“บิด ชิมครีม จุ่มนม” บางลงอร่อยกว่าเดิม กับ OREO Thins

บริษัท มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านขนมและของว่าง สร้างสีสันใหม่สู่ตลาดบิสกิต เปิดตัว “OREO Thins” ครั้งแรกกับนวัตกรรมใหม่ของคุกกี้โอรีโอแบบบาง กรอบ เนื้อครีมบางเบา ที่ยังคงรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ที่ทุกคนชื่นชอบ มุ่งหวังจับลูกค้ากลุ่มเจนวายที่เป็นกลุ่มที่รักษาสุขภาพ และดูแลใส่ใจเรื่องรูปร่าง

“โอรีโอเป็นแบรนด์คุกกี้สัญชาติอเมริกาที่มีประวัติยาวนานเกินกว่า 100 ปี และเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งที่ครองใจผู้บริโภคชาวไทยมาโดยตลอด ด้วยรสชาติอร่อยอันเป็นเอกลักษณ์ และแคมเปญการสื่อสารที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัวอย่างการบิด ชิมครีม จุ่มนม จึงทำให้โอรีโอเป็นแบรนด์ยอดนิยมติดอันดับต้นๆ ของผู้บริโภคทุกเพศทุกวัย โดยในปีนี้ โอรีโอมุ่งรุกตลาดบิสกิตของประเทศไทย เพื่อครองความเป็นผู้นำอันดับหนึ่งของตลาดบิสกิตกลุ่มคุกกี้ ด้วยส่วนแบ่งตลาดที่เพิ่มขึ้นเป็น 21% ภายในปี 2018 โดยการเปิดตัว OREO Thins ซึ่งนับเป็นนวัตกรรมใหม่ของคุกกี้โอรีโอแบบบาง กรอบ หวานกำลังพอดี ครั้งนี้ จะเป็นการขยายและเสริมสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์โอรีโอในกลุ่มคนรุ่นใหม่ และยังเป็นการเสริมกลุ่มผลิตภัณฑ์ของโอรีโอให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึงอีกด้วย” นายฐานันท์ สุวรรณรักษ์ ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย บริษัท มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

“การเปิดตัว OREO Thins ในครั้งนี้ แสดงถึงความมุ่งมั่นและไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้แก่ผู้บริโภคในไทย เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ไม่เหมือนใคร ด้วยรสสัมผัสของคุกกี้ขนาดบางเพียง 3 มิลลิเมตร ที่ให้ความบางเบา กรอบ หวานกำลังดี พร้อมเนื้อครีมรสชาติยอดนิยมอย่างวานิลลา ดีไลท์ และรสทีรามิสุ ที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร ตอบโจทย์ผู้บริโภคเจเนอเรชั่นวายที่มีช่วงอายุ 18-34 ปี ให้ได้เพลิดเพลินกับความอร่อยแนวใหม่ได้บ่อยขึ้น ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาใดของวัน” นายอนุรักษ์ อากาวัล ผู้จัดการผลิตภัณฑ์บิสกิต บริษัท มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

ทั้งนี้ มอนเดลีซมุ่งเน้น 3 กลยุทธ์หลัก เพื่อนำเสนอ OREO Thins สู่กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่คำนึงถึงรูปร่าง ชอบลองสินค้าใหม่ และคำนึงถึงคุณภาพอันดับแรก ได้แก่

1) การสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ในผลิตภัณฑ์ ด้วยคุกกี้ชิ้นที่มีขนาดบางเพียง 3 มิลลิเมตร ให้ความบางเบา กรอบ หวานกำลังดี พร้อมเนื้อครีมรสชาติยอดนิยมอย่างวานิลลา ดีไลท์ และทีรามิสุ ที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร

2) การเข้าถึงผู้บริโภคทุกช่องทาง ครอบคลุมทั้งสื่อออฟไลน์ ทั้งโฆษณาโทรทัศน์ สื่อ ณ จุดจำหน่าย และเน้นช่องทางออนไลน์ เฟซบุ๊ก และยูทูป เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายหลักอย่างใกล้ชิดและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

3) การกระตุ้นยอดขายด้วยกิจกรรมส่งเสริมการขาย เพื่อให้ผู้บริโภคเห็น OREO Thins ในร้านค้าได้อย่างง่ายดายและโดดเด่น ทั้งยังเสริมด้วยโปรโมชั่นการขายในช่วงเปิดตัวอีกด้วย เช่น โปรโมชั่นสะสมแสตมป์ และโปรโมชั่นราคาพิเศษ

“เราเชื่อมั่นว่า การเปิดตัว OREO Thins พร้อมกลยุทธ์การตลาดแบบ 360 องศาอย่างครบวงจรนี้ จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของโอรีโอในประเทศไทย และส่งผลให้ครองอันดับหนึ่งในตลาดบิสกิตกลุ่มคุกกี้ภายในปี 2561 ตามที่เราคาดหวังไว้ OREO Thins นี้จะยังช่วยผลักดันการเติบโตของตลาดบิสกิตโดยรวมอีกด้วย” นายฐานันท์ กล่าวสรุป

เปิดประสบการณ์ใหม่กับ OREO Thins คุกกี้ชิ้นบางกรอบ เนื้อครีมบางเบา มาพร้อม 2 รสชาติ ได้แก่
วานิลลา ดีไลท์ และทีรามิสุ ในราคา 35 บาท (ขนาด 95 กรัม) ลิ้มลองความอร่อยใหม่ได้แล้ววันนี้ที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น และในเดือนพฤศจิกายน พบกับ OREO Thins ที่ไฮเปอร์มาร์เก็ต ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและโปรโมชั่นสุดพิเศษมากมายได้ที่เฟซบุ๊ก www.facebook.com/oreo/


DARK PARADISE พาชมสรวงสวรรค์ของ “ธาดา วารีช” ช่างภาพแฟชั่นแนวหน้าของมืองไทย

Dark paradise นิทรรศการที่จัดแสดงผลงานภาพถ่ายล่าสุดของ ‘ธาดา วารีช’ ช่างภาพที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดคนหนึ่งในประเทศไทย ผู้อยู่เบื้องหลังการถ่ายแฟชั่นให้กับนิตยสารชั้นแนวหน้าหลายฉบับ Dark paradise จัดแสดงภาพตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม และจะแสดงถึง 10 กันยายน ณ Woof Pack Space ศาลาแดง ซอย 1 ถนนพระราม 4
นิทรรศการครั้งนี้เป็นการรวบรวมภาพถ่ายของ Cool Girl ไว้ถึง 50 คน ซึ่งถูกถ่ายเอาไว้ในช่วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมา จากงานเก็บตกเบื้องหลังโฆษณาและงานถ่ายแบบต่างๆ ผลงานภาพถ่ายทุกชิ้นถูกถ่ายด้วยกล้องฟิล์มคอมแพคที่ถูกคัดเลือกมาจากฟิล์มกว่า300ม้วน ประกอบไปด้วยภาพถ่ายมากกว่า 10,000 รูป แต่จะมีเพียง 50 รูปที่ดีสุดเท่านั้นที่ถูกนำมาจัดแสดงที่ Woof Pack Space
นอกจากการเดินเสพงานภาพถ่ายสุดตระการตาแล้ว ภายในงานก็ยังมีโฟโต้บุ๊ค Dark Paradise ซึ่งตีพิมพ์จำนวนจำกัดเพียง 1,900 เล่ม เรียกได้ว่าคุ้มมากๆ ส่วนใครที่อยากร่วมทำการกุศลก็สามารถซื้อทั้งภาพ Print และ ภาพ Polaroid พร้อมลายเซ็นของนางแบบ ซึ่งรายได้ทั้งหมดหลังจากหักค่าใช้จ่ายจะถูกนำไปมอบให้แก่ บ้านราชาวดีหญิง, มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก และ มูลนิธิคนตาบอดแห่งประเทศไทย นอกจากจะได้งานภาพถ่ายดีๆ ไว้ประดับบ้านแล้วยังได้บุญอีก
 SPACE at Woof Pack เปิดให้บริการ อังคาร-อาทิตย์ เวลา 10.00 – 18.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์)
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร 089-826-2299 หรือ
WOOFPACK Instagram: woofpackbangkok
WOOFPACK Facebook: WOOFPACKBANGKOK/
ส่วนตอนนี้เราลองมาทัวร์ดูคราวๆ กันว่าในการแสดงภาพถ่ายครั้งนี้มันน่าตื่นเต้นเร้าใจขนาดไหน แต่ขอบอกไว้ก่อนว่าถ้ามีเวลาไปดูผลงานจริงๆ จะได้อารมณ์ที่สุดงานจะแสดงถึงแค่ 10 กันยายนนี้เท่านั้น


#Mynxbabes นิยามใหม่ของแก๊งเพื่อนสาว

ฤดูกาลใหม่นี้สาวๆจะไม่มีเหงา เพราะแก๊งเพื่อนสาว 3 สไตล์ฮ็อตอย่างติช่า สกาย และเจสซี่ได้มารวมตัวกันในคอลเลกชั่นใหม่กับคอนเซ็ปต์ #Mynxbabes นิยามใหม่ของความมิ๊งซ์ที่รวมเอาความเปรี้ยวซ่าและ แซ่บแบบคูณสาม มาสร้างพลังแห่งความเฉิดฉายจนแก๊งไหนๆ เห็นเป็นต้องอิจฉา โดยเฉพาะสไตล์เก๋ล่าสุดของพวกเธอจาก Misty Mynx Autumn/Winter 2017 ที่รับรองว่าสนุกกว่าซีซั่นก่อนๆ อย่างแน่นอน ความเป็นผู้หญิงตามแบบฉบับมิสตี้มิ๊งซ์นั้นไม่ได้จำกัดแค่ความสวย แต่ต้องเปี่ยมด้วยพลังแห่งเฟมินิสต์สมัยใหม่อันเรียกได้ว่าเป็น Lifestyle Ideal ที่ใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ มีความสุข และกล้าที่จะแตกต่างเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตัวเอง

เราตั้งใจเลือกสามสาว ติช่า เจ๊สซี่ สกาย มาเผยความมิ๊งซ์ผ่านตัวตน ที่ถึงจะแตกต่างแต่เมื่อมารวมตัวกันแล้วยิ่งครบเครื่องทั้งความแซ่บ เปรี้ยว ซ่าในแบบที่ลงตัว เป็นเหมือนแก๊งเพื่อนสนิทที่ต่างคนต่างเติมเสน่ห์ให้แก่กัน ไม่ว่าพวกเธอจะไปไหนหรือทำอะไรก็ดูเซ็กซี่ สนุกสนาน รวมถึงน่าอยู่ใกล้ด้วยแอททิจูทอันน่าหลงใหลในการแสดงความคิดและตัวตนอย่างเป็นอิสระ มีความเป็นตัวของตัวเอง มั่นใจ รักอิสระ รักการเดินทางท่องเที่ยว ไม่ว่าคุณจะเป็นสาวเปรี้ยว กล้าและมั่นใจแบบติช่า สาวแซซซี่ที่น่ารักแสนซนอย่างแจ๊ซซี่ หรือสาวเท่แบบ สกาย ที่แกร่งและเซ็กซี่ในคราวเดียว

คอลเลกชั่น Misty Mynx Autumn/Winter 2017 ได้แรงบันดาลใจมาจากการผสมผสานระหว่าง Outdoor Festivals ซึ่งได้แก่ Young Romance, Sense of Femininity และ 1990 to 2005 Style ที่มีความโดดเด่นของ Streetwear อย่างเช่น Slogan T-shirts นำไปแม็ทซ์กับชิ้นที่มีความ Feminine ให้ดูเก๋และหรูยิ่งขึ้น เพิ่มลุคที่สนุกและมีฟีลลิ่งของความ Modern & Contemporary เข้าไปผสมเริ่มกันที่ไลน์ Resort wear กับเสื้อผ้าดีไซน์เซ็กซี่แบบสบายๆ พร้อมให้หยิบลงกระเป๋าไปใส่เก๋ริมทะเลได้เสมอ ทุกดีไซน์มิสตี้มิ๊งซ์นั้นตัดเย็บด้วยเนื้อผ้าคุณภาพและ ประดับด้วยวัสดุที่หลากหลายในคัทติ้งและ ดีเทลที่น่าสนใจ เราเน้นความเป็นตัวของตัวเอง สาวๆ สามารถสนุกกับการแมทซ์ได้หลากหลายตามคาแรคเตอร์ ทำให้การจับคู่เสื้อผ้านั้นสนุกสนานขึ้นกว่าเก่า และสิ่งที่ถือเป็นเอกลักษณ์ของเราก็คือยังคงมีลูกไม้อยู่ในทุกๆ คอลเลกชั่น

เพราะผ้าลูกไม้แสดงถึงความเป็นผู้หญิงที่เซ็กซี่และ อ่อนหวานได้ทั้งสองสไตล์ได้อย่างสวยงาม อีกหนึ่งไลน์คือ Casual wear โดยแต่ละดีไซน์ในคอลเลกชั่นนั้นถูกออกแบบขึ้นเป็นพิเศษโดยเน้นความ Feminine เฉพาะส่วนตามความแตกต่างของทรวดทรงอย่างเสื้อครอปท็อปโชว์เอวคอดสวย เสื้อผ่าอกร้อยเชือกเน้นดีเทลช่วงหน้าอก หรือเดรสตัวยาวเนื้อผ้าพริ้วไหวเผยให้เห็นรูปทรงโค้งเว้าดูเซ็กซี่แบบเบาๆ เมื่อลมพัดผ่าน เพราะ Misty Mynx เชื่อว่าคาแร็คเตอร์เป็นแค่เพียงคำจำกัดความของบุคลิกภายนอกที่ผ่านสายตาคนทั่วไป

แต่สิ่งที่มากกว่าคือทัศนคติที่มาจากข้างใน เพราะความสวยของผู้หญิงทุกวันนี้ ไม่ได้วัดแค่เพียงหน้าตาหรือรูปร่าง แต่สิ่งที่จะทำให้ผู้หญิงดูสวยและมีเสน่ห์ที่สุดคือการได้รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร รู้จักเลือก และรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง ให้คุณตกหลุมรักในดีไซน์หลากหลายที่ไม่เพียงสร้างคาแรคเตอร์ของคุณให้ชัดเจนยิ่งขึ้นแต่ยังเสริมความเป็นผู้หญิงได้โดยไม่บังคับให้คุณต้องหุ่นสวยเพอร์เฟค

นอกจากดีไซน์ที่ตอบโจทย์ Lifestyle ให้กับสาวๆ แล้ว Misty Mynx Autumn/Winter 2017 ยังมีอีกหนึ่งไฮไลท์ของเสื้อผ้าไลน์แอคทีฟแวร์นั่นคือ Movement ในซีซั่นนี้เน้นสไตล์ Sport ที่ให้ความคล่องตัวทุกที่ไม่ว่าจะเข้ายิม หรือแต่งเป็น everyday look แบบสปอร์ตเกิร์ล อิงเทรนด์ Athleisure ที่กำลังมาแรงโดยผสมผสานระหว่างชุดลำลองและชุดออกกำลังกายเข้าด้วยกัน ทั้งแฟชั่นและฟังก์ชั่นความคล่องตัว เป็นลุคสวยที่โดดเด่นด้วยความคล่องแคล่วใช้ออกกำลังกายได้จริงและยังดูเปรี้ยวเก๋กว่าใครทั้งในและ นอกฟิตเนส

โดยเฉพาะเทรนด์ของปีนี้เน้นการมิกซ์แอนด์แมทช์ชิ้นสปอร์ตกับบางชิ้นที่ดูเป็น Casual wear ที่กำลังเป็นที่นิยม ให้เป็นสไตล์ Urban Sport ด้วยการหยิบจับเสื้อผ้าและไอเท็มต่างๆ มาใส่ด้วยกันอย่างไม่ถูกตีกรอบ หากอยากจะใส่สลิปเดรสกับรองเท้าผ้าใบก็ดูเป็นสาวคูล หรือกระโปรงพลีตผ้าซีทรูกับเสื้อฮู้ดดี้เสว็ตเตอร์ก็ดูหรูแบบสตรีท นอกจากสไตล์แล้ว การแต่งสวยก็ไม่จำกัดวันเวลาเช่นกันเพราะหัวใจสำคัญของสาวมิ๊งซ์คือ Life is a Party and every day is a holiday!

มาสนุกกับ Lifestyle ในแบบที่เลือกได้เองเหมือนกับสามสาวมิ้งซ์และจับตาดูความ Powerful ของแก๊งนี้ไว้ รับรองว่ามีอะไรดีๆ สนุกๆ ให้ติดตามอย่างแน่นอน
@MistyMynx#MistyMynx#FeelingMynx #Mynxbabes#MistyMynxAutumnWinter2017
พบกับ Misty Mynx #Mynxbabes คอลเลกชั่น Autumn/Winter 2017 นี้ได้ที่ ร้าน Misty Mynxทั้ง 13สาขาทั่วประเทศ


บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย มอบมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู G 310 R แก่ผู้โชคดีจากแคมเปญ Unlock G310 R Experience

มร. มาร์คุส เกลเซอร์ ผู้อำนวยการ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย มอบมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู G 310 R ให้แก่คุณจินตนา พรพิชยานุรักษ์ ผู้โชคดีจากแคมเปญ Unlock G 310 R Experience ซึ่งบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย ได้จัดกิจกรรมเชิญชวนแฟนๆ บิ๊กไบค์ชาวไทยร่วมไขรหัสลับในช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

บีเอ็มดับเบิลยู G 310 R ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากแฟนชาวไทย หลังจากที่ได้เปิดตัวไปเมื่อปี 2559 ด้วยราคาที่สามารถเข้าถึงได้ และได้กลายมาเป็นหนึ่งในโรดสเตอร์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดด้วยยอดจองล่วงหน้าอย่างถล่มทลายจากลูกค้าชาวไทย ที่รอคอยการส่งมอบของบีเอ็มดับเบิลยู G 310 R และในวันนี้ มอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู G 310 R พร้อมส่งมอบให้แก่ลูกค้าทั่วประเทศแล้ว

บีเอ็มดับเบิลยู G 310 R เป็นรถมอเตอร์ไซค์โรดสเตอร์จากบีเอ็มดับเบิลยูรุ่นแรกที่ใช้เครื่องยนต์ขนาดต่ำกว่า 500 ซีซี ด้วยเครื่องยนต์หนึ่งสูบที่มีน้ำหนักเบาแต่สมรรถนะสูง ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบ upside-down fork พร้อมช่วงล้อสั้นที่ให้ความคล่องตัวแต่ออกแบบให้มีสวิงอาร์มที่ยาวเพื่อเพิ่มความสมดุลในการขับขี่ ส่วนหัวใจหลักของบีเอ็มดับเบิลยู G 310 R ใหม่ คือเครื่องยนต์หนึ่งสูบ 313 ซีซี ที่ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมด ใช้ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ และระบบหัวฉีดน้ำมันแบบไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 25 กิโลวัตต์/34 แรงม้า ที่ 9,500 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 28 นิวตันเมตรที่ 7,500 รอบต่อนาที จึงสามารถขับเคลื่อนตัวถังที่มีน้ำหนักเบาเพียง 158.5 กิโลกรัมได้อย่างคล่องตัว บีเอ็มดับเบิลยู G 310 R ใหม่ จึงเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ความเป็นมอเตอร์ไซค์โรดสเตอร์ตัวจริง กับประสิทธิภาพและความสบายในการขับขี่ ทั้งในตัวเมืองและนอกเมือง

