BASE จับมือกับแบรนด์โยคะยอดนิยมจากสิงคโปร์ พร้อมเปิดตัวการออกกำลังกายแนวไฮบริด
อีเวนท์จัดขึ้นวันแรกที่เบส สาขาทองหล่อในวันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน ตั้งแต่ 16.00น. และวันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน ในช่วงเที่ยงวันที่เบส สาขาอมรินทร์ บัตรเข้าร่วมอีเวนท์มูลค่า 900 บาท สามารถซื้อได้ที่เบสทุกสาขา
รายละเอียดงานอีเว้นท์เพิ่มเติม: http://bit.ly/event–BASE–YM
ซื้อบัตรเข้าร่วมอีเว้นท์ ซึ่งจัดขึ้นที่ BASE สาขาอมรินทร์ได้ที่นี่: http://bit.ly/ticket–amarin
ซื้อบัตรเข้าร่วมอีเว้นท์ ซึ่งจัดขึ้นที่ BASE สาขาทองหล่อได้ที่นี่: http://bit.ly/ticket–thonglor
เฉลิมฉลองก้าวสำคัญแห่งการสร้างสรรค์นาฬิกา Hamilton Chrono-matic 50 โฉมใหม่!
Hamilton Chrono-Matic 50 ทั้งโดดเด่น หวือหวา และเต็มไปด้วยเสน่ห์ดึงดูดให้ชวนหลงใหลอย่างแน่นอน เพราะถูกพัฒนามาจาก Chrono-Matic E ต้นแบบแห่งยุค 70 ซึ่งเป็นผลงานอันเปี่ยมไปด้วยคุณค่าและความมีระดับที่นักสะสมต่างโหยหากันมาโดยตลอด
ในช่วงต้นยุค 70 คือจุดกำเนิดของความคิดสร้างสรรค์อันเต็มไปด้วยนาฬิการุ่นที่มีทั้งความโดดเด่นและแปลกตาซึ่งต่างก็พยายามบุกเบิกกลไก Caliber 11 และการมีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิดของเราในการสรรสร้าง Caliber 11 นั้นถือเป็นการเปิดโอกาสให้เราสามารถออกแบบนาฬิกาที่แสดงเทคโนโลยีใหม่นี้ได้อย่างถูกต้องเที่ยงตรง กลายเป็นหนึ่งในการบุกเบิกครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติการสร้างนาฬิกาตั้งแต่ที่ได้เปิดตัว Ventura อันเป็นผลงานแห่งตำนานในปี 1957
ตัวเรือนสแตนเลสสตีลของ Hamilton Chrono-Matic 50 นั้นให้ความรู้สึกเสมือนเป็นนาฬิกาในสไตล์ยุค 70 อย่างแท้จริง รวมถึงขนาดที่ใหญ่ถึง 48 มม. ทำให้นาฬิการุ่นพิเศษเรือนนี้ทั้งสะดุดตาและสง่างาม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการออกจากกรอบความรู้สึกเดิม ๆ ในการสวมใส่นาฬิกา
Hamilton Chrono-Matic 50 มีหน้าจอแสดงวันที่อยู่บริเวณตำแหน่งเลข 6 นาฬิกาและมีหน้าจอโครโนกราฟแสดงอยู่บริเวณตำแหน่งเลข 3 และเลข 9 นาฬิกา ปุ่มกดโครโนกราฟทั้งสองปุ่มใช้สีแดงเพื่อความโดดเด่นอยู่บริเวณทางขวามือของตัวเรือนนาฬิกา นอกจากนี้สีแดงยังถูกใช้กับส่วนประกอบที่เกี่ยวข้องกับโครโนกราฟอีกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นตัวจับเวลา เข็มโครโนกราฟ และรอบหน้าปัดชั้นใน เพื่อยกระดับความทันสมัยและเพิ่มความโดดเด่นให้กับฟังก์ชั่นการจับเวลาอย่างน่าดึงดูดใจ
กลไกโครโนกราฟแบบอัตโนมัติรหัส H-31 มาพร้อมกำลังลานสำรองสูงสุดถึง 60 ชั่วโมง ซึ่งเป็นความล้ำสมัยที่จะช่วยขับเคลื่อนกลไกนี้ให้เดินหน้าต่อไปแม้ในเวลาที่คุณพักผ่อน ฟังก์ชั่นการแปลี่ยนวันที่อย่างรวดเร็วรองรับความต้องการใช้ความคิดอย่างฉับไวขณะที่คุณสวมใส่
เป็นการย้ำเตือนอีกครั้งว่า Hamilton ได้บรรลุก้าวแห่งประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ในการสร้างสรรค์นาฬิกาในฐานะผู้ร่วมคนสำคัญที่พัฒนาและขับเคลื่อนกลไก Caliber 11 มาจนถึงปัจจุบัน Hamilton Chrono-Matic 50 จึงเย้ายวนทั้งผู้ที่ชื่นชอบสะสมนาฬิกาและผู้มีใจรักการออกแบบให้ลุ่มหลงไปกับนาฬิกาอันโดดเด่นและน่าดึงดูดใจเรือนนี้อย่างแน่นอน
สัมผัสกับนาฬิสุดคลาสสิคได้แล้วที่เคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ในราคา 89,900 บาท
Central World | Central Chidlom | Central Ladprao |Central Pinklao|CityMall |Central Pattaya
Central Samui |Robinson Phuket |The Mall Bangkae
#Hamiltonwatch
อาดิดาส จับมือ เดวิด เบ็คแฮม ร่วมออกแบบรองเท้ารุ่นพิเศษ ULTRABOOST 19 DB99

