เมื่อ Lotus F1 จับมือ Daft Punk ความเร็วก็ซิ่งไปพร้อมเสียงดนตรี!
ปี 2013 ทีม Lotus F1 สร้างเสียงฮือฮาในวงการฟอร์มูล่าวัน ด้วยการจับมือกับ คู่หู EDM ชื่อดังจากฝรั่งเศส Daft Punk ความร่วมมือในครั้งนั้นเปิดตัวพร้อมกับอัลบั้ม Random Access Memories ที่กำลังมาแรงสุดๆ ในตอนนั้น และแน่นอนว่า หมวกกันน็อกสุดไอคอนิกของ Daft Punk ก็ถูกนำเข้าสู่โลกแห่งความเร็วระดับ Formula One อย่างเท่
ในศึก Monaco Grand Prix สนามหรูที่สุดในปฏิทินการแข่งขัน รถแข่งของ Lotus ปรากฏโลโก้และลวดลาย Daft Punk อย่างโดดเด่นเป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างโลกดนตรีกับมอเตอร์สปอร์ตถือเป็นวัฒนธรรมป็อปที่ลงตัวสุดๆ
แต่สำหรับ Lotus นี่ไม่ใช่แค่เรื่องโปรโมตแบรนด์เท่านั้น — มันคือการโชว์ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมในกีฬาที่ขึ้นชื่อเรื่อง “ความแม่นยำระดับมิลลิเมตร” ภาพลักษณ์ล้ำยุคของ Daft Punk เข้ากันได้อย่างสมบูรณ์กับเสน่ห์แห่งเทคโนโลยีของ Formula One และยังช่วยเปิดประตูให้ Lotus เข้าถึงแฟน ๆ ทั่วโลก
แม้จะเป็นการร่วมงานช่วงสั้นๆ แต่การจับคู่สุดคูลครั้งนั้นก็ยังถูกพูดถึงจนถึงวันนี้ ในฐานะหนึ่งใน “ตำนานแห่งการชนกันของโลกดนตรีกับมอเตอร์สปอร์ต” ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า — ไอคอนทางวัฒนธรรมก็สามารถพาทีมแข่ง “ทะยานขึ้นสปอตไลต์” ได้เหมือนกัน
“มิกซ์สนุก คูลแบบเรา” กับ คอนเซนเทรต เรดี้ทูมิกซ์ ครั้งแรกในไทย!
เนสกาแฟเปิดตัว “คอนเซนเทรต เรดี้ทูมิกซ์” กาแฟเข้มข้นพร้อมชง ครั้งแรกในไทย! ภายใต้คอนเซ็ปต์ “มิกซ์สนุก คูลแบบเรา” (Hack it How You Like it) ยกระดับประสบการณ์กาแฟเย็นให้สนุกกว่าเดิม ชงง่ายใน 3 ขั้นตอน “เท–ผสม–ดื่ม” พร้อมเปิดโลกการสร้างสรรค์เมนูกาแฟได้ไม่จำกัด
ผลิตภัณฑ์ใหม่มาพร้อม 3 สูตรให้เลือก
☕ เอสเปรสโซเข้มข้น สูตรไม่มีน้ำตาล – เข้มข้น นุ่มลึก สำหรับคนชอบรสกาแฟแท้
☕ เอสเปรสโซเข้มข้น รสหวานกลมกล่อม – เข้มแต่ละมุน หวานกำลังดี
☕ ลาเต้เข้มข้นพร้อมชง – ลาเต้เนื้อนุ่ม หอมละมุนสไตล์คาเฟ่
เนสกาแฟจัดเต็มงานเปิดตัว “Coffee Haus Party” เนรมิตย่านทรงวาดให้กลายเป็นคาเฟ่สุดคูล 3–5 ตุลาคมนี้ พร้อมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟและมินิคอนเสิร์ตจากศิลปิน T-POP ชื่อดังอย่าง PROXIE, PiXXiE, เจมส์ อลิน และวาเลนตินา พลอย ที่มาร่วมแชร์โมเมนต์ “มิกซ์สนุก คูลแบบเรา” กับแฟนกาแฟ
นอกจากนี้ยังได้ แซค คิง (Zach King) ครีเอเตอร์ระดับโลกและ TikToker ที่มีผู้ติดตามกว่า 82 ล้านคน ร่วมเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ ถ่ายทอดไอเดีย “Iced Coffee Hack” ผ่านคอนเทนต์สุดคูลบนจอดิจิทัลกว่า 3,000 จอทั่วประเทศ
“เนสกาแฟ คอนเซนเทรต เรดี้ทูมิกซ์” เป็นนวัตกรรมกาแฟเย็นพร้อมชงที่ประสบความสำเร็จในหลายประเทศ เช่น ออสเตรเลีย จีน สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ก่อนเปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z ที่ชอบคาเฟ่สไตล์ตัวเอง
วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ 7-Eleven, โลตัส, บิ๊กซี, ท็อปส์, กูร์เมต์, วิลล่า, ฟู้ดแลนด์ และช่องทางออนไลน์ TikTok, Shopee, Lazada ในขวด 500 มล. ราคา 109 บาท ชงได้ 5–10 แก้ว
#NescafeReadyToMix #NescafeConcentrate #CoffeeParty
นิสสันเตรียมระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติไร้คนขับในโยโกฮาม่า
