LG เผยเคล็ดลับการเลือกเครื่องฟอกอากาศ เพื่อบ้านที่สะอาด ปลอดภัย ห่างไกลภูมิแพ้

ปัญหามลพิษจากอากาศทั้งภายนอกและภายในบ้านทุกวันนี้ส่งผลให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ชาวไทย มีแนวโน้มเป็นโรคภูมิแพ้และพบกับปัญหาเกี่ยวกับทางเดินหายใจสูงขึ้น นอกจากนี้ อากาศภายในบ้านที่ไม่ถ่ายเท บรรยากาศที่เต็มไปด้วยสารปนเปื้อนในอากาศที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก และสภาพอากาศที่ร้อนในประเทศไทยล้วนเป็นปัจจัยหนุนให้แบคทีเรียและสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้เติบโต การสร้างอากาศที่สะอาดบริสุทธิ์ภายในบ้านจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ทั้งการรักษาความสะอาดภายในบ้านด้วยวิธีการต่าง ๆ หรือใช้ตัวช่วยอย่างการเลือกใช้เครื่องฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพสูงเพื่อกรองสาร ที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้และกระจายอากาศบริสุทธิ์ในบ้านได้อย่างทั่วถึง
อย่างที่ทราบกันว่าโรคภูมิแพ้คือ ภาวะความผิดปกติที่เกิดจากการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันที่ไวต่อสิ่งกระตุ้น โดยอาการภูมิแพ้นี้จะเกิดขึ้นเมื่อร่างกายสัมผัสกับสสารซึ่งกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ หรือเรียกว่า สารก่อภูมิแพ้ เช่น ไรฝุ่น ฝุ่นละออง เชื้อราในอากาศ และเกสรดอกไม้ เป็นต้น เมื่อร่างกายเกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้แล้วก็จะหลั่งสารฮีสตามีน (Histamine) ออกมา ทำให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น คัน ไอ มีเสมหะ หายใจไม่สะดวก คัดจมูก และเป็นลมพิษ เป็นต้น โดยโรคภูมิแพ้สามารถเกิดขึ้นได้จาก 2 สาเหตุใหญ่คือจากกรรมพันธุ์และจากสภาพแวดล้อม

ศ.พญ.อรพรรณ โพชนุกูล ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านโรคภูมิแพ้ โรคหืด และโรคระบบหายใจ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ได้ให้คำแนะนำว่า “วิธีการป้องกันโรคภูมิแพ้สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยการดูแลสุขภาพ เช่น หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ทั้งในบ้านและนอกบ้าน รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ หมั่นออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานได้ดี และที่สำคัญ เมื่ออยู่ในบ้านหรืออาคาร จะต้องรักษาสภาพแวดล้อมรอบตัวให้สะอาดเพื่อขจัดสารปนเปื้อนในอากาศ ลดการสะสมของฝุ่น เป็นต้น การใช้เครื่องฟอกอากาศก็ช่วยลดสารก่อภูมิแพ้บางอย่างได้ เช่น ละอองเกสร ขนสัตว์ ฝุ่นละอองหรือกลิ่นควันต่างๆ โดยต้องมั่นใจว่าเครื่องฟอกอากาศที่เลือกใช้นั้นมีประสิทธิภาพในการกรองอากาศได้แท้จริง และเครื่องฟอกอากาศที่มีตัวเครื่องแยกการทำงานกัน ก็จะยิ่งช่วยให้อากาศภายในบ้าน โดยเฉพาะส่วนที่ลูกน้อยวัยคลานอยู่นั้น มีความสะอาดยิ่งขึ้น”
แอลจี จึงมีเคล็ดลับในการเลือกเครื่องฟอกอากาศเพื่อป้องกันโรคภูมิแพ้และดูแลสุขภาพของผู้ใช้งานในไทยมาฝาก ได้แก่
- เลือกเครื่องฟอกอากาศที่กรองอากาศภายในบ้านได้โดยรอบถึง 360 องศา เพื่อมั่นใจได้ว่าอากาศภายในบ้านเป็นอากาศที่บริสุทธิ์ในทุกบริเวณ และทุกซอกทุกมุม
- เครื่องฟอกอากาศที่มีทรงกลมและมีใบพัดด้านบน (Clean Booster) จะมีประสิทธิภาพในการกระจายอากาศบริสุทธิ์ได้ไกลถึง 7.5 เมตร ให้อากาศกระจายสู่ทั่วทุกมุมห้อง เหนือกว่าเครื่องฟอกอากาศในรูปทรงอื่น
- พิจารณาเครื่องฟอกอากาศที่มาพร้อมกับระบบการฟอกอากาศที่เหนือชั้นกว่า เช่น ระบบการฟอกอากาศที่มากถึง 6 ขั้นตอน โดยสามารถดูดและกรองฝุ่น ทั้งที่มีอนุภาคขนาดใหญ่และขนาดเล็ก รวมถึงสารปนเปื้อนในอากาศต่าง ๆ ที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก ทั้งเขม่าควัน สารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ แม้กระทั่งแก๊สและสารที่มีกลิ่นและอาจเป็นอันตราย (เช่น แอมโมเนีย สารฟอร์มาลดีไฮด์ หมอกควันที่เกิดจากการปรุงอาหาร สารซักฟอก ละอองสเปรย์ เป็นต้น) ได้อย่างหมดจด
- เลือกเครื่องฟอกอากาศที่มีระบบกรองอากาศที่สามารถดูดและกรองฝุ่นได้แม้กระทั่งบริเวณใกล้พื้นบ้าน ซึ่งมักเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยสารปนเปื้อนในอากาศและสารก่อภูมิแพ้มากที่สุด และยังช่วยมอบอากาศบริสุทธิ์ให้แก่ลูกน้อยวัยคลานได้อย่างทั่วถึง

สามารถตรวจสอบคุณสมบัติต่าง ๆ เพื่อการสร้างอากาศบริสุทธิ์ในบ้านได้อย่างทั่วถึงจากเครื่องฟอกอากาศ แอลจี เพียวริแคร์ (LG PuriCare) อีกหนึ่งนวัตกรรมจากแอลจีที่แสดงถึงความมุ่งมั่นการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคทุกกลุ่ม ตามสโลแกน ‘Innovation for a Better Life’ หรือนวัตกรรมเพื่อชีวิตที่ดีกว่า
เปิดตัวสมาร์ทโฟน HONOR 8X พร้อมพรีเซนเตอร์คนแรกในประเทศไทย “ลี ฐานัฐพ์”

