าจอก็สามารถเก็บไอเดียใหม่ๆ มาต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ได้แบบไม่รู้จบ หรือจะฟีเจอร์ Audio Zoom ที่สามารถซูมเสียงจากระยะไกลให้ชัดขึ้น
“รู้แบบนี้.. เปลี่ยนตั้งนานแล้ว” แก้ว จริญญา นักร้องนักแสดงสาวมากความสามารถแถมยังรักการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ เลยทำให้มีภาพประทับใจจากสถานที่ต่างๆ ค่อนข้างมาก พอจะเปลี่ยนสมาร์ทโฟนก็กลัวว่าภาพความทรงจำจะหายไป แต่ก็ต้องแฮปปี้หลังจากโอนรูปภาพความทรงจำต่างๆ มายังกาแลคซี่ โน้ต 10 ผ่านแอปพลิเคชั่น Smart Switch ยังโอนถ่ายภาพมาได้ครบไม่ตกหล่น แถมยังทำให้การถ่ายภายสนุกกว่าเดิม ทั้งฟีเจอร์กล้องถ่ายรูปหน้าชัดหลังละลาย และ AR Doodle ฟีเจอร์ที่สามารถใช้ปากกา S Pen สร้างสรรค์รูปภาพ หรือวาดภาพ 3 มิติบนอากาศ เติมเต็มความฝันวัยเด็กของสาวแก้วได้เป็นอย่างดี รู้แบบนี้ไม่ต้องลังเลแล้ว!
ซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 10 สมาร์ทโฟนที่ใครๆ ได้ใช้ก็ต้องติดใจ ยืนยันโดยสามเซเลบริตี้ที่ ‘เปลี่ยน’ แล้ว ‘หลงรัก’ ทั้งเรื่องของความสวยที่ไม่เหมือนใคร ดีไซน์โดน องค์ประกอบทุกอย่างลงตัว ติดใจเรื่องความสนุกที่ทำให้ได้ทดลองใช้งานอะไรใหม่ๆ ติดใจที่ทำให้เรื่องยากกลายเป็นเรื่องง่ายไปเลย รวมทั้งติดใจประสบการณ์รูปแบบใหม่ของการถ่ายภาพ งานนี้สามเซเลบของเรามาการันตีความติดใจที่เกิดขึ้น พร้อมทิ้งท้ายให้เหล่าว่าที่กาแลคซี่แฟนทั้งหลายแล้วว่า “ได้เวลามูฟออน แล้วคุณล่ะ ยังรออะไรอยู่?”
ฮูเตอร์ส จัดปารตี้ ฉลอง 36 ปี ตั้งเป้า 1 ล้านบาทสนับสนุนโครงการต้านมะเร็งเต้านม
มร.เจมส์ เอ็ดมัน โลว์แมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ Destination Eats กล่าวว่า เนื่องในโอกาสครบรอบปีที่ 36 ของธุรกิจร้านอาหารที่ถือกำเนิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา ในปีนี้ บริษัทวางเป้าหมายที่จะระดมทุนเพื่อมอบให้องค์กร หรือมูลนิธิที่ทำงานรณรงค์ด้านมะเร็งเต้านม ซึ่งถือเป็นการสนับสนุนโครงการเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่องของกลุ่มธุรกิจ ทั้งนี้ฮูเตอร์สบริจาคเงินแล้วกว่า 2 ล้านเหรียญสหรัฐแก่โครงการด้านมะเร็งเต้านม นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 เป็นต้นมา

“ปีนี้เรามีความตั้งใจที่จะออกแบบกิจกรรมให้ลูกค้าได้สนุก ตื่นเต้น และมีส่วนร่วมไปกับงานการกุศลกับเราได้ง่ายๆ ภายในเดือนตุลาคม เราเปิดตัวเครื่องดื่มคอกเทลใหม่สูตรพิเศษ 3 แบบ โดยจะนำรายได้จากการขายไปสนับสนุนเป้าหมาย 1 ล้านบาทของเรา
นอกจากนั้น เดือนตุลาคมของทุกปีเป็นช่วงเวลาของการรณรงค์เพื่อการต่อต้านมะเร็งเต้านม ฮูเตอร์ส ซึ่งทำงานอย่างต่อเนื่องในเรื่องดังกล่าวจึงขอรวมพลังจากชาวโบว์สีชมพูอีกครั้งในปีนี้ กิจกรรมของเราจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป”
สุข สนุกได้ตลอดเดือนตุลาคมนี้ ร่วมฉลองไปพร้อมกันกับทุก 6 สาขาทั่วประเทศ ได้แก่ ฮูเตอร์สสีลม ฮูเตอร์สนานา ฮูเตอร์สสุขุมวิท ซอย 15 ฮูเตอร์สภูเก็ต พัทยา และสมุย
ฮูเตอร์ส เอเซีย เตรียมขยายสาขา ณ เมือง Siam Reap / Phnom Phen, Cambodia; Kuala Lumpur, Malaysia; Hua Hin / Khao San Road / Thonglor-Ekamai, Bangkok, Thailand; Surabaya, Indonesia; National Stadium Singapore; และบริเวณใกล้ สนามกีฬาภายในกรุงเทพ และชานเมือง, Cebu, Philippines อีกทั้งเมืองท่องเที่ยว อาทิเช่น Phuket / Samui / Bali.
