เบลล่า – ราณี ชวนสัมผัสครั้งแรกในประเทศไทย ปรากฏการณ์ความสุขแบบจัดเต็ม 360 องศา ในงาน The Mall Joy of Giving x tokidoki : Merry Go Town

เดอะมอลล์ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ ร่วมกับ บัตรเครดิต เอสซีบี เอ็ม วีซ่า (SCB M Visa), ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน),บัตรเครดิตซิตี้, บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด(มหาชน), บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน), ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) และธนาคารออมสิน จัดงาน “The Mall Joy of Giving x tokidoki : Merry Go Town” ภายใต้คอนเซ็ปต์ MERRY – GO – TOWN โดยได้รับเกียรติจาก คุณวรลักษณ์ ตุลาภรณ์ Chief Marketing Officer บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป เป็นประธานพิธีเปิดงาน พร้อมด้วยซุป’ตาร์ เบลล่า – ราณี แคมเปน ในลุคแองเจิ้ลสาว มาร่วมเติมเต็มสีสันช่วงเทศกาลปีใหม่แห่งความสุขให้ทุกคนในงาน พร้อมชวนสัมผัสครั้งแรก ในประเทศไทยกับปรากฏการณ์ความสุขแบบจัดเต็ม 360 องศา กับผลงานศิลปะ tokidoki Town อาณาจักรความสุขจาก MR. SIMONE LEGNO (ซิโมเน่ เล็กจ์โน่) ศิลปินและผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์tokidoki ไอคอนนิคไลฟ์สไตล์แบรนด์ดังระดับโลก นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมและโปรโมชั่นสุดเซอร์ไพรส์อีกมากมาย งานจัดตั้งแต่วันนี้ – 13 มกราคม 2562 ที่ เดอะมอลล์ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ ทุกสาขา

สำหรับพิธีเปิดงาน “The Mall Joy of Giving x tokidoki : Merry Go Town” จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ โดยเนรมิตพื้นที่ให้เป็น tokidoki Town อาณาจักรความสุข ที่รวบรวมเหล่าคาแรคเตอร์ดังจากแบรนด์ tokidoki ผ่านมินิเอ็กซิบิชั่น พร้อมเซอร์ไพรส์โชว์สุดพิเศษจากซุป’ตาร์ เบลล่า – ราณี แคมเปน ในลุคแองเจิ้ลสาว พร้อมร่วมพูดคุยถึงความชื่นชอบคาแรกเตอร์ดีไซน์ และแชะภาพความประทับใจกับผลงานศิลปะ tokidoki Town ปิดท้ายด้วยมินิคอนเสิร์ตจากสาวๆ วง Sweat 16! มาร่วมเปิดตัว tokidoki Exclusive Character ที่แรกให้กับงานในครั้งนี้อีกด้วย


มาร่วมเติมเต็มสีสันให้คุณและครอบครัวในช่วงเทศกาลปีใหม่แห่งความสุขที่ทุกคนรอคอย ในงาน “The Mall Joy of Giving x tokidoki : Merry Go Town”ตั้งแต่วันนี้ – 13 มกราคม 2562 ที่ เดอะมอลล์ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ ทุกสาขา
#ด่วนที่สุด ลูกค้านิสสันควรนำรถเข้าตรวจสอบชุดถุงลมเสริมความปลอดภัยทาคาตะ

นิสสันมีความมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงแก้ไขกรณีนี้อย่างสมบูรณ์แบบ 100 เปอร์เซ็นต์เพื่อมอบความปลอดภัยให้แก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสารทุกคนเพราะเป็นสิ่งที่นิสสันคำนึงถึงมากที่สุด ลูกค้านิสสันสามารถนำรถเข้ามาเปลี่ยนชุดถุงลมเสริมความปลอดภัยได้ที่ผู้แทนจำหน่ายนิสสันที่สะดวกได้ทั่วประเทศ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ
รุ่นรถยนต์ทั้ง 8 รุ่นที่ต้องเข้ารับการตรวจสอบ ประกอบด้วย
- นิสสัน เซฟิโร่ รุ่นปี 2000- 2002
- นิสสัน มาร์ช รุ่นปี 2010-2011
- นิสสัน อัลเมร่า รุ่นปี 2011
- นิสสัน เอ็กซ์เทรล รุ่นปี 2004-2005
- นิสสัน ซันนี่ นีโอ รุ่นปี 2000-2006
- นิสสัน เทียน่า รุ่นปี 2004-2009
- นิสสัน นาวารา รุ่นปี 2006-2014
- นิสสัน ทีด้า รุ่นปี 2006-2012
ทั้งนี้ ลูกค้าที่มีรถยนต์รุ่นที่กล่าวมาข้างต้น สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์นิสสัน www.nissan.co.th พร้อมระบุหมายเลขตัวถัง (วีไอเอ็น)
หรือหมายเลขแชสซิส เพื่อตรวจสอบว่ารถยนต์ของท่านต้อง ‘เข้ารับการเปลี่ยนชุดถุงลมเสริมความปลอดภัย’ หรือไม่ สำหรับลูกค้าที่เข้าข่าย กรุณาติดต่อผู้แทนจำหน่าย หรือนิสสัน คอลเซ็นเตอร์ เพื่อนัดหมายโดยเร็วที่สุด
สำหรับลูกค้าที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ติดต่อที่หมายหมายเลข
02 401 9600 ส่วนเขตต่างจังหวัด ติดต่อที่หมายเลข 1-800-900-500
ตลอด 24 ชั่วโมง
เดลล์ เปิดตัวจอมอนิเตอร์ตระกูล UltraSharp ใหม่ พร้อมขุมพลังแห่งนวัตกรรม
จอมอนิเตอร์ Dell UltraSharp อัดแน่นด้วยเทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านการดีไซน์ที่ล้ำ
ด้วยจำนวนคนรุ่นใหม่ที่หลั่งไหลเข้าสู่ตลาดการทำงานเป็นจำนวนมาก เดลล์จึงให้ความสำคัญเพิ่มมากขึ้นในการมอบประสบการณ์เหนือชั้นให้กับทั้งพนักงานและลูกค้า การเพิ่มศักยภาพให้คนทำงานด้วยเทคโนโลยีที่ดีขึ้นซึ่งรวมไปถึงจอมอนิเตอร์ที่เหมาะสม คือวิธีที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การทำงานของพนักงานให้ดียิ่งขึ้น อันจะส่งผลไปถึงการสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้าด้วยเช่นกัน ด้วยปริมาณข้อมูลที่ขยายเพิ่มอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดความต้องการในการใช้เครื่องมือที่ช่วยสร้างการแสดงผลที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่ามีความต้องการเพิ่มขึ้นในเรื่องของขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น รองรับความละเอียดสูงขึ้นได้หลายหน้าจอ เพื่อการทำงานหลายอย่างได้พร้อมๆ กัน และไม่แออัดพื้นที่ทำงาน ช่วยยกระดับการแสดงผลข้อมูลได้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ จากการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของสถิติประชากร พร้อมกับที่คนยุคมิลเลนเนียลต่างทำงานอย่างเป็นมืออาชีพ จอแสดงผลที่ให้การแสดงผลที่ดี ช่วยเพิ่มผลลัพธ์ของงาน จึงนับเป็นหัวใจหลักในการดึงดูดและรักษาคนทำงานที่มีความสามารถดีที่สุดไว้ได้
ในฐานะของแบรนด์จอแสดงผลอันดับหนึ่งของโลก เดลล์กำลังตอบโจทย์ความต้องการของคนทำงานแห่งอนาคตด้วยสายผลิตภัณฑ์จอมอนิเตอร์ Dell UltraSharp ใหม่ที่ให้นวัตกรรมด้านเทคโนโลยีและการออกแบบที่ช่วยขับเคลื่อนผลลัพธ์ด้วยจอที่ให้ประสิทธิภาพยอดเยี่ยมที่สุด พร้อมประสบการณ์ที่โดดเด่นสำหรับผู้ใช้งาน จอมอนิเตอร์ใหม่ได้รับการออกแบบเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้ในสายงานบริการด้านการเงิน และการประกัน รวมถึงห้องค้าหลักทรัพย์ ฝ่ายวิเคราะห์ด้านการเงิน และการบัญชี ฝ่ายผลิตสื่อในส่วน post production ฝ่ายเขียนโปรแกรม และงานวิศวกรรม

