ฟอร์ดยืนยัน ‘ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้’ เตรียมขายในไทย!
ฟอร์ด ประเทศไทย สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการรถกระบะไทย ประกาศยืนยันการเปิดตัว ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ 2 รุ่นย่อยได้แก่ รุ่นดับเบิ้ลแค็บ และ รุ่นซิงเกิ้ลแค็บแชสซี สุดยอดรถกระบะสำหรับกลุ่มนักเดินทางสายลุยที่ต้องการรถที่มีสมรรถนะสูงเพื่อการผจญภัยในเส้นทางออฟโรด และลูกค้าองค์กรที่ต้องการรถสำหรับภารกิจหนักอย่างที่รถกระบะทั่วไปไม่สามารถรองรับได้มาก่อน ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ มาพร้อมสมรรถนะการลากจูงสูงสุด 4,500 กิโลกรัม1 น้ำหนักรถสูงสุดรวมบรรทุก (GVM) สูงสุดถึง 4,500 กิโลกรัม2 โดยมีน้ำหนักรถสูงสุดรวมบรรทุกและลากจูง (GCM) ถึง 8,000 กิโลกรัม2
ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อเติมเต็มช่องว่างในตลาดรถกระบะไทย ระหว่างรถกระบะทั่วไปที่อาจมีข้อจำกัดด้านการบรรทุก กับรถบรรทุกสำหรับงานหนักที่มีขนาดใหญ่เกินไปสำหรับการใช้งานในพื้นที่สมบุกสมบัน ทีมออกแบบและวิศวกรของฟอร์ดในออสเตรเลียใช้เวลามากกว่า 100 ชั่วโมงในการลงพื้นที่และใช้ชีวิตร่วมกับผู้ใช้รถกระบะทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย เพื่อทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความต้องการของรถที่สามารถเป็นได้ทั้งเครื่องมือทำงานและเพื่อนร่วมทาง
ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ ผลิตจากโรงงานออโต้ อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) หรือ เอเอที จังหวัดระยอง เพื่อรองรับการจำหน่ายทั้งตลาดในประเทศและส่งออกทั่วโลก การเปิดตัวในปี 2569 จะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถกระบะไทยด้วยคุณภาพที่ได้มาตรฐานจากโรงงานระดับโลกที่พร้อมใช้งานได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องปรับแต่งเพิ่มเติม รายละเอียดสำหรับตลาดประเทศไทย จะมีการประกาศในช่วงใกล้การเปิดตัว ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Ford Ranger Super Duty หรือช่องทางโซเชียลมีเดียของฟอร์ด ประเทศไทย ทั้ง Facebook YouTube TikTok และ LINE @FordThailand
หมายเหตุ
1 รายละเอียดรถยนต์ที่จำหน่ายในประเทศออสเตรเลีย รายละเอียดรุ่นและข้อมูลจำเพาะที่จำหน่ายในประเทศไทยจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการในภายหลัง
2 ความสามารถในการลากจูงสูงสุดของรถที่จำหน่ายในประเทศออสเตรเลียเมื่อใช้ระบบลากพ่วงแท้จากฟอร์ด และติดตั้งระบบเบรกแล้ว ไม่รวมหัวบอลลากพ่วง (จำหน่ายแยกต่างหาก) และต้องเป็นไปตามข้อกำหนดในประเทศ เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดเหล่านี้ น้ำหนักบรรทุกและน้ำหนักลากจูงรวม อาจต้องถูกจำกัดเพื่อเป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด น้ำหนักรถรวมบรรทุก (Gross Vehicle Mass – GVM) คือน้ำหนักรวมสูงสุดของรถ น้ำหนักบรรทุก และหัวลากจูง ที่อนุญาตให้บรรทุกของรถที่จำหน่ายในประเทศออสเตรเลีย แต่ไม่รวมน้ำหนักของรถพ่วง น้ำหนักรถรวมบรรทุกและลากจูง (Gross Combined Mass – GCM) คือน้ำหนักสูงสุดที่อนุญาตของรถยนต์และรถพ่วงรวมกัน เป็นไปตามข้อกำหนดในประเทศ น้ำหนักรถที่ระบุเป็นค่าประมาณและอาจมีความคลาดเคลื่อนได้ ควรชั่งน้ำหนักรถก่อนและหลังการบรรทุกใดๆ เพื่อให้แน่ใจว่าน้ำหนักรถรวมบรรทุก (GVM), น้ำหนักรถรวมบรรทุกและลากจูง (GCM) และพิกัดน้ำหนักเพลาสูงสุด (Gross Axle Weight Ratings – จะแจ้งให้ทราบเพิ่มเติมเมื่อใกล้วันวางจำหน่ายในประเทศไทย ไม่เกินค่าที่กำหนดตามกฎหมาย
‘LG’ ชวนสร้างประสบการณ์ “A Life that’s Truly Good”
เวิร์กช็อปเก๋ๆ จาก แอลจี (ประเทศไทย) “A Life that’s Truly Good เพราะชีวิตดีๆ เริ่มที่บ้าน” เผยเคล็ดลับการดูแลบ้านให้สะอาดสดชื่น และเสริมสร้างความสุขในทุกๆ วัน ชวน “JudgeBaan” กูรูนักจัดระเบียบบ้าน มาร่วมสร้างแรงบันดาลใจในการจัดบ้านให้เป็นระเบียบอย่างยั่งยืน เพื่อให้ทุกบ้านได้สัมผัสกับ “Life’s Good” ได้ง่ายและเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น พร้อมอัปเดตไลน์อัปเครื่องซักผ้าและตู้เย็นรุ่นใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ ชูไฮไลต์ FIT ทุกพื้นที่ MAX ความจุและฟีเจอร์สะใจ พร้อม AI อัจฉริยะที่เข้าใจคุณ
