ตอกไข่พบ “โมบิลิโอ” โฉมใหม่

ฮอนด้า โมบิลิโอ ใหม่ ตอบโจทย์ชีวิตครอบครัวคนเมืองยุคใหม่สู่ความลงตัวในทุกด้าน ด้วยดีไซน์สปอร์ต
พรีเมียมรอบคัน พร้อมคอนโซลดีไซน์ใหม่ และห้องโดยสารที่กว้างขวาง นั่งสบายในทุกตำแหน่ง คล่องตัว
ทุกการใช้งานด้วยเบาะนั่งที่ปรับพับได้ และเติมเต็มความสุขด้วยพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ที่รองรับทุกสัมภาระสำหรับกิจกรรมที่หลากหลาย

ฮอนด้า โมบิลิโอ ใหม่ ได้ปรับปรุงให้มีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น โดยออกแบบภายใต้แนวคิด “Elegant Evolution” ซึ่งมีองค์ประกอบหลัก 3 ประการ คือการยกระดับความมั่นใจในแบรนด์ฮอนด้า ความรู้สึกสะดวกสบาย ผ่อนคลาย และความปลอดภัย รวมถึงการออกแบบรูปลักษณ์ที่แข็งแกร่ง สวยงามและหรูหรายิ่งขึ้น

รูปลักษณ์ภายนอกของ ฮอนด้า โมบิลิโอ ใหม่ ออกแบบด้วยแนวคิด “Manly Elegant” ให้รูปลักษณ์
ที่แข็งแกร่งด้วยกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ โฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้นด้วยไฟหน้าดีไซน์ใหม่พร้อมไฟหรี่แบบ LED ทั้งยังโดดเด่นด้วยล้อขนาด 15 นิ้วลายใหม่สไตล์สปอร์ต

ภายในห้องโดยสารออกแบบภายใต้แนวคิด “Elegant Evolution” มาพร้อมความพรีเมียม หรูหรายิ่งขึ้น
ด้วยคอนโซลหน้าดีไซน์ใหม่ เบาะที่นั่งลายใหม่สไตล์สปอร์ตที่กว้างสบายและให้สัมผัสนุ่ม พร้อมพื้นที่วางขา
ที่กว้างสบาย และพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายที่ใหญ่และใช้งานได้อย่างสะดวก

เบาะนั่งแถวที่ 2 ในทุกรุ่น สามารถพับแยกแบบ 60:40 พร้อมพับตลบจังหวะเดียว (One Motion) และ
พนักพิงยังพับราบและปรับเอนได้ถึง 3 ระดับ ทั้งนี้ เบาะนั่งแถวที่ 2 ในรุ่น V และ RS ยังสามารถ
ปรับเลื่อนหน้า-หลังได้ถึง 100 มิลลิเมตร ซึ่งทำให้ผู้โดยสารแถวที่ 3 สามารถขึ้นลงได้อย่างสะดวก
เบาะนั่งแถวที่ 3 เฉพาะรุ่น V และ RS ให้พื้นที่วางขาที่กว้างสบาย ทั้งยังสามารถพับราบและพับแยกแบบ 50:50 หรือพับตลบไปด้านหน้า 2 จังหวะ คือพับเบาะลงได้เรียบและสามารถพับต่อไปด้านหน้าเพื่อให้มีพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายเพิ่มมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ภายในห้องโดยสารยังได้รับการออกแบบให้มีความทันสมัยและ ความสะดวกสบายที่ครบครัน ด้วยมาตรวัดเรืองแสง ไฟแสดงผลการขับขี่แบบประหยัด ช่องจ่ายไฟสำรอง ที่วางแก้วน้ำมากถึง 11 ตำแหน่ง ไฟภายในห้องโดยสาร 2 ตำแหน่ง และกระจกมองหลังแบบตัดแสง

ฮอนด้า โมบิลิโอ ใหม่ ติดตั้งเครื่องยนต์ SOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 117 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที ด้วยแรงบิดสูงสุดที่ 146 นิวตัน-เมตรที่ 4,700 รอบต่อนาที มาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ใหม่ ที่ได้รับการพัฒนาภายใต้ Earth Dreams Technology ตอบสนองทุกการขับขี่ ให้อัตราเร่งและการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม ทั้งยังรองรับพลังงานทางเลือก E85 อีกด้วย นอกจากนี้ ยังติดตั้งระบบ
กันสะเทือนหน้าแบบแม็กเฟอร์สันสตรัทอิสระ พร้อมเหล็กกันโคลง และระบบกันสะเทือนหลังแบบทอร์ชั่นบีมแบบ H-Shape เพื่อสมรรถนะการขับขี่ที่คล่องตัว

อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย โดยรุ่น RS มาพร้อมกับระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 6.1 นิ้ว สามารถเชื่อมต่อภาพและเสียงผ่านช่องเชื่อมต่อ HDMI สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัยช่วยให้การควบคุมการสื่อสารและความบันเทิงเป็นไปอย่างง่ายดาย ช่องเชื่อมต่อ USB รองรับการเชื่อมต่อ Smart Phone (บางรุ่น) ส่วนในรุ่น S และ V เป็นเครื่องเสียงแบบ 2 Din พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB และช่อง AUX สำหรับอุปกรณ์ต่อพ่วงทั้งนี้ยังมาพร้อมระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (Bluetooth) ในทุกรุ่นอีกด้วย

ในส่วนของระบบความปลอดภัยก็จัดมาอย่างครบครันได้แก่ ถุงลมคู่หน้า Dual SRS ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) ระบบกระจายแรงเบรก (EBD) ระบบควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA) ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA) เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับอัตโนมัติ เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบ
3 จุด 2 ตำแหน่ง โดยเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารแถวที่ 2 ได้ปรับเปลี่ยนเป็นแบบ 3 จุด 3 ตำแหน่ง ระบบกุญแจนิรภัย (Immobilizer) จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก (ISOFIX) ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED และยังได้เพิ่มไฟเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยด้านคนขับและผู้โดยสารด้านหน้าพร้อมเสียงเตือน และระบบล็อกประตูอัตโนมัติ (Auto Door Lock By Speed) อีกด้วย นอกจากนี้ ในรุ่น RS ยังสะดวกสบายในขณะถอยหลังยิ่งขึ้น ด้วยกล้องส่องภาพด้านหลัง (Rearview Camera)

รุ่น RS มีเบาะนั่งแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง มาพร้อมดีไซน์สปอร์ตรอบคัน ด้วยกระจังหน้าดีไซน์ใหม่
แบบ Gloss Black โฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้นด้วยไฟหน้าดีไซน์ใหม่แบบมัลติรีเฟล็กเตอร์พร้อมไฟหรี่แบบ LED
ไฟตัดหมอกคู่หน้าพร้อมกันชนหน้าแบบสปอร์ต สเกิร์ตข้าง กันชนหลังแบบสปอร์ต พร้อมปลอก
ท่อไอเสียแบบสเตนเลส สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด
15 นิ้วแบบ RS และสัญลักษณ์ RS บนกระจังด้านหน้าและฝากระโปรงท้าย ติดตั้งระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 6.1 นิ้ว พร้อมลำโพง 4 ตัว และระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารแถวหลัง
ทั้งนี้ยังได้เพิ่มฟังก์ชั่นเพื่อความสะดวกสบายที่มากยิ่งขึ้น ได้แก่ มาตรวัดเรืองแสงพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ (One Push Ignition System) ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ (Honda Smart Key System)

