‘Lamborghini Bangkok’ โชว์รูมพร้อมศูนย์บริการครบวงจรใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
บริษัท เรนาสโซ มอเตอร์ จำกัด ในเครือชาริช โฮลดิ้ง เปิดบันทึกหน้าสำคัญ ในการเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ลัมโบร์กินีอย่างเป็นทางการรายเดียวในประเทศไทย เปิดตัว ‘ลัมโบร์กินี กรุงเทพฯ’ โชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจรขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกรวมทั้งเป็นหนึ่งในศูนย์บริการ ที่สามารถรองรับรถเข้าซ่อมบำรุงได้มากที่สุดของทุกภูมิภาค
หลังจากได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ลัมโบร์กินีอย่างเป็นทางการรายเดียวในประเทศไทย เมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2561 และการเปิดตัวรถยนต์ลัมโบร์กินี อูรุส ซูเปอร์เอสยูวีที่เร็วที่สุดในโลก ที่ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายในชีวิตประจำวัน เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนปี 2561 ถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ลัมโบร์กินีในประเทศไทยอย่างจริงจัง

โชว์รูม และศูนย์บริการของลัมโบร์กินี กรุงเทพฯ ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 5,000 ตารางเมตร โดยแบ่งเป็นพื้นที่ภายในโชว์รูม 465 ตารางเมตร พื้นที่ภายในศูนย์บริการกับคลังอะไหล่ 1,720 ตารางเมตร และพื้นที่สำนักงานกับพื้นที่ใช้สอยเบ็ดเตล็ดอีก 2,538 ตารางเมตร ที่ตั้งอยู่บนถนนวิภาวดีรังสิต
นายเฟเดอริโก ฟอสชินี ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท ออโตโมบิลี ลัมโบร์กินี จำกัด กล่าวว่า “ลัมโบร์กินีได้พิสูจน์ถึงความสำเร็จอย่างต่อเนื่องโดยในปี 2561 ยังคงประสบความสำเร็จอย่างสูงติดต่อกันเป็นปีที่ 8 ซึ่งยืนยันถึงความยั่งยืนของกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์รถซูเปอร์สปอร์ต และด้านการค้าของเรา นอกจากนี้ ยังมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา นั่นคือการเปิดตัวกระทิงดุสายพันธุ์ใหม่ ‘ลัมโบร์กินี ฮูราแคน อีโว’ Lamborghini Huracán EVO ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ด้วยการยกระดับผลิตภัณฑ์ ภายใต้กลยุทธ์การบริหารแบรนด์รถซูเปอร์สปอร์ต ควบคู่ไปกับรถซูเปอร์เอสยูวี”
นายมัตเตโอ ออเทนซี่ ประธานกรรมการบริหารประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท ออโตโมบิลี ลัมโบร์กินี จำกัด กล่าวว่า “ลัมโบร์กินี เป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่ง และได้รับการยอมรับเชื่อถือจากลูกค้าทั่วโลก การประกาศแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายใหม่ได้ช่วยเสริมภาพลักษณ์ที่ดีต่อแบรนด์ของเราให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยการได้ร่วมงานกันระหว่างลัมโบร์กินี และบริษัท เรนาสโซ มอเตอร์ จำกัด ในเครือชาริช โฮลดิ้ง จะช่วยสื่อสาร คุณค่า ภาพลักษณ์ และแนวทางการดำเนินงานอันน่าเชื่อถือ ไปยังแฟนลัมโบร์กินีทั้งกลุ่มลูกค้า และผู้ที่สนใจ โดย ลัมโบร์กินี กรุงเทพฯ จะยิ่งช่วยเสริมแบรนด์ที่แข็งแรงอยู่แล้วให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น”

การเป็นเจ้าของรถลัมโบร์กินีหมายถึงเอกสิทธิ์ในระดับสูงสุดของการขับขี่ ดังนั้น ลัมโบร์กินี กรุงเทพฯ จึงเน้นการดูแลรถซูเปอร์คาร์ในมาตรฐานชั้นนำระดับโลก เพื่อให้เจ้าของรถผู้ทรงเกียรติ และผู้มาเยือนทั้งหลายได้สัมผัสกับประสบการณ์เสมือนการได้รับบริการจากโรงแรมระดับ 6 ดาว รวมถึงการซ่อมบำรุงที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานระดับเวิลด์คลาส

โชว์รูมและศูนย์บริการของลัมโบร์กินี กรุงเทพฯ มีการตกแต่งภายนอกที่สะดุดตาด้วยโลโก้ลัมโบร์กินีสีเหลืองบนพื้นหลังสีดำ เมื่อเข้ามาด้านในผู้มาเยือนจะ ‘สัมผัสและรู้สึก’ ได้ถึงประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟแห่งจิตวิญญาณของลัมโบร์กินี โดยเฉพาะห้อง AdPersonam ที่สามารถเลือกปรับแต่งรถลัมโบร์กินีให้สะท้อนบุคลิกได้ตามต้องการ พร้อมเห็นตัวอย่างการตกแต่งภายนอกและภายในด้วยระบบ Interactive


ศูนย์บริการลัมโบร์กินี กรุงเทพฯ เป็นศูนย์บริการแบบครบวงจรแห่งแรกที่เป็นห้องแบบปิดพร้อมติดระบบปรับอากาศทั้ง 7 ช่องซ่อมพร้อมด้วยอุปกรณ์เครื่องมือที่ครบถ้วน และทีมงานที่มีความรู้ และประสบการณ์มากกว่า 20 ปี สามารถรองรับรถลัมโบร์กินีได้มากกว่า 1,000 คันต่อปี ทำให้มั่นใจได้ว่าทีมงานสามารถวิเคราะห์สภาพรถ และปรับแต่งให้รถหรูของทุกท่านพร้อมโลดแล่นด้วยสมรรถนะสมบูรณ์แบบมากที่สุด
ในงานฯ ยังได้จัดแสดง ‘Lamborghini Aventador SVJ’ ให้แฟนพันธุ์แท้ลัมโบร์กินีในเมืองไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรกอีกด้วย โดย ลัมโบร์กินี อเวนทาดอร์ เอสวีเจ เป็นรถยนต์แบบโปรดักชั่น ที่สามารถทำลายสถิติเวลาต่อรอบเร็วที่สุดในสนามนูเบิร์กริง (ด้วยเวลาเพียง 6.44.97 นาที) ใช้เครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตร ที่สามารถรีดพละกำลังสูงสุดถึง 770 แรงม้า ข่วยให้ทะยานจาก 0-100 ภายในเวลาเพียง 2.8 วินาทีเท่านั้น
นอกจากสมรรถนะเครื่องยนต์ที่ยอดเยี่ยมแล้ว อเวนทาดอร์ เอสวีเจ มาพร้อมกับ
ระบบอากาศพลศาสตร์ ALA (Aerodynamica Lamborghini Attiva) 2.0 ที่ถูกพัฒนาให้ทำงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้นและมีประสิทธิภาพในการจัดการอากาศได้ดีกว่ารุ่น อเวนทาดอร์ เอสวีเจ ถึง 40% ส่งผลให้อเวนทาดอร์ เอสวีเจ เป็นกระทิงเปลี่ยวที่ดุดันที่สุดในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ ลัมโบร์กินี


‘SOLARBOOST’ 2 สีใหม่รับปีหมูทองอัดแน่นเทคโนโลยีจากกระสวยอวกาศจากอาดิดาส รันนิ่ง!