‘PLOT48’ ซึ่งเป็นศูนย์ควบคุมการตรวจสอบระยะไกลเฉพาะทาง จะถูกจัดตั้งขึ้นในย่านมินาโตะมิไร โดยโครงการนำร่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อบรรลุความท้าทายต่างๆ ในการดำเนินงาน และพัฒนาระบบนิเวศที่รองรับการเปิดตัวบริการเชิงพาณิชย์ โดยจะเริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป
เนื่องในโอกาสเปิดตัวโครงการนำร่องนี้ จะมีการรับสมัครบุคคลทั่วไปมากกว่า 300 คน ซึ่งสามารถทำหน้าที่เป็น “ผู้ตรวจสอบทั่วไป” ในระหว่างการทดลองได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผู้ที่ลงทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบจะได้รับบริการรับส่งฟรีภายใน 26 จุดตลอดเส้นทาง โดยแลกกับการให้ข้อเสนอแนะเพื่อนำไปปรับปรุงการปฏิบัติงาน
จากผลลัพธ์ของโครงการนำร่องนี้ บริษัทที่เข้าร่วมทั้งสี่แห่งตั้งเป้าที่จะเปิดตัวบริการเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป บริการเหล่านี้จะใช้ยานยนต์ไร้คนขับ*2 ที่ติดตั้งระบบตรวจสอบระยะไกล ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาการขนส่งในพื้นที่ และส่งเสริมบริการการเดินทางรูปแบบใหม่ที่อำนวยความสะดวกและเข้าถึงได้ง่ายสำหรับทุกคน
*1 เทียบเท่าระบบขับขี่อัตโนมัติ SAE ระดับ 2 พร้อมระบบขับขี่ปลอดภัยบนรถ
*2 เทียบเท่าระบบขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ SAE ระดับ 4 โดยไม่มีคนขับ
ChatGPT said: อิเกียเปิด SANDLÖPARE เติมฝันเด็ก ชวนรักษ์สัตว์ป่า
ลีโอนี่ ฮอสกิ้น ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจค้าปลีก อิเกีย ประเทศไทยและเวียดนาม กล่าวว่า “ที่อิเกีย เราเชื่อว่าการเล่นคือหัวใจสำคัญของการเรียนรู้และการสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว คอลเล็คชั่น SANDLÖPARE/ซันด์โลพาเร่ ไม่เพียงต้องการเชื่อมโยงผู้คนในครอบครัวและสร้างความสุขในชีวิตประจำวันผ่านการเล่น แต่ยังมุ่งมั่นเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความสำคัญของการอนุรักษ์สัตว์ป่าและทรัพยากรธรรมชาติให้กับเด็ก ๆ อีกด้วย นอกจากนี้ ทุกการซื้อตุ๊กตาผ้าหนึ่งตัวจะช่วยสนับสนุนการทำงานด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่าผ่านการสมทบทุนให้แก่มูลนิธิสืบนาคะเสถียร เราอยากให้เด็ก ๆ และครอบครัวได้เห็นคุณค่าของการเล่นที่ไม่เพียงสร้างรอยยิ้มและจินตนาการ แต่ยังส่งผลดีต่อโลกใบนี้ด้วย”
นอกจากการส่งเสริมการเล่น อิเกีย ประเทศไทย ยังได้จับมือกับมูลนิธิสืบนาคะเสถียร องค์กรที่ทำงานด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่าและธรรมชาติมาอย่างยาวนาน โดยระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2568 อิเกียจะสมทบทุนบริจาค 100 บาทต่อการซื้อตุ๊กตาผ้า SANDLÖPARE/ซันด์โลพาเร่ ทุก 1 ตัว เพื่อนำไปสนับสนุนภารกิจปกป้องป่าผืนใหญ่ แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า ความหลากหลายทางชีวภาพ รวมถึงการดูแลชนิดพันธุ์สำคัญที่กำลังถูกคุกคาม ความร่วมมือครั้งนี้ยังสะท้อนพันธกิจของอิเกียในการดูแลผู้คนและโลกใบนี้ (Caring for people and planet) ผ่านการทำงานร่วมกับมูลนิธิและชุมชนต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง
ภาณุเดช เกิดมะลิ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าวว่า “การลดลงของพื้นที่ป่าในไทยในปัจจุบันส่งผลกระทบโดยตรงต่อสมดุลธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาน้ำท่วม ดินถล่ม และผลกระทบต่อสัตว์ป่าที่ถูกคุกคามจนเสี่ยงสูญพันธุ์ มูลนิธิสืบฯ จึงทำงานภายใต้ 3 ภารกิจหลัก ได้แก่ การคุ้มครองผืนป่าขนาดใหญ่ การฟื้นฟูสัตว์ป่าสำคัญ และการสื่อสารเพื่อสร้างความตระหนักรู้ต่อสังคม โดยพลังของการสื่อสารมีความสำคัญสำหรับการอนุรักษ์ เพราะเป็นการสร้างความรู้ ความเข้าใจ นำมาซึ่งความตระหนักในการมีส่วนร่วมรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมนั้น มูลนิธิสืบฯ หวังว่าในโอกาสต่อไปข้างหน้าเรื่องของสัตว์ป่าในเมืองไทยจะได้รับความสนใจและการให้ความสำคัญเหมือนเช่นในครั้งนี้ เพราะเป็นโอกาสที่เด็ก ๆ หรือครอบครัวจากทั่วโลกจะรู้จักสัตว์ป่าในบ้านเรา การได้มีโอกาสทำงานร่วมกับอิเกียในคอลเล็คชั่น SANDLÖPARE/ซันด์โลพาเร่ เป็นแรงสนับสนุนและกำลังใจให้กับคณะกรรมการ เจ้าหน้าที่ มูลนิธิสืบฯ ในการทำงานอนุรักษ์ให้กับสังคมไทยต่อไป”
และตลอดเดือนตุลาคม 2568 อิเกียชวนครอบครัวมาร่วมกิจกรรมสนุกสำหรับเด็ก ๆ ทั้งมุมจิตกรน้อยทุกเสาร์, เพ้นท์หน้า 4–5 ต.ค., และ Edutainment Session เรียนรู้สัตว์ป่ากับมูลนิธิสืบนาคะเสถียร 11 และ 18 ต.ค. พร้อมช้อปคอลเล็คชั่น SANDLÖPARE/ซันด์โลพาเร่ รับไอศกรีมฟรีทั้งเดือน ที่อิเกีย บางนา บางใหญ่ สุขุมวิท และออนไลน์ IKEA.co.th
อเล็กซ์ อัลบอน เปิดประมูลหมวกกันน็อกเพื่อยูนิเซฟช่วยเด็กในไทย!
หมวกกันน็อกใบนี้ออกแบบโดยคาร์ลอตตา เฟรเออร์ (Karlotta Freier) ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากลวดลายไทยและเอเชียที่สะท้อนถึงภูมิลำเนาของอัลบอนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเขาจะสวมใส่หมวกใบดังกล่าวลงแข่งขันในรายการ สิงคโปร์กรังด์ปรีซ์ ระหว่างวันที่ 3–5 ตุลาคม 2568 การประมูลเริ่มต้นที่ 450,000 บาท (ประมาณ 14,100 ดอลลาร์สหรัฐ) เปิดแล้ววันนี้จนถึงวันที่ 15 ตุลาคม 2568 ที่ www.unicef.or.th/alex
อัลบอนเป็นลูกครึ่งไทย-อังกฤษ เกิดที่สหราชอาณาจักร โดยมีมารดาเป็นชาวไทย เขาลงแข่งขันภายใต้ธงชาติไทยตลอดเส้นทางอาชีพ ตั้งแต่การแข่งรถโกคาร์ทเมื่ออายุ 7 ขวบ จนก้าวสู่เวทีระดับโลก และได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ ในปี 2563 อัลบอนสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นนักแข่งชาวไทยคนแรกที่ขึ้นโพเดียมในฟอร์มูล่าวัน ทัสกันกรังด์ปรีซ์ และในปี 2564 เขายังเป็นนักแข่งชาวไทยคนแรกที่คว้าชัยชนะในรายการ Deutsche Tourenwagen Masters หรือ DTM การมอบหมวกกันน็อกในครั้งนี้จึงสะท้อนถึงความตั้งใจของอัลบอน ในการมอบโอกาสให้เด็กในประเทศไทยได้เติบโตและพัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่
อัลบอนกล่าวว่า “ผมรู้สึกภูมิใจอย่างมากที่ได้ร่วมมือกับยูนิเซฟ ประเทศไทย ในการนำหมวกกันน็อกจากการแข่งขันสิงคโปร์กรังด์ปรีซ์มาประมูล เพื่อนำรายได้ไปช่วยเหลือเด็ก ๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุดในประเทศไทย ผมหวังว่าการประมูลครั้งนี้จะช่วยสะท้อนให้เห็นถึงงานสำคัญที่ยูนิเซฟกำลังทำ และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนจำนวนมากเข้ามามีส่วนร่วม”
อัลบอนเป็นนักแข่งรถชาวไทยคนที่สองที่ก้าวสู่การแข่งขันฟอร์มูล่าวัน ต่อจากพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช หรือ “พระองค์เจ้าพีระ” ผู้เข้าแข่งขันกรังด์ปรีซ์ 19 รายการ ระหว่างปี 2493 – 2497 และยังมีบทบาทเป็นทั้งนักเดินเรือ นักบิน และศิลปิน
แม้ประเทศไทยจะมีความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา แต่เด็กจำนวนมากยังคงเผชิญอุปสรรคสำคัญในชีวิต เช่น เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ร้อยละ 13 มีภาวะเตี้ยแคระแกร็นจากการขาดสารอาหาร, นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ถึงร้อยละ 40 ยังไม่สามารถอ่านออกเขียนได้ตามวัย, เด็กกว่า 13.6 ล้านคนต้องเผชิญกับมลพิษทางอากาศในระดับอันตรายทุกปี และวัยรุ่นราว 1 ใน 7 คนมีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจิต
รายได้จากการประมูลหมวกกันน็อกครั้งนี้จะถูกนำไปสนับสนุนโครงการของยูนิเซฟ ประเทศไทย เพื่อช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ ทั้งในด้านการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ การคุ้มครองเด็ก และการส่งเสริมบริการด้านสุขภาพจิต
เซเวอรีน เลโอนาร์ดี รองผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า “ทุกบาททุกสตางค์จากการประมูลครั้งนี้จะช่วยสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืนให้กับเด็ก ๆ เราขอขอบคุณอเล็กซ์เป็นอย่างยิ่งที่แสดงถึงน้ำใจอันงดงามในการตอบแทนสังคม และยืนหยัดเคียงข้างเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด”
‘โค้ก คัพ’ คืนสนาม! จุดไฟฝัน U-17 ปั้นแข้งเยาวชนไทยสู่อนาคต
ความร่วมมือครั้งนี้ สะท้อนความเป็นมาอย่างยาวนานในการสนับสนุนฟุตบอลไทยของโคคา-โคล่า ซึ่งเริ่มต้น ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2522 ในโครงการ “โค้ก โก ฟอร์ โกล” ต่อเนื่องมาถึงการเปิดตัว “โค้ก® คัพ” ในปี พ.ศ. 2524 ซึ่งเป็นการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนระดับประเทศที่จัดต่อเนื่องมาอีกร่วมสี่ทศวรรษ และกลายเป็นหนึ่งในลีกฟุตบอล เยาวชนที่เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศไทย
เซลแมน คาเรกา ประธานภูมิภาคอาเซียนและแปซิฟิกตอนใต้ เดอะ โคคา-โคล่า คัมปะนี กล่าวว่า “โคคา-โคล่า ภูมิใจที่ได้สนับสนุนกีฬาฟุตบอลมาอย่างต่อเนื่องทั้งในระดับประเทศและระดับโลก สำหรับประเทศไทย ฟุตบอลถือเป็นหนึ่งในกีฬาที่คนไทยหลงใหลมาทุกยุคทุกสมัย ความร่วมมือกับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในครั้งนี้จึงตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของเราในการสนับสนุนนักกีฬาเยาวชนและวงการฟุตบอล เยาวชนไทย ด้วยการนำ “โค้ก® คัพ” ลีกเยาวชน U-17 คืนสนามกลับมาอีกครั้งในปีหน้า เราดีใจที่ได้มีส่วนพัฒนา นักกีฬาฟุตบอลไทยรุ่นใหม่และเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้แสดงศักยภาพ เพื่อทำตามความฝันของตนเองได้อย่าง เต็มที่”
นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า “ความร่วมมือระหว่าง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ กับโคคา-โคล่า ประเทศไทย เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญ ของวงการฟุตบอลไทย โดยเฉพาะในระดับเยาวชน สำหรับ รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี เป็นหนึ่งในรุ่นที่สมาคมฯ ให้ความสำคัญมากที่สุด เพราะนอกจากเป็นช่วงอายุ ที่นักกีฬามีโอกาสเข้าสู่เส้นทางความฝัน คือ การเป็นนักกีฬา อาชีพแล้ว ยังสอดคล้องกับในระดับนานาชาติ หลังสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ปรับให้มีการจัดการแข่งขัน ฟุตบอลโลกในรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ขึ้นต่อเนื่องในทุกปี การกลับมาของ “โค้ก® คัพ” ในรูปแบบใหม่ จึงถือเป็นส่วน เติมเต็มสำคัญ ในเรื่องทรัพยากรของนักกีฬา และเป็นประตูสู่โอกาสไปฟุตบอลโลก ของ ทีมชาติไทย มากยิ่งขึ้น”