วันนี้เมื่อปี 1999 คุณกำลังทำอะไรกันอยู่? หลายคนอาจกำลังอดใจรอโลกใบใหม่อันน่าตื่นเต้นที่รอให้ค้นพบ หรืออาจกำลังนับถอยหลังสู่สหัสวรรษใหม่ แต่สำหรับ เดวิด เบ็คแฮม แล้วนั้น ปี 1999 ถือเป็นปีที่เขาสร้างชื่อเสียงดังกระฉ่อนไปทั่วโลกเลยทีเดียว เป็นปีแห่งตำนานอันทรงพลังและเรื่องราวอันน่าจดจำ เป็นปีที่ตัวเขาก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของอาชีพค้าแข้ง รวมทั้งเป็นปีที่เขาเริ่มต้นสร้างครอบครัวอีกด้วย ในโอกาสนี้ อาดิดาส จึงร่วมมือกับ เดวิด เบ็คแฮม ในการเปิดตัวรองเท้าวิ่งรุ่นพิเศษ อัลตร้าบูสท์ ไนน์ทีน ดีบีไนตี้ไนน์ เพื่อฉลองการทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดในชีวิตของเขา

สำหรับชื่อของ ULTRABOOST 19 DB99 นั้น แน่นอนว่านำตัวเลขมาจากปี 1999 ซึ่งตัวเลข 99 นั้นก็มีที่มาจากปี 1999 ซึ่งเป็นปีที่เขาได้แต่งงานกับภรรยาและให้กำเนิดบุตรชายคนแรก อีกทั้งยังเป็นปีที่ตัวเขาเองสามารถสร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการฟุตบอลอังกฤษด้วยการคว้าแชมป์ 3 รายการร่วมกับสโมสรต้นสังกัดอีกด้วย

“ปี 1999 ถือว่าเป็นปีที่มีความสำคัญสำหรับผมมาก ไม่ว่าจะเป็นด้านการเติบโตในฐานะนักฟุตบอลอาชีพหรือชีวิตส่วนตัวของผมเอง ดังนั้น รองเท้าคู่นี้จึงมีความหมายที่แสนพิเศษสำหรับผมมากๆ เลยล่ะ สำหรับสีที่เลือกใช้ในการออกแบบรองเท้าคู่นี้ก็คือสีขาวและสีส้ม ซึ่งรองเท้าสีขาวก็ถือเป็นคู่โปรดสำหรับผมอยู่แล้ว พอนำมาผสมกับสีส้มและพิมพ์ตัวอักษร DB99 ด้วยสีดำก็ยิ่งทำให้รองเท้าคู่นี้ดูลงตัวและสมบูรณ์แบบเลยทีเดียว”

และด้วยความร่วมมือของเดวิด เบ็คแฮม ในการออกแบบรองเท้า ULTRABOOST 19 DB99 ทำให้อาดิดาสได้สร้างสรรค์ผลงานที่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพและแฟชั่นอันล้ำสมัย จนได้ออกมาเป็นรองเท้าอัลตร้าบูสท์ 19 คู่ใหม่ล่าสุด ซึ่งมีการใส่ตัวอักษร DB99 ไว้ที่บริเวณลิ้นรองเท้าและพื้นรองเท้า สำหรับรองเท้าอัลตร้าบูสท์ 19 มีการใช้วัสดุผ้าที่มีน้ำหนักเบากว่ารองเท้าอัลตร้าบูสท์รุ่นก่อน มีการติดแผ่นระบายที่ด้านข้างและฝ่าเท้าที่มีขนาดใหญ่มากขึ้นเพื่อให้สามารถระบายอากาศได้ดี โครงสร้างรองเท้าถูกออกแบบให้มีความปราดเปรียว ตกแต่งด้วยแถบเส้นบางๆ ที่ด้านบนและฝ่าเท้า นอกจากนี้ ทีมนักออกแบบยังได้ให้ความสำคัญในด้านความรู้สึกขณะสวมใส่ โดยคำนึงถึงเรื่องความสวยงามไปพร้อมๆ กัน สังเกตได้จากการที่รองเท้า ULTRABOOST 19 DB99 ได้มีการนำเอาเทคโนโลยีขั้นสูงสุดของรองเท้าในตระกูลอัลตร้าบูสท์ ซึ่งจะเน้นเรื่องการขยับเคลื่อนไหวของเท้าเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุไพรม์นิต 360 (Primeknit 360) ซึ่งมีการออกแบบมาให้สามารถเคลื่อนไหวได้ง่ายดายและสะดวกสบายในขณะใช้งาน พื้นรองเท้าที่ใช้เทคโนโลยีบูสท์ (BOOST) ซึ่งสามารถปรับเข้าเป็นหนึ่งเดียวกับการเคลื่อนที่ของรูปเท้าได้อย่างสมบูรณ์ และเทคโนโลยี Torsion Spring system ที่อยู่บริเวณกลางพื้นรองเท้า ที่จะช่วยรักษาสมดุลให้กับนักวิ่งในจังหวะที่เท้าสัมผัสกับพื้น ทำให้ทุกการออกกำลังกายเต็มไปด้วยประสบการณ์อันยอดเยี่ยมอีกด้วย
รองเท้าอัลตร้าบูสท์ ไนน์ทีน ดีบีไนตี้ไนน์ (ULTRABOOST 19 DB99) วางจำหน่ายในจำนวนจำกัดที่ราคา 7,300 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 เป็นต้นไป ที่ร้านอาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์, ร้านอาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์ สยาม พารากอน, ร้านอาดิดาส เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า และร้านอาริ รันนิ่ง คอนเซ็ปต์ สโตร์

