“ฉันอยู่ที่นี่ (I’m Here)” นิทรรศการการค้นพบจุดตัดกันของศาสนาคริสต์ และชีวิตชนบทของไทย โดย ‘ปรีชา รักซ้อน’
ศิลปินด้านทัศนศิลป์ ปรีชา รักซ้อน มีความยินดีที่จะประกาศให้ทราบถึงการจัดนิทรรศการสำหรับงานล่าสุดของเขาซึ่งมีชื่อว่า “ฉันอยู่ที่นี่” และจะเปิดตัวในวันที่ 16 ตุลาคม ณ.แกลอรี่ 1984+1 ในโรงสีข้าวบูรณะกิจ จังหวัดสุพรรณบุรี
“ฉันอยู่ที่นี่” ซึ่งเป็นนิทรรศการแรกของศิลปิน ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2563 ที่ใช้ชื่อว่า “เรื่องตลก เด็กชายและหนุ่ม (Comics, a boy and a man) ประกอบด้วยภาพวาดซึ่งทดลองด้วยความสงสัยใคร่รู้เกี่ยวกับประสบการณ์ที่ได้รับ และที่ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของบุคคล ในชุดนิทรรศการนี้ศิลปินใช้ประสบการณ์ในช่วงแรกเริ่มของชีวิตที่เป็นเด็กนักเรียนที่โรงเรียนประจำในอำเภอหนึ่งของจังหวัดนครปฐม ซึ่งการได้เรียนเกี่ยวกับศาสนาคริสต์และการที่อยู่ห่างไกลจากสถานที่เกิดเป็นเวลานานสร้างผลกระทบที่น่าประหลาดใจเมื่อเขาเดินทางกลับสู่บ้านเกิด
สำหรับศิลปินแล้วความคิดเกี่ยวกับ “บ้าน” ในช่วงเวลาที่สำคัญของชีวิตเป็นประสบการณ์ที่ไม่มั่นคง “ทุกครั้งที่ผมได้กลับมาที่หมู่บ้าน ผมมักจะได้อยู่เพียงแค่วันสองวัน นั่นทำให้ผมรู้สึกแปลกแยกจากสถานที่และผู้คนในบ้านเกิด และผมได้พบว่าโรงเรียนประจำกลับกลายเป็นสถานที่ที่ให้ความรู้สึกเป็นบ้านมากกว่า”
ชีวิตในโรงเรียนประจำของเขามีกิจวัตรประจำวันประกอบไปด้วยการสวดมนต์ การทำงานในชั้นเรียน การออกกำลังกาย ควบคู่ไปกับการผจญภัยที่ออกจากโรงเรียนในบ้างครั้ง ในคำภาวนาที่อาจจะเป็นครั้งล่าสุด ศิลปินได้ยืนต่อหน้ารูปปั้นของนักบุญโยเซฟ และกล่าวว่า “ผมต้องการวาดภาพ ผมกำลังพยายามและผมจะวาดภาพต่อไปเรื่อยๆ”
ด้วยงาน “ฉันอยู่ที่นี่” ศิลปินได้แสดงความนับถือกับพลัง 2 ประการที่ขัดแย้งกันได้แก่การใช้สัญลักษณ์และพิธีกรรมที่เชื่อมโยงกับโรงเรียนประจำแคทอลิก และความทรงจำในวัยเด็กที่สะท้อนชีวิตครอบครัวในบ้านเกิด
โรงสีข้าวบูรณะกิจซึ่งมีพื้นที่กว่า 4,000 ตารางเมตร มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในงานนิทรรศการนี้ โรงสีขาวซึ่งมีครอบครัวเป็นเจ้าของ ได้รับการซ่อมแซมและตกแต่งโดยศิลปินในปีพ.ศ. 2563 เพื่อใช้ในการแสดงศิลปะในแบบที่แปลกใหม่และสร้างประสบการณ์เชิงลึกให้กับผู้คน พื้นที่กว้างขวางมีแสงจากธรรมชาติที่ส่องเข้ามา ทำให้เกิดแสงเงาที่มีอิสระกับงานอะคริลิคของปรีชา ซึ่งหลายๆชิ้นถูกวาดลงบนกำแพงของโรงสีข้าว

“ผมเฝ้าถามตัวเองว่าทำไมอดีตถึงปรากฏขึ้นในปัจจุบัน ?” ปรีชากล่าว และเหมือนกับที่ผู้ชมในงานนี้สามารถรับรู้ได้ว่า “อดีตนั้นเต็มไปด้วยความทรงจำที่เปี่ยมไปด้วยความหมายและเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งที่ศิลปินเป็นในวันนี้” ท้ายที่สุดการแสดงออกของเขาเกี่ยวกับบ้านชี้ให้เห็นว่าเป็นบ้านเป็นสถานที่ที่มีหลายมิติ เปี่ยมไปด้วยความทรงจำ ในขณะนี้และที่นี่ ไม่ว่าคำนิยามจะเปลี่ยนไปอย่างไรกับกาลเวลา ปรีชาชี้ให้เห็นว่าบ้านคือสิ่งที่คนคนหนึ่งไม่เคยห่างออกไปเลย
นิทรรศการ “ฉันอยู่ที่นี่” เปิดให้เข้าชมในวันที่ 16 เดือนตุลาคมและจะยังจัดจนถึงวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2566 แกลอรี่ 1984+1 เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00 น. ถึง 17.30 น. https://maps.app.goo.gl/aCVxYeQzcMD6R9zh8
MICHELIN PASSION EXPERIENCE 2022 ลุย ‘อาบูดาบี’ เปิดประสบการณ์ไตล์มิชลิน
ในงานนี้ แขกพิเศษราว 500 คน จาก 2 ภาคพื้นธุรกิจของมิชลิน ได้แก่ ภาคพื้นเอเชียตะวันออกและออสเตรเลีย (E2A) และภาคพื้นตะวันออกกลางและแอฟริกาใต้ (AIM) ได้รับเชิญเข้าร่วมสัมผัสประสบการณ์ที่น่าตื่นตาประทับใจผ่านกิจกรรมเชิงปฏิบัติการและการลงมือปฏิบัติด้วยตนเองหลากหลายรูปแบบ นอกจากนั้น ยังได้โอกาสรับรู้และทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงจิตวิญญาณของมิชลินที่มีกีฬามอเตอร์สปอร์ตเป็นเสมือนห้องปฏิบัติการค้นคว้าทดลองอันเป็นพื้นฐานของการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากสนามแข่งสู่ท้องถนน ทั้งยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับความเป็นผู้นำของมิชลินในตลาดยานยนต์ไฟฟ้าซึ่งโดดเด่นด้วยการนำเสนอยางทุกรุ่นที่สามารถรองรับการใช้งานกับยานยนต์ไฟฟ้าได้ ยิ่งกว่านั้น แขกพิเศษกลุ่มนี้ยังได้ร่วมเป็นประจักษ์พยานในความมุ่งมั่นของมิชลินที่มีต่อวิสัยทัศน์เรื่อง “ความยั่งยืนทุกด้าน” (All Sustainable) รวมทั้งได้สัมผัสเทคโนโลยีแห่งอนาคตของมิชลินอย่างใกล้ชิดด้วยตนเอง
งาน ‘มิชลิน แพสชั่น เอ็กซ์พีเรียนซ์’ ประจำปี 2565 ประกอบด้วยกิจกรรมเชิงปฏิบัติการด้านการขับขี่ 4 รูปแบบ ได้แก่ Race of Passion ซึ่งผู้เข้าร่วมได้สวมบทบาทนักแข่ง ‘Formula 4’ ลงสนาม, Supercar Passion ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้รับการอบรมเชิงวิชาการโดยนักแข่งรถมืออาชีพระดับสากล และได้ทดลองขับรถสปอร์ตซูเปอร์คาร์ ‘ปอร์เช่ 718 เคย์แมน’ (Porsche 718 Cayman) ที่ติดตั้ยาง ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต 4เอส’ (MICHELIN Pilot Sport 4S) ที่สุดแห่งยางสปอร์ตสมรรถนะสูงซึ่งออกแบบมาเพื่อใช้งานบนถนนเป็นหลักและบนสนามแข่งเป็นครั้งคราว
EV Passion ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ทดลองขับรถเอสยูวีพลังงานไฟฟ้า ‘เทสลา โมเดล วาย’ (Tesla Model Y) ที่ติดตั้งยาง ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต อีวี’ (MICHELIN Pilot Sport EV) ซึ่งพัฒนาขึ้นจากประสบการณ์กว่า 6 ปี ของมิชลินในการแข่งขัน ‘ฟอร์มูลา อี’ ส่งผลให้ยางรุ่นนี้มีคุณสมบัติโดดเด่นในการส่งเสริมสมรรถนะของรถสปอร์ตไฟฟ้าให้ถึงขีดสุด และ Thrilling Passion รอบ Hotlap ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสความเร็วแรงสุดเร้าใจของการนั่งบนรถแข่ง ‘ปอร์เช่ 718 เคย์แมน’ ที่ขับโดยครูฝึกขับรถแข่งมืออาชีพ พร้อมลุ้นระทึกไปกับความตื่นเต้นเต็มพิกัดของการแข่งรถ
