วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ประกาศความสำเร็จยอดขายโตในปี 2023
เติบโตต่อเนื่อง อย่างมั่นคง
ความสนใจในกลุ่มผลิตภัณฑ์รถไฟฟ้า Pure Electric ของวอลโว่ ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดขายเติบโตขึ้นกว่า 56% ของยอดขายทั้งหมด ซึ่งการเติบโตดังกล่าวนำโดยรถไฟฟ้ารุ่นยอดนิยมอย่าง Volvo XC40 Recharge Pure Electric นอกจากนี้ รถไฟฟ้ารุ่นล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวไปในปีที่ผ่านมาอย่าง Volvo EX30 ก็ได้รับกระแสความสนใจจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี และคาดว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายรถไฟฟ้าของ วอลโว่ในปี 2024 ซึ่งการเติบโตที่ต่อเนื่องของรถไฟฟ้าไลน์อัพ Pure Electric ในปี 2022 (เติบโต 35%) และปี 2023 ตอกย้ำถึงความสำเร็จของบริษัทฯในทิศทางการจำหน่ายเพียงรถไฟฟ้าเท่านั้นภายในปี 2025
สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์รถ Plug-in Hybrid ก็ยังคงได้รับความนิยม โดยมีสัดส่วนยอดขายคิดเป็น 44% จากยอดขายทั้งหมด นำโดย Volvo XC60 Recharge Plug-in Hybrid เป็นรุ่นที่มียอดขายสูงสุดในผลิตภัณฑ์กลุ่มเดียวกัน
คริส เวลส์, กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ด้วยยอดขายที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องมาแล้ว 3 ปีติดต่อกัน ตอกย้ำให้เห็นว่าเราเดินทางมาในทิศทางที่ถูกต้อง ผลลัพธ์แห่งความสำเร็จนี้เกิดขึ้นจากการมีเป้าหมายและเจตนารมณ์ที่ชัดเจน ปี 2024 ถือเป็นอีกปีที่สำคัญของ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ที่จะสานต่อจุดยืนในการเป็นผู้นำการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่การเป็นยานยนต์ไฟฟ้า”
สานต่อกลยุทธ์ทางธุรกิจอย่างไม่หยุดนิ่ง
ในประเทศไทย วอลโว่ คาร์ ได้วางแผนเชิงกลยุทธ์เพื่อก้าวสู่เป้าหมายให้สำเร็จภายในปี 2025 ได้แก่ ตั้งเป้าการเติบโตทางด้านยอดขายอย่างต่อเนื่องหลังการแพร่ระบาด, การเริ่มให้บริการซ่อมและบำรุงรักษารถไฟฟ้าแบบเคลื่อนที่ หรือโมบาย เซอร์วิสทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกและเข้าถึงลูกค้ามากยิ่งขึ้น
ในส่วนของแผนปฏิบัติการเพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อมทางสภาพอากาศ บริษัทฯ ก็ได้มีการประกาศเป้าหมายที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (C02) โดยเฉลี่ยร้อยละ 70% ต่อคัน ภายในปี 2025
ก้าวสู่เส้นทางการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะเป็นบริษัทที่จำหน่ายเพียงรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบในประเทศไทยภายในปี 2025 วอลโว่ได้วางแผนเปิดตัวรถไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่มาพร้อมสถาปัตยกรรมการออกแบบ และเทคโนโลยีประมวลผล คอร์ คอมพิวติ้ง (core computing) เจนเนเรชันล่าสุด เพื่อเสริมประสิทธิภาพการทำงาน และมอบความปลอดภัยแห่งอนาคตให้แก่ผู้ใช้รถ โดยรถไฟฟ้ารุ่นที่จะเปิดตัวในปีนี้ จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้แก่กลุ่มผลิตภัณฑ์รถไฟฟ้าระดับพรีเมียมของวอลโว่ในปัจจุบันที่มีอยู่แล้วอย่าง Volvo XC40, C40 และ EX30 ให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นบริษัทผู้จำหน่ายรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบ
ในเจตนารมณ์ด้านการสร้างความยั่งยืน วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้เริ่มโครงการติดตั้งหลังคาโซลาร์ ณ คลังสินค้า Volvo Car Thailand Central Distribution & Training Center บางนา ซึ่งปัจจุบันใช้เป็นพื้นที่สำหรับเก็บชิ้นส่วนอะไหล่และอุปกรณ์ล้ำสมัย ทั้งเป็นศูนย์บริการตรวจเช็ครถตามขั้นตอนโดยละเอียดก่อนส่งมอบแก่ลูกค้า ซึ่งเมื่อแล้วเสร็จในเดือนเมษายน 2024 พื้นที่กว่า 23,331 ตารางเมตร ของคลังเก็บสินค้าแห่งนี้จะสามารถปฎิบัติการณ์ได้ด้วยพลังงานจากแหล่งไฟฟ้าหมุนเวียนแบบ 100%
นอกจากนี้ วอลโว่ยังมีแผนที่จะจัดตั้งศูนย์ซ่อมและรีไซเคิลแบตเตอรี่ในประเทศ โดยเริ่มต้นด้วยโครงการ รีไซเคิลแบตเตอรี่ผ่านความร่วมมือกับ TES ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโซลูชันด้านเทคโนโลยีที่ยั่งยืนจากประเทศสิงคโปร์ โดยโครงการเหล่านี้ไม่เพียงมุ่งเน้นการสร้างความยั่งยืน แต่ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องตลอดช่วงอายุการเป็นเจ้าของ (total cost of ownership) รถไฟฟ้าและรถ Plug-in Hybrid ของวอลโว่
และด้วยฐานลูกค้าของวอลโว่ในประเทศที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ ได้วางแผนที่จะเปิดศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานครบวงจร Volvo Certified Damage Repair Centre แห่งที่ 3 ในปีนี้ เพื่อการเข้าถึงและส่งมอบประสบการณ์การบริการที่สะดวกสบายแก่ลูกค้า
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับวอลโว่ได้ที่เว็บไซต์ www.volvocars.com/th, Facebook , Youtube, LINE หรือเยี่ยมชม Volvo Studio Bangkok ได้ที่ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม และ เยี่ยมชม Volvo Downtown Store ได้ที่ชั้น 2 ห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มสเฟียร์ เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวอลโว่ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-161-4144
‘Honda Run 2024’ งานวิ่งเพื่อโรงพยาบาลในอยุธยาและปราจีนบุรี!