“ซัมซุงขอบคุณคนไทย ร่วมสร้างปรากฏการณ์ “Space Selfie” เซลฟี่หลุดขอบโลก ชาวเน็ตไทยร่วมส่งรูปเซลฟี่มากเป็นอันดับที่ 7 ของโลก”
ซัมซุง ขอขอบคุณทุกเสียงตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากแฟนๆ ชาวไทย สำหรับแคมเปญ “สเปซ เซลฟี่” (Space Selfie) กับการส่ง “กาแลคซี่ เอส 10 5G” ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ
สตราโทสเฟียร์ เพื่อทำภารกิจ “เซลฟี่หลุดขอบโลก” โดยแคมเปญในครั้งนี้มีประเทศที่เข้าร่วมทั้งหมด 28 ประเทศ และชาวเน็ตไทยได้ร่วมลุ้นส่งรูปเซลฟี่ขึ้นไปอวดโฉมกันถึงนอกโลกกว่า 5,100 รูป ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศในอันดับที่ 7 ที่เข้าร่วมปรากฎการณ์ครั้งนี้
ตลอดระยะเวลาที่ซัมซุง กาแลคซี่ เอส 10 5G พร้อมยานบรรจุถูกส่งขึ้นไปยังความสูง 64,900 ฟุต หรือ ที่ระดับความสูงเป็น 2 เท่าของยอดเขาเอเวอเรสต์ ได้มีรูปเซลฟี่ที่ถูกส่งขึ้นไปในอวกาศทั้งสิ้น 21,869 รูป จากรูปเซลฟี่ที่มีคนส่งลุ้นร่วมภารกิจมากถึง 132,616 รูป จาก 28 ประเทศ ซึ่งประเทศที่มีผู้เข้าร่วมแคมเปญมากที่สุดคืออังกฤษ อิตาลี และโรมาเนียตามลำดับ ส่วนประเทศไทยนับเป็นอันดับที่ 7 ของจำนวนผู้เข้าร่วมแคมเปญทั้งหมด นับเป็นความสำเร็จที่น่าประทับใจที่ซัมซุงและผู้คนจากหลากหลายประเทศได้ร่วมกันสร้างปรากฎการณ์ “เซลฟี่หลุดขอบโลก”ครั้งนี้ ซึ่งนอกจากจะเป็นการยกระดับการถ่ายภาพเซลฟี่ขึ้นไปอีกขั้นแล้ว ยังเป็นสิ่งยืนยันถึงศักยภาพของเทคโนโลยีของซัมซุงที่ช่วยสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ได้แม้จะอยู่ไกลถึงขอบโลก

หลังจากที่ได้รับภาพ “เซลฟี่หลุดขอบโลก” กลับมา ผู้โชคดีหลายคนต่างพากันโพสต์ภาพ Space Selfie ของตัวเอง พร้อมบอกเล่าความประทับใจในการได้เข้าร่วมภารกิจ โดยรูปเซลฟี่ที่ถูกส่งขึ้นไปในอวกาศ มีความหลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็นภาพเซลฟี่ปกติ ภาพถ่ายกับครอบครัว หรือแม้กระทั่งรูปสัตว์เลี้ยงตัวโปรด ทั้งนี้ยังมีเหล่าคนดังจากประเทศไทยเข้าร่วมแคมเปญกันไม่น้อย อาทิ ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เกต, เป๊ก ผลิตโชค อายนบุตร, เพิร์ธ-ธนพนธ์ สุขุมพันธนาสารและพิม-พิมประภา ตั้งประภาพร

ในส่วนของต่างประเทศ ผู้เข้าร่วมแคมเปญต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า แคมเปญนี้สามารถสร้างความสุขและการเชื่อมต่อกับผู้อื่น โดยภาพที่ส่งขึ้นไป 61 เปอร์เซ็นต์เป็นภาพเซลฟี่ แต่อีก 25 เปอร์เซ็นต์เป็นภาพของคู่รักเพื่อแสดงความรักออกไปไกลถึงขอบโลก นอกจากนั้นยังมีภาพของสัตว์เลี้ยงแสนรัก และภาพในโอกาสประทับใจอื่นๆ อาทิ ภาพในวันเกิด ภาพถ่ายวันครบรอบ รวมถึงภาพวันแต่งงาน แสดงให้เห็นว่าผู้คนเข้าร่วมแคมเปญนี้เพื่อให้ “ภาพเซลฟี่หลุดขอบโลก” เป็นของขวัญแก่คนสำคัญของพวกเขาอีกด้วย

