ยามาฮ่าสานสัมพันธ์สื่อมวลชน พร้อมเปิดประสบการณ์สุด Revs ครั้งใหม่!! ปั่นจักรยานบนแทร็คระดับโลก
ผ่านไปแล้วอย่างสวยงามกับรายการ Buriram Bike Fest 2018 “มหกรรมปั่นสองปราสาท” ที่จัดขึ้น ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ในงานนี้คุณปิยะพงษ์ หวังใจสุข ผู้จัดการอาวุโส แผนกประชาสัมพันธ์ พร้อมผู้บริหารระดับสูง บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ได้นำคณะสื่อมวลชนนักปั่นของไทยร่วมเปิดประสบการณ์สุดเร้าใจด้วยการปั่นจักรยานบนแทร็คระดับโลกอย่าง สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต
Buriram Bike Fest 2018 จะมีการแบ่งเป็น 2 ประเภทคือประเภท พนมรุ้งคลาสสิค ระยะทาง 140 กิโลเมตร และประเภท เซอร์กิต ไรด์ ระยะทาง 45.5 กิโลเมตร ในประเภทเซอร์กิต ไรด์ จะเป็นการปั่นจักรยานวนอยู่ในสนามช้างเซอร์กิต จำนวน 10 รอบ สื่อมวลชน และประชาชนทั่วไปที่มาร่วมรายการครั้งนี้ต่างรู้สึกประทับใจในกิจกรรมครั้งนี้เป็นอย่างมาก

นอกจากการชวนสื่อมวลชนมาปั่นจักรยานในรายการ Buriram Bike Fest 2018 “มหกรรมปั่นสองปราสาท” แล้วทางบริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ยังขนรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าคลาส 150 ซีซี ส่งตรงจากกรุงเทพมาให้ได้ทดสอบสมรรถนะการขับขี่ในรูปแบบเซอร์กิตกันถึง 3 รุ่นได้แก่
Yamaha Aerox 155
ยามาฮ่า แอร็อกซ์ 155 สีใหม่! สายพันธุ์สปอร์ตออโตเมติกที่เค้าว่ามีสีให้เลือกถึง 6 สี แอร็อกซ์ 155 สืบทอด DNA แชมป์จากสนามแข่งระดับเวิลด์คลาส เหนือชั้นด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์บลูคอร์ 155 ซีซี และระบบวาล์วแปรผัน VVA (VARIABLE VALVE ACTUATION) ระบบวาล์วแปรผันอัจฉริยะแบบเดียวกับยนตรกรรมไฮเอนด์ 4 วาล์ว พร้อมตอบสนองทุกอัตราเร่ง
พิเศษสำหรับในรุ่น ABS Version เพิ่มความสะดวกด้วยระบบดับเครื่องยนต์อัตโนมัติ (STOP & START SYSTEM) ช่วยให้ประหยัดสูงสุดโดยเครื่องยนต์จะดับอัตโนมัติในความเร็วต่ำ และเมื่อหยุดรถในการจราจรติดขัดเกิน 5 วินาที ลดการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและลดการสร้างมลพิษ ควบคู่กับ SMART MOTOR GENERATOR ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบไม่มีมอเตอร์สตาร์ท จึงสตาร์ทได้รวดเร็ว และเงียบยิ่งกว่า และที่สำคัญระบบเบรกหน้า ABS ควบคุมแรงดันเบรกอัตโนมัติ ป้องกันล้อล็อค มั่นใจในทุกการขับขี่
Yamaha M-SLAZ
สีสันพันธุ์ซ่าส์…ล่าสุดของสตรีทไบค์สายพันธุ์ดาร์ก ประกาศความซ่าส์ของรถ Street Naked สไตล์ Extreme 150 ซีซี ที่สะท้อนความเป็นคุณ ขับขี่มันส์คล่องตัวด้วยโช้คหัวกลับ Upside Down แฮนด์บาร์กว้างสัมพันธ์กับท่าขี่สุดเท่อันเป็นเอกลักษณ์

YZF-R15
ถ่ายทอดจิตวิญญาณตระกูล R-Series แห่งความเป็นผู้นำจากสนามแข่งระดับโลก ที่จะพาคุณก้าวข้ามไปอีกขั้นกับความเร้าใจแบบ Yamaha เครื่องยนต์ 155 ซีซี สูบเดี่ยว 4 วาล์ว เกียร์สปอร์ต 6 สปีด ระบบหัวฉีดอัจฉริยะ ระบายความร้อนด้วยน้ำและกระบอกสูบไดอะซิล พร้อมระบบวาล์วแปรผันอัจฉริยะ VVA ช่วยให้อัตราเร่งดีเยี่ยม ตอบสนองทุกช่วง ความเร็วได้อย่างทันใจ
ระบบสลิปเปอร์คลัตช์ช่วยลดแรงกระชากของล้อหลัง ขณะลดเกียร์จากสูง ลงมาสู่เกียร์ต่ำ (Shift-Down) เพิ่มความต่อเนื่องและราบรื่นในการขับขี่ สวิงอาร์มอะลูมิเนียมดีไซน์ใหม่ออกแบบให้กว้างรับกับล้อแม็กและยางขนาดใหญ่กว่าเดิม เบา แข็งแรง รับกับตัวรถ ขับขี่เร้าใจทั้งบนถนนและในสนาม ยางเรเดียลขนาดใหญ่ (ยางหน้า: 100/80-17, ยางหลัง: 140/70 -17) เพิ่มพื้นที่สัมผัสถนน เข้าโค้งมั่นใจ แผงหน้าปัด Multi-Function ซูเปอร์สปอร์ต พร้อม SHIFT LIGHT สไตล์เรซซิ่งจัดเต็มทุกฟังก์ชั่น ตัวเลขบอกตำแหน่งเกียร์พร้อมไฟเตือนเปลี่ยนเกียร์ (Shift Light) ถอดแบบมาจากรุ่นพี่อย่าง YZF-R1 และ YZF-R6
ความสนุกไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การปั่นจักรยาน และทดสอบการขับขี่รถจักรยานยนต์ทั้ง 3 รุ่นแล้ว ยังมีการแข่งรถโกคาร์ท นัดกระชับมิตร ระหว่างสื่อมวลชน กับทีมงานไทยยามาฮ่ามอเตอร์ ที่สร้างความสนุกสนานเฮฮา ที่สิ่งที่สร้างความบันเทิงที่สุดคือการร่วมเชียร์บอลในวันแดงเดือนซึ่งต่างคนก็ต่างเชียร์ทีมที่ตัวเองรัก ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นยังไง…เราก็ยังรักกันดี…รึเปล่า 555
หลังจากผ่านกิจกรรมทั้งหมดไปพวกสื่อมวลชนต่างรู้สึกประทับใจ และเป็นการสานสัมพันธ์อันดีระหว่างทีมงาน ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ กับสื่อมวลชนที่เดินทางมาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ได้เป็นอย่างดี
ติดตามความสนุกจาก ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ ได้ที่
facebook.com/YamahaSocietyThailand
instagram.com/yamahasocietythailand
youtube.com/user/THAIYAMAHAOFFICIAL