บีเอ็มดับเบิลยู G 310 R พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของวันนี้แล้วด้วยราคาเพียง 199,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ที่ผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมและกิจกรรมต่างๆ ของมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู Facebook BMW Motorrad Thailand 


ออดี้ ประเทศไทย จัดงาน “Q Fascination” ส่ง Q5 ดีเซลโฉมใหม่ลุกตลาด SUV

ออดี้ ประเทศไทย โดย บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ Audi อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เดินหน้าเปิดตัวยนตรกรรมรุ่นใหม่ เพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าต่อเนื่อง ล่าสุดเนรมิตบรรยากาศสุดอลังการ ที่ชั้น G เซ็นทรัลเอ็มบาสซี ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Q Fascination” เปิดตัว ออดี้ Q5 เครื่องยนต์ดีเซล พวงมาลัยขวารุ่นใหม่ล่าสุดเป็นครั้งแรกในอาเซียน และเปิดตัว Q7 เครื่องยนต์ดีเซลสู่ตลาดเมืองไทย พร้อมอวดโฉม Q2 และ Q3      ให้ลูกค้าได้สัมผัสกับเสน่ห์แห่งดีไซน์ หรูหรา สปอร์ต สะดวกสบาย และเทคโนโลยีเหนือระดับของรถ SUV ตระกูล Q ซีรีส์ ทั้ง 4 รุ่น 

นายกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด กล่าวว่า “เรามีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะสร้างความเชื่อมั่น และสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบการบริการหลังการขายเพื่อตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้าได้อย่างดีที่สุด รวมถึงการเร่งขยายโชว์รูมและศูนย์บริการให้ครบ 4 ภาค เพื่อบริการลูกค้าได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึง นอกจากนี้เรายังมุ่งนำเสนอยนตรกรรมรุ่นใหม่ๆ ให้ลูกค้าได้สัมผัสและเลือกเป็นเจ้าของได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับกลยุทธ์ในด้านผลิตภัณฑ์ เราดำเนินการภายใต้นโยบาย Right Product Right Price และ Product Variety เราได้รับการสนับสนุนอย่างดีจาก AUDI AG ในการเปิดตัวแนะนำรถยนต์ออดี้ รุ่นใหม่ๆ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ รวมถึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้รถแต่ละรุ่นตอบสนองความต้องการของลูกค้าในประเทศไทยให้มากที่สุด โดยตั้งเป้าที่จะเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ให้มากที่สุดในปีนี้ พร้อมสนับสนุนการวางกลยุทธ์ในด้านการบริการ และอะไหล่ในราคาที่เหมาะสม ทำให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ออดี้ได้อย่างสบายใจ”

New Audi Q5 เป็นยนตรกรรมหรูในกลุ่มรถอเนกประสงค์ขนาดกลาง ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงตั้งแต่เปิดตัวในยุโรป มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซิน Q5 45 TFSI quattro S line และเครื่องยนต์ดีเซลในรุ่น Q5 35 TDI quattro โดยจุดเด่น ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน หรูหรา โฉบเฉี่ยวสวยงามทั้งภายในและภายนอก เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะประสิทธิภาพสูงที่ได้รับการพัฒนาล่าสุดแบบ quattro with ultra technology

โดยเทคโนโลยีนี้ถูกออกแบบมาพร้อมกับการวางเครื่องยนต์แบบวางตามยาวที่ติดตั้งใน Audi Q5 generation ที่ 2 เป็นรุ่นแรกในรถ SUV ซึ่งเมื่อเริ่มขับเคลื่อน รถยนต์จะใช้การกระจายแรงบิดไปยังล้อทั้ง 4 ล้อ ทั้งนี้ เมื่อระบบตรวจพบว่ารถอยู่ในสถานการณ์ขับขี่ทั่วไป ไม่จำเป็นต้องใช้แรงบิดทุกล้อ ระบบจะเปลี่ยนมาเป็นขับเคลื่อนรูปแบบ 2 ล้อโดยอัตโนมัติ เพื่อลดอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิง

อย่างไรก็ตาม ในกรณีฉุกเฉินที่รถต้องการการกระจายแรงขับไปยังล้อใดหนึ่ง เพื่อสร้างแรงยึดเกาะและรักษาเสถียรภาพการขับขี่ ระบบจะเปลี่ยนการขับขี่เป็นขับเคลื่อนในรูปแบบ 4 ล้อในทันที ซึ่งในระบบประมวลผลนั้นจะมีการนำข้อมูลที่ได้รับจากการขับขี่ ทั้งองศาของการหมุนพวงมาลัย จังหวะการกดคันเร่งของผู้ขับขี่ รวมถึงแรงบิดที่ส่งมายังล้อ มาประมวลผลทุก 10 มิลลิวินาที เพื่อหาความเป็นไปได้ที่ล้อใดล้อหนึ่งจะเสียการควบคุม ซึ่งถ้าหากระบบตรวจพบความเป็นไปได้ ระบบจะส่งกำลังลงไปยังเพลาขับในทันทีล่วงหน้าก่อนที่ล้อจะเสียการทรงตัวใน 0.5 วินาที นอกจากนั้นแล้ว ระบบ quattro with ultra Technology ยังเรียนรู้เพื่อปรับการทำงานให้สอดรับกับลักษณะและพฤติกรรมของผู้ขับขี่อีกด้วย โดยระบบ quattro with ultra Technology ใหม่นี้มีน้ำหนักเบากว่าระบบเดิม 4 กิโลกรัม    

สำหรับ Audi Q5 รุ่นใหม่นี้มีมิติตัวถังรถที่มีขนาดใหญ่ และมีพื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวางกว่ารุ่นก่อนหน้านี้  ด้วยเทคโนโลยีการออกแบบตัวถังแบบน้ำหนักเบา (lightweight construction) ผนวกกับโครงสร้างตัวถังแบบวัสดุผสม (multi-material) โดยใช้ชิ้นส่วนอลูมิเนียมเป็นชิ้นส่วนสำคัญ ทำให้มีน้ำหนักเบา ทว่ามีความแข็งแกร่ง ทนต่อแรงบิดงอมากยิ่งขึ้น โดยสามารถลดน้ำหนักตัวถังรถยนต์ลงได้ถึง 90 กิโลกรัมเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้านี้ ซึ่งถือเป็นรถยนต์รุ่นที่มีน้ำหนักน้อยที่สุดในเซกเมนต์

นอกจากนั้นยังครบครันด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยที่เหนือชั้น ทั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่ขณะลงทางลาดชัน (Audi Downhill Assist Function) เซ็นเซอร์หน้า-หลังช่วยในการนำรถเข้าจอด ถุงลมนิรภัยคู่หน้า 2 ตำแหน่งสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร พร้อมถุงลมนิรภัยด้านข้างและม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง ขับสนุกทุกเส้นทางด้วยระบบเลือกโหมดการขับขี่ (Audi Drive Select) ภายในหรูหราด้วยเบาะนั่งหุ้มหนัง สะดวกสบายทั้งผู้โดยสารและผู้ขับขี่ เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติแบบดีลักซ์ ระบบ Comfort Key ไฟหน้าแบบ LED ไฟ Daytime สำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED

Q5 35 TDI quattro ได้รับการออกแบบให้ขุมพลังมาพร้อมระบบจ่ายน้ำมันแบบคอมมอนเรล ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 190 แรงม้า ล้อขนาด 8J x 19 พร้อมยางขนาด 235/55 R19 ส่วน Q5 45 TFSI quattro S line เครื่องยนต์เบนซินได้รับการออกแบบให้ทำงานร่วมกับระบบวาล์วแปรผัน (Audi Valvelift System) 252 แรงม้า

ภายนอกดีไซน์ให้โฉบเฉี่ยวหรูหรามากยิ่งขึ้นด้วยชุดแต่งแบบ S line ล้อขนาด 8J x 20 พร้อมยาง ขนาด 255/45 R20 และยังเพิ่มสุนทรียภาพในการขับขี่ด้วยระบบเครื่องเสียงระดับพรีเมียม Bang & Olufsen

Q5 45 TFSI quattro S line เครื่องยนต์เบนซิน มีให้เลือก 5 สี คือ ขาว เงิน เทา ดำ และน้ำเงิน

Q5 35 TDI quattro เครื่องยนต์ดีเซล มีให้เลือก 5 สี คือ ขาว เงิน เทา ดำ และน้ำเงิน

Q7 45 TDI quattro S line เครื่องยนต์ดีเซล มีให้เลือก 5 สี คือ ขาว เงิน เทา ดำ และน้ำเงิน

นายกฤษณะกร กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อให้ลูกค้าในประเทศไทยเข้าถึงแบรนด์ ทางบริษัทฯ ยังเดินหน้าสร้างสรรค์กิจกรรมการขายและการตลาดเชิงรุก ด้วยการจัดกิจกรรมโรดโชว์ รวมถึงการจัดกิจกรรมสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ลูกค้าได้สัมผัสกับเทคโนโลยี และสมรรถนะที่เหนือชั้นของแบรนด์ออดี้ โดยเปิดให้ลูกค้าทดลองขับรถยนต์ทุกรุ่น ซึ่งได้รับการตอบรับที่นำไปสู่การตัดสินใจซื้อมาจากลูกค้ารายใหม่ๆ และกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบและเฝ้ารอแบรนด์ออดี้มานาน ทำให้มั่นใจว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายตามที่ตั้งไว้ในปีนี้