จอมอนิเตอร์ Dell UltraSharp 32 4K USB-C และ 34 Curved USB-C มาพร้อมฟีเจอร์สำคัญมากมาย Picture-by-Picture ช่วยให้สร้างคอนเทนต์หลายประเภทพร้อมกันได้จากพีซีต่างกันถึง 2เครื่อง ทั้งบิวด์-อิน คีย์บอร์ด วิดีโอ และเมาส์ (KVM) ช่วยให้ผู้ใช้สลับการใช้งานไปมา และแก้ไขคอนเทนต์โดยใช้คีย์บอร์ดและเมาส์เพียงชุดเดียว สายผลิตภัณฑ์จอมอนิเตอร์ UltraSharp ใหม่ ยังช่วยอำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อผ่าน USB-C ที่ชาร์จไฟจากแลปท็อปที่เชื่อมต่ออยู่ พร้อมกับส่งผ่านข้อมูล และสัญญาณวิดีโอได้ในขณะเดียวกัน ทั้งหมดนี้ทำได้ด้วยการใช้สายเคเบิลเดียวเพื่อช่วยลดความแออัดของสายเคเบิล
จอ UltraSharp ทั้งหมด ออกแบบมาโดยคำนึงถึงผลลัพธ์ของงานเป็นหลัก จึงมาพร้อมฟีเจอร์มาตรฐานดังต่อไปนี้
- ขาตั้งที่ปรับได้อย่างเต็มรูปแบบเพื่อความสะดวกของผู้ใช้ ทั้งปรับให้สูงขึ้น ปรับเอียง หมุนรอบด้าน และหมุนได้รอบแกน
- จอแบบ Flicker-free ที่ไม่มีแสงกระพริบ รวมถึง ComfortView ที่ช่วยลดการปล่อยแสงสีน้ำเงิน ช่วยให้สบายตา
- Easy Arrange ในซอฟต์แวร์ Display Manager ช่วยจัดการแอปพลิเคชันต่างๆ เพื่อให้ประสิทธิภาพในการทำงานหลายงานได้พร้อมๆ กัน (multi-tasking)
- มีโปรแกรม Premium Panel Exchange7 (เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีจุดสว่างของ pixel หรือ bright pixel defect ในหน้าจอ UltraSharp ตลอดเวลาที่อยู่ในช่วงการรับประกันจากเดลล์)
- บริการ Advanced Exchange Service ของเดลล์ ครอบคลุมระยะเวลา 3 ปี
“ในแง่ของการเป็นแบรนด์จอมอนิเตอร์ที่เป็นที่ชื่นชอบของโลก เดลล์ ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในเรื่องนวัตกรรมล้ำหน้าด้วยการเป็นเจ้าแรกของอุตสาหกรรมในหลายๆ ด้านด้วยกัน”เคิร์ก เชลล์ รองประธานอาวุโส Dell Displays & Engineering กล่าว “สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ในตระกูล UltraSharp เราจะยังคงมุ่งมั่นในการมอบสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านการแสดงผลของภาพ ให้กับลูกค้าที่เป็นองค์กรธุรกิจของเรา”

Dell UltraSharp 32 4K USB-C Monitor (U3219Q) โชว์สีสันเจิดจ้า พร้อมความกระจ่างตา
ให้ประสบการณ์การใช้งานจอแสดงผลด้วยประสิทธิภาพโดดเด่น ด้วยรายละเอียดที่ตื่นตาตื่นใจ กับ Ultra HD 4K ที่ให้ความละเอียดของภาพมากกว่าจอแบบ Full HD ถึง 4 เท่า พร้อมได้รับการรับรอง DisplayHDR™ 400 จาก VESA ที่รองรับ content playback ในโหมด HDR เพื่อให้ภาพสวยงามตื่นตาตื่นใจสมจริง โดยภาพจะปรากฏในสีสันสดใสที่สะท้อนรายละเอียดซึ่งก่อนหน้านี้หาดูได้ค่อนข้างยากในระดับความสว่างถึง 400 nits (ความสว่างปกติ) และให้ความลึกของสีที่ 1.07 พันล้านสี สิ่งที่มาพร้อมหน้าจอที่สว่างเจิดจ้าคือ InfinityEdge ที่ไร้ขอบเขตอย่างแท้จริง เพื่อประสบการณ์ในการชมภาพได้ชิดขอบจอในแบบ edge-to-edge
Dell UltraSharp 34 Curved USB-C Monitor (U3419W) ให้ประสิทธิภาพที่เหนือชั้น และความดื่มด่ำในการรับชม
ค้นพบประสบการณ์ที่ดื่มด่ำ และประสิทธิภาพด้านความแม่นยำเที่ยงตรง ได้จากจอมอนิเตอร์ USB-C ขอบโค้งขนาด 34 นิ้ว ที่ยกระดับได้เหนือชั้นทั้งเรื่องงานและความบันเทิง หน้าจอโค้งแบบultra-wide ขนาด 34 นิ้ว (WQHD (3440 x 1440) เทคโนโลยี IPS ด้วยสัดส่วน 21:9 ให้พื้นที่หน้าจอกว้างขวางในอุดมคติสำหรับการทำงานหลายงานพร้อมๆ กัน และมีลำโพงแบบดูอัล 9W ที่บิวด์อินมาในตัว เพื่อประสบการณ์สมบูรณ์แบบทั้งภาพและเสียง
Dell UltraSharp USB-C monitors 24 (U2419HC) และ 27 (U2719DC) ออกแบบมาเพื่อมอบประสิทธิภาพอย่างแท้จริง
ให้เห็นถึงรายละเอียดและความแม่นยำของสีสันที่สมจริงจากจอมอนิเตอร์ UltraSharp ที่รังสรรค์มาอย่างงดงาม ทั้งจอมอนิเตอร์ Dell UltraSharp 24 และ 27 USB-C มาในขนาดจอที่เล็ก และขอบบาง เพื่อประหยัดพื้นที่ใช้สอย เหมาะเจาะอย่างยิ่งสำหรับออฟฟิศสมัยใหม่ที่มีพื้นที่ไม่กว้าง InfinityEdge แบบไร้ขอบของแท้ มอบประสบการณ์การชมแบบ edge-to-edge เหมาะสำหรับงานที่ต้องใช้หลายจอต่อกันได้อย่างแนบเนียน ทั้งจอมอนิเตอร์ขนาด 24 นิ้ว (FHD) และ 27 นิ้ว (QHD) มาพร้อมสองทางเลือกที่แตกต่าง คือมีทั้งรุ่นปกติและรุ่นที่รองรับการเชื่อมต่อ USB-C เพื่อประสิทธิภาพหน้าจอที่เหนือชั้นในนวัตกรรมการออกแบบที่ล้ำหน้า
“เป็นเรื่องน่าอัศจรรย์จริงๆ ที่เดลล์ ก้าวมาอยู่แถวหน้าในเรื่องของจอมอนิเตอร์” โจน เพดดี้ ประธาน Jon Peddie Research กล่าว “การขยายสายผลิตภัณฑ์จอแสดงผลของเดลล์ เน้นให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของเดลล์ ที่มุ่งตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าในการใช้งานจอแสดงผล”
รีจัส มอบบริการใหม่ล่าสุด ให้สมาชิกเข้าถึงเครือข่ายพื้นที่สำนักงานที่ใหญ่และแข็งแกร่งที่สุดในโลก
Regus (รีจัส) ผู้นำด้านการให้บริการพื้นที่สำนักงานระดับโลกเผยรูปแบบบริการใหม่ล่าสุดที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นสำหรับสมาชิก ด้วยสิทธิประโยชน์ในการเข้าถึงพื้นที่สำนักงานที่ให้ความยืดหยุ่นได้จากทั่วทุกมุมโลก
เพื่อตอบสนองความต้องการในรูปแบบการทำงานทั่วโลกที่มีความแตกต่างกันไม่ว่าจะในเชิงธุรกิจหรือส่วนบุคคลก็ตาม รีจัส จึงขอนำเสนอบริการใหม่ 3 รูปแบบสำหรับสมาชิก ได้แก่ สมาชิกห้องรับรองทางธุรกิจ (Lounge), สมาชิกโคเวิร์กกิ้งและสมาชิกสำนักงานออฟฟิศ ซึ่งมอบสิทธิการทำงานที่ยืดหยุ่นให้แก่สมาชิกรีจัส ไม่ว่าจะเพียงต้องการใช้ห้องรับรองเพื่อตอบอีเมลล์เท่านั้นหรือใช้สำนักงานออฟฟิศเพื่อการประชุมที่มีความส่วนตัวมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงรูปแบบของสิทธิประโยชน์สำหรับการเป็นสมาชิกครั้งใหม่นี้จะช่วยให้สมาชิกทุกคนได้รับความสะดวกในการทำงานที่ให้ความยืดหยุ่นนี้ได้อย่างเต็มที่ รวมไปถึงสมาชิกทุกคนจะได้พบกับประสบการณ์ที่แปลกใหม่จากพื้นที่สำนักงานต่างๆ กว่า 3,500 แห่ง ใน 120 ประเทศและกว่า 1,100 เมืองทั่วโลก ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 93 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (ประมาณ 2,390 บาทไทยต่อเดือน)

