ASICS GEL-NIMBUS 20 สลายแรงกระแทก และสะท้อนก้าวให้ไกลกว่า!

หลายคนรู้จักยี่ห้อเอสิคส์เพราะฮ็อตฮิตในแวดวงแฟชั่นแนวสตรีท จนใครๆ ต่างต้องมีครอบครองเอาไว้ในตู้เก็บรองเท้าของตนเอง ขณะที่ในทางคู่ขนานกันนั้น รองเท้าสัญชาติญี่ปุ่นยี่ห้อนี้กลับมีชื่อเสียงมานานนมกับรองเท้าวิ่ง ไม่ใช่แค่เพียงมีรุ่นอันหลากหลายเหมาะสมกับการใช้งานวิ่งอันแตกต่างเท่านั้น แต่ในรุ่นเดียวกันกลับแตกออกไปในรายละเอียดของรูปเท้า และลักษณะท่าทางการวิ่งเฉพาะตัวของแต่ละคนอีกด้วย

เจล-นิมบัส คืออีกหนึ่งรุ่นสำหรับคนรักสุขภาพที่ต้องการวิ่งให้ได้ไกลขึ้นอย่างมีความสุข โดยถูกออกแบบให้มีรูปร่างหน้าตาอันสวยงามเตะตา และสอดแทรกเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์การกีฬาเอาไว้อีกเพียบ เพื่อให้ได้รองเท้าที่ห่อหุ้มอย่างเหมาะเจาะและไม่อึดอัด มีความอิสระของเท้าในการก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง รวมถึงการรองรับแรงกระแทกในทุกก้าวให้สลายออกทางด้านข้าง ก่อนจะคัดกรองแรงสะท้อนในก้าวต่อไปให้คุณอย่างต่อเนื่อง

ทุกๆ ปีจะมีเจล-นิมบัสรุ่นใหม่ออกมาให้นักวิ่งระยะทางไกลได้เลือกสวมใส่ ซึ่งรวมอายุอานามถึงปีนี้ก็ครบรอบสองทศวรรษพอดิบพอดี นี่เป็นบทพิสูจน์ความยอมรับจากประชากรผู้ชอบจ็อกกิ้งทั่วโลกได้ดี เอสิคส์จึงได้ออกรุ่น 20 ปีออกมาในนาม เอสิคส์ เจล-นิมบัส 20 โดยมีคุณสมบัติพิเศษสำหรับคอลเลคชั่นนี้คือ ยังคงการออกแบบเพื่อรองรับแรงกระแทกได้อย่างดีเยี่ยม และลดน้ำหนักจนกลายเป็นรองเท้าวิ่งรุ่นที่เบาที่สุด จึงเหมาะสำหรับนักวิ่งทั้งระยะสั้นและระยะไกล

นี่ไม่ใช่โจทย์หมูๆ เหมือนเคย แต่เต็มไปด้วยปัญหาความยากลำบากที่ต้องทลายผ่านไปให้ได้ โดยมีผลลัพธ์สมบูรณ์แบบเป็นคำตอบ เริ่มต้นจากการเพิ่มนวัตกรรมการออกแบบใหม่ Gradient Jacquard Mesh หรือการออกแบบ 3 มิติ เพื่อให้เกิดความลงตัวอย่างพิถีพิถัน โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ขณะสวมใส่ และใส่ใจในด้านประสิทธิภาพการใช้งาน พร้อมปกป้องความปลอดภัยให้กับเท้าในทุกๆ ก้าว

ที่สำคัญคือ ไม่ลืมเสริมนวัตกรรมแห่งความนุ่มสบายด้วยแผ่นรองรับแรง FlyteFoam เข้าไปผสมผสานเข้ากับเจลในบริเวณส่วนส้นรองเท้าโดยเฉพาะ นี่เองเป็นตัวกระจายแรงสะท้านจากพื้นขึ้นมาทำร้ายข้อต่อต่างๆ ด้วยความสั่นสะเทือนอันไม่พึงประสงค์ ก่อนจะคงคุณสมบัติเรื่องของการป้องกันพื้นเท้าบิด มีตัวล็อคข้อเท้าและส้นเท้าไว้ไม่ให้เกิดการแพลง รวมถึงเลือกวัสดุหุ้มเท้าด้านบนซึ่งระบายความร้อนและความอับชื้นได้ดี

รองเท้าวิ่ง “นิมบัส” ที่มีความหมายในภาษาลาตินว่า ความเบาสบายเปรียบดุจดั่งวิ่งอยู่บนก้อนเมฆ พร้อมแล้วให้คุณสัมผัสและทดลอง ก่อนจะตัดสินใจเป็นเจ้าของแล้ววันนี้ ณ เอสิคส์ ช็อปทุกสาขา โดยมีราคาตั้งไว้ที่คู่ละ 6,500 บาท www.asics.com

เรื่องโดย​ : สิโรตม์ เพ็ชรจำเริญสุข


My Secret Charms เผยความลับเพิ่มเสน่ห์ต้อนรับปี 2018

ในทุกๆปี สาวๆ มักจะเริ่มต้นปี ด้วย New Year’s resolution นีเวียเลยจัดเวิร์คชอปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่จะช่วยเพิ่มเสน่ห์และความมั่นใจให้สาวๆ บรรลุเป้าหมายได้อย่างสวยงาม ภายใต้ชื่อ “My Secret Charms” โดยได้เชิญเมคอัพกูรูชื่อดัง คุณฟลุ๊ค ALWAYS FLUKE และผู้เชี่ยวชาญด้านบุคลิกภาพ ครูน้ำฝน ภักดี มาเปิดเผยเคล็ดลับและสร้างแรงบันดาลใจให้สาวๆ ได้สวยมั่นใจจากภายในและภายนอก ตามสไตล์สาวนีเวีย ที่คาเฟ่ในสวนสวยสุดชิคกลางใจเมือง Lady L Garden Bistro

คุณฟลุ๊ค Always Fluke ให้นิยามเทรนด์การแต่งหน้าในปี 2018 ว่า “น้อยแต่มาก เรียบแต่โก้ ริมฝีปากต้องโดดเด่นที่สุด” สวยแบบธรรมชาติด้วยการเผยผิวสวยแบบบางเบา ไม่ว่าจะเป็น การปัดบลัชออนสีธรรมชาติ โดยสีที่ควรมีติดตัวคือสีพีช โดยปัดเบาๆ ให้ดูคล้ายมีเลือดฝาด ตามด้วยการแต่งคิ้วให้เป็นระเบียบ หางคิ้วไม่ควรสั้นหรือยาวกว่าดวงตามาเกินไป และปลายหางต้องไม่คมมากนัก เพื่อยกความโดดเด่นให้กับริมฝีปาก ด้วยโทนสีแดงที่ตัดกับผิวของสาว เอเชีย แล้วปิดท้ายด้วยการลงแป้งเบาๆ ในบริเวณที่แสงตกกระทบผิวหน้า เช่น หน้าผาก ปลายจมูก หน้าแก้ม เหนือปาก และปลายคาง เพื่อสร้างมิติให้ใบหน้าและไม่ทำให้ดูผิวหน้าดูลอยมากเกินไป

