สวยงาม ขบขัน เสียดสี แดกดัน งานแสดงเดี่ยวครั้งที่ 2 ของ ‘โจแอน คอเนลลา’ ในประเทศไทย

กลับมาอีกครั้งกับนิทรรศการเดี่ยว ครั้งที่ 2 ในประเทศไทยของ ‘โจแอน คอเนลลา’ (Joan Cornellà) ศิลปินชาวสเปน ผู้มีผลงานโดดเด่นด้วยลายเส้นการ์ตูนสดใสแต่สอดแทรกตลกร้าย ถ่ายทอดความจริงออกมาเป็นจินตนาการชวนขันในคราบงานศิลปะแบบไร้คำพูด อันเป็นที่กล่าวถึงและชื่นชมในหลากประเทศ


‘HAPPY ENDINGS’ นิทรรศการล่าสุด นำเสนอผลงานมากกว่า 80 ชิ้นที่จะชวนคุณมาตีความหมายต่างมุมของจุดจบแสนหวานแต่มีลางร้ายในแบบที่คุณคาดไม่ถึง โดยเฉพาะผลงานชิ้นพิเศษอันไม่เคยแสดงที่ไหนมาก่อนที่โจแอนสร้างสรรค์ขึ้นระหว่างที่พักอยู่ในประเทศไทย

ผลงานชุดนี้จะเป็นการหยิบสถานการณ์ในประเทศเรามาจิกกัดในมุดมองของ โจแอน คอเนลลา แบบชวนยิ้มเป็นไฮไลท์ของนิทรรศการที่ไม่ควรพลาด ซึ่งผลงานต่างๆ จะถูกนำเสนอตั้งแต่บนผ้าใบแคนวาสไปถึงประติมากรรม นอกจากนี้ยังจะมีการวางจำหน่ายหนังสือ เสื้อยืด กระเป๋าผ้า ซึ่งจะได้รับลายเซ็นจากตัวศิลปินเองด้วย

โดย โจแอน คอเนลลา กล่าวว่า “งานของผมนั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่มีให้กับปัญหาต่างๆ ซึ่งอันที่จริงแล้ว รอยยิ้มเหล่านี้ไม่ได้หมายถึงความสุขจริงๆ แต่เป็นการเสเแสร้งให้ดูมีความสุขไปวันๆ เท่านั้น ปัญหายังคงอยู่และเราก็ยังพยายามใช้ชีวิตต่อไปเช่นเดิม


ด้วยความที่งานของผมเป็นการ์ตูนแบบไม่ใส่คำพูด จึงสามารถตีความได้อย่างเปิดกว้างและเข้าถึงได้ในหลายเชื้อชาติ แต่โดยรวมแล้ว ความหมายแฝงในงานแต่ละชิ้นของผมคือความสามารถในการมองข้ามปัญหาเล็กๆ น้อยๆ และร่วมมีความสุขไปกับมันได้”คุณผไทวัฒน์ จ่างตระกูล ผู้บริหาร ฟาร์มกรุ๊ป ในฐานะภัณฑารักษ์ของนิทรรศการ กล่าวว่า “สำหรับฟาร์มกรุ๊ปเราเห็นว่าศิลปะเป็นเรื่องใกล้ตัวมากและสอดแทรกอยู่ในไลฟ์สไตล์ของเราโดยไม่รู้ตัว เรามุ่งหวังให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงความสวยงามของงานศิลปะกันได้มากขึ้น


โดยเฉพาะผลงานศิลปะรูปแบบใหม่ๆ ที่ไม่ได้กล่าวถึงเฉพาะความงามเท่านั้น แต่ยังชี้ให้เห็นสถานการณ์จริงจากมุมมองสร้างสรรค์ เป็นศิลปะที่ทำหน้าที่เป็นกระจกสะท้อนภาพและ บันทึกเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงในสังคม


นิทรรศการนี้เป็นการนำเสนองานของ Joan เป็นครั้งที่สองในประเทศไทยภายในเวลาไม่มากนัก ซึ่งนับเป็นการท้าทายทั้งตัวศิลปินเองให้นำเสนอไอเดียใหม่ๆ ที่กลั่นกรองได้จากที่เดิมในแบบที่น่าสนใจยิ่งขึ้น และตัวผู้ชมงานให้มาร่วมตีความรับแง่คิดใหม่ๆ ที่ไม่เคยเอะใจมาก่อนเช่นกัน ถือเป็นประสบการณ์การชมงานศิลปะที่น่าจับตามอง”


สำหรับผู้สนใจ สามารถเข้าชมนิทรรศการได้ตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน จนถึง วันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ.2561 เวลา 11.00-22.00 น. เป็นต้นไป ณ WOOF PACK, ศาลาแดง ซอย 1 ราคาบัตรเข้าชมนิทรรศการ 200 บาท และ จองบัตรล่วงหน้าได้ที่ www.ticketmelon.com/event/joancornellahappyendings


สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
website: joancornella.net
Facebook: facebook.com/joancornella
Instagram: @ sirjoancornella #joancornella


แกร็บรีวอร์ดส มอบสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม พร้อมเสริมทัพพันธมิตรด้านการเดินทางและท่องเที่ยว

แกร็บ ผู้นำแพลตฟอร์ม O2O (Online-to-Offline) ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศสิทธิประโยชน์จากโปรแกรมสะสมแลกคะแนนแกร็บรีวอร์ดส พร้อมเปิดตัวพันธมิตรด้านการเดินทางและท่องเที่ยวกับ Booking.com และเวียดนามแอร์ไลน์ส โดยแกร็บรีวอร์ดส จะมอบสิทธิพิเศษที่มากกว่าสำหรับลูกค้าคนสำคัญของแกร็บ เช่น กิจกรรมพิเศษสำหรับสมาชิกเท่านั้น บัตรกำนัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ดีลท่องเที่ยว และอีกมากมาย ซึ่งโปรแกรมแกร็บ รีวอร์ดสนี้ เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่น ในการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อความพึงพอใจของลูกค้า ด้วยการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไป หรือ Better Everyday” ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สมาชิกแกร็บรีวอร์ดสแพลตินัม และโกลด์ทั่วภูมิภาค จะสามารถใช้สิทธิพิเศษในแบบที่ต้องการได้ ซึ่งรวมถึงส่วนลดเพิ่มเติมใน booking.com เมื่อคุณจองผ่านแอพพลิเคชั่น แกร็บ แกร็บยังเสริมทัพด้วยการจับมือกับสายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ส ในการเข้าเป็นสายการบินพันธมิตรในโครงการโปรแกรมสะสมแลกคะแนนแกร็บรีวอร์ดส ซึ่งเพิ่มขึ้นจากสายการบินเดิม ไม่ว่าจะเป็น สิงคโปร์แอร์ไลน์ การูด้า อินโดนีเซีย เซบูแปซิฟิก และการบินไทย ทั้งนี้ตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป ผู้ใช้ในประเทศเวียดนามสามารถแลกคะแนนแกร็บรีวอร์ดสเป็นไมล์สะสม เที่ยวบิน รวมถึงสิทธิประโยชน์อื่นๆ จากเวียดนามแอร์ไลน์ส ด้วยพันธมิตรในการเดินทางและท่องเที่ยวที่เพิ่มเข้ามา แกร็บรีวอร์ดสจึงกลายเป็นโครงการโปรแกรมสะสมแลกคะแนนบนแพลตฟอร์ม O2O ที่ครอบคลุมการสะสมไมล์และสะสมคะแนนเกี่ยวกับการเดินทางมากที่สุดในภูมิภาค

เชอริล โก ประธานกลุ่มการตลาดแกร็บ กล่าวว่า “เรากำลังสร้างสรรค์โปรแกรมสะสมแลกคะแนนที่แตกต่างไม่เหมือนใคร โดยลูกค้าสามารถสะสมคะแนนได้จากการใช้จ่ายในแต่ละวัน แม้เป็นเพียงรายการใช้จ่ายเล็กน้อยเท่านั้น เช่น การซื้อขนมปังและกาแฟเป็นมื้อเช้า หรือค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันทั่วไป แต่สามารถนำมาแลกคะแนนสะสมแกร็บรีวอร์ดสเป็นไมล์สะสม หรือตั๋วไปงานอีเวนท์ งานชมภาพยนตร์ และรางวัลอื่นๆ ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าการมีพันธมิตรเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นเราจะเดินหน้าในการเสริมสร้างพันธมิตร ที่เป็นแบรนด์ที่สมาชิกชื่นชอบ เพื่อส่งมอบสิทธิพิเศษและประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ดียิ่งขึ้น จากโปรแกรมคะแนนแกร็บรีวอร์ดส”

