COCONE ไอติมไรน่ายักจัง!

COCONE คาแรคเตอร์สุดน่ารักที่เอาตัวละครยักษ์มาผสมกับไอศครีมโคนได้อย่างลงตัว เป็นงานการออกแบบและปั้นโดยนักออกแบบอาร์ตทอยส์เลือดใหม่ไฟแรงอย่าง ปวิตร กันพงษ์ หรือตูนเจ้าของ ART Toys แบรนด์ TP หรือ Toonpawit (ตูนประวิตร) ตูนเพิ่งเรียนจบมาอย่างสดๆ ร้อนๆ จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง คณะสถาปัตยกรรม สาขาการออกแบบนิเทศศิลป์ ตูนเริ่มมาสนใจงานด้านอาร์ตทอยส์ และลงมือลองทำเองในช่วงที่เรียนอยู่ปี 3 เทอม 2 จากวันนั้นจนถึงตอนนี้ก็เพิ่งจะผ่านไปประมาณปีครึ่งเท่านั้นเอง แม้ว่าจะเริ่มต้นได้ไม่นานแต่ผลงานของตูนแลดูมีอนาคตสดใสทีเดียว

สำหรับในวงการอาร์ตทอยส์ ก็คงจะรู้จักตูนในนาม “ตูน” และแบรนด์ “Toonpawit” เพราะตูนเพิ่งจะมาทำอาร์ตทอยส์อย่างจริงจังมาได้เพียงไม่นาน ซึ่งยังคงเป็นช่วงการทำงานแบบลองผิดลองถูก และยังพยายามพัฒนาและยังค้นหาแนวทางของตัวเอง ซึ่งเจ้าตัวกล่าวอย่างถ่อมตนว่า “ยังไม่ได้มีชื่อเสียงมากเท่าไรนะครับ”

งานออกแบบชิ้นล่าสุดของตูนที่ดูน่าสนใจจนเราต้องเอามาแนะนำให้ได้รู้จักกัน COCONE เป็นตัวละครที่ผสมผสานระหว่างไอศครีมกับยักษ์ทศกัณฐ์ ตูนบอกกับเราว่า “COCONE” เป็นตัวละครที่เกิดมาจากจินตนาการในระหว่างที่กินไอศรีมแล้วรู้สึกเสียวฟัน ซึ่งผมรู้สึกว่าไอศครีมมันเป็นของหวานที่มีความร้ายกาจในเวลาที่เสียวฟัน เหมือนมันสามารถทำร้ายเราได้ในเวลาที่เราอร่อยอยู่กับมัน ผมจึงคิดคาแรคเตอร์จากตรงนั้นโดยถ้าจะให้อะไรที่เป็นตัวแทนของความร้ายกาจ ตัวละครร้ายๆในแบบไทยก็คงจะหนีไม่พ้นยักษ์อย่างทศกัณฐ์ จากจุดนั้นจึงเกิดการผสมกันของสองสิ่งเข้าด้วยกันครับ” หลังจากที่ตูนเล่าถึงที่มาให้เราได้ฟัง เราถึงกับอุทานออกมาว่า สุดยอดดด 555 อันนี้ชอบจริงๆ

ส่วนที่มาของชื่อ COCONE นั้นมาจากไอศครีมโคน ผมเลยอยากให้มันเป็นอะไรที่ใกล้เคียงกันเลยดึงคำว่า CONE มาก่อน แล้วมันเป็นคาแรคเตอร์ยักษ์ตัวเล็กๆ ยักษ์เด็กๆ เลยเล่นคำที่คล้องกับ COCOON ที่แปลว่าตัวอ่อน ดักแด้ เป็น COCONE นะครับ เหมือนตัวอ่อนยักษ์ เด็กๆ ที่อยู่ในไอศครีม

กว่าจะมาเป็นคาแรคเตอร์ COCONE อย่างที่เราเห็นกันต้องผ่านการสเก็ตหลายชิ้นเลยทีเดียว

หลังจากสเก็ตเสร็จแล้วก็ลงมือปั้น…ปั้นด้วยมือ(สมัยนี้มักจะปั้นกันในคอมแล้วใช้วิธีปริ๊นท์ออกมาเป็นงาน 3 มิติ (3D Print)) โดยใช้ดินปั้นสูตรขี้ผึ้ง หลังจากปั้นต้นแบบเสร็จก็เอาไปทำแม่พิมพ์ซิลิโคน แล้วก็หล่อออกมาเป็นชิ้นงานเรซิ่นเพื่อมาเป็นต้นแบบสำหรับขัดแต่งให้เรียบและสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น หลังจากนั้นก็ส่งไปหล่อเรซิ่นเพิ่มจำนวนชิ้นงาน ขั้นตอนสุดท้ายคือทำสีชิ้นงานเป็นอันดับสุดท้าย

ส่วนใครที่สนใจ Cocone สามารถจับจองกันได้ในเร็วๆ นี้ ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 1,300-1,400 บาท

สามารถติดต่อ ตูน Toonpawit ได้ทาง
Facebook fanpage : toonpawit
Instagram : toonpawit
E-mail : [email protected]


ห้องพักธีม “ปั๊ก” สุดน่ารักจากโฮเต็ล วันซ์ แบงค็อก

Hotels.com เว็บไซต์จองที่พักออนไลน์ เปิดตัว “ปั๊ก” แบรนด์แอมบาสเดอร์เพื่อนรู้ใจนักเดินทาง ที่สะท้อนบุคลิกร่าเริง เป็นมิตร และห้องธีม ‘ปั๊ก’ โดยแปลงโฉมห้องพักอันแสนเรียบง่ายให้แปลกตาน่ารักด้วยรูปปั๊กแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Hotels.com ทั่วทั้งห้อง การเปิดตัวครั้งนี้จัดขึ้นที่โฮเต็ล วันซ์ แบงค็อก ย่านเจริญกรุง