จีน่า-จินาภรณ์ พุ่มศิริ กูรูนักจัดระเบียบบ้าน เจ้าของเพจ JudgeBaan ได้กล่าวถึงความเชื่อมโยงระหว่างการจัดบ้านให้เป็นระเบียบกับการส่งเสริมสุขภาวะที่ดีว่า “ศิลปะการจัดบ้านไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงามเท่านั้น แต่ยังช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย สร้างพลังงานเชิงบวกให้กับผู้อยู่อาศัย อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของบ้านก็คือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็น เช่น เครื่องซักผ้าและตู้เย็น ซึ่งนอกเหนือจากฟังก์ชั่นที่ช่วยอำนวยความสะดวกสบายในการทำงานบ้านแล้ว การคำนึงถึงเรื่องของดีไซน์และการจัดวางที่เหมาะสมก็จะช่วยทำให้บ้านสวยงามเป็นระเบียบ สบายตา ส่งเสริมให้บ้านของเราเป็นพื้นที่ที่น่าอยู่ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต เป็นจุดเริ่มต้นของสุขภาวะและคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน”
แขกผู้เข้าร่วมงานยังได้มีสร้างสรรค์ม็อคเทลในสไตล์ของตนเอง สัมผัสประสบการณ์การดื่มที่ไม่เหมือนใครกับฟีเจอร์ Ice Solution ในตู้เย็นแอลจี ที่ทำน้ำแข็งอัตโนมัติได้หลากหลายรูปแบบ ให้รังสรรค์เครื่องดื่มแก้วโปรดง่ายๆ ได้ที่บ้าน สะท้อนถึงสไตล์การใช้ชีวิต ให้ทุกคนได้สัมผัส “Life’s Good” ในแบบของตัวเอง
- สำหรับ “Smart Comfort for Everyday Living” – ผู้ที่รักความเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยรสนิยม คือผู้ที่ต้องการความสบายและความสะอาดที่มาพร้อมประสิทธิภาพสูงสุด เครื่องซักผ้าฝาหน้า LG Front Load ที่มี AI DD™ 2.0 พร้อมเป็นผู้ช่วยส่วนตัวดูแลเสื้อผ้าให้สะอาดหมดจดได้อย่างง่ายดาย เมื่อภารกิจบ้านเสร็จสิ้น ก็สามารถผ่อนคลายกับม็อคเทล “Comfort Blooming” ที่มีรสชาติเบอร์รี่ผสมวานิลลา หวานละมุน ช่วยเติมเต็มความสุขในวันพักผ่อนของคุณ
- สำหรับ “The Modern Organizer” – ผู้ที่จัดสรรชีวิตได้อย่างสมบูรณ์แบบและรวดเร็ว: คนเมืองยุคใหม่ที่ต้องการทั้งประสิทธิภาพและความสะดวกสบาย LG WashTower คือคำตอบ ด้วยดีไซน์ที่ประหยัดพื้นที่และฟังก์ชันซัก-อบในเครื่องเดียว ช่วยให้บริหารจัดการเวลาได้อย่างลงตัว เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจประจำวัน ก็ถึงเวลาเพลิดเพลินกับม็อคเทล “Twin Harmony” ที่ผสานความสดชื่นและความอบอุ่นได้อย่างลงตัว สะท้อนความสมดุลในชีวิตที่สมบูรณ์แบบของคุณ
- สำหรับ “The Easy Luxury Lover” – ผู้หลงใหลในความหรูหราที่ดูเหมือนไม่ต้องพยายาม: ตู้เย็น LG InstaView Multi Door คือนิยามของความพรีเมียมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คุณ ด้วยดีไซน์อันโดดเด่นและฟังก์ชันเคาะสองครั้งเพื่อมองเห็นของด้านใน สัมผัสประสบการณ์การจัดเก็บที่เหนือกว่า พร้อมใช้ Ice Solution สุดล้ำของตู้เย็นในการรังสรรค์ม็อคเทล “Next Pulse” ที่สดใสซ่อนความซับซ้อน สุขุม และทันสมัย สร้างสรรค์เครื่องดื่มที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้อย่างง่ายดาย
- สำหรับ “The Calm Minimalist” – ผู้ที่รักความเรียบง่ายแต่แฝงด้วยความเท่ที่มีสไตล์: ตู้เย็น LG InstaView Bottom Freezer มาพร้อมดีไซน์มินิมอลแต่แฝงไปด้วยความพิเศษ ด้วยพื้นที่จัดเก็บที่ลงตัวและฟังก์ชันเคาะสองครั้งเพื่อมองเห็นเครื่องดื่มด้านใน ที่สำคัญคือ Ice Solution ที่ผลิตน้ำแข็งได้หลากหลาย เพื่อสร้างสรรค์ม็อคเทล “Tropical Cotton” ที่มีรสชาติสดใสแต่ซับซ้อน สะท้อนตัวตนที่เรียบง่ายแต่มีสไตล์ไม่เหมือนใครได้อย่างแท้จริง
พร้อมกันนี้ แอลจียังได้อัปเดตเครื่องซักผ้าและตู้เย็นไลน์อัปใหม่ ที่พัฒนาตามพฤติกรรมและความต้องการผู้บริโภค ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การแต่งบ้านและการใช้ชีวิตได้มากขึ้น สะท้อนความเป็นผู้นำเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน โดยเฉพาะในตลาดเครื่องซักผ้าที่แอลจีครองส่วนแบ่งอันดับ 1 ต่อเนื่องยาวนานกว่า 26 ปี
สัมผัสประสบการณ์ซักผ้าเหนือระดับ เพื่อสุขอนามัยที่ดีและความสบายที่เหนือกว่า
