‘ดูเร็กซ์ เรด’ โครงการรณรงค์ลดโรคเอดส์ใน ‘แอฟริกาใต้’ เพียงซื้อดูเร็กซ์ เรด บ๊อกซ์ รุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น
บริษัท เรกคิทท์ เบนคีเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านสุขภาพและสุขอนามัย ภายใต้ผลิตภัณฑ์ ‘ดูเร็กซ์’ ขอเชิญร่วมเป็นหนึ่งของพลังรณรงค์ลดจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อ HIV กับโครงการ Durex RED
เพียงซื้อดูเร็กซ์ เรด บ๊อกซ์ รุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น ในช่วงเดือนธันวาคม 2018 รายได้ทั้งหมดจะนำไปสมทบทุนโครงการ Keeping Girls in School
เพื่อนำไปรณรงค์และลดจำนวนผู้ป่วยโรคเอดส์ในประเทศแถบแอฟริกาใต้ที่มีประชากรติดเชื้อ กว่า 7.2 ล้านคน มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพลังสนับสนุนขจัดโรคเอดส์ให้หมดสิ้นไปจากโลก #DUREX #DUREXRED
มีจำหน่ายที่ ช้อปปี้ (Shopee) ลาซาด้า (Lazada) และ เจ ดี เซ็นทรัล (JD Central) สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ www.durex.com/red
‘PLATENO’กรุ๊ป มั่นใจเป็นเชนโรงแรมที่มีอิทธิพลต่อตลาดจีนในไทย และทั่วโลก
พลาทีโน่ กรุ๊ปได้ขยายตลาดทำสัญญากับพันธมิตรในประเทศต่างๆ อาทิ รัสเซีย มาเลเซีย และเกาหลีใต้ ซึ่งทำให้แบรนด์พลาทีโน่ กลายเป็นแบรนด์ที่โดดเด่นของกลุ่มโรงแรมจีนที่กำลังเติบโตในตลาดและก้าวสู่ตลาดใหม่ๆ มากขึ้น การทำสัญญาในประเทศมาเลเซีย นั่นหมายถึงจะมีโรงแรมในกลุ่มพลาทีโน่เกิดขึ้นเพิ่มขึ้นในมาเลเซีย เป็นการยืนยันว่าพาทีโน่ กรุ๊ป ที่ได้เปิดโรงแรมในประเทศไทยมาแล้ว ยังคงยึดหัวหาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขยายตลาดสู่มาเลเซีย ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของนักท่องเที่ยวชาวจีนการท่องเที่ยวต่างประเทศของจีนยังคงเติบโตต่อเนื่อง
โกลเด้นวีค 2018 รายงานจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศทั่วโลก โดยจะใช้เวลาในวันหยุดยาวเพื่อเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี นักท่องเที่ยวจะมั่นใจในแบรนด์โรงแรมที่เคยใช้บริการและแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือ ซึ่งพลาทีโน่เป็นแบรนด์ที่นักท่องเที่ยวชาวจีนให้ความมั่นใจและใช้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยวัดจากโรงแรมต่างๆ ในเครือพลาทีโน่กรุ๊ปมีอัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนั่นเอง นั่นรวมไปถึงโรงแรมเซเว่นส์เดย์ พรีเมี่ยม ในประเทศไทยด้วย พลาทีโน่ กรุ๊ป ใช้ความรู้และความเชี่ยวชาญในตลาดจีนประกอบกับแบรนด์ที่มีชื่อเสียง
พลาทีโน่ กรุ๊ป ได้ใช้ความรู้ความเข้าใจพฤติกรรมนักท่องเที่ยว และตลาดชาวจีน ประกอบกับการร่วมมือกับพันธมิตรและเจ้าของโรงแรมในท้องถิ่น เพื่อให้สอดคล้องกับตลาดจีน ทำให้พลาทีโน่ กรุ๊ป ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โรงแรมในการบริหารของพลาทีโน่ กรุ๊ป ได้บริหารโดยผู้เชี่ยวชาญที่รู้ตลาดจีน ทั้งการบริการ และการปฎิบัติงาน อีกทั้งแบรนด์พลาทีโน่ ได้รับการยอมรับจากกลุ่มลูกค้าที่เรียกว่า พลาทีโน่ ทริป เมมเบอร์ ที่จงรักภักดีในแบรนด์ เมื่อเดินทางไปต่างประเทศก็มองหาแค่แบรนด์พลาทีโน่เท่านั้นพลาทีโน่ มองหาพันธมิตรในประเทศไทยและที่อื่นๆ อย่างต่อเนื่อง
