มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทยแจก “พี่มิต” ฟรี
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เดินหน้ารุกช่องทางดิจิทัลอย่างต่อเนื่องในปีนี้ ล่าสุดเปิดตัวไลน์สติ๊กเกอร์ชุด “พี่มิต” สะท้อนถึงภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์ “มิตซูบิชิ แอททราจ รุ่นใหม่” ที่เหนือกว่าทุกความเป็นไปได้ และ “มิตซูบิชิ มิราจ รุ่นใหม่” ที่ปลุกความเร้าใจให้สุด ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดซิตี้คาร์ ที่ตอบสนองทุกฟังก์ชั่นการใช้งานของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน โดยไลน์สติ๊กเกอร์ชุดใหม่นี้มาพร้อมบุคลิกที่สดใส และมีคำพูดยอดฮิต 8 แบบ สามารถดาวน์โหลดฟรีตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 19 กรกฎาคม 2560

มร.โมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในฐานะที่เป็นผู้นำเทคโนโลยียานยนต์มุ่งให้ความสำคัญกับการทำการตลาดผ่านช่องทางดิจิทัลมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเชื่อมโยงการเข้าถึงไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ ดังนั้น บริษัทฯ จึงมุ่งทำการสื่อสารในส่วนของข้อมูลรถยนต์มิตซูบิชิ แคมเปญโปรโมชั่น และกิจกรรมต่างๆ ผ่านช่องทางดิจิทัลมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะแอพพลิเคชั่นแชทในช่องทางไลน์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ทำให้ไลน์สติ๊กเกอร์มีบทบาทสำคัญในการติดต่อสื่อสารกัน”
ล่าสุดบริษัทฯ เปิดตัวไลน์สติ๊กเกอร์ชุด “พี่มิต” (P Mit) สะท้อนถึงภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์ “มิตซูบิชิ แอททราจ รุ่นใหม่” ที่เหนือกว่าทุกความเป็นไปได้ และ “มิตซูบิชิ มิราจ รุ่นใหม่” ที่ปลุกความเร้าใจให้สุด ภายใต้ไลน์ แอคเคาน์ Mitsubishi Motors Thailand โดยมีแนวคิดหลักเพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ขนาดเล็กหรือซิตี้คาร์ ด้วยนวัตกรรมแห่งเทคโลยีในราคาที่เป็นเจ้าของได้ โดดเด่นในด้านความปลอดภัย และประหยัดน้ำมันสูงสุด สามารถตอบสนองทุกฟังก์ชั่นการใช้งานของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันได้อย่างลงตัว โดยไลน์สติ๊กเกอร์ชุดใหม่มาพร้อมบุคลิกที่สดใส มีคำพูดยอดฮิต 8 แบบ ได้แก่ ขอโต๊ด ขอบคุณน้า โอเค พีคอ่ะ เงิบ กิกิกิ มาแว้วว และรัก”
“สติ๊กเกอร์ชุดล่าสุดนี้นับเป็นชุดที่ 4 หลังจากที่บริษัทฯ ได้เปิดตัวสติ๊กเกอร์ไปแล้ว 3 ชุด ซึ่งพบว่าได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ใช้แอพพลิเคชั่นไลน์ที่มีการดาวน์โหลดสติ๊กเกอร์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันบริษัทฯ มียอดผู้ติดตาม (Follower) 14 กว่าล้านราย โดยคนกลุ่มนี้จะได้รับข้อมูล ข่าวสาร โปรโมชั่นพิเศษ กิจกรรมการตลาดต่างๆ รวมถึงข้อมูลของรถยนต์มิตซูบิชิ และเคล็ดลับเรื่องรถในด้านต่างๆ ของมิตซูบิชิ มอเตอร์สได้โดยตรงและรวดเร็วมากขึ้น” มร. ชกกิกล่าว

