พา(เดิน)วน Lamborghini Huracán STO คันจริง ราคาเริ่มต้น 29.99 ล้านบาท!

นับเป็นโอกาสที่ดีมากๆ ที่ได้ไปสัมผัสกับ Lamborghini Huracán STO คันจริงแบบใกล้ชิดสุดๆ ซุปเปอร์คาร์คันนี้เป็นผลงานชิ้นเอกจากแผนก Squadra Corse’s ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่ง Lamborghini Huracán Super Trofeo EVO และ GT3 EVO แชมป์รายการ 24 Hours of Daytona 3 สมัยและ 12 Hours of Sebring 2 สมัย แม้ Huracán STO จะมีการปรับแต่งจนเหมาะกับการใช้งานบนถนนหลวงแต่อารมณ์รถแข่งยังคงมาเต็ม!

โครงสร้างตัวถังน้ำหนักเบาเพราะเป็นวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์กว่า 75% รูปร่างหน้าตาออกแบบยึดตามหลักอากาศพลศาสตร์ตามแบบฉบับรถแข่ง และยังยึดหลักปรัชญา “design always follows function” Lamborghini Huracán STO มากับเครื่องยนต์ V10 แบบ NA ให้กำลังสูงสุดที่ 640 แรงม้า และแรงบิด 565 นิวตันเมตร ทำให้เป็นลัมโบร์กินีที่มีพละกำลังแรงม้าต่อน้ำหนักดีที่สุดเพียง 2.09 กิโลกรัมต่อแรงม้า สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 3.0 วินาทีเท่านั้นและเบรกจาก 100-0 กม./ชม. ในระยะเพียง 30 เมตร 200-0 กม./ชม. ในระยะ 110 เมตรโคตรเทพ

Huracán STO มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเฉพาะตัวด้านหน้า Cofango คือการนำฝากระโปรงหน้า ซุ้มล้อ และกันชนหน้า ของตัวรถมาดีไซน์ใหม่ให้เป็นชิ้นเดียวกัน ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากรถระดับตำนาน Lamborghini Miura และ Sesto Elemento ดีไซน์ด้านหน้าใหม่นอกจากช่วยลดน้ำหนักของตัวรถแล้วยังช่วยเพิ่มความเป็นมอเตอร์สปอร์ตของตัวรถได้อย่างลงตัว ช่องดักอากาศบริเวณฝากระโปรงหน้าช่วยจัดระเบียบให้อากาศไหลเวียนผ่านตัวรถได้ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้การระบายความร้อนเครื่องยนต์ดียิ่งขึ้นและยังสร้างแรงกดให้กับรถมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

บริเวณด้านหน้าของ Huracán STO ได้ติดตั้งสปลิตเตอร์หน้าใหม่ที่มีช่องระบายอากาศไปยังใต้ท้องรถจนถึงดิฟฟิวเซอร์หลังที่ช่วยลดการต้านลมเมื่อต้องการทำความเร็วในทางตรงซุ้มล้อหลังของตัวรถถูกพัฒนามาจากรถแข่ง One Make Race อย่าง Super Trofeo EVO ช่วยให้ตัวรถลู่ลมมากยิ่งขึ้นและในขณะเดียวกันก็ยังสร้างแรงกดด้านท้ายของตัวรถ ส่งผลให้สมรรถนะของตัวรถทั้งทางตรงและทางโค้งมีประสิทธิภาพสูงเหมือนกับรถแข่งในสนาม ช่องดักอากาศ NACA ที่ถูกติดตั้งบนซุ้มล้อหลังนั้นทำหน้าที่ดักอากาศเข้าไปในเครื่องยนต์ ซึ่งช่วยให้เครื่องยนต์สร้างพละกำลังได้อย่างต่อเนื่องแม้ในการขับขี่ด้วยความเร็วสูงเป็นเวลานาน

ฝาเครื่องยนต์ของตัวรถได้รับการออกแบบใหม่และติดตั้งช่องดักอากาศด้านบนเพื่อช่วยระบายความร้อนในห้องเครื่องยนต์ บริเวณในห้องเครื่องได้รับการติดตั้งครีบลำเลียงอากาศ เพื่อการจัดสรรให้อากาศสามารถระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ครีบอากาศบริเวณฝากระโปรงหลังนั้นช่วยเพิ่มความคล่องตัวให้กับ STO ในขณะเข้าโค้ง โดยอากาศจะถูกตัดผ่านและไหลไปที่สปอยเลอร์ด้านท้าย ส่งผลให้ตัวรถมีความนิ่งมากยิ่งขึ้นเมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง สปอยเลอร์หลังของ Huracán STO สามารถปรับตั้งได้ 3 ระดับ เพื่อให้สมดุลตามแต่ละรูปแบบของสนามได้อย่างลงตัวช่องดักอากาศเบรกหน้าใหม่ถูกดีไซน์เพื่อระบายความร้อนให้กับระบบเบรกแบบใหม่อย่าง CCM-R brakes ที่ถูกพัฒนาจากรถ F1 โดย Brembo

โครงสร้างภายนอกของ Huracán STO กว่า 75% ใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์เพื่อลดน้ำหนักตัวรถและเสริมความแข็งแกร่งให้กับตัวถังได้เป็นอย่างดี น้ำหนักตัวรถเปล่าอยู่ที่ 1,339 กิโลกรัม ซึ่งลดลงไปถึง 43 กิโลกรัมเมื่อเทียบกับรุ่นพิเศษอย่าง Huracán Performante โดยกระจกบานหน้าของ Huracán STO เบาลง 20% เมื่อเทียบกับ Huracán Performante และยังมีออพชั่นเสริมอย่างล้อแม็กนิเซียมน้ำหนักเบา