แน่นอนว่าประเทศไทยเป็นถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวชาวจีนชอบ และไม่พลาดที่ต้องมา ซึ่งพลาทีโน่ ได้พุ่งเป้าไปที่เพิ่มโรงแรมในจังหวัดเชียงไหม่ และภูเก็ต ซึ่งจากความสำเร็จของโรงแรมเซเว่นส์เดย์ พรีเมี่ยม ที่นำเสมอโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อกลุ่มลูกค้า พลาทีโน่ ทริป เมมเบอร์ ที่ได้ผลตอบรับอย่างดี ทำให้ตอนนี้พลาทีโน่ กรุ๊ป วางแผนเปิดโรงแรมริมชายหาดพัทยาในต้นปีหน้า และอีกหลายๆ โรงแรมที่ได้ร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่น และผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์มากมาย
เรียนรู้ความปลอดภัยเพื่อสร้างสังคมคนขับรถดีกับ CARZANOVA Safe Fun Drive ครั้งที่ 2
สำหรับกิจกรรมการอบรมครั้งนี้ ในส่วนของภาคทฤษฎี เริ่มตั้งแต่เบสิกการขับรถ ท่านั่งในการขับขี่ ตำแหน่งผู้ขับขี่กับพวงมาลัย ซึ่งจะส่งผลต่อการหมุนพวงมาลัยที่ถูกวิธี ไม่ทำให้มือไขว้กันจนไม่สามารถหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้ พร้อมกันนี้ยังได้เรียนรู้ถึงเทคโนโลยีใหม่ของรถยนต์โตโยต้าที่ช่วยให้ขับขี่รถยนต์ได้ง่ายและปลอดภัยมากขึ้น
ตั้งแต่ ระบบเบรก ABS, ระบบช่วยกระจายแรงเบรก, ระบบช่วยเบรก, ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว, ระบบเทรกชั่นคอนโทรลที่ช่วยลดอาการเลี้ยวไม่เข้าหรือหน้าดื้อรวมถึงอาการท้ายปัด, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมติขณะลงทางลาดชัน และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน
นอกจากนี้ทางโช๊คอัพ Sachs ยังได้ร่วมให้ความรู้เรื่องเทคโนโลยีของระบบช่วงล่าง รวมไปถึงหากระบบช่วงล่างมีปัญหา จะสังเกตอาการของรถได้อย่างไร รวมถึงจะแสดงอาการอย่างไรต่อผู้ขับขี่ ซึ่งหากผู้ขับขี่ไม่รู้ว่าระบบช่วงล่างมีปัญหา ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้
โดยหลังจากเสร็จสิ้นภาคทฤษฎีแล้ว ก็เข้าสู่ช่วงของการปฏิบัติจริง เริ่มตั้งแต่การสลาลอม ซึ่งการจับพวงมาลัยที่ถูกต้อง ทำให้ผู้ขับรถผ่านไพลอนที่ตั้งห่างกันเป็นระยะไปได้แบบสบายๆ ต่อมาด้วยการจำลองสถานการณ์ถนนลื่นแล้วเบรกรถอย่างกระทันหันพร้อมทั้งหักหลบสิ่งกีดขวาง ซึ่งเทคโนโลยีระบบเบรก ABS ที่ติดมากับรถโตโยต้าทุกคันจะเป็นตัวช่วยให้สามารถหักหลบสิ่งกีดขวางไปได้
ต่อไปที่การควบคุมรถในโค้ง โดยให้ผู้ปฏิบัติได้เข้าใจอาการของรถ และการถ่ายเทน้ำหนักของรถ ซึ่งจะมีผลกับการควบคุมรถทั้งแบบหน้าดื้อเลี้ยวไม่เข้า (อันเดอร์สเตียร์) หรือท้ายปัดระหว่างเลี้ยวโค้ง (โอเวอร์สเตียร์) ซึ่งสถานีนี้โตโยต้า ซี-เอชอาร์ ซึ่งมีระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC (Traction Control System) ก็สามารถตอบสนองการเลี้ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในช่วงบ่ายยังได้เพิ่มดีกรีการขับขี่ ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมส่วนใหญ่ได้ความรู้มากขึ้น โดยทุกคนสามารถปฏิบัติติได้เป็นอย่างดี ก่อนที่จะจบลงด้วยการมอบประกาศนียบัตร พร้อมทั้งมอบของรางวัลมากมาย ทั้งฟิล์มกรองแสงรถยนต์ลามิน่า, ผลิตภัณฑ์บำรุงรักษารถยนต์ทูแนป, น้ำมันเครื่องเปอร์เตอร์มิน่า และยางรถยนต์คอนติเนนทอล ก่อนที่จะปิดกิจกรรมด้วยการมอบกรวยยางจราจรให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติติหน้าที่ด้านการอำนวยจราจรของสถานีตำรวจภูธรปลายบาง จังหวัดนนทบุรี เป็นการปิดท้ายกิจกรรมดีๆ ของเว็บไซต์ Carzanova.com และทีมแข่ง Carzanova Racing
พบกิจกรรมดีๆ ที่มอบให้ทั้งความสนุก และสาระในการขับรถ กับกิจกรรม Carzanova Safe Fun Drive ครั้งที่ 3 ได้ในปี 2562
เชฟมือโปรเผยเคล็ดลับการใช้ ‘น้ำมันมะกอก’ ให้เหมาะกับอาหารไทยจานโปรด เพื่อสุขภาพที่ดีแต่ยังคงความอร่อย!