กิจกรรม “Honda Run 2024” เป็นกิจกรรมวิ่งการกุศลที่ฮอนด้าจัดขึ้นในวันที่ 14 มกราคม 2567 โดยในปีนี้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ซึ่งมีพนักงานฮอนด้าพร้อมครอบครัว ตัวแทนสื่อมวลชน และกลุ่มผู้จำหน่ายรถยนต์ฮอนด้า จ.พระนครศรีอยุธยาและใกล้เคียงร่วมวิ่ง ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี มีผู้สมัครเข้าร่วมกว่า 2,000 คน
การวิ่งแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ 5 กิโลเมตร และ 10 กิโลเมตร เริ่มปล่อยตัว ณ ศาลากลางเก่า วิ่งผ่านเส้นทางประวัติศาสตร์ และสถานที่สำคัญของจังหวัดอยุธยาที่มีความสวยงามจนได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลก นอกจากนี้ ผู้วิ่งยังได้ลุ้นรับรางวัลของที่ระลึกจากฮอนด้า รวมถึงมีรางวัลสำหรับการแต่งกายแฟนซีในแบบไทย ซึ่งเข้ากับบรรยากาศการวิ่งบนเส้นทางประวัติศาสตร์อีกด้วย
ฮิเดโอะ คาวาซากะ (ที่ 2 จากซ้าย) ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ และ ไพโรจน์ ศรียุกต์รัตน์ (ซ้าย) กรรมการบริหารและเจ้าหน้าที่สายงานบริหารและความร่วมมือ มอบเงินรายได้จำนวน 1 ล้านบาท จากการจัดกิจกรรมวิ่งการกุศล “Honda Run 2024” ณ จ.พระนครศรีอยุธยาให้แก่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลธนู จ.พระนครศรีอยุธยาเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ยังขาดแคลน โดยมี แพทย์หญิงชนิดา สยุมภูรุจินันท์ (ที่ 2 จากขวา) ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี และ ธนะเดช อิ่มสำราญ (ขวา) ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลธนู จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นผู้แทนรับมอบ
กิจกรรมนี้ นอกจากจะช่วยส่งเสริมสุขภาพที่ดีของผู้เข้าร่วมวิ่งแล้ว ยังถือเป็นการรวมพลังของชาวฮอนด้า ในการสร้างสรรค์สังคมแห่งการแบ่งปัน โดยฮอนด้าจะยังคงยืนหยัดในการดำเนินธุรกิจเคียงข้างสังคมไทย เพื่อตอบแทนสิ่งดี ๆ สู่สังคมต่อไป
เปิดตัวอย่างเป็นทางการ UOB LIVE พื้นที่ความบันเทิงแห่งใหม่สุดล้ำใจกลางเมือง!
UOB LIVE (ยูโอบี ไลฟ์) สถานที่จัดงานสุดล้ำสมัยแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ เตรียมสร้างประวัติศาสตร์ทางดนตรีและเปิดศักราชใหม่ของความบันเทิงในเอเชีย ด้วยคอนเสิร์ตสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เอ็ด ชีแรน (Ed Sheeran) ท่ีจัดขึ้นเพียงรอบเดียวเท่านั้นในคืนวันอาทิตย์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2567 ที่จะถึงนี้
UOB LIVE ตั้งอยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร ด้วยความจุ 6,000 คนบน ชั้น 6 ศูนย์การค้า เอ็มสเฟียร์ (EMSPHERE) หัวใจสำคัญของความร่วมมือกันของ UOB LIVE คือการพัฒนาผ่านพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่รวมสามยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน ได้แก่ เออีจี (AEG) ผู้นำระดับโลกด้านกีฬาและความบันเทิงสด กลุ่มบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป (The Mall Group) ผู้นำธุรกิจรีเทลของประเทศไทย และยูโอบี (UOB) ธนาคารชั้นนำแห่งเอเชีย โดยสถานที่จัดงานจะดำเนินการด้วยความร่วมมือกับ เอเอสเอ็ม โกลบอล (ASM Global) ผู้จัดการสถานที่จัดงานชั้นนำของโลก เพื่อยกระดับให้ UOB LIVE เป็นศูนย์รวมการจัดงานที่ล้ำสมัยแบบไลฟ์เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ที่พร้อมมอบประสบการณ์แห่งความบันเทิงรูปแบบใหม่อย่างแท้จริง
ภายในงาน Open House ได้รับเกียรติรองศาสตราจารย์ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และคุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นำทัพย์โดยพร้อมทีมผู้บริหารจาก เดอะมอลล์ กรุ๊ป (The Mall Group) เออีจี (AEG) และยูโอบี (UOB) พร้อมแขกผู้มีเกียรติและบุคคลในอุตสาหกรรมมากมายกว่า 1,000 คน อีกทั้งยังได้รับเกียรติจากดารา นักแสดงมากความสามารถอย่างซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ และแพทริเซีย กู๊ด ที่ร่วมแสดงความยินดีในครั้งนี้
ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ กล่าวถึงความรู้สึกภายในงาน UOB LIVE Open House ว่า “ดีใจที่มี UOB LIVE สิ่งนี้เกิดขึ้นใจกลางเมืองและศูนย์รวมไลฟ์สไตล์อย่าง EMSPHERE และ EM Distrct สำหรับทั้งคนไทยและชาวต่างงชาติ UOB LIVE ถือเป็นพื้นที่ความบันเทิงครบวงจรที่ตอบสนองการจัดงานได้หลากหลายแบบ ครบจบในที่เดียว ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของคนไทย”
แพทริเซีย กู๊ด กว่าวเสริมว่า “ตื่นเต้นมาก ๆ ค่ะที่ศิลปินระดับโลกอย่างเอ็ด ชีแรน จะมาจัดคอนเสิร์ตเปิดประเดิมครั้งที่ UOB LIVE แห่งนี้ เป็นประสบการณ์ที่หาดูยากมาก ๆ สำหรับคอนเสิร์ตที่ยิ่งใหญ่แต่แสนอบอุ่นและใกล้ชิดขนาดนี้ รอคอยๆ ค่ะให้ถึงวันคอนเสิร์ตเร็ว ๆ”
บัตรเข้าชมคอนเสิร์ตพิเศษ ‘An Evening with Ed Sheeran’ จากศิลปิน Ed Sheeran จะจำหน่ายเฉพาะลูกค้ายูโอบีเท่านั้น สมาชิกบัตรยูโอบีสามารถซื้อบัตรเข้าชมคอนเสิร์ต ‘An Evening with Ed Sheeran’ ได้ตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม 2567 เวลา 12:00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ที่ www.thaiticketmajor.com ในราคา 6,800 บาท 5,800 และ 4,800 บาท การซื้อบัตรเป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของ Thai Ticket Major และจำหน่ายตามลำดับการซื้อจนกว่าบัตรจะหมด
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจำหน่ายบัตร กรุณาเยี่ยมชม เว็บไซต์ UOB LIVE หรือติดตาม @uoblive_bangkok บน Instagram @UOBLIVEBANGKOK บน Twitter และ UOB LIVE Bangkok บน Facebook
‘Chery Group’ กลับมาอีกครั้งส่งแบรนด์ OMODA และ JAECOO ลุยไทย!