Huracán STO’s ได้รับการติดตั้งโหมดการขับขี่ใหม่ 3 โหมด STO, Trofeo และ Pioggia

  1. โหมด STO ถูกปรับตั้งให้เหมาะสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวันทั่วไปหรือบนถนนคดเคี้ยวในชนบท ระบบ Lamborghini Veicolo Dinamica Integrata (LDVI) ถูกนำมาติดตั้งเพื่อช่วยให้การขับขี่เป็นไปได้อย่างราบรื่นและธรรมชาติยิ่งขึ้น
  2. โหมด Trofeo ตัวรถจะถูกตั้งค่าให้ตอบสนองกับการขับขี่บนสนามแข่งในพื้นผิวที่แห้ง ระบบ LDVI จะคอยจัดสรรแรงบิดให้ไปที่ล้อที่มีแรงยึดเกาะสูงสุดซึ่งทำงานควบคู่กับระบบ performance traction control ของรถ อีกทั้งระบบ Brake Temperature Monitoring (BTM) ใหม่จะคอยแจ้งสถานะอุณหภูมิของเบรกแบบเรียลไทม์
  3. โหมด Pioggia นั้นตัวรถจะคอยควบคุมให้ระบบป้องกันการลื่นไถล ระบบกระจายแรงบิด ระบบเลี้ยวล้อหลัง และระบบเบรก ABS ให้เหมาะสมกับพื้นผิวถนนที่เปียก โดยระบบ LDVI จะทำการวิเคราะห์แรงยึดเกาะของรถเพื่อถ่ายกำลังแรงบิดไปที่ล้อสูงสุดโดยไม่ลื่นไถลในทางตรงและระบบกระจายแรงบิดจะทำการกระจายกำลังไปยังล้อที่มีแรงยึดเกาะสูงสุดในขณะกำลังเข้าโค้ง

ระบบเบรกของ Huracán STO ได้รับการถ่ายทอดจากสนามแข่งอย่างแท้จริง ด้วยเทคโนโลยีจาก Brembo ระบบเบรก CCM-R ช่วยให้การหยุด Huracán STO ทำได้อย่างมั่นใจแม้จะถูกใช้งานอย่างต่อเนื่อง ระบบเบรก CCM-R สามารถทนความร้อนได้มากกว่าระบบเบรกเซรามิคทั่วไปถึง 4 เท่า และทนทานต่อการใช้งานในสนามมากขึ้นถึง 60% เมื่อผู้ขับขี่ต้องการทำเวลาต่อรอบในสนามแข่ง ระบบเบรก CCM-R นั้นยังเพิ่มขีดจำกัดของแรงเบรกมากขึ้นไปอีกถึง 25% ทำให้ระยะการเบรกลดลงถึง 7%

การออกแบบภายในของ Huracán STO ได้รับแรงบันดาลใจจากการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตด้วยการนำเอาวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์มาใช้บริเวณแผงประตูภายใน เบาะแบบสปอร์ตพร้อมแผ่นหลังจากวัสดุคาร์บอน และนำเอาวัสดุอัลคันทาร่ามาใช้เพื่อให้สัมผัสที่กระชับมือยิ่งขึ้น พรมบริเวณพื้นรถถูกแทนที่ด้วยแผ่นอลูมิเนียมน้ำหนักเบา ระบบเซฟตี้เบลท์ 4 จุดที่ยึดไว้กับคานไทเทเนียมด้านหลังเบาะที่พัฒนาร่วมกับ Akrapovic ถูกนำเข้ามาเพิ่มความปลอดภัยตามแบบฉบับรถแข่ง

ฝากระโปรงหน้าของตัวรถถูกออกแบบใหม่ให้สามารถเก็บหมวกกันน็อคได้ทำให้ Huracán STO พร้อมที่จะลุยทุกสนามแข่ง ระบบ HMI ถูกพัฒนาจาก Huracan EVO เพื่อบอกค่าสำคัญต่างๆ ให้แก่ผู้ขับขี่เช่น การทำงานของระบบ LDVI รวมไปถึงอุณหภูมิของระบบเบรกอีกด้วย

สำหรับราคาเริ่มต้นของ Lamborghini Huracán STO อยู่ที่ 29,990,000 บาท สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เรนาสโซ มอเตอร์ เบอร์โทร 02-512-5111 บอกได้เลยว่าใครมีที่จอดว่างๆ ควรหาไปประดับบ้านสักคัน…กราบ


กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ร่วมต้านภัยโควิด-19 ระลอกใหม่!

ช่วงปลายปี 2563 บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนชาวไทยต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดระลอกใหม่ของเชื้อไวรัสโควิด-19 อีกครั้ง และเหตุการณ์ยังคงต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน 
กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ภายใต้มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย ผนึกกำลังร่วมกับกลุ่มบริษัทฮอนด้า
ในประเทศไทย เดินหน้าพัฒนาและผลิต หน้ากากแรงดันลบและบวก ซึ่งเป็นหน้ากากที่ใช้สวมใส่เพื่อช่วยป้องกันการติดเชื้อและแพร่เชื้อโควิด-19 ที่มีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา พกพาได้สะดวก ซึ่งสามารถปรับใช้ได้ 
2 รูปแบบ ทั้งสำหรับผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องดูแลผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ซึ่งได้พัฒนาต่อยอดจากเตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยแบบแรงดันลบ ที่ทางกองทุนฮอนด้าฯ ได้ผลิตและส่งมอบไปยัง 
96 โรงพยาบาลทั่วประเทศไปเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2563

