ALPHAEDGE 4D สุดยอดเทคโนโลยีพื้นรองเท้าวิ่งรูปแบบสุดล้ำจาก ADIDAS 4D!
อาดิดาส เปิดตัว รองเท้าวิ่งอัลฟ่าเอดจ์ โฟร์ดี (ALPHAEDGE 4D) มาพร้อมกับ พื้นรองเท้าอาดิดาสโฟร์ดี (ADIDAS 4D) ที่สามารถควบคุมการคืนพลังงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ และช่วยเสริมการรองรับแรงกระแทกจากการฝึกซ้อมวิ่งอย่างเข้มข้นเพื่อทลายทุกขีดจำกัดของนักกีฬาทุกประเภท
อัลฟ่าเอดจ์ โฟร์ดี มีจุดเด่นอยู่ที่โครงสร้างแบบโพรงตาข่าย ซึ่งจะช่วยรักษาสมดุลและเสริมการรองรับในขณะเคลื่อนที่และออกกำลังกาย แถมยังช่วยให้การคืนพลังงานเป็นไปอย่างแม่นยำตรงจุด
พื้นรองเท้าอาดิดาส โฟร์ดี ผ่านการขึ้นรูปโดยการใช้แสงและก๊าซออกซิเจนจากเทคโนโลยีดิจิทัล ไลท์ ซินเทซิส (Digital Light Synthesis™) ของคาร์บอน (Carbon) ที่เป็นพันธมิตรกับอาดิดาสมาตั้งแต่เดือนเมษายน 2017 โดยเทคโนโลยีดิจิทัล ไลท์ ซินเทซิส ถือว่าเป็นนวัตกรรมที่ถูกค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ เนื่องจากทำให้สามารถใช้การฉายแสงดิจิตอล ผสมผสานกับการไหลผ่านระหว่างของเหลวกับออกซิเจน จนได้ออกมาเป็นโพลีเมอร์ที่มีทั้งความทนทานและมีประสิทธิภาพในการใช้งานในระดับสูง
ด้วยตัวรองเท้าที่มีน้ำหนักเบาบางเป็นพิเศษ จึงทำให้เท้าของผู้สวมใส่ได้รับสัมผัสที่แนบเนียนไร้รอยต่อ อีกทั้งยังมอบการซัพพอร์ทและความรู้สึกสบายในทุกจังหวะการเคลื่อนที่และการเลี้ยวเปลี่ยนทิศทางอย่างมั่นใจ โดยเส้นใยแต่ละเส้นนั้นจะถูกจัดวางอย่างพิถีพิถันด้วยเทคโนโลยีฟอร์จไฟเบอร์ ซึ่งจะถักทอเส้นใยทุกเส้นที่ผ่านการเคลือบเพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการใช้งาน จากนั้นจะมีการเย็บในแต่ละจุดเพื่อเพิ่มความทนทานในขณะเคลื่อนไหว
แผ่นยางคอนติเนนทัล ได้ผ่านการคิดค้นพัฒนามาตลอด 140 ปี จนได้ออกมาเป็นพื้นรองที่ช่วยให้สามารถเร่งความเร็วได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะวิ่งอยู่บนพื้นผิวหรือสภาพอากาศแบบไหนก็ตาม
รองเท้าวิ่งอัลฟ่าเอดจ์ โฟร์ดี ประจำซีซั่น FW18 วางจำหน่ายในราคา 12,000 บาท ที่ อาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์
‘ดูเร็กซ์ เรด’ โครงการรณรงค์ลดโรคเอดส์ใน ‘แอฟริกาใต้’ เพียงซื้อดูเร็กซ์ เรด บ๊อกซ์ รุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น
บริษัท เรกคิทท์ เบนคีเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านสุขภาพและสุขอนามัย ภายใต้ผลิตภัณฑ์ ‘ดูเร็กซ์’ ขอเชิญร่วมเป็นหนึ่งของพลังรณรงค์ลดจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อ HIV กับโครงการ Durex RED
เพียงซื้อดูเร็กซ์ เรด บ๊อกซ์ รุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น ในช่วงเดือนธันวาคม 2018 รายได้ทั้งหมดจะนำไปสมทบทุนโครงการ Keeping Girls in School
เพื่อนำไปรณรงค์และลดจำนวนผู้ป่วยโรคเอดส์ในประเทศแถบแอฟริกาใต้ที่มีประชากรติดเชื้อ กว่า 7.2 ล้านคน มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพลังสนับสนุนขจัดโรคเอดส์ให้หมดสิ้นไปจากโลก #DUREX #DUREXRED