รางวัลพิเศษสำหรับสมาชิกแกร็บรีวอร์ดสระดับแพลตินัมและโกลด์

แกร็บเริ่มเดินหน้ายกระดับโปรแกรมสะสมแลกคะแนนแกร็บรีวอร์ดสตั้งแต่เดือนกรกฎาคม เพื่อขยายโปรแกรมให้ครอบคลุมบริการต่างๆ ของแกร็บ ที่มีในปัจจุบัน และเพิ่มสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกในระดับชั้นที่สูงขึ้น นับแต่วันนี้ไป โปรแกรมสะสมแลกคะแนนแกร็บรีวอร์ดส จะมอบสิทธิประโยชน์และรางวัลที่มากกว่าเดิมสำหรับ สมาชิกระดับแพลตินัมและโกลด์

  • สะสมคะแนนแกร็บรีวอร์ดสได้เร็วขึ้น เพื่อนำมาแลกเป็นส่วนลดค่าโดยสาร หรือส่วนลดค่าอาหารด้วยคะแนนที่น้อยลง ทุกบาทที่ใช้จ่ายกับแกร็บ  สมาชิกระดับแพลตินัมจะได้รับคะแนนเพิ่ม 2 เท่า และสมาชิกระดับโกลด์จะได้รับคะแนนเพิ่ม 1.5 เท่าเมื่อเทียบกับสมาชิกระดับทั่วไป นอกจากนี้ สมาชิกในระดับสูงยังได้รับส่วนลดค่าโดยสาร หรือการสั่งอาหารที่ถูกลงอีกด้วย เช่น สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกระดับแพลตินั่มในเดือนพฤศจิกายน 2561 เมื่อสั่งอาหารผ่านแกร็บฟู้ดครบ 400 บาท รับส่วนลดทันที 100  บาท สูงสุด 2 ครั้ง และเมื่อใช้บริการแกร็บ คาร์พลัสที่สนามบินในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ รับส่วนลดทันที 100 บาท ต่อครั้ง สูงสุด 2 ครั้ง
  • อีเวนท์และกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะสำหรับสมาชิก สมาชิกระดับแพลตินัมและโกลด์ของแกร็บจะได้รับเชิญไปร่วมงานอีเวนท์และกิจกรรม เช่น งานลดราคาสินค้า คลาสฟิตเนสส่วนตัว งานชมภาพยนตร์

สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกระดับแพลตินัมในเดือนพฤศจิกายน 2561 สามารถใช้คะแนนแลกบัตรเข้าชมภาพยนตร์รอบพิเศษ 2 ใบ ที่โรงภาพยนตร์ Quartier CineArt

  • สิทธิประโยชน์ตามความต้องการ จาก booking.com  สมาชิกระดับแพลตินัมและโกล์ด สามารถใช้สิทธิประโยชน์ที่ต้องการได้ รวมถึงส่วนลดเพิ่มเติมในbooking.com ที่คุณจะได้รับข้อความแจ้งเตือนผ่านแอพพลิเคชั่น แกร็บ เกี่ยวกับคำแนะนำและวิธีการใช้สิทธิประโยชน์นั้น
  • ใช้คะแนนแกร็บรีวอร์สแลกสิทธิ์รับของรางวัล สมาชิกระดับแพลตินัมและโกล์ด ในเดือนพฤศจิกายน 2561 สามารถใช้คะแนนแกร็บ แลกสิทธิ์ลุ้นรับตั๋วเครื่องบินไปกลับภายในประเทศจากนกแอร์
  • บัตรกำนัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับสมาชิกระดับแพลตินัม สมาชิกระดับแพลตินัมจะได้รับบัตรกำนัลสุดเซอร์ไพรซ์จากแกร็บ เช่น ส่วนลดสำหรับค่าโดยสาร และบัตรส่วนลดสำหรับสั่งอาหารผ่านแกร็บฟู้ด โดยบัตรกำนัลจะแสดงบนหน้า รีวอร์ดสของฉัน (My Rewards) ในแอพพลิเคชั่นแกร็บ
  • หมายเลขฮอตไลน์สำหรับสมาชิกระดับแพลตินัม สมาชิกระดับแพลตินัมจะมีหมายเลขฮอตไลน์เฉพาะ โดยจะได้รับบริการที่รวดเร็วยิ่งขึ้นจากทีมช่วยเหลือของแกร็บ ในส่วนการจองรถก็จะได้เป็นลำดับต้นๆ ซึ่งจะทำให้ได้รถโดยสารเร็วกว่าสมาชิกระดับอื่น

สัปดาห์ที่แล้ว แกร็บ ได้ประกาศร่วมมือทางธุรกิจกับบุคกิ้ง โฮลดิงส์ ซึ่งจะทำให้แบรนด์ในเครือบุคกิ้ง โฮลดิงส์ สามารถมอบบริการขนส่งแบบออนดีมานด์  สำหรับลูกค้าผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือได้ ด้วยการสนับสนุนเทคโนโลยีจากแกร็บ และลูกค้าแกร็บจะสามารถจองที่พักได้ทั่วโลกจาก Booking.com และ agoda ผ่านแอพแกร็บ


อินช์เคป ประเทศไทย ประกาศปรับราคาเริ่มต้นรถยนต์จากัวร์ และแลนด์โรเวอร์ ลงเผื่อให้ลูกค้าเข้าถึงง่ายขึ้น

บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้า และตัวแทนจำหน่ายรถยนต์จากัวร์ และแลนด์โรเวอร์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ประกาศปรับราคาเริ่มต้นของรถยนต์จากัวร์ และแลนด์โรเวอร์ลงจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 เป็นต้นไปโดยราคาของรถยนต์ในแต่ละรุ่นจะปรับลดลงตามนี้

จากัวร์ รุ่น F-Type รถสปอร์ตที่ได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนานในประสิทธิภาพและสมรรถนะ จะจัดจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 6 ล้านบาท จากเดิมที่จำหน่ายในราคาเริ่มต้นที่ 6.999 ล้านบาทแลนด์โรเวอร์ รุ่น Range Rover Velar รถ SUV ขนาดกลาง จะจัดจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 4.9 ล้านบาท จากเดิมที่ราคาเริ่มต้น 5.999 ล้านบาท

Land Rover Discovery รถ SUV ขนาดใหญ่ 7 ที่นั่ง จะจัดจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 5.5 ล้านบาท จากเดิมที่ราคาเริ่มต้น 6.499 ล้านบาท

Range Rover Sport Plug-in Hybrid ที่จะเปิดตัวในงาน Motor Expo 2018 นั้น จะจัดจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 6.3 ล้านบาท จากเดิมที่ประกาศราคาเริ่มต้นไว้ที่ 7.399 ล้านบาท

นายชาญชัย มหันตคุณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การปรับราคาจำหน่ายเริ่มต้นครั้งนี้ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคในการเข้าถึงและเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น อย่างในรุ่นจากัวร์ F-Type ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของได้ในราคาเริ่มต้นเพียง 6 ล้านบาท และแลนด์โรเวอร์ รุ่น Range Rover Velar ที่กำลังได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบัน ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของได้ในราคาเริ่มต้นเพียง 4.9 ล้านบาท โดยราคาจัดจำหน่ายสำหรับรถยนต์จากัวร์ และแลนด์โรเวอร์ทุกรุ่นนี้ยังคงได้รับ ‘Worry-Free Program’ ที่มอบความคุ้มค่ากับการรับประกันนาน 5 ปี บริการซ่อมบำรุงฟรี 5 ปี และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 24 ชั่วโมง 5 ปี เหมือนราคาจำหน่ายเดิมที่ผ่านมา”