โดยครั้งนี้ กองทุนฮอนด้าฯ จะทำการผลิตและบริจาคหน้ากากแรงดันลบและบวก จำนวน 1,000 ชิ้น พร้อมเครื่องพ่นยาฆ่าเชื้อ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์
ในกลุ่มเครื่องยนต์อเนกประสงค์ของฮอนด้า จำนวน 100 ตัว รวมมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท โดยจะเตรียมส่งมอบให้แก่ 77 จังหวัดทั่วประเทศ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2564นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร กรรมการผู้จัดการกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย 
กล่าวว่า “หลังจากที่กองทุนฮอนด้าฯ ได้ทำการผลิตและส่งมอบเตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยแบบแรงดันลบไปแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา เป็นที่น่าภูมิใจอย่างยิ่งที่ทีมวิศวกรของ
ฮอนด้าทีมเดิมไม่หยุดนิ่ง แต่ได้ริเริ่มคิดต่อยอดและนำเสนอโครงการใหม่กับทางกองทุนฮอนด้าฯ โดยใช้เวลาสร้างสรรค์ต้นแบบและพัฒนารวม 4 เดือน สู่นวัตกรรมหน้ากากแรงดันลบและบวก ซึ่งเป็นอุปกรณ์การแพทย์ที่ป้องกันการติดเชื้อและ
แพร่เชื้อที่มีประสิทธิภาพ โดยนำเทคโนโลยีฟิลเตอร์ HEPA ระดับ H14 ที่สามารถกรองได้ละเอียดถึง 0.3 ไมครอน และระบบ Microcontroller ในการควบคุมความเร็ว
ของพัดลมมาใช้ เพื่อความสะดวกในการใช้งาน นอกจากนี้ ยังเลือกใช้แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ที่มีน้ำหนักเบา และสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องนานถึง 4 – 6 ชั่วโมง โดยนวัตกรรมนี้ จะถูกผลิตขึ้น ณ โรงงานผลิตรถยนต์ฮอนด้า 
จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อให้ทันกับการใช้งานจริงในสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่ โดยจะเป็นส่วนหนึ่ง
ที่จะช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ป่วย และคนไทย ผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน”ผศ.นพ.อนุแสง จิตสมเกษม รองคณบดีคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เปิดเผยว่า “หน้ากากแรงดันลบและบวก ที่ทางกองทุนฮอนด้าฯ ดำเนินการพัฒนาและผลิตขึ้นมา ผ่านการทดสอบมาตรฐานของอุปกรณ์ทางการแพทย์ จากกรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยหน้ากากฯ นี้ สามารถปรับความดันได้ทั้งแบบบวกและลบ ถือว่ามีประโยชน์อย่างมากในช่วงการแพร่ระบาดระลอกใหม่ในครั้งนี้ เนื่องจากมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้บุคลากรทางการแพทย์
มีความต้องการใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงมากขึ้น ซึ่งหน้ากากแรงดันบวก หรือ PAPR (Power Air Purifying Respirator) เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับแพทย์ผู้ดูแลผู้ป่วยติดเชื้อโควิดหรือผู้ป่วยทางเดินหายใจอื่นๆ ซึ่งปัจจุบัน ในประเทศไทยมีรวมกันไม่ถึง 5,000 ชิ้น ดังนั้น 
หน้ากากฯ ที่ทางกองทุนฮอนด้าฯ ได้พัฒนาและผลิตขึ้นมา จะสามารถช่วยลดความเสี่ยงให้กับบุคลากร
ทางการแพทย์และผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ได้ดีมากยิ่งขึ้น โดยมีความพิเศษตรงที่ยังสามารถปรับความดันให้เป็นลบเพื่อใช้สำหรับขนย้ายผู้ป่วยได้ ซึ่งจะเป็นมิติใหม่ของการรักษา”

ทั้งนี้ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ภายใต้มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย ร่วมกับกลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย รวมทั้งเครือข่ายผู้จำหน่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ 
ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมไทย ต้านภัยโควิด-19 โดยได้ดำเนินการผลิตและส่งมอบเตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยแบบแรงดันลบ (Negative Pressure Mobile Bed) จำนวน 100 เตียง

และได้ส่งมอบร่วมกับอุปกรณ์ทางการแพทย์อื่นๆ ให้แก่โรงพยาบาล 96 แห่งทั่วประเทศ รวมมูลค่า 40 ล้านบาท ผ่านเครือข่ายผู้จำหน่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศไปแล้วนั้น และเมื่อผนวกรวมกับครั้งนี้ หน้ากากแรงดันลบและบวกป้องกัน
โควิด-19 จำนวน 1,000 ชิ้น จะถูกผลิตและนำไปบริจาคพร้อมกับเครื่องพ่นยาฆ่าเชื้อ 100 ตัว รวมมูลค่ากว่า 
40 ล้านบาท ที่จะส่งมอบในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 เมื่อรวมความช่วยเหลือที่ทางกองทุนฮอนด้าฯ ได้มอบให้แก่สังคมไทยเพื่อร่วมต้านภัยโควิด-19 รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 80 ล้านบาท

โดยลูกค้าผู้ซื้อผลิตภัณฑ์ของฮอนด้า ทั้งรถจักรยานยนต์ รถยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ ล้วนเป็นผู้มี
ส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคมในครั้งนี้ ผ่านการสมทบทุนจากการซื้อผลิตภัณฑ์ ทางกองทุนฮอนด้าฯ พร้อมอยู่เคียงข้างคนไทยและให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ เพื่อให้สังคมไทยผ่านพ้นวิกฤติโควิด-19 ไปได้ด้วยดีอีกครั้ง และจะไม่หยุดการพัฒนาที่มอบประโยชน์สุขให้กับคนไทย ดังเจตนารมณ์ของฮอนด้าในการสร้างสรรค์คุณค่า
เพื่อเป็นองค์กรที่สังคมไทยต้องการให้ดำรงอยู่ตลอดไป


BMW เตรียมเผยโฉมซีรีส์ 5 ใหม่ผ่าน BMW VIRTUAL EXPERIENCE

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เชิญชวนลูกค้าและแฟนๆ บีเอ็มดับเบิลยูทั่วประเทศ ร่วมงาน BMW VIRTUAL EXPERIENCE กับประสบการณ์การเปิดตัวออนไลน์ครั้งแรกสำหรับบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 ใหม่ ที่จะถ่ายทอดเรื่องราวของ “การเปลี่ยน” ผ่านมุมมองของสามบุคคลชื่อดังผ่านสามช่องทางออนไลน์

งาน BMW VIRTUAL EXPERIENCE จะจัดขึ้นในวันพุธที่ 20 มกราคม 2564 เวลา 20.00 น. ภายใต้คอนเซ็ปต์เปิดตัวที่โดดเด่นไม่ซ้ำใครในธีม “Change the way you lead. Lead the way you change.” ผ่านทั้งสามช่องทางออนไลน์พร้อมกัน เพื่อถ่ายทอดความโดดเด่นของรูปลักษณ์ที่เปี่ยมด้วยความสง่างามอันทรงพลัง ยกระดับทั้งความสะดวกสบายและความคล่องตัวในการขับขี่ขึ้นไปอีกขั้น

ร่วมชม BMW VIRTUAL EXPERIENCE ได้จากสามช่องทาง กับสามแนวทางและเรื่องราวแห่งการเปลี่ยน ได้ที่

  1. BMW Thailand – A story of leading change กับ คุณอู๋ อติชาญ เชิงชวโน
    เรื่องราวของโลกกับเทคโนโลยีที่ไม่ได้เดินทางเป็นเส้นขนานอีกต่อไป เมื่อในปัจจุบัน เทคโนโลยีถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อเกื้อกูลธรรมชาติ รับชมได้ที่ www.facebook.com/bmwthailand
  2. The Standard – A story of working change กับ คุณเคน นครินทร์ วนกิจไพบูลย์
    ความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นจากการทำงานหนัก แต่เกิดจากประสิทธิภาพของผลงานที่ออกมา รับชมได้ที่ www.facebook.com/thestandardth
  3. Workpoint – A story of world-saving change กับ คุณซี ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์
    เจ้าของธุรกิจผู้ที่จะทำให้ภาพของผู้บริหารแบบเดิม ๆ เปลี่ยนแปลงไป รับชมได้ที่ www.facebook.com/workpoint

