พา(เดิน)วน Lamborghini Huracán STO คันจริง ราคาเริ่มต้น 29.99 ล้านบาท!
โครงสร้างตัวถังน้ำหนักเบาเพราะเป็นวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์กว่า 75% รูปร่างหน้าตาออกแบบยึดตามหลักอากาศพลศาสตร์ตามแบบฉบับรถแข่ง และยังยึดหลักปรัชญา “design always follows function” Lamborghini Huracán STO มากับเครื่องยนต์ V10 แบบ NA ให้กำลังสูงสุดที่ 640 แรงม้า และแรงบิด 565 นิวตันเมตร ทำให้เป็นลัมโบร์กินีที่มีพละกำลังแรงม้าต่อน้ำหนักดีที่สุดเพียง 2.09 กิโลกรัมต่อแรงม้า สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 3.0 วินาทีเท่านั้นและเบรกจาก 100-0 กม./ชม. ในระยะเพียง 30 เมตร 200-0 กม./ชม. ในระยะ 110 เมตรโคตรเทพ
Huracán STO มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเฉพาะตัวด้านหน้า Cofango คือการนำฝากระโปรงหน้า ซุ้มล้อ และกันชนหน้า ของตัวรถมาดีไซน์ใหม่ให้เป็นชิ้นเดียวกัน ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากรถระดับตำนาน Lamborghini Miura และ Sesto Elemento ดีไซน์ด้านหน้าใหม่นอกจากช่วยลดน้ำหนักของตัวรถแล้วยังช่วยเพิ่มความเป็นมอเตอร์สปอร์ตของตัวรถได้อย่างลงตัว ช่องดักอากาศบริเวณฝากระโปรงหน้าช่วยจัดระเบียบให้อากาศไหลเวียนผ่านตัวรถได้ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้การระบายความร้อนเครื่องยนต์ดียิ่งขึ้นและยังสร้างแรงกดให้กับรถมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
บริเวณด้านหน้าของ Huracán STO ได้ติดตั้งสปลิตเตอร์หน้าใหม่ที่มีช่องระบายอากาศไปยังใต้ท้องรถจนถึงดิฟฟิวเซอร์หลังที่ช่วยลดการต้านลมเมื่อต้องการทำความเร็วในทางตรงซุ้มล้อหลังของตัวรถถูกพัฒนามาจากรถแข่ง One Make Race อย่าง Super Trofeo EVO ช่วยให้ตัวรถลู่ลมมากยิ่งขึ้นและในขณะเดียวกันก็ยังสร้างแรงกดด้านท้ายของตัวรถ ส่งผลให้สมรรถนะของตัวรถทั้งทางตรงและทางโค้งมีประสิทธิภาพสูงเหมือนกับรถแข่งในสนาม ช่องดักอากาศ NACA ที่ถูกติดตั้งบนซุ้มล้อหลังนั้นทำหน้าที่ดักอากาศเข้าไปในเครื่องยนต์ ซึ่งช่วยให้เครื่องยนต์สร้างพละกำลังได้อย่างต่อเนื่องแม้ในการขับขี่ด้วยความเร็วสูงเป็นเวลานาน
ฝาเครื่องยนต์ของตัวรถได้รับการออกแบบใหม่และติดตั้งช่องดักอากาศด้านบนเพื่อช่วยระบายความร้อนในห้องเครื่องยนต์ บริเวณในห้องเครื่องได้รับการติดตั้งครีบลำเลียงอากาศ เพื่อการจัดสรรให้อากาศสามารถระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ครีบอากาศบริเวณฝากระโปรงหลังนั้นช่วยเพิ่มความคล่องตัวให้กับ STO ในขณะเข้าโค้ง โดยอากาศจะถูกตัดผ่านและไหลไปที่สปอยเลอร์ด้านท้าย ส่งผลให้ตัวรถมีความนิ่งมากยิ่งขึ้นเมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง สปอยเลอร์หลังของ Huracán STO สามารถปรับตั้งได้ 3 ระดับ เพื่อให้สมดุลตามแต่ละรูปแบบของสนามได้อย่างลงตัวช่องดักอากาศเบรกหน้าใหม่ถูกดีไซน์เพื่อระบายความร้อนให้กับระบบเบรกแบบใหม่อย่าง CCM-R brakes ที่ถูกพัฒนาจากรถ F1 โดย Brembo