สำหรับแคมเปญการขายและการบริการหลังการขาย  ออดี้ ประเทศไทย ได้มอบความมั่นใจให้กับลูกค้าสูงสุด ด้วยการรับประกันรถใหม่ 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร และการให้บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance ทั่วประเทศ 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี และภายในงาน Q Fascination ยังมอบข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ Q7 40 TFSI quattro เครื่องยนต์เบนซิน และรถยนต์รุ่น A5  Coupe รับทันที ฟรีประกันภัยชั้น 1 ระยะเวลา 3 ปี พร้อมผ่อนต่อเดือนเพียง 1% ของราคากับโปรแกรม Audi Choice และพิเศษสุดสำหรับเทศกาลวันแม่ ลูกค้าที่พาแม่มาจองรถยนต์สปอร์ตคูเป้ Audi TT ในเดือนสิงหาคม รับประกันภัยชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี ทันที

สามารถสอบถามข้อเสนอพิเศษต่างๆ หรือทดลองขับได้ในงาน Q Fascination 19-20 สิงหาคมนี้ที่เซ็นทรัลเอ็มบาสซี หรือในงาน Big Motor Sale 2017 ที่ไบเทคบางนา ระหว่างวันที่ 19-27 สิงหาคม  หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูม ถนนเพชรบุรี 02 023 4888 (ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์)


จากนางงามสู่นักกายกรรมเเอเรียลอาท

น้ำตาล  ชลิตา  ส่วนเสน่ห์

สู่บทบาทใหม่ จากนางงามสู่นักกายกรรมเเอเรียลอาท

กับการแสดงโชว์ครั้งเเรกในชีวิต

AERIAL ARTS  : THE NIGHT  TO  REMEMBER

หลังจากสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองและประเทศไทยในฐานะตำเเหน่งมิส

ยูนิเวอร์สไทยแลนด์ ที่สามารถสร้างปรากฎการณ์เข้ารอบ

6   คนสุดท้ายในเวทีนางงามจักรวาลได้สำเร็จ หลังจากนั้นน้ำตาล ชลิตา ส่วนเสน่ห์ ก็ได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆมากมาย เเต่สิ่งหนึ่งที่เธอทำได้ดีไม่น้อยกว่าหน้าที่นางงาม หรือ นางแบบ

นั้นก็คือ ศิลปกายกรรมที่ชื่อว่า AERIAL ARTS (แอเรียล อาท)

ซึ่งกายกรรมแอเรียล อาท คือ เป็นศิลปการแสดงที่ท้าทายและแปลกใหม่ เพราะผู้เล่นต้องใช้ทักษะของกายกรรม ความอ่อนตัว การเต้นประกอบจังหวะ การหมุนตัวด้วยการเหนี่ยวยึดเกาะห่วงไว้ด้วยเข่า ข้อศอก ข้อพับ ข้อเท้าหรือแขน  โดยกีฬาชนิดนี้เริ่มเป็นที่รู้จักในช่วงปี ค.ศ. 2000

จากการประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามของคณะกายกรรมละครสัตว์หลายคณะ รวมถึง Cirque Du Soleil คณะละครชื่อดัง ที่ใช้กีฬา Aerial เพื่อแสดงกายกรรมผาดโผนในอากาศ จนต่อมามีการนำมาต่อยอดเป็นท่าออกกำลังกาย เเละเเพร่หลายมาถึงปัจจุบัน

ซึ่งน้ำตาล ชาลิตา  นางงามคนสวยได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับ

กายกรรมชนิดนี้รวมถึงโชว์ที่เธอจะมีโอกาสเเสดงโชว์ครั้งเเรก ด้วยเเววตาที่ตื่นเต้น

Q :  ทำไมน้ำตาลถึงสนใจในแอเรียลอาท

A:  คือน้ำตาลไปเห็นคลิปคลิปนึงที่เป็นการประกวดแอเรียล แต่ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าการเล่นแบบนี้ชื่อว่าอะไร แต่ดูจบเเล้วอยากเล่นมาก เลยลองหาข้อมูล คือเรารู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่ท้าทาย เเละต้องอาศัยทักษะการทรงตัวสูง ซึ่งน้ำตาลคิดว่ามันจะช่วยพัฒนาบุคลิกภาพเราด้วย เเต่ตอนนั้นที่เข้ามาเล่นคือความอยากล้วนๆ อยากเเล้วเราก็ต้องลุยเลยคะ เลยได้มาเล่น

 

Q : แล้วพอได้มาเล่นเเล้วรู้สึกอย่างไร

A: ชอบมาก เเต่ก็ยากนิดนึงนะคะ

ซึ่งในส่วนของกายกรรมแอเรียลจะมีหลายชนิดอุปกรณ์

เเต่น้ำตาลเลือกเล่นอุปกรณ์ hoop หรือ ห่วง

เพราะเราชอบในความสวยงามเวลาเคลื่อนไหว

ของอุปกรณ์ชนิดนี้ เเละก็ไม่ยากจนเกินไป

เเต่กว่าจะเอาตัวขึ้นไปได้ ก็ต้องอดทนสูงมาก

โชคดีที่ได้ครูแนน ซึ่งเป็นครูสอนเเอเรียล

ที่ AERIAL FACTORY

ช่วยสอนทักษะให้เรารู้จักศาสตร์แห่งการเคลื่อนไหว

แล้วพอเราทำได้ก็ภูมิใจมาก เเต่ก็ต้องฝึกฝนต่อไปอีก

 

Q : แล้วสิ่งที่ยากที่สุดของแอเรียลอาทคืออะไร

A: น้ำตาลว่าการทรงตัวให้อยู่กับอุปกรณ์เป็นสิ่งที่ค่อนข้างยาก เเต่มันทำให้เรามีสมาธิมาก คือน้ำตาลรู้ตัวเองเลยว่า

เรานิ่งขึ้น เรามีสมาธิจดจ่อกับสิ่งต่างๆมากขึ้น ตั้งเเต่มาเล่นกีฬาเเอเรียล

Q : ความโดดเด่นของแอเรียลอาทคืออะไร

A: คิดว่าเป็นศิลปกายกรรมที่รวมหลายๆอย่างไว้มากๆ ทั้งความสวยงาม ความเเข็งเเรง ความอดทน ความพริ้วไหว มันไม่ใช่เเค่เรื่องของการออกกำลังกาย เเต่มันเป็นความสวยงามของร่างกาย

 

Q :  หลายคนมองว่าแอเรียลอาทเป็นเเค่แฟชั่น น้ำตาลคิดว่าอย่างไร

A: คิดว่ามันเป็นเเฟชั่นได้ ก็เป็นสิ่งที่ดีนะคะ ถ้าแฟชั่นที่ทำให้คนเข้ามาเล่นเเล้วได้สุขภาพที่ดี ได้บุคลิกภาพที่ดีกลับไป เพราะน้ำตาลได้มีโอกาสได้รู้จักกับพี่ๆที่เล่นเเอเรียลด้วยกันหลายคน

เขาอดทนมาก ตั้งใจมาก บางคนเล่นมา 4-5 ปีเเล้ว ซึ่งถ้าเป็นเเค่เเฟชั่นเก๋ๆอาจจะผ่านมาและผ่านไป เเต่กีฬาชนิดนี้อยู่มาได้ในระดับนึงและมีคนสนใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆคะ

Q : แสดงว่าการเล่นแอเรียล ก็ยังไม่เเพร่หลายมากในไทย

A:  ถือว่าใช่คะ เพราะมันอาจจะเกิดขึ้นมาไม่นานมาก

เเต่คนที่ได้มีโอกาสมาลองสัมผัส ได้มาลองเล่นอย่างน้ำตาล คือจะเล่นต่อเนื่องเเน่นอนคะ เพราะว่ามันเหมือนได้ฝึกฝนตัวเอง เเข่งขันกับจิตใจตัวเอง และสนุกมากเวลาเราอยู่บนอากาศ อยากให้ลองคะ

 

Q : ฝากถึงคนอยากเล่น เเต่มีความกลัวที่จะเล่นแอเรียล

A: น้ำตาลคิดว่าความอยากเป็นส่วนสำคัญมาก คือถ้าอยากทำ อยากลอง ก็ลุยเลย เเล้วความสุขก็เกิดจากการได้ทำ เเละถ้าทำได้ก็ยิ่งมีความสุข คิดว่ามาออกกำลังกาย  ไม่มีอะไรเสียหายเลยคะ

Q : เล่าที่มาที่ไปของโชว์แอเรียล

THE NIGHT TO REMEMBER ให้ฟังหน่อย

A: โชว์ AERIAL ARTS  : THE NIGHT  TO  REMEMBER

เป็นโชว์ที่เกิดจากความคิดของครูแนน ที่เป็นครูสอนแอเรียลของน้ำตาล ซึ่งครูแนนจะมีโรงเรียนสอนเเอเรียล เป็นเเห่งเเรกๆในไทยเลย ชื่อ AERIAL FACTORY พอมีลูกศิษย์ที่รักในกีฬานี้มากขึ้น ครูแนนเลยอยากสร้างสังคมของคนรักเเอเรียล ได้มีพื้นที่ในการเเสดงทักษะเเละความสวยงาม เลยมีการจัดโชว์นี้ขึ้นมา

บอกเลยว่าจะเป็นค่ำคืนที่ชาวเเอเรียลทุกคนจะมอบความทรงจำ

ที่งดงามและทรงพลังให้กับคนดูแน่นอน น้ำตาลคอนเฟิร์ม

 