ปั๊กแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Hotels.com ซึ่งนอกจากจะชื่นชอบการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจแล้ว ยังเป็นกูรูตัวจริงเรื่องการจองที่พัก เช่นเดียวกับ Hotels.com ซึ่งมาพร้อมคำแนะนำดีๆ อาทิ เทคนิคการจองที่พักอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด ดีลสุดคุ้ม ราคาลับเฉพาะและส่วนลดต่างๆ มากมายสำหรับที่พักทั่วโลก

โดยไฮไลท์ของการเปิดตัวในครั้งนี้ยังมาพร้อมห้องพักธีมปั๊กซึ่งตกแต่งออกมาสุดสร้างสรรค์ โฮเต็ล วันซ์ แบงค็อก คือส่วนหนึ่งของการเปิดตัวแคมเปญ “Obvious Rewards” ประกอบไปด้วย ซีรี่ส์โฆษณาการออดิชั่นค้นหาแบรนด์แอมบาสเดอร์,  แบรนด์แอมบาสเดอร์ไมโครไซต์, แข่งขันตั้งชื่อใหม่ให้แบรนด์แอมบาสเดอร์บนเฟสบุ๊คแฟนเพจ เพื่อลุ้นรับรางวัลสุดพิเศษมากมาย

เจสซิก้า เฉิง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดระดับภูมิภาค จีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดียของ Hotels.com กล่าวว่าการเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์ในครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่มีความสนุกสนาน และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร เมื่อไรก็ตามที่ออกเดินทางและมองหาที่พัก Hotels.com จะเป็นตัวเลือกแรกในใจที่ทุกคนจะนึกถึง เราต้องการมอบประสบการณ์การเลือกจองที่พักที่ดีที่สุดแก่นักท่องเที่ยวชาวไทยทุกคนผ่านแบรนด์แอมบาสเดอร์ที่เป็นเหมือนเพื่อนรู้ใจที่พร้อมให้คำแนะนำในการค้นหาที่พักด้วยดีลและข้อเสนอสุดพิเศษ

พิเศษสุดสำหรับชาวไทย Hotels.com มอบสิทธิพิเศษให้แก่ลูกค้าที่ได้มีโอกาสเข้าพักในห้อมพักธีมปั๊ก โฮเต็ล วันซ์ แบงค็อก ประเทศไทย จำนวน 1 รางวัล ผ่านกิจกรรมบนเฟสบุ๊คแฟนเพจของ Go Went Go : เที่ยว เว้น เที่ยว เพียงทายจำนวนปั๊กแบรนด์แอมบาสเดอร์ในห้องธีมรูมว่ามีทั้งหมดกี่ตัวและบอกเหตุผลว่าทำไมคุณถึงอยากชวนเพื่อนมาพักที่ห้องธีมรูมปั๊กแห่งเดียวในประเทศไทยแห่งนี้

เพื่อเป็นการฉลองการเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Hotels.com เป็นครั้งแรกในเมืองไทย Hotels.com มอบส่วนลด 8% สำหรับการจองที่พักครั้งต่อไปในช่วงวันหยุดยาวปลายปีนี้ ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2560 สำหรับการเดินทางตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 – 30 มิถุนายน 2561 ด้วยรหัสส่วนลด 8OFFPUGTH ในจุดหมายปลายทางยอดฮิตของนักท่องเที่ยวชาวไทย ไม่ว่าจะเป็น โตเกียว โอซาก้า และสิงคโปร์ หรือเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ในจุดหมายปลายทางที่เติบโตขึ้นมากที่สุดจากการค้นหาของนักท่องเที่ยวชาวไทย เช่น ฟูจิคาวากูชิโกะ ไทเป และลอนดอน

ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเยี่ยมชมไมโครไซต์มาสคอตของ Hotels.com ได้แล้ว ที่นี่ และพบกับที่พักมากมายอีกกว่า 200 ประเทศทั่วโลกที่รับประกันราคา พร้อมรีวิวจากผู้เข้าพักจริงช่วยในการประกอบการตัดสินใจให้กับผู้ที่กำลังวางแผนเดินทางไปท่องเที่ยวผ่านแอพพลิเคชั่น Hotels.com บนมือถือได้อีกด้วย นอกจากนี้โปรแกรมสิทธิประโยชน์จาก Hotels.com ยังมอบส่วนลดพิเศษในโปรแกรมราคาลับเฉพาะ (Secret Prices) และสามารถสะสมคืนเข้าพัก10 คืน และรับสิทธิ์ฟรี 1 คืนทันที และสามารถติดตามฟีเจอร์ต่างๆ บนไมโครโซต์ของ Hotels.com ในเดือนมกราคม 2561 ที่จะถึงนี้ เพื่อร่วมกิจกรรมและลุ้นรับสิทธิพิเศษอีกมากมายจาก Hotels.com


เอ็มจี ทุ่มงบลงทุนกว่า “10,000 ล้าน” เปิดโรงงานผลิตรถยนต์แห่งใหม่ในไทย

เมื่อช่วงต้นเดือน ธันวาคม 2560 ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปร่วมงานเปิดตัวโรงงานผลิตรถยนต์ เอ็มจี แห่งใหม่ บนพื้นที่กว่า 437.5 ไร่ ภายในนิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์น ซีบอร์ด แห่งที่ 2 จังหวัดชลบุรี ด้วยงบประมาณการลงทุน ถึง10,000 ล้านบาท มีกำลังการผลิต สูงสุด 100,000 คันต่อปี ด้วยนวัตกรรมระบบอัตโนมัติ และหุ่นยนต์อัจฉริยะ ผสานกับเทคโนโลยีการผลิตและระบบตรวจสอบคุณภาพที่ดีที่สุดและเป็นโรงงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC มีที่ตั้งที่มีความได้เปรียบในการเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค

ทำให้โรงงานแห่งใหม่นี้เป็นฐานการผลิตรถยนต์เอ็มจีพวงมาลัยขวาระดับโลก เพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศไทยและภูมิภาค ตลอดจนส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศทั่วโลก ซึ่งถือเป็นหนึ่งความตั้งใจของ เอ็มจี ที่ต้องการสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในประเทศไทย อีกทั้ง พร้อมกับช่วยยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์และเศรษฐกิจของประเทศไทยในยุคอุตสาหกรรม 4.0 ให้ก้าวหน้า ต่อไปในอนาคต

ภายในพิธีเปิดได้รับเกียรติจากรองนายกรัฐมนตรี ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ มาเป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย อัครราชทูตที่ปรึกษาสถานเอกอัครราชทูต สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย  ฯพณฯ อู๋ จื้ออู่ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ คุณธนินท์ เจียรวนนท์ ผู้แทนภาครัฐ เอกชน รวมถึงคณะผู้บริหารระดับสูงของ เครือเจริญโภคภัณฑ์ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด พนักงานและสื่อมวลชน เข้าร่วมในพิธี ณ โรงงานแห่งใหม่ ของเอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด จังหวัดชลบุรี

ภายในโรงงานผลิตรถยนต์ เอ็มจี แห่งใหม่ นอกจากจะมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยแล้ว การออกแบบและก่อสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ เอ็มจี แห่งใหม่นี้ ยังมีการติดตั้งหุ่นยนต์เพื่อใช้ในสายการผลิตเพิ่มเติม เพื่อช่วยอำนวยความสะดวก เพิ่มประสิทธิภาพ ตลอดจนการควบคุมคุณภาพ และการเสริมสร้างความปลอดภัยในสายการผลิต

ทั้งยังช่วยลดปริมาณการใช้พลังงานและมลพิษต่างๆ เพื่อความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และยังคำนึงถึงหลัก“การยศาสตร์”(Ergonomics) ที่เอื้อต่อสภาพการทำงานที่เหมาะสมของพนักงานและเจ้าหน้าที่ เอ็มจี อีกด้วย


ตะลุยจักรวาลไปกับ 10 พันธมิตรในงาน STAR WARS : THE LAST JEDI

อีเวนท์สุดยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี 2017 ด้วยการจัดกิจกรรมต้อนรับภาพยนตร์ระดับตำนานที่แฟนๆ ทั่วโลกต่างตั้งตาคอยชมภาคต่ออย่าง STAR WARS : THE LAST JEDI สตาร์ วอร์ส : ปัจฉิมบทแห่งเจได กิจกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นได้จาก วอลท์ ดิสนีย์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมมือกับ 10 พันธมิตรทางธุรกิจ CPN, Tokyo Bike, UB Tech, Phillips, Rag & Bone, Grab, Lego, Hot Toys, Hasbro และ Lenovo อัดแคมเปญสุดอลังการส่งท้ายปี ต้อนรับการเข้าฉายของ STAR WARS : THE LAST JEDI

ในงานแฟนๆ จะได้สนุกกับการถ่ายภาพกับเหล่าตัวละครจาก STAR WARS, การจัดแสดงงานศิลปะบนตัวเจ้าหุ่น BB-8 จากบุคลที่มีชื่อเสียง และยังมีสินค้าตัวอย่างจากพันธมิตรจัดแสดงอีกมากมาย สนใจไปเที่ยวกันได้ที่ห้าง Central World บริเวณ ลาน EDEN 1-2 ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 20 ธันวาคมนี้

สิ่งแรกที่ควรทำเมื่อไปถึงคือ เช็คอิน The last Jedi Event at Central World ต่อจากนั้นรีบถ่ายภาพรัวๆ แล้วอย่าลืมใส่ #StarWarsTH #TheLastJediTH ก่อนที่จะโพสต์ภาพสุดเท่ของเราขึ้น Facebook หรือ Instagram และที่สำคัญอย่าลืมเปิดโพสต์นั้นเป็นสาธารณะเพื่อมีสิทธิ์ลุ้นของรางวัลสุดพิเศษจากภาพยนตร์ STAR WARS : THE LAST JEDI อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Star Wars: The Last Jedi Event

และเราก็ไม่ลืมจะเก็บภาพบรรยากาศงาน The last Jedi Event at Central World มาฝาก เรียกได้ว่าภาพที่เอามานี้แค่บางส่วน ไปดูในงานด้วยตาตัวเองแล้วจะรู้ว่ามันอลังการงานสร้างขนาดไหน

 


THE ALL-NEW SUBARU XV GEN2 ส้ม แรง ลุย!

ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) เผยโฉม ดิ ออลนิว ซูบารุ เอ็กซ์วี ครอสส์โอเวอร์เอสยูวีเจนที่ 2 ที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีซูบารุโกลบอล แพลทฟอร์ม (SGP) ผสานขุมพลังเบนซินบ็อกเซอร์สูบนอน (BOXER) และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมโหมดการขับขี่แบบ X-MODE เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ครั้งแรกในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2017


นายวิชัย
ชินณรงค์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่าดิ ออลนิว ซูบารุ เอ็กซ์วี เป็นรถยนต์รุ่นล่าสุดของซูบารุที่ใช้ SUBARU GLOBAL PLATFORM (SGP) ซึ่งเป็นแพลทฟอร์มที่ถูกพัฒนาใหม่โดยเน้นไปที่ความแข็งแกร่งและความปลอดภัย เมื่อผสานกับรูปลักษณ์การดีไซน์ทั้งภายในและภายนอกที่หรูหราโฉบเฉี่ยวสไตล์ครอสส์โอเวอร์ อีกทั้งประหยัดน้ำมันได้มากยิ่งขึ้น จากการพัฒนาสมรรถนะครบทุกด้านในครั้งนี้ จึงมั่นใจได้ว่า ดิ ออลนิว ซูบารุ เอ็กซ์วี จะได้รับการตอบรับอย่างดีจากกลุ่มลูกค้าในประเทศไทย ดังเช่นประเทศอื่นๆ ที่ได้เปิดตัวไปแล้ว


