‘Prym Bar’ บาร์ลับๆ สำหรับสายชิล…
หากคุณเป็นคนชอบสังสรรค์ .. สายชิล สายแฮงเอาท์ คนขี้เหงา สาวปาร์ตี้ สำหรับพวกคุณสิ่งที่ขาดไม่ได้คงเป็นคำตอบเหมือนๆกัน ก็คือ เครื่องดื่มรสชาติดีๆ ในบรรยากาศดีๆ เดินทางสะดวก ไม่พลุกพล่าน มีพื้นที่พบปะเพื่อนฝูงเป็นส่วนตัว พามบาร์ (Prym Bar) บาร์สรรพสินค้าใหม่ที่จะมาตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตคนเมืองในแบบที่คุณต้องการ
เอกมัยเป็นย่านท่องเที่ยวยามค่ำคืนที่รู้จักกันดีของสายแฮงเอาท์ สำหรับใครที่มาเอกมัยแล้วอยากหาที่นั่งดื่มดีๆ มีเครื่องดื่มให้เลือกหลากหลายรสชาติท่ามกลางบรรยากาศแบบส่วนตัว ซึ่งบางคนชอบฟังเพลง หรือเลือกร้องคาราโอเกะ จะนั่งละเมียดรสชาติค็อกเทลจากบาร์เทนเดอร์มืออาชีพที่ประณีตเสริฟ์ความสุขให้กับคุณด้วยรสชาติสไตล์ “PRYM BAR”

ก่อนที่เราจะมารู้จัก “PRYM BAR” อย่างละเอียดทุกซอกทุกมุม ขอแนะนำเจ้าของไอเดีย คุณอ้อม ภิญญาณฎฐ์ นภาธนพัฒน์ เล่าว่า “จุดเริ่มต้นของที่นี่เกิดจากการที่เป็นคนชอบสังสรรค์ พบปะเพื่อนฝูง ชอบปาร์ตี้ ชอบแฮงเอาท์ ได้ไปใช้บริการมาหลายที่ส่วนใหญ่จะพบปัญหาเรื่องการให้บริการที่ได้รับยังไม่ดีพอ เมนูที่มีไม่ตอบโจทย์ ตัวเลือกน้อย จึงเกิดเป็นคำถามเล็กๆ ในใจ อยากมีร้านดีๆ สักร้านไว้รองรับเพื่อนฝูง และต้อนรับลูกค้าที่หลงใหลการปาร์ตื้ในยามค่ำคืน จึงเกิดเป็น “PRYM BAR” ในวันนี้

สำหรับเมนูค็อกเทล “Cocktail” หนึ่งในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่สายปาร์ตี้ชื่นชอบ ด้วยรสชาติ สีสัน กลิ่นหอม ที่แตกต่างถือเป็น Signature ของทางร้าน เริ่มต้นด้วย Shallow Shallow ส่วนผสมระหว่าง Vodka แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นลูกค้าที่ชื่นชอบ Gin สามารถเปลี่ยนได้ ทั้งยังใช้กีวีสด ไข่ขาว มะนาว รสชาติเหมือนครีม ทำให้รู้สึกสดชื่น เมนูนี้เหมาะสำหรับผู้หญิงเป็นอย่างมากดื่มง่าย กลิ่นหอมมีรสเปรี้ยวผสมหวาน
ส่วนใครที่ชอบรสชาติแรงๆ First Stop ตัวนี้เด็ดเป็นเมนูที่ทางบาร์เทนเดอร์ของร้านคิดสูตรขึ้นมาเฉพาะนำเตกีร่า ลิเคียว และน้ำเชื่อมผสมกันได้อย่างลงตัวดื่มง่าย แต่รับรองว่าร้อนแรง เพียงแก้วเดียวอาจทำให้คุณเดินตัวเซ ตบท้ายด้วย This is all right ตัวนี้คล้ายกับ Old Fashion cocktail แต่เราเปลี่ยนส่วนผสม และกลิ่นให้น่าชวนค้นหาและ ลิ้มลองมากขึ้น
คุณสามารถเปิดประสบการณ์ “PRYM BAR” สุขุมวิท 63 บาร์สรรพสินค้าที่มีเครื่องดื่มเยอะจริงๆ รอให้คุณได้มานั่งชิลๆ มองหญิง พร้อมลิ้มลองเครื่องดื่มอันหลากหลาย หรือถ้าอยากได้ความเป็นส่วนตัว PRYM BAR ก็มีถึง 3 ชั้นและโซนให้เลือกนั่ง ไม่ว่าจะนั่งฟังเพลง จะร้องคาราโอเกะ หรือห้องวีไอพีสำหรับกลุ่มเพื่อนที่ต้องการปาร์ตี้ในบรรยากาศส่วนตัวที่สามารถรองรับได้ 15-20 ท่าน PRYM BAR เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่คุณต้องมาลอง สามารถสำรองการจองโต๊ะ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เบอร์ 061-4615366 หรือเฟสบุ๊คเพจ PRYM BAR ร้านเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 20.00- 02.00 น.

