มินิ ประเทศไทย ยกทัพมินิทุกตระกูลสู่งาน MINI Expo 2019 พร้อมยกระดับเทคโนโลยี MINI Connected เพื่อการเชื่อมต่ออย่างไร้ขีดจำกัด
คุณปรีชา นินาทเกียรติกุล ผู้จัดการทั่วไป มินิ ประเทศไทย กล่าวว่า “มินิได้สร้างความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ในประเทศไทย ด้วยอัตราการเติบโตปีต่อปีที่เพิ่มขึ้นถึง 25% ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2562 เป็นข้อพิสูจน์ถึงความไว้วางใจที่ลูกค้าชาวไทยมอบให้แก่เรา และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญสู่ความสำเร็จต่อ ๆ ไปในอนาคต นอกจากนี้ ยังเป็นการเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 60 ปีของมินิอย่างน่าภาคภูมิใจ โดยเรายังเตรียมจัดกิจกรรมสุดพิเศษตลอดทั้งปีเพื่อมอบเซอร์ไพรส์ให้แก่ลูกค้า เช่น งาน MINI Expo 2019 ครั้งนี้ที่จะมี
ความสนุกสนานจากยนตรกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของมินิครบทุกแนวไม่ว่าจะเป็น มินิ แฮทช์ 3 ประตู
รุ่นยอดฮิตสำหรับผู้รักความสนุกสนานและความโดดเด่นบนท้องถนน และมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ ที่จะมาปลุกเร้าจิดวิญญาณนักแข่งโกคาร์ทด้วยเครื่องยนต์ทรงพลังและดีไซน์ไม่ซ้ำใคร”
“ที่สำคัญ เรายังได้เปิดตัวเทคโนโลยี MINI Connected ที่มาพร้อมฟีเจอร์สำหรับการเชื่อมต่ออย่าง
ไร้ขีดจำกัดและครบวงจรมากยิ่งขึ้น เพื่อยกระดับประสบการณ์ในการขับขี่ที่พรีเมียมและปลอดภัยขึ้นไปอีกขั้น โดยฟีเจอร์ใหม่นี้จะมอบความสะดวกสบายแก่ผู้ขับขี่ราวกับมีผู้ช่วยส่วนตัวตลอดเวลา เช่น
การนัดหมายกับศูนย์บริการของมินิ ระบบนำทางพร้อมข้อมูลการจราจรแบบ Real-Time หรือการควบคุมระบบปรับอากาศและฟังก์ชั่นอื่นๆจากระยะไกล ผ่าน Remote Services โดยผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงการควบคุมระบบพื้นฐานต่าง ๆ ของรถยนต์ได้แม้อยู่ห่างจากตัวรถผ่านทางแอพพลิเคชั่น MINI Connected บนสมาร์ทโฟน ซึ่งลูกค้าจะสามารถเข้าถึงบริการทั้งหมดนี้ได้ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น เสริมประสบการณ์การขับขี่อย่างมินิพร้อมความสนุกสนาน ที่จะยังคงตอบโจทย์ลูกค้าชาวไทยได้อย่างแน่นอน” คุณปรีชากล่าวสรุป
มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน เอนทรี
ราคาจำหน่าย 1,989,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา MSI Standard)
มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน
ราคาจำหน่าย 2,299,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา MSI Standard)
มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน เอนทรี มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน
มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน เอนทรี โพรไฟล์ใหม่ในตระกูลมินิ คันทรีแมน มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ MINI TwinPower Turbo ที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่และการตอบสนองที่ดีขึ้น ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลังขับเคลื่อนสูงสุดอยู่ที่ 141 กิโลวัตต์ / 192 แรงม้า ที่ 5,000 – 6,000 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร ที่ 1,350-4,600 รอบต่อนาที ส่งความเร็วสูงสุดที่ 224 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถเร่งจาก 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 7.4 วินาที อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยอยู่ที่ 15.9 กิโลเมตรต่อลิตร ระดับการปล่อย CO2 เพียง 142 กรัมต่อกิโลเมตร และทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ Steptronic 8 จังหวะ
สำหรับดีไซน์ของมินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน เอนทรี มาพร้อมพวงมาลัยหนังแท้สปอร์ตแบบมัลติฟังก์ชั่นระบบ Servotronic เบาะนั่งหนังแท้สีดำ Leather Cross Punch Carbon Black สไตล์สปอร์ต เข้ากันกับการตกแต่งภายในสี Hazy Grey ส่วนภายนอกยังคงพกพาความสปอร์ตมาอย่างเต็มเปี่ยมด้วยล้ออัลลอย Pair Spoke สีเงินขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง Runflat รูปโฉมสะดุดตาด้วยเส้นสายการตกแต่งบริเวณกระโปรงหน้า ฝาครอบกระจกข้าง และหลังคาในสีดำ ไฟหน้า LED daytime driving light ให้แสงสว่างที่นวลตาอย่างทั่วถึงทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน พร้อม LED Fog light ตัดหมอกทั้งไฟหน้าและไฟท้าย ก่อนจะเสริมความเอ็กซ์คลูซีฟด้วย MINI Excitement Package ที่มาพร้อมกับระบบไฟเพื่อฉายโลโก้มินิลงบนพื้นบริเวณฝั่งคนขับเมื่อเปิดประตูรถ
