รอยัล เอนฟิลด์ คอนเซ็ปต์ เคเอ็กซ์ จากจินตนาการสู่คันจริงในเวลาเพียง 6 เดือน…โว้! ทำได้ไง

ทีมนักออกแบบอินดัสเตรียล ดีไซน์ของรอยัล เอนฟิลด์ในอินเดียและสหราชอาณาจักรได้ร่วมกันพิสูจน์ความสามารถอันยอดเยี่ยมผ่านการนำเสนอรอยัล เอนฟิลด์ คอนเซ็ปต์ เคเอ็กซ์ (Concept KX) รถมอเตอร์ไซค์วี-ทวินรุ่นพิเศษ ที่โชว์ตัวให้สิงห์นักบิดได้ยลโฉมครั้งแรกในโลกที่งาน EICMA 2018 งานแสดงยนตรกรรมด้านมอเตอร์ไซค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ กรุงมิลาน ประเทศอิตาลี

ทีมงานของรอยัล เอนฟิลด์ใช้เวลาเพียง 6 เดือนระหว่างช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา ในการพัฒนาคอนเซ็ปต์ เคเอ็กซ์ โดยเรียกได้ว่าเริ่มต้นขึ้นจากศูนย์ ซึ่งคอนเซ็ปต์ไบค์คันนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถจักรยานยนต์โมเดล เคเอ็กซ์ รุ่นดั้งเดิมของรอยัล เอนฟิลด์ที่ผลิตขึ้นในช่วงปลายคริสต์ทศวรรษ 1930
เคเอ็กซ์ รุ่นดั้งเดิมโดดเด่นด้วยเครื่องยนต์ไซด์วาล์วขนาด 1,140 ซีซี โดยรถเตอร์ไซค์รุ่นนี้ได้รับการขนานนามในงานโฆษณายุคนั้นว่าเป็น “คำตอบสุดท้ายของการขับขี่อย่างหรูหรา”

รถมอเตอร์ไซค์ เคเอ็กซ์ รุ่นออริจินอล นับได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของรถมอเตอร์ไซค์ที่สะท้อนความนิยมของรถมอเตอร์ไซค์สไตล์ ‘Retro-modern’ อย่างแท้จริง โดยรถรุ่นนี้มีด้วยการผสมผสานตัวถังทรงเตี้ย (Low-slung) ระบบกันสะเทือนแบบสปริงยุคแรก (Girder-fork) และการวางล้อแบบล้ออยู่ใต้ซุ้มเข้าด้วยกัน พร้อมมีการออกแบบที่ปราณีตสวยงาม รวมถึงการเลือกใช้วัสดุที่ให้ความรู้สึกหรูหราอย่างทองแดง และหนัง สำหรับโครงการคอนเซ็ปต์ เคเอ็กซ์ ใหม่นี้ ทีมงานทั้งในอินเดีย และที่ศูนย์เทคนิครอยัล เอนฟิลด์ในสหราชอาณาจักร เริ่มต้นทำงานร่วมกันตั้งแต่เดือนเมษายน

คอนเซ็ปต์ เคเอ็กซ์ เริ่มจากการออกแบบเครื่องยนต์วี-ทวินขึ้นมาก่อน เพื่อให้เป็นพื้นฐานสำหรับการพัฒนารถมอเตอร์ไซค์คันนี้ โดยหลักจากการศึกษาค้นคว้า ทีมงานได้คัดสรรให้เหลือรูปแบบรถมอเตอร์ไซค์เพียง 2 รูปแบบ ที่จะนำทั้ง 2 รูปแบบมาขึ้นโมเดลจากดินเหนียวขนาดเท่าคันจริง คันแรกมีรูปลักษณ์สไตล์ ‘นีโอคลาสสิก’ ส่วนอีกคันมีดีไซน์ที่ล้ำสมัย

ซึ่งรถต้นแบบที่เสร็จสมบูรณ์ในงานอิคม่า2018 เป็นผลลัพธ์จากการผสมผสานการออกแบบอย่างเหนือชั้นของรถทั้ง 2 คันเข้าด้วยดัน ที่โดดเด่นด้วยฟีเจอร์ต่างๆ อย่างระบบกันสะเทือนแบบสปริงยุคแรกซึ่งถูกประยุกต์ใหม่ให้เป็นแบบขาตะเกียบเทคโนโลยีขั้นสูง กรอบไฟหน้าแบบยุคก่อนสงครามสุดคลาสสิกซึ่งได้รับการปรับปรุงใหม่ให้มีความทันสมัย รวมถึงช่วงล่างหลังแบบฮาร์ดเทลที่มีเอกลักษณ์และสวิงอาร์มแขนเดียว   

ไฟหน้าและไฟท้ายของรถคันนี้ยังส่องสว่างเป็นรูปตัวอักษร ‘E’ สไตล์เรดดิทช์เก่าแก่แบบโลโก้ของรอยัล เอนฟิลด์ (Royal Enfield) โดยตัวถังของรถถอดแบบมาจากตัวถังรถที่มีพื้นที่ว่างที่เรียกว่า Negative Space ซึ่งมักพบเห็นได้ในรถมอเตอร์ไซค์ยุคก่อนสงครามที่ไม่ต้องติดตั้งแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ หรือชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

นอกจากนี้ ตัวเฟรมและกล่องกรองอากาศยังถูกออกแบบให้เป็นหนึ่งเดียวกับโครงสร้างตัวรถ โดยมีส่วนเบาะนั่งแบบสปริงลอยตัว ยิ่งไปกว่านั้นชิ้นส่วนอย่างล้อ และฝาเครื่องยนต์ ได้รับการพ่นสีโทนสีเขียวสลับดำแบบคลาสสิก พร้อมตกแต่งเพิ่มเติมด้วยการพ่นลายสีทองแดง โดยพ่นสีดำบนเครื่องยนต์และชุดท่อไอเสีย ส่วนเบาะหนังเลือกใช้เบาะนั่งสีน้ำตาลวอลนัทกับเข้ากับแฮนด์จับสีเดียวกัน รอยัล เอนฟิลด์ ‘คอนเซ็ปต์ เคเอ็กซ์’ จะถูกจัดแสดงในฐานะรถต้นแบบเท่านั้น โดยจะถูกจัดแสดงอยู่หน้าสุดของบูธรอยัล เอนฟิลด์ ที่งานอิคม่า 2018 และเป็นที่น่าเสียดายเพราะปัจจุบันยังไม่มีแผนการผลิตเพื่อออกจำหน่าย…แต่ใครจะไปรู้ถ้าเสียงตอบรับดีก้ไม่แน่!