สำหรับแคมเปญเพื่อฉลองการครบรอบ 50 ปีของซัมซุง อย่าง “สเปซ เซลฟี่ – เซลฟี่หลุดขอบโลก” นั้น นอกจากจะเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของแบรนด์ “ซัมซุง” ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลกได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังถือเป็นการแสดงให้เห็นถึงมาตรฐานและศักยภาพที่ล้ำหน้าของนวัตกรรมของซัมซุงเอง โดยสมาร์ทโฟน กาแลคซี่ เอส 10 5G คือที่สุดแห่งนวัตกรรมที่ซัมซุงภูมิใจนำเสนอ ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอแสดงผลแบบ Dynamic AMOLED และ Infinity-O ที่ถูกส่งขึ้นไปร่วมภารกิจบนอวกาศครั้งนี้ คงเป็นเครื่องยืนยัน ความแข็งแรงทนทาน จนสามารถอยู่ได้ในทุกสภาพอากาศไม่ว่าจะเป็นอุณภูมิต่ำของชั้นบรรยากาศนอกโลกหรือความควบแน่นของชั้นบรรยากาศโดยไม่จำเป็นต้องปรับแต่งแก้ไขใดๆ รวมถึง แสดงให้เห็นถึงจุดแข็งทั้งทางด้านนวัตกรรมและการออกแบบผลิตภัณฑ์ของซัมซุงอย่างแท้จริง

MOTOR EXPO 2019 รวมรถยนต์ 33 ยี่ห้อ จักรยานยนต์ 26 ยี่ห้อ
ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36” เผยว่า ปีนี้จัดงานภายใต้แนวคิด “โลดแล่นทันใด ทะยานไปด้วยกัน – Ride and Drive Together Now” ซึ่งขณะนี้เตรียมงานพร้อมแล้ว โดยมีค่ายรถยนต์เข้าร่วม 33 ผู้ผลิต จาก 9 ประเทศ และรถจักรยานยนต์ 26 ผู้ผลิต จาก 8 ประเทศ เพื่อเปิดตัวรถรุ่นใหม่

รถยนต์ 33 ผู้ผลิต ได้แก่ AUDI, BENTLEY, BMW, CHEVROLET, FORD, HONDA, HYUNDAI, ISUZU, JAGUAR, KIA, LAMBORGHINI, LAND ROVER, LEXUS, MASERATI, MAZDA, McLAREN, MERCEDES-BENZ, MG, MINI, MITSUBISHI, NISSAN, PEUGEOT, PORSCHE, SUBARU, SUZUKI, TATA, TOYOTA, VOLVO รวมถึงชุดแต่งและรถยนต์จากผู้
รถจักรยานยนต์ 26 ผู้ผลิต ได้แก่ APRILIA, BENELLI, BMW, CF MOTO, DUCATI, GPX, HANWAY, HARLEY-DAVIDSON, HONDA BIGBIKE, HYOSUNG, KAWASAKI, LAMBRETTA, LIFAN, MOTO GUZZI, MV AGUSTA, NKT, PEUGEOT, PIAGGIO, ROYAL ALLOY, ROYAL ENFIELD, RYUKA, SUZUKI, TRIUMPH, VESPA, YAMAHA และ ZONTES

สำหรับกิจกรรมคืนกำไรให้ผู้ชมทั้
1. “ซื้อรถ…ชิงรถ” เมื่อจองหรือซื้อรถยนต์ใหม่
2. “ซื้อบัตร…ชิงรถ” ผู้ซื้อบัตรชมงาน มีสิทธิ์ชิงรถยนต์ ALL NEW MG3 HATCHBACK รุ่น D มูลค่า 554,000 บาท จำนวน 1 รางวัล
3. “ซื้อสินค้า…ชิงรถ” เมื่อซื้อสินค้าภายในงานจากร้
ชั้นที่ 1 รับทันทีบัตรชมภาพยนตร์ในเครื
4. “ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์” เมื่อจองหรือซื้อรถจักรยานยนต์
5. “โหลด MOTOR EXPO APP ชิงรางวัล” ดาวน์โหลด Motor Expo Application และกรอกข้อมูลเพื่อลงทะเบียนร่

ส่วนกิจกรรมที่น่าสนใจอื่นๆ ได้แก่ “SKILL DRIVING EXPERIENCE JUNIOR” อบรมขับขี่ปลอดภัย สำหรับเด็กอายุ 4-8 ปี เพื่อปลูกฝังวินัยจราจร ขณะที่โครงการ “ขับเป็น… ขับปลอดภัย กับ สื่อสากล” (SKILL DRIVING EXPERIENCE) จัดอบรมขับขี่ปลอดภัยฟรีให้แก่

ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36” คาดว่าจะมียอดจองรถยนต์ในงาน 50,000 คัน รถจักรยานยนต์ 9,000 คัน และผู้ชมงาน 1.6 ล้านคน สร้างเม็ดเงินสะพัดในงานกว่า 56,000 ล้านบาท และหวังว่าจะส่งผลให้
“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36” จัดขึ้น ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2562 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ส่งบีเอ็มดับเบิลยูปลั๊กอินไฮบริด 745Le xDrive M Sport สำหรับงานประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35

บีเอ็มดับเบิลยู 745Le xDrive M Sport ที่นำมาใช้ต้อนรับเหล่าผู้นำประเทศต่าง ๆ ในการประชุมครั้งนี้ เป็น สมาชิกใหม่ล่าสุดในตระกูลซีรี่ส์ 7 โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์การดีไซน์โฉมใหม่ที่สะท้อนถึงความหรูหราและสง่างามตามแบบฉบับของบีเอ็มดับเบิลยูซีรี่ส์ 7 สะดุดตาด้วยกระจังหน้าทรงไตคู่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นถึง 40 เปอร์เซ็นต์ พร้อมไฟหน้าทรงเรียวยาวและช่องดักอากาศขอบโครเมียมเพิ่มองค์ประกอบความหรูหราให้แก่ตัวถัง มาพร้อมสมรรถนะ ในการขับขี่ชั้นเลิศและเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ใหม่ล่าสุดอีกมากมาย เพื่อประสบการณ์ในการขับขี่ที่เหนือระดับอย่างสมบูรณ์แบบจากบีเอ็มดับเบิลยู

จากซ้าย – คุณศรันย์ อรรถเวชวรวุธ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย มิลเลนเนียม ออโต้, มร. กัลดริค ดอนเนอซาน ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย, มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย, คุณธฤต จรุงวัฒน์ เอกอัครราชทูต หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการอาเซียน 2019, คุณจิตติพัฒน์ ทองประเสริฐ เอกอัครราชทูตประจำกระทรวงและรองหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการอาเซียน 2019, คุณสมปราชญ์ โบสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ มิลเลนเนียม ออโต้
ทั้งนี้ รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดบีเอ็มดับเบิลยู 745Le xDrive M Sport ใหม่ โดดเด่นด้วยสมรรถนะการขับขี่และประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ด้วยอัตราการปล่อย CO2 ที่ต่ำเพียง 64 กรัมต่อกิโลเมตร สอดคล้องกับแนวคิดรูปแบบการประชุมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหรือ Green Meeting ของงานประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 35 นี้ ซึ่งประเด็นความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมเป็นอีกหนี่งประเด็นที่ประเทศไทยในฐานะประธานอาเซียนประจำปี 2562 ร่วมกับเหล่าประเทศสมาชิกและหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง มุ่งมั่นผลักดันและแก้ไขเพื่อให้ประเทศสมาชิกบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในมิติต่าง ๆ และยังตอกย้ำความมุ่งมั่นของบีเอ็มดับเบิลยูในการร่วมผลักดันประเทศไทยไปสู่เป้าหมายดังกล่าว ด้วยอนาคตแห่งยนตรกรรมไฟฟ้าที่ปลอดมลพิษอย่างยั่งยืน
จากัวร์ แลนด์โรเวอร์ เปิดตัวรถยนต์ SVO พร้อมจำหน่ายในประเทศไทยถึง 3 รุ่น!

