จากัวร์ เอ็กซ์อี เนเวอร์ อิดิชั่น ลายนี้คันเดียวบนโลก


จากัวร์ ประเทศไทย เปิดตัว จากัวร์ เอ็กซ์อี เนเวอร์ อิดิชั่น (Jaguar XE Never Edition) หนึ่งเดียวของโลก กับการนำเอาสุดยอดรถซีดาน จากัวร์ เอ็กซ์อี มาผสมผสานกับงานกราฟฟิตี้ เพื่อจะสื่อถึงความสนุกสนานในการขับขี่แต่แฝงไปด้วยขุมพลังตามแบบฉบับรถยนต์จากัวร์ ตามแนวคิด The Art of Performance


ลายที่พ่นบนตัวรถออกแบบโดย มงคล รัตนภักดี ที่ในวงการกราฟฟิตี้รู้จักกันในนาม NEVER ที่มีผลงานผ่านสายตามาแล้วมากมาย ทั้งงานกราฟฟิตี้บนกำแพง และยังเคยร่วมงานในวงการแฟชั่นชั้นนำ


การสร้างสรรค์ผลงานได้แรงบันดาลใจมาจากการขับขี่รถยนต์จากัวร์ เอ็กซ์อี ด้วยพละกำลังจากเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบขนาด 2.0 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 200 แรงม้า ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ตอบสนองอัตราเร่งได้อย่างสนุก เปรียบดังสีสันที่ถูกนำมาใช้ในการสเปรย์เพ้นท์ ที่มีเฉดสีที่สนุกสนาน แต่แฝงไว้ด้วยความหรูหราของสีเอิร์ธโทน


ด้านข้างตัวถังไดคัทตัวเสือจากัวร์สีดำ ลำตัวบึกบึนด้วยกล้ามเนื้อ แกนสันหลังที่เหยียดตรงเมื่อกระโจนออกไปด้วยท่วงท่าสง่างาม นั่นคือ เอกลักษณ์ที่โดดเด่นของเสือจากัวร์ที่เป็นสัญลักษณ์ของรถยนต์ แสดงให้เห็นถึงพลังอำนาจและความว่องไวที่มีอยู่ในรถยนต์จากัวร์


พิเศษเพื่อเป็นการต้อนรับการเปิดตัว จากัวร์ เอ็กซ์อี เนเวอร์ อิดิชั่น  และ นิว เรนจ์ โรเวอร์ อีโวค คอนเวิร์ทติเบิ้ล ทาง อินช์เคป (ประเทศไทย) จัดแคมเปญสำหรับ จากัวร์ เอ็กซ์อี และ เรนจ์ โรเวอร์ อีโวค ทุกรุ่น “ผ่อนอัตราดอกเบี้ย 0% นาน 48 เดือน” พร้อม Worry-Free-Program ประกอบด้วย การรับประกันคุณภาพจากโรงงานผู้ผลิต โปรแกรมซ่อมบำรุงตามระยะ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนถนน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี วันนี้ถึง 31 พฤษภาคม 2560


จากัวร์ เอ็กซ์อี โครงสร้างทำมาจากอะลูมิเนียมแบบโมโนค๊อก ถือเป็นยานยนตสปอร์ตซาลูนที่ทรงประสิทธิภาพ  วัสดุอะลูมิเนียมอัลลอยเกรดใหม่นี้ยังช่วยให้ยานยนต์สามารถประหยัดน้ำมันสูงสุดที่ 4 ลิตร/100 กม. เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบขนาด 2.0 ลิตร พร้อมเทคโนโลยีอันทันสมัย


สามารถเข้าถึงทุกแอพพลิเคชั่นของสมาร์ทโฟนได้ด้วยฟังก์ชั่น InControl Apps บนหน้าจอสัมผัสภายในห้องโดยสาร และฟังก์ชั่นจุดกระจายสัญญาณอินเตอร์เน็ตแบบ Wi-Fi จากเสาสัญญาณของตัวรถ ทำให้สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์สื่อสารของคุณได้หลากหลายรูปแบบ


อีกสิ่งที่โดนเด่นของ จากัวร์ เอ็กซ์อี คือระบบเสียง Meridian Sound System ขนาด 380 วัตต์ โดย Meridian แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญระบบเสียงระดับโลกจากอังกฤษ ซึ่งออกแบบขึ้นเพื่อจากัวร์เอ็กซ์อีโดยเฉพาะ มอบพลังเสียงกระหึ่มจากลำโพง 11 จุดผ่าน 12 ชาแนล มาพร้อมซับวูฟเฟอร์เพื่อคุณภาพเสียงที่สมบูรณ์แบบ

สามารถติดตามผลงานของ มงคล รัตนภักดี หรือ NEVER ได้ที่ facebook.com/NEVER.BKK


Noise Market 6

น้อยส์มาเก๊ต ตลาดนัดอาชีพยุคใหม่ หัวใจรักษ์โลกรักษ์ทุกหัวใจ

พบกับกิจกรรมและร้านค้าในคอนเสปท์ PRECYCLING

ลดการทิ้งแต่เริ่ม จากศิลปินอิสระกว่า 150 สร้างสรรค์สวยงามใส่ใจรักษ์

อาทิเช่น ดนตรี-ภาพยนต์อิสระ งานฝีมือศิลปะ ของใช้ของแต่งบ้าน

แฟชั่นเครื่องประดับ เวิร์คช้อป Upcycle ต่างๆ สำหรับทั้งเด็กและทุกเพศและวัย

ขอเชิญมาร่วมกันเที่ยวอย่าง Precycle

โดยนำช้อนส้อมภาชนะใส่อาหารและน้ำส่วนตัวมาเที่ยวงาน

ทำให้เป็นวันสนุกแห่งการเรียนรู้และพักผ่อนอย่างมีความหมาย

Noise Market 6 จัดที่ Museum Siam 3 และ 4 มิถุนายนนี้

บ่ายสามโมงตรงเป็นต้นไปถึงห้าทุ่มสองวันเท่านั้น

นอกจากนี้งาน noise market fest ยังมีโซนฉายหนังกลางแปลง

ในชื่อเทศกาล Bangkok Underground Film Festival 2 อีกด้วยนะ

มีหนังมากมายให้เราได้ดูถึง 11 เรื่อง

ดูรายละเอียดของหนังที่จะนำมาฉายได้ในลิ้งค์กิจกรรม

https://www.facebook.com/events/1386075658114872/?ti=cl


ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้างาน

(ขอความร่วมมือให้เป็นงานปลอดควันบุหรี่ มีจุดสูบบุหรี่ต่างหาก)