ทั้งนี้ ผู้ใช้แอพพลิเคชันไลน์ที่สนใจ สามารถดาวน์โหลดสติ๊กเกอร์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ถึง 19 กรกฎาคม 2560 และใช้งานฟรีเป็นเวลา 90 วัน โดยบริษัทฯ มั่นใจว่า การติดต่อสื่อสารผ่านช่องทางไลน์ของมิตซูบิชิจะเป็นการสร้างความผูกพันระหว่างแบรนด์มิตซูบิชิและลูกค้าให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น รวมถึงเพื่อตอบสนองทุกความต้องการของวิถีชีวิตคนยุคปัจจุบันได้อย่างรวดเร็ว และเพื่อเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ผ่านช่องทางดิจิทัลนี้
SEA SIDER มอเตอร์ไซส์สุดชิค
คงเป็นเรื่องยากสำหรับนักโต้คลื่นที่ชอบขี่มอเตอร์ไซส์ไปไหนต่อไหนโดยที่จะต้องเอาแผ่นกระดานโต้คลื่นไปด้วย ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็มีนักสำนักแต่งรถ DEUS ในคังกู บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ได้พยายามเพิ่มที่วางกระดานโต้คลื่นให้ดูใช้งานง่ายไม่เกะกะและดูเข้ากับมอเตอร์ไซส์
ภาพจาก motorcyclespecs.co.za
สำนัก Deus ได้นำ Honda Super Cub C70 มาดัดแปลงจนได้แปลงโฉมใหม่ให้ตั้งชื่อมันว่า Sea Sider เพื่อให้เป็นมอเตอร์ไซส์ที่เหมาะกับการล่อนไปบนถนนอันสวยงามและคดเคี้ยวของ Canggu
‘Sea Sider’ เริ่มต้นมาจาก Honda C70 ปี 1974 ซึ่งมีแรงบิดเพียง 6 แรงม้าใน 9000 รอบต่อนาที แต่สำนัก Deus ยังได้ทดลองเอาเครื่องยนต์ Honda Astra ปี 1995 ซึ่งเป็นรถสกู๊ตเตอร์มาตรฐานที่มีให้เห็นทั่วไปในบาหลี และยังมีการนำชิ้นส่วนจักรยานโบราณมาจากเกาะใกล้เคียง นอกจากนี้ยังตะกร้าด้านหน้าด้วยแผ่นไม้และ ขอบโลหะที่ออกแบบได้อย่างแข็งแรงลงตัว
เพื่อให้มอเตอร์ไซส์มีน้ำหนักเบาที่สุด จึงใช้ขอบล้อที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น แล้วถอดชิ้นส่วนที่ไม่จำเป็นออกเพื่อให้มอเตอร์ไซส์ดูเรียบง่ายที่สุด ท่อไอเสียที่ถูกสร้างขึ้นด้วยมือพร้อมกับที่ยึดกระดานโต้คลื่น เบาะหนังทำในร้านเล็กๆ ข้างทาง
‘Sea Sider’ จะให้ความรู้สึกสดชื่นกับผู้ขับขี่ และคนที่ขี่มันเหมือนต้องมนต์ทุกครั้งที่ได้ล่อนไปกับมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีกระดานโต้คลื่นหนีบไปที่ด้านข้าง และมันเหมาะมากถ้าคุณอาศัยอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และต้องแว้นไปที่ชายหาดเพื่อโต้คลื่นหรือชมพระอาทิตย์ตกดินลองจินตนาการดุสิว่ามันจะฟินขนาดไหน
ที่มาจาก: deuscustoms.com
อินช์เคป เปิดตัว “จากัวร์ แลนด์โรเวอร์ แอพพรูฟ” รถยนต์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์ มือสองผ่านการรับรองคุณภาพจากผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
นายชาญชัย มหันตคุณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ปัจจุบันความต้องการในตลาดรถยนต์แบรนด์หรูมือสองเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปริมาณการซื้อขายหมุนเวียนรถยนต์แบรนด์หรูเพิ่มมากขึ้น สินเชื่อรถยนต์มือสองมีทางเลือกที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดกลุ่มนี้และเป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์ เราจึงเปิดศูนย์กลางการซื้อ-ขายแลกเปลี่ยนรถยนต์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์ ที่รถทุกคันผ่านการรับรองคุณภาพจากผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ด้วยโปรแกรมแอพพรูฟ (Approved) ซึ่งมั่นใจได้ว่ามาตรฐานการให้บริการเช่นเดียวกับการออกรถยนต์ใหม่ ด้วยการรับประกันคุณภาพพร้อมบริการหลังการขายครบครันเพื่อให้ลูกค้าที่ซื้อรถไปได้อุ่นใจอย่างต่อเนื่อง อันได้แก่
การตรวจสภาพอย่างครอบคลุม 165 รายการ รับประกันได้ว่ารถยนต์มือสองอยู่ในสภาพที่ดีที่สุดทั้งในด้านไฟฟ้าและเครื่องยนต์ รวมทั้งงานตัวถังรถยนต์ที่ไร้ที่ติ ด้วยการใช้เทคโนโลยี เครื่องมือและอุปกรณ์การตรวจสอบแบบล่าสุด ที่สำคัญรถทุกคันผ่านการทดสอบบนท้องถนนโดยที่ช่างผู้เชียวชาญจะประเมินลักษณะการทำงานของรถแต่ละคัน เช่น ระบบช่วงล่าง การสั่นสะเทือน ระบบเบรก สมรรถนะเครื่องยนต์ ระบบเกียร์ และอื่นๆ เพื่อให้แน่ใจว่าทำงานอยู่ในสภาพที่ดีที่สุด
การรับประกันรถยนต์ที่ผ่านการรับรอง 2 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร ความคุ้มครองที่ครอบคลุมนี้เทียบเท่ากับการรับประกันสำหรับรถใหม่ โดยใช้อะไหล่แท้ในการซ่อมแซมด้วยช่างผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 2 ปี เพื่อให้ผู้ขับขี่รู้สึกมั่นใจในคุณภาพ โปรแกรมนี้จะให้ความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน ตั้งแต่ปัญหาที่รถเคลื่อนที่ไม่ได้เนื่องจากความเสียหายหรืออุบัติเหตุไปยังเหตุฉุกเฉินเล็กๆ เช่น ยางรั่วหรือกุญแจหาย โดยให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
การตรวจสอบประวัติรถยนต์ ประวัติของรถยนต์ทุกคันได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด ระยะทางการขับขี่จริงที่ได้รับการรับรองและประวัติการเป็นเจ้าของที่ตรวจสอบได้ เพื่อให้แน่ใจว่ารถยนต์ไม่ติดปัญหาด้านไฟแนนซ์ ไม่ได้ถูกขโมยมาหรือเป็นรถที่สูญหาย
นอกจากนี้ รถยนต์มือสอง จากัวร์ แลนด์โรเวอร์ แอพพรูฟ ยังมีบริการด้านสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% สำหรับลูกค้าที่จองรถภายในวันนี้ ถึง 31 สิงหาคม 2560
นายชาญชัย กล่าวเพิ่มเติม ว่า “ในส่วนของการรับซื้อรถยนต์ จากัวร์ แลนด์โรเวอร์ มือสอง ทางเรามีระบบประเมินราคาที่ชัดเจน โดยหากรถเข้าข่ายสามารถนำมาทำเป็นรถรับรองคุณภาพ “จากัวร์ แลนด์โรเวอร์ แอพพรูฟ” จะได้รับข้อเสนอราคาประเมินสูงกว่าราคากลางของตลาด 5% สำหรับรถทุกรุ่น”
ผู้ที่สนใจรถยนต์มือสองผ่านการรับรองคุณภาพ “จากัวร์ แลนด์โรเวอร์ แอพพรูฟ” สามารถเยี่ยมชมได้ที่ โชว์รูมจากัวร์-แลนด์โรเวอร์ ถนนพระรามที่ 4 หรือเลือกชมผ่านทางเว็บไซต์ www.approved.th.jaguar.com และ www.approved.th.landrover.com สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ 0-2666-7500
เก็บอารมณ์ได้อย่างไรเมื่อเจอเครื่องช๊อตไฟฟ้า 300,000 โวลต์
คงจินตนาการไม่ออกแน่ๆ ถ้าเราโดนไฟช๊อตความแรงระดับ 300,000 โวลต์ จะแน่แค่ไหนก็คงเก็บอาการไม่อยู่เมื่อต้องมาเจอช๊อตด้วยไฟฟ้าขนาดนั้น ภาพบุคคลต่างๆ ที่มีใบหน้าบูดเบี่ยวได้ถูกบันทึกไว้โดยนาย แพทริค ฮอลล์ (Patrick Hall) ช่างภาพมืออาชีพที่ต้องการนำเสนอมุมมองของตัวเองที่หลายคนอาจจะมองว่าช่างภาพนายนี้เป็นคนคนซาดิสม์ หรือมีไอเดียสุดเพี้ยน แต่เมื่อเห็นภาพชุดนี้คนที่เคยว่าเค้าไว้กลับรู้สึกสนุกขบขันซะมากกว่า
กล้องที่นายแพทริค ฮอลล์ เลือกใช้คือ Nikon D810 DSLR ใหม่ 36mp ที่ให้ความละเอียดสูง เลนส์ Nikkor 70-200 2.8 ส่วนตอนถ่ายภาพก็ถ่ายเผื่อให้กว้างขึ้นเล็กน้อยเพื่อที่จะได้ง่ายต่อการถ่ายภาพเพราะเราไม่รู้ว่านายและนางแบบจะสะดุ้งโดดสูงหรือกว้างขนาดไหน หลังจากนั้นเราค่อยนำภาพมาครอปในภายหลัง
สำหรับภาพสโลโมชั่นช่างภาพใช้กล้อง Sony FS700 ซึ่งเป็นกล้องวิดีโอระดับมืออาชีพแต่ราคาจับต้องได้วิดีโอที่ ได้จะเป็นแบบ ISO 1080 ที่ 240 เฟรมต่อวินาที เลนส์ที่เค้าเลือกใช้ Nikon 70-200 2.8 และ Canon 70-200 2.8 เพื่อที่ภาพในวิดีโอจะออกมาใกล้เคียงกับภาพนิ่งมากที่สุด
แต่เท่าที่ดูงานนี้มีแต่ได้กับได้ ช่างภาพก็ได้ถ่ายทอดผลงาน คนที่เป็นคนช๊อตและคนที่โดนช๊อตดูหน้าก็รู้ว่าเค้าเหล่านั้นรู้สึกตื่นเต้นลุ้นละทึกกันขนาดไหน ขนาดเราที่เป็นแค่คนดูยังรู้สึกลุ้นไปด้วยเลย และสิ่งสุดท้ายที่ทุกคนได้รับไปคือความฮานั้นเอง
ที่มาจาก: fstoppers.com
สามารถติดตามผลงานของนายแพทริค ฮอลล์ ได้ที่ fstoppers.com