“เนสกาแฟ” จับมือ “เอพี” ส่ง “เนสกาแฟ ฮับ คาเฟ่” พิเศษเฉพาะโครงการไลฟ์ สาทร เซียร์รา เท่านั้น!
เนสกาแฟ ฮับ คาเฟ่ พร้อมมอบประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าที่มาเยี่ยมชมโครงการไลฟ์ สาทร เซียร์รา
ด้วยกาแฟสดจากเมล็ดกาแฟอาราบิก้าชั้นดี 100% ผ่าน 3 เมนูโคครีเอชั่นเอาใจคอกาแฟสายรักสุขภาพ
- Sierra Corn Soy Latte
- Brown Sugar Jelly Tea X Chia Seed
- Blue Melonade
เฉพาะที่โครงการไลฟ์ สาทร เซียร์รา โดยจะเดินหน้าเสิร์ฟความอร่อยเมนูละ 1 เดือน ตลอด 3 เดือน จนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้เท่านั้น

ฉีกขอบเขตก้าวสู่โลกแฟชั่น “Honda ACCORD Hybrid X GREYHOUND Original” คอลเล็กชั่นพิเศษใน ELLE Fashion Week 2019
ในแวดวงการออกแบบเหล่าแฟชั่นดีไซน์เนอร์ ต่างมุ่งสร้างสรรค์ผลงานที่แปลกใหม่ ท้าทาย และฉีกกรอบแห่งการ
ออกแบบเดิมๆ เพื่อรังสรรค์ชิ้นงานอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และนำไปสู่นิยามใหม่แห่งวงการแฟชั่น เช่นเดียวกับ ดีไซน์เนอร์ “บี – บดินทร์ อภิมาน” และ พศิน สอิ้งทอง ผู้ช่วยดีไซน์เนอร์จากแบรนด์ “GREYHOUND Original” ที่ได้หยิบยกคาแร็กเตอร์ที่โดดเด่นของ ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ โดยผสมผสานเข้ากับความสตรีทที่มีสไตล์เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์

แฟชั่นโชว์ “GREYHOUND Original Presented by All-new Honda Accord Hybrid” เปิดตัวด้วยบรรยากาศ
ที่น่าตื่นเต้นและสะกดทุกสายตาของผู้ชม เมื่อ ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ ปรากฎขึ้นกลางรันเวย์ และมีแสงไฟค่อยๆ ส่องไปที่รถ หลังจากนั้นแสงจากไฟหน้าดีไซน์ใหม่แบบ LED ค่อยๆ สว่างขึ้น เผยให้เห็นถึงดีไซน์ภายนอก
ที่หรูหราสง่างาม โฉบเฉี่ยวด้วยเส้นสายอันเป็นเอกลักษณ์ และผสานความสปอร์ตไว้อย่างลงตัว

เหล่านายแบบและนางแบบต่างเดินตบเท้าออกมาในชุดสีขาวสไตล์สตรีทโมเดิร์น เพื่อให้ผู้ชมได้เห็นถึงรายละเอียดการออกแบบด้วยเส้นสายโค้งเว้า พลิ้วไหว แฝงด้วยความหรูหราและลูกเล่นการตัดเย็บที่พร้อมตอบสนองทุกการใช้งาน ในครั้งนี้
นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ได้เข้าร่วมชมโชว์และมอบดอกไม้เพื่อขอบคุณและแสดงความยินดีให้แก่ดีไซน์เนอร์ในตอนจบของ
แฟชั่นโชว์ด้วย
บี บดินทร์ อภิมาน เผยถึงแรงบันดาลใจในการออกแบบเสื้อผ้าในคอลเล็กชั่น GREYHOUND Original Presented by All-new Honda Accord Hybrid ว่า “การออกแบบเสื้อผ้าในคอลเล็กชั่นนี้ ผมได้หยิบยกคาแร็กเตอร์ของ ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ คือ ความสปอร์ตพรีเมียมมาผสมกับสไตล์ของแบรนด์ GREYHOUND Original ทั้งวัสดุที่เลือกใช้ วิธีการตัดเย็บและประเภทของเสื้อผ้าที่ดีไซน์ออกมา