สำหรับกลุ่มเครื่องซักผ้า แอลจีได้นำเสนอไลน์อัพรุ่นใหม่ที่ผสาน AI สุดล้ำ โดยมีเทคโนโลยี AI DD™ และ AI DD™ 2.0 เป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งสามารถตรวจจับน้ำหนัก ความนุ่ม และระดับความสกปรกของผ้า เพื่อปรับรูปแบบการซักให้เหมาะสมที่สุดโดยอัตโนมัติ ช่วยถนอมผ้าและมอบความสะอาดเหนือระดับ ไม่ว่าจะเป็น LG WashTower (25 และ 20 กก.) ที่รวมเครื่องซักและอบไว้ในเครื่องเดียวพร้อมแผงควบคุม Center Panel, เครื่องซักผ้าฝาหน้า LG Front Load ที่เพิ่มความจุและระบบจ่ายน้ำยาอัตโนมัติ ezDispense หรือเครื่องซักผ้าฝาบน LG New AI DD Top Load กับฟังก์ชัน AI Wash และดีไซน์ Easy Unload เพื่อความสะดวกสบายในการหยิบผ้า ยิ่งไปกว่านั้น ทุกรุ่นยังมาพร้อม TurboWash ช่วยทำความสะอาดรวดเร็วใน 30-39 นาที มีเทคโนโลยีขจัดสารก่อภูมิแพ้เพื่อสุขอนามัยที่ดี และสามารถเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน LG ThinQ ได้อย่างชาญฉลาดเพื่อการควบคุมและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น
ตู้เย็นแอลจี นวัตกรรมเพื่อความสดใหม่ จัดเก็บอย่างลงตัว และไลฟ์สไตล์ที่สมบูรณ์แบบ
ตู้เย็น แอลจีมุ่งเน้นการรักษาความสดใหม่ของวัตถุดิบและประสบการณ์การใช้งานที่เหนือระดับ ด้วยไลน์อัพหลากหลาย ตั้งแต่ตู้เย็น 2 ประตู (Top Freezer และ Bottom Freezer) ที่มาพร้อม Auto Ice Maker และประหยัดพลังงานเบอร์ 5 ไปจนถึงตู้เย็น Multi-Door InstaView Door-In-Door รุ่นพรีเมียม ที่โดดเด่นด้วยฟังก์ชันเคาะสองครั้งเพื่อมองเห็นของด้านใน ช่วยประหยัดพลังงานและรักษาความเย็น พร้อมเทคโนโลยี LG Ice Solution (ระบบกรองน้ำ 3 ขั้นตอน, Slim Spaceplus Ice System และ UVnano™) รวมถึงเพิ่มความจุช่องแช่เย็นเพื่อตอบโจทย์การจัดเก็บที่มากขึ้น ตู้เย็นแอลจีทุกรุ่นยังมาพร้อมฟีเจอร์สำคัญอย่าง Linear Cooling™ และ Door Cooling+™ เพื่อควบคุมอุณหภูมิให้คงที่สม่ำเสมอ มีเทคโนโลยีกำจัดแบคทีเรียและกลิ่นอับ และสามารถเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน LG ThinQ เพื่อการควบคุมและตรวจสอบสถานะได้จากทุกที่ แอลจีมุ่งมั่นนำเสนอนวัตกรรมที่เข้าใจและใส่ใจในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ด้วยความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีจากประเทศเกาหลี หรือ K-Tech ผสมผสานดีไซน์ที่ตอบโจทย์การใช้งาน เพื่อก้าวสู่เป้าหมายในการเป็น Smart Life Solution Company ที่จะมอบโซลูชันที่ทั้งฉลาด ยั่งยืน และเข้าใจทุกความต้องการในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคชาวไทยอย่างแท้จริง
ผู้ที่สนใจเครื่องซักผ้าและตู้เย็นไลน์อัปใหม่จากแอลจี สามารถเลือกซื้อสินค้าได้ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายและเว็บไซต์ www.lg.com/th
instax mini Link for Nintendo Switch อัปเดทฟีเจอร์ใหม่!
แอป instax mini Link for Nintendo Switch เวอร์ชันอัปเดตใหม่จะมาพร้อมฟีเจอร์ใหม่อย่าง instax AiR Studio ชวนแฟนเกมมารังสรรค์ภาพปรินต์โดยใช้องค์ประกอบจากโลก Mushroom Kingdom และสนุกต่อเนื่องกับฟีเจอร์ Click to Collage ที่จะเปลี่ยนทุกโมเมนต์ให้เป็นภาพถ่ายสไตล์โฟโต้บูธ เพียงถ่ายภาพต่อเนื่อง 6 ภาพในทุก 3 วินาที ก็จะได้ภาพที่มีทั้งตัวละคร ไอเทม และบรรยากาศจากโลกของ Super Mario พร้อมกัน
นับตั้งแต่การเปิดตัวแอป instax mini Link for Nintendo Switch ในปี 2021 instax มุ่งมั่นหาวิธีนำตัวละครโปรดของทุกคนมาโลดแล่นบนภาพปรินต์ และด้วยฟีเจอร์ใหม่อย่าง instax AiR Studio และ Click to Collage ทำให้ทุกคนได้ดื่มด่ำกับประสบการณ์สนุกๆ ในโลกแห่งเกมผ่านภาพถ่ายที่สร้างขึ้นเอง
นอกจากนี้ แอปพลิเคชัน instax mini Link for Nintendo Switch (ดาวน์โหลดฟรี) ยังสามารถเก็บช็อตที่ชอบจากเกมบน Nintendo Switch มาตกแต่งด้วยกรอบรูปและสติกเกอร์ตัวละครจาก Nintendo แล้วส่งเข้าสมาร์ตโฟนเพื่อสั่งปรินต์ลงบนฟิล์ม instax ขนาดมินิได้ง่าย ๆ (ฟิล์มจำหน่ายแยก)
นอกจากการอัปเดตแอปพลิเคชัน instax mini Link for Nintendo Switch เวอร์ชันใหม่ ฟูจิฟิล์ม ยังเอาใจแฟนเกมด้วยการเปิดตัวเซตเคสเอ็กซ์คลูซีฟซึ่งประกอบด้วยสมาร์ตโฟนปรินเตอร์ instax mini Link 3 และเคสซิลิโคนดีไซน์ “?Block” ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเกมซีรีส์ Super Mario เหมาะเป็นของขวัญชิ้นพิเศษสำหรับแฟน ๆ เกม Nintendo ในเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีที่กำลังจะมาถึง
แอปพลิเคชันเวอร์ชันใหม่จะเปิดให้ดาวน์โหลดและเซตเคส Special Super Mario Question Block Case Bundle เริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม 2568 ในราคา 4,990 บาท ผ่านช่องทางจำหน่ายของฟูจิฟิล์มและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
IGLOO STUDIO เปิดตัวผลงานชุดพิเศษ ‘Five Legacies’ ฉลองครบ 70 ปี ‘ก็อตซิลล่า’