ผลการสำรวจล่าสุดเปิดเผยตัวเลขที่สูงขึ้นของการใช้พื้นที่การทำงานที่ยืดหยุ่น ไม่ว่าจะเป็นการเช่าพื้นที่สำนักงานแบบชั่วคราว หรือการใช้โคเวิร์กกิ้งสเปซที่มากขึ้นทั้งในส่วนของบริษัทผู้ประกอบการหรือส่วนบุคคลเองก็ตาม และเมื่อไม่นานมานี้ IWG ในฐานะบริษัทแม่ของผู้ให้บริการพื้นที่สำนักงานอย่าง รีจัส ได้เผยข้อมูลผลสำรวจจากนักธุรกิจชั้นนำจำนวนกว่า 18,000 คน โดยพบว่าในทุกๆ สัปดาห์จะมีพนักงานจำนวนกว่าร้อยละ 70 ที่ทำงานนอกสถานที่ ซึ่งจำนวนมากกว่าร้อยละ 50 ของกลุ่มนี้ ทำงานนอกสถานที่เป็นจำนวนกว่าครึ่งหนึ่งของสัปดาห์ ทั้งยังพบอีกว่าคุณพ่อคุณแม่ในวัยทำงานจำนวนถึงร้อยละ 85 ต้องการให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นในการทำงาน ขณะที่ร้อยละ 81 เชื่อว่าการสร้างสมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิตให้แก่พนักงานถือเป็นสวัสดิการที่ดีที่สุด
รีจัส เป็นผู้บุกเบิกการให้บริการพื้นที่สำนักงานพร้อมใช้ที่ให้ความยืดหยุ่นในปี พ.ศ.2532 ณ ประเทศเบลเยี่ยมก่อนจะเริ่มขยายสาขาไปทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้เปิดตัวการบริการใหม่ล่าสุดสำหรับสมาชิกเพื่อให้เหล่าคนทำงานสามารถทำงานได้จากทั่วทุกมุมโลก ทั้งพื้นที่สำนักงานให้เช่า ห้องประชุม และโคเวิร์กกิ้งสเปซ ซึ่งปัจจุบัน รีจัส มีพื้นที่สำนักงานให้บริการกว่า 1,000 แห่ง ในอเมริกา 350 แห่งในอังกฤษและกว่า 100 แห่งทั้งในประเทศแคนาดา, จีน, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อินเดีย,ญี่ปุ่น, เนเธอร์แลนด์ และอีกมากมายหลายประเทศ โดยในปีนี้ รีจัส คาดว่าจะเดินหน้าขยายเปิดสาขาแรกในสาธารณรัฐโดมินิกัน, กายอานา, จาเมกาและทาจิกิสถาน ตามลำดับ

สำหรับสิทธิในการใช้บริการจากแพ็คเกจการเป็นสมาชิกรูปแบบใหม่นี้ สมาชิกทุกท่านจะสามารถเข้าใช้บริการได้ทุกๆ สาขาของบริษัทฯ ในจำนวนกว่า 120 ประเทศทั่วโลกด้วยค่าบริการรายเดือนแบบสบายกระเป๋า อีกทั้งในทุกๆ สาขายังติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัย พร้อมให้บริการด้านอุปกรณ์อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และมีพนักงานคอยดูแลต้อนรับ รวมถึงพื้นที่ห้องครัวและรูปแบบพื้นที่ทำงานที่หลากหลายเพื่อการทำงานได้อย่างมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่การทำงานที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างดีเยี่ยม ออฟฟิศส่วนตัว และห้องประชุมแบบครบวงจร
นอกจากนี้ รีจัส ซึ่งนับว่าเป็นส่วนหนึ่งของ IWG บริษัทแม่ของผู้นำให้บริการพื้นที่สำนักงานระดับโลก ยังได้มอบสิทธิพิเศษสำหรับเหล่าสมาชิกให้สามารถเข้าใช้บริการสำนักงานพื้นที่ให้เช่าจาก SPACES และ No18 ซึ่งอยู่ภายใต้บริษัท IWG ได้อีกด้วย