เลือกใช้น้ำมันมะกอกให้เหมาะกับอาหารไทยจานโปรด
หลายคนอาจมีข้อสงสัยว่า น้ำมันมะกอกแบบใดที่เหมาะกับอาหารไทย ที่จริงแล้วน้ำมันมะกอกเป็นส่วนผสมที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย ทั้งหมัก ผัด ทอด หรือแม้กระทั่งใช้เป็นวัตถุดิบในการทำขนม ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มให้อาหารไทยจานโปรดมีรสกลมกล่อมยิ่งขึ้น น้ำมันมะกอกยังเป็นน้ำมันเพื่อสุขภาพที่ดีต่อ (หัว) ใจมากๆ อีกด้วย
เคล็ดลับระดับมือโปร
น้ำมันมะกอก สูตรเอ็กซ์ตร้า เวอร์จิ้น: น้ำมันมะกอก สูตรเอ็กซ์ตร้า เวอร์จิ้นมีรสสัมผัสเข้มข้น ให้รสคล้ายผลไม้ สามารถรับประทานได้สดๆ จากขวด เหมาะสำหรับใช้ปรุงอาหารที่ไม่ต้องผ่านความร้อน ช่วยเพิ่มรสชาติให้อาหารเมื่อใช้หมัก ปรุงรสชาติซุปและซอส หรือทำน้ำจิ้มแสนอร่อย ด้วยกลิ่นที่หอมละมุน และรสชาติที่กลมกล่อม น้ำมันมะกอกสูตรเอ็กซ์ตร้า เวอร์จิ้นยิ่งทำให้เมนูอาหารไทยจานอร่อยอย่างคอหมูย่างมีรสนุ่มละมุน โดยไม่กลบรสชาติของส่วนผสมอื่นๆ
น้ำมันมะกอก(Classico) น้ำมันมะกอกสูตรนี้มีรสชาตินุ่มนวล สามารถนำไปใช้ทำอาหารได้หลากหลายรูปแบบ สีเหลืองทองกับรสชาติที่ไม่จัดจ้านของน้ำมันมะกอกสูตรนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทอดแบบน้ำมันท่วม การอบ รวมไปถึงการย่าง ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นเมนูหอยทอด, ผัดไทย, ผัดซีอิ๊ว, หรือแม้กระทั่งปลาดุกฟู หากใช้น้ำมันมะกอกสูตรนี้ รับรองว่าจะช่วยเพิ่มความอร่อยให้มากขึ้นไปอีก
น้ำมันมะกอก สูตรเอ็กซ์ตร้า ไลท์(Extra Light) ด้วยรสชาติที่นุ่มนวลสมชื่อ ทำให้น้ำมันมะกอกสูตรนี้เข้ากันได้ดีกับอาหารทุกประเภท รวมไปถึงการประกอบอาหารที่ใช้ความร้อนสูง เช่น เมนูผัด และทอดแบบน้ำมันท่วม เป็นทางเลือกเพื่อสุขภาพแทนน้ำมันพืชทั่วไปทำให้เหมาะกับการทำอาหารไทยยอดนิยมอย่างไข่เจียว, ผัดกะเพรา, ผัดผักรวม หรือข้าวผัด
อ่านฉลากแนะนำความร้อน
เคล็ดลับสำคัญในการเลือกใช้น้ำมันทุกชนิดในการประกอบอาหาร (ไม่เฉพาะแค่น้ำมันมะกอกเพียงอย่างเดียว) คือ อุณหภูมิที่ใช้ในการปรุงอาหารจะต้องไม่เกินจุดเกิดควัน (Smoke Point) ซึ่งส่วนมากมักระบุไว้บนฉลากแนะนำความร้อนบนขวด เมื่อเข้าใจว่าน้ำมันที่ใช้มีจุดเกิดควันที่อุณหภูมิเท่าใด จะช่วยทำให้สามารถเลือกใช้น้ำมันในการปรุงอาหารได้เหมาะสม เพียงจำง่ายๆ ว่า น้ำมันประกอบอาหารที่มีจุดเกิดควันยิ่งสูง ยิ่งเหมาะสำหรับอาหารที่ต้องใช้ความร้อนในการปรุง
เคล็ดลับระดับมือโปร
- แม้จะมีความเชื่อเดิมๆ ว่าน้ำมันมะกอกไม่เหมาะกับการปรุงอาหารที่ต้องใช้อุณหภูมิสูง แต่ในความเป็นจริง น้ำมันมะกอกสูตรเอ็กซ์ตร้า เวอร์จิ้นมีจุดเกิดควันที่สูงกว่าน้ำมันพืชชนิดอื่นๆ ได้แก่น้ำมันคาโนลา น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด น้ำมันถั่วลิสง น้ำมันปาล์ม และน้ำมันมะพร้าว เสียอีก