สำหรับระบบช่วยผู้ขับขี่ มอบความสะดวกสบายและความปลอดภัยด้วยระบบควบคุมความเร็วคงที่พร้อมฟังก์ชั่นช่วยลดความเร็ว ระบบควบคุมการยึดเกาะถนน (DTC) ระบบเซนเซอร์ควบคุมระยะการจอด (PDC) ระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ (DSC) โดยในรุ่นมินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน จะมาพร้อมกับระบบช่วย นำรถเข้าที่จอดอัตโนมัติ (Parking Assistant) ด้วย
ส่วนไฮไลท์สำคัญในโพรไฟล์ใหม่ของตระกูลมินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน เอนทรี และมินิ คูเปอร์ เอส
คันทรีแมน คือระบบการสื่อสารและความบันเทิงที่มาพร้อมเทคโนโลยี MINI Connected ในแพ็คเกจ Connected Media มอบความสะดวกสบายและการเชื่อมต่อสื่อสารที่ไร้ขีดจำกัดยิ่งขึ้นให้แก่ผู้ขับขี่ ด้วยบริการการควบคุมระบบต่าง ๆ และเรียกดูข้อมูลผ่านสมาร์ทโฟน Remote Services, บริการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ConnectedDrive Services, บริการจัดการนัดหมายกับศูนย์บริการอัตโนมัติ Teleservices และบริการโทรออกฉุกเฉิน Intelligent Emergency Call โดยมินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน จะมาพร้อมกับระบบนำทาง MINI Navigation และจอระบบสัมผัสขนาด 6.5 นิ้ว
มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน ไฮทริม
ราคาจำหน่าย 2,499,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา MSI Standard)
มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน ไฮทริม ยังคงเอกลักษณ์ปราดเปรียวและการขับขี่เหนือระดับในเซกเมนต์ พรีเมียม คอมแพ็ค ขับเคลื่อนด้วยเบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร พร้อมเทคโนโลยี MINI TwinPower Turbo ที่มอบกำลังสูงสุดถึง 141 กิโลวัตต์/192 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร ที่ 1,350-4,600 รอบต่อนาที และทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ Steptronic 8 จังหวะแบบสปอร์ตพร้อม Paddle Shift
ดีไซน์ภายนอกของมินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน ไฮทริม มาพร้อมล้ออัลลอยลาย Edged Spoke ขนาด 19 นิ้ว พร้อมยาง Runflat รอบคันตกแต่งด้วย Chrome Line ตัดขอบด้วยเส้นสายโครเมียมสีเงิน สายคาดบนฝากระโปรง หลังคา และฝาครอบกระจกในสีขาวหรือดำ พร้อมราวหลังคา ไฟหน้า LED daytime driving light และไฟ LED Fog light ตัดหมอกทั้งไฟหน้าและไฟท้าย ส่วนกล้องมองหลังติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์พื้นฐาน และยังคงความเอ็กซ์คลูซีฟด้วย MINI Excitement Package ที่ฉายโลโก้มินิบนพื้นบริเวณฝั่งคนขับเช่นเดียวกัน
ภายในห้องโดยสารตกแต่งในสไตล์ MINI Yours Piano Black Illuminated สะดุดตาด้วยสีดำมันวาว พร้อมไฟสีที่แต่งแต้มห้องโดยสารเพื่อเสริมสร้างบรรยากาศยามค่ำคืน และตัดขอบด้วย Chrome Line เช่นเดียวกับภายนอก ทั้งยังมาพร้อมกับพวงมาลัยหนังแท้สไตล์ MINI Yours แบบสปอร์ตพร้อมระบบ มัลติฟังก์ชั่น และกระจกมองหลังตัดแสงเพื่อความสบายตา
ระบบช่วยผู้ขับขี่ในมินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน ไฮทริม มีครบครันทั้งระบบควบคุมความเร็วคงที่พร้อมฟังก์ชั่นช่วยลดความเร็ว ระบบควบคุมการยึดเกาะถนน (DTC) ระบบเซนเซอร์ควบคุมระยะการจอดด้านหน้าและหลัง (PDC) และระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ (DSC) และระบบช่วยนำรถเข้าที่จอดอัตโนมัติ (Parking Assistant)
สำหรับเทคโนโลยี MINI Connected ในมินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน ไฮทริม มาในแพ็คเกจ Navigation Plus ทำให้ระบบความบันเทิงการสื่อสารในรุ่นไฮทริมนี้สามารถยกระดับประสบการณ์ในการขับขี่ได้ อย่างเต็มรูปแบบ โดยมาพร้อมบริการพื้นฐานดังเช่นในรุ่น มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน และเสริมบริการเชื่อมต่ออย่างครบวงจรมากยิ่งขึ้นด้วยบริการอัพเดตข้อมูลการจราจรแบบนาทีต่อนาทีจาก Real-Time Traffic Information (RTTI) บริการ Apple CarPlay Preparation ให้สามารถควบคุมแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ บน iPhone ได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น และ FindMate บริการแจ้งเตือนตำแหน่งของใช้ส่วนตัวผ่านแอพพลิเคชั่น MINI Connected โดยมาพร้อมระบบนำทาง MINI Navigation และจอระบบสัมผัสขนาด 8.8 นิ้ว
MINI Connected: เทคโนโลยีเพื่อการเชื่อมต่ออย่างเต็มรูปแบบ
มินิได้พัฒนาเทคโนโลยี MINI Connected ให้ก้าวล้ำมากยิ่งขึ้น ด้วยบริการใหม่เพื่อการเชื่อมต่ออย่าง
ครบวงจร ผสานการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่ รถยนต์มินิ และโลกภายนอกเข้าเป็นหนึ่งเดียวกันผ่านแอพพลิเคชั่น MINI Connected บนสมาร์ทโฟน ไม่ว่าจะอยู่ภายในหรือภายนอกรถยนต์ เพื่อความสะดวก สบายและความปลอดภัยในทุกการขับขี่และทุกเส้นทางบนท้องถนน