คุณเอียน ฮอลเลทท์ กรรมการผู้จัดการกลุ่มรีจัส เผยว่า “ปัจจุบันเราได้ก้าวสู่จุดแห่งการเปลี่ยนแปลงที่เหล่าบุคลากรและนักธุรกิจทั่วโลกนั้นให้ความสนใจและใช้บริการพื้นที่ทำงานที่ให้ความยืดหยุ่นมากขึ้นเพื่อบรรลุเป้าหมายของตนเองได้อย่างมืออาชีพ ซึ่งสิทธิประโยชน์ใหม่ล่าสุดสำหรับสมาชิกนี้จะช่วยให้ทุกคนสามารถทำงานได้อย่างยืดหยุ่นและเข้าถึงเครือข่ายพื้นที่สำนักงานและโคเวิร์กกิ้งทั่วโลก ที่เริ่มตั้งแต่เมืองออลบอร์ ณ ประเทศเดนมาร์ก ไปจนถึงเมืองจูไห่ ณ ประเทศจีนและสาขาต่างๆ อีกมากมาย โดยเหล่าสมาชิกยังสามารถเข้าใช้พื้นที่สำนักงานได้อย่างครอบคลุมทั่วโลกด้วยราคาที่คุ้มค่าที่สุดอีกด้วย”
คุณโนเอล โค้ก ผู้อำนวยการใหญ่ รีจัส ประจำประเทศไทย ไต้หวัน และเกาหลี เผยว่า รีจัส ผู้นำด้านการให้บริการพื้นที่สำนักงานระดับโลก ที่มอบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับธุรกิจทั่วโลก นับเป็นเครือข่ายกว้างใหญ่ที่จะช่วยให้ธุรกิจสามารถทำงานได้อย่างยืดหยุ่นจากทุกพื้นที่ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายหรือลงทุนในการจัดตั้งสำนักงาน อีกทั้งผลประโยชน์ที่องค์กรจะได้รับไม่ได้มีเพียงแต่การจ่ายเงินสำหรับพื้นที่ทำงานที่พวกเขาต้องการเท่านั้น แต่ลูกค้าสามารถที่จะปรับเพิ่มหรือลดพื้นที่ทำงานได้ตามความจำเป็นและความต้องการ ไม่ว่าจะต้องการพื้นที่เพียงแค่ 2-3 ชั่วโมงหรือเป็นเวลาหลายปี และยิ่งไปกว่านั้นยังบริการดูแลและจัดการสำนักงานของคุณได้อย่างเต็มรูปแบบด้วยสัญญาเพียงฉบับเดียว ทั้งการสรุปรายงานความคืบหน้าต่างๆ รวมถึงบริการดูแลและบริการลูกค้าสัมพันธ์ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง
วิตามินบำรุงผิวใหม่! จากนีเวีย ปลุกผิวขาวใส ฉ่ำเด้ง เห็นผลใน 7 วัน
นีเวีย เอาใจสาวๆ ที่อยากมีผิวขาวกระจ่างใส แต่ไม่อยากรอนาน โดยคราวนี้ให้ทั้งการบำรุงและเพิ่มวิตามินให้แก่ผิวไปพร้อมๆกัน กับผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง NIVEA Extra White C & E Vitamin Lotion ครั้งแรกกับโลชั่นวิตามินบำรุงผิวที่เต็มเปี่ยมด้วยพลังจากวิตามินซีเข้มข้นหลายชนิด ช่วยให้ผิวสาวๆ ขาวใสและเห็นผลลัพธ์ได้ดีกว่าส้มธรรมชาติ พร้อมผสานกับวิตามินอีที่สามารถตรงเข้าบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นขึ้นได้ทันที่ ให้คุณมีผิวขาวใส ฉ่ำเด้ง เห็นผลลัพธ์ภายใน 7 วัน
![]()
NIVEA Extra White C & E Vitamin Lotion นอกจากจะเป็นโลชั่นที่มีเนื้อสัมผัสที่ดีที่สุดจากนีเวียแล้ว ยังบางเบาและ ซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็วจนคุณสามารถทาได้ทั้งเช้าและเย็น นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยวิตามินซีเข้มข้นกว่า 4 ชนิด ได้แก่
- Ascorbic acid วิตามินซีชนิดเดียวที่ได้จากส้มธรรมชาติแต่มีความคงที่กว่าจึงมีประสิทธิภาพเหนือกว่า และยังช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดการสร้างเม็ดสีซึ่งเป็นสาเหตุของผิวคล้ำ และปกป้องเซลล์ผิวจากการทำลายของรังสียูวี
- Purified Vitamin C วิตามินซีเข้มข้นบริสุทธิ์ 95% ช่วยกู้ผิวคล้ำเสียจากแสงแดด ลดเลือนความหมองคล้ำช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิวที่ถูกทำลาย และฟื้นบำรุงให้ผิวคุณกลับสว่างใส่เปล่งประกายอีกครั้งอย่างมีประสิทธิภาพ
- Camu Camu หนึ่งในผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงที่สุดในโลก ซึ่งจะให้วิตามินซีสูงกว่ามะนาวถึง 50 เท่า และยังอุดมด้วย anti-oxidant จึงช่วยให้ผิวดูสม่ำเสมอมากขึ้น และบล็อคผิวด่างดำที่อาจเกิดซ้ำได้เป็นอย่างดี
- Acerola Cherry วิตามินซีจากผลไม้ธรรมชาติอีกชนิดที่ช่วยบำรุงให้สาวๆ มีผิวที่กระจ่างใสขึ้นอีกระดับ และ ยังช่วยดูแลเนื้อผิวให้เนียน ละเอียด แลดูเปล่งปลั่งยิ่งขึ้นอีกด้วย

เตรียมพบกับ NIVEA Extra White C & E Vitamin Lotion ได้แล้วที่ร้านค้าใกล้บ้านท่าน โดยมีมาให้เลือกซื้อถึงสามขนาดด้วยกัน ได้แก่ ขนาด 70 มล. ราคา 69 บาท (มีขายพิเศษใน เซเว่นอีเลฟเว่น เท่านั้น) ขนาด 180 มล. ราคา 129 บาท และขนาด 320 มล. ในราคา 199 บาท
ครั้งแรกกับการซิ่งรถแรงยามราตรีในสนามแข่งรถระดับโลก พร้อมชมการฟาดแข้งของทีมฟุตบอลระดับตำนานในทริป ‘BMW Track Night with Return of the Legends’
สมาชิกที่จะมาร่วมทริปครั้งนี้จะได้รับประสบการณ์สุดมันส์ที่จะต้องจดจำไปอีกนาน นั่นคือจะได้ทดสอบสมรรถนะรถยนต์ BMW ของตัวเองในสนามแข่งรถจริงๆ โดยจะมีผู้เชี่ยวชาญในการขับรถคอยแนะนำเทคนิควิธีการอย่างใกล้ชิด และนอกจากจะได้ขับรถ BMW ตัวเองแล้วทาง บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ยังจัดเตรียมรถตระกูล M สุดทรงพลังอย่าง BMW M2, BMW M4 Coupe, BMW M5, BMW M760Li และไฮไลท์อย่าง BMW M4 CS รุ่นพิเศษที่มีดีทั้งเครื่องยนต์ และน้ำหนักที่เบากว่า BMW M4 รุ่นปกติ รับรองงานนี้มีเฮ!
ก่อนที่ทุกคนจะลงไปเฮฮากันอย่าลืมว่าทริปนี้นอกจากจะมาขยี้รถกันในสนามแข่งแล้ว เรายังได้มาดูบอลจากทีมระดับตำนานจากเยอรมันอย่าง Dortmund Legends ซึ่งไม่ทันไรเหล่าขุนศึกทีม Dortmund Legends ก็เดินเข้ามาในสนามแข่งรถเพื่อมาพิสูจน์ความแรงของ BMW ตระกูล M แบบ TAXI LAP


นักเตะทุกคนต่างฟินไปตามๆ กัน เพราะอินสตรักเตอร์ของเราจัดเต็มให้แบบไม่มีกั๊ก เหล่านักเตะจะได้จดจำทั้งความแรงของรถยนต์ระดับ M และความมันส์ในสนามช้าง จะได้มีเรื่องไปเล่าให้ลูกหลานที่เยอรมันฟังกัน เห็นนักเตะแต่ละคนลงมาจากรถด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มผมก็ดีใจ…
หลังจากเหล่านักเตะสนุกกัน ก็ถึงเวลาที่สมาชิก JOY Ultimate จะลงไปสนุกกันบ้างผมได้ถามผู้ร่วมทริปหลายๆ คนว่าเคยขับรถในสนามแข่งในเวลากลางคืนมั้ย ทุกคนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘ไม่เคย’ เอาล่ะสิงานนี้จะออกหัวหรือออกก้อยเดี๋ยวรู้กัน
พอได้ขับรถ BMW ของตัวเองในสนามแข่งทุกคนรู้สึกสนุก และตื่นเต้นมากเมื่อรู้ว่ารถของตัวเองก็ขับได้สนุก และปลอดภัยมาก เพราะได้ขับกันอยู่หลายรอบจากตอนแรกก็มีอาการเกร็งๆ เพราะนอกจากจะได้ขับรถในสนามแข่งรถครั้งแรกแล้วบวกกับเป็นการขับในเวลากลางคืนความตื่นเต้นก็ยิ่งทวีคูญเพิ่มขึ้นไปอีก
แต่พอทุกคนเริ่มชิน อินสตรักเตอร์ผู้นำขบวนก็ค่อยๆ เพิ่มความเร็วขึ้นในแต่ละรอบ พอทุกคนเริ่มชินกับไลน์สนาม และสายตาปรับเข้ากับความมืดได้แล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นคือความบันเทิง ในช่วงพักทุกคนต่างพูดคุยกันอย่างสนุกสนานถึงประสบการณ์ในครั้งนี้ แต่เดี๋ยวก่อนความสนุก ความมันส์เพิ่งเริ่มต้นขึ้น
หลังจากได้พักสักครู่สมาชิก JOY Ultimate ก็กลับลงมาที่สนามอีกครั้ง แต่ครั้งนี้จะไม่ต้องขับรถ BMW ของตัวเอง แต่จะได้ขับ BMW ตระกูล M ที่ทาง บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย จัดเตรียมไว้ให้เป็นพิเศษสำหรับทริปนี้เท่านั้น เมื่อทุกคนเห็นภาพฝูง BMW M อยู่ตรงหน้าก็ไม่รอช้าวิ่งขึ้นไปนั่งเตรียมตัวขยี้ M คันที่ชอบ
รถที่จัดมาให้สนุกกันมีทั้ง BMW M2, BMW M4 Coupe, BMW M5, BMW M760Li และ BMW M4 CS ซึ่งทุกคนที่มาทริปนี้จะได้สนุกกับทุกคันแบบไม่ยั้ง เมื่อพร้อมแล้วก็ไปลุยกันเล้ย ในทุกๆ รอบทุกคนหวดกันอย่างเต็มที่เพราะได้สร้างความคุ้นเคยกับสนามในรอบที่ขับรถ BMW ของตัวเองมาพอสมควร
สมาชิก JOY Ultimate สนุกสนานกับการวิ่งขึ้นรถคันโน้น ลงคันนี้ ล้วนมีความสุขกับการได้ขับรถแรง ในสนามแข่งรถมาตรฐานสากล แถมยังเป็นเวลากลางคืนที่อากาศกำลังดี กำลังเพลินๆ ดูเวลาอีกทีก็เที่ยงคืนกว่าๆ แล้ว ถึงเวลาที่ทุกคนจะต้องแยกย้ายไปพักผ่อนเพราะพรุ่งนี้ยังมีอะไรรอเราอีกเยอะ
แม้เมื่อคืนจะอัด BMW ตระกูล M กันอย่างเมามันส์หวดกันไปคนละหลายรอบ อัดกันจน BMW M4CS ตัวจี๊ดที่เป็นพระเอกของทริปน้ำมันเกือบหมดถัง เพราะสมาชิกต่างแย่งชิงเพื่อขับมันแต่เป็นการแย่งกันด้วยรอยยิ้มเพราะทุกคนคอเดียวกันเข้าใจกัน มีน้ำใจให้กันเฮฮากันไปจนเวลาล่วงเลยไปเกือบตี 1
ความมันส์เมื่อคืนไม่ได้ทำให้สมาชิกเหน็ดเหนื่อยเพราะสมาชิกทุกคนก็ยังคงตื่นแต่เช้าพร้อมที่จะไปชมความยิ่งใหญ่อลังการของปราสาทหินพนมรุ้ง ซึ่งเป็นหนึ่งในปราสาทหินในกลุ่มราชมรรคา ตั้งอยู่ที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ห่างจากตัวเมืองบุรีรัมย์ประมาณ 77 กิโลเมตร คำว่า พนมรุ้ง นั้น มาจากภาษาเขมร คำว่า วนํรุง แปลว่า ภูเขาใหญ่
ปราสาทหินพนมรุ้งนั้นเป็นหนึ่งในปราสาทหินของไทยที่มีชื่อเสียงมากที่สุดที่นึงในประเทศไทย และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดบุรีรัมย์เพราะถือว่าเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ใครมาเยื่อนบุรีรัมย์แล้วไม่ควรพลาด เพราะเป็นสถานที่ที่ยิ่งใหญ่สวยงามไม่แพ้ของประเทศเพื่อนบ้านเราเลย
ข้อมูลจาก : th.wikipedia.org/wiki/อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง

ตกเย็นก็มาปิดท้ายกับอีกหนึ่งกิจกรรมไฮไลท์ของทริปนี้คือการร่วมชมฟุตบอลนัดพิเศษระหว่าง Dortmund Legends และ Buriram United OG ในที่นั่ง VIP box สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ณ สนามฟุตบอลช้าง
อารีนา ซึ่งการแข่งขันเป็นไปอย่างสนุกสนานพอหอมปากหอมคอเพราะทีม โบรุสซีอาดอร์ทมุนท์ ที่มาเตะก็เป็นระดับตำนานอายุคงไม่ใช่น้อยๆ แต่การแข่งขันก็ไม่ขี้เหล่เสมอกัน 1:1 มีหลายจังหวะที่เรียกเสียงกรีดร้องจากแฟนๆ ทั้ง 2 ทีมได้บ้าง แต่ต้องยอมรับกองเชียร์ของ Buriram United OG เค้าเชียร์กันสนุกจริงๆ ถือเป็นการเตะแบบกระชับมิตรละกันไม่มันส์มากแต่สนุก
คุณเศรษฐิพงศ์ อนุตรโสตถิ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายการตลาด บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย กล่าวว่า “โปรแกรม The Ultimate JOY Experience รังสรรค์ขึ้นเพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นของเราในการมอบความสุขที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่สุนทรียภาพในการขับขี่ แต่ยังครอบคลุมถึงไลฟ์สไตล์ด้านอื่นๆ ของลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยู
โดยทริปในครั้งนี้ถือว่าอัดแน่นไปด้วยกิจกรรมสนุกๆ และหลากหลาย ทั้งทดสอบรถ ชมฟุตบอลแมตช์กระชับมิตร เสริมด้วยท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในตัวจังหวัดบุรีรัมย์ เรียกได้ว่าสนุกครบ จบในทริปเดียว นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ยังได้เตรียมกิจกรรมสุดพิเศษอีกมากมายเพื่อส่งท้ายปีพ.ศ. 2561 เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าการเข้ามาสัมผัสโลกของบีเอ็มดับเบิลยู จะทำให้ได้รับความสุข เพลิดเพลิน และสะดวกสบายเหนือกว่าใคร”
ร่วมสัมผัสสุดยอดประสบการณ์แบบเหนือระดับเฉพาะลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยู พร้อมสิทธิพิเศษหลากหลายสำหรับทุกไลฟ์สไตล์จากโปรแกรม The Ultimate JOY Experience ตลอดทั้งปี ท่านเจ้าของรถบีเอ็มดับเบิลยูทุกท่าน สามารถลงทะเบียนเป็นสมาชิกฟรีที่ www.BMWultimateJOY.com หรือติดตามข่าวสารได้ที่ facebook.com/bmwultimatejoy ยังมีกิจกรรมจอยๆ มันส์ๆ รอคุณอีกเพียบ!
พร้อมจะสวยกันรึยังสาวๆ ‘A WALK IN A CLOUD’ งานรวมความสวยจาก Good Vibes Only กับ La Doctress
การเดินแบบแฟชั่นโชว์ชุดพิเศษจากเหล่านางแบบ The Face Thailand อาทิ เกรซ ณัฐธยาน์, ดารัณ เศรษฐิณิช, สกาย มาเรีย, ปริม กรวรรณ, เจสซี่ จัสมิน ฯลฯ ที่มาในชุดของแบรนด์ดีไซน์เนอร์ไทยกว่า 40 แบรนด์

และมินิคอนเสิร์ตจาก ทอม Room39 พร้อมพบกับครั้งแรกของการเปิดตัวบิวตี้ไอเท็มสไตล์ใหม่ Cloud Blush Tube โดย La Doctress ครีมบลัชออน ในรูปแบบหลอดซอง เนื้อนุ่ม ละมุนเหมือนเมฆ แบบ all in one ที่ใช้ได้ทั้งตา ปาก แก้ม ที่จะมาแต่งแต้มสีสันชวนฝันบนใบหน้าของคุณให้สวยราวกับอยู่ในโลกของเทพนิยาย

