งานชุมนุมของเหล่าโมเดลเลอร์ไทยครั้งที่ 30

เกิดขึ้นเป็นครั้งที่30 แล้วกับงาน 30th MSOT Meeting เป็นงานประจำปีของเหล่าผู้ที่หลงใหลในเรื่องของแบบจำลอง ไม่ว่าจะเป็นแบบจำลองประเภท รถถัง เครื่องบิน รถยนต์ มอเตอร์ไซค์ หรือแม้แต่หุ่นยนต์ และตัวละครจากทั้งหนังและการ์ตูน


ในงาน MSOT Meeting จะเป็นงานที่ผู้สร้างงานแบบจำลองที่เราจะเรียกเค้าเหล่านั้นว่าโมเดลเลอร์ จะมาพบปะเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ เทคนิค ประสบการณ์ในการทำแบบจำลอง หรือแม้แต่ผู้ที่สนใจในงานอดิเรกประเภทนี้แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไงก็สามารถมาหัดทำกันได้ที่งานนี้เช่นกัน โดยจะมีเหล่าโมเดลเลอร์ทั้งมืออาชีพ และสมัครเล่นให้คำแนะนำอย่างอบอุ่นเป็นกันเอง แถมในงานยังมีการออกร้านขายแบบจำลองประเภทต่างๆ ในราคาพิเศษอีกด้วย


งาน MSOT Meeting จะจัดเป็นประจำทุกปีที่พิพิธภัณฑ์ กองทัพ อากาศ เขตดอนเมือง ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสาร และเทคนิคในการทำแบบจำลองได้ที่ Facebook.com/MSOT


ส่วนภายในงานนั้นจะมีบรรยากาศแบบไหน และมีอะไรมาแสดงกันมั่ง เราเก็บภาพมาให้ได้ชมกัน ด้วยภาพที่ถ่ายจากกล้องโทรศัพท์มือถือ HUAWEI MATE 9 ที่เค้าว่ากันว่ามีเลนส์ Leica (ไลก้า) ติดมาให้ได้ชมกัน

แต่อุปสรรคหลักที่ได้เจอก็คือสถานที่มืดมาก จนตอนแรกเข้าใจว่าตัวเองลืมถอดแว่นกันแดดก่อนเข้ามาในอาคาร พอแสงน้อยบวกกับแบบจำลองที่ถ่ายมีขนาดเล็ก ภาพที่ออกมาอาจจะหลุดโฟกัสบ้าง และภาพอาจจะดูไม่ใสเท่าที่ควร ส่วนนึงต้องยอมรับว่า HUAWEI MATE 9 ตัวนี้ก็เพิ่งซื้อมาใช้ได้ไม่นานภาพทั้งหมดจึงถ่ายด้วยโหมดออโต้เพื่อความสะดวกในการเก็บภาพ และไม่ได้ใช้แฟลชแต่อย่างใด แต่พอมีเวลามานั่งศึกษาจริงๆ HUAWEI MATE 9 ยังมีอีกหลายโหมดให้ได้เล่นอยู่เหมือนกัน ไว้มีโอกาสคงต้องลองใหม่อีกครั้ง

ขอบคุณภาพจาก facebook.com/MSOT

ขอบคุณภาพจาก facebook.com/MSOT

ขอบคุณภาพจาก facebook.com/MSOT


ภาพที่เอามาให้ดูได้ผ่านขั้นตอนการปรับแต่งจากแอพพื้นฐานที่มีใน HUAWEI MATE 9 ซึ่งจะว่าไปแล้วถ้าไม่มีการเอาภาพก่อนและหลังมาเทียบกัน ภาพดิบๆ ที่ออกมาจากกล้องเลยก็ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว เพราะกล้องหลังเป็นแบบเลนส์คู่ (Dual Lens) Leica พร้อมเลนส์ SUMMARIT-H ระยะ 27 มิลลิเมตร รูรับแสง f2.2 ในส่วนเลนส์คู่HUAWEI MATE 9 แบ่งหน้าที่กันทำงาน โดยเลนส์และเซ็นเซอร์รับภาพตัวแรกสำหรับบันทึกภาพขาว/ดำ ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล ส่วนเลนส์และเซ็นเซอร์ตัวที่สองความละเอียด 12 ล้านพิกเซล สำหรับบันทึกภาพสี เมื่อทำงานร่วมกันสามารถบันทึกภาพที่ความละเอียดสูงสุดถึง 20 ล้านพิกเซลได้ รวมถึงสามารถทำภาพหน้าชัดหลังเบลอและซูมภาพแบบ Hybrid Zoom ที่ยังคงเก็บรายละเอียดได้ถึง 2 เท่า รวมถึงรองรับการบันทึกวิดีโอที่ความละเอียดระดับ 4K

ภาพที่นำเสนอมีการปรับแต่งนิดหน่อยด้วยแอพที่มีอยู่ใน HUAWEI MATE 9

เมื่อเทียบขนาดกับเหรียญ 5 บาทแล้วเรือรบมีขนาดที่เล็กมาก


ด้วยขนาดตัวเครื่องที่ กว้าง 78.9 มิลลิเมตร สูง 156.9 มิลลิเมตร หนา 7.9 มิลลิเมตร แต่มีน้ำหนักเพียง 190 กรัม ทำให้ถือถนัดมือ และเห็นภาพชัดเจนเต็มตา

โมเดลทหารที่เห็นจะมีขนาดความสูงมากกว่าถ่านไฟฉายขนาดAA ที่เราคุ้นเคยกัน

ผลงานการปั้นฝีมือคนไทย

ผลงานการปั้นที่มีขนาดเล็กมากๆ นี้ ขนาดผู้ปั้นบอกว่าเพิ่งลองมาปั้นได้ไม่นาน ยอมรับในความพยายามของท่านจริงๆ

แม้จะมีขนาดที่เล็กแต่เรื่องรายละเอียดดีมากๆ

Ma.K. หุ่นยนต์รบสัญชาติญี่ปุ่น ที่กำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มโมเดลเลอร์ชาวไทย

รถขยะที่เราคุ้นตาที่ทำออกมาได้เหมือนจริงมากๆ มีรายละเอียดครบถ้วน จนใครเห็นก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นฉุนของขยะเลยทีเดียว

หอบังคับการที่ทำจากวิทยุบลูทูธ นอกจากจะสวยงามแล้ว ยังใช้งานได้จริงอีกด้วย

เทคนิคหน้าชัดหลังเบลอ กับงานชิ้นเล็ก HUAWEI MATE 9 ก็แสดงผลออกมาได้ดี


อีกสิ่งดีงามที่แอพถ่ายภาพของ HUAWEI MATE9 มีให้คือแม้เราจะถ่ายภาพมาแบบหน้าชัดหลังเบลอไปแล้ว แต่เราอยากได้ภาพแบบหลังชัดหน้าเบลอ เราก็สามารถมาปรับในแอพทีหลังได้แบบง่ายๆ และผลที่ได้ก็น่าพอใจมากๆ

นอกจากแบบจำลองที่มีมากให้ได้ดูกันแล้ว ในงานก็ยังมียุทธภัณฑ์ต่างๆ ให้ได้ดู กันอีกด้วย

สำหรับผู้สนใจในงานอดิเรกประเภนี้ก็สามารถมาเริ่มต้นกันในงานได้เลย โดยจะมีโมเดลเลอร์มืออาชีพคอยแนะนำอย่างใกล้ชิด


ถอดรหัสซิ่ง เหยียบคันเร่งเต็มสปีดในทุกอรรถรส กับ WOLVERINE X402


ถอดรหัสซิ่ง เหยียบคันเร่งเต็มสปีดในทุกอรรถรส กับ WOLVERINE X402 ยางซิ่ง ซีรีส์ใหม่ ที่ถอดรหัสความแรงมาจากโมเดลรุ่นพี่ WOLVERINE X401 รองรับการขับขี่ที่ต้องใช้ความเร็วสูง พร้อมทั้งการเข้าโค้งที่แม่นยำ และยังสามารถยึดเกาะถนนทั้งสภาวะถนนแห้ง และถนนเปียกได้ดียิ่งขึ้น


WOLVERINE X402 ถือเป็น ยางซิ่ง ที่ต่อยอดมาจาก WOLVERINE X401 ถอดแบบมาได้อย่างสมบูรณ์ แต่สิ่งที่ WOLVERINE X402 นั้น แตกต่างจาก ยางซิ่ง รุ่นก่อน โดยการลดความกว้างของร่องดอกยางที่ช่วยเพิ่มคุณสมบัติในการลดเสียงรบกวนจากการขับขี่ได้ดีกว่าเดิมถึง 40% แต่ยังคงลวดลายหน้ายางที่โฉบเฉียว และเปี่ยมไปด้วยคุณสมบัติให้มีความเกาะถนนได้เป็นอย่างดี