Q : พูดถึงการแสดงโชว์ครั้งเเรกในชีวิต

ที่น้ำตาลจะได้มีโอการขึ้นเเสดงแอเรียล

 THE NIGHT TO REMEMBER

A: อย่างที่บอกว่า AERIAL ARTS 

: THE NIGHT  TO  REMEMBER เป็นโชว์ที่ชาวเเอเรียลมารวมตัวกัน เพื่อเเสดงทักษะของเเอเรียลในอุปกรณ์ต่างๆในส่วนของน้ำตาล น้ำตาลเเสดงในอุปกรณ์ห่วงจะเป็นในส่วนของโชว์เปิดคะ ตื่นเต้นมากเพราะเป็นครั้งเเรกที่ได้มีโอกาสโชว์ในสิ่งที่เราชอบ และได้ฝึกฝนจริงจัง อาจจะไม่เก่งเท่าพี่ๆท่านอื่น เเต่ก็สู้เต็มที่คะ

Q : ฝากถึงโชว์แอเรียล THE NIGHT TO REMEMBER

A: โชว์ AERIAL ARTS  : THE NIGHT  TO  REMEMBER

จัดเเสดงที่โรงละคร เอ็ม เธียเตอร์ ตรงถนนเพชรบุรีนะคะ

วันที่แสดงคือวันเสาร์ที่  26 สิงหาคม  2560

ใครที่สนใจก็สามารถโทรไปจองบัตร หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ AERIAL FACTORY หมายเลข 02-203-1352 คะ

ฝากมาให้กำลังใจน้ำตาลเเละพี่ๆน้องๆชาวเเอเรียลด้วยคะ

Purra presents The night to remember


Luminox XS 0321 Sea Turtle – LimitedEdition

Luminox จัดทำนาฬิกาข้อมือลิมิเต็ด เอดิชั่น

เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์เต่าทะเลไทยรุ่นพิเศษ “Sea Turtle”

จำนวน 900 เรือนสำหรับประเทศไทยโดยเฉพาะ

Luminox ร่วมกับ M Card เดอะมอลล์ จัดงาน“Luminox Save The Underwater World” โดยLuminox จัดทำนาฬิกาข้อมือรุ่นพิเศษลิมิเต็ดเอดิชั่น “SeaTurtle ”ที่จะมีการจัดจำหน่ายในประเทศไทยในจำนวนเพียง 900 เรือนเท่านั้น โดยจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจรวมถึงได้มีโอกาสเป็น   ส่วนหนึ่งในการช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรและสัตว์ทะเลหายากใต้ผืนทะเลไทย ในราคาเรือนละ 12,900 บาท รายได้ส่วนหนึ่งจะถูกนำไปสมทบทุนเพื่อซื้ออุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์ และมอบให้กับโครงการสร้างศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายาก จังหวัดภูเก็ต ภายใต้การดูแลของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

ทาง Luminox มีความตั้งใจจัดทำนาฬิการุ่นพิเศษเพื่อเป็นการช่วยเหลืออนุรักษ์เต่าทะเล ซึ่งเป็นหนึ่งในสัตว์ทะเลหายากของประเทศไทย โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากกรณีศึกษาอันน่าเศร้าของ เต่าออมสิน ที่เป็นข่าวโด่งดัง โดยจัดทำเพียง 900 เรือนเท่านั้ และรายได้ส่วนหนึ่งจะถูกนำไปช่วยสบทบทุนเพื่อซื้ออุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์สำหรับช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายาก ไม่ว่าจะเป็น เต่าทะเล พะยูน โลมา และอีกมากมาย สำหรับโครงการศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายาก จังหวัดภูเก็ต ภายใต้การดูแลของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

นับได้ว่าเป็นนาฬิกาลิมิเต็ดเอดิชั่นรุ่นแรกของโลกภายใต้ชื่อรุ่น Sea Turtle ให้คุณได้ดำดิ่งลึกไปใต้ท้องทะเลกับนาฬิกา Luminox รุ่น XS 0321 Sea Turtle LimitedEdition นาฬิกาสายพันธ์แกร่ง ตัวเรือนมีสีดำสวยงาม ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจาก Sea TurtleLeatherback หรือ “เต่ามะเฟือง​ หน้าปัดขนาด 44 มิลลิเมตร สกรีนรูปเต่าทะเลสีน้ำเงินโดดเด่นเพื่อให้ได้กลิ่นอายของท้องทะเลลึก ฝาหลังแต่ละเรือนสลักรูปเต่าทะเลพร้อมเลขซีเรียล 1-900 วัสดุ ตัวเรือนทำจาก Carbon Compound มีน้ำหนักเบาและมีความทนทานแข็งแรง ฝาหลังและเม็ดมะยมทำจาก StainlessSteel พร้อมด้วยคุณสมบัติอันโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของนาฬิกา Luminox ที่สามารถเรืองแสงได้ด้วยตัวเองในที่มืดยาวนานถึง 25 ปี ดำน้ำลึกได้ถึงระดับ 100 เมตร พร้อมลุยกับคุณไปได้ทุกสถานการณ์ ท้ายทายในทุกจังหวะชีวิต

พิเศษสำหรับสมาชิก M Card ได้รับสิทธิ์จองก่อนใคร สามารถเลือกซีเรียลนัมเบอร์ 1-900 โดย  ฝาหลังแต่ละเรือนสลักรูปเต่าทะเล ซึ่งระบุหมายเลข ซึ่งมีเพียง 900 เรือนในประเทศไทยเท่านั้น  และยังรับคะแนนสะสมเพิ่ม 2 เท่า  โดยคะแนนทั้งหมดจะนำไปสมทบทุนพื่อซื้ออุปกรณ์ และเครื่องมือแพทย์ และมอบให้กับโครงการสร้างศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายาก จังหวัดภูเก็ต และยังร่วมลุ้นทริปไปปล่อยเต่าที่สัตหีบ จ.ชลบุรี จำนวน 5 รางวัลๆ ละ 2 ที่นั่ง

นาฬิกา Luminox รุ่นพิเศษลิมิเต็ดเอดิชั่น “Sea Turtle” จัดวางจำหน่ายพร้อมกันทั่วประเทศ ที่เดอะมอลล์ ทุกสาขาพารากอนดิ เอ็มโพเรี่ยมดิ เอ็มควอเทียร์ และห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ   เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในวันที่12 กันยายน 2560 ที่ สยามพารากอน


ฟอร์ดจัดกิจกรรม Ford Smart Navi Race
 ชูเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่ล้ำสมัย

ฟอร์ด ประเทศไทย จัดกิจกรรม Ford Smart Navi Race ชวนสื่อมวลชนซึ่งทางเฮฟวี่ได้รับเกียรติร่วมแข่งขันการค้นหาสถานที่แปลกใหม่ ไปกับเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่ใหม่ล่าสุด “ระบบแผนที่นำทางแบบสามมิติ” (Navigation System) ในฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค และ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ รุ่นปี 2017

ตลอดกิจกรรม Ford Smart Navi Race ทุกคนได้สนุกสนานไปกับการแข่งขันค้นหาสถานที่แปลกๆ ใหม่ๆ จากคำใบ้ที่ได้รับ และมุงหน้าไปโดยใช้ระบบแผนที่นำทางแบบสามมิติ ที่มีกราฟฟิคสวยงาม ใช้งานง่าย ด้วยหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว บนระบบซิงค์ 3

และสามารถเลือกใช้คีย์บอร์ดหรือใช้เสียงในการสั่งงานได้ ที่สำคัญคือใช้ได้หลายภาษารวมทั้งภาษาไทย แถมเมนูก็ยังใช้งานได้ง่าย ตัวอักษรใหญ่ มองเห็นชัดเจน และมีการแบ่งหมวดหมู่อย่างเป็นระเบียบ เพื่อช่วยให้การค้นหาสถานที่ต่างๆ ได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น

ระบบแผนที่นำทาง จะแสดงผลเป็นภาพตึกแบบ 3 มิติ ในเมืองซึ่งตอนนี้ก็พร้อมใช้งานเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ แต่ในอีกไม่ช้าก็น่าจะขยายพื้นที่ออกไปเลื่อยๆ เป็นภาพที่ช่วยให้เราเข้าใจถึงตำแหน่งที่อยู่ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น อีกทั้ง คำนวณระยะเวลาการเดินทางตั้งแต่เริ่มต้นไปจนถึงจุดหมายให้ พร้อมแสดงป้ายนำทาง การเลี้ยวของช่องจราจร และแนะนำช่องทางให้ผู้ขับขี่ได้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้เราสามารถเลือกวางแผนการเดินทางได้ล่วงหน้า โดยกำหนดทางที่ต้องการหลีกเลี่ยงและกำหนดจุดแวะพักได้

นอกจากระบบแผนที่นำทางแล้ว พวกเรายังได้ทดสอบเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะ (Advanced-Driving Assist Technology) อื่นๆ อีกมากมายในฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค และ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ รุ่นปี 2017 ไม่ว่าจะเป็น ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control) ที่คอยควบคุมความเร็วแบบอัตโนมัติ เพื่อให้รถอยู่ห่างจากรถคันหน้าในระยะที่ปลอดภัยตามความเร็วที่ตั้งไว้ ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning System) ที่ช่วยลดความเสียหายจากการกระแทกหรือหลีกเลี่ยงโอกาสการชน ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping System) ที่ทำงานร่วมกับกล้องที่ติดตั้งบริเวณหน้ารถ รวมไปถึง ระบบแจ้งเตือนการขับขี่ (Driver Alert System) ซึ่งจะส่งสัญญาณแจ้งเตือนเมื่อตรวจพบว่าผู้ขับขี่มีอาการเหนื่อยล้า ทำให้มั่นใจได้ว่าทุกการขับขี่จะเป็นไปอย่างปลอดภัยไร้กังวล