- อุณหภูมิของน้ำมันที่ใช้ในการทอดแบบน้ำมันท่วมจะอยู่ที่ประมาณ 375°F หรือ 191 °C ซึ่งน้ำมันมะกอกแบบเอ็กซ์ตร้า เวอร์จิ้นนั้นสามารถทนความร้อนได้สูงถึง 392°F หรือ 200°C ในขณะที่น้ำมันมะกอกสูตรอื่นๆ มีจุดเกิดควันที่ 410°F หรือ 210°C เลยทีเดียว
การเก็บรักษาน้ำมันมะกอก
เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติอื่นๆ การเก็บรักษาน้ำมันมะกอกอย่างเหมาะสมจะช่วยคงคุณภาพของน้ำมันมะกอกไว้ได้นาน มองหาวันหมดอายุ หรือวันเก็บเกี่ยวที่ระบุบนขวด เพราะน้ำมันมะกอกสามารถเก็บไว้ได้นานถึงสองปีนับตั้งแต่วันผลิต หากถูกเก็บรักษาในที่ที่เหมาะสม
เคล็ดลับระดับมือโปร
- วิธีที่ดีที่สุดในการเก็บรักษาน้ำมันมะกอกให้คงคุณภาพไว้ให้ยาวนาน ควรเก็บไว้ในที่มืด ในตู้ที่ไม่ร้อน หรือแช่ในตู้เย็นหากคุณไม่ได้ใช้เป็นประจำ
- ไม่ควรวางไว้ใกล้เตาไฟ เพราะความร้อนจะทำให้น้ำมันมะกอกเสื่อมคุณภาพได้
- ปิดฝาให้แน่นหลังจากใช้ทุกครั้ง เพื่อรักษาความสดใหม่ของน้ำมันมะกอกไว้ให้นานที่สุด
‘เนสกาแฟ ฮับ แอท บีทีเอส ชิดลม’ ร้านกาแฟสดแห่งแรกจากเนสกาแฟสไตล์ญี่ปุ่น
หากคุณเดินทางด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอส และมองหากาแฟสดดีๆ สักแก้วเราขอแนะนำ ‘เนสกาแฟ ฮับ แอท บีทีเอส ชิดลม’ ร้านกาแฟแห่งแรกของเนสกาแฟในประเทศไทย ที่มีดีไซน์ร้านในสไตล์เรียบโก้ได้รับแรงบันดาลใจจากเนสกาแฟ แฟลกชิปสโตร์ ในย่านฮาราจุกุ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเนสกาแฟได้เปิดร้านกาแฟกว่า 48 ร้าน และธุรกิจร้านกาแฟในประเทศญี่ปุ่น
จุดเด่นของเนสกาแฟ ฮับที่ไม่เหมือนใคร คือประสบการณ์การดื่มกาแฟสดจากเนสกาแฟที่ปรุงด้วยเมล็ดกาแฟอาราบิก้าชั้นดีนำเข้าจากโคลอมเบีย 100% คั่วระดับมีเดียมโรสต์ โดยคอกาแฟจะได้เพลิดเพลินไปกับเมนูกาแฟสด และซิกเนเจอร์เมนูที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของร้าน ได้แก่ ‘ชากาแฟ’ เมนูสุดครีเอทที่นำชามะนาวเย็นมาผสานกันกับเอสเปรสโซ่อย่างลงตัว ‘คาเฟ่โมฮิโต้’ เมนูที่ได้รับแรงบันดาลใจจากค็อกเทลสุดฮิตที่เติมใบมิ้นท์ หรือใบสะระแหน่ กับมะนาว เพื่อให้ความสดชื่นเบาๆ และเมนู ‘ลาเวนเดอร์ บลิส’ ผสานรสชาติของมะนาวกับโซดา และดอกอัญชัน สมุนไพรยอดนิยมของไทย พร้อมเติมความหวานด้วยน้ำผึ้ง เป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ลงตัว
เมนูเด็ด ‘โตเกียว เอ็กซ์เพรส’ ที่ได้ ‘ซาวาดะ ฮิโรชิ’ แชมป์ลาเต้อาร์ตระดับโลกที่เป็นชาวเอเชียคนแรกมารังสรรค์เป็นพิเศษ ซึ่งจะมีจำหน่ายเฉพาะในเดือนกรกฎาคม 2018 เท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีบรรยากาศของกาแฟ Third Wave อย่างกาแฟไนโตรเจนเสิร์ฟจากแท็บ และเมนูเครื่องดื่มร้อน และเย็นอื่นๆ ให้ลิ้มลองในราคาประมาณ 40-60 บาท
