Departure รุ่นพิเศษ TEAM THAILAND ส่งทีมไทยไป PARIS 2024
นอกเหนือจากการสนับสนุนทีมนักกีฬาไทยทางDeparture ยังมีบริการออกแบบสร้างเอกลักษณ์สำหรับธุรกิจและองค์กรที่ต้องการใส่โลโก้บนกระเป๋า โดยบริการนี้เหมาะกับคนที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์สำหรับการเดินทางที่มีคุณภาพสูงและสามารถกำหนดแบบเองได้ เพื่อมอบให้กับลูกค้าและพนักงาน
กระเป๋าเดินทาง The Boost Lite L ประกอบด้วยแผ่นโพลีคาร์บอเนต Makrolon บริสุทธิ์ 100% ซึ่งมีความทนทาน และซับในด้วยโพลีเอสเตอร์กันน้ำและกันคราบต่างๆ และมีคุณสมบัติโดดเด่นอย่าง
- แผ่นโพลีคาร์บอเนต Makrolon® บริสุทธิ์ 100% ที่มีความทนทาน
- ผ้าซับในโพลีเอสเตอร์ 100% ป้องกันน้ำและคราบสกปรก พร้อมสายรัดอย่างดี
- ล้อสปินเนอร์โพลียูรีเทน 65 มม. มีความแข็งแรงและยืดหยุ่น หมุนได้ 360 องศา
- อะลูมิเนียมเกรดอากาศยานชุบอโนไดซ์พร้อมด้ามจับปรับได้ 3 ระดับตามหลักสรีระศาสตร์
- ที่จับด้านหน้า ด้านบน และด้านข้างเป็นยางเทอร์โมพลาสติก DuPont™ Hytrel® ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มาพร้อมสัมผัสที่นุ่ม
- ตัวป้องกันมุมทำจากอะลูมิเนียมเกรดอากาศยานที่ผ่านการชุบสีระดับพรีเมียม
- ตัวล็อคตามมาตรฐานสากล TSA และซิป YKK® ป้องกันการเจาะที่ดีที่สุด
- ด้วยดีไซน์ทรงสี่เหลี่ยม สามารถเพิ่มความจุได้ถึง 15%
ใครสนใจสามารถซื้อกระเป๋าเดินทาง Departure ผ่านทางเว็บไซต์อย่างเป็นทางการได้ที่ departure.co.th
H-Studio ฮุนไดไลฟ์สไตล์ใจกลางกรุง ณ ดิ เอ็มสเฟียร์
เจ กิว จอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “การเปิดตัว H-Studio เป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของฮุนได ในการปฏิวัติวงการยานยนต์ครั้งสำคัญของเมืองไทย ผ่านการนำเสนอพื้นที่เพื่อการแบ่งปันข้อมูล และชักชวนให้ลูกค้าได้มาสัมผัสกับแนวคิดและเทคโนโลยีของฮุนไดอย่างใกล้ชิด เพราะฮุนไดไม่เพียงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจเท่านั้น แต่ยังต้องการเสริมสร้างความสัมพันธ์ และประสบการณ์ที่น่าจดจำกับผู้บริโภคอีกด้วย โดย H-Studio ใจกลางกรุงเทพฯ ตั้งอยู่ที่ ชั้น 2 ดิ เอ็มสเฟียร์ ซึ่งไม่ได้เป็นแค่ศูนย์การค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นสถานท่องเที่ยวชั้นนำของกรุงเทพฯ ในฐานะศูนย์รวมร้านค้าที่สวยงามระดับไฮเอนด์ ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ของเรา โดย H-Studio จะจัดแสดงรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดและดีที่สุดจากแบรนด์ฮุนได โดยแต่ละรุ่นจะได้รับการคัดสรรเพื่อสะท้อนถึงนวัตกรรม และจิตวิญญาณของฮุนไดอย่างชัดเจน ตลอดจนความมุ่งมั่นของเราในการมุ่งหน้าสู่นวัตกรรมและความเป็นเลิศ โดยลูกค้าจะสามารถเชื่อมโยงกับคุณค่าของแบรนด์ สำรวจเทคโนโลยีอันล้ำสมัย และสัมผัสประสบการณ์ยานยนต์อันยอดเยี่ยมได้อย่างเต็มที่”
คอนเซ็ปต์การออกแบบ H-Studio ได้แรงบันดาลใจจากการจัดแสงที่พิถีพิถัน ในลักษณะเดียวกับพิพิธภัณฑ์ ผสานบรรยากาศการตกแต่งที่สวยงาม พร้อมจอ Transparent LED ขนาด 10.0 x 2.5 เมตร และสไตล์อันทันสมัยของโชว์รูมฮุนไดในกรุงโซล สะท้อนบรรยากาศแบบอุตสาหกรรมและการออกแบบสมัยใหม่ ตลอดจนความลุ่มลึกและความร่วมสมัยของวิสัยทัศน์ฮุนไดได้อย่างสมบูรณ์แบบผสานเทคนิคการจัดแสงแบบเดียวกับที่ใช้ในพิพิธภัณฑ์ ซึ่งมีความละเอียดอ่อน เข้ากับบรรยากาศอันสวยงามทันสมัย ของโชว์รูมฮุนไดในกรุงโซล จนเกิดเป็นโชว์รูมใจกลางกรุงเทพฯ ที่สะท้อนถึงความหรูหราภูมิฐาน ร่วมสมัยได้อย่างลุ่มลึก
ในปี 2566 ที่ผ่านมา ฮุนไดได้สร้างมาตรฐานใหม่สู่วงการยานยนต์ไทยด้วยการเปิดตัวแฟล็กชิพสโตร์ 2 แห่ง ได้แก่ H-Space และ IONIQ Lab โดย H-Space ศูนย์บริการแฟล็กชิปของฮุนไดครอบคลุมพื้นที่กว่า 7.45 ไร่ และเป็นหนึ่งในศูนย์การฝึกอบรมที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ถึงความทุ่มเทของฮุนไดในการเดินหน้าสู่ความเป็นเลิศ ด้านการบริการลูกค้าและความเชี่ยวชาญของพนักงาน ในขณะที่ศูนย์นวัตกรรมรถยนต์ไฟฟ้า IONIQ Lab ที่ ทรู ดิจิทัล พาร์ค เป็นตัวแทนของความก้าวหน้าด้านนวัตกรรมที่ยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มผลิตภัณฑ์รถยนต์ไฟฟ้า IONIQ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและความมุ่งมั่นของฮุนได ในการร่วมสรรสร้างอนาคตที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ศูนย์ทั้ง 2 แห่งนี้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของการยกระดับมาตรฐานยานยนต์ ไปพร้อมกับการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องของฮุนได