(ไม่มีที่จอดรถภายในงานหรือใกล้เคียง)

(โปรดหลีกเลี่ยงการใช้รถยนต์ส่วนตัว)

 

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  https://www.facebook.com/noisemarketfest/


Blade of the Immortal ฤทธิ์ดาบไร้ปราณี บอกเลยงานนี้เลือดท่วมจอ(18+)


ฤทธิ์ดาบไร้ปราณี การ์ตูนฮาร์คคอร์ที่เล่าเรื่องผ่านซามุไรที่มีเนื้อหาเข้มข้น ดุเดือดเลือดพล่าน แถมยังมีความแฟนตาซีทั้งเนื้อเรื่อง และการออกแบบเหล่าตัวละคร ลายเส้นการวาดภาพนั้นก็มันส์ไม่แพ้กัน


เล่าให้ฟังกันคราวๆ ว่ามันสนุกขนาดไหน เรื่องมันเริ่มจาก มันยิ มาสะ ซามูไรผู้ที่ฆ่าคนมาแล้วนับ 100 ศพ ด้วยเหตุที่ว่า มันยิ ต้องการหาคนเก่งๆ มาฆ่าตัวเองเนี้ยแหละ ที่ว่าอยากจะตายเพราะว่ามันเบื่อในการมีชีวิตที่เป็นอมตะ ส่วนเรื่องความเป็นอมตะนั้นก็ได้มาจากในอดีต มันยิ ได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ก็ได้รับการช่วยเหลือจากยายเฒ่า ยาโอบิคุนิ โดยการฝัง “หนอนเซียนเลือด” ในร่างมันยิ ฉากนี้เด็ดมาก ไม่รู้คนเขียนเรื่องกับคนวาดวาดออกมาได้ยังไง สยองดีแท้ หลังจากมันยิสูญเสียมาจิผู้เป็นน้อง มันยิจึงออกเดินทาง และตั้งเป้าว่าจะต้องฆ่าคนชั่วให้ได้ 1,000 คนเพื่อล้างบาป


ย้อนหลังไป 2 ปีก่อน สำนักมุเทนอิจิริวถูกถล่มจนย่อยยับโดย อาโน คาเงฮิสะ ผู้นำแห่งอิตสึโทริว ผู้ประกาศกร้าวว่าจะทำลายทุกสำนักในญี่ปุ่นให้เหลือเพียง อิตสึโทริวเท่านั้นบ้าพลังดีแท้ แต่ในการถล่มสำนักมุเทนอิจิริว ครั้งนั้นก็มีลูกสาวของเจ้าสำนักมุเทนอิจิริว รอดชีวิตมาได้คนนึง อาธาโนะ ริน สาวน้อยผู้รอดชีวิตได้สาบานว่าจะต้องล้างแค้นให้กับพ่อแม่ของเธอให้ได้ เธอจึงออกเดินทางเพื่อฝึกฝนวิชาจนได้พบกับ ยาโอยิคุนิ ยาโอบิคุนิแนะนำเธอให้จ้างคนมาค่อยคุ้มกันและนั้นแหละคือต้นเรื่องที่ทำให้ ริน และมันยิมาพบกัน แล้วการเดินทางระหว่างมันยิและรินเพื่อทำลายล้างอิตสึโทริวก็ได้เริ่มขึ้น…


ที่เล่ามาทั้งหมดอาจจะมีตกๆ หล่นๆ ผิดพลาดไปบ้างเพราะเป็นการ์ตูนที่ตีพิมพ์ยาวนานถึง 30 เล่ม เริ่มพิมพ์ตอนปี 1995 มาจบเอาตอนปี 2008 หลายปีทีเดียวกว่าจะจบ และตอนนี้ก็ได้สร้างเป็นภาพยนต์แล้ว คาดว่าจะได้ดูกันในเร็วๆ นี้แต่ไม่รู้ว่าจะได้ลงโรงมั้ยเพราะเนื้อหา และภาพรุนแรงเหลือเกิน แต่เท่าที่ดูตัวอย่างบอกได้เลยว่าน้าอยากดู เพราะตั้งแต่เลือกตัวแสดงแล้วล้วนมีผลงานคุณภาพผ่านตามาแล้วทั้งสิ้น


ส่วนในเมืองไทยก็จะตีพิมพ์โดยค่ายสยามอินเตอร์คอมมิค 30 เล่มจบ แนะนำให้หามาอ่านกัน หรือสามารถดาวน์โหลดได้ที่ App Siam Inter Comics หรือสั่งซื้อผ่าน MEBMARKET.com

ตอนนี้เรามาดูกันว่าใครเล่นเป็นใครกันดีกว่า

Takuyakimura รับบทเป็น Manji

Hana Sugisaki รับบทเป็น Rin

Sôta Fukushi รับบทเป็น Anotsu Kagehisa

Hayato Ichihara รับบทเป็น Shira

Erika Toda รับบทเป็น Makie Otono Tachibana

Kazuki Kitamura รับบทเป็น Sabato Kuroi

Chiaki Kuriyama รับบทเป็น Hyakurin

Shin’nosuke Mitsushima รับบทเป็น Taito Magatsu

Min Tanaka รับบทเป็น Kagimura Habaki

ที่มา : animenewsnetwork.com

ในส่วนของภาพยนต์นั้นกำกับโดย

Takashi Miike ผู้กำกับ


DJI Spark โดรนที่บินตามคุณเองได้โดยไม่ต้องบังคับ

เปิดตัวไปเมื่อวันก่อน กับ โดรนตัวล่าสุดจากเจ้าเดิมผู้ครอบครองตลาดบนฝากฟ้า

DJI Spark ตัวจิ๋ว รุ่นล่าสุดที่ออกตามมาหลังจากที่ DJI Mavic ออกมาให้ตื่นเต้นกันเมื่อปีที่แล้ว

