‘สำนักงาน กปร.’ ส่งเจ้าหน้าที่เข้าอบรมสถาบัน ‘SPIRIT 4×4’ เพิ่มทักษะการขับขี่รถขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ถูกต้อง!
สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) จัดเจ้าหน้าที่เข้าฝึกอบรมกับโรงเรียน “SPIRIT 4×4” เพิ่มทักษะการขับขี่รถขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ถูกต้อง เพื่อนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับ ไปใช้ในการปฏิบัติหน้าที่พิเศษ ขับรถขับเคลื่อน 4 ล้อ พาผู้แทนพระองค์ไปตรวจงานตามโครงการพระราชดำริในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศไทย

สุกานดา ปภัสร์พงษ์ ผู้อำนวยการ โรงเรียนพัฒนาทักษะการขับขี่รถขับเคลื่อนสี่ล้อ (Spirit of the 4×4 Driving School) เผยว่า “โรงเรียนฯ ก่อตั้งมาเป็นเวลากว่า 20 ปี ฝึกอบรมผู้สนใจการขับรถขับเคลื่อน 4 ล้อ อย่างถูกวิธีไปแล้วกว่า 130 รุ่น และเมื่อวันที่ 30-31 พฤษภาคม ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่จำนวน 13 ท่าน เข้ารับการฝึกอบรมการขับรถขับเคลื่อน 4 ล้อขั้นพื้นฐาน (Basic Part Time) ณ สนาม Spirit Adventure Ground จังหวัดนครนายก”
ผู้เข้าอบรมได้เรียนรู้วิธีการใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ Part Time อย่างถูกต้องทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ ในสนามจำลอง 15 สถานี และสนามจริง โดยมีครูฝึกมากประสบการณ์ดูแลให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด
หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน หรือผู้ที่สนใจเข้าร่วมฝึกอบรมการขับรถขับเคลื่อน 4 ล้ออย่างถูกวิธี สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โรงเรียนพัฒนาทักษะการขับขี่รถขับเคลื่อนสี่ล้อ spirit4x4.imc.co.th หรือ facebook.com/Spirit4x4 และโทรศัพท์ 0-2641-8444 ต่อ 404-405

สายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส จับมือกับ ‘เชฟเอียน’ กิตติชัย สร้างสรรค์เมนูอาหารไทยใหม่เอาใจผู้โดยสารนักชิม!
มร.อัคบาร์ อัล บาเกอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส กรุ้ป กล่าวว่า “สายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส มีความมุ่งมั่นในการมอบประสบการณ์เมนูอาหารบนเครื่องบินที่ดีที่สุด เรามีความตื่นเต้นที่ได้ร่วมงานกับเชฟเอียน กิตติชัย เชฟที่ดีที่สุดท่านหนึ่งของประเทศไทย เพื่อให้บริการอาหารจานพิเศษแก่ผู้โดยสารสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส ที่เดินทางจากกรุงเทพฯ และมั่นใจว่ารายการอาหารใหม่นี้จะเป็นที่นิยมต่อผู้โดยสารอย่างแน่นอน”
เชฟเอียน กิตติชัย กล่าวว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส ในการสร้างสรรค์เมนูพิเศษ ที่มีรสชาติและวัตถุดิบที่มีเอกลักษณ์ความเป็นไทยให้แก่ผู้โดยสาร และรู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมงานกับสายการบินที่มีความมุ่งมั่นในการให้บริการด้วยความเป็นเลิศ และสร้างความประทับใจด้วยเมนูอาหารที่มีความแปลกใหม่และมีรสชาติอร่อยจากประเทศบ้านเกิดให้แก่ผู้โดยสารของสายการบินระดับโลก”
เมนูอาหารเชฟเอียน กิตติชัย ใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นเป็นส่วนประกอบอาหารจานพิเศษ อาทิ เมนูแกงระแวงเนื้อ อาหาร หารับประทานยากจากภาคใต้ โดดเด่นที่ความนุ่มอร่อยของเนื้อซี่โครงตุ๋น ความเผ็ดหอมของเครื่องเทศพริกแกงใต้ สูตรเฉพาะ และพริกชี้ฟ้าย่าง เมนูฉู่ฉี่กุ้ง ความหวานของเนื้อกุ้งลายเสือตุ๋นกะทิเสิร์ฟบนเครื่องแกงฉู่ฉี่รสเข้มข้นกำลังดี เพิ่มความหอมด้วย มะพร้าวคั่ว ทานคู่กับยอดมะพร้าว และผักกาดกวางตุ้ง

***********
สายการบินกาตาร์ แอร์เวยส์ ให้บริการด้วยฝูงบินที่ทันสมัยกว่า 250 ลำ จากท่าอากาศยานนานาชาติฮาหมัด (Hamad International Airport: HIA)ด้วยเครือข่ายเส้นทางการบินระดับโลกของสายการบินกาตาร์ แอร์เวยส์กว่า 160 เส้นทางทั่วโลก ทั้งนี้ ในต้นปีนี้ สายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส ยังมีแผนเพิ่มเที่ยวบิน ในปี พ.ศ. 2562 ได้แก่ อิชมีร์ ตุรกี, ราบัต โมรอคโค, มัลตา, ดาวาว ฟิลิปปินส์, ลิสบอน โปรตุเกส, โมกาดิชู โซมาลี และลังกาวี มาเลซีย
ร่วมฉลองครบรอบ 50 ปี ก้าวแรกของมนุษยชาติบนดวงจันทร์กับ ‘อนันตรา คิฮาวาห์ มัลดีฟส์’ สวรรค์ของนักดูดาว!
ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2562 นี้ จะเป็นวันครบรอบ 50 ปีของการก้าวเดินบนดวงจันทร์ครั้งแรก ทาง อนันตรา คิฮาวาห์ มัลดีฟส์ วิลล่าส์ จะร่วมรำลึกถึงย่างก้าวอันแสนพิเศษนี้กับงาน ‘The Eagle Has Landed Celebration’ โดยโซนหมู่เกาะบา (Baa Atoll) ในมัลดีฟส์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ อนันตรา คิฮาวาห์ คือสวรรค์ของนักดูดาว และเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดในโลกสำหรับการสังเกตดวงจันทร์และดูดาว ด้วยทำเลที่ใกล้กับเส้นศูนย์สูตรและท้องฟ้าที่ปลอดโปร่ง สามารถมองเห็นดาวของทั้ง 2 ซีกโลกได้อย่างชัดเจน หอดูดาวสกาย (SKY) ของ อนันตรา คิฮาวาห์ เป็นหอดูดาวที่ตั้งอยู่เหนือผืนน้ำแห่งแรกและแห่งเดียวในมัลดีฟส์ มีกล้องโทรทรรศน์ หรือกล้องดูดาวกำลังสูง มีหน้ากล้องขนาด 16 นิ้ว แบบเดียวกับที่ใช้สำหรับงานวิจัย โดมโค้งของหอดูดาวได้รับการออกแบบและสร้างขึ้นเป็นพิเศษ ตั้งอยู่บนดาดฟ้าของสกายบาร์ (Sky Bar) ของรีสอร์ท ด้านบนเป็นท้องฟ้ากว้างไร้สิ่งบดบังสายตา ส่วนด้านล่างก็มีเพียงผืนน้ำมหาสมุทรกว้างใหญ่
อาลี ชามีม (Ali Shameem) กูรูด้านการดูดาวของรีสอร์ท เป็นชาวมัลดีฟส์ที่เติบโตขึ้นมาบนเกาะที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ เขาใช้ช่วงเวลาในวัยเด็กทำแผนที่กลุ่มดาว จนกระทั่งได้รับการถ่ายทอดวิชาความรู้จาก ดร. แมสซิโม ทาเรงกิ(Dr. Massimo Tarenghi) นักดาราศาสตร์ชื่อดังชาวอิตาลี ทำให้ชามีมได้ใช้เวลากว่าทศวรรษที่ผ่านมาสังเกตดวงดาวในฐานะนักดาราศาสตร์มืออาชีพ อีกทั้งยังแบ่งปันความหลงใหลและความเชี่ยวชาญเรื่องดวงดาวให้กับแขกของรีสอร์ทด้วย
เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ของการขึ้นไปเดินบนดวงจันทร์ครั้งแรก แขกผู้เข้าพักที่รีสอร์ทจะได้รับเชิญให้เข้าร่วมกิจกรรมดูดาว (Star Gazing) กับ ชามีม เพื่อรับประทานอาหารเช้าและดูดาวในช่วงเวลาเช้ามืด (04.00 น.) เอนหลังจ้องมองดวงดาวที่ส่องประกายอยู่บนท้องฟ้า เพลิดเพลินไปกับเรื่องเล่าและความรู้ของชามีม ที่จะพาคุณเดินทางสู่ห้วงอวกาศ ก่อนที่จะได้ลองส่องกล้องโทรทรรศน์อันทรงพลัง เพื่อดูร่องรอยหลุมอุกกาบาตขนาดยักษ์บนดวงจันทร์ ที่ยังคงเปี่ยมด้วยเสน่ห์และสร้างความอัศจรรย์ใจแก่ผู้คนบนโลกจนถึงบัดนี้

กิจกรรมดูดาวและรับประทานอาหารเช้ามื้อพิเศษนี้ เป็นการมอบโอกาสให้ผู้เข้าพักได้ชื่นชมและสังเกตดวงดาวในมุมมองที่สมบูรณ์แบบและชัดเจนยิ่งขึ้น เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวจะมีความชื้นต่ำและมีแสงอื่นๆ รบกวนน้อยที่สุด ผู้มาเยือนจะได้เติมเต็มประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต เพลิดเพลินกับอาหารเช้า 4 คอร์ส เสิร์ฟพร้อมแชมเปญเย็นฉ่ำ และล็อบสเตอร์เบเนดิกต์ ซึ่งประสบการณ์ดูดาวแสนพิเศษรวมอาหารเช้า ราคา 450 เหรียญสหรัฐ ต่อท่าน
หากกิจกรรมดูดาวเป็นการเริ่มต้นวันใหม่ที่เช้าเกินไป ทางอนันตรา คิฮาวาห์ มัลดีฟส์ ได้ครีเอทเครื่องดื่มค็อกเทลสำหรับโอกาสสุดพิเศษ ในชื่อว่า The ‘Buzz’ Aldrin โดยบาร์เทนเดอร์ของสกายบาร์ และผู้ที่เข้าพักทุกท่านจะได้ลิ้มลองซิกเนเจอร์ค็อกเทลเพื่อการเฉลิมฉลองนี้
นิสสันประกาศรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม ประจำปี 2561 สยามนิสสัน ศรีสะเกษ คว้ารางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมระดับประเทศ
“ที่สยามนิสสัน ศรีสะเกษ เรามุ่งมั่นที่จะยกระดับประสบการณ์ที่ดีของลูกค้ามาโดยตลอด การได้รับรางวัล เบสท์ ออฟ เดอะ เบสท์ อยู่เหนือความคาดหมายของเรา แต่เป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นอีกในปีนี้” กล่าวโดย คุณภิญโญ บุษรารังษี กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามนิสสันศรีสะเกษ “ผมขอขอบคุณ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วย บริษัทนิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ที่ช่วยผลักดันและสนับสนุนด้วยดีเสมอมา รวมถึงพนักงานทุกคนที่ต่างทุ่มเทแรงกายแรงใจ จนทำให้เราประสบความสำเร็จได้รับรางวัลในครั้งนี้”
นิสสันทำงานอย่างใกล้ชิดกับเครือข่ายผู้จำหน่าย เพื่อส่งมอบประสบการณ์การบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า ผ่านการพัฒนาประสิทธิภาพผู้จำหน่ายและการลงทุนในทุกมิติของธุรกิจ ทั้งการเดินหน้าปรับโฉมโชว์รูมและศูนย์บริการรูปแบบใหม่ ภายใต้แนวคิด Nissan Retail Concept (NRC) การเปิดตัวแอพพลิเคชั่น ตอบ ส่ง “Quick Voice of the Customer” เพื่อรับฟังเสียงตอบรับจากลูกค้าได้อย่างทันที และนโยบาย “คำมั่นสัญญาต่อลูกค้านิสสัน” (Customer Promise) ที่มอบความชัดเจนและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าที่ตัดสินใจซื้อหรือเป็นเจ้าของรถยนต์นิสสัน รวมไปถึงการฝึกอบรมที่ปรึกษาการขาย และเจ้าหน้าที่เทคนิค เพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าในทุก ๆ ด้าน
“รางวัลเหล่านี้สะท้อนถึงความภาคภูมิใจของเราที่มีต่อพันธมิตรผู้จำหน่ายนิสสันทั่วประเทศ เรามุ่งมั่นที่จะผลักดันธุรกิจ ซึ่งรวมถึงการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด และยอดจำหน่าย ทั้งนี้ ผู้จำหน่ายของเราถือเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความสำเร็จเหล่านี้ให้เกิดขึ้น จากการปรับปรุงกระบวนการดำเนินงาน ไปจนถึงการพัฒนาทักษะของพนักงานที่มีหน้าที่ให้บริการลูกค้าคนสำคัญของเราในทุก ๆ วัน” มาเชค เคล็นคีวิช รองประธาน สายงานพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว
งานประชุมผู้จำหน่ายประจำปี 2562 ภายใต้ธีม “ก้าวสู่การปฏิวัติยานยนต์ไฟฟ้า” มุ่งเน้นความร่วมมือกับผู้จำหน่าย เพื่อขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ของนิสสัน ในการผลักดันยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2562 เป็นต้นไป ซึ่งสอดคล้องกับกำหนดการส่งมอบ นิสสัน ลีฟ รถยนต์ไฟฟ้าที่มียอดขายเป็นอับดับหนึ่งของโลก ถึงมือลูกค้ากลุ่มแรกในไทย เมื่อไม่นานมานี้
“เครือข่ายผู้จำหน่ายที่แข็งแกร่ง จะเป็นส่วนสำคัญต่อแผนโรดแมปในการขับเคลื่อนยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ปัจจุบัน นิสสัน มีผู้จำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งและสามารถรองรับการจำหน่ายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของนิสสันอย่างเป็นทางการ จำนวน 32 แห่งทั่วประเทศ และมีแผนเพิ่มจำนวนมากขึ้นอีกในอนาคต ทั้งนี้ เป้าหมายของเราคือ การสร้างความเข้าใจถึงประโยชน์ของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่จะนำมาซึ่งอนาคตอย่างยั่งยืน โดยผู้จำหน่ายของเราต่างมั่นใจว่าลูกค้านิสสัน ลีฟ ในต่างจังหวัด จะสามารถเข้าถึงมาตรฐานการบริการระดับมืออาชีพได้เช่นเดียวกัน อันเป็นผลมาจากการที่ภาคส่วนต่าง ๆ ที่รองรับการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า ในแต่ละพื้นที่ เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างแข็งแกร่ง” มาเชค กล่าวสรุป