โดยคุณฟลุ๊ค Always Fluke ให้ความสำคัญกับความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าด้วยมอยซ์เจอร์ไรเซอร์เพราะจะช่วยให้แต่งหน้าง่ายและติดทน และอีกเคล็ดลับสำคัญคือการนำครีมกันแดดไปผสมกับรองพื้นในขั้นตอนเดียว โดยต้องเลือกใช้ครีมกันแดดที่บางเบาและช่วยคุมมัน แต่งหน้าแล้วไม่เป็นคราบ ซึ่งจะช่วยเผยผิวสวยของสาวๆ ได้ตลอดวัน และต้องบำรุงริมฝีปากด้วยลิปบาล์มก่อนแต่งหน้าทุกครั้ง เพื่อป้องกันริมฝีปากแห้งเป็นขุย

เรื่องของบุคลิกภาพก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยครูน้ำฝน ภักดี ได้มาเผยเคล็ดลับ ของการเป็นสาวที่โดดเด่นบุคลิกภาพที่ดี เริ่มได้ตั้งแต่การยืน ที่ควรวางเท้าเป็นเวลาสิบโมงกับบ่ายสองโมง แล้วมือจับกันไว้ให้ปลายนิ้วอยู่ในระดับสะดือ เพื่อเน้นให้ช่วงเอวและทรวดทรงโดดเด่นขึ้น และถ้าต้องถ่ายรูปหมู่ก็สามารถโดดเด่นได้ด้วยการวางไหล่ซ้อนไหล่คนข้างๆ บิดตัวออกมาเล็กน้อย ปลายเท้าชี้ตรงไปที่กล้อง พร้อมงอเข่าเล็กน้อยไปทางด้านหน้า เพื่อป้องกันการสะท้อนของแสงแล้วป้องกันหัวเข่าที่ดูดำได้ด้วย

สำหรับการนั่งควรเตือนตนเองตลอดว่าควรนั่งหลังตรงในแนวดิ่ง นอกจากจะช่วยให้บุคลิกภาพดีแล้ว ยังป้องกันอาการปวดหลังจากหลังค่อมได้อีกด้วย หรือแม้แต่การเลือกถือกระเป๋าที่เหมาะกับการแต่งกายและบุคลิกของแต่ละคน ซึ่งคุณครูน้ำฝน ได้ทิ้งท้ายไว้ว่า “กุญแจสำคัญของการมีบุคลิกภาพที่ดีคือ การมีความมั่นใจที่ส่งต่อมาจากภายใน ร่วมกับภายนอกที่มีเอกลักษณ์นั่นเอง”

ภายในเวิร์คชอปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ My Secret Charms นี้ เหล่าสาวๆ ลูกค้านีเวียทั้ง 30 ท่าน ยังได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์การใช้ผลิตภัณฑ์ นีเวีย ไมเซล่า วอเตอร์ สำหรับการลบเมคอัพได้สะอาดหมดจดอย่างอ่อนโยนที่ผสานออกซิเจนบูสท์ให้เข้าบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นทันที โดยมีถึง 3 สูตร ได้แก่

สูตรไวท์ ออยล์ คอนโทรล เมคอัพ เคลียร์ สูตรเอ็กซ์ตร้า ไบร์ท เมคอัพ เคลียร์ และสูตรแอคเน่ แคร์ เมคอัพ เคลียร์ ให้สาวๆ นีเวียได้เลือกใช้ตามสภาพผิวของตนเอง และ นีเวีย ซัน โพรเท็ค แอนด์ ไวท์ ออยล์ คอนโทรล เซรั่ม เอสพีเอฟ 50 ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยป้องกันแสงแดด ลดความมัน มีเนื้อครีมที่บางเบาจึงไม่อุดตันรูขุมขน และช่วยให้ผิวดูขาวอย่างเป็นธรรมชาติ สำหรับเป็นเบสรองพื้นก่อนการเริ่มต้นแต่งเติมสีสันบนใบหน้า

เวิร์คชอปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ My Secret Charms ครั้งนี้ถือเป็นการจัดกิจกรรมครั้งแรกของนีเวียที่จัดขึ้นเพื่อขอบคุณลูกค้าซึ่งให้การสนับสนุนและวางใจให้นีเวียช่วยดูแลผิวให้สวยใสสุขภาพดี


Dinner in the Sky Thailand – First Route!

เป็นข่าวคราวฮือฮาตีโอบมาจากต่างประเทศ ในฐานะภัตตาคารลอยฟ้าที่พิศดารที่สุดของการจัดลำดับจากนิตยสารฟอบส์ ด้วยการเปิดตัวครั้งแรกในประเทศเบลเยี่ยม บนเครนยกระดับจากพื้นขึ้นไปสูงลอยต่องแต่งในระดับ 50 เมตร พร้อมลูกเรือ (ลูกค้า) จำนวน 22 คน หัวหน้านักบิน (เซฟ) 1 คน และผู้ช่วยนักบิน (ผู้ช่วยเชฟ) อีก 2 คน รวมทั้งหมด 25 ชีวิตไปหรรษากับการรับประทานอาหารเย็นหรือค่ำ พร้อมชมบรรยากาศเบื้องล่างในมุมมองเบิร์ด อาย วิว กว่า 1,000 ตารางเมตร

จากวันแรกที่เปิดทำการจวบจนวันนี้ ดินเนอร์ อิน เดอะ สกาย คืบคลานเข้าไปยกระดับไลฟ์ สไตล์ของผู้คนตามหัวเมืองใหญ่ทั่วโลก จากยุโรปเขยิบข้ามทวีปไปยังอเมริกา และค่อยๆ ก้าวคืนคลานเข้ามาในเอเชีย กระทั่งถึงกลุ่มประเทศอาเซียน โดยมีประเทศไทยเป็นสถานที่ล่าสุดให้ปักหมุดในนาม ดินเนอร์ อิน เดอะ สกาย ไทยแลนด์ และได้ฤกษ์ดีเปิดตัวรอบแรกไปเมื่อเย็นวันศุกร์ที่ 5 มกราคมที่ผ่านมาอย่างตระการตา

