สตาร์บัคส์ดริ้งค์แวร์คอลเลคชั่น alice + olivia พร้อมมอบความสดใสรับเทศกาลแห่งความรัก แฟนตัวจริงไม่ควรพลาด!
แฟนๆ สตาร์บัคส์สามารถเลือกซื้อสินค้าเพิ่มความเก๋ไก๋ให้กับไลฟ์สไตล์ในแต่ละวันได้ทั้งแบบแก้วเซรามิก แก้วทัมเบลอร์ กระเป๋าโท้ทและตุ๊กตาหมีบาริสต้าสุดน่ารัก ได้ตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 เป็นต้นไปที่ร้านสตาร์บัคส์ทุกสาขาทั่วประเทศ
alice + olivia & Starbucks® Double Wall Mug แก้วเซรามิก 2 ชั้นเคลือบเงาตกแต่งด้วยลวดลายใบหน้าอันโดดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของ alice + olivia มาพร้อมโทนสีใหม่อย่างสีชมพูอ่อน เพิ่มลูกเล่นให้ดูอ่อนหวานด้วยรูปหัวใจสีแดง ขอบแก้วเป็นสีโรสโกลด์เคลือบเงา ฝาปิดสีดำทรงพระจันทร์เสี้ยว มาในกล่องเฉพาะของแก้ว สามารถใส่ได้ทั้งเครื่องดื่มร้อนและเย็น ขนาด 12 ออนซ์ ราคา 1,200 บาท
alice + olivia & Starbucks® Tumbler ทัมเบลอร์แสตนเลสสตีลทรงทรอยที่ได้รับความนิยมสูงสุด พร้อมลวดลายใบหน้าอันโดดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของ alice + olivia ในโทนสีชมพูอ่อน สามารถใส่ได้ทั้งเครื่องดื่มร้อนและเย็น ขนาด 16 ออนซ์ ราคา 1,350 บาท
alice + olivia & Starbucks® Thermos กระติกน้ำร้อนแสตนเลสสตีลแบบสุญญากาศ ตกแต่งด้วยลวดลายใบหน้า “Stace Face” ขนาด 16 ออนซ์ ราคา 1,800 บาท
alice + olivia & Starbucks® Bearista ตุ๊กตาหมี Bearista สวมชุดเดรสลายขาว-ดำ อันเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ alice + olivia พร้อมสวมเสื้อลวดลายใบหน้า “Stace Face” เหมาะเป็นของขวัญสำหรับคนพิเศษ ราคา 1,500 บาท
alice + olivia & Starbucks® Tote Bag ถุงผ้าขนาด 8×10 นิ้ว ที่ได้รับการออกแบบเป็นลายใบหน้า “Stace Face” ราคา 550 บาท
Exhibition ‘KNOCK’EM DEAD’ “เมื่อตัวร้ายกลับกลายเป็นฮีโร่”

‘KNOCK’EM DEAD’ งานแสดงผลงานกราฟฟิกสุดเฟี้ยวโดย TIKKYWOW ติ๊ก-พิเชฐ รุจิวรารัตน์
ศิลปินกราฟฟิก สตรีทอาร์ต สไตล์ไอเดียมันส์ๆ
ใช้สีสันจัดจ้าน อย่างน่าสนใจ
ขอเชิญชวนเพื่อนพี่น้อง ไปดูและให้กำลังใจศิลปินหากถูกใจสามารถซื้อผลงานกลับบ้านได้
นิทรรศการจัดแสดงตั้งแต่วันนี้ – 25 ก.พ. 61
สถานที่ YELO House (ครีเอทีฟสเปซในซอยเกษมสันต์1 หลังหอศิลป์ BACC / BTS สนามกีฬาฯทางออก 1) *ไม่มีที่จอดรถ
#tikkywow #knockemdead #yelohouse #exhibition #artexhibition #bangkokart #artbangkok

Fitbit Ionic สมาร์ทวอทช์จัดหนักและจัดเต็มที่สุด!
ฟิตบิท ไอออนิคคือผลลัพธ์เต็มรูปแบบ สำหรับการใช้งานของมือสมัครเล่นและมืออาชีพ ด้วยดีไซน์ล้ำสมัยจากการหล่อขึ้นรูปแบบนาโนเทคโนโลยีเป็นชิ้นเดียว จึงช่วยเรื่องการเชื่อมต่อสัญญาณบลูทูธและจีพีเอสได้ดียิ่งขึ้น ตัวเรือนแข็งแรงและอ่านง่ายบนหน้าจอทัชสกรีนกระจกโค้ง พร้อมกราฟิกสีคมชัดที่ปรับความสว่างได้ถึง 1,000 nits แสดงผลชัดแม้อยู่กลางแสงจ้า ส่วนสายรัดทนทานและผ่านการทดสอบมาแล้วอย่างสมบุกสมบัน
สมาร์ทวอทช์จากฟิตบิทเรือนนี้ พร้อมเป็นเทรนเนอร์ให้คุณได้ทุกที่ ด้วยโปรแกรมออกกำลังกายเป็นขั้นเป็นตอนที่มาให้ในเครื่อง รวมถึงโปรแกรมออกกำลังกายซึ่งสามารถเลือกปรับให้เหมาะสม ตามข้อมูลฟิตเนสของผู้ใช้รายบุคคล ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นอุปกรณ์คู่ใจนักวิ่งด้วยฟังก์ชันใหม่ Run Detect ที่ติดตามการวิ่งคู่กับจีพีเอสอัตโนมัติ เพียงแค่ออกก้าววิ่ง เจ้าแทรคเกอร์จะแสดงความเร็วและระยะทางวิ่งแบบเรียลไทม์ พร้อมฟังก์ชัน Auto-Pause หยุดชั่วคราวเมื่อพักดื่มน้ำและทำงานต่อเมื่อเริ่มวิ่ง
ระบบจีพีเอสข้างต้นนั้นล้ำสมัยที่สุดในขณะนี้ ด้วยดีไซน์ที่มาพร้อมเสาอากาศในตัว เพื่อเชื่อมต่อจีพีเอสและดาวเทียม GLONASS โดยรับและส่งสัญญาณได้ดีที่สุด คุณจึงไม่ต้องพกโทรศัพท์ติดตัวตลอดการออกกำลังกาย โดยสามารถติดตามความเร็วในการวิ่ง ระยะทางการออกกำลังกาย บันทึกการไต่ระดับความชัน เวลาการวิ่งในแต่ละช่วง และแผนที่เส้นทางวิ่งหรือขี่จักรยานได้อย่างสะดวกบนข้อมือ
ฟิตบิท ไอโอนิคยังเพิ่มทางเลือกในการออกกำลังกายให้คุณอย่างครบถ้วน โดยมีโหมดว่ายน้ำเข้ามาใหม่ ด้วยคุณสมบัติกันน้ำลึกได้ถึง 50 เมตร มีระบบการนับรอบว่ายน้ำ ดูจำนวนรอบแบบเรียลไทม์ ระยะเวลาการออกกำลัง และปริมาณแคลอรี่ที่เผาผลาญไปในการว่ายน้ำ เมื่อสมทบด้วยระบบวัดอัตราการเต้นหัวใจใหม่ PurePulse และเซ็นเซอร์ตรวจวัดความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดสัมพัทธ์ (Relative SpO2 Sensor) จึงสามารถสะท้อนข้อมูลสุขภาพได้อย่างละเอียด และใช้วางแผนออกกำลังกายได้อย่างแม่นยำ