ฮอนด้า มอบรถยนต์ 6 รุ่น 6 คัน ให้แก่ผู้โชคดี จากการจับรางวัลครั้งที่ 1 เดือนกันยายน 2561 ในแคมเปญ ‘ออกรถวันนี้…ลุ้นฟรีอีกคัน’

นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด มอบรถยนต์ฮอนด้าจำนวน 6 คัน ให้แก่ผู้โชคดีจากการจับรางวัลครั้งที่ 1 ประจำเดือนกันยายน ในแคมเปญ ‘ออกรถวันนี้…ลุ้นฟรีอีกคัน’ แคมเปญใหญ่แห่งปี เพื่อแทนคำขอบคุณ ในความไว้วางใจของลูกค้า

โดยแคมเปญนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 กันยายน – 31 ธันวาคม 2561 เมื่อลูกค้าซื้อรถยนต์ฮอนด้ารุ่นใดก็ได้ จะได้รับสิทธิ์ลุ้นรางวัลรถยนต์ฮอนด้าเพิ่มอีกหนึ่งคัน โดยมีการจับรางวัลเพื่อแจกรถยนต์ฮอนด้าเดือนละ 6 คัน 6 รุ่น นาน 4 เดือน 24 คัน มูลค่ากว่า 29 ล้านบาท

ขอร่วมแสดงความยินดีกับผู้โชคดีทั้ง 6 ท่านด้วยนะครับ…ไม่รู้ทำบุญกันมาด้วยอะไรถึงได้โชคดีขนาดนี้

คุณภิตินันท์ ศารทะประภา จาก จ.กรุงเทพฯ ลูกค้าผู้โชคดีที่ได้รับ ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด รุ่น HYBRID TECH สีดำคริสตัล (มุก) 1 รางวัล มูลค่า 1,857,000 บาทคุณวาโย แก้วโย จาก จ.กรุงเทพฯ ลูกค้าผู้โชคดีที่ได้รับ ฮอนด้า ซีอาร์-วี รุ่น DT-EL 4WD สีดำคริสตัล (มุก) 1 รางวัล มูลค่า 1,707,000 บาทคุณจิราพร รัตนภักดี จาก จ.ชุมพร ลูกค้าผู้โชคดีที่ได้รับ ฮอนด้า ซีวิค รุ่น TURBO RS สีแดงแรลลี่ 1 รางวัล มูลค่า 1,199,000 บาทคุณอารยา เสนเกื้อ (ซ้ายสุด) จาก จ.สงขลา ลูกค้าผู้โชคดีที่ได้รับ ฮอนด้า เอชอาร์-วี รุ่น RS สีแดงแพสชั่น (มุก) มูลค่า 1,125,000 บาทคุณวรรณศิริ ยอดเพ็ชร จาก จ.ชลบุรี ลูกค้าผู้โชคดีที่ได้รับ ฮอนด้า แจ๊ซ รุ่น RS+ สีส้มฟีนิกซ์ (มุก) มูลค่า 760,000 บาทคุณไชยยา ดรุณพันธ์ จาก จ.สมุทรปราการ ลูกค้าผู้โชคดีที่ได้รับ ฮอนด้า ซิตี้ รุ่น SV+ CVT สีน้ำเงินคอสมิก (เมทัลลิก) มูลค่า 751,000 บาท


Porsche 911 GT2 RS MR ทุบสถิติความเร็วต่อรอบใหม่บนสนาม The ‘Ring’

ปอร์เช่ทุบสถิติความเร็วต่อรอบใหม่บนสนาม Nürburgring-Nordschleife จากการร่วมมือกับทีมแข่ง Manthey-
Racing รถสปอร์ต Porsche GT2 RS MR พละกำลัง 700 แรงม้าวิ่งครบรอบสนามความยาวกว่า 20.6 กิโลเมตร ภายในระยะเวลาเพียง 6:40.3 นาทีเท่านั้น ทั้งนี้ตัวเลขสถิติความเร็วดังกล่าวเป็นเวลาที่เร็วที่สุดบนสนามระดับตำนาน ที่ถูกขนานนามว่า ‘The Green Hell’ สำหรับการวิ่งทดสอบโดยรถยนต์ที่ผลิตขึ้นเพื่อ วัตถุประสงค์ในการใช้งานบนถนน สาธารณะ

Lars Kern คือนักขับฝีมือฉกาจผู้รับหน้าที่ประจำตำแหน่งหลังพวงมาลัยของรถสปอร์ตสมรรถนะชั้นเลิศ ที่ได้รับการปรับแต่งเป็นพิเศษเพื่อการพิชิตชัยชนะเหนือ ‘Nordschleife’ โดยทีมวิศวกรของโรงงานปอร์เช่และผู้ชำนาญ การพิเศษจากทีมแข่ง Manthey-Racing นักขับทดสอบของปอร์เช่ผู้นี้ เคยจารึกสถิติความเร็วต่อรอบของตนเองบน สนามแห่งนี้เอาไว้ เมื่อเดือนกันยายน ปี 2017 ด้วยรถสปอร์ตที่อยู่ในตระกูลเดียวกันอย่าง Porsche 911 GT2 RS

https://www.youtube.com/watch?v=2ror87RYTqE

Porsche 911 GT2 RS ได้รับการติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มสมรรถนะชุดใหม่ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากทีมแข่ง Manthey-Racing รวมทั้งรับหน้าที่ในการปรับแต่งรถทั้งคันอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้เหมาะสมที่สุดสำหรับการวิ่ง ทำความเร็วบนสนาม Nürburgring-Norschleife เป็นการเฉพาะกิจ