และด้วยเทคโนโลยีระดับสูงของการออกแบบสไตล์ asymmetrical ทำให้ RAIDEN รุ่น WOLVERINE X402 ยังคงสมรรถนะ ยางซิ่ง ที่เหมาะเป็นอย่างยิ่ง กับรถกระบะ รถตู้ และรถ SUV สมรรถนะสูง สำหรับคุณ


หากคุณกำลังมองหา ยางซิ่ง ที่สามารถตอบสนอง Lifestyle ของคุณ และพร้อมจะพาคุณทะยานไปในทุกสภาวะถนน WOLVERINE X402 ตอบโจทย์คุณได้ครบทุกข้อ


ดูคาติรุกแผนการตลาดครั้งใหญ่ ปรับบริการหลังการขายทั้งกระบวนทัพ

ดูคาติไทยแลนด์ประกาศนโยบายการตลาดปี 2560 ปรับกลยุทธ์บริการหลังการขายรูปแบบใหม่ ปรับลดค่าบริการเช็คระยะทุกโมเดลกว่า 42.5% ปรับเพิ่มประสบการณ์พรีเมียมที่เงินหาซื้อไม่ได้ พร้อมปรับทุกข์บำรุงสุขเพื่อสังคมกับโครงการ Heritage Ride เซอร์ไพรส์เปิดตัวมอนสเตอร์ในตำนานรหัสใหม่ 797


บริษัท ดูคาทิสติ จำกัด หรือดูคาติไทยแลนด์ นำโดย ม.ล.ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้จัดการคนใหม่ จัดงานแถลงข่าวประจำปี 2560 ประกาศนโยบายทางการตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ รองรับการบริการหลังการขายสำหรับลูกค้าที่ส่งมอบรถไปกว่า 12,000 คัน รวมถึงลูกค้าใหม่ที่กำลังจะก้าวเข้ามาเป็นครอบครัวดูคาติในอนาคต


ม.ล.ณัฐสิทธิ์ กล่าวว่า “ดูคาติไทยแลนด์ดำเนินธุรกิจนำเข้ารถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์สัญชาติอิตาเลียนค่ายดูคาติมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546


โดยในปัจจุบันมีผู้จำหน่ายครอบคลุมทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองสำคัญต่างๆ ได้แก่ ดูคาติ พระราม 3, ดูคาติ ราชพฤกษ์, ดูคาติ วิภาวดี และต่างจังหวัดอีก 9 แห่ง ได้แก่ดูคาติ ภูเก็ต, ดูคาติ อุดรธานี, ดูคาติ พัทยา, ดูคาติ เชียงใหม่, ดูคาติ นครราชสีมา, ดูคาติ หาดใหญ่, ดูคาติ หัวหิน, ดูคาติ ขอนแก่น และดูคาติบุรีรัมย์


ซึ่งทางดูคาติไทยแลนด์ได้ทำการส่งมอบรถดูคาติคันที่ 12,000 ในประเทศไทยเมื่อต้นปี พ.ศ. 2559 ที่ผ่านมา ทำให้ดูคาติเป็นแบรนด์บิ๊กไบค์เกรดพรีเมียมที่มียอดจดทะเบียนสะสมมากที่สุดในประเทศไทย ซึ่งเป็นตัวเลขที่พิสูจน์ความสำเร็จ ความเชื่อมั่น และความไว้วางใจในแบรนด์ดูคาติตลอดระยะเวลากว่า 14 ปีที่ผ่านมา”


Ducati Concept Store @ Siam Paragon

และในปีนี้ ทางดูคาติไทยแลนด์ได้เปิด Ducati Concept Store หรือร้านขายเสื้อผ้า อุปกรณ์ และสินค้าไลฟ์สไตล์ต่างๆ ของดูคาติ ในสยามพารากอน โดยตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 โซน South ขนาดพื้นที่ 35 ตร.ม. ซึ่งถือเป็น Concept Store แห่งแรกของดูคาติในภูมิภาคเอเชีย ทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงแบรนด์ดูคาติได้ง่ายขึ้น ถึงแม้ว่าจะยังไม่ได้เป็นเจ้าของรถดูคาติในวันนี้


สำหรับผลงานทางด้านการแข่งขันของดูคาติในฤดูกาลที่ผ่านมา สามารถทำผลงานได้ดีทั้งในการแข่งขัน MotoGP และ World Superbike ที่สามารถคว้าชัยชนะมาได้ในหลายสนาม ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขัน MotoGP ที่สนามในประเทศออสเตรีย โดยอันเดรีย เอียนโนเน (Andrea Iannone) และสนามในประเทศมาเลเซีย โดยอันเดรีย โดวิซิโอโซ (Andrea Dovizioso) และในการแข่งขัน Wolrd Superbike ทีมดูคาติก็ทำผลได้อย่างดีเยี่ยม โดยแชส เดวี่ส์ (Chaz Davies) เป็นนักแข่งที่มีชัยชนะมากถึง 11 ครั้ง ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดมากกว่านักแข่งจากทีมอื่นๆ ทั้งหมด

และในปีนี้จะเป็นปีที่ทีมดูคาติมีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ทั้งทีม MotoGP ที่มีนักแข่งดีกรีแชมป์โลก 5 สมัยอย่าง ฮอร์เก้ ลอเรนโซ่ (Jorge Lorenzo) มาร่วมทีมกับอันเดรีย โดวิซิโอโซ (Andrea Dovizioso) และทีม World Superbike ที่แชส เดวี่ส์ (Chaz Davies) จะมาร่วมทีมกับมาร์โก้ มิแลนดรี้ (Marco Melandri) อดีตแชมป์โลกรุ่น 250 ซีซี ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นที่น่าจับตามองสำหรับฤดูกาลนี้ โดยเฉพาะการแข่งขัน World Superbike ที่นักแข่งจะเดินทางมาแข่งขันที่ประเทศไทยในเดือนมีนาคมนี้

1299 Superleggera


ทั้งนี้ เทคโนโลยีอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่ทางดูคาติคิดค้นและพัฒนาถ่ายทอดออกมาสู่ความเร็วและความแรงในทุกสนาม ได้ถูกพัฒนาสู่รถซุปเปอร์ไบค์หลากหลายรุ่นสำหรับการใช้งานบนท้องถนน และแน่นอนว่ายังสามารถทำผลงานได้ดีในสนามแข่งขัน โดยซุปเปอร์ไบค์ที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยที่สุดในปัจจุบัน ได้แก่ 1299 Superleggera รถลิมิเตด อิดิชั่นที่มีเพียง 500 คันทั่วโลก และในเมืองไทยมีเพียง 3 คันเท่านั้น ราคาอยู่ที่ 5.7 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันมีผู้ครอบครองเรียบร้อยแล้ว


และในวันนี้ ทางดูคาติไทยแลนด์ได้มีการนำรถดูคาติรุ่นใหม่ล่าสุดมาเปิดตัวในเมืองไทยที่นี่เป็นครั้งแรก นั่นคือ นิว มอนสเตอร์ 797 (New Monster 797) ซึ่งจะเป็น Urban Icon หรือเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มคนที่ชื่นชอบความเป็นอิตาเลียนสไตล์ ที่มีความโดดเด่น มีเอกลักษณ์ และสืบสานตำนานอันยิ่งใหญ่ของ Monster ที่มีมากว่า 20 ปี ด้วยเครื่องยนต์แบบ Air-Cool ขนาด 803 ซีซี มาพร้อมกับถังน้ำมันเหล็ก และ trellis frame ที่ออกแบบให้มีความปราดเปรียวเหมือนกับ Monster คันแรก ซึ่ง New Monster 797 จะมีทั้งหมด 3 สี คือ สีแดง Ducati Red, สีขาว Star White Silk และสีดำ Dark Stealth โดยราคาช่วงเปิดตัวสำหรับ Monster 797 Ducati Red อยู่ที่ 399,900 บาท (จากราคาปกติ 409,900 บาท) สำหรับราคาช่วงเปิดตัวของ Monster 797 Star White Silk และ Dark Stealth อยู่ที่ 409,900 บาท (จากราคาปกติ 419,900 บาท) โดยราคาพิเศษช่วงเปิดตัวมีผลถึง 30 เมษายนนี้ นอกจากนี้ ยังมีการจัดแคมเปญพิเศษจากทาง FPG ประกันภัย ที่แสดงความรับผิดชอบต่อสังคม และตอกย้ำการรณรงค์เรื่องการขับขี่ปลอดภัย ในการเป็นผู้มอบสิทธิพิเศษแก่ผู้ที่จองรถ New Monster 797 ในการลงเรียนหลักสูตร Ducati Riding Experience หรือ DRE Course ในราคาพิเศษเพียง 990 บาท จากราคาเต็ม 5,990 บาท และสำหรับลูกค้าท่านใดที่ผ่านการอบรมหลักสูตร DRE ดังกล่าวแล้ว จะได้รับส่วนลดค่าประกันภัยจาก 21,900 บาท เหลือเพียง 16,900 บาท และการจ่ายค่าความเสียหายส่วนแรกในอัตราที่ถูกกว่า จากเดิม 30,000 บาท เหลือเพียง 20,000 บาทเท่านั้น