อิเกีย เอาใจนักสะสม เปิดคอลเลคชั่นพิเศษ SAMMANHANG ตกแต่งมุมโปรดโชว์ของสะสม


เชื่อว่าหลายๆ บ้านมีปัญหาหนักใจกับเจ้าไอเท็มสุดโปรดที่ซื้อสะสมมาเรื่อยๆ ตั้งแต่แฟชั่นไอเท็มของคุณผู้หญิง เช่น หมวก เครื่องประดับ รองเท้า หรือแกดเจ็ทของคุณผู้ชาย เช่น กล้องถ่ายรูป โมเดลรถ ของเล่น แผ่นดีวีดี หนังสือการ์ตูน ที่มากล้นจนไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะเมื่อใจมันรักแล้วจะให้ทิ้งก็คงเสียดาย วันนี้อิเกีย จึงได้นำเสนอคอลเลคชั่นพิเศษ SAMMANHANG/ซัมมันแฮง ที่ตอบโจทย์นักสะสม ให้สามารถจัดเก็บของให้เป็นระเบียบ และยังสามารถชื่นชมกับของรักเหล่านั้นได้อย่างลงตัว

 

อิเกีย ห้างเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านชั้นนำจากสวีเดน ได้ศึกษาทำความเข้าใจกลุ่มคนที่มีความหลงใหลในการสะสมของชิ้นโปรด โดยร่วมมือกับ 7 ดีไซเนอร์ออกแบบการจัดเก็บที่หลากหลายภายใต้คอลเลคชั่น SAMMANHANG/ซัมมันแฮง ซึ่งเป็นภาษาสวีเดนแปลว่า “context” สื่อความหมายถึงแนวทางในการจัดเก็บของโดยนำมารวมกันเป็นหมวดหมู่ โดยนำเสนอวิธีการจัดเก็บทั้งแบบเปิดและแบบปิดเอาใจคนรักการสะสม มีให้เลือกหลากหลายวัสดุและรูปทรง ที่จะช่วยให้นักสะสมวางแผนการจัดเก็บได้อย่างชาญฉลาด นอกจากนี้ ยังจัดเป็นมุมตั้งโชว์ของสะสมสุดหวงได้อย่างสวยงาม ซึ่งจะเปิดตัวครั้งแรกในเดือนสิงหาคมนี้

และนี่คือแนวทางจัดเก็บของสะสมชิ้นโปรดด้วยคอลเลคชั่น SAMMANHANG/ซัมมันแฮง จาก 7 ดีไซเนอร์ของอิเกีย ตอบโจทย์ของนักสะสมไอเท็มประเภทต่างๆ ได้แก่

  • ชั้นวางของสำหรับนักสะสมกล้องถ่ายรูป ออกแบบโดย ลิซ่า วีเดน (Lisa Widén) และ และ แอนนา วาลลิน (Anna Wallin) ได้แนวคิดจากชั้นวางขนมเค้ก ใช้จัดวางของได้อย่างเหมาะสม มีขนาดกะทัดรัด สามารถวางบนขอบหน้าต่างหรือโต๊ะได้ และยังช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับของชิ้นนั้นๆ สามารถนำไปจัดเก็บขนมหวาน ลูกกวาด รวมไปถึงเครื่องสำอาง เครื่องประดับ ได้ตามความชอบของผู้ใช้

  • ชั้นเก็บของพร้อมถาดสำหรับนักสะสมอุปกรณ์ศิลปะ หมวก และอื่นๆ ออกแบบโดย เฮนริก พรอยทซ์ (Henrik Preutz) ชั้นเก็บของที่มาพร้อมกับถาดวาง มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย เช่น เก็บของใช้ในห้องน้ำให้เป็นระเบียบ หรือใช้เป็นชั้นวางเครื่องดื่มเวลาจัดปาร์ตี้ก็ได้

  • อุปกรณ์เก็บของสำหรับนักสะสมเครื่องประดับและของตกแต่งต่างๆ ผลงานสร้างสรรค์จากดีไซน์เนอร์คู่สามีภรรยา โจเอล และ เคท บอย (Joel, Kate Booy) ได้รับแรงบันดาลใจจากการสะท้อนของแสงผ่านกระจกที่ช่วยทั้งซ่อนและเปิดเผยไอเท็มที่จัดวางไว้ มีหลากหลายวัสดุและรูปทรงให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นกล่องกระจกแก้วใสทรงกลม และกล่องมีฝาปิดทรงวงรีที่ใช้เหล็กถักทอเป็นตาข่าย เหมาะสำหรับเก็บเครื่องประดับ เครื่องสำอาง หรือเหรียญสะสม นอกจากนี้ ยังมีชั้นวางของที่มีลูกเล่นแบ่งครึ่งระหว่างกระจกใสและกระจกทึบให้เลือกจัดวางของตกแต่งหรือของเล่นได้ตามความต้องการ

  • อุปกรณ์จัดเก็บสำหรับนักสะสมของจิ๋ว ออกแบบโดย ฮันนา-คาริน่า ไฮค์คิเล (Hanna-Kaarina Heikkilä) มีให้เลือกทั้งกล่องแบบปิดทึบ สำหรับเก็บของจุกจิกที่แยกเป็นหมวดหมู่ และกล่องแบบแก้วใสทรงสี่เหลี่ยม ช่วยเพิ่มความเป็นระเบียบและง่ายต่อการหยิบมาใช้งาน

  • อุปกรณ์การจัดเก็บสำหรับคนชอบโชว์ ออกแบบโดยแอรอน โพรบิน (Aaron Probyn) ชวนทุกคนมาปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ เปิดมุมมองใหม่ของชั้นวางของติดผนังในดีไซน์ทรงกลมเรียบง่าย แต่ทำให้ของที่วางดูโดดเด่นขึ้น นอกจากนี้ ยังนำเสนอโต๊ะกลางเอนกประสงค์ ใช้เป็นโต๊ะวางกาแฟ หรือจะประยุกต์มาตั้งโชว์ของสะสมก็ยิ่งดี

  • อุปกรณ์จัดเก็บของเบ็ดเตล็ด ออกแบบโดยอีย์น่า โวริเวอตา (Iina Vuorivirta) ที่ใส่ความชื่นชอบส่วนตัวลงไปในผลงาน อาทิ กล่องใส่ของ 3 ชิ้น ที่ได้แรงบันดาลใจจากกล่องไม้ขีดไฟ ชั้นวางของติดผนังที่ใช้จัดเก็บของสำหรับตั้งโชว์ อาทิ สมุดโน้ต โปสการ์ด หรือต้นกระบองเพชรเล็กๆ ชิ้นสุดท้ายคือ แก้วใสทรงโดมสำหรับใส่ของ ที่ช่วยเพิ่มความโดดเด่นและปรับเป็นของตกแต่งบ้านชิ้นสวยได้

 


Nixon Presents Mickey Mouse 90th Anniversary Collection

แฟนๆ Nixon และเจ้าหนูมิกกี้ พร้อมกรีดร้องกันรึยังกับคอลเลกชั่น Mickey Mouse’s 90th Anniversary ที่ถูกผลิตออกมาเพื่อร่วมฉลองเข้าสู่ปีที่ 90 ไปด้วยกันกับตัวการ์ตูน Mickey Mouse ตัวการ์ตูนชื่อดังระดับโลก และยังถือเป็นต้นฉบับของเทรนด์ฮิตยุค 90 อีกด้วย!