ตระการตาอย่างแรกคือ ทำเลในการยกเครนกินกลางฟ้า ท้าบรรยากาศพลบค่ำนั้น อยู่ใจกลางเมืองบนถนนเส้นสุขุมวิท ระหว่างสวนเบญจสิริกับไดโนซอร์ แพลนเน็ต แน่นอนว่า เมื่อไปลอยตัวอยู่ในระดับสูงจากระดับน้ำทะเล 50 เมตรแล้ว มุมมองกรุงเทพฯ ของคุณจะเปลี่ยนไปทันที โดยมีเส้นขอบฟ้าอยู่ไกลลิบๆ แบ่งชั้นอากาศและพื้นผิว คาดไปมาเป็นเส้นสายด้วยถนนสายสุขุมวิท มีสวนสีเขียวด้านล่างให้มองสบายตา ผสานตึกรามบ้านช่องส่องแสงไฟเตะตา


ตระการตาต่อมาคือ อาหารชั้นเลิศจากฝีมือเชฟระดับ 5 ดาว ที่พร้อมทะยานขึ้นไปเสิร์ฟความสุขอันเอร็ดอร่อยอย่างเต็มอิ่มถึง 4 คอร์ส ควบคู่ไปกับเครื่องดื่มอันเลิศรส แต่ชุดของเชฟและผู้ชายที่เคลื่อนไหวไปมาตรงกลางเครนจะค่อนข้างทะมัดทะแมง และสวมร่มชูชีพติดไว้กับตัวตลอดเวลาทำการ ขณะที่ตัวคุณเองจะถูกล็อคด้วยเชฟตี้ เบลท์ให้ร่างกายกระชับกับเก้าอี้รถแข่ง เพื่อความปลอดภัยและไม่ผลัดตกลงมา

ตระการตาอย่างสุดท้าย คือเครนที่ออกแบบมาเป็นพิเศษจากประเทศเบลเยี่ยม มีการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยให้คุณและเพื่อนกินอิ่มเคล้าบรรยากาศและกลับลงมาโดยสวัสดิภาพ มีเจ้าหน้าที่และพนักงานในส่วนของการดูแลอุปกรณ์และการทำงานของการยกระดับขึ้นลงโดยเฉพาะ แต่ที่แก้ไขไม่ได้คือบนนั้นไม่มีห้องน้ำ จึงต้องทำภารกินส่วนตัวให้เรียบร้อย ก่อนจะขึ้นไปใช้บริการที่ใช้เวลาเบ็ดเสร็จในการรับประทาน 1 ชั่วโมงเต็ม

ถ้าจะพูดว่า อิสระแห่งการกินดื่มมีอยู่จริง คงจะไม่ผิดนักกับการยกระดับรับประทานไปลอยห้อยตัวอยู่บนฟ้า แต่ขณะเดียวกัน ประสบการณ์ดังกล่าวก็มีค่าใช้จ่ายที่ฟังแล้วสมเหตุสมผลอยู่ วันจันทร์ถึงศุกร์ ราคาหัวละ 4,990 บาท ส่วนวันเสาร์และอาทิตย์ ราคาหัวละ 5,390 บาท รวมอาหาร 4 คอร์ส จากโรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท โดยมีบริการวันละ 2 รอบ คือ รอบ Sunset เวลา 18.00 น. และรอบ City Lights เวลา 19.30 น. www.dinnerinthesky.co.th

เรื่องโดย​ : สิโรตม์ เพ็ชรจำเริญสุข


นักบิดชาวไทยและชาวต่างชาติ จำนวนกว่า 30 ชีวิต เข้าร่วมทริป Tour of Thailand 2017 ครั้งแรกในประเทศไทย กรุงเทพฯ ถึงเชียงใหม่

ทริปทางไกลสุดยิ่งใหญ่ครั้งแรกสำหรับลูกค้ารอยัล เอนฟิลด์บนเส้นทางในประเทศไทย
พานักบิดชาวไทยและต่างชาติกว่า 30 ชีวิตขับขี่บนเส้นทางกว่า 1,500 กม. จากกรุงเทพฯ ถึงเชียงใหม่

รอยัล เอนฟิลด์ รถมอเตอร์ไซค์คลาสสิคขนาดกลางสายพันธุ์อังกฤษที่มียอดขายเติบโตรวดเร็วที่สุดในโลก จัดทริปพาลูกค้ารอยัล เอนฟิลด์ ทั้งชาวไทยและต่างชาติออกเดินทางไกลสู่ภาคเหนือไปกับทริป “Tour of Thailand 2017” ทริปการขับขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านเส้นทางที่มีทิวทัศน์สวยงามในเส้นทาง 1,557 กิโลเมตรจากกรุงเทพฯ ถึงเชียงใหม่ตลอดระยะเวลา 7 วัน

ทริปนี้มีเจ้าของมอเตอร์ไซค์รอยัล เอนฟิลด์ออกเดินทางพร้อมมอเตอร์ไซค์คู่ใจถึง 30 กว่าชีวิต โดยผู้ร่วมทริปทุกคนจะได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่มอเตอร์ไซค์สไตล์โมเดิร์นคลาสสิคของรอยัล เอนฟิลด์ ในระยะทางไกล ภายใต้การผจญภัยในเส้นทางผ่านหุบเขาและทิวทัศน์ที่สวยงามของธรรมชาติตลอดเส้นทางขึ้นสู่ภาคเหนือของประเทศไทย

สำหรับ “Tour of Thailand 2017” ครั้งนี้นับเป็นทริปทางไกลครั้งแรกสำหรับลูกค้ารอยัล เอนฟิลด์ทั้งชาวไทยและต่างชาติสำหรับการขี่รถในภาคเหนือประเทศไทย โดยรอยัล เอนฟิลด์วางแผนจัดเป็นทริปประจำปีเพื่อให้ลูกค้ามีโอกาสสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ทางไกลผ่านมอเตอร์ไซค์รอยัล เอนฟิลด์ สอดคล้องกับปรัชญาของแบรนด์ที่มุ่งเน้นให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่อย่างแท้จริงจากมอเตอร์ไซค์สไตล์โมเดิร์นคลาสสิคของรอยัล เอนฟิลด์ โดยทริปนี้จะช่วยให้รอยัล เอนฟิลด์เติมเต็มความต้องการทางด้านประสบการณ์การขับขี่ของลูกค้าผ่านการขับขี่บนเส้นทางที่หลากหลายและมีความสนุกของเส้นทางที่แตกต่างกัน