การเปิดตัว H-Studio ที่ ดิ เอ็มสเฟียร์ ของฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย ถือเป็นการเน้นย้ำถึงคำมั่นสัญญาที่จะส่งมอบบริการที่เหนือระดับ เพราะศูนย์แห่งนี้แตกต่างจากโชว์รูมแบบที่เคยมีมา โดยลูกค้าจะได้สัมผัสถึงวิสัยทัศน์ และผลิตภัณฑ์อันโดดเด่นของฮุนไดอย่างใกล้ชิด H-Studio เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของฮุนได ในการนำเสนอประสบการณ์ยานยนต์ ที่เหนือความคาดหมายของลูกค้าในประเทศไทย
ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย พร้อมต้อนรับลูกค้าทุกท่านสู่ H-Studio เพื่อนำทุกท่านสู่เส้นทางแห่งโลกนวัตกรรมยานยนต์ชั้นเลิศ สัมผัสยานยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดก่อนใคร และตื่นตาไปกับสินค้าพิเศษจาก Hyundai Collection โดยมีผู้เชี่ยวชาญคอยมอบคำแนะนำด้วยอัธยาศัยไมตรี พบกันได้แล้วตั้งแต่วันนี้ที่ชั้น 2 ศูนย์การค้าดิ เอ็มสเฟียร์ เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น.
DB12 Volante ที่สุดแห่งยนตรกรรมซูเปอร์ทัวเรอร์!
เสน่ห์เย้ายวน เกินต้าน กับหลังคาอัตโนมัติ ‘K-FOLD’
แอสตัน มาร์ติน ดีบี12 โวลานเต้ มีการออกแบบโฉบเฉียวสไตล์คูเป้ ตัวถังอะลูมิเนียมมีความแข็งแกร่งสูง ผสานกลไกหลังคาผ้าใบอัตโนมัติ ‘K-Fold’ ตั้งชื่อตามการพับเก็บสองขั้นตอน ทำให้มีความสูงเพียง 260 มิลลิเมตรใช้เวลาเปิด-ปิดเพียง 14 และ 16 วินาที ตามลำดับ พร้อมฉนวนมากถึง 8 ชั้น ทำให้ ดีบี12 โวลานเต้ มีรูปลักษณ์ที่โดดเด่น โดยเมื่อเปิดใช้งานหลังคาจะพับเก็บอัตโนมัติอยู่ใต้ฝาปิดหนังแท้ ผสานเส้นสายตัวถังที่เพรียวบาง นำสายตาสู่ห้องโดยสารอันหรูหรา ตัดกันกับตัวถังด้านท้ายที่ดูบึกบึนและทรงพลัง
หรูหรา สะดุดตาทุกมิติ กับห้องโดยสารอันล้ำสมัย
ห้องโดยสารของ ดีบี12 โวลานเต้ ดูแตกต่างจากรถคูเป้ด้วยแผงไม้หรือแผงคาร์บอนไฟเบอร์บนพนักพิง แบบเดียวกับขอบประตู สร้างมิติที่น่าดึงดูดใจ และความหรูหราแบบพิเศษ ระบบอินโฟเทนเมนต์ล้ำสมัย และ HMI (Human Machine Interface) แบบใหม่ ช่วยให้ผู้โดยสารไม่พลาดทุกการเชื่อมต่อกับโลกออนไลน์ แสดงผลผ่านทัชสกรีนอเนกประสงค์ ‘Pure Black’ ขนาด 10.25 นิ้ว ควบคู่กับการติดตั้งปุ่มและสวิตช์ควบคุมระบบที่สำคัญ เพื่อให้ผู้ขับสามารถใช้งานได้ง่ายที่สุด เพิ่มความสุนทรีย์ยามขับเคลื่อน ด้วยเครื่องเสียง Bowers & Wilkins 390 วัตต์ 11 ลำโพง
แรงสะใจ ทรงพลังมากที่สุดในรถกลุ่มเดียวกัน
ยกระดับให้กับรถ จีที สู่การเป็นยนตรกรรมซูเปอร์ ทัวเรอร์ ขึ้นทำเนียบยนตรกรรมพลังแรงที่สุดในคลาส ด้วยขุมพลังเบนซินทวินเทอร์โบ วี8 สูบ 4.0 ลิตร 680 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 800 นิวตันเมตร ที่ 2,750-6,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ (ZF 8HP75) อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 3.6 วินาที ความเร็วสูงสุด 325 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
เฉียบคม กับแฮนด์ลิงระดับซูเปอร์ทัวเรอร์
อีกหนึ่งความพิเศษของ แอสตัน มาร์ติน DB12 คือ ช่วงล่างหน้า-ดับเบิลวิชโบน และหลัง-มัลติลิงค์ พร้อมโช้กอัพอะแดปทีฟ ‘BILSTEIN DTX’ ที่มีความความยืดหยุ่น นุ่มหนึบ และความละเอียดในการขับมากขึ้นถึง 500% (เทียบกับ DB11 V8) นอกจากนั้นยังเป็นครั้งแรก ที่มีการติดตั้งเฟืองท้ายลิมิเต็ดสลิป ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-diff) กับยนตรกรรมสายพันธุ์ DB ควบคุมรถอย่างมั่นใจด้วยคาลิเปอร์เบรกหน้า 6 พ็อต หลัง 4 พ็อต จับคู่จานเบรกโลหะเจาะรูระบายความร้อน หน้า-หลังขนาด 400 และ 360 มิลลิเมตร ตามลำดับ พร้อมมีจานเบรกคาร์บอนเซรามิก เจาะรูระบายความร้อน หน้า-หลังขนาด 410 และ 360 มิลลิเมตร เป็นออปชั่น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการชะลอความเร็ว และลดน้ำหนักใต้สปริงได้ถึง 27 กิโลกรัม ปิดท้ายด้วยล้อฟอร์จขนาด 21 นิ้ว จับคู่กับยาง Michelin Pilot Sport S 5 แก้มยางระบุอักษร ‘AML’ บ่งบอกว่าผลิตมาสำหรับ แอสตัน มาร์ติน DB12 พิเศษกับโครงสร้างโฟมด้านใน ช่วยลดเสียงรบกวน และนุ่มนวลยิ่งขึ้น โดยมีขนาดหน้า-หลัง 275/35/ZR21 และ 325/30/ZR21 ตามลำดับ