นอกจากจะได้สัมผัสประสบการณ์การเปิดตัวรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 ใหม่แล้ว ผู้ที่เข้ารับชมการถ่ายทอดและลงทะเบียนผ่านทั้งสามช่องทางดังกล่าว จะมีสิทธิ์ได้ลุ้นรับโอกาสสุดเอ็กซ์คลูซีฟครั้งเดียวในชีวิต ที่จะได้เป็นเจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 ใหม่ ในราคาเพียงครึ่งล้านบาท โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของโอกาสพิเศษสุดนี้ได้ระหว่างการถ่ายทอดผ่านทางออนไลน์ครั้งนี้…ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดตามได้ที่เพจ BMW Thailand ทาง Facebook ที่ facebook.com/bmwthailand


“เบนซ์สตาร์แฟลก” ขน AMG กว่า 40 คันพร้อมเสริฟในงาน AMG Festival ครั้งที่ 2

เบนซ์สตาร์แฟลกจัดเต็มอีกครั้งในงาน AMG Festival ครั้งที่ 2 ขนกองทัพรถ AMG กว่า 40 คัน ให้คุณเลือกและเป็นเจ้าของกับราคาที่พิเศษมากกกกกก ทุกรุ่นทุกคัน พร้อมโปรโมชั่น แบบจัดเต็มรูปแบบ แห่งเดียวเท่านั้นตั้งแต่วันนี้ -31 มกราคม 2564

สำหรับลูกค้าที่พลาดจากครั้งที่แล้ว เบนซ์สตาร์แฟลกจัดภาค 2 พร้อมกับโปรโมชั่นที่ลูกค้าไม่เคยเห็นมาก่อน ทั้งในเรื่องของ ราคา การบริการอาทิ Mercedes AMG GT 53 4MATIC+ 4-Door Coupe มาพร้อมกับข้อเสนอพิเศษที่เลือกได้ตามใจชอบ เราดาวน์ให้ 1.5 ล้านบาท หรือ เริ่มต้นผ่อนเพียงเดือนละ 70.647 บาท หรือ ซื้อปีนี้ให้คุณผ่อนปีหน้าพร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 นาน 5 ปี Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+ และ Mercedes-AMG C43 4MATIC Coupe เบนซ์สตาร์แฟลก พร้อมดาวน์ให้ หรือเลือก ฟรีประกันภัยชั้น 1 นานถึง 5 ปี ยังไม่พอ เพราะเบนซ์สตาร์แฟลก ไม่ได้จัดเพียงแค่นี้ ลูกค้ายังพบกับ AMG รุ่นอื่นๆอีกมากมาย ในราคาพิเศษที่สามารถเอื้อมกันได้ไม่ยาก

นอกจากรถใหม่ป้ายแดงแล้ว เบนซ์สตาร์แฟลก ยังมอบความคุ้มค่ากับ รถผู้บริหาร ป้ายแดง ไมล์น้อยโดยรถยนต์ทุกคันผ่านการรับรองและตรวจสอบด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยกว่า 200 จุด ตลอดทั่วทั้งคัน ปลอดภัยสูงสุดด้วยอะไหล่แท้ และงานซ่อมที่ได้รับมาตรฐาน และการการันตีจาก Mercedes-Benz Certified (MBC) ให้ลูกค้าได้ทดลองขับและจับจองในราคาสุดพิเศษในจำนวนจำกัด อาทิ Mercedes – AMG C 43 4MATIC Coupe ราคาพิเศษเพียง 2,xxx,xxx บาทเท่านั้น

คุณชยุส กล่าว “จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบใหม่ เบนซ์สตาร์แฟลก ห่วงใยลูกค้าเสมอ ด้วยการออกมาตรการที่เข้มงวดสำหรับรองรับการควบคุมและการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ เน้นความสะอาด ด้วยการฉีดพ่นฆ่าเชื้อพื้นที่ในโชว์รูมและศูนย์บริการทุกตารางนิ้ว เป็นประจำทุกสัปดาห์ พร้อมจัดพื้นที่ตามแบบ Social Distancing ในโชว์รูม / ที่นั่งลูกค้า / และพื้นที่อื่นๆ อย่างเคร่งครัด

แต่หากลูกค้ายังไม่คลายความกังวล เบนซ์สตาร์แฟลกจัดบริการพิเศษสุด เพื่อการเว้นระยะห่าง “Exclusive appointment” ลูกค้าสามารถนัดหมายเฉพาะคุณ แบบชมรถที่โชว์รูมแบบส่วนตัว รักษาระยะห่าง พร้อมบริการแบบพิเศษ เพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบาย และความมั่นใจในการเข้ามาที่โชว์รูม เพียงนัดหมายล่วงหน้าที่เบอร์ 02 248 6699″


ONE x Bruce Lee เสื้อผ้าคอลเลกชันฉลอง 80 ปี บรูซ ลี เหลืองดำต้องมา!