Nixon ได้สร้างประสบการณ์แปลกใหม่และเพิ่มสีสันความสนุกด้วย Mickey Mouse Collection ไอคอนชื่อดังที่เราทุกคนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี โดยนำทุกรายละเอียดของตัวการ์ตูนยอดฮิตอย่าง Mickey Mouse เข้ามาประกอบอยู่บนนาฬิกาได้อย่างสวยงามลงตัว

ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์ลายบนหน้าปัด เข็มนาฬิการูปมือ หรือแม้กระทั่งการปั๊มลายที่สายนาฬิการุ่นยอดนิยมต่างๆ ทำให้ผู้ส่วมใส่สนุกไปกับความน่ารักของเจ้า Mickey Mouse และยังคงความเป็นสตรีทแฟชั่นจาก Nixon ได้อย่างกลมกลืน

เชื่อได้เลยว่าไม่ใช่เฉพาะเพียงแฟนของ Nixon เท่านั้นที่จะอินไปกับคอลเลคชั่นชุดนี้ แต่ทว่าสาวกสตรีทแฟชั่นทั่วโลกก็ยังสามารถอิน และสนุกไปกับ NIXON X DISNEY นี้อย่างแน่นอน

มาร่วมเฉลิมฉลองไปกับ NIXON X DISNEY ได้แล้ววันนี้ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำและช่องทางออนไลน์ออฟฟิเชียล Line @WatchElseShop หรือ Facebook : NixonThailand


อิเกียส่งคอลเล็คชั่นพิเศษ GRATULERA ฉลองครบรอบ 75 ปี

อิเกียจัดเซอร์ไพรส์สุดพิเศษแทนคำขอบคุณลูกค้าในโอกาสครบรอบ 75 ปี คัดสรรเฟอร์นิเจอร์ยอดนิยมแห่งยุค 50-60s, 70-80s และ 90s กลับมาวางจำหน่ายให้แฟนอิเกียได้เป็นเจ้าของอีกครั้ง ในคอลเล็คชั่นวินเทจ GRATULERA/กราทูเลรา เก็บรักษาเอกลักษณ์งานดีไซน์สุดคลาสสิกที่ทุกคนรักไว้อย่างครบถ้วน พร้อมเพิ่มเติมลูกเล่นให้ทันสมัยยิ่งขึ้น โดยจะทยอยเปิดตัวที่สโตร์อิเกียทั่วโลกตั้งแต่เดือนสิงหาคมไปจนถึงเดือนธันวาคม

คาริน กุสตาฟสัน (Karin Gustavsson) หัวหน้าฝ่ายครีเอทีฟของอิเกีย สวีเดน กล่าวว่า “ปีนี้เป็นปีที่พิเศษสำหรับอิเกีย เราอยากชวนแฟนๆ มาร่วมเฉลิมฉลองจุดเริ่มต้นความสำเร็จของวิสัยทัศน์อิเกียที่ต้องการสรรค์สร้างชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนให้ดียิ่งขึ้น และหวนรำลึกถึงความทรงจำวันวานผ่านเฟอร์นิเจอร์ระดับตำนานที่สะท้อนเอกลักษณ์และสไตล์ของงานออกแบบใน 3 ยุคที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ได้แก่ ยุค 1950-1960 โดดเด่นด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สีเข้มสะท้อนกลิ่นอายคลาสสิก, ยุค 1970-1980 ดีไซน์ที่เต็มไปด้วยลูกเล่นและสีสันสดใส และยุค 1990-2000 ที่เน้นรูปลักษณ์เรียบง่ายสไตล์มินิมัลด้วยไม้สีอ่อนธรรมชาติและลายกราฟิก เฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดที่เราคัดสรรมาในคอลเล็คชั่น GRATULERA/กราทูเลรา เป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นโปรดที่เราคิดถึง และหวังว่าลูกค้าก็คงจะคิดถึงเช่นกัน”

คอลเล็คชั่นวินเทจ GRATULERA/กราทูเลรา แบ่งออกเป็น 3 ยุค 3 แนวคิดการออกแบบ ซึ่งจะพาทุกคนย้อนกลับไปทำความรู้จักเฟอร์นิเจอร์ระดับตำนานของอิเกีย ทุกชิ้นล้วนมีเรื่องราวและเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์อันน่าประทับใจ

CLASSIC COMEBACKS
อิเกีย พาแฟนๆ ย้อนกลับไปสู่ยุค 1950-1960 ช่วงเวลาแรกๆ ที่อิเกียเริ่มสร้างชื่อเสียงด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นไอคอนกับงานออกแบบที่สะท้อนความเคร่งขรึม ด้วยวัสดุไม้สีเข้มและลายเส้นคลาสสิก

โต๊ะข้าง รุ่น LÖVBACKEN/เลิฟบัคเก้น เป็นเฟอร์นิเจอร์ฮิตชิ้นแรกของอิเกีย และเป็นต้นกำเนิดของการบรรจุสินค้าในกล่องแบนหรือ Flatpack เมื่อเพื่อนร่วมงานของเราตัดสินใจถอดขาโต๊ะออกเพื่อให้สามารถใส่โต๊ะเข้าไปในรถคันเล็กของเขาได้ ปัจจุบัน สินค้าเกือบทั้งหมดของอิเกียบรรจุในกล่องแบน ทำให้ขนส่งได้ง่ายขึ้น ประหยัดพื้นที่ และลดอัตราการชำรุดเสียหายของสินค้า

อาร์มแชร์ รุ่น GAGNET/กังเนต อีกหนึ่งเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นพระเอกในยุคนี้ เปิดตัวครั้งแรกในปี 1958 พร้อมกับสโตร์อิเกียแห่งแรกในเมืองอัมฮุล์ท ประเทศสวีเดน อาร์มแชร์ตัวนี้นำมาให้สื่อมวลชนได้ทดลองนั่งในงานแถลงข่าว ดีไซน์ที่โค้งมนของอาร์มแชร์เป็นสัญลักษณ์ของการก้าวสู่อนาคตที่สดใสของเรา

FUN FAVOURITES 
1970-1980 เป็นช่วงเวลาแห่งรอยยิ้ม และการออกแบบที่เต็มไปด้วยสีสันจัดจ้าน ร่าเริงสดใส

เมื่อพูดถึงยุคนี้ แฟนอิเกียจะนึกถึงโซฟา รุ่น KLIPPAN/คลิปปันหนึ่งในโซฟารุ่นแรกๆ ที่จำหน่ายในราคาย่อมเยาที่ทุกคนเป็นเจ้าของได้ ขึ้นแท่นสินค้าที่เป็นไอคอนตลอดกาล เป็นงานศิลปะชั้นเลิศประดับห้องนั่งเล่นในหลายๆ บ้าน เพราะตอบโจทย์ความต้องการของทุกคนในครอบครัวได้อย่างแท้จริง ครั้งนี้ โซฟา รุ่น KLIPPAN/คลิปปัน กลับมาพร้อมกับ 3 สีที่โดดเด่นสะดุดตา ได้แก่ สีเหลืองสด สีแดง และสีน้ำเงินโคบอลต์

อาร์มแชร์ รุ่น RÅANE/รัวอาเน เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 1983 โดยใช้ชื่อ JÄRPEN/แยร์เปน เป็นการปฏิวัติการออกแบบอาร์มแชร์ ด้วยโจทย์ที่ว่าจะทำอย่างไรให้นั่งสบายโดยไม่ใช้ผ้าหรือยัดนุ่น จนได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นอาร์มแชร์ตัวนี้ที่ใช้ตาข่ายแทน เป็นงานออกแบบที่ใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

MINIMAL MUST-HAVES 
ยุค 1990 เกิดกระแสนิยมงานดีไซน์เรียบง่าย สไตล์มินิมัลที่ผสมผสานระหว่างสีธรรมชาติของไม้สแกนดิเนเวียกับลวดลายกราฟิก เมื่อปี 1995 อิเกียได้แนะนำคอลเล็คชั่นที่กลายเป็นไอคอนของเฟอร์นิเจอร์อิเกียและสามารถครองใจแฟนๆ มาจนถึงปัจจุบันนั่นคือ คอลเล็คชั่น IKEA PS/อิเกีย พีเอส ตัวอักษร ‘PS’ ย่อมาจาก ‘Post Scriptum’ หรือ ปล. ที่ใช้เวลาเขียนเพิ่มเติมข้อความในจดหมายนั่นเอง สื่อถึงการที่อิเกียเพิ่มฟังก์ชั่นใช้งานเติมเข้าไปในสินค้าของเรา เพื่อท้าทายและสำรวจว่างานดีไซน์แบบ Scandinavian Modern ควรจะเป็นอย่างไรและมีรูปร่างหน้าตาแบบไหน