ธเนศ อนุจารีย์อาภา ผู้จัดการทั่วไป แอสตัน มาร์ติน แบงคอก กล่าวว่า “การขับรถเปิดประทุน นับเป็นหนึ่งในประสบการณ์พิเศษที่หลายคนถวิลหา ซึ่ง แอสตัน มาร์ติน โวลานเต้ ได้นำเสนอประสบการณ์ดังกล่าว ในรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์มานานกว่าหกทศวรรษ เช่นเดียวกับ ดีบี12 โวลานเต้ ใหม่ ที่สามารถหยิบยื่นความรู้สึกพิเศษได้อย่างเต็มเปี่ยม โดยไม่ส่งผลกระทบกับสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของ ดีบี12 คูเป้ ท้าทายความเชื่อแบบดั้งเดิม และน่าจะได้เสียงตอบรับที่ดี จากลูกค้าในปัจจุบัน”
แอสตัน มาร์ติน ดีบี12 โวลานเต้ ยังคงรักษาจุดเด่นของยนตรกรรมซูเปอร์ทัวเรอร์ไว้ได้อย่างครบถ้วน ทั้งความประณีตหรูหรา มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย ผสานสุนทรียะแห่งการขับรถเปิดประทุน นับเป็นยนตรกรรมที่พร้อมมอบประสบการณ์สุดพิเศษ ให้กับผู้ครอบครองได้อย่างแท้จริง
Eucerin Pro Acne Solution SOS Serum จัดการสิวเร่งด่วนใน 8 ชั่วโมง!
วราพร ลิขิตจรรยากุล ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจยูเซอริน ภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “ยูเซอริน เรามุ่งมั่นคิดค้นและไม่เคยหยุดพัฒนานวัตกรรมที่ทันสมัยเพื่อตอบโจทย์ปัญหาสิวของวัยรุ่น เราเชื่อว่าผิวเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สามารถส่งผลกระทบต่ออารมณ์ความรู้สึก และคุณภาพชีวิตของเราได้โดยตรง เราเชื่อว่าการมีผิวที่ดีจะช่วยให้เรามีความสุขและมั่นใจมากยิ่งขึ้น ยูเซอรินนอกจากจะได้รับการยอมรับว่าเป็นแบรนด์เวชสำอางที่แพทย์ผิวหนัง และกุมารแพทย์ในไทยแนะนำเป็นอันดับหนึ่งแล้ว เรายังมียอดขายเป็นอันดับหนึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเพื่อดูแลปัญหาสิวผิวมันอีกด้วย และยูเซอริน โปร แอคเน่ โซลูชั่น เอสโอเอส เซรั่ม เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีทั้งจากกลุ่มผู้ใช้ และยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่คุณหมอให้การยอมรับและแนะนำเพื่อให้มีสภาพผิวที่ดี เพราะสามารถช่วยจัดการสิวถึงต้นตอและลดโอกาสการเกิดสิว[2] ซ้ำอย่างเห็นได้ชัดได้รับการยอมรับมากกว่า 95%[3] จากกลุ่มผู้ทดลองใช้จริงอีกด้วย”
งานนี้เพื่อแสดงให้เห็นว่าเรื่องสิวนั้นต้องได้รับการจัดการอย่างเร่งด่วน เช่นเดียวกับเรื่องหัวใจ เลยถือโอกาสต้อนรับนักแสดงหนุ่มอารมณ์ดี “แน็ก ชาลี ไตรรัตน์” ที่งานนี้ควงคู่มากับ “กามิน” หรือ “จีกามิน” (Garmin) ติ๊กต๊อกเกอร์สาวชาวเกาหลีที่ใช้ผลิตภัณฑ์จริงจนประทับใจในผลิตภัณฑ์และต้องการมาบอกต่อว่าเลิฟแค่ไหน ให้ผู้บริโภคชาวไทยได้จิ้นและทราบข้อมูลจากการใช้จริงกันกลางสยามสแควร์อีกด้วย
“ยูเซอรินเป็นแบรนด์ที่รู้จักกันดีที่ประเทศเกาหลีใต้ แล้วพอเป็นแบรนด์ที่เราใช้จริงอยู่แล้วเชิญมาร่วมงานก็เลยรู้สึกดีใจมาก ๆ ค่ะ ครั้งนี้ต้องขอขอบคุณยูเซอรินที่ให้การสนับสนุนเลยได้มีโอกาสมาร่วมอีเว้นท์ใหญ่ครั้งแรกในประเทศไทยกับคุณแน็ก และได้มาพบปะแฟนคลับชาวไทยด้วยค่ะ” กามิน จีกามิน (Garmin) ติ๊กต๊อกเกอร์สาวชาวเกาหลี กล่าว
ยูเซอริน โปร แอคเน่ โซลูชั่น เอสโอเอส เซรั่ม (Eucerin Pro Acne Solution SOS Serum) ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า ที่เหมาะสำหรับผิวเป็นสิวโดยเฉพาะเพราะปราศจากแอลกอฮอลล์ น้ำหอม และพาราเบน มาพร้อม 3 ประสิทธิภาพในการลดปัญหาสิว ได้แก่
- จัดการ: Licochalcone A ผนึก Decanediol และ 2X Carnitine ทรงประสิทธิภาพในการลดการอักเสบ ฆ่าเชื้อสิวจึงช่วยลดปัญหาสิว และคุมความมันได้ยาวนานถึงแปดชั่วโมง
- ลดโอกาส: 3X Acid compound AHA BHA และ PHA ช่วยลดปัญหา สิวอุดตัน และลดโอกาสการเกิดสิวใหม่
- ปลอบประโลม: ด้วย Panthenol ช่วยปลอบประโลมและบำรุงผิวอย่างอ่อนโยน ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองและไม่ทำให้ผิวแห้ง นอกจากนี้ยังได้รับผ่านการพิสูจน์จากผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณแล้วว่าเหมาะสำหรับผิวเป็นสิวง่าย เพราะไม่ทำให้เกิดสิวและไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน
ยูเซอริน ขอชวนวัยรุ่นและผู้มีปัญหาเรื่องสิวมาขจัดทุกปัญหาสิวอย่างเร่งด้วยไปด้วยกัน ด้วย ยูเซอริน โปร แอคเน่ โซลูชั่น เอสโอเอส เซรั่ม ที่มาในขนาด 40 มล. ราคา 990 บาท ได้แล้วที่ร้านวัตสัน ร้านบู๊ทส์ ร้านอีฟแอนด์บอย ร้านบิวเทรี่ยม ร้านขายยาและโรงพยาบาลชั้นนำทั่วประเทศหรือเลือกซื้อออนไลน์ได้ที่ www.eucerin.co.th ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