นอกจากทำหน้าที่เป็นเทรนเนอร์คู่ใจได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว สมาร์ท วอทช์จากฟิตบิทยังมีฟังก์ชันแจ้งเตือนสายเรียกเข้า รับข้อความ แจ้งเตือนวันนัดหมาย รวมทั้งแจ้งเตือนจากแอปฯ ต่างๆ ในมือถือ ทั้งเฟซบุค จีเมล อินสตาแกรม และอื่นๆ มีฟังก์ชัน Music สามารถจุและเล่นเพลงได้มากกว่า 300 เพลงในเครื่อง (ความจุ 2.5 GB) ที่สำคัญคือ การชำระเงินด้วย Fitbit Pay ในอนาคต ให้คุณใช้สมาร์ท วอทช์จ่ายเงินได้ทุกที่ที่รับชำระค่าใช้จ่ายแบบไร้สัมผัส
ด้วยคุณสมบัติอันมากมายที่อธิบายมาทั้งหมดข้างต้น ถูกบรรจุอยู่ในสมาร์ท วอทช์เรือนบางรูปร่างโฉบเฉี่ยว พร้อมอุปกรณ์เสริมเพื่อเปลี่ยนสไตล์ทั้งในแบบ Classic, Sport และหนัง Horween สะท้อนลุคออฟฟิศ ออกกำลังกาย หรือออกไปใช้ชีวิตไลฟ์สไตล์ยามค่ำคืน โดยมีแบตเตอรี่ที่สามารถสแตนบายได้นานสูงสุดถึง 5 วัน หรือใช้งาน GPS ต่อเนื่องได้ 10 ชั่วโมง เท่ากับการเล่นเพลงต่อเนื่อง พร้อมสนนราคาเหมาะเหม็งที่ 11,690 บาทถ้วน!

เรื่องโดย : สิโรตม์ เพ็ชรจำเริญสุข
Garrett Popcorn มิ๊กซ์เบอร์รี่ ที่จะมาเติมความหวานในช่วงวาเลนไทน์ และเทศกาลตรุษจีน ให้ปีนี้พิเศษกว่าปีที่ผ่านๆ มา
เฉลิมฉลองสองเทศกาลสุดพิเศษ ทั้งวันวาเลนไทน์ และตรุษจีนปีนี้ ด้วยรสชาติใหม่อย่างมิกซ์เบอร์รี่ ที่จะเติมเต็มความหวานให้กับช่วงเทศกาล ด้วยการผสมผสานของผลบลูเบอร์รี่และสตอเบอร์รี่แห้งอย่างลงตัวจนได้ป็อบคอร์นสุดอร่อยสีชมพู และสีม่วง ผสานกลิ่นหอมหวานของผลไม้เบอร์รี่และสัมผัสกับความนุ่มละมุนของผลไม้ชิ้นเล็กๆ เป็นป๊อปคอร์นแสนอร่อยผลิตจากเตาร้อนๆ พร้อมเสิร์ฟแล้วในช่วงเวลาสุดพิเศษ

ร่วมส่งต่อความรักและความปรารถนาดีสำหรับเทศกาลตรุษจีน และเทศกาลแห่งความรักที่กำลังจะถึงนี้ด้วย Garrett Popcorn ที่พร้อมเสิร์ฟในกระป๋องสีแดงลายทาง ตกแต่งด้วยดีไซน์ลายดอกกล้วยไม้และดอกซากุระสวยสะพรั่งบนฝา สามารถจัดเป็นเซ็ทของขวัญสีแดงที่บรรจุด้วยกระป๋องเพอทีททั้งสองพิมพ์ลายทางลายซิกเนเจอร์เฉพาะของ Garrett
ลูกค้าสามารถเลือกรสที่ชื่นชอบไม่ว่าจะเป็นรสมิ๊กซ์เบอร์รี่ หรือ รสอื่นๆที่ชื่นชอบ สามารถมอบชุดเซ็ทของขวัญที่มีคุณค่านี้ให้กับ ครอบครัว เพื่อน หรือองค์กรธุรกิจ เพื่อส่งต่อความสุขในเทศกาลพิเศษให้อิ่มอร่อยกันได้ไม่ว่าจะที่บ้าน ออฟฟิศ หรือปาร์ตี้ หรือที่ไหนๆ

รสมิ๊กซ์เบอร์รี่ มีจำหน่าย ราคา 180 บาทสำหรับถุงขนาดเล็ก (200 บาทสำหรับสาขาสนามบินดอนเมือง) และบรรจุในกระป๋องคลาสสิคราคา 1,180 บาท (1,300 บาทสำหรับสาขาสนามบินดอนเมือง) ลิ้มรสความอร่อยได้แล้วตั้งแต่ 15 มกราคม เป็นต้นไปจนถึง 14 กุมภาพันธ์ 2561 เท่านั้น
โปรโมชั่นสุดพิเศษ
- Garrett Popcorn ขยายความสุข ด้วยการส่งมอบโปรโมชั่นสุดพิเศษ เพื่อฉลองความสนุกสนานในเทศกาลสุดพิเศษ อย่างวาเลนไทน์และตรุษจีน
- ซื้อ Garrett Popcorn รสชาติและขนาดใดก็ได้ จำนวน 2 กระป๋อง รับส่วนลด 10 %
- ซื้อ Garrett Popcorn รสชาติและขนาดใดก็ได้ จำนวน 4 กระป๋อง รับส่วนลด 15%
- พิเศษ เมื่อซื้อ Garrett Popcorn รสใดก็ได้ บรรจุกระป๋องลวดลายตรุษจีน รับ Garrett Cones ฟรีทันที! (สงวนสิทธิ์ความอร่อยของ Garrett Cones นี้
- สำหรับ รส CaramelCrisp, Chicago Mix หรือ CheeseCornเท่านั้น!)
ปัจจุบันร้าน Garrett Popcorn เปิดให้บริการ 3 สาขาที่กรุงเทพฯ ได้แก่
- ร้าน Garrett Popcorn สาขาสยามพารากอน ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น G กรุงเทพฯ 10330 โทร. 02-610-7766
- ร้าน Garrett Popcorn สาขาลาดพร้าว ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ชั้น 1 เลขที่ 1693 ถนนพหลโยธิน ลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 02-937-1211
- ร้าน Garrett Popcorn สาขาท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง เทอร์มินอล 2 เลขที่ 222 ถนนวิภาวดีรังสิต สนามบิน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ 10210 โทร. 02-504-3704
บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย ร่วมกับ สกาย ออโต้เฮ้าส์ เสริมความแข็งแกร่งสู่ภาคอีสาน เปิดตัวโชว์รูมแห่งใหม่ในขอนแก่น
