Spotify เปิดตัวในอิสราเอล โรมาเนีย แอฟริกาใต้ และ เวียดนาม
โดยแฟนเพลงในแต่ละประเทศสามารถเพลิดเพลินไปกับ Spotify ทั้งแบบมีโฆษณาได้ฟรี และแบบสมาชิกโดยไม่มีโฆษณา ด้วยคลังเพลงทั้งในและต่างประเทศที่หลากหลาย รวมไปถึงฟีเจอร์ที่จะเข้ามาช่วยให้พวกเขาสามารถค้นหาเพลงที่ต้องการและเพลย์ลิสต์ที่ถูกออกแบบได้ตรงตามรสนิยมของพวกเขา
คุณ Cecilia Qvist หัวหน้าฝ่ายการตลาดระดับโลกของ Spotify กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งสำหรับการเปิดตัว Spotify ในประเทศอิสราเอล โรมาเนีย แอฟริกาใต้ และ เวียดนาม นี้ ที่จะเข้ามาช่วยเชื่อมโยงระหว่างวัฒนธรรมเพลงอันหลากหลายของพวกเขาเข้ากับศิลปินและผู้ใช้กว่าหลายล้านคนทั่วโลกได้อย่างสมบูรณ์แบบ”
ปัจจุบัน Spotify คือบริการมิวสิคสตรีมมิ่งที่เป็นที่นิยมที่สุดในโลก ด้วยจำนวนผู้ใช้ถึง 159 ล้านคน ซึ่งรวมไปถึงสมาชิก Spotify Premium กว่า 71 ล้านคน ใน 65 ประเทศทั่วโลก

“Pay By Play” ที่พักเก๋ๆ ริมทะเลให้นอนฟรี 1 คืนใครอยากไปยกมือขึ้น
ดังนั้นการสร้างสังคมแบบมีส่วนร่วมให้ภาคเอกชนและประชาชนทั่วไปเข้ามาทำกิจกรรมตามความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเปรียบเสมือน “ครูจิตอาสา” ที่มอบความรู้แก่เด็ก ๆ เพิ่มเติมนอกจากห้องเรียน ซึ่งจะส่งผลให้เด็กได้รับทั้งความรู้และความสุข มีความภาคภูมิใจในตัวเอง และสอนให้เขารู้จักการให้และแบ่งปันแก่ผู้อื่น
ซึ่งในช่วงแรกของโครงการน่าภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ศิลปินดาราให้ความสำคัญกับน้องๆ เข้ามาสอนมาเล่นกับเด็กๆ อย่างสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็น คุณคริส-คุณพลอย หอวังที่มาเล่นกีฬาสีกับน้องๆ คุณสู่ขวัญ บูลกุล ร่วมสอนและวาดภาพศิลปะกับเด็กๆ คุณฌอห์น จินดาโชติ สอนหลักการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่อให้เด็กมีความรู้ติดตัวและช่วยเหลือผู้อื่นได้ในยามฉุกเฉิน และคุณเต้ย พงศกร ที่มาร่วมเล่นแชร์บอลกับน้องๆ ทำให้เด็กทุกคนที่นี่ล้วนมีความสุข
โครงการนี้ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากภาคเอกชนมาปรับปรุงบ้านพักรับรองให้ผู้ร่วมโครงการมาพักโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย (เป็นเวลา 1 คืน) เพียงแค่มาทำกิจกรรมกับเด็กๆ โดยมุ่งเน้นการทำกิจกรรม 2 ด้านด้วยกัน ได้แก่ 1. กิจกรรมการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก 2.กิจกรรมการสร้างทักษะอาชีพในอนาคตที่แต่ละคนสนใจ อาทิ สอนกีฬาฟุตบอล เลี้ยงสัตว์และปลูกผัก เป็นต้น ซึ่งเกิดจากแนวคิดที่ว่า “เราไม่ควรให้ปลาแก่เขา แต่ควรให้เบ็ดตกปลาและสอนให้รู้จักวิธีตกปลา” เพื่อให้เด็กทุกคนเมื่อออกไปใช้ชีวิตต้องสามารถดูแลตนเองได้และเป็นคนดีของสังคมต่อไป”

ส่วนหลักเกณฑ์การร่วมโครงการ Pay By Play ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการผ่านทาง Line ID paybplayblm เพียงกรอกใบสมัครผ่านระบบออนไลน์ โดยแจ้งความจำนงว่าจะเข้ามาจัดกิจกรรมอะไร แก่เด็กอายุเท่าไร จำนวนกี่คน วันและเวลาใด (เปิดให้ประชาชนทั่วไปร่วมโครงการได้เฉพาะเสาร์) โดยเจ้าหน้าที่จะทำการคัดเลือกและตอบรับแก่ผู้สมัครโดยตรง สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 092-576 5081
เมอร์เซเดส-เบนซ์ คาร์ ตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่ในไทย มุ่งผลักดันรถยนต์ไฟฟ้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมอร์เซเดส-เบนซ์ คาร์เดินหน้าเสริมศักยภาพด้านการผลิตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังตัดสินใจเดินกลยุทธ์เพื่อรองรับรูปแบบการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่มีความต้องการเพิ่มสูงขึ้นในภูมิภาค โดยนับจากนี้จนถึงปี 2563 ทางบริษัทฯ จะทุ่มเงินลงทุนรวมกว่า 100 ล้านยูโรเพื่อขยายการผลิตในไทยร่วมกับพันธมิตรในประเทศ คือ ธนบุรีประกอบรถยนต์ โดยเม็ดเงินดังกล่าวจะใช้เพื่อขยายโรงงานรถยนต์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน และสร้างโรงงานประกอบแบตเตอรี่แห่งใหม่ขึ้นในที่ตั้งเดียวกันเพื่อเป็นหลักประกันว่าโรงงานในไทยจะมีเทคโนโลยีอันล้ำหน้าไว้พร้อมสำหรับรถยนต์ที่มีระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า และรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว
“โครงการเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าในเครือข่ายการผลิตทั่วโลกของเมอร์เซเดส-เบนซ์ คาร์ ที่มีความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพในการผลิตสูง กำลังก้าวรุดหน้าด้วยดีและรวดเร็วอย่างยิ่ง โดยหนึ่งในแผนงานตามกลยุทธ์ของเราคือการร่วมมือกับพันธมิตร อย่าง ธนบุรีประกอบรถยนต์ เพื่อเตรียมพร้อมสู่อนาคตแห่งการสัญจรในประเทศไทยที่จะขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า
ซึ่งจากแนวคิดการผลิตแบตเตอรี่ของเราที่มีมาตรฐานเดียวกันและขยายต่อเติมได้ ทำให้เราเปิดสายการผลิตได้อย่างรวดเร็วในภูมิภาคใดๆ ก็ตามด้วย ขนาดโรงงานที่เหมาะสม โรงงานแบตเตอรี่ในประเทศไทยจะเสริมเครือข่ายการผลิตแบตเตอรี่ทั่วโลกของเราให้มีโรงงานเพิ่มขึ้นเป็น 6 แห่งใน 3 ทวีป” มร. มาร์คุส เชฟเฟอร์ กรรมการบริหาร รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ฝ่ายการผลิตและการจัดการห่วงโซ่อุปทาน กล่าว
ด้วยข้อดีของการผลิตที่เป็นมาตรฐานเดียวกันและแนวคิดในการออกแบบโรงงาน แผนงานในการผลิตแบตเตอรี่ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ คาร์จึงสามารถปรับขยายได้เพื่อให้เหมาะสมกับการสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะต่างๆ และเพื่อให้การดำเนินการตามแผนการผลิตเป็นไปด้วยความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับภาวะตลาดทั่วโลก
ดร. อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า “เมอร์เซเดส-เบนซ์ ถือเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลก และเป็นผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของประเทศไทยด้วยผลิตภัณฑ์และบริการมาตรฐานระดับโลก ก่อให้เกิดการลงทุน สร้างรายได้ให้กับประเทศ และนับเป็นหนึ่งในพลังขับเคลื่อนที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศให้เติบโตก้าวหน้าทั้งด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และสังคม
โดยขณะนี้ ทางบริษัทฯ ได้มีการขอขยายการส่งเสริมการลงทุนผลิตรถยนต์รถยนต์ไฟฟ้าไฮบริดปลั๊กอิน เป็นการตอบรับต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย ที่มีเป้าหมายที่จะก้าวไปสู่การพัฒนายานยนต์แห่งอนาคตและอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องที่ใช้พลังงานไฟฟ้า แสดงให้เห็นว่า เมอร์เซเดส-เบนซ์ จากประเทศเยอรมนี ได้เล็งเห็นความสำคัญของประเทศไทย ในการเป็นฐานการผลิตที่สำคัญในภูมิภาค อีกทั้งยังเป็นการยกระดับความสามารถของคนไทยด้วยการถ่ายทอดความรู้ และเทคโนโลยีที่เหนือกว่าการผลิตชิ้นส่วนทั่วไป ซึ่งจะช่วยให้อุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศก้าวหน้าเป็นอย่างมาก และสามารถสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาชาติอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป”
ภายในปี 2565 บริษัทฯ จะผสานระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเข้ากับรถยนต์ของ เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างทั่วถึง เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกที่เป็นรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า อย่างน้อย 1 รุ่นในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่รถยนต์จากแบรนด์สมาร์ทไปจนถึงรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ รวมถึงบริษัทฯ กำลังวางแผนจะนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้ามากกว่า 50 รุ่นย่อยอีกด้วย ในขณะเดียวกันเมอร์เซเดส-เบนซ์ยังสนับสนุนการพัฒนารถยนต์ ปลั๊กอินไฮบริดและการแจ้งเกิดของระบบ 48 โวลท์
พร้อมด้วยรถยนต์รุ่นแรกในตระกูล EQ ซึ่งใช้ชื่อว่า EQC ที่จะเข้าสู่สายการผลิตในปี 2562 ที่เบรเมน ประเทศเยอรมนี ทั้งนี้ EQ เป็น แบรนด์เทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ที่ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของกลยุทธ์ CASE ซึ่งประกอบด้วยเสาหลักเชิงกลยุทธ์ที่ผสานกันอย่างชาญฉลาด ได้แก่ การเชื่อมต่อ (Connected), การขับเคลื่อนด้วยตัวเอง (Autonomous), ความยืดหยุ่นในการใช้งาน (Shared & Services) และระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า (Electric)