ดิ
ออลนิว ซูบารุ เอ็กซ์วี ยนตกรรมสุดยอดความปลอดภัยระดับโลก เพื่อการผจญภัยอันน่าสนุก โดดเด่นด้วยโครงสร้างใหม่ที่สามารถดูดซับแรงกระแทกจากการชนได้มากขึ้นถึง 40% มีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำลง 5 มม. ตัวโครงสร้างมีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น 70-100% จึงทำให้ลดการโคลงของตัวรถยนต์เวลาขับขี่ถึง 50 % ลดแรงสั่นสะเทือนจากพื้น 30% พร้อมมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุด เช่น ระบบควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (VDC: VEHICLE DYNAMICS CONTROL SYSTEM) และระบบตรวจจับการหมุนของรถยนต์ (ATV: ACTIVE TORQUE VECTORING) ใช้เซนเซอร์ตรวจสอบตำแหน่งพวงมาลัย เมื่อเกิดแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางหรือแรง G ระบบนี้จะสั่งการเบรกไปยังล้อหน้าที่อยู่ด้านในโค้ง และกระจายแรงบิดสำหรับล้อที่อยู่ด้านนอกโค้งโดยอัตโนมัติ ทำให้ควบคุมการขับขี่ขณะเข้าโค้ง ได้ง่ายยิ่งขึ้น


ระบบความปลอดภัยที่ครบครัน
อาทิ ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด สำหรับเบาะหลังและที่นั่งกลาง รวมทั้งติดตั้งระบบความปลอดภัยและอุปกรณ์อำนวยความสะดวก เช่น กล้องมองหลัง ระบบกันขโมย อิมโมบิไลเซอร์ และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ทั้งนี้ ดิ ออลนิว ซูบารุ เอ็กซ์วี ยังคงความเร้าใจในการขับขี่ตามแบบฉบับของซูบารุด้วยเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ บล็อคใหม่ล่าสุด FB20 ที่มีความสมดุลซ้าย/ขวาและมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ มีการพัฒนาแก้ไขชิ้นส่วนต่างๆ ไปถึงเกือบ 80%  ของชิ้นส่วนทั้งหมดในเครื่องยนต์เพื่อลดน้ำหนัก จ่ายเชื้อเพลิงด้วยระบบฉีดเชื้อเพลิงแบบฉีดตรง (ไดเรคอินเจคชัน) ขนาด 2.0 ลิตร กำลังอัดเครื่องยนต์เพิ่มขึ้นเป็น 12.5:1 (เดิม 10.5:1) กำลังสูงสุด 156 แรงม้า ที่ 6,000 รตน. (เดิม 150 แรงม้า ที่ 6,200 รตน. แรงบิดสูงสุด 196 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รตน. (เดิม 4,200 รตน.) ให้กำลังเต็มสมรรถนะด้วยระบบควบคุมวาล์วแบบแอคทีฟ ทั้งไอดี และไอเสีย พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยเพิ่มแรงบิดช่วงรอบต่ำให้อัตราเร่งที่ดียิ่งขึ้น


เกียร์ CVT 7 สปีด แบบใหม่พัฒนาเพิ่มช่วงของอัตราทดเกียร์ให้กว้างขึ้นทำให้อัตราเร่งดีขึ้น และประสิทธิภาพในการประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น  สามารถควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ได้จากพวงมาลัย เอกสิทธิ์เฉพาะของ SUBARU พัฒนาขึ้นสำหรับรถขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบสมมาตรตลอดเวลา ซึ่งการขับเคลื่อนในรูปแบบนี้ ช่วยให้รถเกาะถนนได้ดีและขับขี่ได้อย่างนุ่มนวล นอกจากนี้ยังเพิ่มระบบ X-MODE เป็นตัวช่วยในการควบคุมเครื่องยนต์ ระบบส่งถ่ายกำลังระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบสมมาตรทำให้สามารถขับขี่ได้อย่างปลอดภัยในทุกสภาพถนน


ดิ ออลนิว ซูบารุ เอ็กซ์วี มีความยาวโดยรวม 4,465 มม. ความกว้างโดยรวม 1,800 มม. ความสูงโดยรวม 1,615 มม. ความสูงจากพื้นถึงตัวรถมากถึง 220 มม. โดดเด่นด้วยไฟหน้าโคมสีดำ ระบบส่องสว่างแบบโปรเจคเตอร์ พร้อมหลอด LED เพิ่มอารมณ์สปอร์ตมากยิ่งขึ้น กระจังหน้ารูปทรงเหลี่ยมแบบเรขาคณิตให้ความรู้สึกแข็งแกร่ง เส้นสายบนฝากระโปรงดุดัน เสริมด้วยไฟตัดหมอกที่กันชนหน้า

ตกแต่งด้วยแถบสีดำบริเวณชายกันชน และชายข้างตัวรถที่ลากยาวผ่านซุ้มล้อไปถึงไฟเบรคในกันชนหลัง ไฟท้ายรูปทรงโฉบเฉี่ยว เพิ่มความสปอร์ตด้วยสปอยเลอร์พร้อมไฟเบรคดวงที่ 3 และเสาอากาศแบบครีบฉลาม เสริมขอบบังโคลน พร้อมติดตั้งราวแรคหลังคา รวมทั้งล้อแมกลายใหม่ขนาด 17 นิ้ว สีดำ สีทูโทนที่แสดงถึงความแข็งแกร็งสไตล์เอสยูวี มาพร้อมสีส้มใหม่ สดใส