อาดิดาส รันนิ่ง เปิดตัว โซลาร์บูสท์ (SOLARBOOST) คอลเลคชั่นฤดู
ใบไม้ผลิ 2019 รองเท้าวิ่งที่มีความโดดเด่นในด้านประสิทธิภาพการใช้งานจากการใช้เทคโนโลยีอันล้ำสมัย มีให้เลือกทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีมารีน (Marine) และ แอช เกรย์ (Ash Grey) ซึ่งทั้ง 2 สีมีการตกแต่งด้วยสีเหลืองไฮ-เรส (Hi-Res Yellow) ที่สะท้อนถึงความมีชีวิตชีวา และขุมพลังเหนือจินตนาการ
สำหรับรองเท้าวิ่งโซลาร์บูสท์นั้นมีจุดเด่นอยู่ที่การซัพพอร์ท และน้ำหนักที่เบาโดยมีน้ำหนักเพียงแค่ 295 กรัม ที่ผ่านการสร้างสรรค์ด้วยเทคโนโลยี Tailored Fibre Placement ในการจัดเรียงเส้นใยที่ได้มาจากพาร์ลี่ย์ (Parley)
นอกเหนือจากนี้ รองเท้าคู่นี้ยังถูกพัฒนาด้วย Energy Rail การวางโครงสร้างรูปแบบใหม่ที่สามารถประสานเข้ากับ BOOST เทคโนโลยีการรองรับ แรงกระแทกอันสุดล้ำของอาดิดาส เพื่อเสริมความมั่นคงในการทรงตัวขณะวิ่ง จึงเรียกได้ว่า โซลาร์บูสท์เป็นรองเท้าที่มีการซัพพอร์ทเบาสบายเท้าที่สุด เหมาะสำหรับนักวิ่งผู้ที่ต้องการประสิทธิภาพการใช้งาน ความนุ่มสบาย และการคืนพลังงานในระดับสูงสุด
รองเท้าวิ่ง โซลาร์บูสท์ สีมารีน (Marine) และ สีแอช เกรย์ (Ash Grey) มีจำหน่ายแล้วในราคา 6,000 บาท ที่ร้านอาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ร้านอาดิดาส สปอร์ต เพอร์ฟอร์แมนซ์ทุกสาขา และอาดิดาส ออนไลน์ สโตร์ www.adidas.co.th/th/solar
Cocoon at Illuzion Phuket
ตำนานสายเทคโนชื่อดังนาม “Sven Väth” หรือ “Papa Sven” ซึ่งเป็นที่รู้จักกับการเล่นเซ็ทรีมิกซ์ที่ Watergate & Kater Holzig ยาวถึง 30 ชั่วโมง ขึ้นโชว์ลีลาแบบมันส์สุดขั้ว
Sven Väth เป็นที่รู้จักมาตั้งแต่ยุค 80s นับว่าเป็นศิลปิน Dj และ Producer จากเยอรมันในยุคแผ่นเสียงยุคแรกๆ เลยก็ว่าได้ ซึ่ง Single แรกของเขาในปี 1981 ได้นำเสนอเพลง ที่มี Melody แปลกหูสำหรับคนในยุคนั้น ทำให้เกิด Community ด้านเพลง Electronic Dance Music ใหม่ๆ และด้วยแนวเพลงที่แปลกใหม่ทำให้ Sven Väth ได้รับการยอมรับ Scene Underground ของเยอรมันอย่างมาก และไม่ใช่แค่ในประเทศเยอรมันเท่านั้นยังรวมไปถึงบนเกาะเล็กๆอย่าง Ibiza อีกด้วย

นอกจากแนวเพลงที่แปลกใหม่แล้ว Sven Väth ยังมี Signature อีกอย่าคือการเอาแผ่นเสียงขึ้นมาโชว์ ซึ่งถือว่าเป็นเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของเขาเลยทีเดียว
และในวันที่ 23 มกราคมนี้คุณจะได้พบกับเขาตัวเป็นๆ กับแนวเพลง Underground Techno Music ที่ ILLUZION Phuket ซึ่งแฟนเพลง Techno ตัวจริงไม่ควรพลาด!!
——————————————————————————
MAIN ROOM – ILLUZION
ROOM 2 – SHELTER
Mr Sour
จัดบ้านเสริมสิริมงคลตามหลัก ’ฮวงจุ้ย’ ต้อนรับปีใหม่ยังไงไม่ให้…เชย!
อีกสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามถ้าคุณอยากให้เงินทองเข้าบ้าน พื้นที่ภายในบ้านก็ไม่ควรแออัด หรือยุ่งเหยิงไม่เป็นระเบียบ เฟอร์นิเจอร์ควรจัดวางให้เป็นที่เป็นทาง ไม่เกะกะสำหรับการเดินภายในบ้าน การนำต้นไม้หรือน้ำพุมาตั้งไว้ในบ้านก็ถือเป็นปัจจัยเสริมที่จะช่วยทำให้โชคลาภลื่นไหล แถมบ้านยังดูร่มรื่นอยู่เย็นเป็นสุขอีกด้วย
การจัดการกับพื้นที่ภายในบ้าน เจ้าของบ้านลองสำรวจว่ามีมุมไหนควรปรับปรุงเปลี่ยนแปลงบ้าง อีกสิ่งสำคัญที่จะช่วยเสริมในเรื่องของโชคลาภ และเงินทอง ก็คือโทนสีที่จะนำมาเลือกใช้ในการออกแบบตกแต่งพื้นที่ใช้สอยต่างๆภายในบ้านควรเลือกใช้สีโทนขาว ครีม หรือพาสเทล อาทิ ห้องนอน ซึ่งเปรียบเสมือนปอดของบ้าน หรือห้องทานอาหารที่เปรียบเสมือนแหล่งเสบียง ถือเป็นหัวใจหลักของบ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่จะใช้เวลาร่วมกัน เราควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งบ้านที่มีโทนสีที่เข้ากันด้วย
สำหรับฝ้าเพดาน ถือเป็นอีกจุดสำคัญที่สามารถทำให้บ้านดูโปร่งสบายตา ไม่ว่าเราจะเลือกใช้ฝ้าเรียบสีพื้น หรือจะเลือกฝ้าที่มีลวดลายตามที่เราต้องการ โดยเฉพาะลายที่จะช่วยเสริมวาสนาให้กับบ้าน เพื่อรับทรัพย์รับโชคลาภในปีใหม่ กับแผ่นฝ้าทีบาร์ เปเปอร์ทัช ตราช้าง ลายใหม่ ‘เรืองทรัพย์’ มาพร้อมกับความเป็นมงคลด้วยใบของต้นกวักเงินกวักทองลักษณะคล้ายใบรูปหัวใจ โดยออกแบบให้เข้ากับพื้นหลังลายหินอ่อนสีขาว เสริมความเป็นสิริมงคลให้ที่อยู่อาศัยเกิดโชคลาภ กิจการรุ่งเรือง ทั้งนี้แผ่นทีบาร์ เปเปอร์ทัช ตราช้างมาพร้อมคุณสมบัติไม่แอ่นตัว คงทน และยังได้ฝ้าสวยสดใส มาตรฐานมอก 219-2552 แถมยังช่วยสร้างบรรยากาศภายในบ้านให้ร่มเย็นอีกด้วย
สำหรับเจ้าของบ้านที่ยึดหลักฮวงจุ้ยยังต้องคำนึงถึงแสงแดดจากธรรมชาติ ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานที่มีความแข็งแกร่งที่สุดซึ่งส่งผลกับชีวิตประจำวันของเราเป็นอย่างมาก เพราะแสงธรรมชาติจะทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย การสร้างบ้านตามหลัก ฮวงจุ้ยต้องอาศัยแสงจากด้านนอกเพราะช่วยให้เกิดการระบายอากาศที่ดี สำหรับเจ้าของบ้านที่รักการอ่านเหมาะมากที่จะมีชั้นหนังสือภายในบ้านซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะเป็นการพอกพูนความรู้ความก้าวหน้าให้กับผู้อยู่อาศัย แต่ต้องไม่ลืมด้วยว่าการจัดเก็บที่มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยนั้นก็ส่งผลกับฮวงจุ้ยของเราด้วยเช่นกัน
สำหรับท่านใดที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลการใช้งานเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนยิปซัมตราช้าง โทร. 02-555-0000 หรือ www.siamgypsum.com หรือ facebook/GypsumTraChangTH
กลับมาอีกครั้ง ‘Cesar’s Recruit’ รายการเฟ้นหาสุดยอดนักฝึกสุนัขซีซั่น 3
การแข่งขันเพื่อเฟ้นหาสุดยอดนักฝึกสุนัขที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย Cesar’s Recruit Asia กลับมาอีกครั้งกับซีซั่นที่ 3 ในปี 2562 พร้อมเปิดออดิชั่นนักฝึกสุนัขจากทั่วทั้งภูมิภาคที่มีอายุตั้งแต่ 19 ปีขึ้นไปเพื่อคว้าโอกาสในการทำงานร่วมกับ ซีซาร์ มิลลาน ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมสุนัขที่มีชื่อเสียงระดับโลก ในซีซั่นนี้ ซีซาร์ มิลลาน จะมาพร้อมกับผู้บริหารทีมใหม่ ประกอบด้วย โทนี เดนิโร และอัชวานท์ เวนกาทรัม
รายการ ซีซาร์ รีครูท เอเชีย ซีซัน 3 ได้รับการสนับสนุนโดยซูบารุ จะค้นหาผู้เข้าแข่งขัน 8 คนที่จะมาขับเคี่ยวเพื่อชิงตำแหน่งที่ทุกคนปรารถนานั่นคือ ‘Asian Recruit’ และยังจะได้เป็นทูตของรายการสำหรับประเทศของตนเองด้วยโดยผู้ชนะจะได้เป็นผู้ช่วยของ ซีซาร์ มิลลาน ในการทำภารกิจระดับโลกเพื่อทำให้เจ้าของสุนัขสามารถเข้าใจ และสามารถสื่อสารกับสัตว์เลี้ยงของพวกเขา
ในซีซั่นใหม่ที่จะมาถึงนี้ ผู้แข่งขันจะเผชิญภารกิจสุดทรหดซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อทดสอบความแข็งแกร่งทางจิตใจของพวกเขาประกอบด้วย ความสามารถในการล้มและลุกขึ้นใหม่ และการมีสมาธิ ทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งของภารกิจในการที่จะก้าวขึ้นเป็นจ่าฝูงสูงสุดเพื่อไม่ให้ถูกคัดออก พวกเขาจะต้องพิสูจน์ตัวเองว่ามีความสามารถในการควบคุมอารมณ์อย่างเหมาะสม การจัดการปัญหา และพลังที่จำเป็นสำหรับการเป็นจ่าฝูงโดยทั้ง 7 ตอนของผังรายการที่วางไว้ผู้เข้าแข่งขันจะได้พบกับความท้าทายใหม่ๆที่ออกแบบมาจากแง่มุมต่างๆในการฝึกสุนัข ตั้งแต่การสร้างเสริมสภาพจิตใจ และการเอาชนะความกลัว ไปสู่การมีสภาพร่างกายที่สมบูรณ์