โรงงานแบตเตอรี่ในประเทศไทยจะเป็นหนึ่งในเครือข่ายการผลิตแบตเตอรี่ทั่วโลกของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ คาร์ โดยจะผลิตเพื่อรองรับความต้องการในประเทศและเพื่อส่งออก เดมเลอร์ใช้เงินลงทุนรวมกว่า 1,180 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (กว่า 1 พันล้านยูโร) ในเครือข่ายการผลิตแบตเตอรี่ดังกล่าว ซึ่งยังมีโรงงานทั้งในเยอรมนี สหรัฐอเมริกา และจีนอีกด้วย เครือข่ายการผลิตแบตเตอรี่นี้จะตอบสนองความต้องการในตลาดอย่างยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพเช่นเดียวกับการผลิตรถยนต์ ซึ่งกลยุทธ์นี้จะทำให้มีเทคโนโลยีแบตเตอรี่ อันทันสมัยจากศูนย์กลางการผลิตในแต่ละพื้นที่ ทั้งยุโรป จีน และสหรัฐอเมริกาไว้พร้อมรองรับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นตามแผนงานรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัท ทั้งนี้ โรงงานผลิตแบตเตอรี่ในประเทศไทยมีแผนจะเริ่มเดินสายการผลิตภายในปี 2562
คอนติเนนทอล ไทร์ส ทุ่มงบลงทุนกว่า 9.75 ล้านบาทเปิดโรงงานในไทย
“การลงทุนในโรงงานผลิตยางรถยนต์กรีนฟิลด์ในประเทศไทย ถือว่าเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์การเติบโตของเราตามแผน “วิสัยทัศน์ปี 2568” (Vision 2025) การผสมผสานนวัตกรรมใหม่ของวิศวกรรมเยอรมันเข้ากับศักยภาพการผลิตของไทยจะสร้างความมั่นใจในการผลิตยางรถยนต์ที่มีคุณภาพสูงสุด ที่ลูกค้าในประเทศไทยและอาเซียนต้องการ สอดคล้องกับปรัชญาของเรา “เข้าสู่ตลาดไทย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในประเทศไทย” หรือ “In The Market, For The Market” การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์น ซีบอร์ดที่มีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วช่วยสนับสนุนการลงทุนของเรา ดังนั้น เราจึงขอขอบคุณรัฐบาลไทย กระทรวงอุตสาหกรรม และคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนที่ให้การสนับสนุนเราอย่างต่อเนื่อง” นายนิโคไล เซตเซอร์ คณะกรรมการบริหารและผู้บริหารสูงสุดฝ่ายยางรถยนต์ กล่าว
คอนติเนนทอลจากประเทศเยอรมนี นำความเชี่ยวชาญในการผลิตยางรถยนต์มากกว่า 140 ปี และเทคโนโลยีการผลิตอันทันสมัย มาสู่จังหวัดระยอง โรงงานแห่งใหม่ที่จังหวัดระยอง ถือเป็นโรงงานผลิตยางรถยนต์ระดับโลก ซึ่งมีมาตรฐานการประหยัดพลังงานที่ดีที่สุด เครื่องจักรทุกเครื่องจะมีการติดตั้งระบบการควบคุมขั้นตอนการผลิตเพื่อป้องกันไม่ให้มีการข้อผิดพลาดจากกระบวนการผลิตเกิดขึ้น พร้อมกับมีระบบการลำเลียงแบบอัตโนมัติที่คำนึงถึงสภาพการทำงานของพนักงงานเป็นหลัก
“โรงงานยางรถยนต์แห่งใหม่ในจังหวัดระยองเป็นโรงงานลำดับที่ 7 ที่พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 และช่วยขยายเครือข่ายการผลิตทั่วโลกของฝ่ายยางรถยนต์คอนติเนนทอล เพิ่มจาก 19 แห่งใน 16 ประเทศ เป็น 20 แห่งใน 17 ประเทศในปี พ.ศ. 2562 และภายในปี 2563 จะมีทั้งหมด 21 แห่งใน 17 ประเทศ คอนติเนนทอล ไม่ได้นำแค่เทคโนโลยีใหม่ๆ มาสู่ประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงวัฒนธรรมองค์กรซึ่งเรายึดถือทั่วโลก นั่นคือ “ความเชื่อมั่น, ความมุ่งมั่นสู่ความสำเร็จ, อิสรภาพในการแสดงออก และเพื่อกันและกัน” (Trust, Passion to Win, Freedom to Act, and For One Another) คอนติเนนทอลยังต้องการเป็นบริษัทชั้นนำในระยอง ที่พนักงานต้องการร่วมงาน ซึ่งการจะก้าวสู่เป้าหมายได้ เราจะลงทุนราว 3 ล้านยูโร (117 ล้านบาท) ในด้านการฝึกอบรมพนักงาน พวกเขาจะได้รับการฝึกอบรมที่โรงงานผลิตยางรถยนต์ของคอนติเนนทอล หลายแห่งในยุโรปและเอเชีย เพื่อให้ได้รับความรู้ที่ดีที่สุด นอกจากนี้ เรายังได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในพื้นที่เพื่อคัดเลือกและพัฒนาบุคลากรที่มีความสามารถของเราในอนาคต” นายเบิร์นฮาร์ด ทริลเคน รองประธานอาวุโสฝ่ายการผลิตและการขนส่งยางรถยนต์ทั่วโลก กล่าวเพิ่มเติม