ดิ ออลนิว ซูบารุ เอ็กซ์วี ภายในห้องโดยสารโทนสีดำให้อารมณ์สปอร์ต ตกแต่งด้วยสีเงินบริเวณคอนโซล เกียร์ และพวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้าน พร้อมแพดเดิล ชิฟท์ ทำให้รู้สึกถึงความทันสมัย

ติดตั้งหน้าจอแสดงผลมัลติฟังก์ชันแบบใหม่ และหน้าจอแสดงผลร่วม แสดงข้อมูลสำคัญสำหรับการใช้งานต่างๆ ระบบมัลติมีเดียครบครันด้วยเครื่องเล่นดีวีดี เอมพี 3 เชื่อมต่อด้วยพอร์ท USB AUX HDMI BLUETOOTH NFC พร้อมระบบนำทางเนวิเกเตอร์ เพิ่มความสะดวกสบายด้วยระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ DUAL-ZONE เบาะคู่หน้าโอบกระชับ นุ่มนั่งสบาย

เบาะหลังสามารถพับเก็บในระนาบเดียวกับพื้นห้องเก็บสัมภาระท้ายรถสะดวกในการใช้งานสมเป็นรถอเนกประสงค์


พิสูจน์ความสปอร์ตที่ผสานที่สุดแห่งสมรรถนะในสไตล์ของ
ดิ ออลนิว ซูบารุ เอ็กซ์วี (THE ALL-NEW SUBARU XV) ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมซูบารุทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02 725 1888 หรือชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.subaru.asia/th


Batch #69 MARS (White)

Batch #69 MARS (White)

Up until the creation of space programs, reaching outer space seemed nearly impossible. Brave individuals set out with a goal, to reach and explore areas of the galaxy once thought to be unachievable. Today, Shoyoroll takes inspiration from these brave men and women, by applying the same passion and curiosity to explore and redefine Jiu-Jitsu as we know it. Although the measure and calculations are far apart in comparison, the laws and principals remain the same. The first step to understanding where you are going, is to understand where you’ve come from. The technique and philosophy that were passed down to us from the masters who rolled before us are the foundation of future exploration and evolution of Jiu-Jitsu. By understanding this, we set ourselves up to deal with the toughest equation as we seek a higher level of understanding. Although our efforts may not physically land us on the moon, you can be sure that this passion and tenacity will fade the boundaries of Jiu-Jitsu in our minds leaving you with a limitless galaxy of technique to explore.

Batch #69 MARS kimono are for those who are not afraid to push the limits of imagination. For those willing to sacrifice everything, for a higher understanding regardless if the odds and popularity are not in their favor. MARS was designed for the Jiu-Jitsu explorer whose curiosity proceeds them and challenges them to seek the unknown.

more info https://shoyoroll.com/

 

 

 


เนเมซิซ 17+ 360 อะจิลิตี้ และ เอ็กซ์ 17+ 360 สปีด คอลเลคชั่นสกาย สตอลเกอร์ ล่าสุดจาก อาดิดาส ฟุตบอล

อาดิดาส ฟุตบอล เปิดตัวรองเท้าสตั๊ดคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด สกายสตอลเกอร์ (Skystalker pack) ทั้ง เนเมซิซ 17+ 360 อะจิลิตี้ และ เอ็กซ์ 17+ 360 สปีด โดดเด่นด้วยดีไซน์สุดโมเดิร์น ผสมผสานด้วยโทนสีใหม่ล่าสุด ได้แก่ สีดำ สีแดง สีทอง และสีบรอนซ์ ซึ่งเป็นเหล่าโทนสีที่สื่อความหมายถึงพละกำลังอันเข้มแข็งและความมุ่งมั่นของผู้เล่นในขณะที่สวมใส่ลงแข่งในสนาม

สกายสตอลเกอร์ เนเมซิซ 17+ 360 อะจิลิตี้ (Skystalker Nemeziz 17+ 360 AGILITY)

สุดยอดรองเท้าฟุตบอลดีไซน์สุดล้ำที่มาพร้อมกับเฉดสีอันทรงพลังด้วยสีแดงตัดกับสีดำเข้ม ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากแถบผ้าเทป หรือ Taping เปรียบเสมือนขั้นตอนที่ใช้กันในหมู่นักกีฬาเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเคลื่อนไหว สำหรับตัวรองเท้าได้มีการนำเทคโนโลยี AGILITYNAGDAGE และ TORSIONTAPES โดยแฝงการใช้ Dual-lock ปลอกล็อคสองชั้นเพื่อช่วยให้ยึดข้อเท้าไว้ในสภาวะการแข่งขัน ที่ต้องใช้ความเร็วในการเคลื่อนที่ซึ่งสามารถเพิ่มความกระชับในขนาดที่สวมใส่

ในส่วนของตัวพื้นสีทองชั้นนอกแบบ TORSIONFRAME พร้อมกับโครงสร้างไร้น้ำหนักและ TORSIONRIBS รองรับน้ำหนักขณะเคลื่อนไหว และได้มีการนำสุดยอดนวัตกรรมเส้นใย อะจิลิตี้ 2.0 (AGILITY KNIT 2.0) มาใช้เพื่อช่วยให้ผู้สวมใส่ได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มนวลและมีน้ำหนักเบาสบายในทุกการใช้งาน

สกายสตอลเกอร์ เนเมซิซ 17+ 360 อะจิลิตี้ วางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้ ที่ร้านอาริ ฟุตบอล คอนเซปต์ สโตร์ ได้แก่ รุ่นสเตเดี้ยม ราคา 10,500 บาท รุ่นเคจ ราคา 7,800 บาท และ รุ่นสตรีท ราคา 4,700 บาท และพบกับสกายสตอลเกอร์ เนเมซิซรุ่นอื่นๆ ได้ที่ อาดิดาส สปอร์ต เพอร์ฟอแมนซ์ หรือ อาดิดาส ออนไลน์ สโตร์ shop.adidas.co.th