ร้านฮูเตอร์ส พร้อมมอบสีสันความสุข ความบันเทิง ครบรส อาหารอร่อย แล้ววันนี้
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.hootersasia.com | Facebook: Hooters Asia | Instagram: Official_hootersasia

เป็นเจ้าของ BMW X3 M ใหม่ และ X4 M ใหม่ได้ก่อนใคร พร้อมข้อเสนอพิเศษสุดกับ BMW i3s และ M5 ง่ายๆ เพียงปลายนิ้วที่ shop.bmw.co.th
บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้เป็นเจ้าของสมาชิกใหม่ในตระกูล M ก่อนใคร ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ shop.bmw.co.th เท่านั้น นำโดยบีเอ็มดับเบิลยู X3 M ใหม่ ที่ผสานสมรรถนะชั้นเลิศเข้ากับความคล่องตัวในระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ และบีเอ็มดับเบิลยู X4 M ใหม่ รถยนต์ที่จะเปิดมิติใหม่แห่งความโฉบเฉี่ยว เพียบพร้อมด้วยทุกสมรรถนะที่ตอบโจทย์ทุกความแม่นยำบนท้องถนน โดยเริ่มเปิดจองอย่างเป็นทางการในวันนี้ จนถึงวันที่ 28 พฤศจิกายนศกนี้ ก่อนรับมอบรถยนต์เมื่อเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 36
นอกจากนี้ ช่องทางการจองออนไลน์ของบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ยังมาพร้อมกับข้อเสนอสุดพิเศษ กับครั้งแรกในเมืองไทยของรถยนต์ไฟฟ้า บีเอ็มดับเบิลยู i3s พร้อมด้วยบีเอ็มดับเบิลยู M5 รถซีดานสมรรถนะเหนือชั้น ที่เปิดจองภายใต้เงื่อนไขพิเศษจำนวนจำกัดสำหรับช่องทางออนไลน์เท่านัน
ผู้สนใจสามารถจองรถยนต์ผ่านทาง shop.bmw.co.th โดยลูกค้าสามารถเลือกรุ่นรถยนต์ รวมถึงผู้จำหน่ายรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูอย่างเป็นทางการ พร้อมดำเนินการตามข้อกำหนดที่ระบุไว้ในหน้าเว็บไซต์ เพื่อยืนยันการจอง และรอการติดต่อจากผู้จำหน่ายรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูอย่างเป็นทางการตามที่เลือกไว้
บีเอ็มดับเบิลยู X3 M ใหม่
ราคาจำหน่าย: 7,699,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)
บีเอ็มดับเบิลยู X4 M ใหม่
ราคาจำหน่าย: 7,999,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)
ครั้งแรกในประวัติศาสตร์กับรถยนต์ในตระกูลบีเอ็มดับเบิลยู M ที่เปิดตลาดใหม่ จับกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์เอนกประสงค์ในเซ็กเมนต์ Mid-Size Sports Activity Vehicle (SAV) และ Sports Activity Coupe (SAC) ทรงสปอร์ตคูเป้ ควบด้วยความทรงพลังแบบบีเอ็มดับเบิลยู M เข้าไว้ด้วยกัน บีเอ็มดับเบิลยู X3 M ใหม่ และ X4 M ใหม่ ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังใหม่ เครื่องยนต์ M TwinPower Turbo แบบ 6 สูบเรียง ที่มอบพละกำลังสูงสุด 353 กิโลวัตต์ / 480 แรงม้า สามารถเร่งความเร็วจาก 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 4.2 วินาที โลดแล่นสู่ความเร็วสูงสุดที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมผนวกสุดยอดเทคโนโลยีแชสซีในสไตล์รถแข่งสุดดุดัน และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ M xDrive ที่ส่งพละกำลังอย่างเหนือชั้นและแม่นยำบนทุกสภาพท้องถนน
ภายนอกรถยนต์ทั้งสองรุ่นได้รับการปรับปรุงช่องดักลมด้านหน้าเพื่อประสิทธิภาพในการส่งลมเย็นเข้าไประบายความร้อนในเครื่องยนต์ ตามหลักอากาศพลศาสตร์ ส่วนภายในห้องโดยสารตกแต่งในสไตล์ M อันเป็นเอกลักษณ์ เบาะนั่งปรับไฟฟ้าสไตล์ M บุด้วยหนังแท้ Merino ทรงสปอร์ตพร้อมเข็มขัดนิรภัยสไตล์ M พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นและหัวเกียร์ในสไตล์ M เสริมความสปอร์ตและสง่างามในห้องโดยสาร
