เตอร์สเอเชีย จัดใหญ่ แข่งขันกินเร็ว ฮูเตอร์สวิงส์ ชิงแชมป์ประเทศไทย แจกรางวัล 100,000บาท ฉลอง 5 ปี ฮูเตอร์ส ไทยแลนด์

ลูกค้าที่สนใจ สามารถร่วมกิจกรรมในรอบคัดเลือกได้ที่ฮูเตอร์สทั้ง 6 สาขา ได้แก่ สาขานานา ในวันที่ 17 มกราคม 2563 สาขาภูเก็ต วันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 สาขาสุขุมวิท ซอย 15 แข่งขันในวันศุกร์ที่ 6 มีนาคม 2563 สาขาสมุย วันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2563 สาขาพัทยา แข่งขันในวันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม 2563 และปิดท้ายที่สาขาสีลม ในวันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2563 ตั้งแต่เวลา 20.00-21.00 น. โดยฮูเตอร์ส มอบสิทธิพิเศษ สำหรับผู้เข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 100 คนเท่านั้น เพื่อหา นักกินเร็วชายหญิงไปแข่งขันกินเร็วในรอบตัดสิน วันศุกร์ที่ 3 กรกฐาคม พ.ศ.2563 ที่สาขาพัทยา.

ม.ร. แกรี่ เมอร์เรย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เดซติเนชั่น กรุ๊ป จำกัด ผู้บริหารฮูเตอร์สเอเชีย กล่าวว่า บริษัท ยังคงเดินหน้าคัดสรรกิจกรรมสร้างสรรค์ สนุก และมีชีวิตชีวา พร้อมเสริฟประสบการณ์ใหม่ๆ ในการรับประทานอาหารมื้อค่ำให้เต็มไปด้วยความสุขสนุกสนานให้กับลูกค้าของฮูเตอร์ส และในโอกาสครบรอบการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยเป็นปีที่ 5 ฮูเตอร์สมีความตั้งใจที่จะสร้างความสนุกที่มากกว่าให้กับลูกค้าคนสำคัญ
“การจัดการแข่งขันครั้งนี้ ถือเป็นการฉลองครบรอบ 5 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ลูกค้าที่เข้าร่วมการแข่งขันจะได้รับสิทธิพิเศษสุด โดยสามารถสั่งอาหารชุดปีกไก่ 20 ชิ้นที่เป็นเมนูซิกเนเจอร์ของฮูเตอร์ส ในราคาชุดละ 299 บาทจากราคาเต็ม 599 บาท และเราจำหน่ายเพียง 100 ชุดเท่านั้น

และนอกจากนั้น ผู้ร่วมกิจกรรมจะได้รับประทานปีกไก่ คู่กับน้ำจิ้มสูตรพิเศษอเมริกัน อาทิ รส Ranch, Blue Cheese, และมายองเนส รวมถึงน้ำจิ้มสูตรใหม่ที่ไม่เหมือนใครในสไตล์ไทยๆ ทั้งน้ำจิ้มแจ่ว น้ำจิ้มรสซอสศรีราชา และรสต้มยำที่เด็ดเผ็ดร้อน เรียกได้ว่าเป็นการแข่งขันประลองความไวในการรับประทานปีกไก่ 20 ชิ้นที่จะต้องเต็มไปด้วยเสียงเชียร์ และเฮฮาอย่างแน่นอน”
ลูกค้าที่ร่วมสนุกกับกิจกรรมแข่งรับประทานปีไก่ฮูเตอร์ส ที่สามารถทำเวลาได้เร็วที่สุด จากสาขาต่างๆ จะได้เข้าร่วมแข่งขันประลองความเร็ว ชิงแชมป์ประเทศไทย ณ ฮูเตอร์ส สาขา พัทยาในรอบแกรนด์ไฟนอล กลางปี 2563 นี้ “แน่นอนว่า ความสนุกยิ่งกว่ากำลังรอคอยทุกท่านอยู่ในวันแข่งรอบสุดท้าย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เดซติเนชั่น กรุ๊ป จำกัด กล่าว.
ร้านฮูเตอร์ส พร้อมมอบสีสันความสุข ความบันเทิง ครบรส อาหารอร่อย แล้ววันนี้!
Hooters makes you Happy!

ติดตามรายละเอียดการแข่งขันได้ที่ช่องทางการสื่อสารของฮูเตอร์สได้แก่
For more information about Hooters Asia, kindly visit:
Website: www.Hootersasia.com
Facebook: Hooters Asia
Instagram: Official_hootersasia
อาดิดาสจัดงาน “Goodbye Gravity with adidas Runners Bangkok” วิ่งซิตี้รันกลางสยาม พร้อมสนั่นความมันส์ท้าทายแรงโน้มถ่วงไปกับ Ultraboost 20
บอกลาแรงโน้มถ่วงและทะยานสู่จักรวาลแห่งความมันส์อันไร้ขีดจำกัด! อาดิดาส ประเทศไทย ได้จัดงาน “Goodbye Gravity with adidas Runners Bangkok” เพื่อฉลองการเปิดตัวของอัลตร้าบูสท์ 20 (Ultraboost 20) โดยในงานนี้ได้ทีมนักวิ่ง อาดิดาส รันเนอร์ส แบงค็อก (adidas Runners Bangkok) เป็นแกนนำระดมทัพนักวิ่งกว่าหลายร้อยคนไปวิ่งซิตี้รันเพื่อสะสมคะแนนจากการวิ่งไปตามจุดเช็คพอยท์ในแอพพลิเคชั่น District Race ที่กระจายตัวอยู่ทั่วสยามสแควร์และบริเวณใกล้เคียง พร้อมตอกย้ำความมันส์ด้วยกิจกรรมท้าทายแรงโน้มถ่วงและตอบคำถามวัดความเป็นแฟนพันธุ์แท้ของอาดิดาส รันเนอร์ส แบงค็อก เพื่อชิงของรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับนักวิ่งตัวจริงโดยเฉพาะ ก่อนปิดท้ายด้วยมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินดูโอ้ขวัญใจวัยรุ่นตลอดกาล “Scrubb” ณ ลิโด้ คอนเน็คท์ เมื่อวันก่อน