Porsche GT2 RS เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2017 ในฐานะของรถสปอร์ต 911 ที่ทรงพลังและวิ่งได้เร็วที่สุดนับตั้งแต่มีการผลิตรถยนต์รุ่นนี้ขึ้นมา ไม่กี่เดือนก่อนหน้านั้น วิศวกรของปอร์เช่ได้อาศัยองค์ ความรู้จากการพัฒนารถแข่ง 911 RSR และ Porsche GT3 R รวมทั้ง ประสบการณ์จากทีมแข่ง Manthey-Racing ที่สั่งสมมาจากความสำเร็จมากมายในการแข่งขันความเร็วบนสนาม Nürburgring-Nordschleife โดยมีเป้าหมายหลักในการปรับแต่งเพิ่มสมรรถนะ ครอบคลุมไปถึงการเสริมประสิทธิภาพ ให้แก่ระบบช่วงล่าง และระบบอากาศพลศาสตร์ นอกจากนี้ทีมงานช่างเทคนิคยังมุ่งเน้นความสนใจไปที่ความสามารถ ในการขับขี่บนท้องถนนสาธารณะได้อย่างเหมาะสมตลอดเวลาอีกด้วย

https://www.youtube.com/watch?v=XWpTjUk0nb4

“มันขับได้สนุกจนเกินบรรยาย” Lars Kern วิศวกรวัย 31 ปีผู้ร่วมพัฒนา กล่าวแสดงความคิดเห็น เขารู้จักคุ้นเคยกับสนาม หรือ the ‘Ring’ แห่งนี้เป็นอย่างดี จากการวิ่งทดสอบและสร้างสถิติจำนวนนับครั้งไม่ถ้วนผ่านการแข่งขันรายการ VLN “รถคันนี้มีความสมดุลย์ในตัวเองที่ดีเยี่ยมมาก หลังจากติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มสมรรถนะชุดใหม่เข้าไป


ผมไม่รู้สึกว่าต้องแบกรับ ความเสี่ยงอันตรายใดๆ ทั้งสิ้นสำหรับการวิ่งให้เร็วที่สุด สิ่งเดียวที่ผมจะต้องพยายามคือการบรรลุภารกิจครั้งนี้ให้ได้ ก่อนที่ฟ้าจะมืดลง และงานนี้ก็สำเร็จได้ด้วยการวิ่งทดสอบในครั้งแรกเท่านั้น” Nicolas Raeder CEO ของทีมแข่ง Manthey-Racing กล่าวเสริมว่า: “เราทุกคนมีความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ของงานนี้คือการทำให้รถ สปอร์ตที่ขับขี่ได้รวดเร็วเป็นทุนเดิมอย่าง Porsche 911 GT2 RS นั้นวิ่งได้เร็วยิ่งขึ้นไปอีก”

ภายใต้สภาพอากาศของฤดูใบไม้ร่วงที่เริ่มจะแห้งแล้ง Lars Kern สามารถระเบิดฟอร์มอันยอดเยี่ยมของเขาออกมาได้ ด้วยการขับขี่รถสปอร์ต Porsche 911 GT2 RS MR สร้างสถิติความเร็วต่อรอบ ของตนเองขึ้นได้สำเร็จ ท่ามกลางสายตาของบรรดาผู้สังเกตการณ์จำนวนมาก ในส่วนของน้ำมันเชื้อเพลิง ปอร์เช่ให้ความไว้ วางใจเลือกใช้น้ำมันเชื้อเพลิงจาก Esso ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธมิตรผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการด้านมอเตอร์สปอร์ต

เบาะนั่งตำแหน่งผู้ขับขี่คืออุปกรณ์เพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับการปรับแต่งเพิ่มเติมในรถเวอร์ชั่น GT2 RS MR เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นปกติ โดยเบาะนั่งดังกล่าวสามารถสั่งติดตั้งได้จากทีมแข่ง Manthey-Racing สำหรับการใช้ งานเพื่อลงแข่งขันในรายการ club sport และกิจกรรม track day ทั้งนี้เบาะนั่งแบบ racing bucket seat ได้รับการติดตั้งในรถที่ขับขี่เพื่อทำลายสถิติ มีวัตถุประสงค์เพื่อความปลอดภัยเท่านั้น การปรับแต่งนี้ไม่มีผลในแง่ของ การลดน้ำหนักตัวรถใดๆ ทั้งสิ้น


ร่วมผจญภัยข้ามทวีปไปกับ ‘นิสสัน ลีฟ’ รถยนต์ไฟฟ้า 100% บนระยะทางกว่า 16,000 กม.

นักสำรวจขั้วโลก มาเร็ค คามินสกี เดินทางด้วยระยะทางกว่า 16,000 กิโลเมตร จากจุดเริ่มต้นที่ตั้งชื่อว่า #NoTraceExpedition ในโปแลนด์เมื่อสามเดือนก่อนเพื่อออกเดินทางมาถึงประเทศญี่ปุ่นด้วยนิสสัน ลีฟ รถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในยุโรป

การเดินทางที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของ คามินสกี เริ่มจากเมืองซาโคปาเน (Zakopane) ประเทศโปแลนด์ผ่าน 8 ประเทศในสองทวีปด้วยสภาพเส้นทางที่หลายรูปแบบของ ประเทศลิธัวเนีย เบลารุส รัสเซีย มองโกเลีย จีนและเกาหลีใต้ โดยมีจุดหมายคือกรุงโตเกียว

เสน่ห์ของ การไม่ทิ้งร่องรอยไว้ หรือ “No trace Left Behind” ของการผจญภัยในกิจกรรม #NoTraceExpedition การเดินทางโดยไม่สร้างมลภาวะใดๆ เลย เป็นตัวอย่างให้นักสำรวจที่ไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลกโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

คามินสกี คือมนุษย์คนแรกที่เดินทางไปจากขั้วโลกเหนือสู่ขั้วโลกใต้ภายใน1 ปี การผจญภัยที่น่าประทับใจของคามินสกี คือการเดินทางด้วยรถยนต์ไฟฟ้าผ่านสภาพเส้นทางทุระกันดารในมองโกเลียตลอดจนถึงการที่ต้องชาร์จไฟด้วยวิธีสร้างสรรค์ในรัชเซีย

หลักจากสำเร็จภาระกิจกับระยะทาง 16,000 กิโลเมตรแรกแล้ว คามินสกีได้เริ่มออกเดินทางกลับจากประเทศญี่ปุ่นสู่ประเทศโปแลนด์ด้วยรถยนต์คันเดิม

“สำหรับผมแล้ว การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่แค่ไปถึงจุดหมายปลายทางเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงที่เรียบง่ายแต่ยั่งยืน” คามินสกีกล่าว “ไม่ว่าจะเป็นในป่าของประเทศรัสเซีย หรือถนนที่ทุรกันดารของประเทศมองโกเลีย หรือ ในถนนที่พลุกพล่านของกรุงโตเกียว นิสสัน ลีฟ เป็นคู่หูของการเดินทางที่ไว้ใจได้ตลอด

ด้วยคุณสมบัติต่างๆของรถ อย่างเทคโนโลยี ProPILOT ที่มีความสามารถในการขับขี่ในสภาวะต่างๆได้เป็นอย่างดี แม้จะอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ที่มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานน้อย เราสามาถชาร์จลีฟของเราได้ตลอดการเดินทาง และลีฟ ทำให้เราเดินทางอย่างไร้มลพิษตลอดเส้นทาง และผมหวังว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นขั้นต่อไปของการผจญภัยที่อย่างยั่งยืน”


24KILATES X MITA SNEAKERS X MIGHTY CROWN X DIADORA N9002 “RESPECT OVER HATE”

With one foot in Europe and the other one in Asia, 24KILATES links up the Italian premium manufacturer Diadora with it’s close japanese friends; the internationally known Tokyo store MITA and the magnificent musical collective Mighty Crown, celebrating Diadora’s 70th anniversary.