รุ่น V มีเบาะนั่งแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง โฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้นด้วยกระจังหน้าดีไซน์ใหม่แบบโครเมียม ไฟหน้าดีไซน์ใหม่แบบมัลติรีเฟล็กเตอร์พร้อมไฟหรี่แบบ LED ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 15 นิ้ว และกระจก
มองข้างพร้อมไฟเลี้ยวในตัว ติดตั้งเครื่องเสียงแบบ 2 Din พร้อมลำโพง 4 ตัว และระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารแถวหลัง

รุ่น S มีเบาะนั่งแบบ 2 แถว 5 ที่นั่ง โฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้นด้วยกระจังหน้าดีไซน์ใหม่แบบโครเมียม ไฟหน้าดีไซน์ใหม่แบบมัลติรีเฟล็กเตอร์พร้อมไฟหรี่แบบ LED และล้อลายใหม่ขนาด 15 นิ้ว ติดตั้งเครื่องเสียงแบบ 2 Din พร้อมลำโพง 2 ตัว มีพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่พร้อมถาดรองสัมภาระท้ายรถ และกล่องอเนกประสงค์ใต้เบาะนั่งแถวที่ 2
ฮอนด้า โมบิลิโอ ใหม่ มีให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีใหม่ คือ สีส้มฟีนิกซ์ (มุก) (เฉพาะรุ่น RS) และอีก 4 สี ได้แก่ สีดำคริสตัล (มุก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) สีขาวออร์คิด (มุก) (เฉพาะรุ่น RS) และสีขาวทาฟเฟต้า (เฉพาะรุ่น S และ V) โดยสีภายในห้องโดยสารเป็นสีดำทั้งหมด

รุ่น S 659,000 บาท
รุ่น V 699,000 บาท
รุ่น RS 763,000 บาท

หมายเหตุ : สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.honda.co.th/mobilio
อุปกรณ์มาตรฐานแตกต่างกันในแต่ละรุ่น
สำหรับสีขาวออร์คิด (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท
สำหรับสีส้มฟีนิกซ์ (มุก) และสีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 6,000 บาท

แง้มสูตรลับ 144 ปีไฮเนเก้น ‘Behind the Star Experience’

เมืองไทยเป็นเมืองร้อนใครๆ ก็รู้แต่บางทีรู้สึกว่ามันก็ร้อนไปนะ เดินไปเดินมาไม่กี่ก้าวก็เหงื่อแตกพลักๆ ละ เดินไปเดินมาชักไม่ไหวเลยมองหาเครื่องดื่มเย็นๆ กะว่าจะกระดกซดให้ชุ่มคอซะหน่อย ก็เหลือบไปเห็นซุ้มขาวๆ ดาวแดงๆ ตรงสยามดิสคัฟเวอรี่ โอ้วววว ลานเบียร์แน่ๆ รีบเลยครับมุ่งหน้าไปในทันที

เดินไปถึงทางเข้าเจอพนักงานตอนรับผมรีบถามเลย ”โต๊ะว่างมั้ยครับ” น้องพนักงานหน้าทางเข้ายิ้มหวานและตอบมาว่า ลงทะเบียนรึยังคะ ไอ้เราก็งงจะมานั่งชิลๆ ทำไมต้องลงทะเบียน หลังจากทำหน้างงได้ไม่นาน น้องพนักงานก็ยื่นโบรชัวร์ พร้อมปากกามาให้ แค่นั้นแหละผมก็ได้ถึงบางอ้อซะที

จากเดิมคิดว่าจะมานั่งตากแอร์ซดเบียร์เย็นๆ กลับกลายมาเจอเข้ากับงานนิทรรศการของไฮเนเก้นเข้าซะแล้ว ตอนแรกว่าจะไม่เข้าไปละ แต่ไหนๆ ก็มาละ เข้าไปเดินตากแอร์ซะหน่อยละกัน เมื่อก้าวเข้ามาก็มีพนักงานต้อนรับเดินพาไปห้องต่างๆ ดูจากโบรชัวร์ที่ได้รับ นิทรรศการครั้งนี้มีชื่อเรียกว่า Behind the Star Experience

โดยในอาคารที่เข้ามาจะแบ่งเป็น 2 ชั้นทั้งหมด 7 โซน ความน่าสนใจของนิทรรศการครั้งนี้คือ ทำออกมาได้สวยงาม ผสมผสานกับการนำเสนอที่ทันสมัย เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง ว่ามันทันสมัยยังไง



มาเริ่มกันที่โซนที่ 1 Relive the Origin of Greatness เมื่อก้าวเข้ามาเราก็จะได้เห็นเส้นทางการเติบโตของไฮเนเก้นว่ามีที่มาที่ไปยังไง ลูกเต้าเหล่ากอใคร ใครญาติใคร บนกำแพงจะเขียนบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมด แต่ลุงแก่แล้วตัวหนังสือเล็กๆ ในห้องสลัวๆ ลุงอ่านไม่ไหว เลยเดินชมแบบสวยๆ งามๆ มองหนุ่มๆ สาวๆ เค้าถ่ายเซลฟี่เล่นกันไป แต่ก็ยังพอจับใจความได้ว่ามันเริ่มต้นเมื่อปี 1873 โดยนาย Gerard Heineken ที่มีความหลงใหลในรสชาติของยอดข้าวเลยเปิดโรงหมักเบียร์ขึ้นมันเองซะเลยกลางกรุงอัมสเตอร์ดัมแล้วก็คิดสูตรที่อะไรต่างๆ ขึ้นจนเป็นที่ยอมรับของคนแถวนั้น













พอเดินขึ้นบันไดมาก็จะเป็นโซนที่ 2 เป็นส่วนจัดแสดงวิวัฒนาการของโลโก้ ขวดเบียร์ และฉลากของไฮเนเก้นในยุคต่างๆ อันนี้ดูน่าสนใจดี พวกดีไซน์เนอร์ไม่ควรพลาด เพราะมีงานออกแบบเจ๋งๆ สร้างแรงบันดาลใจอยู่พอสมควร แถมยังเอาทีวีจอแก้วมาเรียงๆ เปิดโฆษณาเบียร์ไฮเนเก้นให้ดูกันเพลินๆ






เดินเลยมาหน่อยก็เป็นโซน 3 โซนนี้จัดไว้ให้ดม มีทั้งข้าวบาเลย์ และยีสต์ให้ดูให้ดม ว่าไอ้ที่เรายกซดกันมาเริ่มต้นมาจากของพวกนี้เนี้ยแหละ เราก็ลองดมดูไอ้ข้าวบาร์เลย์กลิ่นมันก็เหมือนขนมปังโฮลวีทเนี้ยแหละ ส่วนยีสต์นี้กลิ่นไม่ต้องพูดถึงกลิ่นตุๆ เหมือนหมาเปียกน้ำ แต่พอผ่านกรรมวิธีไอ้ของที่ว่าเหม็นๆ นี้มากี่ขวดก็หมด