พร้อมชมทิวทัศน์อันสวยงาม ตลอดจนเข้าเยี่ยมชมสถานที่อันเป็นแลนด์มาร์คของจังหวัดต่างๆ ตลอดทางในระยะเวลา 1 สัปดาห์ อาทิเช่น การสักการะจิตรกรรมฝาผนังอุโบสถอันล้ำค้า ณ วัดภูมินทร์ และเที่ยวชมบ่อเกลือสินเธาว์ภูเขา ซึ่งเป็นบ่อเกลือเพียงแห่งเดียวในโลกที่อยู่บนภูเขาในจังหวัดน่าน การขี่รถเที่ยวชมกว๊านพะเยา การเยี่ยมชมวัดร่องขุ่น หนึ่งในวัดที่สวยงามที่สุดในประเทศไทย พร้อมการสัมผัสอากาศหนาวต่ำกว่า 10 องศาบนดอยแม่สลอง ของจังหวัดเชียงราย

รวมถึงการขี่รถเทียวชมวิวภูเขา ณ ดอยแม่สะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนจะส่งท้ายทริป Tour of Thailand 2017 ด้วยปาร์ตี้มอบเกียรติบัตรให้แก่ผู้เข้าร่วมทริปทุกท่านที่สามารถพิชิตเส้นทางกว่าพันโค้งบนเขา และข้ามผ่านอุปสรรคบนถนนออฟโรดสุดท้าทาย ซึ่งเป็นเส้นทางในฝันของเหล่าไบค์เกอร์ ด้วยการขี่รถรอยัล เอนฟิลด์ตลอดระยะเวลา 7 วันจนถึงจุดมุ่งหมายครั้งนี้ได้สำเร็จ

นายสมรรถ รอบบรรเจิด ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เจเนอร์รัล ออโต้ ซัพพลาย จำกัด ผู้แทนจำหน่าย
รอยัล เอนฟิลด์ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย กล่าวว่า “Tour of Thailand 2017 เป็นทริปขี่รถรอยัล เอนฟิลด์ ท่องเที่ยวไปตามเส้นทางในฝันของผู้ที่ชื่นชอบการขี่มอเตอร์ไซค์อย่างแท้จริง โดยเป็นทริปที่จัดขึ้นสำหรับผู้ที่ครอบครองรถรอยัล เอนฟิลด์ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศโดยเฉพาะ

ซึ่งทริปนี้เป็นทริป Tour of Thailand ครั้งแรกที่ลูกค้าชาวไทยและต่างชาติร่วมขับขี่ไปในสถานที่ต่างๆ ทางภาคเหนือของประเทศไทยเป็นเวลา 7 วัน ครอบคลุมเส้นทางหลายจังหวัด เริ่มตั้งแต่กรุงเทพฯ ไปจนถึงจังหวัดแพร่ น่าน พะเยา เชียงราย และสิ้นสุดที่จังหวัดเชียงใหม่ ถือเป็นการตอกย้ำประสิทธิภาพความทนทานของรถรอยัล เอนฟิลด์ที่สามารถใช้เดินทางไกลได้ทุกเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นทางโค้งลาดชันของหุบเขา หรือถนนแบบออฟโรด ท่ามกลางภูมิทัศน์ที่สวยงามของภาคเหนือ และอุณหภูมิโดยเฉลี่ย 10 องศาตลอดการเดินทาง

นับเป็นการเดินทางที่เหมาะสำหรับสาวกมอเตอร์ไซค์สายทัวร์ริ่งแอดเวนเจอร์อย่างแท้จริง นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมทริปยังได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่มีความสนุกประทับใจ ได้ลิ้มรสอาหารภาคเหนืออันเป็นเอกลักษณ์ ได้สัมผัสบรรยากาศขี่รถท่องเที่ยวแบบเป็นกันเอง นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม CSR ที่เหล่าไบค์เกอร์ได้ร่วมเลี้ยงอาหารกลางวันแก่เด็กนักเรียนโรงเรียนสอนคนตาบอด จ.เชียงใหม่ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสมทบทุนสร้างห้องสมุดเพื่อสาธารณประโยชน์ร่วมกับ Vintage Bike Thailand อีกด้วย ซึ่งการจัดทริป Tour of Thailand ถือเป็นการรวมกลุ่มคอมมูนิตี้ของ ลูกค้ารอยัล เอนฟิลด์ในประเทศไทยให้มีความแน่นแฟ้นแข็งแรงมากยิ่งขึ้น โดยบริษัทฯ มีการวางแผนที่จะจัดทริปนี้อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี”

มอเตอร์ไซค์รอยัล เอนฟิลด์ทุกรุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในทริป Tour of Thailand 2017 ได้แก่ รอยัล เอนฟิลด์ บุลเล็ต, รอยัล เอนฟิลด์ คลาสสิคและคลาสสิค โครม, รอยัล เอนฟิลด์ คอนติเนนทัล จีที, และล่าสุดกับ รอยัล เอนฟิลด์ หิมาลายัน มอเตอร์ไซค์อเนกประสงค์ที่มาพร้อมสมรรถนะและความสะดวกสบายทุกการขับขี่ และมอเตอร์ไซค์ทุกคันในทริปนี้ผ่านการใช้งานอย่างเต็มสมรรถนะภายใต้การเดินทางอย่างต่อเนื่อง 7 วัน ด้วยระยะทาง 1,557 กิโลเมตร จนถึงจุดหมาย

นายจตุเมธ เจนวจีพร หนึ่งในลูกค้าผู้เป็นเจ้าของมอเตอร์ไซค์รอยัล เอนฟิลด์ รุ่นคลาสสิค ลากูน และเป็นผู้เข้าร่วมทริป Tour of Thailand 2017 กล่าวว่า “ผมชอบขี่รถมอเตอร์ไซค์รอยัล เอนฟิลด์ของผมไปในที่ต่างๆ ซึ่งทริป Tour of Thailand 2017 ที่ทางรอยัล เอนฟิลด์ จัดขึ้นเพื่อขี่ไปบนเส้นทางภาคเหนือที่ผ่านมาเป็นทริปที่สนุกมากจริงๆ ทั้งเส้นทาง ที่พัก อาหาร มิตรภาพของเพื่อนร่วมทางทั้งชาวไทยและต่างชาติ ทำให้ผมประทับใจมาก และทริปนี้เป็นทริปที่พิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่า รถรอยัล เอนฟิลด์คู่ใจของผมคันนี้ สามารถเดินทางไกลไปกับผมได้ทุกที่จริงๆ ครับ”