ผู้จำหน่ายที่ได้รับรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมประจำปี 2561 ได้แก่
- ผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมระดับประเทศ
- สยามนิสสัน ศรีสะเกษ กันทรลักษ์
- ผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมในด้านต่างๆ
- ณัฐออโต้คาร์ สำนักงานใหญ่ (ด้านส่วนแบ่งการตลาด)
- สยามนิสสันเซลส์ (ด้านยอดขายสัดส่วนอุปกรณ์ตกแต่ง)
- สยามนิสสัน มหาสารคาม พยัคฆภูมิพิสัย (ด้านยอดขายสัดส่วนของการใช้สินเชื่อของ Nissan Leasing)
- สกลนคร นิสสัน เซลล์ สำนักงานใหญ่ (ด้านการดูแลลูกค้า)
- เมกา ออโตโมบิล ติวานนท์ สำนักงานใหญ่ (ด้านยอดขายสัดส่วนของรถต่อศูนย์จำหน่าย)
- สยามนิสสัน ร้อยเอ็ด สำนักงานใหญ่ (ด้านการดำเนินงานภายใต้มาตรฐานของนิสสัน)
- รุ่งเจริญ คาร์ (ด้านอัตราการเติบโตของสัดส่วนยอดขายปีต่อปี)
- สยามนิสสัน สมุทรสาคร (ผู้จำหน่าย Nissan Leasing ยอดเยี่ยมประจำประเทศไทย)
- ผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
- สยามนิสสัน สมุทรสาคร บางบอน
- เอส.เอ็ม.ที. ลิสซิ่ง สำนักงานใหญ่
- สยามนิสสัน พระนคร 2000 พระราม 2
- สยามนิสสัน พระนคร 2000 กาญจนาภิเษก
- สยามนิสสัน ที.เค.เอฟ สำนักงานใหญ่
- ผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมของภาคกลาง และภาคตะวันออก
- จีที ออโต้คาร์ สำนักงานใหญ่
- สยามนิสสัน สระแก้ววัฒนา สำนักงานใหญ่
- สยามนิสสัน สระบุรี แก่งคอย
- สยามนิสสัน บูรพาปราจีน กบินทร์บุรี
- ผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมของภาคเหนือ
- แองเจิลเวย์ (1994) เชียงคำ
- สยามนิสสัน แม่สอด สำนักงานใหญ่
- สยามนิสสัน เพชรบูรณ์ ซับสมอทอด
ผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- สยามนิสสัน ศรีสะเกษ กันทรลักษ์
- สยามนิสสัน มหาสารคาม พยัคฆภูมิพิสัย
- เคเคที ขอนแก่น สำนักงานใหญ่
- ผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมของภาคใต้
- สุราษฏร์ปิยะ สมุย
- สยามนิสสัน เอ.อาร์ เจ้าฟ้า
- สยามนิสสัน ชุมพร สำนักงานใหญ่
- รางวัลยกย่องผู้ดำเนินงาน Nissan Leasing ยอดเยี่ยม ประจำปี 2561
- เอส.เอ็ม.ที. ลิสซิ่ง (กรุงเทพมหานครและปริมณฑล)
- จีที ออโต้คาร์ (ภาคกลาง และภาคตะวันออก)
- สยามนิสสัน แม่สอด (ภาคเหนือ)
- สยามนิสสัน มหาสารคาม (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)
- สุราษฏร์ปิยะ นครศรีธรรมราช (ภาคใต้)
จากรองเท้าวิ่งสู่รองเท้าหนัง ‘เอสิคซ์ วอล์คกิ้ง ชูส์’ รองเท้าหนังเทคโนโลยีจากรองเท้าวิ่ง ‘เอสิคซ์’
โดยรองเท้าคู่แรกของเอสิคซ์ วอล์คกิ้ง ชูส์ ถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ. 1983 จากความคิดริเริ่มของคุณคิฮาชิโร โอนิซึกะ ที่ต้องการจะทำรองเท้าลำลองรูปแบบใหม่ เพื่อรองรับความต้องการ และเพิ่มความสบายต่อผู้ใส่มากยิ่งขึ้น โดยใช้ชื่อคอลเลคชั่นว่า ‘PEDALA’ ซึ่งเอสิคซ์ได้พัฒนาเพิ่มรุ่นรองเท้าในคอลเลคชั่นนี้อย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นคอลเลคชั่นขายดีในปัจจุบัน