โซนที่ 4 เริ่มมีการเอามัลติมีเดียเข้ามาผสมผสานในการนำเสนอด้วยเทคนิค Lighting Injection เหมือนเดินอยู่ในเทพนิยาย มีเถาวัลย์ค่อยๆ เลื้อยๆ แล้วดอกฮอปส์ก็ค่อยๆ งอกออกมา โคตรดีงามเลยตรงจุดๆ นี้

เดินลงบันไดมาจะเป็นโซนที่ 5 เราขอเรียกโซนปล่อยแก่ มันคือบ้านบอลที่เราปล่อยบุตรหลานเข้าไปลุยลูกบอลกันเนี่ยแหละ เห็นสาวๆ เล่นกันใหญ่เลย ห้องนี้เค้าจำลองให้เราตัวเราเป็น ยีสต์ ที่อยู่ในถังหมักเบียร์ที่วางในแนวนอน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของไฮเนเก้นที่ต้องบ่มเบียร์เป็นเวลา 28 วัน ใครเข้าไปก็เดินกันดีๆ นะเว้ย ลื่นล้มมาหัวแตกจะพาพนักงานในนั้นซวยกันหมด


มาถึงโซนที่ 6 Take an Epic Journey Around the World โซนนี้เป็นอีกการนำเสนอที่ดูเข้าท่าดีเหมือนกันโดยการนำเสนอผ่านแว่น VR Simulation Chair เป็นการพาเราเข้าไปสู่โรงงานบรรจุเบียร์ โดยผ่านมุมมองของขวดเบียร์ ก็ไหลๆ เพลินๆ ดี มีเซอร์ไพรส์ด้วยนะเว้ย



เอาเราก็นึกว่าหมดละ ยังมีตบท้ายด้วยโซน 7 Savor the One and Only Star Serve Ritual เป็นเทคนิกการรินเบียร์ และเสิร์ฟตามเทคนิคเฉพาะของไฮเนเก้น เรียกว่ายืนดูแล้วเปรี้ยวปากเต็มที่ไอ้หนุ่มหน้าหล่อที่เอาเบียร์เสิร์ฟให้ก็ถามว่า “พี่ไม่ดื่มเหรอครับ” แค่นั้นแหละ ผมนิยกซดน้ำตาไหลเลยบิ้วท์มาตลอดทาง ถ้าจะไม่ให้ดื่มก็เกินไปละ เป็นที่หน้าตกใจว่าทำไมมันอร่อยกว่าเบียร์ที่เรากินปกติทั่วไปทั้งๆ ที่เป็นไฮเนเก้นเหมือนกัน อยากรู้ว่ามันอร่อยแค่ไหนคงต้องมาชิมกันเอง


ก่อนเดินออกก็เจอโซนสุดท้าย ท้ายสุดจุดขายของที่ระลึกของไฮเนเก้นก็มีน่าสนใจน่าสะสมอยู่หลายอย่างเหมือนกันราคาก็เบ เบ ใครก็ซื้อได้ ยังไงซะ ไฮเนเก้นเค้าลงทุนสร้างสรรค์นิทรรศการดีๆ อย่างงี้ออกมาแล้ว ก็ไม่อยากให้พลาดกัน เค้าว่าจัดถึงแค่ 18 พฤษภานี้แล้วเท่านั้นนะ เวลา 10.00 – 22.00 น. ยังไงก็ไม่อยากให้พลาดเพราะ ”ฟรี!!!!”



ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้

อเล็กซ์ ซานาร์ดี อดีตนักแข่งรถ F1 และ CART Championship Series สูญเสียขาทั้ง 2 ข้างจากอุบัติเหตุในการแข่งรถ CART เมื่อปี 2001 แต่เหตุการณ์ในครั้งนั้น กลับเป็นจุดพลิกผันที่ทำให้อเล็กซ์ ได้เริ่มต้นชีวิตนักแข่งที่ประสบความสำเร็จมากกว่าเมื่อครั้งที่ยังมีขาทั้ง 2 ข้างอยู่ ทั้งได้เข้าร่วมแข่งขันในกีฬาพาราลิมปิคโลก รวมถึงในการแข่งไตรกีฬาและการแข่งขันมาราธอนระดับโลก เช่นรายการ BMW Berlin-Marathon ระยะทาง 42.195 กม.ในปี 2015 ซึ่งตามกฎการแข่งขันแล้ว อเล็กซ์ต้องใช้จักรยานแบบ Recumbent Cycle (จักรยานแบบเอนกายปั่น) แทนจักรยานแข่งขันคันเก่งของเขาเอง อเล็กซ์จึงได้ขอยืมจักรยานของเพื่อนมาลงแข่งรายการนี้ และเกิดปัญหาโซ่ขาดในช่วง 9 กม. สุดท้าย แต่นั่นก็ไม่ทำให้อเล็กซ์หยุดความตั้งใจที่จะเข้าเส้นชัยให้ได้ จึงได้เปลี่ยนจากท่าเอนกายปั่น มาเป็นการนั่งบนเพลาหลังของจักรยานและใช้มือทั้งซ้ายและขวาช่วยกันดันล้อหลังจนเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 1:50:32 ชม.

*สำหรับนักวิ่งมาราธอน ปีนี้ the Ultimate JOY Experience จะพานักวิ่งไทยไปสัมผัสบรรยากาศการแข่งขันวิ่งมาราธอนระดับโลก BMW Berlin-Marathon 2017 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.bmwultimatejoy.com/th/joy/run.aspx

ส่วนอเล็กซ์นั้น ในปี 2017 นี้อเล็กซ์จะเข้าร่วมการแข่งขัน Ironman 70.3 ที่อิตาลีในวันที 18 มิถุนายนนี้ โดยจะเริ่มต้นด้วยการว่ายน้ำเป็นระยะทาง 1.9 กม. ต่อด้วยการปั่นจักรยาน (handcycle) เป็นระยะทาง 90 กม. ก่อนจะจบด้วยการใช้รถเข็นชนิดแข่งขัน (Olympic wheelchair) เป็นระยะทาง 21.1 กม. เพื่อเข้าเส้นชัยพร้อมกับผู้เข้าแข่งขันที่มีขาทั้ง 2 ข้างคนอื่นๆนับพัน