สำหรับงาน “Goodbye Gravity with adidas Runners Bangkok” ที่จัดขึ้นในครั้งนี้ นอกจากนักวิ่งทุกคนจะได้เก็บคะแนนจากการวิ่งซิตี้รันกันแล้ว ก็ยังมีกิจกรรมสนุกๆ ที่ให้นักวิ่งได้เอาชนะแรงโน้มถ่วงด้วยตัวเองไปกับอัลตร้าบูสท์ 20 ไม่ว่าจะเป็น การถ่ายภาพจำลองในอวกาศที่นักวิ่งทุกคนจะได้ครีเอทท่าทางในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วงได้อย่างสร้างสรรค์เต็มที่ การกระโดดคว้าดาวชิงรางวัลสุดพิเศษที่ขนมาแบบจัดเต็มอีกด้วย ถือเป็นการฉลองการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ของรองเท้าวิ่งอัลตร้าบูสท์ 20 รุ่นฉลองการร่วมมือกับ ห้องปฏิบัติการแห่งชาติของสหรัฐ ประจำสถานีอวกาศนานาชาติ (International Space Station U.S. National Lab) ที่มีเป้าหมายในการพัฒนานวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่จะออกมาพัฒนาศักยภาพของนักกีฬาในอนาคต

นอกจากนี้ งาน “Goodbye Gravity with adidas Runners Bangkok” ยังถือเป็นการฉลองการครบรอบ 3 ปีล่วงหน้าของทีมอาดิดาส รันเนอร์ส แบงค็อก ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อเดือนมกราคม ปี 2017 อีกด้วย ภายในงาน ตุลย์-ตุลยเทพ เอื้อวิทยา กัปตันทีมอาดิดาส รันเนอร์ส แบงค็อก และทีมโค้ชได้กล่าวขอบคุณสมาชิกที่มาเข้าร่วมกิจกรรมในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา พร้อมทั้งเผยถึงกิจกรรมต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า ซึ่งรับรองได้เลยว่านักวิ่งทุกคน ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หัดวิ่งหรือสายวิ่งตัวจริงจะได้รับทั้งความสนุกและเทคนิคที่จะพัฒนาการวิ่งให้ดีขึ้นไปอีกอย่างแน่นอน

รองเท้าวิ่งอัลตร้าบูสท์ 20 ผ่านขั้นตอนการผลิตที่สอดคล้องกับหลักการสร้างกระสวยอวกาศ จึงทำให้ทุกชิ้นส่วนของรองเท้าวิ่งอัลตร้าบูสท์ 20 ถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานและเพื่อพัฒนาศักยภาพของนักวิ่งขึ้นไปอีกระดับโดยเฉพาะ วางจำหน่ายแล้ววันนี้ในราคา 6,500 บาท ที่ อาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์, อาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์ สยามพารากอน, อาดิดาส สปอร์ต เพอร์ฟอร์แมนซ์, อาดิดาส ออนไลน์ สโตร์ https://www.adidas.co.th/goodbyegravity และร้านค้าอุปกรณ์กีฬาชั้นนำทั่วประเทศ

เข้าร่วมกิจกรรมการวิ่งและติดตามเคล็ดลับเกี่ยวกับการวิ่งโดยทีมโค้ชผู้เชี่ยวชาญจาก “อาดิดาส รันเนอร์ส แบงค็อก” ได้ที่ https://www.facebook.com/groups/adidasrunnersbangkok
‘Gillette Skinguard’ มีดโกนเทคโนโลยีใหม่สำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย!

ลดการระคายเคือง อาการแสบ อาการคัน และ รอยแดง ที่เกิดจากการโกนหนวด ด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด Skinguard แผงลักษณะคล้ายหวี ที่อยู่ระหว่างใบมีดช่วยเป็นเกราะปกป้องผิวทำหน้าที่ช่วยกดผิวลงไปสร้างช่องว่างขนาดเล็กระหว่างใบมีดกับผิวหน้า ช่วยให้ใบมีดไม่สัมผัสกับใบหน้าโดยตรง ซึ่งจะช่วยลดการระคายเคืองจากการโกนได้ ทั้งยังลดแรงเสียดทานเพิ่มความลื่นไหลและนุ่มนวลในการโกน ด้วยแถบหล่อลื่นทั้งด้านหน้าและด้านหลังของใบมีด ช่วยเลี่ยงไม่ให้ใบมีดเกิดแรงดึงที่เส้นขนในระหว่างการโกน เนื่องจากใบมีดจะถูกวางอยู่บนสปริง ช่วยดูดซับแรงกดขณะโกนเพื่อให้ใบมีดเคลื่อนที่อย่างราบรื่น และใบมีดแต่ละใบจะมีระยะห่างระหว่างใบมีดที่เหมาะสม