หลังเสร็จสิ้นคำกล่าวของผู้บริหาร คอนติเนนทอล พิธีการติดตั้งเครื่องจักรเครื่องแรกของบริษัทจึงเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยเครื่องจักรเครื่องแรกคือเครื่องฉาบผ้าใบ ซึ่งมีหน้าที่ฉาบผ้าใบและเหล็กกล้าเข้ากับยาง ทำให้เกิดเป็นแผ่นยางต่อเนื่อง เพื่อใช้ในกระบวนการผลิตยางรถยนต์ การติดตั้งเครื่องจักรดังกล่าวเริ่มต้นด้วยการเปิดระบบไฟฟ้าของโรงงาน ซึ่งทำให้เกิดเอฟเฟกต์ไฟส่องสว่างเผยให้เห็นตัวขับเคลื่อนเครื่องคาเลนเดอร์หลัก หลังจากนั้นแขกผู้มีเกียรติที่เข้าร่วมพิธีนี้ จะร่วมกันทำพิธีเคลื่อนย้ายเครื่องจักรที่มีน้ำหนัก 13 ตันดังกล่าวไปยังจุดติดตั้ง
คอนติเนนทอลทุ่มงบลงทุน 250 ล้านยูโร (ประมาณ 9.75 ล้านบาท) และสร้างงานประมาณ 900 ตำแหน่งจนถึงปี 2565 โรงงานแห่งนี้จะมีกำลังการผลิตยางรถยนต์อยู่ที่ 4 ล้านเส้นต่อปีในระยะแรก และรองรับการขยายกำลังการผลิตยางรถยนต์เพิ่มขึ้นสูงสุดอยู่ที่ 25 ล้านเส้นต่อปี
Van Twolips, Summer Dress, Stylish Nonsense
ศิลปินคู่จากกรุงบัสเซลที่น่าพิศวง ดนตรีของแวนทูลิปส์มาจากความรักในการร้องเพลงของทั้งคู่ เราจะได้ฟังการโบยบินไปมาของเนื้อเพลงประดุจการสนทนา ระหว่างการร้องแบบบาโร้คโอเปร่า กับซุ้มเสียงแบบอิโรติกพ๊อพเซ็กซี่รัญจวลใจบนเมโลดี้อันบริสุทธิ์ หรือจะฟังเป็นแนวบทกวีที่อยู่บนดนตรีอิเลคโทรอะวองการ์ดก็ว่าได้ ผสมผสานการฉายภาพยนต์ศิลปะไปบนจอภาพที่เคลื่อนที่ได้ดุจการแสดงเพอฟอมิ่งอาร์ต น่าตื่นเต้นและตื่นตาเมื่อได้ชม
ลิปหรือริมฝีปากที่หนึ่งของแวนทูลิปส์คือ แมทธิวฮา นักเล่นแอคคอเดี้ยนและศิลปินนักแต่งเพลงที่มีเสียงร้องสูงไปถึงระดับแบรีโทนของแบรีโทนที่โลดแล่นขึ้นลงคำรามมาถึงระดับเทอเน่อก็มี
และลิปฝีปากที่สองคือ คาโยหรือสมญานามเดอะดัชเชส เธอผู้กลบทุกอย่างด้วยเสียงใหญ่ๆและต่ำเหมือนห่อหุ้มด้วยกำมะหยี่หนา ขับร้องด้วยบทกวีเป็นภาษาดัชท์ภาษาบ้านเกิดของเธออย่างเป็นธรรมชาติ
การแสดงของแวนทูลิปส์ประสพความสำเร็จมาแล้วมากมายจากการทัวร์ประเทศอังกฤษและหลายๆเมืองในยุโรป
และพวกเขากำลังมาทัวร์ในเอเชียและยังแสดงหลายๆที่ในไทยอีกด้วย พร้อมวงเปิดการแสดงที่ยอดเยี่ยมอย่าง Summer Dress และ Stylish Nonsense
โปรดอย่าพลาดชมคอนเสิร์ตนี้
เวลาเล่น
21.00 Stylish Nonsense
22.00 Van Twolips
23.00 Summer Dress
https://soundcloud.com/vantwolips/narcis-produktie-errante
https://soundcloud.com/vantwolips/live-rozengeur-maneschijn-cheval-noir-brussels
Luka Moto ไลฟ์สไตล์ คาเฟ่ เพื่อเหล่าไบค์เกอร์แห่งใหม่ย่านทองหล่อ

“ความโดดเด่นของ Luka Moto ไม่ใช่เพียงแค่การเป็นคาเฟ่แห่งใหม่เท่านั้น แต่ยังรังสรรค์อาหารคุณภาพ กาแฟที่คั่วจากเมล็ดพรีเมียม ชาจาก Malou Tea Atelier รวมทั้งน้ำผลไม้คั้นสด และ shrub soda เพื่อสุขภาพ อาหารทุกเมนูของเราล้วนปรุงจากวัตถุดิบออร์แกนิคหรือโฮมเมด ดังเช่นเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้านที่พร้อมเสิร์ฟตลอดวันอย่าง Breakfast Burritos, Shakshuka และ Buttermilk Fried Chicken Sandwich” คุณฐิติกานต์ จงวัฒนา พาร์ทเนอร์ ลูก้า ประเทศไทย กล่าว

Luka Moto Café by MF Motorrad นับเป็นสาขาที่สองของลูก้า ประเทศไทย หลังจากที่ได้เปิดสาขาแรกในย่านสาธรเมื่อสามปีก่อน โดย Luka Moto ยังเป็นศูนย์รวมของศิลปะในแขนงต่าง ๆ ภายใต้ความร่วมมือกับสำนักแต่งชื่อดังในไทย อาทิเช่น K-Speed, Ricoland และ Smiths Vintage Club ที่ได้สร้างสรรค์รถมอเตอร์ไซค์คัสตอมที่ไม่เหมือนใครในโลก และยังมีงานศิลปะภาพติดผนังที่สร้างสรรค์ขึ้นโดย ฌอง ปิแอร์ บราวน์ นักออกแบบผู้เชี่ยวชาญงานพิมพ์ศิลป์ชั้นสูงจาก Coup d’Esprit Bespoke Print Lab พร้อมด้วยเฟอร์นิเจอร์แฮนด์เมดจาก Casa Pagoda ที่ประกอบกันเป็นบรรยากาศในสไตล์ลอฟต์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของลูก้า ประเทศไทย

คุณสุทิวัส ชัยศิริวิเชียร ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มเอฟ มอเตอร์ราด จำกัด กล่าวว่า “เอ็มเอฟ มอเตอร์ราด รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งในฐานะผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย ที่ได้ร่วมบุกเบิกธุรกิจโมเดลใหม่ในการผสานไลฟ์สไตล์ และคอมมิวนิตี้ของไบค์เกอร์ที่ต้องการพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนพูดคุยโดยไม่จำกัดแบรนด์ อีกทั้งยังเล็งเห็นความสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าที่วันนี้อาจยังไม่ได้ก้าวเข้าสู่วงการบิ๊กไบค์อย่างเต็มตัว แต่มีใจรักและสนใจที่จะลองสัมผัสประสบการณ์ในแบบฉบับของเรา โดยทางเอ็มเอฟ มอเตอร์ราด มีแผนเตรียมจัดกิจกรรมที่ Luka Moto Café อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเวิร์คช็อปด้านการดูแลมอเตอร์ไซค์ การจัดการทดสอบรถมอเตอร์ไซค์รุ่นต่าง ๆ และการนำรถมอเตอร์ไซค์คัสตอมใหม่หรือรถมอเตอร์ไซค์ที่มีเพียงคันเดียวในโลกมาจัดแสดงอีกด้วย”