จุดเด่นของรองเท้าในคอลเลคชั่นนี้จะเน้นที่น้ำหนักเบา ช่วยลดแรงกระแทก เวลาเดินจึงรู้สึกนุ่มเท้า และยังช่วยเรื่องความมั่นคงในการเดินด้วย อีกหนึ่งคอลเลคชั่นมีชื่อว่า ‘RUNWALK™’ ซีรี่ย์ โดยดีไซน์ของคอลเลคชั่นนี้จะเป็นการผสานกันระหว่างแฟชั่นกับฟังก์ชั่นการใช้งาน มีรูปลักษณ์ที่ดูทันสมัยกว่า ลดแรงกระแทกได้มากขึ้น และมีระบบระบายอากาศเพื่อรักษาความสบาย ควบคุมอุณหภูมิและความชื้นในรองเท้าไม่ให้เหม็นอับ เอสิคซ์ วอล์คกิ้ง ชูส์มีรองเท้าไลฟ์สไตล์หลากหลายรูปแบบที่ตอบโจทย์คุณผู้ชาย
เอสิคซ์ วอล์คกิ้ง ชูส์ ได้เปิดตัวในประเทศไทยเป็นครั้งแรกไปเมื่อช่วงปลายปี 2018 ที่ผ่านมา โดยวางจำหน่ายที่ Siam Takashimaya ชั้น 3 ไอคอนสยาม (ICONSIAM) ด้วยการตอบรับที่ดีจากหนุ่มๆ ชาวออฟฟิศ ล่าสุด เอสิคซ์ วอล์คกิ้ง ชูส์ ได้เปิดสาขาใหม่ที่บริเวณชั้น 2 ห้างสรรพสินค้าเอ็มโพเรียม (Emporium) และแผนกรองเท้าชาย ชั้น 2 สยามพารากอน (Siam Paragon)
มิชลิน เอนเนอจีย์ ‘XM2+’ เจาะตลาดยางรถยนต์นั่งขนาดกลาง และขนาดเล็กชูจุดเด่นสุดยอดพลังเบรก!
นายเอกชัย คหการบำรุง ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจ B2C เปิดเผยว่า “ยางมิชลิน เอนเนอจีย์ เอ็กซ์เอ็ม 2+ มีพัฒนาการทางสมรรถนะหลายด้านที่เหนือกว่า ‘มิชลิน เอนเนอจีย์ เอ็กซ์เอ็ม 2’ ซึ่งเป็นยางรุ่นก่อนหน้าที่ครองความเป็นผู้นำในตลาดยางอย่างต่อเนื่องถึง 8 ปี สำหรับยางรุ่นล่าสุดนี้พัฒนาขึ้นเพื่อให้สมรรถนะที่ดีเยี่ยม และการใช้งานที่ยาวนานกว่าแม้ยางใกล้หมดดอก โดยให้ความมั่นใจในประสิทธิภาพการเบรกเต็มเปี่ยมจนเมื่อถึงเวลาเปลี่ยนยางครั้งต่อไป แคมเปญโฆษณาจึงเน้นจุดเด่นด้านพลังเบรกของยางรุ่นนี้ที่ช่วยให้ลูกค้ามั่นใจและปลอดภัยทุกครั้งที่ขับขี่”

ด้วยนวัตกรรมเนื้อยางผสมซิลิกาสูตรใหม่ (Full-Silica Rubber Compound) ส่งผลให้ยาง ‘มิชลิน เอนเนอจีย์ เอ็กซ์เอ็ม 2+’ มีค่าเฉลี่ยระยะเบรกบนถนนเปียกสั้นกว่ายางแบรนด์ชั้นนำอื่นๆ* อยู่ที่ 1.5 เมตร เมื่อเทียบระหว่างยางสภาพใหม่ด้วยกัน และ 2.6 เมตร เมื่อเทียบระหว่างอย่างใกล้หมดดอก อีกทั้งยังรองรับระยะทางการขับขี่มากกว่ายางแบรนด์ชั้นนำอื่นๆ** ถึงร้อยละ 25

“สัญลักษณ์บวก (+) บนแก้มยางบอกให้ทราบถึงการเสริมสูตรเนื้อยางใหม่ที่ส่งผลให้ยาง ‘มิชลิน เอนเนอจีย์ เอ็กซ์เอ็ม 2+’ มีประสิทธิภาพเหนือกว่ายางรุ่นก่อนหน้าทั้งด้านสมรรถนะการเบรก อายุการใช้งาน และสมรรถนะที่ยาวนานกว่า
นอกจากนี้ ยังคงสัญลักษณ์ Green X เอาไว้แบบเดียวกับยางรุ่นก่อนหน้า เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นยางที่มีคุณสมบัติด้านการประหยัดพลังงาน การผสานคุณสมบัติด้านความปลอดภัยที่เหนือกว่าพร้อมกับให้ความมั่นใจได้ยาวนานกว่าและความคุ้มค่าสมราคาเข้าไว้ด้วยกันเชื่อว่าจะเป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้ขับขี่กลุ่มผู้ใช้รถยนต์นั่งขนาดกลาง ขนาดเล็ก และอีโค่คาร์ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของเราได้อย่างทรงพลัง”

ในประเทศไทย ยาง ‘มิชลิน เอนเนอจีย์ เอ็กซ์เอ็ม 2+’ มีวางจำหน่ายแล้วรวมทั้งสิ้น 36 ขนาด (ขอบ 14-16 นิ้ว) ราคาเรื่มต้นที่เส้นละ 2,290 บาท ณ เครือข่ายศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร ‘ไทร์พลัส’ และร้านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของมิชลินทั่วประเทศ ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.michelin.co.th หรือ MICHELIN Hotline 02 700 3993