ก้าวจากยุโรปมาสร้างมิตรภาพในเอเชีย การร่วมงานครั้งสำคัญที่ 24 Kilates (ทเวนตี้โฟร์ กิลาเต้ส) และ Diadora (เดียดอร่า) แบรนด์กีฬาสุดหรูจากประเทศอิตาลีชวนสองสหายจากประเทศญี่ปุ่น “mita sneakers” (มิตะ สนีกเกอร์) ร้านสนีกเกอร์ชื่อดัง และ “Mighty Crown” (ไมท์ตี้ คราวน์) เจ้าพ่อวงการ Hip-Hop/Dancehall ของญี่ปุ่นมาร่วมสร้างสรรค์สนีกเกอร์สุดพิเศษฉลองครบรอบ 70 ปีของ Diadora ภายใต้แนวคิดรักสงบ “RESPECT OVER HATE” (เรสเปคท์ โอเวอร์ เฮท) แสดงถึงการเคารพซึ่งกันและกันด้วยสัญลักษณ์ “จับมือ” อันสื่อถึงการร่วมงานอันแน่นแฟ้น

   การร่วมงานครั้งนี้มาในสนีกเกอร์รุ่นคลาสสิก “Diadora N9002” (เดียดอร่า เอ็น ไนน์เทาซันด์ทูผสมผสานด้วยสีเขียวทหาร (Army Green) ในหลากหลายเฉด บนหลากหลายสัมผัสของวัสดุระดับพรีเมียมไม่ว่าจะเป็นหนังกลับผิวละเอียด, หนังกลับแบบพอร์ฟอเรท, หนังกลับผิวหยาบ, หนังจิงโจ้ และวัสดุผ้าอาคันทาร่า สะดุดตาด้วยหนังกลับสีแดงและวัสดุสะท้อนแสงบนปลายเท้า ใส่สีส้ม pale orange ลงบนโลโก้ Diadora และพื้นนอกของรองเท้า

    ตกแต่งรายละเอียดด้วยการปักอักษรภาษาญี่ปุ่นสีทองบนลิ้นรองเท้า และการปักโลโก้ของผู้ร่วมออกแบบทั้ง 3 บนส้นเท้าด้านหลัง เชือกรองเท้าสวมด้วยมงกุฎโลหะสีทองจาก Mighty Crown และพิมพ์ตัวอักษรภาษาญี่ปุ่นลงที่ปลายเชือก ซึ่งทั้งหมดมาในกระบวนการผลิตอย่างประณีตในประเทศอิตาลี (Made In Italy) และนอกจากรองเท้าแล้วการร่วมงานครั้งนี้ยังมาพร้อมเสื้อยืด, เสื้อ Track Jacket และกางเกง Track Pants ที่ออกแบบในสไตล์เดียวกันออกมาวางจำหน่ายอีกด้วย

     ทั้งหมดจะผลิตออกมาในจำนวนจำกัดมากๆ ออกวางจำหน่ายเฉพาะที่ 24 Kilates บาเซโลน่าร์ และ 24 Kilates กรุงเทพฯ , mita sneakers และที่ออนไลน์สโตว์ของ Mighty Crown เท่านั้น โดยจะเปิดตัวด้วยความสนุกจากปาร์ตี้ข้ามชาติของ Mighty Crown ที่จัดร่วมกันโดย mita sneakers และ 24 Kilates ที่กรุงโตเกียวในวันที่ 14 พฤศจิกายน จากนั้นจะยกพลบินมาปาร์ตี้กันต่อที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 16 พฤศจิกายน ณ ร้าน PENNA เอกมัย

   mita sneakers x Mighty Crown x 24 Kilates x Diadora N9002 “RESPECT OVER HATE” จะออกวางจำหน่ายในประเทศไทยในพร้อมการ soft opening ของร้าน 24 Kilates BKK สาขาเซ็นทรัลเวิร์ล ในวันที่ 17 พฤศจิกายนนี้

http://www.24-kts-bkk.com/


สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุด Mi 8 Lite และ Mi 8 Pro จัดเต็มทุกฟีเจอร์ต้อนรับเทศกาลปีใหม่จาก ‘เสียวหมี่’

ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก เสียวหมี่ (Xiaomi) เปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุด Mi 8 Lite และ and Mi 8 Pro สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดในตระกูล Mi 8 ที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจาก Claude Monet จิตรกรอิมเพรสชั่นนิสต์ชื่อดังชาวฝรั่งเศสที่มีผลงานโดดเด่นในด้านการเล่นแสงจากสีธรรมชาติ ตัวเครื่อง Mi 8 Lite จึงเป็นกระจกโค้งที่สะท้อนแสงไล่ระดับสีสวยงาม

กล้องหน้า 24MP สำหรับถ่ายภาพเซลฟี่ ทำงานคู่กับเซ็นเซอร์หลักของ Sony IMX576 ทำให้สามารถจับภาพได้แม่นยำกว่าที่เคยแม้ในสภาพแสงน้อย ระบบเซนเซอร์ใช้เทคโนโลยีซุปเปอร์พิกเซลเพื่อรวมข้อมูลจากสี่พิกเซลให้เป็นพิกเซลเดียวช่วยเพิ่มความคมชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในที่ร่ม

คุณสมบัติกล้องคู่หลังของ Mi 8 Lite ที่มาพร้อมเซ็นเซอร์หลัก Sony รุ่น IMX363 ใช้พิกเซลขนาดใหญ่ 1.4μm เพื่อการถ่ายภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงในสภาวะแสงน้อย พร้อมกับเทคโนโลยี Dual Pixel Autofocus เพื่อการโฟกัสภาพที่เร็วมากขึ้น ทำให้คุณไม่พลาดช็อตสำคัญ