ซึ่งตัวนั้นเราว่าเล็กแล้ว เจ้า Spark นี่เล็กกว่าเยอะมาก ขนาดพอๆกับ Smart Phone เครื่องนึง สามารถบังคับโดยใช้โทรศัพท์มือถือของเราเองได้ หรือจะซื้อ Remote Control มาเพื่มเพื่อให้บังคับได้ง่ายขึ้น และยังทำให้บินได้ไกลขึ้นอีก

นอกจากนั้นยังมีฟังชั่นต่างๆที่ดูเหมือนทำมาตอบโจทย์ให้กับผู้ใช้ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการใช้ร่างกายในการบังคับทิศทาง การให้โดรนบินตามถ่ายเราแบบอัตโนมัติ ฟังชั่นที่ให้โดรนบินกลับมายังจุดเริ่มต้นเองโดยอาศัยเส้นทางที่บินไปก่อนหน้านี้ การถ่ายรูปหมู่ที่เมื่อก่อนเราจะใช้ไม่เซลฟี่ ตอนคราวนี้เราสามารถใช้โดรนถ่ายรูปให้เราจากมุมกว้าง(ซึ่งอาจจะไม่สะดวกถ้าอยู่ในที่ๆมีคนอื่นอยู่ด้วยเยอะๆ) และอื่นๆอีกมากมาย ลองตามไปดูในคลิปที่แนบมาได้

สนนราคาเริ่มต้นที่ 20,000 บาท สำหรับแพ็คธรรมดา

และ แบบแพ็คใหญ่ ที่มีแบตเตอรี่เพิ่มให้ ใบพัดสำรอง รีโมทคอนโทรล ที่ชาทต์ การด์สำหรับกันใบพัด (เป็นผมจะเลือกซื้อแบบนี้)

ข้อดีของ DJI Spark ก็คือ ขนาดเล็ก พกพาสะดวก เหมาะกับคนที่ไม่อยากต้องเพิ่มภาระในการท่องเที่ยว ราคาจับต้องได้ และดูแล้วน่าจะใช้งานง่าย

ข้อน่าสังเกตุที่เห็นได้ชัดคือ ถ่ายวิดีโอเป็น HD 1080 ซึ่งจริงๆก็เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป ประมาณมือถือเราถ่ายวิดีโอนี่แหละ แต่อาจจะด้อยกว่า เพราะมือถือปัจจุปันพัฒนาไปค่อนข้างไกลมากแล้ว

เปิดตัวมาวันแรก ก็มีเหล่า Youtuber ตัวดังๆ ออกมา พรีวิว รีวิว กันเพียบ ซึ่งคาดว่าทาง DJI คงส่งให้ก่อนที่จะออกขาย เพื่อเป็นการบิ๊วให้คนเห็นกันนั่นเอง ผมเลยแนบคลิปเหล่านั้นมาให้ไว้ในนี้เกือบทั้งหมด

ตอนนี้ร้านในไทยก็เริ่มมีให้จองกันละ แต่ของจะมาเมื่อไหร่ต้องลองสอบถามกันดู

ดูข้อมูลเพื่มเติมได้ที่ https://www.dji.com/spark

Casey Neistat Vlogger คนดังของนิวยอรก์ หนึ่งในคนที่มีอิทธิพลที่สุดใน Youtube และเป็นคนที่ถ่ายจากโดรนบ่อยมาก

iJustine Vlogger สาวที่มีคนตามมากเกือบสี่ล้านคน

Jon Olssen นี่ก็เป็น Vlogger และนักกีฬา ที่สปอนเซอร์โดย Red Bull

ตัวนี้เป็นคลิปเปรียบเทียบ footage จาก DJI Spark และ DJI Mavic


โรเจอร์ มัวร์ อดีตพยัคฆ์ร้าย 007 คนที่ 3 เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในวัย 89 ปี

เซอร์ โรเจอร์ มัวร์ ที่คนบ้านเรารู้จักในนามพยัคฆ์ร้าย 007 “เจมส์ บอนด์” ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบ ด้วยวัย 89 ปี ท่านเซอร์ โด่งดังมากจากการได้รับบทเจมส์ บอนด์ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1973 จนถึงปี 1985 และรับบท บอนด์ คนที่ 3 ต่อจากฌอน คอนเนอรี่ แถมยังเป็นนักแสดงที่รับบทบอนด์เยอะที่สุดถึง 7 ภาคเป็นระยะเวลานานถึง 12 ปี

ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวท่านเซอร์ โรเจอร์ มัวร์ พวกเราจะจดจำผลงานของท่านตลอดไป

ภาพโปสเตอร์หนังจาก cinemasterpieces.com

ภาพจาก cinemasterpieces.com

ภาพจาก cinemasterpieces.com

ภาพจาก cinemasterpieces.com

ภาพจาก cinemasterpieces.com

ภาพจาก cinemasterpieces.com

ภาพจาก cinemasterpieces.com

ภาพจาก cinemasterpieces.com


โจชัว พอล ช่างภาพรถแข่ง F1 สุดเก๋ากับกล้องอายุกว่า 104 ปี

กล้องถ่ายรูปนับวันยิ่งมีประสิทธิ์ภาพสูงขึ้นทั้งความละเอียดของภาพที่มากขึ้น ความฉลาดของซอฟต์แวร์ แถมยังใช้ง่ายใช้สะดวก ทำให้มือสมัครเล่นก็สามารถมีภาพดีๆ ใกล้เคียงมืออาชีพเข้าไปทุกวัน แล้วอะไรละที่เป็นตัววัดความเก๋าของช่างภาพ