จากผลงานสร้างชื่อเสียงทั้งในรูปแบบของภาพยนตร์แอนิเมชันและซีรีส์ที่ถูกถ่ายทอดผ่านฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ของนักสร้างแอนิเมชันสัญชาติไทย จึงทำให้ IGLOO STUDIO เกิดแรงบันดาลใจที่จะพัฒนาผลงานในรูปแบบใหม่ๆ จึงได้ริเริ่มการนำเสนอผลงานที่สอดคล้องกับเทรนด์ในอุตสาหกรรมแอนิเมชันของต่างประเทศ และต้องมีการผสมผสานวัฒนธรรม หรือการตีความวัฒนธรรมดั้งเดิมผ่านมุมมองของคนต่างชาติ ทาง IGLOO STUDIO จึงเปิดตัว “Godzilla’s 70th Anniversary: Five Legacies” ของสะสมที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 70 ปีของ Godzilla ด้วยฝีมือของทีมงานชาวไทย โดยมีการขออนุญาตใช้สิทธิ หรือการทำ Licensing กับ TOHO Co., Ltd. ซึ่ง IGLOO STUDIO ได้จับมือเป็นพันธมิตรกับ โทโฮ โกลบอล อินคอร์ปอเรชั่น (TOHO Global Inc.) มาตั้งแต่ปี 2023
ณัฐ ยศวัฒนานนท์ ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง IGLOO STUDIO กล่าวว่า “ประเทศไทยถือว่ามีทรัพยากรบุคคลที่มีทักษะ ความสามารถและประสบการณ์ในวงการแอนิชันอยู่สูงมาก ประกอบกับการที่นักสร้างแอนิเมชันได้รับอิทธิพลจากผลงานชั้นนำระดับโลกมาตั้งแต่เด็ก จึงสามารถดึงจุดเด่นของผลงานเหล่านั้นมาต่อยอดในการพัฒนาผลงานของตัวเองจนได้รับโอกาสร่วมงานกับบริษัทแอนิเมชันรายใหญ่ๆ จากสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง IGLOO STUDIO ก็เป็นแอนิเมชันสตูดิโอชั้นนำของไทยที่มีความพร้อมทั้งทรัพยากรบุคคลและนวัตกรรมในการสร้างสรรค์และนำเสนอผลงานแอนิเมชันที่มีคุณภาพสู่สายตาของคนทั่วโลก”
“ในขณะเดียวกัน IGLOO STUDIO ก็มีความมุ่งมั่นที่จะถ่ายทอดเรื่องราวในรูปแบบใหม่ๆ ด้วยเช่นกัน โดยการใช้ความคิดสร้างสรรค์ที่เป็นจุดเด่นและได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ ในการเพิ่มความหลากหลายของผลงานที่นอกเหนือจากแอนิเมชันหรือคอนเทนท์สำหรับรับชม จนได้ออกมาเป็นผลงานในรูปแบบของสะสม ซึ่งเราได้รับเกียรติและความไว้วางใจจาก TOHO ให้มีส่วนร่วมในการเฉลิมฉลองครบรอบ 70 ปีของ Godzilla ผลงานชิ้นนี้จึงถือเป็นความสำเร็จอีกหนึ่งก้าวของ IGLOO STUDIO ในการถ่ายทอดเรื่องราวสู่ผลงานด้วยความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย และยังสอดคล้องกับเทรนด์ของต่างประเทศอีกด้วย”
ผลงาน “Godzilla’s 70th Anniversary: Five Legacies” ของสะสมที่ถูกออกแบบโดยทีมงานของ IGLOO STUDIO มีการนำ Godzilla ทั้งหมด 5 ตัวที่มาจากภาพยนตร์ในปี 1954, 1995, 2001, 2016 และ 2023 มารวมกันในผลงานชิ้นเดียวกันเป็นครั้งแรก และยังมีการจัดวางท่าทางให้ดูมีความเคลื่อนไหว ปรับขนาดของ Godzilla ทั้ง 5 ตัวให้ดูเข้ากันและเป็นรูปตัวอักษร “G” ที่มาจากคำว่า Godzilla มีให้เลือกทั้ง Full Color ราคา 38,000 บาท และ Bronze Color 26,000 บาท โดยเริ่มวางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้ที่ igloostudio.com/store
เฉลยเลขลับ 3333333333 รหัสโหดแคมเปญเด็ด “The 333 Offer” จากเมอร์เซเดส-เบนซ์
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ออกมาเฉลยที่มาของตัวเลขตัวเลข “333” ที่ปรากฏอยู่บนโซเชียลมีเดีย และสื่อนอกบ้านแบบ Digital Out of Home (DOOH) ที่กระจายอยู่ตามพื้นที่ใจกลางกรุงเทพมหานคร เลข 333 ไม่ได้สื่อถึงตัวเลขเทวดาหรือ Angel Numbers และไม่ได้มาจากข้อผิดพลาดของการสื่อสาร แต่เป็นแคมเปญโปรโมชั่นทางการตลาดที่มีแรงบันดาลใจมาจากรถยนต์ Business Saloon ยอดนิยมของแบรนด์อย่างรุ่น “E-Class” โดยหากลองกลับตัวอักษร “E” ก็จะกลายเป็นสัญลักษณ์ที่คล้ายกับเลข “3” ซึ่งมีความสอดคล้องกับข้อเสนอสุดพิเศษของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่คิดมาเพื่อลูกค้าที่สนใจเข้าไปดูรถในงานจัดแสดงรถยนต์ประจำปีอย่างงาน “มหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42” หรือ Motor Expo 2025
ตัวเลข 333 จึงกลายเป็นแคมเปญโปรโมชั่นล่าสุดของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่มีชื่อว่า “The 333 Offer” รับกระแสงาน Motor Expo 2025 ด้วยข้อเสนอแห่งปีสำหรับยนตรกรรมปลั๊กอินไฮบริดทั้ง 3 รุ่น นำโดย E 350 e AMG Dynamic, GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic และ C 350 e AMG Dynamic ที่จะมอบความคุ้มค่าแบบ 3-3-3 ประกอบไปด้วยข้อเสนอการผ่อนเริ่มต้นเพียง 33,000 ต่อเดือน* โปรแกรม MBSP Easy Care ฟรี 3 ปี* และส่วนลดพิเศษ 3% On-Top* นอกจากนี้ทุกคนจะได้พบกับโมเดลสุดพิเศษ 3 รุ่นที่ไม่เคยจัดแสดงที่ไหนมาก่อน ไม่ว่าจะเป็น The new CLA, G 450 d STRONGER THAN THE 1980s และ GLA 200 Night Edition เป็นครั้งแรกในงาน Motor Expo 2025 ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ณ บูธหมายเลข “A02” อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี
นอกจากข้อเสนอแห่งปี “The 333 Offer” ของรถยนต์ทั้ง 3 รุ่น เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังได้มอบข้อเสนอพิเศษให้กับรถยนต์อีกหลายรุ่น โดยสามารถติดตามรายละเอียดได้ ที่นี่
และสำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทุกรุ่น ในงาน จะได้รับกล้อง Mercedes-Benz Drive Recorder 360° มูลค่า 16,500 บาท* และของสมนาคุณสุดพิเศษ Tumbler Limited Edition ที่ออกแบบโดยศิลปินรุ่นใหม่ทั้ง 3 ท่าน ได้แก่ “Jeff Aphisit” “Bomfha” และ “MR.HALFMAN”
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด เฉพาะรุ่นและสีรถที่ร่วมรายการ
‘เจนเย่’ เผยเคล็ดลับผมสวยกับ Dyson Airwrap Co-anda2x™
ภายในงานมีการพูดคุยกับ Shagita Gounden, Senior Manager, Dyson Beauty ที่มาร่วมแบ่งปันเบื้องหลังการพัฒนาเทคโนโลยี Dyson Co-anda2x™ ที่ช่วยให้การจัดแต่งทรงทำได้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น โดยใช้พลังของกระแสอากาศควบคุมเส้นผมอย่างอ่อนโยน พร้อมสาธิตการใช้งานโดยคุณกนกวรรณ บูรณะกิตติ ผู้เชี่ยวชาญจาก Dyson Beauty Expert ที่โชว์เทคนิคจัดแต่งทรงผมหลากสไตล์ด้วย Dyson Airwrap Co-anda2x™ ให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์จริง
นอกจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์และการแนะนำ Friend of Dyson Beauty คนล่าสุดแล้ว ภายในงานยังมีกิจกรรม Fan Activity สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ให้แฟน ๆ ได้มีโอกาสใกล้ชิดกับ ‘เจนเย่’ พูดคุยเกี่ยวกับประสบการณ์การใช้ Dyson Beauty พร้อมรับของที่ระลึกสุดพิเศษ สร้างบรรยากาศอบอุ่นและน่าประทับใจตลอดงาน
Dyson Airwrap Co-anda2x™ วางจำหน่ายแล้วที่ Dyson Demo Store และช่องทางออนไลน์ของ Dyson ประเทศไทย
New XPENG G6 Standard Range เข้าถึงง่าย คุ้มค่ามากขึ้น!
เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA เปิดตัว New XPENG G6 รุ่นย่อยใหม่ ‘Standard Range’ ภายใต้คอนเซปต์ ‘The Standard That Raises Standards’ ยกระดับมาตรฐานเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าเอสยูวีขนาดกลาง ที่มุ่งตอบโจทย์การใช้งานจริงพร้อมราคาที่เหมาะสมแต่ยังคงไว้ซึ่งสมรรถนะ ความปลอดภัย พร้อมแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง
New XPENG G6 Standard Range ยกระดับมาตรฐานเทคโนโลยีแบตเตอรี่ พร้อมคงระบบขับขี่อัจฉริยะ
โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกสุดล้ำ คงเอกลักษณ์ Robot Face ด้วยไฟ Full-width Integrated Daytime Running Light ด้านหน้า เสริมความสปอร์ตด้วยฝาท้ายดีไซน์แบบ Ducktail และกันชนท้ายแบบ C-Ring พร้อมล้ออัลลอย Five-spoke ขนาด 20 นิ้ว มาพร้อม 5C AI Battery Ultra-fast Charging แบบ LFP ขนาด 68.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง รองรับกำลังในการชาร์จแบบกระแสตรง (DC) สูงสุด 382 กิโลวัตต์ สามารถชาร์จจาก 10-80% ในเวลาเพียง 12 นาที ชาร์จไฟเต็มวิ่งได้ไกลสุด 540 กิโลเมตร (NEDC) อัตราการสิ้นเปลืองพลังงาน 14.7 กิโลวัตต์ชั่วโมง/100 กิโลเมตร (NEDC) นับเป็นรุ่นที่ชาร์จเร็วและใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด เทียบกับรถยนต์ไฟฟ้าเอสยูวี ในระดับราคาและขนาดแบตเตอรี่ใกล้เคียงกัน
นอกจากนี้ New XPENG G6 Standard Range ยังรองรับการอัปเดตแบบออนไลน์ (OTA) เพื่อปรับปรุงซอฟต์แวร์ระบบความปลอดภัย และเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้ลูกค้าได้ขับรถที่มีซอฟท์แวร์ทันสมัย และใหม่ตลอดเวลา
จองและออกรถ New XPENG G6 Standard Range วันนี้ รับข้อเสนอเดียวกับ มอเตอร์ เอ็กซ์โป
- บัตรชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า มูลค่า 20,000 บาท*
- ม่านหลังคาไฟฟ้าพร้อมติดตั้ง พร้อมอุปกรณ์ดูดฝุ่น*
- ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พรบ. นาน 1 ปี *
- Wallbox Charger พร้อมติดตั้ง*
- เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบพกพา*