ยิลเลตต์แนะนำให้ใช้ควบคู่ไปกับเจลโกนหนวด ยิลเลตต์ซีรี่ส์ เซนสิทีฟ สกิน (Gillette Series Sensitive Skin Shave Gel) ที่ทำให้เส้นขนอ่อนนุ่มขึ้นช่วยลดแรงเสียดทานระหว่างผิวและช่วยเคลือบผิวด้วยชั้นเจลบางๆ ทำให้โกนได้เรียบลื่นยิ่งกว่าทั้งยังให้ความรู้สึกเย็นสดชื่นรวมไปถึงการใช้ Gillette Series After shave Splash ช่วยทำความสะอาดและปรับสภาพผิวหลังโกนซึ่งทั้ง 3 ขั้นตอนจะช่วยลดการระคายเคืองสำหรับผู้ชายผิวบอบบางแพ้ง่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่จะช่วยยกระดับประสบการณ์การโกนหนวดที่ปรียบเสมือนกิจวัตรประจำวันของผู้ชายทุกคนให้ดียิ่งขึ้น
#DASTREFFEN4 รวมพลคนรักปอร์เช่! 2019 @IMPACT Speedpark เมืองทองธานี
ไฮไลท์น่าสนใจในงานปีนี้ ประกอบไปด้วย
- Sneak Peek การปรากฏตัวรถ Porsche Taycan ขับโชว์บนแทร็คให้ชมแบบ exclusive เป็นที่แรกก่อนใครในประเทศไทย
- Exhibition Porsche รุ่น GT3 เนื่องในวาระครบรอบ 20 ปี
- รวมรถคลาสสิคหายาก, รถแต่งแบบ RWB, รถแข่งปอร์เช่, รถ restored ดั้งเดิม ตลอดจน รุ่นใหม่ ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสถึงเสน่ห์อย่างใกล้ชิดมากกว่า 300 คัน เต็มพื้นที่สนามโกคาร์ท
- จุดถ่ายรูปกับตู้คอนเทนเนอร์สุดเท่
- คอลเล็กชั่นสินค้าที่ระลึกทุกชิ้นออกแบบลวดลายโดยดีไซน์เนอร์ชื่อดัง
- รถโมเดล Porsche รุ่นพิเศษสำหรับงาน Das Treffen 4 ครั้งนี้โดยเฉพาะ
- และโปรโมชั่นน่าสนใจอีกมากมายจากบูธสปอนเซอร์มอบให้เอาใจคนที่รักรถยนต์ทุกท่านในงาน
กําหนดการโดยสังเขป
- 15.00 น. : เจ้าของรถยนต์ปอร์เช่ (Porsche owner) นํารถเข้ามาจอดภายในบริเวณพื้นที่งาน ณ อิมแพ็คสปีดพาร์ค เปิดให้ผู้เข้าชมทั่วไป (Non-Porsche owner) ลงทะเบียนเข้าภายในพื้นที่งาน
- 18.00 น. : คุณเต้น สีหบุตร ชุมสาย ณ อยุธยา บรรณาธิการบริหารนิตยสาร GT Porsche จะขึ้นกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน เพื่อเข้าช่วงไฮไลท์ของงาน
- 19.00 น. : เผยโฉม New Porsche Taycan ขับโชว์รอบสนาม
- 21.00 น. : จบงาน
อย่าลืม! กรอกข้อมูลลงทะเบียนล่วงหน้า เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้างานคลิก > > bit.ly/joindastreffen4
ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ เปิดโชว์รูมและศูนย์บริการสุดอลังการ! “เบนซ์/เอเอ็มจี” บนถนนเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา

นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด (Primus Autohaus Co.,Ltd.) ในเครือกลุ่มทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง (TOA Venture Holding หรือ TOAVH) ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี อย่างเป็นทางการ เปิดเผยว่า จากประสบการณ์ของ ทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง ที่มีบทบาทสำคัญด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ มายาวนาน โดยเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องให้แก่โรงงานประกอบรถยนต์ อาทิ เข็มขัดนิรภัย พวงมาลัยรถยนต์ กระดาษทราย สีชุบกันสนิมและสีพ่นล้อแม็ก ทั้งเป็นผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิ และเอ็มจี อย่างเป็นทางการ
ขณะที่แนวโน้มของตลาดรถยนต์ยังมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ ทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง ตัดสินใจที่จะขยายการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ ด้วยการร่วมมือกับพันธมิตรที่มีศักยภาพและมีชื่อเสียงระดับโลก อย่าง “เมอร์เซเดส-เบนซ์” แบรนด์รถยนต์ระดับพรีเมี่ยม ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก และเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จในชีวิต โดยได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี อย่างเป็นทางการ ในนาม บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด

ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ เริ่มดำเนินการก่อตั้ง เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 ด้วยทุนจดทะเบียน มูลค่า 300 ล้านบาท (ชำระเต็มจำนวน) พร้อมกันนี้ ได้ลงทุนในการก่อสร้างโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ด้วยงบประมาณรวมทั้งสิ้น 1,100 ล้านบาท บนพื้นที่ 4 ไร่ ย่านถนนเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา (ประดิษฐ์มนูธรรม) โดยได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 15 โชว์รูมต้นแบบมิติใหม่ของผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในอนาคต ภายใต้โครงการ Choice of Overseas ประเทศเยอรมนี

วันนี้โชว์รูมและศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ของ “ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์” พร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้ว ทั้งในส่วนการขายและการบริการหลังการขาย เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ในการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ด้วย 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การบริการครบวงจร, การบริหารงานโดยบุคลากรมืออาชีพ ที่เปี่ยมด้วยประสบการณ์และความชำนาญ พร้อมทีมงานที่มีใจรักด้านบริการ และสุดท้าย คือ ทิศทางการบริหารงานที่เน้นการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า
ที่สำคัญ โชว์รูมและศูนย์บริการแห่งนี้ ยังตั้งอยู่บนทำเลที่มีศักยภาพสูง และเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่สำคัญของกรุงเทพฯ ประกอบกับการออกแบบที่โดดเด่น สวยงาม ด้วยพื้นที่ประโยชน์ใช้สอยที่กว้างขวาง หรูหรา ล้ำสมัย พร้อมสื่อดิจิตอลเต็มรูปแบบ และระบบการทำงานรูปแบบใหม่ ทำให้เรามั่นใจว่า “ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์” จะสร้างความสะดวกสบายและความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมและใช้บริการในที่แห่งนี้อย่างแน่นอน ตามสโลแกน “ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ เปิดประสบการณ์ใหม่ เพื่อความพึงพอใจสูงสุด”
นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด (Primus Autohaus Co.,Ltd.) เปิดเผยว่า “สำหรับโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ของ “ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์” เป็น 1 ใน 15 แห่งของโชว์รูมต้นแบบมิติใหม่ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในอนาคต การออกแบบสถาปัตยกรรมภายใต้แนวคิด TOPOGRAPHY & SKY ซึ่งเป็นการออกแบบที่สวยงามและสมบูรณ์แบบที่สุด สำหรับแบรนด์ “เมอร์เซเดส-เบนซ์” ทั้งส่งเสริมภาพลักษณ์ของสินค้ายานยนต์ที่มีการดีไซน์อย่างสวยงาม ผสานเทคโนโลยีที่ทันสมัย ให้โดดเด่น และสง่างามเพิ่มมากขึ้น