“โค้ก® คัพ” ลีกเยาวชน U-17 เป็นมากกว่าทัวร์นาเมนต์การแข่งขัน แต่ออกแบบมาเพื่อพัฒนานักเตะเยาวชน อย่างแท้จริง โดยผสมผสานการแข่งขันที่เข้มข้นเข้ากับการฝึกซ้อมระดับมืออาชีพ เพื่อยกระดับทักษะและศักยภาพ ของเยาวชนที่เข้าร่วม และมีแนวทางที่ชัดเจนเพื่อให้นักเตะเยาวชนไทยประสบความสำเร็จในระดับโลก โดยมี เป้าหมายสูงสุดคือการก้าวสู่รอบสุดท้ายของฟุตบอลโลก U-17
ความร่วมมือในโครงการนี้มีระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2569 ถึง 2571 โดยในปี พ.ศ. 2569 สมาคมกีฬา ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จะจัดการแข่งขันรวม 195 นัด ประกอบด้วยทีมที่ผ่านการคัดเลือก 192 ทีมจาก 6 ภูมิภาคทั่วประเทศ ซึ่งคัดเลือกจากโรงเรียนและสถาบันที่ได้รับการรับรองจากสมาคมฯ เพื่อให้มั่นใจว่าเยาวชนที่มีความสามารถจะเข้าถึงการแข่งขันได้อย่างทั่วถึง โดย “โค้ก® คัพ” โฉมใหม่จะเริ่มจัด การแข่งขันระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคมปี พ.ศ. 2569 ทีมที่ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 1 ล้านบาท ส่วนทีมรองชนะเลิศอันดับหนึ่งจะได้รับเงินรางวัล 500,000 บาท นอกจากนี้ ตลอดทั้งการแข่งขันจะมีการเฟ้นหา นักเตะฝีเท้าดีเพื่อคัดเลือกเข้าสู่ทีมชาติ ซึ่งกระบวนการคัดเลือกจะใช้โมเดล T+MASC ของสมาคมฯ เพื่อติดตาม ผลงานและสนับสนุนการพัฒนาผู้เล่น โดยโครงการตั้งเป้าหมายที่จะพาทีมเข้ารอบในการแข่งขันเอเชียนคัพ และฟุตบอลโลก U-17 ในที่สุด
ทั้งนี้ โคคา-โคล่า ประเทศไทย จะเป็นผู้สนับสนุนหลัก ส่วนสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จะดำเนินงานด้านการบริหารจัดการลีกโดยรวม ซึ่งรวมถึงส่วนสำคัญคือการคัดเลือกและ พัฒนานักเตะดาวรุ่งสำหรับทีมชาติไทย U-17
‘Benz BKK Group’ ครองแชมป์ยอดขาย จัดคอนเสิร์ตแทนคำขอบคุณ
Benz BKK Group ผู้แทนจำหน่ายและศูนย์บริการ Mercedes-Benz อย่างเป็นทางการ สรุปผลงาน 3 ไตรมาสแรกปี 2568 ก้าวขึ้นแท่นผู้นำดีลเลอร์กรุ๊ป ด้วยยอดขายรวม 932 คัน จาก 3 โชว์รูมหลักทั่วกรุงเทพฯ โดยแบ่งเป็นรถใหม่ Mercedes-Benz 621 คัน ครองส่วนแบ่งตลาด 15.62% และ Mercedes-Benz Certified 311 คัน เติบโต 32% จากปีก่อน
ความสำเร็จมาจากการครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ทั้งสปอร์ต SUV และรถไฟฟ้า (EQ) รวมถึงการสร้างจุดแข็งในตลาดรถมือสอง ผ่านโชว์รูม Experience Center ขนาดใหญ่ที่มีรถหมุนเวียนกว่า 150 คัน พร้อมการตรวจเช็กเข้มมาตรฐานและบริการหลังการขายครบวงจร ทำให้ Certified กลายเป็นตัวเลือกคุ้มค่าและน่าเชื่อถือ
สำหรับไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 กลุ่มยังคงเดินหน้าด้วยกลยุทธ์ Customer Centric และ CRM 360 องศา มุ่งสร้างประสบการณ์เหนือระดับให้ลูกค้า พร้อมจัดกิจกรรม Lifestyle & Entertainment เพื่อสานสัมพันธ์และขอบคุณลูกค้าในทุกเจนเนอเรชัน
ไฮไลต์กิจกรรมพิเศษแห่งปี “Benz BKK Group : The Endless Appreciation Concert” นำทีมโดยสุดยอดศิลปินระดับแนวหน้ามากมาย อาทิ ปาล์มมี่, นูโว, บอย Peacemaker, กบ Taxi, ปู Blackhead และอี๊ด FLY โดยแต่ละบทเพลงและการแสดงจะเปรียบเสมือน “ช่วงเวลา” ของเส้นทางร่วมกัน ตั้งแต่วันแรกจนถึงก้าวสู่อนาคต พร้อมจัดเต็มด้วยระบบแสง สี เสียง ย่านกลางใจเมือง ในวันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2568 ณ UOB Live ศูนย์การค้า EmSphere พิเศษ!! สำหรับลูกค้า Benz BKK Group เท่านั้น กิจกรรมสุดพิเศษนี้ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่คอนเสิร์ต แต่คือบทพิสูจน์แห่งความใส่ใจที่ Benz BKK Group มอบให้ลูกค้าเสมอมา