ขอทิ้งท้ายด้วยคำพูดของอเล็กซ์ ซานาร์ดี ที่เชื่อในพลังซ่อนเร้นที่มีในตัวเราทุกๆคนครับ
“I see the human being is an incredible machine, totally undiscovered in many ways. Every one of us has a hidden tank of energy that comes out when it is needed.”
5รถเร็ว..แรงทะลุนรก จากฟาส8
เป็นหนังภาคต่อสุดมันส์ ที่ลากยาวมาถึงภาค 8 ที่เนื้อหาเข้มข้นหลุดโลกขึ้นเรื่อยๆ จากหนังแข่งรถที่มีรถซิ่งสีลูกกวาด จนในหนังยังแซวกันเองว่ารถพวกนี้แถมมาจากกล่องคอนเฟลกหรือไง แถมยังสร้างกระแสรถแต่งติดไฟใต้ท้องรถอีกด้วย มาถึงภาค 8 เนื่อหาเข้มข้นดุเดือดกลายเป็นหนังจารกรรมหัวรบนิวเคลียร์ แถมยังแฝงดราม่าเรียกน้ำตาคนดูให้ได้สะเทือนอารมณ์ แต่จุดเด่นของหนังยังคงเดิมคือมีรถสวยๆ เท่ๆ ให้ร้องว๊าวกันตลอดทั้งเรื่อง แถมฉากเด่นๆ ก็ออกแบบมาแปลกแหวกแนวไม่ซ้ำใคร
แม้รถยนต์ในหนังจะมีเด่นๆ อยู่หลายคัน แต่รถที่เอามาลุยในฉากจบนั้นประทับตาประทับใจเสียเหลือเกิน รถทุกคันแสดงออกถึงคาแรคเตอร์ของตัวละครฝั่งพระเอกแต่ละคนได้เป็นอย่างดีเริ่มจากคันแรก
DODGE ICE CHARGER
รถสุดเถื่อนของพี่โดมินิก “ดอม” โตเรตโต้ หรือวีน ดีเซล Dodge Charger B-Body เรียกว่าเป็นรถคู่บุญของน้าแกเลยทีเดียว Dodge Charger B-Body กับขุมกำลัง V8 ใน FF8 มาในชื่อ DODGE ICE CHARGER เป็นการออกแบบรถลุยหิมะที่คงความเป็น ด็อดจ์ ได้อย่างลงตัว
RALLY FIGHTER
เลตตี้ ออร์ทิซ เมียของลุงดอมก็ไม่ธรรมดาเลือก RALLY FIGHTER เป็นรถที่สร้างขึ้นโดยบริษัทรถยนต์ในอาริโซน่า และเคยสร้างเสียงฮือฮามาแล้วในรายการรถยนต์ที่บ้าและมันส์อย่าง ท็อปเกียร์ RALLY FIGHTER เป็นรถรูปโฉมสปอร์ตแต่ยกสูงเพื่อให้ลุยได้ เครื่องยนต์ 6.2 ลิตร วี8 430 แรงม้า แถมยังเป็นเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีดอีกด้วย
ICE RAM
ลุค ฮอบ์ส ที่เราเห็นเค้าเล่นเรื่องไหนเราก็จำเค้าได้ในชื่อ เดอะร็อค รถในเรื่องก็กำยับึกบึนแข็งแรงอึดทนเป็นควายไม่ต่างอะไรกับคนขับอย่าง ฮอบ์ส ตำรวจร่างควายบ้าพลัง กระบะพันธุ์แกร่งกับล้อตีนตะขาบทั้ง 4 ล้อ ICE RAM สร้างจากรถกระบะ 4 ประตูค่าย Dodge และถูกตัดแปลงขึ้นใหม่ทั้งคัน เพื่อให้วิ่งลุยบนทางน้ำแข็ง ตัวถึงยังกันกระสุน ไม่พอเท่านั้นยังมีเกราะด้านหลังสุดโหดอีกด้วย
RIPSAW
สมแล้วที่เป็นรถยนต์ที่ เทจ พาร์เกอร์ หัวกะทิของทีมจะเลือกใช้ เพราะ RIPSAW ถูกสร้างขึ้นโดยได้แรงบันตาลใจจากรถถัง แต่มีความโฉบเฉียวปราดเปรียวกว่าพร้อมยัดเครื่องยนต์ดีเซล 6.6 ลิตร ขุมกำลัง 750 แรงม้า ทำความเร็วสูงสุดได้ 136 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แถบจะเรียกว่า RIPSAW เป็นรถถังติดจรวจเลยก็ว่าได้ แต่ในหนังมันก็ติดทั้งจรวจ และปืนกล กับอุปกรณ์สารพัดมาจริงๆ แหละ
ORANGE LAMBORGHINI
โรมัน เพียร์ซ หรือ โรมัน เพี้ยน ตัวโจ๊ก ตัวฮาของทีม แค่เห็นหน้าก็ฮาแล้ว โรมัน เพี้ยน เลือกรถได้สมกับตัวจริงๆ เอาไปขับลุยกับใครที่ไหน กุไม่สน กุขอเด่น ขอเท่ ไว้ก่อนเป็นใช้ได้ เพราะฉนั้นซูเปอร์คาร์สีส้มสุดเจ็บ Lamborghini Huracan LP 640-4 เครื่องยนต์ 6.5 ลิตร วี12 640 แรงม้า ขับเคลื่อน 4 ล้อ จึงเป็นรถที่ โรมัน เพี้ยน เลือกเอาไปลุยทางน้ำแข็ง….สาดดดคิดได้เนอะ
ภาพจาก https://teaser-trailer.com/movie/fast-and-furious-8/
การไปดูหนังครั้งนี้ถือเป็นประสพการณ์อันหน้าประทับใจนอกจากหนังจะสนุกมากแล้ว ยังได้ดูในโรงภาพยนตร์เอ็มบาสซี สุดไฮโซ ซึ่งทางโรงภาพยนตร์เอ็มบาสซี ดิโพลแมทสกรีนฯ ร่วมกับบริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด ตัวแทนจำหน่ายรถยนตร์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์อย่างเป็นทางการ เปิดตัวแคมเปญ World Class Experience by Jaguar Land Rover X Embassy Diplomat Screens เพื่อเปิดตัวความร่วมมือระหว่างยนตกรรมระดับโลกรถยนต์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์กับโรงภาพยนตร์เอ็มบาสซี ดิโพลแมทสกรีน ในการทำตลาดในรูปแบบ Movie Marketing รวมทั้งบริการสุดหรู Movie Limo Service บริการรับส่งลูกค้าคนสำคัญของโรงภาพยนตร์เพื่อสร้างประสบการณ์เหนือระดับให้กับกลุ่มซุปเปอร์พรีเมียมที่มีกำลังซื้อสูง มีรูปแบบการใช้ชีวิตที่โดดเด่น ปัจจุบันรูปแบบการสื่อสารการตลาดได้เปลี่ยนแปลงไปตามกระแส Digital Revolution ทำให้โรงภาพยนตร์ต้องมีการปรับตัวในการนำเสนอรูปแบบสื่อสารการตลาดที่แปลกใหม่ให้กับกลุ่มลูกค้า จึงได้ร่วมกับ บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด มอบ The Ultimate Experience ให้กับกลุ่มลูกค้าได้ทดลองสัมผัสยนตกรรมสุดหรูจากประเทศอังกฤษ พร้อมบริการบัทเลอร์ส่วนตัวที่ได้รับการเทรนอย่างดีเกี่ยวกับมารยาทชั้นสูง ทักษะในการดูแลและอำนวยความสะดวกเพื่อสนับสนุนมาตรฐานระดับสูงของประสบการณ์ชมภาพยนตร์ให้ยิ่งเหนือระดับ