- คะแนน MGC-MOBILIFE 6,000 คะแนน*
- บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง (Premium Roadside Assistance) นาน 5 ปี*
- รับประกันคุณภาพสินค้า 5 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร*
- รับประกันคุณภาพแบตเตอรี่ และมอเตอร์ขับเคลื่อน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร*
มั่นใจกับเครือข่ายพาร์ทเนอร์ เพื่อส่งมอบบริการที่ดีที่สุด
เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย เดินหน้าขยายเครือข่ายพาร์ทเนอร์อย่างต่อเนื่อง ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตลอดจนหัวเมืองหลักในแต่ละภูมิภาค นำโดย เอ็กซ์เผิง รามคำแหง, สุขุมวิท, ประดิษฐ์มนูธรรม, แจ้งวัฒนะราชพฤกษ์, พัทยา, ขอนแก่น, อุบลราชธานี, เชียงใหม่, ภูเก็ต, วิภาวดี-รังสิต, ตลิ่งชัน, ศรีนครินทร์, สุราษร์ธานี และ เกษตร-นวมินทร์ รวมทั้งหมด 15 แห่ง โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพการบริการที่เป็นมาตรฐาน ผสานเครื่องมืออันทันสมัย และคลังเก็บอะไหล่ ‘XPENG Parts Center’ เพื่อประสิทธิภาพการให้บริการ และความพึงพอใจของลูกค้า อย่างทั่วถึง
- XPENG G6 Standard Range ใหม่ ราคา 1,189,000 บาท
- XPENG G6 Long Range ราคา 1,349,000 บาท
- XPENG G6 AWD Performance ราคา 1,489,000 บาท
อภิวันท์ สิงห์ทวีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย กล่าวว่า “เอ็กซ์เผิง คือแบรนด์แห่งนวัตกรรมและเทคโนโลยี ทั้ง เอ็กซ์เผิง รุ่น G6 อัลตราสมาร์ท เอสยูวี คูเป้ และ X9 รถตู้ไฟฟ้า ทรงสปอร์ตอัจฉริยะ ขับเคลื่อนด้วย AI ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การเดินทาง วันนี้ G6 พร้อมขยายการเข้าถึงไปสู่กลุ่มผู้ใช้ที่หลากหลาย ตั้งแต่ผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าคันแรก ไปจนถึงต้องการยกระดับไลฟ์สไตล์ สู่ยุคการขับขี่อัจฉริยะ หรือให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง ที่พร้อมรองรับอนาคต การเดินทางอย่างยั่งยืน กับ New XPENG G6 รุ่นย่อยใหม่ ‘Standard Range’ ที่ยกระดับคำว่า ‘Standard’ ให้เหนือกว่าที่เคย ด้วยเทคโนโลยี 800V SiC Platform และแบตเตอรี่แบบ 5C นับเป็นการสร้างนิยามใหม่ ที่ไม่ใช่เพียงราคาจับต้องได้ แต่เป็นมาตรฐานใหม่ของความฉลาด และคุณภาพระดับพรีเมียม ตามคอนเซปต์ The Standard That Raises Standards”
จับตา! ‘WEY G9’ ไฮเอนด์ MPV จาก GWM
ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ภายใต้แนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” เตรียมปักหมุดหมายใหม่ของยานยนต์ลักชัวรี่ในไทย ด้วยการเปิดตัว “GWM WEY (จีดับเบิ้ลยูเอ็ม เวย์)” แบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่ระดับไฮเอนด์ที่ผสานพลังเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้ากับงานออกแบบและประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า เพื่อมอบทางเลือกใหม่ให้ผู้ใช้ที่กำลังมองหาความหรูหราและความสะดวกสบายระดับไฮเอนด์ สมรรถนะและความปลอดภัยที่ตอบโจทย์ทุกการขับขี่ รวมถึงความก้าวล้ำทางเทคโนโลยีที่สัมผัสได้ในทุกวัน
GWM WEY คือแบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่ระดับลักชัวรี่จาก GWM ที่ตั้งชื่อตามนามสกุลของผู้ก่อตั้ง Jack Wey ซึ่งทำให้ WEY เป็นแบรนด์ยานยนต์จีนระดับหรูแบรนด์แรก และเป็นแบรนด์แรกที่ใช้ชื่อของผู้ก่อตั้งเป็นชื่อแบรนด์ สะท้อนถึง “เกียรติยศ ความรับผิดชอบ และความเชื่อมั่น” ของ แจ็ค เวย์ (Jack Wey) ที่มีต่อคุณภาพและนวัตกรรมของยานยนต์จีน โดย GWM WEY ยึดพันธกิจ “Making Luxury Accessible” หรือ “ทำให้ความหรูหราเข้าถึงได้” โดย GWM ใช้เวลาถึง 4 ปีเต็มเพื่อสร้างแบรนด์นี้ขึ้นอย่างพิถีพิถัน มุ่งสู่ตลาดรถยนต์พรีเมียมระดับกลางถึงสูง และเป็นความพยายามครั้งสำคัญในการ “ท้าทายการผูกขาดของแบรนด์ต่างชาติในตลาด SUV หรู” โดยท่านประธานแจ็ค เวย์ “นี่คือแบรนด์ที่ผมเดิมพันด้วยนามสกุลของผมเอง” และ”ผมจะปกป้องเกียรติของแบรนด์ เหมือนที่ผมปกป้องเกียรติของครอบครัว”
GWM WEY G9 ก้าวแรกของยนตรกรรมลักชัวรี่สู่ตลาดไทย