สำหรับรถยนต์มินิรุ่นที่ผลิตตั้งแต่เดือนมีนาคม ปี 2561 จะมาพร้อมซิมการ์ดที่ติดตั้งไว้ในตัวรถ เพื่อการใช้งานฟีเจอร์พื้นฐานของ MINI Connected เช่น สำหรับ มินิ คูเปอร์ เอส คันทรี่แมน ไฮทริม จะมาพร้อมแพ็คเกจ MINI Connected Navigation Plus และจอระบบสัมผัสขนาด 8.8 นิ้ว ส่วนในรุ่นมินิ คูเปอร์ เอส คันทรี่แมน และมินิ คูเปอร์ เอส คันทรี่แมน เอนทรี จะมาพร้อมแพ็คเกจ MINI Connected Media และจอระบบสัมผัสขนาด 6.5 นิ้ว โดยไฮไลท์ของฟีเจอร์พื้นฐานที่สามารถใช้งานได้ในทุกแพ็คเกจ นอกจากการเชื่อมต่อระบบความบันเทิง เช่น แอพพลิเคชั่นสปอติฟาย (Spotify) และการแสดงผลข้อมูลการขับขี่ต่าง ๆ แล้ว ยังสามารถเข้าถึงข้อมูลสภาพอากาศประจำวันและข้อมูลอื่น ๆ บนอินเตอร์เน็ตได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านทางจอระบบสัมผัสบริเวณกลางแผงคอนโซล รวมถึงบริการช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ล้ำสมัยอื่น ๆ อีกมากมาย
มินิ ประเทศไทย นำโดย คุณปรีชา นินาทเกียรติกุล (กลาง) ผู้จัดการทั่วไป, คุณเยาวพาณี เพชรเพ็ง (ซ้าย) ผู้จัดการฝ่ายวางแผนการขายและผลิตภัณฑ์ และคุณกฤษฎา อุตตโมทย์ (ขวา) ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เตรียมยกทัพรถยนต์มินิครบทุกตระกูลและข้อเสนอพิเศษสู่งาน
MINI Expo 2019 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 30 สิงหาคม – 2 กันยายน พ.ศ. 2562 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
กลับมาเป็นครั้งที่3 กับ ‘Bangkok Bank CycleFest 2019’ การแข่งขันเพื่อนักปั่นทุกเพศทุกวัยภายใต้แนวคิด“Ride for All”
กลับมาอีกครั้ง! กับการแข่งขันจักรยานนานาชาติครั้งยิ่งใหญ่ประจำปี Bangkok Bank CycleFest 2019 เชิญชวนนักปั่นให้คว้าจักรยานคันเก่งแล้วมาสนุกกัน ในวันเสาร์และอาทิตย์ที่ 23 – 24 พฤศจิกายน 2562 ณ สนามกอล์ฟ สยามคันทรีคลับ พัทยา ในปีนี้คาดว่าจะมีนักปั่นเข้าร่วมการแข่งขันใน 7 ประเภทจำนวนกว่า 3,000 คน พร้อมเปิดจำหน่ายบัตรรอบ Early-bird แล้ววันนี้
Bangkok Bank CycleFest 2019 นำเสนอการแข่งขันจักรยาน 7 ประเภทเพื่อตอบโจทย์นักปั่นทุกเพศทุกวัยและทุกระดับความสามารถ มีระยะทางตั้งแต่ 12 – 62 กิโลเมตร บนเส้นทางปิดที่ปลอดภัย แวดล้อมด้วยทัศนียภาพอันสวยงามรอบสนามกอล์ฟสยามคันทรีคลับ หนึ่งในสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาระดับสากลที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของเมืองไทย โดยในปีนี้ยังคงแนวคิด “Ride for All” เพื่อสร้างสรรค์กิจกรรมการปั่นจักรยานในวันหยุดสุดสัปดาห์ให้เป็นช่วงเวลาดีๆ ทั้งสำหรับนักปั่นตัวจริงที่ชื่นชอบความท้าทาย และนักปั่นสมัครเล่นที่เน้นการออกกำลังกายและใช้เวลากับครอบครัว
Bangkok Bank CycleFest 2019 ดำเนินการจัดงานโดยไอเอ็มจี (IMG) ผู้นำระดับโลกด้านการจัดงานแข่งขันกีฬา ซึ่งจะมอบประสบการณ์อันน่าประทับใจแก่ผู้เข้าร่วมงานทุกคนทั้งนักปั่นและผู้ที่มาร่วมชมร่วมเชียร์ นักปั่นยังสามารถใช้เวลาว่างก่อนและหลังปั่นกับเพื่อนๆและครอบครัวได้ที่ Festival Village ซึ่งเต็มไปด้วยการออกบูธอุปกรณ์จักรยานจากแบรนด์ดัง พร้อมบูธอาหารและเครื่องดื่ม และโซน BMX Pump Track ให้ได้เข้าทดลองเล่นโดยไม่เสียค่าบริการ นอกจากนี้ทุกคนยังสามารถสนุกไปกับเกมและกิจกรรมแจกของที่ระลึกอีกมากมายจากสปอนเซอร์ เพื่อเติมเต็มความเพลิดเพลินในช่วงตลอดสองวันของกิจกรรม
การจัดงาน Bangkok Bank CycleFest 2019 ยังมีเป้าหมายในการช่วยเหลือสังคม โดยจะระดมทุนเพื่อทำกิจกรรมการกุศลกับศิริราชมูลนิธิ เพื่อการช่วยเหลือและรักษาผู้ป่วยที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ของโรงพยาบาลศิริราช โดยผู้สมัครในการแข่งขันทุกประเภทยังสามารถร่วมสมทบทุนบริจาคได้ในขั้นตอนการสมัครออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ www.BangkokBankCycleFest.com
กิจกรรมแข่งขันจักรยานนานาชาติ Bangkok Bank CycleFest 2019 สนับสนุนโดยธนาคารกรุงเทพ โดยมีพันธมิตรหลักได้แก่ สยาม ไดกิ้น เซลส์, แอโรมีเดีย กรุ๊ป, และได้รับการสนับสนุนจาก เอเต้ ไอศกรีม, เจ็ทส์ ฟิตเนส 24 ชั่วโมง, ทรีซิกตี้ไฟว์, อันเดอร์ อาร์เมอร์, กรุงเทพประกันภัย, สยามแอ็ทสยาม ดีไซน์โฮเทล พัทยา, ไบค์แอนด์บอดี้, เจเจ โปร เพอร์ฟอร์แมนซ์ เซ็นเตอร์, ชิมาโน่, สปอร์ต ไบซิเคิล และ เวิล์ด ไบค์
รายละเอียดการสมัคร
ผู้สนใจสามารถสมัครแข่งขันงาน Bangkok Bank CycleFest 2019 ผ่านทางเว็บไซต์ www.BangkokBankCycleFest.com เปิดรับสมัครรอบ Early-bird ตั้งแต่วันนี้ – 14 สิงหาคม 2562 พิเศษ!