ม้านั่งเก็บของ รุ่น IKEA PS 1995/อิเกีย พีเอส 1995
เปรียบเสมือนเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นประติมากรรม เป็นงานออกแบบที่เป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น ม้านั่งเก็บของที่มีล้อด้านหนึ่งและขาอีกด้านหนึ่งกลายเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ผู้คนมากมายชื่นชอบ เพราะครบถ้วนทั้งดีไซน์และฟังก์ชั่นการจัดเก็บ ลงตัวกับทุกห้องในบ้าน

เก้าอี้ รุ่น BJURÅN/บยูรวน
หรือชื่อเดิม ÖGLA/เอิกล่า เปิดตัวครั้งแรกในปี 1961 และผลิตอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันโดยโรงงานในโปแลนด์ เป็นงานไม้รูปทรงโค้งมนที่เปรียบเสมือนงานฝีมือชั้นเยี่ยม ถูกนำกลับมาแต่งแต้มด้วยสีสันสดใส วางตกแต่งเป็นชิ้นเดี่ยวหรือใช้วางคู่กับโต๊ะอาหาร


ใหม่ !!! เครื่องจัดแต่งทรงผม The Dyson Airwrap Styler สวย เหมือนทำผมจากซาลอน

Dyson เปิดตัวเทคโนโลยีด้านความงามชิ้นที่สอง อุปกรณ์จัดแต่งทรงผม Dyson AirwrapÔ ซึ่งแตกต่างจากเครื่องทำผมทั่วไปที่ส่วนใหญ่ใช้ความร้อนระดับสูง ขณะที่ Dyson AirwrapTM  ใช้แรงลมให้คุณสไตล์ผมด้วยตัวเองที่บ้าน ไม่ว่าจะม้วนผมหยิก ม้วนลอนแบบธรรมชาติ และเป่าไดร์แห้งให้ผมเรียบเงางาม ได้ลุคสวยเหมือนทำที่ซาลอน

https://www.youtube.com/watch?v=_xTOC86sqZc

James Dyson ผู้ก่อตั้งและนักประดิษฐ์ กล่าวว่า “เรามุ่งมั่นศึกษาและจัดการกับการไหลเวียนของอากาศมาอย่างต่อเนื่องตลอดเวลากว่า 25 ปี เป็นอีกหนึ่งองค์ความรู้หลักที่เรามีความเชี่ยวชาญเป็นอย่างยิ่ง การใช้พลังของ Dyson ดิจิตอลมอเตอร์ ทำให้เราสามารถผลิตอุปกรณ์จัดแต่งทรงผมที่เป็นเอกลักษณ์ ช่วยป้องกันปัญหาผมเสียจากความร้อนสูงขณะจัดแต่งทรงผม ผมรู้สึกภาคภูมิใจกับสิ่งที่วิศวกรได้สร้างสรรค์ขึ้นมาในครั้งนี้

ความเชี่ยวชาญและความหลากหลาย

ทีมวิศวกรและนักวิทยาศาสตร์ด้านเส้นผมของ Dyson มีความรู้และความเข้าใจทางด้านเส้นผมตั้งแต่โคนผมจรดปลายผม ตั้งแต่ห้องปฏิบัติการอันทันสมัยของเราได้ถูกสร้างขึ้น ทีมงานใช้เวลานานกว่าหกปีในการทดสอบและวิจัยค้นคว้าเส้นผมประเภทต่างๆและพฤติกรรมการจัดแต่งทรงผมจากทั่วโลก และได้ค้นพบความต้องการและความท้าทายที่สำคัญ 2 ประการเกี่ยวกับการจัดแต่งทรงผมคือ

  1. คนบางกลุ่มต้องการทรงผมที่ดูมีน้ำหนัก สามารถจัดเป็นทรงอย่างสละสลวย แต่พวกเขาต้องเผชิญกับปัญหาผมแห้งบาง จัดทรงยาก
  2. คนบางกลุ่มต้องการให้ทรงผมดูนุ่มลื่นแต่ยังคงมีวอลลุ่ม แต่พวกเขาต้องเผชิญกับปัญหาผมยุ่ง ชี้ฟู และดูหนาเกินไป ซึ่งทำให้จัดทรงลำบาก

นอกจากการทดสอบและวิจัยเกี่ยวกับเส้นผมแล้ว ทีมวิศกร Dyson ยังศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับเครื่องมือเทคโนโลยีที่ใช้ในการจัดแต่งทรงผมในยุคปัจจุบัน และวิเคราะห์ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นต่างๆ เช่น ผมยุ่งเหยิง เกิดปัญหาเนื่องจากความร้อนสูง อุปกรณ์ดูเทอะทะ แรงลมอ่อนและไร้ทิศทาง บางครั้งต้องใช้ความอดทนและใช้เวลานาน หรือต้องมีทักษะการใช้งานเพื่อให้สามารถสไตล์ผมได้สวย Dyson AirwrapTM  ที่ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ให้สามารถจัดแต่งทรงผมไม่ว่าจะม้วนหยิกให้ดูมีวอลลุ่ม ม้วนลอนเป็นคลื่น ไดร์ให้ผมตรงหรือนุ่มสลวยได้อย่างง่ายดาย

การควบคุมโคแอนดาด้วยพลังของ Dyson ดิจิตอลมอเตอร์ V9

ดิจิตอลมอเตอร์ V9 ได้รับการจดสิทธิบัตร สร้างขึ้นจากทีมผู้เชี่ยวชาญด้านมอเตอร์ของ Dyson โดยตัวดิจิตอลมอเตอร์นี้ เป็นขุมพลังของ Dyson AirwrapTM  เมื่อทำงานร่วมกับแกนม้วนผมที่เป็นเอกลักษณ์ มอเตอร์ดังกล่าวจะช่วย Dyson AirwrapTM  สามารถจัดแต่งทรงผมด้วยแรงลมไม่ต้องพึ่งความร้อนสูง ขณะที่มอเตอร์หมุนจะสร้างแรงดันระดับสูงบริเวณช่วงด้านบนของแกนบาร์เรลที่ใช้สไตล์ผม แรงดันนี้จะทำให้เกิดการทำงานด้วยความเร็วระดับสูงของอากาศ กระจายออกมาตามช่องอากาศทั้งหกช่องรอบแกนม้วนผม ซึ่งจะสร้างปรากฏการณ์ โคแอนดาเอฟเฟ็คต์ ทำให้ผมม้วนรอบแกนบาเรลล์โดยอัตโนมัติ

นอกจากนี้ อุปกรณ์หัวแปรงแต่งผมใช้เทคโนโลยรโคแอนดาเอฟเฟ็คต์ด้วยเช่นกัน เพื่อช่วยในการจัดแต่งให้ทรงผมดูเรียบลื่น เงาเป็นประกายเหมือนเพิ่งสระไดร์เสร็จ หัวแปรงจะใช้หวีเป็นแนวตรงจนผมแห้งเหมือนตอนไดร์เสร็จ ทำให้เส้นผมดูนุ่มลื่นเป็นประกาย โดยแรงดันที่เกิดจากการหมุนของตัวมอเตอร์ จะช่วยทำให้การไหลของแรงอากาศแทรกซอนเข้าไปในเส้นผม ทำให้การไดร์ผมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อทำให้การไหลเวียนของอากาศเป็นไปตามทิศทางในการสไตล์ทรงผม อุปกรณ์จึงถูกออกแบบมาให้สามารถสลับกลไกในการทำงานได้ ซึ่งจะช่วยนำกระแสลมไล่ไปตามทิศทางที่เราแปรงเส้นผมไม่ว่าคุณจะแปรงผมไปในทิศทางใดก็ตาม ทำให้ทรงผมแห้งและเป็นทรงได้ดียิ่งขึ้น