มีจำหน่ายที่ ช้อปปี้ (Shopee) ลาซาด้า (Lazada) และ เจ ดี เซ็นทรัล (JD Central) สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ www.durex.com/red
‘PLATENO’กรุ๊ป มั่นใจเป็นเชนโรงแรมที่มีอิทธิพลต่อตลาดจีนในไทย และทั่วโลก
พลาทีโน่ กรุ๊ปได้ขยายตลาดทำสัญญากับพันธมิตรในประเทศต่างๆ อาทิ รัสเซีย มาเลเซีย และเกาหลีใต้ ซึ่งทำให้แบรนด์พลาทีโน่ กลายเป็นแบรนด์ที่โดดเด่นของกลุ่มโรงแรมจีนที่กำลังเติบโตในตลาดและก้าวสู่ตลาดใหม่ๆ มากขึ้น การทำสัญญาในประเทศมาเลเซีย นั่นหมายถึงจะมีโรงแรมในกลุ่มพลาทีโน่เกิดขึ้นเพิ่มขึ้นในมาเลเซีย เป็นการยืนยันว่าพาทีโน่ กรุ๊ป ที่ได้เปิดโรงแรมในประเทศไทยมาแล้ว ยังคงยึดหัวหาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขยายตลาดสู่มาเลเซีย ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของนักท่องเที่ยวชาวจีนการท่องเที่ยวต่างประเทศของจีนยังคงเติบโตต่อเนื่อง
โกลเด้นวีค 2018 รายงานจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศทั่วโลก โดยจะใช้เวลาในวันหยุดยาวเพื่อเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี นักท่องเที่ยวจะมั่นใจในแบรนด์โรงแรมที่เคยใช้บริการและแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือ ซึ่งพลาทีโน่เป็นแบรนด์ที่นักท่องเที่ยวชาวจีนให้ความมั่นใจและใช้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยวัดจากโรงแรมต่างๆ ในเครือพลาทีโน่กรุ๊ปมีอัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนั่นเอง นั่นรวมไปถึงโรงแรมเซเว่นส์เดย์ พรีเมี่ยม ในประเทศไทยด้วย พลาทีโน่ กรุ๊ป ใช้ความรู้และความเชี่ยวชาญในตลาดจีนประกอบกับแบรนด์ที่มีชื่อเสียง
พลาทีโน่ กรุ๊ป ได้ใช้ความรู้ความเข้าใจพฤติกรรมนักท่องเที่ยว และตลาดชาวจีน ประกอบกับการร่วมมือกับพันธมิตรและเจ้าของโรงแรมในท้องถิ่น เพื่อให้สอดคล้องกับตลาดจีน ทำให้พลาทีโน่ กรุ๊ป ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โรงแรมในการบริหารของพลาทีโน่ กรุ๊ป ได้บริหารโดยผู้เชี่ยวชาญที่รู้ตลาดจีน ทั้งการบริการ และการปฎิบัติงาน อีกทั้งแบรนด์พลาทีโน่ ได้รับการยอมรับจากกลุ่มลูกค้าที่เรียกว่า พลาทีโน่ ทริป เมมเบอร์ ที่จงรักภักดีในแบรนด์ เมื่อเดินทางไปต่างประเทศก็มองหาแค่แบรนด์พลาทีโน่เท่านั้นพลาทีโน่ มองหาพันธมิตรในประเทศไทยและที่อื่นๆ อย่างต่อเนื่อง
แน่นอนว่าประเทศไทยเป็นถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวชาวจีนชอบ และไม่พลาดที่ต้องมา ซึ่งพลาทีโน่ ได้พุ่งเป้าไปที่เพิ่มโรงแรมในจังหวัดเชียงไหม่ และภูเก็ต ซึ่งจากความสำเร็จของโรงแรมเซเว่นส์เดย์ พรีเมี่ยม ที่นำเสมอโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อกลุ่มลูกค้า พลาทีโน่ ทริป เมมเบอร์ ที่ได้ผลตอบรับอย่างดี ทำให้ตอนนี้พลาทีโน่ กรุ๊ป วางแผนเปิดโรงแรมริมชายหาดพัทยาในต้นปีหน้า และอีกหลายๆ โรงแรมที่ได้ร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่น และผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์มากมาย