- สำหรับผู้ถือบัตรและชำระค่าสมัครด้วยบัตร อินฟินิท หรือบัตรผู้นำแพลทินัม รับส่วนลด 25%
- สำหรับบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพประเภทอื่นๆ หรือบัตรเดบิตบีเฟิสต์ รับส่วนลด 20%
หมดเขตรับสมัครวันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 หรือจนกว่าประเภทการแข่งขันจะมีผู้สมัครเต็มจำนวน
บรรยายภาพ: ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ (ที่ 5 จากซ้าย) กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย สนธยา คุณปลื้ม (ที่ 4 จากซ้าย) นายกเมืองพัทยา วินนี่ เฮง (ที่ 7 จากซ้าย) รองประธาน และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอเอ็มจี เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด และประณัย พรประภา (ที่ 3 จากซ้าย) กรรมการที่ปรึกษา สยามคันทรีคลับ พัทยา ร่วมกันจัดงานแถลงข่าวการแข่งขันจักรยานนานาชาติ “Bangkok Bank CycleFest 2019” ภายใต้แนวคิด “Ride for All” ณ ไลฟ์สไตล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน สำหรับผู้สนใจ สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมการแข่งขันได้ที่ www.BangkokBankCycleFest.com ตั้งแต่วันนี้ – 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562
Test of Will 2019 อีเวนต์แข่งความฟิต! ปีที่ 4
อันเดอร์ อาร์เมอร์ (Under Armour) จัดอีเวนต์แข่งความฟิตเพื่อค้นหาสุดยอดผู้แข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาคติดต่อกันเป็นปีที่ 4 ณ ลานอีเดน เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีนักกีฬาและนักฟิตเนสหัวใจนักสู้เข้าร่วมแข่งขันเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 20 เปอร์เซ็นต์ แสดงถึงกระแสการออกกำลังกายที่เพิ่มมากขึ้นในสังคมไทยรวมถึงพลังใจของเหล่าผู้กล้าที่เพิ่มขึ้นด้วย
ในปีนี้ Test of Will 2019 ได้เพิ่มประเภทการแข่งขันระดับ Elite หรือกลุ่มนักฟิตเนสสายสตรอง เข้ามาในการประลองฝีมือที่ท้าทายมากยิ่งขึ้น นอกเหนือจากประเภท Open Category ใน 3 ช่วงกลุ่มอายุ: 18-34 ปี 35-44 ปี และ 45 ปีขึ้นไป พร้อมร่วมชิงเงินและของรางวัลที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ไม่ว่าจะเป็นเงินสดมูลค่า 75,000 บาทในรุ่น Elite และ 50,000 บาท ในรุ่น Opens Category และบัตรกำนัล 100,000 บาท จาก อันเดอร์ อาร์เมอร์

นอกจากนี้ยังมีของรางวัลจากสปอนเซอร์หลักอย่าง
- BMW มอบจักรยาน BMW Cruise Bike มูลค่าคันละ 70,000 บาท ให้กับแชมป์จากแต่ละประเภท ทั้งชายและหญิง และผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด 3 คนจากแต่ละกลุ่มยังได้รับบัตรของขวัญบริการรถลิมูซีนรับ–ส่งสนามบิน ด้วย BMW 5 Series จำนวน 2 เที่ยว มูลค่า 6,000 บาท
- Virgin Active มอบโปรแกรมฟิตเนส 6 เดือนสำหรับผู้ชนะจากทุกประเภท และโปรแกรมฟิตเนส 3 เดือนสำหรับรองผู้ชนะทุกประเภทเช่นเดียวกัน
- JBL มอบชุดเฮดโฟนมูลค่า 20,000 บาท ให้แก่ผู้ชนะเลิศจากทุกประเภท
รวมถึงของรางวัลจากผู้สนับสนุนอีกมากมาย อาทิ โรงแรม Siam@Siam, Sanctband, Nutrition Depot และ นาฬิกา Garmin
เวทีท้าประลองความกล้าในครั้งนี้ ยังมีแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ของอันเดอร์ อาร์เมอร์ ประกอบไปด้วยซุปเปอร์สตาร์สายสตรองอย่าง ‘ลูกเกด เมทินี’ และ ‘เต๋า สมชาย’ ดาราสาวผู้หลงใหลไตรกีฬา ‘ดาร์ลิ่ง’ และฟิตเนสอินฟลูเอ็นเซอร์อย่าง ‘ใบคา พึ่งอุดม’ ‘แคทเธอรีน–วชิรา ชอห์น’ และ ‘ครูเชอร์รี่–นนท์ณัฐดา อำมาตย์’ มาร่วมทดสอบพลังกายพลังใจในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน
นักกีฬาชายและหญิงสุดแกร่งที่สามารถคว้าอันดับหนึ่งประเภทการแข่งขันระดับ Elite ได้แก่ พชร วุฒิพิศาล และ พรรณภา นิจภา และผู้ทำคะแนนสูงสุดการแข่งขันประเภท Open Category ช่วงกลุ่มอายุ 18-34 ปี 35-44 ปี และ 45 ปีขึ้นไป โดยเรียงตามลำดับ ฝ่ายชายได้แก่ ณัฐพสิษฐ์ ฮวดกระโทก, ก้องภพ โนนสืบเผ่า และ ทิม คาร์เตอร์ และฝ่ายหญิงได้แก่ จิตติมา หมั่นดี, ธนาวดี พฤทธิ์ขจรชัย, เมธาวี อิรวดีกุล โดย ณัฐพสิษฐ์ ฮวดกระโทก และ เมธาวี อิรวดีกุล เป็นผู้ทำคะแนนสูงสุดชายและหญิงในการแข่งขันประเภท Open Category
จริญญา เขียวหวาน (กลาง) ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร บริษัท ยูเอ สปอร์ต (ประเทศไทย) พร้อมด้วย เศรษฐิพงศ์ อนุตรโสตถิ (ที่ 5 จากซ้าย) ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาด บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย และ ภามะณี เลอแฟฟร์ (ที่ 4 จากขวา) ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและธุรกิจใหม่ จาก เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ ประเทศไทย ร่วมมอบรางวัลใหญ่ให้แก่เหล่าผู้ชนะและรองชนะเลิศจากการแข่งขัน Test of Will 2019 ที่ร้านอันเดอร์ อาร์เมอร์ เซนทรัลเวิลด์
************
อัพเดตข้อมูลสินค้าและติดตามรายละเอียดกิจกรรมต่าง ๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.underarmour.co.th หรือ เฟซบุ๊คUnderArmourThailand หรืออินสตาแกรม @UnderArmourTH
เปิดราคาไทย! ซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 10!
- กาแลคซี่ โน้ต 10 ราคา 32,900 บาท มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Aura Glow, Aura Pink และ Aura Black
- กาแลคซี่ โน้ต 10 พลัส รุ่นความจุ 256GB ราคา 37,900 บาท มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Aura Glow, Aura White และ Aura Black
- กาแลคซี่ โน้ต 10 พลัส รุ่นความจุ 512GB ราคา 40,900 บาท มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Aura Glow, Aura White และ Aura Black
โดยซัมซุงเปิดให้จองล่วงหน้าแล้ววันนี้ เริ่มต้นเพียง 15,900 บาท พร้อมรับสิทธิ์ประกันจอแตกนาน 1 ปี เมื่อจองผ่านผู้ให้บริการเครือข่าย และสามารถเลือกเพิ่มความจุเป็น 512GB เมื่อจองกาแลคซี่ โน้ต 10 พลัส รุ่นความจุ 256GB หรือเลือกรับหูฟังไร้สาย กาแลคซี่ บัดส์ มูลค่า 4,990 บาทฟรีเมื่อจองกาแลคซี่ โน้ต 10
เมื่อจองกาแลคซี่ โน้ต ทุกรุ่นรับสิทธิ์ประกันจอแตกนาน 1 ปี เมื่อจองผ่านซัมซุงแบรนด์ช็อป เว็ปไซต์ Samsung.com และร้านค้าที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 23 สิงหาคม 2562 เท่านั้น รายละเอียดและเงื่อนไขโปรโมชั่น สามารถดูได้ที่ www.samsung.com/th/note10/preorder
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมของกาแลคซี่ โน้ต 10 และ กาแลคซี่ โน้ต 10 พลัส สามารถดูได้ที่ www.samsung.com/th/note10
Snow Patrol Acoustic Live In Bangkok
Snow Patrol Acoustic Live In Bangkok
เตรียมพบกับวง Brit Rock ชั้นนําของโลก Snow Patrol เจ้าของเพลงในตำนานอย่าง Chasing Cars , Run ล่าสุดอัลบั้มของพวกเค้ายังได้ขึ้
วันเปิดขายบัตร : 15 พฤษภาคม 2562
ซื้อบัตรได้ที่ : www.ticketmelon.com/very/snowp
บัตรราคา : 2,400 บาท
วันแสดง : 27 สิงหาคม 2562
สถานที่ : Moonstar Studio 8
ประตูเปิด : 19:00 pm
เวลาแสดง : 21:00 pm
Singha Corporation Presents
Snow Patrol Acoustic Live In Bangkok
Get Ready for One Of The World’s Leading Brit Rock Band Snow Patrol , Over the years they have have achieved 5 consecutives Top 3 UK album and huge international hits such as “Chasing Cars” , “Run” and You’re all I have”
Ticket On-Sales : 15th May 2019 , 10:00 AM
Buy Ticket At : www.ticketmelon.com/very/snowp
Ticket price : 2,400 Baht
Show Date : 27th Aug 2019
Venue : Moonstar Studio 8
Door Open : 19:00 pm
Show Time : 21:00 pm

‘ปาเจโร สปอร์ต ใหม่’ มากับความหรูหราชาญฉลาดด้วยเทคโนโลยีแถมทรงพลังยิ่งขึ้น!
มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ มาในรูปลักษณ์ภายนอกที่หรูหราและทรงพลังยิ่งขึ้น พร้อมยกระดับภายในห้องโดยสารให้ครบครันด้วยคุณภาพและความสบายเหนือระดับด้วยจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ LCD ขนาด 8 นิ้ว ปรับปรุงใหม่เพื่อง่ายต่อการอ่าน และประตูท้ายไฟฟ้าที่มอบความสะดวกสบายยิ่งขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเปิดและปิดด้วยสมาร์ทโฟน
ทั้งนี้ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต คือหนึ่งในรุ่นรถยนต์ที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ระดับโลกของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ด้วยยอดจำหน่ายราว 77,000 คันทั่วโลกในปีงบประมาณ 2561 ที่ผ่านมา มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ผลิตขึ้นที่โรงงานแหลมฉบังของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ในประเทศไทย โดย มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ จะเปิดตัวเพื่อจำหน่ายในอีกกว่า 90 ประเทศ รวมถึง ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย และอื่นๆ
*ใช้ชื่อรุ่น มอนเทโร สปอร์ต ในบางประเทศ
มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ ผสานไว้ซึ่งความสะดวกสบายแบบรถซีดานและอรรถประโยชน์ด้านการใช้งาน พร้อมด้วยสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดและวางใจได้ในความแกร่งทนทานอันเป็นเอกลักษณ์ของ มิตซูบิชิ ปาเจโร ที่มีอยู่ในรถอเนกประสงค์ขนาดกลางรุ่นนี้
มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ ได้รับการออกแบบใหม่ภายใต้แนวคิด ‘ความสำเร็จที่เป็นคุณ’ จึงมีดีไซน์ภายนอกที่ทรงพลังและหรูหราประณีตยิ่งขึ้น พร้อมภายในคุณภาพสูงและสะดวกสบาย ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอันทันสมัย มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้ขับขี่ที่ชื่นชอบการผจญภัย
ดีไซน์ด้านหน้าเน้นรูปลักษณ์ภายนอกที่โอ่อ่าสง่างามและทรงพลัง
เอกลักษณ์การดีไซน์ด้านหน้าแบบไดนามิกชิลด์ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้พัฒนาขึ้นไปอีกขั้นใน มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ มอบวิสัยทัศน์ที่ดีขึ้นและเน้นความกว้างขวางโอ่อ่าของด้านหน้ารถด้วยตำแหน่งไฟหน้าที่ทอดตัวต่อเนื่องจากกระจังหน้าพร้อมชุดไฟ Combination Lamps ติดตั้งที่มุมของกันชน กระโปรงหน้าที่สูงขึ้นกว่าเดิมช่วยเพิ่มมิติความลึกให้กับด้านหน้ารถ อีกทั้งการตกแต่งด้วยชิ้นส่วนโครเมียมที่มีดีไซน์แข็งแกร่งทรงพลังยังช่วยถ่ายทอดความประณีตหรูหราให้แก่รูปลักษณ์ภายนอก
อุปกรณ์เทคโนโลยีอำนวยความสะดวกใหม่

- จอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ LCD ขนาด 8 นิ้วที่ง่ายต่อการอ่าน พร้อมเชื่อมต่อและแสดงข้อมูลจากหน้าจอระบบสัมผัส SDA
- ระบบเปิดและปิดประตูท้ายด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบความปลอดภัยและระบบแฮนด์ฟรี
ระบบรีโมทคอนโทรลของ มิตซูบิชิ มอบความสะดวกสบายด้วยคำสั่งการทำงานต่างๆ ซึ่งจะส่งการแจ้งเตือนไปยังสมาร์ทโฟนของผู้ขับขี่ในกรณีที่เปิดประตูท้ายหรือไฟหน้าทิ้งไว้ อีกทั้งยังสามารถสั่งการเปิดและปิดประตูท้ายไฟฟ้าผ่านสมาร์ทโฟน โดยระบบจะส่งคำสั่งการเปิดและปิดประตูท้ายอัตโนมัติเมื่อเจ้าของรถอยู่ในระยะใกล้ตัวรถ และสามารถส่งคำสั่งได้จากทุกที่ในระยะของการเชื่อมต่อรถยนต์ผ่านแอปพลิเคชัน โดยทำงานควบคู่กับระบบกุญแจอัจฉริยะ KOS หรือเมื่ออยู่ในระยะสัญญาณบลูทูธ
ภายในห้องโดยสารเหนือระดับด้วยคุณภาพและความสบาย

- คอนโซลกลางและมือจับประตูแบบใหม่พร้อมด้วยวัสดุบุนุ่มพิเศษเพื่อยกระดับความสะดวกสบายและรูปลักษณ์ภายในที่ประณีตยิ่งขึ้น
- เพิ่มช่องเก็บของใต้คอนโซลซึ่งสะดวกต่อการใช้งานทั้งด้านผู้ขับและผู้โดยสารด้านหน้า พร้อมปรับปรุงการจัดวางตำแหน่งช่องจ่ายกระแสไฟและช่องต่ออุปกรณ์ USB ที่ตำแหน่งบริเวณคอนโซลกลางด้านหลังเพื่อการใช้งานที่สะดวกสบายยิ่งขึ้นสำหรับผู้โดยสารในทุกตำแหน่ง
สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้น

- เครื่องยนต์ MIVEC เทอร์โบดีเซลขนาด 2.4 ลิตร จับคู่กับระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ เพื่อการขับเคลื่อนอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสมรรถนะการขับเคลื่อนที่สะดวกสบาย
- เทคโนโลยีความปลอดภัยครบครันยิ่งขึ้นด้วยระบบส่งสัญญาเตือนเมื่อเปลี่ยนเลน (LCA) และระบบสัญญาณเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด (RCTA)
- มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ มอบสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมจากเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน
สี่ล้อ SUPER-SELECT 4WD-II ถ่ายทอดกำลังได้อย่างเหมาะสมต่อการขับเคลื่อนไปบนทุกสภาพพื้นผิวถนนและสามารถควบคุมการขับขี่ได้อย่างมั่นใจ พร้อมระบบควบคุมใหม่เพื่อปรับเปลี่ยนการขับเคลื่อนสำหรับเส้นทางออฟโรดในรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ พัฒนาไปอีกขั้นเพื่อการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมในทุกสภาพภูมิประเทศ ฝ่าอุปสรรคได้อย่างเหนือชั้นด้วยการทำงานร่วมกันของเครื่องยนต์เปี่ยมสมรรถนะ การปรับแต่งระบบส่งกำลังและระบบเบรก
*บลูทูธเป็นเครื่องหมายจดทะเบียนการค้าของบริษัท Bluetooth SIG Inc. ประเทศสหรัฐอเมริกา ภายใต้การใช้งานโดย มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ผู้ได้รับใบอนุญาตอย่างเป็นทางการสำหรับการใช้งาน

เปิดเผยครั้งแรกกับเพลงเอ็กซ์คลูซีฟของ ‘บอย โกสิยพงษ์’ ในแผ่นเสียง ‘Be My World’ ลิมิเต็ด เอดิชั่น เพียง 500 แผ่นเท่านั้น!
และครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่ บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย จะมาตอกย้ำความ JOY ขั้นสุด โดยร่วมกับ ‘บอย โกสิยพงษ์’ นักแต่งเพลง นักร้อง และโปรดิวเซอร์แถวหน้าของไทย ในโปรเจ็คต์พิเศษในรูปแบบแผ่นเสียงกับอัลบั้ม ‘Be My World’ ที่จะมาพร้อม 10 บทเพลงพิเศษที่นอกจากจะมีเพลง Be My World ในสองเวอร์ชั่นแล้ว ยังรวมเพลงที่คุณบอยคัดสรรมาให้เป็นพิเศษอีกด้วย ทั้งเพลงฮิตติดท๊อปชาร์ต และเพลงเอ็กซ์คลูซีฟที่รับรองว่าไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน
แผ่นเสียงอัลบั้ม ‘Be My World’ นี้สะท้อนภาพของ “การทำงานร่วมกันของโลกหลายใบที่ต่างเต็มไปด้วย
แรงบันดาลใจ ความสนุกสนาน และเรื่องราวให้ค้นหา” โดยความร่วมมือระหว่าง คุณบอย โกสิยพงษ์
กับ บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย และแฟตแบล็กเรคคอร์ด (FatBlackRecord) ร้านขายแผ่นเสียงและผู้ผลิตแผ่นเสียงคุณภาพที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของไทย

คุณบอย โกสิยพงษ์ เล่าถึงความร่วมมือในโปรเจ็คต์ครั้งนี้ว่า
“จุดเริ่มต้นของแผ่นเสียงนี้เริ่มมาจากการได้พูดคุยกับบีเอ็มดับเบิลยูที่อยากทำเพลงพิเศษในรูปแบบแผ่นเสียง
ซึ่งไอเดียนี้กระตุ้นแพชชั่นส่วนตัว และทำให้นึกถึงสมัยก่อนที่เล่นแผ่นเสียงอยู่ เลยเข้ามาร่วมเลือกเพลงพิเศษอื่นๆ ในอัลบั้ม ซึ่งแต่ละเพลงก็มีเรื่องราวที่แตกต่างกันไป ซึ่งเพลงที่ผมเลือกเหล่านี้ล้วนเป็นเพลงที่สะท้อน
ความเป็นโลกส่วนตัวของเรา ซึ่งทุกอย่างมันไม่ได้ไปในทิศทางเดียวกันหมด ในโลกของตัวเรามีอะไรหลากหลาย มีทุกข์ มีสุข มีหัวเราะ มีเศร้า แต่ละเพลงมีความเป็น Be My World ที่ค่อนข้างเฉพาะตัวของมันเอง”
ด้านคุณเศรษฐิพงศ์ อนุตรโสตถิ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เล่าว่า “ผมเชื่อว่าเรา ทุกคนมีประสบการณ์ที่แตกต่างกัน และต่างมีโลกของตัวเอง แต่ก็โคจรมาพบกันในโลกแห่งเสียงเพลงได้ ผ่านบทเพลงต่างๆ ในแผ่นเสียง Be My World นี้ ซึ่งบทเพลงที่มีชื่อเดียวกับอัลบั้มก็ได้รับการตอบรับอย่างดียิ่ง หลังจากเปิดตัวไปในเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา เมื่อได้รับเกียรติจากคุณบอย โกสิยพงษ์ เข้ามาร่วมเติมเต็มอัลบั้มนี้ยิ่งพิสูจน์ว่า ไม่ว่าโลกของคุณจะเป็นอย่างไร ก็มีส่วนที่คล้ายหรือเหมือนกับโลกของคนอื่น นั่นคือความ JOY หรือความสุข”

คุณตือ ศิวกร จารุพงศา และคุณออย จิตรพล แสนรุ่งเมือง ผู้ก่อตั้งแฟตแบล็คเรคคอร์ด เล่าถึงความร่วมมือ
ในทำแผ่นเสียงพิเศษ Be My World นี้ว่า “ความพิเศษของแผ่นเสียง Be My World คือ
การผสมผสานระหว่างเพลงใหม่ เวอร์ชั่นที่ไม่เคยอยู่ในอัลบั้ม และเพลงพิเศษที่เกิดจากการบันทึกเทป (master reel) ที่พี่บอยได้ร้องสด รวมทั้งเล่นดนตรีเองในรายการวิทยุเพื่อโปรโมทอัลบั้มแรกของพี่บอย
เมื่อ 25 ปีที่แล้ว โดยอัลบั้มนี้จะมีเพียง 500 แผ่นเท่านั้น ไม่มีการผลิตซ้ำ สีของแผ่นพร้อมซองใส่อัลบั้มยังได้รับการดีไซน์เฉพาะตัว โดยมี ต๊อด อารักษ์ อ่อนวิลัย หรือ ‘Sahred Toy’ (เสลดทอย) นักวาดภาพประกอบ
ผู้โด่งดังจากลายเส้นอันมีเอกลักษณ์สุดกวน และเป๋ง ชานนท์ ยอดหงษ์ อาร์ตไดเร็คเตอร์อิสระ ผู้อยู่เบื้องหลังงานออกแบบปกซีดีของศิลปินชื่อดังในเมืองไทยหลายวงและเป็นผู้ออกแบบคอนเสิร์ตดังๆ มาแล้วหลายเวที มาร่วมสร้างสรรค์”
“แผ่นเสียงนี้คือสิ่งที่สร้างความ JOY ให้กับทุกคน ซึ่งสะท้อนถึงเป้าหมายของเราในการเป็นส่วนหนึ่งในโลก
ของผู้คน โดยเฉพาะผู้ที่รักและหลงใหลในเสียงดนตรี ถือเป็นคุณค่าเล็ก ๆ ที่เราสร้างจากแพชชั่นของเรา”
คุณเศรษฐิพงศ์กล่าวสรุป
อัลบั้มแผ่นเสียง ‘Be My World’ จะเปิดให้เจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูที่เป็นสมาชิกโปรแกรมสิทธิประโยชน์ JOY หรือ The Ultimate JOY Experience ได้สั่งจองก่อนใครในช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้ พร้อมเตรียมจัดกิจกรรมพิเศษ ก่อนที่จะวางจำหน่ายให้บุคคลทั่วไปในเดือนกันยายน ผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายของ
แฟตแบล็คเรคคอร์ด (www.facebook.com/Fatblackrecordbkk)
ติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับอัลบั้มแผ่นเสียง ‘Be My World’ และโปรแกรม JOY ได้ที่ www.facebook.com/BMWUltimateJOY
Deep Tissue Massage Yoga เทคนิคคลายปวดสไตล์ ‘ป๊อป อารียา’
ไลฟสไตล์ของคนในปัจจุบันที่มีทั้งความเครียด เร่งรีบ และกิจกรรมที่อัดแน่นตลอดทั้งวัน การขาดการออกกำลังกาย โภชนาการที่ไม่เหมาะสม แม้พักผ่อนอยู่บ้านสมองยังคงครุ่นคิดกับการอัพเดตเรื่องราวต่างๆ ผ่านสื่อและโซเชียลมีเดียจนกระทั่งเวลานอน การมีวิถีชีวิตที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้เกิดความเครียดและเหนื่อยล้าสะสม โยคะจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ถูกนำมาช่วยบำบัดร่างกายและจิตใจอย่างเห็นผล และพัฒนาเป็นโยคะประเภทต่างๆ ให้เหมาะสมกับจริตของผู้ปฏิบัติ
อารียา สิริโสดา ผู้หญิงเก่งที่สวมบทบาทมามากมาย ทั้ง อดีตนางสาวไทย อาจารย์ นางแบบ และนักแสดง ปัจจุบันเธอค้นพบวิถีชีวิตใหม่ที่ทำให้เธอมีความสุขมาก เธอกำลังสร้างคอมมิวนิตี้สำหรับคนที่ชื่นชอบโยคะ ณ ศาลาอารียาแห่งนี้เพื่อที่จะดูแลตัวเองพร้อมทั้งแบ่งปันให้แก่คนอื่น โยคะช่วยให้เธอหลุดพ้นความทรมานจากโรคกระดูกสันหลังส่วนที่เชื่อมต่อกับต้นคอและไหล่ซ้ายคด ส่งผลให้หลังคดและสะโพกไม่ตรง ทำให้ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดจนแทบหมุนศรีษะไม่ได้ เธอใช้เวลากว่า 10 ปีในการฝึกฝนโยคะเพื่อบำบัดตัวเอง เรียนรู้จากโยคะกูรูประเทศต่างๆ และนำมาพัฒนาให้เป็นสไตล์ของตัวเองจนกลายเป็น Deep Tissue Massage Yoga ที่ช่วยในการบำบัดร่างกายและคลายความปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
Deep Tissue Massage Yoga คือการผสมผสานระหว่างโยคะและการนวดกดจุด โยคะคือการหลอมรวมกาย จิต และวิญญาณ เข้าด้วยกันด้วยการเคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ ประสานลมหายใจเข้าออก ด้วยจิตใจที่สงบนิ่ง การบริหารกายตามหลักโยคะนี้ช่วยบำรุงกล้ามเนื้อ วิธีดัดตนในท่าปกติหรือท่าโค้งงอ ช่วยให้กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น ยืดหยุ่นและผ่อนคลายจนเกิดความสมดุล ช่วยเสริมในส่วนที่ขาด ลดในส่วนที่เกินจนกระชับ ฝึกโยคะผสานกับการนวดกดจุดด้วยตัวเองโดยใช้ Yoga Massage Ball หรือลูกบอลนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เพื่อช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของร่างกาย เพิ่มช่วงการเคลื่อนไหว ช่วยรักษาอาการเจ็บปวดเรื้อรัง เช่น ปวดหลัง ปวดไหล่ และยังช่วยฟื้นฟูอาการปวดกล้ามเนื้อภายหลังการออกกำลังกาย”
อารียา กล่าวว่า “โยคะ ไม่ใช่แค่เทรนการออกกำลังกาย แต่เป็นไลฟสไตล์ของเรา หัวใจของโยคะคือการกำหนดลมหายใจการควบคุมพลังชีวิตจากภายใน เป็นการผสานเอาร่างกาย จิตวิญญาณ และสมาธิเข้าด้วยกัน ทำให้เราละทิ้งความวุ่นวายและวัตถุภายนอก หันมาสังเกตตัวเอง การปฏิบัติโยคะทำให้เรามีวินัย ไม่เพียงแต่บำบัดร่างกายและช่วยบำบัดจิตใจ โยคะคือของขวัญที่ช่วยให้เราพ้นทุกข์จากโรค เราได้เรียนรู้จากอาจารย์หลายๆท่าน ปฏิบัติและใช้รักษาตัวเองจนหาย และอยากแบ่งปันให้คนอื่นๆ”
การเตรียมตัวเหมือนการฝึกโยคะทั่วไป สวมใส่เสื้อผ้าที่สบาย อยู่ในที่สงบอากาศถ่ายเทสะดวก ใช้เวลาประมาณ 60-120 นาที สามารถฝึกบนเสื่อโยคะเพื่อความสะดวกสบายพร้อมอุปกรณ์สำคัญ Yoga Massage Ball บริหารกายตามท่าดัดตนต่างๆ เปิดร่างกายอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อผ่อนคลาย เพิ่มความยืดหยุ่นและปรับตำแหน่งของร่างกาย กดส่วนของร่างกายที่มีความปวดเมื่อยและกล้ามเนื้อที่มีความแข็งตึงบนลูกบอลเป็นเวลานานพอ (ประมาณ 1 นาที) หรือจนกว่าอาการเจ็บจะหาย ออกแรงกดและคลึงไปยังจุดที่กล้ามเนื้อแข็งเป็นปมจะทำให้ค่อยๆคลายตัว ใช้น้ำหนักตัวในการกำหนดแรงกดหนักเบา