การสไตล์ทรงผมจากผมที่เปียกชื้นให้แห้ง
โดยทั่วไปการสไตล์ทรงผมจะต้องทำให้ผมแห้งก่อนเสมอ ซึ่งทำให้เสียเวลาและเป็นการเพิ่มขั้นตอนในการทำผมโดยที่ไม่จำเป็น Dyson AirwrapTM จึงถูกออกแบบมาให้มีคุณสมบัติในการสไตล์ทรงผมจากผมที่เปียกชื้น จนเป็นทรงที่แห้งสนิทได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งความร้อนระดับสูงในการเป่าผมให้แห้งเหมือนอุปกรณ์อื่นๆ ไฮโดรเจนจะเกาะอยู่ตามเส้นผมในแต่ละเส้น เมื่อผมที่เปียกชื้นโดยธรรมชาติดูดซับน้ำเพิ่มขึ้น จะทำให้ไฮโดรเจนที่เกาะอยู่กระจายออก ทำให้สามารถรีเซ็ตสไตล์ทรงผมได้แบบธรรมชาติ และเตรียมพร้อมเส้นผมก่อนลงมือจัดแต่งทรง หลังจากเลือกอุปกรณ์ที่ต้องการใช้ การผสานระหว่างการไหลเวียนลมที่มีพลังกับความร้อนในระดับที่ถูกควบคุม จะช่วยให้คุณสามารถจัดแต่งทรงผมได้อย่างง่ายดายและปลอดภัย นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดเวลา และช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาผมยุ่งเหยิงที่เกิดจากอุปกรณ์ที่ใช้ความร้อนและตัวแปรงอีกด้วย

การควบคุมความร้อนแบบอัจฉริยะ การสไตล์ผมไม่ควรเกิดควบคู่ไปกับการทำลายเส้นผม เพื่อให้ได้ทรงผมตามที่ต้องการ ไม่ควรขึ้นอยู่กับระดับความร้อนที่ใช้ เช่นเดียวกันกับไดร์เป่าผม Dyson Supersonic  อุปกรณ์จัดแต่งทรงผม Dyson AirwrapTM ก็มีระบบการควบคุมความร้อนอัจฉริยะเช่นกัน ซึ่งจะช่วยให้มั่นใจว่าเส้นผมจะไม่สัมผัสกับอุณหภูมิที่สูงเกินไป เทอร์มิสเตอร์แก้วช่วยวัดอุณหภูมิ 40 ครั้งต่อวินาที และมันจะส่งข้อมูลนี้ไปยังตัวไมโครโปรเซสเซอร์

หัวต่อสำหรับจัดแต่งทรงผม เครื่องจัดแต่งทรงผม Dyson AirwrapTM ผลิตขึ้น 3 เซ็ท โดยแต่ละเซ็ทจะมีอุปกรณ์บางชิ้นที่แนบมาไม่เหมือนกัน เนื่องจากอุปกรณ์จะถูกออกแบบมาให้ใช้ได้กับสภาพเส้นผมที่แตกต่าง และขึ้นอยู่กับสไตล์ทรงผมที่เราต้องการจะทำ

ตัวเป่าก่อนจัดทรง (Pre-styling dryer): ช่วยเตรียมสภาพผมก่อนจัดแต่งทรง โดยใช้กระแสไหลเวียนของอากาศที่รวดเร็ว แต่กระจายตัว ออกแบบมาเพื่อเส้นผมทุกประเถท ใช้เป่าเพื่อให้เส้นผมมีระดับความชื้นที่เหมาะก่อนเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ชิ้นอื่นๆเช่น ตัวแกนม้วนผม หรือหัวแปรง

หัวแปรงขนอ่อน (Soft smoothing Airbrush): ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยทำให้ผมที่บางและเรียบ ดูมีน้ำหนัก และมีวอลลุ่มมากขึ้นในระหว่างขั้นตอนที่เป่าไดร์ โดยขนแปรงปลายแหลมจะช่วยในการบังคับทิศทางให้แปรงไปตามแนวราบของเส้นผม

แกนม้วน Airwrap บาร์เรล ขนาด 40mm: ใช้สำหรับม้วนผมหยิก หรือม้วนคลื่นสำหรับคนที่มีผมหนา ผมแข็ง

แกนม้วน Airwrap บาร์เรล ขนาด 30mm: ใช้สำหรับม้วนผมหยิกให้ดูมีวอลลุ่ม หรือม้วนคลื่น เหมาะสำหรับผมทุกประเภท สามารถม้วนผมที่บาง ตรง และเรียบให้ดูมีวอลลุ่มมากขึ้น และสามารถม้วนผมประเภทหนา และเส้นใหญ่ให้ดูเป็นลอนมากขึ้น

หัวแปรงขนแข็ง (Firm smoothing Airbrush): ใช้แต่งทรงผมให้ดูตรง ไม่หยิกฟู หัวแปรงถูกออกแบบมาให้ใช้กับเส้นผมที่ยุ่งฟู หนา และแข็ง ด้วยขนแปรงที่แข็งตรงสามารถช่วยให้การแปรงผมง่ายขึ้น และลดปัญหาเส้นผมพันกัน

แปรงม้วนเพิ่มวอลลุ่ม (Round volumizing brush): สามารถใช้จัดทรง และสร้างวอลลุ่มให้กับทรงผม เหมาะสำหรับใช้จัดทรงผมที่บาง เส้นผมละเอียด และตรง


เปิดตัวใหม่กับซิตี้คาร์ยอดนิยม ตอบโจทย์อย่างสมบูรณ์แบบ มิตซูบิชิ แอททราจ

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ ยกระดับความโดดเด่นด้วยการปรับปรุงรูปลักษณ์ใหม่ทั้งภายนอกและภายใน พร้อมเพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน ตอกย้ำความทันสมัยให้รถซิตี้คาร์ยอดนิยมและตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้อย่างสมบูรณ์แบบยิ่งกว่าเดิม ด้วยราคาเริ่มต้น   483,000 าท

มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ มาพร้อมกับกระจังหน้าดีไซน์ฮันนี่โคมบ์ พร้อมคิ้วฝากระโปรงท้ายตกแต่งโครเมียมรมดำ และยังสปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยล้ออัลลอยดีไซน์สีดำขนาด 15 นิ้ว

มิตซูบิชิ แอททราจ คือรถซิตี้คาร์ทีมีคุณสมบัติโดดเด่นรอบด้าน ตั้งแต่การออกแบบและเทคโนโลยีไปจนถึงความปลอดภัยและสมรรถนะ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มองหาความพิเศษ ความมั่นใจและสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่า มิตซูบิชิ แอททราจ ได้รับความนิยมในกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบรถซิตี้คาร์เสมอมา” มร. โมริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ จะมาพร้อมความพิเศษยิ่งกว่าด้วยการปรับปรุงภายนอก ภายใน และเสริมอุปกรณ์ต่างๆ เพิ่มเติม เราต้องการส่งเสริมให้ผู้ขับขี่ทุกคนมีไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่ไม่ธรรมดาไปกับ มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่” มร. ชกกิกล่าวเพิ่มเติม

การปรับปรุงภายในห้องโดยสารของ มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ มีทั้งเซ็นทรัลล็อก พร้อมปุ่มล็อกและปลดล็อก แผงบังแดดคู่หน้าพร้อมกระจกส่องหน้าและฝาปิด ที่พักแขนบริเวณเบาะคนขับ และเบาะคนขับปรับสูง-ต่ำได้ สำหรับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมีทั้งกระจกมองหลังปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ ระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ พร้อมปรับระดับสูง-ต่ำได้ และช่องเก็บของด้านหลังเบาะที่นั่งคู่หน้า และมือจับเหนือศีรษะแบบพับได้ เพิ่มสัมผัสเหนือระดับด้วยเบาะหนังสีดำ (เฉพาะรุ่น GLS-LTD)

มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ ยังเพียบพร้อมด้วยติดตั้งเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัย อาทิ กุญแจอัจฉริยะพร้อมปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ พวงมาลัยหุ้มหนังแบบมัลติฟังก์ชั่นพร้อมระบบครูสคอนโทรล ระบบเอ็นเตอร์เทนเมนท์รองรับ Apple CarPlay1  พร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียง SIRI1 และสามารถเชื่อมต่อโทรศัพท์บลูทูธแบบไร้สาย พร้อมจอแสดงภาพระบบสัมผัสรองรับ DVD/MP3 ระบบความปลอดภัยในเชิงป้องกันและปกป้องใน มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ ครบครันด้วยระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็วที่ความเร็วต่ำ (FCM-LS) ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะเมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็ว (RMS-FORWARD) ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASC) ระบบป้องกันการลื่นไถล (TCL) ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA) และระบบไฟกะพริบฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS) รวมถึงกล้องมองภาพหลังขณะถอยจอด ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก (ABS) ระบบเสริมแรงเบรก (BA) และระบบกระจายแรงดันน้ำมันเบรกแบบอิเลกทรอนิกส์ (EBD)

มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ ออกจำหน่าย 4 รุ่น ได้แก่รุ่น GLX (เกียร์ธรรมดา 5 สปีดหรือเกียร์อัตโนมัติ)  รุ่น GLS และรุ่น GLS-LTD ด้วยสีตัวถังมีให้เลือกสรร 6 สี ได้แก่ สีแดง Wine Red สีขาวมุก White Pearl สีดำ Pyreness Black รวมถึงสีเมทัลลิกทั้งสีฟ้า Cerulean Blue Mica สีเงิน Cool Silver และสีเทา Titanium Gray

มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ ผสานความเชื่อมั่นและความปลอดภัยเข้ากับสมรรถนะและเทคโนโลยีที่จะตอบสนองผู้ขับขี่ที่มีความมั่นใจและกล้าแสดงออก  สอดคล้องกับกลยุทธ์แบรนด์ระดับโลก ‘Drive your Ambition’ ผสมผสานจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยเข้ากับความมุ่งมั่นสู่ความก้าวหน้าเพื่อจุดประกายและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ขับขี่


“หยุดตีตรา ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน” สถาบันโรคผิวหนัง ชวนสังคมไทยเร่งสร้างองค์ความรู้ผ่าน E-Book

สถาบันโรคผิวหนัง ประกาศเปิดตัวแคมเปญ “หยุดตีตรา ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน” หวังกระตุ้นสังคมไทยให้มีความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคสะเก็ดเงินมากขึ้น ชี้สะเก็ดเงินไม่ใช่โรคติดต่อ  หลังพบปัญหาผู้ป่วยมักพบเจอพฤติกรรมแสดงความรังเกียจอย่างชัดเจนจากคนรอบข้างจนกระทบต่อการดำเนินชีวิตและอาการของผู้ป่วยเอง พร้อมเดินหน้าขยายองค์ความรู้ผ่าน E-Book สำหรับแพทย์และประชาชนทั่วไป

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ประเทศไทยถือเป็นประเทศหนึ่งที่ยังมีกลุ่มคนที่มีความเข้าใจผิดว่าโรคสะเก็ดเงินเป็นโรคที่สามารถติดต่อกันได้จึงมักมีพฤติกรรมแสดงความรังเกียจผู้ป่วยให้ได้พบเห็นอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นการเร่งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่คนในสังคมผ่านแคมเปญ “หยุดตีตรา ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน” จึงนับเป็นวาระสำคัญและเป็นโอกาสอันดีต่อการเริ่มต้นสร้างเสริมความเข้าใจในโรคสะเก็ดเงินที่ถูกต้องให้แก่ทุกคนในสังคมไทย หากทุกคนมีความรู้ที่ถูกต้องแล้วอาจไม่เพียงแต่ช่วยสังเกตอาการตนเองหรือคนใกล้ตัวเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ผู้ป่วยสามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างไร้ความกังวลและถือเป็นกำลังใจที่สำคัญสำหรับผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินอีกด้วย อีกทั้งในปัจจุบันภาครัฐยังได้ให้ความสำคัญในการรักษาและดูแลผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินมาอย่างต่อเนื่อง ผู้ป่วยจึงสามารถเข้าถึงการรักษาตามสิทธิ์การรักษาของตนได้ตามสถานพยาบาลของรัฐทั่วประเทศไทย เพื่อให้มีอาการที่ดีขึ้นจนสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ

แพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กล่าวว่า โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) เป็นโรคผิวหนังเรื้อรังชนิดหนึ่งที่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่เชื่อว่าอาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติทางพันธุกรรม ซึ่งมีข้อมูลพบว่าหากมีทั้งพ่อและแม่เป็นโรคสะเก็ดเงิน ลูกมีโอกาสที่จะเป็นโรคมากกว่าคนทั่วไปสูงถึงร้อยละ 41 โดยโรคสะเก็ดเงินจะมีอาการที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของผู้ป่วยเป็นอย่างมาก ได้แก่ ผื่นแดง นูน ขอบเขตชัดเจน จะมีขุยสีขาวหรือเกล็ดสีเงินปกคลุมอยู่ บางรายเป็นตุ่มหนอง กระจายทั่วร่างกาย ใบหน้า หนังศีรษะ และมีเล็บผิดปกติร่วมด้วย ซึ่งผื่นอาจมีอาการคันและสามารถมองเห็นได้ชัดเจน ส่งผลให้ผู้ป่วยขาดความมั่นใจในการดำเนินชีวิต จนหลีกเลี่ยงการเข้าสังคม เพราะกังวลว่าคนรอบข้างจะรังเกียจ นอกจากนี้ ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการข้ออักเสบ ผิดรูปร่วมด้วย และอาจพบร่วมกับโรคอื่นๆ ได้ด้วย เช่น โรคเส้นเลือดหัวใจอุดตัน เบาหวาน ไขมันสูง อัมพฤกษ์ อัมพาต เป็นต้น

ในทุกวันที่ 29 ตุลาคมของทุกปี องค์การอนามัยโลกได้กำหนดให้เป็นวันสะเก็ดเงินโลก เพื่อกระตุ้นให้คนทั่วโลกได้ตระหนักถึงความสำคัญของโรคสะเก็ดเงิน ที่อาจไม่ใช่โรคที่ไกลตัวอีกต่อไป ดังนั้น สถาบันฯ จึงเห็นถึงโอกาสในการริเริ่มแคมเปญ “หยุดตีตรา ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน” เพื่อกระตุ้นสังคมไทยให้มีความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคสะเก็ดเงินมากขึ้นผ่านองค์ความรู้จาก E-Book สำหรับแพทย์และประชาชนทั่วไป และวิดีโอชุด “ผมเป็นโรคสะเก็ดเงินครับ” ที่จะเผยถึงความจริงว่าโรคสะเก็ดเงินไม่ใช่โรคติดต่อ ทุกคนสามารถสัมผัสและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้ป่วยได้ตามปกติ

ปัจจุบันประเทศไทยพบมีผู้ป่วยประมาณ 143,291 ราย[1] ซึ่งไม่เพียงแต่ต้องดูแลสภาพร่างกายตนเป็นพิเศษ แต่ผู้ป่วยยังต้องดูแลสภาพจิตใจของตนเองควบคู่ไปด้วย เนื่องจากผู้ป่วยมักพบกับความเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรคสะเก็ดเงิน ที่คนส่วนใหญ่ในสังคมไทยยังคิดว่าเป็นโรคติดต่อและแสดงพฤติกรรมรังเกียจออกมา อาทิ การปฏิเสธการให้บริการในร้านนวดแผนไทย ร้านอาหาร หรือร้านเสริมสวย เป็นต้น

การรักษาโรคสะเก็ดเงินในปัจจุบันแม้จะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถช่วยให้ผู้ป่วยสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ ประกอบด้วย 4 วิธี ได้แก่  การรักษาโดยการใช้ยาทาภายนอก การฉายแสง การใช้ยารับประทาน และยาฉีด โดยแพทย์ผู้ให้การรักษาจะเป็นผู้พิจารณาตามความเหมาะสมของอาการผู้ป่วยแต่ละราย  นอกจากนี้การดูแลตนเองเบื้องต้นของผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน ก็ยังเป็นสิ่งที่สำคัญที่ผู้ป่วยควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อจะได้สามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติและช่วยไม่ให้อาการของโรครุนแรงมากขึ้น ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้