Monster 797 Dark Stealth

Monster 797 Ducati Red

Monster 797 Star White Silk


ทั้งนี้ ทางดูคาติไทยแลนด์ได้มีการปรับกลยุทธ์ทางการตลาดครั้งใหญ่ โดยมุ่งเน้นไปที่การบริการหลังการขายรูปแบบใหม่ นั่นคือการมอบอภิสิทธิ์พิเศษของ Ducati Smart Service Package ให้แก่ลูกค้าดูคาติทุกท่าน ซึ่งเป็นการปรับโครงสร้างราคาอะไหล่และการตรวจเช็คตามระยะ ให้สอดคล้องกับราคาของรถ Ducati ที่จำหน่ายในประเทศไทย เพื่อการใช้งานในทุกเส้นทางได้อย่างมั่นใจแบบไร้กังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา โดยรถทุกคันจะได้รับบริการจากช่างผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการอบรมตามมาตรฐานของบริษัทผู้ผลิตที่ประเทศอิตาลีอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมคุณภาพจากอะไหล่แท้ของ Ducati เท่านั้น เพียงนำรถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการจากผู้จำหน่ายดูคาติอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ในราคาแพ็คเกจพิเศษสุดที่มีการรวมค่าบริการ ค่าอะไหล่ และค่าแรงเรียบร้อยแล้ว โดยจะทำให้ค่าบำรุงรักษารถ Ducati ทุกรุ่นมีราคาลดลงกว่า 42.5% อาทิเช่น จากเดิมที่ค่าซ่อมตามระยะ 1,000 กิโลเมตรหรือ 1 ปี ของ Ducati ที่อยู่ในราคาเกือบ 4,000 บาท ซึ่งในปีนี้ Ducati จะปรับราคาค่าซ่อมบำรุง 1,000 กิโลเมตร เหลือเพียง 1,990 บาท และสำหรับค่าซ่อมบำรุงในระยะอื่นๆ ได้มีการปรับราคาลดลงในอัตราเดียวกัน เช่น ระยะ 12,000 กิโลเมตร จากราคาเกือบ 12,000 บาท เหลือเพียง 5,990 บาท สำหรับระยะ 24,000 กิโล ซึ่งเป็นระยะการตรวจเช็คที่ใหญ่ที่สุดของ Ducati เพราะต้องมีการตรวจเช็ควาล์วระบบ Desmo จากเดิมที่ค่าใช้จ่ายอยู่ที่กว่า 20,000 บาท จะเหลือเพียง 10,900 บาท ทั้งนี้ ราคาแพ็คเกจดังกล่าว ไม่รวมผ้าเบรค โซ่และสเตอร์และแบตเตอรี่ โดยราคาผ้าเบรคหน้า เริ่มต้นที่ 1,950 บาทต่อชิ้น และราคาผ้าเบรคหลัง เริ่มต้นที่ 1,900 บาทต่อชิ้น สำหรับโซ่และสเตอร์ราคาเริ่มต้นที่ 5,900 บาท และแบตเตอรี่ของรถทุกรุ่นราคาจะอยู่ที่ 3,990 บาท ยกเว้นราคาแบตเตอรี่ของรถ Superbike อยู่ที่ 4,250 บาท สามารถติดตามรายละเอียด Smart Service Package รถดูคาติทุกรุ่นเพิ่มเติมได้ที่ www.ducatismartservice.com


Ducati Smart Service Package

นอกจากนี้ ทางดูคาติไทยแลนด์จะมีการเสริมสร้างประสบการณ์การเป็นเจ้าของ Ducati ให้มีความพรีเมียมมากขึ้น และให้สมกับความภาคภูมิใจของเจ้าของรถ Ducati ทุกท่าน โดยครอบคลุมในทุกองค์ประกอบของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการยกระดับการฝึกอบรม Ducati Riding Experience อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เจ้าของรถ Ducati มีทักษะการขับขี่ที่ถูกต้อง ความมั่นใจ และสามารถขับขี่ได้อย่างสนุกและปลอดภัยในทุกสถานการณ์ หรือการจัดทริปขี่รถย้อนรอยตำนานของ Ducati ในประเทศอิตาลีในช่วงเดือนกรกฎาคมนี้ หรือการเปิดตัวโครงการ Ducati Approved : Preowned-Certified ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าที่สนใจรถ Ducati คุณภาพดีที่ผ่านการใช้งานแล้ว โดยรถ Ducati Approved ทุกคันจะต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพอย่างเข้มงวดกว่า 90 รายการ และจะมีการขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพ พร้อมสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย


โครงการ Heritage Ride ขับเคลื่อนตามรอยพ่อ

สร้างโรงสีเมล็ดกาแฟ ชุมชนบ้านห้วยน้ำกืน จ.เชียงใหม่
และในปีนี้ เพื่อเป็นการสานต่อพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการทำความดีเพื่อส่วนรวม ทางดูคาติไทยแลนด์จึงขออาสาสมัครจากลูกค้าที่พร้อมจะเผชิญกับอุปสรรคของเส้นทางและการใช้ชีวิต ไปสัมผัสประสบการณ์ที่มีเงินก็หาซื้อไม่ได้ กับการเดินทางไปยังพื้นที่ห่างไหล บนเส้นทางที่ครั้งหนึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้เคยเสด็จไปแก้ไขปัญหาของพสกนิกรในพื้นที่ โดยตลอดทั้งปีนี้ ทางดูคาติไทยแลนด์จะมีการจัดทริปดังกล่าวเพื่อพาลูกค้าไปทำความดีให้ส่วนรวม และร่วมช่วยเหลือผู้คนในพื้นที่นั้นๆ ภายใต้โครงการ ชื่อ “Heritage Ride” ขับเคลื่อนตามรอยพ่อ ซึ่งโครงการแรกเป็นการขี่รถไปร่วมสร้างโรงสีเมล็ดกาแฟ ที่ชุมชนบ้านห้วยน้ำกืน จ.เชียงใหม่ ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา เพื่อสานต่อพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยทางดูคาติไทยแลนด์หวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะเป็นตัวอย่างให้คนไทยทุกคนยอมเสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อส่วนรวม และมีความสามัคคี อยู่ด้วยกันด้วยความเป็นห่วงเป็นใย และเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้สังคมไทยน่าอยู่ยิ่งขึ้น


Ong Bak Live จากภาพยนตร์สู่เวทีแสดงสด หนึ่งเดียวในโลกที่ทุกคนต่างยกนิ้วให้


คุณวินิจ เลิศรัตนชัย Executive Producer บริษัท อุลตร้า ไทเกอร์ จำกัด ผู้อำนวยการสร้าง “องค์บาก ไลฟ์” เพื่อสร้างปรากฏการณ์ความมันส์ของการแสดงสดในแบบ “เรียลแอคชั่น” อย่างเต็มรูปแบบ ได้ขึ้นกล่าวเปิดงานถึงความตั้งใจในการสร้างสรรค์สุดยอดการแสดงโชว์ระดับโลกที่ยอมทุ่มเทเม็ดเงินไปกว่า 300 ล้านบาท เพื่อให้คนไทยและชาวต่างชาติจากทั่วโลกได้สัมผัสกับมันสมองตลอดจนไอเดีย และความสามารถของคนไทยที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ชาติใด โดยเป็นการหลอมรวมเอาจินตนาการและไอเดียที่ถูกคิดค้นผสมผสานกับการแสดง และความสามารถที่เรียกได้ว่าเป็นของแท้ที่ชาติใดก็เลียนแบบไม่ได้ นั่นคือมวยไทยและศิลปะการต่อสู้ในด้านต่างๆของไทยถ่ายทอดเรื่องราวจากภาพยนตร์ที่ทั่วโลกรู้จักอย่าง องค์บาก มาสู่เวทีแสดงสด สู้จริง เจ็บจริง พร้อมเทคนิคสุดอลังการใน “องค์บาก ไลฟ์”