อนันตรา คิฮาวาห์ มัลดีฟส์ สวรรค์ของนักดูดาว ร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ก้าวแรกของมนุษยชาติบนดวงจันทร์
ดังนั้น ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2562 นี้ จะเป็นวันครบรอบ 50 ปีของการก้าวเดินบนดวงจันทร์ครั้งแรก ทาง อนันตรา คิฮาวาห์ มัลดีฟส์ วิลล่าส์ จะร่วมรำลึกถึงย่างก้าวอันแสนพิเศษนี้กับงาน ‘The Eagle Has Landed Celebration’ โดยโซนหมู่เกาะบา (Baa Atoll) ในมัลดีฟส์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ อนันตรา คิฮาวาห์ คือสวรรค์ของนักดูดาว และเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดในโลกสำหรับการสังเกตดวงจันทร์และดูดาว ด้วยทำเลที่ใกล้กับเส้นศูนย์สูตรและท้องฟ้าที่ปลอดโปร่ง สามารถมองเห็นดาวของทั้ง 2 ซีกโลกได้อย่างชัดเจน หอดูดาวสกาย (SKY) ของ อนันตรา คิฮาวาห์ เป็นหอดูดาวที่ตั้งอยู่เหนือผืนน้ำแห่งแรกและแห่งเดียวในมัลดีฟส์ มีกล้องโทรทรรศน์ หรือกล้องดูดาวกำลังสูง มีหน้ากล้องขนาด 16 นิ้ว แบบเดียวกับที่ใช้สำหรับงานวิจัย โดมโค้งของหอดูดาวได้รับการออกแบบและสร้างขึ้นเป็นพิเศษ ตั้งอยู่บนดาดฟ้าของสกายบาร์ (Sky Bar) ของรีสอร์ท ด้านบนเป็นท้องฟ้ากว้างไร้สิ่งบดบังสายตา ส่วนด้านล่างก็มีเพียงผืนน้ำมหาสมุทรกว้างใหญ่

อาลี ชามีม (Ali Shameem) กูรูด้านการดูดาวของรีสอร์ท เป็นชาวมัลดีฟส์ที่เติบโตขึ้นมาบนเกาะที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ เขาใช้ช่วงเวลาในวัยเด็กทำแผนที่กลุ่มดาว จนกระทั่งได้รับการถ่ายทอดวิชาความรู้จาก ดร. แมสซิโม ทาเรงกิ(Dr. Massimo Tarenghi) นักดาราศาสตร์ชื่อดังชาวอิตาลี ทำให้ชามีมได้ใช้เวลากว่าทศวรรษที่ผ่านมาสังเกตดวงดาวในฐานะนักดาราศาสตร์มืออาชีพ อีกทั้งยังแบ่งปันความหลงใหลและความเชี่ยวชาญเรื่องดวงดาวให้กับแขกของรีสอร์ทด้วย
เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ของการขึ้นไปเดินบนดวงจันทร์ครั้งแรก แขกผู้เข้าพักที่รีสอร์ทจะได้รับเชิญให้เข้าร่วมกิจกรรมดูดาว (Star Gazing) กับ ชามีม เพื่อรับประทานอาหารเช้าและดูดาวในช่วงเวลาเช้ามืด (04.00 น.) เอนหลังจ้องมองดวงดาวที่ส่องประกายอยู่บนท้องฟ้า เพลิดเพลินไปกับเรื่องเล่าและความรู้ของชามีม ที่จะพาคุณเดินทางสู่ห้วงอวกาศ ก่อนที่จะได้ลองส่องกล้องโทรทรรศน์อันทรงพลัง เพื่อดูร่องรอยหลุมอุกกาบาตขนาดยักษ์บนดวงจันทร์ ที่ยังคงเปี่ยมด้วยเสน่ห์และสร้างความอัศจรรย์ใจแก่ผู้คนบนโลกจนถึงบัดนี้

กิจกรรมดูดาวและรับประทานอาหารเช้ามื้อพิเศษนี้ เป็นการมอบโอกาสให้ผู้เข้าพักได้ชื่นชมและสังเกตดวงดาวในมุมมองที่สมบูรณ์แบบและชัดเจนยิ่งขึ้น เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวจะมีความชื้นต่ำและมีแสงอื่นๆ รบกวนน้อยที่สุด ผู้มาเยือนจะได้เติมเต็มประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต เพลิดเพลินกับอาหารเช้า 4 คอร์ส เสิร์ฟพร้อมแชมเปญเย็นฉ่ำ และล็อบสเตอร์เบเนดิกต์ ซึ่งประสบการณ์ดูดาวแสนพิเศษรวมอาหารเช้า ราคา 450 เหรียญสหรัฐ ต่อท่าน
หากกิจกรรมดูดาวเป็นการเริ่มต้นวันใหม่ที่เช้าเกินไป ทางอนันตรา คิฮาวาห์ มัลดีฟส์ ได้ครีเอทเครื่องดื่มค็อกเทลสำหรับโอกาสสุดพิเศษ ในชื่อว่า The ‘Buzz’ Aldrin โดยบาร์เทนเดอร์ของสกายบาร์ และผู้ที่เข้าพักทุกท่านจะได้ลิ้มลองซิกเนเจอร์ค็อกเทลเพื่อการเฉลิมฉลองนี้