triumphmotorcycles ส่งโปรฯแรง จัดเต็ม รับมอเตอร์โชว์ 2018
บอนเนวิลล์ บอบเบอร์ (Bonneville Bobber) ราคา 585,000 บาท รับข้อเสนอสุดพิเศษฟรี Gift Voucher มูลค่า 30,000 บาท
บอนเนวิลล์ ที100 (Bonneville T100) ราคา 445,000 บาท รับข้อเสนอฟรี Gift Voucher มูลค่า 20,000 บาท
ตามมาด้วยรุ่น ไทเกอร์ 800 เอ็กซ์อาร์ที (Tiger 800 XRT) ราคา 645,000 บาท รับข้อเสนอฟรี Gift Voucher มูลค่า 40,000 บาท
และรุ่น ไทเกอร์ 800 เอ็กซ์ซีเอ (Tiger 800 XCA) ราคา 665,000 บาท รับข้อเสนอฟรี Gift Voucher มูลค่า 40,000 บาท
รวมถึง สตรีท ทริปเปิล อาร์เอส (Street Triple RS) ราคา 535,000 บาท รับข้อเสนอฟรี Gift Voucher มูลค่า 30,000 บาท
โดยทุกรุ่นข้างต้นพร้อมรับฟรี ค่าพ.ร.บ. ค่าจดทะเบียน รวมถึงรับดอกเบี้ยพิเศษ ดาวน์ต่ำผ่อนนาน และโปรแกรม Triumph Roadside Assistance บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 2 ปี โดยไม่จำกัดระยะทางอีกด้วย
โปรโมชั่นดังกล่าวเริ่มตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 8 เมษายน 2561
สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงโปรโมชั่นของรุ่นอื่นๆที่แรงไม่แพ้กัน และทดลองขี่รถมอเตอร์ไซค์ไทรอัมพ์ทุกรุ่นได้ที่โชว์รูมไทรอัมพ์ ทั้ง 13 สาขาทั่วประเทศ ตลอดจนพบกับโปรโมชั่นดังกล่าวได้ที่งานมอเตอร์โชว์ 2018 ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ บริษัท ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ (ไทยแลนด์) จำกัด อีเมล์ [email protected] หรือติดตามข่าวสารและกิจกรรมอื่นๆ ได้ที่ www.facebook.com/TriumphMotorcyclesThailand
เติมไฟให้ความสำเร็จด้วยกาแฟหอมๆ และเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ กับครั้งแรกของ Rocket X café ที่พร้อมให้บริการใน Spaces ณ โครงการซัมเมอร์ฮิลล์
สเปซเซส ณ โครงการซัมเมอร์ฮิลล์ ออฟฟิศพร้อมใช้งานแบบครบวงจรสุดสร้างสรรรค์แห่งกรุงอัมเสตอร์ดัม ประกาศจับมือกับ Rocket Xคาเฟ่พร้อมเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบในปลายเดือนมีนาคม 2561 นี้
ผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัวหรืออาชีพอิสระที่มาใช้บริการออฟฟิศพร้อมใช้หรือโคเวิร์คกกิ้งสเปซ จะได้รับประโยชน์จากเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ กาแฟชั้นดี ขนมอบสดใหม่ และของว่าง ซึ่งล้วนแต่ผ่านการคัดสรรจาก Rocket X ที่คอยใส่ใจทุกเมนูสุขภาพเพื่อเติมพลังงานในการเริ่มต้นวันใหม่ไปพร้อมไอเดียใหม่ๆ ได้อย่างเสมอ

การร่วมงานกันระหว่าง Rocket x ที่ได้รับแรงบันดาลใจในรังสรรค์เมนูสไตล์สแกนดิเนเวีย กับSpaces ที่สร้างสรรค์แบรนด์ขึ้นในสไตล์ดัตช์ นับเป็นการร่วมงานกันได้อย่างลงตัวที่สุด เนื่องจากทั้งสองแบรนด์ต่างให้ความสำคัญในเรื่องของอาหารและบรรยากาศเช่นเดียวกันอีกทั้งสไตล์ความชิกเก๋ เน้นความเป็นธรรมชาติ เปรียบดั่งอยู่ใจกลางธรรมชาติที่มีต้นไม้ล้อมรอบ ก็ถือเป็นมิติใหม่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจเพื่อส่งเสริมบรรยากาศที่ดีเยี่ยมต่อการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ การพบปะเพื่อการทำงานร่วมกันใน Spaces อีกด้วย

นางโนเอล โค้ก ผู้อำนวยการใหญ่ สเปซเซส ประจำประเทศไทย ไต้หวัน และเกาหลี กล่าวว่า เราเชื่อว่าอาหารคือพลังงานสำคัญ อันจะนำไปสู่ความสำเร็จในทุกๆด้าน ดังนั้นเราจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญต่อการมองหาพาร์ทเนอร์ด้านบริการอาหารและเครื่องดื่มที่มีคุณภาพและดีไซต์ที่เหมาะสมกับแนวคิดของเรา ทั้งยังมีความเข้าใจถึงสิ่งที่เราต้องการจะมอบให้กับลูกค้าอย่างแท้จริง ซึ่ง Rocket X นั้นสามารถตอบโจทย์และเติมเต็มในสิ่งเรานั้นมองหาได้อย่างครบถ้วน
คาเฟ่แห่งใหม่นี้จะตั้งอยู่บริเวณ “Business Club” พื้นที่ซึ่งพร้อมให้ทุกคนสามารถพบปะและขยายเครือข่ายด้านธุรกิจตนเองได้อย่างเต็มที่และยังคงมอบบริการอาหารและเครื่องดื่มสำหรับการประชุมหรืออีเว้นท์ต่างๆ ได้เช่นกัน