‘ชากาแฟ’ (Cha-Ka-Fe) การผสานกันอย่างลงตัวของชามะนาวเย็นเข้ากับเอสเปรสโซ่หนึ่งช็อตที่ใช้เมล็ดกาแฟอาราบิก้าคั่วระดับกลางชั้นดีนำเข้าจากโคลอมเบีย 100% ตกแต่งด้วยฟองนมนุ่มและมะนาวซีก ยกระดับการดื่มกาแฟสไตล์คาเฟ่ที่ไม่เหมือนใคร
ส่วนผสม: กาแฟเอสเปรสโซ่หนึ่งช็อตใช้เมล็ดกาแฟอาราบิก้าคั่วปานกลางนำเข้าจากโคลอมเบีย/ เนสทีเลมอน/ น้ำตาลทรายแดง/ นมสด/ ฟองนม/ น้ำแข็ง/ เลมอน วิธีทำ: ใส่เนสทีเลมอนผสมน้ำตาลทรายแดง สัดส่วนเนสทีเลมอน 7 กรัมกับน้ำตาลทรายแดง 15 กรัมลงไปในน้ำร้อนแล้วคนให้ละลาย จากนั้น นำกาแฟเอสเปรสโซ่หนึ่งช็อตเทลงไปในแก้วแล้วคนให้เข้ากัน ตักน้ำแข็งใส่แก้วขนาดประมาณ 16 ออนซ์ เทส่วนผสมลงไปในแก้วอย่างช้าๆ เติมนมสดปริมาณ 1 ออนซ์ เติมน้ำแข็งในปริมาณที่เหมาะสม และท็อปด้วยฟองนมและตกแต่งด้วยเลมอนเหลือง เพื่อเพิ่มกลิ่นหอม
ส่วนผสม: กาแฟเอสเปรสโซ่หนึ่งช็อตใช้เมล็ดกาแฟอาราบิก้าคั่วปานกลางนำเข้าจากโคลอมเบีย/ น้ำมะนาวสดขนาด 1 ออนซ์/ น้ำเชื่อมกลิ่นมิ้นท์/ ใบสะระแหน่/ มะนาว 1 ลูก วิธีทำ: ใส่น้ำเชื่อมกลิ่นมิ้นท์ลงในแก้ว ตามด้วยน้ำมะนาวสด และเขย่าแก้วเล็กน้อยให้เข้ากัน จากนั้นใส่มะนาวที่ฝานไว้ พร้อมใบสะระแหน่ลงไปในแก้วแล้วคนให้เข้ากัน เติมน้ำแข็ง และเทกาแฟเอสเปรสโซ่วนให้ทั่วแก้ว ท็อปด้วยโซดา จะเกิดประกายฟองขึ้นมาแล้วตกแต่งด้วยใบสะระแหน่
ส่วนผสม: น้ำผึ้ง/ น้ำส้ม/ น้ำมะนาวสด/ น้ำที่ได้จากดอกอัญชัน/ ไซรัปกลิ่นลาเวนเดอร์ วิธีทำ: นำน้ำมะนาวใส่ลงไปในแก้ว ตามด้วยน้ำส้มและน้ำผึ้ง ประมาณ 2 ช้อนชาแล้วคนให้เข้ากัน เติมน้ำแข็งลงไปในแก้ว จะเห็นชั้นของน้ำผึ้งสีส้ม ใส่น้ำที่ได้จากดอกอัญชันและไซรัปกลิ่นลาเวนเดอร์ลงไปหนึ่งแก้วและคนให้เข้ากันแล้วจึงเติมโซดาลงไป จากนั้นเทส่วนผสมลงในแก้วที่มีน้ำแข็ง จะเห็นสีที่งดงามแบ่งตัวเป็นชั้นๆแกะสูตรลับกาแฟสดของซาวาดะ ฮิโรชิ แชมป์ลาเต้อาร์ตระดับโลกคนแรกในเอเชีย กับเมนู “โตเกียว เอ็กซ์เพรส”
ส่วนผสม: กาแฟเอสเปรสโซ่หนึ่งช็อตใช้เมล็ดกาแฟอาราบิก้าคั่วปานกลางนำเข้าจากโคลอมเบีย/ นมสดเย็น/ ชาเขียวมัทฉะ/ ส้มยูสุไซรัป วิธีทำ: ใส่วานิลลาไซรัปลงไปในแก้ว เทกาแฟเอสเปรสโซ่หนึ่งช็อตในแก้วแล้วคนให้เข้ากัน ใส่นมสดเย็นลงไป เติมน้ำแข็ง จากนั้น นำชาเขียวมัทฉะประมาณ 1 ช้อนชามาชงในน้ำร้อน แล้วใส่ส้มยูสุไซรัป ซึ่งเป็นเคล็ดลับความอร่อยของซาวาดะซังลงไป เทส่วนผสมทั้งหมดลงในแก้ว วิธีการดื่มควรดื่มทีละชั้น เพื่อลิ้มลองชาติของส่วนผสมที่โดดเด่นแต่ละชนิดก่อน จากนั้นค่อยคนให้เข้ากันแล้วดื่มด่ำกับรสชาติของกาแฟอาราบิก้าชั้นดีที่มีกลิ่นอายของชาเขียวจากญี่ปุ่น
สำหรับคอกาแฟที่อยากสัมผัสต้นตำรับของกาแฟสดที่แสนอร่อย ไม่ต้องเสียเวลาทำเอง ก็สามารถแวะเวียนมาสัมผัสประสบการณ์กาแฟสดได้ที่ ‘เนสกาแฟ ฮับ’ สถานีรถไฟฟ้าชิดลม เปิดบริการตั้งแต่เวลา 7:00 น. – 19:00 น. ทุกวัน จันทร์ถึงวันศุกร์ และ 8:30 น. – 15:30 น. สำหรับวันเสาร์และวันอาทิตย์ รับรองว่า จะต้องร้อง “โตะเตะโมะ โออิชิ!” กันแน่นอน
