G-SHOCK เปิดตัวนวัตกรรมโครงสร้าง Carbon Core Guard จนเป็นสุดยอดนาฬิกาที่ผสมผสานวัสดุคาร์บอน แข็งแรงขึ้นแต่เบาลง 4 เท่า
GWR-B1000 และ GA-2000 โดดเด่นด้วยนวัตกรรมโครงสร้างต้านทานแรงสะเทือนรูปแบบใหม่ Carbon Core Guard Structure (คาร์บอน คอร์ การ์ด สตรัคเจอร์ – โครงสร้างคาร์บอนปกป้องตัวเครื่อง) โดย Casio ถือเป็นผู้ผลิตเจ้าแรกในโลกที่นำวัสดุคาร์บอนมาทำโครงสร้างนาฬิกา เพื่อมอบการต้านทานแรงสะเทือนที่เหนือกว่า เพิ่มความคล่องตัวในการสวมใส่ ด้วยน้ำหนักวัสดุที่เบาลงกว่าเดิม ซึ่งวัสดุคาร์บอนนั้นเป็นที่นิยมในการใช้สำหรับสร้างชิ้นส่วนของอากาศยาน เนื่องจากมีคุณสมบัติน้ำหนักเบา และแข็งแรงทนทาน
โดย GRAVITY MASTER GWR-B1000 เป็นนาฬิการุ่นท็อปในซีรี่ส์ มีความแข็งแกร่ง ทนทาน พร้อมรูปลักษณ์ที่สวยงาม ด้วยการใช้ตัวเรือนคาร์บอนแบบผสานรวมเป็นชิ้นเดียวกัน (Carbon Monocoque Case) ที่สร้างขึ้นจากวัสดุเรซิ่นเสริมคาร์บอน-ไฟเบอร์ โดยผนึกตัวเรือนและชิ้นฝาหลังรวมเข้าเป็นชิ้นเดียวกัน พร้อมสายคาร์บอนไฟเบอร์เคลือบเรซิน ซึ่งสามารถต้านทานแรงดึงได้อย่างยอดเยี่ยม นอกจากนี้กรอบหน้าปัดยังทำจากเส้นใยคาร์บอนที่ทับซ้อนกันถึง 52 ชั้น การันตีความแข็งแรงทนทานในอีกระดับ
ทางด้านของคุณสมบัติ GRAVITY MASTER GWR-B1000 ยังคงคอนเซปต์นาฬิกาสำหรับนักเดินทาง ด้วยระบบ Bluetooth® สามารถเชื่อมต่อเข้ากับสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย เสริมด้วยฟังก์ชั่น Multiband 6 ซึ่งควบคุมด้วยคลื่นวิทยุ Bluetooth® ใช้ในการปรับเทียบมาตรฐานเวลา เพื่อความเที่ยงตรงในทุกสถานการณ์ นอกจากนี้ GWR-B1000 ยังมาพร้อมกับระบบพลังงาน ทัฟ โซลาร์ (Tough Solar) ซึ่งสามารถชาร์จไฟด้วยแสงอาทิตย์ ไฟฟลูออเรสเซนต์และแหล่งพลังงานแสงอื่นๆ เสริมด้วย TRIPLE G RESIST ที่ทนต่อแรงกระแทก แรงเหวี่ยง และแรงสั่นสะเทือน สามารถกันน้ำได้ถึง 200 เมตร มาพร้อมกับสองสีให้เลือกได้แก่ GWR-B1000-1A1 (สีน้ำเงิน x ดำ) และ GWR-B1000-1A (สีเทา x ดำ) ด้วยราคา 37,500 บาท
นอกจากนี้ สำหรับสาวก G-SHOCK พลาดไม่ได้กับนาฬิกา GRAVITY MASTER รุ่นพิเศษ GWR-B1000-1A Limited Edition ที่มาในลุคสปอร์ต เท่ห์ ด้วยฟินิชชิ่งสีแดงต้นตำหรับแบรนด์ G-SHOCK สุดโดดเด่น โดยจะวางจำหน่ายในประเทศไทยเพียง 40 เรือนเท่านั้น มูลค่าราคา 45,000 บาท
อีกหนึ่งรุ่นที่น่าจับตามองได้แก่นาฬิกา G-SHOCK รุ่น GA-2000 ซึ่งเป็นนาฬิกา G-SHOCK รุ่นแรกในประวัติศาสตร์ที่ผู้ส่วมใส่สามารถเปลี่ยนสายได้ด้วยตนเอง GA-2000 โดดเด่นที่โครงสร้าง Carbon Core Guard Structure พร้อมดีไซน์และสายที่มีสีสันในลุคสตรีทแฟชั่น เหมาะกับคนสมัยใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์แอ๊คทีฟและชื่นชอบการ MIX & MATCH ให้เข้ากับสไตล์การแต่งตัว มาพร้อมกับฝาหลังที่ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ ทำให้มีน้ำหนักเบาแต่ยังคงความแข็งแกร่งที่เหนือชั้นกว่า และยังช่วยปกป้องโมดูลภายในของนาฬิกาจากความเสียหายและการเสียรูปจากแรงกระแทก
นาฬิการุ่น GA-2000 มาพร้อมกับฟังก์ชั่นมาตรฐานในการทำงานเช่น การแสดงเวลาโลก (World Time) ระบบจับเวลา 1/100 วินาที ระบบจับเวลาถอยหลัง ไฟ LED สองดวง นาฬิกาปลุกห้าเวลา และฟังก์ชั่นอื่นๆ โดยมีให้เลือกสรรสามสีสามสไตล์ด้วยกันได้แก่ GA-2000-1A2JF (สีฟ้า x ดำ) GA-2000-1A9JF (สีเหลือง x ดำ) และ GA-2000E-4JR (สีแดง x ดำ) ด้วยราคาที่จับต้องได้ เริ่มต้นเพียง 5,700 บาท
‘ยิปซัมตราช้าง’ จัดทริป exclusive พาครอบครัวยิปซัมตราช้างตะลุย กิน เที่ยว ช้อป แดนปลาดิบ !