มร.มาร์คุส เกลเซอร์ ผู้อำนวยการ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย กล่าวว่า “บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ สกาย ออโต้เฮาส์ ในการเสริม
ความแข็งแกร่งและขยายการเข้าถึงของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด สู่ลูกค้าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ด้วยความเชี่ยวชาญในการให้บริการระดับพรีเมียมและความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า ตามวิสัยทัศน์การบริหารของสกาย ออโต้เฮาส์ ที่ให้ความสำคัญต่อความพึงพอใจของลูกค้าเป็นที่หนึ่ง จึงมั่นใจได้ว่าโชว์รูมแห่งใหม่จะสามารถยกระดับการบริการสำหรับลูกค้าในจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียงได้อย่างครอบคลุมและน่าประทับใจ”
“ศักยภาพและโอกาสในการเติบโตอันแข็งแกร่งของตลาดบิ๊กไบค์ในภาคอีสานและความเชื่อมั่นในแบรนด์ นำมาสู่การลงทุนเปิดโชว์รูมบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด เป็นครั้งแรกของสกาย ออโต้เฮาส์ ในจังหวัดขอนแก่น ด้วยสมรรถนะที่เหนือชั้นและเทคโนโลยีที่ทันสมัยของมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด และความสัมพันธ์อันดีระหว่างสกาย ออโต้เฮาส์ และกลุ่มลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยูที่สะสมมากว่า 18 ปี รวมถึงทีมผู้เชี่ยวชาญและพนักงานคุณภาพของเราที่พร้อมดูแลลูกค้าในทุกขั้นตอน เราจึงเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าโชว์รูมบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด สกาย ออโต้เฮ้าส์ ขอนแก่น จะประสบความสำเร็จและเติบโตได้อย่างมั่นคง” นายแพทย์สามารถ ยิ้มศิริ กรรมการผู้จัดการ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด สกาย ออโต้เฮ้าส์ กล่าว

“กลยุทธ์หลักในการดำเนินธุรกิจของสกาย ออโต้เฮาส์ มุ่งตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่คนรักบิ๊กไบค์ในพื้นที่ภาคอีสาน ถึงความโดดเด่นของเทคโนโลยีและสมรรถนะที่ดุดัน พร้อมสานต่อความเชื่อมั่นด้านการบริการในกลุ่มลูกค้าปัจจุบันของสกาย ออโต้เฮาส์ ในจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียง นอกจากนี้ สกาย ออโต้เฮาส์ ยังมีฐานลูกค้าขนาดใหญ่จากการดำเนินธุรกิจการเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ จึงก่อให้เกิดการเสริมกันของธุรกิจ ที่จะช่วยเกื้อหนุนและต่อยอดการขายไปสู่บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ทั้งยังมีพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่งซึ่งพร้อมสนับสนุนธุรกิจของ สกาย ออโต้เฮาส์ ทั้งโดยตรงและโดยอ้อมอีกด้วย” นายแพทย์สามารถ เสริม
โชว์รูมบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด สกาย ออโต้เฮ้าส์ ขอนแก่น จะให้บริการครอบคลุมในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดใกล้เคียง จึงเป็นศูนย์บริการสำคัญในภาคอีสาน ที่สร้างการเข้าถึงแบรนด์
บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ในหมู่ผู้ใช้งานบิ๊กไบค์และกลุ่มลูกค้าทั่วไปที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่บิ๊กไบค์ โชว์รูมดังกล่าวมีพื้นที่กว้างขวางกว่า 1 ไร่ ด้วยงบประมาณการลงทุนกว่า 20 ล้านบาท มีพนักงานให้คำปรึกษาด้านการขายและบริการหลังการขาย ซึ่งได้รับการอบรมจากบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ตามมาตรฐานในระดับเดียวกันกับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ทั่วโลกกว่า 12 คน อาคารและบริเวณจัดแสดงมอเตอร์ไซค์ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างประสบการณ์การบริการ
ได้ตรงตามสไตล์บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ในขณะที่ส่วนพื้นที่แสดงสินค้าไลฟ์สไตล์และโซนรับรองลูกค้าถูกจัดวางอย่างลงตัวเพื่อความสะดวกสบายของลูกค้า

โชว์รูมบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด สกาย ออโต้เฮ้าส์ ขอนแก่น ตั้งอยู่ที่ หมู่ 108/1 หมู่ 7 ถ.มะลิวัลย์ ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น 40000 โทรศัพท์ 043-333-799,086-886-2222
The New Bentley Continental GT3 แพง แรง จี๊ด และจัดจ้าน!