โครงสร้างภายนอกของ Huracán STO กว่า 75% ใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์เพื่อลดน้ำหนักตัวรถและเสริมความแข็งแกร่งให้กับตัวถังได้เป็นอย่างดี น้ำหนักตัวรถเปล่าอยู่ที่ 1,339 กิโลกรัม ซึ่งลดลงไปถึง 43 กิโลกรัมเมื่อเทียบกับรุ่นพิเศษอย่าง Huracán Performante โดยกระจกบานหน้าของ Huracán STO เบาลง 20% เมื่อเทียบกับ Huracán Performante และยังมีออพชั่นเสริมอย่างล้อแม็กนิเซียมน้ำหนักเบา
Huracán STO’s ได้รับการติดตั้งโหมดการขับขี่ใหม่ 3 โหมด STO, Trofeo และ Pioggia
- โหมด STO ถูกปรับตั้งให้เหมาะสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวันทั่วไปหรือบนถนนคดเคี้ยวในชนบท ระบบ Lamborghini Veicolo Dinamica Integrata (LDVI) ถูกนำมาติดตั้งเพื่อช่วยให้การขับขี่เป็นไปได้อย่างราบรื่นและธรรมชาติยิ่งขึ้น
- โหมด Trofeo ตัวรถจะถูกตั้งค่าให้ตอบสนองกับการขับขี่บนสนามแข่งในพื้นผิวที่แห้ง ระบบ LDVI จะคอยจัดสรรแรงบิดให้ไปที่ล้อที่มีแรงยึดเกาะสูงสุดซึ่งทำงานควบคู่กับระบบ performance traction control ของรถ อีกทั้งระบบ Brake Temperature Monitoring (BTM) ใหม่จะคอยแจ้งสถานะอุณหภูมิของเบรกแบบเรียลไทม์
- โหมด Pioggia นั้นตัวรถจะคอยควบคุมให้ระบบป้องกันการลื่นไถล ระบบกระจายแรงบิด ระบบเลี้ยวล้อหลัง และระบบเบรก ABS ให้เหมาะสมกับพื้นผิวถนนที่เปียก โดยระบบ LDVI จะทำการวิเคราะห์แรงยึดเกาะของรถเพื่อถ่ายกำลังแรงบิดไปที่ล้อสูงสุดโดยไม่ลื่นไถลในทางตรงและระบบกระจายแรงบิดจะทำการกระจายกำลังไปยังล้อที่มีแรงยึดเกาะสูงสุดในขณะกำลังเข้าโค้ง
ระบบเบรกของ Huracán STO ได้รับการถ่ายทอดจากสนามแข่งอย่างแท้จริง ด้วยเทคโนโลยีจาก Brembo ระบบเบรก CCM-R ช่วยให้การหยุด Huracán STO ทำได้อย่างมั่นใจแม้จะถูกใช้งานอย่างต่อเนื่อง ระบบเบรก CCM-R สามารถทนความร้อนได้มากกว่าระบบเบรกเซรามิคทั่วไปถึง 4 เท่า และทนทานต่อการใช้งานในสนามมากขึ้นถึง 60% เมื่อผู้ขับขี่ต้องการทำเวลาต่อรอบในสนามแข่ง ระบบเบรก CCM-R นั้นยังเพิ่มขีดจำกัดของแรงเบรกมากขึ้นไปอีกถึง 25% ทำให้ระยะการเบรกลดลงถึง 7%
การออกแบบภายในของ Huracán STO ได้รับแรงบันดาลใจจากการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตด้วยการนำเอาวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์มาใช้บริเวณแผงประตูภายใน เบาะแบบสปอร์ตพร้อมแผ่นหลังจากวัสดุคาร์บอน และนำเอาวัสดุอัลคันทาร่ามาใช้เพื่อให้สัมผัสที่กระชับมือยิ่งขึ้น พรมบริเวณพื้นรถถูกแทนที่ด้วยแผ่นอลูมิเนียมน้ำหนักเบา ระบบเซฟตี้เบลท์ 4 จุดที่ยึดไว้กับคานไทเทเนียมด้านหลังเบาะที่พัฒนาร่วมกับ Akrapovic ถูกนำเข้ามาเพิ่มความปลอดภัยตามแบบฉบับรถแข่ง
ฝากระโปรงหน้าของตัวรถถูกออกแบบใหม่ให้สามารถเก็บหมวกกันน็อคได้ทำให้ Huracán STO พร้อมที่จะลุยทุกสนามแข่ง ระบบ HMI ถูกพัฒนาจาก Huracan EVO เพื่อบอกค่าสำคัญต่างๆ ให้แก่ผู้ขับขี่เช่น การทำงานของระบบ LDVI รวมไปถึงอุณหภูมิของระบบเบรกอีกด้วย
สำหรับราคาเริ่มต้นของ Lamborghini Huracán STO อยู่ที่ 29,990,000 บาท สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เรนาสโซ มอเตอร์ เบอร์โทร 02-512-5111 บอกได้เลยว่าใครมีที่จอดว่างๆ ควรหาไปประดับบ้านสักคัน…กราบ

กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ร่วมต้านภัยโควิด-19 ระลอกใหม่!
โดยครั้งนี้ กองทุนฮอนด้าฯ จะทำการผลิตและบริจาคหน้ากากแรงดันลบและบวก จำนวน 1,000 ชิ้น พร้อมเครื่องพ่นยาฆ่าเชื้อ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์
ในกลุ่มเครื่องยนต์อเนกประสงค์ของฮอนด้า จำนวน 100 ตัว รวมมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท โดยจะเตรียมส่งมอบให้แก่ 77 จังหวัดทั่วประเทศ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2564
นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร กรรมการผู้จัดการกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย
กล่าวว่า “หลังจากที่กองทุนฮอนด้าฯ ได้ทำการผลิตและส่งมอบเตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยแบบแรงดันลบไปแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา เป็นที่น่าภูมิใจอย่างยิ่งที่ทีมวิศวกรของ
ฮอนด้าทีมเดิมไม่หยุดนิ่ง แต่ได้ริเริ่มคิดต่อยอดและนำเสนอโครงการใหม่กับทางกองทุนฮอนด้าฯ โดยใช้เวลาสร้างสรรค์ต้นแบบและพัฒนารวม 4 เดือน สู่นวัตกรรมหน้ากากแรงดันลบและบวก ซึ่งเป็นอุปกรณ์การแพทย์ที่ป้องกันการติดเชื้อและ
แพร่เชื้อที่มีประสิทธิภาพ โดยนำเทคโนโลยีฟิลเตอร์ HEPA ระดับ H14 ที่สามารถกรองได้ละเอียดถึง 0.3 ไมครอน และระบบ Microcontroller ในการควบคุมความเร็ว
ของพัดลมมาใช้ เพื่อความสะดวกในการใช้งาน นอกจากนี้ ยังเลือกใช้แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ที่มีน้ำหนักเบา และสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องนานถึง 4 – 6 ชั่วโมง โดยนวัตกรรมนี้ จะถูกผลิตขึ้น ณ โรงงานผลิตรถยนต์ฮอนด้า
จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อให้ทันกับการใช้งานจริงในสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่ โดยจะเป็นส่วนหนึ่ง
ที่จะช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ป่วย และคนไทย ผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน”
ผศ.นพ.อนุแสง จิตสมเกษม รองคณบดีคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เปิดเผยว่า “หน้ากากแรงดันลบและบวก ที่ทางกองทุนฮอนด้าฯ ดำเนินการพัฒนาและผลิตขึ้นมา ผ่านการทดสอบมาตรฐานของอุปกรณ์ทางการแพทย์ จากกรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยหน้ากากฯ นี้ สามารถปรับความดันได้ทั้งแบบบวกและลบ ถือว่ามีประโยชน์อย่างมากในช่วงการแพร่ระบาดระลอกใหม่ในครั้งนี้ เนื่องจากมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้บุคลากรทางการแพทย์
มีความต้องการใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงมากขึ้น ซึ่งหน้ากากแรงดันบวก หรือ PAPR (Power Air Purifying Respirator) เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับแพทย์ผู้ดูแลผู้ป่วยติดเชื้อโควิดหรือผู้ป่วยทางเดินหายใจอื่นๆ ซึ่งปัจจุบัน ในประเทศไทยมีรวมกันไม่ถึง 5,000 ชิ้น ดังนั้น
หน้ากากฯ ที่ทางกองทุนฮอนด้าฯ ได้พัฒนาและผลิตขึ้นมา จะสามารถช่วยลดความเสี่ยงให้กับบุคลากร
ทางการแพทย์และผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ได้ดีมากยิ่งขึ้น โดยมีความพิเศษตรงที่ยังสามารถปรับความดันให้เป็นลบเพื่อใช้สำหรับขนย้ายผู้ป่วยได้ ซึ่งจะเป็นมิติใหม่ของการรักษา”
ทั้งนี้ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ภายใต้มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย ร่วมกับกลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย รวมทั้งเครือข่ายผู้จำหน่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ
ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมไทย ต้านภัยโควิด-19 โดยได้ดำเนินการผลิตและส่งมอบเตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยแบบแรงดันลบ (Negative Pressure Mobile Bed) จำนวน 100 เตียง
และได้ส่งมอบร่วมกับอุปกรณ์ทางการแพทย์อื่นๆ ให้แก่โรงพยาบาล 96 แห่งทั่วประเทศ รวมมูลค่า 40 ล้านบาท ผ่านเครือข่ายผู้จำหน่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศไปแล้วนั้น และเมื่อผนวกรวมกับครั้งนี้ หน้ากากแรงดันลบและบวกป้องกัน
โควิด-19 จำนวน 1,000 ชิ้น จะถูกผลิตและนำไปบริจาคพร้อมกับเครื่องพ่นยาฆ่าเชื้อ 100 ตัว รวมมูลค่ากว่า
40 ล้านบาท ที่จะส่งมอบในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 เมื่อรวมความช่วยเหลือที่ทางกองทุนฮอนด้าฯ ได้มอบให้แก่สังคมไทยเพื่อร่วมต้านภัยโควิด-19 รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 80 ล้านบาท
โดยลูกค้าผู้ซื้อผลิตภัณฑ์ของฮอนด้า ทั้งรถจักรยานยนต์ รถยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ ล้วนเป็นผู้มี
ส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคมในครั้งนี้ ผ่านการสมทบทุนจากการซื้อผลิตภัณฑ์ ทางกองทุนฮอนด้าฯ พร้อมอยู่เคียงข้างคนไทยและให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ เพื่อให้สังคมไทยผ่านพ้นวิกฤติโควิด-19 ไปได้ด้วยดีอีกครั้ง และจะไม่หยุดการพัฒนาที่มอบประโยชน์สุขให้กับคนไทย ดังเจตนารมณ์ของฮอนด้าในการสร้างสรรค์คุณค่า
เพื่อเป็นองค์กรที่สังคมไทยต้องการให้ดำรงอยู่ตลอดไป
BMW เตรียมเผยโฉมซีรีส์ 5 ใหม่ผ่าน BMW VIRTUAL EXPERIENCE
งาน BMW VIRTUAL EXPERIENCE จะจัดขึ้นในวันพุธที่ 20 มกราคม 2564 เวลา 20.00 น. ภายใต้คอนเซ็ปต์เปิดตัวที่โดดเด่นไม่ซ้ำใครในธีม “Change the way you lead. Lead the way you change.” ผ่านทั้งสามช่องทางออนไลน์พร้อมกัน เพื่อถ่ายทอดความโดดเด่นของรูปลักษณ์ที่เปี่ยมด้วยความสง่างามอันทรงพลัง ยกระดับทั้งความสะดวกสบายและความคล่องตัวในการขับขี่ขึ้นไปอีกขั้น
ร่วมชม BMW VIRTUAL EXPERIENCE ได้จากสามช่องทาง กับสามแนวทางและเรื่องราวแห่งการเปลี่ยน ได้ที่
- BMW Thailand – A story of leading change กับ คุณอู๋ อติชาญ เชิงชวโน
เรื่องราวของโลกกับเทคโนโลยีที่ไม่ได้เดินทางเป็นเส้นขนานอีกต่อไป เมื่อในปัจจุบัน เทคโนโลยีถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อเกื้อกูลธรรมชาติ รับชมได้ที่ www.facebook.com/bmwthailand - The Standard – A story of working change กับ คุณเคน นครินทร์ วนกิจไพบูลย์
ความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นจากการทำงานหนัก แต่เกิดจากประสิทธิภาพของผลงานที่ออกมา รับชมได้ที่ www.facebook.com/thestandardth - Workpoint – A story of world-saving change กับ คุณซี ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์
เจ้าของธุรกิจผู้ที่จะทำให้ภาพของผู้บริหารแบบเดิม ๆ เปลี่ยนแปลงไป รับชมได้ที่ www.facebook.com/workpoint
นอกจากจะได้สัมผัสประสบการณ์การเปิดตัวรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 ใหม่แล้ว ผู้ที่เข้ารับชมการถ่ายทอดและลงทะเบียนผ่านทั้งสามช่องทางดังกล่าว จะมีสิทธิ์ได้ลุ้นรับโอกาสสุดเอ็กซ์คลูซีฟครั้งเดียวในชีวิต ที่จะได้เป็นเจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 ใหม่ ในราคาเพียงครึ่งล้านบาท โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของโอกาสพิเศษสุดนี้ได้ระหว่างการถ่ายทอดผ่านทางออนไลน์ครั้งนี้…ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดตามได้ที่เพจ BMW Thailand ทาง Facebook ที่ facebook.com/bmwthailand
“เบนซ์สตาร์แฟลก” ขน AMG กว่า 40 คันพร้อมเสริฟในงาน AMG Festival ครั้งที่ 2
สำหรับลูกค้าที่พลาดจากครั้งที่แล้ว เบนซ์สตาร์แฟลกจัดภาค 2 พร้อมกับโปรโมชั่นที่ลูกค้าไม่เคยเห็นมาก่อน ทั้งในเรื่องของ ราคา การบริการอาทิ Mercedes AMG GT 53 4MATIC+ 4-Door Coupe มาพร้อมกับข้อเสนอพิเศษที่เลือกได้ตามใจชอบ เราดาวน์ให้ 1.5 ล้านบาท หรือ เริ่มต้นผ่อนเพียงเดือนละ 70.647 บาท หรือ ซื้อปีนี้ให้คุณผ่อนปีหน้าพร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 นาน 5 ปี Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+ และ Mercedes-AMG C43 4MATIC Coupe เบนซ์สตาร์แฟลก พร้อมดาวน์ให้ หรือเลือก ฟรีประกันภัยชั้น 1 นานถึง 5 ปี ยังไม่พอ เพราะเบนซ์สตาร์แฟลก ไม่ได้จัดเพียงแค่นี้ ลูกค้ายังพบกับ AMG รุ่นอื่นๆอีกมากมาย ในราคาพิเศษที่สามารถเอื้อมกันได้ไม่ยาก
นอกจากรถใหม่ป้ายแดงแล้ว เบนซ์สตาร์แฟลก ยังมอบความคุ้มค่ากับ รถผู้บริหาร ป้ายแดง ไมล์น้อยโดยรถยนต์ทุกคันผ่านการรับรองและตรวจสอบด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยกว่า 200 จุด ตลอดทั่วทั้งคัน ปลอดภัยสูงสุดด้วยอะไหล่แท้ และงานซ่อมที่ได้รับมาตรฐาน และการการันตีจาก Mercedes-Benz Certified (MBC) ให้ลูกค้าได้ทดลองขับและจับจองในราคาสุดพิเศษในจำนวนจำกัด อาทิ Mercedes – AMG C 43 4MATIC Coupe ราคาพิเศษเพียง 2,xxx,xxx บาทเท่านั้น
คุณชยุส กล่าว “จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบใหม่ เบนซ์สตาร์แฟลก ห่วงใยลูกค้าเสมอ ด้วยการออกมาตรการที่เข้มงวดสำหรับรองรับการควบคุมและการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ เน้นความสะอาด ด้วยการฉีดพ่นฆ่าเชื้อพื้นที่ในโชว์รูมและศูนย์บริการทุกตารางนิ้ว เป็นประจำทุกสัปดาห์ พร้อมจัดพื้นที่ตามแบบ Social Distancing ในโชว์รูม / ที่นั่งลูกค้า / และพื้นที่อื่นๆ อย่างเคร่งครัด
แต่หากลูกค้ายังไม่คลายความกังวล เบนซ์สตาร์แฟลกจัดบริการพิเศษสุด เพื่อการเว้นระยะห่าง “Exclusive appointment” ลูกค้าสามารถนัดหมายเฉพาะคุณ แบบชมรถที่โชว์รูมแบบส่วนตัว รักษาระยะห่าง พร้อมบริการแบบพิเศษ เพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบาย และความมั่นใจในการเข้ามาที่โชว์รูม เพียงนัดหมายล่วงหน้าที่เบอร์ 02 248 6699″
ONE x Bruce Lee เสื้อผ้าคอลเลกชันฉลอง 80 ปี บรูซ ลี เหลืองดำต้องมา!
คอลเลกชันรุ่นนี้ถูกเผยว่าผลิตมาแบบจำนวนจำกัด มุ่งนำเสนอไลฟ์สไตล์และรูปแบบที่โดดเด่น ผ่านการผสมผสานระหว่างสีเหลืองและสีดำอันเป็นเอกลักษณ์ของตำนานดารานักบู๊ผู้ล่วงลับที่ผู้คนทั่วโลกต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี
บรูซ ลี เกิดเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 1940 เขาถูกยกให้เป็นบิดาแห่งศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานยุคใหม่ ถือเป็นคนดังระดับโลกและซูเปอร์สตาร์แห่งภาพยนตร์แอคชันในยุค 1960 นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้ก่อตั้งศิลปะการต่อสู้จีทคุนโด (Jeet Kune Do) ซึ่งถือเป็นศาสตร์การต่อสู้แบบผสมผสานจากศิลปะการต่อสู้หลากหลายรูปแบบ โดยต่อมาเชื่อกันว่าเป็นรากฐานของกีฬา MMA ในยุคปัจจุบันนั่นเอง
สำหรับคอลเลกชัน ONE x Bruce Lee นี้ ประกอบไปด้วย แจ็คเก็ต, เสื้อฮู้ด, เสื้อยืด, กางเกงขาสั้น, กางเกงจ็อกเกอร์, กางเกงวอร์ม และอื่นๆ อีกมากมาย วางจำหน่ายทั่วโลกแล้ววันนี้ผ่าน ONE.SHOP ร้านขายอุปกรณ์กีฬาออนไลน์อย่างเป็นทางการของ วัน แชมเปียนชิพ โดยสามารถเข้าชมสินค้าคอลเลกชันนี้โดยตรงได้ที่ ONE.SHOP/brucelee
นิสสันร่วมต้านโควิด 19 ออกใบอนุญาตสนับสนุนให้ใช้เทคโนโลยีฟรี!

ใบอนุญาตนี้ครอบคลุมถึงผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิดที่พัฒนาโดยบริษัท ชิโน คอร์ปอเรชั่น (Chino Corp) และบริษัท ไซโก้ เอ็นพีซี คอร์ปอเรชั่น (Seiko NPC Corp) โดยทางบริษัท ชิโน ได้ใช้เทคโนโลยีของนิสสันในการพัฒนา ผลิต และจำหน่ายอุปกรณ์วัดอุณหภูมิบนร่างกายแบบไร้การสัมผัสซึ่งสามารถตรวจจับอุณหภูมิร่างกายที่สูงได้อย่างรวดเร็ว ไซโก้ เอ็นพีซี ได้พัฒนาเซ็นเซอร์ภายใต้ใบอนุญาตย่อยของเทคโนโลยีจาก บริษัท ไอเอชไอ แอร์โรว์ สเปซ จำกัด (IHI Aerospace Co., Ltd.) โดยเซ็นเซอร์เหล่านี้ถูกใช้ในอุปกรณ์วัดอุณหภูมิร่างกายแบบไร้การสัมผัสในหลายบริษัท
7 หนังคริสต์มาสมันส์เลือดสาดดด!!!
เรื่องแรกไม่มีใครไม่รู้จักคนอึดตายยาก Die hard เรื่องเกิดขึ้นที่ตึกแห่งหนึ่งใจกลางเมืองลอสแองเจลิส ในคืนวันคริสต์มาส เมื่อผู้ก่อการร้ายบุกออฟฟิศเมียของ ’จอห์น แม็คเคลน’ ยอดตำรวจแห่งนิวยอร์ค รับบทโดยพี่เหม่งมหาภัย บรูซ วิลลิส เท่านั้นแหละความชิบหายวายป่วงก็ได้เกิดขึ้นกับผู้ก่อการร้ายนับ 10 ที่มาป่วนปาร์ตี้คริสต์มาสออฟฟิศเมีย…เว่อร์สัด! แต่สนุกโคตร
Die Hard 2 เรื่องบ้าบอเกิดขึ้นอีกครั้งจากฝีมือผู้ก่อการร้ายกลุ่มใหม่ที่ต้องการช่วยเหลือราชายาเสพติดโดยการเข้ายึดสนามบิน และเหตุการณ์ครั้งนี้พระเอกของเรา ’จอห์น แม็คเคลน’ จะอยู่เฉยได้อย่างไร เพราะเมียของเค้า(อีกแล้ว) อยู่บนเครื่องบินที่กำลังจะมาลงที่สนามบินแห่งนี้…งานนี้เละเทะแน่นอน!