#EucerinAcneSOSXCharmin #EucerinSOSserumจัดการสิวเร่งด่วนใน8ชม
[1] ผ่านการทดสอบทางคลินิกแล้ว สิวเริ่มยุบไวใน 8 ชม. ทดสอบทางคลินิกในอาสาสมัครผู้หญิงจำนวน 33 คน อายุ 18-45 ปี เดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม 2566 โดย Eurofins Consumer Product Testing (Guangzhou) Co. Ltd สาธารณรัฐประชาชนจีน
[2] สิวเสี้ยน, สิวอุดตัน
[3] ผ่านการทดสอบทางคลินิกแล้ว สิวเริ่มยุบไวใน 8 ชม. ทดสอบทางคลินิกในอาสาสมัครผู้หญิงจำนวน 33 คน อายุ 18-45 ปี เดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม 2566 โดย Eurofins Consumer Product Testing (Guangzhou) Co. Ltd สาธารณรัฐประชาชนจีน
ฮอนด้า สนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า 100% เพื่อสาธารณประโยชน์ของสภากาชาดไทย!
ฮอนด้า เป็นแบรนด์ญี่ปุ่นที่นำเสนอเทคโนโลยีการขับเคลื่อนที่ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เครื่องยนต์อเนกประสงค์ และเทคโนโลยีการขับเคลื่อนสมัยใหม่ โดยฮอนด้ามุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความยินดีในการใช้ผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้า พร้อมดำเนินธุรกิจเคียงข้างคนไทย สานต่อเจตนารมณ์ของฮอนด้าในการเป็นองค์กรที่สังคมต้องการให้ดำรงอยู่ตลอดไป
Honda e:N1
Honda e:N1 ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังไฟฟ้า 100% จากการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ 3-in-1 (Motor, Power Drive Unit และ Gearbox) ที่ให้กำลัง 150 กิโลวัตต์ หรือ 204 แรงม้า (PS) ตอบสนองได้อย่างรวดเร็วทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 310 นิวตัน-เมตร ที่ผสานการทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ความจุ 68.8 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุดถึง 500 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC) ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง โดดเด่นด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ บ่งบอกความเป็นยนตรกรรมไฟฟ้าด้วยโลโก้ H Mark ใหม่ สีขาว มาพร้อมสีภายนอก สีขาวพรีเมียมซันไลท์ (มุก) ผสมผสานกับการตกแต่งภายในระดับพรีเมียม
ห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย พร้อมเชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกันผ่านฟังก์ชันและเทคโนโลยีอันล้ำสมัย เช่น ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 15.1 นิ้วแบบ Advanced Touch ที่รองรับ Apple CarPlay แบบไร้สายและ Android Auto มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 10.25 นิ้ว พร้อมด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) อีกทั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัย อาทิ ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information – BSI) ระบบเตือนเมื่อมีรถผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor – CTM) กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera) เซนเซอร์กะระยะ 8 จุด (8-position Parking Sensors)
Honda BENLY e:
Honda BENLY e: เป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับการพัฒนาสำหรับการใช้งานในเมือง ใช้เทคโนโลยีการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ (SWAP) โดยไม่ต้องรอชาร์จ ด้วยแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนของฮอนด้า หรือ Honda Mobile Power Packs ที่ได้รับมาตรฐาน UNR136 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกในปัจจุบัน และเป็นมาตรฐานสูงสุดในการรับรองคุณภาพของแบตเตอรี่ Honda BENLY e: สามารถทำความเร็วสูงสุดที่ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และสามารถวิ่งได้ในระยะทาง 78 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่เน้นความเรียบง่าย และทันสมัย ออกแบบให้เหมาะกับสรีระของผู้ขับขี่ คล่องตัว เหมาะกับการใช้งานในเมือง พร้อมกันนี้ ไทยฮอนด้ายังได้วางระบบเพื่อรองรับการใช้งานของ Honda BENLY e: ด้วยการพัฒนาสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ 24 ชั่วโมง (Honda Electric SWAP STATION) กระจายตามจุดต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่ใช้บริการเช่ารถ Honda BENLY e:
ชัดตาแตก LG Miraclass LED Cinema จอ 4K LED ใหญ่ที่สุดในไทย!