เรนจ์ โรเวอร์ อีโวค คอนเวิร์ทติเบิ้ล เปลี่ยนได้ทุกอารมณ์ตามใจคุณเลย
รถยนต์คอมแพคเอสยูวี กับความหรูหราที่ไม่เหมือนใครซึ่งอยู่ในระดับต้นๆของโลก มาพร้อมการออกแบบชั้นยอด โดดเด่นทั้งการใช้งานปกติหรือเปิดประทุน ตัวโครงหลังคาและผ้าใบมีน้ำหนักเบาสามารถพับเก็บได้ภายใน 18 วินาที ในระหว่างที่ขับขี่ด้วยความเร็วสูงถึง 30 ไมล์ต่อชั่วโมง ภายในห้องโดยสารสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสาร 4 คน แถมมีพื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ 251 ลิตรและช่องสำหรับเปิดเชื่อมระหว่างเบาะหลังกับที่เก็บสัมภาระท้ายรถ (ski hatch) ส่วนระบบอินโฟเทนเม้นท์ใช้เทคโนโลยีล่าสุดบนจอแสดงผลแบบทัชสกรีนขนาด 10.2 นิ้ว สมรรถนะตัวรถสามารถปรับให้เข้ากับทุกสภาพพื้นที่ ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน SI4


เรนจ์ โรเวอร์ อีโวค คอนเวิร์ทติเบิ้ล เป็นสมาชิกรุ่นที่ 5 ของ เรนจ์โรเวอร์และถือเป็นรถยนต์เอนกประสงค์ที่หรูหรามีสไตล์โฉบเฉียวที่สุดเท่าที่ เรนจ์โรเวอร์ เคยมีมา โดยรวมเอาลักษณะเฉพาะดั้งเดิมทั้งสมรรถนะความแข่งแกร่งที่เป็นเครื่องหมายการค้าในรถยนต์ขนาด 4 ที่นั่ง ของเรนจ์โรเวอร์ ตลอดจนระบบความปลอดภัยอันสูงสุด ผสานเข้ากับการใช้งานที่หลากหลายแบบรถยนต์เอนกประสงค์

Mr. Gerry McGovern ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบและหัวหน้าเจ้าหน้าที่ครีเอทีฟเรนจ์โรเวอร์ ให้ความเห็นว่า เรนจ์ โรเวอร์ อีโวค คอนเวิร์ทติเบิ้ล เป็นรถยนต์ที่เหมาะสำหรับการใช้งานในทุกฤดูกาล อีกทั้งยังมีความโดดเด่นด้านเทคนิคการออกแบบที่ดึงดูดความสนใจอันเป็นเอกลักษณ์ในระดับโลก สร้างมิติใหม่ของรูปลักษณ์รถยนต์ในตระกูลเรนจ์โรเวอร์


เรนจ์ โรเวอร์ อีโวค คอนเวิร์ทติเบิ้ลเปิดตัวด้วยความโดดเด่นของการออกแบบภายนอกที่ดึงดูดสายตามีสไตล์ เฉพาะตัว แต่ยังคงเอกลักษณ์แบบรุ่นพี่ๆ ที่ผ่านมาอยู่ หลังคาผ้าใบเปิดประทุนที่พับเก็บอัตโนมัติได้ภายใน 18 วินาทีและใช้เวลายกกางจนเสร็จสิ้นในเวลาเพียง 21 วินาที ขณะที่ยังวิ่งด้วยความเร็วไม่เกิน 30 ไมล์ต่อชั่วโมง มีความลงตัวเข้ากับรูปทรงของรถแบบห้าประตู ใช้กลไกการพับเก็บแบบตัว Z ไม่กินพื้นที่การจัดเก็บ ไม่เทอะทะเมื่อกางออกและไม่มีผลต่อความจุพื้นที่เก็บสัมภาระของรถทำให้มุมมองด้านหลังตัวรถดูสวยงามเพรียวบาง


สำหรับความสวยงามของการออกแบบภายในนั้นดูหรูหรามีระดับ ติดตั้งระบบเครื่องเสียงพรีเมี่ยม ระบบอินโฟเทนเม้นท์ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของจากัวร์ แลนด์โรเวอร์ จอแสดงผลแบบทัชสกรีนความละเอียดสูง InControl™ Touch Pro ขนาด 10.2 นิ้ว เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ไร้สาย สมาร์ทโฟน ระบบนำทาง ตลอดจนอินเทอร์เนต 3G ได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามนอกจากความหรูหราทันสมัยภายในและภายนอกแล้ว
เรนจ์โรเวอร์ไม่ได้มองข้ามความปลอดภัยโดย เรนจ์ โรเวอร์ อีโวค คอนเวิร์ทติเบิ้ล ได้ติดตั้งโรลบาร์คู่ซ่อนอยู่ในโครงสร้างด้านหลังของตัวรถเสริมความแข็งแกร่งเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยให้กับผู้โดยสารภายในรถ



เครื่องยนต์สี่กระบอกสูบความจุ 2 ลิตร เบนซิน SI4 ด้วยขุมพลัง 240 PS ที่มีประสิทธิภาพเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและประหยัดน้ำมันในอัตรา 5.1ลิตร/100กิโลเมตร (19.6 กิโลเมตร/ลิตร) อัตราการปล่อยก๊าซ CO2 ในระดับต่ำเพียง 149 กรัม/กิโลเมตร