ในการแข่งขันรถสูตร1 ซึ่งเป็นการแข่งขันรถที่รวดเร็วและทรงพลังอันดับต้นๆ ช่างภาพต่างเลือกใช้กล้องคุณภาพสูง และทันสมัยที่สุดเพื่อให้ได้ภาพที่ชัดเจนและจับภาพรถแข่งได้ทันในทุกๆ จังหวะแต่ก็ยังมีช่างภาพสุดเก๋าที่เน้นสไตล์ และอารมณ์ของภาพอันเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเฉพาะตัว โจชัว พอล (Joshua Paul) เป็นช่างภาพที่เลือกใช้กล้องถ่ายภาพซึ่งมีอายุกว่า 104 ปีเป็นกล้องระดับแอนทีคที่น่าจะอยู่เป็นของสะสมซะมากกว่า แต่นายโจชัว พอล ก็เอากล้องแอนทีคต่างๆ มาใช้งานจริงในอาชีพของเค้า


น่าจะเป็นความท้าทายในอาชีพช่างภาพที่เอากล้อง Graflex 1913 มาถ่ายงานรถแข่งเพราะนอกจากเจ้ากล้องดังกล่าวไม่มีเทคโนโลยีอันทันสมัยใดๆ แถมยังถ่ายภาพได้น้อยเพียงแค่ 20 ภาพ เทียบไม่ได้เลยกับการบันทึกด้วยเมมโมรี่การ์ดสมัยนี้ที่สามารถถ่ายได้เป็นหมื่นๆ ภาพ แต่น่าแปลกใจที่ภาพของ โจชัว พอล ถ่ายทอดออกมากลับน่าสนใจ และมีเสน่ห์อย่างแปลกประหลาด ประสพการณ์ และพรสวรรค์ คงทำให้เกิดสิ่งเหล่านั้น


โจชัว พอล พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าความเก๋าของช่างภาพอยู่ที่ไหน…

ติดตามผลงานของโจชัว พอลได้ที่

https://www.instagram.com

ที่มา: petapixel.com

 

 


SSAP BETTER WORLD ‘KIDZ’

ทุกวันนี้บ้านเด็กอ่อนทั้ง 4 หลังในเขตกรุงเทพฯ ให้การดูแล และการศึกษาแก่เด็กอ่อนวัย 4 เดือน – 5 ปีกว่า 2,000 คน นอกจากนี้ยังมีอาสาสมัครคอยยื่นมือเข้าช่วยเหลือเด็กๆ ในชุมชนแออัดต่างๆ อีกด้วย ซึ่งเด็กเหล่านี้มาจากครอบครัวที่มีรายได้ต่ำ ไม่ได้รับการดูแล ประสบภาวะขาดสารอาหาร และ ความรุนแรงต่างๆ

Through four Daycare Centres and by supporting privately run daycare homes, Foundation of Slum Child Care provides care and education for children aged from four months to five years old nearly 2000 children everyday. FSSC also reach out to help other slum babies and infants in their own homes through the help of community volunteers. These children come from low-income families, and many suffer from neglect, malnutrition and abuse.

เด็กหลายๆ คนมาจากครอบครัวที่มีปัญหา มีเพียงความรักและการดูแลจากคุณครูและอาสาสมัครของมูลนิธิเท่านั้นที่คอยเติมเต็ม ซึ่งหน้าที่ครูและอาสาสมัครที่มูลนิธินั้นต้องอาศัยความอดทน การอุทิศตัว และความผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ทีเดียว (ในภาพ ครูต้อ หรือคุณศีลดา รังสิกรรพุม ผู้จัดการมูลนิธิ)

Some says no greater love than a parent’s. But for most of the children here, It’s the love from teachers and volunteers that make them whole. And being teacher here takes extra hard work, dedication and commitment. (In the photo, Miss Sirada Rungsigunpum or ‘Kru Tor’, Foundation Manager.)

และนี่คือที่มาของโปรเจค SSAP BETTER WORLD โดยที่แรงบันดาลใจของดีไซน์ เกิดขึ้นจากร่องรอยการเขียนตามกำแพงในชุมชนแออัด โดยคำว่า KIDZ เขียนด้วยฝีแปรงด้วยความเกรี้ยวกราดขนาดใหญ่ เพื่อแสดงถึงการเรียกร้องให้สังคมสนใจปัญหาต่างๆ และความโหดร้ายต่างๆ ที่เด็กในชุมชนแออัดต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความยากจน ความรุนแรง ยาเสพติด และอาชญกรรมต่างๆ

Inspired by graffiti street art commonly seen in slum areas, this bold, new graphic is a tribute to the kids growing up in these neglected communities. “KIDZ” is painted in an aggressive brushstroke to depict the many challenges that slum kids live through every day: violence, poverty, drugs and crime.

เสื้อยืด SSAP BETTER WORLD ‘KIDZ’ Limited Edition ราคา 1,000 บาท

รายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายจากการจำหน่ายสินค้าจะมอบให้กับมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม (Foundation of Slum Child Care) เพื่อนำไปช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กอ่อนวัย 0-5 ปี ในชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ

Limited Edition SSAP BETTER WORLD ‘KIDZ’ T-shirt Price : 1,000 THB (30 USD)

All profits of every ‘KIDZ’ purchase goes to the Foundation of Slum Child Care to help them improve life for these vulnerable kids.