จอห์น แมคคอร์ช กรรมการผู้จัดการ ร็อคเก็ต คอร์ป เปิดเผยว่า เรารู้สึกดีใจและตื่นเต้นที่ ร็อคเก็ต คอร์ป ได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมงานกับ Spaces เพื่อตอบสนองการบริการอาหารและเครื่องดื่มที่ดีแก่ลูกค้า Spaces ซึ่งสอดคล้องกับความตั้งใจและบทบาทของ Rocket X ได้อย่างลงตัว โดยเรามุ่งเน้นถึงการคัดสรรการให้บริการอาหารจานด่วนเพื่อสุขภาพ ประกอบไปด้วย สลัด แซนวิช ผลไม้ โยเกิร์ต ขนมที่อบใหม่ และน้ำผลไม้คั้นสดใหม่ทุกวัน ที่พร้อมมอบคุณค่าทางโภชนาการอย่างครบถ้วนจากห้องครัวของเรา
Spaces บริเวณชั้น 3 ณ โครงการซัมเมอร์ฮิลล์ ใกล้บีทีเอสพระโขนง พร้อมเปิดให้บริการแล้ว ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 8.30 – 18.00 น. และ Spaces ณ จัตุรัสจามจุรี จะพร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคม 2561 นี้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ที่www.spacesworks.com