โรงภาพยนตร์ LG Miraclass LED Cinema เปิดให้บริการที่ โรงภาพยนตร์ที่ 6 สามารถรองรับลูกค้าได้ จำนวน 216 ที่นั่ง ตั้งอยู่บนชั้น 2 ศูนย์การค้าเมกาบางนา เป็นโรงภาพยนตร์จอ LED ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ขนาดจอกว้าง 14 เมตร สูง 7 เมตร มอบภาพคมชัดระดับ 4K และรองรับ HDR (High Dynamic Range) เทคโนโลยีจอ LED ให้ภาพที่สมจริงเป็นพิเศษด้วยเฉดสีที่เพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าหรือ 35 ล้านล้านล้านเฉดสีจากโรงปกติที่มีเพียงแค่ 16 ล้านล้านเฉดสี อีกทั้งให้สว่างคมชัดสม่ำเสมอทั่วทั้งจอภาพไม่ว่าจะรับชมจากตำแหน่งที่นั่งใดในโรงหนัง นวัตกรรมจอภาพยนตร์ LED จากแอลจีมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า 100,000 ชั่วโมง จึงมั่นใจได้ว่าโรงภาพยนตร์ LG Miraclass LED Cinema จะให้ภาพสว่างคมชัดในทุกรอบฉาย
นอกจากนี้ ยังเป็นโรงภาพยนตร์จอ LED แห่งแรก ที่รองรับระบบเสียงรอบทิศทางอย่าง Dollby Atmos ซึ่งเป็นระบบเสียงรอบทิศทางใหม่ล่าสุดที่เพิ่มมิติเสียงจากทุกทิศทางแบบ 360 องศา เหนือกว่าระบบเสียงรอบทิศทางทั่วไป มีมิติเสียงที่ลงมาจากด้านบนผ่านลำโพง Over head ที่ติดตั้งบนเพดานให้เสียงเอฟเฟกต์ เช่น ฝนตก ฟ้าร้อง หรือเสียงเครื่องบินอย่างสมจริง นอกจากนี้ ลำโพงแต่ละตัวยังแยกกันทำงานกันอย่างอิสระช่วยให้ทิศทางเสียงมีความชัดเจนมากขึ้น
โรงภาพยนตร์ LG Miraclass LED Cinema เมกา ซีนีเพล็กซ์ จะเป็นอีกหนึ่งโรงภาพยนตร์ที่ลูกค้าให้การตอบรับเป็นอย่างดี เพราะนอกจากคุณสมบัติของภาพและเสียงที่เป็นนวัตกรรมชั้นนำที่สุดในขณะนี้แล้ว ทุกโรงภาพยนตร์ที่เมกา ซีนีเพล็กซ์ ยังสามารถรองรับความต้องการของแต่ละกลุ่มช่วงอายุที่หลากหลาย ทั้งโรงภาพยนตร์ สำหรับเด็ก Kid’s Cinema, โรงภาพยนตร์สำหรับคนรักหมาและแมว i-Tail PET CIMEMA, โรงภาพยนตร์ IMAX LASER และล่าสุดกับโรงภาพยนตร์ LG Miraclass LED Cinema ที่คนรักหนังเลือกเสพความบันเทิงจะต้องไม่พลาดชมความพิเศษนี้
จีรภา คงสว่างวงศา รองประธานบริหารฝ่ายธุรกิจกลุ่มลูกค้าองค์กรและสินค้าไอที บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “ปัจจุบันมีตัวเลือกในการเข้าถึงความบันเทิงด้านภาพยนตร์มากมายให้ผู้ที่รักการดูหนังได้เลือกใช้บริการตามความชอบของตัวเอง ทั้งโรงภาพยนตร์ที่มีตัวเลือกหลายระดับ รวมถึงการรับชมจากผู้ให้บริการแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งแอปพลิเคชันรายต่างๆ
แอลจีตระหนักดีว่าการส่งมอบประสบการณ์ความบันเทิงที่ล้ำลึกและมีคุณภาพสูงสุด ทั้งในมิติของภาพและเสียง ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจเดินทางออกจากบ้าน เพื่อเลือกที่จะรับชมความบันเทิงแบบเต็มรูปแบบในโรงภาพยนตร์ เรามั่นใจว่าด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงของแอลจีจะช่วยยกระดับมาตรฐานความบันเทิงในโรงภาพยนตร์มัลติเพล็กซ์ของประเทศไทยขึ้นไปอีกขั้น
ฟอร์ด เรนเจอร์ V6 ตัวแรงเอาใจแฟนฟอร์ดสายลุยตัวจริง!
ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค วี 6 รถกระบะรุ่นย่อยใหม่ล่าสุดในตระกูลฟอร์ด เรนเจอร์ ยกระดับความแกร่งไปอีกขั้นด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร มีความเสถียรและทนทาน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกำลังและแรงบิดมากขึ้นสำหรับการลากจูงและการขับขี่แบบออฟโรด ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด แบบ E-Shifter มอบพละกำลังสูงสุด 250 แรงม้า ที่ 3,250 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร มาพร้อมล้ออัลลอย 20 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ และตราสัญลักษณ์ วี 6 โดดเด่นบนช่องระบายอากาศด้านข้างตัวถัง
ระบบไฟส่องสว่างแบบแบ่งโซน (Zone Lighting) ควบคุมการเปิดไฟส่องสว่างภายนอกตัวรถเมื่อต้องการแสงสว่างในการทำกิจกรรมต่างๆ ในตอนกลางคืน และกระจกมองหลังแบบตัดแสงอัตโนมัติ พร้อมช่องต่อ USB รวมถึงเบรกมือไฟฟ้าพร้อมระบบเบรครถอัตโนมัติชั่วคราว (Auto Brake Hold) ตอบโจทย์ลูกค้าที่มองหาทางเลือกในการใช้รถที่มีสมรรถนะสูงขึ้น พร้อมเป็นรถคู่ใจในทุกเส้นทางของชีวิต โดยฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค วี 6 ใหม่ จำหน่ายในราคา 1,519,000 บาท และมีสีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีเหลือง ลักซ์ เยลโลว์ สีขาว อาร์คติค ไวท์ สีเทา เมทิเออร์ เกรย์ และสีดำ แอบโซลูท แบล็ค
ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม รุ่นย่อยใหม่ล่าสุดของรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ที่พัฒนาขึ้นด้วยสมรรถนะและเทคโนโลยีที่เหนือชั้นมาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร วี 6 ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด แบบ E-Shifter มอบพละกำลังสูงสุด 250 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร แตกต่างด้วยรูปลักษณ์ที่หรูหรา ตั้งแต่กระจังหน้าขนาดใหญ่ดีไซน์ใหม่ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะสำหรับฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทตินัม พร้อมตัวอักษร PLATINUM สีโครเมียม 3 ตำแหน่งบนฝากระโปรงหน้าบานประตูคู่หน้า และฝาท้าย หลังคาสีดำ (Black Roof) ตราสัญลักษณ์ วี 6 โดดเด่นบนช่องระบายอากาศด้านข้างตัวถัง
ล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว พร้อมยางขนาด 275/45 R21 สะท้อนถึงความสปอร์ตและหรูหรา พร้อมระบบไฟส่องสว่างแบบแบ่งโซน (Zone Lighting) ควบคุมการเปิดไฟส่องสว่างภายนอกตัวรถ เมื่อต้องการแสงสว่างในการทำกิจกรรมต่างๆ ในตอนกลางคืน ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง หรูหรา สะดวกสบาย เบาะหนังสีดำตกแต่งโลโก้ซิกเนเจอร์ PLATINUM เป็นเอกลักษณ์
เบาะนั่งคนขับและเบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้าปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง พร้อมระบบปรับอากาศและระบบบันทึกตำแหน่งเบาะที่นั่ง เบาะนั่ง 2 แถวหน้ามีชุดทำความร้อนและระบายอากาศที่ควบคุมได้ผ่านหน้าจอ SYNC และยังมีฟังก์ชันการปรับตำแหน่งเบาะที่นั่งให้เข้าออกสะดวกสำหรับเบาะนั่งคนขับ (Easy Entry and Exit) รวมถึงระบบเสียง Bang & Olufsen® ลำโพง 12 ตำแหน่ง พร้อมซับวูฟเฟอร์ ด้วยสมรรถนะและเทคโนโลยีเหนือชั้น พร้อมดีไซน์ที่เน้นความเท่ ดุดัน เรียบหรู โดยฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม วี 6 จะจำหน่ายในราคา 2,279,000 บาท และมีสีภายนอกให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีเงิน อลูมิเนียม เมทัลลิก สีเทา เมทิเออร์ เกรย์ สีดำ แอบโซลูท แบล็ค สีน้ำตาล อีควิน็อคซ์ บรอนซ์ และสีขาว สโนว์เฟลก ไวท์ เพิร์ล
1 การส่งมอบรถจะพิจารณาจากหลายปัจจัย รวมถึง ลำดับการจองจาก www.ford.co.th การได้รับอนุมัติสินเชื่อ ตลอดจนรถและสีที่พร้อมส่งมอบ ทั้งนี้ ระยะเวลาส่งมอบอาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามระยะทางของจังหวัดที่มีการส่งมอบ
#FordLevelsUp #RangerV6 #EverestV6 #YouCantFakeTough
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ลงทุนมากกว่า 1,600 ล้านบาท เปิดตัวโรงงานผลิตแบตเตอรี่ไฟฟ้าที่ระยอง!