กลุ่ม SVA การออกแบบอันหรูหรา ผนวกกับโครงสร้างรถระดับพรีเมี่ยม และความสะดวกสบายแบบไม่มีใครเทียบเท่าสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น กับ Range Rover SVAutobiography ราคาจำหน่ายเริ่มต้น 13.999 ล้านบาท
พิเศษสำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์จากัวร์ แลนด์โรเวอร์ SVO สัมผัสประสบการณ์ล่องเรือไพรเวทเที่ยวชม พระอาทิตย์ยามเย็นแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเรือยอช์ตลักชัวรีพรินเซส วี 40 (Princess V40) เรือยอร์ชรุ่นใหม่ล่าสุด ปฎิวัติการออกแบบภายในโดยมุ่งเน้นความโปร่งโล่งสบายหรูหราในแบบ Princess พร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกบัตรแพลทินัมอเมริกัน เอ็กซ์เพรส เมื่อจองรถยนต์จากัวร์ แลนด์โรเวอร์ SVO ผ่านบัตรแพลทินัมอเมริกัน เอ็กซ์เพรส จำนวนเงิน 2 ล้านบาท รับคะแนนสะสมเม็มเบอร์ชิป รีวอร์ด 1 ล้านคะแนน วันนี้ถึง 30 พฤศจิกายน 2562
นายชาญชัย มหันตคุณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 3 ปี ที่บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับเลือกเป็นผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์ในประเทศไทย พบว่าตลาดรถยนต์ระดับลักชัวรี่มีการเติบโต และเราได้รับการตอบรับอย่างสูงสุดจากกลุ่มลูกค้าระดับนี้ ซึ่งจะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ มีความต้องการพิเศษ ไม่ต้องการเหมือนใคร One of a kind ทำให้ไตรมาสสุดท้ายในปีนี้เราได้เปิดซับแบรนด์ของรถยนต์จากัวร์ แลนด์โรเวอร์ ในประเทศไทย ที่เรียกว่า SVO (Special Vehicle Operations) เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า ด้วยสมรรถนะ ประสิทธิภาพ และความหรูหราอีกระดับ
สำหรับรถยนต์ จากัวร์ แลนด์โรเวอร์ SVO ลูกค้าสามารถเลือกสั่ง customize รถยนต์แบบของตัวเองให้มีเอกลักษณ์ตามความชอบไม่ซ้ำแบบใคร เริ่มตั้งแต่เลือกรุ่นของรถยนต์ เครื่องยนต์ สีของตัวถัง แผ่นหนังหุ้มเบาะ ด้ายเย็บแผ่นหนัง การปักลายหรือเย็บชื่อตัวอักษรประจำตัวก็สามารถทำได้ ยิ่งไปกว่านั้นหากลูกค้าต้องการลองวัสดุใหม่ๆ ในชิ้นส่วนของรถยนต์ก็สามารถทำได้เช่นกัน และเมื่อประกอบเสร็จรถทุกคันจะต้องผ่านการทดสอบและการตรวจสอบคุณภาพตามมาตรฐานการผลิตก่อนส่งมอบลูกค้า ซึ่งเรายังคงมอบแคมเปญ “Worry-Free Program” การรับประกันนาน 5 ปี บริการซ่อมบำรุงฟรี 5 ปี และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี เหมือนรถยนต์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์ที่จำหน่ายในทุกรุ่น”
Special Vehicle Operations (SVO) ศูนย์ปฏิบัติการด้านยานพาหนะพิเศษของ จากัวร์ แลนด์โรเวอร์ ขนาด 20,000 ตารางเมตร ตั้งอยู่ใกล้เมืองโคเวนทรี (Coventry) ประเทศอังกฤษ ภายในประกอบด้วย ศูนย์ปรับแต่งรถสไตล์ Formula-1 ศูนย์พ่นสีรถยนต์แบบอัตโนมัติ พร้อมทีมงานทดสอบและปรับแต่งยานยนต์ตามความต้องการจำนวนกว่า 150 คน ที่ได้สร้างรถยนต์อันน่าทึ่งออกมาแล้วหลากหลายรุ่น
ไม่ว่าจะเป็นแลนด์โรเวอร์ที่เร็วและทรงพลังที่สุดในรูปลักษณ์ของ Range Rover Sport SVR และ Range Rover SV Autobiography ที่สุดความหรูหราที่มาพร้อมกับตัวเลือกสำหรับวัสดุตกแต่งภายในปรับแต่งได้ตามต้องการ ด้านจากัวร์มีการสร้างรถรูปแบบ F-Type Project 7 อันน่าทึ่งที่มีจำกัดเพียง 250 คันเท่านั้น และ Jaguar C-X75 ที่ปรากฏโฉมในภาพยนตร์แฟรนไชส์ James Bond ภาค Spectre และล่าสุดกับ F-Type SVR ให้พละกำลังถึง 575 แรงม้า ซึ่งเป็นรุ่นต่อยอดที่ขยายขีดความสามารถของการขับขี่แบบสมรรถนะสูงในทุกสภาพอากาศของรถสปอร์ตจากัวร์
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถร่วมสัมผัส Jaguar F-Type SVR และ Range Rover SVAutobiography ได้ที่โชว์รูม จากัวร์ แลนด์โรเวอร์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ระหว่างวันที่ 1-30 พฤศจิกายน 2562 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-007-0008
สมาคมรถโบราณฯ จับมือ อวานี พลัส และพันธมิตร จัดงาน “หัวหิน วินเทจคาร์ พาเหรด ครั้งที่ 17” 13 – 15 ธันวาคมนี้!
สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย โรงแรมอวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ โรงแรมอวานี พลัส หัวหิน รีสอร์ท เทศบาลเมืองชะอํา เทศบาลเมืองหัวหิน และ ททท. ร่วมกันจัดงาน “หัวหิน วินเทจคาร์ พาเหรด ครั้งที่ 17” ตามแนวคิด “ภาพจำ…ลายจุด” สร้างสีสันสดใสสนุกสนานให้หัวหิน 13 – 15 ธันวาคม นี้

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เผยว่า งานหัวหิน วินเทจคาร์ พาเหรด จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 17 เป็นกิจกรรมประจำปีของสมาคมฯ และถูกบันทึกในปฏิทินของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยเฉพาะเมืองหัวหิน ซึ่งสมาชิกของสมาคมฯ พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนได้สัมผัสรถโบราณ และรถคลาสสิคที่ทรงคุณค่าตลอดเส้นทาง กรุงเทพฯ – หัวหิน
ปีนี้สมาคมฯ จัดงานภายใต้แนวคิด “ภาพจำ…ลายจุด – Visual Memory…Polka Dot” ซึ่งมีที่มาจาก เสียงเพลงฮิทแห่งปี 1960 ITSY BITSY TEENIE WEENIE YELLOW POLKA DOT BIKINI ของไบรอัน ไฮแลนด์ ที่ชวนให้รำลึกถึง “ภาพจำ” ยุคซิกซ์ที ทั้งเมืองท่องเที่ยวชายทะเลบรรยากาศสนุกสนานรื่นรมย์ แฟชันโพลคาดอท สีสันสดใส และที่ขาดไม่ได้เลยคือ รถคลาสสิคคันงาม