จากความฝันนานนับทศวรรษที่ตนเองได้รับแรงบันดาลใจจากการที่ได้เห็นหนังแอคชั่นไทยอย่าง องค์บาก ไปเข้าฉายโด่งดังและประสบความสำเร็จในต่างประเทศ จนมาถึงวันนี้ฝันที่เคยวาดไว้ได้กลายเป็นความจริง โดยรวบรวมเหล่าฮีโร่นักสู้ สตันท์แมนท์ นักแสดง และทีมงานกว่า 300 ชีวิต บ่มเพาะฝึกฝนฝึกซ้อมการแสดงนับแรมปี พร้อมกันนี้ยังได้ผนึกกำลังกับ คุณปรัชญา ปิ่นแก้ว สุดยอดผู้กำกับภาพยนตร์ไทยมือ 1 ที่รู้จักภาพยนตร์เรื่ององค์บากดีที่สุด มาร่วมเป็นผู้กำกับและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ และจับมือร่วมกับ คุณบอย ถกลเกียรติ วีรวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเนริโอ จำกัด โปรดิวเซอร์และผู้กำกับละคร-สเตจโชว์อันดับ 1 ของเมืองไทยมาควบคุมงานสร้าง ดูแลการออกแบบฉากและในส่วนของการกำกับโชว์ รวมทั้ง คุณประภาวัลย์ เวลาดีวงณ์ Vice Chairperson Show DC Corp LTD ร่วมสร้างสรรค์และเนรมิต อุลตร้า อารีนา ชั้น 6 Show DC ศูนย์การค้าและเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ครบวงจรแห่งแรกของประเทสไทยให้เป็นสถานที่จัดเวทีแสดงสดที่ครบวงจร และอลังการงานสร้างเพื่อให้ “องค์บาก ไลฟ์” เป็นสุดยอดแอคชั่นโชว์ระดับโลกที่สมบูรณ์แบบที่สุดอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แปรเปลี่ยนภาพยนตร์ไทยที่ประสบความสำเร็จและโด่งดังเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลกสู่เวทีแสดงสด หนึ่งเดียวในโลกขึ้นเป็นครั้งแรก


“องค์บาก ไลฟ์” ณ ชั้น 6 Show DC ศูนย์การค้าและเอนเตอร์เทนแม้นท์ ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาให้มีลักษณะพิเศษกว่าสเตจฮอลล์ทั่วๆไปเพื่อโชว์ องค์บาก ไลฟ์ โดยเฉพาะ และรองรับกับจำนวนผู้ชมได้ถึง 1,200 ที่นั่ง จนกระทั่งถึงเวลาที่ทุกคนรอคอยนั่นคือการร่วมชมการแสดงแอคชั่นสด สู้จริง เจ็บจริง ให้เห็นกันสดๆท่ามกลางการออกแบบและกำกับโชว์ที่มาพร้อมเทคนิคบนเวทีแสดงสดแบบเต็มรูปแบบที่จัดเต็มในทุกองค์ประกอบและในทุกรายละเอียดทั้งแสง เสียง เทคนิคพิเศษ ระบบไฮโดรลิค และกลไกเทคนิคพิเศษในส่วนของงานสร้างที่เพิ่มมิติในการเติมเต็มอรรถรส และสีสันให้โชว์ออกมาอย่างสมบูรณ์แบบตลอดความยาว 75 นาทีของ “องค์บาก ไลฟ์” สมกับเป็นหนึ่งเดียวในโลกที่ทุกคนไม่ควรพลาด


การแสดงแอคชั่นสด สู้จริง เจ็บจริง ท่ามกลางการออกแบบ และกำกับโชว์ที่มาพร้อมเทคนิคบนเวทีแสดงสดเต็มรูปแบบ ในทุกองค์ประกอบ และในทุกรายละเอียดทั้งแสง เสียง เทคนิคพิเศษ ที่เพิ่มมิติในการเติมเต็มอรรถรส และสีสันให้โชว์ออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ


ร่วมพิสูจน์ปรากฏการณ์ใหม่ เวทีแสดงสด สู้จริง เจ็บจริง เทคนิคสุดอลังการของ“องค์บาก ไลฟ์” #ongbaklive ได้ที่โรงละคร ULTRA ARENA ชั้น 6 ของ SHOW DC ศูนย์การค้าและเอนเตอร์เทนเมนท์แห่งใหม่ ถนนพระราม 9 โดยสามารถจองบัตรชมการแสดง “องค์บาก ไลฟ์” ได้ที่ Thai Ticket Major ราคาบัตร 1,500, 2,000 และ 2,500 บาท ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ultratiger.co.th/Ongbaklive และ facebook.com/OngBakLive


REF_Riding_Academy_20170215_12

Royal Enfield Riding Academy เอ็กซ์คลูซีฟเวิร์คช็อปอบรมการขับขี่มอเตอร์ไซค์ สำหรับลูกค้า เป็นครั้งแรก

REF_Riding_Academy_20170215_12
คุณสมรรถ รอบบรรเจิด ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เจเนอร์รัล ออโต้ ซัพพลาย จำกัด ตัวแทนจัดจำหน่าย และศูนย์บริการ รอยัล เอนฟิลด์ ทองหล่อ ชวนเหล่านักขับ รอยัล เอนฟิลด์ ร่วมอบรมหลักสูตร Royal Enfield Riding Academy ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ เพื่อเป็นการเพิ่มทักษะการขับขี่รถจักรยานยนต์ Royal Enfield และเพื่อรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยบนท้องถนน ณ สนาม มอเตอร์ สปอร์ต พาร์ค สุวรรณภูมิ

REF_Riding_Academy_20170215_01
รอยัล เอนฟิลด์ แบรนด์รถจักรยานยนต์สไตล์คลาสสิกขนาดกลางสายพันธุ์อังกฤษล่าสุด จัดเวิร์คช็อปอบรมการขับขี่ Royal Enfield Riding Academy ครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อเพิ่มทักษะการขับขี่รถจักรยานยนต์ และเพื่อรณรงค์ให้ขับขี่ปลอดภัยบนท้องถนน แก่ผู้ขับขี่ รอยัล เอนฟิลด์ ณ สนามมอเตอร์ สปอร์ต พาร์ค สุวรรณภูมิ (Motor Sport Park Suvarnabhumi)

REF_Riding_Academy_20170215_04

REF_Riding_Academy_20170215_02
กิจกรรมเวิร์คช็อปในวันที่เสาร์ที่ 21 มกราคมนั้น จัดขึ้นด้วยบรรยากาศสนุกสนานและเป็นกันเอง ซึ่งภายในงานมีลูกค้า รอยัล เอนฟิลด์ เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 20 คน โดยกิจกรรม Royal Enfield Riding Academy ครั้งแรกนี้ ประกอบด้วยเนื้อหาการอบรมที่ครอบคลุมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติสำหรับรถมอเตอร์ไซค์ขนาดกลางโดยเฉพาะ เป็นกิจกรรมที่ทั้งมือเก่าและมือใหม่สามารถเข้าร่วมได้

REF_Riding_Academy_20170215_03
สำหรับในส่วนที่เป็นการบรรยายภาคทฤษฎีนั้น ผู้เข้าร่วมการอบรมได้เรียนรู้เรื่องการเตรียมตัวก่อนการขับขี่ ท่าทางที่เหมาะขณะขับขี่ การเบรค การควบคุมรถในทางโค้ง และการเลี้ยว รวมถึงการขับขี่เป็นกลุ่ม เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการออกทริป

REF_Riding_Academy_20170215_05 REF_Riding_Academy_20170215_08
หลังจากนั้นผู้อบรมจะได้ขี่มอเตอร์ไซค์ รอยัล เอนฟิลด์บนสนามฝึกซ้อมที่ได้มาตรฐานเหมาะแก่การฝึกฝน ภายใต้การดูแลของครูผู้สอนมากประสบการณ์ ตั้งแต่วิธีการขึ้นนั่ง วิธีการทรงตัวสำหรับผู้ขับขี่ การวิเคราะห์สภาพถนนระหว่างการขับขี่ การขับขี่แบบสลาลม การเบรค รวมไปถึงการรับมือกับสถานการณ์วิกฤต เป็นต้น

REF_Riding_Academy_20170215_07 REF_Riding_Academy_20170215_06
สมรรถ รอบบรรเจิด ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เจเนอร์รัล ออโต้ ซัพพลาย จำกัด ตัวแทนจัดจำหน่าย และศูนย์บริการ รอยัล เอนฟิลด์ ทองหล่อ กล่าวว่า “จากในช่วงที่ผ่านมานั้น จะเห็นได้ว่าจักรยานยนต์ทั้งขนาดกลางและขนาดใหญ่ ได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้น ทางรอยัล เอนฟิลด์ได้เล็งเห็นถึงความปลอดภัยของการขับขี่บนท้องถนนจึงจัดเวิร์คช็อป Royal Enfield Riding Academy เป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งภายในปีนี้ เราตั้งเป้าจัดกิจกรรม ‘Royal Enfield Riding Academy’ สำหรับลูกค้าของเราอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อให้ลูกค้าได้รับความรู้ที่ถูกต้องในการขับขี่ ลดอุบัติเหตุ และเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างแบรนด์และลูกค้าของเรา เป็นต้น”