กิจกรรมนี้เกิดขึ้นได้จากแคมเปญสะสมยอดซื้อสูงสุด โดยพาไปเยี่ยมชม 2 เมืองในดวงใจ โอซาก้า และเกียวโต ซึ่งถือเป็นดินแดนแห่งความสวยงามทางธรรมชาติและอารยธรรมมรดกโลก พร้อมเยี่ยมชมทัศนียภาพอันงดงามเต็มไปด้วยวัฒนธรรมอันล้ำค่าแบบเจาะลึก สำหรับไฮไลท์ในทริปนี้ คือ การทำกิจกรรมเชิงวัฒนธรรม และสวมชุดนินจา ณ หมู่บ้านนินจา เมืองเกียวโต
BMW Golf Cup International 2019 รอบคัดเลือก เฟ้นหาตัวแทนนักกอล์ฟมือสมัครเล่นเข้าชิงแชมป์ระดับประเทศ!
โดยในการแข่งขันรอบดังกล่าว มีนักกอล์ฟสมัครเล่นสร้างสถิติทำโฮล-อิน-วันคนแรกของทัวร์นาเม้นท์ครั้งนี้ ได้แก่ คุณปิยะภัทร มณีเสถียร ผู้หวดวงสวิงทำ โฮล-อิน-วัน ในหลุมที่ 5 ระยะทาง 180 หลา คว้าสิทธิ์ได้รับรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟ บีเอ็มดับเบิลยู 320d GT M SPORT มูลค่า 2,999,000 บาทไปครอบครอง

นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยูยังคงเดินหน้าเชิญชวนผู้สมัครเข้าร่วมสมทบทุนเพื่อการกุศลอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่สาม โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการแข่งขัน BMW Golf Cup International 2019 จะถูกนำไปสมทบทุนให้แก่มูลนิธิแคร์ฟอร์วอเตอร์และมูลนิธิเพื่อการกุศลอื่น ๆ
และสำหรับการแข่งขัน BMW Golf Cup International 2018 รอบชิงแชมป์โลก ณ สนามคาโบ เดล โซล กอล์ฟ รีสอร์ท บนชายฝั่งทางใต้ของลอส คาโบส ประเทศเม็กซิโก เมื่อวันที่ 18-23 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา คุณพรสวรรค์ ชาญศึก ได้ครองตำแหน่งรองชนะเลิศในประเภท Category Lady ด้วยคะแนน 106 แต้ม ในขณะที่ทีมประเทศไทย ยังสร้างความภาคภูมิใจให้แก่แฟน ๆ คว้าแชมป์อันดับสามประเภท National Team Category มาครอบครองที่คะแนน 288 แต้ม จากผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 34 ประเทศในทัวร์นาเมนท์กอล์ฟสมัครเล่นระดับเวิลด์คลาสที่ใหญ่ที่สุดในโลก
สามารภดูภาพเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/bmwultimatejoy
ร่วมเป็นกำลังใจให้นักกอล์ฟมือสมัครเล่นหวดวงสวิงสู่รอบชิงชนะเลิศและรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.bmw.co.th
รอยัล เอนฟิลด์ จัดกิจกรรม ‘One Ride’ ครั้งที่ 9 สาวกรอยัล เอนฟิลด์ เฉลิมฉลองมิตรภาพในการขับขี่พร้อมกันทั่วโลก
รอยัล เอนฟิลด์ ผู้นำตลาดรถมอเตอร์ไซค์คลาสสิกขนาดกลางระดับโลกจัดกิจกรรม ‘วัน ไรด์’ (One Ride) ครั้งที่ 9 เพื่อเฉลิมฉลองมิตรภาพ และความหลงใหลในการขี่มอเตอร์ไซค์ระหว่างไบค์เกอร์เจ้าของรถรอยัล เอนฟิลด์ ผ่านการขับขี่พร้อมกัน 35 ประเทศทั่วโลกในวันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน 2562 ภายใต้ธีมการขับขี่อันเป็นหนึ่งเดียวกันหรือ ‘Ride as One’
กิจกรรม ‘วัน ไรด์’ จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ในประเทศไทย โดยกิจกรรมปีนี้ถูกจัดขึ้นพร้อมกันใน 9 จังหวัด
ทั่วประเทศได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ ภูเก็ต สงขลา (หาดใหญ่) อุบลราชธานี พิษณุโลก ลพบุรี พัทยา นครปฐม และกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีชาวรอยัล เอนฟิลด์กว่า 700 ชีวิตเข้าร่วมกิจกรรมการขับขี่สุดพิเศษพร้อมกันในปีนี้เพิ่มขึ้นจากกิจกรรม วันไรด์ ปีที่แล้วกว่า 300 คน โดยจำนวนคนที่เพิ่มขึ้น นับเป็นเครื่องสะท้อนการเติบโตของกลุ่มลูกค้ารอยัล เอนฟิลด์ และคอมมูนิตี้ผู้ขับขี่รอยัล เอนฟิลด์ ในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี
สำหรับกรุงเทพฯ เหล่าไบค์เกอร์นักขี่รอยัล เอนฟิลด์ชาวไทยกว่า 240 คนรวมตัวกันที่ รอยัล เอนฟิลด์ สโตร์ วิภาวดี ในช่วงเช้าของวันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน ก่อนออกเดินทางพร้อมกันไปยังจังหวัดนครปฐม มุ่งหน้าสู่อำเภอนครชัยศรี
ทั้งนี้ กิจกรรม ‘วัน ไรด์’ เป็นหนึ่งในกิจกรรมการขับขี่มอเตอร์ไซค์พร้อมกันที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยสาวก
รอยัล เอนฟิลด์ทั่วโลกจะรวมตัวเพื่อขับขี่มอเตอร์ไซค์พร้อมกันในเช้าวันอาทิตย์ เพื่อเฉลิมฉลองต่อมิตรภาพ และความหลงใหลในการขี่มอเตอร์ไซค์ระหว่างไบค์เกอร์เจ้าของรถรอยัล เอนฟิลด์ด้วยกันเป็นประจำทุกปี รวมถึงให้ผู้ขับขี่ได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่แท้จริงหรือ ‘Pure Motorcycling Experience’ ร่วมกัน

Facebook Dating ฟีเจอร์ใหม่ ‘คนที่แอบชอบ’ เฟสนี้ไม่มีเหงาใหม่ล่าสุด!
ในการใช้งานฟีเจอร์ Secret Crush นั้น เราสามารถเลือกเพื่อนใน Facebook ที่เราสนใจได้มากถึง 9 คน หากคนเหล่านั้นใช้งาน Facebook Dating อยู่แล้ว พวกเขาจะได้รับการแจ้งเตือนว่ามีคนสนใจเขาอยู่ และถ้ามีคนเพิ่มเราลงไปในลิสต์ Secret Crush เหมือนกัน ก็หมายความว่าเราทั้งคู่ได้รับการแมทช์กันแล้ว แต่ถ้าคนที่เราสนใจ ไม่ได้ใส่ชื่อของเราลงไปในลิสท์คนที่แอบชอบ หรือพวกเขาไม่ได้ใช้งาน Facebook Dating หรือ Secret Crush อยู่ ก็ไม่ต้องกังวล เพราะหากว่าเราสองคนไม่ได้ถูกแมทช์กัน ก็จะไม่มีใครรู้ว่าเราแอบใส่ชื่อใครลงไปเป็น Secret Crush ของเรา
ขณะนี้ มีผู้ใช้ Facebook มากกว่า 200 ล้านคนที่ระบุสถานะตนเองบน Facebook ว่าโสด Facebook Dating เป็นฟีเจอร์บนแอพพลิเคชั่นใน Facebook ที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้ได้สัมผัสประสบการณ์การหาคู่แบบที่สามารถควบคุมเองได้อย่างเต็มที่ ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียที่ได้เริ่มใช้ Facebook Dating หลังจากเปิดตัวไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา และเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาที่งานประจำปี F8 ของ Facebook ก็ได้มีการประกาศเพิ่มบริการ Facebook Dating ในอีก 14 ประเทศรวมถึง 5 ประเทศในเอเชียแปซิฟิค ได้แก่ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม สิงคโปร์ มาเลเซีย และลาว โดยในปัจจุบัน Facebook Dating สามารถใช้งานได้แล้วรวม 19 ประเทศทั่วโลก
เคล็ดลับในการใช้ Facebook Dating และฟีเจอร์หลัก
Facebook Dating มีอยู่ในแอพพลิเคชั่น Facebook ปกติ (สำหรับการใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือเท่านั้น) โดยเราสามารถเลือกเปิดใช้งานหรือไม่ก็ได้ และเป็นฟีเจอร์ที่ใช้งานง่าย
การสร้างโปรไฟล์ใน Dating เพียงดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Facebook เวอร์ชั่นล่าสุด จากนั้นไปที่เมนู “ดูเพิ่มเติม” (More) และมองหา เครื่องหมายรูปหัวใจ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ Facebook Dating ในลิสต์ “สำรวจ” (Explore) และเริ่มสร้าง โปรไฟล์ของคุณด้วยการเพิ่มรูป เลือกความต้องการในการมองหาคู่เดทของคุณ และอื่นๆ อีกมากมาย