มาต่อกันเรื่องความชิบหายบนเครื่องบินในคืนวันคริสต์มาสกันต่อ Turbulence 36,000 เขย่านรก เรื่องเกิดขึ้นบนเครื่อง 747 เครื่องบินสุดไฮโซที่บินในคืนวันคริสต์มาส แต่เที่ยวบินนี้นอกจากผู้โดยสารทั่วไปแล้วยังมีฆาตกรต่อเนื่องที่ทางตำรวจฝากโดยสารไปด้วย(เวรกรรม) งานนี้จะเละขนาดไหน…แต่บอกได้เลยว่ามีลุ้นเยี่ยวเหนียวแน่นอน
Lethal Weapon ริกส์ คนมโหฬาร เห้ย! คนมหากาฬ ปมเรื่องแนวดราม่าจากการศูนย์เสียลูกเมียในอุบัติเหตุทำให้ มาร์ติน ริกส์ ตำรวจเท็กซัสอดีตนาวิกโยธิน ติดแหงกอยู่ในความทุกข์ อะไรก็ดีขึ้นเมื่อได้มาเจอคู่หู โรเจอร์ เมอร์ทัค นักสืบแห่งกรมตำรวจลอสแอนเจลิสที่ทำงานกันอย่างบ้าระห่ำเพื่อลืมคืนวันอันเลวร้าย…จุดเด่นของเรื่องนี้คงอยู่ที่ลีลายียวนกวนตื๊ดดดดดของ 2 คู่หูบ้าพลังนี้แหละ…
Batman Returns ตีมเรื่องสุดหดหู่ในคืนวันอันหนาวเหน็บในช่วงคริสต์มาสในเมืองก๊อตแธมซิตี้ แบทแมน ภาคนี้ถ้าใครไม่ได้ดูถือว่าพลาดอย่างแรงเพราะมี 2 ตัวร้ายดาวเด่นอย่าง มนุษย์เพนกวิน ที่มีอดีตอันโหดร้ายจากความพิการในเรื่องของรูปร่าง ที่มีเป้าหมายในการเป็นนายกเมืองก๊อตแธม และนางแมวป่าจิตป่วนสุดเซ็กซี่ ที่คอยโปรยเสน่ห์ใส่แบทแมนอยู่ตลอดเวลา…เพื่อ! ไปหาดูกันเอาเอง
The Long Kiss Goodnight (ชาร์ลีน มหาประลัย) เรื่องของหญิงสาวคนหนึ่งกับอาการหลงลืมเรื่องราวในอดีตของเธอ แต่แล้วความสามารถพิเศษของเธอก็ค่อยๆ เผยออกมาทีละน้อยเมื่อนักสืบคนหนึ่งค่อยๆ เข้ามาปะติดปะต่อจิ๊กซอว์ในชีวิตของเธอ…จนสุดท้ายเธอคืออออออออออออ
Behind Enemy Lines (แหกมฤตยูแดนข้าศึก) ใครชอบแนวเครื่องบินรบ แนวเอาตัวรอด แนะนำเลยเรื่องนี้ตื่นเต้นลุ้นจิกหมอนตลอดเวลาเมื่อ เรือโท คริส เบอร์เน็ท (โอเว่น วิลสัน) นักบิน F/A-18 Hornet โดนสอยร่วงระหว่างภาระกิจลาดตระเวน แล้วดันไปถ่ายภาพการสังหารหมู่ไว้ได้…ความชิบหายจึงบังเกิดเพราะเหล่าข้าศึกต้องออกไล่ล่าเค้าเพื่อเอาภาพและปลีดชีพเค้าทิ้งซะ!…บัดซบจริงๆ เลย
โปรเจคพิเศษ Ducati-x-Lamborghini การร่วมมือกันของ 2 ความแรงระดับโลก!

Ducati Diavel 1260 Lamborghini ได้นำคอนเซปต์หลักของ Lamborghini Sián FKP 37 มาผสมผสานกับพื้นฐานของ Ducati Diavel 1260 S โดยการนำจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของ Diavel มาร่วมออกแบบในโปรเจคนี้ ทำให้ Ducati Diavel 1260 Lamborghini มีความโดดเด่นในเรื่องของน้ำหนักเบา ทั้งล้อแมกซ์ที่ใช้วัสดุในการผลิตด้วยการอัดพิเศษ จึงทำให้มีความแข็งแกร่งและน้ำหนักเบา ท่อร่วมไอดีและการ์ดหม้อน้ำที่ใช้คาร์บอนไฟเบอร์ โครงสร้างหลักของตัวรถที่ทำจากแร่ที่มีความเบาและแข็งแกร่งเป็นพิเศษ รวมถึงการใช้ปั๊มเบรกเบรมโบ้สีแดงซึ่งเป็นสีเอกลักษณ์ของดูคาติ

สำหรับรายละเอียดชิ้นส่วนของรถจักรยานยนต์ Ducati Diavel 1260 Lamborghini ในโปรเจคพิเศษนี้ได้ถูกออกแบบใหม่โดย Centro Stile Ducati ที่เน้นการใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบาและมีความแข็งแรงจากคาร์บอนไฟเบอร์เช่นเดียวกับรถ Lamborghini Sián FKP 37 ไม่ว่าจะเป็นการ์ดหม้อน้ำและชุดท่อร่วมไอดี, การ์ดท่อไอเสีย, สปอยเลอร์, ฝาครอบถังน้ำมันเชื้อเพลิง, ฝาครอบเบาะ, บังโคลนหน้าและหลัง, ฝาครอบเรือนไมล์ และโครงยึดโคมไฟหน้า

นายมิทจา บอร์เกิร์ต หัวหน้าฝ่ายออกแบบ ออโตโมบิลี ลัมโบร์กินี กล่าวว่า “เรามีความเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งทางด้านการออกแบบของแบรนด์ลัมโบร์กินี ที่สร้างดีไซน์อันแตกต่างจนกลายเป็นที่รู้จักมากที่สุดในอุตสาหกรรมยานยนต์ เอกลักษณ์ของความเรียบหรู แต่เต็มไปด้วยความโดดเด่นแบบขั้นสุด เป็นหัวใจพื้นฐานของการออกแบบของเรา และด้วยแนวทางการออกแบบที่มีวิสัยทัศน์ดังกล่าว ทำให้เราสามารถถ่ายทอด DNA ของลัมโบร์กินีไปสู่สินค้าของแบรนด์อื่นๆ ได้อย่างมีเอกลักษณ์ ซึ่งโปรเจคนี้ถือเป็นความสำเร็จจากการทำงานเป็นทีมที่มีความแข็งแกร่ง การร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ระหว่างสองแบรนด์ที่มีแรงบันดาลใจจากค่านิยมเดียวกันและมีความมุ่งมั่นให้รถทุกคันขับขี่สนุก”