เกี่ยวกับ Spaces (สเปซเซส)
Spaces (สเปซเซส) พร้อมจัดสรรสภาพแวดล้อมที่สร้างแรงบัลดาลใจในการทำงานให้แก่เหล่านักธุรกิจมืออาชีพและธุรกิจที่กำลังเติบโต ซึ่งนอกจากพื้นที่สำหรับการทำงานแล้ว ยังสามารถสมัครเป็นสมาชิก หรือใช้บริการห้องประชุมเพื่อคิดงานและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดย Spaces มุ่งทนำเสนอสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตร และสร้างแรงบันดาลใจในการทำงาน สร้างขึ้นจากจิตวิญญาณของผู้ประกอบการ ทั้งยังเป็นแหล่งรวมความคิดสร้างสรรค์ วิวัฒนาการของบริษัท การเริ่มต้นของความสัมพันธ์ทางธุรกิจ Spaces เปิดให้บริการแล้วในยุโรป อเมริกา ลาติน อเมริกา ออสเตรเลียและเอเชีย โดยมีแผนจะขยายสาขาในทวีปต่างๆ นี้อย่างต่อเนื่อง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Spaces สามารถเยี่ยมชมได้ที่ www.spacesworks.com
แลนดี้ โฮม กวาดยอดขาย 1,200 ล้านบาท ปี 60 ตอกย้ำผู้นำการสร้างบ้านที่ทันสมัย
คุณพรรัตน์ มณีรัตนะพร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัทแลนดี้ โฮม (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า “ในปีที่ผ่านมาบริษัทฯสามารถสร้างยอดขายได้ 1,200 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนถึง 25 % โดยยอดขายที่ได้ส่วนใหญ่ยังคงเป็นกลุ่มลูกค้าในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล คิดเป็น 80% และต่างจังหวัดคิดเป็น 20% โดยยอดขายในปี 60 เป็นบ้านระดับราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาท 30% , 5-8 ล้านบาท 30%, 8-10 ล้านบาท 5% และ 10 ล้านบาทขึ้นไป 35%
โดยตัวเลขที่น่าสนใจในปีที่ผ่านมา คือบ้านระดับราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป เป็นที่สนใจของกลุ่มลูกค้าที่ต้องการสร้างบ้านสูงสุด เป็นผลจากการพัฒนาการออกแบบและฟังก์ชั่นของแบบบ้านในระดับราคาดังกล่าวได้ตอบโจทย์ตรงกับความต้องการของลูกค้า ในปีนี้จึงมุ่งต่อยอดพัฒนา แบรนด์ Landy Luxury ทั้งการออกแบบและการบริการให้ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น”
“ Landy Luxury” เป็น Segment บ้านหลังใหญ่ในระดับราคา 15 ล้านบาทขึ้นไป ที่มีจุดเด่นทางด้านความครบครัน คุ้มค่าของฟังก์ชั่นการใช้งาน เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการได้คฤหาสน์หลังใหญ่ แต่ไม่มีความรู้ด้านสถาปัตยกรรมการออกแบบ LandyLuxruyจะช่วยตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มดังกล่าว เพราะสถาปนิกของแลนดี้ โฮม ได้ทำการวิจัย และพัฒนาฟังก์ชั่นที่ดีที่สุด กับงานออกแบบบ้านที่เน้นความงามสง่า โอ่อ่าและภูมิฐาน ลูกค้าไม่จำเป็นต้องเสียเวลาในการออกแบบบ้านใหม่ เพียงเลือกจากแบบบ้านมาตรฐาน Landy Luxury ที่ออกแบบไว้แล้ว ก็จะได้คฤหาสน์หลังใหญ่ที่มีความสมบูรณ์ พร้อมก่อสร้างและอยู่อาศัยได้ทันที”
ถึงแม้ว่าในปีนี้ บริษัทรับสร้างบ้านโดยรวมมีแนวโน้มในการปรับขึ้นราคาบ้านมากกว่า 5 % จากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ และราคาวัสดุก่อสร้าง แต่แลนดี้ โฮม จะยังคงตรึงราคา โดยหากจะมีการปรับราคาขึ้นภายในครึ่งปีแรก ก็จะไม่เกิน 3% ทั้งนี้ บริษัทฯ จะไม่ลดคุณภาพ หรือต้นทุนบ้าน แต่จะใช้วิธีเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ และลดการสูญเสียของการใช้วัสดุก่อสร้างพร้อมลดขั้นตอนการทำงานแทน โดยคาดว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้นในปี 61 จาก 1,200 ล้านบาท เป็น 1,500 ล้านบาท
นอกจากนี้แลนดี้ โฮมยังเผย 3 กลยุทธ์ใหม่ในปี 61 ที่จะมุ่งสู่การเป็นบริษัทรับสร้างบ้านที่ทันสมัยดังนี้
1. รวดเร็ว ฉับไวในทุกช่องทางการสื่อสาร เพิ่มทางเลือกและอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า พัฒนาหน่วยงาน Call Center ในการสื่อสารในทุกช่องทางการติดต่อแบบออนไลน์ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้โดยเร็ว
2. มุ่งความสำคัญสู่การบริหารจัดการระบบฐานข้อมูล CRM การนำข้อมูลมาใช้ในการวิเคราะห์ อันนำมาซึ่งความได้เปรียบทางธุรกิจ เพื่อศึกษาความต้องการที่แตกต่างกันของลูกค้า เพื่อประยุกต์ใช้ในการสื่อสารและนำเสนอบริการที่ตอบโจทย์
3. สร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุด โดยศึกษา Customer Journey เพื่อเข้าใจความต้องการของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย นำมาซึ่งการบริการที่สร้างความประทับใจในทุกจุด Touch Point
เพื่อตอบรับนโยบายการเป็นศูนย์รับสร้างบ้าน ที่มีความทันสมัย พร้อมส่งมอบประสบการณ์ด้านงานบริการการสร้างบ้านให้แก่ลูกค้าได้อย่างดีที่สุด ส่วนงานวิศวกรรมและฝ่ายก่อสร้าง ได้นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการรายงานผล และจัดเก็บฐานข้อมูลลูกค้าอย่างเป็นระบบ เชื่อมโยงทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้าถึงข้อมูลได้โดยง่าย พร้อมอัพเดทสถานะการปลูกสร้างบ้านให้แก่ลูกค้ารับทราบแบบ Real time ผ่านระบบการจัดเก็บ Cloud Integrated ServiceตลอดจนพัฒนาระบบการทำงานWork Flow ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้การบริการก็ถือเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้สอดรับกับนโยบายในการสร้างความประทับใจในทุกจุดบริการ ฝ่ายก่อสร้างก็ถือเป็นส่วนงานที่ต้องพบปะลูกค้าบ่อยกว่าหน่วยงานอื่น จึงพัฒนามาตฐานการบริการ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดี ด้วยการดูแลงานก่อสร้าง รายงาน Process การก่อสร้างแก่ลูกค้าอย่างใกล้ชิด คุณพานิช มณีรัตนะพรผู้อำนวยการฝ่ายก่อสร้างและบริหารสำนักงานกล่าว
ด้านนางสาวภัทรา มณีรัตนะพร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและออกแบบผลิตภัณฑ์ บริษัทแลนดี้ โฮม (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สำหรับกลยุทธ์การตลาดในปี 2561 แลนดี้ โฮมยังคงให้ความสำคัญกับความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ จึงได้ออกแบบบ้าน ซีรี่ย์ใหม่อย่างต่อเนื่อง และเพื่อตอบรับการเติบโตของแบบบ้านระดับราคา 10 ล้านบาทขึ้นไปในปีก่อน แลนดี้ โฮมจึงได้ออกแบบบ้าน Landy Luxury สำหรับต้นปี 2 แบบโดยเน้นฟังก์ชั่นการใช้งานที่คุ้มค่า กับการดีไซน์ที่สง่างาม โอ่โถง ในราคาที่จับต้องได้ อันได้แก่
1. Botanica โดดเด่นด้วยการออกแบบในสไตล์โมเดิร์นแต่แฝงไว้ซึ่งความคลาสิค เพื่อตอบสนองความต้องการของทุกสมาชิกในครอบครัว โดยเพิ่มดีเทลอันเป็นเอกลัษณ์ด้วยแรงบันดาลใจจากหมู่มวลดอกไม้พฤกชาติ เข้ามาเป็นส่วนประกอบในการตกแต่ง ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบมือจับประตูรูปทรงดอกไม้ และวัสดุfaçade ฉลุ ให้อารมย์อ่อนหวานเสมือนอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้ พื้นที่ใช้สอย 841 ตร.ม. 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ
2. TAO แรงบันดาลใจการออกแบบจากเต่ามังกรมงคล เพื่อความเป็นศิริมงคลและเสริมบารมีให้แก่ผู้อยู่อาศัยโดยคำนึงถึงการออกแบบฟังก์ชั่นที่เหมาะสมทุกศาสตร์ฮวงจุ้ย และได้มีการนำเส้นสายของลวดลายบริเวณกระดองเต่า เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์ผลงานการออกแบบ ทั้งลายเส้นคลิบหินปูน ตลอดจน Façade โลหะฉลุลายทำสีเทียบไม้ เพื่อสร้างความรู้สึกสงบ ร่มเย็น พื้นที่ใช้สอย 1,198.25 ตร.ม 5 ห้องนอน 7 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ
นอกจากนี้เพื่อเป็นการต่อยอดนวัตกรรมบ้านผู้สูงอายุ แลนดี้ โฮมยังออกแบบบ้านเพื่อผู้สูงอายุ รองรับสังคมผู้สูงอายุในอนาคต กับแบบบ้านอย่าง
1. The Haus พื้นที่ใช้สอย 290 ตร.ม. 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ
2. Royal Oak พื้นที่ใช้สอย 287 ตร.ม. 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ
3.Notting Hill พื้นที่ใช้สอย 517 ตร.ม. 4ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ
โดยแบบบ้านทั้ง 3 หลังได้คำนึงถึงการออกแบบฟังก์ชั่นการใช้งาน ที่เน้นความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัยเป็นสำคัญ เช่นการลดพื้นที่ต่างระดับในส่วนที่ผู้สูงอายุใช้งานเป็นประจำ ตลอดจนเสริมทางลาด พร้อมขยายความกว้างบริเวณทางเดินให้เพียงพอต่อการใช้รถเข็น Wheelchair และคัดสรรวัสดุ ตลอดจนสุขภัณฑ์ที่สามารถรองรับความต้องการของผู้สูงอายุได้อย่างดี
และนอกจากนี้ยังมีแบบบ้าน Victoria, Kensington, Hyde Park และ Madeleine ที่พัฒนารูปแบบและฟังก์ชั่นการใช้งานให้สามารถตอบสนองความต้องการแก่ลูกค้าในยุคปัจจุบันได้ดียิ่งขึ้น
พิเศษสำหรับปีนี้ ครบรอบ 30 ปี แลนดี้ โฮม ได้มีการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ให้มีความทันสมัยและสดใสมากยิ่งขึ้นภายใต้แบบบ้านที่หลากหลาย นวัตกรรมการอยู่อาศัยที่โดเด่น ตลอดจนการบริการที่ทันสมัยครบวงจร ซึ่งในโอกาสครบรอบ 30 ปี แลนดี้ โฮมขอส่งมอบความสุขแบบไม่รู้จบ
ด้วยของขวัญสุดพิเศษ มาเอาใจลูกค้าที่ต้องการจะสร้างบ้านภายในปีนี้โดยเฉพาะ ได้แก่ ส่วนลดสร้างบ้านสูงสุด 30% จองสร้างบ้านในปีนี้ รับฟรีคูปองชิงรางวัล ลุ้น iPhone X จำนวน 10 รางวัล มูลค่ารวม 410,000 บาท ทุกเดือน ตลอดจนลุ้นรางวัลใหญ่ รถยนต์ Toyota Yarisจำนวน 1 รางวัล มูลค่า 559,000 บาทพร้อมข้อเสนอพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย
นับได้ว่าเป็นโปรโมชั่นสุดพิเศษ ที่ไม่เคยมีมาก่อนสำหรับผู้ที่คิดจะสร้างบ้านในปี 61 นี้ต้องห้ามพลาด
อากาศร้อนแค่ไหนแต่ “อย่าใจร้อน” มาเปลี่ยนบ้านซัมเมอร์นี้ให้ไม่น่าเบื่อ มิกซ์แอนด์แมชให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ในแบบที่คุณต้องการได้