มร. มาร์คุส เกลเซอร์ ผู้อำนวยการ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย กล่าวว่า “Luka Moto
มาจากแนวคิดที่ว่าคอมมิวนิตี้ของเหล่าสาวกบิ๊กไบค์ ไม่จำเป็นต้องจำกัดแบรนด์หรือสถานที่
ว่าต้องเกิดขึ้นภายในโชว์รูมเท่านั้น เพราะไบค์เกอร์ทุกคนต่างมีประสบการณ์ที่สามารถแลกเปลี่ยน
ซึ่งกันและกันได้โดยไม่จำกัดค่าย เราเชื่อว่าไลฟ์สไตล์ของเหล่าไบค์เกอร์กับอาหารและกาแฟคุณภาพเยี่ยม สามารถผสมผสานกันได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังช่วยสร้างพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนสังสรรค์ของกลุ่มไบค์เกอร์ และเปิดโอกาสให้เราได้เข้าใกล้ชิดลูกค้ามากยิ่งขึ้น”
Luka Moto Café เป็นสถานที่รวมตัวของคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์เฉพาะตัว พร้อมต้อนรับกลุ่มคนที่มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นไบค์เกอร์ คนรักกาแฟ คาเฟ่ฮอปเปอร์ รวมถึงคนรักสัตว์เลี้ยงที่สามารถพาเพื่อนสี่ขามานั่งผ่อนคลายที่คาเฟ่แห่งนี้ของเรา และยังมีพื้นที่จอดรถไว้รองรับบิ๊กไบค์โดยเฉพาะ โดยไม่จำกัดรุ่นหรือยี่ห้อ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เหล่าไบค์เกอร์

“นอกจากนี้ เรายังเตรียมความพิเศษด้วยการขยายบริการในช่วงค่ำ เป็นอีกหนึ่งที่แฮงค์เอ้าท์แห่งใหม่ในย่านทองหล่อ ซึ่งจะเปิดให้บริการเร็ว ๆ นี้” คุณฐิติกานต์กล่าว
Luka Moto Café ตั้งอยู่ที่ โครงการ The Taste ทองหล่อซอย 11 สุขุมวิท 55 เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 08.00 – 20.00 น.
ติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
FB: Luka Moto
IG: @luka.moto
WWW: www.lukabangkok.com
TEL: 020500469
ASICS GEL-NIMBUS 20 แพลตตินั่ม ลิมิเต็ด อิดิชั่น รุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 20 ปี GEL-NIMBUS
และในโอกาสพิเศษเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปีนี้ ทางASICS ยังขนความพิเศษมาเอาใจบรรดานักวิ่งมาอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นแผ่นรองเท้า ตัวส้นโลหะ เชือกผูกรองเท้าสี Cloud white ที่ตัดกับตัวบอดี้รองเท้าสีแพลตตินั่มอย่างโดดเด่น และสะดุดตาด้วยแถบASICS สีเงินวาววับ ฟีเจอร์พิเศษต่างๆนี้ พร้อมเสริมความมั่นใจและพาคุณเข้าสู่จุดหมายได้อย่างสวยงาม
คุณสมบัติของ GEL-NIMBUS 20 รุ่นแพลตตินั่ม ประกอบด้วย :
· I.G.S (Impact Guidance System)
· FlyteFoam Midsole – bottom layer
· SpEVA Midsole – top layer
· Plus 3 and Gender Specific Cushioning (for Women’s model)
· GUIDANCE LINE
· TRUSSTIC System
· Visible Rearfoot and Forefoot GEL
· SpEVA Lasting
· FluidFit Upper with Gradient Jacquard Mesh
· Outsole Forefoot: AHAR Sponge, Rear foot: AHAR PLUS Rubber
· X-40 Ortholite Sockliner
· External Counter
· 3M Reflectivity
จัดจำหน่ายที่:
สาขาเมกาบางนา Mega Bangna (02-105-1858) / สาขา ZPELL@FuturePark (02-150-9037) / สาขา CentralPlaza Westgate (02-194-2771) / สาขา Siam Discovery (02-658-0262) / สาขา Central Rama 9 (02-055-1791) / สาขา Central Ladprao (02-006-2900)
จากัวร์ อี-เพช ใหม่ ลุยๆ แบบเอสยูวี แฝงสไตล์สปอร์ตสุดโฉบเฉี่ยว
จากัวร์ อี-เพช ใหม่ ที่เคยสร้างความฮือฮากับวงการรถยนต์ด้วยการขับรถม้วนตัวกลางอากาศจนถูกบันทึกใน กินเนส เวิลด์ เรคคอร์ด มาแล้ว และในวันนี้เราก็ได้มาพบกับ จากัวร์ อี-เพช ใหม่ คันจริงๆ ที่พร้อมจำหน่ายแล้วในไทยในราคาสามล้านปลายๆ จากัวร์ อี-เพช ใหม่ มีดียังไงเราไปดูกัน
