บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย มูลนิธิชัยพัฒนา ไมโครซอฟท์ เอสซีจี ร่วมเสนอ Choice Is Yours เปิดโอกาสสู่อนาคตเด็กไทย!
ครั้งแรกของความร่วมมือกันระหว่างองค์กรชั้นนำระดับโลกและประเทศจากสี่องค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย มูลนิธิชัยพัฒนา ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย และเอสซีจี เพื่อส่งเสริมและผลักดันให้นิสิต นักศึกษาไทยได้แสดงศักยภาพการออกแบบแนวคิดด้านความยั่งยืนที่จะสร้างผลกระทบเชิงบวกแก่สิ่งแวดล้อมและสังคม ในโครงการ Choice is Yours
โครงการ Choice is Yours จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนการต่อยอดแนวคิดของคนรุ่นใหม่ที่มีต่อการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ผ่านการพัฒนาโครงการต่าง ๆ ที่นำมาใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน พร้อมเปิดรับทีมนิสิต นักศึกษาไม่จำกัดคณะหรือชั้นปี ซึ่งสามารถเลือกแนวคิดในการนำเสนอผลงาน ได้แก่
- REduce โดย บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย แนวทางในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยมุ่งเน้นแนวคิด “ลดเพื่อเพิ่ม” ไม่ว่าจะเป็นการลดการใช้วัสดุหรือทรัพยากรที่เกี่ยวข้อง หรือการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่จะสามารถลดการสร้างขยะ มลพิษ และของเสียต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้ยั่งยืนยิ่งขึ้น
- REuse โดย มูลนิธิชัยพัฒนาการนำทรัพยากรที่มีอยู่กลับมาใช้ใหม่เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าและประโยชน์สูงสุด เพื่อรักษาทรัพยากรให้คงอยู่อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด เช่น การยืดอายุวงจรผลิตภัณฑ์ สิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ ผ่านการใช้ซ้ำ หรือการนำทรัพยากรท้องถิ่นมาออกแบบและใช้งานใหม่โดยที่ยังคงคุณค่าเดิมของทรัพยากรไว้เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด
- REthink โดย ไมโครซอฟท์การนำเทคโนโลยีมาผสมผสาน ปรับเปลี่ยน หรือสร้างสรรค์แนวคิดใหม่ ๆ ที่เสริมสร้างความยั่งยืน สร้างความรู้ความเข้าใจด้านผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม และขับเคลื่อนให้เกิดความเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ว่าในระดับบุคคล องค์กร หรือสังคมในภาพรวม
- REcycle โดย เอสซีจีการนำทรัพยากรที่ใช้งานแล้วมาผ่านกระบวนการแปรรูปเพื่อนำกลับมาใช้งานใหม่ โดยหัวใจสำคัญของการ Recycle ที่แตกต่างจากการ Reuse คือ เป็นการจัดการของเสียหรือวัสดุเหลือใช้ที่กำลังจะเป็นขยะ โดยนำไปผ่านกระบวนการแปรสภาพ หรือปรับปรุงคุณภาพ ให้กลับมามีคุณภาพเทียบเท่าหรือใกล้เคียงของเดิม หรือให้ได้วัตถุดิบใหม่ หรือผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่อาจเปลี่ยนจุดประสงค์ในการใช้งาน เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ให้แก่ทรัพยากร และสร้างการหมุนเวียนทรัพยากรอย่างยั่งยืน
โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากทั้ง 4 องค์กรร่วมเป็นผู้ให้คำปรึกษาและตัดสิน โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายน 2565 ประกาศผลผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ 20 ทีมในวันที่ 5 สิงหาคม 2565 และประกาศรางวัลชนะเลิศในเดือนพฤศจิกายน 2565 ทั้งนี้ ทีมผู้ชนะจะได้รับโอกาสเข้าร่วมฝึกงานกับองค์กรผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน
โครงการนี้ยังส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมและบุคคลทั่วไปตระหนักถึงระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่มุ่งเน้นการออกแบบสินค้าและบริการที่ให้ความสำคัญต่อการใช้คุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยการหมุนเวียนวัตถุดิบและสินค้า พร้อมลดผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมให้ได้มากที่สุด และการนำแนวคิดของแต่ละโครงการไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกที่ทุกคนสามารถ “เลือก” ที่จะลงมือทำเพื่อสร้างอนาคตที่ดียิ่งขึ้น
ระหว่างการเข้าร่วมโครงการ ทีมผู้เข้าแข่งขันจะได้เข้าร่วมเวิร์คช็อปพร้อมปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน และทัศนศึกษายังโรงงานและสถานที่ดำเนินกิจการของบีเอ็มดับเบิลยูและพาร์ทเนอร์ โดยทีมที่ชนะการแข่งขันจะได้รับโอกาสเข้าร่วมฝึกงานกับองค์กรผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ประกาศนียบัตรการเข้าร่วมโครงการ และการจัดแสดงผลงานการแข่งขันแก่สื่อมวลชนและผู้สนใจในกิจกรรมต่าง ๆ อีกด้วย
มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Choice is Yours ซึ่งมีเป้าหมายส่งเสริมแนวคิดของคนรุ่นใหม่ด้านการพัฒนาโดยคำนึงถึงความยั่งยืน สอดคล้องกับพันธกิจของบีเอ็มดับเบิลยูที่มุ่งมั่นในด้านของความยั่งยืน ภายใต้แนวคิดการกำจัดขยะโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม (zero-waste-to-landfill) และความเป็นกลางทางคาร์บอน (carbon-neutral) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้าน ‘REduce’ หรือ การลดปริมาณการใช้งานหรือการบริโภคทรัพยากรธรรมชาติ เราเชื่อว่าการแบ่งปันความรู้และพัฒนาทักษะจากการร่วมปฏิบัติงานกับผู้เชี่ยวชาญ จะทำให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้เสริมสร้างประสบการณ์และองค์ความรู้แบบรอบด้าน และนำไปพัฒนาโครงการและนวัตกรรมอื่น ๆ ได้อีกมากในอนาคต”
คุณภากมล รัตตเสรี กรรมการและรองเหรัญญิก มูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวว่า “ภัทรพัฒน์ ตราพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อทำการตลาดให้แก่ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ซึ่งเริ่มจากผลผลิตภายในโครงการของมูลนิธิชัยพัฒนาไปสู่สินค้าของชุมชนและผลิตผลของเกษตรกรในแต่ละท้องถิ่น โดยพัฒนาให้มีความโดดเด่นสวยงาม มีความหลากหลาย และแสดงถึงการพัฒนาตามแนวพระราชดำริอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูป หรืองานหัตถกรรม โดยมีคุณค่าและความแตกต่างของผลิตภัณฑ์อยู่ที่เรื่องราว รวมถึงแนวทางการพัฒนา เพื่อให้ราษฎรผู้ผลิตเกิดความภาคภูมิใจและผู้ซื้อผลิตภัณฑ์เกิดความพึงพอใจ และหนึ่งในความภาคภูมิใจนั้นคือผลิตภัณฑ์จากกก ของกลุ่มเกษตรกรสมาชิกกลุ่มผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 พระราชทาน “เพื่อนช่วยเพื่อน” จังหวัดสุรินทร์ ที่ปัจจุบันได้มีการต่อยอดผลิตภัณฑ์จากเสื่อกกให้ก้าวไปอีกขั้น สู่การเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่มีความสวยงาม เรียบหรู ซึ่งด้วยความรู้ความเชี่ยวชาญที่เราได้ช่วยสร้างคุณค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะเห็นเยาวชนรุ่นใหม่มาร่วมแสดงความคิดสร้างสรรค์ในการแข่งขัน และสามารถนำเอาแนวคิดด้านการ REuse นี้ ไปต่อยอดและปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อทรัพยากรอื่น ๆ ที่มีอยู่ในประเทศไทย และสร้างความยั่งยืนให้ให้แก่สิ่งแวดล้อมและสังคมต่อไป”