ดูข้อมูลเพิ่มเติมของ อนันตรา คิฮาวาห์ มัลดีฟส์ วิลล่าส์ ได้ที่
www.kihavah-maldives.anantara.com
Facebook: https://www.facebook.com/anantarakihavahmaldives
Instagram: @anantarakihavah

Let’s get creative DIY your denim
เตรียมตัวให้พร้อมเพื่อร่วมกิจกรรม DIY พร้อมกับ ศิลปิน Graffiti ที่จะมาช่วยครีเอทไอเทมเดนิม แต่งเติมความเท่ในสไตล์คุณเอง
โดยสามารถร่วมกิจกรรมนี้ได้ เพียงคุณช้อปสินค้าวอนดัชครบ 1,500 บาท ก็ร่วมสนุกกับกิจกรรม DIY กับเราได้ทันที
กิจกรรมดีดีนี้มีแค่2 วัน เท่านั้น
วันเสาร์ที่ 25 พฤษภาคม 2562 สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว, เดอะมอลล์บางแค
และ วันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม 2562 เซ็นทรัลพลาซ่า เวสต์เกต,เซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยาบีช
เริ่มตั้งแต่เวลา 12.00 – 18.00 น.
**ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมที่ www.facebook.com/VonDutchThailand/
สมาคมรถโบราณฯ จับมือ ฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ จัด “งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 43”
ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เผยว่า งานประกวดรถโบราณ จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 43 ภายใต้แนวคิด “สุนทรียลักษณ์ จากอากาศพลศาสตร์ – Aerodynamically Derived Aesthetics” เนื่องจาก ในอดีต กระแสลม ส่งผลต่ออัตราเร่ง และความเร็วของรถยนต์ กระทั่งต้นศตวรรษที่ 20 วิศวกรจึงได้นำทฤษฎีอากาศพลศาสตร์ มาใช้ออกแบบรถยนต์ ซึ่งนอกจากจะช่วยให้รถรุ่นก่อนสงครามโลก ครั้งที่ 2 อย่าง ลันชา อปริลีอา มีสมรรถนะดีขึ้นแล้ว ทรวดทรง เส้นสาย ที่โค้งมนเพื่อความลู่ลม ยังก่อเกิดสุนทรียลักษณ์ใหม่ อันเป็นต้นแบบของรถยนต์ยุคปัจจุบัน

การประกวดรถโบราณแบ่งเป็น 7 ประเภท ตามมาตรฐานของสมาพันธ์รถโบราณสากล (FIVA) ได้แก่ รถรุ่นบรรพบุรุษ (ก่อนจนถึงปี 1904) รถรุ่นผ่านศึก (ปี 1905–1918) รถโบราณ (ปี 1919-1930) รถรุ่นก่อนสงคราม (ปี 1931–1945) รถรุ่นหลังสงคราม (ปี 1946–1960) รถคลาสสิค (ปี 1961–1970) และรถคลาสสิคร่วมสมัย (ปี 1971–ปัจจุบัน -30 ปี)
นอกจากนี้ ยังมีการประกวด รถจำลอง รถดัดแปลง รถประดิษฐ์พิเศษ รถโฟล์คสวาเกน รถอเมริกัน รถแจกวาร์-เดมเลอร์ และรถมีนี พร้อมรถที่นำมาแสดงเป็นพิเศษ อีกทั้งยังมีการประกวด ราชินีแห่งความสง่างาม (Concours d’Elegance – กงกูรส์ เดเลอกองศ์) โดยคัดเลือกจากสุภาพสตรีที่มาร่วมงานเลี้ยงในคืนวันพุธที่ 12 มิถุนายน 2562 และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย

รัตนา อนันทนุพงศ์ ผู้อำนวยการด้านการตลาด ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ ผู้ให้การสนับสนุนสถานที่จัดงาน กล่าวว่า งานประกวดรถโบราณ ถือเป็นงานใหญ่ของศูนย์การค้า จึงเตรียมพื้นที่สำหรับจัดงานรวม 5,000 ตารางเมตร พร้อมตกแต่งบรรยากาศงานสีสันหวานๆ ด้วย สไตล์ฮาวานา พาสเทลคาร์ (Pastel Car) ซึ่งเหมาะกับรถโบราณ และรถคลาสสิค ที่นำมาจัดแสดงกว่า 100 คัน พร้อมกันนี้ยังได้เพิ่มงบประมาณการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ขึ้น 20 % เน้นสื่อสารให้ตรงกลุ่มลูกค้าทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ คาดว่าจะมีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยบริเวณโดยรอบ และกลุ่มลูกค้าใหม่ระดับ B+ และ A ให้ความสนใจเข้าชมงานมากกว่าทุกๆ ปี โดยตั้งเป้าผู้ชมงานเฉลี่ย 30,000 คน/วัน