เรียนรู้ความปลอดภัยเพื่อสร้างสังคมคนขับรถดีกับ CARZANOVA Safe Fun Drive ครั้งที่ 2
สำหรับกิจกรรมการอบรมครั้งนี้ ในส่วนของภาคทฤษฎี เริ่มตั้งแต่เบสิกการขับรถ ท่านั่งในการขับขี่ ตำแหน่งผู้ขับขี่กับพวงมาลัย ซึ่งจะส่งผลต่อการหมุนพวงมาลัยที่ถูกวิธี ไม่ทำให้มือไขว้กันจนไม่สามารถหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้ พร้อมกันนี้ยังได้เรียนรู้ถึงเทคโนโลยีใหม่ของรถยนต์โตโยต้าที่ช่วยให้ขับขี่รถยนต์ได้ง่ายและปลอดภัยมากขึ้น
ตั้งแต่ ระบบเบรก ABS, ระบบช่วยกระจายแรงเบรก, ระบบช่วยเบรก, ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว, ระบบเทรกชั่นคอนโทรลที่ช่วยลดอาการเลี้ยวไม่เข้าหรือหน้าดื้อรวมถึงอาการท้ายปัด, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมติขณะลงทางลาดชัน และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน
นอกจากนี้ทางโช๊คอัพ Sachs ยังได้ร่วมให้ความรู้เรื่องเทคโนโลยีของระบบช่วงล่าง รวมไปถึงหากระบบช่วงล่างมีปัญหา จะสังเกตอาการของรถได้อย่างไร รวมถึงจะแสดงอาการอย่างไรต่อผู้ขับขี่ ซึ่งหากผู้ขับขี่ไม่รู้ว่าระบบช่วงล่างมีปัญหา ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้
โดยหลังจากเสร็จสิ้นภาคทฤษฎีแล้ว ก็เข้าสู่ช่วงของการปฏิบัติจริง เริ่มตั้งแต่การสลาลอม ซึ่งการจับพวงมาลัยที่ถูกต้อง ทำให้ผู้ขับรถผ่านไพลอนที่ตั้งห่างกันเป็นระยะไปได้แบบสบายๆ ต่อมาด้วยการจำลองสถานการณ์ถนนลื่นแล้วเบรกรถอย่างกระทันหันพร้อมทั้งหักหลบสิ่งกีดขวาง ซึ่งเทคโนโลยีระบบเบรก ABS ที่ติดมากับรถโตโยต้าทุกคันจะเป็นตัวช่วยให้สามารถหักหลบสิ่งกีดขวางไปได้
ต่อไปที่การควบคุมรถในโค้ง โดยให้ผู้ปฏิบัติได้เข้าใจอาการของรถ และการถ่ายเทน้ำหนักของรถ ซึ่งจะมีผลกับการควบคุมรถทั้งแบบหน้าดื้อเลี้ยวไม่เข้า (อันเดอร์สเตียร์) หรือท้ายปัดระหว่างเลี้ยวโค้ง (โอเวอร์สเตียร์) ซึ่งสถานีนี้โตโยต้า ซี-เอชอาร์ ซึ่งมีระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC (Traction Control System) ก็สามารถตอบสนองการเลี้ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในช่วงบ่ายยังได้เพิ่มดีกรีการขับขี่ ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมส่วนใหญ่ได้ความรู้มากขึ้น โดยทุกคนสามารถปฏิบัติติได้เป็นอย่างดี ก่อนที่จะจบลงด้วยการมอบประกาศนียบัตร พร้อมทั้งมอบของรางวัลมากมาย ทั้งฟิล์มกรองแสงรถยนต์ลามิน่า, ผลิตภัณฑ์บำรุงรักษารถยนต์ทูแนป, น้ำมันเครื่องเปอร์เตอร์มิน่า และยางรถยนต์คอนติเนนทอล ก่อนที่จะปิดกิจกรรมด้วยการมอบกรวยยางจราจรให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติติหน้าที่ด้านการอำนวยจราจรของสถานีตำรวจภูธรปลายบาง จังหวัดนนทบุรี เป็นการปิดท้ายกิจกรรมดีๆ ของเว็บไซต์ Carzanova.com และทีมแข่ง Carzanova Racing
พบกิจกรรมดีๆ ที่มอบให้ทั้งความสนุก และสาระในการขับรถ กับกิจกรรม Carzanova Safe Fun Drive ครั้งที่ 3 ได้ในปี 2562
เชฟมือโปรเผยเคล็ดลับการใช้ ‘น้ำมันมะกอก’ ให้เหมาะกับอาหารไทยจานโปรด เพื่อสุขภาพที่ดีแต่ยังคงความอร่อย!