จุดเริ่มต้นของ Chery Group ย้อนไปตั้งแต่ปี 1997 ในชื่อ Anhui Auto Parts Industry ที่ผลิตเครื่องยนต์เป็นหลัก จนกระทั่ง 2 ปีต่อมา ในนามของ Chery Automotive ได้ผลิตรถยนต์ครั้งแรกในวันที่ 18 ธันวาคม 1999 ซึ่งรถรุ่นแรกของ Chery Group ขายได้ราว 30,000 คัน ในประเทศจีน จากนั้น Chery Group ก็ได้กลายเป็นที่รู้จักและเปิดตัวต่อสายตาชาวโลกในฐานะองค์กรลูกผสมระหว่างธุรกิจของรัฐและสตาร์ทอัพคนรุ่นใหม่ ซึ่งในปี 2001 Chery Group ได้เริ่มส่งออกรถยนต์ไปยังต่างประเทศครั้งแรก
ในปี 2007 หลังจากเริ่มจำหน่ายรถยนต์ได้ไม่ถึง 8 ปี Chery Group ได้จำหน่ายรถไปแล้ว 1,000,000 คัน ซึ่งถือเป็นสถิติการพัฒนาที่รวดเร็วที่สุดของจีนและทั่วโลกในอุตสาหกรรมยานยนต์ในขณะนั้น กลายเป็นผู้ผลิตรถยนต์จากจีนที่มีประสิทธิภาพและกำลังการผลิตมากที่สุดอันดับ 7 และขึ้นแท่นเป็นผู้ส่งออกรถยนต์นั่งส่วนบุคคล (passenger car) รายใหญ่ที่สุดของจีน
ในปี 2022 Chery Group ประสบความสำเร็จอีกขั้น ด้วยยอดขายรถยนต์มากกว่า 1.2 ล้านคัน ส่งออกราว 5 แสนคันทั่วโลก และในปี 2023 บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายเกินกว่าอัตราการเติบโตของอุตสาหกรรม โดยคาดว่าจะมียอดขายทะลุ 2 ล้านคันทั่วโลก และในปี 2024 ที่จะถึงนี้ Chery Group มีเป้าหมายในการขายมากกว่า 3 ล้านคันทั่วโลก พร้อมเปิดตลาดในประเทศอังกฤษ และอเมริกา
ข้อแตกต่างสำคัญของ Chery group กับแบรนด์รถยนต์สัญชาติจีนอื่น ๆ คือ Chery group เป็นบริษัทรถยนต์จีนบริษัทแรกที่มี R&D Center ในต่างประเทศ ที่จะพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าในทุกภูมิภาค นอกเหนือจากการพัฒนาตลาดอย่างต่อเนื่อง บริษัทยังมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับความต้องการของลูกค้า พร้อมกับพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตรถยนต์ที่เสมือนเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จ ซึ่งประกอบด้วย เครื่องยนต์ที่เป็นส่วนประกอบหลักของรถ (Engines) ระบบส่งกำลัง (Transmission) และช่วงล่างแชสซี (Chassis) ทำให้ Chery Group เป็นบริษัทผลิตยานยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและเทคโนโลยีระดับโลก
ตลอดระยะเวลากว่า 2 ทศวรรษ Chery Group ได้กลายเป็นผู้ส่งออกรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอันดับต้น ๆ ของจีน คว้ารางวัล Top 20 Best Overseas Image Enterprises โดย SASAC (State-owned Assets Supervision and Administration Commission) และ CICG (China International Communications Group) จากการคัดเลือก 5 ครั้งติดต่อกัน และในรายงานของ Kantar BrandZ เกี่ยวกับ 50 บริษัทผู้ผลิตสัญชาติจีนในปี 2023 Chery Group คว้าอันดับหนึ่งในหมวดยานยนต์ และจากดัชนีด้านยานยนต์ของ J.D. Power ในปี 2023 Chery Group ครองตำแหน่งสูงสุดใน IQS (Initial Quality Study) ในบรรดา แบรนด์ต่าง ๆ สัญชาติจีน และรถยนต์ของ Chery Group ต่างก็ได้รับอันดับหนึ่งในกลุ่มของเซกเมนต์นั้นๆ
ในช่วงกลางปี 2023 ในงาน Shanghai International Automobile Industry Exhibition ครั้งที่ 20 (Auto Shanghai 2023) ได้เปิดตัว แบรนด์รถยนต์ใหม่ ภายใต้ Chery Group ในชื่อ OMODA และ JAECOO ซึ่งเป็นการพัฒนาแบรนด์รถยนต์สะท้อนถึงไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ได้อย่างตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชันและดีไซน และควบรวมกับ เทคโนโลยีล่าสุดของ Chery Group โดยรถยนต์ที่เปิดตัวเป็นรุ่นแรกคือ OMODA 5 EV รถยนต์ขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกที่ออกแบบภายใต้แนวคิดการสะท้อนตัวตนผู้ขับขี่คนรุ่นใหม่ ที่มีความทันสมัย มีสไตล์และชื่นชอบเทคโนโลยีแห่งอนาคต ในขณะที่แบรนด์ JAECOO ได้รับแรงบันดาลใจจากปรัชญาของธรรมชาติ เรียบหรู น่าเกรงขาม เปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีสุดทรงพลังที่สามารถขับขี่ได้ในทุกสภาพภูมิประเทศ ผ่านการออกแบบภายในที่มีความประณีต ความซับซ้อน และแข็งแรง
สำหรับในปี 2024 ที่จะถึงนี้ Chery Group พร้อมแล้วที่จะเข้ามาให้บริการในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เปิดตัวโชว์รูมและศูนย์บริการที่ครอบคลุมทุกภูมิภาค พร้อมกับนำรถยนต์ OMODA 5 EV และ JAECOO มาให้ผู้ขับขี่ชาวไทยได้เตรียมเป็นเจ้าของกัน และการกลับมาครั้งนี้ บริษัทฯ มีความตั้งใจที่จะลงทุนสร้างโรงงานและทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถพวงมาลัยขวาในภูมิภาคนี้อีกด้วย
เกี่ยวกับ Chery Group
Chery Automobile Co., Ltd. ก่อตั้งขึ้นในปี 1997 เป็นแบรนด์รถยนต์ระดับโลกที่ตั้งอยู่ในประเทศจีน Chery ยืนกรานเสมอว่าจะสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆให้เกิดขึ้นอยู่เสมอ โดยก่อตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาขึ้นในประเทศจีน เยอรมนี สหรัฐอเมริกา และบราซิล นอกจากนี้ ยังได้จัดตั้งทีมวิจัยและพัฒนายานยนต์ระดับโลกที่มีบุคลากรมากกว่า 5,500 คน และก่อตั้งเทคโนโลยีองค์รวมและระบบ R&D ของผลิตภัณฑ์ ด้วยวิธีนี้ Chery ประสบความสำเร็จในการสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์ เช่น Arrizo, Tiggo และแบรนด์ EXEED ระดับไฮเอนด์ โดยมียอดขายสะสมทั่วโลกมากกว่า 9.5 ล้านเครื่อง
Chery เป็นที่รู้จักในชื่อ “Technological Chery” นับตั้งแต่การก่อตั้งเพื่อที่จะเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีเป็นหลัก หลังจากกว่า 20 ปีที่ได้ศึกษาในด้านยานยนต์พลังงานใหม่ Chery ได้สร้างความเป็นผู้นำด้วยแพลตฟอร์มประกอบรถยนต์สี่แห่ง ระบบย่อยทั่วไปห้าระบบ และเทคโนโลยีหลักเจ็ดประการ
ในด้านการผลิตอัจฉริยะ Chery ได้เปิดตัวกลยุทธ์ “CHERY LION” โดยค่อยๆ ศึกษาถึงต้นแบบอัจฉริยะครบวงจรของการวิจัยและพัฒนา การผลิต การตลาด และการบริการ ตลอดจนบรรลุการผลิตจำนวนมากและการเปิดตัว L2.5 เทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติ สำหรับการขยายตลาดทั่วโลก Chery เป็นบริษัทรถยนต์แห่งแรกของจีนที่ส่งออกยานยนต์ ชิ้นส่วน CKD เครื่องยนต์ และเทคโนโลยีการผลิตยานยนต์และอุปกรณ์ไปทั่วโลก จนถึงปัจจุบัน Chery ได้ส่งออกรถยนต์ไปยังกว่า 80 ประเทศและภูมิภาค และได้ตั้งโรงงานในต่างประเทศ 10 แห่ง และตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการในต่างประเทศมากกว่า 1,500 แห่ง ด้วยผู้ใช้เกือบ 10 ล้านคนทั่วโลก รวมถึงผู้ใช้ 1.95 ล้านคนนอกประเทศจีน Chery ยังครองอันดับหนึ่งในด้านจำนวนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ส่งออกจากประเทศจีนเป็นเวลา 20 ปีติดต่อกัน
GWM จับมือ ททท. ผลักดันการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ณ จังหวัดกาญจนบุรี!