ระบบกล้องประสิทธิภาพสูงทำงานคู่กับฟีเจอร์ AI ของ Xiaomi รวมถึงโหมดถ่ายภาพ ที่มาพร้อมกับออฟชั่นใหม่ที่สามารถรีทัชภาพเมคอัพสไตล์นู้ด นอกจากนี้ Mi 8 Lite ยังมีฟีเจอร์ช่วยปรับแสงที่แตกต่างกันในแต่ละสถานการณ์ให้มีความเป็นธรรมชาติ โดยจะทำการปรับสีบนใบหน้าให้เหมาะสมกับสีของอุณหภูมิในขณะนั้นเพื่อการเซลฟี่ที่สมบูรณ์แบบที่สุด

Mi 8 Lite ใช้ชิปประมวลผล Qualcomm® SnapdragonTM 660 SoC (AIE) และ Qualcomm® Artificial Intelligence Engine (AIE) ทรงพลัง และ Mi 8 Lite ยังโดดเด่นในระบบเสียง จากการพัฒนาระบบอัลกอริทึ่ม DSP (digital signal processing) อย่างเต็มรูปแบบ


Mi 8 Pro ก้าวไปอีกขั้นด้วยเซนเซอร์ลายนิ้วมือตอบสนองฉับไว เพียงแตะบนหน้าจอ (pressure-sensitive in-display fingerprint sensor) ซึ่งต่างจากหน้าจอที่มีเทคโนโลยีอ่านลายนิ้วมือแบบอื่นๆ ที่ชะลอการทำงานของหน้าจอเอาไว้เพื่อดูว่ามีนิ้วกดอยู่หรือไม่ แต่เซนเซอร์ตรวจจับแรงกดจะทำการปลดล็อคหน้าจอทันทีที่มีนิ้วมาสัมผัสหน้าจอ

Mi 8 Lite มีจำหน่าย 2 สี ประกอบด้วยสี Aurora Blue และ สี Midnight Black ความจุ 6GB+128GB เริ่มจำหน่ายในประเทศไทยวันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 พิเศษบนแพลทฟอร์มร้านค้าออนไลน์ JD Central ราคา 9,990 บาท พร้อมของสมนาคุณสายรัดข้อมือ Mi Band 3 และ ลำโพงบลูทูธ Mi Mini Bluetooth Speaker รวมมูลค่ากว่า 1,600 บาท

Mi 8 Pro มาในสี Transparent Titanium ความจุ 8GB+128GB เริ่มจำหน่ายในประเทศไทยวันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 พิเศษบนแพลทฟอร์มร้านค้าออนไลน์ Lazada ราคา 19,900 บาท พร้อมของสมนาคุณนาฬิกาอัจฉริยะ Amazfit Bip


มินิ ประเทศไทย ร่วมฉลองสองพี่น้องแชมป์โลกกีฬา SUP หลังร่วมสนับสนุน การฝึกซ้อมในไทย

มินิประเทศไทยจัดกิจกรรมพาย SUP (Stand Up Paddleboarding)ในแม่น้ำเจ้าพระยาพร้อมพูดคุยกับ 2 พี่น้องสัญชาติฮังกาเรียนทีม ‘SUPBROz’ หลังจากที่เคยมาเก็บตัวฝึกซ้อมอย่างเข้มข้นในประเทศไทยของสองพี่น้อง แดเนียล ฮาชุลโย และ บรูโน ฮาชุลโย ที่ได้รับการสนับสนุนการฝึกซ้อมโดย มินิ ประเทศไทย ด้วยรถยนต์มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน พร้อมแร็คหลังคา


การกลับมาของพี่น้องทีม SUPBROz ครั้งนี้เค้าไม่ได้กลับมามือเปล่าแต่ยังได้คว้าแชมป์โลก พร้อมสร้างสถิติกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ดส์ สามปีซ้อน จาก SUP 11 City Tour ในประเทศเนเธอร์แลนด์ การแข่งขันเพื่อสร้างสถิติโลก กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ดส์ ฉลองครบรอบสิบปีของการแข่งขันระดับโลก ซึ่งผู้เข้าแข่งขันต้องพายเป็นระยะทางถึง 220 กิโลเมตร ภายในเวลา 5 วัน

เพื่อร่วมฉลองการคว้าแชมป์โลกในครั้งนี้ มินิ ประเทศไทย ได้จัดกิจกรรมพิเศษโดยเชิญสองพี่น้อง
แชมป์โลกมาร่วมพูดคุยถึงความประทับใจจากการขับขี่รถยนต์มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน และเคล็ดลับของการคว้าแชมป์โลก SUP 11 City Tour กับการสร้างสถิติกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ดส์ ถึงสามปีซ้อน

หลังจากที่ได้ร่วมพูดคุยกับ 2 พี่น้องทีม SUPBROz ในบรรยากาศที่เป็นกันเองแล้ว เพื่อให้พวกเราเข้าถึงกิจกรรม SUP ทาง มินิ ประเทศไทย จึงจัดกิจกรรมสุดพิเศษ โดยการชวนพวกเราร่วมสัมผัสประสบการณ์ในการเล่น SUP (Stand Up Paddleboarding)โดยการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีม SUPBROz

แหมะ! มาขนาดนี้เราจะพลาดได้อย่างไร ผมจึงได้ส่งตัวแทนทีม Heavy69 เป็นสาวแสนสวยที่ชื่นชอบกีฬาทางน้ำเป็นทุนเดิมอยู่แล้วลงไปทดลองพาย SUP ดู ส่วนตัวผมขอยืนเป็นกำลังใจอยู่บนฝั่งแบบตัวแห้งๆ ดีกว่า…บ๊ายบายยยย ไปแล้วกลับมาให้ได้นะทุกโคนนนน

การเล่นกิจกรรมทางน้ำไม่ว่าจะเป็นกีฬาแบบไหนคำแนะนำแรกของทีม SUPBROz บอกว่าจงอย่ากลัวเปียก คือยังไงคุณต้องเปียกแล้วจะทำให้คุณสามารถเล่นกีฬาทางน้ำได้ดี พอแนะนำกันแบบนี้เพื่อนๆ หลายคนก็กลิ้งลงจากบอร์ดลงน้ำกันเลยทีเดียว

จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก เพราะการที่จะมายืนพายเรือมันไม่ใช่เรื่องที่อยู่ดีๆ จะมาทำกันได้ แต่เทคนิกที่ทีม SUPBROz แนะนำมาคือในช่วงแรกให้ลองคุกเข่าพายไปก่อนพอเริ่มชินแล้วก็ให้ค่อยๆ ยืนที่สำคัญอย่ากลัวตกน้ำเพราะยังไงซะได้ตกน้ำแน่นอน คนที่ว่ายน้ำไม่เป็นก็เล่นได้นะ เพราะมีเสื้อชูชีพให้ใส่สบายใจได้

พอยืนได้แล้วก็เริ่มพาย หลายคนเข้าใจว่าเราใช้แรงจากแขนในการพาย แต่จริงๆ แล้วเราควรใช้แขนและลำตัวในการพายคือให้ย่อตัวลงนิดหน่อย แล้วโยกตัวขึ้นลงเล็กน้อยตอนพาย นอกจากจะทำให้ทรงตัวง่ายแล้วจะทำให้เราสามารถพายไปได้แบบชิลๆ จากปากคำของผู้ร่วมกิจกรรมหลายคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ชิลตรงไหน!