การออกแบบจะหยิบยกชุดที่เป็นทางการอย่างสูท ที่แสดงถึงความหรูหรา มาผสานกับแพทเทิร์นการตัดเย็บที่ประณีต เน้นเส้นสาย ความโค้งเว้า รวมถึงนำกิมมิคเล็กๆ มาใช้ เช่น กระเป๋าทรงแบ็คแพ็ก เพื่อสื่อถึงฟังก์ชันการใช้งาน และแสดงให้เห็นถึงความเชื่อในการมุ่งมั่นที่จะออกจากกรอบแฟชั่นเดิมๆ สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของคนรุ่นใหม่ที่คิดนอกกรอบ ด้วยไลฟ์สไตล์ที่ดูเท่ หรูหรา สอดคล้องกับฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ ที่มาพร้อมเอกลักษณ์ความสปอร์ตพรีเมียม ครบครันด้วยฟังก์ชันการใช้งานและเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ที่ถือเป็นโลกบทใหม่แห่งยนตกรรม”
ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ โดดเด่นด้วยดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอกและภายในห้องโดยสารที่ผสมผสานเอกลักษณ์ความสปอร์ตพรีเมียม มาพร้อมระบบขับเคลื่อน Sport Hybrid Intelligent Multi-Mode Drive
(i-MMD) ของเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร Atkinson-Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทรงพลัง 2 ตัว พร้อมด้วยเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ให้กำลังสูงสุดทั้งระบบได้ถึง 215 แรงม้า เหนือระดับด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING พร้อมด้วยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกที่ครบครันโดยฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น HYBRID และ รุ่น HYBRID TECH
ปิดท้ายด้วยคอลเล็กชั่นที่นำเสนอเสื้อผ้าในสไตล์สตรีทอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ GREYHOUND Original ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Bangkok Pose” ซึ่งเป็นการหยิบยกวิถีชีวิตของผู้คนในหลากหลายอาชีพ และสะท้อนเหตุการณ์
ในชีวิตประจำวันที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและไม่หยุดนิ่งของผู้คนในกรุงเทพมหานคร แต่แฝงไปด้วยเสน่ห์ของสังคมเมืองถ่ายทอดสู่งานออกแบบบเสื้อผ้าสไตล์ Modern-Tailoring ทำให้โชว์นี้เปี่ยมไปด้วยสีสันแห่งความสนุกและความหลากหลาย และสะท้อนดีเอ็นเอในฐานะแบรนด์สตรีทแฟชั่นอันดับหนึ่งได้เป็นอย่างดี
ผู้ที่สนใจ ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ สามารถทดลองขับเพื่อสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือ www.honda.co.th/accord
BMW Premium Selection โปรแกรมการรับประกันจากกลุ่มอลิอันซ์ ยกระดับความคุ้มครองสูงสุดสำหรับลูกค้ารถยนต์มือสอง
มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “ลูกค้าสามารถมั่นใจได้ว่ารถยนต์มือสองทุกคันในโปรแกรม BMW Premium Selection ผ่านการใช้งานมาไม่เกิน 6 ปี นับจากวันแรกที่รับประกัน หรือไม่เกิน 150,000 ก.ม. ไม่เคยมีอุบัติเหตุรุนแรง ไม่เคยเปลี่ยนแปลงสีตัวถัง ผ่านการตรวจและรับรองตามมาตรฐานของบีเอ็มดับเบิลยูระดับโลก เพื่อความคุ้มค่าและคุณภาพสูงสุดก่อนถึงมือผู้ใช้ ซึ่งโปรแกรมการรับประกันจากกับกลุ่มอลิอันซ์ ตอกย้ำความแข็งแกร่งของการมุ่งมอบประสบการณ์สุด
พรีเมียมให้กับลูกค้า และต่อยอดมาตรฐานชั้นเลิศของธุรกิจรถมือสองของบีเอ็มดับเบิลยู โดยเราเชื่อมั่นว่าตลาดรถยนต์พรีเมียมมือสองในประเทศมีศักยภาพในการเติบโต เพราะโปรแกรมอย่าง BMW Premium Selection ทำให้ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูได้ง่ายดายขึ้น ทั้งยังโดดเด่นด้วยราคาที่คุ้มค่า เปี่ยมด้วยคุณภาพ และบริการที่ครบวงจร”
มร. สตีเฟ่น วัทคิ่นส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ ดับเบิลยู พี เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด
กล่าวว่า “อลิอันซ์ พาร์ทเนอร์ (AzP) เป็นกลุ่มบริษัทที่ให้บริการด้านประกันภัยการเดินทางและบริการให้
ความช่วยเหลือที่ใหญ่ที่สุดในโลก นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2543 เอ ดับเบิลยู พี เซอร์วิสเซส
(ประเทศไทย) ได้เติบโตและก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในตลาดประกันภัยระดับแนวหน้า ในฐานะบริษัทที่ให้บริการความช่วยเหลือครบวงจรชั้นนำของโลก และการให้บริการก็ถือเป็นงานหลักของเรา เราจึงมีความยินดี
เป็นอย่างยิ่งที่จะได้มอบบริการระดับพรีเมียมให้แก่ลูกค้ารถยนต์มือสองในโปรแกรม BMW Premium Selection ที่มาพร้อมประกันภัยชั้นเลิศ และยังเป็นการร่วมกันกับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ในการเสริมสร้างศักยภาพตลาดรถยนต์มือสองในไทยให้มีความแข็งแกร่งอีกด้วย”