Yamaha WaveRunner GP1800 ครองเจ้าความเร็วทางน้ำคว้าแชมป์โลก ครองถ้วยพระราชทาน King’s Cup 2018
ร่วมแสดงความดีใจกับ นายธีระ เสร็จธุระ #51 (คนขวา) นักแข่งสังกัด Yamaha WaveRunner Singha Thailand Team แชมป์โลกคนล่าสุดจากการแข่งขันรายการ Thai Airways International JET SKI WORLD CUP 2018 (King’s Cup) ที่โชว์ฝีมือเหนือชั้นควบเรือ Yamaha WaveRunner รุ่น GP1800 คว้าแชมป์ในการแข่งขันรุ่น Pro-am Endurance Open และสามารถคว้าถ้วยพระราชทานจาก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่
พร้อมกันนี้ ธีระ เสร็จธุระ #51 ยังสามารถคว้าอันดับที่ 2 มาครองได้ในรุ่น Pro-am Runabout 1100 Open ด้วยเรือ Yamaha WaveRunner รุ่น EX
สุภัค เสร็จธุระ #52 สามารถคว้าอันดับที่ 2 มาครองได้ในรุ่น Pro-am Runabout Stock ด้วยเรือ Yamaha WaveRunner รุ่น GP1800
ปันเน - ภาสวิชญ์ ศักดิ์ศรี #145 นักแข่งดาวรุ่งยังสามารถคว้าอันดับที่ 2 มาครองได้ในรุ่น Novice Runabout stock ด้วยเรือ Yamaha WaveRunner รุ่น GP1800
โดยการแข่งขัน Thai Airways International JET SKI WORLD CUP 2018 มีนักกีฬามากกว่า 30 ชาติ เข้าร่วมการแข่งขันระหว่างวันที่ 6 – 9 ธันวาคม 2561 ณ หาดจอมเทียน พัทยา จ.ชลบุรี เมื่อเร็วๆ นี้
‘The Era of Rebel’ งานรวมพลคนจริงสายขบถ ‘จี-ช็อค’ ฉลองครบรอบ 35 ปี จัดใหญ่งานเฟสติวัลสุดอลังการ!
‘The Era of Rebel’ งานเฟสติวัลใหญ่ฉลองครบรอบ 35 ปี ‘G-SHOCK’ ประกาศรวมพลคนคิดนอกกรอบ มาร่วมโชว์พลังปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจ พร้อมเผยโฉมนาฬิกา รุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น G-SHOCK X Urboy TJ ที่ได้ แรปเปอร์ชื่อดังมาร่วมออกแบบเป็นครั้งแรก ภายในงานยังได้เหล่าไอดอลคนดังสายขบถ นำโดย แร็ปเปอร์หนุ่ม Urboy TJ, กราฟฟิตี้ชื่อดัง Bigdel และทีม Dance Battle ระดับโลก D-Maniac มาร่วมทำกิจกรรมสนุกสุดมันส์ ณ แอ็คเมน เอกมัย คอมเพล็กซ์
ภายในงาน จี-ช็อค ได้จัดเต็มความสนุกครั้งใหญ่ ด้วยกิจกรรมสุดมันส์หลากหลายรูปแบบที่เปิดโอกาสให้เหล่าสายขบถได้มีพื้นที่ในการโชว์ของ เริ่มต้นจาก โซนที่ 1 Beginning of Rebel สุดยอดเรื่องราวต้นกำเนิดตำนานของนาฬิกาหัวขบถที่ไม่ยอมจำนนต่อแรงกระแทกแม้ตกจากตึก 3 ชั้น พบกับนาฬิกา G-SHOCK เรือนแรกของโลก บินตรงมาจาก G-SHOCK JAPAN และนาฬิการุ่น Limited 35 ปีทุกรุ่น ที่จะมา line-up พร้อมกันเป็นครั้งแรก
ต่อด้วย โซนที่ 2 Rebellion Hub พื้นที่โชว์ Rare Item จากเหล่าสาวก G-SHOCK Collector ผู้คลั่งไคล้ใน DNA ความ Tough ที่จะมาโชว์นาฬิกาสุดรักสุดหวงแบบไม่มีกั๊ก