อนุพล ลิขิตพฤกษ์ไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารยานยนต์กลุ่ม บีเคเค กรุ๊ป กล่าวว่า “กว่า 34 ปีที่เราอยู่เคียงข้างลูกค้า Mercedes-Benz วันนี้ Benz BKK Group ก้าวขึ้นเป็นผู้นำตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการได้ด้วยพลังศรัทธาและการสนับสนุนของลูกค้าทุกท่าน เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาทั้งยอดขาย บริการ และประสบการณ์ เพื่อส่งต่อสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในทุกเส้นทาง”
ตวงรัตน์ ลิขิตพฤกษ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป กล่าวเสริมว่า “กลยุทธ์หลักของเราในไตรมาสที่ 4 คือการเดินหน้าทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง เชื่อมต่อกับลูกค้าในทุกมิติ ทั้ง Online Marketing ที่เข้าถึงแบบ Personalized และ กิจกรรม Offline ที่สร้างประสบการณ์จริง เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมให้แข็งแกร่ง พร้อมทั้งมุ่งดึงลูกค้า Lapsed Customer ให้กลับมาใช้บริการ โดยใช้ CRM ที่แม่นยำ และกิจกรรมการตลาดเชิงประสบการณ์ (Lifestyle & Engagement Marketing) เป็นเครื่องมือสำคัญ เราเชื่อว่าความสำเร็จของ Benz BKK Group ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะยอดขาย แต่เกิดจากความไว้วางใจที่ลูกค้ามอบให้ และภารกิจของเราคือการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวที่ยั่งยืน เพื่อก้าวไปสู่อนาคตร่วมกัน”
SUZUKI เสริมทัพ SUV เปิดตัว ALL NEW SUZUKI FRONX ในราคาเริ่มต้น เริ่มต้น 689,000 บาท
ALL NEW SUZUKI FRONX มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร มีให้เลือกทั้งในรูปแบบเครื่องยนต์ K15B ซึ่งเป็นรุ่นเริ่มต้น และเครื่องยนต์ K15C ที่มาพร้อมเทคโนโลยีหัวฉีดคู่ (DUALJET) ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Smart Hybrid Vehicle (SHVS) เอกสิทธิ์เฉพาะของซูซูกิ ที่เป็นการผสานพลังเครื่องยนต์ด้วยเทคโนโลยี Integrated Starter Generator (ISG) และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน
ดีไซน์ภายนอกสะดุดตาด้วยไฟหน้าพร้อม Daytime Running Light กระจังหน้าทรงพลังเสริมความพรีเมียมด้วยลายเส้นโครเมียม และไฟท้าย LED เชื่อมต่อเต็มแนวโดดเด่นในทุกมุมมอง ส่วนภายในห้องโดยสารออกแบบให้มีสไตล์และความสบายเข้าด้วยกันอย่างลงตัว พร้อมพวงมาลัย Multifunction ดีไซน์สปอร์ต Paddle Shift ขับสนุกตลอดทาง จอระบบสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay แบบไร้สาย ระบบ Keyless Push Start แท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB และช่องปรับอากาศสำหรับที่นั่งด้านหลัง พร้อม USB Charger
ด้วยขุมพลังของเครื่องยนต์ที่มีความทนทานและบำรุงรักษาง่าย ทำให้มีความมั่นใจในการขับขี่ พร้อมรัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 4.8 เมตร ทำให้การขับขี่และการจอดรถในพื้นที่จำกัดเป็นเรื่องง่ายและมั่นใจ ระบบ Idling Stop ช่วยลดมลพิษและประหยัดน้ำมัน โครงสร้างตัวถัง TECT เหล็กกล้าน้ำหนักเบา มีความแข็งแรง ทนทานต่อการสึกหรอเป็นพิเศษ แพลตฟอร์ม HEARTECT เอกสิทธิ์เฉพาะของซูซูกิ ระบบ NVH ช่วยลดเสียงรบกวนและแรงสั่นสะเทือนจากภายนอก ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Hold Control) จุดยึดเบาะที่นั่งสำหรับเด็ก พร้อมจุดรั้งตำแหน่งด้านบนของเบาะที่นั่งเด็ก (ISOFIX) และระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP ถุงลมนิรภัย SRS มากถึง 6 ตำแหน่ง อัดแน่นด้วยเทคโนโลยี SUZUKI SAFETY SUPPORT ที่ประกอบไปด้วย
- ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ Dual Sensor Brake Support II (DSBSII)
- จอแสดงข้อมูล Head-up display (HUD)
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control (ACC)
- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน Lane Keep Assist (LKA)
- ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน Lane Departure Warning (LDW)
- ระบบช่วยป้องกันรถออกนอกเลน Lane Departure Prevention (LDP)
- ระบบเตือนเมื่อรถส่าย Vehicle Sway Warning
- ระบบเตือนสิ่งกีดขวางในจุดอับสายตา Blind Spot Monitor (BSM)
- ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Alert (RCTA)
- ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ High Beam Assist (HBA)
- กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา Surround View Monitor
- เซนเซอร์ถอยหลังพร้อมสัญญาณเตือน Parking Sensor

ราคารถยนต์ ALL NEW SUZUKI FRONX
- รุ่น GL ราคา 689,000 บาท
- รุ่น GLX ราคา 749,000 บาท
- รุ่น GLX PLUS ราคา 799,000 บาท
*หมายเหตุ สี Pearl Snow White เพิ่ม 5,000 บาท
**สี Two-tone เพิ่ม 10,000 บาท
เพื่อเป็นการฉลองการเปิดตัว ALL NEW SUZUKI FRONX ซูซูกิจัดเต็มข้อเสนอสุดพิเศษที่มอบความคุ้มค่าสูงสุด ให้แก่ลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน – 31 ธันวาคม 2568 เท่านั้น โดยลูกค้าจะได้รับสิทธิประโยชน์ดังนี้:
- ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 1.99%
- ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก
- ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี
ปัจจุบัน SUZUKI มีศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐาน 47 แห่งทั่วประเทศ และยังมีบริการ “Mobile Service” ที่พร้อมดูแลรถยนต์นอกสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ตรวจสอบระบบเบรก แบตเตอรี่ หรือการบำรุงรักษาพื้นฐานต่างๆ พร้อมด้วยการขยายเครือข่ายศูนย์บริการมาตรฐาน 2S (Service & Spare Parts) เพื่อให้บริการควบคู่ไปกับศูนย์บริการหลักประเภท 3S (Sales, Service & Spare Parts) เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็วยิ่งขึ้นอีกด้วย ผู้ที่สนใจสามารถไปสัมผัส SUZUKI FRONX ได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิทั้ง 86 แห่งทั่วประเทศใกล้บ้านคุณ
วัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า
ALL NEW SUZUKI FRONX SUV สไตล์สปอร์ต ภายใต้แนวคิด “THE ICONIC DRIVE นิยามใหม่ของการขับขี่…ในแบบที่เป็นคุณ” ถูกพัฒนามาเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ มาพร้อมสมรรถนะ คล่องตัว ปลอดภัย และการบริการหลังการขายได้มาตรฐาน ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ซูซูกิจัดแคมเปญจองสิทธิออนไลน์ 25 ส.ค.–24 ก.ย. 2568 พร้อมมอบบัตรน้ำมันฟรี 3,000 บาท ซึ่งได้รับการตอบรับเกินคาด มีผู้ลงทะเบียนกว่า 5,364 คัน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อคุณภาพและความคุ้มค่าของ SUZUKI FRONX
BMW R 18 Transcontinental คันนี้กุศลแรง!