โปรแกรมการรับประกันภายใต้ความคุ้มครองของกลุ่มอลิอันซ์ จะครอบคลุมทั้งการซ่อมแซมความบกพร่องทางกลไกและระบบไฟฟ้า รวมถึงค่าอะไหล่และค่าแรงโดยผู้เชี่ยวชาญ กำจัดทุกข้อกังวลในเรื่องค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงรถยนต์ นอกจากนี้ BMW Premium Selection ยังมีบริการอื่น ๆ เช่น การนำรถยนต์คันเก่ามาเปลี่ยนเป็นบีเอ็มดับเบิลยูคันใหม่ในราคาพิเศษ (Trade-in) รวมไปถึงหลากหลายผลิตภัณฑ์ทางการเงิน เช่น ข้อเสนอเงินดาวน์ 0% สำหรับรถยนต์ในโปรแกรม BMW Premium Selection ทุกรุ่น โดยมีค่างวดเพียง 2%* ของราคารถยนต์เต็ม และแบ่งการชำระเป็น 12-60 เดือนตามเงื่อนไขที่กำหนด
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ตัวแทนจำหน่าย BMW Premium Selection 12 แห่ง
ทั่วประเทศ คือ มิลเลนเนียม ออโต้ พระรามสี่, มิลเลนเนียม ออโต้ ลาดพร้าว, มิลเลนเนียม ออโต้
พระรามสาม, มิลเลนเนียม ออโต้ อุบลราชธานี, มิลเลนเนียม ออโต้ หาดใหญ่, มิลเลนเนียม ออโต้ ภูเก็ต, บาเซโลนา มอเตอร์ วิภาวดี, บาเซโลนา มอเตอร์ บางแค, ยูโรปา มอเตอร์ ราชพฤกษ์, อมร เพรสทีจ รัชดาภิเษก, สกายออโต้ เฮ้าส์ ขอนแก่น และ นิธิบูรณ์ พิษณุโลก หรือไปที่ usedcar.bmw.co.th
*คำนวณจากค่าผ่อนชำระเป็นเวลา 48 เดือน และเป็นสินเชื่อแบบบอลลูน 20%
อัลตร้าบูสท์ ‘MANCHESTER_ROSE’ รุ่นฉลองการคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ หนแรกในประวัติศาสตร์สโมสร
อาดิดาส ฟุตบอล ร่วมกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่จากเกาะอังกฤษ เปิดตัวรองเท้าวิ่งอัลตร้าบูสท์ (Ultraboost) รุ่นพิเศษที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก “กุหลาบแดงแห่ง
แลงคาเชียร์” ซึ่งมีการนำมาติดที่บริเวณลิ้นรองเท้า พร้อมพิมพ์โลโก้ของสโมสรบนพื้นรองด้านในและระบุข้อความ “110 YEARS – MANCHESTER_ROSE – 1909_2019” ที่สื่อถึงการคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ได้สำเร็จเป็นครั้งแรก
ย้อนไปเมื่อปีค.ศ. 1909 ในการแข่งขันเอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ บริสตอล ซิตี้ ที่ฝ่ายแรกสามารถคว้าชัยชนะและถ้วยแชมป์ไปครองด้วยประตูโทนในช่วงครึ่งเวลาแรกจาก แซนดี้ เทิร์นบูล ในแมตช์นั้นนักเตะแมนฯ ยูไนเต็ด ได้ลงแข่งขันภายใต้เสื้อแข่งขันสีขาวที่มีรูปดอกกุหลาบสีแดงอยู่บนอกเสื้อ จึงเป็นที่มาของการออกแบบรองเท้าวิ่งอัลตร้าบูสท์รุ่นพิเศษ เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 110 ปีของการคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรนั่นเอง
รองเท้าวิ่งอัลตร้าบูสท์ รุ่นฉลองแชมป์เอฟเอ คัพ ปี 1909 ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด วางจำหน่ายในจำนวนจำกัดที่ร้านอาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์, ร้านอาริ ฟุตบอล คอนเซ็ปต์ สโตร์ สาขาสยามสแควร์ ซอย 6 และร้านซูเปอร์สปอร์ต สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ในราคา 6,300 บาท ตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน 2562 เป็นต้นไป
ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ adidas.com/football หรือติดตามผ่านทางอินสตาแกรมและทวิตเตอร์ได้ที่ @adidasfootball
5 เหตุผลที่ใครๆ ต้องเปลี่ยนมาใช้ “กาแลคซี่ โน้ต 10”
ในยุคนี้สมาร์ทโฟนได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของใครหลายคน เพราะนอกจากเอาไว้ติดต่อสื่อสารกับคนรอบตัว ยังเป็นอุปกรณ์ที่เข้ามาช่วยเติมเต็มไลฟ์สไตล์ต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการรับ–ส่งข้อมูลข่าวสาร ตามติดความบันเทิงที่น่าสนใจ รวมถึงเก็บภาพและวิดีโอเพื่อบันทึกความทรงจำ จึงไม่แปลกที่จะมีสมาร์ทโฟนหลากหลายรูปแบบออกมาเป็นตัวเลือกให้ผู้บริโภค
กาแลคซี่ โน้ต 10 และ กาแลคซี่ โน้ต 10 พลัส สุดยอดสมาร์ทโฟนทรงพลังที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นให้เป็นมากกว่าเครื่องมือสื่อสารหรือเพียงสมาร์ทโฟนที่ถ่ายรูปได้ ด้วยการชูจุดเด่นด้านประสิทธิภาพการใช้งานที่เหนือกว่าทุกสมาร์ทโฟนที่เคยมีมา สอดคล้องกับความต้องการของคนทำงานรุ่นใหม่ที่ไม่มีเส้นแบ่งระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิต ให้พวกเขาสามารถใช้ประโยชน์จากสมาร์ทโฟนได้อย่างเต็มที่ ทั้งเร็วขึ้น ง่ายขึ้น แถมยังเติมเต็มในเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างลงตัว และสิ่งที่กำลังจะกล่าวถึงต่อไปนี้คือ 5 เหตุผลที่ทำไมคุณต้องเป็นเจ้าของ กาแลคซี่ โน้ต 10…
1. ครั้งแรกของ กาแลกซี่ โน้ต ที่มาพร้อมกันถึง 2 ขนาด
ผู้ที่ชอบสมาร์ทโฟนขนาดพอดีมือดีใจได้เลย เพราะเป็นครั้งแรกที่กาแลคซี่ โน้ตในปี 2019 นี้มาพร้อมกันถึง 2 รุ่น นำโดยกาแลคซี่ โน้ต 10 ที่มีขนาดหน้าจอ 6.3 นิ้ว บางเพียง 7.9 มิลลิเมตร มีความกะทัดรัดส่งผลให้จับได้ถนัดมือมากยิ่งขึ้น เหมาะที่สุดกับกับคุณสาวๆ ทั้งหลายที่ชอบดีไซน์พรีเมี่ยม มาพร้อมกระจก Corning Gorilla Glass 6 แข็งแรง ทนทานสุดๆ แต่ถ้าใครอยากได้จอใหญ่จุใจ แนะนำให้จัดกาแลคซี่ โน้ต 10 พลัส ที่มีขนาดหน้าจอถึง 6.8 นิ้ว ใหญ่กว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 0.4 นิ้ว แต่บางเบาจับถนัดมือกว่าเดิมรับประกันเต็มอิ่มทุกความบันเทิง