โดยสมาคมฯ ได้รับความร่วมมือจากโรงแรมอวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ และโรงแรมอวานี พลัส หัวหิน รีสอร์ท พร้อมการสนับสนุนจากภาครัฐ อาทิ เทศบาลเมืองชะอำ เทศบาลเมืองหัวหิน และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมสนับสนุน เพื่อสร้างบรรยากาศให้คาราวานครั้งนี้มีความสนุกสนานตลอดเส้นทาง

มาร์ค โอซูลีวาน (Mark O’Sullivan) ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมอวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ ผู้ร่วมจัดงานหลัก และเป็นสถานที่ปล่อยตัวขบวนรถโบราณที่หาชมได้ยากกว่า 50 คันสู่หัวหินในปีนี้ เปิดเผยว่า “โรงแรมอวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติ และความไว้วางใจจากสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ให้เป็นสถานที่จัดงานแถลงข่าว และจุดปล่อยตัวของงานหัวหิน วินเทจคาร์ พาเหรดครั้งนี้ และเป็นอีกหนึ่งปีที่เราได้ร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ผ่านขบวนรถโบราณ และรถคลาสสิคที่สวยงามทรงคุณค่า รวมถึงมีส่วนช่วยอนุรักษ์ และธำรงไว้ซึ่งประวัติศาสตร์อันงดงามที่แฝงอยู่ในรถเหล่านั้น”

แมทธิว ฟรายา (Matthew Fryar) ผู้จัดการทั่วไป ของ อวานี พลัส หัวหิน รีสอร์ท หนึ่งในโรงแรมใหม่ล่าสุดของเมืองหัวหิน สถานที่จัดงานอย่างเป็นทางการในปีนี้กล่าวว่า “งานหัวหิน วินเทจคาร์ พาเหรด นับเป็นงานประจำปีของอำเภอหัวหินที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว เราจึงตระหนักถึงความสำคัญในการมีส่วนช่วยสร้างสีสันด้านการท่องเที่ยวในมิติใหม่ นอกเหนือจากการพักผ่อนริมชายทะเล และเรามั่นใจว่า สถานที่ตั้งที่ดีของโรงแรม พร้อมสนามริมชายหาดส่วนตัว รวมถึงห้องบอลรูมขนาด 900 ตารางเมตรที่นับเป็นหนึ่งในห้องประชุมที่ใหญ่ที่สุดในหัวหินจะมีส่วนผลักดันให้งานปีนี้ได้รับความสนใจมากขึ้น และเป็นงานท่องเที่ยวประจำปีของหัวหินที่น่าจดจำอีกงานหนึ่งอย่างแน่นอน”

เชิญชมคาราวานรถโบราณ “หัวหิน วินเทจคาร์ พาเหรด ครั้งที่ 17” จากโรงแรมอวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ สู่ อวานี พลัส หัวหิน รีสอร์ท โดยประชาชนทั่วไปสามารถสัมผัสรถคลาสสิค และรถโบราณสีสันสดใสได้อย่างใกล้ชิดตลอดเส้นทาง ระหว่างวันที่ 13 – 15 ธันวาคมนี้ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ facebook.com/VintageCarClub
SKIN IRONY ที่สุดแห่งความบางมาพร้อมตัวเรือนโลหะที่ทนทาน!

โดย SKIN Irony ในครั้งนี้มาพร้อมหน้าปัดขนาด 42 มม. ทำงานด้วยกลไกแบบควอตซ์ (Quartz) ความแม่นยำสูง ตัวเรือนถูกประกอบขึ้นอย่างพิถีพิถันด้วยวัสดุคุณภาพดีอย่างสแตนเลสสตีล (Stainless Steel) ให้คุณได้สัมผัสถึงความหรูหราที่จับต้องได้ ด้วยดีเทลของตัวเรือนแบบขัดด้านและขัดเงา

ต่อด้วยตัวเรือนที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ในเรื่องความบางสไตล์ SKIN Irony ด้วยความบางเพียง 6 มม. มาพร้อมกับสายนาฬิกา 2 รูปแบบ ทั้งสายหนังและสายยางให้คุณได้เลือกสรรตามสไตล์ของคุณเอง เสริมความเป็นตัวเองอีกระดับ ผ่านทั้ง 6 โมเดล ในเฉดสีที่ผสมผสานระหว่างคำว่าเรียบหรูและมินิมอลตามแบบฉบับ SWATCH