วัน แชมเปียนชิพ (ONE Championship) องค์กรกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เอเชีย ได้เปิดตัวเสื้อผ้าคอลเลกชันใหม่อย่างเป็นทางการ ได้แก่ ONE x Bruce Lee เพื่อฉลองอายุครบ 80 ปีของ บรูซ ลี หากเจ้าตัวยังมีชีวิตอยู่ ผ่านความร่วมมือของ Bruce Lee LLC (บริษัทที่ แชนนอน ลี บุตรสาวของ บรูซ ลี เป็นเจ้าของและผู้บริหาร)คอลเลกชันรุ่นนี้ถูกเผยว่าผลิตมาแบบจำนวนจำกัด มุ่งนำเสนอไลฟ์สไตล์และรูปแบบที่โดดเด่น ผ่านการผสมผสานระหว่างสีเหลืองและสีดำอันเป็นเอกลักษณ์ของตำนานดารานักบู๊ผู้ล่วงลับที่ผู้คนทั่วโลกต่างรู้จักกันเป็นอย่างดีบรูซ ลี เกิดเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 1940 เขาถูกยกให้เป็นบิดาแห่งศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานยุคใหม่ ถือเป็นคนดังระดับโลกและซูเปอร์สตาร์แห่งภาพยนตร์แอคชันในยุค 1960 นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้ก่อตั้งศิลปะการต่อสู้จีทคุนโด (Jeet Kune Do) ซึ่งถือเป็นศาสตร์การต่อสู้แบบผสมผสานจากศิลปะการต่อสู้หลากหลายรูปแบบ โดยต่อมาเชื่อกันว่าเป็นรากฐานของกีฬา MMA ในยุคปัจจุบันนั่นเองสำหรับคอลเลกชัน ONE x Bruce Lee นี้ ประกอบไปด้วย แจ็คเก็ต, เสื้อฮู้ด, เสื้อยืด, กางเกงขาสั้น, กางเกงจ็อกเกอร์, กางเกงวอร์ม และอื่นๆ อีกมากมาย วางจำหน่ายทั่วโลกแล้ววันนี้ผ่าน ONE.SHOP ร้านขายอุปกรณ์กีฬาออนไลน์อย่างเป็นทางการของ วัน แชมเปียนชิพ โดยสามารถเข้าชมสินค้าคอลเลกชันนี้โดยตรงได้ที่ ONE.SHOP/brucelee


นิสสันร่วมต้านโควิด 19 ออกใบอนุญาตสนับสนุนให้ใช้เทคโนโลยีฟรี!

นิสสันประกาศอนุญาตให้นำเทคโนโลยีที่มีต้นทุนไม่สูงมากมาใช้เพื่อต่อสู้กับโควิด 19 ภายใต้เงื่อนไขปฏิญญาการอนุญาตให้เข้าถึงทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อช่วยหยุดการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 (IP Open Access Declaration Against COVID-19) ซึ่งบริษัทได้เข้าร่วมเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา การลงนามในปฏิญญาถือเป็นการประกาศว่า นิสสันจะไม่ยืนยันสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาสำหรับสิทธิบัตร ผลิตภัณฑ์อรรถประโยชน์ การออกแบบ หรือลิขสิทธิ์ในการดำเนินงานการต่อสู้กับโรคระบาด

ใบอนุญาตนี้ครอบคลุมถึงผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิดที่พัฒนาโดยบริษัท ชิโน คอร์ปอเรชั่น (Chino Corp) และบริษัท ไซโก้ เอ็นพีซี คอร์ปอเรชั่น (Seiko NPC Corp) โดยทางบริษัท ชิโน ได้ใช้เทคโนโลยีของนิสสันในการพัฒนา ผลิต และจำหน่ายอุปกรณ์วัดอุณหภูมิบนร่างกายแบบไร้การสัมผัสซึ่งสามารถตรวจจับอุณหภูมิร่างกายที่สูงได้อย่างรวดเร็ว ไซโก้ เอ็นพีซี ได้พัฒนาเซ็นเซอร์ภายใต้ใบอนุญาตย่อยของเทคโนโลยีจาก บริษัท ไอเอชไอ แอร์โรว์ สเปซ จำกัด (IHI Aerospace Co., Ltd.) โดยเซ็นเซอร์เหล่านี้ถูกใช้ในอุปกรณ์วัดอุณหภูมิร่างกายแบบไร้การสัมผัสในหลายบริษัท
อุปกรณ์ตรวจวัดถูกนำไปใช้ในสถานที่ต่าง ๆ เช่น โรงเรียน สนามบิน และสถานพยาบาล เพื่อช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ซึ่งเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิแบบไร้การสัมผัสของนิสสันจะตรวจจับรังสีอินฟราเรดจากวัตถุหรือพื้นที่ และสามารถแสดงภาพ เช่น ภาพการกระจายอุณหภูมิที่มีความละเอียดประมาณ 2,000 พิกเซล และสามารถผลิตได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าเซ็นเซอร์ที่ผลิตโดยใช้เทคโนโลยีทั่วไป ข้อมูลเพิ่มเติมด้านการออกใบอนุญาตด้านเทคโนโลยีของนิสสันสามารถตรวจสอบได้ที่ http://bit.ly/2MJ8GNp

7 หนังคริสต์มาส​มันส์เลือดสาดดด!!!

คริสต์มาสปีนี้แตกต่างจากทุกปี​ หลายคนเลือกที่จะเก็บตัว​ ซุกที่นอนเพื่อความปลอดภัยห่างไกลโควิด19 ด้วยความหวังดีไม่อยากให้ชีวิตเศร้าเหงาหงอยไปมากกว่านี้เลยอยากแนะนำหนังบรรยากาศจิงเกิลเบลส์ แต่มันสาดดดด แถมเป็นหนังยอดฮิตในยุค90 รีบหามาดูกันซะ! กับ 7 เรื่องที่คัดสรรมาเป็นอย่างดีอย่าง Die hard / Die hard 2 / Turbulence / Lethal Weapon / Batman Returns / The Long Kiss Goodnight / Behind Enemy Lines


เรื่องแรกไม่มีใครไม่รู้จักคนอึดตายยาก Die hard เรื่องเกิดขึ้นที่ตึกแห่งหนึ่งใจกลางเมืองลอสแองเจลิส ในคืนวันคริสต์มาส เมื่อผู้ก่อการร้ายบุกออฟฟิศเมียของ​ ’จอห์น แม็คเคลน’ ยอดตำรวจแห่งนิวยอร์ค รับบทโดยพี่เหม่งมหาภัย บรูซ วิลลิส เท่านั้นแหละความชิบหายวายป่วงก็ได้เกิดขึ้นกับผู้ก่อการร้ายนับ 10 ที่มาป่วนปาร์ตี้คริสต์มาสออฟฟิศเมีย…เว่อร์สัด! แต่สนุกโคตร


Die Hard 2 เรื่องบ้าบอเกิดขึ้นอีกครั้งจากฝีมือผู้ก่อการร้ายกลุ่มใหม่ที่ต้องการช่วยเหลือราชายาเสพติดโดยการเข้ายึดสนามบิน และเหตุการณ์ครั้งนี้พระเอกของเรา​ ’จอห์น แม็คเคลน’ จะอยู่เฉยได้อย่างไร เพราะเมียของเค้า(อีกแล้ว) อยู่บนเครื่องบินที่กำลังจะมาลงที่สนามบินแห่งนี้…งานนี้เละเทะแน่นอน!