เรนจ์ โรเวอร์ อีโวค คอนเวิร์ทติเบิ้ลเป็นอีกหนึ่งยนตรกรรมระดับโลกของแลนด์โรเวอร์ ที่มีสมรรถนะยอดเยี่ยมในทุกสภาพถนนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีล่าสุดของ อีโวค ผู้ขับสามารถเลือกใช้ได้ทั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ หรือ เกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด เอกสิทธิ์เฉพาะของแลนด์โรเวอร์ รวมถึงระบบควบคุมการขับขี่ที่ตอบสนองต่อสภาพภูมิประเทศที่แตกต่าง (Terrain Response® system) ที่จะช่วยเสริมความมั่นใจว่า อีโวค คือ รถยนต์คอมแพคเอสยูวี ที่สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อตอบสนองในทุกรูปแบบของการขับขี่
“DEVIALET PHANTOM” สุดยอดพลังเสียงของลำโพงไร้สายจากฝรั่งเศส เสียงหลักล้าน ราคาหลักแสน
เดโค 2000 จำกัด ผู้นำเข้าแบรนด์เครื่องเสียงระดับไฮเอนด์ชั้นนำของโลก นำโดยแบรนด์ DEVIALET, MASTER & DYNAMIC และ MERIDIAN จัดงานฉลองเปิด แฟล็กชิพ สโตร์ แห่งแรกของเมืองไทย ภายใต้แบรนด์ “มาร์โคนี” (Marconi) บนชั้น 4 ของ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี พร้อมเปิดตัว “เดอวิอาเลต์ แฟนทอม” (Devialet Phantom) สุดยอดลำโพงไร้สายที่ดีที่สุดในโลกที่ได้รับการสร้างสรรค์โดยทีมวิศวกรด้านอะคูสติก, นักออกแบบ และนักลงทุน ชาวฝรั่งเศส 3 คน
พร้อมด้วยความร่วมมือสร้างสรรค์และร่วมลงทุนของกลุ่มบริษัท LVMH Moët Hennessy ใช้เวลาในการออกแบบวิจัยและพัฒนานับ 10 ปี การันตีด้วยรางวัลด้านเสียงและการออกแบบมากถึง 57 รางวัล และจดสิทธิบัตรไปแล้วมากถึง 107 ใบ โดยในงานเปิดตัวครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากเซเลบริตี้ระดับเอลิสต์และกูรูด้านเสียงเพลงร่วมงานมากมาย อาทิ พิพัฒน์พงศ์-ภัทรี อิศรเสนา ณ อยุธยา, จุติพัทธ์-ฤาชุตา บุญสูง, ประกาสิทธิ์-ประณิธาน พรประภา, กรุณ-ชัยพัชร์ ซอโสตถิกุล, ศิรเดช โทณวณิก, ชัยฉัตร บุญรัตน์, ภูริต ภิรมย์ภักดี, นรรจาพร จงควินิต เป็นต้น ร่วมงาน โดยมี วราห์ สุจริตกุล และ กฤตภาส อนุสรณ์ศิริศักดิ์ ผู้บริหารระดับสูงให้การต้อนรับ ณ มาร์โคนี ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี
ร้านเครื่องเสียง มาร์โคนี (MARCONI) เป็นแบรนด์แรกของ บริษัท เดโค 2000 จำกัด ผู้เลือกสรรและเฟ้นหาแบรนด์เครื่องเสียงชั้นนำคุณภาพสูงจากทั่วโลกมาจัดจำหน่ายให้แก่ลูกค้าในประเทศไทย ตั้งอยู่บนชั้น 4 ของ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี โดยชื่อของ “MARCONI” มาจากชื่อของ มร. กูยีเอ็ลโม่ มาร์โกนี่ (MR. Guglielmo Marconi) นักวิทยาศาสตร์ชาวอิตาลีที่ประดิษฐ์และคิดค้นเครื่องรับส่งวิทยุโทรเลขเป็นคนแรกของโลก อันนำมาสู่การกำเนิดของระบบการสื่อสารแบบไร้สายรายแรกในโลก มร. มาร์โคนี ได้รับรางวัล โนเบล สาขาฟิสิกส์ ในปี ค.ศ. 1907 ซึ่งความสำเร็จและผลงานของเขา ตรงกับนิยามของทางร้านที่ต้องการสื่อถึงความเป็นผู้นำในด้านเครื่องเสียงและอุปกรณ์ต่างๆ ที่เชื่อมต่อแบบไร้สาย (wireless) เพื่อรองรับโลกอนาคตที่เทรนด์ของดิจิตอลทำให้การสื่อสารอุปกรณ์ต่างๆ ด้วยการเชื่อมต่อไร้สายมีความสะดวกง่ายดาย แต่ยังคงประสิทธิภาพของคุณภาพเสียงได้อย่างดีเยี่ยม
“เดอวิอาเลต์ แฟนทอม” (Devialet Phantom) คือ ลำโพงไร้สายตัวแรกของโลกที่พัฒนาและออกแบบขึ้นมาด้วยการผสมผสานที่สุดแห่งพลังเสียง เข้ากับ ความงามของงานดีไซน์ ร่วมด้วยเทคโนโลยีวิศวกรรมไร้สายแห่งอนาคตแบบที่ไม่เคยมีปรากฏมาก่อน แฟมทอม คือ ลำโพงไร้สาย 100% ทำงานด้วยการเชื่อมต่อผ่านไวไฟ, บลูทูธ, สปอร์ติไฟ สู่ เครื่องเล่นเพลง ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต, คอมพิวเตอร์ หรือ โทรทัศน์ พลังเสียงของ PHANTOM ได้รับการยกย่องจากคนฟังเพลงระดับปรมาจารย์และคนดังในแวดวงมิวสิคทั่วโลกว่าเป็นระบบเสียงที่ดีที่สุดในโลก พลังเสียงของ แฟนทอม เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีการสร้างพลังงานความถี่ต่ำลึกถึงระดับ 14Hz และความถี่สูงที่กระจ่างชัดสดใสที่ความถี่ 27KHz โดยปราศจากเสียงรบกวนเจือปน ไร้ความเพี้ยนที่บิดเบือนของเสียง (Zero distortion), ไร้ความเพี้ยนค่าความเข้มข้นของเสียง (Zero saturation) และ ไร้เสียงรบกวน (Zero background noise) ไม่มีลักษณะขาดๆ เกินๆ พลังเสียงถ่ายทอดออกมาได้อย่างหนักแน่น เต็มอิ่มทุกอารมณ์ดนตรีด้วยระดับความดังสูงสุด 108 เดซิเบล และด้วยเทคโนโลยี ADH® และ HBI® ต้นกำเนิดแห่งพลังเสียง 4,500 วัตต์ที่ปราศจากเสียงรบกวนเจือปน ไร้ความเพี้ยนตั้งแต่วัตต์แรกจนถึงวัตต์สุดท้าย เสียงจาก แฟนทอม จึงคม ละมุน กระจ่างชัด และความเที่ยงตรงสมจริงอย่างที่ทุกคนจะต้องตกตะลึงดั่งถูกสะกด ทรงพลังและมีเอกลักษณ์เฉพาะ แตกต่างอย่างเหลือเชื่อ เชื่อกันว่า อีกไม่นานนี้ แฟนทอม จะมาแทนที่ระบบสเตอริโอ, docks, home-cinema, หรือแม้แต่ลำโพงในบ้านทั่วไป โดยเบื้องหลังประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมนี้มีหัวใจสำคัญแห่งการค้นพบดังต่อไปนี้
เทคโนโลยีอัจฉริยะ ADH® (Analog Digital Hybrid) : ADH เป็นเทคโนยีอัจฉริยะที่ผสานจุดเด่นในด้านน้ำเสียงของภาคขยายเสียง อนาล็อค คลาสเอ และพลังความหนักแน่นคมเข้มของภาคขยายเสียง ดิจิตอล คลาสดี เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ให้เสียงที่กระจ่าง ชัดเจน สดใส มีความสมจริงเป็นธรรมชาติ และการใช้วูฟเฟอร์พิเศษ 2 ตัวทำงานร่วมกันภายใต้แรงดันในระดับสูง ถือได้ว่าเป็นการปฏิวัติการออกแบบที่สำคัญยิ่ง สำเนียงเสียงอันทรงพลังจาก ไดอะแฟรม ทรงโดม โดดเด่นด้วยความเข้มข้นและแรงปะทะอันหนักแน่น เมื่อเทคโนโลยีนี้ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี ADH ทำให้ลำโพง Devialet Phantom สามารถถ่ายทอดพลังเสียความถี่ต่ำลงลึกไปถึง 14Hz ต่ำกว่าย่านเสียงที่หูของเราได้ยินโดยตรง แต่เรายังคงสัมผัสมวลเสียงดังกล่าวได้จากโสตประสาทอื่นๆ