สกายสตอลเกอร์ เอ็กซ์ 17+ 360 สปีด (Skystalker X17+ 360 SPEED)

มาในรุ่นสเตเดียมและเคจ ได้รับการออกแบบใหม่โดยใช้สีบรอนซ์ผสมผสานสีดำและสีแดงเพื่อเสริมความ โดดเด่น ในส่วนของตัวรองเท้ามาพร้อมเทคโนโลยี NON STOP GRIP (NSG) ช่วยให้นักเตะควบคุมเกมส์ได้ดีขึ้น ส่วนแถบถุงเท้าถูกดีไซน์มาในแบบ PURECUT พร้อมส่วนผูกเชือกรองเท้าแบบซ่อน ทั้งสองรุ่นแตกต่างกันตรงที่รุ่นสเตเดียมจะใช้พื้นรองเท้าแบบ SPRINTFRAME

และรุ่นเคจจะใช้พื้นรองเท้าแบบ Gum finish เพื่อเพิ่มความปราวเปรียวในการเคลื่อนไหวให้คล่องตัวมากขึ้น สกายสตอลเกอร์ เอ็กซ์ 17+ 360 สปีด วางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้ ที่ร้านอาริ ฟุตบอล คอนเซปต์ สโตร์ ได้แก่ รุ่นสเตเดียม ราคา 10,500 บาท และ รุ่นเคจ ราคา 6,800 บาท และพบกับสกายสตอลเกอร์ เอ็กซ์ รุ่นอื่นๆ ได้ที่ อาดิดาส สปอร์ต เพอร์ฟอแมนซ์ หรือ อาดิดาส ออนไลน์ สโตร์ shop.adidas.co.th

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ adidas.com/football หรือเยี่ยมชมเฟซบุ๊คที่ facebook.com/adidasfootball www.facebook.com/adidasTH หรือติดตามผ่านทางทวิตเตอร์ได้ที่ @adidasfootball หรือ #adidasthailand


ถึงเวลาที่คุณต้องเลือกฝ่าย กับบริการ แกร็บ สตาร์ วอร์ส

แกร็บ ร่วมกับ เดอะ วอลท์ ดิสนีย์ คอมปานี เซาท์อีสต์ เอเชีย ชวนผู้ใช้แกร็บร่วมเป็นส่วนหนึ่งในมหาสงคราม สตาร์ วอร์ส: ปัจฉิมบทแห่งเจได เพียงเปิดแอพพลิเคชั่นแกร็บ และเลือกฝ่ายที่จะร่วมต่อสู้เคียงข้างในสมรภูมิรบครั้งนี้ แบคกราวด์บนแอพพลิเคชั่นรวมถึงไอคอนรถแกร็บจะเปลี่ยนเป็นธีมของฝ่ายที่ถูกเลือกทันที นอกจากนี้ ท่านอาจเป็นผู้โชคดีที่ได้นั่งรถแกร็บคาร์ในธีมสุดพิเศษของฝ่ายปฐมภาคีหรือฝ่ายต่อต้าน

ประสบการณ์อันน่าประทับใจยังไม่หมดเพียงเท่านี้ โดยทุกครั้งที่เดินทางไปกับแกร็บผู้โดยสารจะได้รับคะแนนสะสม แกร็บรีวอร์ดส ซึ่งสามารถนำไปแลกรับของพรีเมี่ยมจากภาพยนตร์ สตาร์ วอร์ส: ปัจฉิมบทแห่งเจได เฉพาะผู้ใช้แกร็บเท่านั้น อาทิ แก้วน้ำ สมุดโน้ต ซองใส่พาสปอร์ต กระเป๋าผ้า รวมถึงบัตรชมภาพยนตร์รอบพิเศษ

นอกจากนี้ ผู้ใช้แกร็บยังมีสิทธิ์ลุ้นเป็นหนึ่งในผู้โชคดี บินไปตะลุย ‘แรนโช โอบี-วัน’ พิพิธภัณฑ์สตาร์ วอร์ส ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมคนรู้ใจ เพียงใช้คะแนน แกร็บรีวอร์ดส แลกรับสิทธิ์ลุ้นรางวัล โดยผู้โดยสารที่ใช้คะแนนแลกสูงสุดจะเป็นผู้ชนะรางวัลดังกล่าว ร่วมเดินทางสู่จักรวาลแห่งพลังไปกับ แกร็บและสตาร์ วอร์ส ได้แล้วตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560

ผู้สนใจ สามารถติดตามข้อมูลล่าสุดรวมถึงโปรโมชั่นต่างๆ ได้ที่ facebook.com/GrabTH


NEW JAGUAR F-TYPE 2018 แรงขึ้น ฉลาดขึ้น


จากัวร์ ได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนานในประสิทธิภาพและสมรรถนะของรถ โดยรถสปอร์ตในตระกูล F-TYPE ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนมาถึงโฉมใหม่ล่าสุดยังมาพร้อมระบบอินโฟร์เทนเม้นท์ Touch Pro ที่ตอบสนองคำสั่งได้อย่างรวดเร็วด้วยรูปแบบการใช้งานง่ายเหมือนแทบเลตที่เราคุ้นเคย พร้อมด้วยระบบนำทางที่แชร์ข้อมูลออนไลน์แสดงให้เห็นถึงสภาพการจราจร ณ เวลา ปัจจุบันขณะขับขี่ รวมถึงรายงานสภาพอากาศในเวลานั้น