ระหว่างการเดินทาง พวกเราได้มีโอกาสแวะ “ช่างชุ่ย” ในช่วงก่อนที่จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ช่างชุ่ยในวันนั้นวางตัวเองไว้เป็นอาณาจักรศิลปะที่รวบรวมทั้งอาร์ตแกลเลอรี่ โรงละคร โรงฉายหนังขนาดย่อม คาเฟ่ ร้านอาหาร ร้านหนังสือ และสถานที่แห่งความคิดสร้างสรรค์ แต่ในปัจจุบันก็เป็นอย่างที่เห็นคือเป็นตลาดนัดฮิปๆ นั้นเอง

หลังจากเดินเล่นสักพักก็มีโอกาสได้พูดคุยกับ คุณลิ้ม สมชัย ส่งวัฒนา ผู้ก่อตั้งช่างชุ่ย ถึงความเป็นมาของดินแดนแห่งความสร้างสรรค์อันไร้ขีดจำกัดนี้ หลังจากนั้นก็มีกิจกรรมเวิร์คชอปงานประดิษฐ์เก๋ๆ ให้ทำกันเพลินๆ โดยมีดีไซเนอร์จากแบรนด์ TAM:DA PLAY มาแนะนำการประดิษฐ์ของใช้จากสิ่งของธรรมดาที่มีอยู่รอบตัวไว้ให้พวกเราเป็นที่ละลึกกลับบ้านอีกด้วย

หลังจากนั้นได้ใช้ระบบแผนที่นำทาง เพื่อค้นหาสถานที่ปริศนาสุดท้ายของกิจกรรม ที่ๆ เราจะไปคือโครงการ Yarden Yenakart ที่รวมทั้งร้านอาหารสไตล์ไทย – อิตาเลียน แสนอร่อยอย่างร้านอากาศ บิสโทร แอนด์ บาร์ (AKART Bistro & Bar) และร้านคาเฟ่อย่าง Coffee Craftsman x Yarden เข้าไว้ด้วยกัน โดยที่นี่ตกแต่งด้วยการผสมผสานสถาปัตยกรรมทั้งแบบเก่าและร่วมสมัยไว้ในร้านอาหารสไตล์บ้านไม้เก่าอันแสนเงียบสงบ แถวเย็นอากาศ ย่านสาทร หลังจากนั้นก็เดินทางกลับโรงแรม W Bangkok Hotel

“กิจกรรม Ford Smart Navi Race นี้ จัดขึ้น เพื่อแนะนำเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่ใหม่อย่างระบบแผนที่นำทางแบบสามมิติ ที่ติดตั้งในฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค และ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ รุ่นปี 2017 รวมถึงฟีเจอร์ช่วยขับขี่อัจฉริยะอื่นๆ ทั้งนี้ เทคโนโลยีต่างๆ เหล่านี้ ได้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของฟอร์ดในการนำเสนอรถที่เปี่ยมด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยระดับโลก เพื่อให้ผู้บริโภคคนไทยได้สัมผัสในราคาที่จับต้องได้”

“ฟอร์ดมุ่งมั่นสร้างสรรนวัตกรรมใหม่ๆ ในรถกระบะเกิดมาแกร่งอย่างฟอร์ด เรนเจอร์ และรถเอสยูวีที่สร้างมาเพื่อเป็นที่หนึ่งอย่างฟอร์ด เอเวอเรสต์ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเรามั่นใจว่าเทคโนโลยีใหม่ที่นำเสนอนี้ จะทำให้ผู้บริโภคได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสะดวกสบายและปลอดภัยอย่างเหนือระดับ พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ขับขี่คนไทยได้เป็นอย่างดี” นางสาวศุภรางศุ์ อนุชปรีดา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว


เปิดราคาโปร DUCATI สุดเร้าใจในงาน BIG Motor Sale 2017

ดูคาติ บิ๊กไบค์ระดับพรีเมียมสัญชาติอิตาลี เอาใจสาวกบิ๊กไบค์ที่ชื่นชอบเทคโนโลยีล้ำสมัย จัดแคมเปญใหญ่ครบรุ่น ในงาน BIG Motor Sale 2017 วันที่ 19-27 สิงหาคม 2560 ณ ไบเทคบางนา

ม.ล.ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดูคาทิสติ จำกัด หรือดูคาติไทยแลนด์ กล่าวถึงการเข้าร่วมงาน Big Motor Sale 2017 “ดูคาติไทยแลนด์ได้นำรถบิ๊กไบค์พรีเมียมสัญชาติอิตาเลียนหลากหลายรุ่นมาจัดแสดงในงาน เพื่อให้สาวกดูคาทิสต้า และผู้ที่ชื่นชอบบิ๊กไบค์ดูคาติ รวมถึงผู้ที่กำลังมองหารถบิ๊กไบค์คู่ใจในแบบต่างๆ ได้ลองเข้ามาสัมผัสและชื่นชมเอกลักษณ์ความเป็นรถสปอร์ตของดูคาติแบบครบทุกรุ่นกันอย่างใกล้ชิด ที่บูธ C11/1 ฮอลล์ EH 106 นอกจากนี้ ภายในงาน BIG Motor Sale 2017 ยังได้มีการจัด Big Promotion สำหรับรถดูคาติรุ่นต่างๆ เพื่อช่วยในการตัดสินง่ายขึ้น ดังนี้”

แคมเปญรุ่น Monster

– Monster 797 Red ราคาจําหน่าย 409,900 บาท, Monster 797 White ราคาจําหน่าย 419,900 บาท, Monster 797 Dark ราคาจําหน่าย 419,900 บาท เมื่อซื้อเงินสด หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 20% ผ่อนอัตราดอกเบี้ย 3.99% นานสูงสุด 48 เดือน หรือเลือกดาวน์ 25% ผ่อนอัตราดอกเบี้ย 3.99% นาน 60 เดือน รับส่วนลดเบี้ยประกันภัยชั้น 1 จากบริษัท FPG ประกันภัย จากราคา 21,900 บาท เหลือเพียง 16,900 บาท ในกรณีผ่านคอร์สเรียนขับขี่รถดูคาติ DRE Precision Course ทั้งการซื้อเงินสดและเงินผ่อนดอกเบี้ยดังกล่าว หรือเลือกแคมเปญบอลลูน ดาวน์ 89,000 บาท ผ่อน 6,533 บาท นาน 48 เดือน บอลลูน 99,000 บาท สำหรับ Monster 797 Red และดาวน์ 89,000 บาท ผ่อน 6,796 บาท นาน 48 เดือน บอลลูน 99,000 บาท สำหรับ Monster 797 White และ Monster 797 Dark รวมจดทะเบียนและประกันภัยชั้น 1 และรับ Cash Voucher มูลค่า 5,000 บาท กรณีผ่านคอร์ส เรียน DRE Precision Course เฉพาะแคมเปญบอลลูน

– Monster 797 Red / Dark Performance ราคาจําหน่าย 444,900 บาท, Monster 797 White Performance ราคาจําหน่าย 454,900 บาท เมื่อซื้อเงินสด หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 20% ผ่อนอัตราดอกเบี้ย 3.99% นานสูงสุด 48 เดือน หรือเลือกดาวน์ 25% ผ่อนอัตราดอกเบี้ย 3.99% นาน 60 เดือน รับส่วนลดเบี้ยประกันภัยชั้น 1 จากบริษัท FPG ประกันภัย จากราคา 21,900 บาท เหลือเพียง 16,900 บาท ในกรณีผ่านคอร์สเรียนขับขี่รถดูคาติ DRE Precision Course ทั้งการซื้อเงินสดและเงินผ่อนดอกเบี้ยดังกล่าว หรือเลือกแคมเปญบอลลูน ดาวน์ 99,000 บาท ผ่อน 7,048  บาท นาน 48 เดือน บอลลูน 109,000 บาท สำหรับ Monster 797 Red Performance, Monster 797 Dark Performance และดาวน์ 99,000 บาท ผ่อน 7,289 บาท นาน 48 เดือน บอลลูน 109,000 บาท สำหรับ Monster 797 White Performance รวมจดทะเบียนและประกันภัยชั้น 1 และรับ Cash Voucher มูลค่า 5,000 บาท กรณีผ่านคอร์ส เรียน DRE Precision Course เฉพาะแคมเปญบอลลูน

– Monster 821 Model Year 2017 ราคา 499,900 บาท เมื่อซื้อเงินสด หรือดาวน์เริ่มต้น 20% ผ่อนอัตราดอกเบี้ย 3.99% นาน 48 เดือน หรือดาวน์ 25% ผ่อนอัตราดอกเบี้ย 3.99% นานสูงสุด 60 เดือน ฟรีจดทะเบียนและประกันภัยชั้น 1

– Monster 1200S ราคา 999,900 บาท เมื่อซื้อเงินสด หรือดาวน์เริ่มต้น 20% ผ่อนอัตราดอกเบี้ย 4.90% นาน 48 เดือน หรือดาวน์ 25% ผ่อนอัตราดอกเบี้ย 4.90% นานสูงสุด 60 เดือน

แคมเปญรุ่น Hypermotard

-Hypermotard 939 ราคา 515,000 บาท เมื่อซื้อเงินสด หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 20% ผ่อนอัตราดอกเบี้ย 4.90% นานสูงสุด 48 เดือน หรือเลือกดาวน์ 25% ผ่อนอัตราดอกเบี้ย 4.90% นาน 60 เดือน โดยทุกแคมเปญจะได้รับ Ducati Worry Free 2 ปี 25,000 กม.