อุปกรณ์พื้นฐานอื่น ๆ ของบีเอ็มดับเบิลยู X3 M ใหม่และบีเอ็มดับเบิลยู X4 M ใหม่ สำหรับรุ่นที่เสนอในประเทศไทย ยังมีล้ออัลลอย M ขนาด 21 นิ้ว หลังคาแก้ว Paranomic Glass roof ไฟหน้าแบบ Adaptive LED ชุดระบบเครื่องเสียง Harman Kardon พร้อมด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่สุดทันสมัยทั้ง Driving Assistant, Parking Assistant Plus, และบริการดิจิทัลครบวงจรภายใต้บริการ BMW ConnectedDrive อีกมากมาย
บีเอ็มดับเบิลยู X3 M ใหม่และบีเอ็มดับเบิลยู X4 M ใหม่ เปิดให้รับจองออนไลน์ล่วงหน้าแล้วผ่านทาง shop.bmw.co.th ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 28 พฤศจิกายน โดยจะพร้อมส่งมอบในช่วงงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 36 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคมที่จะถึงนี้ และมาพร้อมกับแพคเกจ BSI Standard ซึ่งประกอบด้วยการบริการบำรุงรักษา 3 ปี หรือ 60,000 กม. และการรับประกัน 3 ปีไม่จำกัดระยะทาง ทั้งนี้จะเปิดให้ลูกค้าสั่งจองรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู X3 M และบีเอ็มดับเบิลยู X4 M ผ่านช่องทางออนไลน์ในจำนวนจำกัดเพียงรุ่นละ 3 คันเท่านั้น
บีเอ็มดับเบิลยู i3s
ราคาจำหน่าย: 3,730,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)
บีเอ็มดับเบิลยู i3s สะท้อนอนาคตแห่งการขับขี่ยุคใหม่ ด้วยสุนทรียภาพการขับขี่ที่เหนือชั้นในรูปแบบของนวัตกรรมยานยนต์แห่งความยั่งยืน ที่มาพร้อมกับการเชื่อมต่อครบวงจรอันชาญฉลาด เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมือง บีเอ็มดับเบิลยู i3s จึงมีคาแร็กเตอร์ที่เด่นชัดและเป็นเอกลักษณ์ เมื่อเทียบกับรถยนต์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดระดับพรีเมียมในเซ็กเมนต์เดียวกัน
บีเอ็มดับเบิลยู i3s ได้ผสานหลากหลายองค์ประกอบของการออกแบบที่ชูรูปลักษณ์อันปราดเปรียวและคล่องแคล่ว ฝากระโปรงด้านหน้าและด้านหลังโดดเด่นด้วยสีดำทรงพลัง กันชนหน้ารูปตัว U และขอบมีการพ่นสีดำสนิท คิ้วชายล่างกันชนสีเทา Frozen Grey เพิ่มมิติและความหรูหราให้กับตัวรถ กรอบกระจังหน้าไตคู่ยังถูกพ่นด้วยสีดำเงา high-gloss เสริมความโดดเด่นและทำให้ตัวรถดูกว้างขึ้น ด้านท้ายก็สะท้อนคาแร็คเตอร์อันเป็นเอกลักษณ์ ส่วนเส้นสายหลังคาและเสา A-pillar นั้นมีสีดำเงา high-gloss เสริมความสปอร์ตได้เป็นอย่างดี
ชุดช่วงล่างแบบสปอร์ตของตัวรถ มีการลดความสูงลง 10 มิลลิเมตร และขยายฐานล้อให้กว้างขึ้นได้อีก 40 มิลลิเมตร เพิ่มความสปอร์ตให้กับตัวรถ บีเอ็มดับเบิลยู i3s มาพร้อมกับล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ลาย Double-Spoke น้ำหนักเบา มีให้เลือก 2 ด้วยกันคือสีดำ Jet Black และสลับสองสี Bicolour
รถยนต์คันนี้คือนิยามใหม่ของรถที่มีลุคสปอร์ตควบคู่ไปกับการเป็นรถยนต์ไฟฟ้าไร้การปล่อยมลพิษ แม้เครื่องยนต์จะเงียบสนิทแต่มาพร้อมสมรรถนะที่เหนือชั้น ส่งพลังที่ 135 กิโลวัตต์ / 184 แรงม้า พร้อมแรงบิดมากถึง 270 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรภายใน 6.9 วินาที ด้วยความเร็วสูงสุดที่ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีอัตราการสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าที่ 14.3 กิโลวัตต์ / 100 กิโลเมตร โดยสามารถทำระยะทางได้สูงสุดถึง 280 กิโลเมตร ตามมาตรฐานการทดสอบ NEDC ของยุโรป
บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย จะเปิดให้ลูกค้าสั่งจองรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู i3s ผ่านช่องทางออนไลน์ในจำนวนจำกัดเพียง 7 คันเท่านั้น โดยแต่ละคันจะมาพร้อมกับข้อเสนอสุดพิเศษ ดังนี้
- ฟรี การยกระดับโปรแกรมบำรุงรักษาเป็น BSI Ultimate ที่ครอบคลุมระยะเวลาบำรุงรักษา 5 ปี / 100,000 กม. และโปรแกรมการรับประกัน 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
- ฟรี ประกันภัยชั้น 1 เป็นเวลาหนึ่งปี