โดยการออกแบบตามแนวคิด TOPOGRAPHY & SKY นี้ ได้ถูกสื่อสารอย่างชัดเจน ด้วยเส้นโค้งดั่งเส้นตัดขอบฟ้าที่แบ่งตัวอาคารออกเป็น 2 ส่วน ด้วยเส้นสีดำที่เสมือนผืนดิน และเส้นสีขาวที่สื่อถึงผืนฟ้านั่นเอง การออกแบบภายใน ใช้เส้นสายที่ลื่นไหล เชื่อมโยงพื้นที่ภายในและภายนอก ด้วยวัสดุโทนสีดำเป็นหลัก ประดับด้วยโคมไฟนับไม่ถ้วน บนบริเวณฝ้าเพดาน เปรียบเสมือนดวงดาวนับล้านดวงที่ส่องสว่างบนผืนฟ้าอันมืดมิดในยามค่ำคืน

โชว์รูมและศูนย์บริการแห่งนี้ สร้างเป็นอาคาร 2 หลัง เพื่อให้บริการด้านการขายและบริการหลังการขาย โดยอาคารด้านหน้าเป็นโชว์รูม สูง 4 ชั้น ชั้นล่าง เป็นพื้นที่สำหรับจัดแสดงรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์รุ่นต่างๆ พร้อมส่วนต้อนรับลูกค้า ที่มี Media Wall ขนาดใหญ่ ติดตั้งในมุมต่างๆเพื่อการสื่อสารข้อมูลด้านรถยนต์ในแต่ละรุ่นให้แก่ลูกค้าได้อย่างถูกต้องและชัดเจน

ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ ยังมีห้องส่งมอบรถใหม่ขนาดใหญ่ จำนวน 2 ห้อง ที่สามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องเดียว เพื่อรองรับความเป็นส่วนตัวในการส่งมอบรถของลูกค้าโดยเฉพาะ และพื้นที่สำหรับปรึกษาด้านการขายและการบริการหลังการขาย ซึ่งมีทั้งแบบพื้นที่เปิดและพื้นที่ห้องพิเศษส่วนตัว กระจายอยู่ทั่วโชว์รูม เพื่ออำนวยความสะดวกในการให้คำแนะนำตามความต้องการของลูกค้าแต่ละท่าน

ชั้น 2 แบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนจัดแสดงรถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี โดยเฉพาะ ส่วนรับรองลูกค้า ที่มีขนาดกว้างขวาง พร้อมบริการอาหารว่างและเครื่องดื่มพิเศษเฉพาะจากแบรนด์ชั้นนำ DEAN & DELUCA นอกจากนี้ ยังมีห้องเกม Simulator และมุมพักผ่อนที่ให้ความสะดวกสบายสูงสุด และส่วนสุดท้าย Exclusive Lounge สำหรับรับรองลูกค้าที่ต้องการความเป็นส่วนตัวในการเลือกชมรถยนต์รุ่นที่สนใจโดยเฉพาะ

ขณะที่ชั้น 3 และชั้น 4 เป็นพื้นที่สำหรับจัดเก็บรถยนต์ในสต๊อก และเป็นสำนักงานใหญ่ของ “ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์” พร้อมพื้นที่สำหรับรองรับการขยายงานด้านการจำหน่ายรถยนต์ใช้แล้วในอนาคตอีกด้วย ส่วนด้านหลัง เป็นอาคาร 5 ชั้น สำหรับงานบริการหลังการขาย โดยแบ่งเป็นศูนย์ซ่อมบำรุงรักษารถยนต์ทั่วไป มีช่องซ่อมสำหรับให้บริการมากถึง 40 ช่องซ่อม พร้อมช่อง Express Service รองรับลูกค้าที่มีความต้องการเร่งด่วน ทั้งยังมีศูนย์บริการซ่อมสีและตัวถังระดับมาตรฐาน โดยใช้ห้องอบสีระบบแขนกลอินฟราเรด ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพงานซ่อมสีให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ ยังมีบุคลากรที่มีคุณภาพ ด้วยทีมช่างที่มีประสบการณ์และความชำนาญในการซ่อมบำรุงรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ โดยเฉพาะ ทั้งยังมีช่างเทคนิควิเคราะห์ที่เป็นวิศวกรยานยนต์ ซึ่งมีความรู้ด้านเทคโนโลยียานยนต์เป็นอย่างดี ทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่า ทุกงานซ่อมบำรุงรถยนต์ของเราจะเปี่ยมด้วยคุณภาพและประสิทธิภาพ ด้านยอดจำหน่ายในช่วงปีแรก คาดว่าจะสามารถทำได้ประมาณ 600 คันต่อปี ส่วนด้านบริการหลังการขาย คาดว่าจะมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการ ประมาณ 10,000 คันต่อปี