The New Bentley Continental GT3 ยังคงเป็นความร่วมมือที่ผสานเป็นหนึ่งเดียว ระหว่างทีมวิศวกรฝีมือเยี่ยม ดีไซเนอร์ และช่างเทคนิคจากสำนัก M-Sport ในนาม Bentley Motorsport ณ รังใหญ่เมืองครูว์ กระทั่งภาพร่างของยนตกรรมสมรรถนะสูงสุดในอุดมคติ กลายเป็นความจริงบนเส้นทางการแข่งขันไฮเอ็นด์ หลังถูกเคี่ยวกรำด้วยการทดสอบบนเส้นทางเสมือนจริง ในเวลายาวนานเสมอเหมือนการแข่งขันอย่างมั่นใจ
รูปลักษณ์อันโฉบเฉี่ยวและเตะตานั้น มาจากพื้นฐานของรถเดิมคือ The All New Continental GT ก่อนจะเพิ่มช่องลมและลิ้นดักไล่ลมด้านหน้า ให้เป็นไปตามหลักอากาศพลศาสตร์อย่างเต็มประสิทธิภาพ ก่อนจะทำการลดน้ำหนักตัวด้วยการใช้ชิ้นส่วนโครงสร้างหลักจากอลูมิเนียม ทำให้ตัวรถมีความเบาเป็นพิเศษไม่ถึง 1,300 กิโลกรัม หลังจากไล่ส่วนเกินออกไปมากกว่า 1,000 กิโลกรัมเลยทีเดียว
ขณะที่ความแรง จี๊ด และจัดจ้านทั้งมวล เกิดจากขุมพลังเบนซิน วี 8 เทอร์โบคู่ ความจุกระบอกสูบ 4.0 ลิตร จ่ายเชื้อเพลิงตรงเข้าสู่ห้องเผาไหม้ จนได้กำลังจัดจ้านถึง 550 แรงม้า ส่งพละกำลังไปขับเคลื่อนล้อหลังด้วยเกียร์ซีเควนเชียล 6 จังหวะ พร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้าแบบ Paddle Shift ก่อนเสริมความมั่นใจด้วยระบบช่วงล่างปีกนกคู่ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมโช้คอัพปรับได้ถึง 4 ตำแหน่ง
นอกจากพละกำลังในการทะยานไปข้างหน้าแบบทิ้งคู่แข่งไม่เห็นฝุ่น The New Bentley Continental GT3 ยังให้คุณหยุดอย่างอุ่นใจด้วยจานเบรกเหล็กหล่อ พร้อมครีบระบายความร้อนทั้งคู่หน้าและคู่หลัง โดยมีคาลิปเปอร์เบรกคู่หน้า 6 ลูกสูบ และคาลิปเปอร์เบรกคู่หลัง 4 ลูกสูบ โดยให้อิสระผู้ขับขี่ในการปรับตั้งได้ด้วยตัวเอง ส่วนล้ออัลลอยเป็นของ BBS Motorsport พร้อมยางขนาด 355/705 R18
ณ เวลานี้ทีม Bentley Motosport พร้อมแล้วที่จะนำยนตกรรมแพง แรง จี๊ด และจัดจ้านคันนี้ ประเดิมสนามความเร็วครั้งแรก ในการแข่งขันรอบเปิดสนามรายการ 2018 Blancpain GT Series Endurance Cup ที่มอนซ่า ก่อนจะพา The New Bentley Continental GT3 ไปคว้าชัยชนะทั่วทุกสนามในทวีปยุโรป เฉกเช่นเดียวกับที่เคยทำมาได้ในฤดูกาลก่อนหน้า แล้วอย่างนี้คอมอเตอร์ สปอร์ตจะคลาดสายตาได้อย่างไร!