คุณชนิกานต์ โปรณานันท์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาดและปฏิบัติการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยที่จะได้รับฟังแนวคิดด้านความยั่งยืนจากนักคิดรุ่นใหม่ และหวังว่าโครงการนี้จะเปิดประตูให้นิสิต-นักศึกษาที่เข้าแข่งขันได้เรียนรู้ถึงโอกาสมากมายในการนำเทคโนโลยีมาขับเคลื่อนความยั่งยืน พร้อมนำแรงบันดาลใจและความรู้ไปต่อยอดให้เกิดขึ้นได้จริงในอนาคต เพราะเราเชื่อว่านวัตกรรมที่ดีจะต้องมีบทบาทในการเสริมศักยภาพให้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน คิดค้นสิ่งใหม่ๆ หรือสานต่อความยั่งยืนเพื่อโลกของเรา เช่นเดียวกับที่ไมโครซอฟท์เอง มีเป้าหมายที่จะลดการปล่อยคาร์บอนให้เป็นลบภายในปี 2573”
คุณยุทธนา เจียมตระการ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่-การบริหารกลาง เอสซีจี กล่าวว่า “เอสซีจียินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการนี้ โดยเฉพาะเรื่องการรีไซเคิล ซึ่งเป็นหลักการหนึ่งของเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่เอสซีจีทำมาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวปฏิบัติ SCG Circular Way ที่มุ่งใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่ามากที่สุดในทุกกระบวนการ ตั้งแต่ออกแบบ ผลิต ใช้ ไปจนถึงปลายทาง คือ การรีไซเคิลวัสดุเหลือใช้ หรือของเสีย ให้กลับมาเป็นวัตถุดิบใหม่อีกครั้ง เป็นการหมุนเวียนใช้ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น การรีไซเคิลกล่องกระดาษที่ไม่ใช้แล้วเป็นเตียงสนามกระดาษ การนำพลาสติกใช้แล้วกลับมารีไซเคิลเป็นพลาสติกคุณภาพสูง การนำเศษวัสดุเหลือทิ้งจากการก่อสร้างกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ นอกจากนี้ ยังมุ่งสร้างจิตสำนึกของพนักงานเรื่องการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า คัดแยกขยะให้ถูกประเภท เพื่อนำกลับไปรีไซเคิลให้ได้มากที่สุด และขยายความร่วมมือไปยังชุมชนรอบโรงงาน วัด โรงเรียน มหาวิทยาลัย ตลาด สิ่งเหล่านี้ เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ SD (Sustainable Development) ที่เอสซีจีทำมาอย่างต่อเนื่อง และยกระดับสู่ ESG (Environmental, Social, Governance) ด้วยแนวทาง ESG 4 Plus ได้แก่ 1. มุ่ง Net Zero ในปี 2050
2. Go Green 3. Lean เหลื่อมล้ำ 4. ย้ำร่วมมือ ภายใต้การดำเนินงานอย่างโปร่งใส เป็นธรรม เอสซีจีเชื่อมั่นว่าการทำงานร่วมกันในครั้งนี้ จะช่วยพัฒนาต่อยอดไอเดียของน้อง ๆ ให้เกิดเป็นโครงการ หรือนวัตกรรมเพื่อส่งต่อโลกที่ยั่งยืนให้กับคนรุ่นต่อไป”
นิสิตและนักศึกษาที่สนใจเข้าร่วมโครงการ สามารถสมัครได้ที่ https://forms.office.com/r/LyscnH6L7q พร้อมส่งวิดีโอแนะนำโครงการของตนเองระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน – 22 กรกฎาคม 2565 และสามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับการแข่งขันได้ที่ https://www.bmw.co.th/th/discover/choice-is-yours.html โดยจะประกาศผลทีมที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการด้านละ 5 ทีม รวมเป็น 20 ทีม ในวันที่ 5 สิงหาคม 2565 ทางเว็บไซต์ www.bmw.co.th และประกาศผลรางวัลชนะเลิศในเดือนพฤศจิกายน 2565
เท่! คลาสสิคได้ทุกวันกับ Spirit Helmets จาก รอยัล เอ็นฟีลด์
รอยัล เอ็นฟีลด์ ผู้นำรถจักรยานยนต์ขนาดกลาง (250cc-750cc) เปิดตัวหมวกกันน็อกรุ่นใหม่ล่าสุด Spirit Helmets ในประเทศไทย ยกระดับประสบการณ์การขี่รถจักรยานยนต์ของผู้สวมใส่ ทั้งสไตล์สวยคลาสสิคเหนือกาลเวลา และสามารถปกป้องศีรษะได้ดี มีวางจำหน่ายแล้ว 2 สี (ขาวและดำ) 3 ขนาด (M, L และ XL) ที่รอยัล เอ็นฟีลด์ สโตร์ทั่วประเทศ
Spirit Helmets สร้างขึ้นเพื่อการขี่รถจักรยานยนต์ในชีวิตประจำวัน โครงสร้างเป็นวัสดุพลาสติกที่มีความทนทานต่อแรงกระแทกสูง แผ่นบุภายในแบบแอกทีฟแอร์ รูปทรง 3 มิติ และแว่นตาสีดำช่วยป้องกันแสงแดดที่เลื่อนขึ้นลงได้ หมวกกันน็อกออกแบบสไตล์คลาสสิคโดดเด่นด้วยแถบสี แดง/ส้ม/เหลือง มีให้เลือก 2 สี ขาวและดำ นอกจากนี้หมวกกันน็อกยังได้รับการรับรองจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) อีกด้วย

คุณอนุจ ดัว, หัวหน้าฝ่ายธุรกิจประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก, รอยัล เอ็นฟีลด์ กล่าวถึงการเปิดตัว Spirit Helmets ว่า “สำหรับผู้ที่ชอบขี่รถจักรยานยนต์ เครื่องแต่งกายและอุปกรณ์สำหรับการขี่ถือเป็นหนึ่งในวิธีการแสดงออกถึงความชอบของตัวเองที่ใคร ๆ ก็เห็นได้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นตอนที่ขี่อยู่บนถนน หรือตอนที่จอดแวะพัก ดังนั้นรอยัล เอ็นฟีลด์จึงปรับปรุงพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกาย และอุปกรณ์สำหรับการขี่อยู่เสมอ เพื่อนำเสนอคอลเลคชั่นใหม่ที่ตอบโจทย์ของกลุ่มลูกค้าปัจจุบัน
เรารู้สึกตื่นเต้นอย่างยิ่งสำหรับการเปิดตัว Spirit Helmets ซึ่งจะทำให้ผู้ขี่ในประเทศไทยเดินทางได้ปลอดภัย พร้อมมีสไตล์มากขึ้น เราขึ้นชื่อในด้านการผลิตเครื่องแต่งกาย รวมถึงหมวกกันน็อกระดับโลกที่เน้นเรื่องความปลอดภัยของผู้ขี่ และเราก็ตั้งใจที่จะยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้สูงขึ้นด้วย Spirit Helmets เพราะความปลอดภัยบนท้องถนนคือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเรา เรามองเห็นว่าประเทศไทยมีศักยภาพมากสำหรับการนำเสนอเครื่องแต่งกายและอุปกรณ์สำหรับการขี่ ดังนั้นเราจึงมุ่งมั่นนำเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพดีที่สุดมาใช้สร้างผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพดีที่สุด การเปิดตัวหมวกกันน็อกครั้งนี้เป็นความพยายามของเราที่จะทำให้ผู้คนเข้าถึงอุปกรณ์สำหรับการขี่คุณภาพสูงได้ง่ายขึ้น ผ่านการทำตลาดอย่างแข็งแกร่งในประเทศ/เขตปกครองตนเองต่างๆ”
‘อิเกีย สุขุมวิท’ ซิตี้สโตร์ แห่งแรกในภูมิภาคเร็วๆ นี้ย่านสุขุมวิท!