เลือกใช้น้ำมันมะกอกให้เหมาะกับอาหารไทยจานโปรด
หลายคนอาจมีข้อสงสัยว่า น้ำมันมะกอกแบบใดที่เหมาะกับอาหารไทย ที่จริงแล้วน้ำมันมะกอกเป็นส่วนผสมที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย ทั้งหมัก ผัด ทอด หรือแม้กระทั่งใช้เป็นวัตถุดิบในการทำขนม ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มให้อาหารไทยจานโปรดมีรสกลมกล่อมยิ่งขึ้น น้ำมันมะกอกยังเป็นน้ำมันเพื่อสุขภาพที่ดีต่อ (หัว) ใจมากๆ อีกด้วย
เคล็ดลับระดับมือโปร
น้ำมันมะกอก สูตรเอ็กซ์ตร้า เวอร์จิ้น: น้ำมันมะกอก สูตรเอ็กซ์ตร้า เวอร์จิ้นมีรสสัมผัสเข้มข้น ให้รสคล้ายผลไม้ สามารถรับประทานได้สดๆ จากขวด เหมาะสำหรับใช้ปรุงอาหารที่ไม่ต้องผ่านความร้อน ช่วยเพิ่มรสชาติให้อาหารเมื่อใช้หมัก ปรุงรสชาติซุปและซอส หรือทำน้ำจิ้มแสนอร่อย ด้วยกลิ่นที่หอมละมุน และรสชาติที่กลมกล่อม น้ำมันมะกอกสูตรเอ็กซ์ตร้า เวอร์จิ้นยิ่งทำให้เมนูอาหารไทยจานอร่อยอย่างคอหมูย่างมีรสนุ่มละมุน โดยไม่กลบรสชาติของส่วนผสมอื่นๆ
น้ำมันมะกอก(Classico) น้ำมันมะกอกสูตรนี้มีรสชาตินุ่มนวล สามารถนำไปใช้ทำอาหารได้หลากหลายรูปแบบ สีเหลืองทองกับรสชาติที่ไม่จัดจ้านของน้ำมันมะกอกสูตรนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทอดแบบน้ำมันท่วม การอบ รวมไปถึงการย่าง ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นเมนูหอยทอด, ผัดไทย, ผัดซีอิ๊ว, หรือแม้กระทั่งปลาดุกฟู หากใช้น้ำมันมะกอกสูตรนี้ รับรองว่าจะช่วยเพิ่มความอร่อยให้มากขึ้นไปอีก
น้ำมันมะกอก สูตรเอ็กซ์ตร้า ไลท์(Extra Light) ด้วยรสชาติที่นุ่มนวลสมชื่อ ทำให้น้ำมันมะกอกสูตรนี้เข้ากันได้ดีกับอาหารทุกประเภท รวมไปถึงการประกอบอาหารที่ใช้ความร้อนสูง เช่น เมนูผัด และทอดแบบน้ำมันท่วม เป็นทางเลือกเพื่อสุขภาพแทนน้ำมันพืชทั่วไปทำให้เหมาะกับการทำอาหารไทยยอดนิยมอย่างไข่เจียว, ผัดกะเพรา, ผัดผักรวม หรือข้าวผัด
อ่านฉลากแนะนำความร้อน
เคล็ดลับสำคัญในการเลือกใช้น้ำมันทุกชนิดในการประกอบอาหาร (ไม่เฉพาะแค่น้ำมันมะกอกเพียงอย่างเดียว) คือ อุณหภูมิที่ใช้ในการปรุงอาหารจะต้องไม่เกินจุดเกิดควัน (Smoke Point) ซึ่งส่วนมากมักระบุไว้บนฉลากแนะนำความร้อนบนขวด เมื่อเข้าใจว่าน้ำมันที่ใช้มีจุดเกิดควันที่อุณหภูมิเท่าใด จะช่วยทำให้สามารถเลือกใช้น้ำมันในการปรุงอาหารได้เหมาะสม เพียงจำง่ายๆ ว่า น้ำมันประกอบอาหารที่มีจุดเกิดควันยิ่งสูง ยิ่งเหมาะสำหรับอาหารที่ต้องใช้ความร้อนในการปรุง
เคล็ดลับระดับมือโปร
- แม้จะมีความเชื่อเดิมๆ ว่าน้ำมันมะกอกไม่เหมาะกับการปรุงอาหารที่ต้องใช้อุณหภูมิสูง แต่ในความเป็นจริง น้ำมันมะกอกสูตรเอ็กซ์ตร้า เวอร์จิ้นมีจุดเกิดควันที่สูงกว่าน้ำมันพืชชนิดอื่นๆ ได้แก่น้ำมันคาโนลา น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด น้ำมันถั่วลิสง น้ำมันปาล์ม และน้ำมันมะพร้าว เสียอีก
- อุณหภูมิของน้ำมันที่ใช้ในการทอดแบบน้ำมันท่วมจะอยู่ที่ประมาณ 375°F หรือ 191 °C ซึ่งน้ำมันมะกอกแบบเอ็กซ์ตร้า เวอร์จิ้นนั้นสามารถทนความร้อนได้สูงถึง 392°F หรือ 200°C ในขณะที่น้ำมันมะกอกสูตรอื่นๆ มีจุดเกิดควันที่ 410°F หรือ 210°C เลยทีเดียว