นายไบรอัน ฮอลล์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็กซ์เซกคิวทีฟ ซีนิม่า คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า 3 ปีที่ผ่านมาได้เป็นเครื่องพิสูจน์ และการันตีแล้วว่า “เอ็มบาสซี่ดิโพลแมทสกรีน โดย เอไอเอส” เป็นอันดับหนึ่งของสุดยอดโรงภาพยนตร์ลักซ์ชัวรี่ที่ผสมผสานระหว่างเอ็กซ์คลูซีฟคลับ และโรงภาพยนตร์ส่วนตัว พร้อมด้วยการบริการระดับ 6 ดาว ที่ได้สร้างความสุข ความประทับใจ ให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ในการชมภาพยนตร์
เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมกับบริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด ในการขยายฐานลูกค้ากลุ่มซูเปอร์พรีเมียมในการทำตลาดแบบ Movie Marketing ซึ่งเป็นการนำความบันเทิงเข้ามาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กลุ่มเป้าหมายที่มีรูปแบบการใช้ชีวิตที่โดดเด่น มีกำลังซื้อสูง ซึ่งในปัจจุบันได้พัฒนาไปไกลกว่าการจัดโปรโมชันร่วมกันเพื่อกระตุ้นยอดขายเพียงอย่างเดียว โดยสามารถสร้าง Linkage กับแบรนด์สินค้าเพื่อสะท้อนคาร์แรคเตอร์ที่โดดเด่นรวมทั้งการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ โดยในปีนี้ ได้ร่วมกับบริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด ทำ Movie Marketing ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นนำเสนอสื่อโฆษณาแนวสร้างสรรค์ โปรโมชั่นส่วนลดบัตรชมภาพยนตร์ตลอดทั้งปี การจัดกิจกรรมภาพยนตร์รอบพิเศษให้ลูกค้าจากัวร์และแลนด์โรเวอร์รับชมก่อนใคร
สำหรับบริการ Movie Limo Service จะสามารถสร้าง Brand Excitement และสร้าง Brand Experience ประสบการณ์เหนือระดับให้กับกลุ่มซุปเปอร์พรีเมียมได้สัมผัสบริการที่โดดเด่น โดยกลุ่มลูกค้าที่ได้รับบริการนี้จะเป็นกลุ่มลูกค้า VIP ที่ซื้อบัตร Embassy Gift Card มูลค่า 12,000 บาท จะได้รับสิทธิ์ในการใช้บริการ
นายชาญชัย มหันตคุณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ทางจากัวร์และแลนด์โรเวอร์ ต้องการมอบบริการพิเศษเหนือระดับที่ผสมผสานประสบการณ์การบริการ ระดับ 6 ดาวให้กับกลุ่มลูกค้าผู้ใช้รถยนต์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์ทุกท่านในทุกกิจกรรมการใช้ชีวิต โดยเริ่มจากการเปิดประสบการณ์การชมภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์ระดับเฟิร์สคลาส อย่างโรงภาพยนตร์ เอ็มบาสซี ดิโพลแมทสกรีน ด้วยความโดดเด่นในเรื่องการบริการ ความสะดวกสบายที่ลูกค้าจะได้รับขณะชมภาพยนตร์ และบริษัทฯ เล็งเห็นว่ากลุ่มลูกค้าโรงภาพยนตร์เอมบาซซีฯ เป็นผู้มีสุนทรียภาพในการใช้ชีวิตเหนือระดับ จึงร่วมมอบประสบการณ์ Movie limo service และเพิ่มการรู้รับผ่านสื่อโฆษณาจากโรงภาพยนตร์เอมบาซซีฯ
สำหรับลูกค้าที่ไว้ใจออกรถกับทางบริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด จะได้รับเอกสิทธิ์ The Black Card รับส่วนลดพิเศษ 50% เมื่อซื้อบัตรชมภาพยนตร์ทุกเรื่องทุกรอบ และบริการห้องรับรองพิเศษ เอ็กซ์คลูซีฟ เลานจ์ ที่พร้อมบริการท่านสมาชิกบัตรด้วยเครื่องดื่มและของว่าง ลูกค้าเจ้าของรถยนต์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์ รับส่วนลดพิเศษ 20% เพียงแสดงกุญแจรถยนต์เพื่อรับสิทธิ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้าศูนย์บริการรถยนต์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์ ผู้ที่มียอดใช้จ่ายสูงสุดภายในเดือน ร่วมชมภาพยนตร์ดัง รอบพิเศษก่อนใคร
Fashion Island – Sport & Adventure Expo 2017
“Sport & Adventure Expo 2017”
ยกทัพสินค้าคุณภาพสำหรับกีฬาผาดโผนนานาชนิดจากหลากแบรนด์ดัง อาทิ Sport World, NIXON, G-Shock, Deck, Suunto, NYLA, Quick Silver, ROXY, Rip Curl, YEAH, Bike Club, Kawazaki, Ducati เป็นต้น มาให้เลือกช็อปจุใจในราคาย่อมเยา พร้อมโปรโมชั่นลดสูงสุดถึง 70%
เร้าใจกับกิจกรรมกีฬาเอ็กซ์ตรีม เพียงช็อปสินค้าภายในงานครบ 500 บาท/ใบเสร็จ รับสิทธิ์เลือกเข้าร่วมกิจกรรมปีนหน้าผาจำลอง หรือ ร่วมผจญภัยตามล่าไดโนเสาร์ ในเขาวงกตกับกิจกรรม Dinosaur Maze Adventure ฟรีทันที 1 ครั้ง (จำกัด 400 สิทธิ์)
งาน “Sport & Adventure Expo 2017”
จัดขึ้นตั้งแต่ วันศุกร์ที่ 5 – วันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม 2560 ณ เซ็นเตอร์คอร์ท ชั้น1 ศูนย์การค้าแฟชั่น ไอส์แลนด์
สอบถามเพิ่มเติมโทร. 0-2947-5000 หรือ www.fashionisland.co.th
#BIMMERMEET1 รวมพลคนบีเอ็มดับเบิ้ลยู #รูปเยอะโคตร