Mr. Ian Callum ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบจากัวร์ กล่าวว่า การออกแบบรถสปอร์ตที่ยอดเยี่ยมต้องคำนึงถึงสัดส่วนของตัวรถยนต์และสมรรถนะอันแท้จริง ขั้นตอนการออกแบบที่ท้าทายที่สุดของวิศวกร คือ การรักษาสมรรถนะอันสุดยอดของรถยนต์ไว้อย่างครบถ้วนภายใต้รูปลักษณ์ที่สวยงาม สำหรับ F-TYPE โฉมใหม่ล่าสุด ปี 2018 เรามุ่งมั่นที่จะออกแบบให้ทุกๆรายละเอียดมีความชัดเจนยิ่งขึ้นทั้งโครงสร้างภายนอกและสมรรถนะภายใน


เพื่อเป็นการเปิดตัวโฉมใหม่ในตระกูล F-TYPE จากัวร์ ได้พัฒนาโมเดลพิเศษ 400 SPORT ขุมพลัง 400 แรงม้า จากเครื่องยนต์ V6 ซุปเปอร์ชาร์จ ความจุ 3ลิตร ผ่านการพัฒนาปรับปรุงสมรรถนะ ทั้งแชสซีและระบบเบรก มาพร้อมล้ออัลลอยด์ ขนาด 20นิ้ว สีภายนอกเคลือบด้วยสีเทาซาติน โดยจะเป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายปีละรุ่นเท่านั้น แถบตัวเลขสีเหลืองที่แสดงถึงขุมพลัง 400 แรงม้า ภายใต้ฝากระโปรงหน้าตัดกันกับสีเทาซาตินของตัวรถ ถูกติดไว้ทั้งด้านท้ายและตรงชิ้นส่วนที่แยกออกมาจากกันชนหน้า (Splitter)


F-TYPE ไม่ได้คำนึงถึงแค่ฟังก์ชั่นการใช้งาน ความสวยงามและสมรรถนะของรถเท่านั้นแต่ยังคำนึงถึงความปลอดภัยในการใช้งานอีกด้วย หลอดไฟ LED มีความสว่างโทนสีและอุณหภูมิอยู่ที่ 5,500-6,000K ใกล้เคียงแสงสว่างจากธรรมชาติในเวลากลางวัน ยิ่งไปกว่านั้นระบบการเซนเซอร์ปรับแสงไฟหน้าอัตโนมัติทำให้ ไฟหน้า LED ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นโดยสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามการขับขี่ในสภาวะแวดล้อมที่แตกต่างถึง 4 รูปแบบด้วยกัน คือ ถนนในเมือง ชนบท มอเตอร์เวย์ และสภาพอากาศที่เลวร้าย ส่วนแผงไฟด้านท้ายได้รับการพัฒนาปรับปรุงเช่นเดียวกัน หลอดไฟเรียงตัวกันในแนวนอนตัดกึ่งกลางด้วยไฟวงกลมอันเป็นเอกลักษณ์ของ จากัวร์ E-TYPE


การออกแบบภายในห้องโดยสารเป็นอีกส่วนที่ทีมวิศวกรออกแบบให้ความสำคัญในรายละเอียดด้วยการใช้เส้นสายสีเหลืองเป็นองค์ประกอบเย็บตัดขอบหนังภายใน เบาะที่นั่งถูกออกแบบให้เพรียวบางสามารถปรับได้ถึง 12 รูปแบบ โลโก้ 400 SPORT อยู่บนที่พักศีรษะของเบาะที่นั่งและด้านล่างของก้านพวงมาลัย เข้มขรึมด้วยแผงคอนโซลกลางสีดำตัดกรอบอลูมิเนียมกลมกลืนไปกับการออกแบบที่โดดเด่นดึงดูดสายตาของแป้นเปลี่ยนเกียร์เคลือบผิวด้วยอะลูมิเนียม


โครงของเบาะที่นั่งถูกสร้างขึ้นจากโลหะผสมแมกนีเซียมหล่อขึ้นรูปซึ่งเป็นวัสดุที่ทนทานแข็งแรงมีอัตราส่วนความแข็งแกร่งต่อน้ำหนักที่ยอดเยี่ยม แต่มีน้ำหนักเบาทำให้น้ำหนักรวมของตัวรถลดลงไปมากกว่า 8 กิโลกรัม โครงสร้างของเบาะยังรองรับสรีระของผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้อย่างเหมาะสม ทั้งด้านหลัง ด้านข้างและส่วนรองรับศีรษะ นอกจากนั้น เบาะที่นั่งสามารถปรับเลื่อนไปด้านหลังได้มากกว่าเดิม ถึง 50 มม.และสามารถปรับให้ต่ำลงเพื่อเพิ่มพื้นที่วางขาได้ด้วย


ทีมวิศวกรออกแบบของจากัวร์ พิถีพิถันในการออกแบบภายในรถยนต์โดยมุ่งมั่นให้ยังคงเอกลักษณ์ความเป็น F-TYPE แบบดั้งเดิมเอาไว้ ปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์และเปลี่ยนเกียร์ในทุกรุ่นจะเคลือบซาตินโครเมียมเงางามคุณภาพสูง ตลอดจนที่จับประตู ช่องระบายอากาศภายในและพวงมาลัย ให้ความรู้สึกหรูหราเหมือนอัญมณี


F-TYPE 400 SPORT เปิดตัวกับความแรงด้วยเครื่องยนต์ V6 ซุปเปอร์ชาร์จ ที่ถูกปรับขึ้นจาก 380 แรงม้า สู่ 400 แรงม้า หนึ่งรุ่นต่อปีเท่านั้นทั้งนี้ลูกค้าสามารถเลือกสีภายนอกตัวรถ ได้ดังนี้ สีเงิน (Indus Silver) สีดำ (Santorini Black) และ ขาว (Yulong White)