การเก็บรักษาน้ำมันมะกอก
เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติอื่นๆ การเก็บรักษาน้ำมันมะกอกอย่างเหมาะสมจะช่วยคงคุณภาพของน้ำมันมะกอกไว้ได้นาน มองหาวันหมดอายุ หรือวันเก็บเกี่ยวที่ระบุบนขวด เพราะน้ำมันมะกอกสามารถเก็บไว้ได้นานถึงสองปีนับตั้งแต่วันผลิต หากถูกเก็บรักษาในที่ที่เหมาะสม
เคล็ดลับระดับมือโปร
- วิธีที่ดีที่สุดในการเก็บรักษาน้ำมันมะกอกให้คงคุณภาพไว้ให้ยาวนาน ควรเก็บไว้ในที่มืด ในตู้ที่ไม่ร้อน หรือแช่ในตู้เย็นหากคุณไม่ได้ใช้เป็นประจำ
- ไม่ควรวางไว้ใกล้เตาไฟ เพราะความร้อนจะทำให้น้ำมันมะกอกเสื่อมคุณภาพได้
- ปิดฝาให้แน่นหลังจากใช้ทุกครั้ง เพื่อรักษาความสดใหม่ของน้ำมันมะกอกไว้ให้นานที่สุด
‘เนสกาแฟ ฮับ แอท บีทีเอส ชิดลม’ ร้านกาแฟสดแห่งแรกจากเนสกาแฟสไตล์ญี่ปุ่น
หากคุณเดินทางด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอส และมองหากาแฟสดดีๆ สักแก้วเราขอแนะนำ ‘เนสกาแฟ ฮับ แอท บีทีเอส ชิดลม’ ร้านกาแฟแห่งแรกของเนสกาแฟในประเทศไทย ที่มีดีไซน์ร้านในสไตล์เรียบโก้ได้รับแรงบันดาลใจจากเนสกาแฟ แฟลกชิปสโตร์ ในย่านฮาราจุกุ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเนสกาแฟได้เปิดร้านกาแฟกว่า 48 ร้าน และธุรกิจร้านกาแฟในประเทศญี่ปุ่น
จุดเด่นของเนสกาแฟ ฮับที่ไม่เหมือนใคร คือประสบการณ์การดื่มกาแฟสดจากเนสกาแฟที่ปรุงด้วยเมล็ดกาแฟอาราบิก้าชั้นดีนำเข้าจากโคลอมเบีย 100% คั่วระดับมีเดียมโรสต์ โดยคอกาแฟจะได้เพลิดเพลินไปกับเมนูกาแฟสด และซิกเนเจอร์เมนูที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของร้าน ได้แก่ ‘ชากาแฟ’ เมนูสุดครีเอทที่นำชามะนาวเย็นมาผสานกันกับเอสเปรสโซ่อย่างลงตัว ‘คาเฟ่โมฮิโต้’ เมนูที่ได้รับแรงบันดาลใจจากค็อกเทลสุดฮิตที่เติมใบมิ้นท์ หรือใบสะระแหน่ กับมะนาว เพื่อให้ความสดชื่นเบาๆ และเมนู ‘ลาเวนเดอร์ บลิส’ ผสานรสชาติของมะนาวกับโซดา และดอกอัญชัน สมุนไพรยอดนิยมของไทย พร้อมเติมความหวานด้วยน้ำผึ้ง เป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ลงตัว
เมนูเด็ด ‘โตเกียว เอ็กซ์เพรส’ ที่ได้ ‘ซาวาดะ ฮิโรชิ’ แชมป์ลาเต้อาร์ตระดับโลกที่เป็นชาวเอเชียคนแรกมารังสรรค์เป็นพิเศษ ซึ่งจะมีจำหน่ายเฉพาะในเดือนกรกฎาคม 2018 เท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีบรรยากาศของกาแฟ Third Wave อย่างกาแฟไนโตรเจนเสิร์ฟจากแท็บ และเมนูเครื่องดื่มร้อน และเย็นอื่นๆ ให้ลิ้มลองในราคาประมาณ 40-60 บาท
‘ชากาแฟ’ (Cha-Ka-Fe) การผสานกันอย่างลงตัวของชามะนาวเย็นเข้ากับเอสเปรสโซ่หนึ่งช็อตที่ใช้เมล็ดกาแฟอาราบิก้าคั่วระดับกลางชั้นดีนำเข้าจากโคลอมเบีย 100% ตกแต่งด้วยฟองนมนุ่มและมะนาวซีก ยกระดับการดื่มกาแฟสไตล์คาเฟ่ที่ไม่เหมือนใคร