จากัวร์ อี-เพช ใหม่ รถยนต์คอมแพกต์เอสยูวี ที่มาในรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวแบบรถสปอร์ตกับพื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวางรองรับผู้โดยสาร 5 ที่นั่ง พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่รวมเอาลักษณะโดดเด่นทั้งการออกแบบดีไซน์ สมรรถนะการขับเคลื่อนที่มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดอันเป็นเครื่องหมายการค้าของจากัวร์เข้าไว้ด้วยกัน โดยได้แรงบันดาลในการออกแบบด้านสมรรถนะมาจากรถยนต์เอสยูวี จากัวร์ เอฟ-เพซ ร่วมกับรูปลักษณ์โดดเด่นสะดุดตาได้มาจากรถยนต์สปอร์ตจากัวร์ เอฟ-ไทป์
การออกแบบภายนอกถ่ายทอดความเป็นจากัวร์อย่างเด่นชัดด้วยกระจังหน้าที่เป็นเอกลักษณ์ ช่วงหน้าสั้นแต่มีสัดส่วนโค้งเว้าของตัวรถที่ดูแข็งแกร่งทรงพลัง อีกทั้งความลาดเอียงของโครงหลังคาที่สอดรับกับหน้าต่างด้านข้าง

ภายในแสดงให้เห็นถึงสายพันธุ์สปอร์ตของจากัวร์ เอฟ-ไทป์ ได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น คันเกียร์สไตล์ จากัวร์ เอฟ-ไทป์ แผงคอนโซลหน้า แผงประตู และเบาะนั่งที่ออกแบบมาเป็นพิเศษให้ผู้ขับขี่รู้สึกถึงความสปอร์ต

https://www.youtube.com/watch?time_continue=4&v=9YLyrRRb-D8
Mr. Ian Callum ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบของจากัวร์ กล่าวว่า “หลักในการออกแบบรถยนต์ตามแบบฉบับของจากัวร์ทำให้ จากัวร์ อี-เพช ใหม่ ถูกจดจำในฐานะรถยนต์สปอร์ตไปในทันที อีกทั้งประสานการออกแบบเพื่อการใช้สอยทุกพื้นที่ภายในห้องโดยสารแบบรถเอสยูวี รวมถึงการตอบสนองการใช้งานรถยนต์ในแบบครอบครัวอย่างลงตัวทั้งสมรรถนะและรูปลักษณ์”
จากัวร์ อี-เพช ใหม่ มีขนาดความยาวรวม 4,395 mm ความยาวช่วงจากล้อถึงปลายกันชนหน้าและหลัง คือ 882 mm และ 832 mm ตามลำดับ ระยะความกว้างฐานล้อ 2,681 mm ทำให้ภายในห้องโดยสารขนาด 5 ที่นั่งมีความกว้างขวางสะดวกสบายด้วยพื้นที่วางขาถึง 892 mm ความจุของพื้นที่เก็บสัมภาระสูงสุด 577 ลิตร ขึ้นอยู่กับการจัดวางพื้นที่นั่งด้านหลัง
โครงสร้างตัวถังแบบใหม่ถูกพัฒนาเพื่อให้จากัวร์ อี-เพช มีพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางขึ้นอีกทั้งเพื่อให้มีความแข็งแกร่งรองรับสมรรถนะการขับขี่ในทุกสภาพพื้นผิวถนน ระบบช่วงล่างด้านหลังแบบอินทิกรัลลิงค์ (Integral Link) ที่วิศวรกรของจากัวร์ออกแบบมาเป็นอย่างดี ทำให้การขับขี่เป็นไปอย่างนุ่มนวลสะดวกสบาย ด้วยความแข็งแกร่งของตัวถังทำให้สามารถต่อพ่วงอุปกรณ์อื่นๆเข้ากับตัวรถได้น้ำหนักสูงสุดถึง 1,800 กิโลกรัม ซึ่งตอบโจทย์ได้ในทุกไลฟ์สไตล์ทั้งเวลาทำงานและเวลาพักผ่อนของเจ้าของรถ
จากัวร์ อี-เพช ใหม่ มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล Ingenium 150 แรงม้า อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม.ภายใน 10.5 วินาที (0-60 ไมล์/ชม./9.9 วินาที) อัตราเร่งความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 193 กม. /ชม. อัตราการปล่อยก๊าซ CO2 อยู่ที่ 160 กรัม/กม.
Mr. Alan Volkaerts ผู้อำนวยการสายการผลิต กล่าวว่า “สมาชิกใหม่ล่าสุดของตระกูลเพช (Pace) ถูกออกแบบโดยเน้นที่ความสะดวกสบายและเพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายในห้องโดยสาร กับเครื่องยนต์ Ingenium แบบล่าสุดของจากัวร์ ถือเป็นรถยนต์ที่รวมเอาการพลังขับเคลื่อนแบบรถสปอร์ตจากัวร์มาไว้ในรถยนต์เอสยูวี”
https://youtu.be/n326bZKWFNk?t=13s
และนับเป็นครั้งแรกของจากัวร์ ในการติดตั้งระบบขับเคลื่อน Active Driveline ให้กับจากัวร์ อี-เพช การตั้งค่าอัจฉริยะนี้จะลดจุดบกพร่องระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ให้แรงบิดเต็มสมรรถนะและมีเสถียรภาพสูงสุดรวมทั้งให้ประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงได้ดีที่สุดในทุกสภาวะ
อีกคุณสมบัติของจากัวร์ อี-เพช ใหม่ คือ เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ด้วยเซนเซอร์ช่วยจอดหน้า-หลัง โดยกล้องวิดีโอที่ตัวรถยังทำงานเชื่อมต่อกับระบบบังคับควบคุมพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า ลดจุดอับสายตาและลดความเสี่ยงในการเฉี่ยวชนจากด้านข้างเมื่อขับขี่บนถนนที่มีหลายเลน และยังมีถุงลมนิรภัยสำหรับคนเดินถนนในกรณีที่เกิดการชน ซึ่งติดตั้งอยู่ใต้ขอบของฝากระโปรงหน้า ทั้งหมดเป็นคุณสมบัติและอุปกรณ์มาตรฐานที่มีอยู่ในจากัวร์ อี-เพชทุกคัน
New Jaguar E-Pace S 150PS 3,600,000 บาท
พิเศษในช่วงแนะนำ 3,500,000 บาท*