REF_Riding_Academy_20170215_09 REF_Riding_Academy_20170215_11 REF_Riding_Academy_20170215_10
เมื่อจบการอบรมผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าสนุก และได้ประโยชน์ เป็นการเปิดประสพการณ์การขับขี่ในสนามแข่งที่ในชีวิตจริงคงไม่มีโอกาสได้มาขี่แบบนี้แน่นอน ส่วนลูกค้าที่ขี่เป็นอยู่แล้วแต่ตัดสินใจเข้าร่วมอบรมก็ได้ความรู้ใหม่ๆ ที่ถูกต้องและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น สำหรับลูกค้ามือใหม่ที่ไม่เคยขี่มอเตอร์ไซส์แบบมีครัช หรือห่างหายจากการขี่มอเตอร์ไซส์มาเป็นระยะเวลาหลายปีก็สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ เพราะมีทีมงานดูแลอย่างใกล้ชิด และเมื่อจบการอบรมก็สามารถปฎิบัตืได้จริง เพียงแต่ต้องหาเวลาขับขี่เพื่อเก็บประสพการณ์เพิ่มเติมเพื่อความชำนาญ

REF_Riding_Academy_20170215_15 REF_Riding_Academy_20170215_14 REF_Riding_Academy_20170215_13
ผู้สนใจสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ รอยัล เอนฟิลด์ ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ ประวัติของแบรนด์ และกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ www.royalenfield.com/thai และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในสังคมของรอยัล เอนฟิลด์ ได้ที่เฟซบุ๊ค www.facebook.com/royalenfieldsocietythailand ,www.facebook.com/RoyalEnfield รวมทั้งติดตามรอยัล เอนฟิลด์ ได้ทางทวิตเตอร์ @royalenfield และอินสตาแกรม @royalenfield

REF_Riding_Academy_20170215_16


Project_D_1SE01

Project D-1 SE ล้อแม็กเพื่อคนพันธุ์ซิ่ง

Project_D_1SE01

ฉีกกฏทุกความเคลื่อนไหว กับสุดยอดความเร็วจากสนามแข่ง โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ได้รับความนิยม ตอบสนองทุกความต้องการ ด้วยสมรรถนะที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับการแข่งขันอย่างแท้จริง กับ Project D-1 SE ล้อแม็กเพื่อคนพันธุ์ซิ่ง

Project_D_1SE02
Project D-1 SE ล้อแม็กที่ได้รับการออกแบบถ่ายทอด DNA จากตระกูล Project D Series ได้อย่างสมบูรณ์ด้วยหน้าลาย 5 ก้านที่เป็นเอกลักษณ์ระดับตำนาน เผยให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง ดุดัน โดดเด่นด้วยลูกเล่นโฉบเฉียวสะดุดตา เข้าถึงทุกสัมผัสอารมณ์ดุจดั่งสนามแข่งขัน

Project_D_1SE05 Project_D_1SE04 Project_D_1SE03
Project D-1 SE ล้อแม็กที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในกลุ่มนักแข่งรถยนต์ทางเรียบ กับการดีไซน์ล้อแม็กที่สามารถรองรับการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบได้อย่างแท้จริง ด้วยสมรรถนะที่แข็งแกร่ง น้ำหนักเบา เผยดีไซน์ความสปอร์ตด้วยหน้าลาย 5 ก้าน เพิ่มความโฉบเฉียวให้มีความสะดุดตามากยิ่งขึ้น ด้วยตัวอักษรยิงเลเซอร์ สะกดทุกสายตาด้วยความโดดเด่นแบบมีสไตล์ในทุกการเคลื่อนไหว พร้อมทะยานสู่ความสำเร็จ

Project_D_1SE06 Project_D_1SE07
สำหรับล้อแม็ก Project D-1 SE ออกแบบมาสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล (เก๋ง) เพิ่มความสปอร์ตให้กับรถคุณได้อย่างลงตัว โดย Project D-1 SE มีแบบ 4×100 และ 5×114.3 ให้เลือกใช้งาน มีวางจำหน่ายในขนาด 15×7.5 // 17×7.5 // 18×8.5 และ18×9.5 นิ้ว มีให้เลือก 5 สี ด้วยกัน 1.สีน้ำเงินแก้ว กลึงขอบเงา(RBM) // 2.สีน้ำตาลทองผิวหยาบ กลึงขอบล้อ(CTEC) // 3. สีเงินขอบเงา(SM) // 4.สีทอง กลึงขอบเงา(GDM) และ 5.สีดำ กลึงเงากระจก ขอบล้อ(BKM)

Project_D_1SE08
สำหรับผู้ที่สนใจเสริมความดุดันให้กับรถคุณ ด้วย LENSO WHEELS Project D-1 SE ผู้ที่สนใจสามารถจับจ้องเป็นเจ้าของได้แล้วที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือ ติดตามข่าวสารของทาง Lenso Wheel ได้ที่ www.lensowheel.co.th หรือที่ Facebook Fanpage Lenso Wheel


LR_20170124_01

แลนด์โรเวอร์รวมใจเพื่อผู้ประสบภัยน้ำท่วม เดินทางมอบน้ำดื่มให้กับพี่น้องชาวใต้

LR_20170124_01
บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด ผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการรถยนต์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย จัดขบวนคาราวานรถยนต์แลนด์โรเวอร์ ด้วยความมั่นใจในสมรรถนะที่สามารถผ่านพ้น อุปสรรค์อุทกภัยที่เกิดขึ้นระหว่างเส้นทางสู่ภาคใต้ในขณะนี้ เพื่อนำรถบรรทุกน้ำดื่ม จำนวน 1,000 แพคและเครื่องอุปโภคบริโภค ไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในภาคใต้ ภายใต้ชื่อ “โครงการแลนด์โรเวอร์ร่วมใจเพื่อผู้ประสบภัยน้ำท่วม Land Rover Together For The Flood” ที่วัดบางไทรและโรงเรียนบ้านหัวลำพู อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช

LR_20170124_02
สำหรับอุทกภัยในครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นครั้งที่รุนแรงมากที่สุดในรอบ 10 ปี บ้านเรือนนับร้อยหลังคาเรือนต้องจมอยู่ใต้น้ำอย่างรวดเร็วโดยที่ชาวบ้านไม่ได้เตรียมรับมือ ทำให้ได้รับความเสียหายในทุกๆส่วนและยังขาดแคลนน้ำดื่มเป็นจำนวนมาก เนื่องจากโอ่งสำหรับกักเก็บน้ำเพื่อบริโภคตลอดทั้งปีถูกน้ำท่วมขังทั้งหมด ถนนทุกสายถูกตัดขาดไม่สามารถเดินทางไปหาซื้อน้ำดื่มเพื่อมาบริโภคได้ ทั้งนี้ทางแลนด์โรเวอร์เล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของชาวบ้าน คณะผู้บริหารและพนักงานจึงได้จัดขบวนคาราวานรถยนต์แลนด์โรเวอร์และรถบรรทุกน้ำ จำนวน 1,000 แพค เดินทางมาช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ โดยนำรถยนต์แลนด์โรเวอร์ลำเลียงน้ำดื่มเข้าไปตามบ้านเรือนผู้ประสบภัยที่รถบรรทุกไม่สามารถเข้าไปถึงเพื่อมอบน้ำดื่มให้กับชาวบ้าน ตลอดจนเด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านหัวลำพู อ.ปากพนัง ที่ได้ผลกระทบมีความต้องการน้ำดื่มในแต่ละวัน

LR_20170124_03
นายชาญชัย มหันตคุณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงกิจกรรมครั้งนี้ “ในการเดินทางมาครั้งนี้เราตั้งใจมาเป็นผู้ให้ แต่ผมรู้สึกว่าเราได้มากกว่าเราให้ ในเรื่องของความเข้าใจในความเป็นอยู่ของชาวบ้านมากขึ้น ได้เห็นรอยยิ้มของทีมงานและรอยยิ้มของชาวบ้านผู้ประสบอุทกภัย หลังจากกิจกรรมครั้งนี้ ทางจากัวร์และแลนด์โรเวอร์จะทำกิจกรรมลักษณะนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความร่วมมือของทีมงานรวมทั้งลูกค้าผู้ใช้รถยนต์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์ เราจะสร้างความต่อเนื่องไปตลอดต่อจากนี้ สุดท้ายนี้ผมขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมครั้งนี้ และขออนุโมทนาบุญสำหรับทุกท่าน”

LR_20170124_05
ในการนี้ทางแลนโรเวอร์ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวใต้ผู้ประสบอุทกภัยทุกคนให้ผ่านพ้นเหตุการณ์ในครั้งนี้และขอให้กลับคืนสู่สภาวะปกติได้โดยเร็ว