ทั้งนี้ ด้วยนโยบายที่เน้นความพึงพอใจของลูกค้าเป็นศูนย์กลางในทุกการดำเนินงาน และการจัดกิจกรรมการตลาด เพื่อสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับทำเลที่ตั้งที่มีศักยภาพ และที่สำคัญคือ คุณภาพและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ที่รองรับตลาดในทุกเซกเมนต์ ทำให้มั่นใจว่า ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จะได้รับความไว้วางใจและการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี
HUAWEI x Gentle Monster แว่นตากันแดดอัจฉริยะดีไซน์สุดคูล ที่สายแฟชั่นต้องร้องว้าววววว
หัวเว่ยจับมือกับ Gentle Monster แบรนด์แว่นตาชั้นนำจากเกาหลี เปิดตัวแว่นตากันแดดอัจฉริยะ HUAWEI x Gentle Monster เชื่อมทุกการติดต่อเพียงปลายนิ้วสัมผัส ผสานแฟชั่นและเทคโนโลยีเข้ากันอย่างลงตัวมีให้เลือก 2 รุ่น คือ รุ่น SMART EASTMOON และรุ่น SMART JACKBYE ที่วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการไปแล้วในวันที่ 29 พฤศจิกายนในราคา 11,990 บาท
HUAWEI x Gentle Monster แว่นตากันแดดอัจฉริยะที่ผสานแฟชั่นและเทคโนโลยีเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดดเด่นด้วยด้วยดีไซน์เรียบหรูโฉบเฉี่ยว ผลิตจากวัสดุที่มีความยืนหยุ่นสูง น้ำหนักเบา ขาแว่นเพรียวบางมีส่วนโค้งที่รับกับใบหู สวมใส่ได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังป้องกันละอองฝุ่นและละอองน้ำที่ระดับ IP67 จึงสวมใส่โดย ไม่ต้องกังวลเรื่องฝุ่นและเหงื่อ
แว่นตากันแดดอัจฉริยะ HUAWEI x Gentle Monster อัดแน่นด้วยนวัตกรรมที่อำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน ด้วยฟังก์ชั่น double tap ที่ให้ผู้สวมใส่สามารถรับโทรศัพท์ ควมคุมการเล่นเพลง หรือเรียก Google Assistant ได้เพียงการแตะ 2 ครั้งที่ขาแว่น พร้อมด้วยด้วยเซ็นเซอร์ที่ทำหน้าที่ตรวจจับว่าการสวมใส่ ฟังก์ชั่นเล่นเพลงจะหยุดโดยอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้ถอดแว่น และจะเล่นต่อเมื่อสวมแว่นอีกครั้ง
นอกจากนี้แว่นจะเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอยู่เสมอ และเป็นเสมือนผู้ช่วยที่ติดตัวทุกเวลา ทุกเช้าเมื่อผู้ใช้สวมใส่แว่นในครั้งแรกของวัน แว่นจะทักทายอย่างเป็นธรรมชาติ (เมื่อใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบ EMUI 9.1) และเมื่อเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบ EMUI 10 จะสามารถรับฟังเสียงแจ้งเตือนหรือนัดหมายต่างๆ โดยไม่ต้องหยิบสมาร์ทโฟน
แว่นตา HUAWEI x Gentle Monster มาพร้อมกับลำโพงสเตอริโอแบบกึ่งปิดในตัว ให้เสียงคมชัดเต็มประสิทธิภาพ สามารถแยกเสียงพูดหรือเสียงดนตรีต่างๆ ได้อย่างชัดเจน และยังมอบความเป็นส่วนตัวแก่ผู้ใช้ ป้องกันมิให้มีเสียงเล็ดลอดออกไปภายนอก จึงสามารถเพลิดเพลินกับเสียงเพลงได้อย่างเต็มที่โดยไม่รบกวนรอบข้าง นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนภายนอกที่ทำงานร่วมกับไมโครโฟนระบบคู่ ทำให้ตัดเสียงรบกวนภายนอกได้แม้ขาแว่นจะห่างจากเสียงรบกวนเพียง 5 มิลลิเมตร ทำให้สนทนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
HUAWEI x Gentle Monster แว่นตากันแดดอัจฉริยะดีไซน์สุดคูลที่ต้องโดนใจคนรักแฟชั่นและเทคโนโลยี มาพร้อมกับเคสชาร์จเจอร์แบบหนังเรียบหรู น้ำหนักเบาและพกพาสะดวก ชาร์จได้อย่างง่ายดายเพียงบรรจุแว่นลงในเคสและสามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่ตลอดวัน
สามารถเป็นเจ้าของ HUAWEI x Gentle Monster ทั้ง 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น SMART EASTMOON และรุ่น SMART JACKBYE ในราคา 11,990 บาท ณ หัวเว่ยแบรนด์ช้อปและร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั้ง 11 แห่ง
- Banana IT – Central Rama 2
- Huawei Experience Store – Central Airport Chiangmai
- Huawei Experience Store – Central West Gate
- Huawei Experience Store – Fashion Island
- Huawei Experience Store – G Tower Grand Rama 9
- Huawei Experience Store – Mega Bangna
- Huawei Experience Store – Siam Paragon
- Huawei Flagship Store – Lazada Online
- Jaymart – Central Ladprao
- Powerbuy – Central World
- True – Shop Emquartier
บีเอ็มดับเบิลยูประเทศไทย จับมือโรงแรมเมอร์เคียว ไอบิส กรุงเทพฯ ขยายเครือข่าย ChargeNow!
เหล่าพันธมิตรในโครงการ ChargeNow ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย และบริษัท จีแอลที กรีน (ประเทศไทย) จำกัด จับมือโรงแรมเมอร์เคียว ไอบิส กรุงเทพ สุขุมวิท 24 โดยบริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เพื่อขยายเครือข่ายการให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดไม่จำกัดรุ่น เป็นสถานีล่าสุด ของโครงการ โดยโครงการ ChargeNow พร้อมเดินหน้าเพิ่มสถานีอัดประจุไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง และส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยร่วมกับพันธมิตรเพื่อช่วยสนับสนุนการลดมลภาวะอย่างยั่งยืน

ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นหนึ่งในความมุ่งมั่นของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมระบบสาธารณูปโภคของประเทศไทยสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าอย่างยั่งยืน พร้อมรองรับความต้องการของรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดที่เพิ่มมากขึ้น โดยตั้งแต่ริเริ่มโครงการ ChargeNow เมื่อปี 2560 ได้มีการสร้างเครือข่ายสถานีอัดประจุไฟฟ้าเพื่อให้บริการแก่สมาชิก ChargeNow ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของรถยนต์แบรนด์ใดก็ตาม เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ใช้รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้าทุกคน

สถานีอัดประจุไฟฟ้า ChargeNow ตั้งอยู่ในศูนย์การค้าและโรงแรมชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ และตามเมืองใหญ่ในจังหวัดต่างๆ เพื่อความสะดวกสบายและสามารถเดินทางเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย โดยให้บริการหัวชาร์จ AC ทั้งแบบ Type I (SAE J1772) และ Type II (IEC 62196) ปัจจุบันให้บริการทั้งหมด 123 หัวจ่าย ทั้งที่สถานี ChargeNow และที่ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของบีเอ็มดับเบิลยู ใน 58 แห่งทั่วประเทศไทย

ลูกค้าที่เข้าในโครงการ ChargeNow สามารถลงทะเบียนผ่านทาง LINE Official Account @chargenowthailand เพื่อรับสิทธิ์การชาร์จรถยนต์ได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์รุ่นใดหรือยี่ห้อใดก็ตาม

ในภาพจากซ้าย
- คุณอนันตเดช อินทรวิศิษฎ์ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ยานยนต์ไฟฟ้า บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย
- มร. นิโคไล สโตยาโนฟ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมเมอร์เคียว ไอบิส กรุงเทพ สุขุมวิท 24
- คุณชยพล หลีระพันธ์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท จีแอลที กรีน (ประเทศไทย) จำกัด
- คุณกฤษฎา อุตตโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย
- มร. ยูเซฟ เอล คอมริ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
- คุณจงรัก จินตกวีวัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายพัฒนาธุรกิจโรงแรม บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
ASICS GEL-NIMBUS 22 ซีรีส์ยอดฮิต GEL-NIMBUS รองเท้าวิ่งสำหรับนักวิ่งระยะไกล!
ASICS เปิดตัว GEL-NIMBUS™ 22 รองเท้ารุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งเป็นรองเท้ารุ่นที่ 22 ของซีรีส์ยอดฮิต GEL-NIMBUS™ รองเท้าวิ่งสำหรับการวิ่งระยะไกลที่มีมาอย่างยาวนานมากกว่า 20 ปี ซึ่งรองเท้าคู่นี้ได้ถูกคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีตามหลักสรีระ เพื่อให้เป็นสุดยอดเทคโนโลยี สำหรับนักวิ่งระยะไกล พร้อมกับการรองรับแรงกระแทกได้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้คุณได้สัมผัสความสบายที่สุดกับรองเท้ารุ่นนี้

การออกแบบโดยเฉพาะสำหรับนักวิ่งที่มีมีลักษณะการเอียงของข้อเท้าแบบตรง (neutral runners) รองเท้าคู่นี้มีเทคโนโลยีพิเศษจาก ASICS ที่ช่วยในการรองรับแรงกระแทก ด้วยเทคโนโลยี FLYTEFOAM™ Propel และ FLYTEFOAM™ ที่จะส่งทำให้คุณรู้สึกเบาราวกับติดสปริง

คอลเลคชั่น NIMBUS จาก ASICS รุ่นนี้ ได้รับการตั้งชื่อตามคำศัพท์ละติน ที่เป็นชื่อของกลุ่มเมฆ เพื่อสื่อถึงความเบาสบายเปรียบเหมือนกับวิ่งอยู่บนก้อนเมฆ และการเปิดตัวรองเท้ารุ่นใหม่ในแต่ละครั้ง ก็มาพร้อมกับการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประโยชน์ให้กับนักวิ่งมากขึ้น และในครั้งนี้รองเท้า GEL-NIMBUS™ 22 ได้รวมคุณสมบัติใหม่มากมายไว้ด้วยกัน ได้แก่
- การปรับปรุงการรองรับแรงกระแทก: รองเท้า GEL-NIMBUS™ 22 เพิ่มความนุ่มและความสปริงของรองเท้าไว้ในบริเวณพื้นรองเท้าส่วนกลางด้วยเทคโนโลยี FLYTEFOAM™ Propel และที่บริเวณกลางเท้า ยังได้ถูกปรับปรุงขึ้นเพื่อเพิ่มความนุ่ม และรองรับการกระแทกได้ดีด้วย FLYTEFOAM™ Propel และย้ายไปอยู่ในบริเวณที่ใกล้กับพื้นมากยิ่งขึ้น เพื่อจะช่วยรองรับแรงกระแทกเมื่อเท้าของคุณกระทบลงบนพื้น นอกจากนี้ GEL™ เทคโนโลยีที่ช่วยในการรองรับแรงกระแทก ยังได้ถูกวางไว้ตลอดทั้งพื้นรองเท้า เพื่อรองรับการกระแทกกระแทกบริเวณส้นเท้าได้มากยิ่งขึ้น
- เพิ่มการระบายอากาศ: ด้วยวัสดุใหม่ของตาข่ายบนรองเท้าอย่าง monofilament นั้นทำให้คุณรู้สึกนุ่มสบายและช่วยระบายอากาศได้มากขึ้น
- เพิ่มความพอดีให้มากขึ้น: รองเท้าคู่นี้ออกแบบมาให้บริเวณหน้าเท้ามีความกว้างและสูงขึ้นกว่ารุ่น GEL-NIMBUS™ 21 เพื่อให้การวิ่งเป็นไปได้อย่างธรรมชาติ