ผู้เข้าแข่งขันหนึ่งคนจะถูกคัดออกหลังจากจบภารกิจแต่ละตอนผู้ชนะของรายการซีซาร์ รีครูท เอเชีย ซีซั่น 3 จะครองตำแหน่ง ‘ทูตซูบารุ'(Subaru Ambassador) เป็นเวลาหนึ่งปี และจะได้เข้าร่วมรายการสด และการทัวร์ทวีปเอเชียของซีซาร์ มิลลาน ซีซาร์ รีครูท เอเชีย เปิดรับคนรักสัตว์เลี้ยงที่มีความมุ่งมั่นทุกคนโดยไม่คำนึงถึงเพศ ภูมิหลัง อาชีพ และประสบการณ์การฝึกสุนัขการถ่ายทำจะเกิดขึ้น ณ ประเทศสิงคโปร์ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคม 2562 และผู้แข่งขันจะต้องสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ และมีเอกสารการเดินทางที่ถูกต้อง ผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้ที่ www.subaru.asia/cesarmillan
เปิดประสบการณ์การเดินทางใหม่ด้วยเครื่องบินแอร์บัส A350-1000 จากคาเธ่ย์ แปซิฟิค
คาเธ่ย์ แปซิฟิค จะมาเปิดโลกใหม่แห่งการเดินทาง ที่ทำให้ประสบการณ์การท่องเที่ยวของคุณน่าจดจำยิ่งกว่าเคย
เพื่อให้ผู้โดยสารทุกคนได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการเดินทาง เครื่องบินแอร์บัส A350-1000 ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงผู้โดยสารเป็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวางมากขึ้นกว่าเครื่องบินแอร์บัสรุ่นก่อน ที่นั่งที่ได้รับการออกแบบมาใหม่เพื่อความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น
โดยเฉพาะที่นั่งแบบใหม่ในชั้นประหยัดที่มีขนาดใหญ่ขึ้น มีที่พักศีรษะบุหนังที่มีความยืดหยุ่น ที่หนุนคอซึ่งสามารถปรับตำแหน่งได้ตามต้องการ และตัวที่นั่งกว้างขวางให้ผู้โดยสารได้พักผ่อนอย่างสะดวกสบายทุกอิริยาบท นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่สำหรับจัดเก็บสัมภาระส่วนตัวที่กว้างขึ้น พร้อมที่ชาร์จไฟและช่องเสียบ USB ในทุกที่นั่ง ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและความสะดวกสบายให้แก่ผู้โดยสาร
แม้จะเป็นไฟลท์บินที่กินเวลานานหลายชั่วโมง ผู้โดยสารก็ยังสามารถเลือกเพลิดเพลินกับระบบความบันเทิงที่ล้ำสมัยได้อย่างไม่ซ้ำกันตลอดเที่ยวบิน ด้วยจอโทรทัศน์ส่วนตัวระบบสัมผัสความละเอียดสูงขนาด 11.1 นิ้ว พร้อมการแสดงผลแบบใหม่ที่ง่ายต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น ให้ผู้โดยสารได้เลือกรับชมภาพยนตร์ระดับ HD ที่มีให้เลือกมากกว่า 200 เรื่อง รายการโทรทัศน์ต่าง ๆ รวมกว่า 600 ชั่วโมง หรือเลือกฟังเพลงจากเพลย์ลิสต์กว่า 3,500 เพลง หรือจะเป็นเกมส์ใหม่ล่าสุด รายการข่าวถ่ายทอดสดผ่านดาวเทียม ก็มีให้เลือกรับชมสำหรับทุกความสนใจ พร้อมบริการไว-ไฟ ให้ผู้โดยสารได้อัปเดตทุกเรื่องราวแบบนาทีต่อนาที ด้วยการเชื่อมต่อไร้ขีดจำกัดตลอดการเดินทาง
อีกหนึ่งความโดดเด่นของเครื่องบินแอร์บัส A300-1000 ของคาเธ่ย์ แปซิฟิค คือการลดเสียงรบกวนจากภายนอกลงได้มากกว่าเดิมถึงร้อยละ 50 รวมถึงมีความกดอากาศเพิ่มขึ้นทำให้มีปริมาณออกซิเจนไหลเวียนในห้องโดยสารมากขึ้นเมื่อเครื่องลดระดับความสูงอยู่ที่ 6,000 ฟุต ส่งผลให้ผู้โดยสารพักผ่อนได้อย่างเต็มที่บนเครื่องบิน ไม่รู้สึกเหนื่อยล้าเมื่อถึงจุดหมาย และสามารถสนุกสนานกับการท่องเที่ยวได้อย่างเต็มที่
เครื่องบินแอร์บัส A350-1000 สมาชิกใหม่ล่าสุดของฝูงบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค เป็นเครื่องบินแอร์บัสขนาดใหญ่ที่สุดในตระกูล A350 XWB รองรับผู้โดยสารได้ทั้งหมด 334 คน มากกว่าเดิมถึง 54 คน โดยแบ่งออกเป็นชั้นธุรกิจ 46 คน ชั้นประหยัดพรีเมียม 32 คน และชั้นประหยัด 256 คน ด้วยเทคโนโลยีล่าสุดจากเครื่องยนต์ Rolls-Royce Trent XWB-97 ทำให้เครื่องบินแอร์บัส A350-1000 ประหยัดพลังงานและมีพิสัยการบินระยะไกลถึง 15,557 กิโลเมตร ซึ่งปัจจุบันสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค เปิดให้บริการด้วยเครื่องบินแอร์บัส A350-1000 ไปยังจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่หลากหลายอย่าง มาดริด เทล อาวิฟ ซานฟรานซิสโก แมนเชสเตอร์ และอัมเสตอร์ดัม และแอร์บัส A350-1000 จะเริ่มให้บริการในเส้นทางซูริค และบาร์เซโลน่าตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2019