เทคโนโลยี HBI® (Heart Bass Implosion) : HBI® คือเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเพื่อ Devialet Phantom โดยเฉพาะ เป็นระบบเดียวในโลกที่เปิดโอกาสให้ความถี่ต่ำลึกสุดสามารถปลดปล่อยออกมาจากพื้นที่อันจำกัด มีจังหวะการเต้นด้านข้างภายใต้แรงบีบอัดที่สูงมาก ประกอบกับโครงสร้างทรงกลมของแฟนทอม ทำให้มั่นใจได้ว่าเสียงได้ออกมารอบทิศทาง เสียงจะยอดเยี่ยม ทรงพลัง ไม่ว่าคุณจะฟังอยู่มุมไหนก็ตาม
เทคโนโลยี ACE® (Spheric Active Cospherical Engine Loudspeaker) : เทคโนโลยีออกแบบลำโพงแบบ ACE งานดีไซน์ที่ออกแบบเป็นให้เป็นลำโพงทรงกลมมน ซึ่งนำแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจาก รูปทรงกึ่งทรงกลมอันเลื่องลือของโอลสัน (Sphere of Olson) คุณสมบัติของรูปทรงกลมนี้ ทำให้จุดกำเนิดเสียงสามารถแผ่พลังงานออกโดยรอบอย่างสม่ำเสมอ ช่วยในการกระจายเสียงออกไปในลักษณะกึ่งรอบทิศทางโดยปราศจากความผิดเพี้ยนจากการสะท้อนหรือหักเหบนพื้นผิวใดๆ
ระบบ cybernetic ที่อัพเกรดอัตโนมัติ : EVO Platform เป็นระบบที่ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ทันทีที่ติดตั้ง แฟนทอม จะสามารถอัพเกรดได้อย่างต่อเนื่อง ปรับปรุงการเชื่อมต่อภายใน เชื่อมต่อไปยัง แฟนทอม ตัวอื่น โดย แฟนทอม ได้จดสิทธิบัตรไปแล้วถึง 170 ใบ
สะดวกเพียงปลายนิ้วสัมผัส เมื่อใช้งานร่วมกับแอพพลิเคชั่น SPARK : แอพพลิเคชั่น Spark พัฒนาโดย Devialet ที่ช่วยจัดการเพลงที่อยู่ในทุกๆ อุปกรณ์ทั้งของคุณเองและของเพื่อนฝูง ด้วยการสั่งงานระหว่างกันได้เมื่อมีการเชื่อมต่ออยู่ในเครือข่าย Wi-Fi เดียวกัน เมื่อใช้งานร่วมกับ ‘Dialog’ อุปกรณ์ที่เป็นศูนย์รวมระบบอัจฉริยะของ แฟนทอม จะเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงบริการเพลงออนไลน์ต่างๆ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอยู่ในเวลานี้และอนาคต ไม่ว่าจะเป็น Deezer, TIDAL หรือ Qobuz
การใช้งานที่หลากหลายทั้งแบบ ลำโพงเดี่ยว (Solo), ลำโพงคู่ (Duo), มัลติรูม (Multiroom) และ โฮม เธียร์เตอร์ (Home Theater 5.5) : การใช้งาน Devialet Phantom สามารถเลือกใช้งานแบบเดี่ยวๆ ได้อย่างน่าทึ่ง หรือจะใช้งานเป็นแบบลำโพงคู่ ก็สามารถเพิ่มอรรถรสความบันเทิง ให้มิติจักรวาลใหม่แห่งพลังเสียง ความกระหึ่ม หนักแน่น มิติบรรยากาศแห่งดนตรี รายละเอียดและความเป็นธรรมชาติของดนตรีในระดับที่สูงขึ้น ในขณะที่การใช้งานแบบมัลติรูม (Multiroom) โดยใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ที่มีชื่อ Devialet Dialog จะสามารถเชื่อมต่อ แฟนทอม ได้มากที่สุดถึง 24 ตัว เชื่อมโยงผ่าน Dialog ในลักษณะมัลติรูม ควบคุมผ่านแอพพลิเคชั่น Spark เพื่อเล่นเพลงได้อย่างอิสระด้วยเพลงเดียวกันทั้งหมดทุกห้อง, เลือกแรนดอมเพลงจากแต่ละห้อง หรือจะเลือกส่งเพลงกันระหว่าง แฟนทอม แต่ละตัว
สนใจสอบถามเพิ่มเติม โทร. 093-015-6365, 02-160-5776
ตะลุยวังค้างคาว!…ไปกับ honda civic hatchback ใหม่!
ช่วงเดือนพฤษภาที่ผ่านมาได้วางแผนไปเที่ยวเล่นแถวพัทยา แล้วก็ยืมรถฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก ใหม่ไปทดลองขับโดยได้รับการสนับสนุนรถยนต์จากทีมประชาสัมพันธ์ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด และก็ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี การเดินทางครั้งนี้ก็แพลนว่าจะไปนอนเล่นคืนนึง แล้วก็กลับโดยที่ไม่ได้วางแพลนว่าจะทำอะไรมากมาย
การเดินทางในวันนั้นดันมีเหตุให้ออกเดินทางในช่วงเย็นๆ วันศุกร์ที่ฝนตกหนัก จนหลายพื้นที่เกือบจะต้องนั่งเรือแทนรถกันอยู่แล้วเพราะน้ำเริ่มรอการระบายสูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้การเดินทางไปพัทยาในวันนั้นใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ เรียกว่าโหดร้ายน้ำตาซึมมาก
ที่พักคืนนี้เป็นเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ราคาโอเค แลดูสะอาดได้มาตรฐาน ใครมองหาที่พักก็ลองไปดูกันได้นะ อันนี้ไม่ได้ค่าโฆษณาแต่น้าไปมาแล้วอยากบอกต่อ facebook.com/thecornerlodgepattaya
ถึงที่พักเกือบ 4 ทุ่มเหล่าผู้ติดตามล้มลงจมเตียงกันถ้วนหน้า ในการเดินทางในคืนนั้นระหว่างทางที่จะถึงที่พักไม่ไกลสายตาก็เหลือบไปเห็นอะไรแวบๆ เป็นสิ่งก่อสร้างใหญ่โตดูน่ากลัว แต่แอบแฝงความลี้ลับน่าค้นหา แต่ติดตรงที่ว่าฝนตกหนัก แถมเริ่มจะง่วงนอนแล้ว เลยกะว่าพรุ่งนี้เช้าจะแวะมาดูซะหน่อย
ตอนเช้าก็รีบขับรถมาเลยไม่ผิดหวังจริงๆ เพราะจุดที่มาคือสถานบันเทิงสุดพีคในยุค 90 ที่ใครๆ ก็ต้องเคยผ่านตามากันบ้าง สมัยที่ยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยเมื่อกว่า 20ปีก่อนเพื่อนน้าก็เคยชวนกันมาเที่ยวเหมือนกัน BAT MAN PUB เคยเป็นที่ๆ โด่งดังมากมีทั้งนักเที่ยวชาวไทย และต่างชาติพากันมาดีดดิ้นกันอย่างเมามันส์ แต่จุดที่ทำให้ BAT MAN PUB มีสภาพอย่างที่เห็นในปัจจุบันเพราะว่ามีเหตุการไฟไหม้เมื่อหลายปีก่อนทำให้โดนสั่งปิดจนถึงปัจจุบัน อันนี้คือเรื่องเล่าจากชาวบ้านแถวนั้นนะ พี่เค้ายังเล่าต่อว่าตึกนี้หลังจากปล่อยล้างยังเคยมีโครงการว่าจะเปิดเป็นโรงพยาบาลอีกด้วย แต่ในปัจจุบันตึกนี้ได้กลายเป็นที่แสดงงานของเหล่ากราฟฟิตี้หลากหลายชาติพันธ์ุที่ผลันกันเข้ามาสร้างสรรค์ผลงาน เพราะฉนั้นไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าจะได้เห็นผลงานของใครบ้าง
พี่ๆ แถวนั้นเล่าว่าเมื่อก่อนตึกนี้เคยมีโครการจะทำเป็นโรงพยาบาลด้วยนะ