อิเกีย ประเทศไทย เตรียมเปิด ‘อิเกีย สุขุมวิท‘ สโตร์แห่งที่ 4 ในไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘City-Centre Store’ แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้ทุกคนได้สัมผัสใกล้ชิดกับประสบการณ์การช้อปปิ้งและแรงบันดาลใจในการแต่งบ้านจากอิเกียได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น
อิเกีย สุขุมวิท นับเป็นความร่วมมือครั้งแรกระหว่างอิเกีย ประเทศไทย กับเดอะมอลล์ กรุ๊ป เสริมความแข็งแกร่งให้กับ The EM District อาณาจักรธุรกิจและไลฟ์สไตล์ใจกลางเมือง โดยจะตั้งอยู่ที่ชั้น 3 ของ ศูนย์การค้า The Emsphere มีพื้นที่ 12,000 ตร.ม. อัดแน่นประสบการณ์ช้อปปิ้งแบบอิเกียที่ทุกคนชื่นชอบ มีครบทั้งโชว์รูม มาร์เก็ตฮอลล์ เซลฟ์เสิร์ฟ ร้านอาหารอิเกีย และบริการอื่นๆ อาทิ Click & Collect เป็นต้น สโตร์แห่งใหม่นี้มีจุดเด่นด้านทำเลที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เดินทางได้สะดวก ใกล้กับอโศก ซึ่งเป็นฮับของการขนส่งมวลชน ให้ชาวไทยเข้าถึงโซลูชั่นการแต่งบ้านและไอเดียดีๆ จากอิเกียได้ทั่วถึงมากขึ้น เติมเต็มพื้นที่อิเกีย บางนา และอิเกีย บางใหญ่ ที่เปิดให้บริการมาก่อนหน้านี้
ลีโอนี่ ฮอสกิ้น ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจค้าปลีก อิเกีย ประเทศไทย และเวียดนาม กล่าวว่า สโตร์แห่งใหม่นี้จะรองรับผู้เยี่ยมชมสโตร์กว่า 4 ล้านคนที่อาศัยที่ในย่านสุขุมวิท รวมถึงบริเวณต่างๆ ในกรุงเทพฯ ที่สามารถเดินทางมาที่สโตร์ได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น ในคอนเซ็ปต์ City-Centre Store ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญในการขยายสโตร์ใหม่ของอิเกียทั่วโลก ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี อาทิ ที่ปารีส เวียนนา และเซี่ยงไฮ้ เป็นต้น สำหรับอิเกีย สุขุมวิท จะเป็นสโตร์ที่ผสมผสานทั้งความเป็นสวีเดนที่เป็นต้นกำเนิดของ อิเกีย และความเป็นไทย ที่แบรนด์อิเกียได้เข้ามาทำตลาดกว่า 10 ปีแล้ว
นอกจากนี้อิเกีย ยังได้แต่งตั้งทีมงานชาวไทย คุณศิรินทร์ อาศน์ศิลารัตน์ ขึ้นแท่นผู้จัดการสโตร์ อิเกีย สุขุมวิท ผู้ซึ่งมีประสบการณ์การทำงานกับอิเกียมากว่า 8 ปี ทั้งในตำแหน่งผู้จัดการแผนกความยั่งยืน, ผู้จัดการด้านการสื่อสารภายใน สโตร์อิเกีย บางนา, ผู้จัดการสโตร์อิเกีย ภูเก็ต และรองผู้จัดการ สโตร์ อิเกีย บางนา เป็นผู้ที่มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงดีเอ็นเอของอิเกียและผู้บริโภคชาวไทย
ศิรินทร์ อาศน์ศิลารัตน์ ผู้จัดการสโตร์ อิเกีย สุขุมวิท กล่าวว่า สโตร์แห่งใหม่นี้จะตอบโจทย์ความต้องการของคนไทยที่อยากให้มีอิเกียในเมือง เดินทางได้สะดวก อิเกีย สุขุมวิท จะเป็นซิตี้สโตร์ที่มีครบทุกประสบการณ์การช้อปปิ้งจากอิเกีย ไม่ว่าจะเป็นโชว์รูม มาร์เก็ตฮอลล์ รวมถึงร้านอาหาร อิเกียที่ให้ทุกคนได้อิ่มอร่อยกับอาหารสไตล์สวีเดนดั้งเดิม
เมนูอาหารสไตล์สวีเดนใหม่ๆ จะหมุนเวียนให้ได้ลิ้มลองพร้อมเพลิดเพลินกับวิวสวนเบญจสิริ หรือแม้แต่เซลฟ์เสิร์ฟ ซึ่งเป็นมุมถ่ายรูปยอดนิยมของแฟนอิเกีย นอกจากนี้ อิเกีย สุขุมวิท ยังมีความพิเศษอีกมากมายเพื่อให้อิเกียเป็นจุดหมายใหม่สำหรับทุกๆ คน
ทั้งนี้ อิเกีย สุขุมวิทจะเปิดรับพนักงานใหม่เข้าสู่ครอบครัวของอิเกียกว่า 200 ตำแหน่ง ที่จะมาทำงานร่วมกัน เพื่อเตรียมความพร้อมต้อนรับชาวสุขุมวิท ในช่วงปลายปี 2566
BMW GROUP PRIDE ขับเคลื่อนด้วยพลังที่หลากหลาย!