แคมเปญรุ่น Multistrada

– Multistrada 1200 ราคา 935,000 บาท เมื่อซื้อเงินสด หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 20% ผ่อนอัตราดอกเบี้ย 4.90% นานสูงสุด 48 เดือน หรือเลือกดาวน์ 25% ผ่อนอัตราดอกเบี้ย 4.90% นาน 60 เดือน หรือเลือกดาวน์ 199,000 บาท ผ่อนเดือนละ 13,952 บาท นาน 48 เดือน บอลลูน 229,000 บาท โดยทุกแคมเปญจะได้รับ รับ Worry Free 2 ปี หรือ 25,000 กม. และ Cash Voucher มูลค่า 50,000 บาท
พร้อมจดทะเบียนและประกันภัยชั้น 1

– Multistrada 1200S ราคา 1,035,000 บาท เมื่อซื้อเงินสด หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 20% ผ่อนอัตราดอกเบี้ย 4.90% นานสูงสุด 48 เดือน หรือเลือกดาวน์ 25% ผ่อนอัตราดอกเบี้ย 4.90% นาน 60 เดือน หรือเลือกดาวน์ 219,000 บาท ผ่อนเดือนละ 15,688 บาท นาน 48 เดือน บอลลูน 249,000 บาท โดยทุกแคมเปญจะได้รับ รับ Worry Free 2 ปี หรือ 25,000 กม. และ Cash Voucher มูลค่า 50,000 บาท
พร้อมจดทะเบียนและประกันภัยชั้น 1

– Multistrada 950 Red ราคาจำหน่าย 619,900 บาท, Multistrada 950 White ราคา 629,900 บาทMultistrada 950 Red Adventure ราคา 698,900 บาท, Multistrada 950 White Adventure ราคา 708,900 บาท, Multistrada 950 Red Adventure Touring ราคา 777,900 บาท, Multistrada 950 White Adventure Touring ราคา 787,900 บาท เมื่อซื้อเงินสด หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 20% ผ่อนอัตราดอกเบี้ย 4.90% นานสูงสุด 48 เดือน หรือเลือกดาวน์ 25% ผ่อนอัตราดอกเบี้ย 4.90% นาน 60 เดือน รับสิทธิพิเศษ สําหรับลูกค้าดูคาติเดิมที่ยังครอบครองรถดูคาติหรือเคยมีอยู่ในครอบครอง เพียงแสดงบัตร Ducati Owner Reward Program หรือหลักฐานการเป็นเจ้าของรถดูคาติ สามารถรับส่วนลด 20,000 บาท เมื่อซื้อรถ Multistrada 950 ทุกรุ่น

แคมเปญรุ่น XDiavel

– XDiavel ราคา 898,000 บาท, XDiavel S ราคา 1,058,000 เมื่อซื้อเงินสด หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 20% ผ่อนอัตราดอกเบี้ย 4.90% นานสูงสุด 48 เดือน หรือเลือกดาวน์ 25% ผ่อนอัตราดอกเบี้ย 4.90% นาน 60 เดือน ฟรีจดทะเบียนและประกันภัยชั้น 1

– XDiavel Street Knight ราคา 1,050,000 บาท เมื่อซื้อเงินสด รับ Cash Voucher มูลค่า 120,000 บาท พร้อมจดทะเบียนและประกันภัยชั้น 1 หรือเลือกส่วนลดเงินดาวน์พิเศษจากดาวน์  20% ในราคา 210,000 บาท เหลือเพียง 88,000 บาท ผ่อนอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 3.50% ในราคา 19,950 นาน 48 เดือน

แคมเปญสำหรับรุ่น Superbike

– 959 Panigale ราคา 749,900 บาท, 959 Panigale Track Evo Version ราคา 848,700 บาท, 959 Panigale Track Evo Plus Racing Kit Version ราคา 886,700 บาท ดาวน์เริ่มต้น 20% ผ่อนอัตราดอกเบี้ย 4.90% นานสูงสุด 48 เดือน หรือเลือกดาวน์ 25% ผ่อนอัตราดอกเบี้ย 4.90% นาน 60 เดือน หรือเลือกดาวน์ 159,000 บาท ผ่อน 11,371 บาท นาน 48 เดือน บอลลูน 199,000 บาท สำหรับรุ่น 959 Panigale และดาวน์ 179,000 บาท ผ่อน 13,139 บาท นาน 48 เดือน บอลลูน 209,000 บาท สำหรับรุ่น 959 Panigale Track Evo Version และดาวน์ 189,000 บาท ผ่อน 13,828 บาท นาน 48 เดือน บอลลูน 209,000 บาท สำหรับรุ่น 959 Panigale Track Evo Plus Racing Kit Version พร้อมจดทะเบียนและประกันภัยชั้น 1 เฉพาะแคมเปญบอลลูนทุกรุ่น

– 1299 Panigale S ราคา 1,799,990 บาท เลือกดาวน์ต่ำเพียง 20% ผ่อนอัตราดอกเบี้ย 4.90% นานสูงสุด 48 เดือน หรือเลือกดาวน์ 25% ผ่อนอัตราดอกเบี้ย 4.90% นาน 60 เดือน

– SuperSport Red ราคา 559,000 บาท, SuperSport S Red ราคา 699,000 บาท,  Supersport S White ราคา 709,000, SuperSport S Performance Red ราคา 758,900 บาท, SuperSport S Performance White ราคา 768,900 บาท, SuperSport S Race Red ราคา 788,900 บาท, SuperSport S Race White ราคา 798,900 บาท เลือกดาวน์ต่ำเพียง 20% ผ่อนอัตราดอกเบี้ย 4.90% นานสูงสุด 48 เดือน หรือเลือกดาวน์ 25% ผ่อนอัตราดอกเบี้ย 4.90% นาน 60 เดือน

แคมเปญสำหรับรุ่น Ducati Scrambler

– Scrambler Sixty2 Atomic Tangerine, Sixty2 Ocean Grey, Sixty2 Shining Black ราคาจำหน่าย 282,000 บาท เมื่อซื้อเงินสด หรือดาวน์ต่ำเพียง 20% ผ่อนอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 3.99% นานสูงสุด 48 เดือน รับฟรี Accessories Package ฝาครอบข้าง, ฝาครอบเฟรม, Handle Bar พร้อมเบาะ Custom

– Scrambler Icon Red, Icon Yellow, Icon Silver, Urban Warrior เมื่อซื้อเงินสด หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 20% ผ่อนอัตราดอกเบี้ย 4.99% นานสูงสุด 48 เดือน หรือเลือกดาวน์ 25% ผ่อนอัตราดอกเบี้ย 4.99% นาน 60 เดือน  รับ Cash Voucher มูลค่า 10,000 บาท และสิทธิ์ซื้อ Accessories Package ฝาครอบข้าง, ฝาครอบเฟรม, Handle Bar พร้อมเบาะ Custom ในราคาพิเศษเพียง 5,900 บาท 

– Scrambler Classic, Urban Enduro เมื่อซื้อเงินสด หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 20% ผ่อนอัตราดอกเบี้ย 4.99% นานสูงสุด 48 เดือน หรือเลือกดาวน์ 25% ผ่อนอัตราดอกเบี้ย 4.99% นาน 60 เดือน รับฟรีประกันภัยชั้น 1 และรับ สิทธิ์ซื้อ Accessories Package ฝาครอบข้าง, ฝาครอบเฟรม, Handle Bar พร้อมเบาะ Custom ในราคาพิเศษ เพียง 5,900 บาท

– Scrambler Full Throttle เมื่อซื้อเงินสด หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 20% ผ่อนอัตราดอกเบี้ย 4.99% นานสูงสุด 48 เดือน หรือเลือกดาวน์ 25% ผ่อนอัตราดอกเบี้ย 4.99% นาน 60 เดือน เลือกรับระหว่าง Cash Voucher มูลค่า 10,000 บาท หรือโช๊คอัพ Ohlins มูลค่า 20,000 บาท
นอกจากนี้ ยังได้รับสิทธิ์ซื้อ Accessories Package ฝาครอบข้าง, ฝาครอบเฟรม, Handle Bar พร้อมเบาะ Custom ในราคาพิเศษ เพียง 5,900 บาท

– Scrambler Café Racer, Desert Sled  เลือกดาวน์ต่ำเพียง 20% ผ่อนอัตราดอกเบี้ย 4.99% นานสูงสุด 48 เดือน หรือเลือกดาวน์ 25% ผ่อนอัตราดอกเบี้ย 4.99% นาน 60 เดือน


ใครว่าเวลาซื้อไม่ได้ RANGE ROVER VELAR

เรนจ์ โรเวอร์ เวลาร์ (Range Rover Velar) ความเรียบง่ายแต่สง่างามผนวกเข้ากับเทคโนโลยีที่เรนจ์โรเวอร์มุ่งพัฒนาเพื่อลูกค้า คือ จุดเด่นที่สะกดทุกสายตาให้หยุดอยู่ที่ เรนจ์ โรเวอร์ เวลาร์ สมาชิกรุ่นที่ 4 จากครอบครัว เรนจ์โรเวอร์ เป็นการเติมเต็มช่องว่างระหว่าง เรนจ์โรเวอร์ อีโวค (Range Rover Evoque) และเรนจ์โรเวอร์ สปอร์ต (Range Rover Sport)

ราคาจำหน่าย เรนจ์ โรเวอร์ เวลาร์
New Range Rover Velar S 5,999,000 บาท
New Range Rover Velar S R-Dynamic 6,499,000 บาท
New Range Rover Velar HSE 6,999,000 บาท