นอกจากฟีเจอร์ต่างๆ ของเครื่องบินแล้ว การบริการแบบฟูลเซอร์วิสที่โดดเด่นเหนือระดับ ด้วยความเอาใจใส่ในทุกความต้องการของผู้โดยสาร ทำให้เครื่องบินแอร์บัส A350-1000 ของสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค สามารถมอบประสบการณ์การเดินทางที่แตกต่างแก่ผู้โดยสารทุกท่าน และพร้อมเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเดินทางที่ทำให้ทริปคุณมีครบทั้งเที่ยวสนุก บินสบาย ถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย และสมบูรณ์แบบได้แม้ในช่วงระหว่างการเดินทาง
ผลสำรวจ ‘Interbrand Best Global Brands 2018’ เมอร์เซเดส-เบนซ์ เป็นแบรนด์รถยนต์ที่มียอดไลก์สูงที่สุดในอินสตาแกรม
เมอร์เซเดส–เบนซ์ สร้างปรากฏการณ์ใน อินสตาแกรม จากการสำรวจ ‘อินเตอร์แบรนด์ เบสท์ โกลบอล แบรนด์ส 2018’ ที่จัดทำโดย T4 Media บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลดิจิทัล ผลการสำรวจที่เผยแพร่ผ่านทาง t4media.de/onebillionlikes เผยว่า เมอร์เซเดส-เบนซ์ เป็นแบรนด์ที่มียอดไลก์ในอินสตาแกรมสูงถึง 1 พันล้านไลก์ และเป็นแบรนด์แรกที่สามารถทำสถิตินี้ได้ในบรรดาแบรนด์ระดับโลกที่ดีที่สุดแห่งปี 2018 (Best Global Brands 2018) ตามการจัดอันดับของอินเตอร์แบรนด์ ที่เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านแบรนด์ชั้นนำของสหรัฐฯ ซึ่งในโอกาสพิเศษนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ จึงจัดนิทรรศการแสดงภาพถ่ายที่พิพิธภัณฑ์เมอร์เซเดส-เบนซ์ เมืองชตุทท์การ์ท เพื่อนำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ ในสื่อออนไลน์ของบริษัทฯ และเป็นการแสดงความขอบคุณต่อลูกค้าและผู้ติดตามทุกท่าน
เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้ตั้งบัญชีอินสตาแกรมขึ้นตั้งแต่ปี 2012 ซึ่งการวิเคราะห์ข้อมูลชี้ให้เห็นว่าบัญชี @mercedesbenz มียอดการกดไลก์โดยเฉลี่ย 27.6 ล้านครั้งต่อเดือน และในปัจจุบันมีผู้ติดตามรวมกันถึง 35.66 ล้านคนทั่วโลก ในโอกาสนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์จึงได้แสดงความขอบคุณต่อลูกค้าและผู้ติดตามที่มีส่วนช่วยให้เมอร์เซเดส-เบนซ์ก้าวไปถึงความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่นี้ ด้วยการเปิดเว็บไซต์ mb4.me/one-billion-likes ที่ตั้งขึ้นเพื่อกิจกรรมนี้โดยเฉพาะ
ในเว็บไซต์ได้จัดแสดงภาพถ่ายจากแฟนๆ ทั่วโลกที่แสดงให้เห็นถึงความรักที่มีต่อแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ รวมถึงการนำเสนอเนื้อหาที่มีความแปลกใหม่ และสนุกสนาน ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากผู้ติดตาม อย่างภาพของหญิงชราสุดเท่ที่ขับ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี การอวยพรที่ไม่เหมือนใครในวันครบรอบของบีเอ็มดับเบิลยูจากเมอร์เซเดส–เบนซ์ รวมไปถึงภาพถ่ายที่มีสุนัขเป็นองค์ประกอบด้วย
ผู้มาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในเมืองชตุทท์การ์ท ระหว่างวันที่ 5 – 31 มกราคม 2019 จะมีโอกาสเข้าชมนิทรรศการพิเศษที่รวบรวมโพสต์ที่โดดเด่นที่สุดอย่างน้อย 20 โพสต์จากบัญชีอินสตาแกรมของเมอร์เซเดส-เบนซ์ รวมถึงได้สัมผัสรถยนต์และรถยนต์ต้นแบบ 2 คันที่ผู้ติดตามบัญชีอินสตาแกรมของเมอร์เซเดส-เบนซ์ชื่นชอบมากที่สุด อย่างรถยนต์ต้นแบบรุ่น Vision Mercedes-Maybach 6 Cabriolet และรถยนต์ AMG GT Roadster Edition 50 ซึ่งมีอัตราการใช้พลังงานแบบผสมผสานที่ 11.4 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร และมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แบบผสมผสานที่ 259 กรัมต่อกิโลเมตร
“กลยุทธ์การสื่อสารทางการตลาดแบบหลากหลายช่องทางช่วยให้เราประสบความสำเร็จได้อีกครั้ง” คุณนาธาเนล ซิจานตา (Natanael Sijanta) หัวหน้าฝ่ายการตลาด และสื่อสารองค์กรของกลุ่มธุรกิจรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเมอร์เซเดส-เบนซ์ กล่าว “เราผสมผสานทั้งเนื้อหาของเราเอง และของที่แฟนๆ สร้างขึ้นเพื่อสร้างความประทับใจและมอบความบันเทิงให้กับผู้ติดตาม”
คุณซิจานตายังเชื่อว่า การทำงานร่วมกับผู้มีอิทธิพลทางความคิด (influencer) นั้น มีความสำคัญเท่าๆ กับการนำเสนอเนื้อหาที่แฟนๆ สร้างสรรค์ขึ้น “ทางแบรนด์ให้ความสำคัญกับแนวคิดที่น่าดึงดูดใจ และมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมายของเรา เพื่อให้สิ่งที่เราต้องการนำเสนอมีความน่าสนใจและสอดคล้องเป็นหนึ่งเดียว”
เมอร์เซเดส-เบนซ์จะนำเสนอเนื้อหาต่างๆ ผ่านสื่อดิจิทัลทางการของบริษัทฯ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดการสื่อสารทางการตลาดแบบหลากหลายช่องทาง และยังมีการจัดแจงเรื่องการสร้าง influencer relations และการสื่อสารทาง influencer marketing อย่างเป็นระบบ กล่าวคือ ผู้มีอิทธิพลทางความคิดจะได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานแถลงข่าว กิจกรรมการแสดง งานปฐมทัศน์ต่างๆ