มาต่อกันเรื่องความชิบหายบนเครื่องบินในคืนวันคริสต์มาสกันต่อ Turbulence 36,000 เขย่านรก เรื่องเกิดขึ้นบนเครื่อง 747 เครื่องบินสุดไฮโซที่บินในคืนวันคริสต์มาส แต่เที่ยวบินนี้นอกจากผู้โดยสารทั่วไปแล้วยังมีฆาตกรต่อเนื่องที่ทางตำรวจฝากโดยสารไปด้วย(เวรกรรม) งานนี้จะเละขนาดไหน…แต่บอกได้เลยว่ามีลุ้นเยี่ยวเหนียวแน่นอน


Lethal Weapon ริกส์ คนมโหฬาร​ เห้ย! คนมหากาฬ ปมเรื่องแนวดราม่าจากการศูนย์เสียลูกเมียในอุบัติเหตุทำให้ มาร์ติน ริกส์ ตำรวจเท็กซัสอดีตนาวิกโยธิน ติดแหงกอยู่ในความทุกข์ อะไรก็ดีขึ้นเมื่อได้มาเจอคู่หู โรเจอร์ เมอร์ทัค นักสืบแห่งกรมตำรวจลอสแอนเจลิสที่ทำงานกันอย่างบ้าระห่ำเพื่อลืมคืนวันอันเลวร้าย…จุดเด่นของเรื่องนี้คงอยู่ที่ลีลายียวนกวนตื๊ดดดดดของ 2 คู่หูบ้าพลังนี้แหละ…


Batman Returns ตีมเรื่องสุดหดหู่ในคืนวันอันหนาวเหน็บในช่วงคริสต์มาสในเมืองก๊อตแธมซิตี้ แบทแมน ภาคนี้ถ้าใครไม่ได้ดูถือว่าพลาดอย่างแรงเพราะมี 2 ตัวร้ายดาวเด่นอย่าง มนุษย์เพนกวิน ที่มีอดีตอันโหดร้ายจากความพิการในเรื่องของรูปร่าง ที่มีเป้าหมายในการเป็นนายกเมืองก๊อตแธม และนางแมวป่าจิตป่วนสุดเซ็กซี่ ที่คอยโปรยเสน่ห์ใส่แบทแมนอยู่ตลอดเวลา…เพื่อ! ไปหาดูกันเอาเอง


The Long Kiss Goodnight (ชาร์ลีน มหาประลัย) เรื่องของหญิงสาวคนหนึ่งกับอาการหลงลืมเรื่องราวในอดีตของเธอ แต่แล้วความสามารถพิเศษของเธอก็ค่อยๆ เผยออกมาทีละน้อยเมื่อนักสืบคนหนึ่งค่อยๆ เข้ามาปะติดปะต่อจิ๊กซอว์ในชีวิตของเธอ…จนสุดท้ายเธอคืออออออออออออ


Behind Enemy Lines (แหกมฤตยูแดนข้าศึก) ใครชอบแนวเครื่องบินรบ แนวเอาตัวรอด แนะนำเลยเรื่องนี้ตื่นเต้นลุ้นจิกหมอนตลอดเวลาเมื่อ เรือโท คริส เบอร์เน็ท (โอเว่น วิลสัน) นักบิน F/A-18 Hornet โดนสอยร่วงระหว่างภาระกิจลาดตระเวน แล้วดันไปถ่ายภาพการสังหารหมู่ไว้ได้…ความชิบหายจึงบังเกิดเพราะเหล่าข้าศึกต้องออกไล่ล่าเค้าเพื่อเอาภาพและปลีดชีพเค้าทิ้งซะ!…บัดซบจริงๆ เลย


โปรเจคพิเศษ Ducati-x-Lamborghini การร่วมมือกันของ 2 ความแรงระดับโลก!

เมื่อซูเปอร์สปอร์ตคาร์ ‘ลัมโบร์กินี’ และซูเปอร์ไบค์ ‘ดูคาติ’ ร่วมถ่ายทอดเอกลักษณ์ของดีไซน์แห่งความสปอร์ต โดยใช้แรงบันดาลใจจากหนึ่งในซูเปอร์คาร์ที่ผู้คนทั่วโลกให้ความสนใจมากที่สุดอย่าง Lamborghini Sián FKP 37 (ลัมโบร์กินี ซีอาน เอฟเคพี 37) สู่โลกของรถจักรยานยนต์สุดล้ำอย่าง Ducati Diavel 1260 Lamborghini (ดูคาติ แดเวล หนึ่งสองหกศูนย์ ลัมโบร์กินี) จึงกลายเป็นโปรเจคสุดเอ็กซ์คลูซีฟแห่งปีที่ผลิตมาเพื่อแฟนพันธุ์แท้สองแบรนด์ดังสัญชาติอิตาเลียน รวมถึงนักสะสมจากทั่วโลก ได้ครอบครองเพียงแค่ 630 คันทั่วโลก


Ducati Diavel 1260 Lamborghini ได้นำคอนเซปต์หลักของ Lamborghini Sián FKP 37 มาผสมผสานกับพื้นฐานของ Ducati Diavel 1260 S โดยการนำจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของ Diavel มาร่วมออกแบบในโปรเจคนี้ ทำให้ Ducati Diavel 1260 Lamborghini มีความโดดเด่นในเรื่องของน้ำหนักเบา ทั้งล้อแมกซ์ที่ใช้วัสดุในการผลิตด้วยการอัดพิเศษ จึงทำให้มีความแข็งแกร่งและน้ำหนักเบา ท่อร่วมไอดีและการ์ดหม้อน้ำที่ใช้คาร์บอนไฟเบอร์ โครงสร้างหลักของตัวรถที่ทำจากแร่ที่มีความเบาและแข็งแกร่งเป็นพิเศษ รวมถึงการใช้ปั๊มเบรกเบรมโบ้สีแดงซึ่งเป็นสีเอกลักษณ์ของดูคาติ


สำหรับรายละเอียดชิ้นส่วนของรถจักรยานยนต์ Ducati Diavel 1260 Lamborghini ในโปรเจคพิเศษนี้ได้ถูกออกแบบใหม่โดย Centro Stile Ducati ที่เน้นการใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบาและมีความแข็งแรงจากคาร์บอนไฟเบอร์เช่นเดียวกับรถ Lamborghini Sián FKP 37 ไม่ว่าจะเป็นการ์ดหม้อน้ำและชุดท่อร่วมไอดี, การ์ดท่อไอเสีย, สปอยเลอร์, ฝาครอบถังน้ำมันเชื้อเพลิง, ฝาครอบเบาะ, บังโคลนหน้าและหลัง, ฝาครอบเรือนไมล์ และโครงยึดโคมไฟหน้า