  1. การพักผ่อนให้เพียงพอ เนื่องจากภาวะนอนไม่หลับ พักผ่อนไม่เพียงพอจะมีส่วนสัมพันธ์กับการกำเริบของโรคสะเก็ดเงินได้มากถึงร้อยละ 30-40
  2. การรับประทานยาบางชนิด เช่น ยาลดความดันโลหิต และ ยารักษาโรคซึมเศร้า ซึ่งมีส่วนทำให้อาการของโรคสะเก็ดเงินกำเริบได้ ผู้ป่วยจึงควรแจ้งแพทย์ผู้รักษาให้ทราบทันทีหากมีการใช้ยาดังกล่าวร่วมด้วย
  3. งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เพราะแอลกอฮอล์ทำให้โรคกำเริบได้อย่างง่ายดาย
  4. หลีกเลี่ยงแสงแดดที่ร้อนเกินไป เพราะจะทำให้ผิวหนังอักเสบมากขึ้น จนมีผื่นสะเก็ดเงินเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก
  5. หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารเคมี การระคายเคืองต่างๆ ในบริเวณร่างกายจากการกด รัด เสียดสี เพราะสิ่งเหล่านี้จะกระตุ้นให้เกิดอาการผื่นคัน และมีอาการของโรคสะเก็ดเงินกำเริบในเฉพาะส่วนได้

“เพื่อให้การสื่อสารเกี่ยวกับความรู้ที่สำคัญและแนวทางการรักษาโรคสะเก็ดเงินสามารถเป็นไปในรูปแบบที่ทันสมัยมากขึ้น และช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงองค์ความรู้ได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น สถาบันฯ จึงได้จัดทำE-Book ชุด “ความรู้เรื่องโรคสะเก็ดเงิน” สำหรับแพทย์ที่ไม่ใช่แพทย์เฉพาะทางโรคผิวหนัง ซึ่งจะช่วยให้แพทย์ทั่วไปสามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น รวมไปถึงประชาชนทั่วไป โดยสามารถดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ที่ inderm.go.th หรือ Facebook สถาบันโรคผิวหนัง  สำหรับวิดีโอชุด “ผมเป็นโรคสะเก็ดเงินครับ” ก็สามารถรับชมได้ที่ inderm.go.th เช่นกัน นอกจากนี้ยังสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “สถาบันโรคผิวหนัง” ได้ฟรี สำหรับระบบปฏิบัติการ Android ที่ Google Play Store ซึ่งนอกจากจะมีข้อมูลโรคสะเก็ดเงินแล้วยังรวบรวมโรคทางผิวหนังต่างๆ เอาไว้อีกด้วย” แพทย์หญิงมิ่งขวัญ กล่าวเพิ่มเติม


นิสสัน เทียน่า ใหม่ ปรับดีไซน์เติมความสปอร์ตแต่ยังคงความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีที่ครบครัน

นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย ปรับดีไซน์ เทียน่า ใหม่ ภายใต้แนวคิด ‘Energetic Flow’ ดีไซน์ที่ทรงพลัง สง่างาม ปราดเปรียว พร้อมลายเส้นที่พลิ้วไหวจากภายนอกสู่ภายในพร้อมความกว้างขวางสไตล์สปอร์ต

การปรับดีไซน์ใหม่ทำให้ เทียน่า ดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้นด้วยเส้นสายด้านหน้าใหม่ เริ่มจากบริเวณเสาที่เชื่อมระหว่างตัวถังส่วนหน้าและหลังคารถยนต์ หรือ เสา A (Apillars) แผงกันชนหน้า รวมถึงไฟหน้า นอกจากนี้ ยังเพิ่มความโดดเด่นที่เน้นกระจังหน้าแบบ VMotion และไฟหน้าทรงบูมเมอแรง อันเป็น แนวทางหลักของการออกแบบรถยนต์ของนิสสัน

ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยรีโมท (Remote Engine Start) เป็นอีกนวัตกรรมที่รวมอยู่ในนิสสัน เทียน่า ใหม่  ทีช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถสตาร์ทรถ และเปิดเครื่องปรับอากาศก่อนเริ่มใช้งานโดยประตูรถยังล็อคอยู่ เพิ่มความสะดวกสบายให้กับเราเมื่อรถต้องจอดอยู่กลางแจ้ง

นอกจากนี้ เทียน่า ใหม่ ยังคงพื้นที่กว้างขวางของห้องโดยสาร พร้อมเปิดประสบการณ์ให้ผู้ขับขี่ และผู้โดยสารสามารถเข้าถึงการตกแต่งภายในที่ทันสมัยและสะดวกสบาย

เทคโนโลยีอันล้ำสมัยในเรื่องความปลอดภัยภายใต้รูปลักษณ์ใหม่ เพื่อสร้างความมั่นใจในการขับขี่จากเทคโนโลยี Nissan Intelligent Mobility ประกอบด้วย กล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง Intelligent Around View Monitor (IAVM) พร้อม เทคโนโลยีตรวจจับ และส่งสัญญาณเตือนวัตถุ และบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน หรือ Moving Object Detection (MOD) เทคโนโลยีเตือนจุดอับสายตา Blind Spot Warning (BSW) และเทคโนโลยีเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง Lane Departure Warning (LDW) ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่บนถนนในเมือง การเข้าจอดรถในพื้นที่จำกัด หรือขับรถระยะทางไกลบนทางหลวง

เทียน่า ใหม่ ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันสู่ความเป็นที่ยนตรกรรมพรีเมี่ยมที่ผสมผสานในเรื่องดีไซน์ทันสมัยผนวกกับ นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ จึงทำให้เทียน่า ใหม่ มอบประสบการณ์การขับขี่อันยอดเยี่ยม สมกับที่เป็นอีกหนึ่งยนตรกรรมระดับพรีเมียมของนิสสัน

นิสสัน ตอกย้ำในการนำเสนอนวัตกรรมที่สร้างความตื่นเต้นเร้าใจให้กับลูกค้าด้วยงานเปิดตัว เทียน่า ใหม่ ผ่านเทคโนโลยีเสมือนจริง หรือ Virtual Reality (VR) ครั้งแรกในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่ใช้เทคนิคนี้ในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่

การเปิดตัวด้วยนวัตกรรมอัจฉริยะที่ทันสมัยในครั้งนี้ สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม พฤติกรรมและความคาดหวังของผู้บริโภคชาวไทยที่มีการเข้าถึงข้อมูลออนไลน์ ทั้ง วิดีโอ รูปถ่าย และการรีวิวต่าง ๆ ที่มากขึ้น ในขณะที่     นิสสัน ยังคงมุ่งเน้นไปที่ฟีเจอร์ความปลอดภัย และเทคโนโลยี อินเทลลิเจนท์   โมบิลิตี้ อันถือเป็นแนวทางหลักของเราในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่าง ๆนายอันตวน บาร์เตส ประธาน นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าว

เทียน่า ใหม่ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ QR25DE ในรุ่น 2.5L และเครื่องยนต์ MR20DE ในรุ่น 2.0L โดยทั้งคู่มาพร้อมกับระบบส่งกำลังแบบ XTRONIC CVT ที่ให้อัตราเร่งและการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถเยี่ยมและทดลองขับ เทียน่า ใหม่ ได้ที่โชว์รูมนิสสันทั่วประเทศ ในราคาเริ่มต้นที่ 1,339,000  บาท สำหรับรุ่น 2.0XE 1,426,000 บาท สำหรับรุ่น 2.0XL 1,476,000  บาท สำหรับรุ่น 2.0XL Navi และ 1,674,000  บาท สำหรับรุ่น 2.5XV Navi โดยมาพร้อมสีใหม่ เรเดียนท์ เรด (Radiant Red) และอีก 5 สีให้เลือก ได้แก่ สีเทา ดีพ ไอริส เกรย์ (Deep Iris Gray) สีขาว สตอร์ม ไวท์ (Storm White) สีดำ แบล็คสตาร์ (Black Star) สีเงิน บริลเลียนท์ ซิลเวอร์ (Brilliant Silver) และสีน้ำตาล เกรย์ยิช บรอนซ์ (Grayish Bronze)

ที่นิสสัน เราให้ความสำคัญกับลูกค้า เพราะเป็นหัวใจสำคัญในทุกๆ สิ่งที่เราทำ ผมเชื่อว่าด้วยการออกแบบ ฟีเจอร์และเทคโนโลยีต่าง ๆ จาก นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ ที่ทันสมัยนี้ จะทำให้ เทียน่า ใหม่ สามารถตอบสนองความต้องการและความคาดหวังของลูกค้าของเราได้ดีที่สุดนายบาร์เตส กล่าวเสริม


Privacy Preference Center