มินิประเทศไทยสานต่อ ‘MINI BIG LOVE’ รักษ์เล็กๆ มหาศาล!
ประภัสรา อร่ามวงศ์สมุทร ผู้อำนวยการ มินิ ประเทศไทย กล่าวว่า “นับตั้งแต่ปี 2564 มินิ ประเทศไทยจัดกิจกรรมต่างๆ ต่อเนื่องตลอดปีที่ผ่านมา ภายใต้แนวคิด ‘BIG LOVE’ เพื่อสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อม ผ่าน 2 กิจกรรมหลัก ‘BIG LOVE for the People’ การส่งต่อความห่วงใยและความสุขให้กับผู้คนและชุมชนโดยรอบ และ ‘BIG LOVE for the Planet’ มุ่งส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ ให้ลูกค้าผู้ใช้รถมินิ และสื่อมวลชนในไทยได้ร่วมกันสร้างการตระหนักรู้อย่างยั่งยืน สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจของมินิที่มุ่งพัฒนายนตรกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงแผนที่จะผลิตเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า และหยุดผลิตรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยน้ำมันภายในปี พ.ศ. 2573”
ภายใต้แนวคิด ‘BIG LOVE’ มินิ ประเทศไทย ได้จัดกิจกรรมใหญ่แห่งปีเพื่อมุ่งส่งต่อความรักและพลังบวกซึ่งถ่ายทอดภายใน MINI EXPO 2022 ด้วย ‘BIG LOVE for The City’ มอบความสุขให้กับผู้เข้าร่วมงานด้วยช็อกโกแลตจากร้าน 60 Plus Bakery & Cafe ซึ่งผลิตโดยผู้พิการ ‘BIG LOVE for Every Inspiration’ ด้วย การนำเสนอแรงบันดาลใจของไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายผ่านฟังก์ชันต่างๆ ของรถยนต์มินิ คันทรีแมน รวมถึงงาน MINI United รวมพลคนรักมินิแห่งปี ซึ่งจัดขึ้น ณ ไร่ทองสมบูรณ์คลับ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งผู้เข้าร่วมงานได้มาร่วมส่งต่อพลังบวกให้แก่กันผ่านกิจกรรมสุดสนุกสำหรับทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นแคมป์ปิ้ง งานคราฟต์และงานประดิษฐ์
สำหรับกิจกรรม ‘BIG LOVE for the People’ เริ่มด้วย MINI BIG LOVE Story in Nan ที่นำผู้เข้าร่วมทริปเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นจากชาวชุมชนบ้านก่อก๋วง ตำบลบ่อเกลือใต้ ที่รักษาวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมในชุมชนกับการประกอบอาชีพเกษตรกรรม การทอผ้าทอโบราณ หัตถกรรมผ้าทอลายไทลื้อและผ้าย้อมสีธรรมชาติ โดยยังได้ร่วมกันสนับสนุนอุปกรณ์กีฬา ทุนการศึกษา ของใช้จำเป็นให้แก่ชุมชน พร้อมมอบอุปกรณ์สำหรับซ่อมแซมและพัฒนาอาคารศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวง
‘BIG LOVE for the Planet’ ซึ่งจัดขึ้นเป็นซีรีส์ โดยนำลูกค้าผู้ใช้รถมินิ ร่วมส่งเสริมการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมผ่านการศึกษาและเรียนรู้ทรัพยากรธรรมชาติ ใน MINI BIG LOVE Story in Khao Kho ณ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งมีไฮไลต์ที่การเรียนรู้การป้องกันไฟป่า ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของมลพิษทางอากาศของภาคเหนือที่ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่า MINI BIG LOVE Story in Amphawa ณ อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม การกิจกรรมพายแพดเดิลบอร์ดเก็บขยะในคลองอัมพวา สร้างความตระหนักรู้ถึงความรับผิดชอบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเรียนรู้วิถีชีวิตชาวชุมชนริมน้ำ และ MINI BIG LOVE Story in Koh Tao ณ เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี กับเวิร์คชอปเรียนรู้การทำซ้งปลา ทุ่นที่อยู่อาศัยเทียมของปลาในทะเลที่ประดิษฐ์จากทางมะพร้าวและเชือก ซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวประมงในพื้นที่ การร่วมเก็บขยะบนชายหาดกับกลุ่ม Trash Hero บนเกาะพะงัน นอกจากนี้ มินิ ประเทศไทยยังได้ร่วมสนับสนุนต้นกล้ารวม 10,000 ต้นจากการจองรถมินิภายในงาน MINI EXPO 2022 และยังได้รับการสนับสนุนจากลูกค้าของมินิ ที่มารวมตัวกันช่วยกันขนต้นไม้ไปปลูกเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวในกรุงเทพมหานครอีกด้วย
และการก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้ มินิ ประเทศไทยยังคงเดินหน้าร่วมส่งต่อสิ่งดีๆ ให้กับชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด ‘MINI BIG LOVE’ ด้วยความเชื่อที่ว่า ‘Small people can change the world’ – แม้ว่าเราจะเป็นคนตัวเล็กๆ แต่หากเราร่วมมือกัน เราจะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้แก่โลกใบนี้ได้อย่างแน่นอน
SK ZIC Feeliq Innovation Motorsport ประลองความอึดลงแข่งรถยนต์ทางเรียบมาราธอน 25 ชั่วโมงครั้งแรกในไทย!
SK ZIC น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100% ที่สามารถทนอุณหภูมิสูง–ต่ำ ได้เป็นอย่างดี ช่วยรักษาความสมดุลของเครื่องยนต์ให้เครื่องยนต์ไหลลื่นตลอดระยะการใช้งาน จึงทำให้นักแข่งรถส่วนใหญ่เลือกใช้น้ำมันเครื่อง SK ZIC ล่าสุดในการแข่งรถรายการ Idemitsu 1500 Super Endurance 2022 เป็นการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบในรูปแบบมาราธอน 25 ชั่วโมง จัดขึ้นเป็นครั้งแรกของเอเชีย และครั้งแรกของประเทศไทย ซึ่ง SK ZIC มีโอกาสร่วมงานกับนักแข่งมืออาชีพที่ผ่านรายการแข่งระดับโลกมาแล้วหลายคนอย่าง หนึ่ง–มานะ พรศิริเชิด นักแข่งระดับแนวหน้าวงการมอเตอร์สปอร์ตเมืองไทยและเป็นนักขับไทยคนแรกที่ได้ไป Darka World Rally
นอกจากนี้ยังมีนักแข่งต่างชาติมากประสบการณ์ระดับตำนานกว่า 40 ปี อย่าง Michael Freeman นักแข่งชาวออสเตรเลียจับมือมาพร้อมกับ Billy Johnson มือขับ Ford GT40 จากรายการแข่ง Le Mans 24H ชาวอเมริกัน และอีกหนึ่งนักขับดาวรุ่งพุ่งแรงวัย 19 ปี สัญชาติออสเตรเลีย Jackson Rice ที่แสดงผลงานอย่างโดดเด่นในรายการ TA2 V8 พร้อมทีม Engineer Support มากประสบการณ์ทางด้าน R&D จากค่ายผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นยักษ์ใหญ่ร่วมกับที่ปรึกษาผู้ผลิตรถยนต์พิเศษที่ใช้ในทั่วโลกชาวออสเตรเลียนับได้ว่าเป็นทีมระดับสากลที่มีความเป็นมืออาชีพและมีประสบการณ์อย่างมากเข้าร่วมงานกัน
งานนี้ทีมงาน SK ZIC Feeliq Innovation Motorsport เลือกใช้น้ำมันเครื่อง SK ZIC TOP ในการแข่งขันครั้งนี้ ซึ่งเป็นการแข่งรถยนต์ทางเรียบที่วิ่งต่อเนื่องยาวนานถึง 25 ชั่วโมง โดยไม่มีหยุดพักการแข่งขันครั้งนี้ไม่ใช่ว่าจะเลือกใช้น้ำมันเครื่องอะไรก็ได้ แต่ต้องเป็นน้ำมันเครื่องที่มีคุณภาพ และมีคุณสมบัติทนความร้อนได้ดี นักแข่งจึงจะมั่นใจเลือกใช้ในการแข่งขันจริง
สำหรับ SK ZIC TOP 0W-40 ที่นักแข่งมืออาชีพเลือกใช้ในการแข่งขัน Endurance 25 ชม. ในครั้งนี้ เป็นน้ำมันเครื่องที่มีจุดเด่นเรื่องส่วนผสมหลักจากน้ำมันพื้นฐานกรุ๊ป4 หรือ PAO (Polyalphaolefins) กับน้ำมันสูตรพิเศษลิขสิทธิ์เฉพาะของ SK ZIC ที่ให้ค่าสังเคราะห์สูง ทำให้น้ำมันเครื่อง SK ZIC TOP มีค่าดัชนีความหนืด (VHVI) ที่สูงมากกว่าน้ำมันเครื่องที่ผลิตมาจากน้ำมันพื้นฐานกรุ๊ป3 มีประสิทธิภาพด้านการปกป้องเครื่องยนต์ที่สูงกว่า มีความสามารถในการทนอุณหภูมิได้ดีกว่า และช่วยยืดอายุการใช้งานของน้ำมันเครื่องให้ยาวนานกว่า แต่ยังคงคุณสมบัติที่ไม่ทำให้อุปกรณ์ซีลยางของเครื่องยนต์เกิดการแข็งตัวได้
ไม่เพียงเท่านี้ SK ZIC TOP ยังช่วยรักษาความสมดุลของเครื่องยนต์ให้รถได้เป็นอย่างดีเมื่อขับรถเป็นเวลานานมีความสามารถในการทนต่อการเสื่อมสภาพจากการเปลี่ยนแปลงของช่วงอุณหภูมิการใช้งานที่หลากหลายได้ดี เครื่องยนต์จะไม่ร้อนจนเกินไปส่งผลดีต่อประสิทธิภาพอัตราการขับขี่ที่ลื่นไหล คงคุณภาพการปกป้องเครื่องยนต์จากการใช้งานหนักเต็ม 100% ช่วยเพิ่มสมรรถนะและเพิ่มกำลังของรถให้ดียิ่งขึ้น พร้อมช่วยให้ประหยัดน้ำมัน เหมาะกับการขับขี่ที่ต่อเนื่อง และยาวนาน หรือแม้แต่กระทั่งการใช้งานหนัก อย่าง ธุรกิจขนส่ง คนที่ขับรถทางไกลเป็นประจำ หรือเดินทางบ่อยๆ ก็สามารถใช้น้ำมันเครื่อง SK ZIC ได้
บริษัท โอราโนส จำกัด ผู้นำเข้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์หล่อลื่น แบรนด์ SK ZIC น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ 100% จากประเทศเกาหลีใต้ มีน้ำมันเครื่องที่รองรับทั้งเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล มีค่าความหนืดหลากหลายแบบซึ่งสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ทุกการใช้งาน อีกทั้งยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่นักแข่งรถจำนวนมากเลือกใช้ ผลิตภัณฑ์หล่อลื่นแบรนด์ SK ZIC มีจำหน่ายกว่า 60 ประเทศทั่วโลก และมีชื่อเสียงระดับโลกมาอย่างยาวนาน ได้รับการยอมรับจากรถยนต์แบรนด์ชั้นนำระดับโลก ด้วยความโดดเด่นที่เป็นผลิตภัณฑ์หล่อลื่นเครื่องยนต์คุณภาพสูง ใช้น้ำมันพื้นฐานเป็นวัตถุดิบหลักของน้ำมันเครื่องถึง 90% โดยผลิตจากโรงกลั่น SK Lubricants ซึ่งเป็นโรงกลั่นที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 1 ของทวีปเอเชีย และมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก สามารถผลิตและจำหน่ายน้ำมันพื้นฐานกรุ๊ป 3 ได้มากที่สุดในโลก นับได้ว่า แบรนด์ SK ZIC เป็นผู้นำด้านการผลิตน้ำมันพื้นฐานหรือเบสออยส์ (Base Oil) ในระดับสากล
สำหรับในประเทศไทย มีร้านตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ SK ZIC กว่า 2,000 แห่งทั่วทุกภูมิภาค เพื่อส่งต่อน้ำมันหล่อลื่นประสิทธิภาพดีที่สุด ก่อนเดินทางไกลช่วงหยุดยาวปีใหม่ มาเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ZIC TOP พร้อมด้วยโปรโมชั่น “เที่ยวฟินบิน KOREA ฟรี” รับสิทธิ์ลุ้นเที่ยวสุดชิลที่เกาหลีใต้ เพียงแค่ซื้อผลิตภัณฑ์ SK ZIC ที่เข้าร่วมรายการจากร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และส่งรูปใบเปลี่ยนถ่าย พร้อมพิมพ์ชื่อ–นามสกุล และเบอร์โทรติดต่อมาที่ Line: @Oranoss สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Hot Line 1263
‘SHARGE’ จับมือ ‘เรเว่ ออโตโมทีฟ’ ค้นหา-จองชาร์จ 1,000 หัวจ่ายทั่วไทย!
พีระภัทร ศิริจันทโรภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาร์จ แมเนจเม้นท์ จำกัด หรือ SHARGEผู้นำด้านการสร้าง E
1.Showroom Installation ติดตั้ง EV Charger ให้กับโชว์รูมในระยะเปิ
2.Home Installation เป็นพันธมิตรแต่
3.Connecting with Application เป็นพันธมิ
“ยิ่งตลาดรถยนต์ EV ขยายตัวเท่
ทั้งนี้ ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์ EV ประเทศไทย ทั้งกลุ่มที่ขับเคลื่อนด้
สำหรับ BYD Group เป็นหนึ่งในบริษัทเอกชนยั
ด้าน ประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายและบริการหลั
“ตลาดรถ EV จะเติบโตได้ โครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้
ทั้งนี้ เรเว่ ออโตโมทีฟได้ร่วมจัดแสดงรถยนต์
บริษัท ชาร์จ แมเนจเม้นท์ จำกัด หรือ SHARGE เป็นผู้ให้บริการ E
BYD, Rever Application แอปเดียวครบทุกการใช้รถพลังงานไฟฟ้า!
เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจำหน่าย และ ให้บริการ หลัง การขายรถยนต์ BYD ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเปิดตัว Application บนมือถือสำหรับลูกค้า BYD เพื่อความสะดวกสบายในการใช้รถ และไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันเพียงควบคุมแค่ปลายนิ้วสัมผัส ผ่านสมาร์ทโฟน
ทุกวันนี้การใช้งานแอปพลิเคชั่น กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันไปแล้ว ทาง เรเว่ ได้ คำนึงถึงความสะดวกสบายของลูกค้า BYD จึงได้พัฒนาแอปพลิเคชั่นขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกในการขับขี่และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ให้กับท่านเจ้าของรถ ซึ่งประกอบไปด้วย BYD Application และ Rever Application โดยแอปพลิเคชั่นทั้งสองจะแบ่งแยกการทำงานอย่างชัดเจน เพื่อความอุ่นใจในทุกการเดินทาง
BYD Applicationจะช่วยควบคุมรถในฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้นและให้ทราบถึงสถานะด้านต่างๆของรถอาทิเช่น
- ล็อค/ปลดล็อคประตู
- ควบคุมเครื่องปรับอากาศ
- ควบคุมการเลื่อนกระจก
- ค้นหารถ (แฟลช/บีบแตร)
- แสดงเปอร์เซ็นต์ของแบตเตอรี่ และระยะทางที่สามารถขับขี่
- แสดงผลการล็อคประตูและปิดกระจก
- แสดงผลแรงดันลมยาง
Rever Application จะอำนวยความสะดวกให้กับท่านเจ้าของรถเสมือนเลขาส่วนตัวตลอดการเดินทาง อาทิเช่น
- ค้นหาผู้จำหน่าย
- จองคิว Test drive
- ขอเงื่อนไขการจองรถ
- หาตำแหน่งสถานีชาร์จ
- ติดต่อประกันภัยผ่านแอปพลิเคชั่น กรณีเกิดอุบัติเหตุ โดยไม่ต้องแจ้งเลขกรมธรรม์
- ติดต่อ Roadside Assistance กรณีที่มีเหตุฉุกเฉินต้องการความช่วยเหลือได้ตลอด 24 ชั่วโมง
- จองนัดหมายเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการ
- Carbon Offset สะสมระยะทางการใช้รถ
สำหรับเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า BYD เพียงโหลด Application ผ่านโทรศัพท์มือถือก็จะสามารถ เปลี่ยนการใช้รถยนต์ที่ยุ่งยากให้เป็นเรื่องง่าย รวมถึงครอบคลุมไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันของท่าน เพียงกรอกข้อมูลลงทะเบียนโดยใช้หมายเลข VIN no. พร้อมทั้งระบุหมายเลขโทรศัพท์มือถือเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของรถท่านก็จะสามารถดูสถานะต่างๆของตัวรถคันที่ท่านระบุเป็นเจ้าของได้
ประธานพร พรประภา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด กล่าว “ทางเรเว่ เราได้พยายามหาเครื่องมือที่สามารถอำนวยสะดวกตลอดการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า BYD และสร้างสรรค์ ไลฟ์สไตล์ของชีวิตสังคมยุคใหม่ ให้ตอบโจทย์ลูกค้าของเราให้ได้มากที่สุดมาโดยตลอด และตอนนี้เราได้สร้าง Application บนมือถือ ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์ของ BYD และ Rever เท่านั้น และเรายังไม่หยุดที่จะพัฒนา application นี้ในอนาคตเราวางแผนที่จะเพิ่มฟังก์ชั่น ที่ให้ประโยชน์กับเจ้าของรถ BYD เราได้ร่วมมือกับ SHARGE เพื่อมอบประสบการณ์การชาร์จไฟฟ้าที่ดีให้กับลูกค้า โดยลูกค้า สามารถค้นหา สถานีชาร์จ จองเวลาชาร์จ ดูสถานะการชาร์จ ตลอดจนชำระค่าบริการผ่านแอปพลิเคชั่นได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น
SHARGE เป็นหนึ่งในพันธมิตรหลักของเราที่มีเครือข่ายสถานีชาร์จไฟฟ้า AC และ DC ที่แข็งแกร่งทั่วกรุงเทพฯ และมีแผนที่จะขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมมากกว่า 1,000 สถานีทั่วประเทศภายในปี 2566 ด้วยแผนการทางธุรกิจที่แข็งแกร่งนี้ บวกกับการผสานรวมอย่างเต็มรูปแบบของ Rever Application และ SHARGE ในช่วงไตรมาสที่ 1- ไตรมาสที่ 2 เรามั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ในการเดินทางอย่างไร้รอยต่อ นอกเหนือจากความร่วมมือกับคู่ค้าที่แข็งแกร่งอย่าง SHARGE แล้วนั้น เราก็ได้ร่วมมือกับ EVme ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพันธมิตรของเราที่มีความแข็งแกร่งในการให้บริการเช่ารถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำในตลาด เพื่อยกระดับประสบการณ์และอำนวยความสะดวกในการเช่ารถ EV ในกรณีที่ลูกค้าต้องการเช่ารถไฟฟ้าด้วยประสบการณ์อันพิเศษผ่านแอปเรา
และแน่นอน ดิฉันขอเชิญชวนให้ทุกท่านโหลด BYD Application และ Rever Application เพื่อมาเป็นครอบครัว BYD ด้วยกันค่ะ” เรเว่ อยากรณรงค์ให้ลูกค้าของเราเห็นความสำคัญนี้ ทั้งในด้านการลดการปล่อยก๊าซ และผลประโยชน์ในเชิงการเก็บสะสม carbon credit เพื่อขายในอนาคตซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีใครริเริ่มในตลาด
สำหรับ feature Reducing Emission ในระยะแรก ลูกค้าสามารถใช้ฟีเจอร์นี้เพื่อคำนวณดูว่า การเดินทางในแต่ทริปของลูกค้านั้น ช่วยลดปริมาณการก่อให้เกิดก๊าซไปได้ประมาณเท่าใดในระยะที่เป็น full phase และด้วยความร่วมมือของหน่วยงานขององค์กรและภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เรเว่จะดำเนินการให้ลูกค้าสามารถเก็บสะสม และซื้อขาย carbon credit ในตลาด
ประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด กล่าว “จากกระแสตอบรับมีคำถามจากลูกค้าเรื่องการส่งมอบรถต่างๆ ว่าทางเราจะส่งได้ตามจำนวนตามกำหนดเวลาที่เราประกาศไปทันไหมนั้น อย่างที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้แล้วว่า เราจะเปิดรับจองเท่ากับจำนวนที่เรามีอยู่ในมือเท่านั้น ซึ่ง ณ ตอนนี้มียอดจองกว่า 10,000 คัน ซึ่งตอนนี้เราต้องหันมาโฟกัสและให้ความสำคัญเรื่องการส่งมอบอย่างไรให้ทันกับความต้องการของลูกค้าที่ตัดสินใจเลือกใช้รถ ATTO 3 เราได้สั่งรถ 10,000 คันเข้ามาถึงประเทศไทย และเริ่มทยอยส่งมอบรถตั้งแต่เดือน พ.ย. คาดว่าจะครบภายใน ก.พ. 2566 ได้ครบตามที่กำหนด เพื่อให้ผู้จำหน่ายได้มุ่งเน้นเรื่องการเตรียมรถก่อนส่งมอบให้ดีที่สุดก่อนถึงมือลูกค้า เราไม่อยากที่จะมุ่งแต่รับจองเพื่อเอายอดมาก่อน แต่ถึงเวลาส่งมอบแล้วไม่สามารถส่งรถได้ตามที่แจ้งกับลูกค้า จึงขอแจ้งปิดรับจอง ATTO 3 เป็นการชั่วคราวก่อนในวันที่ 12.12 วันนี้เป็นวันสุดท้าย”
หากลูกค้าที่สนใจอยากสัมผัสและได้ประสบการณ์การขับขี่ ATTO 3 ก็ยังสามารถทดลองขับได้ที่โชว์รูม BYD ทั่วประเทศ และถ้าสนใจที่จะเป็นเจ้าของ ATTO 3 สามารถลงชื่อแสดงความประสงค์สนใจในการจองรถ และเมื่อพร้อมเปิดรับจองอีกครั้งทางโชว์รูมจะติดต่อกลับไป
‘AL HILM’ ลูกบอลรอบชิง ฟีฟ่า เวิลด์คัพ กาตาร์ 2022
ลูกบอลทั้งสองรุ่นออกแบบโดยใช้เทคโนโลยีแบบเดียวกัน เพื่อให้สามารถเคลื่อนที่ในอากาศได้เร็วกว่าลูกฟุตบอลลูกอื่นๆ ที่เคยใช้ในการแข่งขันฟุตบอลโลก พร้อมทั้งรองรับการตอบสนองความเร็วของการแข่งขันในระดับสูงสุด โดยลูกฟุตบอลอัล ฮิล์ม มาพร้อมกับลวดลายกราฟิกอันโดดเด่น ซึ่งเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับการแข่งขันครั้งประวัติศาสตร์ อย่างฟีฟ่า เวิลด์คัพ ในรอบสุดท้าย
ลูกฟุตบอลอัล ฮิล์ม ได้รับการออกแบบให้มีพื้นผิวสีทองบนแพทเทิร์นสามเหลี่ยมสะดุดตา โดยดีไซน์ดังกล่าวได้รับแรงบันดาลใจมาจากประกายระยิบระยับของทะเลทรายซึ่งโอบล้อมรอบเมือง สีของถ้วยรางวัลฟีฟ่า เวิลด์คัพ และลวดลายของธงชาติกาตาร์ พร้อมแต่งเติมความสมบูรณ์แบบด้วยกราฟิกสีแดงเข้ม เพื่อให้สะท้อนภาพสถาปัตกรรมและธงชาติกาตาร์ได้อย่างลงตัว
สำหรับชื่อ “อัล ฮิล์ม (Al Hilm)” หรือ “The Dream” ในภาษาอังกฤษ ถือเป็นตัวแทนของช่วงเวลาพลบค่ำ ยามเมื่อท้องฟ้าสีแดงบรรจบกับผืนทะเลทราย ซึ่งเป็นเวลาเริ่มต้นที่ความฝันของผู้คนจะถูกทำให้เป็นจริงภายใต้แสงไฟจากลูเซล สเตเดียม สนามแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ
นิค แคร็กส์ (Nick Craggs) ผู้จัดการทั่วไปของอาดิดาส ฟุตบอล กล่าวว่า “ลูกฟุตบอลอัล ฮิล์ม คือตัวแทนของแสงสว่างที่เกิดจากการเชื่อมโยงทั้งโลกเข้าด้วยกันผ่านพลังของกีฬาฟุตบอล ช่วงเวลาที่ผู้คนนับล้านจากเกือบทุกประเทศทั่วโลกรวมกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อถ่ายทอดความหลงใหลที่มีต่อเกมกีฬาชนิดนี้ ซึ่งอาดิดาสขออวยพรให้ทุกทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันรอบสุดท้ายโชคดีในการแข่งขันบนเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของกีฬาฟุตบอลนี้”
อาดิดาสได้นำข้อมูลจากผลการทดสอบอย่างละเอียดในห้องทดลองของอาดิดาส อุโมงค์ลม และสนามแข่งขัน มาใช้ในการออกแบบลูกฟุตบอลอัล ฮิล์ม ซึ่งลูกบอลนี้มีชิ้นส่วนและพื้นผิวสัมผัสเช่นเดียวกับลูกฟุตบอลอัล ริห์ลา ที่ได้เปิดตัวไปก่อนหน้า ดังนี้
- CTR-CORE – แกนกลางแบบใหม่ที่อยู่ภายในลูกบอลที่มีการพัฒนาเพื่อเพิ่มความแม่นยำ ความมั่นคง และความเร็วในการเล่น ด้วยรูปทรงและการกักเก็บอากาศสูงสุด
- SPEEDSHELL – พื้นผิวลูกฟุตบอลทำจากวัสดุโพลียูรีเทน (Polyurethane) มีผิวสัมผัสขนาดเล็กบนชิ้นส่วนรูปแบบใหม่จำนวน 20 ชิ้น ช่วยพัฒนาความแม่นยำ เสถียรภาพของการเคลื่อนที่ในอากาศ และการยิงลูกฟุตบอลแบบโค้งให้ดียิ่งขึ้น
อาดิดาสได้นำความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ไม่เคยปรากฏที่ไหนมาก่อน อย่าง “Connected Ball” มาไว้ในลูกฟุตบอลอัล ฮิล์ม เช่นเดียวกับลูกฟุตบอลอัล ริห์ลา ซึ่งเทคโนโลยีนี้ได้พิสูจน์แล้วว่ามีประโยชน์อย่างยิ่งในการช่วยให้เจ้าหน้าที่จัดการแข่งขันสามารถทำการตัดสินได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้นในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้
จากการรวมข้อมูลตำแหน่งผู้เล่นเข้ากับเทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยให้ทีม Video Assistant Referees หรือ VAR สามารถทำการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ด้วยการนำข้อมูลการติดตามลูกฟุตบอลที่เซนเซอร์ภายในจับไว้ได้ มารวมกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จึงทำให้เทคโนโลยี Connected Ball สามารถทำหน้าที่แจ้งเตือนการล้ำหน้าอัตโนมัติให้กับทีม VAR ได้อีกด้วย
ทั้งนี้ ลูกฟุตบอล “อัล ฮิล์ม” ยังได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ ด้วยการใช้น้ำหมึกและกาวที่มีส่วนประกอบจากน้ำเป็นหลัก ดังนั้น ลูกฟุตบอลอัล ฮิล์ม จึงถือเป็นลูกฟุตบอลสำหรับฟุตบอลโลกรอบรองชนะเลิศและรอบชิงชนะเลิศลูกแรกที่ใช้การผลิตในลักษณะนี้
ลูกฟุตบอลอัล ฮิล์ม โปร ราคา 5,000 บาท และลูกฟุตบอลอัล ฮิล์ม มินิ ราคา 500 บาท วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2565 เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ที่อาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์, อาดิดาส แอปพลิเคชัน, อาดิดาส ออนไลน์ สโตร์ www.adidas.co.th และ ช่องทาง LINE: @adidasthailand, อาริ ฟุตบอล, ซูเปอร์สปอร์ต, และร้านค้าอุปกรณ์กีฬาชั้นนำทั่วประเทศ
ร่วมพูดคุยและติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook www.facebook.com/adidasTH และ Instagram @adidasthailand และ @adidasfootball หรือที่แฮชแท็ก #adidasfootball #FIFAWorldCup #ImpossibleIsNothing และ #adidasThailand
ปารีสอย่างปั่นเมื่อ ‘ธิง’ มือคู่หู Wednesday Addams บุกป่วนรอบปฐมทัศน์ Emily in Paris Season 3
เรียกว่าได้ว่าแสบไกลนอกเนเวอร์มอร์จริงๆ สำหรับ ‘ธิง’ เจ้ามือแสนซนคู่หู่สาวน้อยเวนส์เดย์ แอดดัมส์ จากเรื่อง Wednesday (เวนส์เดย์) ที่ล่าสุด ประกาศศักดาความแสบซนบินไปป่วนพรมแดงงานพรีเมียร์ฉายซีรีส์รอบปฐมทัศน์เรื่อง Emily in Paris Season 3 (เอมิลี่ในปารีส ซีซั่น 3) ที่ Théâtre des Champs-Elysées ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยในงาน เหล่านักแสดงและทีมผู้สร้างจากเรื่อง Emily in Paris Season 3 ตบเท้าไปร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็นผู้สร้างและผู้อำนวยการผลิต ดาร์เรน สตาร์ และ ลิลี่ คอลลินส์, ฟิลิปปีน เลอรัว–โบลิเออ, ลูกัส บราโว, แอชลีย์ พาร์ค, คามิลล์ ราซาต, ซามูเอล อาร์โนลด์, บรูโน กูเออรี, วิลเลียม อบาดี้, ลูเซียน ลาวิสเคาท์, เคท วอลช์, อาร์นอด์ บินาร์ด, ฌ็อง–คริสตอฟ บูเว, พอล ฟอร์แมน, มีเลีย เครลิง, คริสตอฟ กายเบต, คามิล ยาปี้, วิกเตอร์ มิวเตเล็ต, เควิน ไดแอส และเหมาจิ่นเซวียน
ตลอดจนผู้อำนวยการผลิต แอนดรูว์ เฟลมมิ่ง, โทนี่เฮอร์นันเดสและลิลี่เบิร์นส์พร้อมกับโปรดิวเซอร์สตีเฟนบราวน์และราฟาแอลเบโนลีแย ที่พิเศษสุดๆ คือมีแขกผู้มีเกียรติชื่อดังมากหน้าหลายตาที่เดินทางไปเข้าร่วมงานอย่าง คิม แคตทรอลล์, โซเฟีย คาร์สัน, แฮร์รี่ จอว์เซย์, นิโก้ เกรทแฮม พร้อมด้วยเอกอัคราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำฝรั่งเศสและโมนาโก เดนิส แคมป์เบลล์ บาวเออร์ และอินฟลูชื่อดังมากมายจากทั่วโลกที่ไปร่วมสนุกสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษในงานพรีเมียร์ครั้งนี้
เกี่ยวกับเอมิลี่ในปารีส (Emily in Paris) ซีซั่น 3:
วันฉาย: 21 ธันวาคม 2565
จำนวนตอน: 10 ตอน (ตอนละ 30 นาที)
ผู้สร้าง / อำนวยการผลิต / เขียนบท: Darren Star
ผู้อำนวยการผลิต: Andrew Fleming, Tony Hernandez (JAX Media), Lilly Burns (JAX Media), Alison Brown, Robin Schiff
โปรดิวเซอร์: Raphaël Benoliel, Stephen Brown, Lily Collins, Jake Fuller, Ryan McCormick
ผู้ร่วมผลิต: Sarah Choi
ผู้ร่วมอำนวยการผลิต: Grant Sloss
โปรดิวเซอร์ผู้ดูแลการผลิต: Joe Murphy
นักแสดง: Lily Collins (Emily Cooper), Philippine Leroy-Beaulieu (Sylvie Grateau), Ashley Park (Mindy Chen), Lucas Bravo (Gabriel), Camille Razat (Camille), Samuel Arnold (Julien), Bruno Gouery (Luc), William Abadie (Antoine Lambert), Lucien Laviscount (Alfie)
Recurring Cast: Kate Walsh (Madeline), Arnaud Binard (Laurent Grateau), Jean-Christophe Bouvet (Pierre Cadault), Paul Forman (Nicolas De Leon), Melia Kreiling (Sofia Sideris), Jeremy O. Harris (Grégory Elliot Duprée), Soren Bregendal (Erik DeGroot), Christopher Guybet (Gérard, Camille’s father), Camille Japy (Louise, Camille’s mother), Kevin Dias (Benoît), Jin Xuan Mao (Étienne), Roe Hartrampf (Doug), Jason Tottenham (Scott)
Directors: Andy Fleming (301-303, 309, 310), Erin Ehrlich (304, 305), Peter Lauer (306), Katina Medina Mora (307, 308)
ผู้เขียน: Grant Sloss (301, 309), Alison Brown (302, 308), Joe Murphy (303, 307), Sarah Choi (304), Robin Schiff (305), Liz Eney (306), Darren Star (310)
เรื่องย่อ: หนึ่งปีหลังย้ายจากชิคาโกมาปารีสเพื่อทำงานในฝัน เอมิลี่พบว่าตัวเองกำลังมาถึงทางแยกที่ตัดสินใจยากสุดๆ ในทุกเรื่องของชีวิต เธอต้องเลือกสองเส้นทางที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง และต้องตัดสินใจให้ชัดว่าจะวางตัวเองไว้ตรงไหนทั้งในเรื่องงานและเรื่องชีวิตรัก เพราะการตัดสินใจทั้งหมดนี้จะมีผลต่ออนาคตของเธอในฝรั่งเศส ในขณะเดียวกัน เธอยังได้พบเจอกับการผจญภัยและเซอร์ไพรส์เหนือความคาดคิดที่ชีวิตในปารีสมอบให้ไปด้วย
แดร์เรน สตาร์ ผู้สร้างและผู้จัดดีกรีรางวัลกลับมาสร้างซีซั่น 3 ของ Emily in Paris ซึ่งได้เข้าชิงรางวัลเอมมี่อีกครั้ง ลิลี่ คอลลินส์ ผู้สร้างและนักแสดงนำ กลับมารับบทเอมิลี่ คูเปอร์ ร่วมกับนักแสดงหลักขาประจำของซีรีส์อย่างฟิลิปปีน เลอรัว–โบลิเออ, ลูกัส บราโว, แอชลีย์ พาร์ค, คามิลล์ ราซาต, ซามูเอล อาร์โนลด์, บรูโน กูเออรี, วิลเลียม อบาดี และ ลูเชียน ลาวิสเคาท์ “EMILY IN PARIS” เป็นผลงานผลิตของ MTV Entertainment Studios, Darren Star Productions และ Jax Media
OATSIDE พร้อมเสริ์ฟเมนูลับจาก ‘นมโอ๊ต’ บนคริสต์มาสฟู้ดทรัค!
ล่าสุด OATSIDE เดินหน้าขยายฐานลูกค้าร่วมกับร้านคาเฟ่ และเบเกอรี่ ที่เข้ามาร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ยกตัวอย่าง เช่น ชาตรามือ, Tim Hortons, ChaEn, The Coffee Club, Plantae, Kamu, Rolling Roaster, Kaichong หรือแม้แต่กระทั่งร้านโดนัท Drop by Dough ร่วมจัด OATSIDE Christmas Food Truck พร้อมรังสรรค์เมนูสุดพิเศษที่แตกต่างกันไปในแต่ละสถานที่ ร่วมทั้งยังมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกลุ้นรับรางวัล และของขวัญ Limited Edition แทนคำขอบคุณในช่วงเทศกาลแห่งความสุขนี้
ตารางกิจกรรม OATSIDE Christmas Food Truck ได้ตามวันและเวลาดังนี้
- วันที่ 25-27 พฤศจิกายน สามย่านมิตรทาวน์ 12.00 – 20.00 น. ร่วมกับ ชาตรามือ
- วันที่ 29-30 พฤศจิกายน อาคาร G Tower เวลา 15.00 – 22.00 น. ร่วมกับ Tim Hortons
- วันที่ 1 ธันวาคม อาคาร United Center Silom เวลา 08.00 -15.00 น. ร่วมกับ Tim Hortons
- วันที่ 2-5 ธันวาคม Good Food at Sermsuk Warehouse เวลา15.00 – 24.00 น. ร่วมกับ ChaEn
- วันที่ 6-7 ธันวาคม Pearl Ari เวลา 08.00 – 15.00 ร่วมกับ The Coffee Club
- วันที่ 8-9 ธันวาคม อาคาร Singha Complex เวลา 08.00 – 15.00 น. ร่วมกับ Plantae
- วันที่ 10-11 ธันวาคม Center Point SiamSquare เวลา 12.00 – 20.00 น. ร่วมกับ Kamu
- วันที่ 13 ธันวาคม อาคารเพลินจิต เซ็นเตอร์ เวลา 08.00-15.00 น. ร่วมกับ Rolling Roaster
- วันที่15-18 ธันวาคม งาน Wonderfruit Festival เวลา 10.00-18.00 น. ร่วมกับ Kaichong
- วันที่ 20 ธันวาคม SWU Market ตลาดนัด มศว เวลา 08.00-15.00
- วันที่ 21-23 ธันวาคม Out Of Box at K Village เวลา 15.00-22.00 น. ร่วมกับ Drop by Dough
- วันที่ 24 -25 ธันวาคม Out Of Box at K Village เวลา 11.00-22.00 น. ร่วมกับ Drop by Dough
หลังจากที่ OATSIDE ได้เปิดตัวในเมืองไทยเมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์ได้รับกระแสตอบรับจากผู้บริโภค เป็นอย่างดี ตอบโจทย์การรังสรรค์เมนูสุดอร่อย ไม่ว่าจะเป็นเมนูเครื่องดื่ม เบเกอรี่ และอาหาร ก็สร้างสรรค์ให้รสชาติโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เป็นที่ถูกใจของคนที่ได้ลิ้มลอง การร่วมจัด OATSIDE Christmas Food Truck กับพาร์ทเนอร์ต่างๆ พร้อมรังสรรค์เมนูสุดพิเศษที่แตกต่างกันไปในแต่ละสถานที่ ร่วมทั้งยังมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกลุ้นรับรางวัล และของขวัญ Limited Edition ถือ เป็นการขอบคุณลูกค้าทุกคนในช่วงเทศกาลแห่งความสุขที่จะมาถึง
ลูกค้าที่สนใจสั่งซื้อ OATSIDE มีวางจำหน่ายแล้วทั้งสามรสชาติ ได้แก่ Barista Blend, Chocolate และ Chocolate Hazelnut ในราคา 115 บาท และ 130 บาท ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำใกล้บ้านคุณแล้ว รวมถึงช่องทางออนไลน์ Shopee และ Lazada Official Store และสามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมต่างๆ ในช่องทาง Facebook: OATSIDE Thailand แล้วคุณจะไม่อยากเชื่อว่านี่คือรสชาติและสัมผัสของนมจากพืช!!!
**********
OATSIDE เป็นบริษัทสตาร์ทอัพด้านนมจากพืชเต็มรูปแบบเพียงรายเดียวในเอเชียที่มุ่งมั่นที่จะส่งมอบนมโอ๊ตคุณภาพสูงจากโรงงานที่ล้ำสมัย เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการผลิตจากโอ๊ตจนเป็นน้ำนมนั้นมาจากแหล่งผลิตที่ใส่ใจในเรื่องความยั่งยืนและปราศจากสิ่งเจือปน เพื่อให้ทุกคนพึงพอใจและได้คุณประโยชน์สูงสุดจากการดื่มนม
ปัจจุบัน OATSIDE ระดมทุนได้แล้ว 22 ล้านเหรียญสิงคโปร์ โดยปิดรอบ Pre-Series A ในเดือน ธ.ค. 2563 นำโดย Proterra Investment Partners Asia ซึ่งเป็นบริษัทด้านการลงทุนใน private equity (เข้าซื้อหุ้นหรือลงทุนในหุ้นที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์) ที่เน้นการลงทุนใน food value chain
ส่วนนักลงทุนรายอื่นๆ ได้แก่ Commonwealth Ventures ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Commonwealth Capital กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มของสิงคโปร์ Wee Teng Wen จาก The Lo & Behold Group ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจบริการชั้นนำของสิงคโปร์ที่อยู่เบื้องหลัง แบรนด์ต่างๆ เช่น The Warehouse Hotel, Odette และ Loof รวมถึงกิจการของครอบครัวของ Cher Wang ผู้ร่วมก่อตั้งและประธาน VIA Technologies และ HTC Corporation พันธกิจของ OATSIDE คือ การผลิตนมข้าวโอ๊ตที่ดีต่อสุขภาพและช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับธรรมชาติ ด้วยรสชาติที่อร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ OATSIDE เป็นบริษัทสตาร์ทอัพด้านนมจากพืชเต็มรูปแบบเพียงรายเดียวในเอเชียที่มุ่งมั่นที่จะส่งมอบนมโอ๊ตคุณภาพสูงจากโรงงานที่ทันสมัย เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการผลิตจากข้าวโอ๊ตจนเป็นน้ำนมนั้นมาจากแหล่งผลิตที่ใส่ใจในเรื่องความยั่งยืนและปราศจากสิ่งเจือปน เพื่อให้ทุกคนพึงพอใจและได้คุณประโยชน์สูงสุดจากการดื่มนม OATSIDE
ปอร์เช่ 911 ดาร์ก้า สืบทอด DNA แชมป์ Paris-Dakar Rally ปี 1984
ปอร์เช่เปิดตัวรถสปอร์ตรุ่นพิเศษปอร์เช่ 911 ดาร์ก้า (Dakar) ใหม่ ในงานมหกรรมยานยนต์ ลอสแอนเจลิส ออโต โชว์ (Los Angeles Auto Show) รถสปอร์ตสุดพิเศษที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสมรรถนะทั้งบนเส้นทางออฟโรด และ ออนโรด ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 2,500 คันทั่วโลก นอกจากเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของปอร์เช่ 911 ในวิถีที่หลายคนคาดไม่ถึง และยังเป็นการคารวะต่อชัยชนะ Overall ครั้งแรกของปอร์เช่ จากรายการแข่งขันทางฝุ่น Paris-Dakar Rally ปี 1984 ซึ่งถือกำเนิดขึ้นพร้อมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ all-wheel drive ในรถสปอร์ตปอร์เช่ 911 นอกจากนี้ยังสามารถสั่งติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่ง Rallye Design Package แนวทางเดียวกับรถแข่งแรลลี่ตัวแรงอันเป็นเอกลักษณ์
911 Dakar (ดาร์ก้า) ได้รับการปรับความสูงของตัวรถเพิ่มขึ้น 50 มิลลิเมตรจากปอร์เช่ 911 Carrera (คาร์เรร่า) ที่ติดตั้งช่วงล่างแบบสปอร์ต ด้วยระบบ Lift System ยังสามารถสั่งการยกความสูงทั้งด้านหน้า และด้านหลังเพิ่มขึ้นอีก 30 มิลลิเมตร เรียกได้ว่าเทียบเคียงกับรถยนต์ SUV ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นความสูงใต้ท้องรถ หรือประสิทธิภาพในการปีนไต่ทางลาดชัน ระบบ Lift system การใช้งานที่ระดับ ‘High level’ นำพารถยนต์พุ่งผ่านเส้นทาง Off-road ที่ความเร็วไม่เกิน 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ที่ความเร็วเกินกว่านั้น ระบบจะปรับลดระดับความสูงลงมาในตำแหน่งปกติโดยอัตโนมัติ
ยาง Pirelli Scorpion All Terrain Plus (ขนาด 245/45 ZR 19 ที่ด้านหน้า และ 295/40 ZR 20 ที่ด้านหลัง) ซึ่งออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ ลายดอกยางพร้อมลุยความลึกถึง 9 มิลลิเมตร และแก้มยางเสริมความแข็งแกร่ง มั่นใจในความทนทานด้วย Threads ของยางที่ผลิตจากผ้าใบเสริม Carcass plies จำนวน 2 ชั้น ทั้งหมดคือปัจจัยที่ทำให้ยางรถยนต์ของปอร์เช่ 911 Dakar (ดาร์ก้า) เหมาะสมที่สุดสำหรับการบุกตะลุยทุกเส้นทาง นอกจากนี้ยังสามารถเลือกติดตั้งยางรถยนต์ Pirelli P Zero เวอร์ชั่นปกติ และยาง Winter สำหรับฤดูหนาวได้ตามความต้องการ ซึ่งยางทั้งหมดมาพร้อมผ้าใบเสริม Carcass plies 2 ชั้นเช่นกัน
เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ ความจุ 3.0 ลิตร เทอร์โบคู่ พละกำลังสูงสุด 480 แรงม้า (353 กิโลวัตต์) แรงบิด 570 นิวตันเมตร ดุดันด้วยเสียงคำรามกระหึ่ม อันเป็นเอกลักษณ์ของขุมพลังบ็อกซ์เซอร์ รถสปอร์ต รุ่นล่าสุดคันนี้สามารถออกตัวจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ ภายในระยะเวลาเพียง 3.4 วินาที ความเร็วสูงสุดจำกัดไว้ที่ 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ในรุ่นมาตรฐาน เครื่องยนต์จะถ่ายทอดกำลังไปยังระบบเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่อัจฉริยะ PDK 8 จังหวะ และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ all-wheel drive ส่วนของอุปกรณ์มาตรฐานอื่นๆ ประกอบด้วย ระบบช่วยเลี้ยวล้อหลัง rear-axle steering จุดยึดแท่นเครื่องที่ยกมาจากปอร์เช่ 911 GT3 และ PDCC anti-roll stabilisation เมื่อทุกอย่างข้างต้นผสานการทำงานร่วมกัน ทำให้ 911 Dakar สามารถทำความเร็วได้ในทุกสภาพพื้นถนน โดยสมรรถนะการขับขี่เหนือชั้นไม่ต่างจากการขับขี่ในสนาม Nürburgring Nordschleife
สร้างความมั่นใจด้วยสมรรถนะสไตล์ออฟโรด (off-road) ได้เต็มพิกัดจาก driving modes ใหม่ถึง 2 รูปแบบ ซึ่งสามารถสั่งการใช้งานฟังก์ชั่นได้จากปุ่มควบคุม Rotary switch บนพวงมาลัย โดย Rallye mode เหมาะกับทางลื่น หรือเส้นทางที่ต้องการเน้นประสิทธิภาพจากระบบ all-wheel drive ในส่วนของ off-road mode จะปรับระดับใต้ท้องรถขึ้นโดยอัตโนมัติ ดีไซน์เพื่อถ่ายทอดกำลังขับเคลื่อนสูงสุด สำหรับเส้นทางทุรกันดาร หรือเนินทราย ทั้งสองรูปแบบใน driving modes สามารถทำงานร่วมกับระบบ Rallye Launch Control ใหม่ล่าสุด ให้อัตราเร่งอันยอดเยี่ยมแม้บนผิวทางเปียกลื่น และระบบจะอนุญาตให้เกิดการลื่นไถลของล้อได้ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์
เสริมบุคลิกเฉพาะตัวให้กับปอร์เช่ 911 Daka (ดาร์ก้า) ด้วยอุปกรณ์พิเศษที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ สปอยเลอร์หลังน้ำหนักเบาแบบ Fixed ผลิตจากวัสดุ CFRP รวมทั้งฝากระโปรง CFRP พร้อมช่องดักอากาศสไตล์สปอร์ตตัวแรงที่ยกมาจากปอร์เช่ 911 GT3 นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดเกี่ยวกับชิ้นงาน off-road มากมายที่ติดตั้งเป็นมาตรฐาน อาทิ ขอเกี่ยวลากรถอลูมิเนียมสีแดง บริเวณกันชนหน้า และหลัง ซุ้มล้อขยายขนาดความกว้าง และชายล่างผลิตจาก stainless steel กันกระแทกรอบคันทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้าง ช่องรับอากาศด้านข้างดีไซน์ใหม่เสริมความดุดันให้มุมมองหน้ารถ พร้อมกระจัง stainless steel ป้องกันกรวดหินที่อาจดีดขึ้นมาจากผิวทาง
หลังคาของปอร์เช่ 911 Dakar (ดาร์ก้า) ติดตั้งช่องจ่ายกระแสไฟ 12 โวลท์ สำหรับชุดไฟส่องสว่าง และแร็คหลังคาซึ่งเป็นอุปกรณ์พิเศษ สามารถรับน้ำหนักได้ 42 กิโลกรัม ตัวแร็คเสริมฟังก์ชั่นด้วยการติดตั้งเครื่องมือสำหรับการแข่งขันแรลลี่ ได้แก่ ถังน้ำมันเชื้อเพลิง และถังน้ำสำรอง พลั่วอเนกประสงค์แบบพับเก็บได้ และแผ่นรอง Traction boards อุปกรณ์เสริมสำหรับจัดเก็บสัมภาระบนหลังคา ทั้งหมดจัดวางได้อย่างเป็นระเบียบ นอกจากนี้ยังสามารถสั่งติดตั้งเต็นท์หลังคาเพิ่มเติมให้กับปอร์เช่ 911 Dakar (ดาร์ก้า) ได้อีกด้วย
ภายในห้องโดยสาร ปอร์เช่ 911 Dakar (ดาร์ก้า) ยังคงไว้ซึ่งบรรยากาศของความเป็นรถสปอร์ตสายพันธ์แรงในทุกอณู ด้วยเบาะนั่งมาตรฐาน Full bucket seats รวมทั้งถอดเบาะหลังออก กระจกรอบคัน และแบตเตอรี่น้ำหนักเบา จากการลดภาระน้ำหนังดังกล่าวมาส่งผลให้ปอร์เช่ 911 Dakar (ดาร์ก้า) มีน้ำหนักรวม 1,605 กิโลกรัม หรือหนักกว่าปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า โฟร์ จีทีเอส (Carrera 4 GTS) ที่ติดตั้งระบบเกียร์ PDK เพียง 10 กิโลกรัม เท่านั้น
อีกหนึ่งความพิถีพิถันที่ปรากฏภายในห้องโดยสารมาตรฐานของรุ่นดาร์ก้า (Dakar) คือการตกแต่งด้วยวัสดุ Race-Tex พร้อมเดินตะเข็บด้วยสีเขียว (Shade Green) นอกจากนั้นยังสามารถสั่งติดตั้งอุปกรณ์พิเศษ Metallic exterior finish สำหรับปอร์เช่ 911 Dakar (ดาร์ก้า) รวมไปถึงชุดตกแต่ง Rallye Sport Package พร้อม Roll-over bar เข็มขัดนิรภัย 6 จุด และเครื่องมือดับเพลิง
ชุดแต่ง Rallye Design Package สะท้อนภาพรถแข่งแรลลี่ตัวแรง เจ้าของแชมป์การแข่งขัน Paris-Dakar ปี 1984
หัวใจสำคัญของอุปกรณ์พิเศษ ชุดแต่ง Rallye Design Package จาก Porsche Exclusive Manufaktur คือสีตัวถัง Two-Tone ที่มาในเฉดสีขาว ตัดด้วยสีน้ำเงิน Enzian Blue Metallic นับเป็นครั้งแรกที่ปอร์เช่บรรจุสีตัวถังแบบ Bi-colour paint และการตกแต่งลวดลายลงในรถจากสายการผลิตปกติ ด้านข้างรถลูกค้าสามารถเลือกติดหมายเลขได้โดยอิสระตั้งแต่ 0 ถึง 999 ตามด้วยลายคาด Rally stripes สีแดง และสีทอง ปอร์เช่ 911 Dakar ที่ติดตั้งชุดแต่ง Rallye Design Package มีความโดดเด่นสง่างามจากพื้นฐานที่อ้างอิงรถแข่งเจ้าของตำแหน่งแชมป์เปี้ยนชนะเลิศจากการแข่งขันแรลลี่ Paris-Dakar ปี 1984 รวมไปถึงตัวอักษร “Roughroads” ที่ประทับลงบนบานประตู อีกหนึ่งเครื่องหมายอันเปรียบเสมือนตราสัญลักษณ์ประจำตัวของ 911 Dakar (ดาร์ก้า) และรถแข่งสายพันธ์ออฟโรด (Off-road) จากปอร์เช่ ขอบล้อสีขาว และแผงไฟท้ายสีแดง สร้างความแตกต่างจากรุ่นมาตรฐานในทันทีที่สังเกต Highlights อื่น ๆ สามารถพบเห็นได้จากภายในห้องโดยสาร ซึ่งรายรอบด้วยวัสดุ Race-Tex และชิ้นงานหนังแท้ รวมทั้งเข็มขัดนิรภัยสีน้ำเงิน Sharkblue
นาฬิกาข้อมือ Porsche Design Chronograph ผู้ครอบครองปอร์เช่ 911 Dakar (ดาร์ก้า) สามารถสั่งซื้อนาฬิกาข้อมือ Porsche Design Chronograph 1 – 911 Dakar หรือ Chronograph 1 – 911 Dakar Rallye Design Edition ที่เข้ากับตัวรถ นับเป็นครั้งแรกที่ตัวเรือนนาฬิกาผลิตจากวัสดุป้องกันรอยขีดข่วน Scratch-resistant และ light titanium carbide
ปอร์เช่ 911 Dakar (ดาร์ก้า) ใหม่ ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 22.9 ล้านบาท สำหรับชุดแต่ง Rallye Design Package ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 2.56 ล้านบาท
ทดสอบตามมาตรฐาน NEDC: อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย: 9.5 กิโลเมตรต่อลิตร หรือ 10.5 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร; อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ย: 239 กรัมต่อกิโลเมตร
ทดสอบตามมาตรฐาน WLTP: อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย: 8.8 กิโลเมตรต่อลิตร หรือ 11.3 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร; อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ย: 256 กรัมต่อกิโลเมตร
พลากได้ไง ‘The Park of True Happiness’ จุดเช็คอินสุดล้ำ!
True Digital Park (ทรู ดิจิทัล พาร์ค) และศูนย์การค้า 101 True Digital Park ปุณณวิถี เปิดตัวเทศกาล “THE PARK OF TRUE HAPPINESS” เนรนิตแลนด์มาร์กสำหรับเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขในธีม COSMIC CHRISTMAS ห้วงอวกาศสุดล้ำ พร้อมเทเลพอร์ตช่วงเวลาแห่งความสุขทะลุมิติมาให้คนไทยทุกคนได้เพลิดเพลินไปกับกิจกรรมสุดพิเศษตั้งแต่วันนี้และตลอดเดือนธันวาคม ตื่นตาตื่นใจกับไฮไลท์ “แลนด์มาร์กจุดถ่ายภาพ” กับต้นคริสต์มาสรวมถึง Space Santa และเหล่าผองเพื่อนที่สายโซเชียลมีเดียต้องมาถ่ายรูปให้ได้ และพลาดไม่ได้กับ โปรโมชันและดีลส่วนลดจากร้านค้าและร้านอาหารชั้นนำส่งท้ายปีสุดคุ้ม ตั้งแต่วันนี้ – 8 มกราคม 2566
ภายในงานเปิดตัวเทศกาล “THE PARK OF TRUE HAPPINESS” True Digital Park ได้เชิญ “ไบรท์ นรภัทร วิไลพันธุ์” พระเอกที่ฮอตที่สุดในนาทีนี้มาร่วมแสดงมินิคอนเสิร์ต ณ บริเวณ 101 Hillside พร้อมเปิดตัวต้นคริสต์มาส แลนด์มาร์กในช่วงเทศกาลคริสต์มาสที่ชาวสุขุมวิทต้องห้ามพลาด กิจกรรมประกวดภาพถ่ายลุ้นของรางวัลสุดพิเศษ และกิจกรรมสุดพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย
THE PARK OR TRUE HAPPINESS LANDMARK
แลนด์มาร์กสำหรับเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขที่ True Digital Park ได้ถูกเนรมิตให้เป็นห้วงอวกาศ Cosmic Christmas สุดล้ำ ที่สายโซเชียล Facebook, Instagram และ TikTok ห้ามพลาดถ่ายรูปกับเหล่าคาแรคเตอร์สุดปัง นำทีมโดย Space Santa และลูกเรืออวกาศ ตุ๊กตาหิมะ Frosty, กวางเรนเดียร์, สุนัข Buddy และ Beagle รวมถึงกระต่าย Snow Rabbit ที่มาในลุคใส่แว่น AR/VR และโดรน Drummer-Boy Dronies สุดเท่ ที่เดินทางทะลุมิติมาร่วมส่งมอบความสุขให้กับคนไทยที่ True Digital Park บริเวณสกายวอร์ค BTS ปุณณวิถี ไปจนถึงที่ตัวโครงการ True Digital Park รวมถึงส่วนขยายอาคารใหม่ ตึกเวสต์เฟสสอง พบกับต้นคริสต์มาสสัญลักษณ์แห่งความสุขประจำเทศกาลที่ประดับไฟสูงกว่า 10 เมตร และการโชว์ไฟทั่วบริเวณโครงการอีกด้วย
TRUE HAPPINESS PHOTO CONTEST
พิเศษ! ร่วมสนุกกับกิจกรรมประกวดภาพถ่ายลุ้นรับของรางวัลกว่า 101 รางวัลตั้งแต่วันนี้ – 8 มกราคม 2566 เพียงแค่กดไลก์เพจ 101 True Digital Park บน Facebook และกดติดตาม @101TrueDigitalPark บน Instagram และแชร์โมเมนต์แห่งความสุขของคุณผ่านรูปถ่ายหรือวิดีโอที่ True Digital Park ลงบน Facebook, Instagram หรือ TikTok ใส่แฮชแท็ก #theparkoftruehappiness #truedigitalpark และ #101truedigitalpark พร้อมเขียนแคปชั่นความประทับใจเมื่อมาที่ True Digital Park คอนเทนต์ที่โพสต์แล้วโดนใจคณะกรรมการก็รับของรางวัลกันไปเลย ประกาศรายชื่อผู้โชคดีวันที่ 11 มกราคม 2566 ผ่านทาง Facebook 101 True Digital Park
รางวัลประกอบไปด้วย รับสิทธิเข้าใช้งานที่ TDPK co-working space 3 เดือน 5 รางวัล มูลค่า 22,500 บาท, สิทธิสมาชิก Virgin Active 3 เดือน 4 รางวัล มูลค่า 13,600 บาท และ บัตรกำนัลร้านอาหารมูลค่า 500 บาท 50 รางวัล
*บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และคำตัดสินของบริษัทฯ ถือเป็นที่สิ้นสุด
TRUE HAPPINESS FESTIVE EVENTS
มอบความบันเทิงสุดพิเศษต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขกับ กิจกรรม วันคริสต์มาส และวันส่งท้ายปี
- วันที่ 24-25 ธันวาคม 2565 เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศคริสต์มาสท่ามกลางหิมะโปรยปราย, พบกับขบวนพาเหรดของ Space Santa และผองเพื่อนที่จะมาแจกของที่ระลึก ขนม และของขวัญตามจุดต่าง ๆ และคณะนักร้องประสานเสียงตัวน้อยที่จะมาร่วมขับร้องบทเพลงคริสต์มาสเป็นของขวัญให้กับทุกคน โดยจะแบ่งการแสดงออกเป็น 2 รอบ รอบที่ 1 เวลา 18.00 น. รอบที่ 2 เวลา 19.00 น. พิเศษสุดเมื่อช้อปปิงภายในงานครบ 101 บาท รับสิทธิ์ถ่ายรูป ฟรี! ก่อนใครเพื่อเก็บความทรงจำสุดพิเศษนี้ไว้
- วันที่ 31 ธันวาคม 2565 สนุกไปกับเพลงมันส์ ๆ กับบูท DJ ตั้งแต่เวลา 18.00 – 21.00 น.
- เพลิดเพลินกับวงดนตรีสดในบรรยากาศสบายๆ ชิลๆ ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ตั้งแต่วันนี้ – 26 ธันวาคม 2565
TRUE HAPPINESS SHOPPING @101 TRUE DIGITAL PARK
มอบความคุ้มค่าในการจับจ่ายใช้สอยและทวีคูณความสุขให้ทุกคนส่งท้ายปีกับ Happiness Rewards สุดพิเศษ เมื่อช้อปที่ True Digital Park ตลอดเทศกาล ตั้งแต่วันนี้ – 8 มกราคม 2566
ช้อปสนุกกับส่วนลดร้านค้าที่ร่วมรายการและแลกคะแนนแบบสุดคุ้มสำหรับสมาชิก 101 เมื่อช้อปครบ 1,500 บาท หรือใช้ 500 คะแนน รับบัตรกำนัลจากร้าน IPPUDO, LT FISH RESTAURANT, MALA, OYSTER BAY, TOPS MARKET, WUAGYU มูลค่า 100 บาท (จำกัด 1,000 สิทธิ์), ช้อปครบ 3,000 บาท หรือใช้ 1,000 คะแนน รับบัตรกำนัลจากร้าน, NAILS & TOES, SHINLA, STEAK LAO มูลค่า 200 บาท (จำกัด 500 สิทธิ์), ช้อปครบ 5,000 บาท หรือใช้ 2,000 คะแนน รับบัตรกำนัลจากร้าน GETFRESH, KUB KAO KUB PLA, TOPS MARKET, YVES ROCHER VOUCHER มูลค่า 500 บาท (จำกัด 500 สิทธิ์) โดยสามารถรวมใบเสร็จได้สูงสุด 3 ใบ ภายใน 3 วัน
พิเศษสำหรับผู้ถือบัตรเครดิต KTC, Krungsri Credit Card และ TTB สามารถแลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 12-15% เมื่อใช้คะแนนเท่ากับยอดชำระ โดยต้องแลกภายในวันที่ใช้จ่ายและมีเงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทบัตรฯ กำหนด รับสิทธิพิเศษและโปรโมชันเมื่อใช้จ่ายผ่าน TrueMoney wallet ภายในศูนย์การค้า 101 True Digital Park
GIVING IS TRUE HAPPINESS
พิเศษ! ร่วมส่งต่อความสุขในเทศกาลแห่งความสุขนี้กับ มูลนิธิเส้นด้าย เพื่อสนับสนุนโครงการอบรมการกู้ชีพฉุกเฉินและโครงการรถเส้นด้าย รับ-ส่งผู้ป่วย พิเศษ! สำหรับสมาชิก 101 รับ 50 คะแนนเมื่อร่วมบริจาค ตั้งแต่วันที่ 17-30 พ.ย. และ 15-26 ธ.ค. 65 ที่บริเวณแผนกต้อนรับชั้น 2
ดร.จิระพงศ์ พิพัฒนภิวงศ์ ประธานผู้อำนวยการ บริษัท วิซดอม แลนด์มาร์ก คอร์ปอเรชั่น จำกัด ศูนย์การค้า 101 ทรู ดิจิทัล พาร์ค กล่าวว่า “ศูนย์การค้า 101 True Digital Park และพันธมิตรร้านค้าในโครงการได้จัดเตรียมกิจกรรม สุดพิเศษให้กับคนไทยทุกคนเพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความสุขพร้อมต้อนรับปี 2566 ด้วยแนวคิดการตกแต่งพื้นที่ในธีม COSMIC CHRISTMAS ทีนำสมัยและไม่มีใครเหมือน สอดคล้องกับการเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมดิจิทัลแห่งแรกในไทยที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราหวังว่าจะได้ร่วมส่งมอบความสุขและรอยยิ้มให้กับทุกคนได้มาเพลิดเพลินกับกิจกรรมเพื่อความบันเทิงหลากหลายรูปแบบที่เราได้จัดไว้ให้ตลอดระยะเวลาเกือบ 2 เดือนนี้”
ดร. ธาริต นิมมานวุฒิพงษ์ ผู้จัดการทั่วไป True Digital Park กล่าวว่า “นอกจากการตกแต่งพื้นที่และกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นภายในโซนศูนย์การค้าแล้ว ทรูดิจิทัล พาร์ค ยังมีพื้นที่หลากหลายตอบโจทย์ครบทุกมิติการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ และยังมีงานอีเว้นท์หมุนเวียนตลอดทั้งปี อาทิ งานทอล์ค งานนิทรรศการด้านมัลติมีเดีย เป็นต้น เราหวังว่าที่นี่จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจและความประทับใจให้กับทุกคนในเทศกาลแห่งความสุขนี้”
อัพเดทข่าวสารงาน The Park of True Happiness และกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมายภายในงานผ่านช่องทางต่างๆ ของทาง 101 True Digital Park ได้ที่, Facebook, และ Instagram หรือแอดไลน์ @True101 ห้ามพลาดแล้วรอพบกับกิจกรรมความสนุกพร้อมรับสิทธิพิเศษอีกมากมายได้เร็วๆ นี้
**********
True Digital Park และ 101 True Digital Park ตั้งอยู่ทางตะวันออกของกรุงเทพฯ ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสปุณณวิถี และตั้งอยู่ใจกลางย่านนวัตกรรมต้นแบบด้านดิจิทัลของประเทศไทย (Bangkok CyberTech District) ภารกิจของ True Digital Park คือ การให้พื้นที่สำหรับสตาร์ทอัปและผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยี เป็นระบบนิเวศสำหรับสตาร์ทอัปที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่นี่มีพื้นที่กว่า 200,000 ตร.ม. แบ่งเป็นฝั่ง East และ West True Dgital Park East เปิดเมื่อ 2562 เป็น Startup ecosystem แห่งแรกในประเทศไทย และ True Digital Park West เปิดบริการปี 2565 ภายใต้แนวคิด “Tomorrow Life Campus”
101 True Digital Park เป็นพื้นที่รีเทลภายใน True Digital Park ศูนย์รวมความทันสมัย สำหรับคนรุ่นใหม่ในยุคดิจิทัลเป็นแหล่งช็อปปิ้ง ของกิน ของใช้ และจุดนัดพบ สำหรับคนวัยทำงาน ที่สะดวกสบายและทันสมัยที่สุดตอบโจทย์ทุกมิติของชีวิตประจำวัน
ALPHA VOLANTIS เปิดตัว ‘HORIZON 300’ จักรยานยนต์พรีเมียมออโตเมติกสัญชาติไทย!
บริษัท ทริลเลี่ยน มอเตอร์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์รายล่าสุดของประเทศไทย เปิดตัวรถจักรยานต์พรีเมียมแบรนด์ ALPHA VOLANTIS (อัลฟ่า โวแลนทิส) อย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด “INVENTING THE FUTURE” สะท้อนความตั้งใจในการสร้างสรรค์และผลิตยนตรกรรมสองล้อดีไซน์ล้ำสมัยระดับพรีเมียมสู่ตลาดรถจักรยานยนต์ในเมืองไทย เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่แห่งอนาคตด้วยรถจักรยานยนต์ออโตเมติกรุ่นแรก HORIZON300 (ฮอไรซอน300)
แบรนด์ Alpha Volantis ได้รับแรงใจจากดวงดาว โดยดาวอัลฟ่าได้ถือกำเนิดขึ้นเป็นดวงแรกและเป็นดาวที่สว่างที่สุดในกลุ่มดาวโวแลนทิส เปรียบเสมือนรถจักรยานยนต์แบรนด์อัลฟ่า โวแลนทิส ที่ได้เริ่มต้นจุดประกายสรรค์สร้างยนตรกรรมสองล้อระดับพรีเมียมรุ่นแรก พร้อมพุ่งทะยานด้วยความสง่างาม สะท้อนตัวตนทุกการขับขี่ โดดเด่นทุกความเป็นคุณในทุกเส้นทาง
ธีรวิทย์ ธีรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทริลเลี่ยน มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “แบรนด์ ALPHA VOLANTIS (อัลฟ่า โวแลนทิส) มุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์รถจักรยานยนต์ที่มีดีไซน์สวยตอบโจทย์ทุกความต้องการและไลฟ์สไตล์ และพร้อมที่จะส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่มากกว่าการเดินทางให้กับผู้ใช้ รวมถึงการขยายการบริการที่มีคุณภาพระดับมาตรฐานสากล เพื่อรองรับผู้ขับขี่ในอนาคต อีกทั้ง จัดกิจกรรมส่งเสริมทางการตลาดเพื่อสร้างการรับรู้และกิจกรรมเพื่อผู้ใช้รถ เราเชื่อมั่นว่า รถจักรยานยนต์พรีเมียมออโตเมติกรุ่นแรก HORIZON 300 และ HORIZON 150 จะตอบสนองไลฟ์สไตล์การขับขี่และสร้างความโดดเด่นทุกความเป็นคุณอย่างแน่นอน”
HORIZON 300 รถจักรยานยนต์พรีเมียมออโตเมติกรุ่นแรก
- HORIZON300 เติมเต็มกลิ่นอายความคลาสสิกผสานความล้ำสมัยด้วยดีไซน์ Futuristic Premium ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คนเมือง โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ที่อยู่ในมิติตัวรถขนาดคล่องตัว กับขุมพลังเครื่องยนต์ 276 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้แรงบิดสูงสุดที่ 21.8 นิวตัน-เมตร ที่ 5,000 รอบ/นาที มอบพละกำลังขนาด 13.6 กิโลวัตต์ ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงได้ต่อเนื่องเต็มสมรรถนะ ไร้กังวลในทุกเส้นทางขับขี่แม้ในระยะทางไกล ด้วยถังน้ำมันขนาด 9 ลิตร
- HORIZON300 shine your elegance โดดเด่นทุกความเป็นคุณ ยกระดับที่สุดแห่งความหรูหรากับพื้นผิวรถที่ถูกออกแบบด้วยความพิถีพิถัน ดีไซน์ระดับพรีเมียมกับชุดตกแต่งโครเมียมรอบคันด้วยเทคนิค satin chrome (ซาตินโครม) นับเป็นการออกแบบระดับเดียวกับรถยนต์แบรนด์ยุโรป สอดรับกับท้ายรถรูปทรงเพรียวลมพร้อม air intake เพื่อระบายความร้อนภายใต้เบาะออกทางด้านข้างด้วย side vent สะท้อนความโดดเด่นยิ่งขึ้นกับระบบไฟส่องสว่าง full LED รอบคัน พร้อมไฟหน้า Day time running light และชุดไฟเลี้ยวรวมกันในชิ้นเดียว ส่วนมาตรวัดความเร็วเป็นแบบดิจิตอลเต็มรูปแบบ ปรับความสว่างโดยอัตโนมัติ ง่ายต่อการใช้งานทั้งกลางวันและกลางคืน
- HORIZON300 ตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ด้วยเบาะรูปทรงพรีเมี่ยมล้ำสมัย สามารถคัสตอมได้ มาพร้อมช่องเก็บของใต้เบาะที่ใส่หมวกกันน็อคแบบเปิดหน้าได้ รองรับไลฟ์สไตล์ดิจิทัลด้วยที่ชาร์จไฟสำรองอเนกประสงค์ USB สองช่อง มีช่องเก็บของด้านหน้าล็อกกุญแจได้ รวมถึงช่องเก็บถุงมือและช่องเก็บของที่ง่ายต่อการใช้งาน
- HORIZON300 มีสีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีน้ำเงิน Alpha Bule, สีเทา Hazy Sky Gray และ สีดำ Deep Space Blackเปิดราคาอย่างเป็นทางการที่ 129,900 บาท สุดเอ็กคลูซีฟ!!!! ราคาพิเศษ 119,900 บาท เพียง 600 คันแรกเท่านั้น เริ่มเปิดให้จองในงาน Thailand International Motor Expo 2022
Horizon150 รถจักรยานยนต์ออโตเมติกขนาดเล็ก ตอบรับทุกความคล่องตัว ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
- HORIZON150ได้รับการออกแบบในสไตล์ modern classic ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คนเมือง ด้วยเครื่องยนต์ระบายความร้อนด้วยอากาศขนาด 150 ซีซี ให้แรงบิดสูงสุดที่ 8.5 นิวตัน-เมตร ที่ 5000 รอบต่อนาที มอบพละกำลังขนาด 7.4 กิโลวัตต์ ที่ 6500 รอบต่อนาที ตอบรับทุกความคล่องตัวในเมืองด้วยน้ำหนักตัวรถเพียง 118 กิโลกรัม ขับขี่มั่นใจวิ่งได้ต่อเนื่องด้วยถังน้ำมันใหญ่ 6.8 ลิตร พร้อมเสริมความมั่นใจด้วยระบบดิสก์เบรคหน้า-หลัง เพิ่มเติมความปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยระบบ Share Brake System หรือ SBS ระบบช่วยกระจายแรงเบรคระหว่างล้อหน้ากับล้อหลัง ช่วยปรับเสถียรภาพให้ผู้ขับขี่ไม่เสียการทรงตัว แม้บนผิวทางที่ขรุขระ
- HORIZON150สะท้อนตัวตนทุกการผู้ขับขี่ให้โดดเด่นทุกความเป็นคุณ ด้วยดีไซน์ที่หรูหราในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น ชุดตะแกรงระบายความร้อนด้านข้างพร้อมโลโก้ ALPHA VOLANTIS สามมิติ ดีไซน์ด้านท้ายทรง tear drop shape สไตล์คลาสสิคสปอร์ต สอดรับกับชุดแต่งโครเมียมรอบคัน มาพร้อมด้วยชุดไฟส่องสว่าง full LED ทั้งไฟหน้าและไฟท้าย รวมถึงมาตรวัด 2 สไตล์ ครบทุกฟังก์ชั่น
- HORIZON150 ตอบโจทย์ความอเนกประสงค์ทุกรูปแบบด้วยเบาะตอนเดียว มาพร้อมช่องเก็บของใต้เบาะที่ใส่หมวกกันน็อคแบบเปิดหน้าได้ มีช่องเก็บของด้านหน้าล็อกกุญแจได้ รวมถึงมีช่องเก็บถุงมือ ช่องเก็บของ และตะขอแขวนเกี่ยวอเนกประสงค์ เพื่อรองรับการใช้งานที่หลายหลาย อีกทั้งรองรับไลฟ์สไตล์ดิจิทัลด้วยที่ชาร์จไฟสำรองอเนกประสงค์ USB ถึงสองช่อง
- HORIZON150 มีสีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีฟ้า Vivid Blue ,สีแดง Deeply red , สีขาว Crystal White และ สีดำ Deep Space Black เปิดราคาอย่างเป็นทางกา ที่ 72,500 บาท สุดเอ็กซ์คลูซีฟ!!!! ราคาพิเศษ 69,500 บาท เพียง 500 คันแรกเท่านั้น พร้อมเปิดให้จองในงาน Thailand International Motor Expo 2022
ธีระ ธีรติ ประธานบริหาร บริษัท ทริลเลี่ยน มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ในนามของแครี่บอย ผู้นำอุตสาหกรรมหลังคาไฟเบอร์กลาส ชุดแต่งประดับยนต์และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับรถกระบะมากว่า 40 ปี เรามุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต และการออกแบบอย่างต่อเนื่อง จนทำให้เราเป็นที่ยอมรับในวงกว้างทั้งตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ จนถึงทุกวันนี้
จากประสบการณ์ที่ผ่านมานี้เอง ที่ทำให้เรามองเห็นโอกาสในตลาดรถจักรยานยนต์ในเมืองไทยและต่างประเทศ ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่และมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยศักยภาพด้านการผลิต การออกแบบ และมาตรฐานคุณภาพ ทำให้เรามีความมั่นใจและมีความพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่ตลาดรถจักรยานยนต์ในฐานะผู้ผลิตและจำหน่ายรถจักรยานยนต์ ภายใต้ชื่อ อัลฟ่า โวแลนทิส เพื่อตอบสนองต่อความต้องการและความพึงพอใจของผู้บริโภคอย่างสูงสุด
ในโอกาสนี้ ผมขอแนะนำ บริษัท ทริลเลี่ยน มอเตอร์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรถจักรยานยนต์ อัลฟ่า โวแลนทิส อย่างเป็นทางการ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากทุกท่าน”
บริษัท ทริลเลี่ยน มอเตอร์ จำกัด เริ่มต้นจดทะเบียนพร้อมก่อตั้งโรงงาน เพื่อเป็นฐานการผลิตรถจักรยานยนต์ที่มีกระบวนการผลิต และการจัดการระดับมาตรฐานสากล ด้วยงบประมาณลงทุน 600 ล้านบาท โดยโรงงานผลิตตั้งอยู่ที่ จังหวัดฉะเชิงเทรา ครอบคลุมพื้นที่ 200 ไร่ ด้วยความต้องการที่จะสร้างสรรค์นวัตกรรมยานยนต์สองล้อให้ตอบสนองความต้องการด้านดีไซน์ที่สวยงามและตอบโจทย์การขับขี่ไปพร้อมๆกัน
# ALPHAVOLANTIS #InventingTheFuture #HORIZON300 #HORIZON150 #ShineYourElegance #รถจักรยานยนต์พรีเมียมออโตเมติกรุ่นแรก