เกรท วอลล์ มอเตอร์ ร่วมมือกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในบันทึกข้อตกลง (MOU) ปีที่ 2 สานต่อความสำเร็จจากปีแรก จัดกิจกรรมคาราวานรถยนต์พลังงานใหม่ นำโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยภูมิภาคภาคกลาง “สุขทันทีที่เที่ยวไทย ไปกับ GWM TANK Academy ณ จังหวัดกาญจนบุรี” หรือ “TANK ACADEMY Discovery Drive in Kanchanaburi” ประเดิมเส้นทางแรกภายในประเทศไทย เมื่อวันที่ 15 – 17 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา ประกอบด้วยผู้ใช้งานรถยนต์เอสยูวีออฟโรดระดับพรีเมียม All New GWM TANK 500 HEV และ All New GWM TANK 300 HEV จำนวน 12 คัน และสื่อมวลชน รวมทั้งสิ้น 50 คน นำเสนอฟังก์ชันออฟโรดทรงพลัง พร้อมไลฟ์สไตล์การขับขี่อันหรูหราสะดวกสบาย พร้อมที่จะผจญภัยไปในทุกที่ ตอบโจทย์ความต้องการอันหลากหลายของผู้บริโภคชาวไทย ผสมผสานวิวทิวทัศน์เทือกเขาภาคตะวันตกอันสวยงามตระกานตา ที่จะเชื่อมโยงผู้ขับขี่ GWM เข้าสู่ประสบการณ์ใหม่อันน่าจดจำ ควบคู่กับเจตนารมณ์ในการผลักดันเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในประเทศไทย
แพนดอร่า ยู ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “เกรท วอลล์ มอเตอร์ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเป็นปีที่ 2 ในการจัดกิจกรรมรถยนต์พลังงานใหม่เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจภายในประเทศให้กลับมาครึกครื้นอีกครั้ง ควบคู่กับการใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อพัฒนาประเทศไทยเข้าสู่การเป็นธรรมาภิบาลคาร์บอนอย่างสมบูรณ์ สำหรับทริปเปิดตัวโครงการ สุขทันทีที่เที่ยวไทย ประเดิมด้วย GWM TANK Academy ณ จังหวัดกาญจนบุรี เราได้พาคาราวานผู้ใช้รถยนต์ GWM TANK ไปเปิดประสบการณ์การขับขี่และมุมมองใหม่ ๆ ที่จังหวัดกาญจนบุรี ตามเจตนารมณ์ของบริษัทฯ ในการยึดประสบการณ์ของผู้ใช้งานเป็นหลัก (User-centric) พร้อมทั้งสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างยั่งยืนในประเทศ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะเริ่มจุดประกายคนไทยให้หันมาสนใจในการท่องเที่ยวและส่งเสริมเศรษฐกิจในประเทศไทยอย่างยั่งยืน”
ในโอกาสนี้ อัครวิชย์ เทพาสิต ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวขอบคุณ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะพันธมิตรร่วมจัดกิจกรรมครั้งนี้ สะท้อนถึงบทบาทสําคัญของภาครัฐและภาคเอกชนในการร่วมมือกันขับเคลื่อนสนับสนุนและส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย ที่เน้นทั้งด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ พร้อมกับความร่วมมือทางธุรกิจด้านการท่องเที่ยวด้วยยานยนต์พลังงานใหม่
สุขทันทีที่เที่ยวไทย ไปกับ GWM TANK Academy ณ จังหวัดกาญจนบุรี ประกอบด้วยไฮไลต์สำคัญมากมายตลอดทริปการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็น ตะลุยอุโมงค์ 3 มิติ หรือ อุโมงค์เหมืองแร่เก่า โชว์ศักยภาพอันแข็งแกร่งของตัวรถสำหรับสายผจญภัย เผชิญเส้นทางเนินเขาที่มีพื้นผิวขรุขระและเต็มไปด้วยหลุมโคลนด้วยฟังก์ชันการขับเคลื่อนอัจฉริยะ 4 ล้อ พร้อมลุยในทุกเส้นทาง ควบคู่กับเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกอันล้ำสมัยมากมาย อาทิ ระบบเก็บเสียงรบกวน และ ระบบเบาะนวดไฟฟ้า ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้ขับขี่อีกระดับ รวมถึงการสร้างความทรงจำอันน่าประทับใจให้แก่ผู้ร่วมทริปได้ดื่มด่ำไปกับวิวทิวทัศน์ธรรมชาติของเขื่อนศรีนครินทร์ ที่ปกคลุมด้วยเทือกเขาอันงดงามตระกานตา พร้อมกับนำเสนอเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะอันล้ำสมัยให้ผู้ขับขี่เดินทางได้อย่างไร้กังวล นอกจากนี้ คาราวานรถยนต์ GWM TANK ยังได้เดินทางไปร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ณ บ้าน ช.ช้าง ชรา ศูนย์อนุรักษ์ช้าง ได้ใกล้ชิดและเรียนรู้การใช้ชีวิตร่วมกับช้างท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามของ จ.กาญจนบุรี และจบทริปกันด้วยไฮไลต์สำคัญสุดท้ายกับ ที่พักริมแม่น้ำแคว พร้อมให้ทุกคนได้ผ่อนคลาย แช่บ่อน้ำแร่ร้อน ณ Rock Valley Hot Spring ยกระดับประสบการณ์ให้แก่ผู้ใช้งาน GWM TANK อย่างแท้จริง
นอกจากนี้ พันธกิจภายใต้ความร่วมมือปีที่ 2 ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ยังประกอบไปด้วยกิจกรรมคาราวานผู้ใช้งานรถยนต์พลังงานใหม่ GWM รวมอีก 4 เส้นทางภายในประเทศ ภูมิภาคภาคเหนือ จ.พระนครศรีอยุธยา – ลพบุรี – เพชรบูรณ์ กับคาราวานรถยนต์ HAVAL H6 HEV, ภูมิภาคภาคอีสาน จ.สระบุรี – นครราชสีมา กับคาราวานรถยนต์ HAVAL JOLION HEV, ภูมิภาคภาคใต้ จ.เพชรบุรี – ประจวบคีรีขันธ์ – ชุมพร กับคาราวานรถยนต์ HAVAL H6 HEV และ ภูมิภาคภาคตะวันออก จ.สมุทรปราการ – สมุทรสาคร – สมุทรสงคราม กับคาราวานเจ้าเหมียวไฟฟ้าขวัญใจชาวไทย ORA Good Cat
กิจกรรมคาราวานรถยนต์พลังงานใหม่ทั่วประเทศไทย ภายใต้ความร่วมมือปีที่ 2 ระหว่าง เกรท วอลล์ มอเตอร์ และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มีเป้าหมายในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นธรรมาภิบาลคาร์บอนอย่างสมบูรณ์ ลดมลพิษด้วยรถยนต์พลังงานสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เชื่อมโยงผู้ใช้งาน GWM เข้าสู่ประสบการณ์และมุมมองใหม่ผ่านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ท่ามกลางความงดงามของธรรมชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่น พร้อมกับช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ ทุกท่านสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติม และกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นได้ผ่านทางแอปพลิเคชัน GWM และ Facebook ของ GWM Thailand