การเปิดตัว GWM WEY G9 (จีดับเบิ้ลยูเอ็ม เวย์ จีไนน์) ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของแบรนด์ GWM WEY ในประเทศไทย และเป็นรถยนต์ MPV รุ่นแรกที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งยนตรกรรมลักชัวรีอัจฉริยะได้อย่างครบถ้วน ทั้งความปลอดภัยขั้นสูง สุดยอดเทคโนโลยีอัจฉริยะ และความจริงใจในทุกขั้นตอนตั้งแต่การออกแบบจนถึงงานบริการ มอบสมรรถนะ เทคโนโลยี ความสะดวกสบาย และความปลอดภัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างเหนือระดับ เพื่อรองรับหลากหลายบทบาทของผู้ใช้ในทุกช่วงเวลาของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางเพื่อติดต่อธุรกิจ การใช้รถในชีวิตประจำวันของครอบครัว หรือเวลาส่วนตัวที่ต้องการพื้นที่แห่งความผ่อนคลาย GWM WEY G9 จึงเป็นมากกว่ารถ MPV แต่คือประสบการณ์การเดินทางที่หรูหรา สะดวกสบาย พร้อมสมรรถนะและความปลอดภัยที่ตอบโจทย์ทุกด้านของชีวิตอย่างแท้จริง
GWM WEY G9 ขับเคลื่อนด้วยระบบ Hi4 Technology ที่ผสานพลังระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าอย่างลงตัว เพื่อส่งมอบการขับขี่ที่มั่นคง ปลอดภัย นุ่มนวล และราบรื่นในทุกสภาพถนน สามารถเดินทางได้อย่างต่อเนื่องทั้งการติดต่อธุรกิจหรือการพักผ่อนกับครอบครัว หมดกังวลกับการหยุดแวะชาร์จไฟฟ้าในระหว่างทาง โดยเทคโนโลยี Hi4 ของ GWM ได้รับรางวัลใหญ่ระดับประเทศ “Grand Prize of the Science and Technology (S&T)” จากสมาคมวิศวกรยานยนต์จีน (China SEA) ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปีที่นวัตกรรมด้านระบบขับเคลื่อนไฮบริดได้รับรางวัลสูงสุดนี้ ตอกย้ำมาตรฐานระดับโลกของ GWM ในด้านนวัตกรรม สมรรถนะ และความปลอดภัยของระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะสี่ล้อ พร้อมเติมเต็มความหรูหราในห้องโดยสารด้วยรายละเอียดที่ใส่ใจผู้ใช้อย่างครบครัน อาทิ เก้าอี้นั่ง Zero Gravity ที่ช่วยรองรับสรีระอย่างเป็นธรรมชาติ มอบความสบายขั้นสุด ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ Coffee OS 3.3 ที่เชื่อมต่อทุกฟังก์ชันในรถให้ใช้งานได้อย่างชาญฉลาด และอีกมากมาย ทั้งหมดนี้ช่วยให้ทุกช่วงเวลาของการเดินทางเต็มไปด้วยความผ่อนคลาย ความสะดวกสบาย และความประณีตในแบบลักชัวรี่ที่เข้าถึงได้ง่าย
เตรียมพบกับ GWM WEY G9 ครั้งแรกในประเทศไทยในงาน Motor Expo 2025 วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 นี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่ตอกย้ำวิสัยทัศน์ของ GWM ในการยกระดับมาตรฐานยานยนต์พลังงานใหม่ในประเทศไทยไปอีกขั้นอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง
#GWM #GWMThailand #GWMWEYBrand #GWMWEYG9
H-D จับมือ Realtree เปิดตัวคอลเลกชัน “Get Lost”
Harley-Davidson จับมือกับ Realtree เปิดตัวคอลเลกชัน “Get Lost” ลิมิเต็ดเอดิชันที่ผสานจิตวิญญาณอิสระเข้ากับความแกร่งในแบบธรรมชาติได้อย่างลงตัว ออกแบบมาเพื่อนักบิดและผู้ที่ชื่นชอบไลฟ์สไตล์อิสระโดยคอลเลกชัน H-D x Realtree ได้เปลี่ยนเครื่องแต่งกายนักบิดจากสไตล์คลาสสิกให้กลายเป็นเครื่องแต่งกายที่สะท้อนอิสระได้ทุกเมื่อที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อฮู้ด ชุดแจ็กเก็ต เสื้อยืดลายกราฟิก และกางเกงสไตล์ workwear เสื้อผ้าทุกชิ้นล้วนได้รับการรังสรรค์ขึ้นเพื่อเปลี่ยนให้ชุดกิจกรรมกลางแจ้งกลายเป็นชุดที่ใส่ได้ในชีวิตประจำวันโดยเสื้อผ้าคอลเลกชันนี้ มาพร้อมกับลายพรางสุดไอคอนนิก Realtree APG ไฮไลท์จากคอลเลกชันประกอบด้วย
เสื้อแขนยาว H-D Realtree APG พร้อมจำหน่ายสำหรับผู้ชาย
เสื้อแขนยาวสุดทนทานแต่ระบายอากาศได้ดีจากผ้าฝ้ายทวิลล์ที่มีน้ำหนักและได้รับการฟอกจนให้สัมผัสที่นุ่มนวล โดดเด่นด้วยการออกแบบที่ใช้สีที่ตัดกันบริเวณปกคอและขอบกระดุมเพื่อเพิ่มความหรูหรา ทรงเสื้อมีชายเสื้อที่สามารถใส่เข้าในกางเกงหรือปล่อยออกข้างนอกได้ และมีปกซ่อนที่สามารถติดได้ด้วยปุ่มซ่อน เพื่อไม่ให้ปกคอหลุดออกขณะขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ ลายพื้นหลังของเสื้อผู้ชายตัวนี้เป็นลายพราง Realtree APG ที่มีลวดลายสบายตากว่าลายทั่วไปและโทนสีที่เป็นกลาง ผสานกับการปักลาย H-D Bar & Shield ที่หน้าอกอย่างลงตัว
H-D Realtree APG Trucker Cap
หมวกสไตล์ทรัคเกอร์ที่มาพร้อมกับแถบปรับขนาดด้านหลัง เพื่อความกระชับพอดีกับศีรษะ ตาข่ายด้านหลังช่วยระบายอากาศได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้สวมใส่เย็นสบายไม่รู้สึกอับชื้น บริเวณแผงด้านหน้าและปีกหมวกโดดเด่นด้วยลายพราง Realtree APG ลิขสิทธิ์เฉพาะ ที่มีโทนสีสบายตาและสว่างกว่าลายพรางทั่วไป ปิดท้ายด้วยการปักโลโก้ ชื่อรุ่นอย่างประณีต พร้อมมอบลุคที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณของ Harley-Davidson ได้อย่างแท้จริง