นอกเหนือจากขุมพลังที่เพิ่มขึ้นแล้ว F-TYPE 400 SPORT ยังเพิ่มสมรรถนะของระบบเบรก ด้วยดิสก์เบรกหน้า 380 มม.และดิสก์เบรกหลัง 376 มม. คาลิปเปอร์เบรกสีดำพร้อมโลโก้ 400 SPORT ล้ออัลลอยด์ขนาด 20 นิ้ว เคลือบทับด้วยสีเทาซาติน และการขับเคลื่อนแบบปรับตั้งค่าได้ ที่ผู้ขับขี่สามารถกำหนดค่าได้ทั้งระบบเกียร์ พวงมาลัย และแดมเปอร์


สนุก ตื่นเต้น บนรถ JAGUAR กับ SMART CONE กรวยมหัศจรรย์

กิจกรรม ‘The Art of Performance Tour’ จากค่ายจากัวร์ จัดขึ้นมามากกว่า 600 สถานที่ ใน 46 ประเทศทั่วโลก โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมและได้รับประสบการณ์ที่ไม่มีวันลืมจากการขับรถยนต์จากัวร์มากกว่า 100,000 ราย และครั้งนี้ก็ถือเป็นโอกาสอันดีสำหรับพี่น้องชาวไทยที่กิจกรรมสุดท้าทายอย่าง ‘The Art of Performance Tour’ ได้มาจัดขึ้นให้ชาวไทยได้ทดสอบฝีมือกันในช่วง Motor Expo 2017 ณ บริเวณลานกิจกรรม P9 เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 2 ถึง 11 ธันวาคม 2560 รถยนต์ที่จากัวร์นำมาเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ประกอบด้วย F-TYPE Coupé, XE, XF และตัวล่าสุดของครอบครัวจากัวร์ คือ F-PACE ทุกคันมีน้ำหนักเบาและเป็นรถยนต์ในนวัตกรรมล่าสุดแบบโครงสร้างอะลูมิเนียม ผสานเทคโนโลยียางคุณภาพที่ได้รับการสนับสนุนโดย พีแรลลี่ (Pirelli) โดยบริษัท ไอซ์ เทรดดิ้ง จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ


กิจกรรมนี้เล่นไม่ยาก แต่มันจะงงงงหน่อยจากที่ได้ลองเล่นมา หลักการจะมีอยู่แค่วิ่งผ่านระหว่างกรวยที่ชื่อ “Smart Cone” ให้ได้ตรงกลางที่สุด ในระยะทางวิ่งที่สั้นที่สุดแค่นั้นเอง


อาจจะฟังดูง่ายแต่จะเล่าให้ฟังว่ามันยากตรงไหน เริ่มต้นจากกิจกรรมนี้จะให้วิ่งผ่านเข้าไปในเส้นทางที่เราไม่อาจคาดเดา แต่เราจะต้องมองหากรวยคู่แรกที่เป็นไฟสีเขียว ระหว่างที่จะวิ่งผ่านกรวยไฟเขียวคู่แรก ให้เริ่มกวาดตามองหา กรวยคู่ต่อไปที่เป็นไฟสีฟ้า ซึ่งอันนี้แหละคือบททดสอบการตัดสินใจ และความฉับไวในการควบคุมรถของคุณ เอาแค่ว่าจงท่องไว้ “ผ่านเขียว มองฟ้า” ท่องวนไปเดี๋ยวดีเอง แต่กว่าคุณจะชินก็หมดรอบแล้วละ กิจกรรมนี้ไม่เน้นเร็วแต่เน้นแม่น และระยะทางที่น้อย


โรเมน กรอสจีน นักขับรถแข่งF1 ถือเป็นมาตรฐานต้นแบบของการทดสอบความคล่องตัวในการขับขี่ ผ่านระบบ Smart Cone ที่ใช้เทคโนโลยีไร้สายในการสุ่มเส้นทางที่แตกต่างออกไปโดยจะส่งสัญญาณเตือนให้ผู้ขับได้รู้ล่วงหน้าถึงเส้นทางต่อไปเพียงเสี้ยวนาทีเท่านั้น ซึ่งระบบดังกล่าวมีกลไกแบบเดียวกับ Batak เกมส์ที่ใช้ทดสอบความคล่องตัวของนักกีฬาที่จะต้องกดปุ่มตัวเลือกตามที่เกมส์สุ่มให้และไม่สามารถเดาทิศทางล่วงหน้าได้

โรเมน กรอสจีน ผู้ซึ่งเป็นนักขับรถแข่ง F1 อาชีพ ให้กับทีม Haas กล่าวว่า ความคล่องตัวและน้ำหนักที่เบาของจากัวร์ที่เหมือนรถสปอร์ตพันธุ์แท้ สามารถผลักดันขีดสุดของประสิทธิภาพในการขับขี่ของผมออกมาได้อย่างเต็มและเคล็ดลับการขับขี่ผ่านระบบทดสอบ Smart Cone คือ ต้องตื่นตัวตลอดเวลาและสายตาต้องฉับไว การสุ่มทิศทางผ่านระบบแบบคาดเดาไม่ได้เป็นเรื่องท้าทายความสามารถในการขับขี่มาก เชื่อเถอะว่ามันยากกว่าที่คุณมองด้วยตาเฉยๆ และผมอยากให้คุณลองเพื่อเอาชนะคะแนนของผม 49032 คะแนน


ใครสนใจอยากลองทุบสถิติความเฉียบคมและฉับไวของ โรเมน กรอสจีน ด้วยสมรรถนะของจากัวร์ โอกาสมาถึงมือคุณแล้วในกิจกรรม The Art of Performance Tour in Thailand ในงาน Motor expo 2017 ลานกิจกรรม P9 เมืองทองธานี วันที่ 2 ถึง 11 ธันวาคม 2560 เวลา 12.00 – 18.00 น.
ลงทะเบียนได้ที่ https://www.jaguar.co.th/promotions-events/the-art-of-performance-tour


Privacy Preference Center