เคล็ดลับการทำ Deep Tissue Massage Yoga ให้ได้ผลดีขึ้นด้วยการใช้คู่กับผลิตภัณฑ์บรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เพื่อช่วยให้เนื้อเยื่อ พังผืดยืดตัวออก ลดการติดขัดของข้อต่อ ลดการปวดเกร็งของกล้ามเนื้อ ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือด ลดบวมจากการอักเสบ ผลิตภัณฑ์ยาหม่องตราเสือ Tiger Balm Soft บรรเทาความปวดเมื่อยสูตรล่าสุดจาก ผลิตภัณฑ์ยาหม่องตราเสือ ที่มีกลิ่นหอมของลาเวนเดอร์ (Lavender) นอกจากช่วยบรรเทาอาการเมื่อยและให้กลิ่นหอมผ่อนคลาย ผลิตภัณฑ์ยาหม่องตราเสือ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์สมุนไพรที่สั่งสมภูมิปัญญาตะวันออกที่มีมายาวนานกว่า 100 ปี ด้วยเคล็ดลับการคัดสรรคุณภาพของสมุนไพรและส่วนประกอบให้ได้ตามมาตรฐานการสูตรตำรับสากล ด้วยสูตรเฉพาะจากส่วนผสมจากธรรมชาติที่ได้คัดอย่างพิเศษ ซึ่งได้รับการยอมรับและพิสูจน์ในประสิทธิภาพและความปลอดภัย ร่วมกับปริมาณของส่วนประกอบในสูตรตำรับที่มีความเข้มข้นพอเหมาะ นั่นทำให้ผลิตภัณฑ์ยาหม่องตราเสือ ได้ผลการรักษาที่ดี จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมผลิตภัณฑ์ยาหม่องตราเสือจึงเป็นที่ยอมรับและมีจำหน่ายทั่วทั้งเอเชีย ยุโรป และ อเมริกา
นอกจากคุณสมบัติในการรักษาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อแล้ว ผลิตภัณฑ์ยาหม่องตราเสือ อื่นๆยังสามารถใช้บรรเทาอาการปวด เคล็ดขัดยอก ท้องอืด และคันเนื่องจากแมลงสัตว์กัดต่อย คืนความสมดุลให้กับชีวิตยุคใหม่ และคืนความสมบูรณ์แก่ร่างกายและจิตใจ
‘Reverse Weaver & Rochester’ คอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดจาก Champion ที่มาพร้อมความ Heritage Look ในแบบ Active Style!
เอาใจชาวคนรุ่นใหม่ทั้งชายและหญิงที่มีไลฟ์สไตล์ของตนเอง ด้วยเสื้อผ้าชิ้นหลักที่มาในรูปแบบยูนิเซ็กส์ รสนิยมสุดเท่ก้าวพ้นกรอบจำกัดทางด้านเพศ ให้สนุกกับการมิกซ์ แอนด์ แมทช์ ค้นหาสไตล์ของตนเองได้อย่างไม่มีขีดจำกัด คอลเลคชั่น “Rochester” ถือเป็นตัวแทนของสไตล์ดั้งเดิมที่หยิบนำความวินเทจจากของใช้ในยุค 40’s – 60’s มาเป็นจุดเด่นที่แข็งแรง ตามชื่อคอลเลคชั่น “Rochester” ซึ่งเป็นชื่อเมืองในรัฐ New York ประเทศสหรัฐอเมริกา และเป็นต้นกำเนิดของแบรนด์ Champion ในปี 1919
ด้วยสไตล์การ Cutting ที่ช่วยส่งเสริมความคล่องตัวในการสวมใส่และเพิ่มความกระฉับกระเฉง โดดเด่นด้วยการใช้สีแนวย้อนยุค เช่น สีเหลืองมัสตาร์ด สีเทา สีกรม และสีดำ มาพร้อมกับ Brand Tag รุ่นพิเศษเพื่อคอลเลคชั่นนี้โดยเฉพาะ
สำหรับคอลเลคชั่น “Reverse Weave” โดดเด่นด้วยคุณสมบัติของเนื้อผ้า Denim สไตล์การถักเย็บแบบแนวขวางโดยการถักย้อนกลับเพื่อให้ช่วยแก้ปัญหาเ รื่องการหดตัวของเนื้อผ้า เสริมความแข็งแรงและความคงทนตอบโจทย์ฟังก์ชั่นการใช้งานของคอกีฬ า โดดเด่นด้วยดีไซน์รูปสามเหลี่ยมตรงคอเสื้อที่ช่วยเสริมด้านความทนทาน ปกป้องการยืดของเนื้อผ้าและช่วยซับเหงื่อได้ดียิ่งขึ้นในดีไซน์สไตล์คลาส สิคที่ครีเอทให้มีความทันสมัย
คอลเลคชั่นนี้จะมาในโทนสี Indigo ทั้งหมด ครีเอท Heritage Mood สไตล์คุณได้ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 เป็นต้นไปที่
- Champion Official Stores: ชั้น 1 ICONSIAM
- ชั้น 3 Atrium Zone Central World
- ชั้น L1 Fashion Zone Mega Bangna
- ชั้น 3 London Zone Terminal 21
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Champion Thailand และ Instagram : Champion Thailand
BASE สาขาอมรินทร์ รูปแบบปาร์ตี้ฟิตเนสพร้อมโชว์ผลลัพธ์หลังออกกำลังกายด้วยเทคโนโลยีติดตามผลแบบใหม่!
BASE ฉลองเปิดตัวสาขาที่ 3 ในกรุงเทพฯ อย่างเป็นทางการ พร้อมจัดงานเอาใจสายฟิตด้วยกิจกรรมออกกำลังกายสุดมันส์
จัดเต็มทั้งอาหารและความสนุก BASE สาขาอมรินทร์ เป็นสาขาน้องใหม่ล่าสุดที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ตั้งอยู่ที่ตึกอมรินทร์ พลาซ่า ชั้น 2 โดยประกอบด้วย สตูดิโอเทรนนิ่งหลักขนาดใหญ่ สตูดิโอสำหรับการออกกำลังกายแบบส่วนตัว รวมถึงโซนสินค้า BASE X Adidas และบาร์น้ำผลไม้ปั่น
การออกกำลังกายรูปแบบคาร์ดิโอความเข้มข้นสูงและเวทเทรนนิ่งมีให้บริการในทุกสาขาของ BASE และสามารถทำได้ในทั้งรูปแบบกลุ่มและเดี่ยวกับโค้ช
รายละเอียดเพิ่มเติม: www.basebangkok.com