ส่วนผสม: กาแฟเอสเปรสโซ่หนึ่งช็อตใช้เมล็ดกาแฟอาราบิก้าคั่วปานกลางนำเข้าจากโคลอมเบีย/ เนสทีเลมอน/ น้ำตาลทรายแดง/ นมสด/ ฟองนม/ น้ำแข็ง/ เลมอน วิธีทำ: ใส่เนสทีเลมอนผสมน้ำตาลทรายแดง สัดส่วนเนสทีเลมอน 7 กรัมกับน้ำตาลทรายแดง 15 กรัมลงไปในน้ำร้อนแล้วคนให้ละลาย จากนั้น นำกาแฟเอสเปรสโซ่หนึ่งช็อตเทลงไปในแก้วแล้วคนให้เข้ากัน ตักน้ำแข็งใส่แก้วขนาดประมาณ 16 ออนซ์ เทส่วนผสมลงไปในแก้วอย่างช้าๆ เติมนมสดปริมาณ 1 ออนซ์ เติมน้ำแข็งในปริมาณที่เหมาะสม และท็อปด้วยฟองนมและตกแต่งด้วยเลมอนเหลือง เพื่อเพิ่มกลิ่นหอม
ส่วนผสม: กาแฟเอสเปรสโซ่หนึ่งช็อตใช้เมล็ดกาแฟอาราบิก้าคั่วปานกลางนำเข้าจากโคลอมเบีย/ น้ำมะนาวสดขนาด 1 ออนซ์/ น้ำเชื่อมกลิ่นมิ้นท์/ ใบสะระแหน่/ มะนาว 1 ลูก วิธีทำ: ใส่น้ำเชื่อมกลิ่นมิ้นท์ลงในแก้ว ตามด้วยน้ำมะนาวสด และเขย่าแก้วเล็กน้อยให้เข้ากัน จากนั้นใส่มะนาวที่ฝานไว้ พร้อมใบสะระแหน่ลงไปในแก้วแล้วคนให้เข้ากัน เติมน้ำแข็ง และเทกาแฟเอสเปรสโซ่วนให้ทั่วแก้ว ท็อปด้วยโซดา จะเกิดประกายฟองขึ้นมาแล้วตกแต่งด้วยใบสะระแหน่
ส่วนผสม: น้ำผึ้ง/ น้ำส้ม/ น้ำมะนาวสด/ น้ำที่ได้จากดอกอัญชัน/ ไซรัปกลิ่นลาเวนเดอร์ วิธีทำ: นำน้ำมะนาวใส่ลงไปในแก้ว ตามด้วยน้ำส้มและน้ำผึ้ง ประมาณ 2 ช้อนชาแล้วคนให้เข้ากัน เติมน้ำแข็งลงไปในแก้ว จะเห็นชั้นของน้ำผึ้งสีส้ม ใส่น้ำที่ได้จากดอกอัญชันและไซรัปกลิ่นลาเวนเดอร์ลงไปหนึ่งแก้วและคนให้เข้ากันแล้วจึงเติมโซดาลงไป จากนั้นเทส่วนผสมลงในแก้วที่มีน้ำแข็ง จะเห็นสีที่งดงามแบ่งตัวเป็นชั้นๆแกะสูตรลับกาแฟสดของซาวาดะ ฮิโรชิ แชมป์ลาเต้อาร์ตระดับโลกคนแรกในเอเชีย กับเมนู “โตเกียว เอ็กซ์เพรส”
ส่วนผสม: กาแฟเอสเปรสโซ่หนึ่งช็อตใช้เมล็ดกาแฟอาราบิก้าคั่วปานกลางนำเข้าจากโคลอมเบีย/ นมสดเย็น/ ชาเขียวมัทฉะ/ ส้มยูสุไซรัป วิธีทำ: ใส่วานิลลาไซรัปลงไปในแก้ว เทกาแฟเอสเปรสโซ่หนึ่งช็อตในแก้วแล้วคนให้เข้ากัน ใส่นมสดเย็นลงไป เติมน้ำแข็ง จากนั้น นำชาเขียวมัทฉะประมาณ 1 ช้อนชามาชงในน้ำร้อน แล้วใส่ส้มยูสุไซรัป ซึ่งเป็นเคล็ดลับความอร่อยของซาวาดะซังลงไป เทส่วนผสมทั้งหมดลงในแก้ว วิธีการดื่มควรดื่มทีละชั้น เพื่อลิ้มลองชาติของส่วนผสมที่โดดเด่นแต่ละชนิดก่อน จากนั้นค่อยคนให้เข้ากันแล้วดื่มด่ำกับรสชาติของกาแฟอาราบิก้าชั้นดีที่มีกลิ่นอายของชาเขียวจากญี่ปุ่น
สำหรับคอกาแฟที่อยากสัมผัสต้นตำรับของกาแฟสดที่แสนอร่อย ไม่ต้องเสียเวลาทำเอง ก็สามารถแวะเวียนมาสัมผัสประสบการณ์กาแฟสดได้ที่ ‘เนสกาแฟ ฮับ’ สถานีรถไฟฟ้าชิดลม เปิดบริการตั้งแต่เวลา 7:00 น. – 19:00 น. ทุกวัน จันทร์ถึงวันศุกร์ และ 8:30 น. – 15:30 น. สำหรับวันเสาร์และวันอาทิตย์ รับรองว่า จะต้องร้อง “โตะเตะโมะ โออิชิ!” กันแน่นอน
Yamaha WaveRunner GP1800 ครองเจ้าความเร็วทางน้ำคว้าแชมป์โลก ครองถ้วยพระราชทาน King’s Cup 2018
ร่วมแสดงความดีใจกับ นายธีระ เสร็จธุระ #51 (คนขวา) นักแข่งสังกัด Yamaha WaveRunner Singha Thailand Team แชมป์โลกคนล่าสุดจากการแข่งขันรายการ Thai Airways International JET SKI WORLD CUP 2018 (King’s Cup) ที่โชว์ฝีมือเหนือชั้นควบเรือ Yamaha WaveRunner รุ่น GP1800 คว้าแชมป์ในการแข่งขันรุ่น Pro-am Endurance Open และสามารถคว้าถ้วยพระราชทานจาก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่