นอกเหนือจากประสบการณ์บนสนามแข่งแล้ว แขกรับเชิญยังได้ร่วมประลองทักษะความเร็วและความแม่นยำไปกับเกมแข่งรถออนไลน์ (e-Gaming) รวมทั้งได้ค้นพบโลกของมิชลินในด้านศาสตร์และศิลป์ทางอาหารผ่านของหวานปิดท้ายมื้อกลางวันที่รังสรรค์โดยเชฟสามพี่น้องแห่ง Orfali Bros Bistro ร้านอาหารที่ได้รับรางวัล ‘บิบ กูร์มองด์’ (Bib Gourmand) ในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์ ดูไบ ประจำปี 2565’ (2022 MICHELIN Guide Dubai) ซึ่งเป็นฉบับปฐมฤกษ์สำหรับการเปิดตัวครั้งแรกในนครดูไบ รวมถึงอาหารค่ำสไตล์อาหรับดั้งเดิมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว กิจกรรมอื่นๆ ที่จัดไว้เพื่อสร้างประสบการณ์เร้าใจอันน่าจดจำไม่รู้ลืมให้กับแขกพิเศษในปีนี้ยังครอบคลุมถึงการนั่งรถสปอร์ตเอสยูวีตะลุยเนินทราย, การขี่อูฐชมทิวทัศน์ตระการตา และการชมการแสดงโชว์นกเหยี่ยวที่น่าตื่นตาตื่นใจ
กำหนดการและกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้ล้วนมีบทบาทในการสร้างสีสันให้งาน ‘มิชลิน แพสชั่น เอ็กซ์พีเรียนซ์’ ประจำปี 2565 เป็นการกลับมาจัดงานที่ประสบความสำเร็จและพิเศษคุ้มค่าแก่การรอคอยอย่างแท้จริง
เปิดจองสิทธิ์เป็นเจ้าของ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV พร้อมข้อเสนอ ULTRA DEAL มูลค่ารวมกว่า 300,000 บาท!
เกรท วอลล์ มอเตอร์ เร่งขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมยานยนต์ไฟฟ้า เตรียมเปิดตัว All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV รถยนต์เอสยูวีพลังงานไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊กรุ่นใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการในประเทศไทยในเร็วๆ นี้ เอาใจแฟนพันธุ์แท้ส่งแคมเปญ ULTRA DEAL ที่มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ ในการจองสิทธิ์เพื่อซื้อก่อนการเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการ อาทิ ผ่อน 0% นาน 48 เดือน ฟรี โฮมชาร์จเจอร์ ประกันรถยนต์ชั้น 1 เป็นระยะเวลา 1 ปี และบริการเหนือระดับอื่นๆ อีกมากมาย รวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท สำหรับลูกค้าที่จองสิทธิ์เพื่อซื้อรถยนต์รุ่นนี้ในระว่างวันที่ 17 กันยายน 2565 เวลา 00.00 น. ถึงวันที่ 7 ตุลาคม 2565 เวลา 18.00 น. เท่านั้น พิเศษสุด สำหรับลูกค้าที่ทำการจองสิทธิ์ในช่วงเวลาที่กำหนดและทำการชำระเงินจองสำเร็จภายใน 24 ชั่วโมงหลังการประกาศราคาอย่างเป็นทางการ 300 ท่านแรก จะได้รับส่วนลดในการซื้อรถยนต์มูลค่า 50,000 บาท
โดยแคมเปญ ULTRAL DEAL มีสิทธิประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น
- ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 48 เดือน (เมื่อดาวน์ 25%)
- ฟรี ประกันรถยนต์ชั้น 1 เป็นระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุด 30,000 บาท
- ฟรี GWM โฮมชาร์จเจอร์ พร้อมการติดตั้งในระยะสายไฟยาวไม่เกิน 20 เมตร (จากตู้เมน) จำนวน 1 ครั้ง (ไม่รวมค่าแท่นชาร์จ) มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 60,000 บาท
- ฟรี แพ็คเกจค่าอะไหล่และค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทาง (GWM Ultra Service Inclusive: GUSI) สูงสุด 10 ครั้ง ภายในระยะเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (เมื่ออย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) พร้อมอะไหล่สิ้นเปลือง รวมมูลค่า 75,000 บาท
- ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง (Roadside Assistance) เป็นเวลา 5 ปี มูลค่า 10,000 บาท
- ฟรี สิทธิ์ในการเรียกใช้บริการรับ (Pickup Service) หรือบริการส่งรถยนต์ (Delivery Service) เพื่อเข้ารับบริการบำรุงรักษาตามระยะทาง หรือบริการบำรุงรักษาตามระยะทางนอกสถานที่ (GWM mobile service) จำนวน 2 ครั้ง รวมมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 1,500 บาท
- ฟรี น้ำมันรถยนต์ มูลค่าสูงสุด 2,000 บาท
- ฟรี กรอบป้ายทะเบียนและพรม GWM มูลค่ารวม 1,640 บาท
- ฟรี คะแนน GWM Point เพื่อใช้แลกสินค้าและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ใน GWM Application จำนวน 15,000 คะแนน
รวมมูลค่าข้อเสนอสุดพิเศษภายใต้แคมเปญ ULTRA DEAL กว่า 300,000 บาท
พิเศษสุด สำหรับลูกค้าที่จองสิทธิ์ ULTRA DEAL 300 ท่านแรก ในช่วงเวลาที่กำหนด และทำการจ่ายเงินมัดจำสำเร็จภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากการประกาศราคาอย่างเป็นทางการ จะได้รับส่วนลดในการซื้อรถยนต์ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV มูลค่า 50,000 บาท โดยบริษัทฯ จะยึดเวลาที่ทำการจ่ายเงินมัดจำสำเร็จเป็นหลักในการมอบสิทธิ์พิเศษนี้ให้กับลูกค้า ซึ่งถ้าลูกค้าท่านใดทำการสละสิทธิ์หรือถอนการจองภายหลัง จะไม่สามารถกลับมารับสิทธิ์ได้ใหม่ และทางบริษัทฯ จะไม่มีการเพิ่มรายชื่อลูกค้าท่านอื่นในลำดับถัดไปเข้ามาทดแทน
ผู้ที่สนใจและลูกค้าสามารถลงทะเบียนจองสิทธิ์เพื่อซื้อ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV ในแคมเปญ ULTRA DEAL ได้ ผ่านทาง GWM Application และเว็บไซต์ WWW.GWM.CO.TH โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ในระหว่างวันที่ 17 กันยายน 2565 เวลา 00.00 น. ถึงวันที่ 7 ตุลาคม 2565 เวลา 18.00 น. โดยจะต้องชำระเงินมัดจำ จำนวน 10,000 บาท ในระหว่างวันที่ 7 ตุลาคม 2565 เวลา 20.00 น. ถึงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2565 เวลา 23.59 น.
All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV เป็นรถยนต์เอสยูวีพลังงานไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊ก สะท้อนแนวคิดการออกแบบแห่งอนาคตที่สมบูรณ์แบบและแตกต่าง มาพร้อมมิติตัวรถขนาดกว้างขวาง ดีไซน์ด้านหน้าแบบ Star Matrix ล้ำสมัย ไฟหน้า Intelligent LED Headlamp โดดเด่นสะดุดตา ให้ความสว่างแบบ Ultra-High Flow และมอบความปลอดภัยในทุกเส้นทาง หลังคาซันรูฟแบบพาโนรามิค 360 องศา เข้าทรงกับสปอยเลอร์ท้ายและเสาอากาศแบบ shark fin พร้อมระบบประตูท้ายเปิด–ปิดไฟฟ้าและระบบแฮนด์ฟรี เสริมด้วยไฟท้าย LED Taillight Strip เป็นแนวยาว และล้ออัลลอยลายสปอร์ตขนาด 19 นิ้ว ขณะที่การออกแบบภายในสะท้อนแนวคิด Minimalist ที่เน้นความกว้างขวาง สะดวกสบาย และใส่ใจในทุกรายละเอียด ด้วยคอนโซลหน้าสีทูโทนสไตล์ Futuristic และครบครันด้วยฟังก์ชันอำนวยความสะดวกมากมายในระหว่างเดินทาง ไม่ว่าจะเป็น หน้าจออัจฉริยะ 3 จอเพื่อการเข้าถึงข้อมูลและความบันเทิงได้อย่างง่ายดายและแม่นยำ เบาะนั่งไฟฟ้าคู่หน้า พร้อมระบบระบายอากาศ เบาะนั่งโดยสารด้านหลังพร้อมที่เท้าแขนกลาง แท่นชาร์จไร้สาย กุญแจ Smart Key และระบบ Push Start
All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV ยังเหนือชั้นด้วยขุมพลังและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย สะท้อนมิติใหม่ของรถยนต์ Plug-in Hybrid ด้วยการสร้างสรรค์บนแพลตฟอร์มโมดูลาร์อัจฉริยะ GWM LEMON ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 1.5L Turbo ผสานการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า และเพลาขับเคลื่อนอิเล็กทรอนิกส์แบบ Multi-mode DHT ให้กำลังรวมสูงสุด 326 แรงม้า แรงบิดรวมสูงสุด 530 นิวตันเมตร ผนวกกับแบตเตอรี่ชนิดลิเธียม Ternary ความจุ 34 kWh ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 201 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC และมาพร้อมกับหัวชาร์จไฟฟ้าแบบ CCS Type 2 Combo รองรับการชาร์จแบบเร็วด้วยไฟกระแสตรง DC (0% – 80%) โดยใช้เวลาประมาณ 35 นาที และการชาร์จด้วยไฟบ้าน AC (0% – 100%) ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง พร้อมด้วยตั้งฟังก์ชันอัจฉริยะมากมาย อาทิ ระบบการอัพเกรดเฟิร์มแวร์ผ่านระบบออนไลน์อัจฉริยะ (FOTA) ระบบการสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะ ระบบควบคุมผ่าน GWM Application ทั้งยังครบครันด้วยเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่และระบบความปลอดภัยต่างๆ อาทิ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมการช่วยเข้าโค้งอัจฉริยะ ระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ ระบบช่วยถอยหลังอัตโนมัติ ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติบนทางตรงและทางแยก และระบบช่วยเตือนและเบรกเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง ระบบช่วยชะลอความรุนแรงของการชนครั้งที่สอง เป็นต้น
ศึกษาข้อมูลและอ่านรายละเอียดเพิ่มเกี่ยวกับแคมเปญ ULTRA DEAL สำหรับรถยนต์ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ WWW.GWM.CO.TH หรือ GWM Application หรือ Official Facebook Page : GWM Thailand และ HAVAL Thailand
กลับมาอีกครั้ง BMW Xpo 2022 งานที่เหล่าบิมเมอร์ต้องห้ามพลาด!
มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “บีเอ็มดับเบิลยูประเทศไทยมุ่งมั่นส่งมอบที่สุดสุนทรียภาพแห่งการขับขี่และพลังแห่งทางเลือกให้กับลูกค้า เมื่อทุกคนกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของการขับเคลื่อนแห่งอนาคต เรามุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมศาสตร์แห่งศิลป์เพื่อมอบประสบการณ์เหนือระดับให้กับลูกค้า ส่งผลให้คะแนนความพึงพอใจของผู้บริโภค (Net promoter score) ด้านการขายและการบริการสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งปัจจัยแห่งความสำเร็จที่ส่งผลให้เราสร้างผลงานครั้งประวัติศาสตร์ด้านยอดจดทะเบียนตลอด 8 เดือนที่ผ่านมาในปี 2565 และครองตำแหน่งผู้นำอันดับหนึ่งในตลาดรถยนต์เซกเมนต์พรีเมียมอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดจดทะเบียนรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูในเดือนมกราคมถึงสิงหาคมรวม 9,317 คัน ทะยานสู่ส่วนแบ่งการตลาดในเซกเมนต์พรีเมียมที่ 41.7% ความสำเร็จในครั้งนี้ได้เป็นข้อพิสูจน์อีกครั้งถึงความมุ่งมั่นของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ในการนำเสนอนวัตกรรมและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุก ๆ ด้านอย่างไม่หยุดยั้งไม่ว่าจะในสถานการณ์ใด”
“การจัดงานในปีนี้ยังเป็นการร่วมฉลอง 50 ปีแห่งความสำเร็จของ BMW M สะท้อนจิตวิญญาณมอเตอร์สปอร์ตของยนตรกรรมสมรรถนะสูงระดับตำนานที่โดดเด่นเหนือใคร และเราเชื่อว่ามหกรรม BMW Xpo 2022 จะเปิดโอกาสให้บีเอ็มดับเบิลยูได้ใกล้ชิดกับลูกค้าในปัจจุบันและกลุ่มคนรักบีเอ็มดับเบิลยูได้ดียิ่งขึ้น”
“ที่สำคัญ เรายังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์สังคมคาร์บอนต่ำเพื่อชะลอการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกผ่านการต่อยอดอนาคตแห่งยานยนต์ไฟฟ้า ด้วยรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) 4 รุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทย ได้แก่ BMW iX3, BMW iX, BMW i4 และมินิ คูเปอร์ เอสอี รวมถึงการเปิดตัว BMW iX xDrive40 ในวันนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการนำเสนอพลังแห่งทางเลือกให้แก่ลูกค้าชาวไทย และภายในสิ้นปีนี้ เราจะนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าในทุกเซกเมนต์ และได้ร่วมมือกับพันธมิตรต่าง ๆ เพื่อให้เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าจากบีเอ็มดับเบิลยูและมินิ สามารถเข้าถึงเครือข่ายสถานีชาร์จไฟฟ้าสาธารณะกว่า 295 แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 600 หัวจ่าย”
นอกจากนี้ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี แห่งตำนานมอเตอร์สปอร์ตของบีเอ็มดับเบิลยู M ภายในงาน BMW Xpo 2022 ยังจะเผยโฉม BMW M4 CSL ใหม่ และ BMW M240i xDrive พร้อมเอาใจแฟน ๆ ชาวไทยด้วยการเปิดตัว BMW ซีรีส์ 2 รุ่นพิเศษ กับ BMW 220i Gran Coupé (M Performance Edition) ทั้งยังตอกย้ำแนวคิด ‘พลังแห่งทางเลือก’ ลูกค้าจะได้พบกับอีกหนึ่งรุ่นย่อยของ BMW iX อย่าง BMW iX xDrive40 นับเป็นอีกก้าวแห่งการเดินทางของบีเอ็มดับเบิลยูสู่อนาคตของยานยนต์ไฟฟ้า และยังมีกิจกรรมสุดพิเศษรวมพลคนรัก M กับ M Fan Day ให้แฟน ๆ ได้สนุกสนานกับคอนเสิร์ตสุดพิเศษจากลิปตา ในวันเสาร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2565 ตั้งแต่เวลา 16.30 น. เป็นต้นไป ณ ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์
สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย นั้นมาพร้อมกับ 3 โทนสีใหม่ของรุ่นที่โดดเด่นและเต็มเปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์อย่าง BMW R18 และ R18 Classic ได้แก่ สีดำ Black Storm Metallic, สี Mars Red Metallic และสี Manhattan Metallic Matte รวมถึง BMW R 1250 GS Adventure ที่มาในเฉดสีใหม่กับความโฉบเฉี่ยวที่เพิ่มขึ้นอีกระดับ
ในงาน BMW Xpo 2022 ลูกค้ายังสามารถเยี่ยมชมบูธ BMW M Performance Parts ภายใต้แนวคิด ‘Parts of Joy’ พบกับไฮไลท์การจัดแสดงกล้องบันทึกเหตุการณ์ขณะขับรถ BMW Advance Car Eye 3.0 รุ่นใหม่ซึ่งมาพร้อมความคมชัดภาพระดับ QHD ให้ลูกค้าจองก่อนวางจำหน่ายจริงอย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคมปีนี้ พร้อมเปิดโอกาสพิเศษให้ชาวบิมเมอร์ที่รักการแต่งรถยนต์ได้จับจองชุดแต่ง BMW M Performance Parts สำหรับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 2 บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 และรุ่นอื่น ๆ อีกมากมาย ในราคาพิเศษ และเพลิดเพลินกับการเลือกซื้อสินค้า BMW Lifestyle Collection 2022
ลูกค้าที่จองรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูภายในงาน BMW Xpo 2022 และส่งมอบรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2565 จะได้รับข้อเสนอพิเศษดังนี้*:
- ลูกค้าที่จองรถยนต์ทุกรุ่นในงาน BMW Xpo 2022 จะได้รับเซ็ทของขวัญสุดเอ็กซ์คลูซีฟในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ของบีเอ็มดับเบิลยู M
- หูฟังไร้สาย Bowers & Wilkins มูลค่า 18,500 บาท สำหรับการจองรถยนต์ BMW X3, BMW X4, BMW X5, BMW X6 และ BMW X7
- นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ Garmin Venu 2S มูลค่า 13,690 บาท สำหรับการจอง BMW X1
สำหรับลูกค้าที่เลือกเป็นเจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูรุ่นต่าง ๆ ต่อไปนี้ และมีกำหนดส่งมอบรถยนต์ภายในวันที่ 30 กันยายน 2565 เมื่อทำสัญญาทางการเงินกับบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย ยังจะได้รับข้อเสนอพิเศษดังนี้:
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.bmw.co.th
บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย นำความเร้าใจจากแคมเปญ “SET ZERO” กลับมาอีกครั้งตลอดเดือนกันยายน ให้ลูกค้าได้เป็นเจ้าของมอเตอร์ไซค์พรีเมียมได้ง่ายยิ่งขึ้นด้วยข้อเสนอดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 5 ปี** พร้อมฟรี BMW Motorrad Protect (ประกันชั้นหนึ่ง) นาน 1 ปี สำหรับลูกค้าที่เลือกโลดแล่นไปกับบีเอ็มดับเบิลยู C 400 GT, R nineT Pure และ R 18
** รุ่นที่เข้าร่วมข้อเสนอพิเศษฯ ได้แก่ BMW F 850 GS, F 900 R, F 900 XR, S 1000 R, S 1000 XR, S 1000 RR, R 1250 GS และ R 1250 GS Adventure
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.bmw-motorrad.co.th
(จากซ้าย)
- มร. บียอร์น แอนทอนส์สัน ประธานกรรมการบริหาร บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย
- มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย
- มร. กัลดริค ดอนเนอซาน ผู้อำนวยการฝ่ายขายและพัฒนาธุรกิจ บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย
- คุณปรีชา นินาทเกียรติกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย
- คุณกฤษฎา อุตตโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย
- มร. มิเกล ญาเบรส-โปห์ล ผู้อำนวยการ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และผู้นำเข้าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
- คุณชนินทร์ ฐิติจารุไพศาล ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขาย บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย นำโดย มร.อเล็กซานเดอร์ บารากา (ที่ 2 จากซ้าย) ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ร่วมงานแถลงข่าว BMW Xpo 2022 มหกรรมประจำปีสำหรับคนรักบีเอ็มดับเบิลยู ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-25 กันยายน พ.ศ. 2565 ณ เซ็นทรัลเวิลด์
ปลุกชีพ ‘ฮุนได รีโทร’ สู่ Seoul Vibe ซิ่งทะลุโซล หนังเกาหลีสุดมันส์บน Netflix
Seoul Vibe เป็นเหตุการณ์ในโซลช่วงโอลิมปิค 1988 ‘Seoul Vibe’ นำเสนอ รถยนต์ฮุนได Grandeur รุ่นแรก รถกระบะ Pony รถกระบะเล็ก Porter และรถยนต์ซีดานรุ่นเก่า อาทิ Sonata รุ่นที่ 2 Stella และ Cortina เป็นต้น นอกจากนี้ ยังเป็นภาพยนตร์ที่รวมดาราชั้นนำของเกาหลี เช่น Ah-in Yoo, Kyung-pyo Go, Kyoo-hyung Lee, Ju-hyun Park, Seong-wu Ong และ Jung-se Oh ที่ร่วมแสดงกันในเรื่องนี้ รวมทั้งยังใช้สถานที่ถ่ายทำ ณ Hyundai Wonhyoro Service Center อีกด้วย
ภาพยนตร์เรื่องนี้เต็มไปด้วยความสนุก เร้าใจจากซีนของการขับขี่รถยนต์ฮุนได รุ่นรีโทร รวมไปถึงรถกระบะรุ่น Pony ที่ถูกปรับแต่งโดยใช้เครื่องยนต์จากรุ่น Grandeur (Azera) และ Grandeur สีขาวที่ใช้ในเรื่อง สะท้อนให้เห็นความเป็นรถยนต์เกาหลีพรีเมี่ยม และทั้งสองรุ่นนี้ก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในยุค 1980
นอกจากนี้ฮุนได ยังได้วางแผนการเผยให้เห็นภาพรถยนต์ Grandeur (Azera) รุ่นใหม่ ผ่านช่องทางนี้ การร่วมมือกันระหว่างฮุนได และ Netflix เป็นความพยายามที่ต้องการสร้างสรรค์บรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์ผ่านรถยนต์ในตำนานและสถานที่แบบ Newtro คือ ความใหม่ กับความรีโทร เพื่อดึงดูดผู้ชมทุกรุ่น รวมถึงกลุ่ม Millennial และกลุ่มเจนเนอร์เรชั่น Z ปัจจุบันสามารถรับชมภาพยนตร์เรื่อง ‘Seoul Vibe’ ได้แล้วที่ Netflix
ฉลองใหญ่แคมเปญ Shopee 9.9 วันช้อปแห่งปี: Super Shopping Day
ช้อปปี้ เปิดตัวมหกรรมช้อปปิ้งออนไลน์ส่งท้ายปีสุดยิ่งใหญ่ เริ่มต้นด้วยแคมเปญ Shopee 9.9 วันช้อปแห่งปี: Super Shopping Day เป็นแคมเปญการช้อปปิ้งครั้งยิ่งใหญ่ที่นับว่าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของช้อปปี้ ปีนี้ได้จัดขึ้นเป็นปีที่ 7 เรียกได้ว่าปีนี้จะเป็นครั้งที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เคยมีมา และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองสุดยิ่งใหญ่ในปีนี้ “ช้อปปี้” ควง 3 ซุปตาร์แห่งวงการ อย่าง แอฟ–ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ, เกรท–วรินทร ปัญหกาญจน์ และ กิก–ดนัย จารุจินดา มาร่วมสร้างปรากฎการณ์การช้อปปิ้งที่ดีที่สุดให้กับนักช้อปชาวไทย โดยปีนี้มีหมัดฮุกสำคัญที่จะมอบให้กับนักช้อปชาวไทยภายใต้คอนเซ็ปต์ “ลดยิ่งกว่า แจกยิ่งกว่า และสนุกยิ่งกว่า” เพื่อฉลองใหญ่ในแคมเปญ Shopee 9.9 วันช้อปแห่งปี: Super Shopping Day
แอฟ–ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ ดารา นักแสดง และเจ้าของแบรนด์ inneri กล่าวว่า “แอฟรู้สึกตื่นเต้นและยินดีมากที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมเฉลิมฉลองมหกรรมช้อปปิ้งออนไลน์ Shopee 9.9 วันช้อปแห่งปี: Super Shopping Day เพราะช้อปปี้เป็นแพลตฟอร์มที่มีขนาดใหญ่และเป็นผู้นำตลาดอีคอมเมิร์ชแบบครบวงจร ดังนั้นแอฟในฐานะผู้ขาย และเจ้าของแบรนด์ inneri ก็จะมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ดีที่สุดให้กับนักช้อปชาวไทยผ่านโปรโมชั่นสุดพิเศษที่ชูจุดเด่นของ การอัพไซซ์ มาให้นักช้อปชนิดจัดเต็ม พร้อมขอเชิญชวนให้นักช้อปชาวไทยมาร่วมสัมผัสประสบการณ์นี้ไปด้วยกัน”
เกรท–วรินทร ปัญหกาญจน์ และ กิก–ดนัย จารุจินดา ในฐานะเจ้าของแบรนด์ BIONOX กล่าวว่า
“เราสองคนรู้สึกยินดีมากๆ ที่ได้มาร่วมงานฉลองใหญ่แคมเปญ Shopee 9.9 วันช้อปแห่งปี: Super Shopping Day ในวันนี้ และเพื่อยกระดับความพิเศษยิ่งกว่า เราทั้งสองคนยังได้เปิดตัวแบรนด์น้องใหม่ BIONOX บนช้อปปี้ ซึ่งที่เป็นช่องทางจัดจำหน่ายบนอีคอมเมิร์ซแพลตฟอร์เจ้าแรกและเจ้าเดียวบนช้อปปี้ และเตรียมพบกับความสนุกจากพวกเราสองคนกับแบรนด์ BIONOX ผ่าน Shopee Live บนแอปช้อปปี้ ในวันที่ 9 เดือน 9 กำลังจะมาถึงนี้ รับรองแฟนนักช้อปจะได้ทั้งความสนุกขั้นกว่าควบคู่การช้อปมันส์ยิ่งขึ้นแน่นอนครับ”
เพื่อเป็นการเสริมทัพความยิ่งใหญ่ในแคมเปญ “Shopee 9.9 วันช้อปแห่งปี” แฟนๆ จะได้พบกับประสบการณ์ความสนุกยิ่งกว่าที่เคยผ่านเหล่าฟีเจอร์ยอดฮิตบนช้อปปี้แบบนอนสตอปเพื่อเคาท์ดาวน์ไปสู่วันดีเดย์ที่กำลังจะมาถึง โดยมี ไฮไลท์ความพิเศษแบบไม่ยั้ง ไม่เพียงเท่านี้ช้อปปี้ยังมอบโปรโมชั่นสุดเซอร์ไพร์สมาให้นักช้อปเพื่อเร่งเครื่องไปสู่วันดีเดย์อีกมากมาย
- Shopee 9.9 Daily Prizes แจกทุกคน แจกทุกวัน: ดีเดย์นี้ ห้ามพลาด! เรียกได้ว่าเป็นกิจกรรม ฮีโร่ ตัวชูโรงในแคมเปญนี้ ตบเท้าเล่นใหญ่กว่าใคร แจกใหญ่กว่าเดิมผ่านกิจกรรม “Shopee 9.9 Daily Prizes แจกทุกคน แจกทุกวัน มีสิทธิ์รับรางวัลจำนวนกว่า 900 รางวัล และเตรียมตัวพบกับรางวัลสุดยิ่งใหญ่ในวันที่ 9 เดือน 9 กับ รถ ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ รุ่น สปอร์ต
- ว้าวซ่า ท้ารางวัลใน Shopee Prizes: ระเบิดความมันส์กับกองทัพเกมในคอลเลคชั่นของ Shopee Prizes ที่มาพร้อมรางวัลสุดเซอร์ไพรส์อีกมากมาย
- ฉลองใหญ่กับความสนุกไม่รู้จบผ่านรายการ Shopee 9.9 Game Show ฟังร้องได้ล้าน: อัพไซซ์ความสนุกแบบทวีคูณไปกับเหล่าซุปตาร์ระดับแนวหน้าของเมืองไทย นำทีมโดย อ๊อฟ จุมพล, ไมค์ ภัทรเดช, ก๊อตจิ ทัชชกร, ไผ่ พงศธร, ตั๊ก บริบูรณ์,จีน่า วิรายา, ตั๊ก ศิริพร, ดีเจนุ้ย ธนวัฒน์, วิลลี่ แมคอินทอช และใบเฟิร์น พัสกร ที่จะมาสร้างความสนุกให้กับแฟนๆ ผ่านเกมที่มาพร้อมกติกาและบทลงโทษใหม่แกะกล่องรับแคมเปญ 9.9 ต่อเนื่องด้วยโชว์ร้องเพลงสุดเซอร์ไพรส์มาฝากแฟนๆ ตลอด 1 ชั่วโมงเต็ม รับชมพร้อมกัน 9 เดือน 9 เวลา 18.45 น. รับชมพร้อมกันทาง ช่อง CH7 และ Shopee Live บนแอปฯช้อปปี้
- อัพไซซ์ความสนุกใน Shopee Live Marathon: ส่งท้ายเทศกาลแห่งความสนุกแบบมาราธอน 9 ชั่วโมงครึ่ง ใน 9.9 Shopee Live Marathon ที่เหล่าซุปตาร์ชื่อดังตบเท้ากันมาร่วมฉลองใหญ่แคมเปญ 9.9 ปิดท้ายงานคาร์นิวัลด้วยศิลปินเกาหลี อย่าง “STAYC” ที่จะมามอบความสุขผ่านโชว์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่เรียกว่าแฟนๆชาวไทยต้องฟินจิกหมอนอย่างแน่นอน ไม่เพียงเท่านี้นักช้อปยังมีสิทธิ์ได้รับรางวัลกลับบ้านอีกคับคั่ง แล้วพบกันทาง ช่อง CH7 และ Shopee Live บนแอปช้อปปี้
ยกระดับความพิเศษยิ่งกว่า เพื่อเตรียมตัวเคาท์ดาวน์ไปสู่วันดีเดย์ ในวันที่ 9 – 10 กันยายน 2565 นักช้อปจะได้เพลิดเพลินไปกับคำว่า “อัพไซซ์” ที่ตอกย้ำความคุ้มค่า คุ้มราคา “ลดยิ่งกว่า” บน Shopee Mall และ Shopee Premium ที่มาพร้อม โปรดียืน1 ที่แน่นอนว่านักช้อปตัวยงต้องตั้งตารอ อย่าง โค้ดลด 999 บาท สินค้าราคาถูกคุ้มเริ่มต้นเพียง 9 บาท ครอบคลุมทุกหมวดหมู่สินค้า โปรโมชั่นส่งฟรีขั้นต่ำ 0 บาท โค้ดรับเงินคืน 15% Coin สินค้าแฟลซเซลล์สุดเครซี่ลด 99% จากร้านค้าและแบรนด์ดังชั้นนำบนช้อปปี้ ไม่เพียงเท่านี้เลือกผ่อนชำระสินค้าได้ 0% สูงสุด 6 เดือนผ่าน Special SPayLater นอกจากนี้ นักช้อปยังจะได้พบกับโปรดี ดีลเด็ดจาก ShopeeFood เรียกได้ว่าอิ่มอร่อยยืน1 กันอย่างแน่นอน และสำหรับใครที่เป็นสายเปย์บิลบน Shopee E-service กับ ShopeePay ช้อปปี้ก็ห้ามพลาดพร้อมยังได้รับสิทธิพิเศษอีกมากมาย
ร่วมเคาท์ดาวน์สู่มหกรรมเฉลิมฉลองแคมเปญสุดยิ่งใหญ่ “Shopee 9.9 วันช้อปแห่งปี : Super Shopping Day” ในวันที่ 9-10 กันยายน 2565 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่https://shopee.co.th/m/9-9
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันช้อปปี้ได้ฟรีจาก App Store, Google Play Store และ App Gallery
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประกาศแต่งตั้ง ‘มาร์ติน ชเวงค์’ ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานบริหารเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทยคนใหม่ตั้งแต่ 1 มกราคม 2566
ภายใต้การบริหารงานที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย โรลันด์ โฟล์เกอร์ มีบทบาทสำคัญในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับบริษัท ทั้งยังช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับเครือข่ายผู้จำหน่ายรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ในประเทศไทย โรลันด์ยังมีบทบาทสำคัญในการผลักดันนโยบายของแบรนด์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ที่จะก้าวไปสู่การเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัวในอนาคต ทั้งการเตรียมความพร้อมในการเป็นฐานการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ตลอดจนการผลักดันให้เกิดโครงการ Charge to Change ซึ่งทั้งหมดคือหัวใจสำคัญของความสำเร็จที่ก้าวนำเทรนด์ นอกจากนี้ การผลักดันนโยบายการทำงานด้านดิจิทัลยังส่งผลให้บริษัทบรรลุผลสำเร็จทางธุรกิจผ่านช่องทางออนไลน์ที่สามารถวัดผลได้ชัดเจนทั้งในเรื่องของยอดขายและการบริการลูกค้า
มาร์ติน ชเวงค์ จะมารับตำแหน่งต่อจาก โรลันด์ โฟล์เกอร์ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 เริ่มต้นการทำงานกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ในปี 2535 เมื่อเขาเข้าร่วมทำงานใน ‘Mercedes-Benz-Nachwuchsgruppe’ ที่เมืองสตุตการ์ตในตำแหน่งวิศวกรผู้ควบคุมคุณภาพ หลังจากการทำงานในหลากหลายหน้าที่ทางด้านคุณภาพและการเงินในโรงงานผลิตหลายแห่งของเมอร์เซเดส-เบนซ์ใน เมืองรัสแตท ประเทศเยอรมนี มาร์ตินก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าแผนกควบคุมการวางแผนการผลิตที่ตั้งขึ้นใหม่ในซินเดลฟิงเงน จากนั้น ตั้งแต่ปี 2549 ถึงปี 2558 มาร์ตินได้เข้าไปดูแลงานด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการเงินและการควบคุม ทั้งในแอฟริกาใต้ ออสเตรีย รวมถึงการทำงานในตำแหน่งประธานบริหารด้านการเงิน (CFO) ของ MBUSI ในสหรัฐอเมริกา
ในปี 2558 มาร์ตินย้ายไปเมืองปักกิ่ง ประเทศจีนเพื่อรับตำแหน่ง CFO ให้กับเมอร์เซเดส-เบนซ์ เซลส์ในประเทศจีน มาร์ตินมีส่วนสำคัญต่อความสำเร็จของแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ รวมถึงความก้าวหน้าของโครงการสำคัญ ๆ และกระบวนการทางธุรกิจมากมายในประเทศจีน
ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 มาร์ตินเข้ารับตำแหน่งประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (อินเดีย) จำกัด โดยเขามีบทบาทสำคัญในการเตรียมเมอร์เซเดส-เบนซ์ อินเดียเพื่อก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงในอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนและผลักดันการริเริ่มการทำงานเกี่ยวกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและดิจิทัล เขายังมีส่วนสำคัญในการกำหนดกลยุทธ์การเติบโตของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ซึ่งรวมถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์เครื่องยนต์สันดาปหลักในตลาด การบุกเบิกการเดินทางด้วยรถยนต์ไฟฟ้าระดับลักชัวรีด้วยรถยนต์รุ่น EQC การยกระดับกลยุทธ์เครือข่ายการค้าปลีกด้วยรูปแบบการค้าปลีก MAR 2020 และการนำโมเดลธุรกิจ ‘การค้าปลีกแห่งอนาคต’ ไปใช้งานได้อย่างดีและประสบความสำเร็จในอินเดีย
ตลอดช่วงเวลาที่เขาทำงานอยู่ที่อินเดีย เมอร์เซเดส-เบนซ์ อินเดียประสบความสำเร็จในการบรรเทาวิกฤติโควิด-19 ทั้งยังเพิ่มความแข็งแกร่งมากขึ้นในฐานะองค์กรที่มีความยืดหยุ่น ภายใต้วิสัยทัศน์ ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ การมีส่วนร่วมอย่างลึกซึ้งกับผู้คน คู่ค้า และลูกค้าของเขา ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กรที่พร้อมรับมือกับอนาคต มีความโปร่งใส และมุ่งเน้นที่ผู้คนเป็นศูนย์กลาง
การได้รับการแต่งตั้งในตำแหน่งใหม่ที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทยของ มาร์ติน ชเวงค์ ในวันนี้ บริษัทมีความมั่นใจว่า ด้วยประสบการณ์กว่า 3 ทศวรรษในอุตสาหกรรมยานยนต์ในหลากหลายทวีปของเขา จะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจและนำพาให้เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ก้าวสู่ความสำเร็จใหม่ในอนาคตที่น่าตื่นเต้นของเทรนด์การขับเคลื่อนใหม่ ๆ ที่กำลังมาในโลกยานยนต์
‘ฉลาดขับ ประหยัด ปลอดภัย’ ปีที่ 15 อบรมขับขี่ปลอดภัยทั่วไทยกับ ฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่!
ฟอร์ด ประเทศไทย สานต่อโครงการ ‘ฉลาดขับ ประหยัด ปลอดภัย’ หรือ Ford Driving Skills For Life (DSFL) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 15 โดยนำรถยนต์ฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ ที่อัดแน่นด้วยสมรรถนะและเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อช่วยในการขับขี่อย่างปลอดภัย มาใช้ในการอบรมภายใต้แนวคิด Next-Gen Ford Safety Driving
วัตถุประสงค์ของ Ford Driving Skills For Life (DSFL) เพื่อเพิ่มทักษะการขับขี่อย่างถูกต้องและปลอดภัยให้แก่ผู้ขับขี่ชาวไทย ผ่านการอบรมทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติในสถานการณ์เสมือนจริงจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญ
ในปีนี้ฟอร์ดเริ่มโครงการอบรมครั้งแรกในกรุงเทพฯ ที่สนามมอเตอร์สปอร์ต พาร์ค สุวรรณภูมิ โดยมีลูกค้าของฟอร์ด ทั้งลูกค้าองค์กร และลูกค้าครอบครัวฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอวเอเรสต์ เข้าร่วมกิจกรรมกันอย่างคึกคัก
Ford Driving Skills For Life (DSFL) หรือ ‘ฉลาดขับ ประหยัด ปลอดภัย’ เป็นโครงการเพื่อสังคมของฟอร์ดทั่วโลกภายใต้กองทุนฟอร์ด ฟันด์ โดยฟอร์ดได้จัดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทยในปี พ.ศ. 2546 ผู้เข้าร่วมกิจกรรม Ford Driving Skills For Life ได้เรียนรู้เทคนิคการขับขี่อย่างปลอดภัย รวมถึงเทคนิคการควบคุมรถขณะเกิดเหตุฉุกเฉินเพื่อช่วยลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน
นอกจากนี้ ฟอร์ดยังได้นำชุดจำลองสภาวะมึนเมาและชุดจำลองการตั้งครรภ์มาให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้เรียนรู้ถึงความสำคัญในการเตรียมร่างกายให้พร้อมในการขับขี่ นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมอบรมยังมีโอกาสได้ทดลองใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะที่มีอยู่ในรถยนต์ฟอร์ด เจเนอเรชั่นใหม่ด้วย
ผู้สนใจเข้าร่วมอบรมสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของโครงการ Ford Driving Skills For Life (DSFL) ‘ฉลาดขับ ประหยัด ปลอดภัย’ ได้ที่ Facebook ฟอร์ด โดยฟอร์ดจะมีการจัดการอบรมในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศตลอดปีนี้

5 คำถามยอดฮิตเรื่องรถยนต์ไฟฟ้า GWM ตอบให้!
เทรนด์การใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแต่รถยนต์ไฟฟ้าก็ยังเป็นสิ่งใหม่สำหรับคนไทย หลายคนเกิดข้อกังวลว่าหากขับรถยนต์ไฟฟ้าแล้วเจอปัญหา จะมีวิธีแก้ไขสถานการณ์อย่างไร เกรท วอลล์ มอเตอร์ ผู้นำด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้า มีแนวทางง่ายๆ ในการรับมือกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นขณะขับรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้งานรถไฟฟ้ากัน
แบตเตอรี่คงเหลือมีไม่มาก ต้องเร่งค้นหาสถานีชาร์จเป็นการด่วน ต้องทำอย่างไร?
ระหว่างเดินทางถ้าแบตเตอรี่เหลืออยู่ไม่มาก ก็สามารถค้นหาจุดชาร์จใกล้ตัวได้อย่างง่ายดาย เพราะปัจจุบันทั้งภาครัฐและเอกชนต่างช่วยกันผลักดันระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยให้เข้าถึงง่ายขึ้นด้วยการเพิ่มจำนวนสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าให้ครอบคลุมหลายพื้นที่ ผู้ใช้งานจึงสามารถใช้ Google Maps ค้นหาคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น EV charging, EV charging stations หรือ EV Charger
หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่ช่วยค้นหาสถานีชาร์จ ซึ่งบางแอปฯ สามารถเช็กความพร้อมในการให้บริการของแต่ละสถานี เช็กสถานะขณะชาร์จได้แบบเรียลไทม์ และเลือกจองคิวการชาร์จล่วงหน้าได้อีกด้วย อาทิ EVolt, EA Anywhere, PlugShare, MEA EV, EV Station PluZ, PEA VOLTA, GO TO-U รวมถึง G-Charge ที่สร้างความอุ่นใจให้ผู้ขับขี่ด้วยการรวบรวมพิกัดสถานีชาร์จทั่วประเทศไทยให้มาอยู่ในแอปเดียว
ในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ GWM App จะครอบคลุมเครือข่ายสถานีชาร์จกว่า 65% และจะเพิ่มขึ้นเป็น 85% ภายในปีนี้ สำหรับสถานีชาร์จทั้งหมดของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะติดตั้งเครื่องอัดประจุไฟฟ้าแบบ DC Fast Charge กำลังสูง เริ่มต้นที่ 120 kW ให้บริการรถทุกยี่ห้อ เปิดทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง และสะดวกสบายด้วยการใช้งานผ่าน GWM Application ซึ่งผู้ใช้งานสามารถค้นหาสถานีชาร์จ จองเวลาในการชาร์จ และชำระค่าใช้จ่ายในการชาร์จได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม วิธีที่ดีที่สุดที่จะป้องกันปัญหาแบตเตอรี่หมดกลางทางก็คือการวางแผนเส้นทางและการชาร์จล่วงหน้า เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเสี่ยงลุ้นจนใจหายระหว่างการเดินทาง
ในกรณีที่รถเกิดอุบัติเหตุหรือเกิดขัดข้องกลางถนนต้องทำอย่างไร?