H-D Realtree APG Twill Jacket พร้อมจำหน่ายทั้งสำหรับผู้ชายและผู้หญิง
เสื้อแจ็คเก็ตตัวนอก Outerwearผลิตจากผ้าคอตตอนแคนวาสเนื้อหนาเพื่อความทนทานพร้อมบุฉนวนใยโพลีเอสเตอร์แบบบุนวม ด้านในเพื่อเพิ่มความอบอุ่น โดยผ่านกระบวนฟอกจนให้สัมผัสที่นุ่มสวมใส่สบายตัว โดดเด่นด้วยกระเป๋าล้วงมือที่มีพื้นที่กว้างขวาง และยังมีกระเป๋าซิปด้านในสำหรับเก็บของจำเป็น นอกจากนี้ยังมีฮู้ดบุนวม และขอบผ้าแบบถักเป็นริ้ว Rib-Knit จึงเพิ่มความยืดหยุ่น โดดเด่นด้วยลายพราง Realtree APG ที่ผสมผสานภาพป่าไม้ พุ่มสน ทุ่งหญ้า และพื้นดินริมน้ำ จนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่เข้ากับบรรยากาศกลางแจ้งอื่น ๆ ได้อย่างลงตัว
H-D Realtree APG Utility Cargo Pant พร้อมจำหน่ายสำหรับผู้หญิง
กางเกงตัวนี้ผลิตจากผ้าคอตตอนทวิล เนื้อหนาที่มีความทนทานสูง แต่ระบายอากาศได้ดี และผ่านการฟอกเพื่อให้ผ้านุ่มพร้อมสัมผัสสบายพอดีตัว ด้วยรูปทรง Cargo ที่ออกแบบมาสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ ทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกสบายตัวตั้งแต่ช่วงสะโพกถึงต้นขา มาพร้อมกับคุณสมบัติที่ยืดหยุ่นในทุกการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นห่วงคล้องอเนกประสงค์ด้านข้าง และกระเป๋าที่มีพื้นที่จัดเก็บกว้างขวาง รวมถึงกระเป๋าเฉพาะสำหรับใส่โทรศัพท์มือถือด้านข้าง โดดเด่นด้วยลายพราง Realtree APG อันเป็นเอกลักษณ์ที่ผสมผสานภาพป่าไม้ พงสน ทุ่งหญ้า และพื้นดินริมน้ำ เข้ากับสภาพแวดล้อมภายนอกได้อย่างลงตัว
คอลเลกชัน Harley-Davidson® x Realtree® จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม เป็นต้นไป ทางเว็บไซต์ h-d.com/realtree และตัวแทนจำหน่าย Harley-Davidson ทั่วประเทศ
สามแชมป์ BMW Golf Cup National Final 2025 พร้อมลุยระดับโลกสนามแอฟริกาใต้!
บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ประกาศผลการแข่งขัน BMW Golf Cup National Final 2025 สุดยอดทัวร์นาเมนต์กอล์ฟสมัครเล่นระดับประเทศ เฟ้นหาสามนักกอล์ฟไทยผู้เปี่ยมด้วยทักษะและความมุ่งมั่น เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทยไปประชันฝีมือบนเวทีระดับโลกในรายการ BMW Golf Cup World Final 2025 ที่สนามแฟนคอร์ต กอล์ฟ รีสอร์ต เมืองจอร์จ สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ ในเดือนมีนาคม 2569
การแข่งขัน BMW Golf Cup National Final 2025 ได้จัดขึ้น ณ สนามกอล์ฟระดับตำนาน อมตะ สปริง คันทรี คลับ จังหวัดชลบุรี หลังจากที่ได้มีการแข่งขันรอบคัดเลือกใน 16 ทัวร์นาเมนต์ตลอดปีที่ผ่านมา โดยตัวแทนผู้ชนะในแต่ละประเภท ได้แก่
- ประเภทชาย 1 (Handicap 0-12) – คุณเอกรัฐ สมันตรัฐ
(38-36-74 (4) Stableford Score: 38) - ประเภทชาย 2 (Handicap 13-28) – คุณเต็มสิทธิ์ ธีรวิโรจน์
(41-42-83 (13) Stableford Score: 38) - ประเภทหญิง (Handicap 0-28) – คุณอภิรุจี ปิ่นประยงค์
(37-34-71 (7) Stableford Score: 42)
BMW Golf Cup World Final2025 จะจัดขึ้นในเดือนมีนาคม 2569 ณ แฟนคอร์ต กอล์ฟ รีสอร์ต (Fancourt Golf Resort) สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ สนามกอล์ฟระดับโลกที่ขึ้นชื่อเรื่องความท้าทายและความงดงาม และที่สำคัญคือเป็นสนามที่ทีมนักกอล์ฟสมัครเล่นจากประเทศไทย เคยไปคว้าแชมป์ในรายการ BMW Golf Cup World Final 2017 มาแล้ว สำหรับปีหน้า นักกอล์ฟสมัครเล่นชั้นนำจาก BMW Golf Cup ทั่วโลก จะมาร่วมสร้างมิตรภาพ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และประชันฝีมือเพื่อชิงความเป็นหนึ่งของทัวร์นาเมนต์กอล์ฟสมัครเล่นระดับนานาชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
BMW Golf Cup ถือกำเนิดขึ้นในปี 1982 จากการแข่งขัน BMW Invitation Tournament ในประเทศอังกฤษ และได้เติบโตจนกลายเป็นทัวร์นาเมนต์กอล์ฟสมัครเล่นระดับนานาชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ดึงดูดผู้เข้าแข่งขันจาก 50 ประเทศทั่วโลก ประเทศไทยเองเคยสร้างประวัติศาสตร์อันน่าภาคภูมิใจด้วยการคว้าชัยชนะในรอบชิงชนะเลิศระดับโลกถึงสองปีซ้อนในปี 2016 และ 2017 ร่วมส่งแรงใจเชียร์ทีมชาติไทยในเวทีระดับโลก ที่สะท้อนความเป็นเลิศในแบบฉบับของบีเอ็มดับเบิลยู ติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.bmw.co.th