พร้อมกันนี้ ธีระ เสร็จธุระ #51 ยังสามารถคว้าอันดับที่ 2 มาครองได้ในรุ่น Pro-am Runabout 1100 Open ด้วยเรือ Yamaha WaveRunner รุ่น EX
สุภัค เสร็จธุระ #52 สามารถคว้าอันดับที่ 2 มาครองได้ในรุ่น Pro-am Runabout Stock ด้วยเรือ Yamaha WaveRunner รุ่น GP1800
ปันเน - ภาสวิชญ์ ศักดิ์ศรี #145 นักแข่งดาวรุ่งยังสามารถคว้าอันดับที่ 2 มาครองได้ในรุ่น Novice Runabout stock ด้วยเรือ Yamaha WaveRunner รุ่น GP1800
โดยการแข่งขัน Thai Airways International JET SKI WORLD CUP 2018 มีนักกีฬามากกว่า 30 ชาติ เข้าร่วมการแข่งขันระหว่างวันที่ 6 – 9 ธันวาคม 2561 ณ หาดจอมเทียน พัทยา จ.ชลบุรี เมื่อเร็วๆ นี้
‘The Era of Rebel’ งานรวมพลคนจริงสายขบถ ‘จี-ช็อค’ ฉลองครบรอบ 35 ปี จัดใหญ่งานเฟสติวัลสุดอลังการ!
‘The Era of Rebel’ งานเฟสติวัลใหญ่ฉลองครบรอบ 35 ปี ‘G-SHOCK’ ประกาศรวมพลคนคิดนอกกรอบ มาร่วมโชว์พลังปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจ พร้อมเผยโฉมนาฬิกา รุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น G-SHOCK X Urboy TJ ที่ได้ แรปเปอร์ชื่อดังมาร่วมออกแบบเป็นครั้งแรก ภายในงานยังได้เหล่าไอดอลคนดังสายขบถ นำโดย แร็ปเปอร์หนุ่ม Urboy TJ, กราฟฟิตี้ชื่อดัง Bigdel และทีม Dance Battle ระดับโลก D-Maniac มาร่วมทำกิจกรรมสนุกสุดมันส์ ณ แอ็คเมน เอกมัย คอมเพล็กซ์
ภายในงาน จี-ช็อค ได้จัดเต็มความสนุกครั้งใหญ่ ด้วยกิจกรรมสุดมันส์หลากหลายรูปแบบที่เปิดโอกาสให้เหล่าสายขบถได้มีพื้นที่ในการโชว์ของ เริ่มต้นจาก โซนที่ 1 Beginning of Rebel สุดยอดเรื่องราวต้นกำเนิดตำนานของนาฬิกาหัวขบถที่ไม่ยอมจำนนต่อแรงกระแทกแม้ตกจากตึก 3 ชั้น พบกับนาฬิกา G-SHOCK เรือนแรกของโลก บินตรงมาจาก G-SHOCK JAPAN และนาฬิการุ่น Limited 35 ปีทุกรุ่น ที่จะมา line-up พร้อมกันเป็นครั้งแรก
ต่อด้วย โซนที่ 2 Rebellion Hub พื้นที่โชว์ Rare Item จากเหล่าสาวก G-SHOCK Collector ผู้คลั่งไคล้ใน DNA ความ Tough ที่จะมาโชว์นาฬิกาสุดรักสุดหวงแบบไม่มีกั๊ก

ตามมาด้วย โซนที่ 3 Rising Up Rebel พื้นที่ประชันความสามารถที่ท้าเหล่าสายขบถทุกแขนงไม่ว่าจะเป็น สปอร์ต สตรีทอาร์ต และแฟชั่น ที่คิดว่าตัวเองแน่มาร่วมโชว์สกิลแข่งขันในกิจกรรมสุดมันส์กันแบบสด ๆ เพื่อค้นหาเจ้าแห่งความขบถในทุก DNA ชิงรางวัลมูลค่ารวมกว่า 100,000 บาท ปิดท้ายด้วย
โซนที่ 4 Rebel Chiefs เวทีหลักที่จะมาระเบิดความมันส์ขั้นสุดกับมินิคอนเสิร์ตของ ‘ยัวร์บอย ทีเจ’ ตัวพ่อสายขบถที่เตรียมมาจัดเต็ม สร้างความสนุกแบบไร้ขีดจำกัด พร้อมเปิดตัวนาฬิกา รุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น G-SHOCK X Urboy TJ ฉลองครบรอบ 35 ปี ที่ให้สาวก จี-ช็อค และ ยัวร์บอย ทีเจ ได้สัมผัสเป็นครั้งแรก

พร้อมกันนี้ภายในงาน มิ้นต์-ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง ยังได้มาร่วมชม Exhibition นาฬิกา Limited 35 ปี และ ชิน-ชินวุฒ อินทรคูสิน มาร่วมกิจกรรม Dance Battle สุดมันส์ภายในงาน นอกจากนั้นเหล่าศิลปินดาราและคนดังสาวกจี-ช็อคยังยกพลมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง อาทิ กงพัฒน์ ศักดาพิทักษ์, มารุวุตม์ บูรณศิลปิน, ป๋อมแป๋ม นิธิ ชัยชิตาทร, เชน ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์, ธาราเขต เพ็ชร์สุกใส, วง Mild, อุ๊บอิ๊บ ปิยะวิภา อินทรทัต