คุณจอย – วิลาสินี เลืองวัฒนะวนิช ผู้ก่อตั้งแบรนด์ เผยว่า จากจุดเริ่มต้นที่มีความหลงใหลในเรื่องของแฟชั่นและความงาม จึงเป็นที่มาของการออกแบบดีไซน์เสื้อผ้า ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมากว่า 8 ปี ได้มองเห็นว่าการที่แบรนด์เสื้อผ้าแบรนด์นึงนั้นจะเปิดหน้าร้านเป็นของตัวเอง ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะต้องมาหาทำเลที่เหมาะสม และต้นทุนที่สูงอีกด้วย จึงได้ขายแต่ช่องทางออนไลน์อย่างเดียว ประกอบกับลูกค้าบางคนอยากที่จะเห็นของจริง ได้สัมผัสสินค้า เหล่านี้เป็นความต้องการของทั้งเจ้าของแบรนด์และลูกค้า
จึงเกิดเป็นไอเดียอยากจะรวบรวมเอาเสื้อผ้าร้านดังที่ขายผ่านช่องทางออนไลน์มารวมกันไว้ในที่ๆเดียวกัน จนได้กลายเป็นที่มาของร้าน Good Vibes Only มัลติแบรนด์สโตร์น้องใหม่ พร้อมเปิดสาขาแรก ใจกลางกรุง ณ สยามสแควร์วัน โดยได้รวมเอาบรรดาสินค้าแฟชั่นที่ได้รับการคัดสรรเน้นความยูนีคมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยฝีมือของเหล่าดีไซเนอร์ไทยเจเนอเรชั่นใหม่ 38 แบรนด์ ทั้งยังได้รังสรรค์เสื้อผ้า และแฟชั่นไอเท็มในคอลเลคชั่นใหม่ต้อนรับฤดูกาล Autumn Winter 2018 ถ่ายทอดกลิ่นอายของสาววัยแรกแย้ม ด้วยดีไซน์อัดแน่นไปด้วยศิลปะที่โลดแล่นบนผืนผ้าด้วยความละเอียดอ่อน และแฝงไปด้วยความมีชีวิตชีวา เชื่อว่าจะโดนใจเหล่าแฟชันนิสต้าอย่างแน่นอน
“นอกจากจะสนใจในเรื่องแฟชั่นแล้ว ตนเองยังมีความสนใจในเรื่องไอเท็มความงาม โดยได้มีการศึกษามาเป็นระยะเวลานานพอสมควร จึงคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีความอาร์ทในตัว โดยนึกถึงเวลาที่ทุกคนวาดรูปจะต้องใช้หลอดสีในการระบายบ้าง ผสมสีบ้าง แล้วทำไมเวลาที่แต่งหน้าถึงจะไม่ใช้หลอดสีบ้าง จึงเป็นที่มาของการสร้างบิวตี้ไอเท็มสไตล์ใหม่ซึ่งทำให้เราผสมเฉดสีได้ในแบบที่เราต้องการ
จึงเป็นที่มาของการเปิดตัว Cloud Blush Tube บลัชออนตัวใหม่ในแพกเกจหลอดสีสุดน่ารัก ที่มาพร้อม 4 เฉดสี พร้อมที่จะเปลี่ยนโลกแห่งความงามให้ง่ายดายได้เพียงปลายนิ้ว ตอบโจทย์ของการพกพาง่าย สะดวก สามารถผสมสีได้ตามใจต้องการ เนื้อแมท แต่ให้สัมผัสละมุน เกลี่ยง่าย ราวกับปุยเมฆนุ่ม ติดทนนาน เนรมิตความงามได้ดังใจ แบบ all in one ทั้งตา แก้ม และปาก ไม่ว่าจะเป็นสาวหวานใส หรือสาวเปรี้ยว เฉี่ยว เก๋ ก็สามารถออกแบบสไตล์ได้ด้วยตนเอง

‘Dell Rugged’ แกร่งสุดขั้ว ทนทุกสภาวะ พร้อมลุยไปทุกที่กับคุณ!
หนึ่งในผู้ใช้ที่มีความต้องการใช้ Rugged เป็นอย่างมากคือ ไมค์ ลีเบคกิ นักไต่เขาและนักสำรวจของ National Geographic ที่ประสบความสำเร็จในการเดินทางกับคณะสำรวจมากว่า 80 ครั้ง ซึ่งรวมถึงการผจญภัยไปยังสถานที่ต่างๆ ที่มนุษย์ยังไม่เคยเหยียบย่างไปถึง เช่นเดียวกับการเดินทางล่าสุดของเขาสู่เปรู หมู่เกาะเฟรนช์พอลินีเชีย กรีนแลนด์ เนปาล และอินเดีย
เครื่อง Dell Rugged อยู่ร่วมด้วยในการเดินทางครั้งล่าสุดของไมค์ ลีเบคกิที่ไปยังประเทศจีน และที่สำคัญกว่านั้น ยังมีส่วนช่วยในการนำพาเขากลับออกมาอีกด้วย จากวิดีโอที่บันทึกไว้ ไมค์เดิมพันรสชาติชีวิตในการสำรวจกับการมองหาโน้ตบุ๊ค Dell Rugged ที่ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งสายผลิตภัณฑ์ และนั่นเป็นการอธิบายได้เป็นอย่างดีว่าเพราะอะไรอุปกรณ์ของเขาต้องสามารถทำงานได้ตลอดเวลาโดยไม่สามารถที่จะล้มเหลวในการทำงาน
Rugged คือแล็ปท็อปที่ได้รับการสร้างแบบมีวัตถุประสงค์ ทั้งถูกออกแบบและถูกทดสอบด้วยกระบวนการต่างๆ เพื่อให้ถึงจุดที่เครื่องไม่สามารถทำงานได้ต่อไป รวมทั้งได้รับการพัฒนาให้แข็งแกร่งทนทานต่อทุกสภาพการทำงาน เพื่อให้สามารถส่งมอบประสิทธิภาพที่ลูกค้าอย่างไมค์ หรือ แมคลาเรน (McLaren) ต้องการ มาถึงวันนี้ เดลล์มีความภูมิใจที่จะเปิดตัวสมาชิกของเครื่องตระกูล Rugged ทั้ง Dell Latitude 7424 Rugged Extreme พร้อมทั้ง Dell Latitude 5424 และ 5420 Rugged โน้ตบุ๊ค แม้ความต้องการของลูกค้าที่ใช้ Rugged PCs จะไม่เหมือนกัน แต่สิ่งที่ลูกค้าต่างมีความต้องการแบบเดียวกันนั่นก็คือ การผนวกความสามารถด้านการรักษาความปลอดภัยแบบครบวงจร (end-to-end) เข้ากับความน่าเชื่อถือและความสามารถในการจัดการของเครื่อง Dell Latitude ไม่ว่าจะทำงานที่ไหนหรือกำลังทำไรก็ตาม
จริงๆ แล้วความทนทานต่อการกระแทกอย่างรุนแรงเป็นเพียงแค่ผลประโยชน์ขั้นต้นที่ได้รับ ผู้ใช้ต่างคาดหวังให้เครื่องพีซี Dell Rugged มาพร้อมทั้งความสามารถที่มีประสิทธิภาพที่ล้ำสมัยยิ่งขึ้น ดังนั้น เครื่องโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่จึงให้การแสดงผลภาพที่สามารถมองเห็นได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ในร่มหรือกลางแจ้งเพื่อการใช้งานที่เต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งในสภาพฝนตกหรือแดดออก ซึ่งทั้งหมดต้องขอบคุณจอแสดงผลความละเอียดสูง (HD) ที่คมชัดยิ่งขึ้นและสว่างมากขึ้น (1000-NIT) พร้อมการแสดงผลของสีที่ดียิ่งขึ้น และด้วยเครื่องในเจนเนอเรชันใหม่นี้ ลูกค้าสามารถทำงานได้โดยไม่ต้องกังวลด้วยการทำงานแบบ zero down-time ซึ่งต้องขอบคุณระบบแบตเตอรี่ย์แบบคู่ที่สามารถสลับสับเปลี่ยนได้ในระหว่างทำงาน (hot-swappable dual-batteries) ที่ผนึกกำลังเพื่อให้เครื่องทำงานได้ยาวนานมากกว่า 14 ชั่วโมง