2. แตกต่างด้วยพลังแห่ง S Pen
อย่างที่รู้กันดีว่า S Pen นั้นก็เปรียบเสมือน DNA ของกาแลคซี่ตระกูลโน้ต ที่เข้ามาช่วยปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ของคุณให้มีอิสระมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจดเขียนข้อมูล วาดภาพ หรือระบายสีก็ทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ ที่สำคัญคือ S Pen เจเนเรชั่นล่าสุดนี้ยังถูกพัฒนามาให้ฉลาดไปอีกขั้น มาพร้อมกับ Air Actions ช่วยให้คุณควบคุมการทำงานของสมาร์ทโฟนเพียงแค่ตวัดก็สั่งการได้ แม้ไม่สัมผัสหน้าจอ คอนโทรลได้ทั้งการถ่ายภาพ เล่นวิดีโอ ปรับความดังเสียง เลื่อนไสลด์ และอื่นๆ มากไปกว่านั้นยังสามารถเปลี่ยนลายมือเป็นตัวพิมพ์ และส่งออกเป็นไฟล์ Word หรือ PDF ได้ทันที สะดวกสบายขนาดนี้ใครล่ะจะอดใจไหว?

3. เป็นเจ้าของกล้องคุณภาพระดับมือโปร! ที่ให้คุณถ่ายภาพและวิดีโออย่างมืออาชีพ
เมื่อประสิทธิภาพของกล้องกลายเป็นอีกปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค ดังนั้นกล้องในกาแลคซี่ โน้ต 10 จึงถูกออกแบบให้มีความฉลาดระดับมืออาชีพ มาพร้อมเลนส์กล้องที่หลากหลายพร้อมใช้งาน ทั้งการถ่ายภาพนิ่ง วิดีโอ และตัดต่อได้ทันที อีกทั้งกาแลคซี่ โน้ต 10 พลัส ยังครองอันดับ 1 กล้องสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดในโลกจากการจัดอันดับของ DxOMark ถ่ายหน้าชัดหลังเบลอได้สวยเป็นธรรมชาติด้วยฟีเจอร์ Live Focus เนรมิตเอฟเฟกต์หน้าชัด หลังเบลอ เป็นธรรมชาติทั้งภาพนิ่ง และวิดีโอ
มากไปกว่านั้นยังมาพร้อมระบบกันสั่นอัจฉริยะ (Super Steady) ให้คุณถ่ายภาพวิดีโอได้นิ่งระดับแอคชั่นแคม! ภาพชัดในสถานการณ์ที่สั่นไหว ที่สำคัญคือครั้งนี้ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ Zoom-in Mic ยิ่งซูมภาพใกล้เสียงยิ่งชัด พร้อมกับลดเสียงรอบข้างในเวลาเดียวกัน เหมาะกับสายคอนเทนต์ครีเอเตอร์เป็นที่สุด