BMW Motorrad Deutschland ได้บริจาครถคันนี้ และดีลเลอร์ BMW Motorrad Witzel ได้เนรมิตให้เป็นรถคันเดียวในโลก ด้วยการพ่นสีขาวมุกและติดตราประจำวาติกันอย่างสวยงาม แนวคิดนี้ริเริ่มขึ้นโดย Witzel และ Thomas Draxler ผู้ก่อตั้งกลุ่ม JESUS-BIKER® เพื่อสร้างรถมอเตอร์ไซค์สุดพิเศษเพื่อการกุศลโดยเฉพาะ
Markus Flasch ซีอีโอของ BMW Motorrad และ Michael Sommer หัวหน้า BMW Motorrad Germany ได้นำรถคันนี้เข้าเฝ้าฯ พระสันตะปาปาเป็นการส่วนตัวเพื่อขอพรและประทานลายเซ็น Markus Flasch กล่าวอย่างภูมิใจว่า “สิ่งที่เริ่มต้นจากความคิดบ้าๆ กลายมาเป็นแคมเปญการกุศลที่ยิ่งใหญ่ ผมมีความสุขมากที่ BMW Motorrad ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเด็กๆ ในมาดากัสการ์ด้วยรถ R18 Transcontinental ของเรา และขอขอบคุณสมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 14 ที่ให้การสนับสนุนโครงการนี้”
ก่อนจะถึงกรุงโรม BMW R18 คันนี้ได้ออกเดินทางในกิจกรรม ‘Peace Ride’ จากเมือง Sennfeld ผ่านเมืองสำคัญต่างๆ พร้อมการจัดพิธีทางศาสนาตลอดเส้นทาง โดยมีตัวแทนจากกลุ่ม JESUS-BIKER®, BMW Motorrad และ BMW Witzel ที่เดินทางร่วมกับชาวแก๊ง BMW R 18 อีกหลายคัน
GENTLE MONSTER สัมผัสจินตนาการสุดล้ำกับสโตร์ใหม่ล่าสุด ‘สยามพารากอน’
พื้นที่โลกเสมือนอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแบรนด์ GENTLE MONSTER ถูกถ่ายทอดผ่านการดีไซน์ร้านที่หลอมรวมแฟชั่น ศิลปะ และเทคโนโลยีได้อย่างกลมกลืน กลายเป็น Art Installation Space แห่งการจัดแสดงงานร่วมสมัยแบบ Avant-Garde (อาวองการ์ด) เชื่อมโยงผู้ชมเข้ากับแนวคิดนอกกรอบ สำรวจความแปลกใหม่โดยไร้ขีดจำกัด และมีไฮไลต์ คือ Giant Head Kinetic Objects หุ่นยนต์ศีรษะขนาดใหญ่สามชิ้น สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างทรงพลัง จึงเป็นจุดสนใจที่สะกดทุกสายตา พร้อมกระตุ้นให้เกิดการคำถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักรกลในอนาคต
นอกจากนี้ ยังเพิ่มความเอ็กซ์คลูซีฟด้วย Pop-up เปิดตัว BOLD Collection 2025 คอลเลกชันล่าสุดจาก GENTLE MONSTER โดดเด่นด้วย Bridge Detail (สะพานแว่น) ได้แรงบันดาลใจจากรูปทรงโล่ซึ่งถูกปรับโฉมให้โมเดิร์นขึ้น ตัด Nose Pads (ส่วนพาดจมูก) ออกอย่างเฉียบคม ประกอบกับ Metal Frames (กรอบโลหะ) ที่ผสานความเบาของเลนส์เข้ากับโครงสร้างที่ แข็งแรงและประณีต และ Acetate Frames (กรอบอะซิเตท) ที่เน้น Front Volume ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์สะท้อนพลังและความเร็ว ทั้งหมดนี้นำไปสู่การพัฒนาเป็นแว่นสายตาและแว่นกันแดดรุ่นใหม่ ทำให้ BOLD Collection 2025 ไม่ได้เป็นเพียงแว่นตาทั่วไป แต่เป็นเครื่องหมายของความกล้าหาญ ความคิดสร้างสรรค์ และการประกาศตัวตนที่ไร้ขอบเขต
พบกับ BOLD Collection 2025 พร้อมกันได้แล้ววันนี้ ในสามมหานครสุดฮอต ได้แก่ โซล ปักกิ่ง โตเกียว และที่สโตร์ล่าสุดของ GENTLE MONSTER ที่ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน
