‘MGC-ASIA MOBILITY CARNIVAL’ งานใหญ่ประจำปีมีครบ รถ เรือ เครื่องบิน!
ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ครั้งนี้เรามีความยินดีในความร่วมมือกับเดอะมอลล์ กรุ๊ป และ ดิ เอ็มดิสทริค ซึ่งเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ที่มีความสัมพันธ์อันดีกับทาง เอ็มจีซี-เอเชีย มาอย่างยาวนาน และนับเป็นครั้งแรกกับการจัดกิจกรรม ‘MGC-ASIA MOBILITY CARNIVAL’ ซึ่งมาในธีม Mobility Carnival โดยเน้นการจัดแสดงไลฟ์สไตล์โมบิตี้ ที่ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง พร้อมสร้างความสนุกสนานผ่านกิจกรรมต่างๆ ลุ้นรับของรางวัลกับวงล้อแห่งความสุข (Wheel of Happiness) ผสานแคมเปญดีที่สุดแห่งปี สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง หวังว่าทุกท่านจะได้รับความสนุกสนาน จากหลากหลายกิจกรรมที่เรานำเสนอ”
ศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด และ ดิ เอ็มดิสทริค กล่าวว่า “เอ็มจีซี-เอเชีย กับ เดอะมอลล์ กรุ๊ป และ ดิ เอ็มดิสทริค มีวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกัน ในการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคม และรู้สึกยินดีกับความสำเร็จของ เอ็มจีซี-เอเชีย ที่เกิดจากวิสัยทัศน์ ความอุตสาหะ เรียนรู้ กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง และไม่หยุดพัฒนาของผู้นำองค์กร ทำให้วันนี้ เอ็มจีซี-เอเชีย เป็นอาณาจักรธุรกิจค้าปลีกรถยนต์ครบวงจร และขอบคุณที่มอบความไว้วางใจให้ ดิ เอ็มควอเทียร์ เป็นพื้นที่ในการจัดกิจกรรม ‘MGC-ASIA MOBILITY CARNIVAL’ ที่กำลังจะเกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย โดยเชื่อมั่นว่างานนี้ จะได้เสียงตอบรับที่ดีจากลูกค้าอย่างแน่นอน”
งานนี้ ลานอเวนิว ชั้น G ดิ เอ็มควอเทียร์ ตระการตาไปด้วยการจัดแสดงยานยนต์และไลฟ์สไตล์โมบิลิตี้ชั้นนำระดับโลก ทั้งในเครือ เอ็มจีซี-เอเชีย และแบรนด์พันธมิตร เพื่อไลฟ์สไตล์การเดินทางแบบไร้ขีดจำกัด ทั้งทางบก-ทางน้ำ-ทางอากาศ ที่สำคัญมาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษเกินห้ามใจ เริ่มตั้งแต่ทางเข้างาน บริษัท เอ็มจีซี มารีน แอนด์ ชาร์เตอร์ (เอเชีย) จำกัด เปิดตัวยิ่งใหญ่นำทัพความคาร์นิวัล ด้วยเรือแม่น้ำสัญชาติอเมริกัน คริส-คราฟท์ รุ่น Launch GT ขนาด 25 ฟุตสีมิดไนท์ บลู หนึ่งในรุ่นยอดนิยม เครื่องยนต์ Mercury V8 300HP สมรรถนะสูง รุ่นใหม่ล่าสุดอีกรุ่นจาก คริส-คราฟท์ ที่พร้อมจะพาโลดแล่นและเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมทางน้ำที่ชื่นชอบได้ตลอดทั้งวัน รวมถึงจัดแสดงโมเดลเรือยอชท์ AZIMUT รุ่นใหม่ล่าสุด THE NEW S7 ทรงสปอร์ตสุดหรูหรา หนึ่งในตระกูล S Collection และ AZIMUT S7 ที่ทันสมัยที่สุดเวลานี้
อัครยนตรกรรมแห่งยุค โรลส์-รอยซ์ โดย โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส แบงคอก สร้างความตื่นตาด้วยรุ่น ‘โกสต์’ สีน้ำเงิน ‘Iguazu Blue’ ตัดฝากระโปรงหน้าสุดมันวาว ดีไซน์พิเศษ สี Rhodium หลังคาดาว shooting star headliner ผสานห้องโดยสารสุดว้าว! ตกแต่งด้วยไม้ Open Pore Blackwood พิเศษเมื่อจองรถภายในงานและรับรถภายในเดือนตุลาคมนี้ รับบัตรโดยสารสายการบินไทยชั้นธุรกิจ ไป-กลับ ยุโรป 2 ที่นั่ง สะท้อนไลฟ์สไตล์แบบซูเปอร์ลักชัวรี่อย่างแท้จริง
มาที่ บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จำกัด ยกทัพยนตรกรรมล้ำสมัยจาก BMW, MINI และ BMW Motorrad อาทิ BMW 530e M Sport, BMW iX xDrive40 Sport, BMW iX3 M Sport (Inspiring), BMW i7 xDrive 60 M Sport, มินิ พลังงานไฟฟ้า MINI Cooper SE ตกแต่งลวดลายพิเศษ และ MINI Countryman พร้อมสัมผัสความเร้าใจของมอเตอร์ไซค์ BMW Motorrad S1000 RR และความคล่องตัวของรุ่น C400 GT ทั้งหมดมาพร้อมดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 5 ปี* และฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง นานสูงสุด 4 ปี* สุดคุ้มกับ BMW iX3 M Sport (Inspiring) ราคา 2,999,000 บาท พร้อมรับส่วนลดเงินสด 150,000 บาท, ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง (จัดไฟแนนซ์กับ BMW) และฟรี! Voucher M District: EM QUATIER-EMPORIUM-EMSPHERE มูลค่า 50,000 บาท พิเศษสำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ BMW ในงาน รับทันที Fine Dining Cash Voucher มูลค่า 5,000 บาท ที่ The Standard, Bangkok Mahanakhon*
ด้านยนตรกรรมมีสไตล์ชัดเจนจากแดนซามูไร ซัมมิท ฮอนด้า ออโตโมบิล นำเสนอ All-new Honda CR-V 1.5 Turbo EL 4WD (Platinum White pearl) สปอร์ตพรีเมียมเอสยูวี ทรงพลังด้วยเครื่องยนต์ VTEC TURBO 190 แรงม้า ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ Real Time AWD with E-DPS มั่นใจตลอดการเดินทาง พิเศษ! เมื่อจองรถในงานและรับรถภายในเดือนตุลาคมนี้ รับกระเป๋าเดินทาง Samsonite ขนาด 29 นิ้ว* มูลค่า 16,900 บาท* พร้อมร่วมสนุกเกมลุ้นรับส่วนลดค่าบริการ เมื่อนำรถเข้ามาใช้บริการที่ ซัมมิท ฮอนด้า ออโตโมบิล ทุกสาขา
สำหรับผู้ชื่นชอบการเดินทางทางอากาศ บริษัท เอ็มจีซี เอวิเอชั่น แอนด์ ชาร์เตอร์ เซอร์วิสเซส (เอเชีย) ผู้แทนบริการเช่าเหมาลำของสายการบิน VistaJet จัดโปรโมชั่นบัตรโดยสารของการบินไทย ราคาพิเศษทุกเส้นทางทั่วโลก รวมถึงบัตรโดยสารสายการบินชั้นนำอื่นๆ พร้อมรับสิทธิพิเศษอีกมาก เมื่อซื้อบัตรโดยสารในงาน* SIXT Thailand มอบส่วนลดพิเศษสูงสุดถึง 50% เมื่อเช่ารถขับเองภายในประเทศ และส่วนลดพิเศษสำหรับการเช่ารถในต่างประเทศ* และรับส่วนลด 100 บาท ในการชำระค่าบัตรโดยสาร เมื่อเพิ่มเพื่อนใน Line Official account MGC-Aviation https://lin.ee/iqyyeSY
4 แบรนด์พันธมิตร ไม่พลาดเข้าร่วมขบวนคาร์นิวัล ประกอบด้วย แอสตัน มาร์ติน แบงคอก เชิญชวนสัมผัส ‘แอสตัน มาร์ติน แวนเทจ โรดสเตอร์’ พร้อมแคมเปญพิเศษ เมื่อจองรุ่น แวนเทจ หรือ ดีบีเอ็กซ์ และรับรถภายในปีนี้ รับสิทธิ์บินลัดฟ้าไปชมการแข่ง ฟอร์มูลาวัน ฤดูกาล 2024 ที่สนามซิลเวอร์สโตน (Silverstone)*, ร่วมกิจกรรม ‘Aston Martin Track Experience’ ณ Millbrook Proving Ground* และเยี่ยมชมโรงงานผลิตรถยนต์ แอสตัน มาร์ติน ถึงเมืองผู้ดีอังกฤษ* ขณะที่ มาเซราติ ประเทศไทย จัดแสดง ‘เกรคาเล่ โทรเฟโอ’ (Grecale Trofeo) ยนตรกรรมสปอร์ตแดนมักกะโรนี ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Italian Audacity’ ที่แสดงถึงการออกแบบสุดท้าทายตามสไตล์ มาเซราติ มาพร้อมขุมพลัง 530 แรงม้า ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากซูเปอร์คาร์ ‘MC20’ ที่ผสมผสานเทคโนโลยีจากสนามแข่ง ฟอร์มูลาวัน
เปอโยต์ ไลอ้อน ออโตโมบิล ผู้จำหน่ายรถยนต์สัญชาติฝรั่งเศส จัดแสดงยนตรกรรมไฮไลท์ เปอโยต์ 5008 เอสยูวี 7 ที่นั่ง พื้นที่ตอบโจทย์ทุกครอบครัว และเอาใจสายฮิปสเตอร์ด้วย เปอโยต์ 2008 Art Car โอกาสดีที่จะได้เป็นเจ้าของ เปอโยต์ รุ่นและราคาพิเศษ ที่มาพร้อมโลโก้ ‘La France Edition’ สุดเอ็กซ์คูลซีฟ จำนวนจำกัด! รับข้อเสนอโดนใจ อาทิ ส่วนลดสูงสุด 100,000 บาท*, Shopping Voucher มูลค่า 3,000 บาท* และอุ่นใจด้วยเครือข่ายบริการหลังการขาย ‘PEUGEOT SERVICE OUTLET’ ครอบคลุมทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวม 13 สาขา
ปิดท้ายที่ จี๊ป ไลอ้อน ออโตโมบิล ผู้จำหน่ายรถยนต์ จี๊ป อย่างเป็นทางการแห่งแรกในประเทศไทย โชว์รุ่นพิเศษ จี๊ป แรงเลอร์ รูบิคอน ‘Monster+Edition’ สีเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับปี 2566 ‘Earl Grey’ คันแรกในไทย มาพร้อมอุปกรณ์ตกแต่งระดับไฮเอ็นด์ แบรนด์ Mopar ลิขสิทธิ์แท้ทั้งคัน และ จี๊ป กลาดิเอเตอร์ รูบิคอน รถอเนกประสงค์ทรงพลัง สามารถลากจูงได้ถึง 2,721 กิโลกรัม โปรแกรมบำรุงรักษา 3 ปี หรือ 55,000 กิโลเมตร และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินแบบพรีเมียม นาน 3 ปี พร้อมแคมเปญพิเศษ ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง และรับสิทธิ์จับ Lucky Deal รับส่วนลดสูงสุด 15% สำหรับอุปกรณ์ตกแต่งแท้ Mopar* เมื่อจองรถภายในงานฯ
อุ่นใจอีกระดับ ด้วยบริการทางการเงินอย่างครบวงจร โดยบริษัท อัลฟา เอกซ์ จำกัด ครอบคลุมสินเชื่อเช่าซื้อ ลีสซิ่ง และสินเชื่อรีไฟแนนซ์ สำหรับยานยนต์ระดับลักชัวรี่ ให้บริการสินเชื่อครบวงจรสำหรับยานยนต์และโมบิลิตี้ระดับหรู ช่วยให้คุณสามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังจะได้สนุกสนานครื้นเครงไปกับความบันเทิงหลากหลาย สำหรับลูกค้าที่จองรถภายในงานรับสิทธิ์ร่วมกิจกรรม ‘Wheel of Happiness’ ลุ้นรับรางวัลใหญ่ บัตรโดยสายเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-มัลดีฟ, Voucher เช่ารถ เปอโยต์ ฟรี! จาก SIXT Thailand และของรางวัลอื่นๆ กว่า 300 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 1,000,000 บาท
สัมผัสยานยนต์และโมบิลิตี้ชั้นนำระดับโลก ในเครือ เอ็มจีซี-เอเชีย พร้อมแบรนด์พันธมิตร รังสรรค์มาเพื่อผู้มีไลฟ์สไตล์การเดินทางเหนือระดับอย่างแท้จริง ระหว่างวันที่ 8-17 กันยายนนี้ ที่ ควอเทียร์ อเวนิว ชั้น G ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ กรุงเทพฯ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-931-8899
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
BMW Xpo 2023 ครบทุก ไลน์อัพ พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ!
อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “การส่งมอบสุนทรียภาพแห่ง
การขับขี่และยนตรกรรมที่หลากหลายให้กับลูกค้าคือสิ่งที่เรามุ่งมั่นเสมอมา และเราพร้อมนำรุ่นรถยนต์ระดับพรีเมียมจาก
บีเอ็มดับเบิลยูให้ลูกค้าได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้นภายในงาน BMW Xpo 2023 กลยุทธ์เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง
ของเรายังชัดเจนกว่าเคยในปีนี้ โดยงานถูกออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกด้านประสบการณ์ลูกค้าในทุกจุด เพื่อมอบการบริการในบรรยากาศที่พรีเมียมและผ่อนคลาย และยังเป็นกลยุทธ์ที่เป็นปัจจัยสำคัญให้เราสร้างความสำเร็จในประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่อง โดยใน 7 เดือนที่ผ่านมาของปี 2566 มียอดจดทะเบียนรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิในเดือนมกราคมถึงกรกฎาคมรวม 9,269 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า 4.8% โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 197% แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มความต้องการของตลาดยานยนต์ไฟฟ้าที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย”
“เราเชื่อว่าลูกค้าควรมีสิทธิ์เลือกสิ่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง เราจึงนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลาย และในขณะเดียวกันก็มุ่งหน้าสู่อนาคตแห่งยนตรกรรมไฟฟ้า โลกดิจิทัล และความยั่งยืน ความมุ่งมั่นนี้สะท้อนให้เห็นได้จากยนตรกรรมรุ่นใหม่ที่เปิดตัวภายในงาน BMW Xpo 2023 ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดสมรรถนะสูงอย่างบีเอ็มดับเบิลยู M760e xDrive ซึ่งเป็นรถยนต์ M Performance ปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแรกที่ประกอบขึ้นที่โรงงานของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนู
แฟคเจอริ่ง ประเทศไทย ในจังหวัดระยอง และยังมีรถยนต์ไฟฟ้าล้วนที่ทรงพลังที่สุดในพอร์ตโฟลิโอของบีเอ็มดับเบิลยูอย่างบีเอ็มดับเบิลยู i7 M70 xDrive* รวมถึงบีเอ็มดับเบิลยู X5 และ X6 รุ่นล่าสุดที่มาพร้อมกับการปรับรูปลักษณ์เพิ่มเติม ในขณะที่รถยนต์ไฟฟ้าบีเอ็มดับเบิลยู iX3 ยังมาให้เลือกเพิ่มอีกสองรุ่นย่อย และเพื่อเพิ่มความอุ่นใจยิ่งกว่าเคย ลูกค้าปัจจุบันของบีเอ็มดับเบิลยูยังจะได้รับสถานภาพสมาชิก Care and Value Added Program โดยอัตโนมัติเมื่อผ่านเกณฑ์ที่กำหนด สร้างความมั่นใจให้เจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิว่าจะสามารถเข้าถึงอะไหล่แท้ในราคาพิเศษได้แม้พ้นระยะประกัน”
ไลน์อัพรุ่นรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูใหม่ล่าสุดที่เปิดตัวภายในมหกรรม BMW Xpo 2023 ประกอบด้วย
- BMW M760e xDrive ใหม่ ซึ่งเป็น BMW M Performance รุ่นแรกที่มาในระบบขับเคลื่อนปลั๊กอินไฮบริด มาพร้อมระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าที่พัฒนาขึ้นอีกขั้น และนวัตกรรมสุดล้ำ อวดพละกำลังทรงสมรรถนะสไตล์สปอร์ตและความปราดเปรียวเหนือชั้น
- BMW X5 และ BMW X6 ใหม่ มาพร้อมการปรับรูปลักษณ์และเทคโนโลยีภายในรถ โดยเปิดตัวในรุ่น BMW X5 xDrive30d M Sport, BMW X5 xDrive50e M Sport และ BMW X6 xDrive40i M Sport ด้านรูปลักษณ์ภายนอก ทั้งสองรุ่นมาพร้อมเอกลักษณ์การออกแบบด้านหน้าและด้านท้ายแบบใหม่ พร้อมชุดแต่ง M Sport ส่งให้ ปราดเปรียวยิ่งกว่าเคย
- BMW i7 M70 xDrive ใหม่* รถยนต์ขับเคลื่อนไฟฟ้าล้วนที่ทรงพลังที่สุดในพอร์ตโฟลิโอของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป พกพาความแรงทรงสมรรถนะควบคู่ความสามารถในการขับขี่ระยะไกลอันยอดเยี่ยม
- BMW iX3 ตอกย้ำที่สุดแห่งพลังแห่งทางเลือกในระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า 100% กับการเปิดตัวสองรุ่นย่อยเพิ่มเติมกับ BMW iX3 M Sport (Inspiring) และ BMW iX3 M Sport (Pro)
เพื่อสร้างความอุ่นใจให้แก่ลูกค้าเจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิที่พ้นระยะแพ็คเกจบำรุงรักษา BMW/MSI Service Inclusive (BSI/MSI) ไปแล้ว บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยได้ยกระดับการรับสิทธิประโยชน์จาก Care and Value Added Program ให้ง่ายยิ่งขึ้น โดยเมื่อรถบีเอ็มดับเบิลยูหรือมินิ มีอายุเข้าเกณฑ์ตามที่กำหนด จะได้รับสิทธิประโยชน์จาก Care and Value Added Program โดยอัตโนมัติ ด้วยส่วนลดสูงสุดกว่า 25% เมื่อซื้ออะไหล่และอุปกรณ์ตกแต่งแท้จาก
ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ แม้รถยนต์จะพ้นระยะแพ็คเกจบำรุงรักษา BMW/MSI Service Inclusive (BSI/MSI) ไปแล้ว
โดยระบบจะทำการตรวจสอบรุ่นรถยนต์ วันหมดอายุ BSI/MSI และข้อมูลอื่น ๆ จากนั้นจึงจะสร้างสถานภาพการเป็นสมาชิกให้ลูกค้าโดยอัตโนมัติตามเกณฑ์ที่กำหนด ทั้งยังสามารถโอนสิทธิ์ดังกล่าวให้กับเจ้าของรถคนใหม่ได้อีกด้วย นอกจากนี้ เมื่อรถยนต์ที่พ้นระยะแพ็คเกจ BSI มีอายุครบ 10 ปี ระบบยังจะทำการปรับสถานะสมาชิกจาก Plus เป็น Ultimate โดยอัตโนมัติ สิทธิประโยชน์ Care and Value Added Program ช่วยให้เจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิอุ่นใจว่าจะยังสามารถเข้าถึงอะไหล่แท้คุณภาพสูงในราคาพิเศษ การสมัครลงทะเบียนและปรับสถานะ Care and Value Added Program โดยอัตโนมัติ จึงตอกย้ำความมุ่งมั่นของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ในการส่งมอบความอุ่นใจและบริการหลังการขาย ที่ดีเยี่ยมที่สุดให้กับลูกค้า
ลูกค้าที่จองรถยนต์ภายในงาน BMX Xpo 2023 จะได้รับของขวัญหนึ่งในตัวเลือกดังต่อไปนี้: บัตรกำนัลมูลค่า 3,000 บาท จาก Power Buy หรือ บัตรกำนัลมูลค่า 3,000 บาท จาก Supersports หรือโมเดลรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู และถ้าจองรถยนต์ใหม่ภายในงาน BMW Xpo 2023 และส่งมอบรถยนต์ภายในวันที่ 30 กันยายน 2566 จะได้รับบัตรรับประทานอาหาร ณ ห้องอาหาร Ms. Jigger โรงแรมคิมป์ตัน มาลัย สำหรับสองที่นั่ง
สำหรับแฟนๆ บิ๊กไบค์ยังจะได้รับข้อเสนอสุดพิเศษจากบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ภายในงาน BMW Xpo 2023 ด้วยเช่นกัน ข้อเสนอสุดพิเศษจากบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ www.bmw-motorrad.co.th
*BMW i7 M70 xDrive ใหม่ ยังไม่ได้นำรถมาจัดแสดงภายในงาน แต่ลูกค้าที่สนใจสามารถทำการจองได้ภายในงาน BMW Xpo 2023
**เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
โชรส์เบอรี ฉลองครบรอบ 20 ปียืนยันพร้อมผลิตผู้นำแห่งโลกอนาคตที่มีคุณภาพ!