4. เพิ่มความสนุกอีกขั้นด้วยเทคโนโลยี AR Doodle และ 3D
สร้างจินตนาการด้านศิลปะของคุณในมิติใหม่ด้วยการวาดภาพ 3 มิติบนวิดีโอด้วย AR Doodle ผ่านปากกา S Pen ทำให้ภาพวาดของคุณเคลื่อนไหวตามใบหน้าและพื้นที่รอบตัว สนุกและไม่เหมือนใครเหมาะที่สุดกับการสร้างสรรค์คอนเทนบนโซเชียลมีเดีย นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี 3D Scanner ที่กาแลคซี่ โน้ต 10 พลัส จะช่วยให้คุณสามารถถ่ายรูปวัตถุแบบ 3D ได้ 360 องศา และเปลี่ยนเป็น GIF แบบเคลื่อนไหวได้อย่างลงตัว
5. ซื้อตอนนี้โปรแรงเว่อร์! เอาเครื่องเก่ามาแลกเครื่องใหม่
คุณสามารถเป็นเจ้าของ กาแลคซี่ โน้ต 10 และ โน้ต 10 พลัส พร้อมรับส่วนลดพิเศษในโปรโมชั่น เก่าแลกใหม่ มูลค่าสูงสุด 2,500 บาท เมื่อนำโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่ามาแลกซื้อ กาแลคซี่ โน้ต 10 และกาแลคซี่ โน้ต 10 พลัส ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ซัมซุงแบรนด์ช็อปและร้านค้าที่ร่วมรายการ จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2562 สามารถตรวจสอบรายละเอียดโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่จุดขาย หรือเว็ปไซต์ http://www.samsung.com/th/note10/specialoffer บอกเลยว่ารอช้าไม่ได้แล้ว!
กาแลคซี่ โน้ต 10 พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของแล้วตั้งแต่วันนี้ โดย กาแลคซี่ โน้ต 10 มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Aura Glow, Aura Pink และ Aura Black ในราคา 32,900 บาท และกาแลคซี่ โน้ต 10 พลัส มาในสี Aura Glow, Aura White และ Aura Black รุ่น
ความจุ 256 GB ราคา 37,900 บาท และ 512GB ในราคา 40,900 บาท สามารถตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ www.samsung.com/th/note10

“Singha Corporation Presents “LUKAS GRAHAM Live in Bangkok 2019”
“Singha Corporation Presents “LUKAS GRAHAM Live in Bangkok 2019”
วันที่ 28 กันยายน นี้ ที่ GMM Live House Central world
เริ่มขายบัตร Early Bird ในวันศุกร์ที่ 30 สิงหาคมนี้เวลา 10 โมง ราคา 2,300 และ 1,800 ถึงวันที่ 6 กันยายนเท่านั้น !
ซื้อบัตรได้ที่ : https://www.theconcert.co.th/p/30
? อย่าลืมเข้าไปกด join event ได้ที่ : https://www.facebook.com/events/346645816223693/?ti=as
จะได้ไม่พลาดอัพเดทข้อมูลต่างๆกันน้า
#SinghaCorporationPresentsLUKASGRAHAMliveinBangkok2019
#LUKASGRAHAMliveinBangkok2019
#LUKASGRAHAM
#SinghaExperience #WarnerMusicThailand
#GodzillionaireEntertainment
#AmproviseGroup
#Transcendence
#SPICYDISC
AEPW ระดมทุนกว่าพันล้านดอลลาร์ช่วยลดปัญหาขยะพลาสติก เปิดตัวครั้งแรกในไทยและอาเซียน
บริษัทยักษ์ใหญผู้ประกอบการห่วงโซ่พลาสติก จัดงานเสวนาเปิดตัวความร่วมมือ “Alliance to End Plastic Waste” (AEPW) องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรระดับโลก ครั้งแรกในไทย ระดมทุนกว่าพันล้านดอลล่าร์สหรัฐ มุ่งเน้นการขจัดและจัดการกับปัญหาขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมหาสมุทร โดยไทยจัดอยู่ในลำดับที่ 6 ประเทศที่มีขยะพลาสติกมากที่สุดในโลก ปัจจุบัน AEPW ประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 40 บริษัท
AEPW ร่วมกับสภาธุรกิจโลกเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (WBCSD) ตั้งเป้าระดมทุน 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายใน 5 ปี เพื่อพัฒนาแนวทางการการลดปริมาณและจัดการขยะพลาสติก รวมถึงส่งเสริมวิธีการจัดการหลังการใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กำลังประสบปัญหาวิกฤติจากขยะพลาสติก

จากเวทีเสวนา พบว่ามีปัญหาหลายอย่างในการจัดการขยะพลาสติกในไทย และหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาทิ การขาดโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น อาทิ ระบบการคัดแยกขยะ การจัดการที่ขาดความรู้ เช่น การทิ้งขยะและของเสียลงในแม่น้ำ ซึ่งจะทำให้ขยะไหลลงสู่มหาสมุทร รวมทั้งการขาดความเข้าใจและความรู้ในการจัดการกับพสาสติกที่ใช้แล้ว โดยการนำพลาสติกมารีไซเคิลจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับขยะพลาสติกได้