เรื่องโดย : สิโรตม์ เพ็ชรจำเริญสุข
Onitsuka Tiger MEXICO 66 SD เผยโฉมต้อนรับปีจอ คอลเลคชั่น Spring & Summer 2018
สำหรับคอลเลคชั่นต้อนรับ Spring & Summer 2018 ภายใต้ชื่อ MEXICO 66 SD นั้น Onitsuka Tiger ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ เฉกเช่นเดียวกับรุ่นคลาสสิคอย่าง MEXICO 66 ทั้งลายที่เป็นซิกเนเจอร์ที่โดดเด่นของ Onitsuka Tiger การซัพพอร์ทฝ่าเท้าจนไปถึงส้นเท้า และยังเพิ่มเติมด้วยการลงสีดีไซน์ที่เพิ่มมิติ ชวนสะดุดตา และการรองรับส้นเท้าที่ดีขึ้นด้วยการใช้วัสดุหลากหลาย
ผสานเข้ากับนวัตกรรมการรองรับแรงกระแทกด้วยแผ่นรองกระแทก และ fuzeGEL ที่ได้รับการรับรองจากสถาบันวิจัยด้านรองเท้ากีฬา ASICS ซึ่งได้ทำการทดลองแล้วว่ารองเท้าในการสวมใส่สำหรับชีวิตประจำวันนั้นควรมีการรองรับแรงกระแทกของฝ่าเท้าตั้งแต่พื้นส่วนกลาง นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มใส่เจลตั้งแต่ส่วนนิ้วแม่โป้ง และส้นเท้าอีกด้วย ซึ่งเจลที่นำมาผสมผสานกับคอลเลคชั่นนี้ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่ทาง ASICS สามารถสร้างชื่อเสียง และเป็นที่ยอมรับในกลุ่มผู้สวมใส่มาอย่างยาวนาน ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงนี้ อาจไม่เห็นชัดหากมองครั้งแรก แต่สำหรับผู้สวมใส่ จะสามารถสัมผัสถึงการซัพพอร์ทเท้าได้ดียิ่งขึ้นอย่างชัดเจนในรองเท้ารุ่น MEXICO 66 SD นี้
นวัตกรรมความพิเศษในเรื่องของความสบายในการสวมใส่ในคอลเลคชั่น MEXICO 66 SD นั้นยังรวมไปถึงความเบาบางทั้งภาพลักษณ์ และความรู้สึกในการสวมใส่ แถมยังดูแลรักษาง่ายด้วยการเคลือบผิวยางชนิดพิเศษทำให้ทนต่อสภาพอากาศที่เปียกชื้น ต่อด้วยการนำอีกหนึ่งสุดยอดนวัตกรรมอย่าง OrthoLite ที่มีความโดดเด่นในการระบายที่ดี
โดยคอลเลคชั่น MEXICO 66 SD นี้ จะมีวางจำหน่าย ทั้งในรุ่นที่ทำจากวัสดุหนังคุณภาพสูง ในสี Vaporous Grey และ Yellow กับลวดลายเรโทรอันเป็นเอกลักษณ์ของ Onitsuka Tiger หรือสีโทนเดียวอย่าง Cream และ Black พร้อมด้วยสัมผัสที่อ่อนนุ่มของหนังคุณภาพสูงภายในรองเท้า ส่วนรุ่นหนังกลับ มาด้วยคู่สีสว่าง อย่างสี Smoke Light Blue และ Coral Cloud ที่ให้ความรู้สึกถึงการต้อนรับฤดูร้อนและฤดูใบไม้ผลิ นับตั้งแต่ครั้งแรกที่สวมใส่ เหมาะสำหรับทุกสไตล์ในการมิกซ์แอนด์แมทช์ พร้อมวางจำหน่ายแล้วในเดือนเมษายน
คอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดของ Onitsuka Tiger นี้ พัฒนามาจากคอนเซปต์เทคโนโลยีสำหรับไลฟ์สไตล์ โดยนักวิ่งมาราธอนปี ค.ศ. 2012 โอลิมปิกลอนดอน ต่างเลือกที่จะสวมใส่รองเท้าที่มีส่วน Midsole เพื่อตอกย้ำถึงการวิ่งอย่างแข็งแรง โดยทางทีม E.V.A. ได้นำคุณสมบัติของ fuzeGEL มาเพื่อลดการกระแทก นอกจากนี้พื้นรองเท้า OrthoLite ยังมอบความยืดหยุ่นและความพอดีที่เหนือกว่า โดยวางจำหน่ายแล้วทั้งในรุ่นหนัง และหนังนุ่มแบบพิเศษผสมผสานความซับซ้อนเข้ากับเงาที่เพรียวบาง คอลเลกชั่นใหม่นี้ วางจำหน่ายแล้วในเดือนมกราคมใน4 สีที่ต่างกันทั้งสี Creme, Yellow , Vaporous Grey และ Black

Dyson เปิดตัวเครื่องดูดฝุ่นเทคโนโลยีใหม่ Dyson V8 Carbon Fibre พลังดูดเพิ่มขึ้น 30%
ในปี 1999 การเปิดตัวเทคโนโลยีแบตเตอรี่สำหรับเครื่องดูดฝุ่นเป็นครั้งแรกของ Dyson ช่วยให้ผู้ใช้เป็นอิสระจากเครื่องดูดฝุ่นแบบเสียบปลั๊กที่มีความหนาเทอะทะ นับจากนั้นมา การพัฒนาและปรับปรุงดิจิตอลมอเตอร์และสารประกอบทางเคมีของแบตเตอรี่อย่างต่อเนื่องทำให้เครื่องดูดฝุ่นแบบไร้สายมีความสามารถในการทำงานได้นานขึ้น นอกจากนี้ การค้นพบเทคโนโลยีชุดไซโคลน 2 Tier Radial™ (เรเดียล 2 ชั้น) ช่วยเพิ่มอัตราการแยกฝุ่นละเอียดออกจากการไหลเวียนของอากาศ ทำให้เครื่องดูดฝุ่น Dyson มีประสิทธิภาพโดดเด่น