ออเนอร์ สมาร์ทโฟนอีแบรนด์ชั้นนำประกาศเปิดตัว HONOR 8X สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมประสิทธิภาพอันทรงพลังจากตระกูล X-series ที่ได้รับการพัฒนามาตั้งแต่รุ่น 5X, 6X, 7X จนมาถึงรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง8X ซึ่งสมาร์ทโฟนของออเนอร์จากตระกูล X-series ถือเป็นรุ่นที่มาพร้อมความคุ้มค่าและตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานได้มากที่สุด ด้วยการนำเทคโนโลยีอันล้ำสมัยผสมผสานเข้ากับฟีเจอร์และสไตล์อันโดดเด่นในราคาที่ย่อมเยาเพียง 7,990 บาท นอกจากนี้HONOR 8X ยังถือเป็นที่สุดของสมาร์ทโฟนในตระกูล X-series ที่แสดงถึงประสิทธิภาพการทำงานเหนือชั้นโดยสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นอื่นๆไม่สามารถเทียบได้ ด้วยเทคโนโลยีหน้าจอแบบ Notch FullView Display ขนาด 6.5 นิ้ว ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากถึง 91% ของตัวเครื่อง อีกทั้งเทคโนโลยี chip-on-film (COF) และฟีเจอร์ขั้นสูงอีกมากมายที่ครอบคลุมทุกการใช้งาน

ภายในงานออเนอร์ยังประกาศเปิดตัวแบรนด์พรีเซนเตอร์คนแรก “คุณลี ฐานัฐพ์” นายแบบและนักแสดงดาวรุ่งผู้ชนะการการประกวดFinding U-Prince Project ที่มีผลงานโด่ดดังจากซีรี่ย์ละครมากมาย อาทิ My dear loser และ Wake up ชะนี โดยคุณลี ฐานัฐพ์ ถือเป็นไอคอนของคนยุคใหม่ที่ครองใจวัยรุ่นได้เกือบทั้งประเทศไทย ทั้งด้วยความสามารถอันหลากหลายและด้วยรอยยิ้มอันกระชากใจ

เหตุผลที่ทำไม คุณลี ฐานัฐพ์ ถึงได้ครองตำแหน่ง ‘Perfect X’ เนื่องจาก HONOR 8X ได้นำเสนอจุดเด่นของสมาร์ทโฟนภายใต้คอนเซ็ปต์ที่ว่า ‘Your Cinema Smart Phone’ ซึ่งถือเป็นการรวมตัวกันระหว่างดีไซน์ที่เรียบหรู เทคโนโลยีกล้อง AI แบตเตอร์รี่ที่อึดทนนาน และหน้าจอขนาดใหญ่ไร้ขอบ ทั้งนี้ด้วยมารตฐานสูงสุดและฟีเจอร์แบบเรือธง สมาร์ทโฟนดังกล่าวยังมาพร้อมกับราคาที่ย่อมเยา ทำให้ HONOR 8X จึงถือเป็นสุดยอดแห่งนวัตกรรมสมาร์ทโฟนจากออเนอร์ที่แท้จริง เหมือนการที่คุณลี ฐานัฐพ์ ได้มาเป็นตัวแทนPerfect X สะท้อนเข้ากับเอกลักษณ์ของ HONOR 8X ผ่านความสามารถอันหลากหลายและเสน่ห์อันน่าหลงใหลได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ออเนอร์ยังเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอุปกรณ์สวมใส่อย่าง HONOR Band 4 Running สายรัดข้อมือออกกำลังกายสำหรับคนชื่นชอบการวิ่ง ที่มาพร้อมน้ำหนักเบาสวมใส่สบาย พร้อมตัวเรือนดีไซน์แฟชั่นสีสันสดใสมีให้เลือกถึง 2 สี ได้แก่ สีเขียวและสีแดง ซึ่งHONOR Band 4 Running สามารถตรวจวัดและวิเคราะห์ลักษณะการวิ่งได้ถึง 7 รูปแบบ ได้แก่ การลงน้ำหนักเท้า แรงกระแทก การบิดข้อเท้า วงสวิงขา เวลาสัมผัสพื้น จังหวะ และระยะการก้าวขา HONOR Band 4 Running เปิดจำหน่ายวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ที่ราคา 990 บาท
เบนซ์ ทีทีซี ร่วมกิจกรรม Mercedes-AMG Driving Experience 2018 คัดสรรลูกค้าทดลองขับจริง ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต
นายอัครินทร์ ตั้งทวีสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด ผู้จำหน่าย Mercedes-Benz / Mercedes-AMG อย่างเป็นทางการ เปิดเผยว่าบริษัทได้นำลูกค้าเข้าร่วมกิจกรรมการจัดงาน Mercedes-Benz Driving Event Experience 2018 ซึ่งจัดโดย บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต เพื่อเป็นการพัฒนาทักษะความสามารถในการขับขี่ของผู้เข้าร่วมในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน และทำให้สามารถรู้ถึงศักยภาพของตัวรถและบังคับรถได้ทันท่วงที


โดยบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ต้องการตอกย้ำการเป็นผู้ผลิตรถสปอร์ตสายพันธุ์แรง เปิดโอกาสให้ผู้จำหน่ายรถยนต์ AMG จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) อย่างเป็นทางการ ได้สิทธิ์พาลูกค้า จำนวน 70 ท่าน โดยเลือกจากลูกค้าซึ่งชื่นชอบความเร็ว ความแรง และมีใจรักในมอเตอร์สปอร์ตเป็นสำคัญ เพื่อเข้าร่วมงาน Mercedes-Benz Driving Event 2018 ที่ผ่านมา ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต บุรีรัมย์
“Driving Experience 2018 นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ที่บริษัทแม่ขนทัพรถยนต์สปอร์ตสมรรถนะสูงภายใต้แบรนด์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี มาให้ได้ทดลองขับขี่จำนวนมากที่สุด ทุกเซ็กเมนต์ให้ผู้จำหน่ายและลูกค้าได้เรียนรู้เทคนิคการขับขี่รถยนต์สมรรถนะสูงแบบเต็มรูปแบบ เต็มสมรรถนะของรถยนต์ Mercedes-AMG ซึ่งถือเป็น Performance Car ซึ่งบางรุ่นนั้นเทียบเท่าหรือดีกว่า Supercar ในขณะเดียวกันก็เป็นรถที่สามารถใช้งานแบบ Daily Use ได้ สามารถตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้อย่างกว้างขวาง” นายอัครินทร์ กล่าว
ทั้งหมดจึงเป็นที่มาของสนามช้างอินเตอร์ เนชั่นแนล เซอร์กิต บุรีรัมย์ เพราะเป็นสนามที่สามารถรองรับสมรรถนะการขับขี่ได้ มีมาตรฐานในเรื่องความปลอดภัย และเป็นสนามที่เป็น FIA Grade 1 ที่สามารถนำรถ Formula 1 มาวิ่งในสนามได้
สำหรับกิจกรรมหลัก ๆ ในการอบรมการขับขี่ จะแบ่งเป็น 4 Station โดยจะมีการจำลองการฝึกแตกต่างกันไป อาทิ การเข้าโค้งความเร็วสูง การเร่งความเร็วสูงสุดและเบรกฉุกเฉินเมื่อถึงจุดเบรก การขับขี่บนถนนที่เปียกชื้น และยังมีกิจกรรมที่เรียกว่า Follow the leader ซึ่งเป็นการให้ผู้เข้าร่วมทั้งหมดขับรถตาม Instructor ในสนามแบบ Full Track โดยเว้นระยะห่างกันในระยะที่เหมาะสม
โดยมีทีมผู้ฝึกสอนมืออาชีพ ดีกรีแชมป์การแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก ซึ่งจะพาก้าวข้ามขีดความสามารถของตนเองขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการเรียนรู้เทคนิคการขับขี่แบบเต็มสมรรถนะ กับรถยนต์สปอร์ตสายพันธุ์แกร่งในตระกูลเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี เพื่อให้ลูกค้าที่ชื่นชอบได้สัมผัส และคาดว่าจะเป็นเจ้าของในโอกาสต่อไป
นอกจากกิจกรรมการทดสอบรถยนต์ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีแล้ว ลูกค้าของเบนซ์ ทีทีซี ยังได้โอกาสเยี่ยมชมสนามแข่งขันของสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ‘ปราสาทสายฟ้า’ ณ ช้างอารีนา ซึ่งขึ้นชื่อว่าสวยงามและเป็น “ฟุตบอลสเตเดียม” แห่งแรกของไทยที่มีมาตรฐาน และได้รับการรับรองจาก สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) และสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (AFC) กิจกรรมในครั้งนี้สร้างความประทับใจให้กับลูกค้าของเบนซ์ ทีทีซี เป็นอย่างมาก หลายท่านยืนยันหนักแน่นว่าจะเป็นลูกค้าเมอร์เซเดส-เอเอ็มจีอย่างแน่นอน
‘The Prince’ ลุ้นชิงตำแหน่ง 2018 CUSTOM KING ระดับโลก Battle of the Kings ณ กรุงมิลาน ประเทศอิตาลี
ผลงาน ‘The Prince’ จากทีมฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ ออฟ แบงคอก ซึ่งใช้รถรุ่น ‘Street Bob™’ สามารถคว้าชัยชนะเหนือคู่แข่งทีมคัสตอมรถกว่า 300 ทีมจาก 30 ประเทศทั่วโลก ผ่านเข้ารอบตัดเชือก เป็น 1 ใน 3 คันสุดท้าย เข้าสู่รอบเชิงชนะเลิศในการประกวด 2018 Battle of the Kings ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเฟ้นหาสุดยอดรถคัสตอมฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ระดับโลกแห่งปีจากทีมผู้จำหน่ายทั่วโลก โดยการประกาศผลรางวัล 2018 Battle of the Kings Grand Champion กำหนดจัดขึ้นในช่วงงาน EICMA (International Motorcycle and Accessories Exhibition) ซึ่งจะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 6-11 พฤศจิกายน 2561 ณ บูธฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ ภายในศูนย์ประชุมโรฟิเอรามิลาโน ณ กรุงมิลาน ประเทศอิตาลี

รถคัสตอมฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ ทั้ง 3 คันที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย คัดเลือกจากทีมผู้จำหน่ายฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ ทั่วโลก ผ่านการพิจารณาโดยคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยสื่อมวลชนมืออาชีพที่คร่ำหวอดในวงการทั้งจากญี่ปุ่นอินเดีย ออสเตรเลีย เกรทบริเทน และฝรั่งเศส ซึ่งผลงาน ‘The Prince’ จากประเทศไทย จะต้องเข้าประชันในการประกวดรอบตัดสิน ร่วมกับผลงานของทีมอะเดเลด ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ ประเทศออสเตรเลีย และทีมโบโลญญา ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ ประเทศอิตาลี
โดยทีมผู้จำหน่าย ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ ออฟ แบงคอก จากกรุงเทพฯ ได้แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์รูปโฉมใหม่ของรถมอเตอร์ไซค์สายเลือดอเมริกันให้มีกลิ่นอายแบบไทยภายใต้แนวคิด “การใช้ชีวิตในแบบฉบับฮาร์ลีย์” สู่สายตาของแฟนฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ ของเมืองไทยในปัจจุบัน โดยได้นำรูปแบบรถมอเตอร์ไซค์สไตล์ Chopper ในยุค 70s มาดัดแปลง
ด้วยการตัดบังโคลนหน้าและหลัง ทำให้ ‘The Prince’ ดูเพรียวบางและสะอาดตาขึ้น เสริมด้วยงานเพ้นท์ในโทนสีดำและทองแบบคลาสสิกเพื่อสร้างความโดดเด่น ทำให้รถคัสตอมคันนี้สื่อถึงแก่นแท้แห่งการหวนรำลึกถึงอดีตอันงดงามในแบบฉบับร่วมสมัยได้อย่างโดดเด่นและชาญฉลาด

“นับเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยได้เข้าร่วมในการประกวด Battle of the Kings และถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งสำหรับพวกเราทุกคนที่นี่ ซึ่งเป็นทั้งผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และผู้ขับขี่ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ ” นายธนบดี กุลทล ผู้จัดการประจำประเทศ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ประเทศไทย กล่าว “ผู้จำหน่ายฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ ทั้ง 9 ราย ล้วนรอคอยฟังข่าวดีนี้ เนื่องจากฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกในด้านการแต่งรถที่มีความหลากหลายและมีประวัติมาอย่างยาวนาน งาน Battle of the Kings ได้ถูกจัดขึ้นเพื่อเป็นข้อพิสูจน์ถึงความโดดเด่นในเรื่องนี้ในระดับโลก”

“ผลงาน ‘The Prince’ จากทีมฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ ออฟ แบงคอก ได้ฝ่าฟันจนไปถึงรอบตัดสินในงาน EICMA ด้วยแนวคิดและคาแรกเตอร์ที่โดดเด่นเหนือใคร ซึ่งสิ่งนี้ถือเป็นการนำเสนอเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมการคัสตอมรถฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ ของประเทศไทยได้อย่างชัดเจน การตัดสินเลือกผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวนับเป็นเรื่องที่ยากมาก เนื่องจากทีมผู้จำหน่ายฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ ทั้ง 9 ของเราล้วนสามารถคัสตอมรถมอเตอร์ไซค์รุ่นต่าง ๆ เพื่อแสดงถึงจิตวิญญาณของฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ ได้อย่างดีเยี่ยมทุกทีม”

พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต ร่วมกับภาครัฐ เปิดตัว ‘PRUcycle Thailand‘ งานปั่นจักรยานสุดมันส์ใจกลางบางแสน
PRUcycle Thailand จะมีการแข่งขันแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ Fun Ride ระยะทาง 25.5 กม. ในวันที่ 1 ธันวาคม และประเภท Professional Ride ระยะทาง 101 กม. ในวันที่ 2 ธันวาคม ซึ่งเหล่านักปั่นจะได้สัมผัสกับความสวยงามของหาดบางแสนและจุดท่องเที่ยวสำคัญ 12 แห่งของบางแสนตลอดเส้นทาง ผู้ชนะเลิศจากงานนี้ นอกจากจะได้รับเงินรางวัลแล้ว ยังจะมีโอกาสรับสิทธิพิเศษในการเข้าร่วมการแข่งขัน ‘Prudential Ride London’ พร้อมตั๋วเครื่องบินไป-กลับประเทศอังกฤษ รวมที่พัก งานปั่นจักรยาน ‘PRUcycle Thailand’ ไม่เพียงสนุกสนาน และสุขภาพที่ดีเท่านั้น แต่ยังได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการคืนประโยชน์สู่สังคมไทยอีกด้วย โดยรายได้จากการลงทะเบียนเข้าร่วมงาน จำนวน 1 ล้านบาท จะมอบให้แก่องค์กรการกุศล

PRUcycle Thailand นอกจากจะสนุกสนานแล้วยังช่วยสนับสนุนกิจกรรมที่คนทุกเพศทุกวัย และผู้รักการออกกำลังกายสามารถเข้าร่วมได้ นอกจากนี้ เหล่านักปั่นทั้งชาวไทยและต่างชาติ ยังจะได้พบกับเส้นทางการปั่นจักรยานรอบเมืองบางแสน รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจถึง 12 แห่งอย่าง กำแพงเพนต์ อ่างศิลา, ครกใหญ่ อ่างศิลา และสะพานชลมารควิถี 84 พรรษา เป็นต้น ซึ่งจะมอบความตื่นตาตื่นใจตลอดสองวันเต็ม โดยไร้ซึ่งความกังวลเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีได้จัดเตรียมกำลังเพื่อให้การดูแลนักปั่น ทุกคนอย่างเต็มที่


พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำด้านธุรกิจบริการประกันชีวิต ที่ไม่เพียงแต่เป็นผู้ดูแลชีวิตและสุขภาพของคนไทยเท่านั้น แต่ยังมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้คนไทยหันมาดูแลและใส่ใจสุขภาพของตนเองและคนใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น และเพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นนี้ บริษัทฯ จึงได้ร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และเทศบาลเมืองแสนสุข จังหวัดชลบุรี จุดประกายอีกหนึ่งกิจกรรมด้านไลฟ์สไตล์เพื่อคนรักการออกกำลังกายโดยเฉพาะการปั่นจักรยานที่เป็นที่นิยมในทุกเพศทุกวัย ด้วยงานปั่นจักรยาน “PRUcycle Thailand” สุดยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี ด้วยเงินรางวัลที่สูงที่สุดในประเทศไทย ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 1-2 ธันวาคมนี้ ณ ชายหาดบางแสน จังหวัดชลบุรี ที่พร้อมต้อนรับเหล่านักปั่นทั้งหลายให้ได้ร่วมกันมีสุขภาพดีทั้งกายและใจ
สำหรับผู้สนใจเข้าร่วม ’PRUcycle Thailand’ งานมหกรรมปั่นจักรยานบนชายหาดบางแสน สามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม -15 พฤศจิกายน 2561 โดยค่าลงทะเบียนเข้าร่วมงาน Fun Ride ราคา 750 บาทต่อท่าน และ Professional Ride ราคา 1,000 บาทต่อท่าน สามารถชมข้อมูลเพิ่มเติมและลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ www.prucyclethailand.com หรือสอบถามข้อมูล ได้ที่ศูนย์บริการลูกค้า พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต โทร. 1621

“ออฟฟิศแคมปัส” ออฟฟิศแนวคิดใหม่ โดนใจคนทำงาน
เมื่อพูดถึงอาคารสำนักงาน หลายคนคงนึกถึงตึกสูงใจกลางเมือง ภายในมักมีหลากหลายบริษัทอยู่รวมกันอย่างหนาแน่น การเดินทางมาทำงานที่ออฟฟิศหลายคนต้องตื่นแต่เช้าเพื่อฝ่าฟันการจราจรที่ติดขัด หรือฝูงชนที่อัดกันจนแน่นบนรถไฟฟ้า เพื่อมาทำงานให้ทันเวลา มาถึงตึกแล้วยังต้องเบียดเสียดผู้คนเพื่อขึ้นลิฟต์ไปอีกหลายสิบชั้นเพื่อไปตอกบัตรให้ทันเวลาเข้างาน แต่จะดีแค่ไหนถ้าเราสามารถเลือกทำงานในสภาพแวดล้อมใหม่ที่แตกต่างจากนี้อย่างสิ้นเชิง อาคารสำนักงานที่มีจำนวนออฟฟิศไม่มากเกินไป ไม่ต้องแย่งกันใช้ลิฟท์ มีความใกล้ชิดธรรมชาติ มีพื้นที่ส่วนกลางสำหรับพบปะและทำกิจกรรม แล้วยังสามารถเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองได้อย่างง่ายดาย ออฟฟิศแนวคิดล้ำๆ เพื่อคนทำงานยุคใหม่แบบนี้ เรียกว่า “ออฟฟิศแคมปัส” ออฟฟิศแนวคิดใหม่ เป็นกลุ่มอาคารสำนักงานแบบโลว์ไรส์ เพื่อตอบโจทย์คนทำงานยุคใหม่ ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและมีความสุขมากยิ่งกว่า

ออฟฟิศแคมปัส สร้างสรรค์ด้วยแนวคิดที่ต้องการสร้างสถานที่ทำงานที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของพนักงาน พร้อมสภาพแวดล้อมการทำงานที่พนักงานสามารถทำงานได้อย่างมีความสุข นอกจากนี้ยังใช้พื้นที่โดยรอบในการทำกิจกรรมอื่นๆ อย่างการออกกำลังกายและการพักผ่อน โดยออฟฟิศแคมปัส ให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อม เป็นอาคารสำนักงานที่ไม่สูงมากจนเกินไป เน้นขยายตัวในแนวราบ เพื่อสร้างความรู้สึกใกล้ชิดของพนักงาน และตั้งในพื้นที่ที่มีบริเวณกว้างขวาง ล้อมรอบไปด้วยพื้นที่สีเขียว ให้ความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติ แหล่งน้ำสร้างความผ่อนคลายและใช้เป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ จากการทำงานนอกจากนี้ยังมีพื้นที่ส่วนกลางให้ทุกคนสามารถมาใช้ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการแชร์ไอเดียในการทำงาน พูดคุยชิลๆ ระหว่างพักกลางวัน หรือเป็นพื้นที่ทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อสร้างเสริมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันก็ได้เช่นเดียวกัน