ทั้งยังร่วมกับผู้มีอิทธิพลทางความคิดเหล่านี้เพื่อนำเสนอข้อมูลต่างๆ อย่างจริงใจ และเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ กระบวนการสื่อสารทางการตลาดโดยอาศัยผู้มีอิทธิพลทางความคิดยังช่วยในการสร้างและนำเสนอเนื้อหาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ โดยทางบริษัทฯ จะร่วมมือกับช่างภาพ ผู้สร้างภาพยนตร์ หรือแบรนด์แอมบาสเดอร์ หลายรายอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างเนื้อหาพิเศษทั้งสำหรับการเผยแพร่ทางช่องทางการสื่อสารของเมอร์เซเดส-เบนซ์ และช่องทางการสื่อสารของผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงานเอง
หนึ่งในเคล็ดลับที่ช่วยให้บัญชีอินสตาแกรมของเมอร์เซเดส-เบนซ์มียอดการกดไลก์ถึง 1 พันล้านไลก์นั้นอยู่ที่เรื่องราวต่างๆ ทั้งเรื่องราวที่เมอร์เซเดส-เบนซ์บอกเล่าเอง เรื่องราวจากผู้มีอิทธิพลทางความคิด และแฟนๆ ของแบรนด์ นอกจากนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังใช้คุณสมบัติของอินสตาแกรมสตอรี่เพื่อกระตุ้นความสนใจของผู้ติดตามในเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวกับนวัตกรรมในอนาคต เช่น นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ หรือการพัฒนารถยนต์ที่ขับเคลื่อนโดยใช้พลังงานไฟฟ้า โดยการนำเสนอเรื่องราวต่างๆ เหล่านี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดผู้ใช้อินสตาแกรมให้กลายเป็นผู้ติดตามบัญชีทางการของแบรนด์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี
หนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจคืองาน ‘อีคิวไนท์ – EQNight’ ที่จัดขึ้นในกรุงลิสบอน เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดโอกาสให้ผู้ใช้อินสตาแกรมสามารถตั้งคำถามที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์รุ่น EQC หรือแนวคิดของรถยนต์ที่ขับเคลื่อนโดยใช้พลังงานไฟฟ้า และจะได้รับคำตอบจากคุณไมค์ แมสซิมิโน่ (Mike Massimino) อดีตนักบินอวกาศ เจ้าของฉายา ‘Astro Mike’ ผ่านทางอินสตาแกรมสตอรี่ กิจกรรมพิเศษนี้ช่วยให้ผู้ติดตามทราบถึงความสามารถของรถยนต์รุ่นอีคิวซี หรือวัสดุที่เป็นส่วนประกอบของทั้งรถยนต์รุ่นอีคิวซี และกระสวยอวกาศ เป็นต้น
ความสำเร็จของกลยุทธ์ในการใช้อินสตาแกรมสะท้อนถึงข้อเท็จจริงว่าเมอร์เซเดส-เบนซ์เป็นแบรนด์ที่สามารถเข้าถึงจิตใจของผู้บริโภคทั่วโลก อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนจาก ช่างภาพนิ่งและช่างภาพเคลื่อนไหวที่เปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์มากมาย ส่งผลให้เนื้อหามากกว่าร้อยละ 75 ที่เผยแพร่ในอินสตาแกรมนั้นเป็นเนื้อหาที่ถูกสร้างขึ้นโดยแฟนๆ ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ทั้งสิ้น
เมอร์เซเดส-เบนซ์เปิดบัญชีอินสตาแกรมทางการในเดือนมีนาคม ปี 2012 และเริ่มต้นสร้างแคมเปญ #mbshootout ที่มุ่งเน้นการสร้างสรรค์ภาพถ่าย และเนื้อหาเพื่อการนำเสนอผ่านช่องทางอินสตาแกรมโดยเฉพาะ จากนั้น บริษัทฯ ได้นำเสนอแคมเปญ #mbsocialcar โดยให้ช่างภาพ และผู้สร้างภาพยนตร์ยืมรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ไปทดลองขับ และถ่ายภาพหรือคลิปวิดีโอเกี่ยวกับรถยนต์ที่พวกเขายืมไปได้อย่างอิสระ โดยมีช่างภาพ บล็อกเกอร์ และผู้อิทธิพลทางความคิดกว่า 350 รายเข้าร่วมแคมเปญนี้ มีจำนวนการโพสต์ทั้งหมด 542 โพสต์
ต่อมาในปี 2014 เมอร์เซเดส-เบนซ์เป็นบริษัทจากทวีปยุโรปบริษัทแรกที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการ ‘European Instagram Media Partner’ และยังเป็นหนึ่งในแบรนด์แรกๆ ของทวีปยุโรปที่ได้รับสิทธิ์ให้ทดลองใช้คุณสมบัติอินสตาแกรมสตอรี่ในปี 2016 นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังจัดแคมเปญ #mbdolomates ร่วมกับกลุ่มช่างภาพ ‘German Roamers’ จนกลายเป็นปรากฏการณ์ไปทั่วโลก
ในปี 2015 เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้รับการขนานนามว่าเป็นแบรนด์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดแบรนด์หนึ่งในอินสตาแกรมเป็นครั้งแรก อีกทั้งยังมีการเปิดบัญชีอินสตาแกรมทางการของบริษัทฯ ในภาษาเยอรมันเพิ่มเติม ซึ่งในปัจจุบันถือเป็นบัญชีอินสตาแกรมภาษาเยอรมันของผู้ผลิตรถยนต์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดด้วยจำนวนผู้ติดตามกว่า 3.5 ล้านคน