ยิปซัม ตราช้าง” มีไอเดียมาแนะนำเพื่อแต่งบ้านรับหน้าร้อนสำหรับเจ้าของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องรับแขกสามารถติดตั้งได้เองง่ายๆ นอกจากทำให้บ้านเย็นสบายบ้านยังสวยใสท้าท้ายรับซัมเมอร์ เพียงสร้างบรรยากาศใหม่ๆ ยังช่วยลดความร้อนของภายในบ้าน ด้วยฝ้าเพดานซึ่งถือเป็นส่วนที่สำคัญที่จะช่วยให้คุณทำตามความต้องการได้อย่างรวดเร็ว ด้วยแผ่นฝ้าพิมพ์ลายทีบาร์ เปเปอร์ทัช ตราช้าง ที่มีคุณสมบัติป้องกันความร้อน มีแผ่นสะท้อนรังสีความร้อนได้ถึง 86% ไม่แอ่นตัว เหมาะกับบ้าน และอาคารที่อยู่อาศัย สะดวกและรวดเร็วในการติดตั้งบริเวณเพดานขอบมุมห้อง หรือเจาะผ่านช่องดาวน์ไลน์ โดยใช้คัดเตอร์ขนาดใหญ่ เแผ่นฝ้าพิมพ์ลายทีบาร์ นวัตกรรมที่คิดค้นขึ้นเพื่อให้ตอบโจทย์สำหรับบ้านในเมืองไทยที่ถือเป็นประเทศเขตร้อน นอกจากนี้ยังเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย หมดปัญหาเรื่องคราบสกปรก ปลอดฝุ่น ไม่มีฝุ่นผงของเส้นใยไฟเบอร์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และปลอดภัยด้วยคุณสมบัติกระดาษที่ติดกับเนื้อยิปซัมไม่ติดไฟ ไม่ลามไฟ ยังมีเทคโนโลยีใหม่ที่ผลิตมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ ทั้งทนอากาศชื้น และทนความร้อน

เรายังสามารถสร้างบรรยากาศความสดใสและทำให้ซัมเมอร์นี้ไม่น่าเบื่อ สามารถมิกซ์แอนด์แมชให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ในแบบที่คุณต้องการได้ เพราะแผ่นฝ้าพิมพ์ลายทีบาร์ เปเปอร์ทัช (PaperTouch) ตราช้าง มีดีไซน์การออกแบบสวยงาม ทั้งลายร่มไม้ (Shade Tree) สีเขียวสดใส ลายฟ้าใส 2 (Bright Sky2) สีของท้องฟ้าสวย ลายดอกไม้ทั้ง ลายลีลาวดี ลายผกามาศ พวงผกา ไอศวรรย์ นวลจันทร์ พลอยชมพู ดอกแก้ว ชวนชม หยาดเพชร และอีกมากมาย สามารถตกแต่งห้องโปรดของคุณได้หลากสไตล์