ตามมาด้วย โซนที่ 3 Rising Up Rebel พื้นที่ประชันความสามารถที่ท้าเหล่าสายขบถทุกแขนงไม่ว่าจะเป็น สปอร์ต สตรีทอาร์ต และแฟชั่น ที่คิดว่าตัวเองแน่มาร่วมโชว์สกิลแข่งขันในกิจกรรมสุดมันส์กันแบบสด ๆ เพื่อค้นหาเจ้าแห่งความขบถในทุก DNA ชิงรางวัลมูลค่ารวมกว่า 100,000 บาท ปิดท้ายด้วย
โซนที่ 4 Rebel Chiefs เวทีหลักที่จะมาระเบิดความมันส์ขั้นสุดกับมินิคอนเสิร์ตของ ‘ยัวร์บอย ทีเจ’ ตัวพ่อสายขบถที่เตรียมมาจัดเต็ม สร้างความสนุกแบบไร้ขีดจำกัด พร้อมเปิดตัวนาฬิกา รุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น G-SHOCK X Urboy TJ ฉลองครบรอบ 35 ปี ที่ให้สาวก จี-ช็อค และ ยัวร์บอย ทีเจ ได้สัมผัสเป็นครั้งแรก

พร้อมกันนี้ภายในงาน มิ้นต์-ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง ยังได้มาร่วมชม Exhibition นาฬิกา Limited 35 ปี และ ชิน-ชินวุฒ อินทรคูสิน มาร่วมกิจกรรม Dance Battle สุดมันส์ภายในงาน นอกจากนั้นเหล่าศิลปินดาราและคนดังสาวกจี-ช็อคยังยกพลมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง อาทิ กงพัฒน์ ศักดาพิทักษ์, มารุวุตม์ บูรณศิลปิน, ป๋อมแป๋ม นิธิ ชัยชิตาทร, เชน ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์, ธาราเขต เพ็ชร์สุกใส, วง Mild, อุ๊บอิ๊บ ปิยะวิภา อินทรทัต

อีกหนึ่งไฮไลท์ของงานคือช่วงเวลาที่ คุณคิคุโอะ อิเบะ Father of G-SHOCK ผู้คิดค้นนาฬิกา จี-ช็อค จะมาพิสูจน์ความทนทานของนาฬิกา จี-ช็อค ด้วยการโยนนาฬิกาจากซิปไลน์ครั้งแรกกลางป่าคอนกรีตความสูงกว่าสิบเมตร พร้อมโปรยบัตรรางวัลนาฬิกาจี-ช็อคแจกให้กับ สาวก จี-ช็อคที่มาในงาน

สำหรับ นาฬิการุ่น G-SHOCK x UrboyTJ ลิมิเต็ด อิดิชั่น ราคา 6,900 บาท วางจำหน่าย ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ร้าน G-Shock Casio Watch Station และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/InStoresNow-GSHOCKxUrboyTJ
#GSHOCK35TH #NEVERGIVEUP #GSHOCKxURBOYTJ
‘ธูเล่’ ขนสินค้าจัดโปรลดราคาสูงสุดถึง 50% เอาใจลูกค้าสายลุยในงาน ‘มอเตอร์ เอ็กซ์โป’ ครั้งที่ 35
หลังโกยยอดขายถล่มทลายในงาน อินเตอร์เนชั่นแนล แบงค็อก ไบค์ ครั้งที่ 12 ที่เพิ่งปิดฉากลงไป งานนี้ “ธูเล่” นำโดยคุณเกรียงศักดิ์ ดำรงสกุล ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ธูเล่ อัดโปรโมชั่นต่อเนื่องเอาใจสายลุยในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ครั้งที่ 35
เป้และกระเป๋าเดินทางทุกรุ่นลดสูงสุดถึง 50% รวมถึงชุดอุปกรณ์บรรทุกสัมภาระและบรรทุกจักรยานราคาพิเศษ เอาใจกลุ่มลูกค้าแบบจัดหนักจัดเต็ม
พบกันที่บู๊ธธูเล่ (H11) ในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ครั้งที่ 35 ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย. – 10 ธ.ค. 2561 เวลา 11.00 – 21.00 น. ณ อาคารอิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 เมืองทองธานี

ปลุกตำนานสุดยอดรองเท้าวิ่งอัลตร้าบูสท์ เอามาจำหน่ายอีกครั้งจำนวนจำกัด!