นายมิทจา บอร์เกิร์ต หัวหน้าฝ่ายออกแบบ ออโตโมบิลี ลัมโบร์กินี กล่าวว่า “เรามีความเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งทางด้านการออกแบบของแบรนด์ลัมโบร์กินี ที่สร้างดีไซน์อันแตกต่างจนกลายเป็นที่รู้จักมากที่สุดในอุตสาหกรรมยานยนต์ เอกลักษณ์ของความเรียบหรู แต่เต็มไปด้วยความโดดเด่นแบบขั้นสุด เป็นหัวใจพื้นฐานของการออกแบบของเรา และด้วยแนวทางการออกแบบที่มีวิสัยทัศน์ดังกล่าว ทำให้เราสามารถถ่ายทอด DNA ของลัมโบร์กินีไปสู่สินค้าของแบรนด์อื่นๆ ได้อย่างมีเอกลักษณ์ ซึ่งโปรเจคนี้ถือเป็นความสำเร็จจากการทำงานเป็นทีมที่มีความแข็งแกร่ง การร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ระหว่างสองแบรนด์ที่มีแรงบันดาลใจจากค่านิยมเดียวกันและมีความมุ่งมั่นให้รถทุกคันขับขี่สนุก”


นายอันเดร เฟราเรซิ ผู้อำนวยการ Ducati Centro Stile กล่าวว่า “ Ducati Diavel 1260 Lamborghini ถูกสร้างขึ้นโดยได้รับแรงบันดาลใจจาก Sián FKP 37 และใช้หลักการออกแบบให้มีความโดดเด่นเช่นเดียวกันกับซูเปอร์คาร์รุ่นดังกล่าว นี่ถือเป็นการเฉลิมฉลองคุณค่าร่วมกันของสองแบรนด์ดังสัญชาติอิตาเลียน ซึ่งดูคาติและลัมโบร์กินีมีความสปอร์ตอยู่ใน DNA ทำให้การออกแบบของเราสร้างความโดดเด่นให้กับผลงานสร้างสรรค์ของเราเสมอ”


แบบสีและลวดลายของ Diavel 1260 Lamborghini เกิดจากความร่วมมือกันระหว่าง Centro Stile Ducati และ Centro stile Lamborghini ซึ่งจะใช้โทนสีเดียวกันกับ Lamborghini Sián FKP 37 ที่มีความโดดเด่นอย่างสี Verde ( Green ) Gea บนตัวถัง และใช้สี Oro ( Gold ) Electrum บนล้อแมกซ์ เฟรม และฝาครอบไฟท้าย นอกจากนี้ ยังได้ถ่ายทอดเอกลักษณ์เฉพาะของลัมโบร์กินีอย่างดีไซน์รูปทรงหกเหลี่ยม และตัว ‘Y’ ไว้บนท่อไอเสีย รวมถึงลวดลายที่อยู่บนเบาะของ Diavel 1260 Lamborghini


Diavel 1260 Lamborghini จะมีหมายเลข ‘63’ อยู่ที่ตัวรถ ซึ่งเป็นหมายเลขสำคัญที่บ่งบอกถึงประวัติการก่อตั้งบริษัท ออโตโมบิลี ลัมโบร์กินี ในปี 1963 และตัวเลขนี้ได้ถูกใช้ในการกำหนดจำนวนการผลิต Diavel 1260 Lamborghini โดยการนำตัวเลข 63 มาคูณ 10 จนกลายเป็นจำนวน Diavel 1260 Lamborghini ที่มีทั้งหมด 630 คันทั่วโลก ซึ่งพร้อมจำหน่ายที่ผู้จำหน่ายดูคาติทั่วโลกช่วงปลายเดือนธันวาคมนี้


บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ประกาศปรับทัพผู้บริหาร เดินหน้าลุยตลาดยนตรกรรมหรู!