BMW Group ติดหนึ่งใน 5 อันดับแรกของดัชนี DAX 30 LGBT+ Diversity Index 2020 ในฐานะองค์กรใจกว้างที่ยอมรับความหลากหลายทางเพศ แถมยังเป็นสมาชิกของ ‘PrOut at Work’ เครือข่ายของ LGBT+ ที่มีองค์กรชั้นนำของเยอรมันเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก
กว่าชาวสีรุ้ง LGBT+ จะได้รับการยอมรับในทุกวันนี้ขอเล่าย้อนไป เมื่อ 20 ปีก่อน มีการจัดกลุ่มชาวรักร่วมเพศกลุ่มเล็กๆ ที่เริ่มจากมีคนๆ หนึ่งตั้งคำถามกับตัวเองว่า “ฉันเป็นชาวรักร่วมเพศคนเดียวในองค์กรหรือเปล่านะ” และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการรวมตัวของกลุ่มคนรักร่วมเพศที่มาพบปะสังสรรค์กันหลังเลิกงาน
สิบปีต่อมา กลุ่มคนเล็กๆ ขยายตัวกลายเป็นเครือข่าย LGBT+ ที่มีความหลากหลายทางเพศมากขึ้น พวกเขาซึ่งมีสมาชิกราว 35 คน ใช้โลโก้ BMW Group PRIDE เข้าร่วมพาเหรด Munich Gay Pride Parade เป็นครั้งแรก ด้วยความเปิดกว้างขององค์กร ที่มีเป้าหมายในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี ที่ไม่มีใครต้องปิดบังตัวตนเพราะอัตลักษณ์ทางเพศของพวกเขา ปัจจุบันเครือข่าย BMW Group PRIDE มีสมาชิกมากกว่า 500 คนทั่วโลก
ที่มา: bmw.com
‘เลอวานเต้ ไฮบริด’ เอสยูวีพลังไฮบริดรุ่นแรกค่าย ‘มาเซราติ’
มาเซราติ ประเทศไทย ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ มาเซราติ อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เปิดตัว ‘เลอวานเต้ ไฮบริด’ (Levante Hybrid) เอสยูวีรุ่นแรกของค่ายตรีศูล ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ไฮบริดที่มาพร้อมความแรงแบบรักษ์โลก
มาเซราติ ‘เลอวานเต้ ไฮบริด’ มากับเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 4 สูบ 2.0 ลิตร ฉีดเชื้อเพลิงตรงสู่ห้องเผาไหม้ ผสานระบบไฟฟ้า BSG (Belt Starter Generator) 48 โวลต์ ทำได้ 330 แรงม้า (HP) ที่ 5,750 รอบ/นาที แรงบิด 450 นิวตันเมตร ที่ 2,250 รอบ/นาที ส่งกำลังสู่ล้อทั้ง 4 ผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 6 วินาที ท็อปสปีดทะลุ 240 กม./ชม. มั่นใจทุกเส้นทางกับระบบช่วงล่างถุงลมติดตั้งเป็นมาตรฐาน
มร. โบยัน เจนคูลอฟสกี้, ผู้จัดการทั่วไป มาเซราติ ออสเตรเลีย อาเซียน และอินเดีย เผยว่า “มาเซราติ ‘เลอวานเต้ ไฮบริด’ เป็นเสมือนก้าวที่สองของการเข้าสู่ยุคแห่งยนตรกรรมไฟฟ้าในอนาคตของ มาเซราติ ตามหลังรุ่นพี่อย่าง ‘กิบลี่ ไฮบริด’ (Ghibli Hybrid) ที่เปิดตัวช่วงปี 2563 เลอวานเต้ ไฮบริด เป็นรถที่ขับสนุก มีประสิทธิภาพรอบด้าน พร้อมสุ้มเสียงกระหึ่มเร้าใจ ซึ่งเป็นผลจากการนำเทคโนโลยีไฮบริดมาใช้ ทำให้เครื่องยนต์บล็อกนี้ ตอบสนองดีตั้งแต่รอบต่ำ ไม่ต่างจากเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ แต่ให้ความประหยัดสูง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น
รถรุ่นนี้เป็นเสมือนตัวแทนที่แสดงถึงมาตรฐานใหม่ของ มาเซราติ ที่ตั้งเป้าว่ารถรุ่นใหม่ในอนาคตทั้งหมด จะผ่านการพัฒนา, ผลิต และประกอบที่โรงงานของ มาเซราติ ในอิตาลี 100% ผสานเทคโนโลยีการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าอันล้ำสมัย เพื่อดำรงไว้ซึ่งคุณค่าของแบรนด์ที่พวกเราทุกคนภาคภูมิใจ ขณะที่ก้าวต่อไปของเราก็คือ การเปิดตัว มาเซราติ ‘กรันทูริสโม โฟลกอเร’ (GranTurismo Folgore) ช่วงปี 2566 ซึ่งเป็นยนตรกรรม จีที ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนรุ่นแรกในประวัติศาสตร์ของ มาเซราติ”
ปิยะเทพ ศิวากาศ, ผู้จัดการทั่วไป มาเซราติ ประเทศไทย กล่าวว่า “มาเซราติ ประเทศไทย มีความยินดีและภาคภูมิใจ ที่ได้นำเสนอ ‘เลอวานเต้ ไฮบริด’ ต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการในวันนี้ โดยที่ผ่านมา เราได้มีการนำเข้ารถยนต์รุ่นใหม่ๆ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำเสนอหลากหลายแคมเปญพิเศษ ทั้งก่อนและบริการหลังการขาย แทนคำขอบคุณลูกค้าหรือผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์ มาเซราติ รวมถึงมีการก่อตั้ง ‘Thailand Maserati Owners Club’ เพื่อเป็นศูนย์กลางให้ลูกค้าได้พบปะหรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ผ่านหลากหลายกิจกรรมพิเศษที่เราได้จัดขึ้น และเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า มาเซราติ ‘เลอวานเต้ ไฮบริด’ จะสามารถตอบโจทย์ของลูกค้าในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี”
สัมผัสความล้ำสมัย พร้อมสมรรถนะอันเร้าใจของ มาเซราติ ‘เลอวานเต้ ไฮบริด’ ได้แล้ววันนี้ ที่โชว์รูม มาเซราติ ประเทศไทย โครงการเอ-สแควร์ ซอยสุขุมวิท 26
พิเศษ รับบัตรทองการบินไทย พร้อม Cash Credit Voucher มูลค่า 350,000 บาท สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ มาเซราติ เลอวานเต้ ดีเซล ภายในงาน เอ็มจีซี-เอเชีย ออโต เฟสต์ 2022 วันนี้ ถึง 19 มิ.ย. 2565 ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน
GWM ปรับลดราคา ORA Good Cat รอบสองสนองนโยบายการลดลงของภาษีสรรพสามิต!