- ฟรี ตู้ชาร์จไฟฟ้าติดผนัง พร้อมติดตั้งฟรี
- ข้อเสนอทางการเงินจากบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย ที่ให้ผ่อน 0% นาน 48 เดือน โดยผ่อนเริ่มต้นที่ 29,999 บาทต่อเดือน
บีเอ็มดับเบิลยู M5
ราคาจำหน่าย: 13,339,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)
รถยนต์ซีดานหรูสมรรถนะสูง บีเอ็มดับเบิลยู M5 มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ M xDrive ที่มอบสมรรถนะเร้าใจที่สุดในเซกเมนต์ของรถยนต์สมรรถนะสูง มอบประสิทธิภาพความคล่องตัวสูงสุดด้วยการเน้นส่งกำลังขับเคลื่อนจากล้อหลัง ควบคู่กับการเพิ่มกำลังส่งจากล้อหน้าในกรณีที่พละกำลังขับเคลื่อนจากล้อหลังไม่เพียงพอและต้องการแรงฉุดลากที่เพิ่มขึ้น แม้ในสภาวะการขับขี่ด้วยความเร็วสูง ระบบขับเคลื่อน M xDrive ก็ทำให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมขุมพลังบีเอ็มดับเบิลยู M5 นี้ ได้อย่างแม่นยำและง่ายดายยิ่งขึ้น สร้างความพึงพอใจในการขับขี่ตามแบบฉบับ M ได้อย่างเหนือระดับ
บีเอ็มดับเบิลยู M5 ทรงพลังด้วยเครื่องยนต์ M TwinPower Turbo แบบ V8 ความจุ 4.4 ลิตร ให้พละกำลังสูงสุด 441 กิโลวัตต์ / 600 แรงม้า ที่ 5,600 – 6,700 รอบต่อวินาที แรงบิดสูงสุด 750 นิวตันเมตร ที่ 1,800 – 5,600 รอบต่อวินาที สามารถเร่งความเร็วจาก 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 3.4 วินาที และ 0 – 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 11.1 วินาที โลดแล่นด้วยความเร็วสูงสุดที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
นอกจากนี้ ห้องโดยสารยังได้รับการออกแบบมาโดยคำนึงถึงผู้ขับขี่เป็นสำคัญ ด้วยแผงหน้าปัดที่มีตำแหน่งต่ำลง Control Display แบบลอยตัว และ Head-Up Display ทีมีขนาดใหญ่ขึ้นถึง 70 เปอร์เซ็นต์
อุปกรณ์พื้นฐานอื่น ๆ ของบีเอ็มดับเบิลยู M5 คือล้ออัลลอย M ขนาด 20 นิ้ว ลาย Double-spoke เบาะนั่งปรับไฟฟ้าบุด้วยหนังแท้ Merino และพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นในสไตล์ M รวมทั้งระบบการบันเทิงและสื่อสารล่าสุด ไม่ว่าจะเป็นฟังก์ชั่นสั่งงานระบบ iDrive ด้วยการเคลื่อนไหวมือ (BMW gesture control) และการเชื่อมต่อและชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย
ลูกค้าที่จองรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู M5 ภายใต้ข้อเสนอสุดพิเศษผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งมีจำหน่ายเพียง 6 คันเท่านั้น จะได้รับสิทธิประโยชน์ดังนี้
- ฟรี การยกระดับโปรแกรมบำรุงรักษาเป็น BSI Ultimate ที่ครอบคลุมระยะเวลาบำรุงรักษา 5 ปี / 100,000 กม. และโปรแกรมการรับประกัน 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
- ฟรี ประกันภัยชั้น 1 เป็นเวลาหนึ่งปี
- ข้อเสนอทางการเงินจากบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย ที่ให้ผ่อน 0% นาน 48 เดือน โดยผ่อนเริ่มต้นที่ 99,999 บาทต่อเดือน
ASICS เผยโฉม GLIDERIDE™ รองเท้าวิ่งที่จะทำให้คุณวิ่งได้ไกลกว่าเคยกับเทคโนโลยี Energy Saving
ASICS เปิดตัว GLIDERIDE™ รองเท้าวิ่งใหม่ที่ช่วยลดการสูญเสียพลังงานให้กับเหล่านักวิ่ง ด้วยเทคโนโลยี GUIDESOLE™ ที่หลายๆ คนเฝ้าคอยหลังจากที่เคยปรากฏตัวครั้งแรกบนรองเท้า METARIDE™ มาแล้ว ในครั้งนี้ ASICS ได้นำเทคโนโลยี GUIDESOLE™ มาไว้ในรองเท้า GLIDERIDE™ เพื่อให้นักวิ่งที่มีสมรรถภาพที่แตกต่างกันจากทั่วโลกได้สวมใส่ในการแข่งขันวิ่งสุดพิเศษครั้งนี้
เทคโนโลยี GUIDESOLE™ เป็นเทคโนโลยีที่มีรูปร่างโค้งตามหลักสรีระ ลดการสูญเสียพลังงาน ด้วยการทำงานที่ลดการเคลื่อนไหวบริเวณข้อเท้า ให้ความรู้สึกของการเคลื่อนไหวที่ง่ายดาย และช่วยให้นักวิ่งวิ่งต่อไปได้นานขึ้น