ออฟฟิศแคมปัส เป็นแนวคิดที่กำลังมาแรง และมีการปรับใช้แล้วในหลากหลายบริษัทในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นยักษ์ใหญ่อย่างแอปเปิ้ลหรือกูเกิ้ล ก็นำแนวคิดนี้มาใช้แล้วเช่นเดียวกัน โดยแอปเปิ้ล เปิดตัว แอปเปิ้ล พาร์ค (Apple Park) สำนักงานออฟฟิศแคมปัสรูปทรงยานอวกาศ ตั้งอยู่ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่ สามารถรองรับพนักงานของแอปเปิ้ลที่มีกว่า12,000 คนได้อย่างสบายๆ อาคารรูปทรงยานอวกาศสูง4ชั้นนี้ ออกแบบให้ล้อมรอบสวนขนาดใหญ่ที่อยู่บริเวณกึ่งกลาง พร้อมศูนย์บริการต้อนรับแขกผู้มาเยือน ที่มีร้านแอปเปิ้ลสโตร์ และคาเฟ่ให้บริการ นอกจากนี้ยังมีฟิตเนส และเส้นทางวิ่งยาวกว่า 3 กิโลเมตร สำหรับให้พนักงานวิ่งหรือเดินออกกำลังกาย มีจักรยานไว้บริการสำหรับเดินทางภายใน หากระยะทางไกลสามารถใช้รถกอล์ฟหรือรสบัสที่เตรียมไว้ให้บริการได้อีกด้วย

ทางฝั่งกูเกิล ได้สร้างสำนักงานใหญ่ แล้วตั้งชื่อว่ากูเกิลเพล็กซ์ (Googleplex) ประกอบด้วยกลุ่มอาคารสำนักงานของกูเกิ้ลหลายสิบหลัง ตั้งอยู่ใกล้ๆกัน ล้อมรอบด้วยพื้นที่สีเขียวพร้อมลานตรงกลางเพื่อเป็นพื้นที่สันทนาการของบริษัท หรือใช้นั่งพักผ่อนหรือรับประทานอาหาร เพิ่มความอลังการด้วยสนามวอลเล่ย์บอลชายหาด หรือแม้กระทั่งร้านกูเกิ้ลสโตร์ ขายของที่ระลึกสารพัดอย่างจากกูเกิ้ลก็มีเช่นเดียวกัน
จากตัวอย่างออฟฟิศเจ๋งๆ ที่เรายกมานี้ เชื่อว่าหลายคนต้องสนใจอยากทำงานที่อาคารสำนักงานแนวคิดสุดล้ำนี้อย่างแน่นอน ซึ่งล่าสุด มีผู้นำแนวคิดออฟฟิศแคมปัสมาสร้างจริงแล้วในประเทศไทย โดยออฟฟิศแคมปัสแห่งแรก มีชื่อว่า ภิรัชทาวเวอร์ แอท สาทร ตั้งอยู่บนถนนสาทร ติดสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสุรศักดิ์ โครงการพื้นที่ขนาด 5 ไร่นี้เปรียบเสมือนโอเอซิสของคนทำงานในย่านนี้ ให้ได้พักผ่อนกาย ใจ เติมพลังเตรียมพร้อมสำหรับการทำงาน ตัวโครงการประกอบไปด้วยอาคารสำนักงานจำนวน 3 อาคารที่เชื่อมต่อถึงกันสร้างบนพื้นที่ที่แวดล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ ให้ความร่มรื่น พร้อมพื้นส่วนกลางสำหรับปรับเปลี่ยนอิริยาบทจากการทำงาน พูดคุย แลกเปลี่ยนไอเดียระหว่างกัน หรือใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ นอกจากนี้ยังมีร้านกาแฟชื่อดังอย่าง Roots และร้านอาหารคุณภาพระดับภัตตาคารอย่างOCKEN เปิดให้บริการอยู่ที่นี่ด้วย