เป็นครั้งแรกในประเทศที่เหล่าคนรักรถบีเอ็มดับเบิ้ลยู หรือ บีมเมอร์ ได้มารวมตัวกันบริเวณทะเลสาป อิมแพ๊ค เลคไซด์ เมืองทองธานี อย่างมากมายในงาน BMWCar Bimmermeet: Give you wings ซึ่งในงานมีรถยนต์ บีเอ็มดับเบิ้ลยู มากกว่า 300 คันมาอวดโฉมกันมีตั้งแต่รถรุ่นคุณปู่ที่หาชมได้ยาก รถบีเอ็มดับเบิ้ลยูตัวแข่งตระกูล M, ตัวแต่งซิ่งตระกูล Alpina และอีกหลายรุ่นที่รับรองว่าไม่เคยเห็นที่ไหน ที่สำคัญเรายังได้ชม BMW 3.0S เลขทะเบียน อด07777 ซึ่งเป็นรถยนต์พระที่นั่งของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ส่งตรงมาไกลจากจังหวัดอุดรธานี อย่างใกล้ชิด


บรรยากาศในงานอัดแน่นไปด้วยรถยนต์จากคลับต่างๆ จากทั่วประเทศที่พร้อมใจกันมาแสดงพลังชาวบีมเมอร์ เมื่อเดินเข้ามาในงานจะเจอรถยนต์รุ่นล่าสุด BMW i8 จอดคู่กับ BMW คุณปู่สายซิ่งสุดคลาสสิค จอดหน้างานค่อยต้อนรับเหล่า บีมเมอร์ เข้างาน โซนแรกจะเป็นโซนรถยนต์คลาสสิค และรถยนต์ BMW ที่หาดูได้ยาก จนบางคันไม่คิดว่าจะได้เห็นคันจริงๆ เสียด้วยซ้ำ ทุกคันอยู่ในสภาพที่ดี พร้อมใช้งานแสดงให้เห็นถึงความรัก ความหลงไหลของคนเล่นรถบีเอ็มดับเบิ้ลยู อย่างแท้จริง ในโซนนิทรรศการที่นำเสนอในเรื่องของวิวัฒนาการของรถแข่งในเจนเนอเรชั่นต่างๆ ที่ประสบความเร็จในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา จับคู่กับรถสายการผลิต Production Car ในรุ่นเดียวกัน มาอวดโฉมให้แฟนใบพัดสีฟ้าได้พบตัวเป็นๆ เพื่อตอกย้ำถึงการเป็นค่ายรถยนต์ที่เกิดมาเพื่อความเร็วและสมรรถนะอย่างแท้จริง

ภายในงานนอกจากจะได้ชม รถแข่งเจ๋งๆ รถคลาสสิก รถวินเทจสุดเก๋า ที่หาดูได้ยากแล้ว ยังมีรถรุ่นใหม่ๆ และรถยนต์ที่ยังมีจำหน่ายในปัจจุบันแต่มีการตกแต่งหลากหลายสไตล์ตามรสนิยมของชาวบีมเมอร์แต่ละคน ที่สร้างสีสันในงาน บรรยากาศในงานดูเป็นกันเอง เพราะเป็นการรวมตัวของผู้ที่หลงไหลในสิ่งเดียวกันจากทั่วประเทศ


เมื่อเดินเข้างานจะเจอบีเอ็มดับเบิลยู รุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง BMW i8 Plug-In Hybrid นอกจาจะสวยงามล่ำสมัยแล้ว ยังคงไว้ซึ่งความแรง แต่ก็ไม่ทิ้งเรื่องประหยัดพลังงาน และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย เห็นแล้วก็อยากได้เธอมาครอบครองทั้งคู่

M1 Space Frame เป็นรถที่สร้างขึ้นสำหรับแข่งขันรายการ Southeast Asia Supercar แค่เห็นก็รับรู้ได้ถึงความทรงพลัง



ในงานมีบูทของทาง BMW Thailand ที่ขนเอาของสะสมต่างๆ ที่เหล่าบีมเมอร์ตัวจริงน่าจะมีไว้ เท่าที่เดินดูราคาก็ไม่ได้แรงเท่าที่จินตนาการไว้สักเท่าไร


โมเดลรถ BMW ตัวที่ใช้สำหรับการแข่งขัน เป็นโมเดลที่ทำออกมาได้ละเอียดมากๆ แถมยังจำลองออกมาได้ใกล้เคียงของจริงสุดๆ วัสดุสมจริงเหล็กเป็นเหล็ก ยางเป็นยาง แถมลวดลายก็ถอดแบบมาจากรถจริงแบบเป๊ะๆ ว่าจะซื้อไปให้ลูกเข็นเล่นสักคัน 2คัน


ตุ๊กตาหมีในชุดแข่งสุดน่ารัก


BMW Isetta ไข่น้อยสีเหลืองสดใส เป็นรถไมโครคาร์ ที่ผลิตครั้งแรกในปี 1953 โดยบริษัท ISO Autoveicoli S.p.A. เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตตู้เย็นมาก่อน

หลังจากเดินวนไปวนมาอยู่หลายรอบ ก็ได้ยินเสียงหวานๆ จากทางด้านหลัง พอหันไปเจ้าของเสียงเรียกก็พูดขึ้น “คุณพี่…มาลงทะเบียนร่วมกิจกรรมลุ้นรถฟรีมั้ยคะ” เราได้ยินว่าอะไรฟรีๆ ก็รีบเลยทันที แต่พอเข้าไปจะลงทะเบียนก็ต้องหงายหลังออกมาเพราะการลงทะเบียนลุ้นรถฟรีครั้งนี้ สงวนไว้สำหรับเจ้าของรถบีเอ็มดับเบิ้ลยูตัวจริงเท่านั้น T-T
แต่ทีมงาน BMW Thailand ก็ให้ของปลอบใจที่หน้าแหกด้วยการมอบหมวก และกระเป๋าใส่หนังสือเดินทางให้ พร้อมกำชับว่าไว้ซื้อบีเอ็มเมื่อไรค่อยมาร่วมกิจกรรมกันใหม่นะคะ….


ส่วนใครที่เป็นเจ้าของรถบีเอ็มตัวจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหน จะเก่าใหม่แค่ไหน จะหน้าตายังไง ก็สามารถลงทะเบียนเป็นสมาชิกในโครงการ BMW Ultimate JOY Experience ซึ่งสามารถติดตามรายละเอียด เพื่อสมัครสมาชิกฟรี! ที่ www.BMWultimateJOY.com หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/bmwultimatejoy


BMW 118i คันนี้แหละที่ผู้โชคดีที่ลงทะเบียนแสดงความเป็นเจ้าของรถ BMW ที่ www.BMWultimateJOY.com ก็มีสิทธิลุ้นรับ BMW 118i M Sport คันนี้ไปขับฟรีๆ! ขอบอกว่า บีเอ็มดับเบิลยู 118i เป็นรถเล็กขับหลังที่ขับสนุกเร้าใจที่สุดในตอนนี้…ไม่อยากจะคุยว่าเราไปลองมาแล้ว

ไฮไลท์ของงานนี้คือ BMW รุ่น 3.0S สี เหลืองทอง หมายเลขทะเบียน อด 07777 รถยนต์พระที่นั่งสำหรับทรงงาน ที่ทางตระกูลทีฆธนานนท์ ถวายสำหรับทรงงานในภาคอีสาน ส่งตรงมาร่วมงานจากจังหวัดอุดรธานี



เก๋าอย่างมีสไตล์กับ BMW 503 ยุคปี 1956 –1959 รถหรูระดับพรีเมียมในช่วงหลังสงครามโลก ครั้งที่ 2 ผลิตออกมาเพียง 412 คันเท่านั้น และรถคันนี้มีเพียงคันเดียวในประเทศไทยและคันเดียวในทวีปเอเชียอีกด้วย lส่วนอีกคันคือ BMW E9 3.0 CSL รถในยุค 70 สไตล์สปอร์ตคูเป้ ที่พัฒนามาจาก 2000 CS เกิดมาเพื่อแรงในสนามแข่งโดยเฉพาะ และยังเป็นรถบ้านที่เสน่ห์เหลือร้ายเช่นกัน