ไดแอน นูคูริ นักวิ่งระยะไกลมืออาชีพจาก ASICS กล่าวว่า: “สิ่งที่ฉันชอบเกี่ยวกับรองเท้าซีรี่ส์ GEL-NIMBUS คือการรองรับแรงกระแทกได้ดี ให้ความรู้สึกที่เบาสบายบนเท้า ซึ่งตอนปี 2018 ฉันได้รับบาดเจ็บ และทันทีที่ฉันสวม GEL-NIMBUS ก็ช่วยให้ฉันไม่รู้สึกเจ็บปวดอีกต่อไป ทำให้ฉันสามารถกลับไปฝึกซ้อมและสามารถลงแข่งขันได้อย่างเดิม รวมถึงอาการเจ็บปวดในบริเวณนั้นของฉันก็ไม่ได้รบกวนการวิ่งของฉันตั้งแต่นั้นมา การซัพพอร์ตและการรองรับแรงกระแทกที่ได้รับจากรองเท้าซีรี่ส์ GEL-NIMBUS นั้นหมายความว่าฉันไม่ต้องกังวลว่าเท้าของฉันจะเจ็บ”
รองเท้า GEL-NIMBUS™ 22 วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ ASICS ICONSIAM, ASICS Store, Supersport และDiana รวมถึงทางออนไลน์ที่ www.asics.com/th ในราคา 6,500 บาท

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ASICS และ GEL-NIMBUS ™ 22
https://www.facebook.com/ASICSThailand/
https://www.instagram.com/asicsth/
https://www.youtube.com/watch?v=jVsAiihWaF8&feature=youtu.be
“Heineken Star Celebration Experiential Flagship Store” เปิดประสบการณ์พิเศษแห่งการสังสรรค์ในช่วงปลายปี 2019!

Heineken® Star Celebration ครั้งแรกกับการปฏิวัติลานเบียร์แบบเดิมให้เป็นพื้นที่สังสรรค์สุดล้ำ พร้อมยกระดับการเฉลิมฉลองให้พิเศษกว่าใครภายใต้แนวคิด “ปีใหม่นี้เลือกมอบมุมมองใหม่ๆ” (Wondering what to buy? Some gifts are always right) ด้วยการเปิดตัว Heineken® Star Celebration Experiential Flagship Store และ Pop-Up Store ในอีก 12 จังหวัด กระจายทั่วประเทศเพื่อที่จะสร้างประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครสำหรับการพลิกมุมใหม่ของการสังสรรค์ในช่วงเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 5 มกราคม 2563 ณ Quartier Avenue ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ และ Pop-Up Store ทั้ง 12 แห่งทั่วประเทศ
Heineken® Star Celebration Experiential Flagship Store มาพร้อมกับไฮไลท์ที่ตอบโจทย์การพลิกมุมใหม่ในทุกมิติตามไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในยุคนี้ ได้แก่

Heineken® Star Celebration Experiential Flagship Store พื้นที่สังสรรค์กลางเมืองในบรรยากาศที่แตกต่างทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืน ไม่ว่าจะเป็น Drinking Space ที่ยกเอาความพิเศษของเหล่าเมนู เครื่องดื่มซิกเนเจอร์ที่ไม่มีแอลกอฮอล์ (Mocktail) จาก Heineken® 0.0 เครื่องดื่มมอลต์ไม่มีแอลกอฮอล์มาเอาใจเหล่าบรรดา Cafe Hopper ในช่วงกลางวัน

ส่วนตอนกลางคืนยังมี Heineken® Extra Cold กับความเย็นที่ติดลบ 2 องศาที่มาช่วยเติมสีสันให้ Celebration Space ช่วงเวลากลางคืน เติมอิ่มในบรรยากาศบาร์สังสรรค์สุดล้ำที่จัดเต็มมาพร้อมแสง สี และอีกไฮไลท์ที่น่าสนใจกับ Giftmaker Box Space โซนเลือกจัดเซ็ตของขวัญ Customize ตามสไตล์คุณในแบบที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน ให้ทุกคนได้มาเลือกสรรไอเท็มพิเศษที่รับรองว่าไม่ซ้ำใครและจะต้องประทับใจกันอย่างแน่นอน

Heineken® Star Collection กับไอเท็ม Merchandise สุดพิเศษที่ส่งตรงมาจากกรุงอัมสเตอร์ดัม ให้สาวกแบรนด์ ไฮเนเก้นได้จับจองซื้อกันแบบไม่ต้องบินไปไกลถึงประเทศเนเธอร์แลนด์ นอกจากนี้ยังมี Limited Edition คอลเลคชั่นสุดพิเศษจากการร่วมงานกับไทยดีไซเนอร์รุ่นใหม่ Heineken® X Q Design and Play ครีเอทไอเท็มสายสตรีทแฟชั่น ดีไซน์ภายใต้คอนเซปต์ “Star Celebration”

ในคอลเลคชั่น Heineken® X Q Design and Play ที่มาพร้อมกับหมวก (บักเก็ต แฮท), กางเกง, เสื้อโค้ท เพื่อเอาใจสายแฟชั่นให้ได้ช้อปและเลือกแต่งตัวสร้างสีสันในช่วงเทศกาลนี้กันได้อย่างคอมพลีทลุคตามสไตล์ของตัวเอง หรือจะเลือกเป็นของขวัญพิเศษให้กับก๊วนแบบพลิกมุมมองที่ไม่ซ้ำใครรับปีใหม่ ซึ่งคอลเลคชั่นนี้ถูกผลิตออกมาในจำนวนจำกัดและจะมีให้เลือกช้อปเฉพาะที่ Heineken® Star Celebration Experiential Flagship Store @EmQuartier และ Pop-Up Store ทั้ง 12 แห่งทั่วประเทศ