ออฟฟิศแคมปัสแห่งที่สองตั้งอยู่ในย่านสุขุมวิท–บางนา ซึ่งเป็นย่านที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งระบบสาธารณูปโภค บริการสาธารณะสุข และโครงการพัฒนาเชิงพาณิชย์หลายโครงการ รวมถึงศูนย์การค้าขนาดใหญ่ และคอมมิวนิตี้มอลล์ที่พึ่งเปิดตัวไปไม่นานนี้ ออฟฟิศแคมปัสดังกล่าวมีชื่อว่า ซัมเมอร์ ลาซาล (Summer Lasalle) โครงการที่นำแนวคิดออฟฟิศแคมปัสมาใช้แบบเต็มๆ โดยสร้างเป็นอาคารสำนักงานโลว์ไรส์ บนพื้นที่กว่า 61 ไร่ โดยแบ่งเป็นพื้นที่อาคาร 40 ไร่ และเป็นพื้นที่สีเขียวกว่า 20 ไร่ มอบสภาพแวดล้อมสีเขียวเพื่อสร้างความผ่อนคลาย ในโครงการแบ่งออกเป็น 5 แคมปัส 29 อาคาร ซึ่งแต่ละแคมปัสจะประกอบไปด้วยอาคารสำนักงานขนาด 3 ชั้น พร้อมพื้นที่พบปะส่วนกลางให้พนักงานใช้พูดคุยงานหรือทำกิจกรรมร่วมกัน อีกทั้งยังมี Campus reception ให้บริการในแต่ละแคมปัสสำหรับต้อนรับแขกผู้มาเยือน โดยรอบแคมปัส จะมีเส้นทางจักรยาน สามารถใช้ปั่นจักรยานเพื่อออกกำลังกาย หรือเดินทางภายในโครงการก็ได้ หากไม่ใช่สายปั่น ก็ยังมีทางวิ่งสำหรับออกกำลังกาย ความยาวกว่า 2 กิโลเมตรให้เป็นทางเลือกสำหรับสายวิ่งให้มาใช้บริการได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีคอมมิวนิตี้มอลล์ พร้อมพื้นที่จอดรถในโครงการกว่า 1,400 คัน และมีโรงแรมให้บริการด้วย ซึ่งในขณะนี้โครงการซัมเมอร์ ลาซาลกำลังอยู่ในขั้นตอนการก่อสร้าง และคาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้ใช้บริการในส่วนแรกต้นปี 62 ที่จะถึงนี้
ออฟฟิศแคมปัส นอกจากจะตอบโจทย์ด้านการทำงานที่สร้างความสุข ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนทำงานรุ่นใหม่ดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น จะเห็นว่าออฟฟิศแคมปัสยังช่วยตอบโจทย์การขาดแคลนพื้นที่สำนักงานในเมืองชั้นในที่มีอย่างจำกัด พื้นที่ใช้สอยที่ไม่พอกับความต้องการ และมาพร้อมกับค่าเช่าที่แสนแพง การสร้างออฟฟิศแคมปัสในพื้นที่ขนาดใหญ่ที่ขยับออกมาจากในเมืองที่แออัด นอกจากตอบโจทย์คนทำงานด้านการเดินทางและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแล้ว ยังช่วยตอบโจทย์บริษัทด้านค่าเช่าที่ที่ถูกลงและได้พื้นที่สำนักงานที่มีขนาดใหญ่ขึ้นด้วย ซึ่งคาดว่าเราจะได้เห็นโครงการออฟฟิศแคมปัสเกิดขึ้นอีกหลายแห่งในบ้านเราเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน
การกลับมาของสเก็ตเชอร์ส ดีไลทส์ 3.0 ทรงยอดฮิตโดนใจวัยมันส์ตั้งแต่ยุค 90s
เหล่าแฟนๆ รองเท้าสุขภาพสุดคูล ‘สเก็ตเชอร์ส’ ได้เฮกันทั่วหน้าที่งาน ‘สเก็ตเชอร์ส ดีไลทส์ 3.0 แกงค์สตา ปาร์ตี้’ งานปาร์ตี้สุดเฮ! พร้อมต้อนรับรองเท้ารุ่นใหม่ล่าสุด ดีไลทส์ 3.0 สไตล์พื้นหนา (Chunky shoes) ที่สร้างชื่อเสียงให้กับ ‘สเก็ตเชอร์ส’ ตั้งแต่ พ.ศ. 2533 เป็นต้นมา
ดีไลทส์ 3.0 นี้มาพร้อมกับพื้น Memory Foam ส่วนด้านบนของรองเท้าเป็นแบบถักเพื่อเพิ่มความกระชับพร้อมความสบายในการสวมใส่ ลวดลายคลื่นที่พื้นหนาด้านนอกของรองเท้าที่สื่อให้เห็นถึงสไตล์ความทะมัดทะแมง ลื่นไหล คล่องตัวในทุกๆ การเคลื่อนไหว
พร้อมกันนี้ยังได้เปิดตัวพรีเซนเตอร์คนแรกประจำประเทศไทย ‘ก็อต-อิทธิพัทธ์ ฐานิตย์’ ผู้ที่จะมาถ่ายทอดภาพลักษณ์อันล้ำสมัย และสไตล์ของคนรุ่นใหม่ของสเก็ตเชอร์สได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ สามารถหาซื้อ ดีไลทส์ 3.0 และผลิตภัณท์อื่นๆ ได้ที่ แฟลกชิป สโตร์ แห่งแรกในประเทศไทย ณ เซ็นทรัลเวิลด์ชั้น 3 โซนบีคอน ซึ่งจะเป็นแหล่งรวมผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท ตั้งแต่แนวไลฟ์สไตล์ กีฬา และการออกกำลังกาย ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก รวมทั้งคอลเลคชั่นสุดฮอตอย่าง สเก็ตเชอร์ส ยู และ ดีไลทส์ อีกด้วย
ภายในงานดังกล่าวยังได้รวมเหล่าคนดังรุ่นใหม่ อาทิ ‘บิ๊ก-ภูวดิท ศิลาอุดมเดช หรือ Big OG-ANIC’ แรปเปอร์สุดเท่ห์ ผู้เข้าแข่งขันรายการ The Rapper กลุ่มสาวๆ นักร้องวง MBO ในเครือ GMM Grammy ‘จีน่า ดี-ณัฐชา เดอซูซ่า’ ‘จิด้า-จิดาภา ศิริบัณชาวรรณ’
นอกจากดารานักร้องสุดฮ็อตแล้วยังมีนางแบบสาวสุดเก๋ ‘นับเงิน-ฉัตรนลิน กุลวราวัชศิริ’ ‘หลิน-มาลิน แซ่ลิ้ม’ รวมถึงผู้ชื่นชอบใน Chunky shoes และแฟนคลับของ ก็อต ที่ได้ร่วมสนุกไปกับกิจกรรมต่างๆ ที่ทาง สเก็ตเชอร์ส จัดให้ เรียกได้ว่าทั้งมันส์ ทั้งฟิน และได้รับของรางวัลติดมือกลับบ้านไปทุกคน