เควิน เกรนท์ หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ดูแลพื้นผิว Dyson กล่าวว่า “Dyson ทำการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยใช้งบประมาณสูงถึง 7 ล้าน ปอนด์ ต่อสัปดาห์ ภายใต้การทำงานของทีมวิศวกรและนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกมากกว่า 3,500 คน จึงทำให้ Dyson สามารถพัฒนาเครื่องดูดฝุ่นไร้สายให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น และการจดสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์ทุกชิ้นทำเรามั่นใจว่านวัตกรรมของ Dyson ไม่สามารถถูกลอกเลียนได้”
ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 10 ปี ในการสร้างเทคโนโลยีเครื่องดูดฝุ่นแบบไร้สายและความเชี่ยวชาญด้านมอเตอร์อีกกว่า 20 ปี ยืนยันถึงประสิทธิภาพการทำความสะอาดของเครื่องดูดฝุ่นรุ่นล่าสุด Dyson V8 Carbon Fibre ที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิตอลมอเตอร์อัจฉริยะ Dyson Digital Motor ภายในเครื่อง นอกจากนี้ การเปลี่ยนการใช้งานระหว่างด้ามจับและโหมดการเปลี่ยนต่ออุปกรณ์ต่างๆ ที่รวดเร็ว การกำจัดฝุ่นและสิ่งสกปรกอย่างมีอนามัย และหัวต่อทำความสะอาดที่สามารถกวาดเก็บสิ่งสกปรกและฝุ่นละเอียด ทำให้เครื่องดูดฝุ่นไร้สายรุ่นล่าสุดนี้มีความพิเศษ
ตั้งแต่ปี 1999 เป็นต้นมา Dyson ใช้งบประมาณกว่า 350 ล้าน ปอนด์ ในการพัฒนามอเตอร์เครื่องดูดฝุ่นไร้สายโดยเฉพาะ โดยจัดตั้งทีมวิศวกรกว่า 240 คน ในการพัฒนามอเตอร์เพียงอย่างเดียว ดิจิตอลมอเตอร์ Dyson Digital Motor V8 ช่วยเพิ่มพลังลมแรงต่อเนื่องให้เครื่องดูดฝุ่น Dyson V8 โดยเครื่องดูดฝุ่นไร้สายเทคโนโลยีล่าสุด Dyson V8 Carbon Fibre มีพลังการดูดทำความสะอาดเพิ่มขึ้น 30%
ไซโคลน 15 ชุด จัดเรียงสองชั้น ทำงานคู่ขนาดกันช่วยเพิ่มกระแสลมและดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็กจากแรงเหวี่ยงของกระแสลมเข้าสู่ถังเก็บฝุ่น ระบบดังกล่าวถูกผนึกอย่างหนาแน่นเพื่อป้องกันการเล็ดลอดของละอองฝุ่นออกจากตัวเครื่อง
Dyson V8 Carbon Fibre ใช้แบตเตอรี่นิกเกิลโคบอลต์อลูมิเนียมรุ่นล่าสุด ที่ถูกผนึกอย่างปลอดภัยและคงพลังการดูดทำความสะอาดคงที่โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่ การพัฒนาสารประกอบทางเคมีของแบตเตอรี่ทำให้เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Dyson V8 สามารถใช้งานด้วยพลังทรงสิทธิภาพคงที่นานถึง 40 นาที ในโหมดการทำงานระดับเบาเพียงพอที่จะทำความสะอาดทั้งบ้าน
ทีมวิศวกร Dyson ไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงแค่เครื่องดูดฝุ่นเท่านั้น พวกเขายังต้องการพัฒนาหัวแปรงทำความสะอาดและเครื่องมือต่างๆให้ดีขึ้นอีกด้วยเช่นกัน เอ็นไนล่อนชนิดแข็งของหัวแปรงทำความสะอาดคาร์บอนไฟเบอร์ที่ถูกพัฒนาใหม่มีความสามารถในการเข้าถึงผืนพรมระดับลึกเพื่อเก็บกวาดขนสัตว์ต่างๆและสิ่งสกปรกที่นอนก้นอยู่บนพื้นพรม ขณะที่เส้นใยคาร์บอนไฟเบอร์ชนิดอ่อน ทำหน้าที่ดึงฝุ่นละเอียดออกจากพื้นผิวชนิดแข็งได้อย่างดี
ความพิเศษของ Dyson V8 Carbon Fibre
- พลังดูดทำความสะอาดเพิ่มขึ้น: Dyson V8 Carbon Fibre มีพลังแรงดูดทำความสะอาดเพิ่มขึ้น 30%
- การกรองอากาศแบบทั้งเครื่อง: ความสามารถในการดักจับสารก่อภูมิแพ้และปล่อยอากาศที่สะอาดขึ้น ฟิลเตอร์หลังมอเตอร์ที่ได้รับการออกแบบใหม่นี้เป็นอุปกรณ์มาตราฐานในเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Dyson V8 ทุกรุ่น
- การทำงานของแบตเตอรี่: แบตเตอรี่สามารถทำงานได้นานถึง 40 นาที ในโหมดการทำงานระดับเบา แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนทำให้ศักยภาพการดูดทำความสะอาดทรงพลังต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มต้น ตัวแสดงระยะเวลาการทำงานของแบตเตอรี่ช่วยให้ผู้ใช้ประเมินเวลาการทำความสะอาดที่ยังเหลืออยู่
- เครื่องมือที่ได้รับการพัฒนาทางวิศวกรรม: ขจัดฝุ่นและสิ่งสกปรก แม้แต่ในพื้นที่ที่เข้าถึงยาก เครื่องมือกลขนาดเล็กสามารถเก็บกวาดขนสัตว์และสิ่งสกปรกบนพื้นผิวที่เข้าถึงยากต่างๆ ตั้งแต่ ขั้นบันได ในรถยนต์ และตามเฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ทุกชิ้นถูกออกแบบมาให้สามารถสับเปลี่ยนได้ง่ายช่วยให้การใช้งานคล่องตัว