กลยุทธิ์ของ AEPW มีกระบวนการการดำเนินงานอยู่บนรากฐาน 4 ด้านด้วยกัน คือ การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนานวัตกรรม การส่งเสริมความรู้ความเข้าใจและการมีส่วนร่วม รวมทั้งการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ
ปัจจุบัน AEPW ให้ความสำคัญในการริเริ่มโครงการความร่วมมือต่างๆ ที่สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการจัดการขยะพลาสติก อาทิ เช่น การทำงานร่วมกับเมืองต่าง ๆ เพื่อวางแผนการจัดการแบบระบบบูรณาการในเขตเมืองใหญ่ที่ยังขาดโครงสร้างพื้นฐาน การส่งเสริมเทคโนโลยีรวมถึงรูปแบบธุรกิจที่ป้องกันการเกิดขยะพลาสติกในมหาสมุทร โดยความร่วมมือต่างๆ เหล่านี้จะนำมาเป็นต้นแบบดำเนินการในประเทศไทยด้วยเช่นกัน
“เราพบว่าขยะพลาสติกร้อยละ 60 ในมหาสมุทรมีต้นกำเนิดมาจาก 5 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พวกเราเห็นตรงกันว่า ปัญหานี้เป็นปัญหาระดับโลกที่ต้องการการแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยต้องมีผู้นำที่มีความแข็งแกร่ง” นายชลณัฐ ญาณารณพ รองผู้จัดการใหญ่ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) และ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี กล่าวเสริม “เรามีกรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จมากมาย โครงการนำร่องการจัดการขยะตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนวียน และการร่วมมือเพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหากับหลายภาคส่วน ตัวอย่างเช่น โครงการพัฒนาหุ่นยนต์เก็บขยะลอยน้ำ 4.0 (Smart Litter Trap 4.0)”

ประเทศไทยได้ตระหนักถึงความท้าทายระดับโลกนี้ รัฐบาลไทยจึงได้ริเริ่มปฎิบัติการเชิงรุก เช่น การขับเคลื่อนนโยบาล ลด ละ เลิกการใช้ขยะพลาสติกสำหรับปี 2561 – 2573 โดยตั้งเป้าเลิกใช้พลาสติกที่บางกว่า 36 ไมครอน รวมถึงใยสังเคราะห์ (Styrofoam) กล่องอาหารพลาสติก หลอดพลาสติก และแก้วพลาสติกใช้แล้วทิ้งภายในปี 2565 และตั้งเป้าลดขยะพลาสติกในมหาสมุทรในประเทศไทยให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 50 ภายในปี 2570
สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.endplasticwaste.org