ช่องทางการจำหน่าย
เปิดวางจำหน่ายวันที่ 13 ..- 18 .. บริเวณ Dream Maker Pop-
Up (
ด้านหน้าร้าน CAZH) ชั้น 1 Siam Discovery
เปิดวางจำหน่ายทางออนไลน์วันที่ 15 ..
www.ssapnyc.com (
ชำระเงินโดยบัตรเครดิต หรือ Paypal)
www.facebook.com/ssapnyc (
ชำระเงินโดยการโอน) Inbox ราย
ละเอียดดังนี้มายังเพจ
ชื่อนามสกุล :
ที่อยู่สำหรับจัดส่ง :
ไซส์เสื้อ/สีเสื้อ/จำนวน :
หมายเลขโทรศัพท์ :

Limited Edition SSAP BETTER WORLD ‘KIDZ’ T-shirt Price : 1,000 THB (30 USD)

All profits of every ‘KIDZ’ purchase goes to the Foundation of Slum Child Care to help them improve life for these vulnerable kids.

Available on May 13 – May 18 at Dreamaker pop up area (in fornt of CAZH store) 1st Fl. Siam Discovery

Available online May 15 at www.ssapnyc.com (Credit card and paypal accepted, worldwide shipping)
#ssapbetterworld


บทความต่อจากนี้คัดลอกมาจากเฟสบุ็คส่วนตัวของน้องแม้ว ผู้ก่อตั้ง SSAP และ คนคิดริเริ่มโปรเจค BETTER WORLD 

มีคนเคยกล่าวว่าถ้าอยากเขียนบทความกินใจ ลองใช้คำคมคนดังขึ้น..อะลองดู.. ‘Be the change you want to see in the world’ ท่านมหาตมะ คานธีกล่าวไว้ แปลไทยก็คือ อยากเห็นอะไรเปลี่ยนแปลง ก็จงใช้ตัวเองนี่แล่ะเป็นแรงเปลี่ยนแปลงนั้น จริงของท่าน อยากเห็นโลกสวย โลกสงบสุข มัวแต่เพ้อฝัน ตื่นขึ้นมาอีกวัน โลกมันก็เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไป เราก็เป็นอีกคนหนึ่งที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงดีๆ ในสังคม แต่ได้แต่พูด ติโน่นตินี่ ไม่เคยทำหรอก ก็ไม่แปลกใจที่มันจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่วันนี้โชคดีที่เราได้โอกาสให้หยุดพูด แล้วได้ลงมือทำจริงๆ แล้ว อยากจะช่วยเหลือสังคมกับเค้าบ้าง เงินก็มีไม่เยอะช่วยด้วยเงินสักวันเงินก็จะหมดไป ก็จะลองใช้ความสามารถที่มีอยู่นี่แล่ะช่วยเหลือ เพราะความสามารถเราไม่มีหมด การช่วยเหลือก็จะยั่งยืน เลยเป็นที่มาของ SSAP BETTER WORLD ซึ่งเป็นโครงการที่จัดทำเพื่อช่วยเหลือการกุศลของ SSAP โดยจะผลิตสินค้าพิเศษในชื่อ SSAP BETTER WORLD มาเพื่อจำหน่ายระดมทุนให้องค์กรการกุศลต่างๆ ซึ่งครั้งแรกนี้ เราก็เลือกที่จะช่วย มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม (Foundation for Slum Child Care) ถ้าจะพูดคือเป็นคล้ายๆอนุบาลของเด็กในชุมชนแออัดวัย 0-5 ขวบ เราได้ลงไปดูว่าเงินที่เราระดมมาได้นั้นจะไปถึงผู้ที่ต้องการจริงๆ แล้วก็เป็นอย่างนั้น เราได้นัดกับทางมูลนิธิแล้วก็บอกถึงรายละเอียดโครงการ ทางมูลนิธิก็ต้อนรับเป็นอย่างดี ได้พบปะกับคุณครูและทีมงานของมูลนิธิ ก็ยิ่งอยากช่วยเหลือ ครูเล่าถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนแออัด โดยปัญหาหลักใหญ่ๆ มาจากยาเสพติด พ่อแม่ติดยา ขายยา ไม่ดูแลลูก ทำร้ายลูก หรือแม้กระทั่งทิ้งลูก ขายลูก ครูต้องไปรับเด็กบางคนถึงบ้าน เพราะพ่อแม่ไม่สนใจทิ้งไว้ หรือบางคนมาถึงก็หิวโซ เพราะพ่อแม่ไม่ได้ให้กินข้าว และหลายๆ คนก็มีพัฒนาการช้า และมีอารมณ์รุนแรง เพราะแม่ใช้ยาขณะตั้งครรภ์ และใช้ความรุนแรงในครอบครัว ทางมูลนิธิต้องรับดูแลเด็กวันละ 2000 คน โดยไม่ได้เงินสนับสนุนจากรัฐ (เพราะเป็นองค์กรอิสระ) ทุกวันที่อยู่ได้มาจากรายได้การกุศล้วนๆ นั่งฟังครูพูดถึงปัญหาไปก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ไปด้วย เด็กที่เติบโตในสิ่งแวดล้อมที่อันตรายเหล่านี้ มีโอกาสสูงมากที่จะเติบโตขึ้นไปเป็นปัญหาของสังคมในอนาคต อาจโตขึ้นไปขายยา เป็นฆาตกร เป็นวงเวียนไม่รู้จักจบสิ้น อย่างน้อยมีโรงเรียนอนุบาลนี้ช่วยขัดเกลาวัยเด็ก เราว่ามันลดปัญหาได้เยอะมาก เราเลยอยากจะช่วยเหลือมูลนิธินี้อย่างเต็มที่ SSAP BETTER WORLD ครั้งแรกนี้เลยไปผลิตเสื้อยืด ‘KIDZ’ มาจำหน่าย โดยกำไรทั้งหมดจะมอบให้กับมูลนิธิ

โดยเสื้อยืดจะวางจำหน่ายเสาร์นี้ที่บริเวณป๊อปอัพหน้าร้าน CAZH ชั้น 1 สยามดิสคัฟเวอรี่ ราคาตัวละ 1000 บาท มีให้เลือกสีดำ กับสีขาว (รวม tax 1070 บาท) รายละเอียดของเสื้อและการวางจำหน่ายเพิ่มเติมคอยติดตามได้ที่เพจ SSAP