รองเท้าวิ่งอัลตร้าบูสท์ สีดำ-ม่วงเข้ม ได้ถูกนำกลับมาจำหน่ายอีกครั้ง โดยยังคงไว้ซึ่งสีสันและรูปแบบเดิมกับที่เคยออกมาพลิกโฉมวงการวิ่งไปเมื่อ 3 ปีก่อน มีพื้นบูสท์ (BOOST) ที่ถือเป็นนวัตกรรมรองเท้าวิ่งที่ดีที่สุด มาพร้อมกับคุณสมบัติอันโดดเด่นในการคืนพลังงาน การรองรับแรงกระแทกที่เหนือกว่า และการปรับเปลี่ยนรูปทรงตามลักษณะของการเคลื่อนไหว
ขณะที่ชิ้นส่วนหุ้มส้นเท้าก็ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยให้เอ็นร้อยหวายสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ประกอบกับวัสดุไพรม์นิต (Primeknit) ที่นำมาถักทอขึ้นรูปเป็นตัวรองเท้าอย่างพิถีพิถัน จนได้รูปลักษณ์อันสวยหรูแบบเรียบง่าย แถมยังมีความยืดหยุ่นสูงและคุณสมบัติการระบายอากาศได้ดี ซึ่งจะช่วยให้การวิ่งของผู้สวมใส่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
รองเท้าวิ่งอัลตร้าบูสท์สีแรกกลับมาวางจำหน่ายอีกครั้งในราคา 6,500 บาท ที่ร้านอาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์, อาดิดาส สปอร์ต เพอร์ฟอร์แมนซ์ ทุกสาขา และ อาดิดาส ออนไลน์ สโตร์ www.adidas.co.th
เผยคอลเล็กชั่นปี 2019 จาก ‘Targus’ ผู้นำด้านแอคเซสซอรีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เคลื่อนที่จากอเมริกา
ทาร์กัส (Targus) ผู้นำด้านแอคเซสซอรีสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เคลื่อนที่ฉลองครบรอบ 35 ปีแห่งการนำเสนอนวัตกรรม บุกเบิกโซลูชั่นเพื่อผู้คน ที่แม้รูปแบบชีวิตการทำงานเปลี่ยนไป ก็แสดงความสามารถออกมาได้อย่างเต็มที่ในทุกที่ทุกเวลา พร้อมออกคอลเล็กชั่นใหม่สำหรับปี 2019
ทาร์กัสเริ่มต้นในไทยเมื่อพ.ศ. 2545 ที่ปรับจากกิจการรับผลิต (OEM) เป็นผู้ผลิตกระเป๋าคอมพิวเตอร์และแล็ปท็อป รวมทั้งเป้แบ็กแพ็ก ที่กลายเป็นธุรกิจหลักของบริษัทในไทย โดยร้อยละ 60 ของธุรกิจทาร์กัสมาจากกระเป๋า ร้อยละ 40 ที่เหลือเน้นไปที่ธุรกิจโซลูชั่นเทคโนโลยีต่างๆ ทาร์กัสมีผู้จัดจำหน่ายสำคัญ 2 รายในตลาดไทย ได้แก่ บริษัท SIS Distribution และบริษัท Ingram Micro และตัวแทนจำหน่ายหลักคือร้าน IT CITY superstore ที่มีสาขา
กว่า 70 แห่งทั่วประเทศ
ส่วนหนึ่งในคอลเล็กชั่นปี 2019 ของทาร์กัสที่ได้รับความสนใจท่วมท้น ได้แก่ รุ่น Groove X generation 2 – Max and Compact, CityLite Pro, Newport generation 2 – convertible และ Work and Play และยังมี New iPad case ซึ่งเป็นหนึ่งในไอเท็มยอดฮิตหลังจากเปิดตัวไปได้ไม่นาน
นอกจากนี้ ยังมี Targus USB-C™ Universal Quad Video HD Docking Station (DOCK520USZ) ที่เพิ่งคว้ารางวัลนวัตกรรม CES® 2019 Innovation Awards Honoree พร้อมกันนี้ยังได้เปิดตัว Targus DOCK190 ซึ่งเป็น Universal Docking Station (UDS) รองรับ USB Type-C 3.1 Gen 1 (USB Super Speed) อีกด้วย
กลยุทธ์ส่วนหนึ่งของทาร์กัสในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก คือ การเจาะตลาดบริษัทและองค์กรขนาดใหญ่ ด้วยโซลูชั่นด็อกกิ้งแบบต่างๆ ที่จะออกมาต่อเนื่องทุกปี พร้อมรั้งตำแหน่งผู้นำโซลูชั่นที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ประจำวัน ด้วยผลิตภัณฑ์หลัก คือ คอลเล็กชั่นกระเป๋าพรีเมียมที่ตอบโจทย์การใช้งาน และโซลูชั่นเทคโนโลยีที่ทรงคุณภาพ ขณะเดียวกัน ทาร์กัสยังให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนา เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีอย่างไม่หยุดยั้ง พร้อมทั้งจับมือกับพันธมิตรเพื่อขยายการจัดจำหน่ายในไทยให้กว้างขวาง
การเป็นทั้งผู้บุกเบิกและครองความเป็นผู้นำต่อเนื่องในตลาดผลิตภัณฑ์โมบายล์ แอคเซสเซอรี ทำให้ทาร์กัสมีความพร้อมในการนำอุตสาหกรรมและพัฒนาโซลูชั่นที่ทันสมัย ถึงพร้อมด้วยคุณภาพ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้กับมืออาชีพผู้ไม่หยุดนิ่ง ด้วยผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้งเคสใส่อุปกรณ์ แอคเซสซอรีและอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ อย่างครบวงจร ซึ่งทาร์กัส มีความโดดเด่นต่างจากคู่แข่งด้วยผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานระดับพรีเมียม เปี่ยมด้วยคุณภาพสูง และได้สิทธิบัตรคุ้มครอง แบรนด์อื่นไม่สามารถลอกเลียนได้