โรเบิร์ต มิลลาร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ กล่าวว่า โรงเรียนเราเป็นศูนย์รวมของนักเรียนที่จะได้รับโอกาสพบเจอกับคุณครูทรงคุณวุฒิและชุมชนที่เป็นเอกลักษณ์ของโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ เปรียนเสมือนกาแลคซีที่เต็มเปี่ยมไปดวงดาวหลากหลายดวงที่เปล่งประกาย สวยงาม ตระการตาที่ไม่ซ้ำกันเลย ทุกคนต่างมีความชอบที่ไม่เหมือนกันแต่สามารถเรียนรู้และเติบโตไปได้ด้วยกัน เพราะโรงเรียนเรามอบการศึกษาแบบองค์รวม ซึ่งช่วยพัฒนาเด็กทั้งด้านวิชาการ และอารมณ์ พร้อมทั้งปรับการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับบริบทต่างๆ ในสภาพแวดล้อมทางการเรียนรู้แบบเกื้อกูล ซึ่งจะช่วยให้เด็กนักเรียนมีความพร้อมสำหรับการใช้ชีวิตในระดับมหาวิทยาลัย และใช้ชีวิตในโลกที่เปลี่ยนแปลงในอนาคต
การเรียนการสอนของโรงเรียนไม่เพียงหล่อหลอมให้นักเรียนเป็นเลิศด้านการศึกษา แต่ยังสอนให้เติบโตเป็นประชากรที่มีความรับผิดชอบทั้งต่อตนเองและสังคม ทั้งยังมีพรสวรรค์รอบด้าน ทั้งดนตรี Performing Arts กีฬา และ ศิลปะ ส่งผลให้นักเรียนที่จบการศึกษาจากที่นี่มีผลการเรียนที่ยอดเยี่ยม มีความรอบรู้ และเป็นที่ยอมรับจากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก และเป็นที่ไว้วางใจจากผู้ปกครองมาตลอด 20 ปีที่ผ่านมา
เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 20 ปี โรงเรียนได้เปิดตัวอาคารเพื่อการเรียนรู้ด้านนวัตกรรม (Sir David Lees Innovation Centre) อย่างเป็นทางการ ด้วยงบประมาณกว่า 1.1 พันล้านบาท โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ ได้สร้างอาคารที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งนี้ เพื่อมุ่งเน้นส่งเสริมการศึกษาอย่างรอบด้านทั้ง วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ คอมพิวเตอร์ นวัตกรรม วิทยาการหุ่นยนต์ การเรียนการสอนในระดับชั้น Sixth Form และศูนย์แนะแนวการศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา รวมถึง Stephen Holroyd Sixth Form Commons ห้องโถงขนาดใหญ่ชั้นบนสุดของอาคาร บนพื้นที่ 4,000 ตารางเมตร เพื่อเป็นพื้นที่เพื่อการเรียนรู้และพักผ่อน และ Sports Performance Complex อาคารกีฬามาตรฐานระดับโลก
อาคารเพื่อการเรียนรู้ด้านนวัตกรรมแห่งนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เพียบพร้อม ทำให้นักเรียนรวมถึงคณะครูสามารถใช้ความสามารถในการเรียนการสอนได้อย่างเต็มที่ด้วยห้องเรียนคณิตศาสตร์ 16 ห้อง ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์มากถึง 18 ห้อง พร้อมวิธีการสอนแบบ Harkness Method Learning Concept ที่พร้อมมอบโอกาสให้กับนักเรียนในการค้นหาและเติมเต็มศักยภาพ เพื่อเตรียมความพร้อมไปสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ นอกจากการเรียนรู้ที่เพียบพร้อม โรงเรียนยังส่งเสริมในด้านกีฬาโดยการสร้างอาคารสำหรับเล่นกีฬาเพิ่มเติม พร้อมโซน Strength and Conditioning มีการสร้างสนามบาสเก็ตบอลเพิ่ม 2 สนาม เพื่อรองรับกีฬาเนตบอล แบดมินตัน วอลเลย์บอล และฟุตบอลด้วยสนามหญ้าแท้ที่ตั้งไม่ไกลจากริมแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงยังมี ห้องโยคะ และห้องปั่นจักรยาน รวมถึงการปรับปรุงอาคารนักเรียนชั้นปฐมวัยและสภาพแวดล้อมทางการเรียนรู้ที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งทำให้มั่นใจได้ว่าโรงเรียนและนักเรียนจะประสบความสำเร็จและเติบโตได้ดีไปพร้อมกันในอนาคต
สำหรับผู้ปกครองที่กำลังมองหาโรงเรียนนานาชาติที่ได้มาตรฐาน โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ ถือเป็นโรงเรียนนานาชาติที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชีย ด้วยมาตรฐานของโรงเรียนและสิ่งแวดล้อม สิ่งอำนวยความสะดวก และความปลอดภัย เพราะโรงเรียนที่ดีจะเป็นรากฐานที่สำคัญของเด็กที่จะใช้ชีวิตเติบโตไปอย่างมีประสิทธิภาพ หล่อหลอมให้สามารถออกไปสู่สังคมได้อย่างเข้มแข็ง
‘ฮุนได โมบิลิตี้’ เติบโตต่อเนื่องเปิดศูนย์บริการใหม่อีก 4 แห่ง!
วัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เพื่อยกระดับความมั่นใจในรถยนต์ฮุนไดให้กับผู้บริโภคชาวไทยและรองรับความต้องการรถยนต์ฮุนไดในตลาดที่พุ่งสูงขึ้น บริษัทฯ มุ่งขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายอย่างต่อเนื่องโดยไม่ได้จำกัดในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลเท่านั้นแต่ยังรวมถึงพื้นที่ในจังหวัดอื่นๆ เพื่อให้ลูกค้าฮุนไดทุกท่านไว้วางใจและอุ่นใจว่าทุกจุดหมายในการเดินทางจะมีศูนย์บริการฮุนไดพร้อมให้การดูแลท่านในทุกพื้นที่”
สำหรับ 4 เครือข่ายผู้จำหน่ายรถยนต์ฮุนไดที่พร้อมให้บริการประกอบด้วย
- ฮุนได ปทุมวัน: ตั้งอยู่บนถนนพระรามหนึ่ง ใจกลางกรุงเทพมหานคร พร้อมให้บริการด้านการขาย
- ฮุนได สระบุรี: ตั้งอยู่บนถนนมิตรภาพ อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี
- ฮุนได ติวานนท์: เปิดทำการบนถนนติวานนท์ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
- ฮุนได ระยอง บ้านฉาง: เปิดทำการที่อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง
ทุกแห่งมีรถยนต์ฮุนไดหลากหลายรุ่นให้สัมผัสพร้อมให้บริการทดลองขับเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค้า ก่อนตัดสินใจเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวฮุนได สำหรับ ฮุนได สระบุรี, ฮุนได ติวานนท์ และ ฮุนได ระยอง บ้านฉาง นั้นมีบริการหลังการขายและอะไหล่อีกด้วย
ปัจจุบัน ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) มีเครือข่ายผู้จำหน่ายทั้งโชว์รูมและศูนย์บริการให้บริการด้วยทีมงานมืออาชีพ รวมจำนวนทั้งสิ้น 34 แห่งครอบคลุมพื้นที่หัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ พร้อมดูแลลูกค้าฮุนไดคนสำคัญทั้งในด้านการขายและหลังการขาย นอกจากนั้น บริษัทยังมีแผนขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายอย่างต่อเนื่อง ให้ครอบคลุมในพื้นที่ที่กว้างขึ้นสำหรับนักลงทุนที่สนใจร่วมธุรกิจกับ ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) เพื่อเติบโตไปด้วยกัน ในฐานะผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ฮุนไดอย่างเป็นทางการ สามารถติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง hyundai.com
Gran Turismo เรื่องจริงจากโครงการเกมเมอร์สู่นักแข่งรถมืออาชีพ!
ปัจจุบันนิสสัน ยังคงสร้างนิยามใหม่ให้กับโลกของมอเตอร์สปอร์ต และส่งเสริมคนรุ่นใหม่ ให้กล้าท้าทายตัวเองด้วยยานยนต์พลังงานไฟฟ้ากับการแข่งขัน ฟอร์มูล่า อี ที่ใช้ไฟฟ้า 100% และรถยนต์ไฟฟ้าอีกหลากหลายรุ่นจากนิสสัน ภาพยนตร์ Gran Turismo จะให้เราร่วมลุ้นไปกับจิตวิญญาณอันกล้าหาญของนักแข่งจากจีที อะคาเดมี (GT Academy) ที่จะพาเราผจญภัยสุดมันส์กับการแข่งรถที่คู่ขนานระหว่างโลกจริงและโลกเสมือนจริงที่ได้กลายเป็นตำนานในโลกการแข่งขันรถยนต์
คลิปนี้จะเล่าถึง 87 ปีแห่งตำนานการแข่งขันของนิสสัน โดยมี ทาคาโอะ คาตากิริ ซีอีโอ นิสสัน มอเตอร์ สปอร์ต (Takao Katagiri, CEO, Nissan Motorsports) และ แกเร็ธ อีแวนส์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาดนิสสัน มอเตอร์สปอร์ต (Gareth Evans, Marketing Communications Manager at Nissan Motorsports) ร่วมย้อนถึงการสร้างโครงการ นิสสัน จีที อะคาเดมี พร้อมมองอนาคตการแข่งมอเตอร์สปอร์ตกับ ทอมมาโซ โวลป์ กรรมการผู้จัดการ ทีมนิสสันฟอร์มูล่า อี (Tommaso Volpe, Managing Director, Nissan Formula E Team)
นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ‘ไทเทเนียม กากี’ สีใหม่สายลุย!
นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ไทเทเนียม กากี ออกแบบมาสำหรับคนรุ่นใหม่ที่นิยมการใช้ชีวิตกึ่งผจญภัย และรักการเดินทาง สีภายนอกในโทนกากีเป็นสีที่สื่อถึงธรรมชาติ การผจญภัย ความอบอุ่น และการผ่อนคลาย รวมถึงสะท้อนบุคลิกแอคทีฟไลฟ์สไตล์ที่ชอบใช้ชีวิตกลางแจ้ง นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ สี ไทเทเนียม กากี มีเฉพาะรุ่น VL และผลิตจำนวนจำกัด 100 คัน โดยมีราคาจำหน่ายที่ 920,000 บาท
นอกจากนี้ นิสสัน และ THULE ยังได้ร่วมกันมอบข้อเสนอพิเศษด้วยชุดตกแต่งราคาพิเศษเพื่อยกระดับประสบการณ์ในการการทำกิจกรรมกลางแจ้งใกล้ชิดธรรมชาติ อาทิ สปอยเลอร์หลัง สเกิร์ตรอบคัน จาก นิสสัน รวมถึงแร็คหลังคาบรรทุกสัมภาระ และกล่องเก็บสัมภาระจาก THULE
ขณะที่จุดเด่นของรถยังคงเป็นระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าจากเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ อันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะจากนิสสัน ขับสนุกพร้อมสัมผัสได้ถึงประสบการณ์การขับขี่เช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า 100% โดยไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้รถ ไม่ต้องกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จ อัตราเร่งที่ทันใจจากแรงบิดสูงสุดถึง 280 นิวตันเมตร (Nm) แบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนขนาด 2.06 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ให้ประสิทธิภาพและกำลังมากขึ้น มาพร้อมอัตราประหยัดน้ำมันเมื่อขับขี่ในเมือง สูงสุด 26.3 กิโลเมตร/ลิตร*
คอมแพคเอสยูวีรุ่นนี้มาพร้อมกับฟีเจอร์เด่นมากมาย อาทิ Wireless Charger** เอาใจลูกค้ายุคดิจิทัล พวงมาลัยบุเสริมวัสดุบุนุ่ม เทคโนโลยีคันเร่งอัจฉริยะ “อี-เพดัล สเต็ป” (e-Pedal Step) ที่สามารถเร่ง และชะลอความเร็วได้ในคันเร่งเดียว และยังมั่นใจทุกการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงรอบคัน 360 Safety Shield เพิ่มความสะดวกสบายด้วย NissanConnect เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ทั้ง Android Auto** และ Apple CarPlay
ในงานนี้ นิสสันยังยกขบวนรถยอดนิยมครบทุกรุ่นมาจัดแสดง ได้แก่ นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ คอมแพคซีดานที่ “แรงจริง จัดให้” ด้วยเครื่องยนต์ HRA0 ขนาด 1.0 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุดถึง 100 แรงม้า (Ps) และแรงบิด 152 นิวตันเมตร (Nm) ให้อัตราเร่งที่แรง และรวดเร็วให้ทุกการเดินทางสนุกเต็มพิกัด รูปลักษณ์ปราดเปรียวโดดเด่นสะดุดตามากขึ้นด้วยกระจังหน้าคอนเซปต์ Next-generation V-motion มาพร้อมเทคโนโลยี NissanConnect Services เพื่อการเชื่อมต่อไร้สายระหว่างผู้ขับขี่และรถผ่านสมาร์ทโฟน แอพพลิเคชัน เสริมด้วยเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยและความสะดวกสบายจากรถพรีเมียมสู่คอมแพคซีดาน อาทิ เทคโนโลยีเซนเซอร์ตรวจสอบแรงดันลมยาง (Tire Pressure Monitoring System – TPMS) เทคโนโลยีเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ (High Beam Assist – HBA) และเทคโนโลยีแจ้งเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง (Lane Departure Warning – LDW) รวมถึงการติดตั้งฟังก์ชั่น SOS เพื่อขอความช่วยเหลือจากศูนย์ให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินได้ทันทีผ่านระบบเครื่องเสียงภายในรถยนต์ เมื่อเกิดเหตุต่างๆ
นิสสัน เทอร์ร่า รถยนต์อเนกประสงค์พรีเมียมรุ่นล่าสุด มาพร้อมรูปลักษณ์ภายนอกและภายในที่สปอร์ตโฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะรุ่นล่าสุด นิสสัน เทอร์ร่า สปอร์ต ที่เพิ่มความเท่มีสไตล์ด้วยชุดแต่งสีดำรอบคัน ครบครันทั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยและความบันเทิง รวมทั้งห้องโดยสารที่กว้างขวาง ทำให้นิสสัน เทอร์ร่า สปอร์ต เป็นเอสยูวีที่ตอบโจทย์ทุกคนในครอบครัว เครื่องยนต์ดีเซล YS23DDTT ขนาด 2.3 ลิตร ทวินเทอร์โบ กำลังสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร และเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด ให้การขับขี่นุ่มนวลแต่ทรงพลัง ประหยัดน้ำมัน ทั้งยังสามารถรองรับน้ำมันดีเซลได้ทุกชนิดทั้ง B7, B10 และ B20 ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่ไปได้ทุกเส้นทาง อุ่นใจกับ ‘360 Degree Safety Shield’ เทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน ระบบความบันเทิงระดับไฮเอนด์ด้วยเครื่องเสียงจาก Bose Premium Audio พร้อมลำโพงคุณภาพสูง 8 ตัว จอสัมผัสขนาด 11 นิ้วและการเชื่อมต่อสมาร์ททีวีหรือ HDMi เพิ่มความบันเทิงให้แก่ผู้โดยสารด้านหลัง
นิสสัน นาวารา รถกระบะที่ทุกรุ่นทนถึงใจ ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น นิสสัน นาวารา แบบซิงเกิลแค็บ ซึ่งได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้าที่ต้องการรถกระบะใช้งานหนัก และวางไจได้ ด้วยโครงสร้างโมโนเฟรมแชสซีทำจากเหล็กกล้าชิ้นเดียวตลอดคัน (Fully Boxed Frame) พร้อมรองรับทุกการบรรทุกหนัก ที่มีพื้นที่บรรทุกของได้อย่างจุใจ หรือ นิสสัน นาวารา PRO-4X และ นิสสัน นาวารา คาลิเบอร์ แบล็คอิดิชั่น ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ขับขี่สนุกกับทุกการเดินทาง การผจญภัย และการใช้งานทั่วไป
นิสสัน นาวารา มากับเครื่องยนต์ YS23DDTT แบบ 4 สูบ DOHC เทอร์โบคู่ ความจุ 2.3 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 190 hp (Ps) และแรงบิดสูงสุดถึง 450 นิวตันเมตร (Nm) เกียร์ออโตเมติก 7 สปีด ที่ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดการขับขี่แบบแมนนวล (M mode) ได้เพื่อความสนุกสนานในการขับขี่ที่ควบคุมได้ดังใจ รวมทั้งยังมีคุณสมบัติอื่นๆ ในด้านประโยชน์การใช้งาน และความสะดวก เช่น ฝาท้ายที่ช่วยผ่อนแรงในการเปิด-ปิดและขนของที่กระบะได้สะดวก รวมถึงการปรับตำแหน่งตะขอยึดใหม่ เพื่อตอบโจทย์การบรรทุกสัมภาระทั้งขนาดใหญ่ และเล็ก
มาซาโอะ สึสึมิ รองประธานสายงานการตลาด การขาย บริการหลังการขาย และพัฒนาเครือข่าย ผู้จำหน่าย นิสสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “นิสสันรับฟังลูกค้าอยู่เสมอ และเพื่อสร้างสรรค์การเดินทางให้น่าประทับใจ สะท้อนตัวตนของลูกค้า สีไทเทเนียม กากี ซึ่งเป็นสีพิเศษในนิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ และได้รับความนิยมในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่เปิดตัว โดยมีลูกค้าชาวไทยให้ความสนใจ เราจึงได้แนะนำสีไทเทเนียม กากี กับรถเอสยูวียอดนิยม เป็นครั้งแรก ตอกย้ำจุดยืนของการเป็นรถยนต์ที่ใช่ ช่วยเพิ่มความสนุกในการขับขี่ และเติมเต็มความต้องการของลูกค้า ให้ได้รับประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าได้โดยที่ไม่ต้องชาร์จ”
พิเศษในงาน บิ๊ก มอเตอร์ เซล 2023 นิสสันจัดโปรโมชั่นพิเศษ “โปรใหญ่ SAY YES!” ที่ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น กับข้อเสนอพิเศษหลากหลายที่จัดขึ้นให้ตรงตามความต้องการลูกค้าของรถแต่ละรุ่น โดยมีข้อเสนอตั้งแต่ดาวน์ต่ำ ผ่อนสบาย และผ่อนนาน ไม่ว่าจะเป็นดอกเบี้ยเริ่มต้น 0% ไปจนถึงผ่อนนาน 84 เดือน
นอกจากนี้ลูกค้ายังอุ่นใจได้กับข้อเสนอพิเศษอื่นๆ*** เช่น โปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์ นิสสัน พรีเมี่ยม วารันตี ค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี/100,000 กิโลเมตร Roadside Service Assistance บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง (5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร) ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อผู้จำหน่ายนิสสันในงาน และทั่วประเทศ หรือดูข้อมูลได้จากเว็บไซต์ nissan.co.th
* สำหรับการขับขี่ในเมือง / ตามมาตรฐาน NEDC หรือ ป้ายข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล (ECO sticker) ซึ่งแต่ละรุ่นจะมีข้อมูลแตกต่างกันไป
** เฉพาะสมาร์ทโฟนรุ่นที่รองรับ
*** ข้อเสนอเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด
ไอออนส่ง ‘AION Y Plus’ ประเดิมรุ่นแรกไนไทย 9 ก.ย.นี้!
โดยแขกผู้เกียรติที่เข้าร่วมพิธีลงนามครั้งนี้ ได้แก่โอเชี่ยน หม่า (Ocean Ma) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอออน ออโตโมบิล เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ตัวแทนจำหน่ายและพันธมิตรในอาเซียน โดยมีสื่อมวลชนไทยเข้าร่วมงานมากกว่า 100 ราย รวมจำนวนผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 100 คน เพื่อเป็นสักขีพยานในช่วงเวลาสำคัญนี้
พิธีลงนามระหว่าง AION กับตัวแทนจำหน่ายชั้นนำในภูมิภาคอาเซียนถือเป็นงานใหญ่ครั้งแรกของแบรนด์ AION ในประเทศไทย เพื่อการส่งเสริมแบรนด์อย่างเป็นทางการและการเปิดตัวกลยุทธ์รถยนต์พลังงานไฟฟ้าสู่ตลาดอาเซียน โดยมีแผนเปิดตัวรุ่น AION Y Plus ผลิตภัณฑ์ยานยนต์ประสิทธิภาพสูงรุ่นแรกของ Aion สู่ตลาดอาเซียน โดยประเดิมเปิดตัวที่ตลาดเมืองไทยเพื่อให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสเทคโนโลยีขั้นสูงระดับเอ็กซ์คลูซีฟเป็นกลุ่มแรก
โอเชี่ยน หม่า (Ocean Ma) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอออน ออโตโมบิล เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ปริมาณการขายของ AION ติดอันดับ Top 3 ของโลกในกลุ่มตลาดที่เกี่ยวข้อง โดยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของกลยุทธ์การพัฒนาและเติบโตในต่างประเทศของแบรนด์ ซึ่ง AION ไม่เพียงเลือกประเทศไทยเป็นประเทศแรกในการรุกตลาดระดับภูมิภาคเท่านั้น แต่ยังมีแผนการสร้างสำนักงานใหญ่ของ AION ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เมืองไทยเป็นแห่งแรกอีกด้วย เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนการดำเนินงานหลักในตลาดนี้ และจะยังคงขยายฐานการดำเนินงานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และภูมิภาคอื่น ๆ ต่อไปในอนาคต ภารกิจของ Aion คือการนำเสนอผลิตภัณฑ์พลังงานทางเลืออกใหม่ระดับไฮเอนด์ บนมาตรฐานระดับโลกสู่ผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และส่งเสริมไลฟ์สไตล์ที่ขับเคลื่อน ด้วยยานยนต์พลังงานใหม่อันชาญฉลาดแก่ผู้บริโภค”
งานนี้ AION ยังได้เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น AION Y Plus ที่พร้อมออกจำหน่ายในประเทศไทยเป็นรุ่นแรก ชูคุณภาพที่เหนือกว่าด้วยรูปลักษณ์ที่หรูหรา ห้องโดยสารขนาดใหญ่ อายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนาน และประสิทธิภาพการขับขี่ขั้นสูง โดยบริษัทฯ กำหนดแผนการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ในวันที่ 9 กันยายน 2566 เพื่อรุกตลาดรถยนต์พลังงาน ทางเลือกใหม่ของประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ
AION จะทำงานร่วมกับผู้จัดจำหน่ายชั้นนำในอาเซียน รวมถึงตลาดในประเทศไทยเพื่อสำรวจช่องทางและรูปแบบการบริการ โดยคำนึงถึงความต้องการของผู้ใช้เป็นหลัก เพื่อให้สามารถการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และแนวคิดการบริการที่ล้ำสมัยของ AION ตลอดจนเพื่อส่งเสริมให้ประเทศไทยเข้าถึงผลิตภัณฑ์รถยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูงจากจีนซึ่งมีความเป็น “อัจฉริยะ” ที่แท้จริง และส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและการยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยและรวมถึงภูมิภาคอาเซียนในภาพรวม