*สำหรับลูกค้าที่จองตั้งแต่ วันนี้ – 8 เม.ย 2561 หรือในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39

เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป เผย4 กลยุทธ์หลัก มุ่งสู่ปี 2022 ตั้งเป้ายอดขายหนึ่งหมื่นล้านบาท
เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป หนึ่งในผู้นำธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทยที่มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารร้านอาหารไทยและญี่ปุ่นชั้นนำในเครือถึง 13 แบรนด์ ตลอดระยะเวลาของการดำเนินธุรกิจกว่า 27 ปี ประกาศแผนกลยุทธ์สร้างการเติบโตของกรุ๊ปอย่างมั่นคงและยั่งยืน เดินหน้าต่อยอดความสำเร็จด้วย 4 กลยุทธ์หลัก
4 กลยุทธ์หลักที่ว่าคือมุ่งเน้นยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า พร้อมขยายเครือข่ายธุรกิจผ่านสินค้าและบริการใหม่ พร้อมเปิดตัวร้านอาหารญี่ปุ่นแบรนด์ใหม่เข้าถึงง่ายอย่าง Musha เพื่อให้ครอบคลุมผู้บริโภคได้ทุกกลุ่ม รวมถึงการขยายแฟรนไชส์ และเตรียมขยายสาขาตอบโจทย์ลูกค้าทั่วประเทศ ตั้งเป้าสู่ยอดขายหนึ่งหมื่นล้านบาท ภายในปี พ.ศ. 2565
คุณสรรคนนท์ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “นับตั้งแต่การเปิดสาขาแรกของร้านอาหารญี่ปุ่น ZEN ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป ในปี พ.ศ. 2534 เราได้สร้างความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องผ่านการนำเสนอด้านบริการและคุณภาพอาหารที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าทุกราย
รวมถึงการขยายธุรกิจผ่านแบรนด์ต่าง ๆ ทั้งแบรนด์อาหารญี่ปุ่นและแบรนด์อาหารไทย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยเราตั้งเป้าหมายที่จะมียอดขายหนึ่งหมื่นล้านบาท ภายใน 5 ปี
โดยในปีที่ผ่านมา เราได้สร้างความสำเร็จสำคัญอีกก้าวด้วยการเปิดตัว Sushi Cyu แบรนด์อาหารญี่ปุ่นพรีเมียม และแบรนด์ใหม่ล่าสุด Musha อาหารญี่ปุ่นราคาเข้าถึงง่าย หลังจากที่ได้เสริมความแข็งแกร่งครั้งใหญ่ด้วยการรวมกลุ่มแบรนด์ตำมั่ว ในปีก่อนหน้านี้”
คุณธันยเชษฐ์ เอกเวชวิท รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจแบรนด์ บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “ด้วยแนวโน้มความเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมร้านอาหารที่ส่งผลมาจากอิทธิพลของเทคโนโลยีดิจิตอลในชีวิตประจำวัน รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญด้านสุขภาพมากขึ้น เซ็น กรุ๊ป จึงไม่เคยหยุดนิ่งที่จะปรับตัวตามความต้องการที่แปรเปลี่ยนไปของผู้บริโภค
และยังคงมุ่งมั่นนำเสนอประสบการณ์ที่ดีที่สุดในทุก ๆ ด้านให้แก่ลูกค้า ผ่าน 4 กลยุทธ์หลักของการดำเนินธุรกิจทั้งการเสริมสร้างประสบการณ์บริโภคที่ดีที่สุดจากบริการที่ได้มาตรฐานและนวัตกรรมล้ำสมัย การขยายเครือข่ายธุรกิจผ่านการสร้างสรรค์แบรนด์ใหม่ ๆ และบริการที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น บริการการจัดส่งอาหารหรือบริการจัดเลี้ยงนอกสถานที่ การยกระดับประสิทธิภาพการผลิตด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัย และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้เกิดความเชี่ยวชาญ”
เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ในการบริโภคที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า นอกจากการนำเสนอเมนูอาหารที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น เซ็น กรุ๊ป ยังเตรียมยกระดับด้านบริการด้วยการปรับปรุงโฉมใหม่ให้แก่ร้านภายใต้แบรนด์ต่าง ๆ เพื่อสร้างบรรยากาศที่เหมาะสมที่สุดในการรับประทานอาหาร รวมถึงการสร้างแอพพลิเคชั่น GES (Guest Experience System) เพื่อตอบสนองความคิดเห็นของลูกค้าได้อย่างฉับพลัน
“ความสำเร็จจากการขยายเครือข่ายธุรกิจครั้งสำคัญของเรา คือการเปิดตัวแบรนด์ร้านอาหารใหม่ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของฐานลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้น ในปีที่ผ่านมา เราได้ก้าวเข้าสู่ตลาดไฮเอนด์ ด้วยการเปิดตัวแบรนด์ Sushi Cyu ร้านอาหารญี่ปุ่นคุณภาพสูงในสไตล์ omagase และ De Tummour ร้านอาหารอีสานต้นตำรับระดับพรีเมียม เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าตลาดบนและชาวต่างประเทศ ในขณะที่แบรนด์ Musha สามารถตอบความต้องการของผู้บริโภคได้ทุกเพศทุกวัย ด้วยเมนูอาหารอันเป็นที่ชื่นชอบของคนไทย ในราคาที่เข้าถึงง่าย ซึ่งเรามีแผนที่จะขยายสาขาของ Musha เพื่อรุกตลาดทั่วประเทศผ่านระบบแฟรนไชส์ นับว่าเป็นเครือข่ายแฟรนไชส์ร้านอาหารญี่ปุ่นที่มาจากเชนร้านอาหารรายแรกของไทย” คุณธันยเชษฐ์กล่าว