แต่เท่าที่ดูบอกได้เลยว่าใครชอบงานแนวนี้ไม่ผิดหวังแน่นอน และหลังจากที่ลองค้นหาข้อมูลดูก็พบว่างานที่เห็นอยู่เป็นผลงานของเหล่ากราฟิตี้ระดับแนวหน้าของโลกทั้งสิ้น เพราะเมื่อไม่นานมานี้ได้มีการนัดรวมตัวกันในกิจกรรม Meeting of Styles (Thailand) Uncondition Freedom Pattaya โดยมีศิลปินกราฟิตี้ชื่อดังจาก 15 ประเทศกว่า 120 คนประกอบด้วยศิลปินชาว จีน, เวียดนาม, ฮ่องกง, กัมพูชา, ฟิลิปปินส์, ออสเตรเลีย, ยูเครน, รัสเซีย, โปแลนด์, สวิตเซอร์แลนด์, ฝรั่งเศส, อิตาลี, สเปน, สหรัฐอเมริกา และอังกฤษเข้าร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานบนกำแพง ทำให้ตึกแบทแมนที่เคยรกร้างน่ากลัวดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที

งานกราฟิตี้นอกจากจะมีให้เห็นโดยรอบตัวตึกแล้ว ด้านในก็มีอยู่แทบทุกมุมเหมือนกัน ตัวตึกแบ่งเป็นห้อง และมีหลายชั้นตัวน้าเองเดินขึ้นไปถึงแค่ชั้น 5 เพราะไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจมาลุยขนาดนั้น เลยเดินไปไม่ถึงชั้นดาดฟ้าที่เค้าว่ากันว่าสามารถมองเห็นวิวพัทยาได้กว้างมาก ถ้ามีโอกาศน้าก้อยากกลับไปเดินดูละเอียดๆ อีกสักครั้ง ส่วนใครที่สนใจจะเข้าไปเยี่ยมชม เก็บภาพเป็นที่ระลึกก็แนะนำให้ไปช่วงเช้าๆ ถึงบ่ายๆ ก็พอนะ เพราะที่ๆ เข้าไปไม่ได้ปลอดภัยมากมายอะไร และสิ่งที่ควรนำติดตัวไปด้วยก็พวก ไฟฉาย, ผ้าปิดปากอนามัย, น้ำดื่ม, รองเท้าผ้าใบหุ้มส้น และหมวก ด้วยความหวังดีขอให้สนุก และเพลิดเพลินกับงานศิลปะนะจ๊ะ


ตรงนี้เป็นทางเข้าเท่าที่ดูน่าจะเป็นทางเข้าตึกทางเดียว ยืนลังเลอยู่สักพักก่อนที่จะตัดสินใจเข้าไป….น้าถือคติว่ามาคนเดียวอย่าห้าว















สงสัยไหม คนที่ถูกยิงด้วยปืน จะมีความรู้สึกอย่างไร? 18+
ไปเจอคำถามที่น่าสนใจมาในเวป pantip.com โดยสมาชิกหมายเลข 2602250 ได้ถามไว้ว่า “ถามแบบโง่ๆ เลย! ทำไมลูกกระสุนปืนถึงทำให้คนโดนยิงตายได้ ทั้งๆ ที่รูแผลมันเล็กนิดเดียว?” หลังจากที่ไล่อ่านคอมเม้น ก็รู้สึกเลยว่ากระทู้นี้มีความรู้ปนสาระ จากผู้รู้จริงมากมาย น้าเลยอยากเอามาแนะนำให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันจะได้ไม่ต้องไปลองโดนยิงกันเองเปลืองเนื้อเปลืองตัวเปล่าๆ

ส่วนใครไม่ค่อยมีเวลาน้าได้หยิบเอาคอมเม้นเด็ดๆ มาให้ได้อ่านกัน น้าอ่านแล้วก็แนะนำว่าให้ใช้วิจารณญาณในการอ่านกันด้วยนะจ๊ะ
เพื่อความเป็นส่วนตัวน้าเลยขอปกปิดหน้าตา และเพื่อไม่ให้ภาพดูรุนแรงเกินไปจึงขอนำเสนอภาพแบบขาวดำ หวังว่าคงเข้าใจ…

รายที่1 จุดตายทันทีของมนุษย์ มี 2 จุด คือ –หัวใจ –สมอง หากยิงไปที่หัว จะวูบไปทันที เหมือนจอทีวีดำมืดสนิททันที เช่นเดียวกัน หากยิงที่หัวใจ จะค่อยๆวูบ เหมือนจอทีวีแสงวูบจากใหญ่ ย่อลงเป็นจุดเล็กๆ และก็มืดสนิท กระสุนยิงที่ตำแหน่งอื่น จะยังไม่ตายในทันทีครับ รัวกี่นัด หากไม่โดน 2 จุดสำคัญนั่น จะยังไม่ตายทันที จะตายก็เพราะสูญเสียความดันในร่างกาย และเสียของเหลวในร่างกาย แต่หากมีการปฐมพยาบาลแก้ไข 2 สาเหตุข้างต้นได้ทันท่วงที หรืออวัยวะภายในไม่เสียหายมาก ก็มีโอกาสรอดสูง แต่ถามว่าคนโดนยิงเจ็บไหม วินาทีนั้นไม่เจ็บครับ จะชา ไร้สติสัมปะชัญญะ ฟุ้งซ่านนิดหน่อย

รายที่2 เคยไปเยี่ยมลูกน้องผมที่ รพ.มันถูกยิงเข้าที่ใต้ชายโครงขวา เขาเล่าให้ฟังว่าตอนโดนยิงได้ยินเสียงปืนแล้วก็รู้สึกเหมือนมีอะไรมาผลักโดน ตัว แต่ตอนนั้นมันไม่เจ็บ ไม่รู้สึกอะไรเลยนอกจาก ก้าวขาไม่ออก เขาบอกว่าใจคิดจะวิ่งหนีเพราะได้ยินเสียงปืน(ตอนนั้นเขาทะเลาะกับกลุ่ม เพื่อนเก่า) แต่ขามันชา หนักมาก คือตัวหนักตึงไปหมด ก็เลยทรุดนั่งลง ตอนนั้นรู้แล้วว่าตัวเขาเองโดนยิง ก็นั่งอยู่แบบนั้นจนคนยิงขึ้นมอไซหนีไป เพื่อนๆก็เลยรีบกลับมาช่วยหิ้วขึ้นรถกระบะไปส่งโรงบาล เขาบอกรู้ตัวทุกอย่างคุยตอบได้บ้าง แต่มันหอบๆเหมือนหายใจไม่เต็มปอด ไม่เจ็บไม่ปวด แต่ร่างกายตึงๆ มึนๆ หนักๆขยับตัวแทบไม่ได้ แต่ยกมือพอได้ เขาบอกตอนนั้นกลัวมาก ว่าจะตายจะไม่รอด เลือดออกเยอะ ได้ยินเสียงเพื่อนบอกแข็งใจไว้ๆ ก็พอตอบกลับได้ว่ายังไหวๆ ตอนไกล้ถึง รพ.เขาบอกมันรู้สึกเหมือนมีไข้แต่ก็ไม่ใช่ มันสั่นๆ ตอนนั้นคิดถึงพระอย่างเดียวขอให้รอด พอเขาถึงมือหมอ เห็นหมอเห็นคนกำลังช่วยตอนนั้นแหละ อยู่ๆก็หลับวูบไป จริงๆเขาบอกไม่กล้าหลับ กลัวไม่ตื่นแต่ฝืนไม่ไหว ไม่รู้เพราะพิษบาดแผลร่ายกายเสียเลือดหรือเพราะหมอวางยาสลบ จนทุกวันนี้ก็ยังไม่รู้ มันไม่ได้ถามหมอ ที่เล่ามาตั้งแต่ถูกยิงยันถึงมือหมอ สรุปได้ว่าไม่เจ็บไม่ปวดเลย ที่น่ากลัวที่สุดคือตอนจะหลับตอนถึงมือหมอนั่นแหละ กลัวว่าตอนนั้นมันจะตาย แต่นั่นคือแค่จุดเริ่ม เขาเล่าต่อไอ้ที่ทรมานจริงๆน่ะ คือตอนฟื้น ฟื้นมาช่วงไม่กี่ชั่วโมงแรกๆ ก็เจ็บปวดพอทนได้ แต่หลังจากนั้นสิ มันเจ็บยิ่งกว่าถูกเสียบ เหมือนมีน้ำเดือดในท้อง มันร้อนมันปวด ครบเลยครับ ทั้งยากินยาฉีดแก้ปวดก็เอาไม่อยู่ ทรมานจนแทบจะตาย แต่อีกวันก็ดีขึ้น ยังเจ็บยังปวดมากๆ แต่ไม่ทรมานเหมือนวันแรก กว่าความเจ็บปวดจะหายสนิท ก็เกือบๆเดือน อันนี้คือผมฟังจากประสบการณ์ตรงคนโดนยิงท้องทะลุ