เชิญชม “งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 43” ที่จะสร้างความสุขให้ผู้นิยมรถโบราณ ผู้รักการอนุรักษ์ และผู้สนใจทั่วไป ณ ชั้น G ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ ระหว่างวันที่ 12-16 มิถุนายน 2562
การกลับมาอีกครั้งของ Hamilton Ventura สู่ข้อมือสายลับปราบเอเลี่ยน Men in Black
กล้าบ้าบิ่น-บุกเบิก-ล้ำหน้าเกินใคร คือคำนิยามที่ถูกมอบให้นาฬิกา Ventura ที่เผยโฉมบนข้อมือของตัวละครที่น่าจดจำที่สุดและกลายเป็นส่วนหนึ่งของยูนิฟอร์มที่ขึ้นชื่ออันเป็นสัญลักษณ์ของ Men in Black ตั้งแต่ปี 1997 เป็นต้นมา นาฬิกาเรือนนี้ได้ส่งมอบความโดดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์และรองรับทุกย่างก้าวของเหล่าสายลับอย่างดีเยี่ยม นับเป็นตัวเลือกสุดเพอร์เฟ็คสำหรับสายลับปราบเอเลี่ยนที่โด่งดังที่สุดในโลก และในปี 2019 นี้
Ventura ได้กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการร่วมเป็นคู่หูผจญภัยไปพร้อมกับสายลับในทีม MIB ลอนดอน ที่พิทักษ์โลกจากเหล่าจารชนทั่วจักรวาลเรื่อยมา ทั้งสายลับ M และสายลับ H ที่ในคราวนี้พวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับภัยคุกคามระดับโลกที่ใหญ่ที่สุดตั้งแต่ที่เคยมีมา คือไส้ศึกในองค์กร Men in Black เอง กล่าวได้ว่านาฬิกาของ Hamilton ได้อยู่ในหัวใจของวงการภาพยนตร์มากว่า 500 เรื่อง และได้รับการคัดสรรอย่างพิถีพิถันเพื่อช่วยวางกรอบให้กับตัวละครและดำเนินพล็อตของเรื่องให้ตื่นเต้น เร้าใจมาโดยตลอด
สำหรับ Ventura ที่ถูกสวมใส่โดยสายลับ M สายลับหน้าใหม่นั้นเป็น Ventura สีดั้งเดิมที่ผสมผสานระหว่างตัวเรือนสแตนเลสสตีล หน้าปัดสีดำ และสายหนังสีดำ โดยเข็มชั่วโมง เข็มนาทีและเข็มวินาทีเคลือบนิกเกิล มาพร้อมกลไกระบบควอร์ซ ความสามารถในการกันน้ำอยู่ที่ 50 เมตร (5 บาร์) และกระจกมิเนอรัลคริสตัล เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหานาฬิกาแห่งความสุขุม นุ่มลึก มีเสน่ห์เย้ายวนที่แฝงอยู่ในความเรียบง่าย แต่ยังโดดเด่นเป็นจุดนำสายตาเมื่อถูกสวมใส่อยู่บนข้อมือ
ในขณะที่ Ventura Automatic ถูกสวมใส่โดยสายลับ H ด้วยบุคลิกที่ไม่เหมือนใคร นิสัยตรงไปตรงมา ไม่ซ่อนเร้น นาฬิกาเรือนนี้จึงนำเสนอตัวตนของสายลับ H ออกมาได้เป็นอย่างดี Ventura Automatic มาในตัวเรือนสแตนเลสสตีล หน้าปัดสีเงินแบบเปิด เข็มชั่วโมง เข็มนาทีเคลือบนิกเกิลและสารเรืองแสง Super-LumiNova® และเข็มวินาทีสีแดง เข้าคู่กันกับสายหนังสีน้ำตาล ที่ดึงคุณกลับเข้าสู่ความวินเทจอีกครั้ง มาพร้อมกลไกอัตโนมัติรหัส H-10 กำลังลานสำรองสูงสุด 80 ชั่วโมง ความสามารถในการกันน้ำอยู่ที่ 50 เมตร (5 บาร์) และกระจกแซฟไฟร์คริสตัลที่ช่วยมอบความทนทานและป้องกันรอยขีดข่วนได้เป็นอย่างดี ตอบโจทย์ผู้ที่กำลังมองหานาฬิกาเรียบหรูด้วยดีไซน์แต่ยังส่งมอบความทนทานให้กับผู้สวมใส่
เตรียมพบกับ Hamilton Ventura นาฬิกาอย่างเป็นทางการของ Men in Black™: International 2019 ที่จะพาคุณโลดแล่นเข้าสู่การผจญภัยเหนือระดับกับทีมสายลับปราบเอเลี่ยนที่โด่งดังที่สุดในโลก