- ปุ่มเปิดปิดที่นุ่มนวลต่อสัมผัส: ปุ่มเปิดปิดที่นุ่มนวลต่อสัมผัสช่วยให้ใช้พลังการดูดที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย
- การทิ้งฝุ่นในขั้นตอนเดียว: ขณะเปิดถังทิ้งสิ่งสกปรก แถบยางจะเลื่อนผ้าที่หุ้มลงและผลักฝุ่นออกไป ผู้ใช้จึงไม่ต้องสัมผัสโดนสิ่งสกปรกขณะทิ้งฝุ่นและเป็นการกำจัดสิ่งสกปรกได้ในขั้นตอนเดียว
- ความสมดุลย์ทางสรีรศาสตร์: การวางตำแหน่งมอเตอร์และแบตเตอรี่ถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับแรงโน้มถ่วงขณะใช้มือจับเครื่องใช้งาน ไม่ว่าจะใช้ทำความสะอาดในที่สูงหรือในโหมดมือจับ
- แท่นติดตั้งผนังที่มีความปลอดภัย: ตัวเครื่องมาพร้อมแท่นติดตั้งที่สามารถชาร์ตแบตเตอรี่ได้ในเวลาเดียวกันและเป็นการจัดเก็บเอสเซสเซอร์รี่อย่างเป็นระเบียบ
- ความแข็งแรง: เครื่องดูดฝุ่นไร้สายสร้างด้วยวัสดุที่มีความแข็งแรง ที่มีคุณสมบัติคงทนและน้ำหนักเบา ถังเก็บฝุ่นชนิดใสทำจากวัสดุโพลีคาร์บอเนตเป็นวัสดุชนิดเดียวกับโล่ใช้ปราบจราจล

กลับมาอีกครั้งกับมหกรรมเรือสำราญและมารีน่า “ไทยแลนด์ ยอชท์โชว์ ครั้งที่ 3”
มร. แอนดี้ เทรดเวลล์ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร ไทยแลนด์ ยอชท์โชว์ กล่าวว่า “จุดประสงค์การจัดงานของเราคือการส่งเสริมให้ภูเก็ตและประเทศไทยเป็นนครหลวงแห่งการแล่นเรือยอชท์ของเอเชีย และเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวของซูเปอร์ยอชท์กว่า 5,000 ลำจากทั่วโลก ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนในช่วงฤดูร้อน ซึ่งในเมืองไทยนั้นมีแนวชายฝั่งทะเลที่สวยงาม สภาพอากาศที่ดีตลอดปี และมีมาตรฐานการต้อนรับนักท่องเที่ยวเป็นเลิศ ล้วนสร้างความประทับให้แก่ผู้มาเยือนทั่วโลก รวมไปถึงสาธารณูปโภคพื้นฐาน สิ่งอำนวยความสะดวก ท่าจอดเรือ และบริการต่าง ๆ ที่สามารถรองรับเรือระดับซูเปอร์ยอชท์ได้อย่างต่ำ 120 ลำ ทำให้เมืองไทยเป็นจุดจอดเรือที่สมบูรณ์แบบในทุกด้านสำหรับนักท่องเที่ยวทางทะเลอย่างแท้จริง”
ด้วยการร่วมมือกับหน่วยงานรัฐบาลไทย ทีมงานไทยแลนด์ ยอชท์โชว์ ได้จัดทำแคมเปญการตลาดในสถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลกเพื่อดึงดูดเจ้าของเรือยอชท์ รวมถึงผู้เช่าและผู้ซื้อเรือยอช์ทที่มีศักยภาพให้มาสัมผัสประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ทางทะเลของเมืองไทยเป็นครั้งแรก แม้ในปัจจุบันยังคงมีข้อติดขัดบางประการในเรื่องภาษีและการตรวจคนเข้าเมือง แต่ด้วยท่าทีที่กระตือรือร้น และให้ความสนใจอย่างมากจากรัฐบาลไทยจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในที่สุด เพื่อก่อให้เกิดการใช้จ่ายนับล้านดอลลาร์ในหมู่นักท่องเที่ยวทางทะเลระดับไฮเอนด์เหล่านี้
นอกจากนี้ พลังงานหมุนเวียนและการพัฒนาในด้านการอนุรักษ์ท้องทะเลจะเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ในงานไทยแลนด์ ยอชท์โชว์ “ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีในการพัฒนาการขนส่งและอุตสาหกรรมเรือรวมทั้งยานยนต์แบบยั่งยืน กำลังสร้างคลื่นลูกใหม่ของผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งกำลังเป็นกระแสและเทรนด์สำคัญกำลังเกิดขึ้น และเรากำลังจะนำเทรนด์เหล่านี้มาสู่งานไทยแลนด์ ยอชท์โชว์
บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย และทอร์คีโด เอเชีย-แปซิฟิค (Torqeedo Asia-Pacific) จะนำเทคโนโลยีล่าสุดมาจัดแสดงในงานไทยแลนด์ ยอชท์โชว์ ครั้งนี้ ได้แก่ BMW i8, BMW i3 และ BMW iPerformance (รุ่น 740Le, 530e, X5 xDrive40e และ 330e) ในส่วนของนวัตกรรมยานยนต์ และ ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า Full Torqeedo
ในส่วนของนวัตกรรมเรือที่นำมาจัดแสดงในงานไทยแลนด์ยอชท์โชว์ปีนี้ ตอกย้ำวัตถุประสงค์การเคลื่อนที่แบบยั่งยืน “Sustainable Mobility” ซึ่งมีพันธมิตรอย่าง TAT ในการช่วยสนับสนุนให้เกิดการขนส่งทางทะเลแบบสะอาดและยั่งยืน