LR_20170124_04
LR_20170124_07


DONNA_20170124_01

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส สนับสนุนรถเพื่อใช้ในการเดินทางถ่ายทำรายของรายการดอนนาอาเวนจูร่า

DONNA_20170124_01
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส สนับสนุนรถที่มีสมรรถนะสูงเพื่อใช้ในการเดินทางถ่ายทำรายของรายการดอนนาอาเวนจูร่ามานานกว่า 10 ปี ไม่ว่าจะเป็นรถครอส โอเว่อร์ยอดนิยม เอ้าท์แลนเดอร์หรือ ASX รวมถึงรถกระบะไทรทัน และรถรุ่นใหม่ มิตซูบิชิ ไฮบริด เอ้าแลนเดอร์ PHEV รถเอสยูวีพลังงานไฟฟ้า โดยในส่วนของการเดินทางมาถ่ายทำรายการที่ประเทศไทย มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) ได้สนับสนุนรถกระบะ ไทรทัน ใหม่ ให้กับคณะเดินทาง เพื่อใช้ในการนำเสนอมุมมองที่แปลกใหม่และน่าสนใจของประเทศไทยให้ทั่วโลกได้ชม

DONNA_20170124_01
รายการดอนนาอาเวนจูร่า เป็นรายการรูปแบบท่องเที่ยวเพื่อผู้หญิงของประเทศอิตาลี ซึ่งปัจจุบัน เป็นปีที่ 27 ในการเดินทางทำกิจกรรมที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น และเป็นรูปแบบรายการที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเห็นได้จากตัวเลขของผู้ชมที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งในแต่ละปีกลุ่มหญิงสาวทั้ง 6 คนจะถูกคัดเลือกจากผู้สมัครกว่า 165,000 คนทั่วประเทศ มาใช้เวลาปฏิบัติภารกิจร่วมกันเป็นเวลา 100 วัน ในการร่วมผจญภัยไปยังสถานที่ที่น่าหลงใหลมากมายทั่วโลก

DONNA_20170124_01
จากการพัฒนาและปรับมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้รายการรูปแบบท่องเที่ยวนี้ครอบคลุมทุกจุดหมายปลายทางในฝันเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรีสอร์ทหรูหรา สถานที่สุดพิเศษ และจุดหมายปลายทางมากมายที่ผู้ชมส่วนมากชื่นชอบและใฝ่ฝัน

DONNA_20170124_01
คณะเดินทางของสาวๆ ดอนนาอาเวนจูร่า มีความแตกต่างและมีความพิเศษเฉพาะตัว แต่มาอยู่รวมกันด้วยความรู้สึกเดียวกัน คือ ความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะออกไปผจญภัยและทำให้ดีที่สุด พวกเธอสามารถก้าวผ่านเหตุการณ์เฉพาะหน้าต่าง ๆ และเอาชนะความท้าทายที่เกิดขึ้น จนสามารถพัฒนาความเป็นตัวตน รวมถึงการดำเนินอาชีพการงานอย่างเห็นได้ชัด

DONNA_20170124_01
สำหรับการเดินทางในปี 2016 ได้ถูกพัฒนารูปแบบให้มีความตื่นเต้นมากขึ้น และได้กำหนดรูปแบบของจุดหมายปลายทางให้มีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ตั้งแต่สถานที่หรูหรามีระดับไปจนถึงทะเลทรายและอ่าวท้องทะเลที่ใสสะอาด

DONNA_20170124_01
เส้นทางที่จะใช้ในการเดินทางครั้งนี้ เริ่มในเดือนกันยายนที่สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ เมืองอาบู ดาบี เป็นที่แรก จากนั้น จะเดินทางมาประเทศไทย เพื่อพบปะกับคนท้องถิ่น ค้นหาเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และพิธีกรรม ประเทศที่เต็มไปด้วยสีสันอันหลากหลายที่จะนำเสนอประสบการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ให้กับผู้ชม และต่อไปยังสิงคโปร์

DONNA_20170124_01
จากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทีมงานจะบินย้อนกลับไปสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ เมือง ดูไบ และไปยังปารีส ก่อนที่จะเดินทางต่อไปที่นครลอสแองเจลีส จากนั้น เดินทางไปยัง French Polynesia ใจกลางมหาสมุทรแปซิฟิก

DONNA_20170124_01
สำหรับการเดินทางกลับมายังประเทศอิตาลี จะใช้เส้นทางที่แตกต่างออกไป ผ่านทางประเทศญี่ปุ่น ประเทศที่เป็นแห่งสุดท้ายของการเดินทาง

DONNA_20170124_01
คณะเดินทางของดอนนาอาเวนจูร่า จะถ่ายทำการเดินทางในแต่ละวันในรูปแบบคลิปวิดีโอพิเศษ ซึ่งรวบรวมเบื้องหลัง ภาพตัวอย่างรายการและงานอื่น ๆ ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา รูปแบบรายการทางทีวีของดอนนาอาเวนจูร่าได้รับการพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยเนื้อหาที่อัดแน่นและสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนดูได้อย่างน่าตื่นเต้น

DONNA_20170124_01


ฟอร์ดตามรอยเท้าพ่อ ไปกับฟอร์ด เรนเจอร์ และ เอเวอเรสต์ ณ เมืองน่าน

เช้าตรู่ของวันที่ 13 ธันวาคม 2559 สื่อมวลชนจากหลากหลายที่มารวมตัวกันที่สนามบินดอนเมืองเพื่อเดินทางไปกับฟอร์ด ประเทศไทย ในทริปเดินตามรอยเท้าพ่อ เพื่อเยี่ยมชมโครงการหลวงอันเนื่องมาจากพระราชดำริเพื่อช่วยพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน และร่วมกิจกรรมทำความดีเพื่อคนในชุมชน ณ จังหวัดน่าน พร้อมทดลองขับรถยนต์ 2 รุ่นคือ ฟอร์ด เรนเจอร์ และ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ บนเส้นทางขึ้นลงดอยที่คดเคี้ยว และลาดชัน

วันที่1 มุ่งหน้าดอยภูคา

เมื่อเดินทางมาถึงท่าอากาศยานน่านนคร จังหวัดน่าน ก็ได้ขึ้นรถตู้เพื่อเดินทางไปยังโรงแรมน่านตรึงใจ เมื่อเดินทางมาถึงโรงแรม คุณศุภรางศุ์ อนุชปรีดา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ฟอร์ด ประเทศไทย ได้กล่าวต้อนรับสื่อมวลชน หลังจากนั้นก็มีการอธิบายภาพรวมของสถานที่ที่เราจะไป พร้อมเส้นทางตามรอยเท้าพ่อ และรับฟังข้อมูลรถยนต์ฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ เมื่อทุกคนพร้อมแล้วก็จะออกเดินทางสู่ อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน

โดยในวันแรกเราได้ขับ ฟอร์ด เอเวอร์เรสต์ รถเอส ยู วี ที่เปี่ยมไปด้วยสมรรถนะขับขี่ ครบครันด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ ให้ความสะดวกสบายในการขับขี่บนทุกสภาพถนน ทั้งยังการันตีด้วยรางวัลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรางวัลมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว จากศูนย์ทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยด้านยานยนต์แห่งภูมิภาคอาเซียน (ASEAN New Car Assessment Program) และรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2558 (Thailand Car of the Year 2015) โดยสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์ไทย

จุดแรกที่ไปถึงคืออำเภอทุ่งช้าง เราแวะจุดนี้เพื่อเยี่ยมชมอนุสาวรีย์วีรกรรม พลเรือน ตำรวจ ทหาร ณ พิพิธภัณฑ์ทหาร และสดุดีวีรกรรมของวีรชนไทย รวมไปถึงสักการะพระบรมรูปของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้พระราชทานเพื่อเป็นมิ่งขวัญและกำลังใจในการต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายกับชาวบ้านในท้องถิ่นเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2519


ซึ่งในช่วงเวลาที่พระองค์ได้เสด็จฯ ไปนั้น จังหวัดน่านยังเป็นพื้นที่สีแดงที่เต็มไปด้วยภัยอันตราย แต่พระองค์ทรงห่วงใยพสกนิกรของพระองค์เหนือสิ่งอื่นใด นำมาซึ่งความปลื้มปิติและเป็นที่เล่าขานจากรุ่นสู่รุ่นของชาวเมืองน่านถึงน้ำพระราชหฤทัยที่เปี่ยมไปด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวง

จากนั้น สื่อมวลชนได้เดินทางต่อไปยังอุทยานแห่งชาติดอยภูคาเพื่อสัมผัสอากาศเย็นอันบริสุทธิ์และความงดงามจากธรรมชาติโดยรอบ ตลอดเส้นทางอันคดเคี้ยวและลาดชัน สื่อมวลชนได้มีโอกาสทดสอบสมรรถนะและเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะของฟอร์ด เอเวอเรสต์ อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็น ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning System) ที่ช่วยลดความเสียหายจากการกระแทกหรือหลีกเลี่ยงโอกาสการชน ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control) ที่คอยควบคุมความเร็วแบบอัตโนมัติเพื่อให้รถอยู่ห่างจากรถคันหน้าในระยะที่ปลอดภัยตามความเร็วที่ตั้งไว้

ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping System) ทำงานร่วมกับกล้องที่ติดตั้งบริเวณหน้ารถ รวมไปถึงระบบแจ้งเตือนการขับขี่ (Driver Alert System) ซึ่งจะส่งสัญญาณแจ้งเตือนเมื่อตรวจพบว่าผู้ขับขี่มีอาการเหนื่อยล้า ทำให้มั่นใจได้ว่าทุกช่วงการขับขี่จะเป็นไปอย่างปลอดภัย สะดวกสบาย และคล่องตัวในทุกสภาพถนน

เมื่อเดินทางใกล้ถึงดอยภูคาในช่วงหัวค่ำ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ยังมีระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัจฉริยะ (Auto High Beam Control) ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากเมื่อเดินทางในบริเวณที่มืดและไม่มีแสงไฟจากรถและสิ่งอื่นๆ โดยรอบ และในช่วงเวลากลางคืน


ที่พักบนอุทยานมีให้เลือก 2 แบบคือแบบบ้านพัก และแบบกางเต้นท์ เราเลือกนอนในเต้นท์บนลานกว้างที่ทางอุทยานจัดเตรียมพื้นที่ไว้ให้ การนอนเต้นท์ก็สามารถเช่าอุปกรณ์ต่างๆ ได้ที่อุทยานเลย นอนเต้นท์สมัยนี้สะดวกสบายกว่าสมัยก่อนมาก แต่สำหรับคนที่เข้าห้องน้ำบ่อยๆ ก็ไม่ขอแนะนำเพราะว่าจากจุดกางเต้นท์เดินไปห้องน้ำก็ไกลอยู่เหมือนกัน เราโชคดีที่เลือกนอนเต้นท์ เพราะกิจกรรมรอบกองไฟที่ทางฟอร์ด จัดมันก็อยู่หน้าเต้นท์เรานิเอง ร้องๆ เล่นๆ ชมดาวเพลินแล้วก็คลานเข้าไปนอนได้เลย

วันที่2 โครงการปิดทองหลังพระ

เริ่มต้นวันที่2 ด้วยการสลับรถจากเมื่อวานที่เราได้ขับ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ วันนี้เราจะมาขับ ฟอร์ด เรนเจอร์ กันโดยจะเป็นการเดินทางไปที่โครงการปิดทองหลังพระ บ้านเปียงก่อ ตำบลขุ่นน่าน

โครงการปิดทองหลังพระ บ้านเปียงก่อ เป็นโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้และฝึกอบรมด้านการพัฒนาพื้นที่ทำกินตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง สื่อมวลชนนอกจากจะได้เข้าเยี่ยมชมโครงการแล้วยังได้ร่วมทำกิจกรรมการปรับเปลี่ยนที่ดินจากการถางป่าเพื่อทำไร่ข้าวโพดมาเป็นการทำการเกษตรแบบยั่งยืนอีกด้วย


ระหว่างการเดินทางไปโครงการปิดทองหลังพระ แม้ว่าเส้นทางจะคดเคี้ยวมากมาย ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวล์ดแทรค 3.2 ลิตร รุ่นปี 2016 ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล ดูราทอร์ค ทีดีซีไอ วีจี เทอร์โบขนาด 3.2 ลิตร ระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีด พละกำลังสูงสุด 200 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดถึง 470 นิวตันเมตร  ก็ยังเป็นรถกระบะที่ขับสบาย และอัดแน่นด้วยระบบความปลอดภัย ให้ความมั่นใจในการควบคุมที่คล่องแคล่วแม่นยำ ด้วยระบบพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า ที่จะปรับให้พวงมาลัยมีน้ำหนักเบาในขณะขับขี่ที่ความเร็วต่ำ และเน้นความแม่นยำเมื่อขับขี่ที่ความเร็วสูง

นอกจากนี้ยังมีระบบช่วยการออกตัวขณะจอดรถบนทางลาดชันสามารถช่วยให้ผู้ขับขี่ขับรถบนทางลาดชันได้อย่างมั่นใจ ระบบควบคุมความเร็วขณะลงเขา ที่ช่วยควบคุมการขับลงเขาที่เสริมแรงเบรกในระดับความเร็วต่อเนื่อง ผสานกับระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และระบบเบรกฉุกเฉิน ที่ช่วยส่งน้ำหนักไปที่ระบบเบรกเพื่อเพิ่มพลังในการเบรกเมื่อผู้ขับขี่ต้องเบรกกะทันหันในสถานการณ์ฉุกเฉินอีกด้วย

เมื่อมองจากเส้นทางในครั้งแรกก็จินตนาการไปต่างๆ นานา ว่าขับรถกระบะในเส้นทางแบบนี้จะต้องเหนื่อย และเครียดแน่ๆ เพราะนอกจากจะเป็นทางที่โค้งคดเคี้ยว ตลอดเส้นทางแล้ว แถมข้างทางก็เป็นหน้าผาชันหน้ากลัวแต่ ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวล์ดแทรค 3.2 ลิตร ก็มาพร้อมเทคโนโลยีอีกมากมายที่ทำให้เราผ่านเส้นทางดังกล่าวไปได้อย่างสบาย ได้แก่ ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว เพื่อการควบคุมทุกการขับขี่ ซึ่งมาพร้อมระบบลดความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำ ระบบลดอาการส่ายขณะลากจูงเทรลเลอร์ และระบบควบคุมการบรรทุก ช่วยรักษาระบบควบคุมการทรงตัวตามน้ำหนักของสัมภาระ

ระหว่างการเดินทางได้ทดสอบเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะใหม่ในฟอร์ด เรนเจอร์ ไวล์ดแทรค 3.2 ลิตร เพิ่มเติม ซึ่งระบบต่างๆ ก็มีไม่น้อยหน้า ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เลย นอกจากนี้ ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค 3.2 ลิตร ยังมาพร้อมกับระบบสั่งงานด้วยเสียงซิงค์ 3 (SYNC 3) ผู้ขับขี่สามารถสั่งการรถรวมถึงการรับสายโทรศัพท์โดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัยระหว่างขับขี่


เมื่อถึงโครงการปิดทองหลังพระ สื่อมวลชนได้เข้ารับฟังการบรรยายถึงที่มาของ โครงการปิดทองหลังพระ บ้านเปียงก่อ ตำบลขุ่นน่าน และแบ่งกลุ่มทำกิจกรรมที่ทางโครงการจัดเตรียมไว้ให้ หลังจากนั้นคาราวาน ฟอร์ด แรนเจอร์ และ ฟอร์ด เอเวอสต์ กว่า 30 คันก็เดินทางสู่โรงแรมน่านตรึงใจเพื่อพักผ่อนเอาแรงเพื่อที่จะลุยในวันถัดไป

วันที่3 พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเทศบาลตำบลเวียงสา

ในวันสุดท้ายของทริปสื่อมวลชนได้เดินทางมายังพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเทศบาลตำบลเวียงสา อำเภอเวียงสา เพื่อน้อมรำลึกถึงองค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในคราวเสด็จเยือนจังหวัดน่านครั้งแรก

พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเทศบาลตำบลเวียงสา มีการจัดแสดงพระที่นั่ง ภาพถ่าย และของใช้ในสมัยโบราณ และข้อมูลภาพถ่ายเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งในส่วนนี้ทำออกมาได้ดีมาก จะเรียกว่าเป็นพิพิธภัณฑ์เลยก็ไม่เชิงเพราะยังเป็นสถานที่ราชการที่ให้บริการประชาชนอยู่ด้วยที่บริเวณ ชั้น1


ส่วนชั้น2 จะเป็นส่วนจัดแสดง ที่จัดวางได้ดี ดูเพลินและได้ความรู้ ถ้าใครมาเที่ยวน่านพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเทศบาลตำบลเวียงสา เป็นอีกที่ๆ ไม่ควรพลาด