รายที่3 เพื่อนที่เคยโดนที่ศรีษะ แล้วรอดชีวิตมา บอกว่า กระสุนจะกระแทกที่ขมับอย่างแรง คล้ายกับก้อนหินขนาดใหญ่มหึมาพุ่งชน ณ เวลานั้นจะไม่รู้สึกอะไรเลยลำตัวล่มลงแบบไม่รู้ตัว เพื่อนอีกคนเคยโดนปืนลั่นที่หลังเท้า เลือดจะเดือด เป็นรูและชา จะปวดทีหลัง

รายที่4 เป็นเจ้าหน้าที่สนามยิงปืนประจำของผม
น้าแกตอนเป็นวัยรุ่นโดนคู่อริยิงใส่ ด้วยจุด 22 แอลอาร์
ตอนแรกแกนึกว่าแกไม่โดนยิง เวลาผ่านไปสักยี่สิบนาทีระหว่างแกสูบบุหรี่อยู่ แกรู้สึกเจ็บแปร๊บแปร๊บแถวชายโครง ไม่เจ็บมาก เปิดเสื้อดูเห็นรอยแผลเล็กๆ แทบไม่มีเลือดไหลออกมา แกจึงให้เพื่อนพาส่งโรงหมอ ระหว่างทางแกเริ่มแน่นหน้าอก หายใจขัด และเริ่มเสียขวัญด้วยเหตุว่าหายใจไม่ค่อยออก ผลคือลูกปืนฝังใน และเลือดตกข้างใน ปริมาณเลือดที่ไหลออกมาเริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆและไปกดเบียดปอดทำให้หายใจขัด หมอผ่าลูกปืนออก ดูดเลือด ห้ามเลือด แกรอดมาได้ครับ

รายที่5 มิตรในเวปนี้เล่าให้ฟังมาอีกต่อ
แกทำงานปราบปราม โดนยิงด้วย 9 มม. กระมัง กระสุนเข้าชายโครงเฉียงลงล่าง ไม่เจ็บมาก แต่ในทันทีที่กระสุนเข้าร่าง เขารู้สึกเข่าอ่อนยวบ ทรุดลงนอนแบบควบคุมร่างกายให้ทรงตัวยืนไม่ได้ นี่คงเป็นสิ่งที่เขาเรียกว่า Stopping Power กระมัง (คงเหมือนตอนผมเด็กๆ ทะเลาะและชกกับเพื่อน โดนเขาชกเข้าเบ้าตาอย่างจัง เข่าผมอ่อนยวบทันทีครับ ฝืนยืนไม่ได้เช่นกัน) พี่เขารอดมาได้ จึงมาถ่ายทอดความรู้สึกเอาไว้ครับ

รายที่ 6 ปืนขนาด .45 หัว fmj สองนัด เข้าพุงนัดนึง อีกนัดเข้าไหปลาร้า มันบอกว่า เหมือนโดนคนเอาอะไรมาทุบแรงๆจนล้ม พอจังหวะรู้สึกโดนทุบ ตามมาด้วยอาการเหมือนโดนไฟช๊อตแล้วชา ขาหมดแรงล้มลง ขยับตัวลำบาก หายใจติดขัด ตาพร่าเกือบหมดสติจากแรงปะทะกระสุน เป็นอยู่3-4นาที สักพักจะรู้สึกร้อนเหมือนโดนเอาเหล็กร้อนๆทิ่มที่โดนยิง เลือดพุ่งออกจากแผลเหมือนน้ำพุ มันเริ่มเบลอๆเพราะเสียเลือด รอดเพราะคนใกล้ตัวอุดแผลห้ามเลือดไว้ให้ โดยการใช้ผ้ามากดแรงๆที่แผล สำคัญมากๆสำหรับคนโดนยิง สรุป ตอนโดนไม่ค่อยเจ็บ แต่หลังจากนั้นมันบอกว่า ตายทั้งเป็นจากรอยแผลเหล่านั้น แถมต้องตัดลำไส้ทิ้งบางส่วนด้วยเพราะโดนกระสุน

รายที่7 โดน.22lr ยิงที่ต้นขา
มันบอกว่า ตอนโดนยิงไม่รู้ตัวเลย แค่เหมือนโดนอะไรมากระทบ ไม่เจ็บด้วย มารู้ตัวก็ตอนเลือดโชก แล้วก็เริ่มเจ็บแบบปวดๆ และรู้สึกร้อนๆที่แผล ตอนเรียน รด เคยมีครูฝึกโดน 7.62 ยิงแถวๆลำตัว บอกว่า เหมือนโดนถีบแรงๆกระเด็นเลย ไม่เจ็บ และหมดสติเลย แต่รอดมาได้