และถ้าหาก optical drives คือ ทางเลือกของ external storage สำหรับคุณในการสำรอง (back-up) และถ่ายโอน (offload) ข้อมูล Dell Rugged 7424 และ 5424 มาพร้อมทางเลือก Blu-Ray burner สำหรับความหนาแน่นของข้อมูล และสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการสิ่งที่มากกว่าความสามารถในการพกพา เครื่อง Rugged 5420 มาพร้อมตัวเครื่องที่บางกว่าและเบากว่า 22 เปอร์เซ็นต์เพื่อเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงโดยไม่สูญเสียความสามารถดั้งเดิมที่เยี่ยมยอดของ Dell Rugged ไป
ด้วยโน้ตบุ๊ค Rugged แต่ละรุ่น คุณจะได้รับระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงการ log-on อย่างรวดเร็วกว่าเดิมผ่านระบบจดจำใบหน้า (facial recognition) ของ “Windows Hello” และประสิทธิภาพที่พัฒนาให้ดีขึ้นอย่างมหาศาลอันเป็นมาจากโพรเซสเซอร์ Intel quad-core กราฟิกชิพระดับเครื่องเวิร์กสเตชันของ AMD ทางเลือกสำหรับสตอเรจที่มีขนาดใหญ่ พร้อมโซลูชันระบบทำความเย็นใหม่เพื่อให้เครื่องอยู่ในสภาวะควบคุมได้ในทุกสภาพแวดล้อม
และเพราะความสามารถในการเชื่อมต่อคือสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด เครื่องพีซี Rugged จึงวางตลาดพร้อมกับ Cat16 4G/LTE ยุคหน้า เดลล์ตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่จะบอกว่าเรายังวางแผนที่จะรองรับ FirstNet พร้อมด้วยการเชื่อมต่อ Band 14 เป็นทางเลือกสำหรับเครื่องในสายผลิตภัณฑ์ Dell Rugged
พบกับ Dell Rugged ใหม่เพื่อมองหาเครื่องที่คุณมองหาได้ที่ เพจของ Dell Rugged บน Dell.com
แรงเลอร์เปิดตัว ‘Wrangler Wander Ready’ คอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด พร้อมพาเที่ยวแฟล็กชิฟสโตร์ ดีไซน์ล่าสุดแห่งเดียวในโลก
ในงานได้รับเกียรติจาก Mr. Edwin Yap Hawson กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป มาเป็นประธานการเปิดงาน พร้อมด้วย คุณนันทวรรณ สุวรรณเดช ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท เซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้งกรุ๊ป, คุณปกรณ์ พรรธนะแพทย์, คุณอิศเรศ จิราธิวัฒน์
ร่วมสร้างสีสันแฟชั่นโชว์โดย อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม, ซาบีน่า อจิรภา ไมซิงเกอร์, นิววี่ ฐิติภูมิ เตชะอภัยคุณ, ฟิลลิปส์ ณัทธนพล ทินโรจน์, ชัดเจน วิสุทธิ์ ชาวบางพรหม, อาร์ม-วรท มรรคดวงแก้ว, กัสเบล พีรกร โพธิ์ประเสริฐ, ปราง ฉัตรา และ เก๋ –ชลลดา เมฆราตรี พิธีกร ภายในงานยังมีเหล่าดารา เซเลปบริตี้ที่เป็นยีนส์เลิฟเวอร์มาร่วมงานอย่างคับคั่ง
Wrangler ได้สร้างสรรค์ยีนส์ที่มีสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1947 โดยยึดหลัก ‘เสื้อผ้าควรได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้สวมใส่’ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่แรงเลอร์ ได้รับความนิยมมาตลอด 70 ปี ที่ผ่านมา แรงเลอร์ ได้สร้างสรรค์กางเกงยีนส์ เสื้อแจ๊คเก็ต และเสื้อเชิร์ตที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน และในวันนี้ ‘แรงเลอร์’ ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีลูกเล่นเพิ่มขึ้นเอาใจคนรักยีนส์ โดยผสานทั้งความเป็นแฟชั่น และนวัตกรรมใหม่เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่เข้าไว้ด้วยกันแต่ยังคงเอกลักษณ์ของความเป็นอเมริกันสไตล์
สำหรับไฮไลท์ของงาน ‘Wrangler Wander Ready’ อยู่ที่แฟชั่นโชว์ 4 คอลเลคชั่นล่าสุดของ Fall Winter 2018 ที่แรงเลอร์ตั้งใจออกแบบ เพื่อตอบโจทย์ให้เหล่ายีนส์เลิฟเวอร์ ทั้งเรื่องดีไซน์และฟังก์ชั่นการใช้งานที่เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ เป็นเพื่อนร่วมเดินทางในทุก ๆ วัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตประจำวัน หรือใส่ลุยออกทริปท่องเที่ยว เพื่อค้นหาแรงบันดาลใหม่ๆ ฉีกกรอบการใช้ชีวิตในแบบเดิมๆ ของคุณ ให้คุณแสดงตัวตนที่แท้จริงของคุณผ่านยีนส์แรงเลอร์ ยกตัวอย่างเช่น เพิ่มประสบการณ์ใหม่ด้วยนวัตกรรมล้ำสมัยเป็นยีนส์สุดเจ๋ง ที่มีคุณสมบัติในการกันละอองน้ำ เป็นเทคโนโลยีที่เหมาะสำหรับนักเดินทาง ไม่ต้องกังวลว่าจะเปียก สวมใส่สบาย ระบายอากาศได้ดี เพราะการเดินทาง….ไม่มีที่สิ้นสุด ‘Wrangler’ เพื่อนแท้ที่จะร่วมตะลุยไปกับทุกทริปการเดินทางของคุณ
โดย แฟชั่นโชว์ “ Wander Ready” Collection Fall Winter 2018 มี 4 Set
กลุ่มแรก Play : Stay True แฟชั่นที่คอลเลคชั่นนี้ได้แรงบันดาลใจจาก Retro sport ที่มีความเป็นสีสันที่ดูสนุกสนาน และยังเป็นการผสมผสานระหว่างความเป็น Modern และ Authentic Western เข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว โดยรูปแบบของเสื้อผ้ามีความสดใส และมีความเป็นแฟชั่น เพื่อให้แฟนแรงเลอร์และกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นได้แสดงออกถึงความโดดเด่นที่ไม่ซ้ำใคร


กลุ่มที่ 2 Outdoor : Stay Dry สำหรับแฟนแรงเลอร์ และยีนส์เลิฟเวอร์ที่หลงใหลการท่องเที่ยวที่รักในกิจกรรมกลางแจ้ง Wrangler ก็พร้อมที่จะไปกับทุกกิจกรรม โดยเสื้อผ้ากลุ่ม Denim Performance ได้ออกแบบมาให้เหมาะกับการผจญภัย โดยไม่ละทิ้งความเป็นแฟชั่น ทั้งยังเพิ่มความคล่องตัว ด้วยดีไซน์ที่เน้นฟังก์ชั่นการใช้งานการผสมผสานนวัตกรรมผ้ากันละอองน้ำ (Water Repellent Technology) ทำให้กางเกงยีนส์ตัวเก่งของคุณแห้งง่าย และสวมใส่สบาย Wrangler ยังนำนวัตกรรมผ้ากันละอองน้ำ มาใช้กับแจ๊คเก็ต เสื้อยืด เสื้อเชิร์ต และ หมวกอีกด้วย นอกจากสามารถกันละอองน้ำได้แล้ว Stay Dry ยังสามารถระบายความชื้นได้เป็นอย่างดี #มันได้ไม่กลัวเปียก