รายละเอียดการเดินทางแต่ละวัน

  • วันที่ 1: ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ และเข้าพักที่จังหวัดแพร่ รวมระยะทาง 555 กิโลเมตร
  • วันที่ 2: เดินทางจากจังหวัดแพร่-น่าน เที่ยวชมวัดภูมินทร์ และสังสรรค์มื้อเย็นพร้อมปาร์ตี้บาร์บีคิว ณ อุ่นไอมางและขุนเขาธารา รวมระยะทาง 214 กิโลเมตร
  • วันที่ 3: เดินทางจากจังหวัดน่าน-พะเยา เที่ยวชมบ่อเกลือสินเธาว์ภูเขา รวมระยะทาง 257 กิโลเมตร
  • วันที่ 4: เดินทางจากจังหวัดพะเยา-เชียงราย เที่ยวชมกว๊านพะเยา แวะชมวัดร่องขุ่น สัมผัสอากาศหนาวอุณหภูมิต่ำกว่า 10 องศา ณ ที่พักบนดอยแม่สลอง จังหวัดเชียงราย รวมระยะทาง 175 กิโลเมตร
  • วันที่ 5: เดินทางจากจังหวัดเชียงราย-เชียงใหม่ ขี่รถเทียวชมวิวภูเขา ณ ดอยแม่สะเมิง รวมระยะทาง 260 กิโลเมตร
  • วันที่ 6: ร่วมเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กนักเรียนโรงเรียนสอนคนตาบอดจังหวัดเชียงใหม่ และมอบเงินสมทบทุนสร้างห้องสมุดสาธารณประโยชน์ร่วมกับ Vintage Bike Thailand
  • วันที่ 7: ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

นอกจากนี้ รอยัล เอนฟิลด์ยังมีการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ทั่วโลก อาทิ ไรเดอร์ มาเนีย (Rider Mania) กิจกรรมรวมตัวของผู้ขับขี่รถรอยัล เอนฟิลด์ทั่วโลก ณ ชายหาดเมืองโกอา ประเทศอินเดีย และหิมาลายัน โอดิสซีย์ (Himalayan Odyssey) หนึ่งในกิจกรรมที่มีเส้นทางขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ที่มีความท้าทายมากที่สุดในโลก บนเส้นทางเทือกเขาหิมาลัย รวมถึงกิจกรรม ‘วัน ไรด์’ (One Ride) ที่เป็นการรวมตัวของผู้คนทั่วโลก เพื่อขี่มอเตอร์ไซค์ในวันอาทิตย์แรกของเดือนเมษายน


เสริมความมั่นใจ พร้อมเผชิญทุกความท้าทายได้ง่ายๆ ในปาดเดียว กับ นีเวีย เมน ครีม

ทุกการเตรียมพร้อมเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างความมั่นใจ ของผู้ชายทั่วโลกก่อนที่จะต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายรูปแบบต่างๆ ในชีวิตประจำวัน นีเวีย เมน ผู้เข้าใจทุกความต้องการของชายไทย จึงพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของชายไทยได้อย่างลงตัวที่สุด ด้วย นีเวีย เมน ครีม ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดที่ถูกออกแบบมาพิเศษเพื่อให้ผู้ชายไทยและอากาศในเมืองไทยโดยเฉพาะ

นีเวีย เมน ครีม มาพร้อมกับครีมเนื้อบางเบาที่ซึมซาบเร็ว พร้อมให้ความชุ่มชื้น ปาดเดียวคุมมันอยู่ ไม่เหนอะหนะ ทั้งยังซึมลึกถึงชั้นผิวได้อย่างรวดเร็ว จนให้หนุ่มๆ ดูดีได้ตลอดวัน ทั้งยังมอบความรวดเร็วและสะดวกในขั้นตอนการดูแลผิวในชีวิตประจำวัน จนคุณสามารถมั่นใจและพร้อมเผชิญกับทุกความท้าทายในชีวิตได้อย่างเต็มที่

นอกจากนี้ นีเวีย เมน ครีม ยังได้รับรางวัลชนะเลิศด้านการดีไซน์แพคเก็จที่ยอดเยี่ยมในปี 2560 จากองค์กร World Packaging Organization ด้วยนวัตกรรมที่เหมาะกับการใช้ชีวิตของผู้ชาย ไม่ว่าจะเป็นตลับอะลูมิเนียมให้ความแข็งแรง เหมาะสมกับการใช้งาน ง่ายต่อการพกพา การเก็บรักษา รวมไปถึงรูปลักษณ์ของตลับที่สื่อถึงความแมนแบบลูกผู้ชายอีกด้วย

พบเคล็ดลับการเตรียมพร้อมที่คิดค้นขึ้นสำหรับผู้ชายไทยทุกคนโดยเฉพาะ กับ นีเวีย เมน ครีม ครีมบำรุงผิวง่ายๆ แค่เปิดปาด ป้าย ก็คุมมันอยู่ ไม่เหนอะหนะ ช่วยเสริมความมั่นใจแบบแมนๆ ได้แล้ววันนี้ในตลับขนาด 75 มล. ราคา 95 บาท หรือตลับขนาด 30 มล. ราคา 39 บาท และแบบซองขนาด 8 มล. ราคา 10 บาท ที่ร้านค้าสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่เว็บไซด์ลาซาด้า


เอสิกส์ ประเทศไทย ฉลองเปิดสาขาใหม่ที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว

เอสิกส์ ประเทศไทย ฉลองเปิดสาขาใหม่ที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว

ชั้น 3 พร้อมด้วยแชร์เทคนิคการเตรียมตัววิ่งมาราธอนโดย ณัฐ ศักดาทร  เมื่อวันก่อน

 

 

ASICS (เอสิกส์) แบรนด์ผู้ออกแบบและผลิตสินค้าเพื่อการกีฬาชั้นนำ ฉลองเปิดสาขาใหม่ ณ ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัลลาดพร้าว ชั้น 3 เพื่อ สนองกับนโยบายการขยายสาขาในประเทศไทย ตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยโทนสีในการออกแบบตกแต่งร้านคือ เฉดสีธรรมชาติที่มองแล้วให้ความรู้สึกอยู่ในแวดล้อมธรรมชาติ อบอุ่น ซึ่งปัจจัยสำคัญในการสร้างความประทับใจแรกแก่ลูกค้าที่มาเยือนร้าน ASICS (เอสิกส์)  คือความรู้สึกที่เข้าถึงตัวตนของแบรนด์ในทุกระดับวัย อาทิ อายุ ความสนใจในด้านอุปกรณ์ที่สามารถตอบโจทย์ได้อย่างครอบคลุม ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์เสื้อผ้า เรื่อยไปถึงรองเท้าที่สวมใส่ในการออกกำลังกายอย่างจริงจัง เพื่อสุขภาพ หรือสำหรับการสวมใส่ตลอดทั้งวัน