Heineken® Star Celebration Bottle Creation กับไอเดียที่นำเอาขวด Heineken® 0.0 มาเป็นส่วนหนึ่งในกิมมิคของถ้วยรางวัลประจำปีที่จะมอบให้คนพิเศษของคุณตามความโดดเด่นด้านต่างๆ ในแบบ Of The Year อาทิ ‘แฟน Of The Year’ ‘หัวหน้า Of The Year’ เพื่อตอบแทนโมเมนต์ดีๆ ที่มีด้วยกันตลอดปี
เริ่มต้นเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองในโอกาสปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงกับไลฟ์สไตล์ที่ไม่ซ้ำใครด้วยการพลิกมุมใหม่ๆ (Fresh perspective) แบบไฮเนเก้นในแคมเปญ Heineken® Star Celebration 2019 พร้อมกัน ที่ Heineken® Star Celebration Experiential Flagship Store ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 5 มกราคม 2563 ณ Quartier Avenue ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ และ Heineken® Pop-Up Store ทั้ง 12 แห่งทั่วประเทศ (ทุกกิจกรรมจำกัดเฉพาะผู้ที่มีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปเท่านั้น)

ติดตามกิจกรรมความสนุกกับไฮเนเก้นและรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ทาง www.facebook.com/Heineken และ Instagram @heineken_th

ยูนิโคล่ส่งยูนิฟอร์ม LifeWear สุดเท่!…สำหรับนักกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิก ทีมชาติสวีเดน!
ยูนิโคล่ แบรนด์เครื่องแต่งกายระดับโลกจากญี่ปุ่น ประกาศว่าบริษัทฯ จะเริ่มแจกจ่ายชุดยูนิฟอร์มไลฟ์แวร์ (LifeWear) ให้กับนักกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิกทีมชาติสวีเดนที่ค่ายเก็บตัวฝึกซ้อมในสตอกโฮล์มตั้งแต่วันที่ 18 พฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป

คอลเลคชั่นนี้ประกอบไปด้วยเสื้อผ้าไลฟ์แวร์ (LifeWear) หลากหลายรายการ ทั้งเสื้อแจ็คเก็ต เสื้อตัวนอก เครื่องแต่งกายท่อนล่าง เสื้อเชิ้ต เสื้อถัก และเสื้อผ้าตัดเย็บพิเศษ (cut and sewn) ซึ่งล้วนเป็นอเท็มของยูนิโคล่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก
โดยชิ้นหลักๆ ได้แก่เสื้อแจ็คเก็ตไฮบริดดาวน์และอัลตร้าไลท์ดาวน์ เสื้อพาร์ก้าบล็อคเทค และเสื้อผ้าอินเนอร์แวร์ ฮีทเทค LifeWear คือความมุ่งมั่นของยูนิโคล่ในการสร้างสรรค์เสื้อผ้าที่สมบูรณ์แบบเพื่อตอบสนองความต้องการตามไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันของทุกคน เสื้อผ้า LifeWear มีคุณภาพสูงและเปี่ยมด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานที่ดีเยี่ยมในราคาที่เหมาะสมและยังได้รับการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง โดยมีให้เลือกหลากหลายสีสันและดีไซน์เพื่อคนทุกช่วงวัย
ยูนิโคล่เป็นพันธมิตรหลักในกีฬาโอลิมปิกและผู้สนับสนุนเครื่องแต่งกายอย่างเป็นทางการให้กับนักกีฬาโอลิมปิกและ พาราลิมปิกทีมชาติสวีเดนตั้งแต่เดือนมกราคม 2562 โดยภายใต้ข้อตกลงนี้ ยูนิโคล่จะทำหน้าที่จัดหาเสื้อผ้า LifeWear ให้กับนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทีมชาติสวีเดนเป็นระยะเวลา 4 ปี ครอบคลุมการเข้าร่วมแข่งขันในกีฬาโอลิมปิก และพาราลิมปิก 2020 ที่กรุงโตเกียว และกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิกฤดูหนาว 2022 ที่กรุงปักกิ่ง

อเล็กซ์ เคสซิดิส (นักกีฬามวยปล้ำเกรโก–โรมัน) เกิดวันที่ 23 มีนาคม ค.ศ. 1995
- 2016: เหรียญทอง รุ่น 80 กก. ในรายการ Nordic Championship
- 2017: เหรียญทอง รุ่น 80 กก. ในรายการ Nordic Championship
- 2018: อันดับ 4 ในรายการ World Wrestling Championships
- 2018: เหรียญเงิน รุ่น 77 กก. ในรายการ World Championships
ลีนา วัตส์ (นักกีฬาว่ายน้ำ) เกิดวันที่ 22 พฤษภาคม ค.ศ. 1996
- 2016: อันดับ 8 ประเภทฟรีสไตล์ 50 เมตร หญิง ในกีฬาพาราลิมปิกฤดูร้อน
โทเบียส จอนส์สัน (นักกีฬากระโดดไกล) เกิดวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1996
- 2012: อันดับ 10 ในกีฬาพาราลิมปิกฤดูร้อน
- 2016: อันดับ 6 ในกีฬาพาราลิมปิกฤดูร้อน
- 2017: เหรียญทองแดง ในรายการ World Championships
ลินเนีย สเตนซิลส์ (นักกีฬาเรือแคนู) เกิดวันที่ 8 มีนาคม ค.ศ. 1994
- 2016: อันดับ 7 ในกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน
- 2018: เหรียญทองแดงจากการแข่งขันประเภท K-1 200 เมตร หญิง ในรายการ ICF Canoe Sprint World Championships