จะขอเล่าในเรื่องของดีไซน์เล็กน้อย เริ่มจากคำว่า KIDZ คิดตั้งนานว่าจะใช้คำว่าอะไร ตอนแรกจะใช้คำว่า born in the ghetto เพราะมันดูฮิพฮอพดีแฮะ ได้อารมณ์เสื้อทัวร์ แต่มีโอกาสเล่าโครงการให้รุ่นพี่ฟัง พี่โต้ง Suranun Chumtaratorn ฟัง พี่แกบอกว่า มันจะฟังดูไม่ดี ใช้คำว่า KIDZ สะกดด้วยตัว Z สิ สตรีทดี เออจริง ซื้อเลย เราถามถูกคน ต่อมาไปเล่าให้พี่ผึ้ง Salinee Khemcharas ฟัง พี่ผึ้งเห็นคำว่า KIDZ ก็เปิดโปสเตอร์หนัง KIDS ให้ดู เราชอบมาก เลยเลือกอาตไดเรคชั่นตามหนังเรื่องนั่นเลย จนออกมาเป็นลายที่เห็น ต้องขอบพระคุณพี่ๆมากๆ ค่ะ

ต่อไปเป็นภาคขอบพระคุณต่อ
-ตามมาด้วยที่ปรึกษาด้านแฟชั่น ขอบคุณพี่จี๊ด พี่ต้น พี่ฟลุ๊ค Somboon Muangsirikwan Toni Sappakitkamjon Pitipong Amonviratanaskul
-พี่ม้า ที่พึ่งซื้อกล้องใหม่พอดี เลยไปช่วยถ่ายรูปสวยๆให้ Marky Sangsomsap
-Kyson พี่ปุ้ม ที่ช่วยแก้แกรมม่าภาษาอังกฤษให้ Kyson Bunthuwong Pum Penni
-สยามดิสคัฟเวอรี่ที่ให้พื้นที่วางขายแบบไม่หักค่าใช้จ่าย เราจะพยายามดำรงตำแหน่ง dreammaker อย่างเต็มที่ค่ะ
-โครงการ ‘ก้าว’ ที่เป็นแรงบันดาลใจให้เราอยากทำความดีโดยใช้ต้นทุนที่เรามี
-เพื่อนๆ สนิทๆ หลายคนที่คอยช่วยเหลือให้คำปรึกษาตลอด ไม่ต้องพูดชื่อ ทุกคนรู้ตัวดี

และที่สำคัญที่สุดขอบคุณล่วงหน้าทุกๆ คนที่สนับสนุนโครงการนี้ค่ะ
Together we can make our world a better place!

xoxo
แม้ว หรือฝรังเรียก Mel

ดีไซเนอร์/ผู้ก่อตั้ง SSAP

SSAP
Site : https://www.ssapnyc.com/
FB : https://www.facebook.com/SSAPNYC/


ฟอร์ด จัดตั้งทีม “สุดยอดนักดมกลิ่น” เพื่อค้นหากลิ่นที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับรถยนต์

นานจิง ประเทศจีน 8 พฤษภาคม 2560 – กลิ่นคือสัมผัสที่ทรงพลังและรับรู้ได้รวดเร็วที่สุดในประสาทสัมผัสทั้งห้า และยังเป็นสัมผัสที่เชื่อมโยงกับความทรงจำและความรู้สึกมากที่สุด กลิ่นส่งผลต่อความรู้สึกในแต่ละวันของเราถึง75 เปอร์เซ็นต์ และยังมีอิทธิพลต่ออารมณ์ ความสุข และความพึงพอใจ นอกจากนี้ กลิ่นยังสามารถสร้างความสัมพันธ์อันยืนยาวระหว่างแบรนด์และลูกค้าได้อีกด้วย


วงการน้ำหอมล้วนเติบโตขึ้นด้วยความสัมพันธ์ที่ว่านี้ โดยกลิ่นหอมได้รับการพัฒนาขึ้น เพื่อปลุกเร้าความรู้สึกต่างๆ ตั้งแต่ความปรารถนา ความมีชีวิตชีวา ไปจนถึง ความผ่อนคลาย คล้ายกับเวลาที่เรารู้สึกดึงดูดให้เดินเข้าหาซุปเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านกาแฟด้วยกลิ่นหอมของขนมปังหรือกาแฟคั่วสดใหม่นั่นเอง

ปัจจุบัน นักออกแบบรถยนต์เริ่มมีการแข่งขันกันมากขึ้น ในเรื่องการนำเสนอกลิ่นที่สมบูรณ์แบบที่สุดของรถยนต์ให้กับตลาดต่างๆ สำหรับฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี กลิ่นคือสิ่งสำคัญในการส่งมอบรถยนต์คุณภาพสูงให้แก่ลูกค้าของเรา
 

“กลิ่นคืออีกหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุดเมื่อลูกค้าเลือกซื้อรถใหม่” แอนดี้ แพน วิศวกรผู้ดูแลห้องทดสอบกลิ่นของฟอร์ด เอเชีย แปซิฟิค กล่าว “เราทดสอบทุกส่วนประกอบที่อยู่ในรถ เพื่อให้แน่ใจว่าลักษณะ สัมผัส และกลิ่นนั้นเหมาะสม เพราะทั้งหมดนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดให้แก่ทั้งคนขับและผู้โดยสาร”

นับตั้งแต่ปี 2551 ฟอร์ดได้ขยายห้องทดสอบกลิ่นประจำภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิค ที่นานจิง ประเทศจีน อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันเรามีทีม “สุดยอดนักดมกลิ่น” ถึง 18 คน ที่ร่วมทำการทดสอบกลิ่นกว่า 300 กลิ่นต่อปี จากวัสดุ และส่วนประกอบต่างๆ ภายในรถยนต์ ที่จำหน่ายในเอเชีย แปซิฟิค
 