แรงบันดาลใจเบื้องหลังรองเท้าใหม่คู่นี้ คือเพื่อให้ทุกคนได้เข้าถึงเทคโนโลยี GUIDESOLE™ มากขึ้น ซึ่งเทคโนโลยีนี้พัฒนาโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์และนักออกแบบของ ASICS Institute of Sport Science (ISS)
GLIDERIDE™ รุ่นใหม่นี้ได้เข้ามาเป็นหนึ่งในรุ่นที่น่าจับตามองที่สุดที่มีเทคโนโลยี GUIDESOLE™ ซึ่งนอกจากจะโดดเด่นในเรื่องของ Energy Saving แล้ว ยังมาพร้อมกับน้ำหนักที่เบา ส่วนโค้งที่ออกแบบมาเข้ากับสรีระ และการรองรับแรงกระแทกที่เพิ่มความสบายให้คุณได้มากขึ้น
ในการทดสอบ GLIDERIDE™ ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่า
- ลดการสูญเสียพลังงานทั้งหมดที่ข้อต่อข้อเท้า ซึ่งเป็นบริเวณที่นักวิ่งใช้พลังงานมากที่สุด
- ปรับปรุงการรองรับแรงกระแทกเพื่อความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้น
- ลดน้ำหนักในขณะที่รักษาเสถียรภาพเพื่อมอบทั้งประสิทธิภาพและการป้องกัน
คุณเคนิชิ ฮาราโน เจ้าหน้าที่บริการและผู้จัดการทั่วไปอาวุโส แห่งสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬา ASICS กล่าวว่า “การได้รับสัญญาณในเชิงบวก และความเร็วที่นักวิ่งได้ใช้กับเทคโนโลยีใหม่นี้ กระตุ้นเราให้พัฒนา GLIDERIDE ™ และเพื่อประสิทธิภาพที่มากขึ้น เราขอเสนอการวิ่งที่สะดวกสบายที่เชื่อว่ามีศักยภาพที่จะช่วยนักวิ่งในทุกระดับ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้นกว่าที่คิด “
รูปทรงโค้งของรองเท้าที่พาคุณไปได้ไกลขึ้น
เพื่อที่จะสาธิตว่าเทคโนโลยี Energy Saving นั้นมีความหมายต่อนักวิ่งอย่างไร ASICS ได้ออกแบบการวิ่งรูปแบบพิเศษ ณ Bonneville Salt Flats รัฐยูทาห์ เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2019 ซึ่งในการแข่งขันวิ่งครั้งนี้ ออกแบบโดยทีมวิทยาศาสตร์ด้านกีฬาผู้เชี่ยวชาญ, ทีมวิเคราะห์ข้อมูล : ASICS RUNKEEPER™ , โค้ชผู้มากความสามารถ และทีมวิศวกร ที่มาร่วมกันสังเกตุการทดสอบเทคโนโลยีในนักวิ่งทั้ง 22 คนที่มีสมรรถภาพแตกต่างกันจากทั่วโลกจะได้ทดลองสวมใส่ ผู้เข้าร่วมพบว่าเทคโนโลยี Energy Saving สามารถสนับสนุนพวกเขาในการพัฒนาประสิทธิภาพในการวิ่งข้ามขีดจำกัดของตัวเองในการแข่งขันแบบไร้เส้นชัย
“พวกเราได้นำห้องปฏิบัติการวิจัยจากโกเบไปยัง Salt Flats เพื่อที่จะทำความเข้าใจกับนักวิ่งโดยตรง ว่าพวกเขาจะได้ประโยชน์อย่างไรจากเทคโนโลยี Energy Saving ของเราบนสนามจริง” ฮาราโน ยังกล่าวอีกว่า “สิ่งที่เราได้เรียนรู้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสำคัญของการใช้พลังงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเป็นแรงผลักดันให้กับในการพัฒนาเทคโนโลยีรุ่นต่อไปของเรา เพื่อให้ ASICS เป็นรองเท้าวิ่งที่ดีที่สุดของคุณ”
คุณยาสุฮิโตะ ฮิโรตะ ประธานบริหารและประธานฝ่ายปฎิบัติการ ASICS กล่าวว่า “นวัตกรรมล่าสุดนี้เป็นก้าวสำคัญในการบรรลุเป้าหมายของเรา ที่จะทำให้เทคโนโลยี Energy Saving นั้นพร้อมสำหรับนักวิ่งทุกคน และในปี 2020 นี้ เราจะเปิดตัวรองเท้าคู่ต่อไปในตระกูล EVORIDE™ และยังไม่หยุดแค่นั้น ASICS ตั้งใจที่จะทำให้เทคโนโลยีใหม่นี้เป็นมากกว่ารองเท้า ด้วยแผนงานที่จะเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ ทั้งในร้านค้า และร้านค้าออนไลน์”
รองเท้า GLIDERIDE™ จาก ASICS จะวางจำหน่ายเร็วๆ นี้ ที่ Super Sport, ARI, General Sport, Infinite Sport, Pootonkee และ ASCIS shop รวมถึงทางออนไลน์ที่ www.asics.com/th ทั้งโมเดลสำหรับผู้หญิงและผู้ชาย ในราคา 5,900 บาท
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
https://www.facebook.com/ASICSThailand/
Redmi Note 8 Series กับกล้อง 4 ตัวให้ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล…ชัดตาแตก!