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เดินหน้าวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนความก้าวหน้าทางนวัตกรรมและความยั่งยืนครั้งสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ ด้วยการก่อสร้างโรงงานการผลิตแบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงดันสูงในจังหวัดระยอง
โรงงานผลิตแบตเตอรี่ไฟฟ้าแห่งใหม่นี้ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 4,000 ตารางเมตร นับเป็นการขยายการดำเนินงานครั้งสำคัญของบีเอ็มดับเบิลยู แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เพื่อต่อยอดไปสู่การผลิตแบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงดันสูง และยังเป็นการเตรียมความพร้อมของบริษัทฯ ในการเดินหน้าสู่การผลิตยานยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของบีเอ็มดับเบิลยูที่จะได้รับการผลิตภายในโรงงานในจังหวัดระยองในช่วงครึ่งหลังของปี พ.ศ. 2568 โดยกระบวนการผลิตดังกล่าวยังรวมถึงการประกอบและการผสานเซลล์แบตเตอรี่ที่นำเข้าจากต่างประเทศ ในกระบวนการบรรจุแบตเตอรี่ขั้นสุดท้ายด้วยระบบจักรกลอัตโนมัติที่ล้ำสมัย พร้อมสำหรับนำมาใช้ติดตั้งในยานยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% การขยายกระบวนการผลิตครั้งนี้ ยังสะท้อนให้เห็นถึงหมุดหมายสำคัญของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ในการสานต่อพันธกิจเพื่อความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีและโซลูชันยนตรกรรมที่ยั่งยืน
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ได้ลงทุนมากกว่า 1,600 ล้านบาท หรือประมาณ 42 ล้านยูโร ในการพัฒนาโครงการที่ล้ำสมัยโครงการนี้ ซึ่งรวมถึงเทคโนโลยี Gen5 ล่าสุด โดยเงินลงทุนจำนวนมหาศาลกว่า 1,400 ล้านบาท หรือประมาณ 36 ล้านยูโร จะถูกนำไปใช้ในการจัดซื้อและติดตั้งอุปกรณ์รวมถึงเครื่องจักรที่ล้ำสมัย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ในการนำเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมใหม่มาสู่ประเทศไทย
“การผลิตแบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงดันสูงในพื้นที่ระยองถือเป็นขั้นตอนต่อไปของการก้าวไปข้างหน้า ในแผนการขับเคลื่อนด้านพลังงานไฟฟ้าให้กับเครือข่ายการผลิตของเรา โดยหลักการ ‘local for local’ เป็นแนวคิดที่เรายึดถือ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ สร้างโอกาสในการจ้างงานและถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน” ดร. มิลาน นูเดลโควิช กรรมการบริหาร บีเอ็มดับเบิลยู เอจี ด้านการผลิต กล่าวในพิธีเปิดหน้าดิน
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ไม่เพียงมุ่งมั่นพัฒนาทรัพยากรบุคคลในองค์กรเท่านั้น แต่บริษัทฯ ยังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย รวมถึงในระดับโลก ในการเปลี่ยนผ่านไปสู่เทคโนโลยียานยนต์แนวทางใหม่ที่จะช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ในปีนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ยังได้ผนึกกำลังร่วมกับองค์กรยูนิเซฟ ในประเทศไทย เพื่อขยายโอกาสทางด้านอาชีพให้แก่เยาวชนคนรุ่นใหม่ ผ่านโครงการการจัดการศึกษาแบบ STEM ที่บูรณาการความรู้ใน 4 สาขาวิชา ได้แก่ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และ คณิตศาสตร์เข้าด้วยกัน เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการให้คำแนะนำทางอาชีพและบ่มเพาะทักษะสำคัญให้แก่เยาวชนไทย
โคเวย์เปิดกลยุทธ์ ‘3 WOW’ เขย่าตลาดเครื่องกรองน้ำ!
เอกสารของ Tech Navio ได้มีการคาดการณ์ว่าภาพรวมตลาดเครื่องกรองน้ำดื่มทั่วโลกในปี 2567-2571 จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นราว 13.43 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีอัตราการเติบโตแบบทบต้นต่อปี (CAGR) ตั้งแต่ปี 2566-2571 ที่ 10.35% ซึ่งการเติบโตของตลาดขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้าน ทั้งอัตราการซื้อขายหน้าร้าน การขายผ่านออนไลน์และช่องทางอื่นๆ โดยเฉพาะความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของคนเมืองและเทรนด์สุขภาพที่กำลังมาแรง
COWAY กับกลยุทธ์ ‘3 WOW’
สำหรับโคเวย์ “WOW Campaign” โคเวย์ต้องการนำเสนอกิจกรรมการตลาดที่เปี่ยมด้วยสีสัน ความสนุกสนาน และความแปลกใหม่แก่ผู้บริโภค พร้อมมอบสิทธิประโยชน์ผ่านกลยุทธ์การสื่อสารซึ่งประกอบด้วย 3 WOW ได้แก่
1. ดริ๊งก็ WOW – ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์พร้อมนวัตกรรมที่เหนือระดับที่ตั้งใจส่งมอบให้คุณ
2. ดูแลก็ WOW – ทุกการดูแล เรามีผู้เชี่ยวชาญในด้านการบริการ (Expert Care) ด้วยนวัตกรรมการทำความสะอาดที่ใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ให้คำปรึกษาและแนะนำคุณได้ตลอดระยะเวลา
3. ราคาก็ WOW – คนไทยเข้าถึง COWAY ได้อย่างง่ายดาย คุณไม่ต้องจ่ายเงินก้อน ราคาเบาๆ สบายกระเป๋า ได้ดื่มทั้งน้ำร้อน น้ำเย็น เริ่มต้นเพียง 590.- บาท / เดือน
สัมผัสประสบการณ์การดื่มน้ำสะอาดที่คุ้มค่า และสะดวกสบายยิ่งกว่า ได้ที่งาน “Coway WOW World” ตั้งแต่วันที่ 1 – 3 มีนาคม 2567 ณ ลานแฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน นอกจากนี้โคเวย์ยังเดินหน้าความปังอย่างต่อเนื่อง เอาใจชาวด้อม “SMILEY” ด้วยเซอร์ไพรส์สุดพิเศษ ดึงชาล็อต ออสติน มาร่วมทำกิจกรรมสนุกๆ กับเหล่าแฟนคลับแบบใกล้ชิด ทั้งนี้โคเวย์ยังยกขบวนพาเหรดสินค้าราคาพิเศษ จัดโปรโมชันสุดคุ้ม พร้อมเสิร์ฟความฟินและความสนุกแบบเต็มพิกัด ช่วยให้คุณได้ดื่มน้ำสะอาดและสูดอากาศที่บริสุทธิ์ เพื่อเป็นการเสริมสร้างอนามัยที่ดีให้กับสุขภาพของคุณในแบบฉบับ COWAY
เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ เปิดตัว ‘Reformer Revolution’ รีฟอร์เมอร์ พิลาทิส 4 คลาสใหม่!