เกรท วอลล์ มอเตอร์ สนองนโยบายภาครัฐด้านการส่งเสริมการใช้และการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมเตรียมเข้าร่วมและปรับราคา ORA Good Cat ที่มีจำหน่ายในปัจจุบันทั้ง 3 รุ่นอีกครั้ง ภายหลังการประกาศการลดลงของภาษีสรรพสามิตอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2565 หลังจากที่ได้เข้าร่วมมาตรการดังกล่าวในเฟสแรกเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาโดยได้รับเสียงตอบรับอย่างท่วมท้นจากผู้บริโภคเป็นยอดรอการส่งมอบกว่า 3,000 คัน ตอกย้ำความสำเร็จของการปลุกกระแสความนิยมรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมสานต่อความมุ่งมั่นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ยานยนต์อัจฉริยะให้กับผู้บริโภค เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างยั่งยืน
ภายหลังจากที่รัฐบาลได้มีการประกาศการลดลงของภาษีสรรพสามิตของรถยนต์ไฟฟ้าจาก 8 เปอร์เซ็นต์ เหลือ 2 เปอร์เซ็นต์อย่างเป็นทางการแล้วนั้น จะมีผลทำให้ราคาขายปลีกของรถยนต์ไฟฟ้าที่เข้าร่วมโครงการมีราคาลดลงเพิ่มเติม โดยในเฟสแรก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้เข้าร่วมโครงการเพื่อรับสิทธิ์เงินอุดหนุนจำนวน 70,000 – 150,000 บาทต่อคันตามขนาดแบตเตอรี่รถยนต์จากรัฐบาล พร้อมสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมจากการลดลงของภาษีมูลค่าเพิ่ม และภายหลังจากการประกาศนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ พร้อมที่จะเข้าร่วมรับสิทธิประโยชน์ดังกล่าวในเฟส 2 และยินดีที่จะปรับราคาขายปลีกของ ORA Good Cat ที่จำหน่ายในประเทศไทยทั้ง 3 รุ่นลงอีกครั้ง ภายใต้การลดลงของภาษีสรรพสามิตจาก 8 เปอร์เซ็นต์ เหลือ 2 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
- ORA Good Cat รุ่น 400 TECH จากราคา 828,500 บาท เป็นราคา 763,000 บาท
- ORA Good Cat รุ่น 400 PRO จากราคา 898,500 บาท เป็นราคา 828,500 บาท
- ORA Good Cat รุ่น 500 ULTRA จากราคา 1,038,500 บาท เป็นราคา 959,000 บาท
ทั้งนี้ หลังจากที่มีการประกาศการลดภาษีสรรพสามิตอย่างเป็นทางการแล้วนั้น ในขั้นตอนการดำเนินการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะทำการยื่นเอกสารเพื่อแสดงความประสงค์ในการเข้าร่วมโครงการและรับสิทธิประโยชน์ดังกล่าว พร้อมขออนุมัติราคาขายปลีกที่ลดลงอย่างเป็นทางการจากกรมสรรพสามิต หลังจากได้รับการอนุมัติแล้ว บริษัทฯ จึงจะสามารถจำหน่ายรถยนต์ไนราคาที่ปรับลดลงดังกล่าวได้ และจะดำเนินการส่งมอบรถให้กับลูกค้าในลำดับต่อไป โดยจะใช้ระยะเวลาในการดำเนินการประมาณ 3-4 สัปดาห์ แต่ถ้าลูกค้ามีความประสงค์ที่จะรับส่งมอบรถก่อนการอนุมัติราคาที่ลดลงอย่างเป็นทางการจากกรมสรรพสามิต ลูกค้าจะได้สิทธิประโยชน์จากราคาในปัจจุบันที่ไม่รวมภาษีสรรพสามิตที่ลดลง
นอกจากนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังจัดแคมเปญพิเศษ “ORA Good Cat Special Delivery” เปิดโอกาสให้ลูกค้าที่ได้สั่งจอง ORA Good Cat ไปแล้วและอยู่ในระหว่างการรอส่งมอบ สามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษในการรับมอบรถได้ทันที (ภายหลังจากการลงทะเบียน บริษัทฯ จะทำการเรียงลำดับการส่งมอบรถตามลำดับการจองของลูกค้า โดยความสามารถในการส่งมอบรถขึ้นอยู่กับจำนวนรุ่นและสีที่มีพร้อมส่งในสต๊อก ณ ปัจจุบัน) อย่างไรก็ตาม ลูกค้าที่เลือกรับสิทธินี้ จะไม่สามารถรับสิทธิประโยชน์จากการลดลงของภาษีสรรพสามิตจาก 8 เปอร์เซ็นต์ เหลือ 2 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลาอีก 3-4 สัปดาห์หลังจากนี้ในการขออนุมัติราคาใหม่อย่างเป็นทางการจึงจะมีผลบังคับใช้ และจะต้องเซ็นต์เอกสารการยินยอมไม่ขอรับส่วนต่างราคาจากสิทธิประโยชน์ด้านภาษีดังกล่าว โดยลูกค้าที่สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่ ORA Good Cat Special Delivery ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2565 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ถึงวันที่ 19 มิถุนายน 2565 เวลา 23.59 น. จำกัดสิทธิ์เพียง 120 ท่านแรกเท่านั้น (ขึ้นอยู่กับจำนวนรุ่นและสีที่มีพร้อมส่งในสต๊อก ณ ปัจจุบัน) โดยบริษัทฯ จะทำการติดต่อลูกค้าที่ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมแคมเปญ ORA Good Cat Special Delivery ทั้ง 120 ท่าน ภายในวันที่ 21 มิถุนายน 2565
คุณณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ เกรท วอลล์ มอเตอร์ พร้อมที่จะสนับสนุนนโยบายต่างๆ ของภาครัฐเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเดินหน้าประเทศไทยสู่การเป็นสังคมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบตามนโยบาย 30/30 เพื่อผลิตรถ Zero Emission Vehicle (ZEV) ให้ได้อย่างน้อย 30% ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดในปี พ.ศ. 2573 ควบคู่ไปกับการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนของภูมิภาค (EV Hub) ด้วยการสร้างสรรค์และพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าและบริการจากนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับโลกเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคชาวไทย รวมถึงสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคด้วยการยกระดับระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าของไทยให้ทัดเทียมกับระดับสากลด้วยการขยายและพัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้าให้ครอบคลุมทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง การเข้าร่วมมาตรการสนับสนุนการใช้และการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าเฟส 2 ในครั้งนี้จะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะที่ทั้งสะอาด ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ง่ายขึ้น ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญที่จะผลักดันประเทศไทยสู่สังคมยานยนต์ไฟฟ้าในท้ายที่สุดได้อย่างแท้จริง”
เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้ารวมถึงเติมเต็มระบบนิเวศของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยเมื่อเร็วๆ นี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการส่งเสริมและสนับสนุนการขับเคลื่อนยานยนต์ไฟฟ้าและพัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้า กับ 3 หน่วยงานการไฟฟ้า ประกอบไปด้วย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) โดย ORA Good Cat ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นและความนิยมต่อเนื่องจากผู้บริโภคชาวไทย ส่งผลให้ ORA Good Cat ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำด้านรถยนต์ไฟฟ้า 100% ตั้งแต่เดือนแรกที่มีการส่งมอบ จวบจนถึงปัจจุบัน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ทำการส่งมอบ ORA Good Cat ให้กับแฟนๆ ชาวไทยไปแล้วทั้งสิ้น 1,748 คัน และมียอดจองที่รอการส่งมอบอีกกว่า 3,000 คัน
เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะ “บริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก” (Global Intelligent Technology Company) มุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัย ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และพร้อมที่จะให้การสนับสนุนนโยบายภาครัฐ ตลอดจนทุกภาคส่วนในสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและเศรษฐกิจไทยให้ก้าวต่อไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ฟอร์ดชวนลูกค้าพิสูจน์ความแกร่ง ‘เรนเจอร์ เจนใหม่’ กลางป่าในกิจกรรม ‘Live the Ranger Life’
ฟอร์ด ประเทศไทย จัดกิจกรรม ‘Next-Gen Ranger Live the Ranger Life Festival’ ให้ลูกค้าได้ทดสอบขับรถฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ พร้อมใช้ชีวิตแบบเรนเจอร์ภายใต้แนวคิด ‘Unlimit Your Experience’ เพื่อพาผู้ขับขี่เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ และก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ณ ‘Ranger Camp’ จังหวัดนครนายก ระหว่างวันที่ 3-5 และ 10-12 มิถุนายน 2565
ในงานจะได้สัมผัสรถฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ บนถนนออนโรดและออฟโรดไปพร้อมๆ กับการดื่มด่ำวิวทิวทัศน์ที่สวยงามบนเส้นทางธรรมชาติ และได้ทดลองโหมดการขับขี่ไม่ว่าจะเป็นโหมดขับขี่บนถนนลื่น (Slippery Mode) โหมดโคลน (Mud Mode) โหมดปกติ (Normal Mode) และโหมดประหยัด (Eco Mode)
นอกจากนี้ยังได้สัมผัสความชาญฉลาดของฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ กับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ (Drive Assist Technologies) มากมาย อาทิ ระบบควบคุมความเร็วระหว่างลงทางลาดชัน (Hill Descent Control) ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติจนถึงจุดหยุดนิ่ง (Adaptive Cruise Control with Stop & Go) และระบบควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping) ที่มีความแม่นยำสูง เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่และตอบสนองการใช้งานบนถนนที่หลากหลายบนการเดินทางแบบออนโรดและออฟโรด โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านการขับขี่ที่จะประจำอยู่รถทุกคัน เพื่อให้คำแนะนำและข้อมูลต่างๆ กับผู้ทดลองขับ
ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ ระบบปรับอากาศแบบ Dual Mode แยกสำหรับฝั่งคนขับและฝั่งผู้โดยสารที่ให้ความเย็นสบายทั่วทั้งคันรถ และกล้องมองรอบคัน 360 องศาพร้อมเส้นนำทาง (Steering Guide) ที่เพิ่มความแม่นยำในการดูเส้นถนนและให้ทัศนวิสัยรอบคันจากมุมต่างๆ โดยระบบประมวลผลจากกล้องรอบคันและแสดงผลผ่านหน้าจอดิจิทัลแบบทัชสกรีน
และที่สำคัญทุกคนจะได้สัมผัสนวัตกรรมการบริการแบบ ‘พร้อมเสมอ’ หรือ ‘Always-On’ ผ่านบริการในรูปแบบดิจิทัล เช่น แอปพลิเคชันฟอร์ดพาส และนวัตกรรมด้านบริการอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อยกระดับประสบการณ์ในการเป็นเจ้าของรถยนต์ฟอร์ดไปอีกขั้น
นอกจากกิจกรรมสุดมันส์ ยังได้สนุกทั้งครอบครัวสไตล์แคมป์ปิ้งไปพร้อมกับดื่มด่ำธรรมชาติอย่างใกล้ชิดในแบบ ‘ Live The Ranger Life ’ พร้อมกิจกรรมต่างๆ ที่ฟอร์ดจัดเตรียมไว้ให้อย่างวอล์คแรลลี่ สโลว์บาร์ ตลาดชุมชน คราฟท์เวิร์คช้อป ดนตรีสด และร่วมลุ้นรับของรางวัล
*************
ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ มีทั้งหมด 20 รุ่นย่อย ได้แก่ เรนเจอร์ แร็พเตอร์, ไวลด์แทรค, สปอร์ต, XLT, XL+ และ XL พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการใช้งานของลูกค้าได้อย่างเหนือชั้น ทั้งการขับขี่บนทางเรียบและออฟโรด รองรับการใช้งานที่หลากหลายทั้งเพื่อการทำงาน การใช้ชีวิตกับครอบครัว และการเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อน มาพร้อมตัวเลือกเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบเดี่ยว และเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบคู่ขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบแถวเรียง ทำงานคู่กับเกียร์ธรรมดา 5 หรือ 6 สปีด และตัวเลือกเกียร์อัตโนมัติ 6 หรือ 10 สปีด
มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ใหม่ อีกขั้นกับ SUV ที่ลงตัวยิ่งขึ้น!
มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ใหม่ มาพร้อมกับแนวคิด ‘อีกขั้นกับ SUV ที่เป็นคุณ’ โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์แบบ รถอเนกประสงค์ พร้อมด้วยมาตรฐานที่เหนือระดับด้วย ฟังก์ชันแบบรถอเนกประสงค์ อาทิ ความแข็งแกร่ง ความโดดเด่น และความสูงของตัวรถจากพื้น สะดวกสบายเหนือระดับ พร้อมภายในห้องโดยสารและห้องเก็บสัมภาระที่กว้างขวาง ภายใต้แนวคิด ‘Mitsubishi Motors-ness’ ที่สามารถตอบสนองทุกการใช้งานที่หลากหลาย ครบครัน และสะดวกสบายระดับพรีเมียมให้แก่ผู้โดยสารทุกคน
ดีไซน์ภายนอกแกร่ง โดดเด่นเหนือระดับ รองรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่
- กระจังหน้าสีดำเมทัลลิค ดีไซน์แบบ Dynamic Shield ที่บ่งบอกถึงความแข็งแกร่งและความทันสมัย
- ล้ออัลลอยดีไซน์แบบสีทูโทนขนาด 17 นิ้ว ที่แสดงถึงความแข็งแกร่งและความมุ่งมั่น
- ด้วยความสูงจากพื้นมากถึง 220 มม. ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่และพร้อมลุยทุกเส้นทาง
ดีไซน์ภายในใหม่ พร้อมความประณีตและพิถีพิถัน
- ห้องโดยสารดีไซน์ใหม่แบบ Horizontal Axis เพื่อการจัดเรียงคอนโซลหน้าให้ดูกว้างขึ้นและใช้งานง่าย ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ขับขี่ และช่วยเพิ่มทัศนวิสัยมากยิ่งขึ้น
- พวงมาลัยดีไซน์ใหม่แบบ 3 ก้านทรงสปอร์ตที่กระชับมือมากยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มความมั่นใจขณะขับขี่ที่ทดสอบโดยลูกค้าชาวไทยจำนวนมาก
- เหนือระดับทุกเส้นทางกับห้องโดยสารดีไซน์ใหม่แบบสีทูโทน สีดำ–น้ำเงิน พิถีพิถันด้วยวัสดุบุนุ่มคุณภาพสูง ติดตั้งที่บริเวณคอนโซลหน้า ที่พักแขน และแผงประตูข้าง พร้อมด้วยเบาะหนังสังเคราะห์รุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติสะท้อนความร้อน (Heat Guard)

- หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รุ่นใหม่ สามารถรองรับการใช้งานบลูทูธ, แอปเปิล คาร์เพลย์ และแอนดรอยด์ ออโต้
- ระบบปรับอากาศตอนหน้าดีไซน์ใหม่แบบดิจิทัล พร้อมฟังก์ชัน Max Cool