และเพื่อเสริมสร้างความสำเร็จในการขยายธุรกิจผ่านเครือข่ายแฟรนไชส์ที่แข็งแกร่ง เซ็น กรุ๊ป ยังได้เตรียมเปิดตัวสาขาสำหรับทั้งแบรนด์ไทยและญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหารปิ้งย่าง ‘อากะ’, ร้านอาหาร ‘On the Table’, ร้านอาหาร ‘เฝอ’ และร้านอาหาร ‘ตำมั่ว’ ในพม่า ลาว และกัมพูชา ภายในปี พ.ศ. 2561 ส่งผลให้ เซ็น กรุ๊ป มีเครือข่ายแฟรนไชส์ในตลาดประเทศเพื่อนบ้านรวม 8 สาขา ในปัจจุบัน
เซ็น กรุ๊ป ยังให้ความสำคัญในด้านการบริการอย่างมีประสิทธิภาพ จึงให้บริการจัดส่งอาหารถึงบ้าน (Food Delivery) ผ่านช่องทางออนไลน์ ภายใต้ความร่วมมือกับ Foodpanda ศูนย์รวมบริการสั่งอาหารออนไลน์ทั่วประเทศไทย รวมถึงการให้บริการจัดเลี้ยงนอกสถานที่ เพิ่มช่องทางในการบริโภคให้แก่ลูกค้า โดยไม่จำกัดอยู่เพียงการเข้ามารับประทานอาหารที่ร้าน
“นอกจากความมุ่งมั่นในการบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจแล้ว เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป ยังให้ความสำคัญของดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคม โดยเราได้มอบความช่วยเหลือให้แก่เกษตรกรผู้พิการ ผ่านโครงการพลังเซ็นเพื่อสังคม (Zen Spirit) ซึ่งได้ริเริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2560 ด้วยโครงการปลูกเมล่อน ณ จังหวัดชัยนาท ซึ่งเราได้สนับสนุนด้านเงินทุน การจัดหาแหล่งจำหน่าย รวมทั้งยังได้รับซื้อเมล่อนเพื่อนำมาเสิร์ฟให้แก่ลูกค้าของร้านอาหารในเครือ เรามุ่งหวังให้เกษตรกรที่ได้รับความช่วยเหลือสามารถประกอบอาชีพและมีรายได้เพื่อดำรงชีพของทั้งตัวเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน” คุณสรรคนนท์ กล่าว
“กล้องไม่เหมือนใคร ทำอะไรไม่เหมือนเดิม” แนวคิดใหม่ Samsung Galaxy S9 & Galaxy S9+
ถือว่าเป็นงานเปิดตัวสมาร์ทโฟนแห่งปีงานแรกอย่างไม่ต้องสงสัย สำหรับการเปิดตัว Samsung Galaxy S9 และ Galaxy S9+ สมาร์ทโฟนที่สร้างสรรค์ขึ้นภายใต้แนวคิด “กล้องไม่เหมือนใคร ทำอะไรไม่เหมือนเดิม” (The Camera. Reimagined.) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย กับ AR Emoji ที่ให้ทุกคนสามารถสร้างสติ๊กเกอร์คาแร็คเตอร์ตัวคุณในรูปแบบ 3 มิติที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ที่สามารถแชร์บนโซเชียลมีเดียไม่ว่าจะเป็นไลน์ เฟสบุ๊ค อินสตราแกรม ได้อย่างง่ายดายและสนุกสนานเฮฮามากยิ่งขึ้น
เพื่อบ่งบอกถึงความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของวงการสมาร์ทโฟนครั้งนี้ การเปิดตัว Samsung Galaxy S9 และ Galaxy S9+ จึงถูกจัดขึ้น ณ GMM Live ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งมาพร้อมบรรยากาศของความเป็นแกรนด์ฮอลล์ที่รองรับผู้เข้าร่วมงานได้หลายร้อยคน
Samsung Galaxy S9 และ Galaxy S9+ โดดเด่นด้วยกล้องรูรับแสงคู่ F1.5 (Dual Aperture) ที่สามารถปรับได้เองอัตโนมัติเหมือนรูม่านตามนุษย์ ทำให้ถ่ายภาพได้สวยงามคมชัดทั้งในสภาพแสงน้อยและแสงจ้า สนุกยิ่งขึ้นกับฟังก์ชั่นถ่ายวีดีโอแบบซูเปอร์สโลว์-โม (Super Slow-mo) ให้คุณไม่พลาดช่วงเวลาที่สำคัญ และยังสามารถเก็บภาพวีดีโอในมุมมองที่ตาเราไม่เคยเห็นมาก่อน ภาพที่เราเห็นจนชินตาทุกวันจะกลายเป็นความแปลกตาที่น่าค้นหา
สามารถเป็นเจ้าของSamsung Galaxy S9 และ Galaxy S9+ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยรุ่น กาแลคซี่ เอส 9 มาในความจุขนาด 64GB วางจำหน่ายที่ราคาเครื่องละ 27,900 บาท และรุ่น กาแลคซี่ เอส 9 พลัส สามารถเลือกความจุภายในตัวเครื่องขนาด 64GB ในราคาเครื่องละ 31,900 บาท และ 128 GB ในราคา 33,900 บาท และพิเศษ 256GB ในราคา 37,900 บาท เฉพาะช่องทางของพาร์ทเนอร์ผู้ให้บริการเครือข่าย โดย ซัมซุง กาแลคซี่ เอส 9 และ เอส 9 พลัส มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีดำ Midnight Black สีฟ้า Coral Blue และเฉดสีใหม่ล่าสุด สีม่วง Lilac Purple