ทุกๆ ปี ฟอร์ดจะทำการคัดเลือกทีมสุดยอดนักดมกลิ่นในประเทศจีน โดยเปิดรับพนักงานที่สนใจจากทุกฝ่ายในบริษัท เพื่อเข้าทดสอบกลิ่นจากตัวอย่างวัสดุในขวดโหล 16 ขวด ทั้งนี้ สุดยอดนักดมกลิ่นจะได้รับการคัดเลือกจากความสามารถและความคงเส้นคงวาในการดมกลิ่น และยังต้องมีคุณสมบัติอื่นๆ ครบถ้วนอีกด้วย
 
“คุณต้องไม่สูบบุหรี่ เป็นภูมิแพ้ หรือมีปัญหาด้านโพรงจมูก” ไมค์ เฟิง นักทดสอบกลิ่นที่ทำงานกับฟอร์ดมานาน 4 ปี กล่าว “คุณไม่สามารถใส่น้ำหอม เสื้อหนัง หรือทาเล็บได้ นอกจากนี้ คุณยังไม่ควรใช้ยาสระผมที่มีกลิ่นแรง เพื่อให้แน่ใจว่าประสาทรับกลิ่นของคุณจะคงที่และไม่ถูกบิดเบือน”
 

สุดยอดนักดมกลิ่นของฟอร์ดจะต้องผ่านการทดสอบคุณสมบัติใหม่ทุกปี เพื่อรักษาตำแหน่งไว้และยังต้องเข้าการทดสอบกลิ่นเป็นระยะตลอดทั้งปีอีกด้วย นักทดสอบกลิ่นจะถูกแบ่งเป็นกลุ่มเล็กๆ กลุ่มละ 6 คน เพื่อทำการทดสอบตัวอย่างวัสดุแต่ละชนิด โดยผลการทดสอบจะขึ้นอยู่กับคะแนนเฉลี่ยจากนักทดสอบในกลุ่ม
 
“ผมมักจะได้กลิ่นก่อนคนอื่นเสนอ” เฟิงกล่าวเพิ่มเติม “เพื่อนร่วมงานบอกว่าผมสามารถได้กลิ่นอาหารกลางวันจากโรงอาหารก่อนคนอื่นๆ เสียอีก”
 
มนุษย์แต่ละคนรับกลิ่นได้ไม่เหมือนกัน และนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า สิ่งนี้เป็นผลมาจากพันธุกรรม ดังนั้น ฟอร์ดจึงมีห้องทดสอบกลิ่นทั้งในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชีย แปซิฟิค เพื่อให้แน่ใจว่ารถฟอร์ดจะตรงใจลูกค้าทั่วโลก ในขณะที่ “กลิ่นรถใหม่” ที่เราคุ้นเคยนั้นเป็นที่นิยมในตลาดหลายแห่ง เช่น ออสเตรเลีย แต่ในประเทศจีน ผู้บริโภคกลับชื่นชอบกลิ่นอโรมาที่ละเอียดอ่อนกว่านั้น จากผลการศึกษาเรื่องคุณภาพเบื้องต้นในประเทศจีนประจำปี 2559 ของJD Power (JD Power 2016 China Initial Quality Study) เกี่ยวกับปัญหาที่ได้รับการรายงานบ่อยที่สุดพบว่า คำร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับกลิ่นนั้นติดอันดับแรกติดต่อกันเป็นปีที่ 2 แล้ว
 

“หนังเป็นวัสดุที่ค่อนข้างท้าทาย เนื่องจากลูกค้าในแต่ละตลาดจะมีปฏิกิริยาตอบสนองที่แตกต่างกันเป็นอย่างมาก”แพน กล่าว “ลูกค้าชาวจีนอาจจะไม่ชอบกลิ่นหนังใหม่ เราจึงต้องระมัดระวังในการเลือกวัสดุที่จะสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้าทั่วโลก”
 
วัสดุทุกชนิดที่ใช้ในรถของฟอร์ดจะต้องผ่านการทดสอบเรื่องกลิ่น ไม่ว่าจะเป็นผ้าบุเบาะที่นั่ง พลาสติก หรือพรม โดยเกณฑ์การทดสอบของฟอร์ดนั้น วัสดุควรมีกลิ่นที่รับรู้ได้ แต่ไม่รบกวนประสาทสัมผัส และหากวัสดุใดมีกลิ่นแรงเกินไป ฟอร์ดจะทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์เพื่อแก้ไขปัญหาหรือมองหาวัสดุอื่นๆ มาใช้ทดแทน
 

ฟอร์ดจะทดสอบตัวอย่างวัสดุโดยใช้อุปกรณ์ง่ายๆ ที่มีอยู่ทั่วๆ ไป ได้แก่ ขวดโหลแก้ว และตู้อบ เพื่อทดสอบว่ารถจะมีกลิ่นเช่นไรเมื่อผลิตเป็นจำนวนมาก โดยนำขวดโหลแก้วเมสันขนาด 3 ลิตร ที่ใช้เก็บพาสต้าหรือถั่ว มาใช้เป็นอุปกรณ์ในการจำลองสภาพแวดล้อมเสมือนจริง
 
ตัวอย่างวัสดุจะถูกย่อจากขนาดจริงที่ใช้ในรถยนต์และนำไปใส่ในขวดโหล ก่อนจะถูกนำไปเข้าตู้อบในอุณหภูมิ 3ระดับ ได้แก่ 80, 40 และ 23 องศาเซลเซียส และผู้ทดสอบจะใส่น้ำลงไปในขวดโหลที่ใช้ในอุณหภูมิ 40 และ 23องศา เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่มีความชื้น
 
https://www.youtube.com/watch?v=n9YnEEXhrJE
“วัสดุที่ใช้ในรถของเราจะต้องมีกลิ่นเหมือนเดิมในทุกสภาวะ แม้ว่าจะเป็นวันที่ร้อนมากก็ตาม” แพน อธิบาย “การทดสอบในขั้นตอนการพัฒนาจะช่วยให้เรานำสิ่งที่จะสร้างกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ออกไปจากตัวรถ เพื่อให้แน่ใจว่ารถที่ออกจากสายการผลิตจะมีกลิ่นที่สมบูรณ์แบบสำหรับลูกค้าของเรา”


มึงรู้มั้ยกูลูกใคร!