การวางผังตลาดในไทยถือเป็นก้าวสำคัญอีกก้าวหนึ่งสำหรับ GAC AION ในการดำเนินกลยุทธ์รุกตลาดอาเซียน และเป็นมาตรการอีกประการหนึ่งในการบรรลุเป้าหมายในระดับโลก โดยในอนาคต GAC AION จะยังคงขยายตลาดสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และภูมิภาคอื่นๆ ผ่านการตั้งฐานการดำเนินงานในไทยและบูรณาการ “การวิจัย การผลิต การจัดจำหน่ายและการตลาด” สู่โลก พร้อมกับการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยให้แบรนด์พลังงานใหม่ของจีนก้าวเป็นผู้นำระดับโลก
Volvo C40 และ XC40 Recharge Pure Electric Twin Motor เจนใหม่! วิ่งไกลขึ้นชาร์จเร็วขึ้น
นอกเหนือจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น Volvo C40 และ XC40 Recharge Pure Electric Twin Motor ยังมาพร้อมแบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้นในขนาดความจุ 82kWh ส่งผลให้ Volvo XC40 Recharge Pure Electric Twin Motor ให้ระยะการเคลื่อนที่ได้ไกลถึง 645 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งซึ่งมากกว่าโมเดลก่อนหน้าถึง 145 กิโลเมตร และสำหรับ Volvo C40 Recharge Pure Electric Twin Motor ก็สามารถวิ่งได้ไกลในระยะทาง 650 กิโลเมตร จาก 530 กิโลเมตรในรุ่นเดิม(1)
นอกเหนือจากขนาดแบตเตอรี่ที่มีความจุมากขึ้น รถทั้ง 2 รุ่นยังชาร์จเร็วขึ้นกว่าเดิมโดยสามารถชาร์จสูงสุดถึง 200kW DC (จากเดิมที่ 150kW DC) ทำให้การชาร์จจาก 10 ไปถึง 80 เปอร์เซ็นต์ใช้เวลาเพียง 28 นาที(2)
ภายนอกของตัวรถทั้ง 2 รุ่น ยังได้รับการปรับโฉมในส่วนล้อ โดยเป็นล้ออัลลอยด์ขนาด 19 นิ้ว ดีไซน์ 5-Spoke Black Diamond Cut ซึ่งไม่เพียงแต่สวยงามแต่ยังช่วยลดแรงเสียดทาน เสริมประสิทธิภาพแอโรไดนามิคส์ให้ตัวรถเคลื่อนที่คล่องตัวยิ่งขึ้น นอกจากนี้ตัวรถทั้ง 2 รุ่นยังมาพร้อมไฟคู่หน้าแบบ Thor’s Hammer ที่คงเอกลักษณ์ด้วยเทคโนโลยี pixel LED ที่ไฟ LED แต่ละดวงทำงานแยกจากกันเป็นอิสระจึงสามารถปรับรูปแบบความสว่างของไฟหน้าได้อัตโนมัติตามความเหมาะสมของสภาพแวดล้อม เพื่อให้ความสว่างที่พอเพียงแก่ผู้ขับ และไม่แยงตารถที่สวนทางมาเพื่อความปลอดภัย
เพิ่มทางเลือกให้สำหรับผู้สนใจด้วยเฉดสีใหม่ สีฟ้า Cloud Blue และ สีเทา Vapour Grey
ให้ความปลอดภัยที่มากขึ้นด้วยระบบช่วยหยุดรถฉุกเฉิน Emergency Stop Assist (ESA) ในรถทั้ง 2 รุ่นที่จำหน่ายในราคา 2,790,000 บาท สำหรับ Volvo C40 Recharge Pure Electric Twin Motor และ 2,690,000 บาทสำหรับรุ่น Volvo XC40 Recharge Pure Electric Twin Motor
***********
หมายเหตุ:
- อ้างอิงผลการทดสอบจากห้องปฏิบัติการในประเทศไทยภายใต้สภาวะควบคุมของ UN ECE R101 (NEDC) ซึ่งผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ อาทิเช่น อุณหภูมิแวดล้อม ลักษณะการขับขี่ จำนวนผู้โดยสารในรถ เป็นต้น
- เวลาในการชาร์จอาจแตกต่างกันไปและขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ อาทิ อุณหภูมิภายนอก อุณหภูมิแบตเตอรี่ อุปกรณ์ชาร์จ สภาพแบตเตอรี่ และสภาพรถ
xplORe มิติใหม่แห่งการใช้ชีวิต📱ง่ายๆบนแอปเดียว!
ดิษทัต ปันยารชุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) เปิดเผยว่า OR มีความตั้งใจในการพัฒนา xplOReให้เป็นแอปพลิเคชันที่เป็นส่วนหนึ่งของการอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตนอกบ้านของผู้บริโภคให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิด “Touch for More Life พบสิ่งที่ใช่มากกว่าที่เคย”
เพื่อสร้างประสบการณ์แบบไร้ขีดจำกัด ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ บนดิจิทัลแพลตฟอร์มที่มีบริการหลากหลาย ทั้งด้านการเดินทาง อาหารและเครื่องดื่ม กิจกรรมและความบันเทิง โดยได้รวบรวมแอปพลิเคชันต่าง ๆ ของ OR ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น บัตรสะสมคะแนน Blue Card, Blue CONNECT e-Wallet และ ฟีเจอร์อื่น ๆ อีกมากมาย มารวมไว้ในแอปพลิเคชันเดียว ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวก ลดความยุ่งยากในการใช้งาน โดยไม่ต้องเข้าใช้บริการผ่านหลายแอปพลิเคชันอีกต่อไป
xplORe ได้รวบรวมฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์การใช้งานจากหลายธุรกิจในเครือ OR รวมถึงร้านค้าพันธมิตรไว้อย่างครบครัน อาทิ ฟีเจอร์ Deal ที่มาตอบโจทย์ให้ผู้บริโภคสายกิน เที่ยว ชอป ได้จ่ายน้อยแต่ได้รับราคาที่คุ้มมาก ๆ กับดีลคูปองส่วนลดราคาพิเศษจากร้านค้าแบรนด์ดังชั้นนำ ฟีเจอร์ Pass เปลี่ยนไลฟ์สไตล์นอกบ้านให้ง่ายขึ้นตั้งแต่ในบ้าน กับการจองตั๋วกิจกรรม และความบันเทิงมากมาย ง่าย ๆ จบในแอปฯ เดียว โดยสามารถสะสมคะแนน Blue Card ทุกการใช้จ่ายจากการซื้อสินค้าบนแอปพลิเคชัน หรือจากร้านค้าในเครือ OR และนำคะแนนสะสมมาแลกรับสิทธิพิเศษ ของรางวัล และร่วมลุ้นสนุกกับกิจกรรมต่าง ๆ สำหรับสมาชิกโดยเฉพาะได้ที่ฟีเจอร์ Reward มากไปกว่านั้น xplORe ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ Wallet ที่จะทำให้ทุกไลฟ์สไตล์ของการใช้จ่ายเป็นเรื่องง่าย แบบไม่ต้องพกกระเป๋าตังค์ ด้วย e-Wallet ที่สามารถเติมเงินหรือผูกบัตรเครดิตแล้วสแกนจ่ายได้หลายที่มากขึ้น ทั้งร้านค้าในเครือ OR และร้านค้า Thai QR
ปัจจุบัน xplORe มีร้านค้าพันธมิตรชั้นนำที่เข้าร่วมให้บริการบนแอปพลิเคชันแล้วกว่า 100 แบรนด์ จำนวนกว่า 14,000 ร้านค้า ประกอบด้วย ร้านค้าในเครือ OR ได้แก่ PTT Station, FIT Auto, Café Amazon, Texas Chicken, Jiffy, Pearly Tea, KAMU KAMU, Pacamara, Kouen Premium Buffet, โอ้กะจู๋ และร้านค้าแบรนด์ดังชั้นนำ เช่น Audrey Café, McDonald’s, Black Canyon, Tsuta, Kobe Steakhouse, แม่ศรีเรือน, โชคดีติ่มซำ, มานีมีหม้อ, Café de Tu, Gram, Pablo, BreadTalk, Bun, Squeeze by Tipco และอื่น ๆ อีกมากมาย ที่พร้อมจะส่งมอบดีลส่วนลดในราคาพิเศษ ให้กับลูกค้า