แว้นอย่างมีสไตล์! ‘Triumph Motorcycles’ เปิด 7 ไอเทมคู่กายไบค์เกอร์
เสื้อยืด – ออกทริปขับขี่มอเตอร์ไซค์ การแต่งกายมีความสำคัญ ปัจจุบันเราจะเห็นนวัตกรรมการผลิตเสื้อผ้าที่สามารถช่วยเรื่องระบายอากาศ รวมถึงซึมซับเหงื่อได้เป็นอย่างดี ดังนั้นหากต้องออกทริปขับขี่ในสภาพอากาศร้อน ควรเลือกใส่เสื้อที่รู้สึกสวมใส่สบาย ไม่อึดอัด หากซับเหงื่อหรือระบายอากาศได้ด้วยก็จะดีมาก เนื่องจากเสื้อยืดเป็นเสื้อที่ต้องแนบกับผิวกายของผู้ขับขี่ตลอดการเดินทางนั่นเอง
เสื้อแจ็คเก็ต – อีกหนึ่งไอเท็มสำคัญที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของชาวไบค์เกอร์ นอกจากความเท่แล้วนั้น ความพิเศษของเสื้อแจ็กเก็ตที่ผลิตขึ้นมาเพื่อสำหรับขับขี่มอเตอร์ไซค์โดยเฉพาะจะมีความแตกต่างจากแจ็คเก็ตที่มีขายอยู่ในท้องตลาดทั่วไป เนื่องจากเสื้อแจ็คเก็ตที่ว่านี้จะมีการ์ดป้องกันในจุดสำคัญหลาย ๆ ส่วน ไม่ว่าจะเป็น ข้อมือ ข้อศอก หัวไหล่ หรือหลัง เป็นต้น
กางเกงยีนส์ – หลายคนอาจคิดว่าใส่กางเกงยีนส์แบบไหนขี่รถมอเตอร์ไซค์ก็ได้ แต่ความจริงแล้วการเลือกสวมใส่กางเกงยีนส์ที่ผลิตขึ้นมาเพื่อใช้ในการขับขี่มอเตอร์ไซค์โดยเฉพาะก็สำคัญไม่แพ้อุปกรณ์อื่น ๆ เพราะกางเกงยีนส์สำหรับผู้ขี่รถมอเตอร์ไซค์โดยเฉพาะ จะผลิตจากผ้ามีความแข็งแรงทนทาน สามารถรองรับแรงกระแทกและทนต่อการขัดถูได้ดี รวมทั้งยังมาพร้อมการ์ดป้องกันในจุดสำคัญหลาย ๆ ส่วนของร่างกายด้วยเช่นกัน
ถุงมือ – แน่นอนประโยชน์หลักของถุงมือมอเตอร์ไซค์ก็คือช่วยป้องกันมือของเรา ช่วยลดอาการบาดเจ็บที่จะเกิดกับมือได้ ยิ่งหากต้องขับขี่มอเตอร์ไซด์ทุก ๆ วันเป็นระยะเวลานาน ๆ ถุงมือจะช่วยลดอาการมือด้านและมือพองเนื่องจากการเสียดสีจากแฮนด์รถมอเตอร์ไซค์ได้ด้วย
รองเท้าบูท – การเลือกรองเท้าให้เหมาะสมขับการขับขี่มอเตอร์ไซค์เป็นเรื่องสำคัญอีกอย่างหนึ่ง โดยรองเท้าบูทสำหรับขี่รถมอเตอร์ไซค์ สามารถช่วยป้องกันข้อเท้าหรือนิ้วหัก พร้อมช่วยกระชับข้อเท้าระหว่างการปรับเปลี่ยนเกียร์ขณะขับขี่
รถมอเตอร์ไซค์คันโปรด และหมวกกันน็อคคู่ใจ – แน่นอนว่าขาดไม่ได้กับรถมอเตอร์ไซค์คันโปรดและหมวกกันน็อคคู่ใจที่จะพาคุณออกไปเปิดประสบการณ์การขับขี่และถึงที่หมายได้อย่างปลอดภัย ที่สำคัญอย่าลืมเช็ครถมอเตอร์ไซค์ก่อนออกเดินทางทุกครั้งว่าอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานไม่มีอะไรชำรุดหรือเสียหาย และอีกอย่างหนึ่งคือการเลือกรถมอเตอร์ไซค์ให้เหมาะกับการเดินทางแต่ละประเภท ก็มีส่วนที่ทำให้คุณสามารถขับขี่ได้อย่างมั่นใจมากขึ้นด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ไทรอัมพ์ มีอุปกรณ์สวมใส่สำหรับการขี่รถมอเตอร์ไซค์มากมาย ที่ได้รับการออกแบบขึ้นเป็นพิเศษให้ลูกค้าได้เลือกสรรตามแต่ละสไตล์ของผู้ขับขี่ อาทิ เสื้อยืด เสื้อแจ็คเก็ต รองเท้า ถุงมือ ฯลฯ ซึ่งทุกชิ้นผ่านการออกแบบและผลิต เพื่อให้สามารถตอบสนองทุกความต้องการของนักขี่สมัยใหม่ได้เป็นอย่างดี ควบคู่ไปกับการพัฒนารถมอเตอร์ไซค์เพื่อผู้ขับขี่ทุกคน
10 มนุษย์อึด! ชาวไทยเตรียมลุยแตะรถชิงรถรายการ “SUBARU CHALLENGE: THE ASIA FACE OFF 2019” ที่สิงคโปร์
บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศผลการแข่งขัน Subaru Thailand Palm Challenge 2109 “Hold it, Keep it” “แตะรถชิงรถกับซูบารุ ปีที่ 12” เผยโฉม 10 ตัวแทนชาวไทย เข้าร่วมการแข่งขันในรายการ “SUBARU CHALLENGE: THE ASIA FACE OFF 2019” ที่ประเทศสิงคโปร์ เพื่อชิงรถยนต์ The All-New Forester 2.0i-L มูลค่ารวม 1,330,000 บาท
นายศิริพงษ์ ทุษดี ผู้ที่สามารถยืนแตะรถยนต์ซูบารุ พร้อมผ่านบททดสอบต่าง ๆ ท่ามกลางสภาวะอากาศที่ร้อนอบอ้าวได้นานที่สุด ทำเวลาได้ 7 ชั่วโมง 30 นาที 09 วินาที นำทีมตัวแทนชาวไทยทั้ง 10 คน เข้าร่วมการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับภูมิภาค ประชันความแข็งแกร่งกับตัวแทนอีก 8 ประเทศ จากกลุ่มบริษัทมอเตอร์ อิมเมจ ประกอบด้วย จีน กัมพูชา ฮ่องกง มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน เวียดนาม และสิงคโปร์ ซึ่งกำหนดจัดขึ้น ที่ประเทศสิงคโปร์ ในเดือนพฤศจิกายนนี้
สามารถติดตามความเคลื่อนไหวการแข่งขัน “SUBARU CHALLENGE: THE ASIA FACE OFF 2019” และส่งกำลังใจให้ 10 ตัวแทนชาวไทยได้ที่ facebook.com/SubaruThailandPalmChallenge