เอเลี่ยนอสูรกายต่างดาวที่สร้างความน่ากลัวให้กับเราๆ หลายๆ คน ความน่ากลัวของมันเริ่มตั้งแต่รูปร่างหน้าตา รูปทรงของหัวที่เรียวยาว สีดำมะเมื่อมคล้ายอวัยวะเพศชาย ส่วนตอนเป็นตัวพาหะหรือที่เรารู้จักมันในนามตัวเกาะหน้า ภายในมันก็คล้ายอวัยวะเพศหญิงเสียเหลือเกินแถมตอนที่มันเกาะหน้าเหยื่อได้แล้วมันก็จะสอดท่อคล้ายจู๋เข้าไปในปากเหยื่อเพื่อปล่อยน้ำเชื้อเพื่อกลายพันธุ์ต่อไป จริงๆ แล้วที่เราเห็นเป็นอย่างงั้นก็ไม่แปลกหรอกเพราะเจ้าสัตว์ต่างดาวต่างๆ ในเรื่องนั้นได้แรงบันดาลใจมาจากอวัยวะเพศ และการดำรงค์อยู่ของสิ่งมีชีวิตนั้นเอง


จุดกำเนิดของพวกมันที่เราเรียกว่าเอเลี่ยน แต่จริงๆ มันเป็นสัตว์ต่างดาวในสายพันธ์ุ “ซีโนมอร์ฟ” พวกมันถูกออกแบบโดยศิลปินในแนวเซอร์เรียลิสท์ ชาวสวิส นาม ฮานส์ รูดอล์ฟ ไกเกอร์ (Hans Ruedi Giger) หรือที่คนส่วนใหญ่เรียกลุงแกว่า เอช. อาร์. ไกเกอร์ (H.R. Giger)


ผลงานของลุง เอช. อาร์. ไกเกอร์ มีเอกลักษณ์แนวเซอร์เรียลิสท์ที่โดดเด่นมากๆ โดยลุงแกได้สร้างงานแนว “ชีวจักรกล” (biomechanical) และมีลักษณะเด่นในเรื่องการนำจู๋กะจิ๋ม มาถ่ายทอดในโทนสีขาวดำ ผสมกับเครื่องจักรกลแนวโรงงาน ได้อย่างลงตัว ถูกใจแฟนๆ แนวฮาร์ดคอร์


ความเซอร์ของลุงก็ได้รับอิทธิพลโดยตรงมาจากศิลปิน “Ernst Fuchs” และ “Salvador Dali” ซึ่งทั้งคู่เป็นตำนานในวงการศิลปะระดับโลกแห่งลัทธิเหนือจริง(Surrealism) ต่อมาไม่นานลุง เอช. อาร์. ไกเกอร์ ก็พัฒนาเทคนิคการเพ้นท์ภาพด้วยการใช้แอร์บรัช ทำให้งานลุงดูน่าสะพรึงกลัวขึ้นอีกเยอะ


ผลงานของลุง เอช. อาร์. ไกเกอร์ ชุด ” Necronomicon ” เป็นที่มาของสัตว์ประหลาดในหนังเรื่อง Alien ของริดลีย์ สก็อทท์ เมื่อปี 1979 ซีโนมอร์ฟ ที่เราคุ้นเคยเหมือนหลุดมาจากเฟรมผ้าใบเลยทีเดียว


นอกจากลุงแกจะออกแบบสัตว์ประหลาดต่างๆ ในเรื่องเอเลี่ยนแล้ว ลุงแกยังมีผลงานทั้งบนปกเพลงและประติมากรรมต่างๆ อีกมากมาย


ลุง เอช. อาร์. ไกเกอร์ ยังเปิดพิพิธภัณฑ์แสดงผลงานของตัวเองที่ กรูเยเรส, สวิทเซอร์แลนด์ ในปี 1998 เพื่อแสดงผลงานทั้งงานจิตรกรรม และประติมากรรม


Un recorrido por el impresionante bar de H. R. Giger


บาร์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากผลงานของลุง เฮช อาร์ ไกเกอร์ แฟนพันธ์ุแท้ไม่ควรพลาด applauss.com

แล้วรู้หรือไม่ว่า ลุง เอช. อาร์. ไกเกอร์ นั้นมีความใกล้ชิดกับคนไทยอยู่พอสมควร เพราะลุงแกเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนกับ อาจารย์ ถวัลย์ ดัชนี ในสมัยที่ อ.ถวัลย์ได้ทุนไปเรียนต่อปริญญาเอก ที่ราชวิทยาลัยศิลปะอัมสเตอร์ดัม สาขาอภิปรัชญา และสุนทรียศาสตร์


ประวัติอาจารย์ ถวัลย์ ดัชนี th.wikipedia.org/wiki/ถวัลย์_ดัชนี

 

เป็นที่น่าเสียดายที่ลุง เอช. อาร์. ไกเกอร์ นั้น ได้จากเราไปแล้วเมื่อ 12 พฤษภาคม ค.ศ.2014 ขอแสดงความนับถือลุงที่สร้างสิ่งดีงานเหล่านี้ให้เราได้เสพกัน


The 3rd Thailand 420

คลิปภาพบรรยากาศงานวันนั้นมาแล้ว

เสียดายแทนคนที่ไม่ได้ไป ต้องรออีกปี

แจ่มๆเพียบ (ใช่ฮะ หมายถึงสาวๆนี่แหละ)

แต่แอบได้ยินมาว่า จะมีทัวน์งี้ ทั่วประเทศอยู่นะ

อะๆ ไปดูเถอะ

Enjoy….

Highland : https://www.facebook.com/Highlandmag/

Thailand 420 : https://www.facebook.com/highland420/

ThaiStick Online : https://www.facebook.com/thaistickonline/


Privacy Preference Center