สิ่งแรกที่ต้องทำเมื่อรถดับหรือรถเสียกลางถนนคือ การเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉิน เพื่อแจ้งให้ผู้ขับขี่ที่ตามมาเข้าใจว่าเรากำลังประสบปัญหาอยู่ หลังจากนั้นแนะนำให้ดับเครื่องยนต์ไว้ประมาณ 20 นาที แล้วลองสตาร์ทเครื่องใหม่ หรือทำการรีเซ็ตระบบของตัวรถ และลองสตาร์ทรถอีกครั้ง หากอาการยังไม่ดีขึ้น ให้รีบโทรขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น 191 ตำรวจ, 1193 ตำรวจทางหลวง สายด่วน 1669 เจ็บป่วยฉุกเฉิน หรือโทรแจ้งบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน เป็นต้น ส่วนใครที่ทำประกันรถยนต์ไว้ สามารถโทรติดต่อบริษัทที่ทำประกันภัยรถยนต์อยู่ได้เลย
ด้าน เกรท วอลล์ มอเตอร์ เองก็มีเทคโนโลยีที่ติดตั้งภายในรถ GWM ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในกรณีเกิดเหตุไม่คาดคิด โดยจะมีปุ่ม SOS ให้กดโทรออกเพื่อขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน ส่วนอีกปุ่มจะเป็นปุ่มบริการลูกค้าที่ขอความช่วยเหลือไปยัง Roadside Assistance หรือ บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 24 ชั่วโมง* ซึ่งมีทีมงานมืออาชีพที่พร้อมประสานงานและสามารถไปถึงจุดเกิดเหตุได้ภายใน 30 นาทีสำหรับเหตุฉุกเฉิน และภายใน 45 นาที สำหรับบริการรถยก** นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งช่องทางที่สามารถติดต่อเมื่อเกิดเหตุ นั่นก็คือติดต่อ GWM Contact Centre ผ่านทาง GWM Application หรือโทรโดยตรงที่เบอร์ 02-668-8888 กด 1 บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน โดยแจ้งชื่อ–นามสกุล เบอร์ติดต่อ และหมายเลขตัวถัง (VIN no.) ซึ่งเป็นรหัสประจำตัวของรถแต่ละคันที่ไม่ซ้ำกันจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานในการสืบค้นข้อมูลได้สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น แต่ถ้าหากรถของท่านประสบอุบัติเหตุ กรุณาติดต่อบริษัทประกันเพื่อประสานงานให้ความช่วยเหลือต่อไป
ด้วยความที่รถยนต์พลังงานทางเลือกใช้พลังงานจากไฟฟ้า และมีกลไกการทำงาน รวมถึงนวัตกรรมเทคโนโลยี ไม่เหมือนกับรถยนต์สันดาปทั่วไป หลายคนจึงกังวลว่าหากรถมีปัญหาหรือระบบต่างๆ ทำงานผิดปกติ ต้องหันหน้าไปพึ่งใครดี ซึ่งก็ขอบอกให้วางใจได้ว่าอู่รถยนต์หลายแห่งในปัจจุบันได้เตรียมความพร้อมด้วยการส่งช่างเทคนิคไปเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบของรถอีวี หรือหากอยากได้ความมั่นใจยิ่งขึ้น ผู้ใช้ก็สามารถรายงานความเสียหายไปยังศูนย์บริการของค่ายรถยนต์ไฟฟ้าที่ซื้อมาได้เลย อย่าง เกรท วอลล์ มอเตอร์ ก็มี ศูนย์บริการมาตรฐาน GWM Partner Store ครอบคลุมในหลายพื้นที่ และพร้อมดูแลลูกค้าด้วยทีมงานที่เชี่ยวชาญ ผ่านการอบรมตามมาตรฐาน GWM นอกจากนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังมอบคู่มือการใช้งานมาพร้อมกับตัวรถ ซึ่งเผยเทคนิคการใช้รถยนต์ไฟฟ้า พร้อมอธิบายการใช้งานครบทุกฟังก์ชันในรถอย่างละเอียด เพื่อให้ผู้ขับขี่ทำความเข้าใจกับฟีเจอร์ต่างๆ ก่อนหรือขณะใช้งานจริง
ขับรถไฟฟ้าลุยน้ำได้หรือไม่?
ปัญหาที่พบเจอกันเป็นประจำช่วงหน้าฝนสำหรับรถยนต์สันดาปภายใน เนื่องจากรถยนต์สันดาปโดยทั่วไปจะมีระบบระบายอากาศหรือความร้อนที่เชื่อมต่อภายนอก ซึ่งเป็นช่องทางเสี่ยงทำให้น้ำสามารถเข้าสู่เครื่องยนต์ได้ในกรณีน้ำท่วมสูง ซึ่งแตกต่างจากระบบของรถยนต์ไฟฟ้า ที่ได้รับการออกแบบตัวรถให้มีระบบปิด สามารถป้องกันความเสี่ยงเมื่อเกิดน้ำท่วมได้ดีกว่า ทั้งตัวมอเตอร์ แบตเตอรี่ และระบบชาร์จไฟ ทำให้รถยนต์ไฟฟ้ามีความเสี่ยงจากเหตุการณ์น้ำท่วมได้ลดลง
ข้อควรพิจารณาก่อนขับรถลุยน้ำ คือการประเมินระดับน้ำให้สูงไม่เกิน 30 เซ็นติเมตร หรือประมาณฟุตบาทริมทาง หรือถ้าประมาณครึ่งล้อก็ยังพอลุยไหว แต่ถ้าน้ำท่วมสูงเลยขอบประตูรถเมื่อไหร่ไม่แนะนำให้ทำการขับขี่ต่อไป เพราะน้ำอาจเข้ามาในตัวรถจนทำให้ระบบต่างๆ ของตัวรถเสียหายเนื่องจากทุกระบบของรถยนต์ไฟฟ้า จะใช้ไฟฟ้าเป็นพลังงานหลักในการทำงานและขับขี่ จึงควรระมัดระวังไม่ให้น้ำเข้าในตัวรถที่จะสามารถสร้างความเสียหายให้กับสายไฟและระบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ระบบแบตเตอรี่ ระบบมอเตอร์เกียร์ ระบบกล่องควบคุมเครื่องยนต์ ซึ่งถึงแม้ว่าระบบเหล่านี้จะมีการซีลกันน้ำไว้เป็นอย่างดีแล้วก็ตาม
ด้านแบตเตอรี่ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของรถยนต์ไฟฟ้านั้น จะมีการทดสอบ IP Rating (Ingress Protection) ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานในการป้องกันของแข็งและของเหลวเล็ดลอดเข้าภายใน เพื่อไม่ให้เกิดการรั่วไหลของไฟฟ้าแรงสูงในกรณีที่รถจมอยู่ใต้น้ำ โดยค่ามาตรฐานสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยทั่วไปอยู่ที่ IP67 การันตีว่าสามารถป้องกันความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วมไม่เกิน 1 เมตรได้ ภายในเวลาไม่เกิน 30 นาที สำหรับ ORA Good Cat นั้นได้รับมาตรฐาน IP67 เช่นกัน โดยแบตเตอรี่สามารถกันน้ำจากการแช่น้ำความลึกไม่เกิน 1 เมตรได้สูงสุด 30 นาที และยังสามารถกันฝุ่นได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งยังสามารถขับลุยน้ำได้ลึกถึง 40 เซ็นติเมตรอีกด้วย ดังนั้นผู้ขับขี่สามารถมั่นใจได้ว่าน้ำท่วมจะไม่สามารถก่อความเสียหายให้กับแบตเตอรี่ของตัวรถได้ อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความเสี่ยงจากการรั่วซึมของน้ำเข้าไปในส่วนประกอบของแบตเตอรี่ได้ โดยเฉพาะในน้ำเค็มซึ่งมีความสามารถกัดกร่อนตามธรรมชาติ อาจทำให้เป็นอันตรายต่อแบตเตอรี่ลิเธียม ดังนั้นการหลีกเลี่ยงการนำรถไปลุยน้ำในระดับสูงในระยะเวลายาวนานน่าจะเป็นการป้องกันที่ดีที่สุด
สำหรับการดูแลรถภายหลังจากลุยน้ำท่วมมา ควรแตะเบรกซ้ำๆ เพื่อไล่น้ำออกจากผ้าเบรกซัก 5-10 นาทีหรือในกรณีที่น้ำเข้าในตัวรถ ให้นำรถไปตากแดด เปิดกระโปรงรถ และเปิดประตูไว้เพื่อไล่ความชื้นออกจากรถให้เร็วขึ้น หากไม่มั่นใจ แนะนำให้นำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อตรวจเช็คทุกระบบดูอีกครั้งเพื่อความอุ่นใจในการขับขี่
ชาร์จรถไฟฟ้าที่สถานีชาร์จแล้วไฟไม่เข้า หรือดึงสายชาร์จไม่ออก ต้องทำอย่างไร?