SKIN Irony วางจำหน่ายแล้ววันนี้ด้วย 6 โมเดล หลากสีสัน ในสี น้ำเงิน เขียว แดง ดำ และน้ำตาล ในราคา 5,600 บาท ทุก Swatch Store ทุกสาขา และสั่งซื้อทางออนไลน์ได้ที่ shop.swatch.co.th จัดส่งฟรีทั่วประเทศ
#SKINIrony #Swatch_TH
———————
พบกับ Swatch Flagship store @ CentralWorld ชั้น 1
และในศูนย์การค้าชั้นนำ Siam Paragon ชั้น 1 | ICONSIAM ชั้น M | Siam Discovery ชั้น G
Central Plaza Ladprao ชั้น 2 | Central Plaza WestGate ชั้น 1 | Mega Bangna ชั้น 1 |
Central Festival Pattaya ชั้น 1| Terminal 21 Pattaya ชั้น G | Central Festival Chiangmai ชั้น 1
MAYA Chiangmai ชั้น G | Central Plaza Nakhonratchasima ชั้น 1
เคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ Watch Galleria @ Siam Paragon, The Mall Bangkapi, The Mall Bangkhae แผนกนาฬิกา
My Passport Ultra โฉมใหม่โฉบเฉี่ยวทันสมัย ผิวสัมผัสสุดพรีเมี่ยม!
My Passport™ Ultra จากเวสเทิร์น ดิจิตอล รูปลักษณ์ใหม่ที่ดูโฉบเฉี่ยวทันสมัย ผิวสัมผัสสุดพรีเมี่ยม ที่มาพร้อมความสามารถที่ดีขึ้นในการจัดเก็บข้อมูล

My Passport Ultra ไดรฟ์ขนาดพกพาตัวใหม่ล่าสุด มอบประสิทธิภาพในเรื่องการจัดเก็บข้อมูลที่รวดเร็วและสำหรับผู้ใช้งานบนคอมพิวเตอร์พีซีก็สามารถทำการจัดเก็บข้อมูลได้อย่างง่ายดาย My Passport Ultra จะมีหัวเชื่อมต่อที่ทันสมัยและเป็นเทคโนโลยี USB-C™ พร้อมกับอะแดปเตอร์แบบ USB 3.0 เพื่อรองรับการทำงานกับคอมพิวเตอร์ที่ยังเป็นพอร์ตแบบเดิมอยู่

My Passport Ultra ดูทันสมัยด้วยดีไซน์และพื้นผิวแบบโลหะที่มีให้เลือกถึง 2 สี ทั้งสีน้ำเงินเข้มและสีเงิน ซึ่งเป็นสีที่เข้ากันกับสไตล์ของผู้ใช้งานที่หลากหลายและคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ๆ ได้อย่างลงตัว My Passport Ultra มีขนาดความจุให้เลือกสูงสุดถึง 4TB เพื่อตอบโจทย์สำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการพื้นที่จัดเก็บขนาดใหญ่สำหรับเก็บภาพถ่าย วิดีโอ เพลง และเอกสารต่างๆ


My Passport Ultra ได้รับการจัดรูปแบบมาสำหรับ Windows® 10 เพื่อให้สามารถใช้งานได้ทันทีเพียงแค่เชื่อมต่อไดร์ฟกับคอมพิวเตอร์ และด้วยซอฟต์แวร์ WD Discovery™ ทำให้ผู้ใช้งานยังสามารถดาวน์โหลดไดรเวอร์ NTFS สำหรับ macOS ได้ ซึ่งช่วยทำให้การทำงานระหว่างระบบปฏิบัติการไปอย่างราบรื่นไม่มีสะดุดโดยไม่จำเป็นต้องทำการฟอร์แมตใหม่

นอกจากนี้ไดร์ฟยังมาพร้อมกับ WD Backup™ซอฟต์แวร์ที่ใช้งานง่าย โดยที่ผู้ใช้งานสามารถแบ็คอัพรูป วิดีโอ หรือเอกสารสำคัญได้โดยอัตโนมัติ สำหรับฟังก์ชัน WD Security™ ที่อยู่ใน WD Discovery จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับข้อมูลและไฟล์ด้วยรหัสผ่านที่ผู้ใช้งานสามารถตั้งเองได้ ทำให้การเปิดใช้งานการป้องกันด้วยรหัสผ่านและการเข้ารหัสระดับฮาร์ดแวร์ 256 บิต AES ง่ายขึ้น

The My Passport Go SSD พร้อมจัดจำหน่ายแล้วในประเทศไทย
- โดยมีสีให้เลือก 2 สี – สีน้ำเงินเข้ม และสีเหลือง
- ขนาดความจุ 500GB (ราคา 3,190 บาท)
- ขนาด 1TB (ราคา 6,190 บาท)
My Passport Ultra drive พร้อมจำหน่ายแล้วเช่นกันใน 3 ขนาดความจุ
- 1TB (ราคา 1,790 บาท)
- 2TB (ราคา 2,390 บาท)
- 4TB* (ราคา 3,790 บาท)

ทั้ง My Passport Go SSD และ My Passport Ultra มีระยะเวลาในการับประกัน 3 ปี และมีวางจำหน่ายตามร้านค้าปลีก ร้านค้าออนไลน์ บริษัทรับเหมางานรวมระบบและเทคโนโลยี และตัวแทนจำหน่ายของเวสเทิร์น ดิจิตอล