BMW E31 ซีรีส์ 8 ยุค 1989-1999 เป็น บีเอ็มดับเบิลยู ที่มีหน้าตาที่ฉีกแนวจากทุกรุ่น แต่ยังคงเอกลักษณ์กระจังหน้าเอาไว้ ถ้าจะพูดว่าเป็นซูเปอร์คาร์สายพันธุ์ BMW ก็ไม่ผิด เพราะมาในเครื่องยนแบบ V8 และ V12


BMW E30 alpina เป็นการแต่งรถสไตล์ Alpina ที่เหล่า BIMMER หัวใจนักแข่งหลายๆ ท่านยังคงหลงไหลลวดลายและชุดแต่งของสำนัก Alpina อยู่









กลายเป็นธรรมเนียมกันไปแล้ว ใครที่เอารถมาจอดอวดโฉมกัน ต้องเปิดฝากระโปรงหน้าเพื่อโชว์เครื่องยนต์แล้วแลกเปลี่ยนเรื่องการปรับแต่งเครื่องกันสนุกสนาน

BMW Z4 หนึ่งเดียวในประเทศไทย กับชุดรบของ Liberty Walk ผ่านการตกแต่งทั้งหมดจากสำนัก Infinite Motorsport ตัวแทนจำหน่ายและนำเข้าชุดแต่ง Liberty Walk จากประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ ผู้เดียวในประเทศไทย
อ่านความเก๋าของ Z4 คันนี้ได้ที่ car.boxzaracing.com









อีกคันที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสุดๆ เป็นบีเอ็มที่มาในสไตล์ rat look ซึ่งเป็นการทำรถออกแนว เขละๆ เลอะๆ แบบมีศิลป์ โดยมากก็จะเป็นการทำให้เกิดสนิมที่ฝากระโปรงหน้า ส่วนเจ้าของรถนั้น…

เจ้าของรถก็มีสไตล์ และคงคอนเซ็ป Rat Look เช่นกัน

ส่วนที่เหลือรบกวนดูภาพกันเองนะ เพราะบรรยายไม่ไหวภาพเยอะมาก ที่เอามาลงก็คัดเนื้อๆ เน้นๆ กันมาละ ส่วนใครที่เห็นภาพครั้งนี้แล้วของขึ้น BIMMERMEET ครั้งหน้าอย่าพลาดก็ละกัน ส่วนจะเป็นที่ไหนยังไงเมื่อไร สามารถติดตามได้ที่เวปเรา www.y-life.co หรือทาง Face book Page >> Facebook.com/Heavy69
ปล…ด้านล่างๆ มีภาพสาวๆ นะจ๊ะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่บอก คิคิ…..











































พระอาทิตย์ตกแล้วกราบลาเจ้าคุณปู่ บีเอ็มดับเบิลยู 2002 สีขาวสุดคลาสสิคที่ตกแต่งแบบเรซซิ่งด้วยอะไหล่แท้ เครื่องยนต์ 4 สูบ 2.0 ลิตร ที่จัดการเปลี่ยนแคมชาฟ์ทองศาสูงแบบรถแข่ง เป็น BMW คันโปรดอีกคันของดารา พิธีกรชื่อดัง คุณ ภูริ หิรัญพฤกษ์

BMW Motorrad Days 2017 ประสบการณ์สุดพิเศษเพื่อคนรักบิ๊กไบค์

บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย จัดกิจกรรมแห่งปีสร้างประสบการณ์สุดพิเศษให้เหล่าแฟนๆ บิ๊กไบค์ได้มาร่วมมันส์ใน BMW Motorrad Days 2017 ณ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ ฟร้อนท์ นอกจากการเปิดตัวของรถมอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู R nineT Pure และบีเอ็มดับเบิลยู R nineT Racer รุ่นใหม่เป็นครั้งแรกในประเทศไทย เหล่าคนรักบิ๊กไบค์ยังได้ทดสอบรถมอเตอร์ไซค์ของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดอีกหลากหลายรุ่น พร้อมช้อปจุใจกับอุปกรณ์ตกแต่ง เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย และคอลเลคชั่นของสะสมพิเศษ BMW Motorrad Days จากร้านค้าอีกมากมาย พิเศษกับสตั๊นโชว์ระดับโลกจาก Big Jim และคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง ทั้งวงนูโว วงฟลัวร์ ฮิวโก้-จุลจักร จักรพงษ์ และวิน สควีซแอนนิมอล ที่ยกเครื่องกันมาสร้างความมันส์สะเทือนริมฝั่งเจ้าพระยา
ขอขอบคุณภาพจาก : facebook.com/BMWMotorradTH







มอเตอร์ไซค์ของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดหลากหลายรุ่นที่เรียงรายเอาไว้ให้เหล่าคนรักบิ๊กไบค์ได้ทดลองขี่กัน






เด็กๆ ไม่มีเบื่อกับกิจกรรมที่จัดไว้สำหรับเอาใจคุณหนูๆ

มร. สเตฟาน ทอยเชอร์ต ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย

มร.มาร์คุส เกลเซอร์ ผู้อำนวยการ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย



สัมผัสกันอย่างใหล้ชิดกับ บีเอ็มดับเบิลยู R nineT Racer รุ่นใหม่ครั้งแรกในประเทศไทย

บีเอ็มดับเบิลยู R nineT Pure ก็สวยงามไม่แพ้กัน

ในงานมีการออกร้านจากศิลปิน ที่มาวาดลวดลายบนตัวถังโชว์กันสดๆ

และที่พลาดไม่ได้กับสตั๊นท์โชว์มันส์ๆ จาก Big Jim นักสตั๊นท์ระดับโลก


Big Jim แสดงฝีมือสตั๊นขั้นเทพโชว์แฟนๆ ชาวไทย


อีกความบันเทิงของงาน BMW Motorrad Days 2017 คือการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปิน Sqweez Animal, Nuvo , Hugo และ Flure




เห็นแบบนี้แล้วปีหน้าก็ไม่ควรพลาดกับงาน BMW Motorrad Days เพราะนอกจากจะเข้าชมฟรีแล้ว ก็ยังมีสินค้ามากมายของคนรักบิ๊กไบค์ให้เลือกซื้ออีกมากมาย
ฮอนด้า เปิดตัว ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก ใหม่

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ต่อยอดความสำเร็จด้วยการยกระดับ ฮอนด้า ซีวิค เจเนอเรชั่นที่ 10 ให้ก้าวล้ำไปกว่าเดิม ในรูปแบบแฮทช์แบ็ก 5 ประตู ที่พร้อมเติมเต็มทุกการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น ด้วยดีไซน์การออกแบบที่สปอร์ต พร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกเร้าใจด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร VTEC TURBO ให้ทั้งความแรงและประหยัดน้ำมัน มาพร้อมเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบาย และมาตรฐานความปลอดภัยที่ล้ำสมัย

นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ด้วยกระแสความนิยมอย่างต่อเนื่องของฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ที่มียอดจองสะสมแล้วกว่า 35,000 คัน นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปี 2559 และเพื่อตอกย้ำจิตวิญญาณความสปอร์ตของซีวิคอีกครั้งหนึ่ง เราจึงได้นำเสนอยนตรกรรมซีวิค ใหม่ ในรูปแบบของแฮทช์แบ็ก 5 ประตู ที่มาพร้อมรูปลักษณ์ที่ดูสปอร์ต หรูหรา และดีไซน์ด้านท้ายที่ดูโฉบเฉี่ยวจนใครก็ไม่อยากละสายตา ผสานกับสปิริตแห่งเครื่องยนต์ VTEC TURBO ที่ให้สมรรถนะการขับขี่อันทรงพลัง แต่ยังคงให้อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม พร้อมกับความอเนกประสงค์ที่สามารถตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของกลุ่มคนที่ชื่นชอบความโดดเด่นแบบมีสไตล์ และมีจิตวิญญาณความเป็นสปอร์ต”

ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก ใหม่ มาพร้อมรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยวและหรูหราด้วยเส้นสายด้านข้างตัวรถที่คมชัด สปอร์ตและดุดันยิ่งขึ้นด้วยกระจังหน้า-หลังดีไซน์รังผึ้ง ไฟหน้าสไตล์สปอร์ตพร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED และไฟท้ายรูปทรงตัว C แบบ LED และโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยรูปลักษณ์ด้านท้ายในสไตล์แฮทช์แบ็ก 5 ประตูที่ดูโฉบเฉี่ยวจนยากที่จะละสายตาเปี่ยมด้วย
ขุมพลังเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร DOHC VTEC TURBO พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ใหม่ ซึ่งทั้งเครื่องยนต์และระบบเกียร์ดังกล่าวได้รับการพัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ให้กำลังสูงสุด 173 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที ด้วยแรงบิดสูงสุดที่ 220 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700 – 5,500 รอบต่อนาที ซึ่งให้กำลังเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร แต่มีอัตราการประหยัดน้ำมันเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร

ภายในห้องโดยสารของฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก ใหม่ ยังคงให้ความสะดวกสบาย และกว้างขวาง ตอบรับทุกความต้องการที่หลากหลายด้วยพื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านท้ายที่จุได้ถึง 414 ลิตร โดยพนักพิงของเบาะหลังสามารถปรับพับแยกได้แบบ 60:40 ซึ่งหากปรับพับเบาะที่นั่งด้านหลังลงทั้งหมด จะช่วยเพิ่มพื้นที่ความจุได้มากยิ่งขึ้น ทั้งยังติดตั้งม่านปิดสัมภาระที่สามารถเลือกปิดเก็บได้ทั้งซ้ายและขวา เพื่อป้องกันไม่ให้มองเห็นสัมภาระที่อยู่ด้านท้าย


นอกจากนี้ ยังติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายที่ครบครัน อาทิ ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch ควบคุมฟังก์ชั่นความบันเทิง พร้อมระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (Bluetooth) และช่องเชื่อมต่อ USB ที่รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay (เฉพาะสมาร์ทโฟนบางรุ่น) มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบดิจิตอล ซึ่งสามารถแสดงผลฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย

ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Engine Remote Start) ที่สามารถสั่งการได้จากระยะไกล เพื่อช่วยอุ่นเครื่อง พร้อมปรับอุณหภูมิภายในห้องโดยสารให้เย็นสบายล่วงหน้าก่อนออกเดินทางมั่นใจในทุกการเดินทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัย อาทิ กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) ระบบ Auto Brake Hold สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS) และระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock) เป็นต้น
ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก ใหม่ รุ่น HATCHBACK TURBO ราคา 1,169,000 บาท มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีใหม่ คือ สีดำมิดไนท์เบอร์กันดี (มุก) นอกจากนี้ยังมี สีขาวออร์คิด (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) และ สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก)

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือ www.honda.co.th/civichatchback โดยสามารถสัมผัสกับ ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก ใหม่ ได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคมนี้ เป็นต้นไป
หมายเหตุ: สีขาวออร์คิด (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท สีดำมิดไนท์เบอร์กันดี (มุก) และสีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 6,000 บาท

Phrasumain 17th’ Anniversary
และนั่นก็น่าจะเป็นที่มาของ Phrasumain Crew นำทีมโดย โอมาน เบรคเกอร์รุ่นบุคเบิก
ถ้าชอบการเต้น ชอบดนตรีและวัฒนธรรมฮิฟฮอฟ นี่คืออีกงานหนึ่งที่ไม่ควรพลาด
สถานที่จัดก็แน่นอนว่าต้องการที่ขึ้นที่ ป้อมพระสุเมรุ ถนนพระอาทิตย์
วันเสาร์ที่ 11 มีนาคมนี้
กำหนดการ และ เวลา :
PHRASUMAIN 17th’ Anniversary Saturday 11 March 2017
12.00 am Bboys Register
15.30 pm Bboys Battle Round 1. 32 Crew
16.30 pm Graffiti Show by PNTX Mania
18.30 pm Grand Openning show by องศาศิลป์ & R.U.D.E GYALZ
19.00 pm NorthStar live 3 song
19.20 pm Bboy Judge Show Physicx BennyBen Cheno
19.30 pm High-low 2 Smoke
20.00 pm Bboys Round 2. 16 crew Final
21.00 pm New School live 3 Song
21.20 pm TWERK Battle
21.40 pm วิทยากร MODERATOR By จารย์ จู Rastafah n’ 2lust for n’ Jinkady live
22.00 pm 1,XXX Style by Nicky The zoo
22.20 pm Bboys Round 3. 8 crew Final
22.40 pm เจ้าพระยา ทันยุค live 3 song
23.00 pm 30+ with DJ JeDie TheBeatLounge
23.20 pm Bboys Final
23.40 pm Chom chumkasian live ปิดงาน

เรามีภาพบรรยากาศของปีที่ผ่านมาให้ดูว่ามันส์ขนาดไหน
https://www.youtube.com/watch?v=UDQZDPwOdqY
Kevin Richardson ‘animal whisperer’

เควิน ริชาร์ดสัน ชายผู้อ่านใจและสามารถอยู่ร่วมกับสิงโตเจ้าป่าได้อย่างน่าเหลือเชื่อ เควิน ริชาร์ดสัน ชอบที่จะเล่นและทำกิจกรรมที่หลากหลายกับสิงโตโดยที่เค้าอยู่กับพวกมันเป็นเหมือนสมาชิกในครอบครัวของสิงโตอย่างกลมกลืนโดยที่สิงโตทั้ง 41 ตัวไม่คิดจะทำร้ายเค้าเลย
จริงๆ แล้วมันก็ไม่ใช้เรื่องมหัสจรรย์แต่อย่างใดเพียงแค่ เค้าเป็นคนช่างสังเกตุและเรียนรู้พฤติกรรมของสิงโต และรู้ว่าเวลาไหนควรหรือไม่ควรเข้าไปยุ่งกับพวกมัน ยิ่งถ้าเป็นช่วงเวลาอาหารหรือช่วงติดสัตว์แล้วละก็อย่าได้ไปยุ่งกับมันเชียว เป็นใครก็คงไม่ชอบใจแน่ๆ ที่มีคนมาขัดจังหวะช่วงแห่งความสุขเช่นนั้น