กลุ่มที่ 3 Shape Keeper เป็น Must-Have ไอเท็ม ที่ออกแบบมาเอาใจยีนส์เลิฟเวอร์สาวๆ ที่ต้องการเสริมความโดดเด่นให้สัดส่วน ทำให้มีรูปร่างดูดีเมื่อสวมใส่กางเกงยีนส์แรงเลอร์ ในคอลเลคชั่นนี้ได้ออกแบบรุ่นย่อยออกมาถึง 3 รุ่นตามนวัตกรรมการตัดเย็บเพื่อตอบโจทย์ยีนส์เลิฟเวอร์สาวๆ อย่างรุ่น Contouring จะช่วยทำให้ดูมีสะโพก Elongating ใส่แล้วดูขาเรียวยาว และรุ่น Sliming ที่ใส่แล้วจะยิ่งดูผอมเพรียว ดูหุ่นดี
และคอลเลคชั่นพิเศษที่กำลังจะวางจำหน่ายปลายปี 2018 เป็นการออกแบบร่วมกันระหว่าง Vans X Wrangler โดยการนำเอกลักษณ์ของยีนส์ Wrangler ผสมผสานกับความโดดเด่นของลายตารางหมากรุก Checkerboard สุดโด่งดังจาก Vans ซึ่ง Collaboration Collection นี้มาพร้อมกับกางเกงยีนส์ทรง Cowboy ของ Wrangler เสื้อแจ๊คเก็ต กางเกงยีนส์ กระโปรงยีนส์ และกระเป๋าสะพายหลัง ถือเป็น Collaboration Collection ที่ยีนส์เลิฟเวอร์ไม่ควรพลาดที่จะเป็นเจ้าของ
นอกจากนี้ ‘แรงเลอร์’ ยังได้เปิดตัว Flag Ship Store โฉมใหม่ล่าสุด ซึ่งเป็นรูปแบบร้านค้าแห่งแรกแห่งเดียวในโลก หรือ Wrangler Customized Store ที่ทาง แรงเลอร์จะนำเอกลักษณ์ ของแต่ละประเทศมาป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบร้าน และสร้างความแปลกใหม่ให้กับร้าน โดยครั้งนี้ได้จำลองประติมากรรมชิ้นเอกของธรรมชาติมาไว้ที่ร้าน
โดยได้แรงบันดาลใจการตกแต่งมาจากความสวยงามตระการตาของแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในไทย อุทยานธรณี “สามพันโบก” จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งถือเป็น แกรนด์แคนยอนที่สวยแปลกตาอันดับต้นของเมืองไทย โดย สามพันโบก ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับคนที่รักในการผจญภัย ชอบค้นพบสิ่งใหม่ ซึ่งตรงกับภาพลักษณ์ ของแรงเลอร์
ทั้งนี้ Flag Ship Store ที่ Central World ชั้น 3 จะพาทุกคนไปร่วมสัมผัสประสบการณ์ช๊อปปิ้งรูปแบบใหม่ ที่ไม่ใช่แค่การเดินในห้างสรรพสินค้า แต่จะเป็นการได้สัมผัสถึงการเดินทางแบบ Open Road Trip แบบ แรงเลอร์ และ ยังได้สัมผัสสินค้าคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดของแรงเลอร์ที่นี้เป็นที่แรก เชิญทุกท่านร่วมประสบการณ์ใหม่ได้ที่ร้าน แรงเลอร์ Flag Ship Store เซ็นทรัลเวิล์ด ชั้น 3 ที่แรก และ ที่เดียวในโลก
ปิดท้ายด้วยการพูดคุยกับ “อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม” หนุ่มมาดเซอร์ ยีนส์เลิฟเวอร์ขาลุยตัวจริงถึงประสบการณ์การเดินทางท่องเที่ยวโดยรถจักรยานยนต์ และความประทับใจเกี่ยวกับยีนส์แรงเลอร์ ที่ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์อย่างแท้จริง
เชิญพบกับWrangler Customized Store แห่งเดียวในโลก และ สัมผัส Collection Fall Winter 2018 : Stay Dry, Shape Keeper, Stay True, Vans x Wrangler ได้แล้ววันนี้ที่ Wrangler Shop ทุกสาขาและเคาน์เตอร์ Wrangler ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ
#WranglerThailand #WranglerTH #WranglerJeans #FallWinter2018 #WanderReady #WranglerCustomizeStore #มันได้ไม่กลัวเปียก
‘Pogaba Collection Season4’ รองเท้าฟุตบอลที่สะท้อนตัวตนอันโดดเด่นทั้งใน และนอกสนามแข่ง
สำหรับการออกแบบรองเท้าฟุตบอลพรีเดเตอร์ 18+ ป็อกบา คอลเลคชั่น 4 ทางอาดิดาสได้ดำเนินการออกแบบร่วมกับป็อกบาอย่างใกล้ชิด จนได้ออกมาเป็นสีดำสลับเขียวมะกอกทั้งแบบสเตเดี้ยมและสตรีท โดยในแบบ สเตเดี้ยมนั้นได้มีการตกแต่งพื้นรองเท้าด้วยสีทองและลายเส้น 3 แถบ อันเป็นเอกลักษณ์ของอาดิดาสด้วยสีแดงสลับทองเพื่อเพิ่มความโดดเด่นสะดุดตา ขณะที่แบบสตรีทนั้นจะมีการปรับสีของลายเส้น 3 แถบเป็นสีดำ ซึ่งแมตช์กับสีสันของรองเท้าได้อย่างลงตัวไร้ที่ติ
รองเท้าพรีเดเตอร์ 18+ ป็อกบา คอลเลคชั่น 4 อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีที่คิดค้นมาเพื่อเสริมประสิทธิภาพในการใช้งานตามแบบฉบับของรองเท้าฟุตบอลรุ่นพรีเดเตอร์อย่างเต็มเปี่ยม ไม่ว่าจะเป็น PURECUT LACELESS การออกแบบตัวรองเท้าที่ปราศจากเชือกผูกรองเท้า เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการควบคุมลูกฟุตบอลได้ในระดับสูงสุด และ FORGED KNIT บริเวณกลางเท้าเพื่อประคองและให้ความรู้สึกมั่นคง รวมถึงแผ่นรองพื้น BOOST™ ที่ช่วยคืนพลังให้ในทุกย่างก้าว
นอกจากเทคโนโลยีที่กล่าวมาแล้ว รองเท้าแบบสเตเดี้ยมยังมีการใช้วัสดุไพรม์นิต (Primeknit) ในการทำชิ้นส่วน SOCKFIT COLLAR หรือชิ้นส่วนหุ้มข้อเท้าที่มอบทั้งความกระชับและความสบายขณะสวมใส่ และยังมีการเสริมพื้นผิวตัวรองเท้าด้วย CONTROLSKIN เพื่อช่วยให้ลูกบอลยึดเกาะกับผิวรองเท้าได้ดีขึ้น และที่สำคัญก็คือ การวางโครงสร้างของตัวรองเท้าแบบ ANATOMICAL UPPER ที่ยึดตามแบบรูปเท้าของผู้สวมใส่ทุกจุด เพื่อให้เกิดความกระชับพอดีตั้งแต่ส้นเท้าจนถึงปลายเท้าเลยทีเดียว
‘ป็อกบา คอลเลคชั่น 4’ ยังมีรองเท้า Predator 18+ แบบสตรีทให้เลือก โดยใช้เฉดสีเดียวกับแบบสเตเดี้ยม และมีการเสริมด้วยเทคโนโลยี BOOST™ แบบเต็มพื้น เพื่อให้ทุกคนสามารถเลือกใช้งานได้ทั้งในและนอกสนาม รองเท้าพรีเดเตอร์ 18+ รองเท้าทั้ง 2 รุ่นจะวางจำหน่ายที่ร้านอาริ ฟุตบอล คอนเซปต์ สโตร์ รุ่นสเตเดียม ราคา 10,500 บาท รุ่นสตรีท ราคา 7,400 บาท ตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไป
ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ adidas.com/football หรือเยี่ยมชมเฟซบุ๊คได้ที่ facebook.com/adidasfootball www.facebook.com/adidasTH หรือติดตามผ่านทางทวิตเตอร์ได้ที่ @adidasfootball หรือ #adidasthailand