Huawei Cloud AI Summit Thailand 2023 ขับเคลื่อนไทยสู่ศูนย์กลาง AI อาเซียน
ประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า “กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมมุ่งขับเคลื่อนนโยบาย คลาวด์-เฟิร์ส (Cloud-First policy) ซึ่งจะเป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตรูปแบบใหม่ของไทย ซึ่งคลาวด์และ AI จะเป็นอนาคตของประเทศไทย ในนามของกระทรวงดิจิทัล ผมขอขอบคุณหัวเว่ย ประเทศไทย ที่รับหน้าที่ผู้นำภาคเอกชนจัดกิจกรรมครั้งสำคัญนี้ และยังได้นำประสบการณ์ระดับโลกที่มีความล้ำสมัยของหัวเว่ยและพันธมิตรมาสู่ประเทศไทย พร้อมรวมถึงสนับสนุนการสร้างอีโคซิสเต็มทางดิจิทัลสำหรับเทคโนโลยีคลาวด์และ AI ให้กับประเทศไทยอีกด้วย ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับเอกชนอย่างหัวเว่ยนี้ จะช่วยส่งเสริมประเทศไทยสู่การเป็นหนึ่งในศูนย์กลางเทคโนโลยี AI ของภูมิภาค กระทรวงดิจิทัลมุ่งมั่นสนับสนุนประเทศไทยอย่างเต็มกำลังในการเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล พร้อมการสร้างบุคลากรที่มีความสามารถ และการยกระดับคุณภาพชีวิตโดยรวมของคนไทย”
AI เป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญของความก้าวล้ำทางเทคโนโลยีระดับโลกและการเปลี่ยนผ่านทางอุตสาหกรรม โดยมีผลกระทบในเชิงลึกต่อสังคมมนุษย์และการปรับเปลี่ยนของอุตสาหกรรม จึงทำให้ประเทศไทยตระหนักถึงศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงนี้และมุ่งมั่นยกระดับความสามารถในการแข่งขันระดับโลก โดยการเสริมสร้างความสามารถด้าน AI และเป็นศูนย์กลาง AI ในภูมิภาค หัวเว่ย คลาวด์ ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนวิสัยทัศน์นี้ ผ่านพันธกิจ “ในประเทศไทย เพื่อประเทศไทย” (In Thailand, for Thailand)
เดวิด หลี่ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวย้ำถึงพันธกิจของหัวเว่ย คลาวด์ ในการขับเคลื่อนการใช้งานเทคโนโลยีระบบคลาวด์และ AI ในประเทศไทยว่า “หัวเว่ย คลาวด์ มุ่งมั่นต่อพันธกิจ “ในประเทศไทย เพื่อประเทศไทย” พร้อมสนับสนุนและมีส่วนร่วมในการพัฒนาดิจิทัลของประเทศตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงสำคัญของการเปลี่ยนแปลงดิจิทัล หัวเว่ย คลาวด์ จึงยังคงมุ่งลงทุนในการสร้างอีโคซิสเต็มคลาวด์และเสริมประสิทธิภาพในประเทศ โดยการสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่งในประเทศไทยและโครงสร้างพื้นฐาน AI สำหรับรัฐบาลและองค์กร หัวเว่ย คลาวด์ จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านดิจิทัลของไทยผ่านเทคโนโลยี AI ซึ่งจะส่งผลให้มีการใช้งาน AI อย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมต่าง ๆ พร้อมสร้างประโยชน์อย่างยิ่งต่อคนไทยและส่งเสริมความก้าวหน้าทางดิจิทัลของประเทศ”
ภายในงาน หัวเว่ย คลาวด์ ยังเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงระหว่างองค์กรจีนและไทย เพื่อยกระดับศักยภาพของประเทศไทยด้วยเทคโนโลยี AI ที่ทันสมัย แอปพลิเคชัน และความเชี่ยวชาญจากประเทศจีน โดยใช้ประสบการณ์การทำงานในระดับโลกกว่า 170 ประเทศและภูมิภาค หัวเว่ย คลาวด์ ยังได้ให้ข้อมูลในเชิงลึกที่มีคุณค่าเกี่ยวกับอุตสาหกรรมระดับโลกและภูมิภาค ด้วยเทคโนโลยีและโซลูชันที่ทันสมัย พร้อมเป็นพันธมิตรที่เหมาะสมสำหรับองค์กรไทยที่ต้องการขยายธุรกิจไปสู่ตลาดโลกและองค์กรจีนที่ต้องการเข้าสู่ตลาดไทย
หัวเว่ย คลาวด์ เทคโนโลยีคลาวด์ที่ดีกว่าสำหรับประเทศไทย
ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม หัวเว่ย คลาวด์ มุ่งที่จะเป็นพื้นฐานคลาวด์สำหรับโลกอัจฉริยะและมอบทางเลือกที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้าแต่ละราย ในงานประชุมครั้งนี้ หัวเว่ย คลาวด์ ได้นำเสนอโซลูชันและโมเดล AI ที่ ล้ำสมัย มีความเฉพาะตัวสำหรับประเทศไทย ซึ่งรวมถึงโมเดลสำหรับภาษาไทย สภาพอากาศ และรัฐบาล รวมถึงโซลูชัน AI สำหรับภาคการเงินและภาคค้าปลีก
ศาสตราจารย์คลินิก นพ. สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ (ที่ 8 จากซ้าย) ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ให้เกียรติเข้าร่วมงาน Huawei Cloud AI Summit Thailand 2023 ในครั้งนี้ เพื่อเป็นสักขีพยานการพัฒนาเทคโนโลยีคลาวด์และ AI อย่างรวดเร็วในประเทศไทย โดยในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล กสทช. จะนำเทคโนโลยีคลาวด์และ AI เข้าร่วมพิจารณาในการร่างนโยบายเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านเชิงดิจิทัลในภาคสังคมและภาคเศรษฐกิจของประเทศไทย
สำหรับโมเดลภาษาไทยนั้น ผ่านการฝึกฝนด้วยคลังข้อมูลของ AI ในภาษาไทย ผสานความรู้ ความเข้าใจในอุตสาหกรรมของหัวเว่ยที่สะสมมากว่าสามทศวรรษ ได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องโดยการเรียนรู้ข้อมูลภาษาไทยจำนวนมาก การพัฒนานี้ช่วยกำจัดอุปสรรคในการเข้าถึงโมเดลพื้นฐาน ทำให้ประเทศไทยสามารถเปลี่ยนจากผู้ใช้ AI เป็นผู้สร้าง AI ได้
ในด้านอุตุนิยมวิทยา หัวเว่ย คลาวด์ ได้ร่วมมือกับกรมอุตุนิยมวิทยาของไทย พัฒนาโมเดลพยากรณ์อากาศ ผานกู่ (Pangu) สำหรับประเทศไทย เพื่อเสริมสร้างดิจิทัลในภาคอุตสาหกรรมการเกษตรและการท่องเที่ยวของไทยในเชิงลึกยิ่งขึ้น โมเดลนี้เหนือกว่าการพยากรณ์อากาศเชิงตัวเลข (numerical weather prediction – NWP) ที่ได้รับการพัฒนาล่าสุด โดยความเร็วในการพยากรณ์มีหลายระดับและรวดเร็วยิ่งขึ้น ที่ผ่านมา การพยากรณ์เส้นทางของพายุไต้ฝุ่นในช่วง 10 วันข้างหน้า ใช้เวลาถึง 5 ชั่วโมง แต่ด้วยโมเดลพยากรณ์อากาศ ผานกู่ สามารถทำได้ภายในเวลาเพียง 10 วินาทีเท่านั้น สำหรับภาครัฐ หัวเว่ย คลาวด์ นำเสนอความอัจฉริยะในกระบวนการทำงานของรัฐบาลและภาคการปกครองเต็มรูปแบบ ตั้งแต่การรับรู้แ ความเข้าใจไปจนถึงการจัดการและการตัดสินใจ คำร้องขอของประชาชนจะได้รับการมอบหมายโดยอัตโนมัติและจัดการได้ตลอดเวลา ทำให้รัฐบาลให้บริการที่มีคุณภาพสูงโดยไม่ต้องกังวลเรื่องขาดแคลนบุคลากร