เจ้าของบ้านที่สนใจจะเปลี่ยนบ้านรับหน้าร้อน “ยิปซัม ตราช้าง” จัดโปรโมชั่นพิเศษคืนกำไรช่างผู้รับเหมาและเจ้าของบ้าน เพียงซื้อแผ่นฝ้าพิมพ์ลายทีบาร์ เปเปอร์ทัช จาก“ยิปซัม ตราช้าง” จำนวน 20 กล่อง รับทันทีเสื้อยืดคอกลม 1 ตัว เริ่มสะสมให้ครบ 3 สี 3 แบบ ได้ตั้งแต่วันนี้ – หรือจนกว่าของแถมจะหมด ณ ร้านยิปซัมเอ็กซ์เพรส ผู้แทนจำหน่ายเอสซีจี และร้านขายวัสดุก่อสร้างระดับชั้นนำทั่วประเทศ
สามารถสอบถามข้อมูลการใช้งานเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนยิปซัมตราช้าง โทร. 02-555-0000 หรือ www.siamgypsum.com หรือ facebook fanpage:@GypsumTraChangTH”
The New Porsche 911 GT3 RS แสนยานุภาพลูกล่าสุด…ที่ต้องจับตา!
การเผยโฉมครั้งแรกในงานมหกรรมยานยนต์ เจนีวา มอเตอร์ โชว์ ไม่ทำให้ผู้รอคอยผิดหวัง ด้วยตัวถังภายนอกที่ยังเน้นหนักการออกแบบอย่างสอดคล้องกับหลักอากาศพลศาสตร์ บนโครงสร้างน้ำหนักเบาที่ผ่านการคำนวณเป็นอย่างดี โดยให้มุมมองของรถสนามแข่งพันธุ์แท้ตั้งแต่หัวจรดท้าย ที่โดดเด่นด้วยปีกหลังทรงสูงสุดคลาสสิก
ขณะที่ภายในห้องโดยสารก็ดุดันสอดคล้องกับภายนอก ประจำการด้วยเบาะนั่ง Full Bucket Seats ผลิตจากวัสดุคาร์บอน ให้คุณสมบัติอันยอดเยี่ยมในแง่ความปลอดภัยและประสิทธิภาพการใช้งาน เมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง มีการใช้แปงประตูน้ำหนักเบาติดตั้งตาข่ายยึดสัมภาระ และมือเปิดแบบ Opening Loop ก่อนจะลดวัสดุซับเสียงออก แล้วคัดสรรชิ้นส่วนอุปกรณ์ภายในใหม่ เพื่อขจัดน้ำหนักส่วนเกินให้มากที่สุด
อย่าถามว่า รถคันนี้แรงไหม? เพราะมันเป็นคำถามที่เชยเกินไปแล้วล่ะ แต่จงใช้ใจในการรู้สึกและสัมผัสกับเครื่องยนต์เบนซินสูบนอนขนาดความจุ 4.0 ลิตร 6 สูบ ไร้ระบบอัดอากาศจากปอร์เช่ นี่คือแหล่งกำเนิดพลังในอุดมคติที่ให้พละกำลังเพิ่มขึ้นถึง 20 แรงม้า (15 กิโลวัตต์) เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องยนต์ปอร์เช่ 911 จีที3 รุ่นก่อนหน้า โดยสามารถแร่งรอบการทำงานได้สูงสุดถึง 9,000 รอบต่อนาที ก่อนกำลังขับเคลื่อนจะได้รับการถ่ายทอดต่อมายังระบบเกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะ 7 จังหวะ PDK ที่ถูกปรับจูนสำหรับการใช้งานกับขุมพลังนี้โดยเฉพาะ
นอกจากโฉบเฉี่ยวด้วยรูปร่าง พร้อมขุมพลังอันมหาศาลแล้ว ปอร์เช่ 911 จีที3 อาร์เอส ยังนำนวัตกรรมเทคโนโลยีเหนือระดับจากกีฬามอเตอร์ สปอร์ตมาถ่ายทอดลงไป ด้วยความหนึบแน่นของช่วงล่างและวงเลี้ยวที่ฉับไวเฉียบคมขึ้น เมื่อขับขี่ด้วยความเร็ว จากจุดยึดใหม่แบบ Ball Joints ระหว่างส่วนประกอบทั้งหมด ประกอบเข้ากับล้ออัลลอยคู่หน้าน้ำหนักเบา 20 นิ้ว พร้อมยางสมรรถนะสูงขนาด 265/35 ส่วนล้ออัลลอยคู่หลังมีขนาด 21 นิ้ว พร้อมยางสปอร์ตขนาด 325/30 สำหรับถ่ายทอดพละกำลังการขับเคลื่อนสู่พื้นถนนอย่างไร้ที่ติ
ยิ่งไปกว่านั้น ปอร์เช่ 911 จีที3 อาร์เอส ยังมาพร้อมชุดแต่ง Clubsport Package ให้เลือกโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม โดยประกอบไปด้วย คานนิรภัย Roll-Over Bar ภายในห้องโดยสาร ถังดับเพลิงมาตรฐาน จุดติดตั้งรองรับสวิทช์ตัดการทำงานของแบตเตอรี่กระณีฉุกเฉิน รวมถึงเข็มขัดนิรภัย 6 จุดสำรหับใช้ในการแข่งขัน หรือคุณจะเลือกความเป็นที่สุดในทุกด้าน กับชุดตกแต่งเสริมสมรรถนะ Weissach Package เป็นอุปกรณ์พิเศษ
ชุดแต่งดังกล่าวมีวัตถุประสงค์มุ่งเน้นการลดน้ำหนักรวมของตัวรถ ประกอบด้วยชิ้นส่วนที่ผลิตจากวัสดุคาร์บอนในหลายๆ จุด ตั้งแต่ระบบช่วงล่างภายในห้องโดยสารและชิ้นส่วนตัวถังภายนอก นอกจากนี้ยังสามารถเลือกติดตั้งอุปกรณ์พิเศษล้อแมกนีเซียม ส่งผลให้น้ำหนักรวมของรถคันนี้ลดเหลือเพียง 1,430 กิโลกรัมเท่านั้น
อ่านถึงบรรทัดนี้คงมีลุ้นกันในเรื่องราคาค่าตัวแน่ แต่ก็ต้องรอการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศเยอรมนี ช่วงเดือนเมษายน 2018 นี้เสียก่อน แล้วศูนย์บริการรถยนต์ปอร์เช่เมืองไทย คงไม่ปล่อยให้คอมอเตอร์ สปอร์ตบ้านเรารอนานๆ อย่างแน่นอน
เรื่องโดย : สิโรตม์ เพ็ชรจำเริญสุข
LENSO RAIDEN แจกเงิน 100,000 ในงาน LENSO RAIDEN OFFROAD FEST “MUD UP OR SHUT UP”
ผ่านไปแล้วกับกิจกรรมรวมพลคนสายลุยที่ทาง บริษัท เลนโซ่ วีล จำกัด ผู้ผลิต และจัดจำหน่ายล้อแม็กรถยนต์ อันดับ 1 ของประเทศไทย จัดงานรวมพลคนรัก OFFROAD ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย ภายใต้ชื่องาน LENSO RAIDEN OFFROAD FEST “MUD UP OR SHUT UP” พร้อมเปิดตัวล้อแม็กรุ่นใหม่ล่าสุด Max-X Serise ล้อแม็กสายพันธ์อเมริกันออฟโรด

สำหรับบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก และได้รับเสียงตอบรับจากผู้ที่ชื่นชอบการตกแต่งรถยนต์สไตล์ OFFROAD โดยภายในงานมีกิจกรรมให้ได้ร่วมสนุกมากมาย
อาทิ การแข่งขันรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ , การการแข่งขัน “OFFROAD GYMKHANA” พร้อมการโชว์ GYMKHANA ของรถแข่งแรลลี่คลาสสิก รถ Buggy ,กิจกรรม Sexy Car Wash , โชว์รถเครื่องเสียงพร้อมดีเจสาวสวยที่จะมาสร้างสีสันเปิดเพลงภายในงาน


นอกจากกิจกรรมการแข่งขันต่างๆ ภายในงานยังได้จัดแสดงรถโชว์ต่างๆ อาทิ รถแข่งออฟโรดระดับแชมป์ประเทศไทย รถแข่งแรลลี่ระดับแชมป์ประเทศไทย และรถแข่งแรลลี่คลาสสิกคาร์ที่หาชมได้ยากเข้ามาจอดโชว์ภายในงานครั้งนี้