จากจุดกำเนิดเริ่มต้นโดยยึดหลักการออกแบบตามทฤษฎีแยกส่วนเพื่อลดวามซับซ้อน เรนจ์ โรเวอร์ เวลาร์ ได้ปฏิวัติการออกแบบรถยนต์ SUV โดยใช้เทคโนโลยียานยนต์ที่มีความเฉียบคมและแม่นยำในทุกๆรายละเอียด ตอบโจทย์และเติมเต็มช่องว่างที่ขาดหายของ เรนจ์ โรเวอร์ อีโวค และ เรนจ์ โรเวอร์ สปอร์ต ได้อย่างสมบูรณ์ นับเป็นการพัฒนาขึ้นไปอีกระดับภายใต้แบรนด์ เรนจ์ โรเวอร์

ภาพจาก :newsuvreports.com
ระยะฐานล้อ 2,874 มม.และการออกแบบภายในอย่างชาญฉลาดทำให้ เวลาร์ กว้างขวางสะดวกสบายเพียงพอสำหรับผู้โดยสารทุกคน อีกทั้งมีพื้นที่จัดเก็บสัมภาระความจุถึง 673 ลิตร ระบบกันสะเทือนช่วงล่างแบบคอยล์สปริง (Coil Spring) ในรุ่นมาตรฐาน พัฒนาปรับแต่งด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด Adaptive Dynamics เพื่อให้ทุกรุ่นสามารถควบคุมการขับขี่ได้อย่างง่ายดายและสะดวกสบาย ร่วมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ ยิ่งตอกย้ำความเป็นผู้นำในสมรรถนะการขับขี่ในทุกสภาพภูมิประเทศและความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างรถยนต์และผู้ขับขี่ได้อย่างสูงสุด

เวลาร์ รวบรวมเอาเทคโนโลยีในการควบคุมระบบการขับขี่ในรถยนต์ รวมถึงระบบตั้งค่าโหมดขับขี่แบบอัตโนมัติตามสภาพภูมิประเทศและพื้นผิวถนน (Terrain Response) ที่ถูกพัฒนาขึ้นจากระบบเดิมในปี 2013 เพื่อใช้ในรถยนต์แลนด์โรเวอร์โดยเฉพาะ ระบบควบคุมความเร็วตามสภาพถนน (All Terrain Progress Control) ระบบช่วยป้องกันไม่ให้ล้อหมุนฟรี บนพื้นผิวที่มีแรงเสียดทานต่ำ (Low Traction Launch) ระบบควบคุมขณะขับลงทางลาดชัน (Hill Descent Control) และระบบควบคุมการปล่อยแรงเบรกขณะเคลื่อนตัวบนทางลาดชัน (Gradient Release Control) รวมถึงมีความสามารถในลากจูงน้ำหนักสูงถึง 2,500 กิโลกรัม

เวลาร์ ถูกสร้างขึ้นจากอะลูมิเนียมคุณภาพสูงน้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่งเอกสิทธิ์ของแลนด์โรเวอร์ แบบเดียวกับที่ใช้ในจากัวร์ และเวลาร์จะเป็นบทถัดไปในเรื่องราวความสำเร็จของ เรนจ์ โรเวอร์ ด้วยการออกแบบที่แม่นยำและพิถีพิถันในทุกๆรายละเอียดเพื่อถ่ายทอดความเป็นเรนจ์ โรเวอร์ให้ชัดเจนในทุกกระเบียดนิ้วให้สมกับเป็นตัวแทนยานยนต์รุ่นถัดไปในตระกูล เรนจ์ โรเวอร์ ดีไซน์ของ เวลาร์ มีความสวยงามอย่างสมดุลในทุกสัดส่วนอันทรงพลังแต่ปราดเปรียวในทุกมุมมองจากด้านหน้าจรดท้ายขณะที่ระยะฐานล้อกว้างใหญ่มีส่วนสำคัญช่วยเสริมให้ตัวรถมีความสง่างามและช่วยเสริมความสวยงามกว้างขวางภายในห้องโดยสารให้เพิ่มมากขึ้นด้วย

ล้ออัลลอยด์ที่มีขนาดใหญ่ถึง 21 นิ้ว ยิ่งเพิ่มความสง่าและสวยงามของรูปโฉมภายนอกของเวลาร์ให้น่าทึ่งยิ่งขึ้นไปอีก และเทคโนโลยีขั้นสูงเป็นหัวใจสำคัญในการออกแบบรถยนต์ร่วมสมัย หลอดไฟหน้า LED ของเวลาร์มีความเพรียวบางมากที่สุดเท่าที่แลนด์โรเวอร์เคยมีมา

มือจับบานพับประตูลดรูปร่างลงเพื่อลดแรงต้าน เสริมความเพรียวของตัวรถและกลมกลืนสายตา เวลาร์ถูกออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดในจำนวนรถยนต์ที่แลนด์โรเวอร์ เคยผลิตมา

เมื่อมองเข้าไปภายในห้องโดยสารของเวลาร์ คุณจะเห็นความเรียบหรูแต่มีรายละเอียดความซับซ้อนในการออกแบบและตกแต่ง โดยยึดหลักการออกแบบตามทฤษฎีแยกส่วนที่ซับซ้อนออกจากกันเพื่อให้สามารถกำหนดรายละเอียดแต่ละส่วนได้อย่างง่ายดายและมีคุณภาพ รวมทั้งลดจำนวนปุ่มควบคุมต่างๆให้ดูกลมกลืนสายตาในทุกมุมมองมากขึ้น

หัวใจหลักอีกประการหนึ่งในการออกแบบเวลาร์ คือ เทคโนโลยีที่ส่งผ่านระบบอินโฟเทนเมนท์ สาระและความบันเทิงภายในห้องโดยสาร Touch Pro Duo ประกอบด้วย 2 หน้าจอระบบสัมผัสบางเฉียบความละเอียดสูงขนาด 10 นิ้ว ระบบการแสดงผลและใช้งานสามารถทำได้ง่ายดายไม่ซับซ้อน ถูกติดตั้งไว้ภายในอย่างกลมกลืนเรียบเนียนไร้รอยต่อด้วยเทคนิคเฉพาะของ แลนด์โรเวอร์ สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกับการออกแบบภายนอก ทั้งหมดนี้ คือ ความน่าประทับใจในการออกแบบทั้งภายในและภายนอกของเวลาร์

เวลาร์ ยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ การออกแบบภายในเลือกใช้วัสดุที่มุ่งสนับสนุนความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมด้วยการใช้วัสดุคุณภาพสูงทดแทนหนังแท้ในการห่อหุ้มเบาะที่นั่ง โดยวัสดุจาก Dapple Grey เหล่านี้ได้ถูกพัฒนาโดยบริษัท Kvadrat ซึ่งเป็นผู้ผลิตสิ่งทอดีไซน์ชั้นนำของยุโรปมาเป็นเส้นใยผ้ากันน้ำ (Suede cloth) โดยมีสีให้เลือก คือ ดำ (Ebony) หรือ เทา (Light Oyster)

ด้วยแพลทฟอร์มอะลูมิเนียมน้ำหนักเบาที่แข็งแกร่งทนทานเป็นพิเศษ กับระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบปีกนกคู่ (double-wishbone) และด้านหลังแบบอินทิกรัลลิงค์ Integral Link ซึ่งเป็นระบบพื้นฐานในทุกคันของเวลาร์ ทำให้ เวลาร์ เป็นรถยนต์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อความสมบูรณ์แบบสำหรับการใช้งานที่คล่องตัวสะดวกสบายรวมทั้งสมรรถนะในการขับขี่ที่ดีเยี่ยม

ยิ่งไปกว่านั้น เวลาร์ ได้ยกระดับการป้องกันความผิดพลาดทั้งด้านสมรรถนะและความปลอดภัยให้สูงขึ้น ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานจากสถาบันทดสอบที่มีความน่าเชื่อถือในระดับโลกมาแล้ว ทั้งนี้ ระบบความปลอดภัยแบบบูรณาการล่าสุดของเวลาร์ ได้รวมถึง ถุงลมนิรภัย 6 จุด ตลอดจนเทคโนโลยีขั้นสูงในระบบช่วยเหลือคนขับ อาทิ เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติพร้อมการตรวจสอบคนเดินถนน (Autonomous Emergency Braking/pedestrian detection) ระบบควบคุมความเร็วรถแบบแปรผัน พร้อมฟังก์ชั่นหยุดและออกตัวอัตโนมัติ และระบบแจ้งเตือนระยะห่างจากรถคันหน้า

สำหรับด้านสมรรถนะ เวลาร์มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (all-wheel drive system) มีความสูงจากพื้นรถวัดจากพื้นถนนถึงส่วนที่ต่ำสุดของรถ 251 มิลลิเมตร ระยะลุยน้ำความลึกได้ 650 มิลลิเมตร และแน่นอนเวลาร์มีคุณสมบัติความสามารถในการควบคุมการขับขี่โดยปรับตามสภาพภูมิประเทศและพื้นผิวถนนได้เช่นเดียวกับรถยนต์รุ่นอื่นของ แลนด์ โรเวอร์ รวมทั้งเทคโนโลยีล่าสุด Terrain Response อีกด้วย

นอกเหนือจากสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมและประสิทธิภาพความประหยัดแล้ว เครื่องยนต์ดีเซลของ เวลาร์ ยังมีระบบเกียร์อัตโนมัติ ZF8 สปีดที่ตอบสนองได้ดีและระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ ขุมพลังของเครื่องยนต์ 4 กระบอกสูบดีเซล Ingenium 180 แรงม้า อัตราปลดปล่อยก๊าซ CO2 เพียง 145 กรัม/กม.แรงบิด 430 นิวตันเมตร


Privacy Preference Center