ในช่วงแรกๆ ของผู้ที่หันมาใช้งานรถไฟฟ้าจะมีความสับสนอยู่พอสมควรกับวิธีการชาร์จไฟ และตำแหน่งของพอร์ตชาร์จ ซึ่งผู้ขับขี่จะเริ่มคุ้นชินไปเองหลังจากใช้งานรถไปสักพัก แต่หากอยู่ดีๆ แล้วกลับชาร์จไฟไม่เข้านั้นอาจเป็นเพราะการเสียบหัวชาร์จที่ไม่สนิท ซึ่งแก้ไขง่ายๆ เพียงปลดล็อครถแล้วเสียบหัวชาร์จกลับเข้าไปใหม่ให้แน่นและสนิท จากนั้นกดล็อครถ ต่อด้วยกด Recharge ในแอปพลิเคชันถือเป็นการจบขั้นตอน
ส่วนการถอดสายชาร์จออกจากพอร์ตชาร์จนั้น ในรถหลายรุ่นจำเป็นต้องปลดล็อคประตูรถก่อน ขณะที่บางรุ่นต้องกดปลคล็อคพอร์ตชาร์จด้วย เช่น ORA Good Cat จะไม่มีปุ่มกดปลคล็อคพอร์ตชาร์จ เราต้องปลดล็อครถยนต์ก่อนจากนั้นค่อยดึงออก ส่วนสาเหตุที่ไม่สามารถถอดหัวชาร์จออกจากตัวรถได้ อาจเกิดจากกระบวนการสื่อสารระหว่างตัวรถกับเครื่องชาร์จไม่ถูกต้องตามมาตรฐานของตัวรถ เช่น หยุดชาร์จเองก่อนหมดเวลา ดังนั้นแนะนำให้ล็อค – ปลดล็อค 3 รอบ เป็นการตัดระบบไฟฟ้าของรถ ก็จะสามารถถอดหัวชาร์จออกได้ แต่ถ้าหากยังไม่สามารถถอดได้ ให้ทำการตัดไฟฝั่งเครื่องชาร์จโดยการกดปุ่ม Emergency หรือ Off Breaker main ก็จะสามารถถอดหัวชาร์จออกได้ ทั้งนี้หากทำตามขั้นต้นแล้วยังไม่สามารถถอดหัวชาร์จออกจากตัวรถได้ ให้โทรติดต่อ Call Center ของผู้ให้บริการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อดำเนินการแก้ไขในทางเทคนิคต่อไป
ข้อควรรู้ระหว่างการชาร์จ หากผู้ขับขี่ต้องการหยุดชาร์จ สำหรับการชาร์จที่ตู้สาธารณะนั้นจำเป็นต้องสั่งการหยุดชาร์จที่ตัวแอปพลิเคชันก่อนเพื่อให้ระบบของรถและตู้ชาร์จเชื่อมต่อเข้าขั้นตอนการสั่งหยุดจ่ายไฟ ขณะที่การชาร์จที่บ้านนั้นสามารถหยุดชาร์จได้ทันที
รถไฟฟ้าต้องดูแลรักษาอะไรบ้าง ต้องเช็กระยะเหมือนรถยนต์ทั่วไปหรือไม่?
แม้รถยนต์ไฟฟ้าอาจจะไม่ต้องการการดูแลที่ยิบย่อยเท่ากับรถยนต์เครื่องสันดาป และมีชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่น้อยกว่ารถยนต์แบบทั่วไปหลายเท่า การเช็กระยะถือเป็นสิ่งที่ผู้ใช้งานทุกท่านยังต้องให้ความสำคัญ การเช็กระยะให้ตรงตามรอบจะช่วยยืดอายุการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าได้นานขึ้นและเพื่อการขับขี่ที่ไร้กังวล ซึ่งศูนย์บริการจะทำตรวจสอบการใช้งานและความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นได้กับมอเตอร์ แบตเตอรี่ ระบบชาร์จไฟ ระบบระบายความร้อน หม้อน้ำ เกียร์ ระบบส่องสว่าง และยางรถยนต์ ซึ่งโดยส่วนใหญ่รถยนต์ไฟฟ้ามีกำหนดเข้ารับบริการเช็กระยะกับศูนย์บริการทุกๆ 12 เดือน หรือ 15,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) อย่างไรก็ตาม สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ORA Good Cat ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ มีแพ็คเกจบำรุงรักษาตามระยะทางฟรี 5 ปี หรือ 75,000 กิโลเมตร ซึ่งครอบคลุมทั้งค่าแรงและอะไหล่สิ้นเปลือง (สำหรับลูกค้า Premiere Deal จะไม่ครอบคลุมแบตเตอรี่ 12 โวลต์ ใบปัดน้ำฝน ผ้าเบรก) โดยลูกค้าสามารถใช้รถได้อย่างอุ่นใจและไร้กังวลในทุกการขับขี่
นอกจากนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังมีบริการ Mobile Service* บริการเช็กระยะตามตารางบำรุงรักษานอกสถานที่ ด้วยรถยนต์เคลื่อนที่มาพร้อมอุปกรณ์ครบครันและทีมผู้เชี่ยวชาญเพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้กับลูกค้า รวมถึง Pick Up And Delivery On Demand บริการรับรถเพื่อเข้าบำรุงรักษาตามระยะทางที่ศูนย์บริการมาตรฐาน GWM และส่งมอบรถยนต์คืน ณ สถานที่นัดหมาย หลังบริการเสร็จสิ้น เพียงแค่ทำการนัดหมาย 2 วันล่วงหน้าได้ที่แอปพลิเคชัน GWM หรือ Partner Store ที่ครอบคลุมในหลายพื้นที่ หรือผ่านช่องทาง GWM Contact Centre โทร 02-668-8888
*บริการหลังการขายตลอด 5 ปี เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด
**ระยะเวลาสำหรับเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล
***เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
Mercedes-Benz S 350 d Exclusive ร่วมเสริมทัพ เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ
Mercedes-Benz S 350 d Exclusive เป็นรถยนต์รุ่นใหม่เจเนอเรชันล่าสุดในครอบครัวเมอร์เซเดส-เบนซ์ เอสคลาส ที่พร้อมนำเสนอประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดภายใต้ความหรูหรา ความสะดวกสบาย และความปลอดภัยขั้นสูงสุด ด้วยนวัตกรรมสุดล้ำหน้าที่ให้ความสำคัญกับผู้ใช้ กับเครื่องยนต์ดีเซลที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น การออกแบบทั้งภายในและภายนอกใหม่หมดจด ภายใต้คอนเซ็ปต์ Sensual Purity ในภาษาดีไซน์ที่ได้รับการยกระดับขึ้นในทุก ๆ ส่วน พร้อมตอบรับความต้องการของผู้โดยสารในทุกที่นั่งด้วยประสบการณ์ดิจิทัลที่เป็นที่สุด โดยเฉพาะระบบมัลติมีเดีย MBUX7 เจเนอเรชันใหม่ และระบบความปลอดภัยสุดล้ำหน้า ที่พร้อมยกระดับประสบการณ์การขับขี่ขึ้นอีกขั้นในทุกรายละเอียด