สำหรับไฮไลพิเศษภายในงานครั้งนี้คงหนีไม่พ้นการเปิดตัว ล้อแม็ก MAX-X SEIRES ทั้งหมด 4 รุ่น ได้แก่ MAX-X07 // MAX-X08 // MAX-X09 และ MAX-X10 ล้อแม็กสายพันธ์อเมริกันออฟโรด ที่สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการ เหมาะสำหรับรถกระบะสายพันธ์ OFFROAD และ รถยนต์ SUV โดยเฉพาะ ด้วย P.C.D 6×139.7 และยังมีขนาดให้เลือกตั้งแต่ ขอบ 16” , 17”, 18” และ 20” พร้อมที่จะบุกตะลุยไปได้ทั้งทางเรียบ และทางฝุ่น



นอกจากการเปิดตัวล้อแม็ก MAX-X SEIRES ทั้งหมด 4 รุ่น อย่างยิ่งใหญ่ภายในงาน ทางทาง บริษัท เลนโซ่ วีล จำกัด ยังได้จัดการประกวดการตกแต่งรถยนต์สไตล์ OFFROAD ชิงเงินรางวัล 100,000 บาท
โดยผู้ที่ชนะการแข่งขันในรุ่น ล้อแม็ก MAX-X SERIES ขอบ 18 นิ้ว ได้แก่คุณ กิตติวัฒน์ ธนพัฒน์ไพบูลย์ ได้รับเงินรางวัล 100,000 บาท
ผู้ที่ชนะการแข่งขันในรุ่น ล้อแม็ก MAX-X SERIES ขอบ 20 นิ้ว ได้แก่ ร้านสุดยอดการยาง ได้รับรางวัลล้อแม็กขนาด 20 นิ้ว
สำหรับผู้ที่สนใจเสริมความดุดันให้กับรถคุณ ด้วย LENSO WHEELS Max X Series สามารถจับจ้องเป็นเจ้าของได้แล้วที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือ ติดตามข่าวสารของทาง Lenso Wheel ได้ที่ www.lensowheel.co.th หรือที่ FACEBOOK FANPAGE LENSO WHEEL

adizero Sub2 สุดยอดรองเท้าวิ่งที่เคยมีมาจากอาดิดาส
อาดิดาส อาดิซีโร่ ซับ 2 เป็นรองเท้าที่ถูกออกแบบมาเพื่อนักกีฬาอีลิตใส่แข่งขันโดยเฉพาะ โดยใช้เทคโนโลยี บูสท์ ไลท์ ใหม่ และยังเป็นรองเท้าที่มีน้ำหนักเบาที่สุดจากบรรดารองเท้าวิ่งของอาดิดาสที่เคยมีมา อาดิดาส อาดิซีโร่ ซับ 2 ถูกพัฒนาขึ้นมาตั้งแต่ปี 2012 โดยมีการร่วมมือกับนักกีฬาระดับแนวหน้าของอาดิดาส รวมทั้งคิปแซงที่ฝึกฝนตัวเองเพื่อพิชิตเป้าหมายในการวิ่งมาราธอนต่ำกว่า 2 ชั่วโมง
วิล สัน คิปแซง นักกีฬาอาดิดาส และแชมเปี้ยนโตเกียวมาราธอนปี 2017 กล่าวว่า “สำหรับผมการแข่งขันมาราธอนไม่ได้เริ่มต้นที่จุดสตาร์ทแต่มีเส้นทางที่ยาวไกลก่อนหน้านั้น ตลอดระยะทาง 42 กิโลเมตร สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามเป็นแรมเดือนในการเตรียมตัวและการอุทิศตนเพื่อให้มาถึงจุดหมาย รองเท้าถือเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายและมีความสำคัญ อาดิดาส อาดิซีโร่ ซับ 2 มีความรวดเร็วที่สุด เบาที่สุด และตอบสนองการเคลื่อนไหวได้ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยใส่รองเท้าวิ่งมา ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สามารถช่วยให้ผมบรรลุเป้าหมายในการทำเวลาตามที่ตั้งใจไว้ได้”
อาดิดาส อาดิซีโร่ ซับ 2 ถูกออกแบบสำหรับนักวิ่งที่มีความเร็วมากที่สุดทั่วโลก ใช้สุดยอดเทคโนโลยี บูสท์ ไลท์ เต็มรูปแบบซึ่งเป็นเทคโนโลยีบูสท์ที่เบาที่สุดแต่ช่วยฟื้นคืนพลังการวิ่งอย่างเต็มประสิทธิภาพ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความเบาของก้อนเมฆ บูสท์ถูกดีไซน์ใหม่เป็นครั้งแรกในรูปแบบสีเงินหินอ่อน ตัวรองเท้าใช้เนื้อผ้าที่มีน้ำหนักเบามากที่สุดผลิตมาจากเนื้อผ้า Mesh ที่ลดน้ำหนักลง พร้อมด้วยไมโครฟิต ที่เพิ่มการซัพพอร์ตด้านในทำให้สวมใส่สบายและพอดีกับรูปเท้า พื้นรองเท้าใช้ คอนติเนนทัล ไมโครเว็บ ที่ถูกพัฒนามาจาก Stretchweb เพิ่มการยึดเกาะและลดการลื่น ให้นักกีฬาสามารถวิ่งได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในวันแข่งขันตลอดระยะทาง 42.195 กิโลเมตร
แมธธิแอส แอม ผู้อำนวยการฝ่ายโปรดักต์ อาดิดาส รันนิ่ง กล่าวว่า “อาดิซีโร่ เป็นรุ่นรองเท้าที่พัฒนาอย่างรวดเร็วตลอดระยะ 10 ปีมานี้ สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการวิ่งด้วยการเป็นเจ้าของสถิติโลกถึง 4 สถิติ เราตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่จะได้เห็นนักวิ่งทั่วโลกสร้างสถิติใหม่ๆ ด้วยรองเท้าวิ่งระยะไกลที่เร็วที่สุดที่อาดิดาสเคยสร้างสรรค์มา”
อาดิดาส อาดิซีโร่ ซับ 2 ถูกเผยสู่สาธารณะชนครั้งแรกในเดือนกันยายนปี 2017 ที่เบอร์ลิน มาราธอน เอ๊กซ์โป และในวันนี้พร้อมแล้วที่จะวางขายอย่างเป็นทางการทั่วโลกรวมทั้งในประเทศไทย ในวันที่ 15 มีนาคมนี้ ในราคาคู่ละ 6,500 บาท ที่ร้านอาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ และอาริ รันนิ่ง คอนเซ็ปต์ สโตร์ รวมทั้ง อาดิดาส ออนไลน์ สโตร์
Strawberry Honey Blossom Crème Frappuccino ของใหม่รับร้อนนี้