เสียวหมี่ (Xiaomi) ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลกประกาศเปิดตัว Redmi Note 8 Series ถึง 2 รุ่นในไทย ทั้ง Redmi Note 8 Pro 4 กล้อง ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล เกมมิ่งสมาร์ทโฟน ที่เปิดตัวด้วยราคาเริ่มต้นที่ 7,999 บาท และ Redmi Note 8 สมาร์ทโฟน 4 กล้อง ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ที่ราคา 4,999 บาท
Redmi Note 8 Pro
หลังจากการเปิดตัวสมาร์ทโฟนระดับกลางในจีน Redmi Note 8 Pro เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของเสี่ยวหมี่ที่มาพร้อมกับกล้องที่คมชัดขั้นสุด 64 ล้านพิกเซล ที่มีกล้องให้มากถึง 4 ตัว พร้อมระบบระบายความร้อน LiquidCool อันทรงพลัง ทำให้เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ เหล่าเกมเมอร์ หรือผู้ที่มองหาประสบการณ์การใช้งานสินค้าคุณภาพระดับเรือธง
เก็บภาพสวยสมใจด้วยความคมชัดขั้นสุด 64 ล้านพิกเซล กับกล้องถึง 4 ตัว
Redmi Note 8 Pro ไม่ได้มีแค่สามกล้อง แต่ให้มากถึง 4 กล้องคุณภาพจัดเต็ม กล้องหลักมอบความคมชัดและรายละเอียดขั้นสุดระดับ 64 ล้านพิกเซล คมชัดจนสามารถนำภาพที่ถูกถ่ายด้วย Redmi Note 8 Pro ในโหมด 64 ล้านพิกเซล มาทำสื่อสิ่งพิมพ์ได้จนมีขนาดใหญ่ถึง 3.26 เมตรเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังเก็บภาพแสงสียามค่ำคืนหรือในสภาวะแสงน้อยได้ดีกว่าที่เคยด้วยการรวมพิกเซลจาก 4 เป็น 1 โดยเพิ่มขนาดพิกเซลต่อจุดให้ใหญ่ขึ้นเป็น 1.6 ไมครอน ซึ่งจะรับแสงได้ไวกว่าเดิม ส่งผลให้ภาพมีความละเอียดมากขึ้น ส่วนกล้อง ultra-wide angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เก็บภาพมุมกว้างได้สวยสมบูรณ์แบบและกว้างถึง 120 องศา และเสริมทัพด้วย 2 เลนส์สำคัญ ทั้งเลนส์ macro ที่ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล และเลนส์ depth ที่ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล มาผนึกกำลังกันมาสร้างปรากฎการณ์ใหม่ให้กับกล้องตัวท็อปของ Redmi และที่ล้ำไปกว่านั้น คือกล้องหน้า 20 ล้านพิกเซล ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี AI พร้อมเก็บทุกรายละเอียดที่สำคัญ ด้วยโหมด portrait selfies, scene detection และ face unlock ปรับภาพให้สวยทุกมุมมอง
เมื่อความคงทนมาผสานกับดีไซน์สุดหรูอย่างลงตัว
Redmi Note 8 Pro นำนวัตกรรม Corning® Gorilla® Glass 5 มาใช้กับตัวเครื่องทั้งด้านหน้าและหลังเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดจากการตกกระแทกและการขีดข่วน และยกระดับความคงทนขึ้นอีกขั้นโดยใช้เทคโนโลยีป้องกันน้ำและป้องกันฝุ่นระดับ IP52 มีให้เลือกถึงสามสีหลายสไตล์ในแบบคุณ ไม่ว่าจะเป็น Mineral Grey, Pearl White และ Forest Green
มอบประสิทธิภาพชั้นเลิศสำหรับประสบการณ์เล่นเกมส์เหนือระดับ
Redmi Note 8 Pro มอบประสิทธิภาพการเล่นเกมส์ที่เหนือระดับ ด้วยการนำเทคโนโลยีหน่วยประมวลผลอันทันสมัยจาก MediaTek Helio G90T ที่มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล CPU Octa-core ความเร็วสูงสุด 2.05 GHz และเทคโนโลยีหน่วยประมวลผลกราฟฟิกล่าสุด GPU Arm Mali-G76 3EEMC4 ให้ความถี่สูงสุด 800MHz และ AI อัดแน่นถึง 1 TMACs พร้อมฟีเจอร์ LiquidCool ซึ่งเป็นรุ่นแรกในซี่รี่ย์ Redmi Note ที่ได้ใช้เทคโนโลยีนี้ ทำให้คุณสามารถใช้งานแบบไฮสปีดได้อย่างเพลิดเพลิน ไร้กังวลว่าเครื่องจะร้อนเกินไปเมื่อเล่นเกมส์ และพ่วงมาพร้อมแบตเตอรี่ความจุขั้นสุดถึง 4500 mAh ซึ่งเป็นความจุสูงที่สุดของรุ่น Redmi Note ที่มีตอนนี้ ขนมาพร้อมกับฟีเจอร์อีกมากมาย ทั้งโหมดประหยัดพลังงาน และระบบปรับความสว่างอัจฉริยะเพื่อช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ให้คุณใช้งานได้นานขึ้น รองรับระบบชาร์จเร็ว 18 วัตต์ มี IR Blaster และช่องต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร อีกด้วย
Redmi Note 8
Redmi Note 8 มาพร้อมฟีเจอร์อัดแน่น ด้วยความคมชัดระดับอัลตร้าถึง 48 ล้านพิกเซล จากกล้องถึง 4 ตัว ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผล Qualcomm® Snapdragon™ 665 ชิปเซ็ตทรงพลัง เทคโนโลยี AI ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพแบตเตอรี่ให้กับโทรศัพท์ของคุณเพื่อการใช้งานที่ยาวนานตลอดวัน และมีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 4000mAh และที่พิเศษไปกว่านั้น คือฟังก์ชันการทำความสะอาดตัวเองของลำโพง ที่สามารถไล่ฝุ่นหรือสิ่งสกปรก ผ่านคลื่นความถี่ต่ำ Sonic Pulses (พัลส์)
เก็บภาพสวยคมชัดได้มากกว่ากับกล้อง 4 ตัว ความละเอียดมากถึง 48 ล้านพิกเซล
Redmi Note 8 คือขุมพลังแห่งการถ่ายภาพ ที่มาพร้อมกับกล้องหลังถึง 4 ตัว ซึ่งกล้องหลักมีความคมชัดระดับอัลตร้า 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ ½ นิ้วและรูรับแสงขนาด f/1.79 และมุมมองภาพในมุมกว้างขนาด 79.4° ในขณะที่กล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล สามารถขยายมุมมองภาพที่กว้างได้มากถึง 120° พ่วงมาด้วยเลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล และเลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ที่ผสานการทำงานกันได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะถ่ายภาพใกล้หรือไกลก็สามารถเก็บภาพสวยสมใจได้ สำหรับกล้องหน้า Redmi Note 8 ก็มาพร้อมกับกล้องเซลฟี่ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ด้วยรูรับแสงขนาด f/2.0 พร้อมเทคโนโลยี AI ที่จะช่วยให้คุณถ่ายรูปเซลฟี่ให้ออกมาสวยสมบูรณ์ กล้องหน้ายังมีฟีเจอร์พาโนรามาเซลฟี่ ที่สามารถถ่ายรูปกลุ่มครบทุกคนในภาพโดยที่ไม่มีใครคนใดคนหนึ่งโดนตัดออกไป ถือได้ว่า Redmi Note 8 เป็นรุ่นแรกในตระกูล Redmi ที่ทำได้
ความคงทนผสานเข้ากับความสะดวกสบาย
หน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว ความคมชัดระดับ FHD+ และเป็นหน้าจอแสดงผลแบบ Dot Drop ดีไซน์กระจก 2.5D ขอบโค้งมนรอบด้าน มอบประสบการณ์การมองเห็นสุดพิเศษระดับ FHD+ อัตราส่วนพื้นที่หน้าจอที่มีมากถึง 90% ช่วยให้คุณดูได้อย่างเต็มตา ทั้งยังได้รับมาตรฐานการรับรองการป้องกันแสงสีฟ้า จาก TÜV Rheinland ให้คุณใช้งานอย่างสบายตาและช่วยป้องกันอาการเมื่อยล้าของดวงตา คุณสามารถสัมผัสได้ถึงความคงทนที่อัพเกรดขึ้น เพราะจอแสดงผลใช้ Corning® Gorilla® Glass 5 เพื่อความทนทานของหน้าจอและฝาหลัง Redmi Note 8 มีสามสีให้เลือกดังนี้ Space Black, Neptune Blue, and Moonlight White
PATA จับมือ ทีเส็บ ททท. อพท. และเมืองพัทยา ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมส่งเสริมการท่องเที่ยว PDMF 2019 พร้อมผลักดันเมืองพัทยา สู่ไมซ์ซิตี้!