 

โดยไฮไลท์ของงานที่ผ่านมาคือ การนำเสนอรองเท้ารุ่นใหม่ล่าสุดในคอลเลคชั่นที่ชื่อว่า GelNimbus 20 (เจล นิมบัส 20) เหมาะสมหรับทุกกลุ่มนักวิ่ง มีน้ำหนักที่เบาที่สุดในรุ่น Nimbus และสบายในการสวมใส่ ซึ่งโดดเด่นในการนำนวัตกรรมเรื่องการรองรับแรงกระแทกจาก FlyteFoam (ไฟลต์โฟม)ผนวกเข้ากับเจลในช่วงส้นเท้า จึงสามารถลดอาการบาดเจ็บจากการวิ่งได้ดี รวมถึงการแชร์เคล็ดลับสำหรับการเตรียมตัวสำหรับการวิ่งมาราธอนที่ถูกวิธี โดยณัฐ ศักดาทร อีกทั้งเคล็ดลับการหารองเท้าคู่ใจให้เสมือนการหาเนื้อคู่ในทุกย่างก้าวอีกด้วย

 

โดยณัฐ ศักดาทรได้กล่าวว่า หนึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับการวิ่งมาราธอนนั้นคือการพักผ่อนที่เพียงพอ และรับประทานอาหารที่เหมาะสมกับตัวเรา ซึ่งเราต้องสังเกตระบบการเผาผลาญของตัวเราด้วย ซึ่งแต่ละคนมีระบบเผาผลาญที่แตกต่างกัน และสิ่งที่สำคัญเหนืออื่นใดคือการเลือกรองเท้าที่เหมาะสม เพราะการมีรองเท้าคู่ใจเปรียบดั่งได้ชัยชนะมาครึ่งนึงเลยทีเดียว ซึ่งตรงนี้ต้องขอบคุณนวัตกรรมของเอสิก ฟุต ไอดี (ASICS FOOT ID) เป็นการสแกนเท้าแบบ 3 มิติ เพื่อวิเคราะห์รูปแบบของเท้าเพื่อให้ได้ขนาดเท้าที่ละเอียด และเที่ยงตรงที่สุด โดยผลวิเคราะห์ประกอบด้วย

  1. 1. Personal Data รองเท้าไซส์ที่เราใช้
  2. 2. Static Dataความยาวเท้า ตำแหน่งตาตุ่ม ส่วนโค้งของเท้า
  3. 3. Dynamic Dataความเร็วลู่วิ่ง ความถี่ในการก้าว ความยาวในการวิ่ง ความสูงในการก้าววิ่ง

 

ณัฐ ศักดาทร ยังได้แชร์ประสบการณ์การวิ่งที่ผ่านมาที่ร่วมกับ Asics (เอสิกส์) ที่ประเทศญี่ปุ่นในงาน โกเบมาราธอนว่า เป็นประสบการณ์ที่ผมชื่นชอบมาก เพราะจากตรงนั้นผมได้มีโอกาสเห็นเทคนิคการวิ่งของชาวต่างชาติ อีกทั้งเป็นความภาคภูมิใจและเป็นแรงผลักดันให้เราพยายามมากขึ้นไปอีกด้วย

 

ภายในงานยังมีแขกพิเศษอย่างคุณแอ้ม ปวีณลักษณ์ ลิมปิชาติ และ จัสติน

จตุพร เตชะไพบูลย์ มาร่วมตามหารองเท้าคู่ใจจ่กเครื่องสแกน ฟุต ไอดี (FOOT ID) อีกด้วย

 

เกี่ยวกับ ASICS (เอสิกส์)

 นับว่าเป็นหนึ่งในแบรนด์กีฬาชั้นนำที่เก่าแก่ที่สุด โดยนับตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2492 ก่อตั้งโดย นาย คิฮาชิโร่ โอนิทซึกะ สำนักงานใหญ่ที่โกเบ ซึ่งการวางกลยุทธ์ของทางแบรนด์คือ การคิดค้นนวัตกรรมรองเท้าเพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายอย่างไม่หยุดนิ่ง โดดเด่นด้วยคุณภาพและมีรูปลักษณ์ที่สะดุดตา


อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต

แม้การคมนาคมจะเชื่อมโยงทุกความห่างไกลให้ใกล้ยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทางบกด้วยรถยนต์หรือทางอากาศจากสายการบินต่างๆ แต่หนทางที่เชื่อมโยงดังกล่าวกลับไม่ได้ส่งความเจริญและความเป็นอยู่ที่ดีไปอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ซึ่งห่างจากตัวเมืองของจังหวัดไปไม่กี่กิโลเมตร กลับขาดและไม่ได้รับน้ำอุปโภคบริโภคอันได้มาตรฐาน ส่งผลให้กลุ่มอีซูซุถือเป็นพันธกิจกับสังคม และเริ่มดำเนินโครงการ “อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต” อย่างต่อเนื่อง

โดยล่าสุดกลุ่มอีซูซุในประเทศไทย ได้ส่งมอบระบบประปาบาดาลอันได้มาตรฐานตามองค์การอนามัยโลกเป็นลำดับที่ 28 ณ โรงเรียนบ้านนาทาม อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร โดยมีมร.ฮารุกิ ฮุเมซาวะ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด, มร.ฮิโรโอมิ ฟุกุโอกะ รองประธานบริหาร บริษัท อีซูซุมอเตอร์ (ประเทศไทย) และดร.อรัญญา เฟื่องสวัสดิ์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมเป็นประธานในพิธีส่งมอบ

“กลุ่มอีซูซุในประเทศไทยยังคงมุ่งมั่นสานต่อปณิธาน ดำเนินการช่วยเหลือแก้ปัญหาน้ำดื่มในโรงเรียนอย่างต่อเนื่องอย่างไม่มีวันสิ้นสุด ด้วยการดำเนินโครงการ “อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต” แห่งที่ 28 ณ โรงเรียนบ้านนาทาม อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร โดยได้รับการสนับสนุนอันดียิ่งจากกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมลงพื้นที่พร้อมกับทีมงานจากอีซูซุ สำรวจและสรุปปัญหาการขาดแคลนน้ำดื่มสะอาด เพื่อจัดหาน้ำบาดาลสะอาดไว้อุปโภคบริโภค อย่างถูกสุขอนามัยที่ได้มาตรฐานตามองค์การอนามัยโลกให้แก่เด็กนักเรียน และบุคลากรภายในโรงเรียน”