“DRE TRACK DAYS 2019” ตอบโจทย์ไบค์เกอร์รักความเร็ว และนักแข่งในสนาม ด้วยประสบการณ์ความมันส์แบบเอ็กซ์คลูซีฟ
คุณสมรรถ รอบบรรเจิด กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดูคาทิสติ จำกัด หรือดูคาติไทยแลนด์ กล่าวว่า “ดูคาติเป็นรถที่มีการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีและมีสมรรถนะสูง ซึ่งทางดูคาติไทยแลนด์ได้เน้นย้ำและรณรงค์เรื่องความปลอดภัยในการใช้รถบนท้องถนนมาโดยตลอด เราจึงได้มีการจัดกิจกรรม Ducati Riding Experience (DRE) อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี
กิจกรรม “DRE Track Days 2019” เป็นกิจกรรมที่ให้ลูกค้าได้ทดสอบสมรรถนะของรถดูคาติคู่ใจได้อย่างเต็มที่ และได้ร่วมทดสอบ Panigale V4 (พานิกาเล่ วี4) ซึ่งเป็นรถที่นำเทคโนโลยีจากโลกของสนามแข่งขัน มาถ่ายทอดสู่รถจักรยานยนต์ที่ให้อารมณ์แห่งการขับขี่และสมรรถนะของเทคโนโลยีที่ใกล้เคียงกับรถในการแข่งขัน MotoGP มากที่สุด ในสถานที่ที่มีความเหมาะสมและปลอดภัยกับการใช้ความเร็วบนสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต โดยมีทีม DRE Instructor ดูแลอย่างใกล้ชิดตามคอนเซปต์ Be Safe, Be Cool ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้ได้รับการตอบรับจากลูกค้าดูคาติที่ชื่นชอบความเร็ว และชาวดูคาทิสต้าที่มีดีกรีเป็นถึงนักแข่งในสนาม จำนวนทั้งสิ้น 80 คัน”
คุณยุภา ไชยเพ็ง เริ่มต้นจากการไปสัมผัสประสบการณ์ในกิจกรรมของดูคาติร่วมกับคุณโดนาโต้ มาริโอ้ รูเบอร์โตเน่ จนก้าวเข้ามาสู่การเป็นไบค์เกอร์สาวที่มีความหลงใหลในแบรนด์ดูคาติเต็มตัว และเป็นสาวกดูคาทิสต้าที่ไม่เคยพลาดที่จะตอบรับเข้าร่วมกิจกรรมดูคาติ รวมถึงผ่านการอบรม DRE ของดูคาติร่วมกับคุณโดนาโต้ มาริโอ้ รูเบอร์โตเน่ หลากหลายหลักสูตร กล่าวว่า “ดูคาติจัดกิจกรรมเพื่อเรียนรู้หลักการขี่รถที่ถูกต้องและปลอดภัย
ที่ผ่านมาเคยลง DRE Private Course และหลักสูตร DRE ที่ทางดูคาติจัดขึ้นร่วมกับคุณมาริโอ้ทุกครั้ง เพราะต้องการเรียนรู้พัฒนาทักษะการขี่รถไปพร้อมๆ กัน ซึ่งนี่เป็นวิธีการเรียนรู้ที่ถูกต้องและปลอดภัย สำหรับ DRE Track Day 2019 ในครั้งนี้ จัดขึ้นที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ซึ่งเป็นสนามระดับโลกที่สามารถใช้ความเร็วและสมรรถนะได้อย่างเต็มที่ มี DRE Instructor คอยแนะนำดูแล ทำให้ได้พัฒนาทักษะการขี่รถดูคาติเพิ่มขึ้น”
สำหรับไบค์เกอร์ที่มีดีกรีเป็นถึงนักแข่งรถในสนาม อย่างคุณเกเว่น ปูริซีม่า และคุณชาคริต ศรีสมัย ที่ ครอบครองรถ Panigale V4 และนำรถมาลองสมรรถนะในกิจกรรม DRE Track Day 2019 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ต่างได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และวิธีการขี่รถดูคาติในสนามกับผู้เข้าร่วมกิจกรรมขี่รถในครั้งนี้ ซึ่งเป็นการสนับสนุนให้ไบค์เกอร์และวงการ Motor Sport ในประเทศไทยหันมาตระหนักถึงเรื่องของความปลอดภัยในการขี่รถกันมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีทีม Technician ของดูคาติไทยแลนด์ที่ผ่านการอบรมจากบริษัทแม่ที่ประเทศอิตาลี มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับเทคนิคและการปรับแต่งรถให้เหมาะกับการขี่รถสำหรับผู้ขับขี่แต่ละคน รวมถึงให้มีความเหมาะสมกับการขับขี่ในสนามแข่งขัน
‘วัน แชมเปี้ยนชิพ’ เดินหน้าสู่เบอร์ 1 โลก พร้อมผุดโปรเจ็กยักษ์สร้างฮีโร่นักมวยไทยสู่ระดับนานาชาติ!