มาร์ค เฉิน ประธานกรรมการฝ่ายขายโซลูชันคลาวด์ บริษัท หัวเว่ย ด้านความสามารถของบุคลากรเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยี AI ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในการจัดหาผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ในงานประชุมครั้งนี้ หัวเว่ย คลาวด์ กระทรวงดิจิทัล สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) มหาวิทยาลัยต่าง ๆ เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมาคม AI องค์กรธุรกิจและพันธมิตรได้ร่วมกันเปิดตัว Cloud & AI Community Thailand เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนาเทคโนโลยี AI ด้วยเป้าหมายสูงสุดเพื่อสร้างบทบาทของประเทศไทยสู่ AI ระดับโลกด้วยโซลูชัน AI ที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรมอันแข็งแกร่ง ความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมที่กว้างขวาง และการบริการลูกค้าที่ยอดเยี่ยม หัวเว่ย คลาวด์ พร้อมจะสนับสนุนประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลาง AI ที่สำคัญในภูมิภาค ผ่านการลงทุนต่อเนื่องทั้งใน อีโคซิสเต็มและอุตสาหกรรมในประเทศ พร้อมมุ่งมั่นสนับสนุนการเติบโตด้านเศรษฐกิจดิจิทัลที่มีคุณภาพสูงของประเทศไทย
***********
หัวเว่ย คือผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) และสมาร์ทดีไวซ์ ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2530 โดยหัวเว่ยมีพนักงานกว่า 207,000 คน ดำเนินธุรกิจในกว่า 170 ประเทศทั่วโลก ให้บริการผู้คนมากกว่า 3,000 ล้านคนทั่วโลก
วิสัยทัศน์และพันธกิจของหัวเว่ยคือการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสู่การใช้งานทุกระดับเพื่อทุกผู้คน ทุกครัวเรือน และทุกองค์กร เพื่อวางรากฐานให้แก่โลกอัจฉริยะ หัวเว่ยได้ส่งมอบการประมวลผลคอมพิวเตอร์หลากหลายรูปแบบทุกที่ ทุกเวลาที่คุณต้องการ เพื่อนำเทคโนโลยีคลาวด์และความอัจฉริยะเข้าสู่ทั่วทุกมุมโลก สร้างแพลตฟอร์มดิจิทัลที่จะช่วยทุกภาคอุตสาหกรรม ทุกองค์กร ให้มีความยืดหยุ่น มีประสิทธิภาพ และมีพลวัตร รวมทั้งสร้างนิยามใหม่ให้แก่ประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ด้วย AI เพื่อเสริมสร้างความชาญฉลาดและออกแบบให้ตอบรับกับความต้องการเฉพาะของผู้คนในทุกแง่มุมของชีวิต ทั้งการใช้ชีวิตที่บ้าน ระหว่างการเดินทาง ที่ออฟฟิศ ในการสันทนาการ หรือแม้แต่ระหว่างการออกกำลัง
IONIQ Lab ศูนย์นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าจาก ‘ฮุนได’ แห่งแรกในไทย!
เจ กิว จอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “IONIQ Lab คือศูนย์รวมแห่งนวั
การลงทุนสร้าง IONIQ Lab ในประเทศไทย สะท้อนถึงความสำคัญเชิงกลยุทธ์
IONIQ Lab ตั้งอยู่ชั้น 1 ของอาคารฝั่งตะวันตกภายในทรู ดิจิทัล พาร์ค ผ่านความร่วมมือกับกลุ่มซีพี ซึ่งเป็นองค์กรที่มีวิสัยทัศน์
“ทรู ดิจิทัล พาร์ค เป็นพันธมิตรสำหรับการก่อตั้งศู
การผลักดันขีดจำกั

แรงบันดาลใจจากอดีตสู่การสรรค์สร้างงานออกแบบแห่งอนาคต
ในการออกแบบรถยนต์ IONIQ ทีมงานฮุนไดได้ตั้งเป้าหมายในการนำเสนอมาตรฐานดีไซน์ใหม่ทั้งภายในและภายนอก เพื่อกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกและสร้างแรงบันดาลใจด้วยนวัตกรรม “Parametric Pixels” อันโดดเด่นของแบรนด์ IONIQ ซึ่งเป็นผลงานระดับซิกเนเจอร์ที่มีเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น
รถยนต์ไฟฟ้า IONIQ 5 ที่เพิ่งเปิดตัวในไทยเมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้พลิกโฉมประสบการณ์การเดินทางของฮุนไดไปอย่างสิ้นเชิงด้วยดีไซน์คลาสสิกเหนือกาลเวลาของ Pony Coupe รุ่นแรก ซึ่งเน้นรูปทรงที่โดดเด่นราวกับศิลปะโอริกามิ และมอบพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวาง และฟีเจอร์ความสะดวกสบายระดับพรีเมียม
คุณสมบัติอันโดดเด่นเหล่านี้ ทำให้ IONIQ 5 ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติจากงาน World Car of the Year Awards 2022 ซึ่งคว้า 3 รางวัล ทั้งรางวัล Car of the Year, รางวัล Electric Vehicle of the Year และรางวัล Car Design of the Year นอกจากนี้ยังได้รับการยกย่องให้เป็น 2022 German Car of the Year และ 2022 UK Car of the Year โดยเฉพาะการออกแบบที่โดดเด่นยังได้รับการกย่องจากเวทีชั้นนำทั้ง Car Design, IDEA และอีกมากมาย
การผสานประสบการณ์ขับขี่ที่เร้าใจของแบรนด์ N เข้ากับเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าที่ล้ำสมัย
IONIQ Lab รวบรวมแนวคิดงานออกแบบของ IONIQ 5 และฟีเจอร์นวัตกรรมใหม่ไว้ไว้อย่างครบครัน นอกจากนี้ ยังเป็นสัญลักษณ์ของยุคใหม่แห่งการก้าวข้ามขีดจำกัดทางนวัตกรรม และการกำหนดมาตรฐานใหม่ด้านความคาดหวังต่อยานยนต์ไฟฟ้า โดยแบรนด์ N มุ่งมั่นสร้างมาตรฐานใหม่ของยานยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง จากการผสานประสบการณ์ขับขี่ที่เร้าใจเข้ากับเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าใหม่ล่าสุด