มร.ฮารุกิ อูเมซาวะ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวและเสริมด้วยว่า “ยิ่งไปกว่านั้น ยังเร่งฟื้นฟูคุณภาพชีวิตให้กับเยาวชน และสมาชิกในชุมชนที่ประสบปัญหาได้อย่างบูรณาการ ด้วยการจัดสร้างอาคารผลิตน้ำดื่มสะอาดแบบครบวงจร พร้อมติดตั้งชุดกรองน้ำดื่มสะอาด และจัดอบรมการใช้งานและการดูแลรักษา พร้อมทั้งยังได้มอบเงินสนับสนุนกองทุนพัฒนาโรงเรียน จำนวน 50,000 บาท นอกจากนี้ยังได้จัดกิจกรรมบันเทิงจาก “มิกซ์ ทองระย้า” นักแสดงดาวรุ่งยอดนิยม และ “ใหญ่-ฝันดี จรรยาธนากร” พิธีกรอารมณ์ดี มาร่วมสร้างรอยยิ้มให้น้องๆ อีกด้วย”

โรงเรียนบ้านนาทาม อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร เปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีนักเรียนจำนวน 280 คน มีผู้บริหาร ครู และบุคลากรรวม 34 คน แม้เด็กๆ จะมีอาหารกลางวันให้รับประทานฟรี แต่กลับขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ เพราะมีเพียงบ่อบาดาลเก่าบ่อเดียว ซึ่งมีปริมาณน้ำไม่เพียงพอ รวมถึงคุณภาพน้ำไม่สามารถดื่มได้ ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงฤดูแล้งโรงเรียนจะประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ เพราะลักษณะทางกายภาพของโรงเรียนเป็นที่สูงบนภูเขา พื้นที่จึงไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้

ส่วนการจะกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูฝน โรงเรียนบ้านนาทามก็ขาดแคลนงบประมาณในการจัดซื้อภาชนะ จึงต้องซื้อน้ำสะอาดจำนวน 10 ถัง หรือประมาณ 1,000 บาทต่อสัปดาห์ เพื่อใช้ในการปรุงอาหาร ขณะเดียวกัน ผู้ปกครองชองเด็กๆ ในชุมชนรอบโรงเรียนมีอาชีพปลูกมันและยางพาราซึ่งมีฐานะยากจน แต่จำเป็นต้องซื้อน้ำดื่มเพื่อการบริโภคและเพื่อให้เด็กๆ ได้นำติดตัวมาดื่มที่โรงเรียน

ปัญหาข้างต้นนำไปสู่วิธีการแก้ไขอย่างยั่งยืน เมื่ออีซูซุดำเนินการติดตั้งชุดอุปกรณ์ขุดเจาะน้ำบาดาลแบบครบวงจร พร้อมติดตั้งระบบกรองน้ำดื่มสะอาดตามมาตรฐาน และร่วมปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์โดยรอบให้ถูกสุขลักษณะตามโครงการ “อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต” เพื่อแก้ปัญหาเรื่องน้ำดื่มสะอาด อบรมขั้นตอนการดูแลรักษา และสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการบรรจุน้ำดื่มใส่ขวดเพื่อจำหน่ายในราคาพิเศษ แก่คนในชุมชนในรูปแบบสหกรณ์ ช่วยลดค่าใช้จ่ายและนำรายได้ที่งอกเงยกลับมาเป็นค่าบำรุงรักษาในครั้งต่อๆ ไป

เรื่องโดย​ : สิโรตม์ เพ็ชรจำเริญสุข


งานอาร์ตที่ใครๆ ก็เสพได้ “ช้าง ลิมิเต็ด เอดิชั่น” มีให้ตามหาถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2561 เท่านั้น!

ขวดดีไซน์พิเศษ ‘ลิมิเต็ด เอดิชั่น’ ที่ช้างได้นำเสนอในปีนี้ ถือเป็นการตอกย้ำความสำเร็จจากปีที่ผ่านมา ที่ช้างได้นำเสนอขวดดีไซน์พิเศษสู่ท้องตลาดเป็นครั้งแรก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเน้นภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่มีความพรีเมี่ยม และทันสมัย อีกทั้งต้องการให้เป็นไอเท็มที่จะสร้างความตื่นเต้นในช่วงเทศกาลแห่งการสังสรรค์ของทุกๆ ปี และสามารถเก็บสะสมเพื่อเป็นของที่ระลึก ซึ่งในแต่ละปี ‘ช้าง’ จะร่วมมือกับศิลปินระดับโลกในการสร้างสรรค์งานศิลปะลงบนบรรจุภัณฑ์ดีไซน์พิเศษ ซึ่งในปีที่ผ่านมาได้ร่วมงานกับ “อเล็กซ์ โทรชูตท์” กราฟฟิคดีไซเนอร์ ชื่อดังระดับโลก และในปีนี้ช้างได้รับเกียรติจาก ‘สตีเวน วิลสัน’ นักวาดภาพประกอบจากประเทศอังกฤษมารับหน้าที่ถ่ายทอดผลงานศิลปะลงบนบรรจุภัณฑ์ชุดนี้

สตีเวน วิลสัน นักวาดภาพประกอบจากประเทศอังกฤษ เล่าว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของการออกแบบลวดลายบนบรรจุภัณฑ์ดีไซน์พิเศษชุด“ลิมิเต็ด เอดิชั่น” ให้กับช้าง โดยผมได้แรงบันดาลใจมาจาก “โกลเด้น โมเม้นต์” ซึ่งได้ถ่ายทอดความหมาย ผ่านลายเส้นกราฟฟิครูปลูกบอลสีเงินและสีทองที่เปรียบเสมือนพื้นที่เก็บมวลความสุขจากทุกโมเม้นท์ของคนทุกคน