บีเอ็มดับเบิลยู ไอ (BMW i) มุ่งมั่นผลักดันนวัตกรรมแบตเตอรี่กำลังไฟแรงสูงซึ่งพัฒนาสำหรับรถยนต์รุ่น i3 ไม่เพียงมอบพลังงานที่ปราศจากการปล่อยไอเสียเพื่อการขับเคลื่อนบนท้องถนนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการขับเคลื่อนทางน้ำอีกด้วย โดย บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป คือผู้จัดหาแบตเตอรี่ลิเธียมให้แก่ทอร์คีโด ซึ่งผู้ผลิตระบบการขับเคลื่อนทางทะเลได้นำไปใช้เพื่อการเก็บพลังงานในระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าแบบ Deep Blue ซึ่งมีประสิทธิภาพสูง

การจัดงานครั้งที่ 3 ในปีนี้จะมีการเปิดตัวเรือยอชท์และแบรนด์สินค้าระดับลักชัวรี่ของเอเชียมากมาย นับตั้งแต่เรือซูเปอร์ยอชท์ที่สวยงามไปจนถึงการเปิดตัวเรือรุ่นล่าสุด ผู้เข้าชมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจะได้รับชมและทดลองแล่นเรือใบและเรือยอชท์จากผู้แทนและผู้จัดจำหน่ายเรือชั้นนำจากนานาประเทศ

นอกจากนี้ ผู้เข้าชมงานจะได้ร่วมชมการแสดงอันน่าตื่นเต้น สนุกสนานกับงานปาร์ตี้และงานสังสรรค์ครั้งสำคัญท่ามกลางทัศนียภาพที่สวยงามของอ่าวพังงา รวมไปถึงงานเลี้ยงระดับวีไอพีบนเรือยอชท์และคลับลอยน้ำยามราตรี โดยโซน Demonstration Platform จะกลับมาอีกครั้งในปีนี้ พร้อมเชิญชวนเหล่าผู้กล้าให้มาร่วมทดสอบของเล่นและอุปกรณ์เสริมรุ่นใหม่ที่จะทำให้การแล่นเรือยอชท์เป็นประสบการณ์ที่สนุกสนานมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงกิจกรรมทางน้ำอีกหลากรูปแบบภายในงาน

ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่อีเมล์ [email protected] หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.thailandyachtshow.com
หมดห่วงเรื่องการจัดเก็บข้อมูลมหาศาลด้วยหลากหลายอุปกรณ์จาก WDC
สตรีมมิ่งมีเดียที่สามารถสั่งงานได้ด้วยเสียง โดยสั่งงานผ่านอุปกรณ์สมาร์ทโฮม My CloudTM Home ช่วยให้บ้านธรรมดาของเรากลายเป็นบ้านอัจริยะได้ ปัจจุบัน My Cloud Home สามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์ยอดนิยมอย่าง Amazon Alexa ที่ทำให้เราสามารถเข้าถึงคลังเพลงที่จัดเก็บไว้ผ่านคำสั่งเสียงได้ และแอพของ My Cloud Home ยังสามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Google® Chromecast™ ที่ผู้ใช้งานสามารถทำการสตรีมโฮมวิดีโอ รายการทีวี และภาพยนตร์ บนหน้าจอขนาดใหญ่โดยใช้สมาร์ททีวีที่สามารถเชื่อมต่อโครมแคสต์
เวสเทิร์น ดิจิตอล ยังได้พัฒนาแฟลชสตอเรจ โดยการนำเสนออุปกรณ์จับเก็บข้อมูลแบบ USB แฟลชไดร์ฟหัวเชื่อมต่อแบบ Type-C ที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลกขนาดความจุ 1 เทราไบต์* และ SanDisk Ultra Fit™ USB 3.1 Flash Drive แฟลชไดรฟ์ขนาด 256 กิกะไบต์* ที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลกเช่นกัน ด้วยพื้นที่ความจุขนาด 256 กิกะไบต์ ทำให้เราสามารถเก็บคอนเทนท์ต่างๆ ได้มากกว่าเดิม ซึ่งสามารถเก็บไฟล์รูปถ่ายได้ราว 14,000 ภาพ วิดีโอแบบความละเอียดสูงที่มีความยาว 10 ชั่วโมง และเพลงที่มีจำนวนมากถึง 16,000 เพลง และยังมีพื้นที่เหลือพอสำหรับจัดเก็บไฟล์อื่นๆ ถึง 64 กิกะไบต์ สิ่งเดียวที่ต้องระวังตอนนี้คือ #ระวังหาย
และสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์การถ่ายภาพแบบไหนรวมถึงโดรนด้วย เวสเทิร์น ดิจิตอล ได้เปิดตัวอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบพกพาแบบ SSD คือ My Passport Wireless SSD ซึ่งมี One-touch card copy ที่เราสามารถเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์อื่นได้โดยผ่านแอปพลิเคชันอย่าง FiLMiC Pro และ LumaFusion เพื่อนำไฟล์มาตัดต่อและแชร์คอนเทนท์ได้อย่างรวดเร็ว
My Passport Wireless SSD ยังเป็นเพาเวอร์แบงค์ในตัวมันเองอีกด้วย
ขณะที่ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีความเร็วสูงอยาง SanDisk Extreme® Portable SSD อุปกรณ์จัดเก็บแบบพกพาที่เหมาะสำหรับการจัดเก็บและตัดต่อภาพถ่ายและวีดีโอที่มีความละเอียดสูงในที่ไหนก็ได้สะดวกสุดๆ ตอบโจทย์สายโซเชียลจริงๆ