นายอันเดร เฟราเรซิ ผู้อำนวยการ Ducati Centro Stile กล่าวว่า “ Ducati Diavel 1260 Lamborghini ถูกสร้างขึ้นโดยได้รับแรงบันดาลใจจาก Sián FKP 37 และใช้หลักการออกแบบให้มีความโดดเด่นเช่นเดียวกันกับซูเปอร์คาร์รุ่นดังกล่าว นี่ถือเป็นการเฉลิมฉลองคุณค่าร่วมกันของสองแบรนด์ดังสัญชาติอิตาเลียน ซึ่งดูคาติและลัมโบร์กินีมีความสปอร์ตอยู่ใน DNA ทำให้การออกแบบของเราสร้างความโดดเด่นให้กับผลงานสร้างสรรค์ของเราเสมอ”

แบบสีและลวดลายของ Diavel 1260 Lamborghini เกิดจากความร่วมมือกันระหว่าง Centro Stile Ducati และ Centro stile Lamborghini ซึ่งจะใช้โทนสีเดียวกันกับ Lamborghini Sián FKP 37 ที่มีความโดดเด่นอย่างสี Verde ( Green ) Gea บนตัวถัง และใช้สี Oro ( Gold ) Electrum บนล้อแมกซ์ เฟรม และฝาครอบไฟท้าย นอกจากนี้ ยังได้ถ่ายทอดเอกลักษณ์เฉพาะของลัมโบร์กินีอย่างดีไซน์รูปทรงหกเหลี่ยม และตัว ‘Y’ ไว้บนท่อไอเสีย รวมถึงลวดลายที่อยู่บนเบาะของ Diavel 1260 Lamborghini

Diavel 1260 Lamborghini จะมีหมายเลข ‘63’ อยู่ที่ตัวรถ ซึ่งเป็นหมายเลขสำคัญที่บ่งบอกถึงประวัติการก่อตั้งบริษัท ออโตโมบิลี ลัมโบร์กินี ในปี 1963 และตัวเลขนี้ได้ถูกใช้ในการกำหนดจำนวนการผลิต Diavel 1260 Lamborghini โดยการนำตัวเลข 63 มาคูณ 10 จนกลายเป็นจำนวน Diavel 1260 Lamborghini ที่มีทั้งหมด 630 คันทั่วโลก ซึ่งพร้อมจำหน่ายที่ผู้จำหน่ายดูคาติทั่วโลกช่วงปลายเดือนธันวาคมนี้
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ประกาศปรับทัพผู้บริหาร เดินหน้าลุยตลาดยนตรกรรมหรู!

มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “สิ่งสำคัญที่เป็นเอกลักษณ์ของการทำงานที่บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป คือการทำงานด้วยความรักและความหลงใหลในผลิตภัณฑ์ พนักงานของเราจึงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จไปพร้อม ๆ กัน การปรับโครงสร้างการบริหารในครั้งนี้ จะผสานเอาความหลงใหลดังกล่าว รวมทั้งศักยภาพและประสบการณ์ที่หลากหลายของผู้บริหารทั้งสี่ท่าน ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารและปฏิบัติงานในตำแหน่งต่าง ๆ กับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปมาอย่างยาวนาน และเป็นอีกแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเสริมประสิทธิภาพด้านการวางกลยุทธ์เพื่อรับมือกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วของผู้บริโภค จากผลงานความสำเร็จของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมาภายใต้การบริหารของผู้บริหารทั้งสี่ท่านนี้ ผมเชื่อว่าเราจะสามารถสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับประสบการณ์ที่แปลกใหม่ยิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้าในประเทศไทยได้อย่างแน่นอน”
ในส่วนของบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ได้คุณปรีชา นินาทเกียรติกุล เข้าดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด โดยคุณปรีชาเริ่มต้นทำงานกับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2550 ในตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป มินิ ประเทศไทย ก่อนที่จะย้ายไปรับตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของมินิ ณ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป เอเชีย ประเทศสิงคโปร์ รับผิดชอบดูแลด้านการขายและการตลาดของมินิ ก่อนจะกลับมารับตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป มินิ ประเทศไทย ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2557 ดูแลและพัฒนาการดำเนินงานของมินิในประเทศไทยมาเป็นระยะเวลา 6 ปี โดยในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย คุณปรีชาจะดูแลบริหารการวางแผนและกลยุทธ์ด้านการตลาดของบีเอ็มดับเบิลยู พร้อมขับเคลื่อนกิจกรรมการตลาดของบีเอ็มดับเบิลยูในประเทศไทยให้เกิดศักยภาพสูงสุด