ความสำเร็จของแบรนด์ N ไม่ได้เกิดจากวงการมอเตอร์สปอร์ตเท่านั้น หากถูกขับเคลื่อนด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ยานยนต์ที่มอบความเพลิดเพลินสูงสุดในยามขับขี่แก่ลูกค้าและแฟน ๆ ความมุ่งมั่นนี้ได้กลายเป็นจริงผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับลงแข่งในสนามมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก อาทิ WRC, TCR และ Nürburgring 24 Hours ซึ่งผลลัพธ์จากการเข้าร่วมในมอเตอร์สปอร์ตและการพัฒนาเทคโนโลยีสมรรถนะขั้นสูง ทำให้ผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์จำนวนมากกลายเป็นแฟนตัวยงของ Hyundai และแบรนด์ N ในที่สุด
จูน พาร์ค รองประธานกรรมการทีมกลยุทธ์
“ด้วยการมาถึงของยุคแห่งพลังงานไฟฟ้า ทำให้ IONIQ 5 N เป็นมาตรฐานใหม่ของรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง โดยเราได้จัดแสดงยานยนต์รุ่นนี้ที่ IONIQ Lab เป็นครั้งแรกในเมืองไทย เพื่อสื่อถึงความมุ่งมั่นในการรักษาไว้ซึ่งความสนุกสนานเร้าใจในการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าที่ดีที่สุดในปัจจุบัน เพราะ IONIQ 5 N ไม่เพียงแต่ถูกออกแบบเพื่อโลดแล่นในสนามแข่งเท่านั้น แต่ยังยกระดับการขับขี่ในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นประสบการณ์อันตื่นเต้นเร้าใจ สมดังสโลกแกนของแบรนด์ N ที่ว่า “Never Just Drive”จูน พาร์ค กล่าวเสริม
ฮุนได ขอเชิญลูกค้าและผู้สนใจร่วมค้นพบงานออกแบบที่ล้ำสมัยของ IONIQ 5 ซึ่งผสานเข้ากับเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่ที่เร้าใจของแบรนด์ N ได้ที่ IONIQ Lab ภายในทรู ดิจิทัล พาร์ค ยานยนต์รุ่นพิเศษนี้ได้สร้างมาตรฐานใหม่ของการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ผ่านการนำเสนอแนวคิดที่ว่า “สมรรถนะอันเร้าใจไปด้วยกันได้กับสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม”
ORA 07 ถึงมือลูกค้าไทยกลุ่มแรกในงาน Motor Expo 2023
เกรท วอลล์ มอเตอร์ หนึ่งในผู้นำด้านยานยนต์พลังงานไฟฟ้าไทยจัดกิจกรรมส่งมอบ ORA 07 รุ่น PERFORMANCE จำนวน 10 คันให้กับลูกค้ากลุ่มแรกภายในงาน Motor Expo 2023 นับเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จของรถยนต์รุ่นสุดท้ายตามคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้กับ Mission 9 in 3 หรือ การเปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 9 รุ่นภายใน 3 ปี ได้อย่างงดงาม พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นตั้งใจในการส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพอันเปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยและนวัตกรรมอัจฉริยะ ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างให้ระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าไทยแข็งแกร่ง ก้าวขึ้นสู่เวทีสากลได้อย่างเต็มภาคภูมิ
หลังการเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการของ ORA 07 เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ดำเนินการส่งมอบรถยนต์ล็อตแรกให้กับลูกค้ากลุ่มแรกของประเทศไทยจำนวน 10 ครอบครัว ในวันที่ 10 ธันวาคม 2566 กลางงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40 (Motor Expo 2023) ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมีผู้บริหารระดับสูงของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ นำโดย ณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ สฤษดิ์พงษ์ เพ่งเล็งผล ผู้อำนวยการฝ่ายขาย และ ศุภรางศุ์ อนุชปรีดา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ร่วมแสดงความยินดีและส่งมอบรถยนต์ ORA 07 ให้กับลูกค้ากลุ่มแรกด้วยตัวเอง
ณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ORA 07 เป็นรถยนต์รุ่นที่ 9 ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่เปิดตัวสู่ตลาดในประเทศไทยภายใต้ Mission 9 in 3 รถยนต์คันนี้ได้เข้ามาสร้างความตื่นเต้นในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทยอีกครั้ง หลังจากที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้เคยเข้ามาปลุกกระแสและสร้างความตื่นเต้นให้กับรถยนต์ไฟฟ้า 100% ในประเทศไทยจากการเปิดตัว ORA Good Cat ผมขอแสดงความยินดีกับลูกค้าทุกท่านที่ได้รับ ORA 07 เข้าสู่ครอบครัวเป็นกลุ่มแรกของประเทศไทยในวันนี้ นับเป็นระยะเวลาเพียง 10 วันหลังจากที่เราได้เปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการ ผมเชื่อว่ารถยนต์รุ่นนี้จะมาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์อันหลากหลายได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งด้านดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ฟังก์ชันการใช้งาน สมรรถนะ รวมถึงเทคโนโลยีความปลอดภัย ผมขอขอบคุณทุกความเชื่อมั่นและความไว้วางใจที่ลูกค้าทุกท่านมีให้กับ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เราจะยังคงมุ่งมั่นในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และยกระดับการบริการและประสบการณ์ของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง”
ORA 07 – More Than Stunning รถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตคูเป้สมรรถนะสูง รุ่นเรือธงล่าสุดภายใต้กลุ่มผลิตภัณฑ์ ORA จาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ ทรงประสิทธิภาพทั้งด้านพละกำลัง สมรรถนะ และเทคโนโลยีอันล้ำสมัย โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์การออกแบบที่ปราณีตไม่เหมือนใคร โดย ORA 07 มีโหมดการขับขี่ถึง 6 รูปแบบ (สำหรับรุ่น PERFORMANCE) ได้แก่ โหมดประหยัด โหมด WELL BEING โหมดปกติ โหมดสปอร์ต โหมดสปอร์ตพลัส และโหมดส่วนบุคคล พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันหรือการผจญภัยที่เร้าใจของผู้ขับขี่ชาวไทยทุกคน