การพาย SUP กับทีม SUPBROz ครั้งนี้ก็เป็นการพายออกแม่น้ำเจ้าพระยากันเลย แต่เราจะเริ่มพายทวนน้ำ สาเหตุคือถ้าใครพายต่อไปไม่ไหวจะได้ไหลตามน้ำกลับมาที่จุดเริ่มต้นได้ แต่ทุกคนก็พายบ้างตกน้ำบาง ไปกันได้ไกลจนสามารถรวมตัวถ่ายภาพหมู่เท่ๆ กลับมาฝากกันได้

สำหรับคนที่สนใจอยากลองกิจกรรม SUP กันบ้างซึ่งเค้าบอกเป็นกิจกรรมที่เล่นได้ตั้งแต่เด็ก ยันผู้ใหญ่ แม้แต่หมาก็มาร่วมสนุกกับกิจกรรมนี้ได้ก็สามารถติดต่อสอบถามเข้ามาได้ที่ เอสยูพี สเตชั่น จังหวัดปทุมธานี SUP Station Thailand ที่นี่มีทั้งอุปกรณ์ และผู้ฝึกสอนไว้คอยต้อนรับในราคาไม่แพง

ในส่วนของ มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน ด้วยรูปลักษณ์ที่แข็งแกร่งและโฉบเฉี่ยวอันเป็นเอกลักษณ์ แถมพื้นที่ภายในห้องโดยสารยังกว้างทั้ง Headroom Legroom และ Shoulder room มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมนเป็นรถยนต์ 5 ที่นั่งแบบเต็มตัว ช่องเก็บสัมภาระมีความจุมากถึง 450 ลิตร และสามารถขยายขนาดเพิ่มขึ้นเป็น 1,309 ลิตร เมื่อพับเบาะที่นั่งหลังซึ่งแยกกันแบบ 40:20:40 เพื่อความสะดวกในการใช้งาน

รวมไปถึงฝากระโปรงท้ายที่ควบคุมการเปิด และปิดอัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้า ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างคล่องตัว นอกจากนี้ ยังมา พร้อม MINI Picnic Bench บริเวณช่องเก็บสัมภาระด้านท้าย ที่สามารถกางออกเป็นที่นั่งปิกนิกสำหรับสองคนได้พอดี เหมาะสำหรับการใช้งานได้อย่างรอบด้าน


เชฟรอนประเทศไทย พลิกโฉมเว็บไซต์ Thailand.Chevron.com ทันสมัย ใช้งานง่าย รองรับทุกอุปกรณ์การใช้งาน

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ได้ปรับโฉมเว็บไซต์ใหม่ พร้อมย้ายที่อยู่ URL ใหม่เป็น https://thailand.chevron.com เพื่อปรับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้มีความทันสมัยและเข้าถึงง่ายมากขึ้น โดยออกแบบเน้นที่ความเรียบง่าย สะอาดตา ใช้งานง่าย พร้อมเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ ให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว โดยมีรายละเอียดการอัปเดตดังนี้

· แสดงข้อมูลทั้งสองภาษา โดยสามารถเลือกรับข่าวสารได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

· รองรับทุกอุปกรณ์การใช้งานและแสดงผลได้ทุกขนาดหน้าจอ สะดวกกับการใช้งานทั้งบนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ (Desktop) มือถือสมาร์ทโฟน (Smart Phone)และแท็บเล็ต (Tablet) ทั้งในระบบ Apple iOs และ Android

· เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย ด้วยฟังก์ชั่นการค้นหา (Searchที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนั้น ยังมีการจัดหมวดหมู่เนื้อหาอย่างเป็นระเบียบมากขึ้นอีกด้วย

· เพิ่มช่องทางการร่วมเป็นคู่ค้าทางธุรกิจกับเรา ด้วยระบบลงทะเบียนผ่านทางออนไลน์ให้กับผู้ที่สนใจร่วมเป็นคู่ค้าทางธุรกิจกับเรา เพื่อส่งเสริมการลงทุนและพัฒนาธุรกิจในประเทศ ทำให้เกิดเงินทุนหมุนเวียนในภาคธุรกิจและช่วยสร้างงานเป็นจำนวนมาก

· ร่วมงานกับเรา เปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไป และนิสิตนักศึกษาที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมงานกับเราผ่านทุนฝึกอบรมและโครงการต่างๆ ของเชฟรอน

· เพิ่มไอคอนเชื่อมต่อกับโซเชียลมีเดีย เพื่อติดตามข่าวสารของเชฟรอนทั่วโลก


START พฤกษาฯ เปิดตัว ‘THE RESERVE 61 HIDEAWAY’ ลักซ์ชัวร์รี่คอนโดระดับพรีเมียมย่าน’ทองหล่อ-เอกมัย’

บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จํากัด (มหาชน) จัดงาน ‘HIDEAWAY NIGHT’ เปิดตัวโครงการ ‘THE RESERVE 61 HIDEAWAY’ ลักซ์ชัวร์รี่คอนโดระดับพรีเมียม ภายใต้คอนเซ็ปต์ HIDEAWAY ที่มีแรงบันดาลใจมาจาก “START YOUR NEVER ENDING VACATION” จุดเริ่มต้นของการพักผ่อนที่ไม่มีวันสิ้นสุด ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ คนรุ่นใหม่และครอบครัว ที่รักความสงบและชื่นชอบธรรมชาติ ต้องการความเป็นส่วนตัว