คุณชนินทร์ ฐิติจารุไพศาล ซึ่งเข้ารับตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายของบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ก็มีประสบการณ์ด้านการบริหารในหลายบทบาทหน้าที่มาอย่างยาวนานเช่นกัน โดยได้ร่วมงานกับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 จึงมีความเชี่ยวชาญในการบริหารฝ่ายขายมากกว่า 15 ปีในหลายตำแหน่งของทั้งแบรนด์บีเอ็มดับเบิลยูและบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนและกำหนดทิศทางกลยุทธ์ฝ่ายขาย การบริหารฝ่ายปฏิบัติการด้านการขาย รวมถึงตำแหน่งล่าสุดในฐานะผู้จัดการทั่วไปฝ่ายพัฒนาธุรกิจผู้จำหน่ายของบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย สำหรับในตำแหน่งใหม่นี้ คุณชนินทร์จะรับผิดชอบดูแลการดำเนินงานโดยรวมในกิจกรรมการขายของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู รวมถึงพัฒนาและวางแผนด้านกลยุทธ์ฝ่ายขายเพื่อสร้างการเติบโตของยอดขายบีเอ็มดับเบิลยูในตลาดประเทศไทย
ด้านมินิ ประเทศไทย คุณประภัสรา อร่ามวงศ์สมุทร เข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการ ดูแลรับผิดชอบการดำเนินงานโดยรวมของมินิในประเทศไทย ครอบคลุมทั้งด้านการบริหารแบรนด์ การขาย และการตลาด โดยคุณประภัสราได้เป็นส่วนหนึ่งของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มานานกว่า 13 ปีแล้ว ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในด้านการตลาดและการขายจากการบริหารงานในหลายตำแหน่ง โดยดำรงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการสื่อสารการตลาดในปี 2550 และในตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาดในปี 2553 จากนั้นคุณประภัสราได้นำทีมสร้างผลงานด้านยอดขายให้กับบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทยอย่างต่อเนื่องในฐานะผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายในปี 2559 ก่อนที่จะย้ายมาดำรงตำแหน่งล่าสุดในฐานะผู้อำนวยการของมินิ ประเทศไทย
นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังแต่งตั้งคุณรอน ศิริวันสาณฑ์ เป็นผู้จัดการอาวุโสฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ โดยคุณรอนได้ทำงานในหลายตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับรัฐกิจสัมพันธ์ตั้งแต่ปี 2545 ก่อนที่จะเข้าร่วมงานกับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยในปี 2557 ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายศุลกากรและการค้าระหว่างประเทศ ในตำแหน่งใหม่นี้ คุณรอนจะเข้ามารับผิดชอบหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ ตั้งแต่การวิเคราะห์ภาพรวมทางการเมืองและผลกระทบต่อบริษัทฯ ไปจนถึงการวางกลยุทธ์ที่เหมาะสมและสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายขององค์กร
Luminox Thai Navy SEAL รุ่นที่ 2 เพียง 800 เรือนในไทย!
โดยมีคำขวัญปลุกใจของหน่วย SEAL ประเทศไทยปรากฏอยู่บนหน้าปัดรุ่น 3501.GOLD.TNS นี้ว่า “NO ONE LEFT BEHIND” ซึ่งเป็นคำขวัญที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับหน่วย SEAL ประเทศไทย เพื่อกระตุ้นเตือนให้พวกเขาต่อสู้ไปกับทุกอุปสรรคอันท้าทายที่อยู่เบี้องหน้า โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ถูกผลิตขึ้นมาจำนวนจำกัดเพียง 800 เรือนเท่านั้น รันหมายเลข 001 – 800 ราคาเรือนละ 21,900 บาท
สำหรับรุ่นนี้แตกต่างจากรุ่นที่ 1 โดยมาในรูปแบบของ Box Set ประกอบด้วย สายผ้านาโต้และอุปกรณ์เปลี่ยนสายของแท้จาก Luminox Dog Tag รันหมายเลขตามหมายเลขสลักฝาหลัง และ Limited Edition Certification Card จัดจำหน่ายในประเทศไทยเท่านั้น รายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายของทุก ๆ เรือน พร้อมมอบให้กับมูลนิธินักทำลายใต้น้ำจู่โจม เพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป
โดยสามารถสัมผัสนาฬิการุ่นใหม่นี้ได้ในงานเปิดตัว ซึ่งจะจัดขึ้นในวันอังคารที่ 15 ธ.ค. 63 บริเวณ Q Step ชั้น 1 ณ เดอะ ปาร์ค (The PARQ), MRT ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ประตูทางออก 2 โดยมีบู๊ทจำหน่ายนาฬิการะหว่างวันที่ 14 ธันวาคม – 25 ธันวาคม 2563
เปิดจองนาฬิกา Luminox Limited Edition Thai Navy SEAL รุ่นที่ 2 ก่อนใครได้แล้ววันนี้ และสามารถรับสินค้าได้ในวันที่ 15 ธันวาคม ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บริษัทศรีทองพาณิชย์ จำกัด โทร 02-694-1888 , ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และช่องทาง FACEBOOK FANPAGE luminoxthailandofficial