การสื่อสารทางการตลาดในอินสตาแกรมของเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้รับรางวัล German Prize for Online Communication ประเภท ‘การสื่อสารโดยใช้ผู้มีชื่อเสียงหรือผู้นำทางความคิด’ และรางวัลด้านแบรนด์ประเภท ‘Best Strategy’ จากการประชุมผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด #INREACH
ในปี 2018 นี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์สร้างสีสันในโลกดิจิทัลด้วยแคมเปญ #explorewildtaiga เพื่อนำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ ผ่านวิธีการที่หลากหลาย เช่น ภาพถ่าย คลิปวิดีโอ หรือวิธีการนำเสนออื่นๆ รวมถึง vlog เพื่อบอกเล่าสิ่งที่น่าสนใจที่ช่างภาพ และทีมงานพบระหว่างการเดินทางในป่าเขตหนาวของประเทศฟินแลนด์ (Finish taiga) เป็นระยะเวลา 6 วัน โดยใช้รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ จี-คลาสเป็นยานพาหนะ ตลอดแคมเปญนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ใช้แชทบอตสำหรับโปรแกรมสื่อสาร ‘MB Journeys’ เป็นผู้โต้ตอบกับผู้ติดตาม โดยแชทบอตนี้ช่วยให้ผู้ติดตามสามารถเลือกชมสิ่งต่างๆ ที่ เมอร์เซเดส-เบนซ์นำเสนอในแต่ละวันได้อย่างหลากหลายตามความต้องการ
ไทยเราเองก็มี Instagram เมอร์เซเดส-เบนซ์(ไทยแลนด์) เช่นกันยังไงก็ไปกดติดตามกันได้มีเรื่องราวหลากหลายที่เหมาะกับคนไทย ที่รับรองว่าแฟนๆ ต้องร้องว้าวกันไม่เว้นแต่ละวัน สามารถไปกดติดตามกันได้ที่ instagram.com/mercedesbenzthailand/
ลามิน่าคว้ารางวัล Outstanding Brands Award จากองค์กรวิจัยแบรนด์สินค้าทั่วเอเชีย ‘อินฟลูเอ็นเชี่ยล แบรนด์’
“ในปีนี้ ลามิน่าได้รับเกียรติสูงสุดในการได้รับรางวัลสุดยอดแบรนด์ชั้นนำ ประจำปี 2561 ทางบริษัทฯ ในฐานะผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์ลามิน่า รู้สึกเป็นเกียรติและซาบซึ้งในการได้รับคัดเลือกให้ได้รับรางวัลดังกล่าว ซึ่งเป็นเครื่องหมายการันตีว่าเราจะไม่หยุดยั้งในการเติบโตและครองที่หนึ่งของตลาดฟิล์มกรองแสงรถยนต์”
โดยรางวัลนี้ยังการันตีมาตรฐานการคัดเลือกแบรนด์ที่น่าจับตามองทั่วทั้งภูมิภาคเอเชีย และทางลามิน่ายังได้รับเชิญเข้ารับรางวัลทั้งที่ประเทศสิงคโปร์และประเทศไทยอีกด้วย
สำหรับอินฟลูเอ็นเชี่ยล แบรนด์ (Influential Brands) คือ องค์กรวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญการสำรวจข้อมูลเชิงลึกด้านการตลาดเกี่ยวกับแบรนด์สินค้าทั่วเอเซีย ได้ทำพิธีมอบรางวัล “สุดยอดแบรนด์ชั้นนำ” (Outstanding Brands Award) ให้กับแบรนด์ที่ทรงอิทธิพลต่อผู้บริโภคจากทั่วทั้งเอเชีย
5 สถานที่สุดพีคในการชมแสงแรกแห่งปี
หมู่บ้านรักษ์ไทย จังหวัดแม่ฮ่องสอน: หากยังไม่มีแพลนที่จะไปฉลองปีใหม่ที่ไหน บ้านรักษ์ไทยเป็นหมู่บ้านที่เราภูมิใจนำเสนอ ผู้มาเยือนที่นี่จะได้พบกับหมู่บ้านที่ได้รับการขนามนามในเรื่องของทิวทัศน์ที่งดงามดั่งเมืองในเทพนิยาย และแหล่งเพาะปลุกชาที่มีชื่อเสียง หมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่บนภูเขาระหว่างชายแดนไทย และเมียนมา คุณจะได้พบกับแสงแรกของปี 2019 ที่จะสาดส่องผ่านหน้าต่างห้องพัก เราขอแนะนำให้คุณเข้าพักที่ บ้านพักลีไวน์รักไทย รีสอร์ท ที่ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นที่พักที่ดีที่สุดในหมู่บ้านแห่งนี้ โดยบ้านพักรีไวท์รักไทย รีสอร์ท จะมอบความทรงจำอันแสนวิเศษด้วยทิวทัศน์อันสวยงามจากระเบียงส่วนตัว และร้านอาหารรสชาติแบบจีนยูนาน ที่คุณจะต้องตกหลุมรักอย่างแน่นอน
สวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี: ชมแสงแรกของปีท่ามกลางหุบเขา เมฆหมอก สายน้ำพร้อมทุ่งหญ้าอันเขียวชอุ่มที่สวนผึ้ง ทั้งธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และสิ่งปลูกสร้างสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนที่สวยงามทำให้สวนผึ้งกลายเป็นสถานที่สุดโรแมนติกที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ดังนั้นจึงเหมาะสุดๆ ในการมากระชับความสัมพันธ์กับคนรักหากคุณเลือกมาใช้เวลาอันมีค่าของคุณที่สวนผึ้ง เราขอแนะนำให้คุณเข้าพักที่ ลา ทอสคาน่า รีสอร์ท ซึ่งตั้งอยู่บนภูเขาของหมู่บ้านผาปกที่มีทิวทัศน์อันน่าหลงใหลที่ควรค่าอย่างยิ่งที่จะไปใช้เวลาอันสุดแสนวิเศษในการเฉลิมฉลองเข้าสู่ปีใหม่