อีกหนึ่งไฮไลท์ของงานคือช่วงเวลาที่ คุณคิคุโอะ อิเบะ Father of G-SHOCK ผู้คิดค้นนาฬิกา จี-ช็อค จะมาพิสูจน์ความทนทานของนาฬิกา จี-ช็อค ด้วยการโยนนาฬิกาจากซิปไลน์ครั้งแรกกลางป่าคอนกรีตความสูงกว่าสิบเมตร พร้อมโปรยบัตรรางวัลนาฬิกาจี-ช็อคแจกให้กับ สาวก จี-ช็อคที่มาในงาน

สำหรับ นาฬิการุ่น G-SHOCK x UrboyTJ ลิมิเต็ด อิดิชั่น ราคา 6,900 บาท วางจำหน่าย ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ร้าน G-Shock Casio Watch Station และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/InStoresNow-GSHOCKxUrboyTJ
#GSHOCK35TH #NEVERGIVEUP #GSHOCKxURBOYTJ
‘ธูเล่’ ขนสินค้าจัดโปรลดราคาสูงสุดถึง 50% เอาใจลูกค้าสายลุยในงาน ‘มอเตอร์ เอ็กซ์โป’ ครั้งที่ 35
หลังโกยยอดขายถล่มทลายในงาน อินเตอร์เนชั่นแนล แบงค็อก ไบค์ ครั้งที่ 12 ที่เพิ่งปิดฉากลงไป งานนี้ “ธูเล่” นำโดยคุณเกรียงศักดิ์ ดำรงสกุล ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ธูเล่ อัดโปรโมชั่นต่อเนื่องเอาใจสายลุยในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ครั้งที่ 35
เป้และกระเป๋าเดินทางทุกรุ่นลดสูงสุดถึง 50% รวมถึงชุดอุปกรณ์บรรทุกสัมภาระและบรรทุกจักรยานราคาพิเศษ เอาใจกลุ่มลูกค้าแบบจัดหนักจัดเต็ม
พบกันที่บู๊ธธูเล่ (H11) ในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ครั้งที่ 35 ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย. – 10 ธ.ค. 2561 เวลา 11.00 – 21.00 น. ณ อาคารอิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 เมืองทองธานี

ปลุกตำนานสุดยอดรองเท้าวิ่งอัลตร้าบูสท์ เอามาจำหน่ายอีกครั้งจำนวนจำกัด!
รองเท้าวิ่งอัลตร้าบูสท์ สีดำ-ม่วงเข้ม ได้ถูกนำกลับมาจำหน่ายอีกครั้ง โดยยังคงไว้ซึ่งสีสันและรูปแบบเดิมกับที่เคยออกมาพลิกโฉมวงการวิ่งไปเมื่อ 3 ปีก่อน มีพื้นบูสท์ (BOOST) ที่ถือเป็นนวัตกรรมรองเท้าวิ่งที่ดีที่สุด มาพร้อมกับคุณสมบัติอันโดดเด่นในการคืนพลังงาน การรองรับแรงกระแทกที่เหนือกว่า และการปรับเปลี่ยนรูปทรงตามลักษณะของการเคลื่อนไหว
ขณะที่ชิ้นส่วนหุ้มส้นเท้าก็ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยให้เอ็นร้อยหวายสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ประกอบกับวัสดุไพรม์นิต (Primeknit) ที่นำมาถักทอขึ้นรูปเป็นตัวรองเท้าอย่างพิถีพิถัน จนได้รูปลักษณ์อันสวยหรูแบบเรียบง่าย แถมยังมีความยืดหยุ่นสูงและคุณสมบัติการระบายอากาศได้ดี ซึ่งจะช่วยให้การวิ่งของผู้สวมใส่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
รองเท้าวิ่งอัลตร้าบูสท์สีแรกกลับมาวางจำหน่ายอีกครั้งในราคา 6,500 บาท ที่ร้านอาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์, อาดิดาส สปอร์ต เพอร์ฟอร์แมนซ์ ทุกสาขา และ อาดิดาส ออนไลน์ สโตร์ www.adidas.co.th