สำหรับงาน ‘HIDEAWAY NIGHT’ ได้รับเกียรติจากสองผู้บริหารคนเก่ง นำโดย คุณประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต CEO พฤกษา เรียลเอสเตท – พรีเมียม และ คุณอรนุช อิติโกศิน กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจ พรีเมียมแนวสูง มาเป็นประธานภายในงาน โดยมีเซเลบริตี้ชื่อดังและลูกค้าระดับ VIP มาร่วมสัมผัสบรรยากาศสุดพิเศษ พร้อมเยี่ยมชมห้องตัวอย่างมากมาย อาทิ เป๋า วฤธ หงสนันทน์, เบอร์ดี้ – ปาวา นาคาศัย, ท็อป-ณัฐเศรษฐ์ พูนทรัพย์มณี, ดร.อั๋น ภูวนาท คุนผลิน, บูบี วารีนิธิ กันท์ไพบูลย์ เป็นต้น

นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจากดีไซเนอร์สุดฮอตระดับโลก แพร- วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา มาร่วมพูดคุยถึงไลฟ์สไตล์และแชร์ประสบการณ์ ‘การทำทุกวันให้เปรียบเสมือนวันพักผ่อน’

โดยบรรยากาศภายในงานถูกเนรมิตขึ้นอย่างหรูหรา ภายใต้คอนเซ็ปต์ Glam & Glow เปรียบเสมือนแสงของดวงดาวระยิบระยับ เปล่งประกายยามค่ำคืน คละเคล้าเสียงดนตรีสุดไพเราะกับผู้ชายสุดโรแมนติก บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ ที่นำบทเพลงเพราะๆ มาขับกล่อมแขกรับเชิญในค่ำคืนสุดพิเศษ

คุณประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต CEO พฤกษา เรียลเอสเตท – พรีเมียม กล่าวว่า “‘THE RESERVE 61 HIDEAWAY’ เป็นคอนโด ‘LOW RISE CONDOMINIUM’ ระดับลักซ์ชัวรี่ บนทำเลใจกลางไลฟ์สไตล์ ทองหล่อ-เอกมัย ในโลเคชั่นเพียงหนึ่งเดียวบนถนนสุขุมวิท พื้นที่โครงการ 3.5 ไร่ จำนวน 164 ยูนิต

‘THE RESERVE 61 HIDEAWAY’ สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ คนรุ่นใหม่และครอบครัว ที่รักความสงบและชื่นชอบธรรมชาติ ต้องการความเป็นส่วนตัว หรูหรา เงียบสงบ สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และล่าสุดการันตีความสำเร็จของโครงการ ด้วยรางวัล BEST RESIDENTIAL AWARD จาก THAILAND TATLER ในงาน TATLER BALL 2018 ให้เป็นแบรนด์ลักซ์ชัวรี่ที่มีเอกลักษณ์ ดีไซน์โดดเด่น ตอบรับไลฟสไตล์กลุ่มลูกค้าไฮเอนด์ รางวัลดังกล่าวจึงถือเป็นการตอกย้ำด้านการใส่ใจในการออกแบบที่อยู่อาศัยโครงการได้เป็นอย่างดีร้อยเอกหญิง วันทิตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ เล่าว่า “บ้านคือพื้นที่ ที่ทุกคนสามารถทำกิจกรรมและพักผ่อนร่วมกัน ดังนั้นเวลาเราจะตัดสินใจซื้อบ้านหรือคอนโด เราจะคำนึงถึงไลฟ์สไตล์ของสมาชิกทุกคนภายในบ้าน เพราะเราต้องการให้ทุกคนได้มีความสุขร่วมกัน ซึ่งบ้านของพวกเราจะต้องมีพื้นที่ขนาดใหญ่ ร่มรื่น ใกล้ชิดธรรมชาติ พื้นที่ส่วนกลางที่ทุกคนสามารถทำกิจกรรมร่วมกันได้ อาทิ การทำอาหาร ดูทีวี ออกกำลังกาย และทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน


โดยส่วนตัวแล้วแคท คิดว่า ถ้าเราสร้างความสุขภายในบ้าน สมาชิกทุกคนในครอบครัวก็จะได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น ได้พูดคุยและทำสิ่งดีๆร่วมกัน แทนที่เราจะวิ่งออกไปหาความสุขจากภายนอก เราควรสร้างความสุขจากพื้นที่ของเรา โดยมีคนที่เรารัก อยู่ในทุกช่วงเวลา เพื่อสร้างความรักความเข้าใจ เพราะแคทเชื่อว่า ถ้าบ้านอบอุ่นปลอดภัย และมีความสุข เด็กๆ มีพื้นฐานครอบครัวที่ดี เขาก็จะเป็นคนดี”คุณบุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ เล่าให้เราฟังว่า “วันพักผ่อนของผมจะชอบอยู่บ้าน เพราะบ้านผมแวดล้อมด้วยธรรมชาติ มีพื้นที่สีเขียวเยอะ มีนกเยอะ มีกระรอกวิ่งไปมา มีต้นไม้ยืนต้น พูดง่ายๆ ว่าผมชอบบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ เพราะรู้สึกว่าได้พักผ่อนจริงๆ ครับ


สำหรับคอนโด ‘THE RESERVE 61 HIDEAWAY’ นี้ เป็นคอนโดโลว์ไรส์ที่เหมาะมาก มีพื้นที่เยอะ แล้วซอยคอนโดนี้เป็นซอยตัน เหมาะกับเป็นคอนโดสำหรับการพักผ่อนที่สุด เพราะมีความเงียบสงบ แถมยังมีพื้นที่ส่วนกลางถึง 2 ไร่ด้วย คือเจ้าของโครงการเขาใจปล้ำจริงๆ นับเป็นคอนโดโลว์ไรส์ในโซนสุขุมวิทที่หายากมากในปัจจุบันนี้ครับ”


สตาร์บัคส์ ต้อนรับคริสต์มาสกับของขวัญคอลเลคชั่นสุดพิเศษ เพื่อส่งต่อความสุขให้คนที่คุณรัก