ONE Championship องค์กรกีฬาศิลปะป้องกันตัวระดับโลกที่ยิ่งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์เอเชีย ได้รับความนิยมจากแฟนๆ ทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแน่นอนว่าซีอีโอใหญ่อย่าง ชาตรี ศิษย์ยอดธง ในฐานะประธานและผู้ก่อตั้ง ยังคงฝันที่จะพัฒนาองค์กรให้ก้าวขึ้นเป็นเบอร์ 1 ของโลก พร้อมมุ่งมั่นผลักดันมวยไทยและนักมวยไทยให้ประสบความสำเร็จในระดับโลกเพิ่มขึ้น
ชาตรี ศิษย์ยอดธง ประธานและผู้ก่อตั้ง วันแชมเปี้ยนชิพ เปิดเผยว่า “ประเทศไทย คือต้นตำรับของศิลปะป้องกันตัวของ มวยไทย ตนพยายามที่จะผลักดันมวยไทยให้ก้าวสู่ระดับโลกและได้รับความนิยมจากนานาชาติ ไม่ใช่เฉพาะแค่การแข่งขันเท่านั้น แต่ยังต้องการเผยแพร่ภาพลักษณ์ของความมีสปิริต น้ำใจนักกีฬา และความมีมนุษยธรรม
“สิ่งเหล่านี้ผมได้ถูกปลูกฝันมาตั้งแต่เด็กจากค่ายมวยศิษย์ยอดธง โดยครูตุ้ย-ยอดธง เสนานันท์ ซึ่งตลอด 8 ปีที่ก่อตั้ง วัน แชมเปี้ยนชิพ ผมได้พยายามยกระดับทั้งคุณภาพของนักมวยและการแข่งขันให้ได้รับการยอมรับจากต่างชาติมาโดยตลอด ปัจจุบันวันแชมเปี้ยนชิพมีการจัดการแข่งขันในประเทศไทย 2-3 รายการเป็นประจำทุกปี คาดหวังว่าในอนาคตจะมีการจัดการแข่งขันเป็นประจำทุกเดือน โดยตอนนี้เราได้มีโครงการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวขึ้นเป็นองค์กรศิลปะป้องกันตัวเบอร์ 1 ของโลก ซึ่งจะเป็นโอกาสของวงการมวยไทยและนักมวยไทยที่จะประสบความสำเร็จในระดับโลกเพิ่มขึ้น”
ล่าสุด วัน แชมเปี้ยนชิพ ประกาศจับมือเป็นพันธมิตรด้วยสัญญายาว 7 ปีกับ Global Association of Mixed Martial Arts (GAMMA) องค์กรอิสระด้านกีฬาศิลปะการป้องกันตัวแบบผสมผสานระดับโลก เพื่อผลักดันกีฬา MMA เข้าสู่โอลิมปิก เพื่อเติมเต็มความฝันของเหล่านักกีฬา MMA ระดับมือสมัครเล่นทุกคนให้เกิดขึ้นจริงบนเวทีกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ พร้อมร่วมกันพัฒนาและส่งเสริมด้านสุขภาพและมาตรฐานความปลอดภัย ต่อต้านการโด๊ป และส่งเสริมกฎกติกาการปฏิบัติที่เหมาะสมในการแข่งขัน แม้จะยอมรับว่าการผลักดันกีฬา MMA ในโอลิมปิก ยังเป็นเรื่องที่ยาก เนื่องจากปัญหาเรื่องภาพลักษณ์ที่หลายคนยังคงมองว่าเน้นความรุนแรงเป็นหลัก
“ผมมีความตั้งใจที่จะล้างภาพความรุนแรงเหล่านั้น และทำให้ทั่วโลกได้มองเห็นถึงความมีสปิริตน้ำใจนักกีฬา ความมีมนุษยธรรม และวัฒนธรรมของศิลปะการต่อสู้ที่เป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของวงการศิลปะป้องกันตัวในเอเชีย พร้อมเชื่อว่าจะได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการโอลิมปิกสากล และถูกบรรจุเข้าแข่งขันในปี 2028 ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นการเปิดโอกาสของนักมวยไทยสู่เวทีโลกอีกทางแน่นอน” ซีอีโอ วัน แชมเปี้ยนชิพ เผย
นอกจากนี้ ชาตรี ยังได้เปิดตัวบริษัทผลิตรายการโทรทัศน์และภาพยนตร์ ชื่อว่า ‘ONE Studios’ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการผลิตรายการทีวีคุณภาพสู่สายตาแฟนกีฬา รวมถึงภาพยนตร์ที่นำแสดงโดยนักกีฬาจาก ‘วัน แชมเปี้ยนชิพ’ เพื่อส่งเสริมและผลักดันให้นักกีฬาในสังกัดมีอนาคตที่ดี เป็นโอกาสดีที่นักกีฬาจะได้เติมเต็มความฝัน ซึ่งอาจเป็นอีกเส้นทางของพวกเขาหลังจากรีไทร์ไปแล้ว เหมือนดั่ง ดเวยน์ เดอะ ร็อค จอห์นสัน หรือ แจ๊คกี้ ชาน ที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว
“เราไม่ได้นำเสนอเพียงแค่ศิลปะป้องกันตัวอย่างเดียว แต่ภารกิจสำคัญคือการนำเสนอฮีโร่ในโลกแห่งความจริง คนที่จะสร้างความฝัน ความหวัง และแรงบันดาลใจแก่ผู้อื่น ONE Studios จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญสำหรับฮีโร่ของเราในการส่งข้อความและแรงบันดาลใจแก่ทุกคน ซึ่งความฝันของผมก็คือสร้างฮีโร่รุ่นใหม่จากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งในประเทศไทยมีนักมวยไทยมากมายที่มีโอกาสก้าวขึ้นมาเป็นฮีโร่ในระดับโลก หลายคนมีเส้นทางชีวิตที่น่าสนใจ ต้องต่อสู้กับความยากจนและพยายามฝึกฝนจนประสบความสำเร็จ เช่น ครูตอง-ชนนภัทร วิรัชชัย, น้องโอ๋ ไก่ย่างห้าดาว ตลอดจน ริกะ อิชิเกะ และในอนาคตเราอาจจะได้เห็นการสร้างนักกีฬาไทยให้กลายเป็นฮีโร่ส่งออกต่างประเทศก็เป็นได้ โดยภาพยนตร์เรื่องแรกของเราจะมีการเปิดตัวในเดือนมิถุนายนนี้ โดยได้รับการผลิตด้วยทีมงานระดับผู้กำกับและโปรดิวเซอร์ที่มีผลงานระดับโลก ผ่านทางแพลตฟอร์มดิจิตอลอย่าง Netflix, Youtube, Facebook รวมถึง Amazon และแพลตฟอร์มอื่นๆกับพันธมิตรกว่า 140 ประเทศทั่วโลก” ชาตรี ทิ้งท้าย
ทั้งนี้ ‘วัน แชมเปี้ยนชิพ’ เตรียมระเบิดศึกใหญ่รายการ ‘วัน วอริเออร์ ออฟไลท์’ ที่อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี ในวันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคมนี้ โดยมีสตาร์นักชกไทยชื่อดังพาเหรดเข้าชิงชัยมากมาย นำโดยคู่เอก “น้องโอ๋ ไก่ย่างห้าดาว” ที่จะป้องกันแชมป์โลกรุ่นแบนตั้มเวต 65.8 กิโลกรัม พบ ฮิโรอากิ ซูซุกิ นักชกชาวญี่ปุ่น ส่วนคู่รอง เพชรดำ เพชรยินดีอะคาเดมี่ ชิงแชมป์วันซูเปอร์ซีรีส์ คิกบ็อกซิ่ง รุ่นฟลายเวต 61.2 กิโลกรัม กับ เอเลียส มาห์มูดี้ นักชกจากแอลจีเรีย พร้อมด้วยคู่ประกอบรายการอื่นๆ อาทิ สิงห์ทองน้อย ป.เตละกุล, รถถัง จิตรเมืองนนท์, ซุปเปอร์เล็ก เกียรติหมู่ 9 และ พงษ์ศิริ มิตรสาธิต
สุดยอดประสบการณ์แห่งปี ‘The Volvo Way: Freedom to Experience’ กิจกรรมทดสอบสมรรถนะยานยนต์บนลู่วิ่ง 2 ระดับสุดเร้าใจกลางเมือง!


ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2561 วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย มุ่งเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจ โดยให้ความสำคัญกับลูกค้าของเราเป็นอันดับแรก จวบจนปัจจุบัน วอลโว่ยังคงให้ความสำคัญกับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง รวมถึงประสบการณ์ที่ลูกค้าจะได้รับทุกครั้งที่มาเยือนศูนย์บริการวอลโว่ ภายในงาน The Volvo Way ในครั้งนี้จะแสดงให้ทุกคนเห็นว่า วอลโว่ได้เดินทางมาไกลเพียงใดในการก้าวข้ามขีดจำกัดของโลกยานยนต์
กิจกรรม The Volvo Way ครั้งนี้ เพื่อนำเสนอรถยนต์วอลโว่สู่ลูกค้าโดยตรง ซึ่งทุกคนจะไม่เพียงได้สัมผัสกับสมรรถนะรถยนต์วอลโว่ในทุกสภาพถนนเท่านั้น หากจะเข้าใจถึงความมุ่งมั่นในการก้าวสู่ความยั่งยืน การนำเสนอดีไซน์ร่วมสมัยสไตล์สแกนดิเนเวียน การเชื่อมต่อออนไลน์ภายในห้องโดยสาร และเทคโนโลยีความปลอดภัยชั้นเลิศ โดยวอลโว่ยังคงมุ่งมั่นพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ที่เพียบพร้อมด้วยระบบส่งกำลังแบบใหม่ และอุปกรณ์ไฮเทคที่ล้ำสมัยที่สุดเพื่อนำเสนอประสบการณ์การขับขี่ที่เปี่ยมด้วยอิสระเสรี ความปลอดภัย