ซึ่งส่วนตัวแล้วผมมองว่าทุกคนสามารถแปลความหมายของดีไซน์นี้ได้ในมุมของตัวเอง บางคนอาจมองว่าเป็นเหมือนลูกบอลสีเงินและสีทองที่ใช้ประดับต้นคริสมาสต์ก็ได้ ซึ่งสะท้อนถึงบรรยากาศ และอารมณ์ของผู้คนที่กำลังดื่มด่ำกับความสุขในช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองส่งท้ายปี ไม่ว่าจะเป็นมุมมองแบบไหน ผมเชื่อว่าพื้นที่ความสุขของทุกคนจะเพิ่มขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัวนับตั้งแต่วินาทีแรก ที่ได้สัมผัสกับ ‘ช้าง ลิมิเต็ด เอดิชั่น’ ชุดนี้แน่นอน”

“สตีเวน วิลสัน” เป็นหนึ่งในศิลปินประเภท Illustration ที่มีสไตล์อันโดดเด่นด้วยผลงานแนวป๊อป และไซคีเดเลีย ที่เต็มไปด้วยไอเดียที่มีความแปลกใหม่ ทำให้เขามีโอกาสได้ร่วมงานกับแบรนด์ดังระดับโลกมากมายจากหลากหลายวงการ อาทิ วงการแฟชั่น ไปจนถึงการสร้างสรรค์ผลงานให้กับสื่อดังระดับโลกมากมาย เช่น หนังสือพิมพ์ The Guardian และนิตยสารชั้นนำของสหรัฐอเมริกา อย่าง Time เป็นต้น

สำหรับลวดลายพิเศษซึ่งเป็นผลงานของ “สตีเว่น วิลสัน” จะปรากฎอยู่บนบรรจุภัณฑ์ ‘ช้าง ลิมิเต็ด เอดิชั่น’ ใน 2 รูปแบบ ได้แก่ ขวดแก้วชริ้งค์แร็พ และแบบ ไอซ์ แพ็ค ที่เป็นกล่องแบบแพ็ค 6 กระป๋องที่สามารถเติมน้ำแข็งเพื่อแช่เย็นถือเป็นนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ชื่นชอบการสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนได้เป็นอย่างดี

พร้อมกันนี้ เพื่อเติมเต็มบรรยากาศแห่งความสุขในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลอง ‘ช้าง’ ยังได้เตรียมผลิตภัณฑ์ซึ่งบรรจุในขวดแชมเปญขนาด 1.5 ลิตร ที่มีรูปทรงและดีไซน์สุดหรูหรา สไตล์พรีเมี่ยม ที่พร้อมให้หามาสะสมกันได้แล้วตั้งแต่วันนี้ จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ที่ร้านสะดวกซื้อ และร้านค้าทั่วประเทศ

สามารถติดตามผลงาน Steven Wilson ได้ทาง

Facebook fanpage : stevenwilsonstudioltd
Website : stevenwilsonstudio.com
Instagram : stevenwilsonstudio


สำนักงานตำรวจแห่งชาติ Gionee DCENTI และแต้ว ณฐพร เชิญชวนร่วมโครงการ “ประชารัฐร่วมใจดูแลความปลอดภัยบ้านประชาชน”

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ บริษัท จีโอนี่ และบริษัท วีลมาร์ท (ประเทศไทยจำกัด ผู้ผลิต และจำหน่าย ล้อแมกซ์ และยาง ระดับโลก DCENTIและ RDR ร่วมด้วย แต้ว ณฐพร เปิดโครงการประชารัฐร่วมใจดูแลความปลอดภัยบ้านประชาชนช่วงเทศกาลเทศกาลปีใหม่ ซึ่งมีประชาชนเข้าร่วมโครงการกว่า 1,000 หลังคาเรือน

พลตำรวจเอกเฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการการเดินรณรงค์ “โครงการประชารัฐร่วมใจดูแลความปลอดภัยบ้านประชาชน “ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 เพื่อเชิญชวนให้ประชาชนที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวหรือกลับภูมิลำเนาตามต่างจังหวัดเข้าร่วมโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ รวมถึงให้โหลดแอพพลิเคชั่น “Police i lert u (โปลิศ ไอ เลิร์ต ยู)” เพื่อใช้แจ้งเบาะแสอาชญากรรมและอุบัติเหตุตามท้องถนน พร้อมทั้งสามารถตรวจสอบสภาพการจราจรเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหารถติดได้อีกด้วย โดยโครงการดังกล่าวเป็นการทำงานร่วมกันของตำรวจในสังกัด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีกลุ่มดารานักแสดง ร่วมกิจกรรมดังกล่าวอย่างคับคลั่ง

พลตำรวจเอกเฉลิมเกียรติ กล่าวว่าขณะนี้มีประชาชนเข้าร่วมโครงการดังกล่าวแล้วกว่า 1000หลังคาเรือน ซึ่งคาดว่าน่าจะมีประชาชนเข้าร่วมโครงการอีกไม่ต่ำกว่า 7000 หลังคาเรือน ซึ่งน่าจะมากกว่าปีที่ผ่านมา พร้อมเชิญชวนให้ประชาชนเข้าร่วมโครงการเนื่องจากจะทำให้ประชาชนทเดินทางไปท่องเที่ยวได้อย่างอุ่นใจไม่ต้องเป็นห่วงทรัพย์สิน แต่อย่างไรก็ตามอยากให้ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าวช่วยกันเก็บทรัพย์สินมีค่าให้มิดชิดก่อนจะเดินทาง เพื่อป้องกันการถูกลักทรัพย์จากมิจฉาชีพอีกทางหนึ่ง ทั้งนี้จากการตรวจสอบสถิติที่ผ่านมาพบว่าประชาชนที่เข้าร่วมโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ ไม่มีเหตุถูกคนร้ายเข้ามาลักทรัพย์ หรือมีทรัพย์สินมีค่าสูญหายแต่อย่างใด สำหรับบรรยากาศการเดินรณรงค์ดังกล่าวมีประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาย่านอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมาก


เอ็มจี ชวนลูกค้าตะลุยอวกาศไปกับ Star Wars: The Last Jedi รอบพิเศษ

บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีแบรนด์รถยนต์ชั้นนำจากประเทศอังกฤษ จัดกิจกรรม “MG Exclusive Movie Day”  พาลูกค้าชมภาพยนตร์ รอบพิเศษ สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับมหากาพย์ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ Star Wars: The Last Jedi เพื่อเป็นการขอบคุณและตอบแทนที่มอบความไว้วางใจและให้การสนับสนุนด้วยดีตลอดมา เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า (SF World Cinema) ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งภายในงานนี้นอกจากลูกค้าจะได้เพลิดเพลินไปกับการรับชมภาพยนตร์แล้วยังมีเกมส์และกิจกรรมให้ร่วมสนุกมากมาย ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและประทับใจ


Privacy Preference Center