- ห้องโดยสารขนาดใหญ่ สะดวกสบาย สามารถบรรทุกสัมภาระได้อย่างหลากหลาย ติดตั้งที่พักแขน พร้อมกล่องบรรจุสัมภาระขนาดใหญ่ (สามารถใส่ขวดน้ำขนาด 600 มล. ได้ถึง 4 ขวด) และที่ใส่กระดาษทิชชูที่บริเวณฝาเปิดอีกด้วย
- สะดวกสบายด้วยช่อง USB 2 ช่องสำหรับเบาะแถวที่สองทั้งแบบ Type-A และ Type-C พร้อมติดตั้งเพิ่มที่วางแก้วน้ำบนที่พักแขนสำหรับเบาะแถวที่สอง
การขับขี่ที่นุ่มนวลและตอบสนองอย่างดีเยี่ยมในทุกการเดินทาง
- ระบบเกียร์อัตโนมัติแบบแปรผันต่อเนื่องรุ่นใหม่ Eco-Dynamic CVT
เมื่อเหยียบคันเร่ง ระบบฯ จะตอบสนองด้วยอัตราเร่งที่รวดเร็วและทรงพลัง พร้อมเพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้ขับขี่และเมื่อเหยียบคันเร่งเพียงเล็กน้อย ผู้ขับขี่จะสามารถสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลที่เป็นเอกลักษณ์ของระบบฯ ดังกล่าว รวมทั้งการตอบสนองของเครื่องยนต์ที่ยอดเยี่ยม พร้อมด้วยความประหยัดและความเงียบ
- ระบบเบรกมือควบคุมด้วยไฟฟ้าอัตโนมัติพร้อมระบบ Brake Auto Hold
- ภายในติดตั้งด้วยวัสดุซับเสียงคุณภาพเยี่ยม ช่วยเพิ่มความเงียบสงบภายในห้องโดยสาร
- ติดตั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้ขับขี่
นอกเหนือจากอุปกรณ์รุ่นใหม่ที่มอบให้แล้ว มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ใหม่ ยังครบครันด้วยระบบความปลอดภัยทั้งการปกป้องและการป้องกันเพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารมุ่งสู่จุดหมายได้อย่างไร้ความกังวล ได้แก่ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASC) ระบบป้องกันการลื่นไถล (TCL) ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA) ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก (ABS) ระบบกระจายแรงดันน้ำมันเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) ระบบเสริมแรงเบรก (BA) ระบบไฟกระพริบฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS) ถุงลมนิรภัยสำหรับคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า พร้อมกล้องมองภาพด้านหลังขณะถอยจอด
มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ก่อนหน้านี้เราได้เปิดตัว มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ และได้ดำเนินการส่งมอบรถยนต์รุ่นใหม่ดังกล่าว ให้แก่ลูกค้าตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน ที่ผ่านมา มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ เป็นรถครอสโอเวอร์มีความโดดเด่นในทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดีไซน์ภายในใหม่ พร้อมความประณีตและพิถีพิถัน และการขับขี่ที่นุ่มนวล สามารถตอบสนองได้อย่างดีเยี่ยมในทุกการเดินทาง พร้อมด้วยความประหยัด โดยความโดดเด่นทั้งหมดนี้ได้ถูกส่งต่อไปยัง มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ใหม่ อีกด้วย”
มร. โคอิโตะ กล่าวเสริม “มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ใหม่ สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการ พร้อมรองรับทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้าชาวไทยที่สะท้อนถึงบุคลิกด้าน ความแกร่งและความโดดเด่น พร้อมด้วยการขับขี่ที่นุ่มนวลและตอบสนองได้อย่างดีเยี่ยมในทุกการเดินทาง ควบคู่ไปกับความสะดวกสบายและครบทุกอรรถประโยชน์ ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เท่านั้น ผมขอเรียนเชิญลูกค้าทุกท่านให้มาสัมผัสและทดลองขับด้วยตัวของท่านเองได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูม มิตซูบิชิ ทั่วประเทศ”
เพื่อความสบายใจมากยิ่งขึ้นของลูกค้า มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ใหม่ มาพร้อมกับความมั่นใจในด้านบริการหลังการขายภายใต้สโลแกน ‘เราดูแล คุณแค่ขับ’ ที่พร้อมให้บริการแก่ลูกค้าจากผู้จำหน่ายของ มิตซูบิชิ ทั่วประเทศ ด้วยบริการที่ยอดเยี่ยมได้มาตรฐาน คุณภาพอะไหล่แท้ ให้บริการโดยหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญและผ่านการฝึกอบรม ตลอดจนความสะดวกสบายในการเข้ารับบริการด้วยเครือข่ายผู้จำหน่ายที่ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่ารถยนต์ มิตซูบิชิ ทุกคันจะพร้อมใช้งานอยู่เสมอ ด้วยค่าบำรุงรักษาที่ไม่แพง การันตีความสำเร็จด้วยรางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยมประจำปี 2564 หรือ TAQA ด้วย ‘รางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยม ด้านบริการหลังการขายประเภทรถยนต์นั่งส่วนบุคคล’ และ ‘รางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยม ด้านบริการหลังการขายประเภทรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ขนาด 1 ตัน’ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในการมอบความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่องด้วยคุณภาพการให้บริการที่เป็นเลิศ ทั้งนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังสามารถคว้ารางวัลอันทรงเกียรติดังกล่าวเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ยังมีราคาจำหน่ายต่อที่ดีที่สุดในเซกเมนต์ การันตีโดย เร้ดบุค ประเทศไทย อีกด้วย
พบกับ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ใหม่ ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูม มิตซูบิชิ ทั่วประเทศ ด้วยราคาจำหน่ายที่ 939,000 บาท หรือ ท่านสามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมและขอทดลองขับได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th หรือ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9500 ที่เปิดให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง
BMW X SWAROVSKI ความหรูหราขั้นสุดจากสองวงการ!
การร่วมมือกันครั้งนี้ระหว่าง ‘บีเอ็มดับเบิลยู’ และ ‘สวารอฟสกี้’ เกิดขึ้นจริงแล้วในรถ The New BMW i7 รถหรูที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ที่หน้าตาดูล้ำสมัยสุดๆ โดยมีสวารอฟสกี้มาร่วมรังสรรค์ไฟหน้าคริสตัล BMW “Iconic Glow” ที่แตกต่างจากไฟหน้าทั่วไปที่เราไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้กับรถทั่วไปแน่นอน

ไฟหน้า BMW “Iconic Glow” ที่เปล่งประกายหรูหราดูเหมือนเอาเพชรมาเรียงเป็นไฟหน้า แต่จริงๆ แล้วเป็นฝีมือการประกอบด้วยคริสตัลจากโรงงานหลอมแก้วของ Swarovski ที่ถูกส่งต่อไปตัดและเคลือบผิววัสดุด้วยแขนกล ก่อนจะตรวจสอบด้วยสายตาของผู้เชี่ยวชาญด้วยแว่นขยายความละเอียดสูงอีกครั้งเพื่อการันตีคุณภาพ

นอกจาก BMW “Iconic Glow” ไฟหน้าสุดหรูจาก Swarovski อีกหนึ่งความพิเศษของ The New BMW i7 คือ “Great Entrance Moment” โดยเมื่อคนขับเดินมาใกล้รถกระจังหน้าไตคู่จะเรืองแสงขึ้นมาต้อนรับเราเป็นอันดับแรก ก่อนที่ไฟหน้าคริสตัลจะส่องแสงระยิบระยับทักทาย จากนั้นไฟต้อนรับด้านข้างจะฉายลงพื้นถนนดุจพรมแห่งแสงสว่างเมื่อเปิดประตู…ขนลุกในความหรูหราไฮโซของ The New BMW i7 จริงๆ