สตาร์บัคส์ คอฟฟี่ (ประเทศไทย) พร้อมต้อนรับลมหนาวกับเทศกาลเฉลิมฉลองคริสต์มาสและปีใหม่ที่จะมาถึง นำเสนอเครื่องดื่มใหม่ประจำเทศกาล สตรอเบอร์รี่ สโนวี่ ครีม แฟรบปูชิโน่ (Strawberry Snowy Cream Frappuccino® Blended Beverage ) ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความสนุกสนานของเทศกาล  กับสีแดงจากผลไม้ยอดนิยมตลอดกาลของสตรอเบอร์รี่ซอสเข้มข้น ผสมผสานกับไวท์ช็อคโกแลตมอคค่า ท็อปด้วยวิปครีมชาเขียวที่ชวนให้นึกถึงต้นคริสต์มาสสีเขียวที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม เพิ่มความกลมกล่อมในรสชาติ เช่นเดียวกับ สโนว์บอล เปปเปอร์มิ้นท์ ดาร์ค มอคค่า (Snowball Peppermint Dark Mocha) โฉมใหม่ ที่มีความเข้มข้นของดาร์คมอคค่าผสานกับน้ำเชื่อมเปปเปอร์มิ้นท์ ที่เข้ากันกับช็อตเอสเพรสโซ่เข้นข้นหอมหวาน พร้อมจาวาชิปและวิปครีม พร้อมโรยด้วยข้าวพองและแคนดี้สีสันสดใส ที่จะทำให้คุณสนุกสนานเพลิดเพลินกับรสชาติได้อย่างลงตัว และการกลับมาของ ทอฟฟี่ นัท ครั้นช์ ลาเต้ (Toffee Nut Crunch Latte)เครื่องดื่มที่ทุกคนรอคอย ด้วยช็อตเอสเพรสโซ่ผสมกับนมร้อนและน้ำเชื่อมทอฟฟี่นัทที่ให้รสชาตินุ่มนวล โรยทอฟฟี่นัทครั้นช์ชี่ ความอร่อยสุดพิเศษสำหรับผู้ชื่นชอบความหวานมันของคาราเมลและถั่วเฉพาะเทศกาลเท่านั้น … เครื่องดื่มประจำเทศกาลนี้เริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ พฤศจิกายน 2561 เป็นต้นไป ที่ร้านสตาร์บัคส์ ทุกสาขาทั่วประเทศ 

สำหรับคอกาแฟ ผู้ชื่นชอบความเป็นเอกลักษณ์ของ สตาร์บัคส์ คริสต์มาส เบลนด์ (Starbucks Christmas Blendกาแฟประจำเทศกาลคริสต์มาสของสตาร์บัคส์ซึ่งมีมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1984 เป็นการผสมผสานกันของกาแฟจากละตินอเมริกา และเอเชียแปซิฟิก Aged Sumatra (เอจ สุมาตรา) ให้รสชาติเข้มข้น เจือกลิ่นหอมของไม้ซีดาร์ และเครื่องเทศ เหมาะสำหรับดื่มคู่กับอาหารหรือขนมในช่วงเทศกาลเป็นอย่างยิ่ง และยังมีในรูปแบบสำหรับพกพาอย่าง สตาร์บัคส์ เวีย คริสต์มาส เบลนด์ (Starbucks VIA® Christmas Blend) ที่ให้คุณสามารถดื่มด่ำกับกาแฟถ้วยโปรดได้ทุกที่ทุกเวลา รวมถึง สตาร์บัคส์ ออริกามิ คริสต์มาส เบลนด์ (Starbucks OrigamiTMChristmas Blend) กาแฟชงแบบดริปที่ผสมผสานกับงานศิลปะดั้งเดิมของญี่ปุ่นอย่างออริกามิโดยไม่ต้องใช้เครื่องชง

สำหรับผู้ชื่นชอบกาแฟสุดพิเศษ สตาร์บัคส์ ขอแนะนำ สตาร์บัคส์ รีเสิร์ฟ คริสต์มาส 2018 (Starbucks ReserveTM Christmas 2018) ที่มีความพิเศษเฉพาะตัว เพราะเป็นการนำสองกาแฟที่หาได้ยาก อย่างกาแฟ Aged Sumatra (เอจ สุมาตรา) และ Hacienda Alsacia (ฮาเซียนดา อัลซาเซีย) ซึ่งเพาะปลูกในไร่กาแฟที่สตาร์บัคส์เป็นเจ้าของที่คอสตาริก้าแถบเทือกเขาซึ่งเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟโพแอส มาผสมผสานเพื่อรังสรรค์ให้ได้กาแฟที่หอมกรุ่นกลิ่นไม้ ส้มแมนดาริน เจือด้วยกลิ่นเครื่องเทศ อันเป็นเอกลักษณ์ ต้อนรับเทศกาลที่ทุกคนรอคอย  สตาร์บัคส์ รีเสิร์ฟ คริสต์มาส 2018 นี้ ได้รับการรังสรรค์ ผ่านการคั่วโดยผู้เชี่ยวชาญที่ Roastery Store ในซีแอตเติล ผ่านศาสตร์และศิลป์ในการเบลนด์กาแฟ จากแหล่งเพาะปลูกเดียว  (Single Origin) มาผสมผสานกันอย่างพิถีพิถัน ให้มีความกลมกล่อมในรสชาติเท่าๆ กัน โดยไม่มีรสชาติใดโดดออกมาเพียงรสชาติเดียว

นอกจากเครื่องดื่มและกาแฟ สตาร์บัคส์พร้อมเสิร์ฟเมนูอาหารสุดอร่อยที่เข้ากับบรรยากาศของการเฉลิมฉลอง เช่น Turkey & Emmental Cheese with Cranberry Ciabatta Bread แซนด์วิชขนมปังเซียบัตต้าและแครนเบอร์รี่ สอดไส้ด้วยแฮมไก่งวงและเอ็มเมนทอลชีส เพิ่มความหอมมันด้วยซอสแครนเบอร์รี่และมายองเนส หรือจะเป็นMixed Berry Muffin มัฟฟินมิกซ์เบอร์รี่กลิ่นวานิลลา รสชาติหวานซ่อนเปรี้ยวจากราสเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่และเรดเคอเรนท์ มีครัมเบิลโรยด้านบน นอกจากนี้ยังมี Red Velvet Cake เค้กเรดเวลเว็ทเนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ หอมกลิ่นเนยและครีมชีส ตกแต่งด้วยเกล็ดสีขาวจากเวเฟอร์และต้นคริสต์มาสที่ทำจากช็อคโกแลต

Starbucks Drinkware Collection

อีกหนึ่งสีสันประจำเทศกาลที่ลูกค้าสตาร์บัคส์ไม่ควรพลาด กับคอลเลคชั่นดริ๊งค์แวร์ที่เฉลิมฉลองฤดูหนาวและวันคริสต์มาสด้วยดีไซน์สุดน่ารักที่ประกอบด้วย ซานตาคลอสตัวน้อย เพนกวิน และสโนว์แมน เหมาะสำหรับเก็บสะสมหรือมอบเป็นของขวัญปีใหม่ที่ดีต่อใจทั้งผู้ให้และผู้รับ


Privacy Preference Center