การประชุมในครั้งนี้ เป็นการประชุมเพื่อเผยแพร่องค์ความรู้และการดำเนินงานด้านการพัฒนาและการบริหารจัดการการท่องเที่ยว ที่รวบรวมนักวิชาการอันดับต้นๆ และผู้เชี่ยวชาญและผู้มีประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยวและการเดินทางจากทั่วโลกเข้าร่วมงาน ซึ่งจะมาพูดคุยด้วยข้อมูลเชิงลึกที่ให้ความรู้และสร้างแรงบันดาลใจในประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการพัฒนาและการบริหารจัดการการท่องเที่ยวของเมืองท่องเที่ยวในประเทศไทย ในแง่มุมและภาพลักษณ์ที่แตกต่าง ซึ่งนักท่องเที่ยวยังไม่ค่อยรู้จัก
PATA Destination Marketing Forum 2019 หรือ PDMF 2019 ได้เลือกเมืองพัทยาให้เป็นสถานที่จัดการประชุมส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับชาติครั้งยิ่งใหญ่ในปีนี้ เนื่องด้วย เมืองพัทยาเป็นหนึ่งในเมืองหลัก และเป็น MICE City ของประเทศไทย “พัทยาไมซ์ซิตี้” มีความพร้อมในหลายๆเรื่องที่จะรองรับตลาดไมซ์ได้อย่างดีและมีมาตรฐานสากลทั้งห้องพักโรงแรมที่มีเพียงพอ สถานที่จัดประชุมของโรงแรมต่างๆ ศูนย์ประชุมขนาดใหญ่ 2 แห่ง ที่ได้มาตรฐาน TMVS (Thailand MICE Venue Standard) สามารถรองรับกลุ่มนักเดินทางธุรกิจได้ตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงจำนวนหมื่นคน
อีกทั้งเมืองพัทยายังมีอีเวนต์ระดับนานาชาติมากมาย รวมถึงมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและวิถีชุมชนที่มีความเข้มแข็ง และเส้นทางกิจกรรมไมซ์ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสกระจายรายได้กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวและนักเดินทางกลุ่มไมซ์เข้ามาจัดประชุมสัมมนามากขึ้น อันจะนำรายได้จากการท่องเที่ยวมาสู่เมืองพัทยาอย่างต่อเนื่อง เรียกว่าเป็นการตอกย้ำเมืองพัทยาซึ่งมีความพร้อมเพื่อรองรับการเป็นไมซ์ซิตี้ที่ครบวงจร
นอกจากนี้ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ยังได้เข้าร่วมเป็นเจ้าภาพในการจัดงานครั้งนี้ โดยอพท.จะนำเสนอมิติใหม่ของสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว ที่ผ่านกระบวนการพัฒนาการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นในการบริหารจัดการการท่องเที่ยว สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรท่องเที่ยวในท้องถิ่นของตน นำเสนอเป็นสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวที่มีอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ เพื่อให้นักท่องเที่ยวและผู้เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ ได้มาท่องเที่ยว สัมผัสและแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิถีวัฒนธรรมที่จริงแท้ ในรูปแบบของ การท่องเที่ยวโดยชุมชน (Community-based Tourism) รวมทั้งสิ้น 3 เส้นทางที่น่าสนใจได้แก่
- เส้นทางการท่องเที่ยวตามรอยโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ: โครงการป่าสิริเจริญวรรษ/ ตลาดจีนโบราณชากแง้ว
- เส้นทางการท่องเที่ยววิถีมะพร้าวชาวตะเคียนเตี้ย
- เส้นทางการท่องเที่ยววิถีถิ่น วิถีไทย หนองปรือ และหนองปลาไหล
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ หรือดูข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.PATA.org/pdmf
ฮูเตอร์สจัดปาร์ตี้ครบ 36ปี ที่สาขาสีลม ศุกร์ที่ 11 ตุลาคม, เริ่ม 19.00 นาฬิกา
ศุกร์ที่ 11 ตุลาคม ศกนี้ มาร่วมปาร์ตี้ฉลองครบรอบ 36 ปีที่ฮูเตอร์สสาขาสีลม ลูกค้าที่มาพร้อมชุดสีชมพูรับฟรีของขวัญพิเศษจากฮูเตอร์ส เนื่องในโอกาสพิเศษนี้ร้านฮูเตอร์สสีลม พร้อมต้อนรับลูกค้าทุกท่าน ในงานเตรียมเครื่องดื่มคอกเทลเมนูชมพู และไก่ทอดกรอบซิกเนเจอร์เมนูใหม่สูตรเฉพาะร้านฮูเตอร์ส พร้อมร่วมสนุก กับ เกมส์ #GiveaHoot และ รับของรางวัลภายในงาน
เดือนตุลาคมนี้ คือเดือนแห่งพลังสีชมพูที่สาวฮูเตอร์สทั่วโลกร่วมกิจกรรมรณรงค์โครงการวิจัยมะเร็งเต้านม ฮูเตอร์สทุกสาขาทั่วโลกต่างร่วมจัดกิจกรรมเพื่อหารายได้ตลอดทั้งเดือนสมทบทุนเพื่อมอบให้แก่โครงการวิจัยมะเร็งเต้านมในประเทศไทย และเพื่อฉลองครบรอบ 36 ปีของฮูเตอร์สภายในงานลูกค้าจะได้ ลิ้มลองเมนูใหม่ไก่ฮูเตอร์สทอดกรอบคลุกเคล้าเครื่องเทศสูตรเฉพาะของร้านอาหารฮูเตอร์สจัดเสริฟพร้อมน้ำจิ้มสูตรใหม่รสชาติเอาใจคนไทย ในบัคเก็ตแบบฉบับฮูเตอร์ส ในราคา ครึ่งตัว (จำนวน 10 ชิ้น ราคา 349 บาท++) และ เต็มตัว (20 ชิ้น ราคา 599 บาท++)
ร้านฮูเตอร์ส พร้อมมอบสีสันความสุข ความบันเทิง ครบรส อาหารอร่อย แล้ววันนี้
Hooters makes you Happy!