พร้อมดึงรสหวานอมเปรี้ยวจากเนื้อ สตรอเบอร์รี่อบแห้งมาปั่นเป็นเนื้อครีม ท๊อปด้านบนด้วยวิปครีมผสมน้ำผึ้ง และข้าวพองเม็ดกลมสีชมพูเพิ่มความกรุบกรอบ ผสมผสานกันเป็นความลงตัวที่แฟนๆ สตาร์บัคส์ไม่ควรพลาด เชิญลิ้มลองเครื่องดื่มใหม่ของสตาร์บัคส์นี้ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 23 เมษายน 2561 ณ ร้านสตาร์บัคส์ ทุกสาขา ทั่วประเทศ
สตาร์บัคส์ยังเดินหน้าเอาใจนักสะสมอย่างต่อเนื่อง ปล่อยดริ้งค์แวร์คอลเลคชั่นใหม่มาให้แฟนๆ ได้เป็นเจ้าของกับคอลเลคชั่น “Spring Sakura” ที่ดึงความรู้สึกสดชื่นในยามเช้ารุ่งอรุณและยามค่ำคืนที่มีฝนดาวตกมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบในโทนชมพูหลากสี และสีม่วงอมเทา สินค้าจะวางจำหน่ายที่ร้านสตาร์บัคส์ทั่วประเทศตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ดูดดื่มความหวานสดชื่นจาก“สตรอเบอร์รี่ ฮันนี่ บลอสซั่ม ครีม แฟรบปูชิโน่” เครื่องดื่มเมนูใหม่ล่าสุดจากสตาร์บัคส์แล้ว อย่าพลาดเมนูขนมและอาหารที่ทางสตาร์บัคส์นำเสนอแก่ลูกค้าชาวไทย ต้อนรับความสดใสในฤดูใบไม้ผลินี้…อ่านจบอย่ารอช้ามุ่งหน้าไปสตาร์บัคส์ใกล้บ้านคุณได้เลย
Onitsuka Tiger เฉลิมฉลองร้านใหม่เอาใจหนุ่มสาวชาวเหนือ ณ เซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่
โอนิซึกะไทเกอร์ สาขาเซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ เรียกได้ว่าเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่ ด้วยพื้นที่ 143 ตารางเมตร และเป็นสโตร์สาขาแรกในภาคเหนือ เป็นร้านที่นำเสนอแฟชั่นในกลิ่นอายสไตล์ญี่ปุ่น ผ่านไลน์สินค้าที่หลากหลายทั้งรองเท้า เครื่องแต่งกาย และแอสเซสซอรี่ที่ตอบโจทย์ทุกเพสทุกวัย
โอนิซึกะไทเกอร์ แบรนด์ที่เป็นตำนานของประเทศญี่ปุ่น นับตั้งแต่ปี 1949 โดยนายคิชาชิโร โอนิซึกะ(Kihachiro Onitsuka) ที่ต้องการผลิตรองเท้า Onitsuka -Tiger เพื่อให้คนทุกเพศทุกวัยหันมาสนใจในการเล่นกีฬาให้มากขึ้น มรดกทางวัฒนธรรม และความประณีตของญี่ปุ่นถูกนำมาพัฒนา และสร้างสรรค์ผลงานร่วมมือกับศิลปินที่มาพร้อมกับความคิดสร้างสรรค์อย่างไม่มีที่สิ้นสุดโอนิซึกะไทเกอร์ ยกระดับจากแบรนด์กีฬาให้กลายเป็นแฟชั่นและไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว
แนวคิดสำคัญของทางร้าน คือการผสมผสานระหว่างธรรมชาติแบบญี่ปุ่นกับวัสดุที่มนุษย์สร้าง
ขึ้น ทั้งยังผสมผสานงานฝีมือที่ใช้วัสดุอย่าง Sumi Mortar พื้นผิวลายไม้ธรรมชาติ ชี้ให้เห็นถึงความปราณีต แต่ไม่ละทิ้งความรู้สึกที่กระปรี้กระเปร่า นอกจากนี้ ยังใช้วัสดุอย่าง Asagi Tsuchi ดินญี่ปุ่นชนิดพิเศษที่ใช้ในการป้องกันการแตกร้าว จวบจนกระทั่งการใช้สี Sumi จนเกิดเฉดสีที่เป็นธรรมชาติ มองแล้วให้ความรู้สึกอยู่ในแวดล้อมธรรมชาติอันอบอุ่น
Nippon made collection series นั้นคือความภาคภูมิใจล่าสุดของ Onitsuka Tiger รองเท้าทุกคู่ ผลิตโดยขั้นตอนพิเศษ นับตั้งแต่การใช้วัสดุผลิตรองเท้าที่มีความหลากหลาย ส่วนหนังรองเท้าด้านบน จะถูกล้างและผ่านกระบวนการทางความร้อน และรองเท้าจะถูกบีบเพื่อให้น้ำแห้งจากตัวรองเท้า ปล่อยไว้ให้แห้ง หลังจากนั้นรองเท้าจะเกิดรอยริ้วที่เป็นเอกลักษณ์ เสมือนรองเท้าในยุควินเทจ ทุกขั้นตอนดำเนินด้วยมืออย่างชำนาญ จนเกิดลายที่เป็นเอกลักษณ์ที่ไม่มีทางซ้ำกับใครบนโลกนี้
พร้อมกันนี้ ทางสาขายังเปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด ต้อนรับ Spring & Summer 2018 กับ Cork Collection ที่เน้นการผสมผสานสองวัสดุต่างขั้วอย่างหนังคุณภาพระดับพรีเมี่ยม
กับลวดลายไม้คอร์กบริเวณส้น จนกลายมาเป็นคอลเลคชั่นที่เป็นเอกลักษณ์และแฝงไว้ด้วยลูกเล่นจากวัสดุธรรมชาติ ให้สัมผัสที่นุ่มสบายในทุกครั้งที่สวมใส่