จุดเด่นของ ‘Reformer Revolution’ คือการเข้าถึงความสนใจและครอบคลุมความต้องการที่หลากหลายของผู้เล่นแต่ละคนได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าคุณกำลังต้องการพัฒนาทักษะ เป็นผู้ชื่นชอบการออกกำลังกายที่มองหาความหลากหลายในกิจวัตรประจำวัน หรือมือใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นออกกำลังกายก็ตาม คลาส รีฟอร์เมอร์ 4 คลาสที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ของ เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ สามารถตอบโจทย์ของผู้เล่นทุกระดับสมรรถภาพและความสามารถ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมอย่างแท้จริง
รีฟอร์เมอร์ พิลาทิส – Foundations
การสอนในคลาสนี้จะดำเนินอย่างช้าๆ ในรูปแบบเวิร์คชอป โดยเน้นการอธิบายอุปกรณ์ แบบฝึกหัด และศัพท์เฉพาะ พร้อมยึดหลักการพื้นฐาน ด้วยการวางรากฐานสำหรับการฝึกพิลาทิสอย่างมั่นคง ทำให้คลาสนี้เหมาะสำหรับผู้ฝึกเริ่มต้นและผู้ที่ห่างหายจากการฝึกพิลาทิสไปนาน
รีฟอร์เมอร์ พิลาทิส – Align
เป็นคลาสที่เหมาะกับผู้ฝึกทุกระดับ ด้วยโปรแกรมการฝึกที่ท้ายทายแต่ยังมีระดับความยากที่เหมาะสมกับผู้ฝึกแต่ละคน โดยคลาสรีฟอร์เมอร์ Align นี้จะช่วยพัฒนาศักยภาพของผู้ฝึกพิลาทิสได้เป็นอย่างดี
รีฟอร์เมอร์ พิลาทิส – Athletic
ผู้ฝึกในคลาสนี้จะได้เคลื่อนไหวไปพร้อมกับเสียงเพลงด้วยการใช้ท่าออกกำลังของพิลาทิสผสมผสานไปกับโปรแกรมการออกกำกายแบบหนักสลับเบา (HIIT) เหมาะสำหรับผู้ฝึกพิลาทิสที่มองหาความสนุกที่ท้าทายและต้องการฝึกคลาสพิลาทิสที่มีจังหวะเร็วขึ้น
รีฟอร์เมอร์ พิลาทิส – Recovery
รีฟอร์เมอร์รีคัฟเวอรี่ เป็นซิกเนเจอร์คลาสของ เวอร์จิ้น แอ็คทีฟที่จะเปิดโอกาสให้คุณได้ปลดปล่อยและผ่อนคลายไปกับท่ายืดเหยียดกล้ามเนื้อ ครอบคลุมไปถึงเอ็นข้อต่อและเส้นใยกล้ามเนื้อด้วยท่าทางที่หลากหลายโดยใช้เครื่องพิลาทิส รีฟอร์เมอร์ ที่ใช้การยืดเหยียดแบบมีการเคลื่อนไหว (Dynamic) และการยืดเหยียดค้าง (Static) สร้างความรู้สึกที่ปลอดโปร่ง มั่นคงและสมดุลให้กับผู้ร่วมคลาส ไม่ว่าคุณจะมีเป้าหมายการออกกำลังแบบไหน คลาสรีฟอร์เมอร์รีคัฟเวอรี่ ก็ถูกออกแบบมาเพื่อทุกคน
“การปลูกฝังความแข็งแกร่ง ความสมดุล และความกลมกลืนผ่านพิลาทิสไม่ได้เป็นเพียงการฝึกฝนทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งระหว่างจิตใจและร่างกายอีกด้วย ซึ่งคลาส ‘Reformer Revolution’ ของเรา มุ่งหวังที่จะช่วยค้นพบความแข็งแกร่งภายในตนเองและเสริมสร้างมีสุขภาพที่ดีแบบองค์รวมให้แก่ทุกคน” ครูแพรว ธิดารัตน์ วิระสันติ หัวหน้าฝ่ายพิลาทิสและโยคะ ของ เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ ประเทศไทย
จูเลียน เบรา ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของ เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ กล่าวว่า “นอกจากสิ่งอำนวยความสะดวกด้านฟิตเนสและสุขภาพแบบองค์รวมที่น่าประทับใจแล้ว เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ ยังมีความตั้งใจในการนำเสนอโปรแกรมที่มีคุณภาพและสร้างสรรค์โดยผู้เชี่ยวชาญด้านเฉพาะ โดย รีฟอร์เมอร์ พิลาทิส เป็นหนึ่งในโฟกัสหลักของประสบการณ์การออกกำลังกายแบบกลุ่มของเรา และเรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้นำเสนอศักยภาพของประสบการณ์นี้ให้ทุกคนได้สัมผัส สำหรับใครที่กำลังมองหาความคลาสสิค ผมขอแนะนำให้ลองคลาส Foundations & Align ส่วนใครที่ต้องการคลาสที่ใช้พลังสูงและเสริมสร้างความยืดหยุ่นให้กับร่างกายคุณในเวลาเดียวกัน ผมอยากให้ลองนึกภาพการออกกำลังกายแบบ HIIT บนเตียงรีฟอร์เมอร์ ซึ่งคลาส Athletic ของเรานั้นจะเหมาะกับคุณอย่างมาก สุดท้ายนี้ผมแนะนำให้มาลองคลาส Recovery สำหรับคนที่กำลังมองหาการยืดร่างกายเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อจากการนั่งทำงานทั้งวันในออฟฟิศ ทั้งนี้แต่ละคลาส รีฟอร์เมอร์ พิลาทิส ของเราสามารถตอบโจทย์ความต้องการได้ทุกรูปแบบและยังมอบพลังงานความสดชื่นแบบที่คุณมองหาในแต่ละวันได้อีกด้วย”