Yamanashi Prefecture ญี่ปุ่น: ภูเขาริวงะทะเกะ Yamanashi Prefecture ที่ซึ่งนักท่องเที่ยวที่ได้ไปเยือนที่นี่ในช่วงเทศกาลปีใหม่จะมีโอกาสในการสัมผัสประเพณีโบราณของญี่ปุ่นที่มีชื่อว่า ‘ฮัทสึฮิโนะเดะ’ ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าการขอพรกับแสงแรกของปีจะทำให้ความฝันของปีหน้าเป็นจริง ผู้มาเยือนสามารถที่จะอธิษฐานจิตพร้อมชื่นชมกับความสวยงามที่สะท้อนจากภูเขาไฟฟูจิลงบนพื้นทะเลสาบ ซึ่งเราอยากจะแนะนำ ‘โรงแรมฟูจิซัง ออนเซ็น คาเนยามะเอ็น’ โรงแรมสไตล์เรียวกังแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมที่แขกผู้เข้าพักสามารถแช่น้ำพุร้อนธรรมชาติบริสุทธิ์ ไปพร้อมกับการชมวิวของภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งเราเชื่อว่านี่จะเป็นประสบการณ์ที่คุณจะไม่มีทางลืมเลือน
นครวัด กัมพูชา: คุณจะไม่มีทางผิดหวังหากได้ไปเยี่ยมชมนครวัด ที่ถือเป็นหมู่ประสาทที่อลังการที่สุดในบรรดาหมู่ปราสาทต่างๆ ในกัมพูชา สำหรับผู้ที่ต้องการถ่ายรูปหนึ่งในโมเม้นท์ที่เพอร์เฟคที่สุดของนครวัด คือ วิวในตอนพระอาทิตย์ขึ้นโมเม้นท์นี้สามารถเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ดีที่สุดของปีของคุณได้เลยทีเดียว และไม่มีหนทางใดที่จะดีไปกว่าการเข้าพักที่โรงแรม ไลท์สโตน เรสซิเดนซ์ ที่ซึ่งสามารถทำให้คุณมั่นใจได้ว่าคุณจะไปทันการชมแสงแรกแห่งปีได้ เพราะที่ตั้งของโรงแรมแห่งนี้ห่างจากนครวัดเพียง 5.9 กิโลเมตร และยังมีบริการรถรับส่งไปถึงนครวัดอีกด้วย
ฟูก๊วก เวียดนาม: เกาะสวรรค์แห่งความลับที่จะพาคุณหลบหนีจากชีวิตในเมือง ซึ่งพื้นที่กว่าครึ่งของเกาะเป็นพื้นที่อนุรักษ์อุทยานแห่งชาติ อย่างไรก็ตามรับรองได้ว่าคุณสามารถใช้เวลาวันแรกของปีอย่างสนุกสนานในโรงแรมอันหรูหรา โอ่อ่า ที่จะมอบความเงียบสงบให้กับคุณราวกับว่าเป็นโลกส่วนตัวเพียงเข้าพักที่ ‘อินเตอร์คอนติเนนตัล ฟูก๊วก บีช รีสอร์ท’ โรงแรมที่โอบล้อมด้วยหุบเขา และต้นไม้เขียวขจี พร้อมมหาสมุทรสีฟ้าคราม ยิ่งไปกว่านั้นที่พักแห่งนี้ยังมอบการบริการที่อบอุ่นตามแบบฉบับชาวเวียดนาม โมเม้นท์นี้ควรค่าอย่างยิ่งที่จะเป็นความทรงจำแรกอันแสนพิเศษของปี
‘PERFORMANCE MOTORS X SELVEDGEWORK’ กางเกงยีนส์ตัวเดียวในโลกเฉพาะคุณจาก ‘เพอร์ฟอร์แมนซ์ มอเตอร์ส’
บีเอ็มดับเบิลยู เพอร์ฟอร์แมนซ์ มอเตอร์ส ผู้จำหน่ายรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูอย่างเป็นทางการ จัดกิจกรรม ‘PERFORMANCE MOTORS X SELVEDGEWORK’ และได้ทำการเปิดตัว ‘THE ALL NEW BMW X4’ อย่างเป็นทางการให้ลูกค้าได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด
และเป็นครั้งแรกของ PERFORMANCE MOTORS กับการร่วมมือกันระหว่าง SELVEDGEWORK แบรนด์กางเกงยีนส์ไทย Custom Made ได้จัดทำคอลเล็กชั่นพิเศษในคอนเซ็ปต์เดียวกับ THE ALL-NEW BMW X4 : BRING IT ON ยีนส์ตัวเดียวในโลกที่คุณสามารถใส่ความเป็นตัวตนได้ไม่จำกัดพิเศษเพียงลูกค้าจองรถภายในงานก็จะได้รับกางเกงยีนส์ที่มีเพียงหนึ่งเดียวและแคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองรถภายในงาน
สำหรับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู X4 xDrive20d M Sport ใหม่ โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่มีความเฉพาะตัว ปราดเปรียวและนวัตกรรมล้ำสมัยใหม่ล่าสุด ในขณะที่ยังคงประกาศเอกลักษณ์ในฐานะ Sports Activity Coupe คันแรกของรถยนต์ขนาดกลาง สมาชิกของบีเอ็มดับเบิลยูตระกูล X ที่ผสานดีไซน์แบบคูเป้สุดคลาสสิกไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบรูปโฉมภายนอกของบีเอ็มดับเบิลยู X4 ใหม่ ตอกย้ำความสง่างามปราดเปรียวและดีไซน์สปอร์ตที่เด่นชัดมากขึ้นจากรุ่นก่อนหน้า
โดยมิติรถยนต์มีขนาดยาวขึ้น 81 มิลลิเมตร กว้างขึ้น 37 มิลลิเมตร และฐานล้อกว้างขึ้น 54 มิลลิเมตร ดีไซน์ภายนอกเสริมด้วยเส้นสายที่โฉบเฉี่ยวและชุดแต่ง M Sport พร้อมด้วยล้ออัลลอย M ขนาด 19 นิ้ว ลาย Double-spoke เพิ่มความสะดุดตาให้แก่รุ่นใหม่ล่าสุดของตระกูล X ด้วยเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนใหม่ล่าสุดมาเต็มพิกัด ไม่ว่าจะเป็น ระบบควบคุมการขับขี่ขณะเข้าโค้ง (Performance Control) พวงมาลัยไฟฟ้าอัจฉริยะแบบสปอร์ต ระบบ Driving Assistant และช่วงล่างแบบ M Sport ราคา 3,999,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และแพ็คเกจ BSI Standard)
ทั้งนี้ทาง เพอร์ฟอร์แมนซ์ มอเตอร์ ต้องขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่เข้าร่วมกิจกรรม และสามารถติดตามกิจกรรมดีๆ พร้อมข่าวสารได้ที่ facebook.com/BMWPerformancemotors หากลูกค้ามีข้อมูลสอบถาม เพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ โชว์รูม เพอร์ฟอร์แมนซ์ มอเตอร์ส สาขารามอินทรา โทร.0-2900-5700 และสาขาจรัญสนิทวงศ์ โทร.0-2880-0999