xplORe เปิดใช้งานอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2566 เป็นต้นไป ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน xplORe ได้ฟรี ที่ App Store สำหรับระบบปฏิบัติการ iOS และ Google Play Store สำหรับระบบปฏิบัติการ Android
DB12 ‘The World’s First Super Tourer’ ฉลอง 75 ปีสายพันธุ์ DB
DB12 ตัวถังดีไซน์ใหม่ กว้างและดุดันยิ่งขึ้น เน้นจุดเด่นของ แอสตัน มาร์ติน ด้วยกระจังหน้าแบบ single vaned อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของรุ่น DB โดยมีขนาดใหญ่ขึ้นถึง 56% (เทียบกับ DB11 V8) เพื่อรองรับพละกำลังของ แอสตัน มาร์ติน DB12 กันชนหน้าดีไซน์ใหม่ พร้อมแผ่นรีดอากาศด้านหน้า (front splitter) โลโก้สัญลักษณ์ (Aston Martin Wing Badge) แบบใหม่ โดดเด่นยิ่งขึ้น และเป็นการนำมาติดตั้งบน แอสตัน มาร์ติน DB12 เป็นรุ่นแรก พร้อมช่องระบายอากาศบนฝากระโปรง เพื่อระบายความร้อนจากเครื่องยนต์ และเทอร์โบคู่ ที่อยู่บริเวณกลางห้องเครื่อง ไฟหน้าแอลอีดี พร้อมเดย์ไทม์รันนิงไลท์แบบใหม่ (6-block pattern) กระจกข้างทรงสปอร์ตไร้กรอบ เพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะช่วงความเร็วสูงด้วยระบบแอโรไดนามิกส์ ‘Aeroblade’ โดยใช้หลักอากาศพลศาสตร์ในการสร้างแรงกดพร้อมสปอยเลอร์หลังแบบอัตโนมัติ รวมไปถึงความประทับใจใหม่ กับ ‘Presenting Door Handles’ เมื่อกดปุ่มปลดล็อกบนกุญแจรีโมท มือจับประตูจะเปิดขึ้นอัตโนมัติ
ยกระดับให้กับรถ จีที สู่การเป็นยนตรกรรมซูเปอร์ ทัวเรอร์ ขึ้นทำเนียบยนตรกรรมพลังแรงที่สุดในคลาส ด้วยขุมพลังเบนซินทวินเทอร์โบ วี8 สูบ 4.0 ลิตร 680 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 800 นิวตันเมตร ที่ 2,750-6,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ (ZF 8HP75) อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 3.6 วินาที ความเร็วสูงสุด 325 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ห้องโดยสารยังคงความหรูหราและประณีตทุกรายละเอียด ตามแบบฉบับของ แอสตัน มาร์ติน มาพร้อมหลากหลายแนวทางการตกแต่งห้องโดยสาร จึงลงตัวกับทุกบุคลิกของผู้ครอบครอง ระบบอินโฟเทนเม้นท์แบบใหม่ พัฒนาโดย แอสตัน มาร์ติน ติดตั้งจอดิจิทัลหน้าผู้ขับแบบ TFT 10.25 นิ้ว คมชัดสูง และปรับแต่งการแสดงผลได้หลายแบบ พวงมาลัยดีไซน์ใหม่ ผสมผสานความหรูหรา ประณีต ตัดเย็บด้วยมือ เข้ากับปุ่มควบคุมระบบอินโฟเทนเมนท์ล้ำสมัย ขณะที่จอแสดงผลอเนกประสงค์ 10.25 นิ้ว ติดตั้งกลางแดชบอร์ด เน้นความสะดวกของผู้ขับ เร้าใจกับปุ่มสตาร์ท/ดับเครื่องยนต์แบบใหม่ ตัวปรับเลือกโหมดการขับแบบแป้นหมุน พร้อมสวิตช์ควบคุมต่างๆ ติดตั้งบริเวณคอนโซลกลาง ใช้งานได้สะดวก
แอสตัน มาร์ติน DB12 ออกแบบและผลิตภายใต้แนวคิด ‘Driver Centric’ โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับผู้ขับ เน้นการใช้งานที่ง่าย สะดวก และมีประสิทธิภาพสูงสุดในการควบคุมรถ การันตีการขับที่สนุกและปลอดภัยทุกสถานการณ์ ด้วย 5 โหมดการขับ คือ Wet, Individual, GT (พื้นฐาน), Sport และ Sport+ พร้อมติดตั้งระบบออกตัว (Launch Control) สำหรับการทะยานจากจุดสตาร์ท รวมถึงมีระบบควบคุมการทรงตัว (ESP-Electronic Stability Programme) ที่สามารถปรับได้ 3 แบบ คือ ON, TRACK และ OFF ที่เปิดโอกาสให้ผู้ขับได้สัมผัสกับความท้าทายในการควบคุมรถอย่างเป็นธรรมชาติ
อีกหนึ่งความพิเศษของ แอสตัน มาร์ติน DB12 คือ ช่วงล่างหน้า-ดับเบิลวิชโบน และหลัง-มัลติลิงค์ พร้อมโช้กอัพอะแดปทีฟ ‘BILSTEIN DTX’ ที่มีความความยืดหยุ่นนุ่มหนึบ และความละเอียดในการขับมากขึ้นถึง 500% (เทียบกับ DB11 V8) นอกจากนั้นยังเป็นครั้งแรก ที่มีการติดตั้งเฟืองท้ายลิมิเต็ดสลิป ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-diff) กับยนตรกรรมสายพันธุ์ DB ควบคุมรถอย่างมั่นใจด้วยคาลิเปอร์เบรกหน้า 6 พ็อต หลัง 4 พ็อต จับคู่จานเบรกโลหะเจาะรูระบายความร้อน หน้า-หลังขนาด 400 และ 360 มิลลิเมตร ตามลำดับ พร้อมมีจานเบรกคาร์บอนเซรามิก เจาะรูระบายความร้อน หน้า-หลังขนาด 410 และ 360 มิลลิเมตรเป็นออปชั่น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการชะลอความเร็ว และลดน้ำหนักใต้สปริงได้ถึง 27 กิโลกรัม ปิดท้ายด้วยล้อฟอร์จขนาด 21 นิ้ว จับคู่กับยาง Michelin Pilot Sport S 5 แก้มยางระบุอักษร ‘AML’ บ่งบอกว่าผลิตมาสำหรับ แอสตัน มาร์ติน DB12 พิเศษกับโครงสร้างโฟมด้านในช่วยลดเสียงรบกวนและนุ่มนวลยิ่งขึ้น โดยมีขนาดหน้า-หลัง 275/35/ZR21 และ 325/30/ZR21 ตามลำดับ
แนนซี่ เฉิน ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท แอสตัน มาร์ติน ลากอนดา จำกัด กล่าวว่า “ปีนี้นับว่ามีความหมายกับ แอสตัน มาร์ติน เป็นพิเศษ เนื่องในโอกาสครบรอบ 110 ปี แห่งประวัติศาสตร์ของผู้ผลิตยนตรกรรมสปอร์ตจากประเทศอังกฤษ นับตั้งแต่การคว้าชัยชนะในการแข่ง แอสตัน ฮิลล์ ไคลม์ ไปจนถึงการนำรถเข้าแข่งรายการ ฟอร์มูลาวันกรังด์ปรีซ์ ในปัจจุบัน พร้อมกันนี้ เรายังได้เฉลิมฉลองการครบรอบ 75 ปี ของยนตรกรรมสายพันธุ์ DB ที่นับเป็นต้นกำเนิดของรถ จีที (GT-Grand Tourer) ด้วยการเปิดตัวยนตรกรรมรุ่นล่าสุด แอสตัน มาร์ติน DB12 ผู้กำหนดนิยามใหม่ ‘The World’s First Super Tourer’ ”
ฉัตรชัย แก้วผ่องศรี ผู้จัดการทั่วไป แอสตัน มาร์ติน แบงคอก กล่าวว่า “รู้สึกยินดีและตื่นเต้นไปกับชาวไทย ที่จะได้สัมผัสกับ แอสตัน มาร์ติน DB12 ซึ่งได้รับการขนานนามให้เป็นยนตรกรรม ซูเปอร์ทัวเรอร์ คันแรกของโลก นับเป็นการยกระดับให้กับรถประเภท จีที ผ่านการผสมผสานความหรูหรา เข้ากับสมรรถนะของซูเปอร์คาร์ และเทคโนโลยีอันล้ำสมัยได้อย่างลงตัว”