ในระหว่างที่เดินชมพิพิธภัณฑ์ สื่อมวลชนบางท่านก็ลงมาที่ลานจอดรถ เพื่อทดลองใช้ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ (Active Park Assist) ซึ่งเป็นระบบช่วยสแกนหาช่องว่างในการจอดรถที่เหมาะสม รวมไปถึงระบบตรวจจับรถในจุดบอด (BLIS – Blind Spot Information System) ที่มาพร้อมระบบตรวจจับรถขณะออกจากซองจอด (Cross Traffic Alert) ที่จะคอยแจ้งเตือนผู้ขับขี่ในกรณีที่มีรถคันอื่นอยู่ในจุดบอดหรือเมื่อมีรถตัดผ่านในขณะถอยออกจากซองจอด ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถถอยรถออกจากช่องจอดได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น


ช่วงบ่ายสื่อมวลชนยังได้ร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคมกับฟอร์ด ประเทศไทย ด้วยการสมทบทุนในการสร้างห้องสมุดให้กับโรงเรียนริมฝั่งว้าวิทยา และส่งมอบหนังสือเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ นิทาน และวีดิทัศน์เกี่ยวกับคำสอนของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและอุปกรณ์การเรียนการสอนต่างๆ ให้กับทางโรงเรียน หลังจากนั้น สื่อมวลชนเดินทางกลับมายังสนามบินน่านนคร จังหวัดน่าน ก่อนจะเดินทางกลับด้วยการบินมายังกรุงเทพมหานครโดยสวัสดิภาพ

หลังจากจบกิจกรรมตามรอยเท้าพ่อในครั้งนี้ทำให้เราได้สัมผัส เข้าใจ และพร้อมที่จะสานต่อพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในการทำความดีเพื่อสังคมและประโยชน์ของส่วนรวมมากยิ่งขึ้น อีกสิ่งที่สร้างความประทับใจคือ ฟอร์ด เรนเจอร์ และ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ได้พิสูจน์ให้สื่อมวลชนได้เห็นถึงสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม ครบครันด้วยเทคโนโลยีอันชาญฉลาด ทำให้ ฟอร์ด เรนเจอร์ และ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ กลายเป็นรถที่เปิดประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับสำหรับทุกไลฟ์สไตล์จริงๆ


วิธีการแต่งหน้าโทนกระ (Freckles Makeup)

Make_Up_Tan0908
ช่วงนี้การแต่งหน้าโทนกระกำลังมาแรง ซึ่งวันนี้หลับปุ๋ยจะมาแนะนำขั้นตอนในการแต่งหน้าแนวกระให้เพื่อนๆแต่อันนี้เราจะทำให้มันเปลี่ยนตำแหน่งนะคะแล้วก็ให้มันดูน่ารักกรุบกริบ

Make_Up_Tan0903
อุปกรณ์ที่เราใช้ก็คือทุกๆอย่างที่เพื่อนๆมีอยู่แล้วแน่นอนคะ แต่ที่อยากจะให้มีเพิ่มขึ้นคืออายไลเนอร์สีน้ำตาลและที่เขียนคิ้ว(แบบฝุ่น) สำคัญมากเลยเพราะต้องใช้ในการแต้มกระ

ขั้นตอนการแต่งหน้า

Make_Up_Tan0902
Make_Up_Tan09_H01
1.รองพื้น
ยี่ห้ออะไรก็ได้ที่เพื่อนๆมีเบอร์ตามสีผิวของเพื่อนๆเลยคะ

Make_Up_Tan09_H02
2.บรัชออน
ปกติเราจะใช้บรัชออนเนื้อครีมทาแก้มแต่สำหรับการแต่งหน้าแนวนี้แนะนำให้ใช้ลิปติกคือมันก็สามารถอะแดปใช้ด้วยกันได้ลิปสติกที่ใช้จะเป็นสีส้มผสมกับสีน้ำตาลแนะนำให้เบาๆมือค่อยๆแตะบริเวณตรงแก้ม บริเวณโหนกแก้มเลยเข้ามาบริเวณแถวๆหางตา

Make_Up_Tan09_H03
3.แป้งฝุ่น
หลังจากที่เราทารองพื้นเสร็จจะทาแป้งหรือใครที่ไม่ชอบทาแป้งจะใช้เป็นฟลูชั่นแทนก็ได้
เผื่อว่าอยากจะแต่งสไตล์เกาหลีก็จะได้ความฉ่ำวาวแต่พอตอนมันฉ่ำแล้วตอนเราแต้มกระอาจจะไม่ค่อยติดแนะนำให้ลงแป้งจะดีกว่า

Make_Up_Tan09_H04
4.คิ้ว
ในส่วนของคิ้วเราจะใช้ที่เขียนคิ้วแบบฝุ่นสีธรรมชาติสีเหมือนสีผมของเรานะคะเข้มๆนิดนึงเราจะไล่สีแบบนี้นะคะหางคิ้วใช้สีเข้มกลางคิ้วใช้สีน้ำตาลอ่อนหัวคิ้วใช้สีอ่อนสุด

Make_Up_Tan09_H05
5.ตา
ในส่วนของตาเราจะใช้อายแชโดว์สีชมพูทองๆใช้นิ้วเลยคะแตะๆทาลงบริเวณรอยพับตาเหนือขึ้นไปรอยพับตา2ชั้นมานิดนึงการใช้นิ้วทาจะทำให้สีติดทนมากกว่าการใช้แปลงเพราะนิ้วของเราจะมีอุหภูมิอุ่นๆจะทำให้สีติดทนมากขึ้น ต่อไปเราใช้สีน้ำตาลทาไปตรงระหว่างขนตากับรอยพับตาชั้นแรกของเราทาให้หนากว่าอายไลเนอร์นิดนึงทั้งสองข้าง และบริเวณตาล่างแล้วก็ใช้พูกันหัวใหญ่ขึ้นมาหน่อยนิดนึงเบลนด์(เกลี่ย) ระหว่างเบ้าตาของเรา

Make_Up_Tan09_H06
6.อายไลเนอร์
ใช้สีดำเขียนขอบตาทั้ง 2 ข้างให้เท่ากันเริ่มจากหัวตาไปบริเวณหางตา (อันนี้แล้วแต่ความถนัด)

Make_Up_Tan09_H07
7.ดัดขนตา
ดัดขนตาตามปกติเลยคะ

Make_Up_Tan09_H08
8.ปัดขนตา
การปัดขนตาแนะนำให้ใช้ที่ปัดขนตาแบบหนาๆจะทำให้ตาของเราดูกลมโตและดูชัดขึ้น

Make_Up_Tan09_H09
9. ปัดแก้ม
แก้มใช้เมื่อกี้เราทาไปแล้วด้วยลิปติกแต่เราจะใช้สีฝุ่นเพิ่มอีกทีเลือกใช้สีส้มปัดแก้มและแตะมาที่ปลายจมูกนิดนึง


10.ลิปสติก
สีปากเพื่อนๆเลือกใช้ได้ตามชอบเลยจริงๆการแต่งหน้าถ้าเราใช้สีแดงกับหน้าเรามันจะกลายเป็นดูลุคแบบเซ็กซี่ขึ้นเลยแต่ถ้าเราใช้สีน้ำตาลบรอนทองๆสีมันจะอบอุ่นขึ้นแล้วก็ดูเป็นผู้หญิงลึกลับน่าค้นหาแต่ถ้าเราใช้สีชมพูก็จะเป็นสไตล์แบบสาวเกาหลี ดังนั้นอยากได้ลุคไหนเลือกได้เลยคะตามสีลิปสติกเลย ถ้าเราอยากให้ดูธรรมชาติให้ใช้นิ้วของเราแต้มลิปสติกทาลงไปบนปากจะทำให้ไม่เป็นการตั้งใจวาดขอบปากจนเกินไป

Make_Up_Tan0905
11.เติมกระ
สิ่งสำคัญในการทำกระคืออายไลเนอร์สีน้ำตาลเริ่มจากบริเวณข้างจมูกก่อนเลยมาถึงบริเวณใต้ตาและข้างแก้ม ขั้นตอนต่อไปใช้อายแชโดว์สีน้ำตาลคนละเฉดกับเมื่อกี้นะคะจะใช้สีอ่อนกว่าหน่อยเพื่อให้สีของกระดูเป็นธรรมชาติเหมือนจริงแต้มไปข้างๆกับที่เราจุดเมื่อกี้แค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อย

Make_Up_Tan09_H12
12.สีไฮไลท์
ใช้สีไฮไลท์ปัดบริเวณสันจมูกและใต้ตาเพื่อให้ดูสว่างขึ้นและหน้าของเราดูมีมิติมากขึ้น

Make_Up_Tan0906

Make_Up_Tan0908

Text : lubpui

Photo : iasda

Make_Up_Tan0909
Location : Make a Toast – Soi Pho Kaeo 3, Lane 6, Bangkok

TAN Thailand Magazine

Facebook : https://www.facebook.com/tanmagazine/?fref=ts
Instagram : https://www.instagram.com/tanmagazine/

TAN09_sm


Privacy Preference Center