‘Disney Epic Quest’ เกมมือถือเกมแรกของดิสนีย์ที่พัฒนาขึ้นสำหรับคอเกมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
มร. เดวิด อึ้ง ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของโกเกม กล่าวว่า “ในฐานะที่เป็นบริษัทเกมมือถือที่แข็งแกร่งในภูมิภาคเอเชีย เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมสร้างสรรค์เกมดิสนีย์ที่พัฒนาขึ้นสำหรับผู้เล่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และในฐานะแฟนผลงานของดิสนีย์และพิกซาร์ เราทุกคนมีความยินดีที่ได้ร่วมถ่ายทอดความมหัศจรรย์ของตัวละครแต่ละตัวจากจอภาพยนตร์สู่จอโทรศัพท์มือถือ และเข้าไปอยู่ในใจของผู้เล่นทุกคนในที่สุด”
“สิ่งที่ดิสนีย์สร้างสรรค์ขึ้นคือการถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ โดยเราได้นำเรื่องราว และตัวละครที่ทุกคนต่างชื่นชอบจากดิสนีย์ พิกซาร์ มาร์เวล และสตาร์ วอร์ส มาสร้างสรรค์เป็นประสบการณ์เกมอินเทอร์แอคทีฟที่เหมาะกับแฟนๆ ทุกวัย” มร. แดน ดอสซ่า รองประธานกรรมการและและผู้จัดการทั่วไป กลุ่มงานพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค เดอะ วอลท์ ดิสนีย์ คอมปานี เซาท์ เอเชีย กล่าว “ความร่วมมือของเราและโกเกม สะท้อนถึงความตั้งใจของเราในการพัฒนาเกมเพื่อตอบโจทย์รสนิยมความชอบของแฟนๆ ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะ”
ดิสนีย์ เอพิค เควสท์ เป็นเกม action RPG บนโทรศัพท์มือถือที่รวบรวมตัวละครของดิสนีย์ และพิกซาร์ไว้ในโลกดิจิทัลใบเดียวกัน โดยผู้เล่นจะสามารถตั้งทีมที่ประกอบด้วยตัวละคร 3 ตัวจากดิสนีย์ และพิกซาร์ เพื่อออกเดินทางไปปกป้องดินแดนดิจิทัลจากไวรัสชั่วร้ายที่แพร่กระจายไปทั่วดินแดน สำหรับฟีเจอร์เด่นของเกม ดิสนีย์ เอพิค เควสท์ คือ
หลากหลายตัวละครจากภาพยนตร์ดิสนีย์และพิกซาร์ มารวมตัวกันในโลกใหม่
ดิสนีย์ เอพิค เควสท์ จะเปิดตัวพร้อมกับตัวละครจากหนังดังมากมายให้ได้เลือกเล่นกัน ไม่ว่าจะเป็น Big Hero 6, Pirates of the Caribbean, The Incredibles, Wreck-It-Ralph และที่สำคัญยังมีตัวละครคลาสสิกอย่างมิกกี้เมาส์ และผองเพื่อนอย่างโดนัลด์ และกูฟฟี่จะมาปรากฎตัวในเกม ที่จะมาในรูปโฉมใหม่ที่คุณไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนที่ออกแบบมาสำหรับ ดิสนีย์ เอพิค เควสท์ โดยเฉพาะ
เข้าถึงง่าย แต่ท้าทายสำหรับคอเกม
ดิสนีย์ เอพิค เควสท์ เป็นเกมที่เล่นงานแม้แต่คนที่ไม่ได้เล่นเกมบ่อยนักก็สามารถเล่นได้ แต่คอเกมตัวจริงจะได้สัมผัสกับรายละเอียด และความสามารถในการต่อสู้ที่ลึกล้ำของตัวละครดิสนีย์ และพิกซาร์ ที่ออกแบบมาให้สะท้อนถึงบุคลิกลักษณะนิสัยของแต่ละตัวละคร
นอกจากนี้ การผสมผสานชนิดของตัวละคร เก็บเลเวล พร้อมด้วยอุปกรณ์ และความสามารถใหม่ๆ จะทำให้ผู้เล่นทุกคนได้สนุกไปกับการสะสมตัวละครโปรดจากจักรวาลของดิสนีย์ และพิกซาร์มาสร้างทีมเพื่อเอาชนะเหล่าร้าย
เล่นได้หลายคนแบบเรียลไทม์
ใครที่อยากสนุกกันเป็นทีมก็สามารถเล่น ดิสนีย์ เอพิค เควสท์ ในโหมดผู้เล่นหลายคนที่มีให้เลือกไม่ต่ำกว่าสองโหมด โดยสามารถชวนเพื่อนๆ มาเล่นด้วยกันเป็นทีม หรือจะใช้ระบบจับคู่ของเกมหาเพื่อนใหม่ๆ มาต่อสู้เคียงข้างกันก็ได้ ส่วนใครที่อยากท้าประลองฝีมือกับเพื่อนๆ ในโหมด PvP รับรองได้ว่าอดใจรออีกไม่นาน
ดิสนีย์ เอพิค เควสท์ จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 2562 โดยจะรองรับทั้งภาษาอังกฤษ ไทย อินโดนีเซีย จีน และเวียดนาม คอเกมหรือแฟนๆ ดิสนีย์-พิกซาร์สามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่เว็บไซต์ www.playdisneyepicquest.com เพื่อให้ได้ทราบข่าวทันทีที่ ดิสนีย์ เอพิค เควสท์ พร้อมให้ทุกคนได้เข้ามาสนุกไปด้วยกัน
หนุ่มสาวสายแอคทีฟห้ามพลาด !! CASIO G-SHOCK เปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ G-SQUAD สุดคูล ให้สาวก G-SHOCK และ BABY G ได้มีกรี๊ด
บริษัท เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป จำกัด (CMG) ผู้นำเข้านาฬิกา CASIO G-SHOCK (จี-ช็อค) และ BABY-G (เบบี้-จี) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เปิดตัวนาฬิกาสองรุ่นใหม่สุดคูลจากกลุ่ม G-SQUAD (จี-สควอด) นาฬิกาโครงสร้างต้านทางแรงสะเทือนสำหรับหนุ่มสาวสุดแอคทีฟ อย่าง G-SHOCK GBD-800 และ BABY-G BSA-B100ด้วยสีสันสดใสให้คุณได้แมทช์กับทุกไลฟ์สไตล์ ในราคาที่ใครๆ ก็เป็นเจ้าของได้
นาฬิกา G-SQUAD โดดเด่นด้วยฟังก์ชั่นเสริมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเล่นกีฬาและฟิตเนส ด้วยระบบการนับก้าวและระบบจับเวลาความละเอียดถึง 1/100 วินาที ซึ่งช่วยติดตามการก้าวและการออกกำลังกายได้อย่างแม่นยำ ทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนที่เชื่อมต่อแบบไร้สายผ่านระบบ Bluetooth® อย่าง G-SHOCK Connected และ BABY-G Connected สำหรับโชว์กราฟแสดงการนับก้าวและค่าการเผาผลาญแคลอรี่ นอกจากนี้ผู้ใช้งานยังสามารถจัดการลักษณะการออกกำลังกายได้ด้วยตัวเองผ่านแอพพลิเคชั่น

G-SHOCK GBD-800 ใช้จอแสดงค่าแบบดิจิตอล เพื่อให้อ่านค่าการนับก้าวและเวลาของรอบออกกำลังกายได้อย่างชัดเจนที่สุด ซึ่งนาฬิการุ่นนี้ ได้รับการออกแบบมาสำหรับนักกีฬาและผู้ที่หลงใหลในการออกกำลังกาย โดยมีคุณลักษณะเด่นๆ มากมาย เช่น ปุ่มกดบริเวณด้านหน้าเพื่อบันทึกเวลาของรอบในการออกกำลังกาย ระบบการกันน้ำได้ถึง 200 เมตร ไฟ LED อัตโนมัติ เพื่อช่วยในการออกกำลังกายในที่ที่มีแสงไม่เพียงพอ และไม่ต้องชาร์จแบตเตอรี่นานถึง 2 ปี โดย G-SHOCK GBD-800 มาพร้อมกับสีสันสุดเท่ห์ถึง 4 เฉดสี ได้แก่ สีดำ-แดง (GBD-800-1), สีฟ้า (GBD-800-2), สีเหลือง (GBD-800-3) และ สีเทา-เขียว (GBD-800-8) ในราคาเพียง 4,400 บาทเท่านั้น