สรุป
ช่วงแรก ถ้าหน้าตัดกระสุนใหญ่ จะรู้สึกเหมือนโดนอะไรกระแทกแรงๆ
ช่วงสอง ถ้าแรงปะทะกระสุนมาก พลังงานกระสุนจะถ่ายเทเข้าเป้าหมาย (โดยเฉพาะกระสุนหัวรู) อาจทำให้เกิดการหมดสติทันทีได้
ช่วงสาม ถ้าไม่หมดสติ จะเริ่มรู้สึกร้อนๆ(ถ้ากระสุนฝัง) เพราะหัวกระสุนออกจากปืนจะร้อน
ช่วงสี่ เริ่มปวดแผล เสียเลือด ส่วนมากตายเพราะเสียเลือด ไม่ได้เจ็บแผลจนตาย
พอกระสุนที่ควงสว่านเข้ามาในร่างกายแล้วจะไม่ใช้แบบเหล็กแทงเข้ามาแล้วออกไปเฉยๆ แต่จะสร้างโพรงขนาดใหญ่ในร่างกายด้วย นี่คือแค่กระสุนธรรมดาเลย ไม่ต้องกระสุนลูกปรายหรือหัวตัดหัวกลวงอะไรทั้งนั้น ที่มันทำความเสียหายได้มากขนาดนี้ก็เพราะการที่มันควงสว่านนั่นล่ะครับ
กระสุนปืนเดินทางด้วยความเร็วสูงจนมีอำนาจการทะลุทะลวงสูงเสียจนคนต้องออกแบบให้หัวมันทู่ลง เพื่อสร้างแรงปะทะ แรงหยุดยั้ง มากขึ้น ไม่งั้นมันก็ทะลุไป
กระสุนยิ่งเดินทางเร็วอำนาจการทำลายล้างยิ่งสูง หัวกระสุนปืนยาวจู่โจม (assualt rifle) ไม่จำเป็นต้องมีขนาดใหญ่ เพราะเดินทางที่ความเร็วสูงว่ากระสุนปืนสั้นมากกว่าหลายเท่า อำนาจการทำลายล้างเลยสูงมากตามไปด้วย
ที่มาจาก: pantip.com เข้าไปอ่านเหอะความรู้คู่ความบันเทิงมีอยู่จริง
G2T Wearable Electric Scarf
ที่ทางผู้จำหน่ายเรียกมันว่า “แอร์ส่วนตัว” มันจะเป็นอย่างไร น่าใช้แค่ไหน เดี๋ยวเรามาแกะกล่องดูกันเลย
G2T N1 Plus มีขนาด กว้าง 17.1 ซม. ยาว 17.3 ซม. สูง 4 ซม. และเหมาะกับรอบคอขนาด 26.3 ~ 50 ซม. น้ำหนักประมาณ 373 กรัม ใช้พลังงาน 5V DC, Micro USB สินค้ามีให้เลือก 3 สีได้แก่ ขาว, ส้ม, เหลือง
เมื่อเปิดกล่องมาเราจะพบถุงผ้าสำหรับใส่ G2T N1 Plus, สายชาร์จ micro usb, ฟองน้ำสำหรับโหมดการทำงานแบบร้อน, ใบรับประกัน, คู่มือการใช้งานภาษาไทยและภาษาอังกฤษ, คู่มือรูปภาพ
เท่าที่ดูงานประกอบทำออกมาได้เรียบร้อยดีมาก จุดประกบเรียบเนียนเอามือลูบๆ ดูก็ไม่มีตะเข็บแต่อย่างใด วัสดุที่เลือกใช้ก็เป็นพลาสติกเกรดดีดูหลูหลา ในส่วนที่เป็นสีขาว(ส้ม, เหลือง) ผิวงานเงางามสัมผัสลื่นมือทำให้เมื่อเลอะแล้วสามารถทำความสะอาดได้ง่าย เพียงแค่เอาผ้าหมาดๆ เช็ด และเช็ดอีกทีด้วยผ้าแห้งๆ แต่ในส่วนสีดำที่เป็นจุดที่เราต้องจับจะมีผิวสัมผัสที่สากหน่อยทำให้เมื่อมือเปียกแล้วจับจะไม่หลุดลื่นง่าย เป็นความเอาใจใส่ทั้งในเรื่องความงามและการใช้งาน
การใช้งานก็ไม่ได้ซับซ้อนแต่อย่างใด เพียงแค่ปรับขนาดความกว้างของ G2T N1 Plus ที่ตัวหมุนด้านหลังตัวเครื่องไม่ให้แน่นแหรือหลวมจนเกินไป แล้วนำไปคล้องคอ เปิดสวิตช์ด้านขวาถัดจากตัวหมุนปรับขนาดเริ่มการทำงานโดยการเลื่อนปุ่มไปทางซ้ายหรือขวาเพื่อเลือกว่าเราต้องการให้เครื่องส่งความร้อน หรือความเย็น ถ้าต้องการเร่งให้เครื่องทำงานเร็วขึ้นก็สามารถกดที่ปุ่มด้านบนขวาเร่งการทำงานได้เลย
จากการลองใช้งานจริง ผมว่าไม่ค่อยเหมาะกับการใส่อุปกรณ์นี้ในระหว่างการเล่นกีฬาสักเท่าไร จากการที่ผมลองใส่ในระหว่างปั่นจักรยาน แม้ตัวเครื่องจะมีน้ำหนักแค่ 373 กรัม แต่ใส่ไปนานๆ ก็รู้สึกหนักอยู่เหมือนกัน แถมตอนเราปั่นอยู่ลมก็พัดจนไม่รู้สึกว่าต้องการความเย็นเพิ่มแต่อย่างใด แถมผู้ออกแบบให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัย และน้ำหนักของอุปกรณ์ทำให้แยกแบตเตอร์รี่ออกจากตัวเครื่องทำให้ต้องเสียบสาย USB กับแบตเตอรร์รี่ที่สร้างความรุงรังให้กับเราเล็กน้อย
แต่จะเหมาะมากตอนหยุดพัก เพราะเมื่อเราหยุดปั่นเราจะรู้สึกร้อนขึ้นมาทันทีเพราะไม่มีลมจากการปั่นมาปะทะร่างกาย ทำให้เมื่อเอา G2T N1 Plus มาคล้องที่คอจะทำให้รู้สึกค่อยๆ สบายขึ้นมาทันทีเพราะที่บริเวณคอเป็นจุดที่ใวต้องความรู้สึกของร่างกาย หลักการจะคล้ายๆ ที่เราเอาผ้าเย็นมาโปะคอแล้วรู้สึกผ่อนคลาย แต่ส่วนตัวผม ผมชอบใส่ G2T N1 Plus แล้วเปิดระบบทำความร้อนมากกว่า เพราะจะรู้สึกผ่อนคลายจากการออกกำลังกายได้ดีทีเดียว
สามารถไปลองจับ G2T N1 Plus ได้ที่
– Paragon Betrend ชั้น 3 ฝั่ง South
– Emquartier ชั้น 2 ข้างบน H&M ตึก Glass Quatier
– Banana run shop ที่หัวถนนสารสิน
– ร้าน GMM shop ตึกแกรมมี่ ถนน สุขุมวิท 21 อโศก ข้าง Starbuck
– ร้านจักรยานสุขสำราญ 904 ถนนราชวิถี
– ร้าน Bike Terminal สุวรรณภูมิ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร 064 994 1949
Facebook: g2tthailand
Line: @g2tthailand
G2T Wearable Electric Scarf
ขอขอบคุณทาง https://www.facebook.com/g2tthailand/ ที่ส่งมาให้เราได้ทดสอบกันนะครับ

Photos & Article by YODEL
VANS X PEANUTS
รอบนี้ สาวๆ (จริงๆก็รวมไปถึงผู้ชายบางคนเช่นผม) น่าจะถูกใจสักคู่ หรือ หลายๆคู่
การ์ตูนคลาสสิคอย่าง PEANUTS ที่ต้องผ่านสายตาพวกเรามาแล้วทั้งนั้น
ตอนนี้เมืองไทยก็มีเปิดขายแล้ว อย่างเช่นร้าน CARNIVAL STORE
อยากได้ก็รีบไปด่วนๆ ผมว่าบางรุ่นหมดไวแน่นอน เพราะราคาถือเท่ารุ่นปกติทั่วไปของVANSเลย
แถมรอบนี้ครบจริงตั้งแต่หัวจรดเท้า ทั้ง ชายและหญิง



หรือถ้าจะสั่งซื้อออนไลน์จากUSAก็นี่เลย https://www.vans.com/shop/vans-x-peanuts
Credit : VANS.com