สำหรับการดำเนินงานขั้นแรก วอลโว่ได้ปรับเปลี่ยนแนวทางจากการนำเสนอแคมเปญทั่วไป สู่ ‘การบอกเล่าเรื่องราว’ เพื่อสร้างความเชื่อมโยงกับกลุ่มลูกค้าชาวไทยให้มากยิ่งขึ้น โดยในปี 2560 ได้ริเริ่มแคมเปญ S90 Pure Power ซึ่งบอกเล่าสาระสำคัญในด้านเทคโนโลยียานพาหนะแบบปลั๊กอินไฮบริด (Plug-In Hybrid Electric Vehicle – PHEV) โดยวอลโว่ได้สร้างป้ายบิลบอร์ดขนาดยักษ์เพื่อบอกเล่าถึงแนวคิดพลังงานสะอาดอันโดดเด่น และงานดีไซน์ไฟของเทพเจ้าธอร์อันเป็นซิกเนเจอร์
นอกจากนี้ วอลโว่ยังติดตั้งสายล่อฟ้าเพื่อแปลงพลังงานจากฟ้าผ่าให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้า เพื่อให้แสงสว่างได้อย่างน่าตื่นตา ซึ่งสิ่งนี้คือสาระสำคัญของแนวคิดยานพาหนะแบบปลั๊กอินไฮบริดของเครื่องยนต์รุ่น T8 Twin Engine ของเรา จนกลายเป็นที่สนใจในสังคมโซเชียลมีเดียและกระตุ้นการประชาสัมพันธ์ของวอลโว่ในการสร้างความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ใช้โซเชียลมีเดียชาวไทยได้เป็นอย่างดี แคมเปญนี้ยังได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ Gold Award จากงาน Adfest 2018 Thailand ในประเทศไทย และ Ad Stars 2018 ในประเทศเกาหลีใต้
สำหรับงาน The Volvo Way: Freedom to Experience ครั้งนี้ วอลโว่ตั้งใจนำเสนอประสบการณ์ระดับพรีเมียมที่แท้จริงสู่ผู้บริโภคชาวไทย ซึ่งไม่เพียงแค่เทคโนโลยีชั้นเลิศทั้งหมดในรถยนต์รุ่น XC40, XC60 และ XC90 เท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงถึงความมุ่งมั่นในการมอบประสบการณ์ด้านความปลอดภัย และอิสรภาพส่วนบุคคลที่แท้จริง วอลโว่ต้องการแบ่งปันช่วงเวลาอันน่าประทับใจกับผู้บริโภคชาวไทย เพื่อให้ผู้บริโภคชาวไทยมีโอกาสสัมผัสถึงความหรูหราในแบบสวีดิช และดีไซน์ล้ำสมัยสไตล์สแกนดิเนเวียนให้มากยิ่งขึ้น
แนวทางการออกแบบและสร้างประสบการณ์ของผู้ขับขี่ตั้งอยู่บนปรัชญาที่ว่า ‘วัฏจักรแห่งชีวิต’ นั่นคือ การพัฒนามาตรฐานและเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งอยู่บนองค์ความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับผู้บริโภค ประกอบกับแรงบันดาลใจแบบสแกนดิเนเวียนที่ผสมผสานความเรียบง่าย ความงาม และประโยชน์ใช้สอยเข้าด้วยกัน ดีไซน์แบบสแกนดิเนเวียนที่ดีที่สุดจึงมักไปอย่างเรียบง่าย
รถยนต์รุ่นใหม่จากวอลโว่ทุกรุ่นคือผลิตภัณฑ์จากสวีเดน ประเทศที่มีสังคมเป็นเอกลักษณ์และสไตล์ที่โดดเด่น ซึ่งความเชื่อมั่นอันสงบนิ่งและการให้ความสำคัญกับแสงและวัสดุจากธรรมชาติถูกนำมาผสานกัน เพื่อยกระดับวิถีชีวิตแบบชาวสวีดิชและดีไซน์สมัยใหม่สไตล์สแกนดิเนเวียน
ห้ามพลาด! แฟนวอลโว่สามารถมาสัมผัสปรากฏการณ์ความยิ่งใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ ด้วยตัวเองได้ตั้งแต่วันที่ 9 – 19 พฤษภาคม 2562 ในเวลา 11.00 – 22.00 น. ณ ลานมรกต ด้านหน้าห้างเซ็นทรัลชิดลม
นิสสัน ส่งมอบ นิสสัน เออร์แวน 45 คัน ให้กรมการขนส่งทหารบก
ทั้งนี้ นิสสัน เออร์แวน เป็นรถตู้อเนกประสงค์ที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้ทั้งหน่วยงานจากภาครัฐและภาคเอกชน ด้วยความโดดเด่นในด้านสมรรถนะ และรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูทันสมัย รวมถึงพื้นที่ใช้สอยภายในขนาดใหญ่ที่กว้างขวางสะดวกสบายตอบทุกวัตถุประสงค์ของการใช้งาน
ชาวแฟชั่นนิสต้าสายคัลเลอร์ฟูลต้องกรีดร้อง! เมื่อ SWATCH ดึงพลังแห่งสีสันระเบิดความสดใสในคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด ‘Energy Boost’