สำหรับนาฬิกาอนาล็อก BABY-G BSA-B100 นับเป็นนาฬิกา BABY-G รุ่นแรกสามารถเชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนผ่านระบบ Bluetooth® ให้สาวๆ ผู้รักการออกกำลังกาย พร้อมด้วยน้ำหนักที่เบาเพียง 35 กรัม และดีไซน์ที่ทำจากวัสดุเรซิ่นคุณภาพสูง จึงทนทานต่อรอยขีดข่วน แต่ยังให้ลุคสปอร์ตและทันสมัย นอกจากนี้ยังคุณสมบัติพิเศษเสมือนโค้ชส่วนตัว ผ่านโหมดแจ้งเตือนการออกกำลังกายด้วยภาพและเสียงที่สามารถกำหนดเองได้ และยังมาพร้อมกับความสามารถในการกันน้ำได้ถึง 100 เมตร ไทเมอร์จับเวลาที่กำหนดค่าได้สูงสุดถึงห้าครั้ง ระบบไฟ LED ความสว่างสูง Super Illuminator พร้อมพลังไฟ Afterglow และอายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานกว่าสองปี

ร่วมสัมผัสนาฬิกาคอลเลคชั่น BABY-G BSA-B100 ในสีสันสุดน่ารักถึง 5 เฉดสี ได้ด้วยตาของคุณเอง ไม่ว่าจะเป็น สีดำ (BSA-B100-1A), สีน้ำเงินเนวี (BSA-B100-2A), สีเบจ (BSA-B100-4A1), สีชมพู (BSA-B100-4A2) และ สีขาว (BSA-B100-7A) ในราคาเพียง 4,900 บาท ที่คุณก็เป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้

พิเศษสุดเฉพาะเดือนตุลาคมนี้ ลูกค้าทื่ซื้อนาฬิกา G-SQUAD รุ่นใหม่ สีใดก็ตาม รับฟรี! กระเป๋าสุดเอ็กซ์คูซีฟ จาก G-SHOCK มูลค่า990 บาท โดยมีจำนวนจำกัด
Get into the shower and enjoy! Shower Beer เอาฉันเข้าไปอาบน้ำด้วย แล้วก็ดื่มฉันซะ !!

เจ้าเบียร์ที่ว่านี้มีชื่อว่า Shower Beer ชื่อมันก็แปลตรงตัวเลยแหละว่า เบียร์สำหรับการอาบน้ำ ซึ่งคุณสมบัติของเบียร์ตัวนี้ออกแบบมาเพื่อสำหรับการอาบน้ำไปด้วยและกินเบียร์ไปด้วย โดยเฉพาะใครที่เป็นขาแฮงก์ คอเบียร์แล้ว ห้ามพลาด อะไรจะมีความสุขไปมากกว่าการแช่น้ำไป และดื่มเบียร์ไปด้วยในตัว แค่คิดก็ฟินล่ะ

Shower Beer เป็นเครื่องดื่มสัญญานชาติสวีเดน เกิดขึ้นจากการร่วมมือกันระหว่าง โรงเบียร์คราฟที่มือชื่อเสียงในสวีเดน Pangpang กับบริษัทครีเอทีฟ snask ถือว่าเปนการออกแบบที่ลงตัว โดยเฉพาะขนาดของขวดเบียร์ที่กะทัดรัด บรรจุเบียร์เพียงแค่ 18 เซนติลิตร ไม่ต้องถือขวดเบียร์ใหญ่ๆให้เก้งก้าง ที่สำคัญมีการออกแบบการสกรีนลวดลายบนขวดด้วยเทคโนโลยีหมึกพิมพ์แบบกันลื่น เผื่อเวลาเราอาบน้ำ ถูสบู่แล้วมือลื่น ไม่ต้องกลัวขวดจะลื่นหนีตกมือไปไหนเลย เป็นไงล่ะ

ส่วนใครที่คิดว่าเจ้าเบียร์ตัวนี้มีขนาดขวดที่เล็กมาก ดื่มแล้วต้องไม่ทันแฮงก์แน่นอน นั่นคุณคิดผิดแล้ว เจ้า Shower Beer ตัวนี้ อุดมไปด้วยแอลกอฮอล์แบบรุนแรงถึง 10% โอ้โห ถือว่ามีความแรงมากถ้าเทียบกับเบียร์ไทยที่เราดื่มกันอยู่ในปัจจุบัน แฮงก์เว่อร์ แฮงก์ของแท้แน่นอน !!! ใครคออ่อนก็ต้องระวังเกิดอาการมึนหัวทิ่มในห้องน้ำก็อาจจะเป็นได้

มาถึงในส่วนของรสชาติของ Shower Beer กัน ด้วยความที่มีแอลกอฮอลเข้มมาก ใครๆก็จะต้องคิดว่ารสชาติจะต้องขมบาดคอขาดแน่ๆ ทางโรงเบียร์จึงใส่รสชาติของ เอิร์ล เกรย์ (ชื่อของชาชนิดหนึ่งที่มีรสชาติและกลิ่นที่หอมหวานมาก คอชาน่าจะรู้จักเป็นอย่างดี ) โดยเอิร์ลเกรย์จะให้รสชาติที่หวานกับเบียร์ และตบด้วย เบอร์กามอท หรือมะกรูด เป็นผลไม้ที่ให้รสเปรี้ยวแก่เบียร์ เมื่อส่วนผสมทั้งสองอย่างนี้มารวมกันจะเกิดเป็นรสชาติเบียร์ที่เปรี้ยวอมหวาน ทีนี้ล่ะ ดื่มกันลื่นคอไม่มีสะดุดแน่นอน แล้วอย่างนี้จะให้ไม่พริ้วได้ยังไงล่ะ

Shower Beer ตัวนี้ถือว่าไม่ได้มาเล่นๆเลยนะ เพราะถูกการันตีและแนะนำโดยนิตยสารหลายๆสำนักพิมพ์และสถานีโทรทัศน์ระดับโลกเลยนะ อาทิเช่น คอสโมโพลิเทน สำนักข่าว NBC สำนักข่าว ABC นิตยสาร People และอีกหลายๆที่ เห็นอย่างนี้แล้วไม่เชื่อก็ต้องเชื่อกันแล้วว่าเจ้า Shower Beer นี้ต้องเด็ดจริงๆ
แต่ยังถือว่าเป็นที่น่าเสียดายสำหรับชาวขาเมาที่สนใจเจ้า Shower Beer ตัวนี้ เพราะยังไม่มีวางจำหน่ายที่ประเทศไทย ยังจำหน่ายอยู่แค่ที่ประเทศสวีเดนเท่านั้น แต่ในอนาคตอาจจะมีการวางขายในประเทศสหรัฐอเมริกานะ ใครที่มีความสามารถในการสั่งของจากต่างประเทศก็อาจจะลองสั่งเข้ามาลองลิ้มชิมรสชาติกันได้นะ ทางไปสั่ง http://www.showerbeer.se/#Home
ปล.ถ้าสั่งได้แล้วอย่าลืมส่งมาทางนี้สักขวดนะ อยากชิมเหมือนกัน อยากจะพริ้วเป็นนกโบยบินในนภาสักวัน !!

Credit
Picture & Information : Shower Beer