#BMW #BMWTH #THEi7 #Swarovski
#ThisisForwardism #สุนทรียภาพแห่งการขับขี่
#Y_Ride #Y_Life
“Audi Blissful Trip” ชวนออกทริปต่อแต้มบุญกับของร้อน Audi TT, Audi A5 และ Audi Q3
อาวดี้ ประเทศไทย จัดงาน “Audi Blissful Trip” ขนขบวนรถ Audi TT Coupé, Audi A5 Coupé, A5 Sportback, Audi Q3 และ Audi Q3 Sportback มาให้ได้ทดลองขับกว่า 10 คันบนเส้นทางกรุงเทพฯ-จ.สุพรรณบุรี เป็นการขับระยะทางไกลเพื่อทดสอบสมรรถนะในการทำความเร็ว (ตามกฎหมายกำหนด) ทดสอบการทำงานของระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ quattro และการขับขี่ที่ต้องเจอการจราจรทั้งในเมืองและนอกเมือง รวมถึงจุดแวะท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อสัมผัสกับความคล่องตัวของตัวรถ ฟังก์ชั่นการทำงาน ความสะดวกสบาย และระบบความบันเทิงตลอดการเดินทาง
หลังจากออกสตาร์ทจาก Audi Centre บนถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา มุ่งหน้าสู่ จ.สุพรรณบุรี ใช้เส้นทางพิเศษดินแดง-แจ้งวัฒนะ ทางออกงามวงศ์วาน ถนนรัตนาธิเบศน์ มุ่งหน้าถนนกาญจนาภิเษก-บางบัวทอง-สุพรรณบุรี เลี้ยวซ้ายแยกบางปลาม้า ถึงจุดหมายแรก คือ ร้านกุ่ยหมง เพื่อเติมพลังกับเมนูอาหารกลางวันแสนอร่อยจากร้านเก่าแก่และเลื่องชื่อของจังหวัดสุพรรณบุรี โดยเมนูไฮไลท์ห้ามพลาดคือ กุ้งแม่น้ำทอดเกลือไซส์ใหญ่ที่การันตีความสด อร่อยนานถึง 100 ปี และมีอีกมากมายหลากหลายเมนูให้ได้ลิ้มรสกันอย่างเต็มอิ่ม
สำหรับจุดหมายที่สองของกิจกรรม “Audi Blissful Trip” พาไปสัมผัสถึงความยิ่งใหญ่อลังการของพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาหินที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีชื่อว่า พระพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ หรือเรียกกันอีกชื่อว่า หลวงพ่ออู่ทอง ตั้งอยู่ใกล้วัดเขาทำเทียม อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี มีความสูง 108 เมตร ฐานกว้าง 88 เมตร หน้าตักกว้าง 65 เมตร ด้านหลังองค์พระพุทธรูปแกะสลักหินมีการเจาะช่องเป็นอุโมงค์ลึกประมาณ 20 เมตร พร้อมประดิษฐานพระแม่ธรณีบีบมวยผม และพระพุทธรูปปางต่างๆ มากมายให้ได้กราบสักการะ และขอพรในเรื่องต่างๆ
ปิดท้ายทริปด้วยการแวะร้าน A Life Café & Gallery ดื่มด่ำกับบรรยากาศร้านกาแฟที่สุดแสนจะร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้และดอกไม้นานาชนิด กาแฟระดับพรีเมียม ขนมเค้กหลากหลายรสชาติ ให้ได้เลือกลิ้มชิมรส และสนุกสนานไปกับการเก็บภาพบรรยากาศสวยๆ ภายในร้านได้อย่างเต็มอิ่ม พร้อมลุ้นผลการประกาศรางวัลภาพถ่ายประทับใจในทริปนี้ ก่อนออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ
กิจกรรมครั้งนี้ยังได้มีโอกาสร่วมพูดคุยกับผู้บริหาร อาวดี้ ประเทศไทย ถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ รถรุ่นใหม่ที่จ่อคิวพร้อมนำมาเปิดตัวในไทย รวมถึงแผนการขยายโชว์รูมและศูนย์บริการทั่วประเทศที่ยังคงเดินหน้าทำตามเป้าหมาย เพื่อให้บริการลูกค้าอาวดี้ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างครอบคลุมมากที่สุด
คุณกฤษณะกร เศวตนันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด กล่าวว่า “อาวดี้มียอดขายเติบโตขึ้นทุกปี ยอดจำหน่ายมากกว่า 70% มาจากรถรุ่นยอดฮิตอย่าง Audi TT Coupé, A5 Coupé, A5 Sportback, Q3 และ Q3 Sportback ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมากับอาวดี้ภายใต้การดูแลของ “ไมซ์สเตอร์ เทคนิค” พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเราได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าในประเทศไทยด้วยรถยนต์คุณภาพนำเข้าทั้งคันในราคาที่จับต้องได้ ดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์ เทคโนโลยีล้ำสมัย และสมรรถนะที่ลงตัวการใช้ชีวิตในเมือง
ทำให้อาวดี้ตอบโจทย์ลูกค้าในเซกเมนต์พรีเมียมได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นไอคอนยอดฮิตตลอดกาล อย่าง Audi TT Coupé ที่รุกทำตลาดอย่างต่อเนื่อง สปอร์ตคาร์อย่าง A5 Coupé และ A5 Sportback ในราคาเร้าใจ และเซกเมนต์ Compact SUV ที่ผู้บริโภคในประเทศไทยชื่นชอบความอเนกประสงค์พร้อมลุคสปอร์ตโฉบเฉี่ยว เราก็มี Q3 และ Q3 Sportback
วันนี้ Product portfolio ของเรามีความแข็งแกร่ง หลากหลาย ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าครอบคลุมในทุกความต้องการ แม้จะอยู่ในสถานการณ์เซมิคอนดักเตอร์ขาดแคลนทั่วโลก เราทำงานร่วมกับ AUDI AG อย่างใกล้ชิด และได้รับการสนับสนุนด้านการวางแผนการผลิต การจัดสรรโควต้า ทำให้ อาวดี้ ประเทศไทย มีรถพร้อมส่งมอบตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในรุ่นยอดฮิตอย่าง A5, Q3 และ TT ที่มีเพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าในประเทศไทย”
“อีกหนึ่งจุดแข็งคือการดูแลลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ด้วยศูนย์บริการมาตรฐานเดียวกับ AUDI AG ราคาอะไหล่จับต้องได้ พร้อมการรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร งานบริการหลังการขายพิสูจน์ชัดว่าวันนี้ อาวดี้ ประเทศไทย เดินมาถูกทาง ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย ครบวงจรตามมาตรฐานของ AUDI AG เข้ามาใช้ในส่วนงานบริการหลังการขาย การลงทุนด้านบุคลากร ทั้งงานบริการลูกค้าสัมพันธ์ วิศวกร และทีมช่างเทคนิค เหนือกว่าความพึงพอใจและความภูมิใจในการบริการหลังการขาย คือ การที่ลูกค้าได้รับประสบการณ์ใหม่ที่ประทับใจจากการบริการหลังการขาย”
************
Audi เป็นรถยนต์นำเข้าจากประเทศเยอรมันทุกรุ่น ลูกค้าที่ออกรถใหม่จะได้รับการดูแลจาก Audi Protection การรับประกันรถใหม่ 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน รถยนต์ไฟฟ้า 100% และรถยนต์ Plug-in Hybrid TFSI e ใหม่ ทุกรุ่นรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance ทั่วประเทศ 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี ลูกค้าอาวดี้สามารถมั่นใจกับงานบริการหลังการขาย ซึ่งมีมาตรฐานคุณภาพเดียวกันทุกสาขา โดยในช่วงสถานการณ์โควิดนี้ เปิดบริการ ในวันจันทร์ ถึง วันเสาร์ เวลา 08.00-18.00 น. วันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00-18.00 น. หรือโทรนัดหมายได้ที่
- Audi Centre Thailand 02-765-8888
- Audi New Petchburi 02-023-4888
- Audi Pattaya 038-197-888
- Audi Phuket 076-646-666
- Audi Service Chiang Mai 052-081-188
- Audi Service Ratchapruek 02-034-5888
- Audi Udonthani 093-161-5588