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ประกาศปรับโครงสร้างการบริหารในองค์กร มุ่งเสริมประสิทธิภาพความแข็งแกร่งผ่านศักยภาพที่หลากหลาย พร้อมต่อยอดความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในตลาดยนตรกรรมพรีเมียม โดยการปรับเปลี่ยนทีมผู้บริหารในครั้งนี้ ครอบคลุมทั้งแบรนด์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิ ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งคุณปรีชา นินาทเกียรติกุล ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย และคุณชนินทร์ ฐิติจารุไพศาล รับตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขาย บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ขณะที่คุณประภัสรา อร่ามวงศ์สมุทร เข้ารับดำแหน่งผู้อำนวยการ มินิ ประเทศไทย และยังรวมถึงการแต่งตั้งคุณรอน ศิริวันสาณฑ์ ในตำแหน่งผู้จัดการอาวุโสฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย โดยการแต่งตั้งทั้งหมดนี้จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 เป็นต้นไป
มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “สิ่งสำคัญที่เป็นเอกลักษณ์ของการทำงานที่บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป คือการทำงานด้วยความรักและความหลงใหลในผลิตภัณฑ์ พนักงานของเราจึงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จไปพร้อม ๆ กัน การปรับโครงสร้างการบริหารในครั้งนี้ จะผสานเอาความหลงใหลดังกล่าว รวมทั้งศักยภาพและประสบการณ์ที่หลากหลายของผู้บริหารทั้งสี่ท่าน ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารและปฏิบัติงานในตำแหน่งต่าง ๆ กับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปมาอย่างยาวนาน และเป็นอีกแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเสริมประสิทธิภาพด้านการวางกลยุทธ์เพื่อรับมือกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วของผู้บริโภค จากผลงานความสำเร็จของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมาภายใต้การบริหารของผู้บริหารทั้งสี่ท่านนี้ ผมเชื่อว่าเราจะสามารถสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับประสบการณ์ที่แปลกใหม่ยิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้าในประเทศไทยได้อย่างแน่นอน”ในส่วนของบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ได้คุณปรีชา นินาทเกียรติกุล เข้าดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด โดยคุณปรีชาเริ่มต้นทำงานกับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2550 ในตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป มินิ ประเทศไทย ก่อนที่จะย้ายไปรับตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของมินิ ณ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป เอเชีย ประเทศสิงคโปร์ รับผิดชอบดูแลด้านการขายและการตลาดของมินิ ก่อนจะกลับมารับตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป มินิ ประเทศไทย ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2557 ดูแลและพัฒนาการดำเนินงานของมินิในประเทศไทยมาเป็นระยะเวลา 6 ปี โดยในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย คุณปรีชาจะดูแลบริหารการวางแผนและกลยุทธ์ด้านการตลาดของบีเอ็มดับเบิลยู พร้อมขับเคลื่อนกิจกรรมการตลาดของบีเอ็มดับเบิลยูในประเทศไทยให้เกิดศักยภาพสูงสุดคุณชนินทร์ ฐิติจารุไพศาล ซึ่งเข้ารับตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายของบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ก็มีประสบการณ์ด้านการบริหารในหลายบทบาทหน้าที่มาอย่างยาวนานเช่นกัน โดยได้ร่วมงานกับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 จึงมีความเชี่ยวชาญในการบริหารฝ่ายขายมากกว่า 15 ปีในหลายตำแหน่งของทั้งแบรนด์บีเอ็มดับเบิลยูและบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนและกำหนดทิศทางกลยุทธ์ฝ่ายขาย การบริหารฝ่ายปฏิบัติการด้านการขาย รวมถึงตำแหน่งล่าสุดในฐานะผู้จัดการทั่วไปฝ่ายพัฒนาธุรกิจผู้จำหน่ายของบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย สำหรับในตำแหน่งใหม่นี้ คุณชนินทร์จะรับผิดชอบดูแลการดำเนินงานโดยรวมในกิจกรรมการขายของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู รวมถึงพัฒนาและวางแผนด้านกลยุทธ์ฝ่ายขายเพื่อสร้างการเติบโตของยอดขายบีเอ็มดับเบิลยูในตลาดประเทศไทยด้านมินิ ประเทศไทย คุณประภัสรา อร่ามวงศ์สมุทร เข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการ ดูแลรับผิดชอบการดำเนินงานโดยรวมของมินิในประเทศไทย ครอบคลุมทั้งด้านการบริหารแบรนด์ การขาย และการตลาด โดยคุณประภัสราได้เป็นส่วนหนึ่งของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มานานกว่า 13 ปีแล้ว ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในด้านการตลาดและการขายจากการบริหารงานในหลายตำแหน่ง โดยดำรงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการสื่อสารการตลาดในปี 2550 และในตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาดในปี 2553 จากนั้นคุณประภัสราได้นำทีมสร้างผลงานด้านยอดขายให้กับบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทยอย่างต่อเนื่องในฐานะผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายในปี 2559 ก่อนที่จะย้ายมาดำรงตำแหน่งล่าสุดในฐานะผู้อำนวยการของมินิ ประเทศไทยนอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังแต่งตั้งคุณรอน ศิริวันสาณฑ์ เป็นผู้จัดการอาวุโสฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ โดยคุณรอนได้ทำงานในหลายตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับรัฐกิจสัมพันธ์ตั้งแต่ปี 2545 ก่อนที่จะเข้าร่วมงานกับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยในปี 2557 ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายศุลกากรและการค้าระหว่างประเทศ ในตำแหน่งใหม่นี้ คุณรอนจะเข้ามารับผิดชอบหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ ตั้งแต่การวิเคราะห์ภาพรวมทางการเมืองและผลกระทบต่อบริษัทฯ ไปจนถึงการวางกลยุทธ์ที่เหมาะสมและสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายขององค์กร


Luminox Thai Navy SEAL รุ่นที่ 2 เพียง 800 เรือนในไทย!

เปิดตัวอย่างเป็นทางการกับ Luminox รุ่น Luminox Thai Navy SEAL รุ่นที่ 2 ลิมิเต็ดอิดิชั่นที่ได้รับการออกแบบและสร้างสรรค์ จากความศรัทธาในจิตวิญญาณและการอุทิศตนของเจ้าหน้าที่หน่วยซีลในภารกิจต่างๆ คุณสมบัติโดดเด่นสมบุกสมบันตามแบบฉบับของ Luminox เหมาะสำหรับการใช้งานสุดโหดในทุกสภาวะการณ์ไม่ว่าจะเป็นทางอากาศ ทางน้ำ หรือบนบก

โดยมีคำขวัญปลุกใจของหน่วย SEAL ประเทศไทยปรากฏอยู่บนหน้าปัดรุ่น 3501.GOLD.TNS นี้ว่า “NO ONE LEFT BEHIND” ซึ่งเป็นคำขวัญที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับหน่วย SEAL ประเทศไทย เพื่อกระตุ้นเตือนให้พวกเขาต่อสู้ไปกับทุกอุปสรรคอันท้าทายที่อยู่เบี้องหน้า โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ถูกผลิตขึ้นมาจำนวนจำกัดเพียง 800 เรือนเท่านั้น รันหมายเลข 001 – 800 ราคาเรือนละ 21,900 บาท

สำหรับรุ่นนี้แตกต่างจากรุ่นที่ 1 โดยมาในรูปแบบของ Box Set ประกอบด้วย สายผ้านาโต้และอุปกรณ์เปลี่ยนสายของแท้จาก Luminox Dog Tag รันหมายเลขตามหมายเลขสลักฝาหลัง และ Limited Edition Certification Card จัดจำหน่ายในประเทศไทยเท่านั้น รายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายของทุก ๆ เรือน พร้อมมอบให้กับมูลนิธินักทำลายใต้น้ำจู่โจม เพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป

โดยสามารถสัมผัสนาฬิการุ่นใหม่นี้ได้ในงานเปิดตัว ซึ่งจะจัดขึ้นในวันอังคารที่ 15 ธ.ค. 63 บริเวณ Q Step ชั้น 1 ณ เดอะ ปาร์ค (The PARQ), MRT ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ประตูทางออก 2 โดยมีบู๊ทจำหน่ายนาฬิการะหว่างวันที่ 14 ธันวาคม – 25 ธันวาคม 2563

เปิดจองนาฬิกา Luminox Limited Edition Thai Navy SEAL รุ่นที่ 2 ก่อนใครได้แล้ววันนี้ และสามารถรับสินค้าได้ในวันที่ 15 ธันวาคม ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บริษัทศรีทองพาณิชย์ จำกัด โทร 02-694-1888 , ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และช่องทาง FACEBOOK FANPAGE luminoxthailandofficial


Privacy Preference Center