ดีไซน์รูปแบบแรก SWATCH หยิบเอาผลไม้หน้าร้อนมาเป็นจุดเด่น สร้างความสดชื่นทุกครั้งที่ก้มลงดูเวลาบนข้อมือ เริ่มต้นด้วยรุ่น COEUR DE MANGUE ตัวเรือนโปร่งใสสีเหลืองคู่กับหน้าปัดลายมะม่วงตัวแทนของทรอปิคอลฟรุต เพิ่มลูกเล่นด้วยการนำคำว่า ‘mango vitamin’ ใช้แทนตัวเลขบนหน้าปัด มาพร้อมสายซิลิโคนสีส้มไล่โทนที่ให้ความรู้สึกถึงความฉ่ำและสุกงอมของมะม่วงในหน้าร้อน
BANANA SLIP เรือนเวลาโดดเด่นด้วยสายซิลิโคนสีฟ้าพิมพ์ลายโพลก้าดอทสีฮอตพิงค์ แมชเข้ากับหน้าปัดสีเดียวกัน พาดด้วยลายกล้วยสุกปลอกเปลือกที่ด้านบนของหน้าปัด และเข็มบอกเวลาสีฟ้านีออนที่ช่วยให้อ่านเวลาได้ง่าย อีกหนึ่งรุ่นที่โดดเด่นไม่แพ้กัน BIKIWI ดึงเอาผลไม้รสเปรี้ยวอย่างกีวี่มาเป็นคอนเซปต์หลักในการสร้างเอเนอร์จี้ความสดชื่น โดยจุดเด่นอยู่ที่หน้าปัดพิมพ์ลายสามมิติของผลกีวี่ฉ่ำน้ำ พร้อมด้วยสายซิลิโคนสีเขียวสดใส
นอกจากทรอปิคอลฟรุตแล้ว SWATCH ยังเลือกเอาผลไม้เมืองหนาวสีสดมาสร้างสรรค์นาฬิกาอีก 2 รุ่น อย่าง TOILE FRAISEE ที่ให้ความรู้สึกถึงการไปปิคนิคที่สวนสาธารณะในช่วงซัมเมอร์ ด้วยตัวเรือนเวลาโปร่งใสสีแดงเข้ากันอย่างลงตัวกับหน้าปัดและสายซิลิโคนลายแถบขาว-แดง ทับด้วยลายสตรอเบอร์รี่สีสด เพิ่มดีเทลความน่ารักด้วยการใช้รูปเม็ดสตรอเบอร์รี่แทนตัวเลขบนหน้าปัด ปิดท้ายดีไซน์รูปผลไม้ด้วย CERISE MOI ตัวเรือนและสายซิลิโคนสีขาวช่วยเสริมความโดดเด่นให้ลายเชอร์รี่บนสายและหน้าปัดสีแดงมีเสน่ห์ยิ่งขึ้น
เรือนเวลารูปแบบต่อมายังคงไว้ซึ่งความสดใส แต่เน้นให้สามารถสวมใส่ แมทช์เข้ากับเสื้อผ้าได้ง่ายขึ้น ดีไซน์สร้างความโดดเด่นสะดุดตาด้วยเส้นตรงกลางสายซิลิโคนที่ใช้สีขาวตัดกับสีสันสดใสของซัมเมอร์ จึงช่วยให้เรือนเวลาไม่ดูฉูดฉาดจนเกินไป มีให้เลือกถึง 4 รุ่นด้วยกัน LEMONCELLO ด้วยชื่อรุ่นคล้ายกับเหล้าเลม่อนอันโด่งดังของอิตาลี เข้ากับตัวเรือนและสายซิลิโคนสีเหลืองสดใสกับหน้าปัดซันบรัช (sun-brushed) สีเหลืองที่สะท้อนประกายสวยเมื่อโดนแสง สกรีนเลขหน้าปัดสีขาว พร้อมแถบบอกวันและเดือนบริเวณ 3 นาฬิกา SANGUINELLO ดีไซน์แพทเทิร์นเดียวกันที่เปลี่ยนตัวเรือนและสายเป็นสีแดงให้ความรู้สึกถึงที่มีพลัง ส่วนอีก 2 รุ่น ใช้สีขาวเป็นพื้นของสายนาฬิกาตัดกับแถบสีโทนเย็นสีเดียวกันกับตัวเรือน ANISETTE มาในสีน้ำเงินเมดิเตอร์เรเนียน และ NUORA GELSO มาในสีม่วงโทนน้ำเงิน
ปิดท้ายด้วย 2 รุ่น สำหรับสายมินิมอลและพาสเทลเลิฟเวอร์ ULTRAVIOLET เรือนเวลาสายซิลิโคนสีม่วงพาสเทลที่มาพร้อมหน้าปัดกระจกกรองแสง (Solar Spectrum) สีม่วง และ ULTRA GOLDEN เรือนเวลาสายซิลิโคนสีเบจกับหน้าปัดกระจกกรองแสงสีทอง ดีไซน์สุดเรียบง่ายแต่ให้พลังของความสนุกสนานของซัมเมอร์ และยังมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นสะดุดสายตาตามสไตล์ SWATCH
เติมวิตามินเพิ่มความสดใสให้กับซัมเมอร์นี้ของคุณ กับ SWATCH Energy Boost ได้แล้ววันนี้ที่ ! Swatch Shop ในศูนย์การค้าชั้นนำ Siam Paragon ชั้น1 | Siam Center ชั้น 1 | CentralWorld ชั้น 1 | Central Ladpraoชั้น 1 | Central WestGate ชั้น 1 | Mega Bangna ชั้น 1 | Central Festival Pattaya ชั้น 1| Central Festival Chiangmai ชั้น 1 | Central Festival Hadyai ชั้น 1 | Central Plaza Nakhonratchasima ชั้น 1 | เคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ Watch Galleria @ Siam Paragon, The Mall Bangkapi, The Mall Bangkhae แผนกนาฬิกา Robinson @ Central Rama 9, Fashion Island, Central Pinklao และ Central Patong