ORA 07 มาพร้อมกับ 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น LONG RANGE ในราคา 1,299,000 บาท และ รุ่น PERFORMANCE ในราคา 1,499,000 บาท โดยมีเฉดสีภายนอกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีขาว (Jade White) สีเทา (Amethyst Grey) และสีพิเศษ ม่วง (Crystal Purple) ในรุ่น PERFORMANCE เฉดสีภายในมีให้เลือก 2 สี คือ สีดำ และสีน้ำตาล ซึ่งเบาะสีน้ำตาลจะเป็นสีพิเศษสำหรับรุ่น PERFORMANCE ซึ่งเลือกจับคู่ได้กับสีภายนอกสีม่วงและสีเทาเท่านั้น ORA 07 ยังมาพร้อมการรับประกันคุณภาพผลิตภัณฑ์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และการรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือระยะทาง 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
สำหรับลูกค้าที่สนใจ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่แอปพลิเคชัน GWM เว็บไซต์ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ www.gwm.co.th และสามารถติดต่อทดลองขับได้ที่ศูนย์บริการ GWM Store และ GWM Partner Store ทั่วประเทศ
ร่วมฉลอง Swatch EMSPHERE กับครอบครัว The Simpsons
Swatch (สวอท์ช) ปักหมุด EMSPHERE ศูนย์การค้าและคอมมูนิตี้มอลล์แห่งใหม่ใจกลางถนนสุขุมวิท พร้อมต้อนรับทุกท่านให้มาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ในโซน Flik Flak ดีไซน์พิเศษ ให้ทุกท่านมาเยี่ยมชมและร่วมส่งท้ายปีด้วยคอลเลกชันใหม่กับครอบครัว The Simpsons เสมือนเป็นของขวัญสุดพิเศษ มอบให้กับแฟนๆ ของ Swatch และ The Simpsons ด้วย 2 เรือนใหม่ล่าสุด WONDROUS WINTER WONDERLAND และ TIDINGS OF JOY
WONDROUS WINTER WONDERLAND
นาฬิกา Simpsons Holiday Special สีแดงสดใส ที่ชวนนึกถึงเทศกาลคริสต์มาสอันแสนอบอุ่น พร้อมหน้าพร้อมตากันด้วยภาพสุดน่ารักของสมาชิกครอบครัว Simpsons บนหน้าปัดพิมพ์ลาย ทั้งโฮเมอร์ มาร์จ บาร์ต ลิซ่า และแม็กกี้ ร่วมร้องเพลงกันอย่างอบอุ่นหัวใจ และยังมีสายรัดข้อมือรูปครอบครัว Simpsons ในเวอร์ชั่นขนมปังผิงกำลังเต้นรำสนุกสนาน ท่ามกลางหิมะโปรยปราย มาในราคา
3,900 บาท พร้อมกับหน้าปัดขนาด 41 มิลลิเมตร
TIDINGS OF JOY
นาฬิกา Simpsons Holiday Special สีฟ้าสุดคูล มาพร้อมกับลวดลายชวนให้รู้สึกถึงลมหนาวช่วงเทศกาล ที่มีบาร์ต ลิซ่า และแม็กกี้บนหน้าปัด ตามมาด้วยมาร์จและโฮเมอร์บนสายนาฬิกาที่มีพื้นหลังเป็นหิมะที่กำลังโปรยปราย ตัดกับเข็มนาฬิกาสีแดงโดดเด่น โดยสามารถเรืองแสงได้ในที่มืด และกระจกที่ทำจากวัสดุชีวภาพ ในราคา 3,550 บาท พร้อมกับหน้าปัดขนาด 34 มิลลิเมตร
ร่วมเฉลิมฉลองไปด้วยกันได้ที่ Swatch EMSPHERE สาขาใหม่ล่าสุด พร้อมจับจองเป็นเจ้าของนาฬิกาแห่งความสุขหรือส่งมอบนาฬิกาเรือนพิเศษเป็นของขวัญแทนใจให้กับคนที่คุณรัก ด้วยคอลเลกชัน HOLIDAY กับ The Simpsons ทั้งรุ่น WONDROUS WINTER WONDERLAND และ TIDINGS OF JOY ได้แล้ววันนี้ที่ร้าน SWATCH ทุกสาขา หรือบนเว็บไซต์ Swatch.com
Foot Locker พร้อมเสิร์ฟสตรีทแฟชั่นที่ EMSPHERE
Foot Locker EMSPHERE จะช่วยตอกย้ำการเป็นผู้นำในตลาดร้านค้าปลีกสนีกเกอร์และสปอร์ตแวร์ โดยการผสานแนวคิดเข้ากับคอนเซ็ปต์ของศูนย์การค้า “FUTURE RETAIL ศูนย์การค้าแห่งอนาคตที่ไม่เคยหลับใหล” ด้วยการเป็นร้านค้าแนวหน้า ที่พร้อมนำเสนอทั้งความแปลกใหม่และทันสมัยให้กับคนรุ่นใหม่ที่มีความชื่นชอบในสตรีทแฟชั่น ไปจนถึงคนที่มีใจรักในวัฒนธรรมสนีกเกอร์และกีฬาบาสเกตบอลทุกช่วงวัย ด้วยการรวบรวมสินค้าจากแบรนด์ชั้นนำมาให้เลือกสรรกันอย่างมากมาย อาทิ Nike, Jordan, adidas, New Balance, Puma, Under Armour และอื่น ๆ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายเอ็กซ์คลูซีฟคอลเล็กชันและรุ่นลิมิเต็ดต่าง ๆ เฉพาะที่ Foot Locker ให้เหล่าสนีกเกอร์เฮดได้เลือกช้อปได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น
การเปิด Foot Locker สาขาที่สองแห่งนี้ ยังคงสานต่อแนวคิดการดีไซน์ร้านในทุกมิติให้ตอบโจทย์ทุกความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย โดยการเปิดพื้นที่ต่าง ๆ อย่างอิสระให้กับวัยรุ่นคนรุ่นใหม่สายสตรีทแฟชั่น สายสปอร์ต รวมถึงสาว ๆ ที่ต้องการพื้นที่พักผ่อนและช้อปปิ้งในวันสบาย ๆ อีกทั้งยังมีพื้นที่ให้น้อง ๆ หนู ๆ ได้มาปลดปล่อยพลังและความเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่ ผ่านการสร้างคอมมูนิตี้ทางด้านสนีกเกอร์ ศิลปะ ดนตรี และกีฬาบาสเกตบอลในเมืองไทย ซึ่ง Foot Locker EMSPHERE ได้มีการคอลแลปส์กับศิลปินไทยตัวแทนคนรุ่นใหม่ Brightside (ไบรท์ไซด์) สร้างสรรค์ผลงานสตรีทอาร์ตสุดคูล แต่งเติมสีสันภายในร้านให้ดูสนุกและน่าสนใจ
ดีพัก โทมาร์ ผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศ บริษัท แมพ แอคทีฟ อาดิเพอคาซา จำกัด กล่าวว่า “การเปิด Foot Locker EMSPHERE สาขาที่ 2 ณ ประเทศไทย ถือเป็นข้อพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นในความพร้อมจะมอบประสบการณ์ในการเข้าถึงสนีกเกอร์ สินค้าสำหรับกีฬาบาสเกตบอล และสินค้าคุณภาพจากแบรนด์ชั้นนำต่าง ๆ ให้กับทุกคนในทุกมิติ เรามุ่งมั่นตั้งใจที่จะเสริมทัพคอมมูนิตี้แห่งนี้ให้แข็งแกร่งและเติบโตขึ้นไปอีก และรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้สานต่อสิ่งที่ทำพร้อมร่วมก้าวเดินไปกับทุกคน”
Foot Locker EMSPHERE สาขาที่สองในประเทศไทย พร้อมเปิดให้บริการให้เหล่าวัยรุ่น คนรุ่นใหม่ได้มาช้อปไปพร้อมกับสัมผัสประสบการณ์สุดล้ำ ณ EMSPHERE ชั้น 1 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หรือสามารถช้อปออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ footlocker.co.th
